ค้นหา :

ผลการค้นหา "ร้องเรียน"

สังคม-อาชญากรรม
30 ต.ค. 62

พ่อค้ามะพร้าว ร้องถูกรถตู้ชนคดีไม่คืบหน้า

จากกรณี นายวิสิทธิ์ ใหญ่ล้ำ อายุ 35 ปี พ่อค้าขายมะพร้าวในจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยภรรยา เข้าร้องเรียนกับสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ว่าเมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา ถูกรถตู้โดยสารประจำทางสายพัทยา-สัตหีบ-ระยอง ถอยหลังมาชน ขณะกำลังขี่จักรยานยนต์ไปส่งมะพร้าว เหตุเกิดบริเวณถนนสุขุมวิท ปากซอยสารพัดช่างชลบุรี อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ทำให้นายวิสิทธิ์ ได้รับบาดเจ็บเป็นเเผลที่ขนาดใหญ่ที่บริเวณลำเลือดออกจำนวนมาก นอกจากนี้ยังเจ็บที่อวัยวะเพศด้วย   หลังเกิดเหตุก็มีการลงมาเจรจรากันระหว่างผู้บาดเจ็บคือนายวิสิทธิ์ และคนขับรถตู้คันเกิดเหตุ แต่เนื่องจากบาดเเผลที่คอมีเลือดออกมาก จึงต้องไปทำแผลก่อน และยังไม่มีการแจ้งความเอาผิดใคร ภายหลังนายวิสิทธิ์ ก็ได้เข้าแจ้งความที่สภ.เสม็ด พร้อมนำหลักฐานต่างๆทั้งรูปถ่ายวันเกิดเหตุ ภาพจากกล้องวงจรปิด ใบรับรองแพทย์ และหลักฐานอื่นๆตามที่จะหาได้ แต่ตำรวจกลับดูเพียงใบรับรองแพทย์ เพื่อให้ประกันประเมินจ่ายค่ารักษาพยาบาล เพียง 5,000 บาทเท่านั้น หนำซ้ำฝ่ายคู่กรณียังเปลี่ยนตัวคนขับรถตู้เป็นบุคคลอื่นอีกคน ที่ไม่ใช่คนขับรถตู้ในวันเกิดเหตุ ซึ่งทางนายวิสิทธิ์ก็ยืนยันกับตำรวจว่า คนนี้ไม่ใช่คนขับรถตู้ แต่ตำรวจกลับบอกว่า ไม่ใช่เรื่องของคุณ   ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจุบันนายวิสิทธิ์ ก็ยังไม่สามารถกลับไปขายมะพร้าวได้ตามปกติ เนื่องจากอาการบาดเจ็บยังคงมีอยู่ ทำให้ครอบครัวต้องหยิบยืมเงินจากคนอื่นมาใช้ เพราะนายวิสิทธิ์ เป็นเสาหลักของบ้านที่ต้องหาเงินเลี้ยงดูคนทั้งครอบครัว ส่วนค่ารักษาก็ได้จากพ.ร.บ.รถจักรยานยนต์ของตนเอง ทางด้านคู่กรณีก็ไม่เคยติดต่อกลับมาเลยสักครั้ง จึงเดินทางมาร้องเรียนขอความเป็นธรรม    

 45
การเมือง
27 ส.ค. 62

ผู้ตรวจฯ ตีตกกรณี 'เสรีพิศุทธ์' ร้องสอบ รัฐสภาเลือกนายกฯ ชี้โหวตถูกต้องแล้ว

ผู้ตรวจฯตีตก 'เสรีพิศุทธ์' ร้องสอบ รัฐสภาเลือกนายกฯ ชี้การโหวตเลือกนายกฯถูกต้องตาม รธน. แล้ว   วันที่ 27 ส.ค. นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงผลการวินิจฉัย คำร้องของ พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ที่ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย การประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติเห็นชอบนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2562 เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากไม่ดำเนินการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 159    โดยผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาแล้ว มีมติไม่ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เนื่องจากเห็นว่า ตามมาตรา 272 วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นบทเฉพาะกาล บัญญัติไว้ว่า “ในระหว่างห้าปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา " อันเป็นบทยกเว้นมาตรา 159 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม เรื่องการรับรองการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี และการลงมติเห็นชอบนายกรัฐมนตรี ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร   จึงเป็นไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว และมิได้มีลักษณะเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียน จึงวินิจฉัยให้ยุติเรื่องร้องเรียน  

 1,470
แชร์ออฟเดอะเดย์
22 ส.ค. 62

ร้องเพจดัง ถูกแฟนน้องสาวบุกบ้าน ไล่ฟัน-เผารถ-ขู่ฆ่า หลังง้อไม่สำเร็จ แจ้งความไม่คืบ

วันที่ 22 ส.ค. ในสื่อสังคมออนไลน์ เพจเฟซบุ๊ก "Red Skull Endgame" ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่ร้องเรียนเข้ามาปรึกษาทางเพจ ว่า น้องสาวทะเลาะกับแฟนบ่อยครั้ง ซึ่งในการทะเลาะได้มีการลงมือทำร้ายร่างกายด้วย จนทนไม่ไหวต้องหนีมาอยูาบ้านตน จากนั้นได้มีการตามมาขอคืนดี แต่น้องสาวไม่ยอม และได้ทำร้ายตนด้วย พร้อมทั้งยังขู่จะฆ่า จะเผารถ จะเผาร้าน ซึ่งเขาทำจริงทุกอย่างตามที่พูดมา   โดยในโพสต์ได้ระบุข้อความว่า เมื่อวันที่ 15 ส.ค.แฟนน้องสาวตามมาหาน้องสาวที่บ้านตน แต่น้องสาววิ่งหนีออกหลังบ้านไป เขาจึงปีนเข้าบ้านมาทำร้ายตนด้วยการใช้อาวุธมีดฟันเข้าที่หัวและแขน พอเห็นน้องสาวอยู่นอกบ้านก็รีบออกไปเพื่อจะไปฟันน้อง แต่น้องวิ่งหนีเข้าบ้านคนอื่น จึงย้อนกลับมาเพื่อที่จะทำร้ายตนอีกรอบ เมื่อเห็นแบบนั้นตนจึงรีบปิดประตูบ้านไว้ได้ทัน ทำให้เขาเข้ามาไม่ได้ เลยไปเผารถตนที่จอดข้างบ้านแทน พอเผาเสร็จก็บอกว่าเดี๋ยวจะไปเผาร้าน ไปราดน้ำกรดที่ร้าน   ทั้งนี้ในโพสต์ได้ระบุอ้างว่า หญิงสาวคนดังกล่าวได้เข้าแจ้งความ ข้อหาทำร้ายร่างกาย แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นแค่เรื่องทะเลาะวิวาท จึงขอแจ้งว่าพยายามฆ่า แต่ก็ได้คำตอบว่าไม่ได เพราะใช้มีดฟันแต่ไม่ได้แทง ไม่ทำให้ถึงชีวิต ตนจึงบอกว่าต้องให้ตายก่อนหรือถึงจะเป็นฆ่าหรือพยายามฆ่าได้ และสุดท้ายตนจึงแจ้งข้อหาเพิ่มเติมคือเผารถทำลายทรัพย์สิน   โดยเจ้าหน้าที่บอกว่าให้ลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน ให้รอประมาณ 1 อาทิตย์ถึงจะออกหมายจับได้ แต่แฟนน้องสาวก็ได้ขับรถวนเวียนมาแถวบ้านอีก พอแจ้งตำรวจก็บอกว่าเดี๋ยวจะคอยมาแวะเวียนดูเรื่อยๆ   แต่ที่ตนตั้งคำถามคือ ถ้าเขามาตอนตำรวจไม่อยู่จะทำอย่างไร ทุกวันนี้อยู่กันอย่างหวาดผวา ออกไปไหนไม่ได้    ในโพสต์ยังระบุอ้างอีกว่า ตำรวจได้เสนอให้น้องสาวล่อแฟนออกมา เพื่อจะซุ่มจับ แต่ถ้าน้องสาวตนล่อออกมาแล้วตำรวจช่วยไม่ทัน หรือว่าล่อมาแล้วเขาไม่ได้พกแค่มีด แต่พกปืนมาจะทำกันอย่างไร พร้อมร้องเรียน ว่า ารทำงานของตำรวจว่าช้ามาก เพราะตอนนี้ตนไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเลย อยู่อย่างหวาดระแวง    และเมื่อครบ 1 อาทิตย์ ตามที่ตำรวจได้บอกไว้ ตนได้ไปติดตามความคืบหน้ากลับได้รับคำตอบว่า แจ้งข้อหาและออกหมายจับยังไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐาน ในขณะที่ทางแฟนน้องสาวตอนนี้ก็ยังตามมาขู่จะทำร้ายพี่ชายต่ออีก    อ่านโพสต์ต้นฉบับ               ขอบคุณ : Red Skull Endgame  

