ค้นหา :

ผลการค้นหา "ลูกค้า"

แชร์ออฟเดอะเดย์
23 ส.ค. 62

พักงาน แกร็บฟู้ดหัวร้อน ด่าหยาบลูกค้าสาวไม่ตอบแชท โวยอุตส่าห์ตากฝนไปซื้อมาแ-ก

เพจโซเชียล ฮันเตอร์ โพสต์คลิปลูกค้าสั่งอาหารมีปากเสียงกับพนักงานส่งของ Grab Food โดยทางพนักงานส่งพูดไม่สุภาพ ประมาณว่า "กูอุส่าห์ตากฝนไปซื้อให้ มึงจะแ-กหรือจะไม่แ-ก" หลังอ้างว่าลูกค้าตอบข้อความช้าและไม่รับสาย   เมื่อคลิปถูกเผยแพร่ไป ก็มีชาวโซเชียลมีเดียเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์และแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งส่วนใหญ่มองว่าในกรณีนี้ผิดทั้งคู่ เพราะลูกค้าก็ละเลย ไม่ดูโทรศัพท์ ขณะที่บางส่วนก็เห็นใจคนขับ Grab food ที่ต้องขับรถตากฝน และเข้าใจว่าโมโห แต่ก็ไม่ควรที่จะตอบโต้ด้วยคำหยาบคาย   ต่อมาหญิงอายุ 23 ปี ผู้โพสต์คลิป เปิดเผยว่า วันดังกล่าวตนเองได้สั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชั่น Grab Food ซึ่งในระหว่างที่สั่งอาหาร ได้ติดต่อกลับไปเพื่อสั่งข้าวเพิ่ม คนขับก็รับออร์เดอร์ตามปกติ จากนั้นตนเองก็ทำธุระอยู่ภายในห้อง   จนกระทั่งเวลาผ่านไประยะหนึ่ง เปิดดูหน้าแอปพลิเคชั่น พบว่าสถานะแจ้งเตือนว่าถึงที่หมายแล้ว ตนจึงได้ลงไปยืนรอบริเวณด้านหน้าตึก แต่ก็ยังไม่พบคนขับ ตนเองไปยืนรอประมาณ 5-10 นาที คนขับก็มาถึง ยังไม่ทันได้รับอาหารก็มีปากเสียงกัน ซึ่งคนขับแสดงอารมณ์ไม่พอใจ และใช้พูดหยาบคาย ซึ่งคนขับได้ขับรถไปส่งผิดสถานที่แล้วโวยวายตน   ทั้งนี้ ฝ่ายสื่อสารของแกร็บได้ติดต่อกลับมาหาตนแล้ว มีการเคลียร์กันแล้ว ส่วนตัวก็ไม่ได้ติดใจเอาความ ซึ่งทางแกร็บระบุว่า ที่ผ่านมาคนขับคนดังกล่าวเคยก่อเหตุมาก่อนแล้ว 1 ครั้ง โดยครั้งนี้จะมีการระงับการให้บริการ เพื่อเป็นการลงโทษ   ส่วนตัวเรื่องนี้เป็นบทเรียน และไม่กล้าที่จะสั่งอาหารหรือใช้บริการ กลัวว่าจะเกิดเหตุซ้ำรอย ขณะเดียวกันเรื่องที่เกิดขึ้น ตนเองยังถูกกระแสสังคมตีกลับ ถูกด่าจากโลกออนไลน์ ต่อว่าตนสั่งของแล้วไม่สนใจคนส่ง ด่าลามถึงบุพการี ด่ากลุ่มเพื่อน ทำให้ตนเองต้องกดดันและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงอยากจะให้สังคมเข้าใจด้วย          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/XpA75-6l_ng

 15,420
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 ส.ค. 62

สาวโวยโดน พนง.ห้างดังเหวี่ยงใส่ แอบเปลี่ยนข้อมูลชื่อหยาบคาย ระบายแค้น ล่าสุดลาออกแล้ว

