ค้นหา :

ผลการค้นหา "วัด"

สังคม-อาชญากรรม
09 ก.ค. 62

'ประวิตร' สั่งเข้ม กม.ความปลอดภัยทางม้าลาย นำร่องหน้าโรงเรียน-วัด-โรงพยาบาล

ปลุกคืนชีพกฎหมายความปลอดภัยทางม้าลาย ประวิตร สั่งตำรวจเข้ม นำร่องบังคับใช้กฎหมายหน้าโรงเรียน วัด โรงพยาบาล   วันที่ 9 ก.ค. 62 พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่มความเข้มมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะต้องร่วมกันทำทางม้าลายทั่วประเทศ ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยกับประชาชนอย่างแท้จริง   โดยให้ตำรวจ ประสานการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงท่องเที่ยวและวัฒนธรรม และกระทรวงคมนาคม ร่วมกันสำรวจและริเริ่มมาตรการความปลอดภัยที่เด่นชัด ควบคู่กับ การเข้มบังคับใช้กฎหมายบริเวณทางข้ามม้าลายอย่างจริงจังต่อเนื่องกันไป โดยเฉพาะบริเวณ โรงเรียน วัด โรงพยาบาล พื้นที่ท่องเที่ยวและแหล่งเศรษฐกิจสำคัญ   ขณะเดียวกันขอให้ประสานการทำงานร่วมกับจิตอาสาจราจร รวมทั้ง สสส. และองค์กรภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง ร่วมรณรงค์สร้างวินัยจราจรแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน เน้น “ข้ามทางม้าลายและหยุดรถให้คนข้ามถนน” เพื่อลดอุบัติเหตุบนและความปลอดภัยของทุกคนบนท้องถนน  

 528
ข่าวภูมิภาค
06 ก.ค. 62

พายุถล่มไม่ถึงสิบนาที ทำต้นไม้นับ 10 หักโค่นทับวัด-โรงเรียน พังเสียหาย

ปราจีนบุรี - นายวัลลภ ประวัติวงศ์ นายอำเภอกบินทร์บุรี ได้รับรายงานว่า เกิดฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรง ในหลายพื้นที่ของอำเภอกบินทร์บุรี หลังจากฝนหยุดตกมีรายงานว่าแรงลมได้พัดเอาหลังคาบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนหลายหลังคาเรือน เช่น ตำบลบ้านนา ตำบลย่านรี ตำบลบ่อทอง และตำบลนนทรี    ส่วนที่ตำบลบ่อทองพบว่ามีต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นเป็นจำนวนมาก กีดขวางถนน และในหมู่บ้านหลายแห่ง นอกจากนี้ต้นไม้ขนาดใหญ่ได้หักโค่นทับอาคารเรียนขณะที่นักเรียนกำลังเรียนอยู่ รวมทั้งวัดเสียหายจำนวนมาก   ตรวจสอบพบว่าภายในวัดบ่อทองรังสรรค์ บ้านนาใต้ ม. 6 ต.บ่อทอง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี มีต้นไม้ขนาดใหญ่อายุกว่า 50 ปี ถูกแรงลมพายุพัดหักโค่นระเนระนาดจำนวนนับสิบต้น และยังล้มทับศาลาการเปรียญ ห้องน้ำ รวมทั้งกุฏิพระสงฆ์ ได้รับความเสียหาย    นอกจากนี้ต้นไม้ยังได้ล้มทับหลังคาอาคารเรียนของโรงเรียนบ่อทองวิทยา ได้รับความเสียหายและยังมีอีกหลายต้นที่กำลังจะโค่นลงมาอีก ทำให้ครูรวมทั้งนักเรียนต่างหวาดผวา   ด้านเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสัจจพุทธธรรมกบินทร์บุรี พร้อมด้วยจิตอาสา ได้นำเลื่อยยนต์ตัดทอนกิ่งไม้ออกจากอาคารเรียน รวมทั้งที่กีดขวางถนนเป็นไปอย่างอยากลำบากเพราะต้นไม้มีขนาดใหญ่ ส่วนภายในวัดคาดว่าน่าจะใช้เวลาอีกหลายวันเพราะมีต้นไม้ขนาดใหญ่ เช่น ต้นนนทรี พะยูง และต้นประดู่ ที่โค่นล้มอีกร่วม 20 ต้น   ส่วนพระสายชล สันตะจิตโต ยุ 45 ปี พระลูกวัด กล่าวว่า หลังจากที่กำลังฉันท์เพลได้มีลมพายุพัดหมุนมานานประมาณ 10 นาที แรงลมมาจากด้านทิศใต้ของวัดพัดเอาต้นไม้ที่ปลูกไว้ในวัดหักโค่นล้มนับสิบต้น ทำศาลาการเปรียญ ห้องน้ำ และกุฏิพระสงฆ์ ได้รับความเสียหาย รวมทั้งโรงเรียนที่ข้างวัดด้วย   ด้านนายวิชัย แลกชำนาญ ผญ.ม.6 ต. บ่อทอง เปิดเผยว่า ลมพายุได้พัดเอาต้นไม้ที่อยู่ในวัดหักโค่นจำนวนมาก ทำให้ทรัพย์สินในวัดเสียหายเป็นจำนวนมาก รวมทั้งอาคารเรียนของโรงเรียนได้รับความเสียหายไปด้วย โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บแต่อย่างใด        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/J6B71sw8SKk

