ค้นหา :

ผลการค้นหา "พายุ"

ต่างประเทศ
05 พ.ย. 62

พายุถล่มอิตาลี น้ำท่วมฉับพลัน

อิตาลี น้ำท่วมฉับพลันหลังถูกพายุถล่ม กระทบหลายภาคส่วน     เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พายุพัดถล่มหลายเมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือ ของอิตาลี ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก   ทางการต้องสั่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ประสบภัยไปอาศัยในที่ปลอดภัย นอกจากนี้ ต้องช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ภายในบ้าน ที่ถูกดินโคลนพัดถล่มลงมาด้วยใช้เปลหามและลำเลียงลงมาจากระเบียงบ้าน  ขณะที่โรงเรียนในแคว้นลิกูเรีย (Liguria) ต้องหยุดทำการเรียนการสอน เนื่องจากยังมีคำประกาศจากกรมอุตุน ถึงความเสี่ยงที่ฝนจะยังคงตกลงมาอย่างหนัก

 52
สังคม
04 พ.ย. 62

อุตุฯ เตือนพายุอีกลูก เตรียมพัดเข้าฝั่งเวียดนาม 8-9 พ.ย. นี้ แต่ยังไม่ส่งผลกับไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนพายุหย่อมความกดอากาสต่ำกำลังแรง เตรียมขึ้นฝั่งเวียดนามตอนกลางในวันที่ 8-9 พ.ย. นี้ และจ่อเข้ากัมพูชา แต่ยังไม่ส่งผลกระทบกับประเทศไทย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HjuL8PdfTIE

 820
ข่าวภูมิภาค
03 ก.ย. 62

มาแล้ว!! อุตุฯ เตือนพายุ 'คาจิกิ' สำแดงฤทธิ์จนถึง 4 ก.ย. นี้ - อีสานเสี่ยงอ่วมซ้ำ

วันที่ 3 ก.ย. กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนพายุ ฉบับที่ 8 เผย พายุระดับ 3 (โซนร้อน) “คาจิกิ” มีศูนย์กลางห่างประมาณ 80 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ของเมืองเซกอง ประเทศลาวตอนใต้ หรือที่ ละติจูด 15.9 องศาเหนือ ลองจิจูด 107.2 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศใต้ค่อนทางตะวันตก อย่างช้าๆ    ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ และฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้    สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเวียดนาม และประเทศลาว ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย    คาดว่าพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ มีดังนี้   ในวันที่ 3 กันยายน 2562 บริเวณที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก   ภาคเหนือ : จังหวัดแพร่ น่าน พิษณุโลก พิจิตร อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัยกำแพงเพชร และเพชรบูรณ์    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี   ภาคกลาง : จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี   ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด   ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา   ในวันที่ 4 กันยายน 2562 บริเวณที่มีฝนตกหนัก    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี   ภาคตะวันออก : จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด   ภาคใต้ : จังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต   สำหรับ ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่พายุพายุระดับ 3 (โซนร้อน) “คาจิกิ” มีศูนย์กลางห่างประมาณ 80 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ของเมืองเซกอง ประเทศลาวตอนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ยังคงมีกำลังแรงต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทย มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงโดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร   ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนงดออกจากฝั่ง   จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง              ประกาศ ณ วันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.      ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'พายุคาจิกิ' กำลังมา! เตือน 'อีสาน-ตะวันออก' ฝนตกหนักถึงหนักมาก 3-4 ก.ย.นี้   

 11,684
ข่าวภูมิภาค
30 ส.ค. 62

ชาวอุบลฯ กว่า 300 ครัวเรือน หนีน้ำป่าหลังทะลักเข้าหมู่บ้าน เหตุ 'พายุโพดุล' ถล่มหนัก