เพจเฟซบุ๊ก สาวฮาร์ดคอร์ ชะนีโสด นางฟ้าขี้เหงา ได้โพสต์เล่าเรื่องถูกพนักงานห้างดัง กระทำกิริยาไม่เหมาะสม จากการที่ไปเปลี่ยนสินค้ามีตำหนิที่ห้างดัง สาขาดอนเมือง (สะพานใหม่) ณ จุดบริการลูกค้า   เป็นชุดเด็กอ่อนกระโปรงบอลลูน แล้วตะเข็บตรงเอวเย็บติดกับตะเข็บข้าง ตอนยื่นให้พนักงานว่ามาเปลี่ยน พนักงานรีบบอกว่าเป็นเหมือนกันทุกตัว ตนเลยสวนทันควันว่า "ตัวอื่นไม่เป็นค่ะ" แล้วพนักงานก็บอกให้ไปเอาตัวใหม่มาเปลี่ยน ตนเลยถามว่า ไม่มีพนักงานเอาลงมาเปลี่ยนให้เหรอ   เนื่องจากตนจอดรถชั้น 2 แต่จุดบริการอยู่ชั้น 1 และชุดที่ต้องเอาไปเปลี่ยนอยู่ชั้น 2 เท่ากับว่าเพิ่งลงมาแล้วก็ต้องขึ้นไป และต้องลงมาอีก เพื่อขึ้นไปอีกรอบ พนักงานเลยบอกว่า ไม่งั้นก็ทำคืนเงินแล้วลูกค้าขึ้นไปซื้อใหม่ ตนลังเลสักพักก็บอกโอเค เดี๋ยวขึ้นไปเอาตัวใหม่ ตนก็ขึ้นไปเอาใหม่ ลงมายื่นให้พนักงานแล้วพูด "เช็กดูด้วยนะคะ ว่าตัวนี้เป็นเหมือนตัวเมื่อกี๊ไหม ?"   แต่พนักงานไม่เช็ก ตนเลยย้ำไป พนักงานก็แหวกดูตะเข็บเห็นขี้ด้าย ตนเลยพูดตัดบท "ขี้ด้ายพี่ไม่ซีเรียส มันตัดได้" แล้วก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่งสอนว่า "วันหลังอย่าพูดส่งๆ สักแต่ว่าพูดนะคะ เป็นพนักงานบริการลูกค้านะ" ทำให้พนักงานแอบชักสีหน้าและพูดขอโทษ   จากนั้นตนเข้าห้างแจ้งเบอร์โทร แคชเชียร์ก็ถามเบอร์หลายรอบ น้องแคชเชียร์บอกว่าเบอร์นี้เป็นชื่อหยาบคายมาก ซึ่งเป็นเบอร์และชื่อแม่เป็นสมาชิก ตนเลยระลึกเหตุการณ์ขึ้นได้ว่าอาจถูกพนักงานดังกล่าวกลั่นแกล้ง    จากนั้นเจ้าตัวได้โพสต์ต่ออีกว่า ล่าสุด ตัวแทนห้างบิ๊กซี สาขา ดอนเมือง(สะพานใหม่) โทรมาเพื่อสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเพิ่มเติม ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอโทษลูกค้า และแจ้งว่าจะจัดส่งกระเช้ามาเพื่อเป็นการขอโทษในนามของบิ๊กซี ซึ่งสำหรับผู้โพสต์มองว่า ห้างบิ๊กซีไม่ได้มีความผิดอะไร แต่เค้าต้องการขอโทษเนื่องจากเป็นพนักงานของห้าง   แต่ตัวพนักงานคนที่ก่อเหตุ ยังไม่ได้มีการติดต่อมาเพื่อขอโทษ แต่ถึงจะติดต่อมาเพื่อขอโทษ ตนก็ไม่รับคำขอโทษ เพราะถือเป็นการกลั่นแกล้ง และกระทำโดยเจตนา (อย่าอ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์) พนักงานไม่มีสิทธิ์แก้ไขข้อมูลลูกค้าโดยพลการ โดยเฉพาะเจตนาชัดเจนว่าตั้งใจด่าหยาบคายลับหลัง ซึ่งล่าสุดพนักงานคนนี้ขอลาออกแล้วแต่ยังไม่รับผิดว่าเป็นคนแอบเปลี่ยนชื่อ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ov74qpVqwC4

 66,328
แชร์ออฟเดอะเดย์
11 พ.ค. 61

พ่อค้าของขึ้น เอาทุเรียนฟาดหน้าลูกค้า หลังเถียงกันเรื่องทุเรียนเละ ลูกค้ายันขอเปลี่ยนแค่รอบเดียว

