ค้นหา :

ผลการค้นหา "วงจรปิด"

สังคม-อาชญากรรม
01 ต.ค. 62

เปิดอีกมุม กระบะมรณะ 13 ศพ พ่อคนขับกระบะขอโทษ ยันลูกชายเหมือนตายทั้งเป็น

จากกรณีอุบัติเหตุรถกระบะซิ่งแซงขวาอย่างรวดเร็วจนเสียหลักพลิกคว่ำ บริเวณหน้าปากซอยกิ่งแก้ว 21 มุ่งหน้าลาดกระบัง ม.12 ถ.กิ่งแก้ว ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เป็นเหตุให้นักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษที่ถูกส่งมาฝึกงานที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง เสียชีวิต 13 ราย บาดเจ็บสาหัส 6 ราย โดยศพผู้เสียชีวิตญาตินำร่างกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดแล้ว   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบริเวณจุดเกิดเหตุยังคงมีเศษซากรถกระบะ รองเท้าและเครื่องแต่งกายของผู้เสียชีวิต ตกอยู่รอบบริเวณที่เกิดเหตุ รวมถึงเสาไฟฟ้า ตู้โทรศัพท์สาธารณะ ก็ได้รับความเสียหายพังยับเยิน ห้างร้านที่ได้รับความเสียจากแรงกระแทกของรถกระบะได้เก็บกวาดทำความสะอาดหน้าร้านของตนเองเพื่อเปิดให้บริการตามปกติ    เพื่อนของผู้ตายและผู้ที่อาศัยละแวกนั้นต่างพากันนำธูปไปจุด และนำของเซ่นไหว้ทั้งอาหาร เครื่องดื่มต่างๆ เสื้อผ้าของผู้ตายไปวางไว้บริเวณจุดเกิดเหตุรวมถึงในตู้โทรศัพท์ด้วยเพื่อบอกกล่าวดวงวิญญาณให้ไปสู่สุคติ  ชาวบ้านจับกลุ่มคุยกันถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น บางคนบอกนอนอยู่บนบ้านได้ยินเสียงรถขับมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะได้ยินเสียงรถพลิกคว่ำจึงรีบวิ่งออกไปดูเห็นคนนอนตายเกลื่อนถนน   ขณะที่ร้านเจ้าของร้านจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าตรงจุดเกิดเหตุ เปิดกล้องวงจรปิดอีกมุม (มี 4 กล้อง) ซึ่งอยู่บริเวณหน้าร้านบันทึกภาพชัดเจน โดยรถกระบะคันดังกล่าวขับแซงรถคันอื่นมาในเลนขวาด้วยความเร็วสูงก่อนจะเสียหลักพลิกคว่ำพุ่งอัดเสาไฟและร้านค้าริมทางอย่างแรง ซึ่งวงจรปิดยังไม่พบว่ามีการขับแข่งกันมา เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบ   ผู้สื่อข่าวไปเจอนางสรัลพร รินรมย์ แม่ของนายพุฒธพงษ์  รินรมย์ หรือเปา อายุ 21 ปี คนงานของอู่ซ่อมรถที่ได้รับบาดเจ็บ เผยว่า หลังจากทราบเรื่องตกใจมากรีบเดินทางนั่งรถไฟมาจาก จ.ศรีสะเกษ กับลูกสาว 2 คน มีเงินติดตัว 40 บาท เพื่อมาหาลูกชาย อาการยังสาหัสพอตอบสนองได้บ้าง แต่ร่างกายบอบช้ำทั้งตัว ยอมรับว่ายังทำใจไม่ได้สงสารลูกเพราะเป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว เหตุที่เกิดขึ้นไม่มีอะไรบ่งบอกเป็นลางเลย   ตนพยายามไปกระซิบข้างหูของลูกชายบอกว่า แม่มาแล้วนะ เขาก็พยักหน้าตอบรับ ตอนนี้น้องยังพูดอะไรไม่ได้เพราะหมอใส่สายเครื่องช่วยหายใจนอนอยู่ในห้องไอซียู อยากให้คนขับรถกระบะช่วยรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล ตอนนี้หมดเงินไปเกือบ 6 หมื่นบาทแล้ว แค่อยากรักษาลูกชายให้หาย หมอบอกอาการของลูกชายเริ่มดีขึ้นตนก็รู้สึกโล่งใจแต่ก็ยังเป็นห่วงอาการทางสมอง   ด้านนายเลิศ สุขจันทร์ อายุ 55 ปี พ่อของนายนิตยา สุขจันทร์ อายุ 27 ปี  คนขับรถกระบะซึ่งได้รับบาดเจ็บเช่นกัน เครียดนั่งปาดน้ำตายกมือไหว้ขอโทษแทนลูกชาย ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียทั้งหมด หลังเกิดเหตุรู้สึกตกใจทำอะไรไม่ถูก เรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดแต่เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วก็พร้อมยอมรับผิด แม้ลูกของตนจะรอดชีวิตแต่ก็เสียใจไม่น้อย เห็นคลิปวงจรปิดมันพูดไม่ออก   ตนได้สอบถามลูกชาย บอกว่าดื่มเหล้าจริงแต่ไม่เมายังมีสติเพราะรู้ว่าต้องขับรถ ลูกชายกลัวจะมีเรื่องในงานหมอลำจึงชวนน้อง ๆ กลับ ระหว่างทางรถข้างหน้าขับช้า เขารีบจึงขับแซงเห็นรถอีกคันอยู่ข้างหน้าจึงพยายามหักหลบจนเสียหลักพลิกคว่ำ ตอนนี้ลูกชายทราบเรื่องแล้วเขาเสียใจมากนอนร้องไห้น้ำตาไหลพูดตัดพ้อว่าอยากตาย เห็นน้องๆ ตายทำไมตนเองไม่ตายไปด้วย เขาอยู่จิตใจก็เหมือนตายทั้งเป็น    นายเลิศยอมรับลูกชายขับรถเร็วประมาท นอกจากนายนิตยา ซึ่งเป็นลูกชายคนโตที่บาดเจ็บแล้ว นายรณชัย สุขจันทร์ อายุ 21 ปี ลูกชายคนเล็ก ทำงานอยู่อู่เดียวกันและประสบอุบัติเหตุครั้งนี้ด้วย อาการลูกชายยังสาหัสทั้ง 2 คน  หลังจัดการทางนี้เสร็จจะเดินทางไป จ.ศรีสะเกษ เพื่อไปกราบศพดูแลครอบครัวผู้สูญเสียเท่าที่จะทำได้ เหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้วมันแก้ไขอะไรไม่ได้อีกก็ได้แต่ทำใจ   ทางคดี พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.บางแก้ว  กล่าวว่า ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนเร่งสอบปากคำพยานแวดล้อมให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เมื่อวานนี้ (30ก.ย.)ได้สอบปากคำนางสาวยุพิน กรินกระโทก อายุ 22 ปี ซึ่งนั่งมาในรถกระบะซึ่งพอให้การได้ ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิครินทร์ สำหรับรถยนต์คันเกิดเหตุได้ประสาน จนท.กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจพิสูจน์ว่าใช้ความเร็วเท่าไหร่ และตรวจร่องรอยการเกิดอุบัติเหตุ   ส่วนคนขับรถกระบะอาการสาหัส ยังไม่สามารถให้การอะไรได้ เบื้องต้นคาดเมาขับรถด้วยความเร็วและประมาท ยังไม่พบว่ามีการขับรถแข่งกันมา ในวงจรปิดเห็นขับแซงรถแท็กซี่เพียงคันเดียว อยู่ระหว่างไล่วงจรปิดเพิ่มเติมว่าก่อนถึงจุดเกิดเหตุมีการขับแข่งกันมาหรือไม่   โดยตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับใคร เบื้องต้นคนขับรถกระบะอาจถูกแจ้งข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บสาหัส ทรัพย์สินผู้อื่นรวมถึงทรัพย์สินราชการเสียหาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hxe0Wp01wlA