  (30 ส.ค.62) เวลา 15.00 น. ได้เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากลงมาจากภูขาม เขตอำเภอกุดข้าวปุ้น จังหวัดอุบลราชธานี เข้าท่วมที่นาและบ้านเรือนชาวบ้านนาตาลเหนือ บ้านเหมือดแอ่และบ้านนายูง เขตอำเภอเขมราฐ   ชาวบ้านกว่า 300 ครัวเรือนต้องรีบอพยพเคลื่อนย้าย สัตว์ สิ่งของไปไว้ที่สูง ทำให้เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านทั้ง 3 หมู่บ้าน ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกทันที บางจุดน้ำท่วมถนนสูงเกือบ2เมตร ขณะนี้หลายหน่วยงานกำลังเข้าไปช่วยเหลือเป็นการด่วน.   โดยเฉพาะบ้านนาตาลเหนือ ซึ่งอยู่ติดกับลำห้วยบังโกย ได้รับผลกระทบมากที่สุด บ้านเรือนชาวบ้านทั้งหมู่บ้าน บ่อปลา ที่นา ถูกน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง    ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'พายุโพดุล' จ่อขึ้นฝั่งไทยที่ภาคอีสาน ทำทั่วประเทศฝนตกหนักถึงหนักมากถึง 1 ก.ย.62      /div>  

 11,748
ข่าวภูมิภาค
01 ส.ค. 62

ฝนตกหนักภาคเหนือ-อีสาน ช่วยเพิ่มระดับน้ำ หลังแล้งหนัก

เกิดฝนตกหนักในภาคเหนือและอีสาน โดยที่ จ.น่าน ฝนที่ตกลงมาต่อเนื่อง 3 วันติด ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำน่านเพิ่มสูงอย่างรวดเร็วและมีแม่น้ำสาขาต่างๆ ไหลลงมาสมทบกับแม่น้ำน่านจากทางตอนเหนือ ทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นสูงถึง 5 เมตร ต้องเตือนให้ปชช.เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนผู้ที่มีบ้านอยู่ใกล้ลำน้ำ ให้เก็บของขึ้นที่สูงไว้ก่อน เพื่อป้องกันน้ำหลากฉับพลัน     เช่นเดียวกับที่ จ.พะเยา ฝนที่ตกลงมาตลอดทั้งคืน ทำให้ปริมาณน้ำกว๊านพะเยา เพิ่มปริมาณขึ้นจากครั้งก่อนหน้านี้กว่า 1 ล้านลูกบาศก์เมตร หลังปริมาณน้ำล่าสุดก่อนฝนตกมีเพียง 9 ล้านลูกบาศก์เมตร และขณะนี้สามารถที่จะทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นโดยมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร     ที่ จ.ร้อยเอ็ด พายุลมฝนพัดถล่มต่อเนื่องกันมา 3 วันแล้ว ทำให้โรงเรียนโพธิ์ชัยชนูปถัมภ์ อ.โพธิ์ชัย อาคารเสียหายหนัก โดยพายุลมแรงครั้งนี้นับเป็นครั้งที่รุนแรงมากที่สุดตั้งแต่ตั้งโรงเรียนมา     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nInqQM4Fy7Y

 2,835
สังคม-อาชญากรรม
31 ก.ค. 62

เตรียมร่มให้พร้อม!! อุตุฯ เตือน 'เหนือ-อีสาน' รับมือฝนถล่มเพิ่มขึ้น กทม.โดนด้วย 40%

กรมอุตุนิยมวิทยา ประจำวันที่ 31 กรกฏาคม 2562 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ ส่วนบริเวณภาคตะวันออก ภาคกลางและภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 6 สิงหาคม 2562    อนึ่ง พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “วิภา” แล้วจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 1-2 สิงหาคม 2562 ซึ่งจะทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยจะมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือก่อน ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปเกาะไหหลำ ประเทศจีนตอนใต้ และประเทศเวียดนามตอนบน ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย    ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมีพายุโซนร้อน “วิภา” ปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณภาคอื่นๆ มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น   พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้.   ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิถต์ และเพชรบูรณ์  อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 28-34 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม  มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์  อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.    ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี  อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด  อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี  อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต  อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่  อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ออกประกาศ : 31 กรกฏาคม 2562 เวลา 11:00 น.   ข่าวที่เกี่ยวข้อง เตือนรับมือพายุดีเปรสชัน เข้าทะเลจีนใต้ตอนบน กระทบไทยถึง 3 ส.ค.62       

 1,686
ต่างประเทศ
24 ก.ค. 62

นิวยอร์กปั่นป่วน ทั้งคลื่นความร้อน-พายุถล่ม-น้ำท่วมฉับพลัน

นิวยอร์กของสหรัฐอเมริกา เผชิญกับภัยธรรมชาติรุนแรง ทั้งคลื่นความร้อนและพายุถล่ม โดยล่าสุดต้องประสบกับน้ำท่วมฉับพลัน ในย่านบรู๊กลิน, ไอส์แลนด์ และบางส่วนของรัฐนิว เจอร์ซี ระดับน้ำท่วมสูงถึงหัวเข่า บางจุดท่วมรถเกือบมิดคัน กระทบระบบขนส่งรถไฟใต้ดิน ผิวจราจรบนท้องถนน และเกิดไฟฟ้าดับหลายพื้นที่  

 971
สังคม-อาชญากรรม
12 เม.ย. 62

พายุฤดูร้อนถล่มรับสงกรานต์ 13-16 เม.ย.

