ค้นหา :

ผลการค้นหา "ปีใหม่"

บันเทิง
17 ม.ค. 63

'มาร์ช จุฑาวุฒิ' ขอเวลาฟิตหุ่น หลังกินแหลกช่วงปีใหม่จนน้ำหนักพุ่ง

ส่วนหนุ่มมาร์ช จุฑาวุฒิ ช่วงนี้ลงภาพไปฟิตเนสอยู่บ่อยๆ เพราะว่าต้องปฏิบัติภารกิจกู้ร่างเดิมคืน เพราะช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ตัวเองกินเยอะเป็นพิเศษ โดยเฉพาะของหวานบวกกับนอนดึกด้วย จนส่งผลให้น้ำหนักพุ่ง ซึ่งตอนแรกยังไม่รู้สึกอะไร แต่พอชั่งน้ำหนักแล้วเห็นตัวเลขแล้วก็ตกใจ จนต้องเริ่มลดน้ำหนักอย่างจริงจัง   โดยตอนนี้หนุ่มมาร์ชมีการควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย ทำให้ตอนนี้น้ำหนักกลับมาเกือบเท่าเดิมแล้ว ภายใน 2 อาทิตย์เท่านั้นเอง ส่วนใครที่มีปัญหาเดียวกับหนุ่มมาร์ช และอยากเอาเคล็ดลับของหนุ่มมาร์ชไปใช้ โดยหนุ่มมาร์ชก็บอกว่าเขาเพียงออกกำลังกายเท่า และคุมอาหาร ด้วยการทานพวกอกไก่ อาหารที่ไม่ทอด ไม่มัน ไม่เน้นน้ำตาล แค่นี้ก็ทำให้หุ่นกลับมาฟิตแอนด์เฟิร์มแล้ว 

 951
บันเทิง
08 ม.ค. 63

คุณแม่เป็นปลื้ม 'บาส สุรเดช' ถอยรถหรูป้ายแดงให้เป็นของขวัญปีใหม่

ปีใหม่นี้ บาส สุรเดช มอบความสุขให้กับคุณแม่ ด้วยการถอยรถหรูป้ายแดงเป็นของขวัฯในวันปีใหม่ โดยคุณแม่น้องบาส ได้โพสต์ภาพวันที่ไปรับรถหรูที่โชว์รูมพร้อมลูกๆ พร้อมกับแคปชั่นน่ารักๆ ถึงน้องบาสว่า    "กลับมารับของขวัญปีใหม่จากลูกชาย #บาสเด็กอ้วนที่แท้จริง ขอบคุณนะครับลูกสำหรับของขวัญวันปีใหม่ หม่าม๊าขอให้ลูกเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไปนะครับ มีคนรักมากขึ้น ผู้ใหญ่เมตตาเอ็นดู ม๊าภูมิใจในตัวลูก ม๊ารักลูก และสัญญาว่าจะอยู่กับบาสไปนานๆ อย่างที่ลูกอวยพรม๊าตลอดเวลานะครับ"

 2,675
บันเทิง
08 ม.ค. 63

'ตั๊กแตน ชลดา' ถอนเงินล้านแจกโบนัสปีใหม่ให้ทีมงาน

ตั๊กแตน ชลดา เบิกเงินล้านมาแจกให้กับทีมงานเป็นโบนัสในช่วงปีใหม่ โดยเธอได้โพสต์คลิปตอนที่กดเงินล้านมาแบ่งใส่ซอง เพื่อมอบให้ทีมงานและลูกน้องที่ร่วมงานและดูแลเธอมาตลอดทั้งปี จำนวนทีมงานนั้นรวมๆ กว่า 30 คน   ส่วนที่เธอเปหนักมากขนาดนี้ เธอบอกว่าไม่ใช่ว่าเธอร่ำรวยอะไรขนาดนั้น แต่เธอเข้าใจหัวอกของลูกจ้างดี เพราะตัวเธอเองก็เคยเป็นลูกจ้างมาก่อน แล้วก็ตั้งใจจะมอบเงินนี้ จัดสรรให้เป็นของขวัญตอบแทนในความตั้งใจของเหล่าทีมงานที่มอบให้กับเธอมาตลอดทั้งปี งานนี้ทำเอาแฟนๆ เข้ามาชื่นชมทั้งในความคิดและความเป็น Lady Boss ของสาวตั๊กแตน ชลดา 

 2,098
บันเทิง
03 ม.ค. 63

‘ใหม่ สุคนธวา’ เดือดรับปีใหม่ หลังมีคนไดเร็คมาขอยืมเงิน ลั่นสร้างหนี้เอง ต้องชดใช้เอง