 1,781
ข่าวภูมิภาค
31 ก.ค. 62

ผู้ใหญ่บ้านทั้งตำบล จี้ตรวจสอบกำนันขอนแก่น เปิดบ่อน-สร้างรีสอร์ทไม่ขออนุญาต

ขอนแก่น-ผู้นำชุมชนในเขต ต.บ้านทุ่ม อ.เมือง จ.ขอนแก่น รวมกว่า 20 คน นำเอกสารหลักฐานเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนเพื่อช่วยตรวจสอบพฤติกรรมของกำนัน ต.บ้านทุ่ม   หลังปฎิบัติตัวไม่เหมาะสมโดยเฉพาะกับการลักลอบเล่นการพนันในพื้นที่ในลักษณะของการตั้งตัวเป็นเจ้ามือรายใหญ่คล้ายกับผู้มีอิทธิพล และเรื่องดังกล่าวนี้ได้มีการทำหนังสือร้องเรียนพร้อมด้วยหลักฐานและการลงลายมือชื่อของผู้นำในพื้นที่ ส่งให้กับศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดขอนแก่น แต่เรื่องไม่คืบหน้า   โดยมีพฤติกรรมที่ร้องเรียนรวมทั้งหมด 4 เรื่อง ประกอบด้วย 1.การสร้างรีสอร์ทโดยไม่ขออนุญาตก่อสร้างจากทางราชการ 2.การประจานเพื่อนร่วมงาน หรือผู้นำชุมชนในกลุ่มไลน์โดยไม่มีภาวะผู้นำและเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม 3.การขุดดินถมห้วยสาธารณะประโยชน์ บุกรุกที่สาธารณะประโยชน์ อันเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน 4.มีพฤติกรรมลักลอบเล่นการพนัน และตั้งตัวเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนักชักชวนคนในชุมชนร่วมเล่นการพนันซึ่งถือเป็นพฤติกรรมร้ายแรงและไม่เหมาะสมอย่างมาก   ทั้งนี้นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การร้องเรียนดังกล่าว อำเภอได้มีการรายงานมายังทางจังหวัดได้รับทราบแล้ว และขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรมการสอบสวนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอนและกระบวนการทางกฎหมาย   ซึ่งระเบียบและข้อบังคับของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย นั้นมีอยู่ย่างชัดเจน เรื่องนี้จังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการติตามเรื่อดังกล่าวนี้อย่างละเอียด ซึ่งขณะนี้เหลือเพียงการสอบสวนข้อมูลบางประการเท่านั้นจึงจะพิจารณาบทลงโทษตามระเบียบต่อไป  

 1,426
สังคม-อาชญากรรม
26 ก.ค. 62

2 พี่น้องร้อง สตช. อ้าง ถูกกล่าวหาแจ้งความเท็จแก่เจ้าพนักงาน จนต้องตกเป็นผู้ต้องหา

2 พี่น้องเดินทางเรืยกร้อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังถูกตำรวจ สน.สำราญราษฏร์ แจ้งข้อหาแจ้งความเท็จ ที่มีการไปร้องเรียนว่ามีโรงงานปล่อยควัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยมีคำสั่งศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราวแล้ว จี้ ตร. ตรวจสอบข้อเท็จจริงตำรวจท้องที่    วันที่ 26 ก.ค. 2 พี่น้อง เดินทางมาตะโกน สวมเสื้อที่เขียนข้อความว่า ใช้อำนาจรังแกประชาชน มาเรียกร้องด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฏร์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ กทม. ท่ามกลางสายตาของประชาชนที่ใช้บริการรถไฟฟ้า และผู้ที่ผ่านไปมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาเจรจาไกล่เกลี่ย และรับเรื่องราวร้องทุกข์    โดยสองพี่น้อง เล่าว่า ตนเองอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตจอมทอง ซึ่งได้รับผลกระทบจากโรงงานประกอบกิจการเผาเหล็ก โดยอ้างว่ามีการปล่อยควันและมีกลิ่นเหม็น ทำให้ทั้งสองไปร้องต่อศาลปกครองตั้งแต่ปี 2558 แล้วศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครอง ห้ามโรงงานดังกล่าวปล่อยกลิ่น หรือควันตามคำร้อง แต่ต่อมายังพบว่า โรงงานดังกล่าวยังคงฝ่าฝืนคำสั่งศาลปกครอง ทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบอยู่ จึงโทรศัพท์ไปแจ้งร้องเรียนที่เบอร์โทรศัพท์ 1555 ซึ่งเป็นสายด่วนของกรุงเทพมหานคร   กระทั่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 ทั้งสองอ้างว่า มีหมายเรียกของศาลอาญามาแปะที่หน้าบ้าน ปรากฎว่าตนเองตกเป็นผู้ต้องหา ในความผิดฐาน แจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ตนเองรู้สึกตกใจ จึงตรวจสอบไปทราบว่า พนักงาสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ รับแจ้งความจากเจ้าของโรงงาน ให้ดำเนินการเอาผิดกับตนทั้งสอง ทั้งที่พื้นที่เกิดเหตุ คือ พื้นที่โรงงานอยู่ในพื้นที่ สน.บางขุนเทียน จึงอยากร้องเรียนต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าเพราะเหตุใด เหตุเกิดคนละพื้นที่จึงมีการแจ้งความข้ามเขต      ทั้งนี้ตนเองเคยมาร้องเรียนแล้ว 2 ครั้ง รวมถึงไปร้องเรียนที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า มีเพียงเจ้าหน้าที่มารับเรื่องร้องเรียน แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า จึงมาร้องอีกครั้ง   

