ค้นหา :

ผลการค้นหา "แชร์ออฟเดอะเดย์"

สังคม-อาชญากรรม
20 ก.พ. 62

ขนส่งฯ ลงดาบ แท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร พักใบขับขี่ 1 เดือน-อบรม 3 ชม.-ปรับ 1,000 บ. รับทำจริงเพราะไม่รู้เส้นทาง

แท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารเข้าพบกรมขนส่งทางบกแล้ว รับสารภาพทำจริงแต่เพราะไม่รู้เส้นทางและจะเดินทางกลับบ้าน ขณะที่กรมขนส่งเปรียบเทียบปรับ 1 พันบาท พร้อมพักใช้ใบขับขี่สาธารณะ 1 เดือนและ อบรมผู้ชับขี่อีก 3 ชั่วโมง   จากกรณีผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่อ Kubtun Pamika โพสต์ภาพและข้อความว่า คุณตำรวจคะ แท็กซี่คันนี้เลือกรับลูกค้าค่ะ หลังพยายามเรียกรถแท็กซี่จากบริเวณหน้าซิตี้ คอมเพล็กซ์ ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าแพลตตินัม เพื่อไปย่านพัฒนาการ 26 แต่ถูกปฏิเสธ โดยเธออ้างว่าเรียก 10 คัน ไม่มีคันใดไป จึงไปแจ้งตำรวจจราจร ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ก่อนที่ตำรวจจะทำการเปรียบเทียบปรับผู้กระทำผิดไปแล้ว เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายสามโมงของวันจันทร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา    (20 ก.พ.62) ล่าสุดผู้ขับขี่รถสาธารณะคันดังกล่าวเดินทางเข้าพบฝ่ายตรวจการ กรมขนส่งทางบก เพื่อรายงานตัวและให้ข้อมูลถึงสาเหตุที่ไม่ยอมรับผู้โดยสารจากเหตุการณ์นี้ โดยมีนายกิจจา สมสุข หัวหน้าฝ่ายเปรียบเทียบ กองตรวจการขนส่งทางบก เป็นผู้ดำเนินการสอบปากคำและเปรียบเทียบปรับ โดยนายกิจจา ระบุว่า เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาปฏิเสธรับผู้โดยสาร ซึ่งมีโทษปรับ 1 พันบาท และพักใช้ใบอนุญาตขับขี่รถสาธารณะ เป็นเวลา 1 เดือน พร้อมอบรมเป็นเวลา 3 ชั่วโมง ซึ่งจากเหตุการณ์นี้อยากขอฝากถึงผู้ให้บริการหรือผู้ขับขี่รถสาธารณะ หากไม่สามารถดำเนินการรับผู้โดยสารได้ เนื่องจากติดภารกิจหรือไม่สะดวกขอให้ขึ้นป้ายงดรับผู้โดยสารและปิดไฟสถานะว่างเพื่อเป็นการบอกให้ประชาชนทราบ แต่หากไม่ขึ้นป้ายงดรับผู้โดยสาร แต่ไม่รับผู้โดยสารก็จะเข้ามูลฐานความผิดดังกล่าว    ขณะที่ตัวผู้ขับขี่รถสาธารณะระบุเพียงสั้นๆว่า ในวันเกิดเหตุที่ไม่ได้รับผู้โดยสารรายนี้เนื่องจากจะเดินทางกลับบ้านย่านดอนเมืองและไม่รู้จักเส้นทางที่ต้องการจะไปย่านพัฒนาการ เพราะพึ่งมาขับรถสาธารณะ ซึ่งหลังจากการแจ้งผู้โดยสารก็ไม่ได้มีการพูดอะไรและปิดประตูรถก่อนจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเดินทางจับกุมพร้อมให้ใบสั่ง ระบุข้อหาปฏิเสธผู้โดยสาร ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ไปเสียค่าปรับ โชวเฟอร์แท็กซี่รายนี้ยังฝากถึงเพื่อนร่วมอาชีพว่าหากมีความจำเป็นที่จะไม่รับผู้โดยสารขอให้ทำตามกฏ ขอให้ดูตนเองเป็นตัวอย่าง พร้อมยอมรับว่าในครั้งนี้ได้กระทำผิดไปจริงและอยากขอโทษกับผู้โดยสารรายดังกล่าวด้วย 

 1,516
แชร์ออฟเดอะเดย์
10 ก.พ. 62

สภ.เมืองนครปฐม แจงคลิป ตร.อาสา ตรวจค้นชาวบ้าน เผย สงสัยมีของผิดกฎหมาย ยืนยันมีตำรวจอยู่ด้วย

