ค้นหา :

ผลการค้นหา "วงจรปิด"

สังคม-อาชญากรรม
27 ก.พ. 63

เปิดวงจรปิดมัดแก๊ง 'บรรยิน' อุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา 'สจ.อ๊อด' เปิดปากช่วยหาลูกน้องให้ ได้ค่าจ้าง 2 แสน

ความคืบหน้าคดีฆ่านั่งยาง นายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ พี่ชายผู้พิพากษา ที่ถูกพันตำรวจโท บรรยิน ตั้งภากรณ์ พร้อมพวกรวม6คน ก่อเหตุอุ้มจากหน้าศาลอาญากรุงเทพใต้แล้วไปฆ่าเผานั่งยางและทำลายหลักฐานที่ จ.นครสวรรค์   ซึ่งคดีนี้ ผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุ 3คนสารภาพว่าก่อเหตุจริง ประกอบด้วย นาย ณรงค์ศักดิ์ ป้อมจันทร์ นายชาติชาย  เมณฑ์กุล หรือ เปรี้ยว นายประชาวิทย์ ศรีทองสุข หรือ ตูน   โดยทั้งหมดเป็นลูกน้องคนสนิทของ ดาบตำรวจ ธงชัย วจีสัจจะ หรือ สจ.อ๊อด คนสนิทของ พ.ต.ท.บรรยิน โดยเมื่อวานนี้ ตร.กองปราบปรามก็นำหมายศาลเข้าไปตรวจค้นภายในฟาร์มไก่ธงชัย และยึดรถกระบะ สี่ประตู 1 คัน และรถจยย. 1 คันโดยรถทั้งหมดเป็นของสจ.อ๊อด ที่นำมาจอดทิ้งไว้ในฟาร์ม   จากข้อมูลการสอบปากคำของตำรวจพบว่า สจ.อ๊อด ให้การภาคเสธปฎิเสธในบางเรื่องและยอมรับว่ารู้เห็นในบางเรื่องโดยเฉพาะตอนนี้ยอมรับสารภาพแล้วว่า เป็นคนเตรียมการจัดหาทีมงานอุ้มให้กับ พ.ต.ท.บรรยินจริง โดยได้รับค่าจ้าง 2 แสนบาท แต่ปฎิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็นว่าพันตำรวจโทบรรยินจะนำไปก่อเหตุแบบนี้   ทีมข่าวลงพื้นที่ พบว่ามีหลักฐานกล้องวงจรปิด จุดหนึ่งบันทึกภาพของ สจ.อ๊อด และลูกน้อง คือนายเปรี้ยวและนายตูนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง   ช่วงเช้าของวันที่ 4 กุมภาพันธ์ นายตูน ขับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ มารับนายเปรี้ยวที่บ้าน ก่อนจะไปที่ฟาร์มไก่ของ สจ.อ๊อด หลังจากนั้น สจ.อ๊อด เป็นผู้ขับรถยนต์กระบะวีโก้ 4 ประตูสีขาว หมายเลขทะเบียน กน 919 นครสวรรค์ ที่ตร.ยึดไปพานายเปรี้ยวและนายตูน ไปส่งทั้ง 2 คนที่หน้าสถานีอนามัยบ้านสันติธรรม   โดยมีทีมของ พ.ต.ท.บรรยิน ขับรถยนต์ฟรอด์เอเวอร์เรด สีดำ หมายเลขทะเบียน กร 39 นครสวรรค์ มารับอยู่ที่ด้านหน้าสถานีอนามัย โดยในรถคันนี้มี นายมานัส ทับนิล คนขับ พ.ต.ท.บรรยิน นั่งข้างหน้าข้างคนขับนายณรงศักดิ์ นั่งข้างหลัง   เมื่อรถฟอร์ดของ พ.ต.ท.บรรยิน เข้ามาจอด นายเปรี้ยวและนายตูน ก็ลงจากรถกระบะของสจ.อ๊อด เข้ามานั่งในรถฟอร์ด จากนั้นก็มีสจ.อ๊อด เข้ามายืนข้างรถ และยกมือไหว้ พ.ต.ท.บรรยิน   จากนั้นรถของพ.ต.ท.บรรยิน ก็ขับออกไปทุ่งหน้าเข้ากทม.ส่วนตัวของ สจ.อ๊อด ทำหน้าที่แค่จัดหาเท่านั้น พอส่งเสร็จ สจ.อ๊อดก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติในพื้นที่ และก็ปรากฏภาพว่าเป็นผู้ร่วมในงานศพเมื่อเย็นของวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตามภาพที่ญาตินำมาชี้แจงกับทีมข่าวก่อนหน้านี้ และหลังก่อเหตุเสร็จ นายตูนและนายเปรี้ยวได้ย้อนกลับมาที่ฟาร์มไก่ของ สจ.อ๊อด เพื่อเผาเสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุในการอำพรางหลักฐานด้วย   หลังจากเสร็จงานพันตำรวจโทบรรยิน ได้มอบเงินให้กับ สจ.อ๊อด 200,000 บาท ซึ่งเป็นค่าจ้างที่ตกลงกัน หลังจากนั้น สจ.อ๊อด ได้ให้เงินกับนายชาติชายและนายประชาวิทย์ต่อ คนละ 50,000 บาท รวมทั้ง 2 คน เป็นเงิน 100,000 บาท นั่นหมายความว่า สจ.อ๊อด ได้เงินค่าจ้างในการจัดหาทีมงานเอง 100,000 บาท ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ตำรวจออกหมายจับ สจ.อ๊อด ด้วยถึงแม้เจ้าตัวจะอ้างว่าอยู่ในพื้นที่ในช่วงเวลาเกิดก็ตาม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1HDmZXhLOM8

 1,244
อาชญากรรม
27 ก.พ. 63

เปิดวงจรปิดมัดแก๊ง 'บรรยิน' อุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา 'สจ.อ๊อด' เปิดปากช่วยหาลูกน้องให้ ได้ค่าจ้าง 2 แสน

