ค้นหา :

ผลการค้นหา "กระตุ้นเศรษฐกิจ"

การเมืองเข้มข้น
24 ส.ค. 62

'ธนกร' ออกโรงซัดมือมืดจ้องโจมตีบัตรคนจน เผยรัฐเร่งตีปี๊บให้ชาวบ้านรับรู้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ธนกร ออกโรงซัดมือมืดจ้องโจมตีบัตรคนจน เผยรัฐเร่งตีปี๊บให้ชาวบ้านรับรู้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ วอนฝ่ายค้านเปิดใจกว้างเหมือนส.ส.สุรินทร์พท.    (24 ส.ค.62 )นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ไม่หวังดีกับรัฐบาลในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 316,000 ล้านบาท โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นำข้อมูลเท็จลงโซเชียลมีเดียโจมตีว่าคนที่ได้ไม่ได้จนจริง ซึ่งเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเคร่งครัด การลงทะเบียนมีการบูรณาการความร่วมมือ 26 หน่วยงาน และมีการตรวจสอบหลังปิดลงทะเบียน ใช้ฐานข้อมูลในระบบอิเล็คทรอนิกส์ของแต่ละหน่วยงานร่วมกันตรวจสอบด้วยเลขบัตรประจำตัว13หลักได้แก่ กรมการปกครอง กรมสรรพากร กรมบัญชีกลาง กรมที่ดิน ธนาคารเอกชน 15 แห่ง และธนาคารแห่งประเทศไทย          นายธนกร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่บอกว่าคนไทยยังไม่ทราบรายละเอียดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ขณะนี้รัฐบาลได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้รับรู้ในทุกมิติเพื่อให้ประชาชนรับรู้และเข้าร่วมโครงการ มั่นใจว่าโครงการดังกล่าวจะสามารถประคองเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกได้ เพราะรัฐบาลช่วยอย่างตรงจุด ทั้งกลุ่มเกตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง กลุ่มผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี อย่างไรก็ตาม อยากให้พรรคร่วมฝ่ายค้านเข้าใจเจตนาบริสุทธิ์ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่อยากช่วยเหลือชาวบ้าน ไม่ใช่วันๆ ออกมาสลับหน้าด่า ออกมาค้านอย่างเดียว โดยไม่สนใจความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน วันนี้อยากเห็นบรรยากาศความร่วมมือของฝ่ายค้านในการร่วมกันทำงานให้กับประชาชนมากกว่า รัฐบาลเข้ามาเพื่อทำงานให้กับประชาชนอย่างแท้จริง ขอเวลาให้รัฐบาลได้ทำงานก่อน ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์มีความตั้งใจจริงในการทำงานให้บ้านเมือง เป็นคนที่รักชาติ รักประชาชน อยากให้พรรคฝ่ายค้านเปิดใจให้กว้างเหมือนส.ส.สุรินทร์พรรคเพื่อไทย   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'อุตตม' ชี้อยู่ระหว่างพิจารณาเกณฑ์ลงทะเบียน 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' รอบใหม่   ;  

 1,187
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
21 ส.ค. 62

ครม.ไฟเขียวแจกแหลก เติมเงินบัตรคนจน-ผู้สูงอายุ แจกเงินเที่ยวคนละ 1,000 ลงทะเบียนก่อนได้ก่อน