 23,672
อาชญากรรม
01 ต.ค. 62

เปิดอีกมุม กระบะมรณะ 13 ศพ พ่อคนขับกระบะขอโทษ ยันลูกชายเหมือนตายทั้งเป็น

จากกรณีอุบัติเหตุรถกระบะซิ่งแซงขวาอย่างรวดเร็วจนเสียหลักพลิกคว่ำ บริเวณหน้าปากซอยกิ่งแก้ว 21 มุ่งหน้าลาดกระบัง ม.12 ถ.กิ่งแก้ว ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เป็นเหตุให้นักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษที่ถูกส่งมาฝึกงานที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง เสียชีวิต 13 ราย บาดเจ็บสาหัส 6 ราย โดยศพผู้เสียชีวิตญาตินำร่างกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดแล้ว   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบริเวณจุดเกิดเหตุยังคงมีเศษซากรถกระบะ รองเท้าและเครื่องแต่งกายของผู้เสียชีวิต ตกอยู่รอบบริเวณที่เกิดเหตุ รวมถึงเสาไฟฟ้า ตู้โทรศัพท์สาธารณะ ก็ได้รับความเสียหายพังยับเยิน ห้างร้านที่ได้รับความเสียจากแรงกระแทกของรถกระบะได้เก็บกวาดทำความสะอาดหน้าร้านของตนเองเพื่อเปิดให้บริการตามปกติ    เพื่อนของผู้ตายและผู้ที่อาศัยละแวกนั้นต่างพากันนำธูปไปจุด และนำของเซ่นไหว้ทั้งอาหาร เครื่องดื่มต่างๆ เสื้อผ้าของผู้ตายไปวางไว้บริเวณจุดเกิดเหตุรวมถึงในตู้โทรศัพท์ด้วยเพื่อบอกกล่าวดวงวิญญาณให้ไปสู่สุคติ  ชาวบ้านจับกลุ่มคุยกันถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น บางคนบอกนอนอยู่บนบ้านได้ยินเสียงรถขับมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะได้ยินเสียงรถพลิกคว่ำจึงรีบวิ่งออกไปดูเห็นคนนอนตายเกลื่อนถนน   ขณะที่ร้านเจ้าของร้านจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าตรงจุดเกิดเหตุ เปิดกล้องวงจรปิดอีกมุม (มี 4 กล้อง) ซึ่งอยู่บริเวณหน้าร้านบันทึกภาพชัดเจน โดยรถกระบะคันดังกล่าวขับแซงรถคันอื่นมาในเลนขวาด้วยความเร็วสูงก่อนจะเสียหลักพลิกคว่ำพุ่งอัดเสาไฟและร้านค้าริมทางอย่างแรง ซึ่งวงจรปิดยังไม่พบว่ามีการขับแข่งกันมา เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบ   ผู้สื่อข่าวไปเจอนางสรัลพร รินรมย์ แม่ของนายพุฒธพงษ์  รินรมย์ หรือเปา อายุ 21 ปี คนงานของอู่ซ่อมรถที่ได้รับบาดเจ็บ เผยว่า หลังจากทราบเรื่องตกใจมากรีบเดินทางนั่งรถไฟมาจาก จ.ศรีสะเกษ กับลูกสาว 2 คน มีเงินติดตัว 40 บาท เพื่อมาหาลูกชาย อาการยังสาหัสพอตอบสนองได้บ้าง แต่ร่างกายบอบช้ำทั้งตัว ยอมรับว่ายังทำใจไม่ได้สงสารลูกเพราะเป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว เหตุที่เกิดขึ้นไม่มีอะไรบ่งบอกเป็นลางเลย   ตนพยายามไปกระซิบข้างหูของลูกชายบอกว่า แม่มาแล้วนะ เขาก็พยักหน้าตอบรับ ตอนนี้น้องยังพูดอะไรไม่ได้เพราะหมอใส่สายเครื่องช่วยหายใจนอนอยู่ในห้องไอซียู อยากให้คนขับรถกระบะช่วยรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล ตอนนี้หมดเงินไปเกือบ 6 หมื่นบาทแล้ว แค่อยากรักษาลูกชายให้หาย หมอบอกอาการของลูกชายเริ่มดีขึ้นตนก็รู้สึกโล่งใจแต่ก็ยังเป็นห่วงอาการทางสมอง   ด้านนายเลิศ สุขจันทร์ อายุ 55 ปี พ่อของนายนิตยา สุขจันทร์ อายุ 27 ปี  คนขับรถกระบะซึ่งได้รับบาดเจ็บเช่นกัน เครียดนั่งปาดน้ำตายกมือไหว้ขอโทษแทนลูกชาย ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียทั้งหมด หลังเกิดเหตุรู้สึกตกใจทำอะไรไม่ถูก เรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดแต่เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วก็พร้อมยอมรับผิด แม้ลูกของตนจะรอดชีวิตแต่ก็เสียใจไม่น้อย เห็นคลิปวงจรปิดมันพูดไม่ออก   ตนได้สอบถามลูกชาย บอกว่าดื่มเหล้าจริงแต่ไม่เมายังมีสติเพราะรู้ว่าต้องขับรถ ลูกชายกลัวจะมีเรื่องในงานหมอลำจึงชวนน้อง ๆ กลับ ระหว่างทางรถข้างหน้าขับช้า เขารีบจึงขับแซงเห็นรถอีกคันอยู่ข้างหน้าจึงพยายามหักหลบจนเสียหลักพลิกคว่ำ ตอนนี้ลูกชายทราบเรื่องแล้วเขาเสียใจมากนอนร้องไห้น้ำตาไหลพูดตัดพ้อว่าอยากตาย เห็นน้องๆ ตายทำไมตนเองไม่ตายไปด้วย เขาอยู่จิตใจก็เหมือนตายทั้งเป็น    นายเลิศยอมรับลูกชายขับรถเร็วประมาท นอกจากนายนิตยา ซึ่งเป็นลูกชายคนโตที่บาดเจ็บแล้ว นายรณชัย สุขจันทร์ อายุ 21 ปี ลูกชายคนเล็ก ทำงานอยู่อู่เดียวกันและประสบอุบัติเหตุครั้งนี้ด้วย อาการลูกชายยังสาหัสทั้ง 2 คน  หลังจัดการทางนี้เสร็จจะเดินทางไป จ.ศรีสะเกษ เพื่อไปกราบศพดูแลครอบครัวผู้สูญเสียเท่าที่จะทำได้ เหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้วมันแก้ไขอะไรไม่ได้อีกก็ได้แต่ทำใจ   ทางคดี พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.บางแก้ว  กล่าวว่า ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนเร่งสอบปากคำพยานแวดล้อมให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เมื่อวานนี้ (30ก.ย.)ได้สอบปากคำนางสาวยุพิน กรินกระโทก อายุ 22 ปี ซึ่งนั่งมาในรถกระบะซึ่งพอให้การได้ ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิครินทร์ สำหรับรถยนต์คันเกิดเหตุได้ประสาน จนท.กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจพิสูจน์ว่าใช้ความเร็วเท่าไหร่ และตรวจร่องรอยการเกิดอุบัติเหตุ   ส่วนคนขับรถกระบะอาการสาหัส ยังไม่สามารถให้การอะไรได้ เบื้องต้นคาดเมาขับรถด้วยความเร็วและประมาท ยังไม่พบว่ามีการขับรถแข่งกันมา ในวงจรปิดเห็นขับแซงรถแท็กซี่เพียงคันเดียว อยู่ระหว่างไล่วงจรปิดเพิ่มเติมว่าก่อนถึงจุดเกิดเหตุมีการขับแข่งกันมาหรือไม่   โดยตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับใคร เบื้องต้นคนขับรถกระบะอาจถูกแจ้งข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บสาหัส ทรัพย์สินผู้อื่นรวมถึงทรัพย์สินราชการเสียหาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hxe0Wp01wlA