ความคืบหน้าคดีฆ่านั่งยาง นายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ พี่ชายผู้พิพากษา ที่ถูกพันตำรวจโท บรรยิน ตั้งภากรณ์ พร้อมพวกรวม6คน ก่อเหตุอุ้มจากหน้าศาลอาญากรุงเทพใต้แล้วไปฆ่าเผานั่งยางและทำลายหลักฐานที่ จ.นครสวรรค์   ซึ่งคดีนี้ ผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุ 3คนสารภาพว่าก่อเหตุจริง ประกอบด้วย นาย ณรงค์ศักดิ์ ป้อมจันทร์ นายชาติชาย  เมณฑ์กุล หรือ เปรี้ยว นายประชาวิทย์ ศรีทองสุข หรือ ตูน   โดยทั้งหมดเป็นลูกน้องคนสนิทของ ดาบตำรวจ ธงชัย วจีสัจจะ หรือ สจ.อ๊อด คนสนิทของ พ.ต.ท.บรรยิน โดยเมื่อวานนี้ ตร.กองปราบปรามก็นำหมายศาลเข้าไปตรวจค้นภายในฟาร์มไก่ธงชัย และยึดรถกระบะ สี่ประตู 1 คัน และรถจยย. 1 คันโดยรถทั้งหมดเป็นของสจ.อ๊อด ที่นำมาจอดทิ้งไว้ในฟาร์ม   จากข้อมูลการสอบปากคำของตำรวจพบว่า สจ.อ๊อด ให้การภาคเสธปฎิเสธในบางเรื่องและยอมรับว่ารู้เห็นในบางเรื่องโดยเฉพาะตอนนี้ยอมรับสารภาพแล้วว่า เป็นคนเตรียมการจัดหาทีมงานอุ้มให้กับ พ.ต.ท.บรรยินจริง โดยได้รับค่าจ้าง 2 แสนบาท แต่ปฎิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็นว่าพันตำรวจโทบรรยินจะนำไปก่อเหตุแบบนี้   ทีมข่าวลงพื้นที่ พบว่ามีหลักฐานกล้องวงจรปิด จุดหนึ่งบันทึกภาพของ สจ.อ๊อด และลูกน้อง คือนายเปรี้ยวและนายตูนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง   ช่วงเช้าของวันที่ 4 กุมภาพันธ์ นายตูน ขับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ มารับนายเปรี้ยวที่บ้าน ก่อนจะไปที่ฟาร์มไก่ของ สจ.อ๊อด หลังจากนั้น สจ.อ๊อด เป็นผู้ขับรถยนต์กระบะวีโก้ 4 ประตูสีขาว หมายเลขทะเบียน กน 919 นครสวรรค์ ที่ตร.ยึดไปพานายเปรี้ยวและนายตูน ไปส่งทั้ง 2 คนที่หน้าสถานีอนามัยบ้านสันติธรรม   โดยมีทีมของ พ.ต.ท.บรรยิน ขับรถยนต์ฟรอด์เอเวอร์เรด สีดำ หมายเลขทะเบียน กร 39 นครสวรรค์ มารับอยู่ที่ด้านหน้าสถานีอนามัย โดยในรถคันนี้มี นายมานัส ทับนิล คนขับ พ.ต.ท.บรรยิน นั่งข้างหน้าข้างคนขับนายณรงศักดิ์ นั่งข้างหลัง   เมื่อรถฟอร์ดของ พ.ต.ท.บรรยิน เข้ามาจอด นายเปรี้ยวและนายตูน ก็ลงจากรถกระบะของสจ.อ๊อด เข้ามานั่งในรถฟอร์ด จากนั้นก็มีสจ.อ๊อด เข้ามายืนข้างรถ และยกมือไหว้ พ.ต.ท.บรรยิน   จากนั้นรถของพ.ต.ท.บรรยิน ก็ขับออกไปทุ่งหน้าเข้ากทม.ส่วนตัวของ สจ.อ๊อด ทำหน้าที่แค่จัดหาเท่านั้น พอส่งเสร็จ สจ.อ๊อดก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติในพื้นที่ และก็ปรากฏภาพว่าเป็นผู้ร่วมในงานศพเมื่อเย็นของวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตามภาพที่ญาตินำมาชี้แจงกับทีมข่าวก่อนหน้านี้ และหลังก่อเหตุเสร็จ นายตูนและนายเปรี้ยวได้ย้อนกลับมาที่ฟาร์มไก่ของ สจ.อ๊อด เพื่อเผาเสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุในการอำพรางหลักฐานด้วย   หลังจากเสร็จงานพันตำรวจโทบรรยิน ได้มอบเงินให้กับ สจ.อ๊อด 200,000 บาท ซึ่งเป็นค่าจ้างที่ตกลงกัน หลังจากนั้น สจ.อ๊อด ได้ให้เงินกับนายชาติชายและนายประชาวิทย์ต่อ คนละ 50,000 บาท รวมทั้ง 2 คน เป็นเงิน 100,000 บาท นั่นหมายความว่า สจ.อ๊อด ได้เงินค่าจ้างในการจัดหาทีมงานเอง 100,000 บาท ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ตำรวจออกหมายจับ สจ.อ๊อด ด้วยถึงแม้เจ้าตัวจะอ้างว่าอยู่ในพื้นที่ในช่วงเวลาเกิดก็ตาม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1HDmZXhLOM8

 1,244
สังคม-อาชญากรรม
25 ก.พ. 63

เจอโครงกระดูก จุดเผานั่งยางพี่ชายผู้พิพากษา 'บรรยิน' ยังปฏิเสธ หลังมีหลักฐานวงจรปิดหน้าศาล

