ค้นหา :

ผลการค้นหา "แชร์ออฟเดอะเดย์"

เศรษฐกิจเข้มแข็ง
14 ธ.ค. 61

ลูกจ้างเฮ! พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ ลากิจได้ค่าจ้าง-เพิ่มวันลาคลอด-ค่าชดเชยเลิกจ้าง

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผ่านกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ ให้สิทธิลูกจ้างเพิ่ม 7 ประเด็น เหลือรอประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายใน 30 วัน และจะมีผลบังคับใช้ทันที    โดยประเด็นที่ 1 ลากิจธุระจำเป็นได้ค่าจ้าง 3 วันทำงานต่อปี ประเด็นที่ 2 ลูกจ้างหญิงตั้งครรภ์ลาก่อนคลอด หลังคลอดได้ 98 วัน จากเดิม 90 วัน   ส่วนประเด็นที่ 3 กรณีนายจ้างมีการเปลี่ยนตัว เปลี่ยนนิติบุคคล หากลูกจ้างไม่ยินยอม ก็สามารถรับค่าชดเชยพิเศษโดยหากทำงานมาครบ 20 ปีก็ได้รับ 400 วัน หรือเป็นไปตามข้อที่ 4   ประเด็นที่ 4 กรณีเลิกจ้างจะได้รับค่าชดเชยใหม่ ที่เพิ่มเป็น 6 อัตราจาก 5 อัตราคือ  อัตราที่ 1 ลูกจ้างที่ทำงานมาครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปีได้ค่าชดเชย 30 วัน  อัตราที่ 2 ลูกจ้างหากทำงานครบ 1 ปีแต่ไม่ครบ 3 ปี ได้ค่าชดเชย 90 วัน   อัตราที่ 3 ลูกจ้างทำงานครบ 3 ปีแต่ไม่ครบ 6 ปีจะได้รับเงินชดเชย 180 วัน อัตราที่ 4 ทำงานครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี ได้รับเงินชดเชย 240 วัน  อัตราที่ 5 ลูกจ้างทำงานครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี ได้เงินชดเชย 300 วัน  อัตราที่ 6 ลูกจ้างทำงานครบ 20 ปีขึ้นไปจะได้รับเงินชดเชย 400 วัน   ประเด็นที่ 5 กรณีย้ายสถานประกอบการไปที่อี่น หากลูกจ้างไม่อยากตามไป ก็สามารถบอกเลิกสัญญาจ้างได้ และได้สิทธิชดเชยตาม 6 อัตรา    ประเด็นที่ 6 กรณีค่าตอบแทน หากนายจ้างไม่จ่ายค่าตอบแทน ในบางอาชีพ ที่ทำงานเกินวลาปกติ ลูกจ้างจะต้องฟ้องขอ โดยของเดิมดอกเบี้ยให้ร้อยละ 7.5 ต่อปี แต่กฎหมายใหม่ให้ได้สูงสุดถึง 15 เปอร์เซ็นต์ต่อปี   และประเด็นที่ 7 ให้สิทธิเท่าเทียมระหว่างหญิงชาย โดยลูกจ้างมีสิทธิเท่าเทียมกันในเรื่องค่าจ้าง ค่าตอบแทน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hid4I8gLXNY

 112,738
ข่าวภูมิภาค
09 ธ.ค. 61

อาสา ตร.เข้าห้ามเหตุวัยรุ่นยิงปืนใส่หอพัก ถูกขับรถไล่ชน ขู่ พ่อเป็นตำรวจ มีปัญหาไหม?