จากกรณี มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ‘รักนี้เพื่อเธอ ชีวิตนี้เพื่อชาติ’ โพสต์คลิปและข้อความลงในกลุ่มเฟซบุ๊ก ข่าวสารนครปฐม นครปฐม โดยระบุข้อความว่า ‘ทุกวันนี้นครปฐมยู่ยากทุกแล้ว (เจ็ดแยก)’ โดยเป็นคลิปอาสาตำรวจเข้าทำการตรวจค้นชายกลุ่มหนึ่ง โดยอ้างว่านายสั่งมา    (ชมคลิป)   ล่าสุด วันที่ 10 ก.พ. 62 สภ.เมืองนครปฐม ได้ทำการชี้แจงเหตุดังกล่าว โดยระบุว่า สภ.เมืองนครปฐมได้ตั้งจุดสกัดปิดล้อมเมืองตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาถูกต้องตามระเบียบ เพื่อป้องกันอาชญากรรมในช่วงวันหยุด (ศุกร์ - เสาร์)   ซึ่งขณะตั้งจุดตรวจปฏิบัติหน้าที่ได้มีรถจักรยานยนต์ขับเข้ามา พอเห็นว่ามีจุดสกัดจึงได้เลี้ยวรถกลับ เจ้าหน้าที่จึงสงสัยว่าจะมีสิ่งของผิดกฎหมาย จึงได้มีอาสาสมัครตำรวจขับรถตามไป โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตามไปด้วย   เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นแคมป์คนงานก่อสร้าง ได้พบกลุ่มคนงานนั่งดื่มสุรากันอยู่ จึงได้เข้าไปสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพูดคุยอธิบายให้เข้าใจว่าเหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครตำรวจได้ติดตามเข้ามาเนื่องจากรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเมื่อเห็นมีการตั้งจุดตรวจแล้วได้เลี้ยวรถกลับไป จึงควรสงสัยว่าจะมีสิ่งของผิดกฎหมายแต่เมื่อได้ดำเนินการขอตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนไป    ส่วนคลิปที่เผยแพร่ออกมา เป็นคลิปที่แฟนของบุคคลที่อยู่ในกลุ่มตามคลิปได้ถ่ายไว้ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ไม่ได้มีแค่อาสาสมัครตำรวจเพียงอย่างเดียวตามที่เข้าใจ    ขณะที่ผู้โพสต์คลิป ได้โพสต์ข้อความขอโทษลงในเฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า ‘กรณีที่ผมได้โพสต์ว่านครปฐมอยู่ยากแล้ว (เจ็ดแยก) ผมได้พูดคุยกับตำรวจและรู้แล้วว่าทำไปตามหน้าที่ โดยที่ผมไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่แรก หากการโพสต์ของผมทำให้เกิดความเสียหายผมต้องขอโทษด้วย  

 5,921
แชร์ออฟเดอะเดย์
07 ก.พ. 62

เจ้าของหมาปอม เผยไม่โทษร้าน ย้อมสีจนหูหลุด ลั่น "ขอโทษดิฟฟี่นะลูก แม่ไม่ได้ตั้งใจ"

ชาวเน็ตรุมสวดเจ้าของสุนัขพันธุ์ปอม หลังเจ้าของพาไปย้อมสีสุดท้ายแพ้ส่งผลให้หูหลุด ไม่โทษร้าน ยอมรับผิดผิดเองทั้งหมด ลั่นอย่างไรก็รักพร้อมจะดูแลต่อ   เพจ “มนุษย์เลเวล1” ได้โพสต์รูปภาพสำหรับเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ที่รักสุนัขจำนวนมาก กับการพาสุนัขไปย้อมสีขน หลังพบสุนัขพันธุ์ปอมที่เจ้าของพาไปย้อมสี จนหูหลุดออกมา คาดว่า เป็นความผิดจากทางร้านที่ย้อมสีให้จนเยอะเกินไป โดยทางผู้โพสต์ได้ระบุข้อความว่า     “ขอให้เป็น อุทาหรณ์ สําหรับเจ้าของที่คิดจะทําสีน้องหมานะคะ ตอนนี้ ดิฟฟี่ หูขาดไปแล้วค่ะ ด้วยมาจากการย้อมสีขน ทางร้านย้อมให้สีไปติดใบหูเยอะเกินไปค่ะ เริ่มแรกจากการแพ้ คัน เป็นแผลไหม้ ดำ กรอบ พอสะเก็ตหลุด หูก็หลุดตามรูปค่ะ #ทางเราไม่โทดร้านทํานะคะ #เป็นความผิดของเราทั้งหมดที่อยากทําสีให้น้อง แล้วน้องแพ้หนักมาก แต่ถึงยังไง ก็รักค่ะ ดูแลต่อไป ไม่ทิ้งแน่นอน ขอโทษดิฟฟี่นะลูก แม่ไม่ได้ตั้งใจ”     อย่างไรก็ตาม ได้มีชาวเน็ตไม่พอใจเจ้าของสุนัขจึงเข้ามาคอมเมนต์ต่อว่าจำนวนมาก โดยตำหนิว่า ไม่มีความรับผิดชอบ สุนัขก็มีชีวิตจิตใจไม่ใช่ของเล่นที่จะมาเป็นสิ่งทดลองให้กับผู้เลี้ยง 

 132,567
แชร์ออฟเดอะเดย์
06 ก.พ. 62

มายังไงเนี่ย! หนุ่มร้องลั่น ขับรถอยู่ดีๆ ลูกตัวเงินตัวทองโผล่ทักทายหน้าพวงมาลัย

วันที่ 5 ก.พ. 62 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Wisud Nasawan ได้โพสต์คลิปขณะขับรถ แต่กลับมีลูกตัวเงินตัวทองโผล่มาทักทายที่พวงมาลัย ทำเอาเจ้าของรถร้องลั่นด้วยความตกใจ พร้อมตั้งคำถามว่าเจ้าตัวนี้มาจากไหน โดยเจ้าของคลิประบุข้อความว่า ‘โอ้ยลมจะแดก ขับๆ อยู่หน้าขึ้นมาหน้าพวงมาลัย! พองขนเลยกรู555 ขึ้นทั้งรถทั้งบ้านเลยนะมึง!’   ทั้งนี้ คลิปดังกล่าวมีผู้เข้าชมเกือบล้านครั้งแล้ว และมีการแชร์ไปแล้วอีกนับหมื่นครั้ง โดยคอมเมนต์ส่วนใหญ่ต่างอยากทราบเลขทะเบียนรถเอาไปเสี่ยงโชค   (คลิกชมคลิป)   ขอบคุณคลิปเฟซบุ๊ก Wisud Nasawan  

 2,547
แชร์ออฟเดอะเดย์
27 ธ.ค. 61

อุทยานดอยสุเทพ เร่งล่ากลุ่มนักท่องเที่ยว ซิ่งมอเตอร์ไซค์วิบากขึ้นดอย ชี้ผิดกฎหมาย