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 13-16 เม.ย.2562) ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 11 เม.ย.2562    ระบุว่า ในช่วงวันที่ 13-16 เม.ย. ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่า โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก จะมีผลกระทบในวันที่ 13 เม.ย. ส่วนภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลาง จะเริ่มได้รับผลกระทบในวันถัดไป   จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย  

 6,410
ต่างประเทศ
02 เม.ย. 62

พายุหมุนกลางทะเลถล่มปีนัง บ้านเรือน ปชช.เสียหาย 50 หลัง

มาเลเซีย - ที่เมืองปีนัง เผชิญกับปรากฏการณ์พายุหมุนกลางทะเล หรือนาคเล่นน้ำ ถล่มรุนแรง 50 หลังคาเรือนได้รับความเสียหายหนัก   โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 เมษายน 62 พายุขนาดใหญ่เกิดขึ้นกลางทะเล แล้วพัดเข้าถล่มบ้านเรือนประชาชนบนเกาะปีนัง เกลียวพายุขนาดใหญ่ เคลื่อนตัวจากทะเลเข้าสู่ฝั่งอย่างรวดเร็ว บ้านเรือนที่อยู๋ริมฝั่งเสียหายไปอย่างน้อยๆ 50 หลังคาเรือน หลังคาถูกลมพัดปลิวว่อน ต้นไม้ล้มระเนระนาด เคราะห์ดีไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต  

 2,037
สังคม-อาชญากรรม
16 มี.ค. 62

กทม. ชุ่มฉ่ำยามเช้า ผลจาก พายุฤดูร้อนช่วง 15-19 มี.ค.นี้

ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศแจ้งเตือน “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน” เนื่องด้วยความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 15-19 มีนาคมนี้นั้น ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลปริมาณฝนที่ตกเล็กน้อยถึงปานกลาง ไม่ได้ส่งผลกระทบทำให้เกิดความท่วมในแต่ละพื้นที่ สำหรับอากาศของกรุงเทพมหานครและปริมณฑลพบมีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน    จากรายงานของสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ระบุว่ามีฝนฟ้าคะนองในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาพื้นที่กรุงเทพมหานครมีฝนตกปานกลาง ปริมาณฝนรวมสูงสุดที่จุดวัดคลองแสนแสบ - เขตบางกะปิ 28.0 มิลลิเมตร จุดถนนประชาอุทิศ เขตทุ่งครุ 27.5 มิลลิเมตร// จุดวัดสำนักงานเขตยานนาวา 17.0 มิลลิเมตร// จุดวัดสวนเบญจสิริ เขตคลองเตย 13.0 มิลลิเมตร   โดยไม่มีรายงานจุดเร่งการระบายน้ำในถนนสายหลัก ที่สำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานรับผิดชอบ    สำหรับการสำรวจการจราจรบนสุขุมวิท และใกล้เคียงการจราจรยังสามารถเคลื่อนตัวได้ปกติ ไม่หนาแน่น เนื่องจากในวันนี้เป็นวันหยุดมีหลายบริษัท และหน่วยงานต่างๆ ปิดทำการ จึงทำให้การจราจรไม่น่าเป็นห่วง อีกทั้งบริเวณเส้นทางหลักต่างๆ ก็ไม่พบน้ำท่วงขัง    แต่อย่างไรก็ตามในช่วงวันที่ 15-19 มีนาคม 2562 กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งว่าประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงมีฟ้าผ่า โดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้รับผลกระทบในวันถัดไป จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย สำหรับผลกระทบตามภาคต่างๆ ในหลายจังหวัด

 9,292
สังคม-อาชญากรรม
05 ม.ค. 62

รัฐบาล เตือน ปชช. อย่าประมาท 'พายุปาบึก' ถึงจะอ่อนกำลัง-ลงทะเลอันดามัน พร้อมจับตาอย่างใกล้ชิด