วันที่ 9 ธ.ค.61 จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ‘ชัย ดำรงธรรม’ ได้โพสต์คลิปวีดิโอที่มีวัยรุ่นใจร้อน ขับรถชนผู้โพสต์ โดยมีข้อความว่า ‘ฝากแชร์ด้วยนะครับ พยายามฆ่าผมนะครับ วันนี้ขับรถชนผม 2 ครั้ง เป็นลูกตำรวจใหญ่ คลุ้มคลั่ง ถือปืนไล่ยิงชาวบ้าน   เราไปบอกให้ออกไปนอกพื้นที่รับผิดชอบเรา แต่ไม่พอใจเราขับรถพุ่งชนเรา 2 ครั้ง แต่หลบทัน ใหญ่แค่ไหนผมไม่รู้เจอกันในชั้นศาลครับ เรื่องนี้ยาวครับ อย่าคิดว่าเป็นนักศึกษาแล้วจะอยู่เหนือกฎหมาย ลูกตำรวจแต่ไม่รักษาเกียรติของพ่อเลย’   โดย นายศิริชัย ผอบเหล็ก อายุ 31 ปี เจ้าของเฟซบุ๊ก เผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นวานนี้ เมื่อเวลา 16.00 น. ขณะที่ตนดูแลไซต์งานก่อสร้างอยู่ใกล้กับหอพักแห่งหนึ่ง ที่ ม.6 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้มีวินรถจักรยานยนต์วิ่งไปตามตนและบอกว่ามีเด็กวัยรุ่นถือปืนเข้ามายิงในหอพัก   ด้วยความที่ตนเองเป็นอาสาตำรวจ ดูแลความปลอดภัยตรงนี้อยู่ จึงได้เข้ามาตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อที่จะได้แจ้งทางสถานีตำรวจ สภ.คลองหลวง    ระหว่างที่ตนเดินไปดูนั้น ได้พบกับวัยรุ่น ขี่ จยย.เข้ามาบริเวณหน้าหอพัก ภายในมือถืออาวุธปืน ได้ทำการยิงไปแล้ว 2 นัดแต่ไม่ดัง ตนเห็นท่าไม่ดี จึงอาศัยจังหวะที่วัยรุ่นกำลังเปลี่ยนลูกกระสุนปืน เข้าไปล็อกตัวและหยิบอาวุธปืนออกมา และนำตัวออกมาคุยด้านนอก ระหว่างที่กำลังคุยนั้น วัยรุ่นคนดังกล่าวได้โทรศัพท์ไปหาพ่อซึ่งอ้างว่าเป็นตำรวจ และขู่ตนว่า “พ่อกูเป็นตำรวจ มึงจะทำอะไรกู มึงมีปัญหาไหม”   ซึ่งตนได้ถ่ายรูปป้ายทะเบียนรถไว้ และได้ให้วัยรุ่นคนดังกล่าว ออกไปจากตรงนี้ แต่เมื่อวัยรุ่นเข้าไปในรถ  ได้เร่งเครื่องพุ่งชน แต่ตนกระโดดหลบได้ทัน ตนจึงหลบออกมาแล้วขอให้วิน จยย.พาตนออกไป แต่วัยรุ่นคนดังกล่าวขับรถไล่ตามตน และเร่งเครื่องจนชนรถ จยย.เสียหาย 2 คัน    เมื่อวัยรุ่นคนดังกล่าวได้ขับรถชนตัวเองเป็นครั้งที่ 2 ก็ได้ไปกลับรถที่คลินิกมิตรไมตรี ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน โดยขับรถเข้ามาชนตนเองอีก 1 ครั้ง แต่ตนเองได้ใช้แผงกั้นของหอพักออกมากันไว้    จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวนที่ สภ.คลองหลวงเพื่อให้ดำเนินคดีกับขายวัยรุ่นคนดังกล่าวแล้ว   (คลิกชมคลิป)  

 10,152
ข่าวภูมิภาค
03 ธ.ค. 61

เปิดใจ ‘น้องฟิวส์’ เจ้าของร้านเสริมสวยในห้องเรียน เผย รายได้ดี ซื้อข้าวเที่ยงไม่ต้องควักเงินตัวเอง

จากกรณีโลกออนไลน์ได้แชร์ภาพสุดน่ารัก จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘ย่งยี่ ลูกสาวหล้า เอาแต่ใจ’ ขณะที่ไปคุมสอบได้พบภาพป้ายร้านเสริมสวยที่แปะไว้บนกำแพงของเด็กนักเรียนคนหนึ่ง ระบุข้อความว่า “ฟิวส์ บิวตี้ มัดรวบหางม้า 5 บาท ถักเปีย 5 บาท ผูกโบว์ 2 บาท จ่ายก่อนทำจ้า งดเชื่อเบื่อทวง โอนผ่านออนไลน์ได้ มีโปรแบบเหมาๆ 100 บาท ได้ 30 วัน ได้ทุกแบบทุกทรง (ไม่รวมวันหยุด) ขอบคุณที่ใช้บริการ”    วันที่ 3 ธ.ค.61 ผู้สื่อจข่าวได้เดินทางไปที่โรงเรียนเพชรพิทยาคม จ.เพชรบูรณ์ ไปพบกับ น.ส.กิมจ่าง มาเมือง หรือ ‘น้องฟิวส์’ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/5 ผู้ที่แปะป้ายรับจ้างทำผม   ‘น้องฟิวส์’ เผยว่า แนวคิดที่มาทำเพราะเห็นว่าเพื่อนทักเปียกันเยอะมาก ก็เลยมีแนวคิดที่จะทำผมให้เพื่อนแลกกับเงิน เพื่อนได้ความสวยกลับไปส่วนตัวเองก็ได้เงิน ตนทำผมให้เพื่อนมาตั้งแต่เรียน ชั้น ม.4 แต่ตอนนั้นไม่ได้เก็บตังค์เพื่อนเพิ่งจะมาเก็บตอนอยู่ ม. 5 ส่วนรายได้ดีพอสมควรเพราะบางทีข้าวเที่ยงไม่ต้องควักเงินตัวเองจ่ายเลย   ในหนึ่งวันมีเพื่อนมาทำผมกับตนประมาณ 4-5 คน ส่วนใหญ่ที่มาทำก็มามัดรวบผมบ้าง ถักเปียบ้าง ตามแต่ใจที่เพื่อนชอบจะให้ทำแบบไหน   ด้านนายรัชชาพงษ์ อยู่สุข รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน กล่าวว่า การที่น้องฟิวส์มาถักเปียแลกกับเงินตามระเบียบของโรงเรียนแล้วไม่ผิดกฎ เพราะน้องฟิวส์ได้ใช้เวลาว่างจากการเรียนหารายได้ อย่างที่น้องฟิวส์กล่าวว่าเพื่อนได้เราก็ได้ แต่ที่สำคัญต้องจัดระเบียบในเรื่องเวลาในการทำ และต้องไม่รบกวนการเรียนของตัวน้องฟิวส์เอง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง แชร์น่ารัก นร.เปิดร้านเสริมสวยในห้องเรียน รับถักเปีย-ผูกผมให้เพื่อน คิดครั้งละ 5 บาท      