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ – ปุย ประชาสัมพันธ์แจ้งกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว ห้ามนำนักท่องเที่ยวขับขี่รถเข้ามาในพื้นที่หวงห้ามดังกล่าว พร้อมเร่งติดตามตัวนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศทั้ง 3 คนที่ขับขี่รถวิบากเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อนำตัวมาดำเนินคดี ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานป่า มีโทษเปรียบเทียบปรับ   ความคืบหน้าผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ พระมหาสง่า ไชยวงค์ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดผาลาด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นวัดป่าเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนดอยสุเทพ และมีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ได้โพสต์คลิปพร้อมข้อความว่า คนไม่รู้จักกาละเทศะ ไม่ว่าจะเป็นใครมาจากไหน ได้ชื่อว่าไม่ใช่ผู้เจริญ ไม่ใช่บัณฑิต ทางเส้นนี้เป็นทางเดินป่าชมธรรมชาติ ขึ้นไปวัดพระธาตุเจ้าดอยสุเทพ บ่แม่นที่แข่งมอเตอร์ไซด์วิบาก "    ซึ่งในคลิปจะเห็นรถมอเตอร์ไซค์วิบาก พยายามขี่ผ่านเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ซึ่งช่วงหนึ่งต้องขี่ผ่านท่อนไม้ที่ล้มขวางทางเดินเท้า จยย.คันแรกผ่านไปได้ แต่อีกคันล้มลงถึง 2 ครั้ง และมีชาย-หญิงลงมาถ่ายภาพเหมือนกับพาคาราวาน จยย.วิบากหลายคันมาบุกเบิกเส้นทาง ทั้งๆที่เส้นทางนี้มีมาแต่เดิมสมัยบรรพบุรุษของชาวเชียงใหม่แล้ว และเป็นที่ทราบกันดีกว่าเป็นเส้นทางเดินเท้าสู่ยอดดอยสุเทพ ที่จะเป็นเส้นทางลัดเลาตามป่าเขา ลำห้วย และผ่านมาทาวัดผาลาด ซึ่งปัจจุบันประชาชนและนักท่องเที่ยวใช้เป็นเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติของดอยสุเทพ    หลังจากที่มีการโพสต์คลิปดังกล่าวออกไป ก็มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก และต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาจัดการ และต่อว่าความไม่มีจิตสำนึกของกลุ่มขับขี่รถ วิบากกลุ่มนี้ ที่ไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะผืนป่าดอยสุเทพ   (27 ธ.ค. 61) ล่าสุดเจ้าหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ ได้นำป้ายไปปิดแจ้งห้ามรถจักรยานยนต์และจักยานผ่านเส้นทางดังกล่าวและแจ้งความนักท่องเที่ยวทั้ง 3 รายที่ขับรถเข้าเส้นทางดังกล่าว พร้อมเร่งติดตามตัวนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศทั้ง 3 คนที่ขับขี่รถวิบากเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อนำตัวมาดำเนินคดี ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานป่า มีโทษเปรียบเทียบปรับพร้อมได้ประชาสัมพันธ์แจ้งกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว ห้ามนำนักท่องเที่ยวขับขี่รถเข้ามาในพื้นที่หวงห้ามดังกล่าว      ;

 2,054
ข่าวประชาสัมพันธ์
22 ธ.ค. 61

เติมสุขท้ายปี! 'มติชน' ร่วมกับ 'mrt'จัดกิจกรรมใหญ่ ลุ้นรับหนังสือดีกว่า 3,000 เล่มในงาน book joumey @ mrt x’mas fest