 1,299
สังคม-อาชญากรรม
22 ก.ค. 62

แพะคดีฉ้อโกงที่ดินระยอง ร้อง รอง ผบ.ตร. ปมถูกกล่าวหาตุ๋นเงินชายวัย 80 ปี สูญเงิน 400,000

แพะคดีฉ้อโกงที่ดินที่จังหวัดระยอง เข้าร้องขอความเป็นธรรม รอง ผบ.ตร. หลังถูกกล่าวหาตุ๋นเงินชายวัย 80 ปี สูญ 400,000 บาท   วันที่ 22 ก.ค. นายนันทิพัฒน์ พุทธศร อายุ 30 ปี และครอบครัว เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขอให้ตรวจสอบสำนวนคดี กรณีตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงประชาชน จากการหลอกขายที่ดิน ในพื้นที่รับผิดชอบ ของ สภ.มาบตาพุด จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 28 และ 29 พฤษภาคม 2562    สืบเนื่องจากคดีนี้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับตำรวจว่า ถูกชายหญิงคู่หนึ่งขับขี่รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สีดำหมายทะเบียน ญง 3209 กรุงเทพฯ มาหลอกทำสัญญาเช่าซื้อที่ดิน จำนวน 400,000 บาท   ขณะที่ นายนันทิพัฒน์ ผู้ต้องหาให้การปฎิเสธ พร้อมนำหลักฐานภาวงจรปิด ขณะเกิดเหตุว่าตนอยู่ในห้างสรรพสินค้า พื้นที่จังหวัดสระบุรี รวมถึงรถยนต์ที่ตนใช้เป็นยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีขาว ซึ่งถูกสวมทะเบียน    ทั้งนี้หลังจาก พลตำรวจเอกศรีวราห์ ตรวจสอบสำนวนคดี พบว่าพนักงานสอบสวนไม่ได้เรียกผู้ต้องหามาสอบปากคำเพิ่มเติม รวมถึงไม่ได้ระบุวันที่พยานเข้ามาชี้ตัวคนร้ายตามภาพถ่ายให้ชัดเจน ซึ่งมีความบกพร่องตามมาตรา 419 จึงสั่ง สภ.มาบตาพุด ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง นายตำรวจรวม 3 นาย และสั่งกำชับให้พนักงานสอบสวนใช้ดุลพินิจโดยชอบ    ส่วนรายละเอียดในสำนวนคดี พลตำรวจเอกศรีวราห์ ไม่ก้าวล่วง             ขอบคุณภาพ : สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 2,623
สังคม-อาชญากรรม
22 ก.ค. 62

พ่อน้องหญิง ร้อง 'ศรีวราห์' เชื่อมีการค้าสำนวน เป็นเหตุให้ศาลยกฟ้อง

พ่อน้องหญิง วัยรุ่นสาววัย 19 ปี ที่เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา จากการตกรถเทเลอร์ เข้าร้องขอให้รองผบ.ตร. ตรวจสอบ เชื่อมีการค้าสำนวน เพราะมีหลักฐานในสำนวนหลุดไปถึงมือทนายจำเลย ทำให้นำมาต่อสู้จนศาลยกฟ้อง ยันจะต่อสู้ต่อในชั้นอุทธรณ์   วันที่ 22 ก.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาตินายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมด้วย นายสุบิน ยาวิราช บิดาของ น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช หรือน้องหญิง อายุ 19 ปี เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา จากเหตุการณ์ที่ผู้ต้องหาในคดีนี้อ้างว่าเป็นการตกจากรถเทเลอร์    เข้าพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. เรียกร้องให้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำสำนวนการสอบสวนไปให้ฝ่ายคู่กรณีเป็นแนวทางต่อสู้ จนในเวลาต่อมาศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีคำพิพากษายกฟ้อง นายสุรพล ดาราคำ หรืออ๊อฟ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น หรือกระทำการด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังถึงแก่ความตาย และทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายและฆ่าผู้อื่น    ขณะที่นายสุบิน ระบุว่า อยากให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า เหตุใดเอกสารสำนวนจึงไปอยู่ในครอบครองของคู่กรณี ส่วนตัวไม่รู้ว่าคนที่ดำเนินการทำไปเพื่ออะไร โดยวันที่ศาลชั้นต้นตัดสินคดีความเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปฟัง รู้สึกตกใจไม่คาดคิดว่าผลจะออกมาในลักษณะนี้ แนวทางการต่อสู้คดีหลังจากนี้จะดำเนินการอุทธรณ์ต่อไป    ด้านนายอัจฉริยะระบุว่า ขอให้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ทั้ง สภ.ปทุมธานี และ สภ.บางปะอิน ที่ถ่ายรูปสำนวนคดี และผลการชันสูตรพลิกศพ ภาพถ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตอย่างปริศนา ของน้องหญิง หลังกลับจากเที่ยวสถานบันเทิง ใน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 19 ก.ค.61 ตกอยู่ในความครอบครองของทนายความอีกฝ่าย เป็นเหตุให้มีข้อได้เปรียบในการต่อสู้คดี จนเป็นเหตุให้ศาลยกฟ้อง ทำให้เกิดความเสียหาย    เบื้องต้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้สั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และกองพิสูจน์หลักฐาน และแพทย์ใหญ่ รพ.ตร.ให้ดำเนินการตรวจสอบว่า ผลการชันสูตร รวมถึงภาพถ่ายในที่เกิดเหตุ และหลักฐานอื่นๆ หลุดไปได้อย่างไร โดยให้รายงานผลใน 7 วัน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งเอาผิดตำรวจนายใดทั้งสิ้น เนื่องจากต้องตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนว่าหลักฐานหลุดไปในชั้นของพนักงานสอบสวน หรือพนักงานอัยการ เพราะมีเวลาคาบเกี่ยวกัน             ขอบคุณภาพ : สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 2,138
ข่าวภูมิภาค
22 ก.ค. 62

พ่อแม่ร้องสื่อเชื่อลูกชายถูกฆ่า แต่ ตร.สรุปคดีเป็นไฟช็อตตาย ทั้งที่ไม่ได้ต่อไฟ คาดปมชู้สาว