 1,984
แชร์ออฟเดอะเดย์
03 ธ.ค. 61

สาวโพสต์โมโหแทนเพื่อน จ้างออแกไนซ์ 1 แสน จัดงานแต่ง สิ่งที่อยากเจอกับสิ่งที่ได้ ช่างแตกต่างกัน!

วันที่ 2 ธ.ค.61 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Budzh C. Numthuam ได้โพสต์ภาพงานแต่งงาน พร้อมเล่าเรื่องราวระบุว่า    ‘วันนี้มางานแต่งเพื่อน เพื่อนที่สนิทและรัก ควรเป็นวันที่เพื่อนต้องมีความสุข และแฮปปี้กับงานแต่ง เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนต้องอยากมีงานแต่งที่สมบูรณ์แบบในจินตนาการของแต่ละคน แต่สิ่งที่เพื่อนต้องเจอในวันนี้ รับไม่ได้อย่างมาก โกรธมาก หงุดหงิดมาก กับเงินแสนนึงที่จ่ายไป อาจจะไม่เยอะสำหรับใครแต่เทียบกับเนื้องานเฮงซวยแบบนี้ เราสงสารเพื่อนมากจริงๆ!!    พร้อมติดแฮชแท็ก #ออแกไนซ์งานแต่งเฮงซวย #สถานที่ไม่ผิดผิดที่ออแกไนซ์   ทั้งนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวยังได้โพสต์ภาพแบ็คดรอป พร้อมระบุว่า ‘สภาพ backdrop ใช้โฟมแบบบางแปะกระดาษสีด้วยกาวสองหน้า หน้าด้านๆ หน่อย ความพรมแดงนึกว่าอยู่เมืองคานส์ และความคอนทราสของสีพื้นหลังและพื้นพรม’   ‘ก่อนถ่ายภาพร่วมบ่าวสาว แขกเหรื่อก็อดใจช่วยซ่อมพื้นหลังไม่ได้ ปลื้มใจในความช่วยเหลือ’   ‘ด้านเครื่องดื่มที่เตรียมพร้อมให้แขกเหรื่อ คุณออแกไนซ์บอกว่าเลือกดื่มได้ไม่อั้น ดื่มกันลงไหมจ้า’     ขณะที่โพสต์ต่อมา ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าวได้โพสต์เพิ่มเติมเกี่ยวเรื่องดังกล่าว ระบุข้อความว่า ‘สิ่งที่ฉันอยากเจอ กับสิ่งที่เทอมอบให้ ลงไม่เยอะเพราะขี้เกียจทำรูปจ้า แต่รวมๆ แบบที่เห็นไม่แคปมากปวดมือ’     ทั้งนี้ ผู้โพสต์ได้ระบุเพิ่มเติมว่า เจตจำนงค์ที่โพสต์เพราะต้องการให้เป็นอุทาหรณ์ของการจัดงาน และทางคู่บ่าวสาวไม่ได้ติดใจเอาความอะไร เพราะอยากให้จบกันไป ขอบคุณทุกที่ให้ความสนใจ หากจะจัดงานขอให้ดูจนผลงานจนแน่ใจก่อน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสถานที่ออแกไนซ์ล้วนๆ   ล่าสุด เมื่อเวลา 09.22 วันที่ 3 ธ.ค.61 ผู้โพสต์ระบุว่า ‘จะโพสต์แจงรายละเอียดค่าใช่จ่ายให้ดู อย่างที่บอกตอนต้น ว่าสำหรับใครไม่แพงเราไม่รู้ แต่สำหรับเราและผองเพื่อน แพง’   ซึ่งหลังจากที่โพสต์ดังได้เผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก บางคอมเมนต์ถึงกับบอกว่า ‘จัดบอร์ดตอนมัธยม ยังสวยกว่า’   ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเฟซบุ๊ก Budzh C. Numthuam  

 25,986
แชร์ออฟเดอะเดย์
20 พ.ย. 61

สาวโพสต์ภาพโดนจอดรถขวางประตูบ้าน ซ้ำถูกเจ้าของรถเขียนจดหมายบอก ‘นี่พื้นที่สาธารณะ’