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Bella Thepsatar โพสต์คลิปยาวประมาณ 2.57 วินาที ลักษณะโต้เถียงกับพ่อค้าขายทุเรียนที่พัทยา หลังจากคลิปวีดิโอถูกเผยแพร่และแชร์ออกไปทำให้มีผู้มาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยมีข้อความระบุ   #ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนนะคะไม่ได้อยากจะไปมีเรื่อง คือเราไปซื้อทุเรียนร้านนี้ 2 ครั้งแล้วไม่มีปัญหา แต่ครั้งนี้มันเละจนติดกระดาษที่ห่อทุเรียนแล้วมีน้ำเยิ้มออกมา ส่วนพูที่กินได้เราก็เก็บไว้ที่บ้านเอาแค่พูที่เสียไปที่ร้าน เราไม่คิดหรอกว่าจะไปแล้วมีเรื่อง เลยไม่ได้ถ่ายก่อนที่เค้าจะเอากำ ปั้นทุบเละ แล้วเค้าบอกว่าก็เอานิ้วจิ้มมันมันก็เละซิ เราพยายามไม่พูดหยาบ เค้าก็เงื้อมือจะตบเราเราถามพี่จะทำอะไรหนู เหตุการณ์มันไวมาก #เหตุการณ์ตามคลิปเลยค่ะ #ซื้อทุเรียนดูที่ร้านเลยนะคะเพราะเอาออกไปแล้วกลับมาจะเป็นแบบนี้ #เราซื้อไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงพอรุ้ว่าเสียเรารีบเอากลับมาเปลี่ยน #ไม่น่ามาทำร้ายร่างกายกัน #แค่มาเตือนใครที่คิดจะซื้อทุเรียนควรเลือกร้าน #ตรงข้ามเทพประสิทธิ์ซอย 10   ทางผู้โพสต์ได้ชี้แจงว่า ได้แวะซื้อทุเรียนที่ร้านแห่งนี้ซึ่งเคยซื้อมากินแล้ว 2 ครั้งเพราะเห็นว่าคุณภาพดี โดยสั่งซื้อทุเรียนจำนวน 2 กก. ซึ่งทางร้านก็แกะเปลือกให้ดูเนื้อจริงก็เห็นว่าเนื้อทุเรียนที่แกะให้ดูกำลังอยู่ในช่วงรับประทาน จากนั้นทางร้านก็แกะทุเรียนทั้งหมดใส่กล่อง ซึ่งยอมรับว่าไม่ได้ตรวจดูจนครบทุกพู แต่เห็นว่ามีอยู่ 1 พูที่เนื้อค่อนข้างเละทางร้านจึงแกะเนื้ออีกลูกมาใส่ให้   จากนั้นก็กลับบ้านเพื่อนำกลับมารับประทานแต่ปรากฏว่าทุเรียนที่ให้มาบางส่วนเนื้อเละจนรับประทานไม่ได้ จึงตัดสินใจรีบกลับไปที่ร้านหลังเวลาผ่านไปแค่ 30 นาที ซึ่งเจตนาส่วนตัวเพื่อขอเปลี่ยนทุเรียนเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจไปหาเรื่อง และไม่ได้ใช้คำหยาบคายใดๆ แต่พ่อค้าได้ออกมาพูดว่าที่เนื้อทุเรียนเละเพราะเอานิ้วไปจิ้มเนื้อ จากนั้นก็เอากำปั้นทุบทุเรียนพูนี้จนกระจายไปทั่ว ด้วยความกลัวจึงกลับไปที่รถ และนำโทรศัพท์มือถือมาถ่ายคลิปไว้เพื่อเป็นหลักฐาน   กรณีนี้อาจเป็นการสร้างความโมโหให้กลับพ่อค้า ก่อนที่พ่อค้าจะหยิบทุเรียนพูนี้ออกมาและถือมากระแทกเข้าที่ใบหน้า 1 ครั้ง จากนั้นตนจึงโพสคลิปวิดีโอเตือนภัย พร้อมโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี กระทั่งเจ้าหน้าที่พามาไกล่เกลี่ยและมีการชดใช้เงินให้จำนวน 1,000 บาทรวมทั้งทุเรียนอีก 1 กล่อง   สำหรับกรณีการโพสต์คลิปนั้น ตนต้องการเพียงให้สังคมได้รับรู้ แต่ไม่ต้องการให้เป็นคดีความ เพียงแต่อยากให้เป็นตัวอย่างที่พ่อค้าแม่ค้า ซึ่งเป็นผู้ให้บริการควรมีอารมณ์เย็น และไม่ใจร้อนเหมือนเหตุการณ์นี้เท่านั้น ทั้งนี้หลังจากคลิปวิดีโอถูกเผยแพร่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ก มีบรรดาพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมากต่างรู้สึกเห็นอกเห็นใจตนจำนวนมาก   ด้านเจ้าของร้านทุเรียนเล่าว่า มีสาวประเภทสองมาซื้อทุเรียน กลับไปที่บ้านก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์แล้วกลับมาขอเปลี่ยนอีกครั้งโดยบอกว่าทุเรียนกินไม่ได้ ตนก็เปลี่ยนไปให้แถมเอาอันที่ลูกค้ามาเปลี่ยนแถมใส่ถุงไปให้ด้วย เพราะเห็นว่ามันดีอยู่ครึ่งหนึ่ง สามารถกินได้ แต่ลูกค้ายังกลับมาอีกรอบแล้วบอกว่าทุเรียนมันเละกินไม่ได้ แล้วก็เอานิ้วของตัวเองไปทิ่มที่เม็ดทุเรียนอย่างแรงจนเละ   ตนจึงเกิดความโมโหจึงเอาทุเรียนที่เละไปตบหน้า ซึ่งตนเองก็รู้ว่าผิด แต่ทุกคนต้องเข้าใจว่าลูกค้าคนดังกล่าวเอาทุเรียนที่เขาเอามาเปลี่ยนรอบแรกแล้ว ผมเอาใส่แถมไปมาขอเปลี่ยนมันใช่หรือเปล่า   หลังจากนั้นลูกค้าก็ออกจากร้านไป ก่อนเอาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา มาจำนวน 2 คน เรียกเงินค่าเสียหายจำนวน 2,000 บาท ซึ่งก็ได้พูดคุยกันจนตกลงชดใช้ให้เป็นจำนวน 1,000บาท และจะไม่เอาคลิปดังกล่าวไปลงโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นพยาน แต่ก็ยังมีการโพสต์คลิปจนแพร่หลายดังกล่าว     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oszl4TR-5ko  

 12,113
สังคม-อาชญากรรม
20 เม.ย. 61

สคบ.ลงตรวจร้านขายทุเรียนหลังดราม่าทุเรียนเน่า แม่ค้าชี้ลูกค้าเลือกเอง-บอกก่อนแล้วไม่รับคืน

