ค้นหา :

ผลการค้นหา "พิการ"

ข่าวภูมิภาค
27 ก.ย. 62

พ่อแจงล่ามโซ่ ด.ช.วัย 13 เหตุลูกมีอาการทางจิต ผูกเพื่อป้องกันอันตราย ยันเลี้ยงดีกินอิ่ม

สตูล-จากกรณีเด็กชายวัย 13 ปี ถูกพ่อคือ นายกิติศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี จับมาล่ามโซ่ไว้ใต้ต้นมะขาม ใกล้สวนยางพารา หมู่ 3 ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง ทำให้เจ้าหน้าที่เดินทางเข้าช่วยเหลือ พร้อมนำเด็กมาไว้ยังบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสตูล จากนั้นได้นำเด็กไปตรวจสภาพร่างกายที่โรงพยาบาลสตูล   ด้านหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.สตูล ระบุ มีอาการพิการทางจิต จึงนำไปพักที่บ้านพักเด็ก แต่พ่อเขาเป็นห่วงลูกจึงขอมาดูแลที่บ้าน จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ประสานเพื่อดูแลในเบื้องต้นมาให้กำลังใจกับครอบครัวและดูแลเด็กเพื่อคุ้มครองเด็ก ส่วนเรื่องที่ล่ามโซ่เด็กนั้นข้อเท็จจริงคือพ่อเป็นห่วงลูกมาก เพราะลูกมีอาการทางจิตไม่สามารถควบคุมตนเองได้ จะเดินไปตามที่เขาต้องการโดยไม่รู้ตัว   พ่อเป็นห่วงก็ล่ามไว้ในช่วงที่เขาไม่อยู่ ช่วงที่อยู่ก็ปล่อยตามปกติให้กินอิ่มดูแลอย่างดี เพราะหากปล่อยไว้บางทีไปกินของที่มีพิษ ไปจับสัตว์มีพิษ และผูกไว้เป็นช่วงๆเท่านั้นไม่ได้ผูกไว้ตลอด ส่วนพ่อเองก็ได้นำไปตรวจ แพทย์ได้วินิจฉัยว่าพ่อมีอาการโรคซึมเศร้าและจะหนักกว่าลูก จึงได้นัดไปรักษาให้ยามากินเบื้องต้นทั้งพ่อและลูกด้วย   ด้านพ่อของเด็กเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า รู้สึกเสียใจกับข่าวที่ออกไปว่าตนทรมานลูก ทั้งที่ตนทำไปเพื่อปกป้องลูก ใครที่ไม่มีลูกเป็นแบบนี้จะไม่เข้าใจ ตอนนี้ตนถูกสังคมประณามเพราะไม่รู้ข้อเท็จจริง ตนเองนำลูกมาเลี้ยงเองเพราะไม่ต้องการให้ลูกกลายเป็นปัญหาของสังคม ที่ล่ามโซ่เพราะหากผูกเชือกลูกแกะได้ บางครั้งเชือกขาด จึงใช้โซ่ล่าม แต่หากสังเกตุให้ดีบริเวณข้อเท้าตนจะสวมท่อยางไว้เพื่อไม่ให้โซ่บาดเนื้อลูก และที่ผูกไว้กับต้นมะขามตนก็เฝ้าดูอยู่ตลอดโดยจะผูกเปลนอนไว้บนต้นมะขาม ส่วนเปลด้านล่างไว้สำหรับลูกนอนเล่น ตนจะดูแลไม่ให้คลาดสายตา   ส่วนสาเหตุที่ต้องล่ามไว้เพราะก่อนหน้านี้เคยปล่อยและพาไปไหนด้วยตลอด พอคล้อยหลังลูกไปจับงูกะปะ 3 เหลี่ยมโชคดีที่ไม่ถูกกัด ไม่กลัวรถ เห็นรถแล้ววิ่งเข้าหา ใครชวนก็ขึ้นรถตามไปหมด ไปทำลายทรัพย์สินคนอื่นก็มาก กินยาฆ่าแมลงก็มี โชคดีที่ตนช่วยไว้ได้ เรื่องกินก็ให้กินอิ่ม เด็กไม่ได้ผอมโซเหมือนที่สื่อได้นำเสนอไป แต่พฤติกรรมของเด็กเขาจะชอบคุ้ยหาสิ่งของและซุกซนไม่เหมือนเด็กปกติ   โดยตนเพิ่งจากล่ามเด็กไว้ประมาณ 1 ปีเพราะกลัวว่าจะเป็นอันตรายจากพฤติกรรมของเขาเอง ไม่ได้ทรมานลูกอย่างที่คิด และสาเหตุที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะเขาชักมาตั้งแต่คลอดได้ 2 เดือน เมื่อเลิกกับแม่เขาตอนเขาได้1ปี 4 เดือน ตนก็เอามาดูแลโดยให้อยู่กับย่าที่จ.นครศรีธรรมราช เมื่อตนมาได้ภรรยาใหม่ที่สตูลตนก็เอาลูกมาอยู่ด้วย โดยมาอยู่ 4 ปีแต่เพิ่งจะล่ามไว้ 1 ปี เพราะเป็นห่วงว่าเขาไม่ปลอดภัยรอบบ้านมีป่ากับน้ำ ลูกเคยกินยาแต่ตนเห็นว่าช่วงกินยา อารมณ์เขาจะรุนแรงจึงให้หยุดยา   แต่หลังจากได้รับยาจาก รพ.สตูล เมื่อวานนี้เด็กพูดเข้าใจรู้เรื่องมากขึ้น จากที่ผูกเชือกไว้หลวมๆปกติเขาจะแกะออกได้ วันนี้ตนบอกว่าอย่าแกะจะซื้อลูกชิ้นมาให้กิน กลับมาเขาก็ไม่แกะออก รู้สึกเสียใจว่าสิ่งที่ตนเองทำมีคนเข้าใจไปอีกแบบ ซึ่งทางนายกอบต.ควนกาหลงและหน.บ้านพักเด็กฯต่างช่วยกันปลอบใจ ในส่วนของโรงพักก็เข้าใจในเหตุผลของตนไม่ได้เอาความ   ด้านนายณัฐภาพงศ์ สุวรรณชนะ นายกอบต.ควนกาหลง กล่าวว่า สิ่งที่เกิดเหตุดูจากสภาพร่างกายเด็ก เด็กไม่ได้มีบาดแผลหรือถูกทรมาน แต่พ่อเขาดูแลอย่างดีกินตามปกติ ไม่ได้ผอมโซอย่างที่บางสื่อนำเสนอ ข้อมูลจาก อสม.และผู้นำหมู่บ้านเด็กพิการทางสมอง อยู่ไม่นิ่ง พ่อแม่เด็กต้องทำมาหากินจึงต้องผูกลูกไว้ โดยเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆช่วงไปทำงานเท่านั้น   ส่วนของความช่วยเหลือ ทางอบต.จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล ซึ่งเบื้องต้นเด็กได้รับเงินอุดหนุนผู้พิการตามทะเบียนบ้านของเด็กซึ่งอยู่ที่จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมาดูแล้วเด็กไม่ได้ถูกทรมาน แต่ครอบครัวดูแลอย่างดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0hFIawe_EMw