วันที่ 20 พ.ย.61 โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ BubBib JubuJubu ที่ได้โพสต์ภาพและข้อความ หลังมีรถเก๋งสีขาวคันหนึ่งมาจอดหน้าประตูเข้า-ออกบ้าน พร้อมระบุข้อความว่า    ‘จอดรถหน้าบ้านเขาซะมิดมอไซอีเเก่คันน้อยๆ ออกจากบ้านไม่ได้ เดินยังลำบากยังมีหน้ามาเขียนด่าเจ้าของบ้านเขาอีก นี่หนามนุษย์ ใครกันที่ไม่ตรัสรู้’   ทั้งนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวยังได้โพสต์จดหมายที่เขียนมาให้เจ้าของบ้านด้วยโดยมีข้อความว่า ‘นี่มันเป็นที่สาธารณะ ไม่มีใครเค้าจะตรัสรู้หรอกว่าคุณจะออกกี่โมง ทีหลังก็กรุณาติดป้ายบอกไว้ที่หน้าบ้าน ไม่ต้องมาเขียนใส่ที่รถ O.K. (ไม่เกรงใจกันเลย)’   ภาพจากเฟซบุ๊ก BubBib JubuJubu   

 52,998
ข่าวภูมิภาค
17 พ.ย. 61

เจ๊เจ้าของแผงส้มเลือดร้อน หยิบปืนตบหน้า-ยิงคู่กรณีจนหมดแม็ก หลังถูกด่าว่าส้มเน่า

วันที่ 17 พ.ย.61 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าร้านขายส้มชื่อ ศรีวิไล ผลไม้ ภายในตลาดไอยรา ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.คลองหลวง และรถกู้ชีพเทศบาลเมืองท่าโขลง   ที่เกิดเหตุพบกองเลือดอยู่หน้าร้านส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ไปก่อนแล้วและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อ นางสาวศรัญญา ศักดิ์แสง อายุ 30 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธขนาด.38 เข้าที่หน้าอกและหน้าท้องจำนวน 3 นัด และเป็นเจ้าของแผงส้มอยู่ในตลาดไอยรา ต่อมาทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตามไปจับกุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ที่หน้าร้านทรัพย์ธินิดาเจ๊ทิพย์ ทราบชื่อนางสาวทิพท์ ราศีเมือง อายุ 38 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนแบบลูกโม่ขนาด.38 จำนวน 1 กระบอก และปลอกกระสุนปืนขนาด.38 จำนวน 4 ปลอก และกระสุนปืนจำนวน 10 นัด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน   ด้านนางสาวทิพท์ ราศีเมือง อายุ 38 ปี ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ตนเองเป็นก่อเหตุยิงผู้ตายจริง สาเหตุนั้นเพราะผู้ตายมาด่าที่ร้านว่าส้มเสีย ส้มราคาเพียง 10 กว่าบาท แล้วเอาส้มมาเทหน้าร้านเมื่อวานนี้ และเมื่อช่วงเช้าทางผู้ตายก็มาด่าตนอีกเรื่องที่ส้มเน่าตนก็บอกกับผู้ตายให้ถ่ายรูปมาให้ดูเพราะจะไปเอาไปคืนเจ้าของสวนส้มได้ แต่ผู้ตายพูดมาว่าเงินแค่นี้ตนไม่เอาคืนก็ได้ไม่มีปัญญาจะจ่ายเหรอและก็ด่าตนอีก ตนจึงได้หยิบปืนที่อยู่ในลิ้นชักโต๊ะมาตบหน้าผู้ตายไป 1 ครั้ง และยิงผู้ตายไปหมดแม็กกาซีน จากนั้นสามีจึงได้เข้ามาแย่งปืนออกจากมือและรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ที่เกิดเหตุดังกล่าว     ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/jQ6qVOOjT1c

 49,693
แชร์ออฟเดอะเดย์
26 ต.ค. 61

มีเงื่อนงำ! พลทหารผูกคอตายคาค่าย โพสต์บอกถูกใส่ร้ายหนีทหาร

โลกออนไลน์มีการแชร์เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับพลทหารรายหนึ่ง ที่โดนจับส่งไปอยู่ค่ายทหารแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.จันทบุรี ทั้งๆที่ไม่ใช่ค่ายทหารที่ต้องประจำการหรือสังกัดอยู่ โดยพลทหารคนดังกล่าวติดอยู่ในค่ายที่ถูกส่งมาโดยไม่รู้สาเหตุ นานร่วม 3 เดือน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม สุดท้ายตัดสินใจคิดสั้น ผูกคอตายคาค่ายทหาร   ทั้งนี้มีข้อความที่พลทหารคนดังกล่าว ได้มีการโพสต์ว่า ถูกกลั่นแกล้งด้วยการนำไปทิ้งและกักตัวไว้ที่ค่ายที่ไม่ใช่ค่ายสังกัดเดิมเป็นเวลาหลายเดือน โดยไม่ทราบสาเหตุ โดยบางโพสต์ของพลทหารได้ระบุว่า ทำอย่างนี้เท่ากับผมหนีทหาร!! #ทั้งๆที่ไม่หนีราชการทหาร จะยัดผมหนีเนี่ยนะ ทั้งหนีเที่ยวบ้าง มีอีกโพสต์ของพลทหารได้ระบุว่า #สุดท้ายกูก็โดนคนใส่ร้ายป้ายสี   นอกจากนี้มีเพื่อนของพลทหารคนดังกล่าว ได้ออกมาโพสต์ระบุว่า "กูขอโทษ…ที่กูไม่สามารถให้ความช่วยเหลือมึงได้ในวันนั้น ทั้งๆที่มึงได้เอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากกูแล้ว แต่กูก็ช่วยมึงไว้ไม่ได้…เพราะกูแค่ พลทหาร ไม่มีอำนาจอะไรเลย   ถึงกูจะบอกให้นายกูช่วยแล้ว ก็ไม่มีใครเค้าฟังอยู่ดี พูดไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว…ต่อให้กูเสียใจแค่ไหน #มึงก็ไม่รับรู้อะไรอีกแล้วตลอดกาล #มึงเป็นเพื่อนที่จริงใจกับกูที่สุด #เป็นเพื่อนที่กูรักที่สุด #หากชาติหน้ามีจริงขอให้กูกับมึงได้มารู้จักและเป็นเพื่อนกันไปให้นานกว่านี้ #หลับให้สะบายเพื่อนแดง" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lONkVVI7Tvs