สคบ.ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านขายทุเรียนของแม่ค้าที่มีกรณีโต้เถียงกับลูกค้าเรื่องขายทุเรียนเน่า ริมทางบริเวณหน้าสระว่ายน้ำเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ พบว่าตาชั่งมีน้ำหนักได้มาตรฐาน แต่ป้ายระบุชนิดสินค้าไม่ชัดเจน   ทั้งนี้ แม่ค้า เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา มีลูกค้ามาซื้อทุเรียนและขอเลือกเอาลูกที่ซื้อไป โดยตนบอกว่าเนื้อมันไม่ดีและให้เอาหมอนทองดีกว่า ซึ่งตนก็จะเลือกให้ แต่ลูกค้าไม่ยอมและยืนยันจะเอาทุเรียนลูกดังกล่าว เนื่องจากมีราคาถูก   อีกทั้งตนได้บอกว่าหากซื้อไปแล้วเอามาคืนไม่ได้ ซึ่งลูกค้าก็ซื้อไป หลังจากนั้นลูกค้าได้เอาทุเรียนมาคืน ซึ่งตนก็ไม่รับคืน เพราะบอกไปแล้วว่าไม่รับคืน และทราบว่าลูกค้าได้มีการนำเรื่องราวและคลิปวิดีโอไปโพสต์ลงในสื่อสังคมออนไลน์ กระทั้งทำให้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นตำหนิตนจนได้รับความเสียหาย หลังจากที่มีกระแสเรื่องทุเรียนเน่าออกไป ตนได้รับผลกระทบอย่างมากทั้งด้านจิตใจและขาดความน่าเชื่อถือจากลูกค้า ทำให้ไม่มีใครกล้ามาซื้อ โดยตนจะฟ้องร้องให้ถึงที่สุด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iuLEqF0NXfc  

 13,237
ต่างประเทศ
02 เม.ย. 61

เอาใจหนุ่มโสดขี้เหงา! ห้างจีนให้บริการ ‘เช่าแฟนสาว’ คิดแค่ 5 บาทต่อ 20 นาที

สำนักข่าว mirror รายงานข่าวห้างสรรพสินค้าในมณฑลกวางตุ้งของจีน ปิ๊งไอเดียเรียกลูกค้าสุดแหวกแนวด้วยการให้บริหาร “เช่าแฟนสาว” ในราคาแสนถูกภายใต้เงื่อนไขที่ค่อนข้างเข้มงวด       เหล่านางแบบสาวจำนวนมากถึง 15 คนยืนอวดโฉมอยู่บนแท่นบริเวณทางเข้าห้างดึงดูดสายตาจากหนุ่มๆ โดยทางห้างจัดโปรโมชั่นพิเศษให้ลูกค้าสามารถเลือกแฟนสาวไปควงได้นาน 20 นาทีในราคาเพียง 1 หยวนหรือ 5 บาท และชำระเงินด้วยวิธีสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code)     สำหรับกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นการเจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นหนุ่มโสดขี้เหงา โดยพวกเขาสามารถควงนางแบบสาวไปเดินช็อปปิ้งหรือทานอาหารได้ตามอัธยาศัย แต่มีกฎเหล็กห้ามสัมผัสตัวแฟนสาวที่เช่ามาเด็ดขาด ซึ่งหากลูกค้าไม่พึงพอใจก็สามารถนำนางแบบมาส่งคืนได้ก่อนเวลาอีกด้วย      

 11,212
แชร์ออฟเดอะเดย์
14 มี.ค. 61

สาวสั่งผัดพริกแกงปลาดุก ผงะได้หนอนยั้วเยี้ยเป็นของแถม แม่ค้าเครียดไม่รู้หนอนมาจากไหน จ่อปิดร้านถาวร

เฟซบุ๊ก Patcha Baifern โพสต์ภาพและคลิปบนจานอาหารเช้าของตัวเอง ซึ่งเป็นเมนูผัดพริกแกงปลาดุก+ไข่ดาว ซึ่งเมื่อกินเป็นคำที่ 2 แล้วต้องผงะเมื่อมีหนอนไต่ที่ชิ้นปลาดุกยั้วเยี้ย ทำให้ต้องอวสานอาหารเช้าไปโดยปริยาย และงดกินอาหารจากร้านดังกล่าวทั้งที่เป็นร้านประจำไปเลย ก่อนนำเรื่องโพสต์บนเฟซบุ๊ก ยันไม่มีเจตนาใส่ร้ายร้านอาหาร   ด้านแม่ค้าร้านตามสั่ง ระบุว่า หลังเกิดเรื่องรู้สึกเครียดมาก เพราะลูกค้าที่โพสต์เป็นลูกค้าประจำ เจอกันทุกเช้า เมื่อเกิดเรื่องก็รีบเททิ้งทั้งถาด ทั้งนี้ไม่ทราบที่มาของหนอน เพราะก็จำเป็นปกติทุกวัน ทอดปลาดุกประมาณ 30 นาทีจนกรอบ และพักไว้รอขาย ซึ่งผู้โพสต์เป็นคนแรกของวันที่มากินเมนูนี้ ยันไม่ใช่ไม่ใช่ของค้างคืน เพราะเป็นเมนูเด็ดประจำร้าน คนสั่งเยอะ จึงไม่เคยเหลือค้างคืน ทั้งนี้อาจตัดสินใจปิดร้านถาวร เพราะรับแรงกดดันไม่ไหว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fN8beRTqWag    

 34,226
แชร์ออฟเดอะเดย์
28 ก.พ. 61

หนุ่มโพสต์คลิปเจอหนู 2 ตัว วิ่งเล่นบนเคาน์เตอร์ซูชิ ร้านดังแถลงขอโทษ ประกาศปิดร้าน 1 วัน เร่งบิ๊กคลีนนิ่ง