เดือดรับปีใหม่ สำหรับ นักแสดงสาว ใหม่ สุคนธวา หลังเจอหญิงสาวคนหนึ่ง ทักแชทมาขอยืมเงิน จำนวน 3 หมื่นบาท ทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ทำเอาปรี๊ดแตก โพสต์อินสตาแกรมจวกกลับฉลองปีใหม่ซะเลย    โดยใหม่โพสต์ข้อความว่า  ปีหนูเดือด เดี๋ยวแม่ก็ด่าฉลองปีใหม่ซะเลย เริ่มแรกปีด้วยการที่มีอีผี มาขอยืมเงิน หรือมาขอส่วนบุญ ชีวิตดี๊ดี!!! ขอโทษนะน้อง พี่สายขาว สายบุญ ใจดี กตัญญู ก็จริง แต่พี่ก็มีสติค่ะเวลาช่วยใคร และด่าคนเป็นด้วย! พูดน้อย แต่ด่าเจ็บนะคะ พูดแล้วขึ้นเดี๋ยวก็ด่าให้ซวยทั้งปีหรอก!!! #ขออภัยที่เดือดตั้งแต่ต้นปี #ขออภัยที่ตอบกลับแบบเดือดๆ #คนตรง #คนจริง #คิดว่าให้สติเอาบุญ #งดดราม่าว่าด่าคนยืมเงิน #ใครด่าจะด่ากลับ #ตามนี้! 30,000บ.พี่ทำงานคอแทบแตกนะคะน้อง ถ้ายังเป็นคนอย่ามักง่ายเอาเปรียบกันค่ะ! พี่ไม่ได้รวยค่ะ เชิญป้ายหน้าค่ะ!   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/doF6Bzr_eCo

 632
การเมือง
02 ม.ค. 63

นายกฯลงนามถวายพระพรชัยมงคล ในหลวง-พระราชินี เนื่องในวันขึ้นปีใหม่

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา นำคณะรัฐมนตรี และคู่สมรส ตลอดจนข้าราชการ รวมถึงประชาชนทุกหมู่เหล่า ได้ไปลงนามถวายพระพรชัยมงคล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ เพื่อความเป็นสิริมงคล ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง   รวมทั้งเป็นการแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชดำริต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/sHcUgTz_Gpk

 210
สรุปข่าว
01 ม.ค. 63

ปชช.ทยอยเดินทางกลับกทม. สภาพการจราจร 'ถ.มิตรภาพ' ปริมาณรถหนาแน่น - บขส.เพิ่มเที่ยวรถรองรับผู้โดยสาร

ชายวัย 45 ปี อ้างถูกตำรวจ 3 คน อุ้มทำร้ายร่างกาย แล้วมาทิ้งไว้ในป่าชลบุรี   ชายอายุ 45 ปี ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส แล้วนำมาทิ้งไว้ในป่าเกษตร ชุมชนหนองรี จ.ชลบุรี ผู้บาดเจ็บเล่าว่าถูกชาย 3 คน อ้างตัวเป็นตำรวจใช้ถุงคลุมศีรษะ อุ้มขึ้นรถเก๋งจากบางปะกง ใช้มีด ค้อนทำร้าย แล้วนำมาทิ้งไว้ จึงแกล้งตายและขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน   บขส.พร้อมรับคนเดินทางกลับ กทม. คาดวันนี้กว่า 1.3 แสนคน   บขส.จัดเที่ยววิ่งรถโดยสารเพิ่ม รองรับประชาชนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ช่วงสิ้นสุดเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่วันนี้ - 3 ม.ค. รวม 7,604 เที่ยวต่อวัน รองรับผู้โดยได้ถึง 141,788 คน คาดวันนี้เดินทางกว่า 1.3 แสนคน   ส่วนการจราจรที่ถนนมิตรภาพ ช่วง จ.นครราชสีมา ปริมาณรถหนาแน่น และจะเพิ่มขึ้นในช่วงเย็น ส่วนถนนพระราม 2 จังหวัดสมุทรสาครปริมาณรถเริ่มมากขึ้น แต่ยังเคลื่อนตัวได้ดี   นักวิชาการชี้ความเร็วเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุช่วงปีใหม่   ผู้จัดการศูนย์วิจัยอุบัตเหตุแห่งประเทศไทย เผยภาพรวมสถิติอุบัตเหตุและผู้เสียชีวิตในปีนี้ลดลง แต่สาเหตุจากการใช้ความเร็วกลับเพิ่มสูงกว่าปีก่อน โดยเฉพาะรถกระบะที่ไม่มีอุปกรณ์นิรภัย ทำให้เกิดความสูญเสียอย่างมาก เตรียมรณรงค์ให้ผู้ขับขี่ตระหนักถึงการใช้อุปกรณ์นิรภัย รวมถึงลดการใช้ความเร็วลง     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/GxE-aRxJSYU