รัฐบาลเผยพายุปาบึกอ่อนกำลัง-ลงทะเลอันดามันแล้ว เตือนอย่าประมาท กำชับเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด   นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานว่า ขณะนี้พายุโซนร้อนปาบึกได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กม./ชม. และเคลื่อนลงทะเลอันดามันแล้ว อย่างไรก็ตามยังคงมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยจะมีผลกระทบต่อไปอีก 1 วัน นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าแม้พายุจะอ่อนกำลังลง แต่ขอให้ทุกคนอย่าประมาท โดยอาจพักอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพชั่วคราวไปก่อนจนกว่าทางราชการจะประกาศชัดเจนว่าปลอดภัย    ส่วนพื้นที่ใดที่พายุเคลื่อนผ่านไปแล้ว และประชาชนเริ่มทยอยกลับเข้าที่พัก ขอให้เจ้าหน้าที่ลงไปให้คำแนะนำถึงการปฏิบัติตัวเพื่อความปลอดภัย และเตรียมการช่วยเหลือฟื้นฟูซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างที่เสียหาย เสาไฟฟ้าที่หักโค่น เพื่อให้ประชาชนมีไฟฟ้าใช้ตามปกติ" โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงเรื่องสวัสดิภาพของประชาชน โดยเฉพาะการออกเรือในทะเล การบิน และการใช้รถใช้ถนน จะต้องมีการยืนยันจากหน่วยงานของรัฐ จึงจะสามารถดำเนินการได้ตามปกติ    พร้อมทั้งฝากเตือนไม่ให้มีการปล่อยข่าวบิดเบือนสร้างความตื่นตระหนก เช่น พายุจะวกกลับมาอีก เป็นต้น หากพบจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง รวมทั้งกำกับดูแลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างดีที่สุด  

 1,474
สังคม-อาชญากรรม
04 ม.ค. 62

การรถไฟฯ พร้อมรับมือพายุปาบึก เตรียมรถขนถ่ายผู้โดยสารออกจากพื้นที่

การรถไฟแห่งประเทศไทยจัดเตรียมรถยนต์ขนถ่ายผู้โดยสารถึงสถานีปลายทางหากเกิดสถานการณ์น้ำท่วมจนไม่สามารถเปิดเดินรถได้   (4 ม.ค. 62) นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้กำหนดมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และเผชิญเหตุรองรับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึก ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย โดยได้ประเมินจุดเสี่ยงหากเกิดน้ำท่วมทางจนไม่สามารถเดินรถต่อได้    โดยกรณีเกิดน้ำท่วมสูงจนไม่สามารถเปิดเดินรถได้ตามปกติในเส้นทางที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุปาบึกในช่วงระหว่างชุมทางเขาขุมทอง - นครศรีธรรมราช การรถไฟฯ จะเดินขบวนรถสายนครศรีธรรมราชถึงแค่สถานีชุมทางทุ่งสง และจะจัดรถยนต์ขนถ่ายผู้โดยสารจนถึงปลายทางสถานีนครศรีธรรมราช พร้อมสั่งการเจ้าหน้าที่ฝ่ายการช่างโยธา และนายสถานีในพื้นที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมกับรายงานสถานการณ์ให้ผู้บังคับบัญชา และศูนย์ปลอดภัยฝ่ายการเดินรถทราบอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมิน และสั่งการแก้ไขสถานการณ์อย่างเหมาะสมด้วย

 1,272
ข่าวภูมิภาค
06 ต.ค. 61

อุตุฯ เผยพายุ 'กองเร็ย' จ่อถล่มญี่ปุ่น-เกาหลี - เผยภาพ นทท.แห่ขึ้นดอยสัมผัสอากาศหนาวคึกคัก

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งได้ สำหรับภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบนมีฝนน้อย    อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “กองเร็ย” (KONG-REY) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าสู่ตอนใต้ประเทศญี่ปุ่น และคาบสมุทรเกาหลี ในช่วงวันที่ 5-7 ตุลาคม 2561 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย    ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง สำหรับภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบนมีฝนน้อย     ขณะที่บรรยากาศยอดดอยของหลายจังหวัดทางภาคเหนือ มีนักท่องเที่ยวแห่เดินทางมาสัมผัสอากาศหนาวกันอย่างคึกคัก ส่วนที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวน้ำตกป่าละอูชั่วคราวแล้ว หลังมีฝนตกหนักในป่าเทือกเขาตะนาวศรี และเกิดน้ำป่าไหลหลากลงน้ำตก       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/C6K4Df-ejq0  