โลกออนไลน์แชร์คลิปจาก Narongkrit Suwancharus เป็นภาพของหนู 2 ตัววิ่งบนเคาน์เตอร์ซูชิร้านดัง ที่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าชื่อดังใจกลางเมือง   ด้านผู้โพสต์ระบุไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไรจากทางร้าน เข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติที่อาจจะมีหนูในร้านอาหาร โดยเฉพาะในกองขยะ แต่ไม่ควรจะมาอยู่ถึงขั้นบนเคาน์เตอร์ที่ทำอาหารเช่นนี้ ส่วนตัวไม่ติดใจ แต่คงเว้นระยะในการรับประทานไปอีกสักพัก   ในเวลาต่อมาทางร้านดังกล่าวได้โพสต์ข้อความชี้แจงกรณีดังกล่าวบนเพจของร้านโดยระบุ   เรียน คุณลูกค้าผู้มีอุปการะคุณ   จากกรณีเหตุการณ์คลิปที่เกิดขึ้น ทางซูชิ เด็น ได้รับทราบถึงปัญหา และต้องขออภัยเป็นอย่างสูงสำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมทั้งจะรีบดำเนินการแก้ไขอย่างเร็วที่สุด โดยทางร้านซูชิ เด็น ขออนุญาตแจ้งปิดให้บริการสาขา สยามพารากอน ชั่วคราว ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 เป็นระยะเวลา 1 วัน เพื่อดำเนินการทำความสะอาดครั้งใหญ่ และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นอีก   ทั้งนี้ ทางซูชิ เด็นต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงสำหรับคำแนะนำอันเป็นประโยชน์ เพื่อให้ทางบริษัทนำมาปรับปรุงเพื่อให้เกิดการบริการที่ดีที่สุด และทางเราคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณลูกค้าทุกท่าน จะให้ความไว้วางใจซูชิ เด็นในครั้งถัดไป   ด้วยความเคารพ และขออภัยเป็นอย่างสูง บริษัท ซูชิ เด็น จำกัด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bL8ZyG5vw0Y

 36,211
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 ก.พ. 61

สาวโพสต์จวกบริษัทขนส่งเอกชนชื่อดัง ทำกีตาร์เสียหายหลายครั้ง ถามต้องขายอีกกี่ตัวถึงได้ทุนคืน

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Farnoy N-s สาวขายกีตาร์โพสต์ร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบจากการส่งกีตาร์ไปให้ลูกค้า ผ่านบริษัทขนส่งเอกชนชื่อดัง แต่เกิดความเสียหายระหว่างขนส่งบ่อยครั้ง ที่ผ่านมาทางบริษัทจะเคลมค่าเสียหายได้ครั้งละ 2 พันบาท ซึ่งไม่คุ้มทุน แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย   ล่าสุดทางบริษัทปรับกฎใหม่ เตรียมยกเลิกการเคลม ชี้ไม่ใช่แค่ตัวกีตาร์ที่ได้ผลกระทบ แต่ได้รับความเสียหายทั้งตัวกล่องด้วย ทางบริษัทอ้างต้องติดต่อไปยังสำนักงานใหญ่ก่อน จึงวอนให้มีการรับผิดชอบในการบริการ เพราะคาดหวังว่ากีตาร์จะถึงมือลูกค้าปลายทางในสภาพสมบูรณ์    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/y9AbyHsulYc  

 8,785
แชร์ออฟเดอะเดย์
14 ก.พ. 61

สาวโพสต์แฉกลโกงร้านยิงหนังสติ๊กในตลาดนัด ทำคนเข้าใจผิด อ้างชุดละ 20 แต่จ่ายจริง 600 บาท

ผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊ก Bee’TomBkk(Fanpage-Street Shoes) เตือนภัยร้านเกมยิงหนังสติ๊กในตลาดนัดแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา เสี่ยงโชครับเหล้ายี่ห้อดัง   โดยแม่ค้ามีพฤติกรรมบอกว่าขายลูกกระสุนยิงเป้าชุดละ 20 บาท โดยวางลูกกระสุนไว้ในถ้วยจำนวน 6 ถ้วย ตั้งไว้ในถ้วยมีลูกกระสุน 5 ลูก ด้วยความเข้าใจว่าขายชุดละ 20 คือ 1 ถ้วย 20 บาท จึงได้ยิงไปทั้งหมดจำนวน 6 ถ้วย เมื่อเรียกเก็บเงินปรากฏว่า คนขายเรียกเก็บเงิน 600 บาท บอกว่ายิงไปทั้งหมดจำนวน 30 ลูกๆ ละ 20 บาท รวมเป็นเงิน 600 บาท   ทำให้ลูกค้าตกใจมากจึงได้สอบถามเจ้าของร้านไหนว่าชุดละ20 บาท ทำไมกลายเป็นลูกละ 20 บาท ซึ่งทางเจ้าของร้านยืนยันว่ามีป้ายเขียนบอกชัดเจน แต่ขอบอกป้ายที่เขียนบอกราคามีขนาดตัวหนังสือเล็กมาก และวางไว้อย่างไม่น่าสนใจอ่าน ทำให้ผู้เสียหายเข้าใจว่าขายชุดละ 20 บาท ไม่คิดว่าจะเสียเงินมากมายขนาดนี้   จึงอยากฝากเจ้าของร้านหนังสติ๊กว่า ให้เลิกพฤติกรรมคดโกงและไม่ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า พร้อมเตือนให้ระชาชนระมัดระวังอย่าไปเล่นเกมเสี่ยงโชคตามตลาดนัดและจะเสียเงินเปล่า    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Z629SeYlvyc  