 23,672
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ย. 62

เจอตัวแล้ว ชายแปลกหน้าจับแขนเด็ก บังคับดื่มน้ำอัดลมคา ร.ร.

สมุทรปราการ-จากกรณีที่มีเฟซบุ๊กที่ชื่อ Surasak Sanorsan โพสต์เรื่องราวของลูกสาวเรียนชั้นประถม ถูกชายแปลกหน้าบังคับให้กินน้ำอัดลมภายในโรงเรียนคลองเก้า ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดจับไว้ได้ ทำให้ผู้ปกครองหวั่นความปลอดภัย จึงโพสต์ขอเบาะแสชายแปลกหน้าคนดังกล่าว   โดยชายคนดังกล่าวรูปร่างท่วมสูงประมาณ 170 เซนติเมตรสวมเสื้อยึดคอกลมสีเขียวใส่กางเกงขาสั้นแบบ เจเจ ใส่รองเท้าแตะในมือถือน้ำมาขวดหนึ่งเดินปะปนเข้ามาในโรงเรียนเหมือนจะมารับลูกตามปกติ   ต่อมาชุดสืบสวน สภ.บางปู สมุทรปราการ ได้รับแจ้งจากแม่ของเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) อายุ 10 ปี ว่าพบเห็นชายคนดังกล่าวเดินออกมาจากทางออก อพาร์ทเม้นแห่งหนึ่งห่างจากโรงเรียนที่เกิดเหตุประมาณ 50 เมตร เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปคุมตัวชายคนดังกล่าวเอาไว้ได้ ก่อนเชิญตัวมาสอบถามที่โรงพัก   โดยชายคนดังกล่าวได้ให้การว่า เพิ่งเดินทางมาจากจังหวัดอำนาจเจริญ มาทำงานเป็น รปภ.ของบริษัทรักษาความปลอดภัยแห่งหนึ่ง และถูกส่งให้มาประจำอยู่ที่สำนักงานแห่งหนึ่งในปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาสามแยกคลองเก้าใกล้โรงเรียนดังกล่าว โดยตนเองเขาทำงานในกะกลางคืน   ช่วงเย็นวันเกิดเหตุตนได้เดินเล่นอยู่ภายในวัดคลองเก้า แต่เห็นคนเดินเข้าออกทางประตูทางเข้าโรงเรียนตนจึงได้เดินตามเข้าไป ก็เห็นเด็กนักเรียนหญิงวิ่งเล่นอยู่หลายคน จึงได้เข้าไปถามว่ารู้จักเด็กที่ชื่อแอ่น หรือเปล่า แต่เด็กหลายคนไม่รู้จักคนจึงเดินทางพบเด็กหญิงเอ ที่กำลังเล่นกันเพื่อนอยู่ จึงได้กวักมือเรียกเด็กหญิงคนดังกล่าวเข้าไปคุยในซอกตึกด้านหลังอาคารเรียน   แต่เห็นเด็กหญิงเอ มีทีท่ากล้าๆ กลัว ตนจึงได้ใช้มือมาจับแขนของเด็กเอาไว้ และพยายามตีสนิทโดยได้เอาน้ำอัดลมที่ตนถือมายื่นให้เด็กกิน แต่เด็กไม่กินและสะบัดมือวิ่งหนีออกมา ตนขอยืนยันว่าไม่มีเจตนาที่จะทำอย่างอื่นกับเด็กหญิงคนดังกล่าว   ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะแต่ไม่พบ และชายคนดังกล่าวก็ยังไม่มีกระทำความผิดอะไร มีเพียงจับแขนเด็กเท่านั้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับพ่อแม่ของเด็กว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร แต่ก็ต้องรอสอบปากคำเด็กผู้เสียหายต่อหน้าสหวิชาชีพว่าจะเข้าข่ายความผิดทางอาญาหรือไม่ แต่ในเบื้องต้นทำได้แค่เพียงถ่ายรูปทำประวัติและประกาศเป็นบุคคลเฝ้าระวังเท่านั้น ก่อนที่จะปล่อยตัวกลับไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_YtAozvAjqQ

 3,030
สังคม
25 ก.ย. 62

เจอตัวแล้ว ชายแปลกหน้าจับแขนเด็ก บังคับดื่มน้ำอัดลมคา ร.ร.