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนายเวียง สิทคชวัน และนางเครือวัลย์ สิทคชวัน ชาว อ.รัษฎา จ.ตรัง ว่าลูกชายคือนายธนวิชณ์  สิทคชวัน อายุ 24 ปี เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ อยู่คลองน้ำภายในพื้นที่บ้านของตนเอง เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2562   สภาพศพนอนคว่ำหน้าศีรษะแช่ลงอยู่ในคลองน้ำ ขาพาดอยู่บนตลิ่ง ห่างจากบ้านพักประมาณ 200 เมตร โดยตำรวจในท้องที่ได้ตรวจสอบจุดพบศพ พบสายไฟต่อตรงมาจากบ้านพัก แต่ไม่มีการเก็บหลักฐานในที่เกิดหรือวัตถุพยานต่างๆ ไปตรวจสอบ ขณะที่แพทย์จาก รพ.รัษฎา ชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น ระบุว่า ลูกชายของตนเองเสียชีวิตจากถูกไฟฟ้าช็อต ทั้งที่ลากสายจริงแต่ยังไม่ได้ต่อไฟ   ทางครอบครัวก็ไม่ได้ท้วงติงอะไร แต่แปลกใจทำไมศพส่วนศีรษะแช่อยู่ในคลองน้ำ ซึ่งห่างจากจุดที่พบสายไฟประมาณ 3 เมตร โดยนำศพลูกตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัด ระหว่างตั้งบำเพ็ญกุศล มีเพื่อนบ้านมาบอกได้ยินเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือหลายครั้ง จึงตัดสินใจส่งศพของลูกชายไปผ่าพิสูจน์ เพื่อหาสาเหตุการตายที่นิติเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์   โดยแพทย์ระบุ สภาพศพภายในมีบาดแผลฟกช้ำใต้หนังศรีษะด้านหน้า มีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นในด้านซ้าย สาเหตุการตายสมองได้รับบาดเจ็บจากการกระแทกกับวัตถุแข็งไม่มีคม ซึ่งขัดแย้งกับผลชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นของตำรวจท้องที่และแพทย์ รพ.รัษฎา ที่ระบุว่าถูกไฟฟ้าช็อตตาย ทางครอบครัวสงสัยว่าพบนอนคว่ำหน้าศีรษะอยู่ในน้ำ เหตุใดศีรษะจึงถูกกระแทกด้วยวัตถุแข็ง ทั้งที่บริเวณเป็นเนินดินไม่มีก้อนหินขนาดใหญ่   ทั้งนี้ครอบครัวผู้ตายคาดปมเหตุอาจมาจากเรื่องชู้สาวหรือไม่ โดยสงสัยนายเจมส์ ลูกเลี้ยงของนายตำรวจยศใหญ่ในท้องที่ แฟนสาวของนายเจมส์ และแฟนสาวของผู้ตาย เชื่อว่าทั้ง 3 คน อาจรู้เห็นกับการตาย ซึ่งหลังพบศพแฟนสาวของผู้ตายได้โทรศัพท์มาบอกว่า แฟนหนุ่มของตนไม่ได้จมน้ำตาย   และก่อนหน้านี้ผู้ตายเคยไปทำงานอยู่ที่ จ.ภูเก็ต พร้อมกับแฟนสาว ส่วนนายเจมส์ บ้านอยู่ละแวกเดียวกันและเป็นเพื่อนกับผู้ตาย ก็พาแฟนสาวไปทำงานอยู่ จ.ภูเก็ต เช่นกัน โดยช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ผู้กลับมาอยู่ที่บ้านที่ จ.ตรัง คนเดียวเพื่อเตรียมสอบนายสิบกองหนุน   จากนั้นผู้ตายเล่าให้แม่ฟังว่า แฟนสาวแอบคบหากับนายเจมส์ ถึงขั้นมีความสัมพันธ์กัน ซึ่งแฟนสาวของนายเจมส์ ก็ทราบเรื่องนี้จนทะเลาะกับผู้ตาย ที่แฟนสาวของผู้ตายไปยุ่งกับนายเจมส์  ต่อมาแฟนสาวของนายเจมส์กลับจาก จ.ภูเก็ต มาอยู่บ้านที่ จ.ตรัง เคยตามมาหาผู้ตายที่บ้านถึง 2 ครั้ง โต้เถียงกันเรื่องหึงหวง และเรื่องส่งของอะไรบ้างอย่างซึ่งไม่ทราบเป็นของอะไร   และหลังเกิดเหตุแฟนของลูกชายได้หยิบเอาโทรศัพท์ลูกชายไปจากที่เกิดเหตุ พอตนเริ่มสงสัยการเสียชีวิตของลูกชาย จึงได้ไปขอโทรศัพท์ลูกกลับคืนมา พบว่าข้อความจำนวนมากถูกลบหายไป   แม่ของผู้ตาย กล่าวว่า ตนยังเก็บศพชายไว้ จะไม่เผาจนกว่าคดีจะคลี่คลาย หากถูกฆาตกรรมก็อยากให้ตำรวจเร่งสืบสวนสอบสวนจับกุมตัวคนร้ายมาลงโทษ ลูกชายเสียชีวิต 5 เดือนแล้ว แต่คดีไม่คืบ สอบถามร้อยเวรเจ้าของคดีก็บอกให้ทางครอบครัวไปหาหลักฐานมา อย่างไรก็ตามหลังลูกชายชีวิต ได้ทำเรื่องร้องเรียนไปที่ตำรวจภูธรตรังเพื่อขอเปลี่ยนพนักงานสอบสวน และรอจนได้เอกสารตอบกลับมาจากตำรวจภูธรตรังว่า พนักงานสอบสวนรอเอกสารผลการชันสูตรจาก รพ.สงขลานครินทร์   ตนจึงสอบถามไปที่ รพ.สงขลานครินทร์ ได้รับคำตอบว่าได้ส่งผลให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว ตนจึงกลับไปขอดูผลชันสูตรจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและติดต่อไปที่ตำรวจภูธรตรังอีกครั้งแต่ได้รับคำตอบว่า ให้ สภ.รัษฎา เป็นผู้ทำคดี ซึ่งมีการบ่ายเบี่ยงกันไปมา   และ 10.00 น.ของวันนี้ (22 ก.ค.) ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม จะพาครอบครัวผู้ตาย เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม ให้ช่วยคลี่คลายคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/C7eYpRT9YZg