 28,169
แชร์ออฟเดอะเดย์
27 ม.ค. 61

ฟังความ 2 ฝ่าย! ดราม่าน้ำจิ้ม ลูกค้าโวยถูกปรับเงินโหด เจ้าของร้านแจ้งความ-แจงมีป้ายเตือนชัดเจน

ความคืบหน้าจากกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพและข้อความ จากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง เป็นภาพถ้วยใส่น้ำจิ้มอยู่บนตาชั่ง ภายในร้านบุฟเฟต์แห่งหนึ่ง พร้อมระบุข้อใจความสรุปว่า ‘มากินบุฟเฟ่ต์อาหารทะเล ถูกปรับค่าน้ำจิ้มขีดละ 100 บาท ทั้งหมด 6 ขีด เป็นเงิน 600 บาท’   ล่าสุดวานนี้ (26 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวชลบุรีไปพูดคุยกับ กลุ่มลูกค้าวัยรุ่น 4 คน ที่ถูกปรับค่าน้ำจิ้ม ประกอบด้วย น.ส.จารุภา อู่เงิน อายุ 19 ปี ผู้โพสต์ลงเฟซบุ๊ก) น.ส.นภัสรา พงรักษ์ประเสริฐ อายุ 20 ปี, นายอนุรักษ์ สนตาเถร อายุ 16 ปี และนายสุหก แขกเณร อายุ 27 ปี บอกว่า พอพวกเราทุกคนกินกันเสร็จแล้ว ก็เรียกพนังงานมาเก็บเงิน และพนักงานก็บอกว่า โต๊ะตนกินน้ำจิ้มเหลือต้องปรับขีดละ 100 บาท ซึ่งตนก็แปลกใจ เพราะตนเป็นคนที่ชอบกินทะเลเผาอยู่เป็นประจำ ที่ร้านอื่นๆ จะไม่เคยเก็บเงินค่าน้ำจิ้ม เพราะว่าตนกินอาหารทะเลหมด เหลือแค่เพียงน้ำจิ้ม แต่ทำไมถึงต้องปรับเยอะขนาดนี้ และถ้าหากตนกินอาหารทะเลเหลือเยอะ ตนก็พร้อมที่จะโดนปรับ   ส่วนในภาพที่เห็นน้ำจิ้มถ้วยใหญ่ เพราะที่ร้านดังกล่าวมีน้ำจิ้มด้วยกันอยู่ 2 สูตร คือน้ำจิ้มเกาหลี และน้ำจิ้มซีฟู้ด ซึ่งก็ตกคนละ 2 ถ้วย พนักงานก็เลยนำน้ำจิ้มทั้งหมด มาเทใส่รวมกันในถ้วยใหญ่ และนำไปชั่งบนตาชั่ง   ตนจึงตัดสินใจนำเรื่องราวดังกล่าวมาโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่ามันเกินไปไหน แค่น้ำจิ้มเหลือ ต้องโดนปรับ 600 บาท แต่อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้คิดที่จะทำให้ร้านเสียชื่อเสียงหรือใดๆทั้งสิ้น แต่หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ก็มีคนเข้ามาโจมตี ว่าพวกตนตะกละ   เบื้องตนพวกตนได้พบกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีราชา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แนะนำไปพวกเดินทางไปร้องเรียน ที่ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค ที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งพวกตนยืนยันจะเดินหน้าสู้กันต่อไป เพราะพวกตนก็จะไม่ยอม   ส่วน น.ส.จารุภา ผู้โพสต์ บอกว่า ตนขอความเห็นใจ สำหรับคนที่ไม่รู้ข้อเท็จจริง และเข้ามาโพสต์ด่าตนในเฟซบุ๊ก ตนไม่ได้มีเจตนาที่จะทำลายชื่อเสียร้านแต่อย่างใด ตนก็โพสต์ไม่ได้พาดพิงถึงใคร ซึ่งคนที่รู้จักตนจริง ตนถึงจะบอกว่าร้านอยู่ตรงไหน อย่าด่าตนเลย เพราะว่าตนก็คิดว่าของลูกค้าทุกคนก็มีสิทธที่จะวิพากษ์วิจารณ์ได้   โดยในเวลาต่อมา นางจุรีย์ ใยบัว อายุ 40 ปี เจ้าของร้านปิ้งย่างบุฟเฟ่ต์ที่ปรับเงินลูกค้า ค่าน้ำจิ้ม 600 บาท เข้าแจ้งความกับ ตำรวจ สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หลังถูกลูกค้าโพสต์หมิ่นประมาทในเฟสบุ๊คทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง   นางจุรีย์ บอกว่า ที่ร้านมีอาหารทะเลให้ลูกค้าไปตักมาทำการปิ้งย่าง ส่วนน้ำจิ้มนั้นก็ให้ตักกันเอง โดยทางร้านจะคิดราคาค่าหัวคนละ 399 บาท ซึ่งภายในร้านจะมีป้ายติดอยู่ว่า กินไม่หมดปรับขีดละ100 บาท ทั้งอาหารและน้ำจิ้ม   ซึ่งวันที่เกิดเหตุ คือ คืนวันที่ 25 ม.ค. มีลูกค้าจำนวน 4 คน เป็นสาวประเภทสอง 2 คน และหญิงสาว 2 คน เข้ามาใช้บริการที่ร้าน พอตอนเรียกพนักงานคิดเงิน ก็พบว่าลูกค้าโต๊ะดังกล่าว ได้ทิ้งอาหารประเภททะเลไว้หลายอย่าง แต่ทางร้านก็คิดค่าปรับ เพียงค่าน้ำจิ้มเท่านั้น ซึ่งหากปรับอาหารที่เหลือทิ้งด้วย ก็คงต้องปรับเป็นเงิน 1,000 บาท แต่ทางร้านไม่ได้คิดแต่อย่างไร   ส่วนตอนที่ลูกค้าทั้ง 4 อ้างว่าไม่รู้ว่าทางร้านก็ได้ชี้ให้ดูป้ายที่ติดไว้ทั่วร้านว่ามีการปรับถ้าทำผิดกฏของร้านซึ่งลูกค้าก็รับทราบ แต่กลับเอาไปโพสต์ในเฟซบุ๊กทำให้ร้านเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงต้องเข้าแจ้งความดำเนินคดี   โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บอกว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นการหมิ่นประมาท ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จะต้องมีการได้ติดตามตัวเจ้าของเฟซบุ๊ก มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีราชา ต่อไป           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/BGICNJZwZLg