ที่ประชุมครม. อนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 316,813 ล้านบาท เพื่อช่วยค่าครองชีพประชาชน ในช่วงสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว คาดกระตุ้นเศรษฐกิจโตเพิ่มเป็น 3.5% ประกอบด้วย     1.มาตรการบรรเทาค่าครองชีพผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและกองทุนหมู่บ้าน ระหว่างเดือน ส.ค.-ก.ย.2562 ประกอบด้วย   -ผู้มีบัตรสวัสดิการฯ ทุกคน 14.5 ล้านคน จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มอีก 500 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นเวลา 2 เดือน -ผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการฯ ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มอีก 500 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นเวลา 2 เดือน -ช่วยเหลือการเลี้ยงดูบุตรแก่ผู้มีบัตรสวัสดิการฯ ที่มีอายุ 0 ถึง 6 ขวบ ได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มอีกจำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นเวลา 2 เดือน -พักชำระหนี้เงินต้นของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่คงค้างกับสถาบันการเงิน 50,732 แห่ง โดยเป็นหนี้ ธ.ก.ส. 27,249 แห่ง และธนาคารออมสิน 23,483 แห่ง โดยพักชำระหนี้เฉพาะเงินต้นเท่านั้น     มาตรการที่ 2 บรรเทาค่าครองชีพสำหรับเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้งปี 2562 ประกอบด้วย   -สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โดย ธ.ก.ส.จะให้สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) ในอัตราดอกเบี้ย 0.1% ต่อปี วงเงินกู้ไม่เกิน 300,000 บาท ระยะเวลา 1 ปี เริ่มวันที่ 1 ส.ค.2562 ถึงวันที่ 31 ก.ค.2563 -ขยายเวลาชำระหนี้เงินกู้ให้แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ระยะเวลา 2 ปี -สนับสนุนต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 โดยจะได้รับเงินช่วยเหลือไร่ละ 500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่     มาตรการที่ 3 กระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ ประกอบด้วย   -มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ชิมช็อปใช้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ และสนับสนุนการใช้จ่ายผ่านระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ (g-Wallet) โดยผู้สนใจเข้าร่วมมาตรการจะต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไปในวันลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการผ่านทางเว็บไซต์ โดยผู้ที่ผ่านการลงทะเบียนจะได้รับสิทธิประโยชน์ 2 ส่วนด้วยกัน ได้แก่   1.รัฐบาลสนับสนุนเงิน 1,000 บาทต่อคน เพื่อนำไปซื้อสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมมาตรการ แต่ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ 2.หากผู้ลงทะเบียนใช้เงินเพิ่มเพื่อใช้จ่ายค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าที่พัก หรือค่าสินค้าท้องถิ่นจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมมาตรการ รัฐบาลจะชดเชยเงินคืนให้เป็นจำนวนเท่ากับ 15% ของยอดชำระเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 4,500 บาทต่อคน ซึ่งเท่ากับวงเงินใช้จ่ายไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน   อย่างไรก็ตาม การได้เงินคืนต้องเป็นการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวผ่านแอปพลิเคชัน 'เป๋าตัง' เพื่อซื้อสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการที่รับชำระเงินด้วยแอปพลิเคชัน 'ถุงเงิน' ระยะเวลา 3 เดือน ใน ก.ย.-พ.ย.นี้เท่านั้น   โดยกระบวนการหลังจากผู้ที่ลงทะเบียนได้รับเอสเอ็มเอสเพื่อยืนยันว่าลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ประชาชนที่ได้รับสิทธิ์ต้องใช้สิทธิ์ท่องเที่ยวภายใน 14 วัน หากเลยระยะเวลาดังกล่าวไปแล้วจะถูกตัดสิทธิ์ทันที เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนรายใหม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด   สำหรับเงินจำนวน 1,000 บาทที่ได้รับนั้น ไม่สามารถเบิกเงินสด หรือนำไปใช้เติมน้ำมันได้ ส่วนเงินที่กระทรวงการคลังจ่ายคืน (Cash Back) เริ่มจ่ายให้หลังสิ้นสุดโครงการไปแล้ว 15-45 วัน ซึ่งเงินที่จ่ายคืนประชาชนสามารถถอนเงินสดหรือใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7VZ-fRt3F3U

 52,824
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
21 ส.ค. 62

'กอบศักดิ์' แย้มมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก๊อก 2 ช่วง 30 ส.ค.นี้

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ระบุเตรียมมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบสอง 30 สิงหาคม 2562 นี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุมของ ครม.เศรษฐกิจ จึงจะเสนอเข้าสู่ ครม.ใหญ่   ซึ่งแนวทางจะเป็นการกระตุ้นการลงทุนในประเทศ ผ่านการลงทุนภาครัฐที่มีอยู่ให้เดินหน้า กระตุ้นการลงทุนของเอกชน และนักลงทุนต่างประเทศ และมาตรการผลักดันการส่งออกไทย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Dr2-anXR5CQ

 1,635
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
20 ส.ค. 62

เสนอเปิดผับบาร์ยาวถึงตี 4 ดูดเงินกินดื่ม นทท.ในแหล่งไนท์ไลฟ์สำคัญ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมเสนอขยายเวลาปิดสถานบริการต่างๆในยามค่ำคืน ไปปิดที่เวลา 04.00 น. เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวยามค่ำคืน เพื่อตั้งเป้าดึงเงินจากกระเป๋านักท่องเที่ยวมากขึ้น เพราะหากขยายเวลาปิดสถานบริการยามค่ำคืนออกไปถึง 04.00 น. จะช่วยเพิ่มค่าใช้จ่ายกินดื่มเที่ยวเฉลี่ยได้อีก 25% จากค่าใช้จ่ายเดิม   แต่จะขยายในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญเท่านั้น ไม่ใช่ขยายทุกย่านและทุกจังหวัดจะเปิดได้หมด เช่น กรุงเทพฯ อาจอนุญาตให้เฉพาะย่านสีลม หรืออื่นๆ ภูเก็ต อาจอนุญาตโซนหาดป่าตอง หรืออื่นๆ กระบี่ อาจอนุญาตโซนอ่าวนาง หรืออื่นๆ รวมไปถึงย่านอื่นๆ ในเมืองพัทยาและเกาะสมุย เป็นต้น  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ct_9x4tGbso

 4,500
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
16 ส.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 16 ส.ค.62 พระเสพเมถุนน้องสาวต่างแม่-แจ้งจับเด็กแว้นได้ 3 พัน-หมากลืนเป็ดยาง 37 ตัว