 3,345
สังคม
27 ก.ย. 62

พ่อแจงล่ามโซ่ ด.ช.วัย 13 เหตุลูกมีอาการทางจิต ผูกเพื่อป้องกันอันตราย ยันเลี้ยงดีกินอิ่ม

สตูล-จากกรณีเด็กชายวัย 13 ปี ถูกพ่อคือ นายกิติศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี จับมาล่ามโซ่ไว้ใต้ต้นมะขาม ใกล้สวนยางพารา หมู่ 3 ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง ทำให้เจ้าหน้าที่เดินทางเข้าช่วยเหลือ พร้อมนำเด็กมาไว้ยังบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสตูล จากนั้นได้นำเด็กไปตรวจสภาพร่างกายที่โรงพยาบาลสตูล   ด้านหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.สตูล ระบุ มีอาการพิการทางจิต จึงนำไปพักที่บ้านพักเด็ก แต่พ่อเขาเป็นห่วงลูกจึงขอมาดูแลที่บ้าน จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ประสานเพื่อดูแลในเบื้องต้นมาให้กำลังใจกับครอบครัวและดูแลเด็กเพื่อคุ้มครองเด็ก ส่วนเรื่องที่ล่ามโซ่เด็กนั้นข้อเท็จจริงคือพ่อเป็นห่วงลูกมาก เพราะลูกมีอาการทางจิตไม่สามารถควบคุมตนเองได้ จะเดินไปตามที่เขาต้องการโดยไม่รู้ตัว   พ่อเป็นห่วงก็ล่ามไว้ในช่วงที่เขาไม่อยู่ ช่วงที่อยู่ก็ปล่อยตามปกติให้กินอิ่มดูแลอย่างดี เพราะหากปล่อยไว้บางทีไปกินของที่มีพิษ ไปจับสัตว์มีพิษ และผูกไว้เป็นช่วงๆเท่านั้นไม่ได้ผูกไว้ตลอด ส่วนพ่อเองก็ได้นำไปตรวจ แพทย์ได้วินิจฉัยว่าพ่อมีอาการโรคซึมเศร้าและจะหนักกว่าลูก จึงได้นัดไปรักษาให้ยามากินเบื้องต้นทั้งพ่อและลูกด้วย   ด้านพ่อของเด็กเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า รู้สึกเสียใจกับข่าวที่ออกไปว่าตนทรมานลูก ทั้งที่ตนทำไปเพื่อปกป้องลูก ใครที่ไม่มีลูกเป็นแบบนี้จะไม่เข้าใจ ตอนนี้ตนถูกสังคมประณามเพราะไม่รู้ข้อเท็จจริง ตนเองนำลูกมาเลี้ยงเองเพราะไม่ต้องการให้ลูกกลายเป็นปัญหาของสังคม ที่ล่ามโซ่เพราะหากผูกเชือกลูกแกะได้ บางครั้งเชือกขาด จึงใช้โซ่ล่าม แต่หากสังเกตุให้ดีบริเวณข้อเท้าตนจะสวมท่อยางไว้เพื่อไม่ให้โซ่บาดเนื้อลูก และที่ผูกไว้กับต้นมะขามตนก็เฝ้าดูอยู่ตลอดโดยจะผูกเปลนอนไว้บนต้นมะขาม ส่วนเปลด้านล่างไว้สำหรับลูกนอนเล่น ตนจะดูแลไม่ให้คลาดสายตา   ส่วนสาเหตุที่ต้องล่ามไว้เพราะก่อนหน้านี้เคยปล่อยและพาไปไหนด้วยตลอด พอคล้อยหลังลูกไปจับงูกะปะ 3 เหลี่ยมโชคดีที่ไม่ถูกกัด ไม่กลัวรถ เห็นรถแล้ววิ่งเข้าหา ใครชวนก็ขึ้นรถตามไปหมด ไปทำลายทรัพย์สินคนอื่นก็มาก กินยาฆ่าแมลงก็มี โชคดีที่ตนช่วยไว้ได้ เรื่องกินก็ให้กินอิ่ม เด็กไม่ได้ผอมโซเหมือนที่สื่อได้นำเสนอไป แต่พฤติกรรมของเด็กเขาจะชอบคุ้ยหาสิ่งของและซุกซนไม่เหมือนเด็กปกติ   โดยตนเพิ่งจากล่ามเด็กไว้ประมาณ 1 ปีเพราะกลัวว่าจะเป็นอันตรายจากพฤติกรรมของเขาเอง ไม่ได้ทรมานลูกอย่างที่คิด และสาเหตุที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะเขาชักมาตั้งแต่คลอดได้ 2 เดือน เมื่อเลิกกับแม่เขาตอนเขาได้1ปี 4 เดือน ตนก็เอามาดูแลโดยให้อยู่กับย่าที่จ.นครศรีธรรมราช เมื่อตนมาได้ภรรยาใหม่ที่สตูลตนก็เอาลูกมาอยู่ด้วย โดยมาอยู่ 4 ปีแต่เพิ่งจะล่ามไว้ 1 ปี เพราะเป็นห่วงว่าเขาไม่ปลอดภัยรอบบ้านมีป่ากับน้ำ ลูกเคยกินยาแต่ตนเห็นว่าช่วงกินยา อารมณ์เขาจะรุนแรงจึงให้หยุดยา   แต่หลังจากได้รับยาจาก รพ.สตูล เมื่อวานนี้เด็กพูดเข้าใจรู้เรื่องมากขึ้น จากที่ผูกเชือกไว้หลวมๆปกติเขาจะแกะออกได้ วันนี้ตนบอกว่าอย่าแกะจะซื้อลูกชิ้นมาให้กิน กลับมาเขาก็ไม่แกะออก รู้สึกเสียใจว่าสิ่งที่ตนเองทำมีคนเข้าใจไปอีกแบบ ซึ่งทางนายกอบต.ควนกาหลงและหน.บ้านพักเด็กฯต่างช่วยกันปลอบใจ ในส่วนของโรงพักก็เข้าใจในเหตุผลของตนไม่ได้เอาความ   ด้านนายณัฐภาพงศ์ สุวรรณชนะ นายกอบต.ควนกาหลง กล่าวว่า สิ่งที่เกิดเหตุดูจากสภาพร่างกายเด็ก เด็กไม่ได้มีบาดแผลหรือถูกทรมาน แต่พ่อเขาดูแลอย่างดีกินตามปกติ ไม่ได้ผอมโซอย่างที่บางสื่อนำเสนอ ข้อมูลจาก อสม.และผู้นำหมู่บ้านเด็กพิการทางสมอง อยู่ไม่นิ่ง พ่อแม่เด็กต้องทำมาหากินจึงต้องผูกลูกไว้ โดยเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆช่วงไปทำงานเท่านั้น   ส่วนของความช่วยเหลือ ทางอบต.จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล ซึ่งเบื้องต้นเด็กได้รับเงินอุดหนุนผู้พิการตามทะเบียนบ้านของเด็กซึ่งอยู่ที่จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมาดูแล้วเด็กไม่ได้ถูกทรมาน แต่ครอบครัวดูแลอย่างดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0hFIawe_EMw