 86,532
ต่างประเทศ
17 ม.ค. 61

วงจรปิดจับภาพ ลูกค้าจีนหัวร้อนรุมกระทืบสาวเจ้าของร้านอาหารคาห้องครัว ฉุนเสิร์ฟช้า

สำนักข่าว mirror เผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่ประเทศจีน ขณะเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองฉางชุน ถูกแก๊งอันธพาลทำร้ายร่างกายอย่างป่าเถื่อน เพราะโมโหที่ให้บริการช้า     วงจรปิดแสดงภาพของ Kathy Wang หญิงสาววัย 26 ปี ถูกลูกค้าผู้ชายจับเหวี่ยงไปรอบๆ ห้องครัว พร้อมทั้งลงมือทำร้ายด้วยการตบ ตี และเตะเข้าที่ใบหน้า       ด้านผู้เสียหายเล่าว่า กลุ่มของคนร้ายเป็นผู้ชาย 3 คนและผู้หญิง 1 คน เดินเข้ามาในร้านช่วงประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง ในสภาพมึนเมา ซึ่งหลังจากแจ้งให้ทราบว่าเป็นร้านอาหารแบบให้บริการตัวเอง ลูกค้าจะต้องไปตักอาหารเอง ก็ทำให้กลุ่มคนร้ายไม่พอใจ พนักงานที่เห็นท่าไม่ดีจึงพยายามไกล่เกลี่ย แต่คู่กรณีก็ยังเร่งให้เธอรีบนำอาหารมาเสิร์ฟ เพราะต้องการจะกินเดี๋ยวนั้น     สุดท้ายก็เปิดฉากความวุ่นวายด้วยการโยนกล่องทิชชูใส่หญิงสาว และตามเข้ามารุมทำร้ายถึงในครัวตามภาพที่เห็นจากกล้องวงจรปิด เมื่อตำรวจมาถึงก็พบว่ากลุ่มคนร้ายได้หนีไปแล้ว ทิ้งให้เหยื่อร้องไห้ในสภาพได้รับบาดเจ็บทั่วร่างกาย ขณะที่เจ้าตัวเชื่อว่าสาเหตุที่ถูกทำร้ายน่าจะเป็นเพราะให้บริการไม่ทันใจลูกค้าที่อยู่ในอาการมึนเมา     ล่าสุดตำรวจสามารถจับกุมตัว 2 ผู้ต้องสงสัยมีอายุ25 ปีและ 32 ปีที่ปรากฏในคลิปได้คลิป โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนหาข้อเท็จจริงอย่างละเอียดต่อไป   

 15,674
แชร์ออฟเดอะเดย์
09 มิ.ย. 60

ลูกค้าเปิดศึกวิวาท คว้ามีดไล่ฟัน ฉุนถูกแซงคิวแย่งซื้อทุเรียน

ระยอง- 2 ลูกค้าหญิงเกิดการทะเลาะโต้เถียง จนเกิดการจะเข้าไปทำร้ายร่างกาย ขว้างปาสิ่งของ คว้ามีดจากแผงทุเรียนไล่ฟันคู่กรณีได้รับบาดเจ็บ จนเจ้าของร้านทุเรียนต้องเข้าห้าม หลังทั้งคู่มาเลือกซื้อทุเรียน แล้วลูกค้ารายแรกมาสั่งไว้ก่อน จากนั้นจึงไปซื้อของอื่น เมื่อพ่อค้าเห็นว่าลูกค้าคนแรกยังซื้อของไม่เสร็จ ก็เลยเอาทุเรียนใส่ถุงให้ลูกค้ารายที่สอง แล้วก็เป็นจังหวะที่ลูกค้ารายแรกซื้อของเสร็จและหันกลับมา ก็เกิดความไม่พอใจ หาว่าลูกค้ารายที่สองแซงคิวซื้อทุเรียน จึงเกิดการโต้เถียงและขวางข้าวของใส่กัน ด้วยอารมณ์โมโห ก่อนคุมตัวทั้งคู่ไปดำเนินคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HM7pWH_aj3g  