กรณีตำรวจกองปราบปรามเข้าจับกุม พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ ผู้ต้องสงสัยในคดีอุ้มฆ่านายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ พี่ชาย น.ส.พนิดา ศกุนตะประเสริฐ ผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ เจ้าของสำนวนคดีปลอมเอกสารโอนหุ้นนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง มูลค่า 300 ล้านบาท ที่ถูกโอนไปยังบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.บรรยิน ก่อนติดตามจับกุมพรรคพวกรวม 6 คน โดยหนึ่งในนั้นซัดทอดว่า พ.ต.ท.บรรยิน เป็นผู้บงการ   เมื่อวานนี้ (24 ก.พ.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) เผยว่า หลังจากจับกุม พ.ต.ท.บรรยิน พร้อมพวกรวม 6 คน ได้ ทั้งหมดถูกตั้งข้อหาร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานฯ, เป็นซ่องโจรฯ และเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่โดยหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใดฯ   จากนั้นได้นำตัว พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์,นายมานัส ทับนิล และนายณรงค์ศักดิ์ ป้อมจันทร์ มาควบคุมตัวที่กองปราบปราม โดยคุมขัง พ.ต.ท.บรรยิน ไว้ที่กองปราบปรามเพียงรายเดียว ส่วนนายมานัส และนายณรงค์ศักดิ์ ถูกส่งตัวไปคุมขังไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลใกล้เคียง โดยแยกกันคนละโรงพัก   โดยวันนี้ (25 ก.พ.) จะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ไปผัดฟ้องฝากขังที่ศาลอาญารัชดา มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ชุดหนุมาน ได้คุมตัวผู้ต้องหาอีก 3 ราย ประกอบด้วย นายประชาวิทย์ ศรีทองสุข ,นายชาติชาย เมณฑ์กุล และนายธงชัย วลีสัจจะ หรือ สจ.อ๊อด ที่ถูกจับกุมตัวได้หลังสืบสวนสอบสวนขยายผลผู้ต้องหา ที่รับสารภาพให้การซักทอด ล่าสุดได้คุมตัวมาส่งพนักงานสอบสวนกองปราบปรามเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมเเล้ว ก่อนขออำนาจศาลฝากขังต่อไป   ขณะที่ช่วงเย็นของวานนี้ (24 ก.พ.) ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมาน กองปราบปรามได้เบิกตัว พ.ต.ท.บรรยิน ออกมาจากห้องคุมขัง เพื่อให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำเพิ่มเติม โดยระหว่างคุมตัวนั้น พ.ต.ท.บรรยิน ระบุว่า เป็นครั้งแรกที่ถูกนำตัวไปสอบปากคำ หลังถูกจับกุมเมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา   ผู้สื่อข่าวสอบถามว่ายังยืนยันความบริสุทธิ์อยู่หรือไม่ พ.ต.ท.บรรยิน ตอบว่า “ผมเคยชี้แจงไปแล้ว ผมยังไม่ทราบรายละเอียด เขาคงเรียกผมไปสอบขอดูรายละเอียดก่อน“ ส่วนตัวไม่ได้มีความกังวล   เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ได้อยู่บริเวณหน้าศาลอาญากรุงเทพใต้ ในวันที่เกิดเหตุตามวงจรปิดที่เป็นหลักฐานสำคัญหรือไม่ พ.ต.ท.บรรยิน ไม่ทันได้ตอบ ปัดที่จะพูดถึงประเด็นนี้    พนักงานสอบสวนของกองปราบ ใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง จากนั้น พ.ต.ท.บรรยิน แล้วเดินลงมาจากห้องสอบสวนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตนไปสอบปากคำ และแจ้งข้อกล่าวหาไปตามขั้นตอน ซึ่งยังเป็นข้อหาตามหมายจับอยู่ ในส่วนหลักฐานกล้องวงจรปิดที่สามารถจับภาพว่าตนอยู่บริเวณหน้าศาลนั้น “ผมไม่ทราบ”   ด้านนางวราภรณ์ และนายวรภัทร ตั้งภากรณ์ ซึ่งเป็นภรรยาและบุตรชายของ พ.ต.ท.บรรยิน ได้เดินทางมาที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อเข้าเยี่ยม พ.ต.ท.บรรยิน พร้อมนำอาหารเช้าเป็นข้าวมันไก่ ที่นอนและนำเสื้อผ้ามาให้ พ.ต.ท.บรรยิน เปลี่ยน ใช้เวลาในการเข้าเยี่ยมนานร่วมครึ่งชั่วโมง จากนั้นจึงรีบเดินทางกลับ   โดยลูกชายเปิดเผยว่า จากการพุดคุยกับบิดาไม่มีความวิตกกังวลหรืออาการเครียดแต่อย่างใด ซึ่งพ่อก็นอนหลับดีกินข้าวได้เป็นปกติ และไม่ได้เรียกร้องอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่สงสัยว่าจนป่านนี้แล้วยังไม่สามารถตั้งทนายความขึ้นมาดูแลคดีได้   ขณะที่นางวราภรณ์ ภรรยาเผยว่า สามีได้เล่ารายละเอียดให้ฟังแล้ว แต่ตนยังไม่สามารถให้สัมภาษณ์กับสื่อได้ ต้องสอบถามสามีก่อน ว่าจะเปิดเผยได้หรือไม่ แต่จากการพูดคุย สามีของตนบอกว่า “อยากพูด” แต่ไม่มีโอกาส เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวไว้ หลังจากที่ได้พูดคุยกับสามี เขาก็ไม่มีความกังวลหรืออึดอัดอะไร ส่วนที่ตนอยากจะขอออกมาชี้แจงแทนสามีนั้น ขอกลับไปปรึกษากันและให้เวลาทางครอบครัวก่อน หากพร้อมก็จะออกมาพูด รายละเอียดยังไม่ขอพูดตอนนี้เพราะอยู่ในคดี   ส่วนความคืบหน้าในส่วนของการหาหลักฐาน ที่หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหารสารภาพว่า มีการนำชิ้นส่วนศพ มาโยนทิ้งที่แม่น้ำเจ้าพระยา ต.กลางแดด อ.เมือง และนำมือถือและอุปกรณ์ก่อเหตุ มาทิ้งแม่น้ำปิง ที่ท่าน้ำวัดไทรใต้ ต.ปากน้ำโพธิ์   ต่อมาเจ้าหน้าที่งมหาหลักฐานเป็นมือถือของผู้ตายได้แล้ว บริเวณริมแม่น้ำปิงตรงตามจุดผู้ต้องหารับสารภาพ โดยตรวจสอบแล้วหมายเลขเครื่องตรงกับของผู้ตาย ซึ่งจุดนี้เจ้าหน้าที่ลงค้นหาทั้งใช้นักประดาน้ำ ลงงมค้นหาแบบปูพรม และใช้เครื่องมือตรวจวัตถุโลหะค้นหาจนพบ   ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบในพื้นที่ร้าง หมู่ 5 ต.นิคมเขาบ่อแก้ว อ.พยุหะคีรี หลังมีหนึ่งในคนร้ายที่ร่วมขบวนการอุ้มฆ่า ให้ข้อมูลกลับลำว่า ได้มีการเอาร่างของผู้ตายไปจุดไฟเผานั่งยางในพื้นที่ดังกล่าว   พบว่าพื้นที่อยู่ในสภาพเป็นพื้นที่ร้างว่างป่าวห่างไกลจากชุมชนที่มีบ้านเรือนปลูกอาศัยกว่า 2 กิโลเมตร และพบว่ามีร่องรอยการจุดกองไฟเผา ซึ่งในจุดนี้พบเศษซากกระดูกจำนวนหนึ่งที่ถูกไฟเผา รวมถึงแหวน และเศษซากยางรถยนต์ที่จุดไฟเผายังไม่หมดอีกบางส่วน จึงเก็บเศษซากทั้งหมดที่พบเจอในจุดดังกล่าวไปตรวจสอบ เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นผู้ตายจริงหรือไม่   จึงได้มีการสอบถามข้อมูลถึงความเชื่อมโยงถึงจุดการเผาจุดนี้ และจุดเผาที่ อ.ตาคลี รวมถึงจุดที่มีการนำซากโครงกระดูกไปทิ้งที่แม่น้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าตรวจสอบยังไม่มีการให้ข้อมูลแต่ใด จึงทำให้ยังไม่มีข้อมูลว่า คนร้ายมีการกลับคำให้การในเรื่องจุดทำลายศพหรือไม่   นอกจากนี้ ทีมข่าวของเรา ยังพบเบาะแสจากชาวบ้านว่ามีกล้องววจรปิดจากบ้านชาวบ้านใกล้เคียง สามารถบันทึกภาพ รถยนต์กระบะต้องสงสัยลักษณะคล้ายรถของคนร้าย ขับเข้ามาในพื้นที่จุดทิ้งชิ้นส่วนศพ และจากนั้นก็ขับรถออกไปเมื่อวันที่ 5 ก.พ.เวลา 01.18 น. ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/YY_i2uTdouA