สมุทรปราการ-จากกรณีที่มีเฟซบุ๊กที่ชื่อ Surasak Sanorsan โพสต์เรื่องราวของลูกสาวเรียนชั้นประถม ถูกชายแปลกหน้าบังคับให้กินน้ำอัดลมภายในโรงเรียนคลองเก้า ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดจับไว้ได้ ทำให้ผู้ปกครองหวั่นความปลอดภัย จึงโพสต์ขอเบาะแสชายแปลกหน้าคนดังกล่าว   โดยชายคนดังกล่าวรูปร่างท่วมสูงประมาณ 170 เซนติเมตรสวมเสื้อยึดคอกลมสีเขียวใส่กางเกงขาสั้นแบบ เจเจ ใส่รองเท้าแตะในมือถือน้ำมาขวดหนึ่งเดินปะปนเข้ามาในโรงเรียนเหมือนจะมารับลูกตามปกติ   ต่อมาชุดสืบสวน สภ.บางปู สมุทรปราการ ได้รับแจ้งจากแม่ของเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) อายุ 10 ปี ว่าพบเห็นชายคนดังกล่าวเดินออกมาจากทางออก อพาร์ทเม้นแห่งหนึ่งห่างจากโรงเรียนที่เกิดเหตุประมาณ 50 เมตร เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปคุมตัวชายคนดังกล่าวเอาไว้ได้ ก่อนเชิญตัวมาสอบถามที่โรงพัก   โดยชายคนดังกล่าวได้ให้การว่า เพิ่งเดินทางมาจากจังหวัดอำนาจเจริญ มาทำงานเป็น รปภ.ของบริษัทรักษาความปลอดภัยแห่งหนึ่ง และถูกส่งให้มาประจำอยู่ที่สำนักงานแห่งหนึ่งในปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาสามแยกคลองเก้าใกล้โรงเรียนดังกล่าว โดยตนเองเขาทำงานในกะกลางคืน   ช่วงเย็นวันเกิดเหตุตนได้เดินเล่นอยู่ภายในวัดคลองเก้า แต่เห็นคนเดินเข้าออกทางประตูทางเข้าโรงเรียนตนจึงได้เดินตามเข้าไป ก็เห็นเด็กนักเรียนหญิงวิ่งเล่นอยู่หลายคน จึงได้เข้าไปถามว่ารู้จักเด็กที่ชื่อแอ่น หรือเปล่า แต่เด็กหลายคนไม่รู้จักคนจึงเดินทางพบเด็กหญิงเอ ที่กำลังเล่นกันเพื่อนอยู่ จึงได้กวักมือเรียกเด็กหญิงคนดังกล่าวเข้าไปคุยในซอกตึกด้านหลังอาคารเรียน   แต่เห็นเด็กหญิงเอ มีทีท่ากล้าๆ กลัว ตนจึงได้ใช้มือมาจับแขนของเด็กเอาไว้ และพยายามตีสนิทโดยได้เอาน้ำอัดลมที่ตนถือมายื่นให้เด็กกิน แต่เด็กไม่กินและสะบัดมือวิ่งหนีออกมา ตนขอยืนยันว่าไม่มีเจตนาที่จะทำอย่างอื่นกับเด็กหญิงคนดังกล่าว   ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะแต่ไม่พบ และชายคนดังกล่าวก็ยังไม่มีกระทำความผิดอะไร มีเพียงจับแขนเด็กเท่านั้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับพ่อแม่ของเด็กว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร แต่ก็ต้องรอสอบปากคำเด็กผู้เสียหายต่อหน้าสหวิชาชีพว่าจะเข้าข่ายความผิดทางอาญาหรือไม่ แต่ในเบื้องต้นทำได้แค่เพียงถ่ายรูปทำประวัติและประกาศเป็นบุคคลเฝ้าระวังเท่านั้น ก่อนที่จะปล่อยตัวกลับไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_YtAozvAjqQ

 3,030
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 ก.ย. 62

พ่อแอบติดกล้องเห็นคาตา พี่เลี้ยงเด็กโหดเขย่าตัว-ทำร้ายลูกเหตุไม่ยอมกินนม ปรี่เตะคว่ำ ก้มกราบแทบไม่ทัน

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก สุดใจ ต้นทอง โพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิด ภาพเหตุการณ์ขณะพี่เลี้ยงเด็กเป็นหญิงวัยกลางคน กำลังพยายามป้อนนมเด็กทารกอยู่ แต่เด็กไม่ยอมกิน ทำให้พี่เลี้ยงเด็กโมโห จับเด็กขึ้นมาเขย่าอย่างแรงและทุบตีหลายครั้ง จากนั้นภาพตัดไปที่พ่อของเด็กเดินมาข้างหลัง กำลังเปิดดูบางอย่างในโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะปรี่เข้าไปเตะหัวพี่เลี้ยงจนหน้าคว่ำ และเตะซ้ำเข้าที่กกหูอีกครั้ง   ด้านแม่ของเด็กเห็นเหตุการณ์ได้เข้าไปอุ้มลูกน้อยออกมาจากเตียง และเข้าห้ามสามีไม่ให้ทำร้ายร่างกายพี่เลี้ยงอีก ด้านพี่เลี้ยงก็ถึงกับก้มลงกราบขอโทษพ่อเด็กเลยทีเดียว โดยเหตุการณ์นี้เกิดจากที่พ่อเด็กได้ติดกล้องวงจรปิดไว้ แต่พี่เลี้ยงเด็กไม่ทราบ   หลังมีคลิปเผแยพร่ออกไป มีชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก และเป็นอุทาหรณ์ให้กับพ่อแม่ในการไว้วางใจพี่เลี้ยงเด็กในการดูแลบุตรหลาน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QEff7hCdE7Y