-ฆาตกรรมโหดลุงป้าเจ้าของร้านชำ ถูกสายไฟรัดคอ มีดปักอกคนละเล่มศพสยอง เพื่อนบ้านบอกได้ยิรเสียงคนขี่ จยย.มาเคาะประตูเรียกซื้อของ แล้วมีเสียงผู้หญิงร้องเสียงดัง ผ่านไป 2 วันกลิ่นเหม็นเน่าโชยมา ล่าสุดจับได้แล้วเป็นเพื่อนบ้านห้องข้างเคียง สารภาพทำทีจะซื้อเหล้า จะชิงเงินในกระเป๋าคาดเอวลุง แต่เหยื่อขัดขืน เลยใช้มีดเชือดแทงคอ ป้ามาเห็นเลยฆ่าปิดปากใช้สายไฟรัดคอแทงซ้ำจนตาย หลังก่อเหตุหอบลูกเมียหนีซุกโรงแรม สุดท้ายไม่รอดโดนจับ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับแล้วคนข้างห้อง ฆ่าโหดสองตายายร้านขายของชำ ชิงเงินหมื่น   -จับสึก 2 เจ้าอาวาสวัดดังปลุกเสกตุ๊กตาลูกเทพ กุมารทองเรียกทรัพย์ วัตถุมงคล สำนักอาจารย์แจ๊ว เหนือดวง อวดอ้างสรรพคุณใครบูชาจะเป็นคนเหนือคน เข้าข่ายความผิดประกาศเถรสมาคม จนท.คุมตัว 2 เจ้าอาวาสไปจับสึกทันที ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับสึก 2 เจ้าอาวาสดัง ปลุกเสกกุมารทอง-ตุ๊กตาลูกเทพ ผิดวินัยสงฆ์    -7พรรคฝ่ายค้านขอยื่นอภิปรายทั่วไปนายกฯโดยไม่มีการลงมติ ตามรธน.152 วันนี้ หลังนายกฯไม่มาตอบกระทู้ถามสดปมถวายสัตย์ 2 สัปดาห์ติดต่อกัน นอกจากนี้ยังมีประเด็นบกพร่อง ผิดพลาด ผิดกฎหมายอื่นๆด้วย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ฝ่ายค้านยื่นญัตติขออภิปรายนายกฯ ปมถวายสัตย์    -วิษณุตอบปมนายกฯถูกฝ่ายค้านยื่นอภิปรายนายกฯ ต้องขอดูญัตติฝ่ายค้านก่อน ว่านายกฯต้องไปตอบเองหรือไม่ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'วิษณุ' แจงนายกฯมีสิทธิ์ไม่ไปตอบกระทู้สดได้ หากมีเหตุต้องแจ้งสภา   -ปธ.ผู้ตรวจการแผ่นดินคาด 27 ส.ค.นี้ จะได้พิจารณากรณีศรีสุวรรณ จรรยา ร้องให้ส่งเรื่องถึงศาล รธน.วินิจฉํยปมนายกฯถวายสัตย์ไม่ครบถ้วน เข้าข่ายขัดรธน.หรือไม่ ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อเท็จจริงและประเด็นทางกฎหมายจากทุกฝ่าย เมื่อครบถ้วนแล้วจะพิจารณาอีกครั้ง ยันใช้ดุลยพินิจอิสระ ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ไม่มีใครกดดันได้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ผู้ตรวจการแผ่นดินถกคำร้องถวายสัตย์ 27 ส.ค. ยันไม่มีใครมากดดันได้    -ส.ส.หารือการใช้สภาใหม่ โวยป้ายบอกทางไปบันไดหนีไฟไม่มี ไฟในห้องประชุมน้อยทำให้ง่วง ห้องน้ำไม่มีสายชำระ และความปลอดภัยของสภา ปล่อยคนนอกมากินขนม กาแฟ ใช้อภิสิทธิ์จอดรถรอรับนาย ชวน ปธ.สภาแจงยืมห้อง ส.ว.มาใช้ ขอให้ทุกคนอดทน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ส.ส.โวยสภาหมื่นล้าน ไม่ปลอดภัย-ไฟมืด-ห้องน้ำไม่มีสายชำระ   -คลังเตรียมชงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ แจกเงินพิเศษผู้ถือบัตรคนจน 2 เดือน ส.ค.-ก.ย.รับคนละ 1,000 บาท ผู้สูงอายุรับ 1,000 เงินเลี้ยงดูบุตร 0-6 ปี คนละ 600 บาท แจกคนทั่วไปคนละ 1,500 บาท เที่ยวเมืองหลัก-เมืองรอง ใครลงทะเบียนก่อนได้ก่อน คาดเกิดเม็ดเงินสะพัดครึ่งปีหลังไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้าน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : คลังเตรียมจัดหนัก แจกเงินบัตรคนจน-กระตุ้นท่องเที่ยว คนแก่ถือบัตรคนจนรับ 2 เด้ง    -บัตรทองเฮ อนุทิน รมว.สธ.ประกาศผู้ป่วยในสิทธิบัตรนี้ไม่ต้องร่วมจ่าย อะไรที่เคยได้ยังคงอยู่ เล็งเพิ่มสิทธิครอบคลุมโรคหายาก ย้ำปชช.