รถไฟฟ้า MRT ร่วมกับสำนักพิมพ์มติชน จัดกิจกรรมใหญ่ส่งท้ายปีมอบหนังสือดีกว่า 3,000 เล่ม 40 ปก เป็นของขวัญวันคริสต์มาสและปีใหม่ให้ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT กับกิจกรรม Book Joumey @ MRT X’Mas Fest ณ สถานีรถไฟฟ้า MRT สวนจตุจักร ทางออก 3 วันที่ 24-25 ธันวาคม นี้ เวลา 15.00-20.00 น.   บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT ร่วมกับสำนักพิมพ์มติชน เปลี่ยนรถไฟฟ้า MRT ให้เป็นดินแดนแห่งความสุข ต้อนรับวันคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ในงาน Book Joumey @ MRT X’Mas Fest โดยจัดขึ้น ณ สถานีรถไฟฟ้า MRT สวนจตุจักร ทางออก 3 วันที่ 24-25 ธันวาคม 2561 เวลา 15.00-20.00 น. เนรมิตพื้นที่ด้วยบรรยากาศคริสต์มาส ยกต้นคริสต์มาสยักษ์จัดไว้กลางงาน จัดกิจกรรมเติมความสุขส่งท้ายปี โดยให้ผู้โดยสารรถไฟ้า MRT ร่วมสนุกจับสลากจากต้นคริสต์มาสเพื่อลุ้นรับหนังสือดีๆ จากสำนักพิมพ์มติชนกว่า 3,000 เล่ม 40 ปก     สำหรับหนังสือที่ร่วมรายการ อาทิ หนังสือ World Literature อย่าง The Glass Palace, I Am Malala และสามทหารเสือ หนังสือรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน อย่าง พุทธศักราชอัสดงกับทรงจำของทรงจำของแมวกุหลาบดำและ   หนังสือของหนุ่มเมืองจันท์ นอกจากนี้ยังมีหนังสือหลากหลายแนว ทั้งหนังสือเกี่ยวกับความรัก ความสุขความหวัง การเงิน และสุขภาพ เป็นของขวัญสุดพิเศษรับสิ่งดีๆ ที่จะมาถึงในปีใหม่นี้     ผู้ที่สนใจสามารถร่วมสนุกได้ด้วยการ แสดงบัตรโดยสาร MRT หรือแสดงแอป Bangkok MRT และลงทะเบียนในงานโดยใช้บัตรประชาชนที่ตู้ Kiosk พร้อมเขียนแสดงความรู้สึกต่อกิจกรรมนี้แล้วร่วมสนุกจับสลากจากต้นคริสต์มาสหนังสือลุ้นรับหนังสือที่อยู่ในถุงของขวัญออกแบบพิเศษสำหรับงานนี้ได้เลย ทั้งนี้จะมีพิธีเปิดงาน Book Journey @ MRT X’Mas Fest ในวันที่ 24 ธันวาคม 2561 เวลา 12.00 น. ณ ทางออก 3 สถานีรถไฟฟ้า MRT สวนจตุจักร หมายเหตุ ช่วง 14.00-20.00 น. เปิดให้ผู้ใช้บริการ MRT ร่วมสนุกจับของขวัญหนังสือจากต้นคริสต์มาสยักษ์ รายชื่อหนังสือที่ร่วมรายการ 1 I Am Malala สหชน สากลทรรศน์ 2 Japan Dark Side บูม ภัทรพล เหลือบุญชู 3 The Godfather ธนิต ธรรมสุคติ แปล 4 The Museum of innocence นพมาส แววหงส์ แปล 5 Two By Two วรางคณา เหมศุกล แปล 6 กองเรือหาคู่ สุภัตรา ภูมิประภาส 7 กัมบัตเตะเนะ พิชชารัศมิ์ Muramura 8 ก้าวรักในรอยจำ พ.9 จิระนันท์ พิตรปรีชา แปล 9 ความสุข ณ จุดที่ยืนอยู่ พ.24 หนุ่มเมืองจันท์ 10 ค่อยๆ ไปแต่ไม่หยุด อุรุดา โควินท์ 11 คิดใหญ่ เริ่มให้เล็ก กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร 12 จิบพม่า ตามหาจอร์จ ออร์เวลล์ สุภัตรา ภูมิประภาส 13 ใจไม่สิ้นรัก วรางคณา เหมสุกล แปล 14 ญี่ปุ่นเขาจัดบ้านกันแบบนี่ไง พนิดา กวยรักษา 15 ญี่ปุ่นเขาจัดร้านกันแบบนี่ไง เมธี ธรรมพิภพ 16 ดาร์ตาญังกับสามทหารเสือ วัลยาวิวัฒน์ศร 17 ตะวันออกศอกกลับ อนุสรณ์ ติปยานนท์ 18 ไต้เวิ้งฟ้า อทิมา แปล 19 ธุรกิจพอดีคำ กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร 20 ธุรกิจสำเร็จได้ด้วยใจรัก พิชชารัศมิ์ Muramura 21 นิโคลาเทศลา ยุทธนา ตันติรุ่งโรจน์ชัย 22 บันทึกการเดินทาง อ็องรี กรรณิกา จรรย์แสง 23 ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย คริส เบเคอร์ 24 พุทธศักราชอัสดง วีระพร นิติประภา 25 เพราะฉะนั้นฉันจึงถาม หนุ่มเมืองจันท์ 26 แมวน้อยอยากนิพาน พ.5,6 วิลาวัณย์ ฤดีศานต์ 27 ร้าวรานในวานวัน ธีรศักดิ์ จิรรัตนไพโรจน์ แปล 28 รุกสยาม กรรณิกา จรรย์แสง 29 เรื่องไม่เคยเล่าในวังต้องห้าม ชาญ ธนประกอบ 30 วิ่งได้ไม่ใช่แค่ได้วิ่ง ครูดิน 31 สองปี แปดเดือน สุนันทา วรรณสินธ์ เบล แปล 32 สิ้นแสงฉาน สุภัตรา ภูมิประภาส 33 ไส้เดือนตาบอด วีระพร นิติประภา 34 หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา อุรุดา โควินท์ 35 หัวใจเซนเซ สร้างคนแบบญี่ปุ่น เกตุวดี 36 หากหัวใจไม่สำคัญ นพมาส แววหงส์ แปล 37 เหินห่าว วรมน 38 อย่าชวนเธอไปดูหนังรัก ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์ 39 อย่าเรียกฉันว่านังเพศยา ศุณิษา เทพธารากุลการ 40 ชุดชา อุรุดา  

 1,057
สังคม-อาชญากรรม
21 ธ.ค. 61

อุกอาจ! โจ๋ภูเก็ตเมาแล้วขับรถแหกด่าน เกือบชน ตร.สภ.เชิงทะเล หวิดดับ

โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปเหตุการณ์จากภาพวงจรปิด ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชิงทะเล ตั้งจุดตรวจบริเวณหน้าเทศบาลเชิงทะเล ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. วันที่ 20 ธันวาคม ที่ผ่านมา ได้มีรถกระบะคันหนึ่ง พยายามขับฝ่าด่านด้วยความเร็วสูง ก่อนพุ่งเข้าชนรถจักรยานยนต์ของสายตรวจ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งซึ่งยืนปฏิบัติหน้าที่อยู่กระโดดหลบรถคันดังกล่าวได้อย่างหวุดหวิด ก่อนที่จะพุ่งชนแผงเหล็กของเทศบาลพังเสียหาย   จากตรวจสอบพบว่านายตำรวจในคลิปที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้คือ ร.ต.ท.สุพจน์ กันตะพงษ์ รอง สวป.สภ.เชิงทะเล บอกว่า ขณะตั้งด่านตรวจตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา ได้มีรถกระบะสีขาวขับมาด้วยความเร็วสูงประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อถึงด่านตรวจจึงหักหลบไปทางซ้าย ทำให้หัวรถพุ่งมาตรงจุดที่ตนยืนอยู่อย่างรวดเร็ว โชคดีที่หันไปเห็นและสปริงตัวออกมาทัน แล้วล้มลง โดยรถคันก่อเหตุขับเฉียดผ่านไปนิดเดียว ก่อนที่จะพุ่งชนจักรยานยนต์สายตรวจที่จอดอยู่จนกระเด็น และชนแผงรั้วเหล็กกั้นหน้าเทศบาลเชิงทะเล ได้รับความเสียหาย"   จากการตรวจสอบพบว่ารถคันดังกล่าวมีคนขับและผู้โดยสารประมาณ 4-5 คน ทั้งหมดเป็นผู้ชายอายุประมาณ 25-35 ปี ทุกคนอยู่ในสภาพเมาสุรา ซึ่งจากการสอบถามคนขับรถ สารภาพว่าไปดื่มกันมาแถวหาดสุรินทร์ ขณะเกิดเหตุกำลังขับรถมุ่งหน้าไปทางอนุสาวรีย์ท้าวเทพกษัตรีและท้าวศรีสุนทร เมื่อเห็นด่านตรวจ จึงเกิดกลัวความผิดเพราะเมาสุรา จึงตัดสินใจขับรถฝ่าด่าน  โดยในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ก่อเหตุดำเนินคดีตามกฎหมาย แจ้งความ 2 ข้อหา คือ เมาแล้วขับ และทำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย โดย ร.ต.ท.สุพจน์ ยังกล่าวด้วยว่า ขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่าน กรุณาอย่าฝ่าฝืนกฎหมาย อย่าเมาแล้วขับรถ เพราะอาจทำให้ตนเองและผู้อื่นซึ่งไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วยเกิดอันตรายถึงชีวิตได้   ; ขอบคุณคลิป Poth Kantapong