 2,306
ข่าวภูมิภาค
01 ม.ค. 63

นทท.แห่ชมแสงแรกแห่งปีที่ผาแต้ม 'เสริมพลังมงคลชีวิต' ตามความเชื่อ

อุบลราชธานี - อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี นักท่องเที่ยวนับหมื่นคน ต่างเดินทางมา รอชมแสงตะวันใหม่ของปีพุทธศักราช 2563 หรือ 2020 เพื่อชมแสงอาทิตย์แรกก่อนใครในสยาม และถือเป็นจุดเดียวของประเทศไทย ดวงพระอาทิตย์จะขึ้นให้เห็นบนเส้นสุดของแดนประเทศไทย คือ จังหวัดอุบลราชธานี ที่มีพื้นที่รอยคมขวานของประเทศไทย และเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมารับแสงดวงอาทิตย์ขึ้นแห่งปี ถือว่า เสริมพลังมงคลชีวิต พิชิตรับฤกษ์รับชัย บังเกิดบุญ บารมี และเป็นผู้มีพลังอำนาจ สามารถชนะภัยทุกด้าน    ซึ่งถือตามความเชื่อโบราณ ว่า การที่ใครมารับแสงแรก บนลานหินผาแต้ม ถือว่าเป็นคนที่วิเศษ เพราะได้รับพร จากพระอาทิตย์ อาบแสงพลังมาทั้งตัว ในยามเช้า ซึ่งหากผู้นั้นจะทำการใด ก็มีแต่ความมงคล ศัตรูภัยอันตรายต่างๆไม่สามารถมาทำร้ายได้   โดยเริ่มแรกดวงพระอาทิตย์โผล่ขึ้นขอบฟ้า ในเวลา 06.35 น. นักท่องเที่ยวต่างได้หยิบกล้องถ่ายรูป และโทรศัพท์มือถือ ออกมาเก็บภาพความประทับใจ เพราะต่างมีความเชื่อว่า การเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในสยาม เป็นการเพิ่มพลังชีพที่ดีในวันปีใหม่ให้มีแต่ความ สดใส สวยงาม ดังเช่นแสงดวงอาทิตย์ที่โผล่พ้นขอบฟ้าที่ผาแต้ม และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว นอกจากแสงแรกของปีแล้ว นักท่องเที่ยวยังได้ชมทัศนียภาพภูเขาฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ สปป.ลาว และชมสายธารแม่น้ำโขง ที่ไหลผ่านเบื้องล่างของผาแต้ม อันเป็นเส้นเขตแดดระหว่างประเทศไทย และ ประเทศลาว ทอดยาวสุดสายตา อีกด้วย   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/RdqtBvYOyGk

 4,857
สังคม
01 ม.ค. 63

นทท.แห่ชมแสงแรกแห่งปีที่ผาแต้ม 'เสริมพลังมงคลชีวิต' ตามความเชื่อ

อุบลราชธานี - อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี นักท่องเที่ยวนับหมื่นคน ต่างเดินทางมา รอชมแสงตะวันใหม่ของปีพุทธศักราช 2563 หรือ 2020 เพื่อชมแสงอาทิตย์แรกก่อนใครในสยาม และถือเป็นจุดเดียวของประเทศไทย ดวงพระอาทิตย์จะขึ้นให้เห็นบนเส้นสุดของแดนประเทศไทย คือ จังหวัดอุบลราชธานี ที่มีพื้นที่รอยคมขวานของประเทศไทย และเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมารับแสงดวงอาทิตย์ขึ้นแห่งปี ถือว่า เสริมพลังมงคลชีวิต พิชิตรับฤกษ์รับชัย บังเกิดบุญ บารมี และเป็นผู้มีพลังอำนาจ สามารถชนะภัยทุกด้าน    ซึ่งถือตามความเชื่อโบราณ ว่า การที่ใครมารับแสงแรก บนลานหินผาแต้ม ถือว่าเป็นคนที่วิเศษ เพราะได้รับพร จากพระอาทิตย์ อาบแสงพลังมาทั้งตัว ในยามเช้า ซึ่งหากผู้นั้นจะทำการใด ก็มีแต่ความมงคล ศัตรูภัยอันตรายต่างๆไม่สามารถมาทำร้ายได้   โดยเริ่มแรกดวงพระอาทิตย์โผล่ขึ้นขอบฟ้า ในเวลา 06.35 น. นักท่องเที่ยวต่างได้หยิบกล้องถ่ายรูป และโทรศัพท์มือถือ ออกมาเก็บภาพความประทับใจ เพราะต่างมีความเชื่อว่า การเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในสยาม เป็นการเพิ่มพลังชีพที่ดีในวันปีใหม่ให้มีแต่ความ สดใส สวยงาม ดังเช่นแสงดวงอาทิตย์ที่โผล่พ้นขอบฟ้าที่ผาแต้ม และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว นอกจากแสงแรกของปีแล้ว นักท่องเที่ยวยังได้ชมทัศนียภาพภูเขาฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ สปป.ลาว และชมสายธารแม่น้ำโขง ที่ไหลผ่านเบื้องล่างของผาแต้ม อันเป็นเส้นเขตแดดระหว่างประเทศไทย และ ประเทศลาว ทอดยาวสุดสายตา อีกด้วย   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/RdqtBvYOyGk