 1,422
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.ค. 62

'จ๊ะ อาร์สยาม' นำทีมลูกบ้าน ร้องความเป็นธรรมปมซื้อบ้านหรู ติดพิทักษ์ทรัพย์

จ๊ะ อาร์สยาม หรือ น.ส.นงผณี มหาดไทย พร้อมกลุ่มลูกบ้านหมู่บ้านจัดสรรโครงการประมาณ 300 คน ได้เข้ารับฟังการพิจารณากรณีที่หม่อมหลวงจตุรภัทร ชุมพล และพวกร้องขอความช่วยเหลือ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนนทบุรี ให้ช่วยเหลือกรณีผู้ซื้อบ้านจัดสรรจากทั้ง 3 โครงการ อาจเข้าข่ายถูกเพิกถอนนิติกรรมการซื้อขาย หลังที่ดินของโครงการถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์   โดยได้ยื่นเรื่องต่อนายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีอีกครั้งหนึ่งด้วย หลังจากลูกบ้านในโครงการหมู่บ้านทั้ง 3 แห่งจำนวน 1,156 โฉนด ได้ซื้อหมู่บ้านจัดสรรจากทั้ง 3 โครงการโดยมีบริษัทเรสซิเดนท์ นัมเบอร์ไนน์ จำกัด(มหาชน) เป็นผู้ขออนุญาตจัดสรรที่ดินดังกล่าว โดยบริษัทเรสซิเดนซ์ฯ ได้ ซื้อที่ดินดังกล่าวมาจากบริษัทวินเซอร์ เฮาท์ ซึ่งบริษัทวินเซอร์ฯซื้อมาจาก บริษัทสมประสงค์แลนด์ จำกัด(มหาชน) ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาของศาลล้มละลายกลางคดีหมายเลขแดงที่ 1268/2544 และได้ขายให้กับบริษัทวินเซอร์ เฮาท์ ก่อนจะมาโอนขายให้กับบริษัทเรสซิเดนซ์ ต่อมาศาลล้มละลายการได้พิพากษา มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาดเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2552   ต่อมาวันที่ 5 มิถุนายน 62 กองบังคับคดีล้มละลาย 3 กรมบังคับคดี ได้มีหนังสือแจ้ง ว่าที่ดินทั้ง 1,156 แปลงอยู่ในข่ายเพิกถอน พร้อมขอทราบราคาประเมินที่ดิน ถึงเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนนทบุรี เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนนทบุรี จึงมีหนังสือแปะหลังโฉนดที่ดินทั้งพันกว่าแปลงว่า   "ที่ดินแปลงนี้อยู่ในข่ายที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจร้องขอต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งเพิกถอนตามมาตรา 115 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ 2483 หากมีการจดทะเบียนให้เจ้าพนักงานที่ดินแจ้งให้ผู้ร้องขอรับทราบด้วยตามหนังสือกองบังคับคดีล้มละลาย 3 กรมบังคับคดี ลงวันที่ 5 มิถุนายน 62" ทำให้ลูกบ้าน ทั้ง 1,156 โฉนด ไม่สามารถทํานิติกรรมจำนองหรือขาย ได้หรือทำได้แต่ด้วยความยากลำบากจึงได้ร้องให้จังหวัดนนทบุรี และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องหาแนวทางช่วยเหลือช่วยเหลือ   จากนั้นนายชลธี ยังตรง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ได้เชิญตัวแทนลูกบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนเข้าประชุมที่ห้องประชุมชั้น 3 โดยมีตัวแทนของหมู่บ้านโครงการละ 5 คน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนนทบุรี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมบังคับคดี อัยการคุ้มครองสิทธิ์จังหวัดนนทบุรีเข้าประชุมร่วมกัน โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพและเข้าฟังการประชุมหลังใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง จึงเลิกประชุมพร้อมให้สื่อมวลชนซักถามได้   นายชลธี กล่าวว่า กรณีดังกล่าวมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก จังหวัดนนทบุรีจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางช่วยเหลือให้เร็วที่สุด ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหน่วยราชการหลายหน่วย   ด้านนายเสกสรร สุขแสง หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมบังคับคดี กล่าวว่า เรื่องนี้กรมทราบว่ามีประชาชนเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ซึ่งได้รับทราบปัญหาจะรับเรื่องไปดำเนินการแก้ไขให้เสร็จภายใน 15 วัน โดยจะเชิญเจ้าหนี้ที่ยังไม่พอใจซึ่งเหลืออยู่แค่ 3 ราย จากเจ้าหนี้ ทั้งหมด 160 ราย ซึ่งเหลือมูลหนี้อยู่ไม่มาก คาดว่าจะสามารถเจรจากันได้ ซึ่งหากเจ้าหนี้เห็นด้วยทางกรมก็จะเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวต่อไป แต่หากตกลงไม่ได้ เจ้าหนี้ต้องไปร้องคัดค้านต่อศาลตามกระบวนการยุติธรรม แต่ถึงแม้จะมีคำสั่งดังกล่าว เจ้าของที่ดินยังสามารถทำนิติกรรมต่างๆ ได้ตามปกติที่ส่วนที่ออกคำสั่งดังกล่าวช้า เพราะที่ดินดังกล่าวมีข้อพิพาท ฟ้องร้องคดีแพ่งกันหลายเจ้าของ จนต้องรอคำสั่งศาลให้เป็นที่สุด   ด้านตัวแทนที่ดินจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ที่ดินดังกล่าวได้มีการแบ่งโฉนดที่ดินดังกล่าวมานานแล้ว ซึ่งสามารถทำได้ เพียงแต่กรมบังคับคดีซึ่งมีหนังสือมาแจ้งให้ที่ดินจังหวัดทราบว่าที่ดินดังกล่าวอาจจะถูกเพิกถอนได้ เพราะฉะนั้นการจะทำนิติกรรมใดๆ ผู้ที่ถือกรรมสิทธิ์ จึงต้องแจ้งเจ้าของเดิมให้ทราบ   ส่วน จ๊ะ อาร์สยาม กล่าวว่า หลังจากที่ได้เข้าร่วมประชุมกับตัวแทนผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยทางกรมบังคับคดีได้รับปากจะนำเรื่องดังกล่าวไปหารือกับเจ้าของโครงการรวมทั้งเจ้าหนี้เพื่อหาข้อสรุปให้ได้ภายใน 15 วัน ซึ่งเรื่องดังกล่าวตนมองว่าเป็นเรื่องดี แต่ใครจะรับรองได้ว่าจะไม่เกิดปัญหาตามมาภายหลังอีก เพราะวันนี้ตั้งใจว่าจะพบเจ้าของโครงการเพื่อสอบถาม   แต่ปรากฎว่าไม่มีแม้แต่ตัวแทนมาเข้าร่วมประชุม สมมุติว่าถ้าการเจรจาจบเงื่อนไขต่างๆ ถูกแก้ไขโดยไม่ชัดเจน อยากทราบว่าใครจะการันตีได้ เพราะว่าถ้าพวกเรานำบ้านที่มีปัญหาไปขายต่อแล้วจะมีใครกล้ามาซื้อต่อ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tsAX-TZ5OoY