 923
ข่าวภูมิภาค
24 ส.ค. 61

ระนองฝนถล่มหนัก เตือนระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

เมื่อเวลา 09.00 น. (24 ส.ค.61) สภาพอากาศที่ จ.ระนอง ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง สภาพท้องฟ้าปิด มีเมฆปกคลุมหนาแน่น เหมือนเวลาใกล้ค่ำ เสาไฟฟ้าตามท้องถนนสายต่างๆ ยังคงมีไฟฟ้ายังคงส่องแสงสว่าง และ ปริมาณฝนที่ตกในจังหวัดระนอง ใน 24 ชม. ที่ผ่านมาวัดได้เมื่อเช้านี้ 158.3 มิลลิเมตร ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินเลื่อนไหลไว้ด้วย ส่วนน้ำในลำคลอง และในห้วยสาขาต่างๆที่ไหลมาจากแนวภูเขา มีน้ำไหลหลากแรง เกือบเต็มตลิ่ง    นายไพบูลย์ เอี่ยมสุวรรณ์ หัวหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยา จ.ระนอง รายงานสภาพอากาศของ จ.ระนอง และภาคใต้ชายฝั่งทะเลด้านตะวันตก ได้รับอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งมีกำลังแรงขึ้น และพัดเข้าหาฝั่งทำให้บริเวณนี้ มีฝนตกเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับ ตอนบนของประเทศไทยมีร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่าน รวมทั้งมีพายุดีเปรสชัน มีศูนย์กลางอยู่บริเวณทางตอนกลางของเกาะไต้หวัน และพายุโซนร้อน “ซูลิก” (SOULIK) และพายุโซนร้อน “ซีมารอน” (CIMARON) กำลังจะเคลื่อนผ่านบริเวณประเทศเกาหลี และประเทศญี่ปุ่น จึงทำให้เกิดแนวของร่อมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรง และมีแนวโน้มส่งผลให้พื้นที่ จ.ระนอง มีฝนตกเพิ่มขึ้น ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินเลื่อนไหลไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง 

 773
ข่าวภูมิภาค
05 มิ.ย. 61

ปภ.เตือน 61 จังหวัด รับมือฝนตกหนักยาว 7 วัน ตั้งแต่ 4-12 มิ.ย.นี้

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประสาน 61 จังหวัด เตรียมรับมือฝนตกและฝนตกหนักบางพื้นที่ ในช่วงวันที่ 4 – 12 มิถุนายน กำชับปรับปรุงแผนเผชิญเหตุให้สอดคล้องกับสภาพความเสี่ยงภัยในพื้นที่   นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศ พบว่า ในช่วงวันที่ 4 – 12 มิถุนายน อิทธิพลจากดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และ ภาคใต้ มีฝนตกและฝนตกหนักบางพื้นที่ ปภ.จึงได้ประสาน 61 จังหวัด แยกเป็น   ภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำพูน ลำปาง น่าน แพร่ ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ และอุทัยธานี   ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี   ภาคกลาง 18 จังหวัด ได้แก่ สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สระแก้ว นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และกรุงเทพมหานคร   ภาคใต้ 9 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา พังงา ภูเก็ต และกระบี่ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และ คลื่นลมแรงบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล   โดยกำชับทุกจังหวัด ปรับปรุงแผนการเผชิญเหตุให้สอดคล้องกับสภาพความเสี่ยงภัยในพื้นที่ - จัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยเฉพาะเขตชุมชน เส้นทางคมนาคมสายหลัก ติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเชื่อมโยงเส้นทางไหลของน้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ จัดเตรียมพื้นที่รองรับน้ำป้องกันน้ำท่วม   สำหรับการเผชิญเหตุเมื่อเกิดอุทกภัย ให้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับจังหวัด อำเภอ รวมถึงศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเป็นศูนย์กลางระดมกำลังด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดเตรียมชุดปฏิบัติการดูแลด้านการดำรงชีพที่ครอบคลุมทุกมิติ และเร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย เพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UPPFy0Wh7QM  

 17,213

Top