 4,857
ต่างประเทศ
01 ม.ค. 63

บรรยากาศ 'ยุโรป-อเมริกา' เคาท์ดาวน์ 2020 ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ประมวลภาพบรรยากาศ งานเคาท์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2020 โดยที่มอสโก ประเทศรัสเซีย เป็นประเทศแรกในยุโรปที่เข้าสู่ปีใหม่ มีการจุดพลุดอกไม้ไฟตระการตา ที่จตุรัสแดง   ส่วนที่กรีซ กรุงเอเธนส์ มีการจุดพลุฉลองปี 2020 บริเวณวิหารพาร์เธนอน สวยงามอลังการ ขณะที่เยอรมนี ประชาชนและนักท่องเที่ยวไปเฉลิมฉลองกันที่ประตูชัย ในกรุงเบอร์ลิน และชาวฝรั่งเศสและนักท่องเที่ยวนับหมื่นได้หลั่งไหลไปยังถนนชอง เซลิเซ่ เพื่อรอชมการแสดง แสง สี เสียงฉลองปีใหม่ที่ประตูชัย   และกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา มีการจุดดอกไม้ไฟริมแม่น้ำเทมส์ตั้งแต่ลอนดอน อาย ไปจนถึงเรือท้องแบนกลางแม่น้ำที่จอดอยู่ใกล้อาคารรัฐสภา

 871
ข่าวภูมิภาค
01 ม.ค. 63

สามีเลือดขึ้นหน้า เจอเมียพาชู้มานอนรอเคาท์ดาวน์ในห้อง คว้ามีดไล่แทงสาหัสทั้งคู่ 'ทนายเดชา' ชี้ไม่มีความผิด ถือเป็นการป้องกันสิทธิของตนเอง

สงขลา - เจ้าน้าที่ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ได้รับแจ้งมีคนถูกแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่แมนชั่น ซอย 15 ถ.รัตนอุทิศ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่  ที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนสองราย รายแรกเป็นหญิง โดนของมีคมเป็นฉกรรจ์ บริเวณต้นแขนทั้งสองข้าง และมีบาดแผลบริเวณใต้คางยาวประมาณ 10 ซม. บาดเจ็บสาหัส    รายที่สองเป็นชายอายุ 33 ปี ได้รับบาดเจ็บโดนของมีคม บริเวณหน้าท้องซ้าย ราวนมซ้ายใกล้กับหัวใจ ต้นแขนซ้าย และแขนขาวล่าง ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยปฐมพยาบาลและเร่วนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองคน ส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ ส่วนสภาพห้องพักที่เกิดเหตุมีรอยเลือดกระจายอยู่เต็มที่นอน และบริเวณพื้นห้อง   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุทราบว่าเป็นสามีของฝ่ายหญิง โดยก่อนหน้านี้ได้บอกกับภรรยาว่าจะกลับบ้านในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2-3 วัน แต่เมื่อเช้าได้กลับที่ห้องพักพบภรรยาพาชายอื่นมานอนฉลองคืนส่งท้ายปี อยู่บนเตียงนอนจึงใช้อาวุธมีดแทงทั้งสองฝ่ายอาการสาหัส หลังก่อเหตุขับรถเก๋งฮอนด้า ซิตตี้ สีเทาหลบหนีไป พร้อมด้วยอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ   จากนั้นเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ ขณะขับหลบหนีไปทาง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และทางตำรวจชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ ได้ประสานไปยังชุดสืบสวนของ สภ.สุไหงโก-ลก ให้ช่วยจับกุมตัวเอาไว้ได้ภายในปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก และได้มีการควบคุมตัวมาถึง สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา    จากการสอบสวนผู้ก่อเหตุให้การยอมรับสารภาพ โดยให้การว่า ตนกับภรรยาอยู่กินกันมาได้ราว 1 ปีกว่าๆ และมีการจดทะเบียนสมรสเอาไว้แล้ว และมาเช่าห้องอยู่กันที่แมนชั่นดังกล่าว จากนั้นในช่วง 1 วันที่ผ่านมา ฝ่ายภรรยาได้บอกกับตนว่า จะขอกลับบ้านพักที่ อ.ระโนด สัก 2-3 วัน ซึ่งตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร และได้ขับรถมาที่บ้านพักของตัวเองอีกหลังหนึ่งใกล้กับห้างแม็คโคร อ.หาดใหญ่   ต่อมาตนได้พยายามโทรไปหาภรรยาหลายครั้ง แต่ไม่ยอมรับสาย และไม่โทรกลับ จึงเกิดความสงสัย  จึงได้ตัดสินใจขับรถย้อนกลับไปที่แมนชั่นอีกครั้ง ซึ่งปกติตนจะมาที่นี่ประมาณอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง และเมื่อไขกุญแจประตูเข้าไปก็พบกับภาพบาดตาบาดใจ เมื่อเห็นว่าภรรยาโกหก ไม่ได้กลับบ้านตามที่บอก มิหนำซ้ำยังพาชายชู้เข้ามาหลับนอนด้วยกันอีก จึงเกิดความโมโห และคว้าเอามีดในห้องมากระหน่ำแทงทั้งภรรยาและชายชู้หลายครั้งจนได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ และหลังเกิดเหตุได้ขับรถหลบหนีไป    เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาพยามฆ่าผู้อื่น ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ดำเนินการทางคดีต่อไป   ด้านนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายชื่อดัง เจ้าของเพจ ทนายคลายทุกข์ได้เปิดเผยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าวว่า ถ้าผัวแทงเมียขณะมีเพศสัมพันธ์กับชายอื่นถือเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายไม่มีความผิด เพราะถือว่าเป็นการป้องกันสิทธิของตนเองให้พ้นภยันตรายจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภัยนตรายที่ใกล้จะถึงถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุถือเป็นการป้องกัน ผู้นั้นไม่มีความผิด แต่ถ้าเขาแค่นอนกอดกันหรือเขามีเพศสัมพันธ์กันเสร็จเรียบร้อยล้ว จากกรณีนี้สามีจะเป็นคนผิด   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/92y26ioC8Hc