 1,054
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
14 ธ.ค. 61

ลูกจ้างเฮ! พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ ลากิจได้ค่าจ้าง-เพิ่มวันลาคลอด-ค่าชดเชยเลิกจ้าง

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผ่านกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ ให้สิทธิลูกจ้างเพิ่ม 7 ประเด็น เหลือรอประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายใน 30 วัน และจะมีผลบังคับใช้ทันที    โดยประเด็นที่ 1 ลากิจธุระจำเป็นได้ค่าจ้าง 3 วันทำงานต่อปี ประเด็นที่ 2 ลูกจ้างหญิงตั้งครรภ์ลาก่อนคลอด หลังคลอดได้ 98 วัน จากเดิม 90 วัน   ส่วนประเด็นที่ 3 กรณีนายจ้างมีการเปลี่ยนตัว เปลี่ยนนิติบุคคล หากลูกจ้างไม่ยินยอม ก็สามารถรับค่าชดเชยพิเศษโดยหากทำงานมาครบ 20 ปีก็ได้รับ 400 วัน หรือเป็นไปตามข้อที่ 4   ประเด็นที่ 4 กรณีเลิกจ้างจะได้รับค่าชดเชยใหม่ ที่เพิ่มเป็น 6 อัตราจาก 5 อัตราคือ  อัตราที่ 1 ลูกจ้างที่ทำงานมาครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปีได้ค่าชดเชย 30 วัน  อัตราที่ 2 ลูกจ้างหากทำงานครบ 1 ปีแต่ไม่ครบ 3 ปี ได้ค่าชดเชย 90 วัน   อัตราที่ 3 ลูกจ้างทำงานครบ 3 ปีแต่ไม่ครบ 6 ปีจะได้รับเงินชดเชย 180 วัน อัตราที่ 4 ทำงานครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี ได้รับเงินชดเชย 240 วัน  อัตราที่ 5 ลูกจ้างทำงานครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี ได้เงินชดเชย 300 วัน  อัตราที่ 6 ลูกจ้างทำงานครบ 20 ปีขึ้นไปจะได้รับเงินชดเชย 400 วัน   ประเด็นที่ 5 กรณีย้ายสถานประกอบการไปที่อี่น หากลูกจ้างไม่อยากตามไป ก็สามารถบอกเลิกสัญญาจ้างได้ และได้สิทธิชดเชยตาม 6 อัตรา    ประเด็นที่ 6 กรณีค่าตอบแทน หากนายจ้างไม่จ่ายค่าตอบแทน ในบางอาชีพ ที่ทำงานเกินวลาปกติ ลูกจ้างจะต้องฟ้องขอ โดยของเดิมดอกเบี้ยให้ร้อยละ 7.5 ต่อปี แต่กฎหมายใหม่ให้ได้สูงสุดถึง 15 เปอร์เซ็นต์ต่อปี   และประเด็นที่ 7 ให้สิทธิเท่าเทียมระหว่างหญิงชาย โดยลูกจ้างมีสิทธิเท่าเทียมกันในเรื่องค่าจ้าง ค่าตอบแทน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hid4I8gLXNY

 126,633
ข่าวภูมิภาค
09 ธ.ค. 61

อาสา ตร.เข้าห้ามเหตุวัยรุ่นยิงปืนใส่หอพัก ถูกขับรถไล่ชน ขู่ พ่อเป็นตำรวจ มีปัญหาไหม?