ทุกช่วงวัยต้องเข้าถึงการบริการอย่างเท่าเทียม ตั้งเป้าซื้อเครื่องมือแพทย์ในประเทศอุ้มเศรษฐกิจ     -พระหนุ่มเสพเมถุนกับน้องสาวแท้ๆต่างมารดา และโยมสาวอีกคน ใช้ชีวิตร่วมกัน 3 ปี น้องสาวแฉพฤติกรรมพร้อมคลิปแอบถ่าย ถูกพระพี่ชายลวงฝึกจิต ต้องแก้ผ้าต่อหน้าพระ สุดท้ายกลายเป็นเสพเมถุนกับพระพี่ชาย ต่อมามีสีกาอีกคนมาอยู่ในสำนักปฏิบัติธรรม อยู่กันเหมือนเมียหลวงเมียน้อย พ่อและชาวบ้านรู้เรื่องกดดันให้สึกออกมาจนนุ่งขาวห่มขาว ร้องศูนย์ดำรงธรรม-สำนักพุทธแล้วแต่ทำอะไรไม่ได้ รองผู้ว่าอุตรดิตถ์สั่งตรวจสอบ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ฉาววงการผ้าเหลือง! พระหนุ่มเสพเมถุนน้องสาวต่างแม่ - สีกาอีกคน อยู่ร่วมสำนักเหมือนเมียหลวงเมียน้อยนาน 3 ปี    -แม่รัดคอลูกชายประชดสามีฝรั่งยังไม่จบ ถูกแฉซ้ำเคยเอานมลูกไปแลกเบียร์ จนท.เข้าประเมินสภาพจิต เกิดคลั่งวิ่งออกนอกบ้านไปบ้านญาติ หยิบมีดจะจ่อคอฆ่าตัวตาย ญาติต้องเข้าห้าม จนท.เข้าหว่านล้อมจนสงบ ฉีดยาระงับความเครียด หามส่ง รพ.จิตเวช ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : แม่รัดคอลูกประชดสามีฝรั่ง คลั่งอีกรอบ คว้ามีดจ่อคอตัวเองต่อหน้า จนท.    -ตร.เอาจริงให้รางวัลนำจับเด็กแว้นกับประชาชนผู้กล้า 3,000 บาท เริ่มกันยายนนี้ ยืนยันจะรักษาความลับไม่เปิดเผยข้อมูลผู้แจ้ง แต่ถ้าแจ้งความเท็จ แจ้งจำคุก 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท ขอหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอกล้องหน้ารถ หรือโทรแจ้ง 191 รวมถึงแจ้งผ่านเพจศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร.     -ตม.ทลายแก๊งคอลเซนเตอร์ไต้หวัน 13 ราย คาบ้านพักชลบุรี ใช้ไทยเป็นฐานปฏิบัติการเกือบปี สุ่มโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ต อ้างตัวเป็น จนท.สาธารณสุข ลวงเหยื่อไต้หวันว่ามีบัตรประกันสุขภาพไปใช้กู้เงินจนเป็นหนี้ ก่อนต่อสายไปหาคนร้ายอีกคน อ้างเป็นตร.สร้างความน่าเชื่อถือ ให้เหยื่อโอนเงินเคลียร์คดีกว่า 20 ราย เสียหายกว่า 30 ล้าน     -จับนายตั้ม ช่างรับเหมาก่อสร้าง 1 ใน 5 ที่ล่อลวง ด.ญ.วัย 14 ไปขืนใจ สารภาพรับเด็กมาจากพัทยาให้มาทำงานที่ไซต์ก่อสร้าง ลวงไปซื้อของแล้วพาเข้าโรงแรม  เตรียมนำตัวไปชี้จุดทำแผน ส่วนอีก 4 คนที่สงขลาต้องแยกดำเนินคดี พ่อบอกลูกซึมเศร้า ไม่อยากให้พม.นำไปดูแล ขอดูแลกันเองในบ้าน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : คุมตัว 'นายตั้ม' สารภาพข่มขืน ด.ญ.14 ก่อนหนีกบดานระยอง    -นุ๊ก สุทธิดา แจ้งความเอาผิดคนเช่าบ้าน หวั่นเป็นแก๊งคอลเซนเตอร์ ตกใจปล่อยบ้านย่านลาดพร้าวให้ต่างชาติเช่า 2 เดือน ทำบ้านเละ สายโทรศัพท์เต็มบ้าน ย้ายเตียงนอนมาตรงประตูเหมือนเอาไว้ดูต้นทาง กลัวใช้บ้านทำธุรกิจผิดกม. เริ่มเอ๊ะใจหลังเช็คค่าน้ำค่าไฟผ่านแอพเกือบแสน พยายามขอเข้าไปดูก็ถูกปฏิเสธ สุดท้ายขอย้ายออก ไม่ขอเงินประกันคืน แถมค้างค่าไฟ 5 หมื่น ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'นุ๊ก สุทธิดา' โวยชาวจีนเช่าบ้านพังเละเทะ ค้างค่าไฟ 5 หมื่น หวั่นเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์   -เตือนคนเลี้ยงหมา น้องหมาพันธุ์บูลลี่กลืนเป็ดยาง 37 ตัวหวิดลำไส้ตันต้องผ่าตัด เจ้าของบอกซื้ออ่างลอยน้ำพร้อมเป็ดยางให้หมาเล่น สักพักตุ๊กตาหายไป ก่อนพบหมาอ้วกออกมาเป็นเป็ด 5 ตัว ต้องรีบไปหาหมอ เอ็กซเรย์เจอเป็ดเต็มท้อง ผ่ามาได้อีก 32 ตัว ล่าสุดปลอดภัยแล้ว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เตือนคนรักสัตว์ น้องหมากลืนเป็ดยาง 37 ตัว หวิดลำไส้อุดตัน ต้องผ่าออกจากท้อง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Eb30QHRFRBA