 2,123
อาชญากรรม
01 ม.ค. 63

สามีเลือดขึ้นหน้า เจอเมียพาชู้มานอนรอเคาท์ดาวน์ในห้อง คว้ามีดไล่แทงสาหัสทั้งคู่ 'ทนายเดชา' ชี้ไม่มีความผิด ถือเป็นการป้องกันสิทธิของตนเอง

สงขลา - เจ้าน้าที่ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ได้รับแจ้งมีคนถูกแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่แมนชั่น ซอย 15 ถ.รัตนอุทิศ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่  ที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนสองราย รายแรกเป็นหญิง โดนของมีคมเป็นฉกรรจ์ บริเวณต้นแขนทั้งสองข้าง และมีบาดแผลบริเวณใต้คางยาวประมาณ 10 ซม. บาดเจ็บสาหัส    รายที่สองเป็นชายอายุ 33 ปี ได้รับบาดเจ็บโดนของมีคม บริเวณหน้าท้องซ้าย ราวนมซ้ายใกล้กับหัวใจ ต้นแขนซ้าย และแขนขาวล่าง ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยปฐมพยาบาลและเร่วนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองคน ส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ ส่วนสภาพห้องพักที่เกิดเหตุมีรอยเลือดกระจายอยู่เต็มที่นอน และบริเวณพื้นห้อง   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุทราบว่าเป็นสามีของฝ่ายหญิง โดยก่อนหน้านี้ได้บอกกับภรรยาว่าจะกลับบ้านในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2-3 วัน แต่เมื่อเช้าได้กลับที่ห้องพักพบภรรยาพาชายอื่นมานอนฉลองคืนส่งท้ายปี อยู่บนเตียงนอนจึงใช้อาวุธมีดแทงทั้งสองฝ่ายอาการสาหัส หลังก่อเหตุขับรถเก๋งฮอนด้า ซิตตี้ สีเทาหลบหนีไป พร้อมด้วยอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ   จากนั้นเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ ขณะขับหลบหนีไปทาง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และทางตำรวจชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ ได้ประสานไปยังชุดสืบสวนของ สภ.สุไหงโก-ลก ให้ช่วยจับกุมตัวเอาไว้ได้ภายในปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก และได้มีการควบคุมตัวมาถึง สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา    จากการสอบสวนผู้ก่อเหตุให้การยอมรับสารภาพ โดยให้การว่า ตนกับภรรยาอยู่กินกันมาได้ราว 1 ปีกว่าๆ และมีการจดทะเบียนสมรสเอาไว้แล้ว และมาเช่าห้องอยู่กันที่แมนชั่นดังกล่าว จากนั้นในช่วง 1 วันที่ผ่านมา ฝ่ายภรรยาได้บอกกับตนว่า จะขอกลับบ้านพักที่ อ.ระโนด สัก 2-3 วัน ซึ่งตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร และได้ขับรถมาที่บ้านพักของตัวเองอีกหลังหนึ่งใกล้กับห้างแม็คโคร อ.หาดใหญ่   ต่อมาตนได้พยายามโทรไปหาภรรยาหลายครั้ง แต่ไม่ยอมรับสาย และไม่โทรกลับ จึงเกิดความสงสัย  จึงได้ตัดสินใจขับรถย้อนกลับไปที่แมนชั่นอีกครั้ง ซึ่งปกติตนจะมาที่นี่ประมาณอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง และเมื่อไขกุญแจประตูเข้าไปก็พบกับภาพบาดตาบาดใจ เมื่อเห็นว่าภรรยาโกหก ไม่ได้กลับบ้านตามที่บอก มิหนำซ้ำยังพาชายชู้เข้ามาหลับนอนด้วยกันอีก จึงเกิดความโมโห และคว้าเอามีดในห้องมากระหน่ำแทงทั้งภรรยาและชายชู้หลายครั้งจนได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ และหลังเกิดเหตุได้ขับรถหลบหนีไป    เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาพยามฆ่าผู้อื่น ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ดำเนินการทางคดีต่อไป   ด้านนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายชื่อดัง เจ้าของเพจ ทนายคลายทุกข์ได้เปิดเผยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าวว่า ถ้าผัวแทงเมียขณะมีเพศสัมพันธ์กับชายอื่นถือเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายไม่มีความผิด เพราะถือว่าเป็นการป้องกันสิทธิของตนเองให้พ้นภยันตรายจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภัยนตรายที่ใกล้จะถึงถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุถือเป็นการป้องกัน ผู้นั้นไม่มีความผิด แต่ถ้าเขาแค่นอนกอดกันหรือเขามีเพศสัมพันธ์กันเสร็จเรียบร้อยล้ว จากกรณีนี้สามีจะเป็นคนผิด   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/92y26ioC8Hc