วันที่ 9 ธ.ค.61 จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ‘ชัย ดำรงธรรม’ ได้โพสต์คลิปวีดิโอที่มีวัยรุ่นใจร้อน ขับรถชนผู้โพสต์ โดยมีข้อความว่า ‘ฝากแชร์ด้วยนะครับ พยายามฆ่าผมนะครับ วันนี้ขับรถชนผม 2 ครั้ง เป็นลูกตำรวจใหญ่ คลุ้มคลั่ง ถือปืนไล่ยิงชาวบ้าน   เราไปบอกให้ออกไปนอกพื้นที่รับผิดชอบเรา แต่ไม่พอใจเราขับรถพุ่งชนเรา 2 ครั้ง แต่หลบทัน ใหญ่แค่ไหนผมไม่รู้เจอกันในชั้นศาลครับ เรื่องนี้ยาวครับ อย่าคิดว่าเป็นนักศึกษาแล้วจะอยู่เหนือกฎหมาย ลูกตำรวจแต่ไม่รักษาเกียรติของพ่อเลย’   โดย นายศิริชัย ผอบเหล็ก อายุ 31 ปี เจ้าของเฟซบุ๊ก เผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นวานนี้ เมื่อเวลา 16.00 น. ขณะที่ตนดูแลไซต์งานก่อสร้างอยู่ใกล้กับหอพักแห่งหนึ่ง ที่ ม.6 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้มีวินรถจักรยานยนต์วิ่งไปตามตนและบอกว่ามีเด็กวัยรุ่นถือปืนเข้ามายิงในหอพัก   ด้วยความที่ตนเองเป็นอาสาตำรวจ ดูแลความปลอดภัยตรงนี้อยู่ จึงได้เข้ามาตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อที่จะได้แจ้งทางสถานีตำรวจ สภ.คลองหลวง    ระหว่างที่ตนเดินไปดูนั้น ได้พบกับวัยรุ่น ขี่ จยย.เข้ามาบริเวณหน้าหอพัก ภายในมือถืออาวุธปืน ได้ทำการยิงไปแล้ว 2 นัดแต่ไม่ดัง ตนเห็นท่าไม่ดี จึงอาศัยจังหวะที่วัยรุ่นกำลังเปลี่ยนลูกกระสุนปืน เข้าไปล็อกตัวและหยิบอาวุธปืนออกมา และนำตัวออกมาคุยด้านนอก ระหว่างที่กำลังคุยนั้น วัยรุ่นคนดังกล่าวได้โทรศัพท์ไปหาพ่อซึ่งอ้างว่าเป็นตำรวจ และขู่ตนว่า “พ่อกูเป็นตำรวจ มึงจะทำอะไรกู มึงมีปัญหาไหม”   ซึ่งตนได้ถ่ายรูปป้ายทะเบียนรถไว้ และได้ให้วัยรุ่นคนดังกล่าว ออกไปจากตรงนี้ แต่เมื่อวัยรุ่นเข้าไปในรถ  ได้เร่งเครื่องพุ่งชน แต่ตนกระโดดหลบได้ทัน ตนจึงหลบออกมาแล้วขอให้วิน จยย.พาตนออกไป แต่วัยรุ่นคนดังกล่าวขับรถไล่ตามตน และเร่งเครื่องจนชนรถ จยย.เสียหาย 2 คัน    เมื่อวัยรุ่นคนดังกล่าวได้ขับรถชนตัวเองเป็นครั้งที่ 2 ก็ได้ไปกลับรถที่คลินิกมิตรไมตรี ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน โดยขับรถเข้ามาชนตนเองอีก 1 ครั้ง แต่ตนเองได้ใช้แผงกั้นของหอพักออกมากันไว้    จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวนที่ สภ.คลองหลวงเพื่อให้ดำเนินคดีกับขายวัยรุ่นคนดังกล่าวแล้ว   (คลิกชมคลิป)  

 10,647
ข่าวภูมิภาค
03 ธ.ค. 61

เปิดใจ ‘น้องฟิวส์’ เจ้าของร้านเสริมสวยในห้องเรียน เผย รายได้ดี ซื้อข้าวเที่ยงไม่ต้องควักเงินตัวเอง

จากกรณีโลกออนไลน์ได้แชร์ภาพสุดน่ารัก จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘ย่งยี่ ลูกสาวหล้า เอาแต่ใจ’ ขณะที่ไปคุมสอบได้พบภาพป้ายร้านเสริมสวยที่แปะไว้บนกำแพงของเด็กนักเรียนคนหนึ่ง ระบุข้อความว่า “ฟิวส์ บิวตี้ มัดรวบหางม้า 5 บาท ถักเปีย 5 บาท ผูกโบว์ 2 บาท จ่ายก่อนทำจ้า งดเชื่อเบื่อทวง โอนผ่านออนไลน์ได้ มีโปรแบบเหมาๆ 100 บาท ได้ 30 วัน ได้ทุกแบบทุกทรง (ไม่รวมวันหยุด) ขอบคุณที่ใช้บริการ”    วันที่ 3 ธ.ค.61 ผู้สื่อจข่าวได้เดินทางไปที่โรงเรียนเพชรพิทยาคม จ.เพชรบูรณ์ ไปพบกับ น.ส.กิมจ่าง มาเมือง หรือ ‘น้องฟิวส์’ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/5 ผู้ที่แปะป้ายรับจ้างทำผม   ‘น้องฟิวส์’ เผยว่า แนวคิดที่มาทำเพราะเห็นว่าเพื่อนทักเปียกันเยอะมาก ก็เลยมีแนวคิดที่จะทำผมให้เพื่อนแลกกับเงิน เพื่อนได้ความสวยกลับไปส่วนตัวเองก็ได้เงิน ตนทำผมให้เพื่อนมาตั้งแต่เรียน ชั้น ม.4 แต่ตอนนั้นไม่ได้เก็บตังค์เพื่อนเพิ่งจะมาเก็บตอนอยู่ ม. 5 ส่วนรายได้ดีพอสมควรเพราะบางทีข้าวเที่ยงไม่ต้องควักเงินตัวเองจ่ายเลย   ในหนึ่งวันมีเพื่อนมาทำผมกับตนประมาณ 4-5 คน ส่วนใหญ่ที่มาทำก็มามัดรวบผมบ้าง ถักเปียบ้าง ตามแต่ใจที่เพื่อนชอบจะให้ทำแบบไหน   ด้านนายรัชชาพงษ์ อยู่สุข รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน กล่าวว่า การที่น้องฟิวส์มาถักเปียแลกกับเงินตามระเบียบของโรงเรียนแล้วไม่ผิดกฎ เพราะน้องฟิวส์ได้ใช้เวลาว่างจากการเรียนหารายได้ อย่างที่น้องฟิวส์กล่าวว่าเพื่อนได้เราก็ได้ แต่ที่สำคัญต้องจัดระเบียบในเรื่องเวลาในการทำ และต้องไม่รบกวนการเรียนของตัวน้องฟิวส์เอง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง แชร์น่ารัก นร.เปิดร้านเสริมสวยในห้องเรียน รับถักเปีย-ผูกผมให้เพื่อน คิดครั้งละ 5 บาท      

 2,257
แชร์ออฟเดอะเดย์
03 ธ.ค. 61

สาวโพสต์โมโหแทนเพื่อน จ้างออแกไนซ์ 1 แสน จัดงานแต่ง สิ่งที่อยากเจอกับสิ่งที่ได้ ช่างแตกต่างกัน!