 381,913
ข่าวภูมิภาค
09 ก.ย. 62

คลิปลุงขี่ จยย.ข้ามฝั่งถนนไม่ระวัง ถูกกระบะมาทางตรงพุ่งชนเจ็บสาหัส

กาญจนบุรี-ภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณแยกทุ่งสมอ หมู่ 2 ตำบลทุ่งสมอ อำเภอพนมทวน บันทึกภาพวินาทีการเกิดอุบัติ เมื่อเวลา 19.33 น. ของวันที่ 8 กันยายน 2562 เอาไว้ได้อย่างชัดเจน   โดยจากภาพจะเห็นว่าช่วงก่อนเกิดเหตุ มีรถจักรยานยนต์ 2 คัน ขับขี่ออกมาจากทางซุ้มประตูวัดทุ่งสมอและพยายามขี่รถย้อนศรเพื่อมารอข้ามไปยังถนนฝั่งตรงข้าม   เมื่อเห็นว่ารถที่มาจากทางด้านซ้ายมือว่างแล้ว รถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คัน ก็ขี่มาจอดอยู่บริเวณกลางถนน แต่ปรากฏว่า รถคันที่อยู่ฝั่งซ้ายมือ ตัดสินใจขี่ข้ามถนนต่อไปทันที ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่รถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีขาว ขับมาจากทางตัวเมืองกาญจนบุรีด้วยความเร็วสูง และพุ่งชนรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเข้าอย่างจัง ทำให้ทั้งรถจักรยานยนต์และผู้ขับขี่ กระเด็นไปไกลหลายสิบเมตร   จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ทำให้นายแสงจันทร์ หล่อจิต อายุ 53 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ข้อเท้าซ้ายฉีกขาด มีเลือดออกปากและจมูก หัวใจหยุดเต้น เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันทำ ซีพีอาร์ จนกลับมามีชีพจรและปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลเจ้าคุณไพบูลย์พนมทวน เพื่อให้แพทย์ทำการรักษายื้อชีวิตต่อไป   สำหรับ แยกทุ่งสมอแห่งนี้ ถือเป็นแยกที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากลักษณะถนนที่เป็นถนนสี่เลนและเป็นทางตรงยาว ประกอบกับมีทางแยกเข้าหมู่บ้านและวัด ทำให้มีรถจักรยานยนต์ขับขี่ข้ามฝั่งถนนบ่อยครั้ง และมักจะเกิดอุบัติเหตุ เฉี่ยวชนกับรถทางตรงอยู่เป็นประจำ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2yO-Esx6IN0

 1,275
บันเทิง
02 ก.ย. 62

'พ่อมอส' ใจหายใจคว่ำ 'น้องสวรรค์' พลัดตกเก้าอี้ ดีที่เอาเท้ารองหัวลูกไว้ทัน

มอส-ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ โพสต์คลิปลงบนอินสตาแกรม วินาทีชวนใจหาย เมื่อน้องสวรรค์ ลูกสาวคนเล็ก พลัดตกจากเก้าอี้โต๊ะอาหาร ในขณะที่กำลังพยายามขยับเข้าไปใกล้ๆ คุณพ่อมอสที่กำลังเล่นโทรศัพท์มือถือ ในขณะที่คุณแม่เกมซึ่งอยู่บริเวณเดียวกัน ก็พยายามรีบคว้าตัวลูกสาวเอาไว้ ท่ามกลางความตกใจของทุกคนในบ้าน   โดยพ่อมอสระบุแคปชั่น "ก็นี่ไงมัวแต่เล่นโทรศัพท์ อยากตบกระบาลตัวเอง คว้าไม่ทันเลย ดีนะเอาเท้ารองหัวไว้ แสบคูณสอง ซนกำลังห้า นี่แหละหวันๆ" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zsuyXHKPTj4

 17,265
ข่าวภูมิภาค
26 ส.ค. 62

สาวโรงงานผวา ชายอ้างตัวเป็น ตร.สากล ปีนรั้วหอพัก พยายามไขกุญแจห้อง

ชลบุรี-นางสาวสุพรรณี ธรรมนาม อายุ 22 ปี สาวโรงงาน ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดหอพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.3 ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี มาร้องเรียนว่า เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้มีชายสวมกางเกงขาสั้นสามส่วน เสื้อกล้าม ปีนรั้วหน้าหอพักเข้ามา แล้วเดินขึ้นไปชั้น 2 ของหอพักก่อนจะลงมือไขกุญแจประตูห้อง   ซึ่งชายคนดังกล่าวพยายามเดินไขกุญแจประตู ถึง 3 ห้องแต่ก็ไม่สามารถเปิดออกได้จนมาถึงห้องสุดท้ายซึ่งเป็นห้องพักของตนเอง ซึ่งนอนหลับ จนรู้สึกว่ามีพยายามไขกุญแจประตู จึงตื่นขึ้นมาเปิดไฟ เมื่อเปิดไฟชายต้องสงสัย จึงเคาะประตูจึงตะโกนถามเป็นใคร ชายต้องสงสัยก็ยังไม่หยุดเคาะ เห็นท่าไม่ดีจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าของพักให้ออกมาช่วยดู   เมื่อเจ้าของหอพักออกมาตะโกนถามว่าเป็นใคร มาจากไหน ซึ่งชายต้องสงสัยตอบกลับว่าผมเป็นตำรวจสากล เจ้าของหอพักบอกไม่เชื่อ จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ สภ.หนองขาม ให้มาตรวจสอบ ระหว่างนั้นชายต้องสงสัย ได้หยิบรองเท้าของผู้เสียหาย ก่อนจะปีนหนีไปทางด้านกันสาด หลบหนีไป     ผู้เสียหายระบุ รู้สึกกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดเป็นอย่างมาก ขนาดตนเองอยู่กับแฟนหนุ่ม ยังมีคนกล้าปีนขึ้นมา ไม่รู้ว่าชายคนดังกล่าวต้องการอะไรกัน อยากฝากถึงผู้หญิงที่ต้องเช่าห้องพักอยู่เพียงลำพังควรใส่กุญแจและล็อกห้องให้แน่นหนาหวั่นจะเกิดอันตราย   เบื้องต้นตนเองได้นำหลักฐานเอกสาร ร่วมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดไปแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ สภ.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมชายคนดังกล่าวมาสอบสวนให้ได้โดยเร็วเกรงว่าจะไปก่อเหตุกับผู้อื่นอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8bjanuGVBSE

 1,088
แชร์ออฟเดอะเดย์
26 ส.ค. 62

'ต้อม รัชนีกร' ฝากตามหา กระเป๋าเงินลูกสาวหล่นกลางห้าง นทท.จีนเก็บได้ วอนขอรูปคู่ยายที่เพิ่งเสียคืน