 10,466
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
15 ส.ค. 62

'บิ๊กตู่' เรียก 'สมคิด-อุตตม' ถกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วน งบ 5 หมื่นล้าน ก่อนเข้า ครม.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เรียกหารือ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และสำนักงบประมาณ เพื่อหารือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่จะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ในวันที่ 16 ส.ค.นี้ ทั้งนี้นายสมคิด เปิดเผยว่า สำหรับรายละเอียดนายอุตตม จะเป็นผู้แถลง   ด้านนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เป้าหมายของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วน เกิดขึ้นเนื่องจากวันนี้ประเทศไทย เผชิญปัญหาเศรษฐกิจที่หินมาก และเกิดจากรายละเอียดหลักๆที่ เกี่ยวโยงกับความเป็นไปของเศรษฐกิจโลก จึงต้องทำให้เศรษฐกิจในประเทศ เข้มแข็งได้ด้วยตัวเอง   เพราะขณะนี้เศรษฐกิจโลกผันผวนอย่างหนัก จากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน หรือกรณี ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ อีกทั้งประเทศที่มีบทบาททางเศรษฐกิจกับไทยหลายๆ ประเทศ ก็มีปัญหาภายใน สิ่งที่ไทยต้องเร่งดำเนินการ คือสร้างความเข้มแข็งภายใน โดยได้ประกาศแล้วว่า มาตรการทางเศรษฐกิจต้องออกมาให้เร็วที่สุด ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ วันที่ 16 ส.ค.นี้   “มาตรการเร่งด่วนเบื้องต้น คือ เน้นกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และเพิ่มรอบการหมุนของเม็ดเงินกระจายไปยังกลุ่มต่างๆ ในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มฐานราก ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ของประเทศ รวมทั้งเร่งแก้ปัญหาที่กระทบกับชาวบ้านเฉพาะหน้า โดยเฉพาะเรื่องภัยแล้ง ราคาพืชผลการเกษตร” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N9gLzvDIHM0

 893
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
13 ส.ค. 62

คลังเสนอแพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ แจกเงิน 1,500 เที่ยวเมืองรอง - เติมเงินบัตรคนจน 1 พัน

กระทรวงการคลัง เตรีนมเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในวันที่ 20 ส.ค.2562 โดยมีวงเงินที่จะนำมากระตุ้นเศรษฐกิจราว 50,000 ล้านบาท สำหรับมาตรการที่จะเสนอ ครม. ได้แก่     1.มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ที่กระทรวงการคลังมีแนวคิดจะเสนอให้เงินคนไปเที่ยวเมืองรองคนละ 1,500 บาท โดยจ่ายผ่านการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-payment) ซึ่งจะให้แก่ประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เพื่อนำไปเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรอง คาดว่าผู้ที่ได้รับเงิน จะมีการใช้จ่ายมากกว่าคนละ 1,500 บาท ซึ่งจะทำให้มีเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 20,000-30,000 ล้านบาท   2.มาตรการเติมเงินให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการ (บัตรคนจน) จะใช้งบประมาณราว 20,000 ล้านบาท เน้นช่วยกลุ่มคนชราและคนที่เข้าข่ายได้รับประโยชน์จากโครงการมารดาประชารัฐ โดยประเมินว่า จะมีการแจกเงินเพิ่มเติมในบัตรคนละประมาณ 1, 000 บาทในช่วงปลายปี เพื่อช่วยลดผลกระทบจากภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยคาดหวังว่า เงินดังกล่าวจะทำให้เศรษฐกิจฐานรากดีขึ้น   3.มาตรการกระตุ้นภาคธุรกิจ โดยเน้นช่วยภาคเกษตร และผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) โดยให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคาร อาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนับสนุนด้านดอกเบี้ย หรือรับภาระดอกเบี้ยที่จะลดให้กับเอสเอ็มอีและเกษตรกร ซึ่งกระทรวงการคลังจะถือว่าเป็นผลงานของสถาบันการเงิน และอาจให้นำส่งเงินเข้าคลังน้อยลง   ทั้งนี้คาดว่ามาตรการกระตุ้นครั้งนี้ จะช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยในปีนี้ให้สามารถขยายตัวได้ถึง 3.5% ในขณะที่สำนักพยากรณ์เศรษฐกิจหลายแห่ง มองว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้อาจขยายตัวได้เพียง 3% เท่านั้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LU1yylnWSGc

 10,409
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
10 ก.ค. 62

จับตาภาคเอกชน 3 สถาบัน นัดถกทบทวนตัวเลขเศรษฐกิจ-ความเชื่อมั่น 10 ก.ค.