 1,209
อาชญากรรม
25 ก.พ. 63

เจอโครงกระดูก จุดเผานั่งยางพี่ชายผู้พิพากษา 'บรรยิน' ยังปฏิเสธ หลังมีหลักฐานวงจรปิดหน้าศาล

กรณีตำรวจกองปราบปรามเข้าจับกุม พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ ผู้ต้องสงสัยในคดีอุ้มฆ่านายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ พี่ชาย น.ส.พนิดา ศกุนตะประเสริฐ ผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ เจ้าของสำนวนคดีปลอมเอกสารโอนหุ้นนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง มูลค่า 300 ล้านบาท ที่ถูกโอนไปยังบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.บรรยิน ก่อนติดตามจับกุมพรรคพวกรวม 6 คน โดยหนึ่งในนั้นซัดทอดว่า พ.ต.ท.บรรยิน เป็นผู้บงการ   เมื่อวานนี้ (24 ก.พ.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) เผยว่า หลังจากจับกุม พ.ต.ท.บรรยิน พร้อมพวกรวม 6 คน ได้ ทั้งหมดถูกตั้งข้อหาร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานฯ, เป็นซ่องโจรฯ และเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่โดยหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใดฯ   จากนั้นได้นำตัว พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์,นายมานัส ทับนิล และนายณรงค์ศักดิ์ ป้อมจันทร์ มาควบคุมตัวที่กองปราบปราม โดยคุมขัง พ.ต.ท.บรรยิน ไว้ที่กองปราบปรามเพียงรายเดียว ส่วนนายมานัส และนายณรงค์ศักดิ์ ถูกส่งตัวไปคุมขังไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลใกล้เคียง โดยแยกกันคนละโรงพัก   โดยวันนี้ (25 ก.พ.) จะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ไปผัดฟ้องฝากขังที่ศาลอาญารัชดา มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ชุดหนุมาน ได้คุมตัวผู้ต้องหาอีก 3 ราย ประกอบด้วย นายประชาวิทย์ ศรีทองสุข ,นายชาติชาย เมณฑ์กุล และนายธงชัย วลีสัจจะ หรือ สจ.อ๊อด ที่ถูกจับกุมตัวได้หลังสืบสวนสอบสวนขยายผลผู้ต้องหา ที่รับสารภาพให้การซักทอด ล่าสุดได้คุมตัวมาส่งพนักงานสอบสวนกองปราบปรามเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมเเล้ว ก่อนขออำนาจศาลฝากขังต่อไป   ขณะที่ช่วงเย็นของวานนี้ (24 ก.พ.) ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมาน กองปราบปรามได้เบิกตัว พ.ต.ท.บรรยิน ออกมาจากห้องคุมขัง เพื่อให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำเพิ่มเติม โดยระหว่างคุมตัวนั้น พ.ต.ท.บรรยิน ระบุว่า เป็นครั้งแรกที่ถูกนำตัวไปสอบปากคำ หลังถูกจับกุมเมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา   ผู้สื่อข่าวสอบถามว่ายังยืนยันความบริสุทธิ์อยู่หรือไม่ พ.ต.ท.บรรยิน ตอบว่า “ผมเคยชี้แจงไปแล้ว ผมยังไม่ทราบรายละเอียด เขาคงเรียกผมไปสอบขอดูรายละเอียดก่อน“ ส่วนตัวไม่ได้มีความกังวล   เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ได้อยู่บริเวณหน้าศาลอาญากรุงเทพใต้ ในวันที่เกิดเหตุตามวงจรปิดที่เป็นหลักฐานสำคัญหรือไม่ พ.ต.ท.บรรยิน ไม่ทันได้ตอบ ปัดที่จะพูดถึงประเด็นนี้    พนักงานสอบสวนของกองปราบ ใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง จากนั้น พ.ต.ท.บรรยิน แล้วเดินลงมาจากห้องสอบสวนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตนไปสอบปากคำ และแจ้งข้อกล่าวหาไปตามขั้นตอน ซึ่งยังเป็นข้อหาตามหมายจับอยู่ ในส่วนหลักฐานกล้องวงจรปิดที่สามารถจับภาพว่าตนอยู่บริเวณหน้าศาลนั้น “ผมไม่ทราบ”   ด้านนางวราภรณ์ และนายวรภัทร ตั้งภากรณ์ ซึ่งเป็นภรรยาและบุตรชายของ พ.ต.ท.บรรยิน ได้เดินทางมาที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อเข้าเยี่ยม พ.ต.ท.บรรยิน พร้อมนำอาหารเช้าเป็นข้าวมันไก่ ที่นอนและนำเสื้อผ้ามาให้ พ.ต.ท.บรรยิน เปลี่ยน ใช้เวลาในการเข้าเยี่ยมนานร่วมครึ่งชั่วโมง จากนั้นจึงรีบเดินทางกลับ   โดยลูกชายเปิดเผยว่า จากการพุดคุยกับบิดาไม่มีความวิตกกังวลหรืออาการเครียดแต่อย่างใด ซึ่งพ่อก็นอนหลับดีกินข้าวได้เป็นปกติ และไม่ได้เรียกร้องอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่สงสัยว่าจนป่านนี้แล้วยังไม่สามารถตั้งทนายความขึ้นมาดูแลคดีได้   ขณะที่นางวราภรณ์ ภรรยาเผยว่า สามีได้เล่ารายละเอียดให้ฟังแล้ว แต่ตนยังไม่สามารถให้สัมภาษณ์กับสื่อได้ ต้องสอบถามสามีก่อน ว่าจะเปิดเผยได้หรือไม่ แต่จากการพูดคุย สามีของตนบอกว่า “อยากพูด” แต่ไม่มีโอกาส เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวไว้ หลังจากที่ได้พูดคุยกับสามี เขาก็ไม่มีความกังวลหรืออึดอัดอะไร ส่วนที่ตนอยากจะขอออกมาชี้แจงแทนสามีนั้น ขอกลับไปปรึกษากันและให้เวลาทางครอบครัวก่อน หากพร้อมก็จะออกมาพูด รายละเอียดยังไม่ขอพูดตอนนี้เพราะอยู่ในคดี   ส่วนความคืบหน้าในส่วนของการหาหลักฐาน ที่หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหารสารภาพว่า มีการนำชิ้นส่วนศพ มาโยนทิ้งที่แม่น้ำเจ้าพระยา ต.กลางแดด อ.เมือง และนำมือถือและอุปกรณ์ก่อเหตุ มาทิ้งแม่น้ำปิง ที่ท่าน้ำวัดไทรใต้ ต.ปากน้ำโพธิ์   ต่อมาเจ้าหน้าที่งมหาหลักฐานเป็นมือถือของผู้ตายได้แล้ว บริเวณริมแม่น้ำปิงตรงตามจุดผู้ต้องหารับสารภาพ โดยตรวจสอบแล้วหมายเลขเครื่องตรงกับของผู้ตาย ซึ่งจุดนี้เจ้าหน้าที่ลงค้นหาทั้งใช้นักประดาน้ำ ลงงมค้นหาแบบปูพรม และใช้เครื่องมือตรวจวัตถุโลหะค้นหาจนพบ   ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบในพื้นที่ร้าง หมู่ 5 ต.นิคมเขาบ่อแก้ว อ.พยุหะคีรี หลังมีหนึ่งในคนร้ายที่ร่วมขบวนการอุ้มฆ่า ให้ข้อมูลกลับลำว่า ได้มีการเอาร่างของผู้ตายไปจุดไฟเผานั่งยางในพื้นที่ดังกล่าว   พบว่าพื้นที่อยู่ในสภาพเป็นพื้นที่ร้างว่างป่าวห่างไกลจากชุมชนที่มีบ้านเรือนปลูกอาศัยกว่า 2 กิโลเมตร และพบว่ามีร่องรอยการจุดกองไฟเผา ซึ่งในจุดนี้พบเศษซากกระดูกจำนวนหนึ่งที่ถูกไฟเผา รวมถึงแหวน และเศษซากยางรถยนต์ที่จุดไฟเผายังไม่หมดอีกบางส่วน จึงเก็บเศษซากทั้งหมดที่พบเจอในจุดดังกล่าวไปตรวจสอบ เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นผู้ตายจริงหรือไม่   จึงได้มีการสอบถามข้อมูลถึงความเชื่อมโยงถึงจุดการเผาจุดนี้ และจุดเผาที่ อ.ตาคลี รวมถึงจุดที่มีการนำซากโครงกระดูกไปทิ้งที่แม่น้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าตรวจสอบยังไม่มีการให้ข้อมูลแต่ใด จึงทำให้ยังไม่มีข้อมูลว่า คนร้ายมีการกลับคำให้การในเรื่องจุดทำลายศพหรือไม่   นอกจากนี้ ทีมข่าวของเรา ยังพบเบาะแสจากชาวบ้านว่ามีกล้องววจรปิดจากบ้านชาวบ้านใกล้เคียง สามารถบันทึกภาพ รถยนต์กระบะต้องสงสัยลักษณะคล้ายรถของคนร้าย ขับเข้ามาในพื้นที่จุดทิ้งชิ้นส่วนศพ และจากนั้นก็ขับรถออกไปเมื่อวันที่ 5 ก.พ.เวลา 01.18 น. ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/YY_i2uTdouA