 2,123
ข่าวภูมิภาค
01 ม.ค. 63

ไฟไหม้โกดังเก็บยางวอดทั้งหลัง คาดสะเก็ดพลุฉลองปีใหม่กระเด็นโดน

นครปฐม - เกิดเหตุเกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บยางล้อรถยนต์ ในโกดังเคเคไอ รีไซเคิล รับซื้อยางเก่าทุกชนิด หมู่ 3 ต.หนองดินแดง อ.เมืองนครปฐม    ที่เกิดเหตุมีรั้วรอบของชิด อยู่ในเนื้อที่กว่า 1 ไร่ เพลิงกำลังเหิมลุกไหม้กองยางที่วางเรียงรายกันอยู่ เจ้าหน้าที่ ใช้เวลาฉีดน้ำดับเพลิงนานกว่าครึ่งชั่วโมงจึงสามารถดับเพลิงไว้ได้ ตรวจสอบไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต   จากการสอบถามคนงานชาวพม่า เผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนพักอยู่ในห้องพักคนงาน โดยภายในมี 5 ห้องพัก มีคนงาน 7 คน ทุกคนนอนหลับพักผ่อนกันหมดแล้ว จังหวะนั้นเป็นช่วงที่ผู้คนกำลังฉลองเทศกาลปีใหม่พอดี จึงมีชาวบ้านเฉลิมฉลอง โดยการจุดพลุส่งเสียงดัง คาดว่าลูกไฟจากพลุได้ตกลงมาที่กองยางที่วางเรียงรายอยู่จำนวนมากกว่า 200 เส้น จึงทำให้ไฟติดและลุกลามขึ้นอย่างรวดเร็วจนต้องหนีตายเอาชีวิตรอดออกมา   นายธงชัย ห้วยหงส์ทอง อายุ 38 ปี เปิดเผยว่า ตนเองมาเที่ยวบ้านญาติซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้ ขณะนั้นกำลังนั่งฉลองปีใหม่อยู่ ได้สังเกตุเห็นประกายไฟลุกขึ้นมาที่กองยาง จึงเรียกให้ญาติช่วยกันมองพร้อมกับวิ่งเข้าไปเรียกคนที่นอนพักอยู่ด้านในให้ออกมา แล้วช่วยกันกลิ้งยางเพื่อไม่ให้ลุกลามไปถูกบ้านข้างเคียง แต่ยางรถยนต์มีจำนวนมากประกอบกับไฟลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็วจึงต้องหนีเอาชีวิตรอดออกจากจุดเกิดเหตุ โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตราย คาดว่าเกิดจากการจุดพลุเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงทำให้มีลูกไฟ หรือประกายไฟตกลงมาในกองยางแล้วลุกลามดังกล่าว ส่วนค่าความเสียหายไม่สามารถประเมินค่าได้ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ต่อไป   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/YnDXsrd_sHg