 3,345
ข่าวภูมิภาค
03 ก.ย. 62

หนุ่มพิการเครียดตกงาน โดดสะพานบางปะกง ก่อนเปลี่ยนใจไม่อยากตายกลางแม่น้ำ

ฉะเชิงเทรา-ชาวบ้านที่หาปลาริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงแจ้งว่า มีชายกำลังเกาะตอม่อ ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลเฉี่ยว และฝนที่ตกลงมาเป็นระยะ ร้องขอความช่วยเหลือ บริเวณกลางสะพานบางพระ ข้ามแม่น้ำบางปะกง พื้นที่ ม.3 ต.บางพระ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา   เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้หย่อนเชือกลงไปให้ชายคนดังกล่าวเกาะไว้ พร้อมประสานเรือเร็วจากหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทราให้เข้ามาช่วยเหลือ แต่เนื่องจากระยะทางจากหน่วยมายังจุดเกิดเหตุค่อนข้างไกล เจ้าหน้าที่จึงแจ้งขอความช่วยเหลือจากสมาชิก   ต่อมานายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ รับทราบเหตุจึงประสานนำเรือออกพร้อมร่วมเดินทางให้การช่วยเหลือ จากนั้นมีเจ็ทสกีของร้านอาหารที่อยู่ติดแม่น้ำบางปะกงขับตามมาสมทบ ก่อนจะจอดเทียบช่วยเหลือชายคนดังกล่าวขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย   จากการสอบถามในเบื้องต้น ทราบชื่อคือ นายพรไพโรจน์ (สงวนนามสกุล) เป็นชาว ต.บางพระ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา โดยเจ้าตัวเล่าว่ามีอาการเครียด เนื่องจากตกงานมาหลายเดือนไม่มีเงินใช้ อีกทั้งนิ้วมือทั้ง 2 ข้าง ซ้ายและขวาพิการ ทำงานค่อนข้างลำบาก จึงไม่มีใครรับเข้าทำงาน   จึงเกิดอาการเครียดและน้อยใจ จึงตัดสินใจขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณกลางสะพานข้ามแม่น้ำ เพื่อจะกระโดดสะพานหวังฆ่าตัวตาย แต่พอกระโดดน้ำไปแล้วเกิดเปลี่ยนใจจึงพยายามว่ายน้ำเข้าฝั่ง แต่เนื่องจากกระแสน้ำที่แรง เลยทำได้เพียงเกาะตอม่อสะพานไว้ จนมีชาวบ้านที่นั่งตกปลาในบริเวณใกล้เคียงพบเห็นจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าช่วยเหลือ   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้นำตัว ไปทำการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลพุทธโสธร และให้พักสงบสติอารมณ์ ก่อนจะติดต่อญาติให้มารับตัวต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qu8Ppws1vVY

 1,832
ต่างประเทศ
02 ส.ค. 61

หมอตุรกีผ่าตัดช่วยชีวิต ‘ทารกหญิงซีเรีย’ เกิดมาสมองอยู่นอกกะโหลก

สำนักข่าว mirror นำเสนอเรื่องราวของ Abdullatif Shekrak ทารกเพศหญิงชาวซีเรียเกิดมาพร้อมความผิดปกติสมองอยู่นอกกะโหลกหนักเกือบ 1 กิโลกรัมหรือคิดเป็นน้ำหนัก 1 ใน 3 ของร่างกาย  ทำให้มองดูคล้ายกับมีสองหัว แต่ล่าสุดเธอได้รับชีวิตใหม่หลังเข้ารับการผ่าตัดเป็นผลสำเร็จ     รายงานข่าวระบุว่า แม่ของทารกน้อยจากเมืองอเลปโป ผ่าคลอดลูกคนที่ 7 หลังตรวจพบความผิดปกติว่ากะโหลกศีรษะของทารกไม่ได้ปิดสนิทระหว่างการตั้งครรภ์ ทำให้บางส่วนของเนื้อสมองหรือเยื่อหุ้มสมองไหลออกมานอกกะโหลกจนกลายเป็นหัวที่สอง     เมื่อตระหนักถึงความเสี่ยงหญิงวัย 37 ปี จึงพาลูกน้อยข้ามพรมแดนตุรกีเข้ามาขอความช่วยเหลือจากแพทย์ ก่อนที่ทารกจะถูกส่งตัวไปถึงมือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดสมองประสาทและกระดูกสันหลัง เพื่อกำจัดหัวที่สองทิ้ง     ภายหลังการผ่าตัดซึ่งกินเวลายาวนานกว่า 3 ชั่วโมง และเต็มไปด้วยความซับซ้อน เพราะหากเกิดอาการแทรกซ้อนระหว่างการผ่าตัดอาจส่งผลถึงชีวิตได้ ทารกน้อยก็ถูกส่งตัวไปยังห้องผู้ป่วยหนัก จากนั้นอีก 8 ชั่วโมงแพทย์ก็อนุญาตให้หนูน้อยหายใจด้วยตัวเองได้ และปัจจุบันทารกน้อยก็ออกจากโรงพยาบาลกลับไปมีชีวิตเหมือนกับเด็กปกติแล้ว     ด้านศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดระบุว่า อาการผิดปกติในลักษณะนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ 1 ใน 5,000 คน ถือว่ามีความเสี่ยงถึงชีวิต ซึ่งตามปกติเด็กมักจะเสียชีวิตหลังเกิดได้ไม่นาน ส่วนสาเหตุมักจะเกิดจากอายุของมารดาและภาวะทุพโภชนาการ       