 1,209
ต่างประเทศ
19 ก.พ. 63

ขโมยเป็นทีม! 3 หัวขโมยมาเลเซีย ตีเนียนฉกกระเป๋าสาวกลางร้านอาหาร

มาเลเซีย-ขโมยทำงานเป็นทีม ฉกกระเป๋าสาวกลางร้านอาหาร ตีเนียนจนเจ้าของไม่รู้ว่ากระเป๋าหายไปตอนไหน   กล้องวงจรปิดจับภาพคู่รักชายหญิงคู่หนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ผู้หญิงวางกระเป๋าใบเล็กไว้ด้านหลัง และวางถุงช้อปปิ้งบนเก้าอี้ยาว จนกระทั่งมีแก๊งหัวขโมย 3 คน เข้ามานั่งที่โต๊ะติดกัน หนึ่งในหัวขโมยตีเนียนวางของใกล้ ๆ ก่อนเอื้อมมือไปด้านหลังขโมยกระเป๋าของผู้หญิง นำมาใส่ในถุงของตัวเอง และส่งให้เพื่อนร่วมแก๊ง ก่อนทั้ง 3 คนจะทยอยเดินออกจากร้านหนีไป  

 1,789
ต่างประเทศ
17 ก.พ. 63

นาทีชีวิต เด็กชาย 2 ขวบ จมน้ำในสระโรงแรมนาน 4 นาที ก่อนช่วยได้หวุดหวิด

ภาพนาทีชีวิต เด็กชายอายุ 2 ขวบเกือบจมน้ำเสียชีวิต ในสระว่ายน้ำของโรงแรมแห่งหนึ่งในรัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา   วงจรปิดจับภาพขณะเด็กชาย 2 ขวบพยายามว่ายน้ำ ลอยเหนือขึ้นมาบนผิวน้ำ แล้วผลุบๆโผล่ๆก่อนจะจมน้ำนาน 4 นาที ก่อนที่เด็กหญิงวัย 9 ขวบ จะสังเกตเห็นแล้วแจ้งให้แม่ทราบ จึงได้ช่วยเด็กชายคนนี้ขึ้นมาได้ รอดตายหวุดหวิด  

 7,354
สังคม-อาชญากรรม
01 ก.พ. 63

เปิดคลิปหนุ่มตีเนียนชวนคุย ก่อนแอบฉกบัตรประชาชนใส่กระเป๋าดอดหนี

นนทบุรี - คลิปกล้องวงจรปิด จับภาพพฤติกรรมของชายคนหนึ่ง ขณะที่แอบหยิบบัตรประชาชนของผู้เสียหาย ที่วางลืมไว้ที่เคาท์เตอร์พนักงานขายโทรศัพท์ ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะเอาบัตรประชาชนของผู้เสียหายใส่กระเป๋าและเดินหนีไป   ผู้เสียหายคือ นางสาวณัฏวรีย์ เมฆบุตร นำภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยตามหาตัวชายคนดังกล่าว เธอเล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา เธอไปซื้อโทรศัพท์ที่ร้านดังกล่าว หลังจากตัดสินใจซื้อแล้ว พนักงานก็ขอบัตรประชาชนของเธอเพื่อนำไปคีย์ข้อมูลการซื้อขาย หลังจากได้สินค้า เธอก็เดินออกไปซื้อของอีกร้านหนึ่ง โดยลืมบัตรประชาชนไว้บนเคาท์เตอร์พนักงานร้านขายโทรศัพท์ มารู้ตัวก็ตอนที่จะซื้อของอีกร้านและต้องใช้บัตรประชาชนเหมือนกัน เธอจึงย้อนกลับไปเอาที่ร้านแรก แต่พนักงานหาไม่เจอ จึงเปิดกล้องวงจรปิดและเห็นว่า ขณะที่พนักงานกำลังคีย์ข้อมูล มีชายคนหนึ่งเดินมาที่เคาท์เตอร์ อาศัยจังหวะที่พนักงานเผลอ หยิบบัตรประชาชนของเธอใส่กระเป๋าและเดินหนีไป   หญิงสาวระบุว่า ต้องการให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวชายคนนี้ และเอาบัตรประชาชนของเธอคืน เพราะเกรงว่าชายคนดังกล่าวจะนำบัตรประชาชนของเธอไปใช้ในทางไม่ดีจนเกิดความเสียหาย รวมทั้งเธอได้โพสต์คลิปดังกล่าวลงโซเชียล เพื่อเตือนภัย เพราะลักษณะของชายคนดังกล่าว คาดว่าทำมาหลายครั้งแล้ว     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/mCwniTQdGWY