 9,691
แชร์ออฟเดอะเดย์
18 ต.ค. 61

ร.ร.อนุบาลใส่ใจเด็ก ติดรายชื่อ นร.แพ้อาหารพร้อมอาการอย่างละเอียด

โลกออนไลน์แชร์ภาพและข้อความจากผู้ใช้ทวิตเตอร์ Patzillar singlet เป็นภาพรายชื่อนักเรียนที่แพ้อาหาร โดยระบุถึงประเภทอาหารที่แพ้และอาการที่จะปรากฏ แปะไว้บนผนัง โดยระบุว่าเป็นภาพจากโรงเรียนอนุบาลบ้านพลอยภูมิ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ   ทำให้โพสต์ถูกรีทวีตออกไปจำนวนมาก ชื่นชมถึงความใส่ใจของโรงเรียนที่ระมัดระวังอาการแพ้อาหารของเด็กนักเรียน ซึ่งโรงเรียนหลายแห่งยังไม่ตระหนักถึงประเด็นดังกล่าวนัก อย่างไรก็ดี มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่ายุคนี้มีเด็กจำนวนมากที่แพ้อาหาร    โดยตัวอย่างของเด็กที่แพ้อาหาร อาทิ แพ้นมวัว มีอาการหายใจครืดคราด, แพ้โปรตีน มีผื่นแดงขึ้นหน้า ริมฝีปาก, แพ้ช็อกโกแล็ค มีผื่นข้นที่ผิวหนังแขนขา, แพ้ไข่ มีอาการอาเจียน ง่วงซึม เป็นต้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-JuaHZSoZe8

 5,891
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 ต.ค. 61

แชร์ว่อน คลิปขับรถปาดหน้า ลงมาซัดกันนัว-ชักปืนขู่ อีกฝ่ายเข้าแย่งอลหม่าน ก่อนแยกย้าย

เพจเฟซบุ๊ก Sbo55 โพสต์คลิปสุดเดือดที่ จ.อยุธยา หลังมีอบุัติเหตุรถกระทบกระทั่งกันเรื่องขับปาดหน้า แล้วมีคู่กรณี 2 ฝ่ายลงมาชกต่อยแล้วใช้อาวุธปืนขู่ ทำให้ชายคู่กรณีต้องรีบเข้าไปคว้ามือและกดปืนไว้ ไม่ให้ชักออกมา ซึ่งชายเจ้าของปืนก็บอกให้ปล่อย   แต่คู่กรณีไม่ยอม เพราะเกรงว่าหากปล่อยมือแล้วจะถูกยิง พร้อมกับบอกให้แจ้งตำรวจ โดยชายเจ้าของปืนบอกว่าไม่ยิง แต่ให้ปล่อยก่อน กระทั่งต่างฝ่ายต่างยอมกันและปล่อยมือออก แล้วเข้าไปเจรจากันที่โรงพัก   ต่อมาเพจเฟซบุ๊ก ตำรวจอยุธยา ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวว่า “ตามที่มีข้อมูลข่าวสารปรากฏในสื่อมวลชนและสื่อโซเชี่ยลต่างๆ ในวันนี้ กรณีที่ปรากฏคลิปวีดีโอ”ชาย 2 คนจอดรถทะเลาะวิวาทริมถนนแย่งปืนกัน" เหตุเกิดเมื่อ 16 ตค.61 เวลา 09.20 บริเวณแยกไฟแดงสี่ขวา ถนนโรจนะ ตำบลลำตาเสา อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยาน แล้วนั้น   ตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยาได้สั่งการให้สถานีตำรวจภูธรวังน้อย ทำการตรวจสอบกรณีคลิปที่ปรากฏดังกล่าวเนื่องจากเป็นกรณีที่สนใจของประชาชน โดยได้เร่งรัดดำเนินการสืบสวนสอบสวนจนกระทั่งสามารถติดตามบุคคลคู่กรณีที่ปรากฏในคลิปดังกล่าวมาทำการสอบสวน ผลการสอบสวนทราบว่ากรณีเหตุที่ปรากฏในคลิปเกิดจากความไม่พอใจที่ขับรถปาดหน้ากันโดยหลังจากเกิดได้สักครู่ ทั้ง 2 ฝ่าย ต่างแยกย้าย ไม่ติดใจเอาความซึ่งกันและกัน   และในเวลา 18.00 น. สถานีตำรวจภูธรวังน้อย ได้เชิญคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายมาพบเพื่อทำการสอบสวนและได้แจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับคู่กรณีฝ่ายหนึ่งตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯและ แจ้งข้อกล่าวหาแก่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งฐาน "ทำร้ายร่างกายฯ" พร้อมทั้งได้ตรวจยึดอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 ตามที่ปรากฏในคลิป จำนวน 1 กระบอก ไว้เป็นของกลางในคดี   ทั้งนี้ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มิได้นิ่งนอนใจในการดำเนินการเพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฏหมายในทุกกรณี หากพี่น้องประชาชนมีข้อมูลข่าวสารการกระทำใดๆ ที่เป็นการกระทำที่ละเมิดต่อกฏหมาย มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนหรือมีข้อมูลข่าวสาร ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรุณาแจ้งให้ตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยาทราบเพื่อจักได้ดำเนินการให้ท่านต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aRBB1MQmgCc