 3,565
เรื่องเล่าเช้านี้เด็ก
09 ก.ค. 61

เผยเรื่องราว ด.ญ.ซีเรีย 8 ขวบพิการไร้ขา ใช้ ‘กระป๋องทูน่า’ ต่างเท้า ได้ชีวิตใหม่หลังหมอใจดียื่นมือช่วย

สำนักข่าว mirror นำเสนอเรื่องราวของ  Maya Merhi เด็กหญิงชาวซีเรียวัย 8 ขวบ พิการไร้ขาต้องใช้กระป๋องทูน่าต่างเท้า แต่ตอนนี้เธอกำลังเรียนรู้ที่จะก้าวเดินด้วยขาเทียมอันใหม่ที่หมอใจดีมอบให้ฟรี หลังได้ทราบเรื่องราวน่าสงสารของหนูน้อย     รายงานข่าวระบุว่า เด็กหญิงเกิดมาพร้อมความพิการแต่กำเนิด มีสภาพไร้ขาเหมือนกับพ่อของตัวเอง คือ Mohammed Merhi  วัย 34 ปี ที่เป็นคนนำกระป๋องทูน่าและหลอดพลาสติกมาดัดแปลงเป็นเท้าให้ลูกสาว ขณะที่ลูกๆ อีก 5 คนมีร่างกายปกติดี     ภาพของเด็กหญิงสวมกระป๋องทูน่าเดินเท้าไปรอบๆ ค่ายผู้ลี้ภัย หลังภัยสงครามบีบบังคับให้ต้องหนีความตายจากบ้านเกิดในเมืองอเลปโป ได้ถูกเผยแพร่ออกไปทั่วโลก สร้างความสะเทือนใจแก่ชาวโลกจนไม่อาจกลั้นน้ำตาความสงสารเอาไว้ได้ และในที่สุดกาชาดตุรกีได้นำตัว 2 พ่อลูกเดินทางมาเมืองอิสตันบูลเพื่อให้การรักษา     โดยนายแพทย์ Mehmet Zeki Culcu ผู้เชี่ยวชาญด้านขาเทียม เป็นผู้ยื่นมือเข้ามาช่วยพลิกชีวิตของหนูน้อยคนนี้ให้เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล ด้วยการทำขาเทียมให้ฟรี หลังได้เห็นภาพของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ก้าวเดินด้วยกระป๋องทูน่า ก็ตัดสินใจออกค่าใช้จ่ายในการทำขาเทียมให้กับ 2 พ่อลูก ซึ่งหลังจากข่าวออกไปเขาได้รับการติดต่อจากผู้คนทั่วโลกที่ต้องการร่วมสมทบทุน แต่ภารกิจนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดีและเขายืนยันที่จะจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง     คุณหมอใจดียังเปิดเผยอีกด้วยว่า เด็กหญิงอาจต้องใช้เวลานานประมาณ 3 เดือนจึงจะสามารถกลับมาเดินได้เหมือนคนปกติ พร้อมทั้งยังกล่าวชื่นชมฝีมือการประดิษฐ์ขาเทียมจากกระป๋องทูน่าของผู้เป็นพ่อ เพราะมันช่วยกระตุ้นให้เด็กได้เคลื่อนไหว     ขณะที่ทางโรงพยาบาลได้เผยแพร่ภาพของเด็กหญิงขณะหัดเดินด้วยขาเทียมอันใหม่ และแพทย์ยังได้ทำหมันให้กับพ่อของหนูน้อยอีกด้วย  

 3,068
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ค. 61

ไฟโหมไหม้บ้าน สลด ชายพิการอยู่คนเดียว ถูกไฟคลอกเสียชีวิตคากองเพลิง

สุโขทัย-ไฟไหม้บ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นมุงด้วยสังกะสี ใน อ.สวรรคโลก จนท.จึงระดับฉีดน้ำเพื่อสกัดเปลวไฟ แต่เนื่องจากบ้านหลังดังกล่าวสร้างจากไม้จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี จึงทำให้ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ต้องระดมฉีดน้ำนานกว่าครึ่งชั่วโมงจึงควบคุมเพลิงไว้ได้   จากการตรวจสอบพบว่าชายอายุ 55 ปี ซึ่งเป็นคนพิการ ช่วงเกิดเหตุอยู่ภายในบ้านคนเดียว ญาติออกไปเลี้ยงวัวที่ทุ่ง เมื่อทราบข่าวรีบมาที่เกิดเหตุ แต่ไม่สามารถเข้าไปช่วยได้ จึงถูกไฟคลอกเสียชีวิต ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้เบื้องต้นน่าจะเกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6kGj_-Dlwrc    