 1,416
สังคม
01 ม.ค. 63

ไฟไหม้โกดังเก็บยางวอดทั้งหลัง คาดสะเก็ดพลุฉลองปีใหม่กระเด็นโดน

นครปฐม - เกิดเหตุเกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บยางล้อรถยนต์ ในโกดังเคเคไอ รีไซเคิล รับซื้อยางเก่าทุกชนิด หมู่ 3 ต.หนองดินแดง อ.เมืองนครปฐม    ที่เกิดเหตุมีรั้วรอบของชิด อยู่ในเนื้อที่กว่า 1 ไร่ เพลิงกำลังเหิมลุกไหม้กองยางที่วางเรียงรายกันอยู่ เจ้าหน้าที่ ใช้เวลาฉีดน้ำดับเพลิงนานกว่าครึ่งชั่วโมงจึงสามารถดับเพลิงไว้ได้ ตรวจสอบไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต   จากการสอบถามคนงานชาวพม่า เผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนพักอยู่ในห้องพักคนงาน โดยภายในมี 5 ห้องพัก มีคนงาน 7 คน ทุกคนนอนหลับพักผ่อนกันหมดแล้ว จังหวะนั้นเป็นช่วงที่ผู้คนกำลังฉลองเทศกาลปีใหม่พอดี จึงมีชาวบ้านเฉลิมฉลอง โดยการจุดพลุส่งเสียงดัง คาดว่าลูกไฟจากพลุได้ตกลงมาที่กองยางที่วางเรียงรายอยู่จำนวนมากกว่า 200 เส้น จึงทำให้ไฟติดและลุกลามขึ้นอย่างรวดเร็วจนต้องหนีตายเอาชีวิตรอดออกมา   นายธงชัย ห้วยหงส์ทอง อายุ 38 ปี เปิดเผยว่า ตนเองมาเที่ยวบ้านญาติซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้ ขณะนั้นกำลังนั่งฉลองปีใหม่อยู่ ได้สังเกตุเห็นประกายไฟลุกขึ้นมาที่กองยาง จึงเรียกให้ญาติช่วยกันมองพร้อมกับวิ่งเข้าไปเรียกคนที่นอนพักอยู่ด้านในให้ออกมา แล้วช่วยกันกลิ้งยางเพื่อไม่ให้ลุกลามไปถูกบ้านข้างเคียง แต่ยางรถยนต์มีจำนวนมากประกอบกับไฟลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็วจึงต้องหนีเอาชีวิตรอดออกจากจุดเกิดเหตุ โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตราย คาดว่าเกิดจากการจุดพลุเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงทำให้มีลูกไฟ หรือประกายไฟตกลงมาในกองยางแล้วลุกลามดังกล่าว ส่วนค่าความเสียหายไม่สามารถประเมินค่าได้ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ต่อไป   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/YnDXsrd_sHg

 1,416
ข่าวภูมิภาค
01 ม.ค. 63

ไฟไหม้หาดใหญ่ 2 จุด 'ร้านขายเสื้อผ้า-ห้องพักครู' ต้อนรับปีใหม่

สงขลา -เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นที่บริเวณร้านอมรรัตน์ แฟชั่น หาดใหญ่ ซึ่งเป็นอาคาร 2 ชั้น เปิดเป็นร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นตั้งอยู่ในย่าน ถ.แสงศรี เขตเทศบาลนครหาดใหญ่    ที่เกิดเหตุพบมีไฟไหม้มาจากแผ่นป้ายไวนิลที่ติดอยู่บนชั้น 2 ของร้าน และลุกลามไปติดแผ่นพลาสติกที่คลุมอยู่ในส่วนของชั้น 2 โดยเจ้าหน้าที่ดับต้องฉีดน้ำ เพื่อให้แน่ใจไม่มีเปลวไฟหลงเหลืออยู่ และโชคดีที่ก่อนหน้านี้ทางเพื่อนบ้านข้างเคียงได้ช่วยกันต่อสายน้ำฉีดดับไฟไปก่อนที่ลุกลามใหญ่โต   สอบถามเพื่อนบ้านทราบว่า ในช่วงเกิดเหตุเจ้าของไม่อยู่บ้าน และไม่สามารถติดต่อได้ โดยก่อนหน้านั้นได้มีกลุ่มเด็กๆรวมกลุ่มกันเล่นประทัดและดอกไม้ไฟบนถนนหน้าร้านดังกล่าว ก่อนที่จะได้กลิ่นเหม็นไหม้ และเมื่ออกมาดูก็พบว่า ได้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นที่ร้านดังกล่าว จึงเรียกเพื่อนบ้านมาช่วยกันดับไฟได้ทัน   นอกจากนี้ในเวลาไล่เลี่ยกันยังได้เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นอีก 1 จุด ที่บนอาคาร ชั้น 3 ซึ่งเป็นห้องพักของครูเวรโรงเรียนเทศบาล 5 (วัดหาดใหญ่) เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ และเมื่อตำรวจ เจ้าหน้าที่เทบาล รวมทั้งดับเพลิง มาถึง ก็ไม่สามารถขึ้นไปดับไฟได้ เนื่องจากครูเวรที่อยู่คนเดียวได้ลิมลูกกุญแจประตูเหล็กชั้น 1 จึงได้ส่งขวานไปให้ครูเวรสับพังกุญแจที่ล็อคมาจากด้านใน และสามารถขึ้นไปยังจุดที่เกิดไฟไหม้ได้   โดยพบว่า ภายในห้องพักครูได้ถูกไฟไหม้ที่หมอนและเสื่อปูนอนเสียหายบางส่วน แต่ยังโชคดีที่ไฟไม่ได้ลุกลามขยายวงกว้าง และจากการตรวจสอบพบว่า สาเหตุเกิดมาจาการที่เสียบที่ชาร์ตโทรศัพท์มือถือคาเต้าเสียบเอาไว้เต็มเต้ารับถึง 5 อัน พร้อมๆกัน และคาดว่า อาจจะเกิดอาการช็อตที่ปลายสายชาร์ตเมื่อกระทบกัน และเกิดเป็นประกายไฟไปติดเอาที่หมอนและเสื่อในห้องพักครูดังกล่าว   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/O-pjuxhxJcc