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ซึ่งประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทยจะประชุมในวันที่ 10ก.ค.2562 เพื่อร่วมทบทวนตัวเลขเศรษฐกิจ เผยดัชนีความเชื่อมั่นครึ่งปีหลังลดลงต่อเนื่อง   เนื่องจากมีสารพัดปัจจัยจนทำให้หลายหน่วยงานออกมาประกาศปรับลดจีดีพีของประเทศ พร้อมจับตาภาคอุตสาหกรรมทยอยปรับลดการจ้างงาน-เลิกจ้าง และเสนอรัฐบาลใหม่ในการทุ่มเม็ดเงิน 2 หมื่นล้านบาทช่วงปลายปี กระตุ้นระยะสั้นพยุงเศรษฐกิจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4mtUrKQIfjo

 778
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
01 ก.ค. 62

คลังเตรียมแสนล้านเสนอรัฐบาลใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจ-กำลังซื้อ

กระทรวงการคลังเตรียมนำเสนอแผนกระตุ้นเศรษฐกิจต่อรัฐบาลใหม่ มีวงเงินเตรียมไว้ประมาณ 1 แสนล้านบาท มาจากงบกลางและงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563   โดยมาตรการเข้าไปดูแลในกลุ่มที่ต้องการช่วยเหลือ เช่น เกษตร เอสเอ็มอี ผู้มีรายได้น้อย รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย เพราะขณะนี้ปัญหาเศรษฐกิจไทย คือคนยังไม่กล้าใช้จ่าย ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องอัดเม็ดเงินลงไปในระบบเศรษฐกิจ   โดยปัญหาของเศรษฐกิจไทยในขณะนี้คือ ความเชื่อมั่น ซึ่งกระทบต่อความมั่นใจในการบริโภคและการลงทุน ดังนั้นนโยบายการคลังจะต้องเข้ามาเสริม เมื่อได้รัฐบาลใหม่แล้วกระทรวงการคลังจะต้องเร่งกระตุ้นให้เกิดความเชื่อมั่น   ทำให้ภาคเอกชนมีความเข้มแข็งและกระตุ้นการบริโภค โดยระยะเร่งด่วน ควรดำเนินการผ่านความช่วยเหลือไปยัง ระดับรากหญ้า โดยเฉพาะในภภาคเกษตรกร ประเภทพืชไร่ต่างๆ เพื่อให้เกิดกำลังซื้อ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B373AqqdAC8

 1,969
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
11 มิ.ย. 62

เอกชนหวั่นอสังหาฯติดลบ แนะรัฐบาลเร่งหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ภาคเอกชนออกมาแสดงความเป็นห่วงยอดโอนภาคอสังหาฯ ไตรมาส 2 อาจติดลบ 10% ทำให้ทั้งปีติดลบ หากรัฐบาลไม่เร่งเข้ามาทำงาน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ   นายสุธรรม สุวรรณนภาศรี กรรมการผู้จัดการ นัมเบอร์วัน เฮาส์ซิ่ง ดิเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยว่า หากนับตั้งแต่เลือกตั้ง 24 มีนาคม เราไม่มีรัฐบาลอย่างเป็นทางการมา 2 เดือนกว่าแล้ว จึงเริ่มเป็นปัญหาความเชื่อมั่นการตัดสินใจซื้อภาคอสังหาฯ ประกอบการมาตรการ LTV เชื่อว่า ยอดโอนช่วงไตรมาส 2 จะติดลบร้อยละ 10 หากไม่เร่งจัดตั้งรัฐบาล และออกมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯ คาดว่าทั้งปีจะติดลบใกล้ๆ ร้อยละ 10 และจะมีปัญหาต่อเศรษฐกิจไทย เนื่องจากผู้ประกอบการอสังหาฯ เกือบ 100% เป็นคนไทย และเป็นธุรกิจที่มีการจ้างงานสูง   อย่างไรก็ตาม หากการเจรจาลงตัว ได้คณะรัฐมนตรีเข้ามาบริหารจัดการ เชื่อว่าจะสานต่อนโยบายได้รวดเร็ว เนื่องจากเป็นขั้วรัฐบาลเดิม ที่เคยบริหารประเทศมาแล้ว  