 1,659
แชร์ออฟเดอะเดย์
24 เม.ย. 61

อดีตสามี 'น้องบี' เผยคลิปเสียงทวงลูกคืน ยันลูกสาวอยากกลับมาอยู่ด้วย

ความคืบหน้าความเรื่องราวความรักสุดดราม่าระหว่าง นายบุญมี ขันทอง อายุ 37 ปี หรือ นายมีมี่ ชาวจ.สุรินทร์ ชายหนุ่มที่มีรูปร่างหน้าตาผิดปกติ มีความพิการบนใบหน้า ปากแหว่งเพดานโหว่ แต่มีภรรยาหน้าตาดีชื่อ น.ส.ภัสสรา อบนาค อายุ 23 ปี หรือน้องบี ที่ตกลงใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกัน   แต่ภายหลัง นายเจริญรัตน์ ลิ่มเจริญ อายุ31ปี หรือธง อดีตสามีของน้องบีได้ออกมาตอบโต้ว่า ยังไม่ได้เลิกรากันแต่ทั้งคู่ได้หนีตามไปอยู่ด้วยกันพร้อมกับขอลูกสาววัย 7 ขวบกลับมาเลี้ยงแต่ต้องบีไม่ยอมและขอร้องให้อดีตสามียุติเรื่องนี้   ล่าสุดวันที่ 23 เม.ย. 61 เรื่องนี้ยังไม่จบเพราะอดีตสามีของน้องบี ยังคงพยายามที่จะทวงลูกกลับมาเลี้ยงเอง และในวันนี้ได้นำคลิปเสียงที่สามารถโทรศัพท์ติดต่อพูดคุยกับลูกสาววัย 7 ขวบ มาเผยให้ผู้สื่อข่าวได้ฟัง หลังจากที่อดีตภรรยาพาหนีไป   โดยอดีตสามีบอกว่า ที่ผ่านมาพยายามโทรศัพท์คุยกับลูกมาตลอด แต่ก็ถูกอดีตภรรยาบล็อคเบอร์ จึงได้ซื้อซิมใหม่มาลองโทรดูปรากฏว่าเมื่อช่วงบ่าย3 โมงวันนี้ก็สามารถคุยกับลูกสาวได้ พร้อมกับบันทึกเสียงเอาไว้เพราะตนเชื่อว่าลูกสาวอยากกลับมาอยู่กับตนเองและอยากให้ไปรับในวันนี้ด้วยซ้ำ   ซึ่งในคลิปเสียงมีการคุยกันตามประสาพ่อลูก บางช่วงผู้เป็นพ่อได้ถามผ่านลูกสาวว่า ถ้าจะกลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมจะกลับหรือไม่ ลูกสาวก็เหมือนจะหันไปถามแม่และตอบกลับมาว่าไม่กลับ   ในขณะที่บางช่วงลูกสาวก็บอกว่า คิดถึงพ่อ และอยากให้ไปรับกลับด้วยซ้ำบอกว่าไม่มีเพื่อนและสื่อสารกับเพื่อนไม่รู้เรื่องเพราะภาษาสื่อสารไม่เหมือนกัน และตลอดการพูดคุยกันราว10 นาที ผู้เป็นพ่อพยายามที่จะพูดกับลูกสาวเพื่อให้กลับมาอยู่ด้วยกันกับตนเองด้วยความเป็นห่วง   ซึ่งทางอดีตสามีต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยไปดูความเป็นอยู่และสภาพจิตใจของลูกสาวและเป็นสื่อกลางถามลูกสาวว่าอยากจะอยู่กับพ่อหรือแม่ เพราะเชื่อว่าอดีตภรรยาไม่ยอมคืนลูกสาวให้กลับมาอยู่กับตนแน่ และต้องการให้ฟังจากความรู้สึกของลูกสาวว่าต้องการที่จะอยู่กับใคร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_DR01BdjMns    

 40,863
แชร์ออฟเดอะเดย์
19 เม.ย. 61

เปิดเส้นทางรักแท้ 'พี่มีมี่' หนุ่มปากแหว่งเพดานโหว่ แต่งสาวหน้าตาดี จัดพิธีแบบเรียบง่าย ไร้สินสอด

สุรินทร์-โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวความรักของ นายบุญมี ขันทอง อายุ 37 ปี หรือพี่มีมี่ หนุ่มที่มีปานบริเวณแก้มและริมฝีปากลงมาถึงคอ ได้เข้าพิธีแต่งงานแบบเรียบง่ายกับแฟนสาวที่หน้าตาดีชื่อ น.ส.ภัสสรา อบนาค อายุ 23 ปี   โดยฝ่ายชายเปิดเผยว่า ป่วยเป็นโรคเส้นเลือดฝอยแตกที่บริเวณริมฝีปากด้านล่างไปจนถึงแก้มด้านข้างมาตั้งแต่เด็กๆ และเป็นผู้ป่วยในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติย์พระบรมราชินีนาถ เคยเดินทางไปรักษาที่ รพ.ศิริราช กทม.อยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่หาย เพราะครอบครัวมีฐานะยากจน ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าอยู่ค่ากินระหว่างรักษา จึงไม่ได้เดินทางไปรักษาอีก   ตนจบเพียงชั้น ป.5 เวลาไปสมัครงานตามโรงงาน ก็ไม่มีใครรับ อ้างว่าตนพูดไม่ชัด ได้แต่รับจ้างอยู่แถวบ้าน แต่ก็มีเพื่อนในหมู่บ้านคือนายวิรัฐ เสาทอง อายุ 35 ปี ซึ่งเปิดบริษัทรับเหมาติดตั้งแผ่นกันเสียงอยู่ที่ กทม.ให้ไปช่วยทำงานเวลามีงานรับเหมาเข้ามา ได้ค่าแรงวันละ 350 บาท เวลาหมดงานก็จะไปช่วยพี่สาวขายส้มตำ อยู่ที่หาดใหญ่ จ.สงขลา   ซึ่งเมื่อ 7 เดือนที่ผ่านมา ตนเองพบรักกับแฟนสาวคนนี้ หลังจากแฟนสาวไปรับจ้างช่วยพี่สาวตนเองขายส้มตำ ซึ่งเขาก็มีลูกติด และเลิกกับสามีแล้ว ซึ่งเป็นลูกสาววัย 7 ขวบ ตนก็ช่วยเขาดูแลลูกและดูแลเขาทุกอย่าง จนเกิดเป็นความรักความผูกพัน และตัดสินใจกลับมาแต่งงานกันแบบเรียบง่าย ด้วยการผูกข้อไม้ข้อมือตามประเพณี โดยไม่มีสินสอดทองหมั้นอะไร ขณะเดินทางกลับมาบ้านเกิดในช่วงสงกรานต์ เมื่อวันที่ 15 เม.ย.61 ที่ผ่านมา   ตนรู้สึกรักและสงสารน้องเขา จึงอยากจะดูแลเขาและลูกสาวตลอดไป ส่วนจะให้ตนกลับไปรักษาให้หาย ตนขอยุติเรื่องก่อน เพราะไม่มีค่าเดินทางและค่ากินค่าอยู่ ส่วนแฟนสาวก็ยังไม่มีงานทำ ชีวิตความเป็นอยู่ก็จะลำบากหน่อย เพราะมีรายได้จากตนเองแค่ทางเดียว แต่ก็ต้องสู้กันต่อไป   ด้านแฟนสาว กล่าวสั้นๆว่า ตนก็รักพี่มีมี่เหมือนกัน เพราะเขาดูแลเอาใจใส่ตนเองและลูกสาวเป็นอย่างดีมาโดยตลอด และก็จะรักเขาตลอดไปเช่นกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Lfee4an-J84    