 502
สังคม
01 ก.พ. 63

เปิดคลิปหนุ่มตีเนียนชวนคุย ก่อนแอบฉกบัตรประชาชนใส่กระเป๋าดอดหนี

นนทบุรี - คลิปกล้องวงจรปิด จับภาพพฤติกรรมของชายคนหนึ่ง ขณะที่แอบหยิบบัตรประชาชนของผู้เสียหาย ที่วางลืมไว้ที่เคาท์เตอร์พนักงานขายโทรศัพท์ ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะเอาบัตรประชาชนของผู้เสียหายใส่กระเป๋าและเดินหนีไป   ผู้เสียหายคือ นางสาวณัฏวรีย์ เมฆบุตร นำภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยตามหาตัวชายคนดังกล่าว เธอเล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา เธอไปซื้อโทรศัพท์ที่ร้านดังกล่าว หลังจากตัดสินใจซื้อแล้ว พนักงานก็ขอบัตรประชาชนของเธอเพื่อนำไปคีย์ข้อมูลการซื้อขาย หลังจากได้สินค้า เธอก็เดินออกไปซื้อของอีกร้านหนึ่ง โดยลืมบัตรประชาชนไว้บนเคาท์เตอร์พนักงานร้านขายโทรศัพท์ มารู้ตัวก็ตอนที่จะซื้อของอีกร้านและต้องใช้บัตรประชาชนเหมือนกัน เธอจึงย้อนกลับไปเอาที่ร้านแรก แต่พนักงานหาไม่เจอ จึงเปิดกล้องวงจรปิดและเห็นว่า ขณะที่พนักงานกำลังคีย์ข้อมูล มีชายคนหนึ่งเดินมาที่เคาท์เตอร์ อาศัยจังหวะที่พนักงานเผลอ หยิบบัตรประชาชนของเธอใส่กระเป๋าและเดินหนีไป   หญิงสาวระบุว่า ต้องการให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวชายคนนี้ และเอาบัตรประชาชนของเธอคืน เพราะเกรงว่าชายคนดังกล่าวจะนำบัตรประชาชนของเธอไปใช้ในทางไม่ดีจนเกิดความเสียหาย รวมทั้งเธอได้โพสต์คลิปดังกล่าวลงโซเชียล เพื่อเตือนภัย เพราะลักษณะของชายคนดังกล่าว คาดว่าทำมาหลายครั้งแล้ว     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/mCwniTQdGWY

 502
สังคม
12 ม.ค. 63

เปิดวงจรปิด โจรแสบแฝงตัวเที่ยวงานวันเด็ก สบโอกาสขโมยรถ จยย.ขี่หนี

สมุทรสาคร - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุคนร้ายแอบเข้ามาขโมยจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ อบจ.สมุทรสาคร ภายในโรงจอดรถช่วงที่กำลังมีการจัดงานวันเด็ก โดยอาศัยช่วงที่ทุกคนกำลังสนุกสนานรับของแจกของขวัญจากเจ้าหน้าที่ผู้จัดงาน   เรื่องดังกล่าวเปิดเผยเมื่อเวลาประมาณ 10.13 น.กล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายเป้นผู้ชายอายุประมาณ 35 ปี รูปร่างผอม สวมกางเกงขาสั้น เสื้อยืดสีดำ มีแว่นตากันแดดคาดศีรษะเอาไว้ โดยชายดังกล่าวเดินเข้ามาที่โรงจอดรถจักรยานยนต์ด้านหลังอาคารสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร ก่อนที่จะเข้าไปภายในโรงงานจอดรถ   โดยที่ภายในมือยังถือของกินที่ได้รับแจกมาจากงานวันเด็ก จากนั้นคนร้ายได้ตรงมายังรถจักรยานยนต์เป้าหมาย ก่อนที่ชะงักและเดินผละไปทางอื่นเนื่องจากมีคนเดินผ่านมา แต่เมื่อสบโอกาสคนร้ายได้กลับมายังรถจักรยานยนต์เป้าหมายยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สีดำส้ม ทะเบียน กษต 242 อุบลราชธานี ซึ่งเป็นของ น.ส.สิริวาริน สีหา อายุ 31 ปี เจ้าหน้าที่นิติกรสำนักปลัด อบจ.สมุทรสาคร ก่อนที่จะหยิบหมวกกันน็อคของผู้เสียหายไปวางไว้ที่รถจักรยานยนต์อีกคัน และสตาร์ทรถขี่ออกไปทางด้านขวามือ ซึ่งเป็นทางออกปกติแต่วันเกิดเหตุมีการตั้งเวทีจัดงานวันเด็ก คนร้ายจึงขี่รถย้อนกลับมาทางเดิม และออกทางประตูด้านหลัง อบจ.สมุทรสาคร   สัมภาษณ์ผู้เสียหายเล่าให้ฟังว่า ปกติตนเองและเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่จะนำรถมาจอดตรงจุดนี้เป็นประจำ โดยตนเองจะขี่รถจักรยานยนต์มาทำงานทุกวัน โดยที่รถจะหายนั้นตนเองจอดรถไว้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 10 ม.ค. เนื่องจากวันนั้นได้อาศัยรถเพื่อนกลับที่พัก แต่ตอนเช้าวันเสาร์ ซึ่งเป็นวันเด็กตนเองมาช่วยจัดงานตั้งตาเช้าก็ยังเห็นรถจอดอยู่ กระทั่งช่วงใกล้เที่ยงตนเองจะต้องใช้รถจักรยานยนต์จึงเดินมาที่โรงรถ เมื่อมาถึงไม่พบรถจอดอยู่ก็รู้สึกงงและพยายามคิดว่าตนเองนำรถไปจอดที่อื่นหรือไม่ กระทั่งตัดสินใจไปขอดูกล้องวงจรปิด ก็พบว่ามีคนร้ายมาขโมยรถออกไปตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. คาดว่าคนร้ายจะใช้กุญแจผีหรือเครื่องมือไขกุญแจสตาร์ทรถออกไป   เบื้องต้นได้แจ้งให้ผู้บริหารรับทราบซึ่งทุกคนก็เป็นห่วง และให้ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/kW9OrUQT7ig    

 1,167
ต่างประเทศ
03 ม.ค. 63

ทำกันขนาดนี้! แก๊งคนจีนแสบ ขี่จยย.ชนแท็กซี่ เล่นใหญ่ล้มกลิ้งร้องโอดโอย หวังเงินประกัน

ภาพวงจรปิดจากนครเซี่ยงไฮ้ของจีน จับภาพการเล่นละครครั้งใหญ่กลางถนน เมื่อชายคนหนึ่งขี่จักรยานยนต์มาพุ่งชนรถแท็กซี่ที่ขับมาดีๆ ก่อนทำทีล้ม กลิ้งไปกลิ้งมา นอกจากนี้ยังมีเพื่อนในแก๊งวิ่งมาสมทบ จัดฉากต่อยตีกันชุลมุน เพื่อหวังเอาเงินประกันจากรถคู่กรณี  