 1,866
แชร์ออฟเดอะเดย์
03 ต.ค. 61

ขนส่งฯ เตรียมลงโทษเเท็กซี่ทิ้งผู้โดยสารกลางสายฝน

โดยเรื่องดังกล่าว ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ Kiranaphak Bunnag โพสข้อความร้องเรียนแท็กซี่  “เจอแบบนี้เซ็ง สาวโวยแท็กซี่ เทกันดื้อๆ กลางฝนกระหน่ำ อ้างต้องไปรับลูกค้าอื่น”   ล่าสุดวันนี้ (3 ต.ค.61) กรมการขนส่งทางบก ได้ตรวจสอบ และพบว่าเป็นรถแท็กซี่ สีชมพู-น้ำเงิน คันดังกล่าวในคลิป ผู้ครอบครอง คือ สหกรณ์ไทยเจริญแท็กซี่ จำกัด ผู้ถือกรรมสิทธิ์ บริษัท เคเอสเจ ลีสซิ่ง จำกัด เบื้องต้น การกระทำดังกล่าว จะมีความผิดตาม มาตร 57 พาผู้โดยสารไปทอดทิ้งระหว่างทาง มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตามตัวคนขับรถมารายงานตัว และดำเนินการต่อไป   ;

 2,252
แชร์ออฟเดอะเดย์
28 ก.ย. 61

พนง.หนุ่มการรถไฟเล่านาทีระทึก! ผลักชายยืนขวางทางรถไฟ ช่วยให้รอดชีวิต

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘Suphalerk Soodyodprasert‘ ได้มีการเผยแพร่คลิปนาทีชีวิต ขณะพนักงานประจำสถานีรถไฟ วิ่งผลักชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่กลางรางรถไฟ ให้พ้นจากทาง หลังช่วงเวลาดังกล่าวกำลังมีรถไฟวิ่งเข้าสู่สถานีมีข้อความระบุว่า น่าชื่นชมพนักงานรฟท.ช่วยเหลือ1ชีวิต เมื่อ 27ก.ย.61 เวลาประมาณ 13.38น. นายสถานีหัวหมากกระโดดช่วยผลักชายที่ยืนขวางกลางทางรถไฟให้รอดพ้นจากเหตุอันตรายในระหว่างที่ขบวนรถธรรมดา 368 (ชุมทางฉะเชิงเทรา-กรุงเทพ) กำลังเข้าสถานีหัวหมากที่ความเร็วไม่มากนัก ป.ล. ขอชื่นชมพนักงาน รฟท. ท่านนี้ ที่มีสายตาเฉียบคม และจิตใจช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีครับ ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก นั้น   (28 ก.ย.61) ผู้สื่อข่าวได้พบกับนายคมกฤช มีเหม็ง หัวหน้านายสถานีรถไฟหัวหมากผู้ช่วยชีวิตชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่กลางรางรถไฟ ชี้ให้ดูจุดเกิดเหตุ พร้อมเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ขณะที่ตนกำลังออกไปปฎิบัติหน้าที่ บนสถานี เพื่อให้สัญญาณ ธงเขียว เพื่ออนุญาติให้ขบวนรถที่ 368 ที่วิ่งมาจากฉะเชิงเทราเข้ากทม. แต่เมื่อขบวนรถไฟ ได้ชะลอความเร็วเพื่อเข้าจอดที่สถานีนั้น ตนเห็นว่ามีชายอายุประมาณ 40 ปี แต่งกายใส่กางเกงขายาว ใส่เสื้อแขนยาวสีดำ สะพายเป้ผ้า ลงไปยืนขวางรางรถไฟ ขณะที่รถไฟอยู่ห่างเพียง 20 เมตร เท่าที่สังเกตดูพบว่าชายคนดังกล่าว ตั้งใจจะให้รถไฟชน จึงตัดสินใจวิ่งไปพลักให้พ้นรางรถไฟ จนไม่เกิดเหตุร้ายขึ้น จากนั้นจึงเข้าไปสอบถามทำแบบนี้ทำไม ชายคนนั้นตอบกลับมาว่า ไม่มีอะไร จากนั้นก็หนีหายไป    นายคมกฤช ยังเล่าต่อว่า เข้าทำงานในตำแหน่งเสมียนสถานีตั้งแต่ปี 2528 จนได้เป็นนายสถานีปี 2534 ที่สถานีจตุรัส จ.ชัยภูมิและย้ายไปประจำสถานีต่างๆ จนย้ายมาประจำที่สถานีหัวหมากได้ 6 ปี เจอเหตุการแบบนี้หลายครั้ง ซึงมีทั้งเข้าตักเตือนว่ากล่าว ฉุด กระชาก ให้ออกพ้นรางรถไฟ และเหตุการณ์เมื่อวานนี้รู้สึกดีใจที่ได้ช่วยเหลือโดยไม่เกิดเหตุร้ายขึ้น      