 2,091
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
04 มิ.ย. 62

เล็งกระตุ้นเศรษฐกิจ เสนอ รบ.ใหม่ ปัดฝุ่นแจกเงินเที่ยวไทย-ช็อปช่วยชาติ

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เตรียมเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ โดยจะเน้นกระตุ้นการบริโภค ทำให้คนในประเทศหันมาใช้เงินจับจ่ายซื้อของกันมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อ   ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นบริโภคสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยไปแล้ว ซึ่งเงินที่ใส่ลงไปในกลุ่มนี้ ถูกนำไปใช้ทั้งหมด และไม่มีการต่อยอดของเงิน อาทิ รัฐบาลให้เงินไป 100 บาท ผู้มีรายได้น้อยก็ใช้จ่าย 100 บาท ไม่ควักเงินใช้จ่ายเพิ่มเติมจากจำนวนเงินที่รัฐบาลให้มา เนื่องจากมีกำลังในการซื้อเท่านี้   แต่ถ้าเป็นกลุ่มชนชั้นกลาง เช่น ก่อนหน้านี้เคยมีแนวคิดแจกเงินท่องเที่ยวคนละ 1,500 บาทหนึ่งครอบครัวมีพ่อ และแม่ ก็จะได้รับเงิน 3,000 บาท ซึ่งถ้าไปเที่ยวทั้งครอบครัว อาจต้องควักเงินมาใช้จ่ายเพิ่มอีก 5,000 บาท เพราะเงิน 3,000 บาท อาจไม่เพียงพอ   สำหรับใช้จ่ายท่องเที่ยวทั้งครอบครัว ซึ่งกระทรวงการคลังอยากเห็นมาตรการในลักษณะนี้ คือ อยากให้เอกชน ประชาชน เข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย ไม่ใช่ใช้เงินรัฐบาลเพียงอย่างเดียว และอาจมีการพิจารณาใช้มาตรการช็อปช่วยชาติ ลดหย่อนภาษีกลับมาอีกครั้ง  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7HiRUynyiTY

 1,927
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
10 พ.ค. 62

คลังเตรียมงบ 7.7 หมื่นล้าน ให้รัฐบาลใหม่กระตุ้นเศรษฐกิจ

กระทรวงการคลังได้ประเมินแหล่งเงินทุนทั้งเงินสดและเงินกู้ ที่สามารถนำมาใช้ดูแลเศรษฐกิจไทยในอนาคตและใช้สำหรับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยพบว่ามีเงินที่รัฐบาลจะสามารถนำมาใช้ได้ 90,000 ล้านบาท และรัฐบาลชุดนี้นำไปใช้ในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน สำหรับมาตรการพยุงเศรษฐกิจแล้วจำนวน 13,000 ล้านบาท ดังนั้น งบที่เหลือจึงเป็นงบประมาณที่รัฐบาลใหม่จะนำมากระตุ้นเศรษฐกิจได้ประมาณ 77,000 ล้านบาท   โดยนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มาตรการพยุงเศรษฐกิจในช่วงกลางปีงบประมาณ 2562 ที่เติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนไปแล้วจำนวน 13,000 ล้านบาท และมาตรการลดหย่อนภาษี 6 มาตรการ อาทิ ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับท่องเที่ยวเมืองรองและเมืองหลัก เป็นต้น จะทำให้รัฐบาลสูญรายได้ราว 8,000 ล้านบาท แต่จะช่วยทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น 0.1% หรือเติบโตอยู่ที่ 3.9%   จากเดิมที่กระทรวงการคลังคาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโต 3.8% ซึ่งถือเป็นระดับที่กระทรวงการคลังพอใจแล้ว โดยหลังจากนี้คงต้องติดตามผลของมาตรการพยุงเศรษฐกิจและรอดูภาวะเศรษฐกิจไตรมาส 2 ของไทยว่าจะมีทิศทางดีขึ้นหรือไม่ รวมทั้งยังต้องจับตาดูนโยบายจากรัฐบาลชุดใหม่   นอกจากนั้นจะต้องรอดูราคาพืชผลทางการเกษตร ที่มีแนวโน้มจะลดลงด้วย อาทิ ปาล์มน้ำมัน เป็นต้น รวมถึงต้องรอดูการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งหากรัฐบาลมีเสถียรภาพจะช่วยทำให้เกิดความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มต่ำกว่า 3.8% คิดว่ารัฐบาลใหม่ต้องมีมาตรการออกมาดูแลอีกระลอกแน่   ทั้งนี้แม้เศรษฐกิจในปีนี้อาจต่ำกว่าฐานการประเมินรายได้ ที่กระทรวงการคลังกำหนดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตอยู่ที่ 4% แต่มั่นใจว่าจะไม่กระทบต่อการจัดเก็บรายได้ทั้งปีงบประมาณ 2562 แน่นอน เนื่องจากช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ (เดือน ต.ค.2561-มี.ค.2562) กระทรวงการคลังสามารถจัดเก็บรายได้ถึง 1.16 ล้านล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 81,600 ล้านบาท หรือ 7.6% และสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ 5,559 ล้านบาท หรือ 0.5% ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ruWbeFWDc4c