 960
สังคม
01 ม.ค. 63

ไฟไหม้หาดใหญ่ 2 จุด 'ร้านขายเสื้อผ้า-ห้องพักครู' ต้อนรับปีใหม่

สงขลา -เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นที่บริเวณร้านอมรรัตน์ แฟชั่น หาดใหญ่ ซึ่งเป็นอาคาร 2 ชั้น เปิดเป็นร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นตั้งอยู่ในย่าน ถ.แสงศรี เขตเทศบาลนครหาดใหญ่    ที่เกิดเหตุพบมีไฟไหม้มาจากแผ่นป้ายไวนิลที่ติดอยู่บนชั้น 2 ของร้าน และลุกลามไปติดแผ่นพลาสติกที่คลุมอยู่ในส่วนของชั้น 2 โดยเจ้าหน้าที่ดับต้องฉีดน้ำ เพื่อให้แน่ใจไม่มีเปลวไฟหลงเหลืออยู่ และโชคดีที่ก่อนหน้านี้ทางเพื่อนบ้านข้างเคียงได้ช่วยกันต่อสายน้ำฉีดดับไฟไปก่อนที่ลุกลามใหญ่โต   สอบถามเพื่อนบ้านทราบว่า ในช่วงเกิดเหตุเจ้าของไม่อยู่บ้าน และไม่สามารถติดต่อได้ โดยก่อนหน้านั้นได้มีกลุ่มเด็กๆรวมกลุ่มกันเล่นประทัดและดอกไม้ไฟบนถนนหน้าร้านดังกล่าว ก่อนที่จะได้กลิ่นเหม็นไหม้ และเมื่ออกมาดูก็พบว่า ได้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นที่ร้านดังกล่าว จึงเรียกเพื่อนบ้านมาช่วยกันดับไฟได้ทัน   นอกจากนี้ในเวลาไล่เลี่ยกันยังได้เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นอีก 1 จุด ที่บนอาคาร ชั้น 3 ซึ่งเป็นห้องพักของครูเวรโรงเรียนเทศบาล 5 (วัดหาดใหญ่) เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ และเมื่อตำรวจ เจ้าหน้าที่เทบาล รวมทั้งดับเพลิง มาถึง ก็ไม่สามารถขึ้นไปดับไฟได้ เนื่องจากครูเวรที่อยู่คนเดียวได้ลิมลูกกุญแจประตูเหล็กชั้น 1 จึงได้ส่งขวานไปให้ครูเวรสับพังกุญแจที่ล็อคมาจากด้านใน และสามารถขึ้นไปยังจุดที่เกิดไฟไหม้ได้   โดยพบว่า ภายในห้องพักครูได้ถูกไฟไหม้ที่หมอนและเสื่อปูนอนเสียหายบางส่วน แต่ยังโชคดีที่ไฟไม่ได้ลุกลามขยายวงกว้าง และจากการตรวจสอบพบว่า สาเหตุเกิดมาจาการที่เสียบที่ชาร์ตโทรศัพท์มือถือคาเต้าเสียบเอาไว้เต็มเต้ารับถึง 5 อัน พร้อมๆกัน และคาดว่า อาจจะเกิดอาการช็อตที่ปลายสายชาร์ตเมื่อกระทบกัน และเกิดเป็นประกายไฟไปติดเอาที่หมอนและเสื่อในห้องพักครูดังกล่าว   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/O-pjuxhxJcc

 960

Top