 68,365
ต่างประเทศ
17 พ.ค. 60

ลูกค้าแห่เซลฟี่! แม่ค้าเวียดนามสวยปิ๊ง หลังชาวเน็ตแชร์ภาพว่อนโซเชียลฯ

สำนักข่าว koreaboo นำเสนอเรื่องราวของแม่ค้าชาวเวียดนามคนหนึ่ง หลังภาพของเธอถูกแชร์ต่อและพูดถึงในโซเชียลมีเดียอยู่ในเวลานี้     รายงานข่าวระบุว่า แม่ค้าแผงลอยริมทางเจ้าของใบหน้าตาสะสวยไม่แพ้ดาราคนนี้ ได้รับความสนใจจากลูกค้าโดยเฉพาะหนุ่มๆ ที่แห่กันมาอุดหนุนและขอถ่ายภาพเซลฟี่คู่กันอย่างคึกคัก ถึงขั้นที่บางคนยอมจ่ายเงินซื้อของเพื่อให้ได้ถ่ายรูปด้วย ขณะที่เจ้าตัวก็ยิ้มแย้มและตอบรับคำขอของลูกค้าทุกคนเป็นอย่างดีอีกด้วย    

 11,743
ต่างประเทศ
29 มี.ค. 60

ลูกค้าโพสต์คลิปชวนสยอง ร้านอาหารในนิวซีแลนด์เสิร์ฟข้าวหน้าไก่แถมหนอนไต่ยุ่บยั่บ

สำนักข่าว mirror เผยแพร่คลิปวิดีโอชวนสยอง กรณีร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ เสิร์ฟอาหารให้ลูกค้าพร้อมกับสิ่งแปลกปลอมชวนคลื่นไส้เป็นของแถม     ลูกค้าสาวได้โพสต์คลิปชวนคลื่นไส้บนเฟซบุ๊กส่วนตัว จับภาพหนอนสีขาวตัวเล็กๆ ปรากฏอยู่บนเนื้อไก่ที่ถูกโปะมาบนข้าวสวย ขณะที่เจ้าของร้านอ้างว่า เธอก็เพิ่งรู้เรื่องนี้หลังได้ดูคลิปและรู้สึกประหลาดใจเช่นเดียวกัน ที่มีหนอนอยู่บนเนื้อไก่ แต่ยืนยันว่ามีแค่ไก่ชิ้นนี้เพียงชิ้นเดียวเท่านั้นที่พบว่ามีปัญหา พร้อมอธิบายกรรมวิธีการทำเมนูข้าวหน้าไก่บาร์บีคิวของทางร้านว่า จะต้องนำไก่ไปย่างทิ้งไว้ให้เย็นและนำไปทอดจึงจะนำมาเสิร์ฟให้ลูกค้ารับประทาน      

 58,396
สังคม-อาชญากรรม
13 มี.ค. 60

เรียกเจ้าของร้านกุ้งเผา-ลูกค้าสอบ หลังเกิดเหตุวิวาท ฝ่ายลูกค้าขอเลื่อนพบพนง.เหตุใบหน้ายังบวม

กรณีเกิดการชกต่อยกันระหว่างเจ้าของร้านกุ้งเผากับลูกค้า ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ล่าสุด ตำรวจเตรียมเรียกทั้ง 2 ฝ่ายเข้าให้ปากคำ ขณะที่ฝ่ายลูกค้าขอเลื่อนการพบพนักงานสอบสวนออกไปก่อน เนื่องจากใบหน้ายังบวม ไม่สามารถให้การได้    ร้อยตำรวจเอก กัมพล อินทีวงศ์ พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา เจ้าของคดี บอกว่า ได้รับแจ้งความไว้เบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพราะต้องตรวจสอบจากพยานหลักฐานต่างๆ อย่างละเอียดก่อน และขณะนี้ได้เชิญคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ทั้งนายชลชาติ หลาวเพ็ชร์ เจ้าของร้านผ่องพรรณกุ้งเผา กับนายประเวศ ซึ่งเป็นลูกค้าคู่กรณีมาให้ปากคำที่โรงพัก แต่นายประเวศ บอกว่ายังมีอาการบาดเจ็บ ใบหน้าบวม ไม่สามารถให้การได้ ขอเลื่อนการเข้าให้ปากคำออกไปก่อน    สำหรับเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา นายประเวศ ฝ่ายลูกค้า ไปรับประทานกุ้งเผาที่ร้านผ่องพรรณกุ้งเผา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่อ้างว่าไม่พอใจในความสดของอาหารและขนาดไม่ใช่ตามที่สั่ง จึงเกิดการโต้เถียงกันจนบานปลายไปถึงขั้นชกต่อยกัน ต่างฝ่ายต่างได้รับบาดเจ็บ โดยญาติของลูกค้าได้นำคลิปภาพที่ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายไว้ไปโพสต์ในโลกออนไลน์ จนมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ขณะที่ฝ่ายเจ้าของร้านกุ้งเผา เห็นว่าเป็นการทำให้ภาพพจน์ของร้านที่ให้บริการมานานกว่า 10 ปี เสียหาย จึงนำภาพจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุทั้งหมดไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ พร้อมยืนยันจะต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด   ข่าวที่เกี่ยวข้อง       

 32,294

Top