ต้อม-รัชนีกร พันธุ์มณี นักแสดงหญิง โพสต์คลิปวงจรปิดลงอินสตาแกรม เพื่อขอให้ช่วยแจ้งเบาะแสกรณีลูกสาวทำกระเป๋าเงินหล่นหาย ภายในห้างดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และได้ไปทำการแจ้งความ ก่อนจะมาขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดภายในห้างดังกล่าว ซึ่งก็พบว่ามีชายหญิงคู่หนึ่งเป็นผู้ที่เก็บได้ แต่ไม่ยอมส่งคืน จึงขอให้โลกโซเชียลช่วยกันแชร์ให้ผู้ที่เก็บกระเป๋าเงินได้ส่งคืน เนื่องจากต้องการรูปของยายที่น้องวีวี่รักที่สุด และไม่มีรูปอีกแล้ว   ต่อมามีรายงานว่า ภายในกระเป๋ามีเงินสดจำนวน 10,000 บาท เอกสารสำคัญหลายอย่าง รวมทั้งรูปของคุณยายที่เพิ่งจะเสียชีวิต ไปเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งใช้กล้องโพลารอยด์ถ่ายไว้ และมีรูปเดียวที่ลูกสาวชอบที่สุด จนต้องนำรูปใส่กระเป๋าเงินติดตัวไว้ตลอดเวลา ซึ่งตอนแรกไม่ทราบว่าไปทำหายที่ไหน จึงได้ไปแจ้งความ และไปขอดูกล้องที่ห้างฯ ก็พบว่ามีหญิงชายคู่หนึ่งหยิบกระเป๋าเงินไป   เมื่อตรวจสอบไปตามกล้องวงจรตัวอื่น ๆ ในสถานที่ต่าง ๆ จนพบว่าชายหญิงคู่นี้เป็นชาวจีน จึงคิดว่าน่าจะนำไปแค่เงินสดในกระเป๋า ส่วนตัวกระเป๋ากับเอกสารนั้นน่าจะทิ้งไปแล้ว จึงอยากขอให้ผู้ที่ไปพบหรือเก็บได้ ช่วยนำส่งคืนด้วย เนื่องจากทั้งเอกสารก็สำคัญ และรูปของยายก็มีคุณค่าทางจิตใจมาก ซี่งถ้าใครพบ ก็รบกวนส่งกลับตามที่อยู่ในเอกสาร และขอให้ระบุด้วยว่าใครส่งคืน เพื่อจะได้ขอบคุณ       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZFSR66O7VtA

 3,628
ข่าวภูมิภาค
22 ส.ค. 62

แก๊งเด็กแว้นอุกอาจ ทำร้าย-ปล้นทรัพย์กลางปั๊มน้ำมันย่านพระราม 2

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ซอยสะแกงาม 14 ย่านพระราม 2 เป็นภาพเหตุการณ์ขณะที่ผู้เสียหายเป็นวัยรุ่นชาย 2 ราย นั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์ของตนเองภายในปั๊มน้ำมันดังกล่าว ช่วงเวลาประมาณตี 3 ของวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา   จากนั้นมีกลุ่มวัยรุ่นจำนวน 4 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน เข้ามาจอดใกล้กับรถของผู้เสียหาย โดยหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุใส่หมวกกันน็อก เดินถือมีดยาวคล้ายดาบสปาต้า มาข่มขู่ผู้เสียหายทั้ง 2 ราย แล้วตบใบหน้าของผู้เสียหายที่สวมเสื้อสีดำ 1 ครั้ง อย่างแรงตกจากรถ จนรถจักรยานยนต์ล้ม    ก่อนที่ผู้ก่อเหตุอีกหนึ่งคนซึ่งใส่หมวกกันน็อคปิดบังใบหน้าจะเดินมาช่วยทำร้ายร่างกาย ทั้งเตะ ต่อย ผู้เสียหายที่สวมเสื้อสีแดงนอนฟุบลงกับพื้น จากนั้นผู้ก่อเหตุใช้มือล้วงกระเป๋ากางเกงของผู้เสียหายหยิบโทรศัพท์มือถือ และกระเป๋าเงิน เดินขึ้นรถจักรยานยนต์ที่ผู้ก่อเหตุอีก 2 คน จอดรออยู่หลบหนีไป   แต่ก่อนที่จะหนีไปนั้น หนึ่งในคนร้ายได้เดินไปข่มขู่ผู้เสียหายอีกรายหนึ่งที่หลบไปซ่อนตัว จากนั้นก็กลับมากระชากคอเสื้อผู้เสียหายที่สวมเสื้อสีแดง หยิบขวดที่ตกพื้นติดมือไป (คาดว่าเป็นขวดเหล้า) ทั้งนี้ผู้ร่วมก่อเหตุ 2 คนที่จอดรถจักรยานยนต์รอนั้น ไม่ได้สวมใส่หมวกกันน็อค วงจรปิดจับภาพใบหน้าชัดเจน แต่พยายามก้มหน้าเพื่อไม่ให้ผู้เสียหายจดจำใบหน้าได้   หลังเกิดเหตุผู้เสียหายแจ้งความไว้ที่ สน.แสมดำ แต่ยังจับกุมคนร้ายไม่ได้ โดยผู้เสียหายฝากแชร์คลิปพร้อมระบุว่าอย่าปล่อยให้คนร้ายลอยนวล ไม่ให้คนอื่นตกเป็นเหยื่ออีก   ขณะที่ร้อยเวรเจ้าของคดีเผยว่า ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างติดตามตัว ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม ขณะนี้พอทราบตัว คาดใช้เวลา 1-2 วัน น่าจะจับกุมตัวได้ ยังไม่มีข้อมูลว่ากลุ่มคนร้ายเคยก่อเหตุลักษณะนี้ในพื้นที่หรือไม่ คาดน่าจะเป็นแก๊งเด็กแว้น ที่ชอบขี่รถออกมาแข่งซิ่งย่านพระราม 2 ช่วงคืนวันศุกร์-เสาร์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GyiMi8q0qHw