 222,959
ต่างประเทศ
21 มี.ค. 61

ทีมแพทย์จีนผ่าตัด 10 ชม. ช่วยทารกเกิดมามีขา 3 ข้าง ชี้เป็นของ ‘แฝดปรสิต’

สำนักข่าว mirror รายงานข่าวทีมแพทย์ของจีนช่วยชีวิตทารกเพศชายวัย 11 เดือน หลังเกิดมาพร้อมความผิดปกติป่วยด้วยภาวะหัวใจพิการและมีขาถึง 3 ข้าง ซึ่งล่าสุดเด็กได้เข้ารับการผ่าตัดนำขาที่เกินมาออกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว     รายงานข่าวระบุว่า Ma Yongfei ได้รับการรักษาล่าช้าเนื่องจากสถานะทางการเงินของครอบครัว และยังเข้าไม่ถึงการรักษาที่ทันสมัยเนื่องจากในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ไม่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เด็กจึงถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลรัฐในนครเซี่ยงไฮ้ และเข้ารับการผ่าตัดยาวนานกว่า 10 ชั่วโมงไปเมื่อวันที่ 19 มี.ค.  ที่ผ่านมา     ด้านแพทย์เปิดเผยว่า ตอนที่ได้รับตัวเด็กมาเขามีอายุมากกว่า 10 เดือนแล้ว ซึ่งตามปกติในเคสแบบนี้ควรจะผ่าตัดตอนที่มีอายุ 6 เดือน เพราะยิ่งได้รับการแก้ไขเร็วมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีโอกาสหายเป็นปกติเร็วขึ้นเท่านั้น สำหรับขาที่เกินมานั้นอยู่ใกล้กับอวัยวะเพศของเด็กชาย เชื่อว่าเป็นของ “แฝดกาฝาก” หรือ “แฝดปรสิต” ที่หยุดการเจริญเติบโตและมาฝังตัวอยู่ในร่างของคู่แฝด ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นกับหญิงตั้งครรภ์เพียง 1 ในล้านคน     ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ร่วมประชุมวางแผนการทำงาน จึงลงมือผ่าตัดโดยเริ่มจากนำขาที่อยู่ตรงกลางออกมาก่อนจะแก้ไขขาข้างขวา แต่การผ่าตัดครั้งนี้ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นการรักษาเท่านั้น เพราะเด็กยังต้องรักษาตัวในระยะยาวต่อไปอีก ซึ่งขณะเดียวกันแพทย์จะทำการผ่าตัดรักษาภาวะหัวใจพิการไปพร้อมๆ กันด้วย เพื่อให้ทารกน้อยสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติกับครอบครัวได้อย่างยืนยาว    

 19,864
ข่าวภูมิภาค
21 มี.ค. 61

เรื่องเล่าเช้านี้มอบเงินช่วยเหลือ 3 ชีวิตรันทด พ่อพิการนอนติดเตียง - 2 ลูกน้อยต้องอดมื้อกินมื้อ ช่วยกันดูแล

พัทลุง-ความคืบหน้า หลังพบครอบครัว 3 ชีวิต ของนายอับดุลเลาะ บิลหมัด พร้อมด้วยลูกชาย 10 ขวบ และลูกสาว 6 ขวบ สุดรันทด ต้องอดมื้อกินมื้อ เนื่องจากพ่อประสบอุบัติเหตุพิการเดินไม่ได้ ต้องนอนพักฟื้นบนเตียงนอนอย่างเดียวตลอดระยะเวลา 6 ปี ที่ผ่านมา ได้แค่เงินยังชีพคนพิการ เดือนละ 800 บาท เป็นค่าใช้จ่ายประทังชีวิต พี่ชายร้องขอความช่วยเหลือหลายหน่วยงานในจังหวัดไม่เคยได้รับการเหลียวแล ต้องออกไปรับจ้างทำงานบางวันไม่มีรายได้ทำให้น้องชายที่พิการและลูกอีก 2 คนต้องอดมื้อกินมื้อ   ล่าสุดทางกองทุนเรื่องเล่าเช้านี้เพื่อการช่วยเหลือฉุกเฉิน ได้นำเงินไปมอบให้ช่วยเหลือเบื้องต้น 3 หมื่นบาท  และมีกลุ่มวัยรุ่นจิตอาสา มูลนิธิต่างๆ รวมถึงชาวบ้านที่ทราบข่าว ภาคราชการเอกชน ชมรมลูกเสือชาวบ้านพัทลุง องค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง ได้นำเงินเข้าช่วยเหลือครอบครัว เพื่อสมทบทุนช่วยเหลือ ทั้งมอบเครื่องอุปโภค-บริโภค   นอกจากนี้ยังมีคนโอนช่วยผ่านบัญชีกว่า 2 แสนบาทแล้ว ซึ่งจะมีการวางแผนสร้างบ้านและที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายตัวเอง พร้อมเก็บไว้ให้ลูก 2 คน   ซึ่งหากผู้มีจิตศรัทธาจะร่วมบริจาคเพื่อช่วยเหลือครอบครัวนายอับดุลเลาะ บิลหมัด ทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์พัทลุง สาขาเขาชัยสน บัญชีเงินฝากออกทรัพย์ตามโครงการ เลขที่ 015452852511   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/70DodjEiY3A    

 5,830
ข่าวภูมิภาค
13 มี.ค. 61

3 ชีวิตรันทด พ่อตกต้นลองกองพิการนอนติดเตียง ลูก 2 คนต้องอดมื้อกินมื้อ วอนสังคมช่วยเหลือ

พัทลุง-พบครอบครัว 3 ชีวิตสุดรันทดต้องอดมื้อกินมื้อ เนื่องจากนายอับดุลเลาะ บิลหมัน อายุ 44 ปี ผู้เป็นพ่อประสบอุบัติเหตุพลัดตกต้นลองกอง ทำให้พิการเดินไม่ได้ต้องนอนพักฟื้นบนเตียงนอนอย่างเดียวตลอดระยะเวลา 6 ปี ซ้ำภรรยาหนีไปมีครอบครัวใหม่   ที่ผ่านมาได้แค่เงินยังชีพคนพิการ เดือนละ 800 บาท เป็นค่าใช้จ่ายประทังชีวิต มีลูกชายวัย10 ขวบ และลูกสาววัย 6 ขวบคอยดูแลพ่อที่นอนป่วยติดเตียง ญาติร้องขอความช่วยเหลือหลายหน่วยงานในจังหวัดไม่เคยได้รับการเหลียวแล ต้องออกไปรับจ้างทำงานบางวันไม่มีรายได้ทำให้น้องชายที่พิการและลูกอีก 2 คนต้องอดมื้อกินมื้อ   หากท่านผู้ใจบุญจะร่วมบริจาคเพื่อช่วยเหลือครอบครัวนายอับดุลเลาะ สามารถบริจาคได้ผ่านทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์พัทลุง สาขาเขาชัยสน บัญชีเงินฝากออกทรัพย์ตามโครงการ เลขที่ 015452852511     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4Ob_ZwbKiM8  