วันที่ 2 ธ.ค.61 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Budzh C. Numthuam ได้โพสต์ภาพงานแต่งงาน พร้อมเล่าเรื่องราวระบุว่า    ‘วันนี้มางานแต่งเพื่อน เพื่อนที่สนิทและรัก ควรเป็นวันที่เพื่อนต้องมีความสุข และแฮปปี้กับงานแต่ง เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนต้องอยากมีงานแต่งที่สมบูรณ์แบบในจินตนาการของแต่ละคน แต่สิ่งที่เพื่อนต้องเจอในวันนี้ รับไม่ได้อย่างมาก โกรธมาก หงุดหงิดมาก กับเงินแสนนึงที่จ่ายไป อาจจะไม่เยอะสำหรับใครแต่เทียบกับเนื้องานเฮงซวยแบบนี้ เราสงสารเพื่อนมากจริงๆ!!    พร้อมติดแฮชแท็ก #ออแกไนซ์งานแต่งเฮงซวย #สถานที่ไม่ผิดผิดที่ออแกไนซ์   ทั้งนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวยังได้โพสต์ภาพแบ็คดรอป พร้อมระบุว่า ‘สภาพ backdrop ใช้โฟมแบบบางแปะกระดาษสีด้วยกาวสองหน้า หน้าด้านๆ หน่อย ความพรมแดงนึกว่าอยู่เมืองคานส์ และความคอนทราสของสีพื้นหลังและพื้นพรม’   ‘ก่อนถ่ายภาพร่วมบ่าวสาว แขกเหรื่อก็อดใจช่วยซ่อมพื้นหลังไม่ได้ ปลื้มใจในความช่วยเหลือ’   ‘ด้านเครื่องดื่มที่เตรียมพร้อมให้แขกเหรื่อ คุณออแกไนซ์บอกว่าเลือกดื่มได้ไม่อั้น ดื่มกันลงไหมจ้า’     ขณะที่โพสต์ต่อมา ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าวได้โพสต์เพิ่มเติมเกี่ยวเรื่องดังกล่าว ระบุข้อความว่า ‘สิ่งที่ฉันอยากเจอ กับสิ่งที่เทอมอบให้ ลงไม่เยอะเพราะขี้เกียจทำรูปจ้า แต่รวมๆ แบบที่เห็นไม่แคปมากปวดมือ’     ทั้งนี้ ผู้โพสต์ได้ระบุเพิ่มเติมว่า เจตจำนงค์ที่โพสต์เพราะต้องการให้เป็นอุทาหรณ์ของการจัดงาน และทางคู่บ่าวสาวไม่ได้ติดใจเอาความอะไร เพราะอยากให้จบกันไป ขอบคุณทุกที่ให้ความสนใจ หากจะจัดงานขอให้ดูจนผลงานจนแน่ใจก่อน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสถานที่ออแกไนซ์ล้วนๆ   ล่าสุด เมื่อเวลา 09.22 วันที่ 3 ธ.ค.61 ผู้โพสต์ระบุว่า ‘จะโพสต์แจงรายละเอียดค่าใช่จ่ายให้ดู อย่างที่บอกตอนต้น ว่าสำหรับใครไม่แพงเราไม่รู้ แต่สำหรับเราและผองเพื่อน แพง’   ซึ่งหลังจากที่โพสต์ดังได้เผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก บางคอมเมนต์ถึงกับบอกว่า ‘จัดบอร์ดตอนมัธยม ยังสวยกว่า’   ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเฟซบุ๊ก Budzh C. Numthuam  

 26,482
แชร์ออฟเดอะเดย์
20 พ.ย. 61

สาวโพสต์ภาพโดนจอดรถขวางประตูบ้าน ซ้ำถูกเจ้าของรถเขียนจดหมายบอก ‘นี่พื้นที่สาธารณะ’

วันที่ 20 พ.ย.61 โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ BubBib JubuJubu ที่ได้โพสต์ภาพและข้อความ หลังมีรถเก๋งสีขาวคันหนึ่งมาจอดหน้าประตูเข้า-ออกบ้าน พร้อมระบุข้อความว่า    ‘จอดรถหน้าบ้านเขาซะมิดมอไซอีเเก่คันน้อยๆ ออกจากบ้านไม่ได้ เดินยังลำบากยังมีหน้ามาเขียนด่าเจ้าของบ้านเขาอีก นี่หนามนุษย์ ใครกันที่ไม่ตรัสรู้’   ทั้งนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวยังได้โพสต์จดหมายที่เขียนมาให้เจ้าของบ้านด้วยโดยมีข้อความว่า ‘นี่มันเป็นที่สาธารณะ ไม่มีใครเค้าจะตรัสรู้หรอกว่าคุณจะออกกี่โมง ทีหลังก็กรุณาติดป้ายบอกไว้ที่หน้าบ้าน ไม่ต้องมาเขียนใส่ที่รถ O.K. (ไม่เกรงใจกันเลย)’   ภาพจากเฟซบุ๊ก BubBib JubuJubu   