 2,198
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
25 เม.ย. 62

'บิ๊กตู่' กระตุ้นคนไทยจับจ่ายในประเทศ มีมากใช้มาก มีน้อยใช้น้อย

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวกระตุ้นให้ประชาชนในประเทศเกิดการใช้จ่าย โดยต้องเพิ่มการใช้จ่ายในประเทศให้มากขึ้น เพราะหากทุกคนไม่กล้าใช้เงินทุกอย่างก็ต้องหยุดไปหมด ดังนั้นเป็นสิ่งที่ต้องช่วยกัน ใครมีมากใช้มาก มีน้อยใช้น้อย ส่วนคนที่ไม่มีรัฐบาลต้องเข้ามาดูแล ถ้าไม่ยอมเสียอะไรกันเลยก็ไม่มีใครแก้ปัญหาให้ได้ ซึ่งยืนยันรัฐบาลจะหามาตรการที่เหมาะสม และใช้งบประมาณอย่างระมัดระวัง ไม่เป็นภาระกับรัฐบาลชุดต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yqr-jAvrHic

 25,935
การเมืองเข้มข้น
23 เม.ย. 62

‘บิ๊กตู่’ บอก รอดูพรุ่งนี้ แจกเงิน 1,500 เที่ยวเมืองรอง เข้า ครม.หรือไม่

วันที่ 23 เม.ย. 62 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เพียงสั้นๆ ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงกรณีที่กระทรวงการคลังเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แจกเงินให้คนละ 1,500 บาทซื้อสินค้าและบริการในเมืองรอง รวมถึงขยายมาตรการลดหย่อนภาษีการท่องเที่ยว หลังเศรษฐกิจไตรมาส 1-2 มีสัญญาณชะลอตัว ว่าให้รอดูว่าจะมีการเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพรุ่งนี้หรือไม่   ขณะที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงกรณีดังกล่าว   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ครม.เล็งทุ่ม 1.5 หมื่นล้าน แจกเงินเที่ยวเมืองรองคนละ 1,500 บาท    

 23,537
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
23 เม.ย. 62

ครม.เล็งทุ่ม 1.5 หมื่นล้าน แจกเงินเที่ยวเมืองรองคนละ 1,500 บาท

มีรายงานว่ากระทรวงการคลังจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้พิจารณาในช่วงระหว่างที่ยังไม่ได้มีการจัดตั้งรัฐบาล 3 มาตรการ ได้แก่   มาตรการแรก โครงการ ยิ่งเที่ยว ยิ่งเท่ ช่วยเปย์ เมืองรองเป็นการแจกเงินให้ประชาชนตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป คนละ 1,500 บาท นำไปใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อีเพย์เมนท์ในเมืองรอง 55 จังหวัด โดยใช้งบประมาณกลางจำนวน 1.5 หมื่นล้านบาท โดยผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ ต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน และขอใช้ระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้คลังโอนเงินให้ 1,500 บาทเข้าระบบดังกล่าว คาดว่าจะมีคนเข้าโครงการ 10 ล้านคน โดยจะเริ่มมาตรการในเดือน พ.ค.นี้   มาตรการที่สอง เป็นการขยายมาตรการลดหย่อนภาษีจากการท่องเที่ยว นำมาหักเป็นรายจ่ายได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท จากที่มาตรการนี้สิ้นสุดเมื่อเดือน ธ.ค.2561 ที่ผ่านมา   มาตรการที่สาม กรมสรรพากรได้ขยายระยะเวลาเปิดจุดให้บริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติออกไปอีก 6 เดือน มีผลตั้งแต่เดือน เม.ย.-ก.ย. 2562 หลังจากการทดลองโครงการนี้ 6 เดือนที่ผ่านมา มีผู้ขอคืนภาษีกว่า 5,000 ราย มูลค่าภาษีคืน 4 ล้านบาท ทำให้เกิดการนำเงินมาใช้จ่ายต่อในประเทศเพิ่ม   ด้านนายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการ สศค. เปิดเผยว่า สิ่งที่ห่วงคือ จะตรวจสอบอย่างไร หากผู้ที่เข้าร่วมโครงการรับเงินไปแล้ว นำเงินไปเที่ยวจังหวัดอื่นๆ กลายเป็นกระตุ้นไม่ถูกจุด จึงต้องกลับไปคิดหาวิธีก่อน   ขณะที่นายสรรเสริญ สมลาภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในขณะนี้มีการกำหนดเงื่อนไขต้องใช้คิวอาร์โคดตามร้านค้าต่างๆ จึงต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนก่อนว่าจำนวนร้านที่จะรับเงินดังกล่าวมีมากน้อยแค่ไหน สามารถกระจายเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ หรือจะกลายเป็นการกระจุกตัว  ทั้งนี้ ตนเห็นว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้ผลดีที่สุด คือการให้เงินสดไปใช้จ่ายได้กับทุกร้านซึ่งรวมถึงร้านที่ไม่มีคิวอาร์โคดด้วย แต่จะมีปัญหาว่าเงินที่ถูกใช้นั้น จะใช้ไปกับ 55 จังหวัดนี้จริงหรือไม่ เพราะอาจจะไม่มีตัวชี้วัด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_lgQN4Lu9xc

 48,698

Top