 1,285
ข่าวภูมิภาค
28 ธ.ค. 62

นาทีสาวไม่สวมหมวกกันน็อก ขี่จยย.พุ่งชนเกาะกลาง หน้าจุดตรวจ

หนองบัวลำภู - วงจรปิดจับภาพหญิงสาวอายุ 21 และ ปี ขับและซ้อน จยย.พุ่งชนเกาะกลางถนนหน้าจุดบริการเทศกาลปีใหม่ ที่ อ.ศรีบุญเรือง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ในจุดบริการจะรีบเข้าช่วยเหลือ   บริเวณจุดตรวจ จุดบริการสามแยกเทศบาลจอมทอง เวลา 15.55 น. ของวันที่ 27 ธ.ค. 62 วันแรกของห้วง 7 วันอันตราย ที่แสดงให้เห็นหญิงสาว 2 คน ขับ จยย.ไม่สวมหมวกกันน็อก ขับรถพุ่งตรงจากฝั่งตรงข้ามจุดบริการ ก่อนจะพุ่งชนขอบเกาะกลางถนน แล้วรถพลิกคว่ำอย่างรุนแรง ร่างคนขับและคนซ้อนม้วนกอดกันกระเด็นมาตกพื้นหญ้าหน้าจุดบริการ ก่อนที่จะมีตำรวจและเจ้าหน้าที่พยาบาล เข้ามาดูคนเจ็บที่นอนนิ่งไม่ได้สติ ปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำทั้งสองคนส่งโรงพยาบาล    โดยขณะที่กำลังช่วยเหลือคนเจ็บได้มีเพื่อนของคนเจ็บที่ขับ จยย. ตามกันมาได้ลงมาดูด้วยอาการตกใจ เบื้องต้นทราบว่าคนเจ็บทั้งสองคนเป็นหญิง อายุ 18 และ 21 ปี เจ้าหน้าที่ต้องตรวจว่ามีแอลกอฮอล์ในร่างกายหรือไม่กันต่อไป ต่อมาไม่มีการเปิดเผยว่าเมาหรือไม่ ทราบเพียงว่าอาการปลอดภัยทั้งคู่     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/EerTINIObP0

 1,066
สังคม
28 ธ.ค. 62

นาทีสาวไม่สวมหมวกกันน็อก ขี่จยย.พุ่งชนเกาะกลาง หน้าจุดตรวจ

หนองบัวลำภู - วงจรปิดจับภาพหญิงสาวอายุ 21 และ ปี ขับและซ้อน จยย.พุ่งชนเกาะกลางถนนหน้าจุดบริการเทศกาลปีใหม่ ที่ อ.ศรีบุญเรือง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ในจุดบริการจะรีบเข้าช่วยเหลือ   บริเวณจุดตรวจ จุดบริการสามแยกเทศบาลจอมทอง เวลา 15.55 น. ของวันที่ 27 ธ.ค. 62 วันแรกของห้วง 7 วันอันตราย ที่แสดงให้เห็นหญิงสาว 2 คน ขับ จยย.ไม่สวมหมวกกันน็อก ขับรถพุ่งตรงจากฝั่งตรงข้ามจุดบริการ ก่อนจะพุ่งชนขอบเกาะกลางถนน แล้วรถพลิกคว่ำอย่างรุนแรง ร่างคนขับและคนซ้อนม้วนกอดกันกระเด็นมาตกพื้นหญ้าหน้าจุดบริการ ก่อนที่จะมีตำรวจและเจ้าหน้าที่พยาบาล เข้ามาดูคนเจ็บที่นอนนิ่งไม่ได้สติ ปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำทั้งสองคนส่งโรงพยาบาล    โดยขณะที่กำลังช่วยเหลือคนเจ็บได้มีเพื่อนของคนเจ็บที่ขับ จยย. ตามกันมาได้ลงมาดูด้วยอาการตกใจ เบื้องต้นทราบว่าคนเจ็บทั้งสองคนเป็นหญิง อายุ 18 และ 21 ปี เจ้าหน้าที่ต้องตรวจว่ามีแอลกอฮอล์ในร่างกายหรือไม่กันต่อไป ต่อมาไม่มีการเปิดเผยว่าเมาหรือไม่ ทราบเพียงว่าอาการปลอดภัยทั้งคู่     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/EerTINIObP0

 1,066
ข่าวภูมิภาค
20 ธ.ค. 62

หัวขโมยย่องเข้าร้านปลาเผา ขโมยปลาทับทิมเกลี้ยงบ่อ

ชลบุรี - วงจรปิดจับภาพ คนร้ายเป็นชายรูปร่างสูง มีไฟฉายส่องคาดหน้าผาก ขี่รถ จยย.ไม่ทราบรุ่นและทะเบียน ย่องเข้ามาเดินดูลาดเลาในร้านน้องพลอยปลาเผา ตั้งอยู่ที่ริมถนนศุขประยูรขาเข้า อ.พนัสนิคม ก่อนจะขโมยตักเอาปลาทับทิมสด ที่เจ้าของร้านได้ขังใส่บ่อพลาสติก โดยคนร้ายใช้ถังและกะละมังที่อยู่ในร้านมาใส่ปลา ก่อนจะตักเอาปลาทับทิมจนหมดบ่อ และหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ที่เกิดเหตุชื่อ ร้านน้องพลอยปลาเผา พบกับนางวันเพ็ญ พงษ์พานิช อายุ 52 ปี เจ้าของร้านผู้เสียหายได้พาไปชี้จุดที่กักเก็บปลาในบ่อพลาสติกที่คนร้ายมาขโมยไป    สอบถามนางวันเพ็ญ เล่าว่าหลังจากปิดร้านปลาที่เหลืออยู่ในบ่อจำนวน 23 ตัวตนจึงได้ขังใส่อ๊อกซิเจนเอาไว้ให้ปลายังคงสดมีชีวิตเพื่อไว้ขายในวันต่อไปต่อพอเช้าวานนี้ (19 ธ.ค.) ตนได้มาเช็คของเพื่อจะได้สั่งมาเพิ่มพอมาดูบ่อปลาก็ตกใจปลาไม่มีสักตัวจึงได้เปิดกล้องดูก็พบกับคนร้ายที่เข้ามาขโมยไปโดยปลาที่ถูกขโมยไปราคาทุนที่ตัวละ 150-200 แล้วแต่ไซส์แต่ที่คนร้ายได้ขโมยไปไม่ต่ำกว่า 5 พันบาท ซึ่งตนก็เดือดร้อนมากเพราะช่วงนี้เศรษฐกิจก็ไม่ดีของก็ขายยาก    อยากฝากถึงคนร้ายให้เลิกทำความเดือดร้อนให้อื่นได้แล้วเพราะเขาก็เดือดร้อนเหมือนกัน ฝากถึงตำรวจอยากให้จับคนร้ายให้ได้เร็วๆ เพราะกล้องวงจรปิดก็จับภาพได้ชัดเจนขนาดนี้ จะได้ไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับอื่นอีก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/w58lIZmo9wA