 49,510
สังคม-อาชญากรรม
13 มี.ค. 61

หนุ่มพิการแจงถูกบังคับให้เซ็นชื่อ–ลิฟต์ล็อก ต้นเหตุชกกระจกลิฟต์ bts อโศก พร้อมขีดเส้นตาย 7 วันแก้ไข

จากกรณีนายมานิตย์ อินทร์พิมพ์ หรือ ซาบะ อายุ 50 ปี ผู้พิการที่นั่งรถเข็นวีลแชร์ ก่อเหตุใช้มือทุบกระจกบริเวณลิฟต์สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอโศก เนื่องจากลิฟต์ถูกล็อกกุญแจไว้ ตามที่รายการเรื่องเล่าเช้านี้นำเสนอไปนั้น   ล่าสุด (12 มี.ค.) เวลา 16.00 น. นายมานิตย์ หรือ ซาบะ นักรณรงค์เพื่อสิทธิคนพิการ พร้อมด้วย นายธีรยุทธ สุคนธวิท ประธานภาคีเครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้ และสมาชิก เดินทางมาที่บริเวณทางขึ้นลิฟต์คนพิการที่สถานี BTS อโศก เพื่อชี้แจงสาเหตุที่ลงมือชกกระจกลิฟต์   โดยนายมานิตย์ เล่าเหตุการณ์ว่า ตนมาใช้บริการ BTS ที่สถานีอโศก แต่เจ้าหน้าที่สถานีให้ตนเองลงชื่อ โดยอ้างว่าเพื่อบันทึกการเดินทางของคนพิการ แต่ตนปฏิเสธ เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น รวมถึงยังละเมิดสิทธิในการเดินทางของคนพิการ แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังยืนยันว่าให้เซ็น ตนจึงตัดสินใจซื้อตั๋วเดินทางเหมือนคนปกติ เพราะปกติแล้วคนพิการจะสามารถใช้บริการรถ BTS ได้ฟรี   แต่พอจะขึ้นลิฟต์จากชั้นจำหน่ายตั๋วเพื่อไปชานชาลา ปรากฎว่าประตูกั้นก่อนเข้าลิฟต์ล็อก ต้องกดปุ่มเรียกให้เจ้าหน้าที่มาทำการเปิดให้ ซึ่งตนรออยู่ประมาณ 5 นาที ก็ไม่มีเจ้าหน้าที่มาเปิด ด้วยความโมโห จึงกระทำการดังกล่าวไป    นายมานิตย์ บอกอีกว่า คนพิการไม่ต้องการเป็นคนพิเศษ แต่ต้องการที่จะใช้ชีวิตด้วยตนเอง ต้องขอโทษด้วยที่ทำพฤติกรรมแบบนี้ แต่ขอเรียนกว่าพวกเราคนพิการ ไม่มีทางเลือกที่จะเคลื่อนไหวแล้ว เพราะศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครอง และสั่งภาครัฐดำเนินการก่อสร้างลิฟท์เพื่อผู้พิการ แต่จนถึงขนาดนี้ภาครัฐกลับนิ่งเฉย   หากภายใน 7 วัน กระทรวงคมนาคม ไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้น ตนก็จะดำเนินการฟ้องกระทรวงคมนาคม รถไฟฟ้า BTS และ กทม. มีนักข่าวถามนายมานิตย์ว่า การกระทำดังกล่าวมีป้าทุบรถเป็นตัวอย่างหรือไม่ นายมานิตย์ บอกว่า ตนคิดก่อนหน้าป้าทุบรถ แต่ป้าทุบรถทำก่อน    ส่วนด้านคดีนายสนธิพงศ์ มงคลสวัสดิ์ ทนายความ บอกว่า ทาง BTS ยังไม่ได้เข้าแจ้งความ มีเพียงการลงบันทึกประจำวันไว้เท่านั้น ซึ่งตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นก็ยังไม่ได้พูดคุยกับทาง BTS   ด้าน นายอาณัติ อาภาภิรมย์ ผู้บริหารรถไฟฟ้าบีทีเอส เปิดเผยกับครอบครัวข่าว 3 ว่าลิฟต์ล็อคจริง แต่ผู้ใช้บริการต้องกดออดเพื่อให้เจ้าหน้าที่เปิดให้ ซึ่งวันที่เกิดเหตุไม่ทราบว่าผู้ใช้บริการกดออดหรือไม่ ซึ่งต้องไปถามผู้ใช้บริการว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนปัญหาเรื่องลิฟต์มีการถกเถียงกันมายาวนาน ซึ่งขณะนี้ติดตั้งลิฟท์ไว้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการทุกแห่งแล้ว   โดยลิฟต์ชั้น 1 จะเป็นลิฟต์ขายตั๋ว และชั้น 2 จะเป็นชานชาลา โดยลิฟต์ขายตั๋วจะทะลุไปที่ชานชาลา สุดท้ายถ้าใครใช้ลิฟต์ดังกล่าวต้องกดออดให้เจ้าหน้าที่ทราบ ซึ่งลิฟต์จะให้บริการผู้พิการ   อย่างไรก็ตาม หากผู้พิการจะมาเรียกร้องสิทธิ์ ทาง BTS ยินดีที่จะรับฟังปัญหาและหาทางออกร่วมกัน เพราะที่ผ่านมากลุ่มผู้พิการเรียกร้องสิทธิ์มาโดยตลอด 18 ปี     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RugklHDirFc

 6,172
ต่างประเทศ
05 มี.ค. 61

ทารกฟิลิปปินส์วัย 7 สัปดาห์รอการผ่าตัดเปลี่ยนชีวิต หลังเกิดมาพร้อมก้อนเนื้อประหลาดงอกที่หัว