 3,248
สังคม-อาชญากรรม
15 ม.ค. 62

ตำรวจ - จนท.ป่าไม้ ลงพื้นที่วัดที่มีคลิป 'พระปล่อยงู' อ้างสะเดาะเคราะห์ สั่งห้ามทำอีก หลังชาวบ้านพากันผวา

ความคืบหน้า จาก กระแสโซเชียล กระหน่ำ พระปล่อยงู ในวัด ขณะที่ชาวบ้านกลัวงูจะเข้าบ้าน กัดลูกหลาน วอนสังคมช่วยดูแลพระทำได้อย่างไร ขณะที่ทางวัดยอมรับปล่อยงูจริง เป็นความเชื่อสะเดาะเคราะห์กรรมตามความเชื่อ ยันไม่ใช่งู 150 ตัว หรือ 50 ตัว มีเพียงงู 15 ตัว เป็นงูจงอาง 12 ตัว งูเง่า 3 ตัวล่าสุดเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ ที่วัดและสั่งระงับไม่ให้มีการการกระทำอีกแล้ว   วันนี้ (15 ม.ค.62) ที่วัดสว่างโสภณ ต.ตานี อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ หลังจากมีการเผยแพร่คลิป ในโลกโซเชียล กรณีที่ พระครูสมุห์โบรี ธีรมุนี หือพระอาจารย์โบรี ธีรมุนี รักษาการเจ้าอาวาสวัด ได้นำคณะลูกศิษย์ จำนวน 15-20 คน ได้ร่วมกันประกอบพิธี ปล่อยงู ภายในวัด เมื่อช่วงวันที่ 13-14 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยเชื่อว่า เป็นการปล่อยงู เพื่อสะเดาะเคราะห์กรรมปล่อยทุกข์ ปล่อยความโศกเศร้า ปล่อยงูเห่า งูจงอาง เสริมดวงแก่ผู้ปล่อย และยังให้เป็นเจ้าภาพงูตัวใหญ่ เจ้าภาพตัวละ 8,000 บาท ไม่จำกัดจำนวน งูตัวเล็ก เจ้าภาพตัวละ 2,000 ท เจ้าภาพบายศรี เจ้าภาพละ 1,000 บาท ซึ่งได้มีการประกาศเชิญชวนให้ญาติ โยม และผู้ศรัทธา ร่วมงาน ปล่อยงู และได้ทำการปล่อยงู งูเง่า งูจงอาง ลงสระน้ำ ในเขตบริเวณวัด เมื่อวันที่ 13-14 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งช่วงนั้นก็ยังไม่มีการเผยแพร่คลิป การปล่อยงูแต่อย่างใด   จากการเปิดเผยของ พระปิยะณัฐ ขันติโก รองรักษาการเจ้าอาวาสวัด บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องปล่อยงู เป็นเรื่องจริง ทางวัดยอมรับว่า จำนวนงู ที่มีการพูดถึงวัดว่า งู 150 ตัว 50 ตัว นั้น ไม่เป็นความจริง มีงูเห่า งูจงอาง รวมกันแล้ว เพียง 15 ตัวเท่านั้น ที่ปล่อยในวันที่ 13-14 ธันวาคม 2561 ปล่อยลงสระน้ำแล้วก็มีคนไปจับอยู่อีกฝั่งของสระน้ำ จับได้ 12 ตัว และที่จับไม่ได้ ออกนอกวัดไป รถเหยียบตาย 1 ตัว ชาวบ้านตีตาย 1 ตัวและยังเหลือ 1 ตัว ทางวัดยินดีรับผิดชอบ และดูแล เยียวยา หากงูไปสร้างความเดือดร้อนให้กับใคร แต่ตอนนี้กระแสออกมาว่า ในรัศมี 10 กิโลเมตร ห่างจากวัดปรากฏว่า ชาวบ้านที่พบเห็นบอกว่าเป็นงูวัด แม้แต่งูเขียวตัวเล็กๆยังบอกว่าเป็นงูวัด ทางวัดขอความเห็นใจด้วยและหลังจากได้มีการปล่อยงู และทางวัดปล่อยงูเพียงครั้งเดียว ในช่วงก่อนปีใหม่ที่ผ่านมาเท่านั้น   ล่าสุดในเช้าวันนี้ (15 ม.ค.62) หลังจากผู้สื่อข่าว ได้นำเสนอข่าว ไปแล้วนั้น ผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าไปยังวัดสว่างโสภณ บ้านหนองกระบือ ต.