 4,254
แชร์ออฟเดอะเดย์
23 ส.ค. 61

bts ชี้แจงแล้ว หลังโซเชียลฯ แชร์คลิปน้ำรั่วกลางขบวน

จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Supanut Siriudomdejkul ที่ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์บนรถไฟฟ้า BTS ที่มีน้ำฝนเทโครมตกลงมากลางขบวน น้ำไหลเจิ่งนองเต็มพื้น โดยมีผู้โดยสารแน่นขบวน อีกทั้งไฟยังกระพริบติดๆ ดับๆ (อ่านข่าว อยู่ในที่ร่มยังเปียกได้! ฝนตกน้ำรั่วกลางขบวน BTS ไหลนองเต็มพื้น ผู้โดยสารแน่นหลบทุลักทุเล )   ล่าสุด วันนี้ (23 ส.ค.) ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ออกแถลงการณ์ชี้แจง ถึงกรณีที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ‘จากเหตุการณ์น้ำรั่วที่มาจากช่องระบายอากาศ (Air Return) ของระบบปรับอากาศในขบวนรถหมายเลข 33 ตู้หมายเลข 3233 เมื่อช่วงเย็นของวันพุธที่ 22 สิงหาคม 2561 ขณะกำลังให้บริการในสายสีลม จากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติมุ่งหน้าสถานีบางหว้า นั้น    บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ขอเรียนชี้แจงว่า น้ำที่รั่วลงมานั้นมาจากตู้ที่ต่อพ่วงใหม่จากขบวนรถซีเมนส์เดิมที่มีอยู่ 3 ตู้ และต่อมาได้เพิ่มให้เป็น 4 ตู้ต่อขบวน โดยขบวนรถที่ต่อเพิ่มให้เป็น 4 ตู้ต่อขบวนนี้ให้บริการมาเป็นปีที่ 6  และดำเนินการซ่อมบำรุงโดยบริษัทซีเมนส์  ซึ่งหลังจากที่ได้รับแจ้งเรื่องดังกล่าวแล้ว ฝ่ายซ่อมบำรุงได้ส่งพนักงานซ่อมบำรุงขึ้นไปตรวจสอบทันทีในขณะที่ขบวนรถยังคงให้บริการผู้โดยสารอยู่   หลังจากนั้นจึงได้นำขบวนรถดังกล่าวออกจากระบบการให้บริการเพื่อเข้าตรวจสอบและซ่อมอย่างละเอียด    จากการตรวจสอบพบว่าเครื่องปรับอากาศของตู้ที่มีน้ำรั่วดังกล่าวมีน้ำขังในตัวเครื่องปรับอากาศ  จึงได้ทำการเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศทดแทนตัวเก่าเพื่อให้ขบวนรถสามารถนำรถกลับไปให้บริการได้ สำหรับเครื่องปรับอากาศที่ถอดออกมานั้นบริษัทซีเมนส์กำลังทดสอบวิเคราะห์หาสาเหตุอย่างละเอียด หลังจากนั้นจะทำการตรวจสอบเครื่องปรับอากาศรุ่นดังกล่าวที่เหลือทั้งหมดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุดังกล่าวอีกต่อไป   บริษัทฯ ต้องขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วย และหากท่านผู้โดยสารพบเจอเหตุการณ์สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ โดยกดปุ่มบริเวณประตูเพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ควบคุมรถไฟฟ้าในขบวนนั้นได้ทันที หรือแจ้งที่ ไลน์แอด @btsskytrain   เพจรถไฟฟ้าบีทีเอส หรือแจ้งที่ศูนย์ฮอตไลน์บีทีเอส 026176000    

 3,170
แชร์ออฟเดอะเดย์
23 ส.ค. 61

อยู่ในที่ร่มยังเปียกได้! ฝนตกน้ำรั่วกลางขบวน bts ไหลนองเต็มพื้น ผู้โดยสารแน่นหลบทุลักทุเล