 53,554
ข่าวภูมิภาค
17 พ.ย. 61

เจ๊เจ้าของแผงส้มเลือดร้อน หยิบปืนตบหน้า-ยิงคู่กรณีจนหมดแม็ก หลังถูกด่าว่าส้มเน่า

วันที่ 17 พ.ย.61 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าร้านขายส้มชื่อ ศรีวิไล ผลไม้ ภายในตลาดไอยรา ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.คลองหลวง และรถกู้ชีพเทศบาลเมืองท่าโขลง   ที่เกิดเหตุพบกองเลือดอยู่หน้าร้านส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ไปก่อนแล้วและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อ นางสาวศรัญญา ศักดิ์แสง อายุ 30 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธขนาด.38 เข้าที่หน้าอกและหน้าท้องจำนวน 3 นัด และเป็นเจ้าของแผงส้มอยู่ในตลาดไอยรา ต่อมาทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตามไปจับกุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ที่หน้าร้านทรัพย์ธินิดาเจ๊ทิพย์ ทราบชื่อนางสาวทิพท์ ราศีเมือง อายุ 38 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนแบบลูกโม่ขนาด.38 จำนวน 1 กระบอก และปลอกกระสุนปืนขนาด.38 จำนวน 4 ปลอก และกระสุนปืนจำนวน 10 นัด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน   ด้านนางสาวทิพท์ ราศีเมือง อายุ 38 ปี ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ตนเองเป็นก่อเหตุยิงผู้ตายจริง สาเหตุนั้นเพราะผู้ตายมาด่าที่ร้านว่าส้มเสีย ส้มราคาเพียง 10 กว่าบาท แล้วเอาส้มมาเทหน้าร้านเมื่อวานนี้ และเมื่อช่วงเช้าทางผู้ตายก็มาด่าตนอีกเรื่องที่ส้มเน่าตนก็บอกกับผู้ตายให้ถ่ายรูปมาให้ดูเพราะจะไปเอาไปคืนเจ้าของสวนส้มได้ แต่ผู้ตายพูดมาว่าเงินแค่นี้ตนไม่เอาคืนก็ได้ไม่มีปัญญาจะจ่ายเหรอและก็ด่าตนอีก ตนจึงได้หยิบปืนที่อยู่ในลิ้นชักโต๊ะมาตบหน้าผู้ตายไป 1 ครั้ง และยิงผู้ตายไปหมดแม็กกาซีน จากนั้นสามีจึงได้เข้ามาแย่งปืนออกจากมือและรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ที่เกิดเหตุดังกล่าว     ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/jQ6qVOOjT1c

 50,080
แชร์ออฟเดอะเดย์
26 ต.ค. 61

มีเงื่อนงำ! พลทหารผูกคอตายคาค่าย โพสต์บอกถูกใส่ร้ายหนีทหาร

โลกออนไลน์มีการแชร์เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับพลทหารรายหนึ่ง ที่โดนจับส่งไปอยู่ค่ายทหารแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.จันทบุรี ทั้งๆที่ไม่ใช่ค่ายทหารที่ต้องประจำการหรือสังกัดอยู่ โดยพลทหารคนดังกล่าวติดอยู่ในค่ายที่ถูกส่งมาโดยไม่รู้สาเหตุ นานร่วม 3 เดือน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม สุดท้ายตัดสินใจคิดสั้น ผูกคอตายคาค่ายทหาร   ทั้งนี้มีข้อความที่พลทหารคนดังกล่าว ได้มีการโพสต์ว่า ถูกกลั่นแกล้งด้วยการนำไปทิ้งและกักตัวไว้ที่ค่ายที่ไม่ใช่ค่ายสังกัดเดิมเป็นเวลาหลายเดือน โดยไม่ทราบสาเหตุ โดยบางโพสต์ของพลทหารได้ระบุว่า ทำอย่างนี้เท่ากับผมหนีทหาร!! #ทั้งๆที่ไม่หนีราชการทหาร จะยัดผมหนีเนี่ยนะ ทั้งหนีเที่ยวบ้าง มีอีกโพสต์ของพลทหารได้ระบุว่า #สุดท้ายกูก็โดนคนใส่ร้ายป้ายสี   นอกจากนี้มีเพื่อนของพลทหารคนดังกล่าว ได้ออกมาโพสต์ระบุว่า "กูขอโทษ…ที่กูไม่สามารถให้ความช่วยเหลือมึงได้ในวันนั้น ทั้งๆที่มึงได้เอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากกูแล้ว แต่กูก็ช่วยมึงไว้ไม่ได้…เพราะกูแค่ พลทหาร ไม่มีอำนาจอะไรเลย   ถึงกูจะบอกให้นายกูช่วยแล้ว ก็ไม่มีใครเค้าฟังอยู่ดี พูดไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว…ต่อให้กูเสียใจแค่ไหน #มึงก็ไม่รับรู้อะไรอีกแล้วตลอดกาล #มึงเป็นเพื่อนที่จริงใจกับกูที่สุด #เป็นเพื่อนที่กูรักที่สุด #หากชาติหน้ามีจริงขอให้กูกับมึงได้มารู้จักและเป็นเพื่อนกันไปให้นานกว่านี้ #หลับให้สะบายเพื่อนแดง" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lONkVVI7Tvs

 10,166
แชร์ออฟเดอะเดย์
18 ต.ค. 61

ร.ร.อนุบาลใส่ใจเด็ก ติดรายชื่อ นร.แพ้อาหารพร้อมอาการอย่างละเอียด

โลกออนไลน์แชร์ภาพและข้อความจากผู้ใช้ทวิตเตอร์ Patzillar singlet เป็นภาพรายชื่อนักเรียนที่แพ้อาหาร โดยระบุถึงประเภทอาหารที่แพ้และอาการที่จะปรากฏ แปะไว้บนผนัง โดยระบุว่าเป็นภาพจากโรงเรียนอนุบาลบ้านพลอยภูมิ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ   ทำให้โพสต์ถูกรีทวีตออกไปจำนวนมาก ชื่นชมถึงความใส่ใจของโรงเรียนที่ระมัดระวังอาการแพ้อาหารของเด็กนักเรียน ซึ่งโรงเรียนหลายแห่งยังไม่ตระหนักถึงประเด็นดังกล่าวนัก อย่างไรก็ดี มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่ายุคนี้มีเด็กจำนวนมากที่แพ้อาหาร    โดยตัวอย่างของเด็กที่แพ้อาหาร อาทิ แพ้นมวัว มีอาการหายใจครืดคราด, แพ้โปรตีน มีผื่นแดงขึ้นหน้า ริมฝีปาก, แพ้ช็อกโกแล็ค มีผื่นข้นที่ผิวหนังแขนขา, แพ้ไข่ มีอาการอาเจียน ง่วงซึม เป็นต้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-JuaHZSoZe8

 6,052

Top