 1,339
ข่าวภูมิภาค
05 ส.ค. 62

วงจรปิดจับภาพ หญิงสูงวัยเนียนขโมยรถเข็นหลวงพ่อ ใช้ใส่ของบิณฑบาต คาตลาดอ่างทอง

อ่างทอง-มีภาพจากกล้องวงจรปิดของร้าน หจก. ศิริเลิศ ในตลาดสดเทศบาลเมืองอ่างทอง จับภาพหญิงอายุประมาณ 70 ปี สูงประมาณ 155 เซนติเมตร สวมเสื้อกันฝน รองเท้าแตะสีดำ สะพายกระเป๋า พร้อมกับหิ้วถุง 1 ใบ ทำทีเดินเข้ามานั่งที่หน้าร้าน จากนั้นได้ใช้มือซ้ายเอื้อมไปหยิบรถเข็นของที่วางอยู่บนเก้าอี้พลาสติกหน้าร้าน แล้วนำมากางออกและนำถุงใส่ลงไปในรถเข็น ก่อนลุกเดินออกไปพร้อมเข็นรถใส่ของจากหน้าร้านอย่างช้าๆ ไม่รีบร้อน     ซึ่งรถเข็นที่หญิงสูงอายุแอบตีเนียนขโมยไป เป็นของพระวันชัย พระลูกวัดดอนกระดี ที่สูงอายุล้มป่วยเป็นโรคมะเร็ง ต้องเจาะคอให้อาหารทางสายยาง แต่ก็ยังปฏิบัติกิจของสงฆ์ขึ้นรถมาบิณฑบาตญาติโยมที่อยู่ในตลาดอ่างทอง เพื่อที่จะนำอาหารที่ได้ไปให้พระภิกษุอาพาธ สุนัข และแมวที่อาศัยอยู่ในวัด ที่ทางวัดได้ทำการอุปการะเลี้ยงดู และรถเข็นที่ถูกขโมยไปชาวบ้านที่ศรัทธาได้รวบรวมเงินกันซื้อนำมาถวาย     เนื่องจากเห็นว่าพระวันชัย เป็นพระสูงอายุ และยังล้มป่วย เวลามารับบิณฑบาตจะได้เอาไว้ใส่ของ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระในการปฏิบัติกิจของสงฆ์ ซึ่งชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างสาปแช่งในการกระทำของมนุษย์ป้าที่แอบมาขโมยเอาไป ซึ่งทางชุดสืบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด เพื่อดำเนินการหาตัวมนุษย์ป้ารายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1zFGUgF5I98

 1,167
ข่าวภูมิภาค
30 ก.ค. 62

วงจรปิดจับชัด โจรย่องขโมยทุเรียนในสวนกระบี่ เสียหายกว่า 500 กก.ในรอบ 1 เดือน

กระบี่-นายณรงค์ชัย ใยทอง อายุ 39 ปี เจ้าของสวนทุเรียนใน ต.ทุ่งไทรทอง อ.ลำทับ แจ้งความว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวนเข้าไปแอบเข้ามาตัดผลทุเรียนออกไปหลายครั้ง   เจ้าของสวนระบุ ปลูกผลไม้ไว้ 18 ไร่ มีผลไม้ เช่น ทุเรียน สละ ลองกอง หมาก และพืชอื่นๆหลายชนิด ที่ผ่านมาผลไม้ไม่เคยถูกขโมย พอมาในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมาทุเรียนและสละ ได้หายไปจำนวนมาก ไม่ต่ำกว่า 500 กก. แต่จับคนร้ายไม่ได้ จึงตัดสินใจติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ในสวน   ปรากฏว่าในคลิปวงจรปิดบันทึกภาพ ขณะคนร้ายมาก่อเหตุ รวม 3 ครั้ง คือ วันที่ 22 ก.ค.62 เวลาประมาณ 23.00 น. วันที่ 25 ก.ค.62 เวลาประมาณ 16.30 น. และวันที่ 26 ก.ค.62 เวลา 09.49 น. โดยคนร้ายที่ก่อเหตุ 2 คน ผู้ชายอายุประมาณ 13-15 ปี และผู้หญิง อายุประมาณ 35 -40 ปี นำไม้ไผ่เข้ามาตัดผลทุเรียนออกไป จึงนำไปเป็นหลักฐานในการเข้าแจ้งความที่ สภ.ลำทับ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ ที่พักคนงานสวนปาล์ม ที่ปรากฏภาพอยู่ในคลิปวงจรปิด ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 800 เมตร แต่ไม่พบกับผู้ต้องสงสัย พบเพียงเปลือกทุเรียนจำนวนมาก และทุเรียนที่ยังไม่แกะเปลือกอีก 1 ลูก เจ้าหน้าที่จึงบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน และจากการสอบถามเจ้าของที่พักคนงาน ทราบว่าคนงาน รวมทั้งหมด 6 คน ได้ออกไปตัดปาล์มข้างนอก จนท. จึงแจ้งให้เจ้าของบ้าน นัดคนงานทั้งหมดไปพบ พนักงานสอบสวน เพื่อสอบปากคำ   ขณะที่นายณรงค์ชัย กล่าวว่า สาเหตุที่เข้าแจ้งความ เพื่อไม่ให้คนร้ายเข้ามาก่อเหตุอีก เพราะที่ผ่านมาทุเรียนหมอนทองในสวนหายไปไม่ต่ำกว่า 500 กก. ไม่รวมผลไม้ชนิดอื่น ซึ่งขณะนี้ก็ทราบว่าคนร้ายเป็นใครแล้ว ขอมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fN7barm4hwo