 3,569
สังคม
20 ธ.ค. 62

หัวขโมยย่องเข้าร้านปลาเผา ขโมยปลาทับทิมเกลี้ยงบ่อ

ชลบุรี - วงจรปิดจับภาพ คนร้ายเป็นชายรูปร่างสูง มีไฟฉายส่องคาดหน้าผาก ขี่รถ จยย.ไม่ทราบรุ่นและทะเบียน ย่องเข้ามาเดินดูลาดเลาในร้านน้องพลอยปลาเผา ตั้งอยู่ที่ริมถนนศุขประยูรขาเข้า อ.พนัสนิคม ก่อนจะขโมยตักเอาปลาทับทิมสด ที่เจ้าของร้านได้ขังใส่บ่อพลาสติก โดยคนร้ายใช้ถังและกะละมังที่อยู่ในร้านมาใส่ปลา ก่อนจะตักเอาปลาทับทิมจนหมดบ่อ และหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ที่เกิดเหตุชื่อ ร้านน้องพลอยปลาเผา พบกับนางวันเพ็ญ พงษ์พานิช อายุ 52 ปี เจ้าของร้านผู้เสียหายได้พาไปชี้จุดที่กักเก็บปลาในบ่อพลาสติกที่คนร้ายมาขโมยไป    สอบถามนางวันเพ็ญ เล่าว่าหลังจากปิดร้านปลาที่เหลืออยู่ในบ่อจำนวน 23 ตัวตนจึงได้ขังใส่อ๊อกซิเจนเอาไว้ให้ปลายังคงสดมีชีวิตเพื่อไว้ขายในวันต่อไปต่อพอเช้าวานนี้ (19 ธ.ค.) ตนได้มาเช็คของเพื่อจะได้สั่งมาเพิ่มพอมาดูบ่อปลาก็ตกใจปลาไม่มีสักตัวจึงได้เปิดกล้องดูก็พบกับคนร้ายที่เข้ามาขโมยไปโดยปลาที่ถูกขโมยไปราคาทุนที่ตัวละ 150-200 แล้วแต่ไซส์แต่ที่คนร้ายได้ขโมยไปไม่ต่ำกว่า 5 พันบาท ซึ่งตนก็เดือดร้อนมากเพราะช่วงนี้เศรษฐกิจก็ไม่ดีของก็ขายยาก    อยากฝากถึงคนร้ายให้เลิกทำความเดือดร้อนให้อื่นได้แล้วเพราะเขาก็เดือดร้อนเหมือนกัน ฝากถึงตำรวจอยากให้จับคนร้ายให้ได้เร็วๆ เพราะกล้องวงจรปิดก็จับภาพได้ชัดเจนขนาดนี้ จะได้ไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับอื่นอีก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/w58lIZmo9wA

 3,569
สังคม
13 ธ.ค. 62

เปิดกล้องวงจรปิดไล่ล่าแก๊งคนร้ายขับรถหรูขนยาบ้า 2 แสนเม็ด

ตำรวจ สน.แสมดำ เร่งตรวจสอบหา 3 คนร้าย นำรถหรูขนยาบ้ากว่า 8 แสนเม็ด มาจอดทิ้งไว้ หลังถูกตำรวจสายตรวจไล่ล่าติดตาม   ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบถุงกระสอบขนาดใหญ่ ซึ่งภายในบรรจุยาบ้ากว่า 8 แสนเม็ด ภายในรถยนต์หรูสีดำที่ขับมาจอดทิ้งไว้บริเวณท้ายซอยสะแกงาม 52 หลังตำรวจสายตรวจ สน.แสมดำ พบรถต้องสงสัยดังกล่าว และไล่ติดตามมาจนถึงที่เกิดเหตุ ก่อนคนร้ายจะหลบหนีไปโดยเริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 5 นาฬิกา ขณะที่ตำรวจสายตรวจ สน.แสมดำ 2 นาย กำลังปฎิบัติหน้าที่อยู่บริเวณริมถนนปากซอยสะแกงาม 12 สังเกตุฝั่งตรงข้ามเห็นบุคคล 3 คน กำลังขนถุงปุ๋ยที่ตรวจสอบภายหลังพบว่าบรรจุยาบ้าประมาณ 15 มัด จำนวนกว่า 150,000 เม็ด ลงจากรถมาวางไว้บริเวณริมถนนอย่างมีพิรุธ จึงได้พยายามจะเข้าตรวจค้น แต่คนร้ายได้ขับรถหลบหนีเข้าไปยังบริเวณซอยสะแกงาม 52 กระทั่งคนร้ายเห็นว่าเป็นซอยตัน จึงจอดรถทิ้งไว้ก่อนวิ่งหลบหนีไปคนละทาง    เมื่อตรวจสอบในรถพบถุงกระสอบ 3 ถุง มียาบ้าจำนวนประมาณ 65 มัด จำนวนกว่า 650,000 เม็ด และน้ำกระท่อม จำนวน 2 ขวด นายปัญญา ปานสมุทร ระบุว่า บริเวณตรงรถตู้จอดทิ้งไว้ เป็นลานจอดรถซึ่งเป็นพื้นที่ของครอบครัว โดยตนเองไม่ได้เห็นเหตุการณ์เอง แต่มีชาวบ้านที่อยู่บริเวณนี้บอกว่าช่วงเวลาเกิดเหตุประมาณ ตี 5 กว่า ได้ยินเหมือนเสียงรถชนโกดังเก็บของจึงวิ่งออกมาดู ก็เห็นคนขับรถวิ่งออกมาก่อนหลบหนีตำรวจที่ตามมาอย่างกระชั้นชิดจากการตรวจสอบคาดว่า ชายทั้ง 3 คนที่หลบหนีน่าจะนำยาบ้าของกลางมาวางไว้ตามจุดนัดหมาย รอให้ลูกค้ามานำไปแบ่งขายต่อ แต่จังหวะดังกล่าวกลับพบสายตรวจ สน.แสมดำ ซึ่งกำลังตรวจตราพื้นที่ในความรับผิดชอบอยู่พอดี จึงต้องรีบหนีและอาศัยความมืดทิ้งรถวิ่งหลบหนีไปได้    โดยขณะนี้ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.แสมดำ เร่งติดตามแกะรอยจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี รวมทั้งตรวจสอบวัตถุพยานที่พบบนรถ และตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงส่วนการตรวจสอบรถยนต์หรูคันเกิดเหตุ ขณะนี้ตำรวจทราบชื่อผู้ครอบครองแล้ว พบเป็นชายอายุ 33 ปี ตอนนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวมาสอบปากคำ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eUY7bAiegWU

 3,453

Top