 3,188
ข่าวภูมิภาค
10 ก.ค. 62

แม่ร้อง 'ปวีณา' หวั่นลูกพิการ หลังพาไปฉีดวัคซีน แต่ขาซ้ายอ่อนแรงขยับไม่ได้

นายเชียร โสภาพิณ อายุ 42 ปี และนางนงนุช ลิ้มสายชลไพศาล อายุ 37 ปี ชาว อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี อุ้มลูกสาววัย 6 เดือน เข้าร้องเรียนต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ระบุว่า เมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนได้พาลูกขณะนั้นอายุ 2 เดือนเศษ ไปฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก ตับอักเสบ คอตีบ ไอกรน และหยอดวัคซีนป้องกันโปลิโอ ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) แห่งหนึ่งตามกำหนด   ซึ่งเจ้าหน้าที่ของ รพ.สต. คนหนึ่งได้อุ้มลูกของตนเข้าไปฉีดวัคซีนภายในห้อง โดยฉีดเข้าที่หน้าขาซ้าย 1 เข็ม หลังกลับมาบ้าน ก็ไม่มีอาการผิดปกติอะไร แต่พอผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์ พบว่าขาข้างซ้ายผิดปกติมีอาการอ่อนแรงขยับไม่ได้ จนปัจจุบันลูกสาวอายุ 6 เดือน อาการยังไม่ดีขึ้น โดยพบว่าขาซ้ายข้างดังกล่าวยกไม่ขึ้น   ซึ่งตนได้ไปถามเจ้าหน้าที่ รพ.สต. ว่าหมอคนไหนฉีดวัคซีนให้ลูกของตน แต่ถูกบ่ายเบี่ยงจนถึงวันนี้ยังไม่ทราบว่าใครเป็นคนฉีด โดยเจ้าหน้าที่ของ รพ.สต. บอกเพียงว่าจะรักษาอย่างเต็มที่ จากนั้นได้พาลูกไปตรวจที่ รพ.พหลพยุหเสนา เบื้องต้นแพทย์บอกว่า เด็กอาจจะยังเจ็บที่ขาซ้ายจากการฉีดวัคซีน   จากนั้นแพทย์ได้นัดไปดูอาการอีกครั้งในวันที่ 3 เม.ย. แพทย์แนะนำให้พยายามยกขาลูกบ่อย ๆ แพทย์ให้ยารักษาก่อนจะนัดไปดูอาการอีกครั้งในวันที่ 10 เม.ย. แพทย์ได้ทำการอัลตร้าซาวน์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทั้งร่างกาย พร้อมกับสแกนสมองด้วย ช่วงนั้นต้องนอน รพ. 3 คืน เพื่อรอฟังผลและรักษาฝีที่ก้นด้วย   หลังจากนั้นแพทย์ รพ.พหลพยุหเสนา ส่งตัวรักษาต่อที่ รพ.ราชบุรี ตรวจคลื่นไฟฟ้าที่ขาซ้ายทั้งท่อนบนและล่าง เบื้องต้นเรื่องขาซ้ายที่ไม่มีแรง แพทย์บอกอาจจะเกี่ยวกับวัคซีนที่ฉีด จากนั้นส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.รามาธิบดี แพทย์เจาะเลือดและทำการตรวจเบื้องต้น เจาะขากระตุ้นไฟฟ้า โดยแจ้งว่าอาการอาจจะเป็นเพราะเส้นประสาทช่วงไขสันหลังเริ่มเสื่อม ซึ่งอาจจะเกี่ยวกับวัคซีนที่ฉีดส่งผลไปกระตุ้นทำให้มีอาการดังกล่าว ไม่มียารักษาต้องกายภาพบำบัดอย่างเดียว อาจจะดีขึ้นแต่ไม่หาย   พ่อของเด็ก กล่าวว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือหาทางรักษาลูกของตนเพราะ หวั่นลูกกลายเป็นคนพิการ และอยากทราบถึงสาเหตุที่ลูกของตนเป็นเช่นนี้ ผ่านมา 3 เดือน ต้องกู้หนี้ยืมสินพาลูกไปรักษาหมดเงินค่าเดินทางจำนวนมาก อย่างไรก็ตามทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแจ้งว่าจะทำการตรวจสอบหาข้อเท็จจริง   เนื่องจากลูกเกิดมาร่างกายสมบูรณ์ แต่ทุกวันนี้ขาลีบลงเรื่อยๆ  เคยไปแจ้งให้ทาง รพ.สต. ที่ไปฉีดวัคซีนทราบเรื่อง ทาง ผอ. บอกว่าไม่เคยเจอเคสแบบนี้ ก่อนที่จะประสานไปยัง รพ. ในอำเภอเพื่อให้ตนพาลูกไปทำกายภาพบำบัด แต่ตนไม่สามารถพาลูกไปได้ทุกวัน โดยพาไปสัปดาห์ละ 3 วัน   ด้านนางปวีณา กล่าวว่า  ได้ประสานกับทางกระทรวงสาธารณสุขให้ช่วยตรวจสอบหาสาเหตุให้ชัดเจนและให้ความช่วยเหลือรักษาโดยเร็วที่สุด เพราะหากรักษาไม่ได้ทันท่วงทีเด็กอาจจะต้องพิการไปตลอดชีวิต พร้อมหาแนวทางการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำรอยกับเด็กคนอื่นๆ อีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/b5krtsXT1kU

 2,761
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ค. 62

โจ๋ยกพวกขี่ จยย.ขวางหน้ารุมฟัน-กระทืบ หนุ่มวัย 16 เจ็บปางตาย แม่ห่วงคดีไม่คืบ

นางสุพรัตน์  นะอ่อน อายุ 46 ปี ร้องเรียนว่า ลูกชายอายุ 16 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ย่านลาดปลาเค้า กรุงเทพฯ ถูกกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 7-8 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาขวางหน้ารถจักรยานยนต์ของลูกชายตนซึ่งนั่งซ้อนสามมากับเพื่อน จากนั้นวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวก็พากันรุมทำร้ายใช้มีดกระหน่ำฟันตามลำตัวไม่ยั้ง ก่อนพากันหลบหนีไปยังจับกุมคนร้ายไม่ได้  หมอระบุว่าลูกชายตนแขนขวาเสี่ยงพิการ   ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของเด็กชายวัย 16 ปี ที่ถูกฟันบาดเจ็บสาหัส ซึ่งตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว เดินเหินไปเรียนโรงเรียนได้ตามปกติ แต่ยังรู้สึกเจ็บบาดแผลที่ถูกฟันด้านหลังตรงสะโพกและเจ็บบริเวณแขนขวา    น้องเล่าว่าเหตุเกิดขึ้นช่วงดึกของวันที่ 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ตนกับเพื่อนขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนกัน 3 คน กำลังไปบ้านเพื่อน โดยนายกอล์ฟ อายุ 19 ปี เป็นคนขี่ (ตอนนี้บวชเป็นสามเณร) ตนนั่งกลาง ส่วนเพื่อนอีกคนนั่งซ้อนท้าย   ระหว่างที่ขี่รถ จยย.มาถึงบริเวณซอยลาดปลาเค้า 76 แยก1-13 ได้ขี่รถสวนทางกับวัยรุ่นกลุ่มผู้ก่อเหตุซึ่งขี่รถ จยย.มาทั้งหมด 4 คัน 8 คน ใส่เสื้อคลุมและสวมหมวกกันน็อคแบบเต็มใบปิดบังใบหน้าทุกคน โดยขี่มาขวางหน้ารถของตน หนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุพูดว่า “เฮ้ย นี่ไง” พอสิ้นเสียงคำพูดกลุ่มวัยรุ่นก็ได้ใช้อาวุธมีดรุมฟัน   ตนพยายามวิ่งหนีแต่ไม่มีแรงจนล้มลง กลุ่มวัยรุ่นก็ปรี่เข้ามากระทืบ และใช้มีดฟันไม่ยั่งบริเวณข้อศอกซ้าย 1 แผล แขนซ้ายท่อนบน 1 แผล ด้านหลังตรงสะโพก 1 แผล และมีรอยที่ฟันไม่เข้าตามร่างกายตั้งแต่หลังถึงข้อเท้านับไม่ถ้วน ก่อนหลบหนีพูดว่า "บอกรุ่นพี่มึงด้วยซ่าผิดถิ่นแล้ว"  ส่วนนายกอล์ฟเพื่อนของตนถูกฟันที่ใบหน้า เพื่อนที่นั่งซ้อนท้ายกระโดนหนีทัน   อย่างไรก็ตามกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุบันทึกภาพขณะกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุพากันขี่รถ จยย. หลบหนี แต่ไม่เห็นป้ายทะเบียนและลักษณะของรถ จยย. เนื่องจากมืด ผู้บาดเจ็บยืนยันไม่เคยมีปัญหาส่วนตัวกับวัยรุ่นกลุ่มนี้มาก่อน แต่คาดว่าน่าจะรู้จักกับรุ่นพี่ของตน เพราะก่อนเกิดเหตุวัยรุ่นกลุ่มนี้เคยมาไล่ฟันรุ่นพี่ของตน จากนั้นรุ่นพี่ของตนก็ไปดักทำร้ายวัยรุ่นกลุ่มนี้เพื่อเอาคืนวันต่อมาตนและเพื่อนก็โดนรุมฟัน   แม่ของเด็กชายวัย 16 กล่าวว่า แขนขวาของลูกชายตอนนี้ไม่สามารถยกได้ หมอวินิจฉัยว่าเส้นประสาทตรงหัวไหล่เสียหาย เนื่องจากขณะเกิดเหตุแขนล้มไปโดนกำแพงอย่างแรง ต้องไปทำกายภาพกระตุ้นไฟฟ้าที่โรงพยาบาลทุกวันเพราะถ้าไม่ไปกล้ามเนื้อจะลีบ ต้องไปรอรับส่งลูกที่โรงเรียนทุกวัน เพราะห่วงว่าลูกจะถูกทำร้ายซ้ำ   หลังเกิดเหตุไปแจ้งความที่ สน.บางเขน ตำรวจแจ้งกล่าวหาแค่ทำร้ายร่างกาย ทั้งที่ลูกชายถูกรุมฟันเกือบตาย เหมือนตั้งใจจะฆ่ากัน  โดยเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2562 เรียกตัวลูกชายไปสอบปากคำ จนถึงวันนี้ยังจับกุมคนร้ายไม่ได้  คดีเงียบไม่มีความคืบหน้า แม้แต่ภาพกล้องวงจรปิดตนต้องเป็นคนหาไปให้ตำรวจเอง   โดยช่วง 10.00 น. ของวันนี้ (5 ก.ค.) ผู้ปกครองของเด็กที่โดนทำร้ายจะเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์  วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อขอให้ตำรวจเร่งรัดคดีจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/KYkFNy85z04