 1,136
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ค. 62

เปิดคลิปนาที คนร้ายโจมตีฐานปัตตานี จนท.ปะทะจนตัวตาย

ปัตตานี-จากเหตุการณ์กลุ่มคนร้ายกว่า 10 คนพร้อมอาวุธครบมือบุกโจมตีฐานปฏิบัติการณ์จุดตรวจร่วม 3 ฝ่าย บ้านกอแลบีเละ ม.7 ต.ปะกาฮารัง อ.เมืองปัตตานี เมื่อคืนวันที่ 23 ก.ค.62 จนเกิดการยิงปะทะกันดุเดือด ทำให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 4 นาย บาดเจ็บ 2 นาย   ต่อมามีภาพกล้องวงจรปิดคืนวันเกิดเหตุ สามารถจับภาพเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน โดยคนร้ายเกือบทั้งหมดมีอาวุธครบมือมีการแต่งกายคล้ายนักรบมุสลิมและมีการปิดใบหน้า จากภาพจะเห็นว่าเจ้าหน้าที่ 4 นายได้ตั้งจุดตรวจอยู่กลางถนน ส่วนชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านนั่งอยู่ที่รถ จยย.หน้าจุดตรวจ   ขณะเกิดเหตุ คนร้ายกว่า 10 คนลอบเข้ามาด้านหลังของบ้านประชาชนซึ่งอยู่ตรงข้ามจุดตรวจได้โอบล้อมทั้งด้านหน้าและด้านข้างก่อนจะเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ทันทีโดยที่ไม่ทันตั้งตัว และพยายามหลบและคลานหาที่กำบัง บางนายได้วิ่งเข้าไปในฐาน ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน 2 คนได้หลบที่รถจักรยานยนต์ และคนร้ายได้ขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ถูกทั้ง 2 บาดเจ็บและเกิดไฟไหม้รถ จยย.จนทั้ง 2 ถูกไฟคลอกเสียชีวิตทันที   ขณะที่คนร้ายยังคงระดมยิงใส่เจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่องและมีการยิงตอบโต้กันอย่างดุเดือด คนร้ายยังเปิดฉากขว้างระเบิดไปป์บอมอีก 2 ลูกเข้าไปในฐาน ก่อนที่จะออกมาตั้งหลักบนถนนและได้เข้าไปภายในฐานปล้นอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ จำนวน 5 กระบอก ก่อนจะหลบหนีไป   ต่อมาหน่วยงานความมั่นคงได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุและรู้ตัวแล้วบางส่วน โดยคนร้ายกลุ่มนี้ได้มีการรวมตัวกันจากหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม อ.โคกโพธิ์ อ.หนองจิก อ.เมือง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี และอาจจะมีกลุ่มในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลาร่วมในการก่อเหตุครั้งนี้ด้วย   ทั้งนี้สืบเนื่องจากการข่าวก่อนหน้านี้ได้รับรายงานจากหน่วยข่าวความมั่นคงให้มีการเฝ้าระวังจุดตรวจอย่างเข้มงวด เพราะพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้ายมีการรวมตัวที่จะก่อเหตุในพื้นที่ อ.เมืองปัตตานี อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่พอทราบตัวแล้ว รอผลพิสูจน์จากพยานหลักฐานอีกครั้งหากตรวจตามข้อมูลเชื่อว่าน่าจะออกหมายจับได้เบื้องต้นหลายคน   ในส่วนการติดตามไล่ล่านั้น ได้จัดกำลังร่วมเข้าตรวจค้นหลายพื้นที่ตามที่ได้รับข้อมูล เชื่อว่าคนร้ายบางส่วนอาจจะหลบอยู่ในพื้นที่โดยมีแนวร่วมในพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะคนร้ายที่บาดเจ็บจากการปะทะ ขณะนี้ชุดสืบสวนสอบสวนกำลังเร่งตรวจสอบสถานพยาบาลทุกแห่งและพื้นที่เป้าหมายรวมไปถึงสุสานที่คาดว่าอาจจะเสียชีวิต   พร้อมกันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ไปมอบแก่ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนไพศาล มูซอดี โดนยิงบริเวณช่องท้องกำลังอยู่ห้องผ่าตัด และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนนิอามิน มาซาแม โดนยิงบริเวณแขนขวา กำลังอยู่ห้องผ่าตัดรวม 2 นาย สร้างความปลาบปลื้มแก่ครบครัวผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างหาที่สุดมิได้   พร้อมเชิญพวงมาลาหลวง ไปวางที่หน้าหีบศพเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว ได้แก่   จ.ส.อ.ชูธวัช มารศรี นายอุสมาน ตาสะเมาะ อส.เมืองปัตตานี นายอับดุลฟาตะ เหสมเหรม ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน นายอุสมาน ยาสารี ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน พร้อมปูนบำเหน็จความดีความชอบขั้นสูงสุดพร้อมจะดูแลด้านสิทธิกำลังพลอย่างดีที่สุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/K0ZMPl2X7Ys

 1,896
ข่าวภูมิภาค
22 ก.ค. 62

วงจรปิดจับภาพ โจรงัดตู้เซฟ-ลิ้นชักโต๊ะ จนท.กลางสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเพชรบุรี

เพชรบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านลาด ได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ ภายในชุนนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย สาขาเพชรบุรี หมู่ 6 ต.สมอพลือ อ.บ้านลาด   ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ภายในสำนักงานชั้น 2 พบว่า เงินสดในตู้เซฟห้องผู้จัดการสาขา 44,300 บาท และเงินสดตามโต๊ะเจ้าหน้าที่รวม 38,700 บาท หายไป นอกจากนี้ยังพบตู้เซฟอีกหนึ่งใบถูกคนร้ายงัดแต่ยังไม่ทราบว่าได้ทรัพย์สินไปหรือไม่   จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภาพคนร้าย 3 คนปิดบังใบหน้า ถืออุปกรณ์การงัดแงะ เดินขึ้นมาบริเวณชั้น 2 ของสำนักงาน ก่อนงัดตู้เซฟและขโมยทรัพย์สินหนีไป โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามเส้นทางการหลบหนี เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fwpPlKhmHYM

 749
ข่าวภูมิภาค
04 ก.ค. 62

รถกู้ภัยรีบไปรับคนเจ็บ ฝ่าไฟแดงชนเก๋ง ก่อนกวาดรถอื่นรวม 13 คัน เจ็บ 6

ระยอง-คลิปจากกล้องวงจรปิด บริเวณสี่แยกบ้านแลง ถนนสาย 36 กระทิงลาย-ระยอง หมู่ 1 ตำบลเชิงเนิน อำเภอเมือง จังหวัดระยอง จะเห็นได้ว่ามีรถกู้ภัยของหน่วยกู้ภัยมูลนิธิแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง แล่นมาด้วยความเร็ว และฝ่าสัญญาณไฟแดงออกไป   ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่รถเก๋งได้สัญญาณไฟเขียวออกมาพอดี ทำให้เกิดการเฉี่ยวชนกัน และรถกู้ภัยก็หมุนไปชนรถจักรยานยนต์ล้มระเนระนาด รวมถึงรถกระบะที่จอดติดไฟแดง ได้รับความเสียหายไปด้วย ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 คน รถจักรยานยนต์และรถยนต์ได้รับความเสียหายรวม 13 คัน   จากการสอบสวนทราบว่า รถกู้ภัย มาจากทางแยกตำรวจทางหลวงระยอง มุ่งหน้าไปทางนาตาขวัญ เพื่อที่จะไปรับคนเจ็บจากอุบัติเหตุในตำบลนาตาขวัญมาถึงที่เกิดเหตุ ได้เร่งเครื่องฝ่าสัญญาณไฟแดง   แต่ในขณะเดียวกันก็มีรถเก๋ง นิสสัน มาร์ช ซึ่งมาจากทางแยกเกาะกลอยได้รับไฟเขียว และขับออกมาทำให้เกิดการเฉี่ยวชนกัน และรถกู้ภัยก็ไปกวาดเอารถจักรยานยนต์ และรถยนต์ที่จอดติดไฟแดง ฝั่งที่มาจากทางไออาร์พีซี จนทำให้รถพังเสียหายจำนวนมาก และมีผู้บาดเจ็บถึง 6 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลระยอง   สำหรับคนขับรถกู้ภัย ทราบต่อว่าเป็นอาสาสมัครกู้ภัย ชื่อนายณัชพล รักษากิจ อายุ 21 ปี ซึ่งบอกว่าตั้งใจจะไปรับผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ แต่ไปไม่ถึงมาประสบอุบัติเหตุเสียก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็จะทำการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3IAfu5ti1OQ

 6,776

Top