สำนักข่าว mirror รายงานข่าวน่าสงสารของ Nhel Jhon Prado ทารกเพศชายชาวฟิลิปปินส์ วัยเพียง 7 สัปดาห์ หลังเกิดมาพร้อมความพิการแต่กำเนิดทำให้มีก้อนเนื้องอกบนศีรษะคล้ายกับเขา     ทารกหน้าตาน่ารักเกิดเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยมีก้อนเนื้อขนาดเท่าไข่ไก่ปรากฏขึ้นบริเวณกระหม่อม กำลังเผชิญหน้ากับการผ่าตัดเปลี่ยนชีวิตที่มีความเสี่ยงสูง         พ่อและแม่วัย 20 ปี เปิดเผยว่า พวกเขาต้องคอยช่วยกันดูแลลูกน้อยตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากก้อนเนื้อโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และตอนนี้ก็กำลังรอคอยการผ่าตัดแก้ไขความบกพร่องที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งเปิดเผยว่าแพทย์ได้ทำอัลตราซาวนด์ขณะที่เด็กอยู่ในท้อง แต่กลับไม่พบความผิดปกติใดๆ ตอนที่ลูกคลอดออกมาหมอก็บอกว่าโชคดีมากที่สมองไม่ได้รับผลกระทบ ทั้งคู่ยอมรับว่ายังไม่รู้ว่าจะหาเงินจากไหนมาจ่ายค่ารักษา แต่วินาทีนี้ก็อยากจะให้ลูกได้รับการผ่าตัดก่อน     ขณะที่แพทย์วินิจฉัยว่าเด็กป่วยด้วยภาวะงวงช้าง (Encephalocele)  เกิดจากความผิดปกติของกะโหลกศีรษะทำให้สมองโผล่พ้นออกมานอกกะโหลกศีรษะในระหว่างที่อยู่ในครรภ์ของแม่ ถือเป็นโรคที่หาได้ยาก แต่กรณีที่พบเห็นได้บ่อยมักจะเกิดขึ้นในลักษณะที่ก้อนเนื้อขยายตัวออกมาบริเวณด้านหลังของศีรษะ     ทั้งนี้เชื่อว่าหนูน้อยจะหายกลับมาเป็นปกติหากได้รับการผ่าตัดรักษา ซึ่งการผ่าตัดพลิกชีวิตในครั้งนี้ก็กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า    

 26,977
แชร์ออฟเดอะเดย์
16 ก.พ. 61

สะเทือนใจ คนพิเรนทร์จับซากสุนัขพิการ 3 ขาถูกรถชนผูกคอห้อยท้ายรถพ่วง

เพจ WATCHDOG THAILAND โพสต์ภาพสลดใจ สุนัขพิการมีแค่3 ขา ถูกคนใจร้ายมัดไว้กับท้ายรถบรรทุกในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ    "WDT อัพเดท  16.26 น. 15 กุมภาพันธ์ 2561   ร.ต.ท.ไพบูลย์ ศรีเคลือบ รองสารวัตรสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบท้องที่ที่พบเหตุ  พบ รปภ.บ.จักรพลทรานสปอร์ตให้การยืนยันว่าเวลาประมาน 03.00 น.  ได้ยินเสียงคล้ายรถชนคน จึงออกไปดูพบว่ามีรถกระบะคันหนึ่งขับไปจอดเลยป้อมยามไป และลงมาดูรถ และขับออกไป และพบหมาสามขา  ตามภาพนอนตายอยู่ ตนจึงกลับมาที่ป้อมยาม  แต่ไม่ทราบและไม่เห็น ว่ามีใครทะลึ่งเอาน้องหมาไปผูกติดไว้กับท้ายรถบรรทุก !   ขณะนี้ กำลังตรวจสอบเพื่อติดตามเจ้าของรถบรรทุกมาสอบถามต่อไป   ……………   WDT รับแจ้งเรื่องจากต้นโพสต์เรียบร้อยแล้วครับ  15.40 น. 15 กุมภาพันธ์ 2561   ประสาน พ.ต.ท.กานภณ วรรณา รองผกก.สืบสวน สภ.บางเสาธง สมุทรปราการ มอบหมาย ร.ต.ท.ไพบูลย์ ศรีเคลือบ รองสารวัตรสืบสวน ตรวจสอบท้องที่ที่พบเหตุ  เตรียมตรวจสอบทะเบียนรถ เพื่อและดำเนินการสืบสวน สอบสวน  หาสาเหตุการเสียชีวิตในสภาพสุดสังเวชของหมาน้อยสามขาที่น่าสงสาร"         ขณะที่เจ้าของภาพได้โพสต์ข้อความระบุว่า “ตื่นเช้ามาทำงานแต่ภาพที่พบเจอคือความจัญไรของคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ หมาตัวนี้มันทำอะไรผิดมากหรอถึงมอบความตายอันแสนทรมานให้กับมัน พิกัด บ้านเอื้ออาทรวัดศรีวารีน้อย”                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/rmTbxF1qNgI

 22,506
ต่างประเทศ
24 ม.ค. 61

เผยคลิปลูกวัวพิการไร้ขาหน้าพยายามใช้ขาหลังเดินเหมือนคน ชาวเน็ตแนะปลิดชีพให้พ้นความทรมาน

สำนักข่าว mirror เผยแพร่คลิปวิดีโอของลูกวัวประหลาดตัวหนึ่งจากประเทศอินโดนีเซีย หลังเกิดมาพร้อมความพิการไม่มีขาหน้า แต่กลับไม่ยอมแพ้พยายามเดินด้วยสองขาหลังที่เหลือของตัวเองจนเหมือนกับมนุษย์     คลิปความยาวไม่กี่วินาทีแสดงภาพของลูกวัวตัวน้อยพยายามทรงตัวบนขาหลังทั้งสองข้าง ก่อนจะเดินไปรอบๆ เหมือนกับคน แม้จะค่อนข้างทุลักทุเลก็ตาม      โดยคลิปนี้ได้ถูกส่งต่อในโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง ซึ่งคอมเมนท์ส่วนใหญ่ต่างรู้สึกเหมือนหัวใจจะสลายเพราะความสงสาร บางคนก็อยากให้ปลิดชีพเพื่อหยุดความทุกข์ทรมาน ในขณะที่มีคนเรียกร้องให้นำล้อมาช่วยมันในการเคลื่อนไหว       สำหรับลูกวัวในคลิปไม่ได้มีการระบุรายละเอียดว่าอายุเท่าไหร่หรือมีสุขภาพเป็นอย่างไร แต่จากที่เห็นก็ดูเหมือนว่ามันจะยังแข็งแรงดี    

 18,137

Top