 1,034
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ค. 62

ศาลเจ้าลดลำโพงเหลือตัวเดียว หลังดราม่างิ้วเสียงดัง เขตยันคนโทรแจ้งไม่ใช่คอนโด

จากกรณีดราม่าคอนโดร้องเรียนคณะงิ้วทำการแสดงดัง ในงานประจำปี จนเจ้าหน้าที่ต้องสั่งให้หยุดการแสดง ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างแพร่หลาย   ล่าสุดบรรยากาศการแสดงงิ้ว ประจำปีที่ศาลเจ้าเฉี่ยวฮ๊กตั๊ว แป๊ะกงซาตี๋ ซอยนราธิวาสฯ 14 ซึ่งเป็นคืนสุดท้าย มีแฟนคลับรุ่นอากง อาม่ามารับชมประมาณ 20 คน     นายสุชาติ วรรณะโชติทรัพย์ ผู้ดูแลศาลเจ้ากล่าวว่า ตั้งแต่ถูกร้องเรียนได้ลดเสียงลงจากใช้ลำโพง 2 ชุดก็ใช้เหลือเพียงชุดเดียว ซึ่งงานประจำปีครั้งนี้ จัดเพียง 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน - 4 กรกฏาคม เวลา 19.00-22.00 น. เนื่องจากเป็นวันเกิดองค์เทพของศาลเจ้า   ซึ่งจากปัญหาดังกล่าวในปีหน้าตัดสินใจจะลดเหลือเพียง 3 วัน ยืนยันว่าก่อนจัดงานได้แจ้งให้นิติบุคคลคอนโดใกล้เคียงทราบแล้ว มีการแจ้งกันภายในกลุ่มไลน์คอนโดให้ทราบล่วงหน้าหากเสียงไปรบกวนจริงๆ ก็สามารถบอกข่าวกันได้ ซึ่งเสียงการแสดงก็ไม่ได้รบกวนขนาดที่จะเป็นปัญหาได้จึงไม่เข้าใจว่าผู้ร้องเรียนต้องการอะไรและทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่   ทั้งนี้ ได้ขออนุญาตจากตำรวจท้องที่และสำนักงานเขตอย่างถูกต้องแล้ว และจัดแสดงแบบนี้มานานกว่า 40 ปีเป็นที่คุ้นชินกันในชุมชนเป็นอย่างดี   ด้านนางชุลีพร วงษ์พิพัฒน์ ผู้อำนวยการเขตสาทร กล่าวว่า กรณีที่มีการแชร์ข้อความปัญหาศาลเจ้าจัดแสดงงิ้วส่งเสียงรบกวนผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมใกล้เคียงนั้น เป็นการแชร์ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ทางเขตฯ ขอชี้แจงว่า กรณีการจัดงานประจำปีของศาลเจ้าดังกล่าวได้มีการแจ้งขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียง ในช่วงการจัดงานระหว่างวันที่ 30 มิ.ย-4 ก.ค. โดยขออนุญาตกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่และแจ้งกับเขตฯ ตามระเบียบ   อย่างไรก็ตาม การจัดงานประจำปีของศาลเจ้าได้มีการแจ้งประชาสัมพันธ์โดยประสานให้ข้อมูลกับทางนิติบุคคลอาคารชุดที่อยู่ใกล้เคียงและการติดประกาศแจ้งบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว ก่อนที่จะมีการจัดงานทุกครั้งและประชาชนส่วนใหญ่ก็มีความเข้าใจดี ซึ่งทางศาลเจ้าก็มีการปรับเปลี่ยนเวลาจากเดิมที่การเล่นงิ้วจะเสร็จสิ้นในเวลา 23.00 น. ปรับมาเป็น 22.00 น.   สำหรับกรณีนี้ทางเขตฯ ได้รับการโทรแจ้งเรื่องร้องเรียนจากทางผู้ร้องเพียง 1 รายหนึ่งที่เป็นผู้อยู่อาศัยในตึกแถวใกล้เคียง ซึ่งได้โทรร้องเรียนมาในวันที่ 1 ก.ค. ที่สายด่วนของ กทม. 1555 และมีการโทรร้องเรียนไปที่ 191 ของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ซึ่งในวันที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องก็เข้าไปที่ศาลเจ้า เข้าใจว่าเหตุการณ์นี้อาจสร้างความรู้สึกต่อประชาชนที่อยู่ในงานกลายเป็นที่มาของผู้ที่นำข้อความมาโพสต์   โดยเรื่องนี้เขตฯ ในฐานะผู้รับเรื่องร้องเรียน ยืนยันว่าการจัดแสดงงิ้วของศาลเจ้าไม่ได้มีปัญหากับผู้อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมแต่อย่างใด ซึ่งคนที่อยู่ส่วนใหญ่ก็เข้าใจกันดี และไม่ได้ต้องการให้ยกเลิกการแสดงงิ้วหรืองานประเพณีของศาลเจ้าแต่อย่างใด          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/jzT0IlnOHdk