โลกออนไลน์ได้แชร์คลิปจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Supanut Siriudomdejkul ที่ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์บนรถไฟฟ้า BTS ที่มีน้ำฝนเทโครมตกลงมากลางขบวน น้ำไหลเจิ่งนองเต็มพื้น โดยมีผู้โดยสารแน่นขบวน อีกทั้งไฟยังกระพริบติดๆ ดับๆ โดยมีข้อความระบุว่า ‘อยู่ๆเทโครมลงมาเฉย ตอนนี้ก็ประปิดกระปรอยตามจังหวะเลี้ยว จัวหวะเบรค #วันนี้บีทีเอสเป็นอะไร’    ขณะที่ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง BTS เผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นวานนี้ (22 ส.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ขบวนรถ 33 ตู้ 3233 จากสถานีสนามกีฬา ไปสถานีบางหว้า ซึ่งรายละเอียดเพิ่มเติมกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ   (ขอบคุณคลิปจาก เฟซบุ๊ก Supanut Siriudomdejkul) 

 2,717
แชร์ออฟเดอะเดย์
21 ส.ค. 61

สาวโพสต์เฟซบุ๊ก รถคันโปรดถูกน้ำปูนกระเด็นใส่เละทั้งคัน!

โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก วันใหม่ เมคอัพ ที่ได้โพสต์ภาพรถถูกน้ำปูนซีเมนต์กระเด็นเต็มทั่วรถ โดยระบุข้อความว่า ‘รถหิมะ #น้ำปูนกระเด่นเต็มรถเลยจ้า’   โดย เจ้าของรถผู้เสียหาย เผยว่า วานนี้ (21 ส.ค.) ได้เดินทางไปทำธุระ และได้จอดรถไว้ริมถนนอ่อนนุช ช่วงประมาณซอยอ่อนนุช 65 ใกล้แยกหัวตะเข้ ก่อนที่จะเดินทางกลับมายังที่รถ พบว่าสภาพรถมีคราบน้ำปูนกระเด็นเต็มทั่วรถตามรูปที่เห็น ซึ่งได้สอบถามแม่ค้าละแวกที่จอดรถ ทราบว่า ได้มีรถบรรทุกปูนวิ่งแล่นผ่าน และมีน้ำปูนกระเด็นออกมาจากถังผสมปูนที่อยู่บนตัวรถ ทำให้กระเด็นมาถูกรถที่จอดอยู่   หลังจากเห็นสภาพรถรู้สึกไม่พอใจที่รถคันโปรดของตนเองต้องมีสภาพเป็นเช่นนี้ ก่อนที่จะขับรถกลับมาล้างกว่า 3-4 รอบ แต่เมื่อเวลารถแห้งก็ยังคงปรากฏเป็นคราบปูนอยู่ทั่วตัวรถ จึงฝากเป็นอุทาหรณ์ และผู้ที่รับผิดชอบควรมีมาตรการ เพื่อไม่ให้กระทบถึงผู้อื่น เพราะบริเวณดังกล่าวน่าจะมีรถอีกหลายคัน    ซึ่งหากโดนกับเด็กหรือประชาชนอาจจะเป็นอันตราย จึงฝากผู้ที่เกี่ยวข้องได้ช่วยตรวจสอบเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำขึ้นมาอีก ตนไม่ต้องการที่จะให้เป็นเรื่องราวหากเข้าแจ้งความ  

 1,064
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 ส.ค. 61

ชื่นชม! ตร.ช่วยผูกผ้าหนูน้อยติดกับเอวพ่อกันหล่น ห่วงอุ้มลูกขี่ จยย. มือเดียว

ชื่นชม! ตร.ช่วยผูกผ้าหนูน้อยติดกับเอวพ่อกันหล่น ห่วงอุ้มลูกขี่ จยย. มือเดียว    โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปสุดน่ารัก ซึ่งเป็นคลิปจากเพจ สถานีตำรวจภูธรบ้านกลาง จังหวัดนครพนม เมื่อตำรวจพบพ่อ-ลูกคู่หนึ่ง ขี่จยย.มือเดียว เพราะอีกมือต้องโอบลูกไว้ จึงหาเชือกและผ้ามาผูกหนูน้อยให้ติดกับเอวพ่อกันตกรถ พร้อมกับมีข้อความระบุว่า   ‘วันนี้ สภ.บ้านกลางตั้งด่าน พบ พ่อลูกคู่นึง มาจาก อ.นาแก จะไปกีดยางที่ อ.ท่าอุเทน คุณพ่อขับรถมือเดียว มืออีกข้างโอบกอดลูกสาวไว้กลัวจะตกรถ สวป.สภ.บ้านกลาง พบจึงเรียกให้หยุดรถ และได้หาเชือกหาผ้ามาผูกน้องไว้กับเอวคุณพ่อ หลังจากนั้นได้ว่ากล่าวตักเตือนให้หาหมวกนิรภัยมาใส่ เพราะแบบนี้ผิดกฎจราจร หลังจากแนะนำและว่ากล่าวตักเตือนตามข้อกฎหมายแล้วจึงปล่อยไป #ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพครับ’      

 1,590

Top