 684
แชร์ออฟเดอะเดย์
04 ก.ค. 62

ดราม่าเสียงดังโผล่อีก ตร.สั่งงิ้วหยุดแสดง หลังชาวคอนโดร้องเรียนถูกรบกวน

มีโพสต์จากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้เล่าว่า ในการแสดงงิ้วของงานประจำปีศาลเจ้าแห่งหนึ่ง ถูกตำรวจมาสั่งให้งิ้วหยุดทำการแสดงตอน 4 ทุ่ม เพราะเสียงรบกวนคอนโดข้างๆ ที่อยู่ติดกัน   โดยคอนโดนี้เพิ่งสร้างขึ้นเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่งิ้วก็ทำการแสดงเป็นประจำหลายสิบปีแล้ว ซึ่งปีที่แล้วผู้จัดงานถูกร้องเรียนเช่นกัน แต่ให้เลิกแสดงตอน 5 ทุ่ม แต่มาปีนี้โดนสั่งให้หยุดแสดงตอน 4 ทุ่ม   ซึ่งทางศาลเจ้าและคณะงิ้วก็พยายามให้ความร่วมมือโดยการลดเสียงลำโพงลง และเริ่มเร็วขึ้น และตัดฉากออกไปหลายฉากเพื่อให้จบในเวลา แต่เมื่อคืนก็เป็นฉากสุดท้ายแล้ว อีกประมาณ 5-10 นาทีก็จะจบแล้ว ทางคณะงิ้วก็อยากแสดงให้จบเพื่อไม่ให้ผู้ชมรู้สึกคาใจ แต่ถูกตำรวจสั่งให้หยุดทำการแสดง   ซึ่งงานแสดงงิ้วนี้เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดมาหลายสิบปี แต่ถูกชุมชนใหม่เรียกร้องให้เลิกเพราะเป็นการรบกวน ทั้งที่ประเพณีนี้ก็มีเพียงปีละไม่กี่วัน ทำให้หลายคนวิจารณ์ว่าประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมที่มีคุณค่าทางจิตใจต้องเป็นฝ่ายล่าถอย ให้กับความเจริญทางวัตถุ   และบางส่วนอยากฝากให้ผู้อาศัยในคอนโดที่สร้างใหม่ ต้องปรับตัวให้เข้ากับชุมชนเดิมที่อยู่มาก่อน ไม่ใช่ขับไล่ชุมชนเดิมหรือวิถีชีวิตแบบเดิมออกไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3J0M3pYoyHM

 15,939
สังคม-อาชญากรรม
28 พ.ค. 62

เพื่อนบ้านสุดทน ร้องบ้านหรู เลี้ยงไก่กว่าร้อยตัว ส่งกลิ่นเหม็นรบกวน

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กบุ๊กชื่อ Pik Sudsawart Chiruppapa โพสต์ร้องเรียน เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 62 ว่าบ้านหรูย่านวิภาวดี 44 ภายในบ้านที่มีเจ้าของเป็นลูกอดีตนายตำรวจใหญ่ มีการเลี้ยงไก่กว่า 300 ตัว และบริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยขยะสกปรกส่งกลิ่นเหม็นรบกวนเพื่อนบ้านมาเป็นเวลานาน โดยได้ร้องเรียนต่อสำนักงานเขตจตุจักรแล้ว แต่เรื่องยังไม่มีความคืบหน้า   วันที่ 28 พ.ค. 62 จากการลงพื้นที่ของทีมข่าวช่อง 3 พบเป็นบ้าน 2 ชั้น กำแพงติดกันกับบ้านทั้งสองฝั่ง มีต้นไม้ปกคลุมหนาแน่นอย่างไม่เป็นระเบียบ บริเวณด้านหน้าประตูมีสภาพเรียบร้อย แต่ด้านในเต็มไปด้วยไก่ทั้งที่อยู่ในเล้า ในกรง ถูกเลี้ยงแบบเปิดอยู่จำนวนมาก มีเศษขยะ ดิน ฟาง ข้าวเปลือก และข้าวของที่รกกระจัดกระจาย เวลามีลมโกรก ขี้ไก่ส่งกลิ่นเหม็นเป็นอย่างมาก บริเวณรอบบ้าน และ นอกบ้าน   โดยแม่บ้านที่อยู่ข้างบ้าน เปิดเผยว่า อยู่ที่นี่มา 5 ปี ก็จะได้กลิ่นจากไก่ และขี้ไก่เป็นระยะ และเมื่อฝนตกก็จะมีกลิ่นแรงมาก ทุกครั้งที่ทำอาหารหรือทำความสะอาดบ้าน หากไม่ปิดประตู ก็มักจะได้กลิ่นไม่พึงประสงค์โชยมาทั้งวัน   ด้านเจ้าของบ้านที่เลี้ยงไก่ กล่าวว่า ตนทราบเรื่องว่าทางเพื่อนบ้านทำเรื่องร้องเรียนมาว่าตนเลี้ยงไก่และสุนัขภายในบ้าน ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ ซึ่งตนเลี้ยงมาตั้งหลายสิบปีแล้ว เนื่องจากตนเป็นคนรักไก่ คนรู้จักก็นำมาให้ ตนก็เลี้ยง และเพราะพันธุ์ไปเรื่อยๆ จนมันแพร่กระจายออกไปหลายตัว ซึ่งปัจจุบันก็มีไก่พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ประมาณ 100 ตัว และลูกไก่อีกหลายตัว    ด้านเจ้าหน้าที่เขตจตุจักรและกรมปศุสัตว์ ได้มาเจรจากับคนเลี้ยงไก่โดยบอกว่า ทางกรมปศุสัตว์จะดำเนินการขนย้ายไก่ให้ เนื่องจากหากจะดำเนินเรื่องเอง อาจจะล่าช้า เพราะต้องทำเรื่องติดต่อรถ จึงขออาสาดำเนินการให้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถขนย้ายได้ภายในอาทิตย์หน้า โดยคนเลี้ยงก็ให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าตำรวจอย่างดี    

 11,666
สังคม-อาชญากรรม
29 เม.ย. 62

สาวโวยมีคนเอารถของตนที่ถูกยึดเป็นของกลางไปขับ ตร.ตั้งกรรมการสอบแล้ว แต่ยันไม่มีการเคลื่อนย้ายรถ

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Bow Sunita โพสต์ว่ารถยนต์ของตนถูกยึดไว้เป็นของกลางในคดีที่สถานีตำรวจ ซึ่งตนได้ไปตรวจสอบรถอยู่บ่อยครั้ง กลับไม่พบรถของตนจอดอยู่ เมื่อเข้าไปดูที่รถก็พบว่าภายในรถของตนที่ถูกยึดนั้น มีเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายของบุคคลอื่น อยู่ภายในรถของตน ที่ สภ.ท่าหิน ภ.จว.ลพบุรี นั้น   ล่าสุด พ.ต.อ.ณัชภูมิ วรรณวิไล ผกก.สภ.ท่าหิน มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว โดยให้คณะกรรมการตรวจสอบด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากผลการตรวจสอบพบว่า พบว่ามีข้อบกพร่องของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินการในทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาดต่อไป จากการตรวจสอบในเบื้องต้นยังไม่พบว่ารถยนต์ดังกล่าว เกิดการเสื่อมสภาพหรือความเสียหายแต่อย่างใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/w_dX1xiIVGA  

 1,972

Top