ตานี อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ พบว่า พระสงฆ์ และญาติโยม ยังคงปฎิบัติภารกิจของ พระสงฆ์ ได้ทำความสะอาดศาลาการเปรียญวัด และญาติโยมถวายภัตตราหารเช้า กันตามปกติ แต่มีญาติโยมเข้าวัดไม่มากนัก แตกต่างจากในวันก่อนหน้านี้ ที่มีญาติโยมจากต่างหมู่บ้านเดินทางมาถวายภัตตราหารเช้า ขณะที่พระลูกวัด บอกกับผู้สื่อข่าวว่า พระครูสมุห์โบรี ธีรมุนี หือพระอาจารย์โบรี ธีรมุนี รักษาการเจ้าอาวาสวัดสว่างโสภณ ได้เดินทางกลับไปยังบ้าน ที่ ต.สา อ.บอริโบ จ.กำปงชะนัง ราชอาณาจักรกัมพูชา เพื่อไปเยี่ยมแม่ที่ป่วยอยู่ในขณะนี้   ด้านชาวบ้านหนองกระบือ คุ้มโคกโรงเรียน ซึ่งอยู่ด้านทิศตะวันออกของวัด และบ้านอยู่ห่าจากกำแพงวัด รั้ววัดจุดที่ปล่อยงู ห่างกันเพียง 30 เมตร แม้ว่าจะมีรั้วและกำแพงวัดกั้นเป็นแนว มิดชิดก็ตามชาวบ้านยังผวา เกรงว่างูที่ทางวัดปล่อย จะหลุดออกมากัดมาทำอันตราย ชาวบ้านได้ เนื่องจากตามกำแพงรั้ววัด มีรู ของพวกหนู นา ขุดเป็นรูไว้ กลัวว่า งูจะหมุดออกมาจาก รู หนู ออกมากัดชาวบ้านโดยเฉพาะเด็กๆ เนื่องจากก่อนหน้านี้ สามารถใช้ตาข่ายดักจับงูได้แล้ว 2 ตัว จึงได้พากันทำนำตาข่าย มากั้น บริเวณริมรั้วด้านรอยต่อกับกำแพงวัด เพื่อป้องกันงู เลื่อยเข้าบ้าน และฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้ามาดูแล เรื่องความปลอดภัย จับ งู หรือทำแนวเขตป้องกันงู และที่นำภาพไปแชร์ในเฟช โซเชียล ก็ไม่ต้องการที่จะขับไล่พระเพียงแต่ต้องการให้สังคมช่วยกันดูแล ชาวบ้านไม่ให้ปล่อยงู ซึ่งไม่ใช่ปล่อยเข้าป่า แต่ปล่อยในเขตบ้านติดกับหมู่บ้าน เพียงจะขอเรื่องความปลอดภัยให้กับชาวบ้านเท่านั้น   และในเวลา 13.340 น.ในวันนี้ พันตำรวจเอก ประสิทธิ์ เปรมกมล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโชคนาสาม ต.โชคนาสาม อ.ปราสาท ท้องที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน ห้วยสำราญ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้อีกหลายนาย ได้เดินทางเข้ากราบนมัสการ พระปิยะณัฐ ขันติโก รองรักษาการเจ้าอาวาสวัด วัดสว่างโสภณ และมคนายก วัดสว่างโสภณ เพื่อสอบถามเหตุเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นตามคลิป ที่มีการนำเผยแพร่ทางโซเชียล และที่มีการนำเสนอผ่านสื่อมวลชนอย่างกว้างขว้าง ซึ่งสร้างกระแสความตื่นกลัวให้กับประชาชนที่ทราบข่าวโดยทั่วไป และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวบ้านที่อยู่รอบวัดสว่างโสภณ เกรงว่างูจะกัดทำร้าย ได้รับอันตราย โดยได้สอบถาม พระปิยะณัฐ ขันติโก รองรักษาการเจ้าอาวาสวัด ถึงเหตุการณ์ที่เกิด ท่านยังยืนยันว่าเป็นเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.61 ที่ผ่านมา เป็นการทำพิธีสะเดาะเคราะห์ตามความเชื่อของญาติโยม เขานำงูมาสะเดาะเคราะห์ เป็นงูจงอาง 12 ตัว งูเห่า 3 ตัว ซึ่งงูจงอางที่นำมาปล่อย หมองูได้เรียกคืนจับคืนไปทั้งหมด 12 ตัวเหลือ เพียงงูเห่า 3 ตัว ซึ่งถูกรถยนต์เหยียบตาย 1 ตัว ชาวบ้านข้างวัดตีตาย 1 ตัว เหลือมี ชีวิต 1 ตัว และได้นำ เจ้หน้าที่ตำรวจ ไปชี้จุดที่มีการทำพิธีกรรมสะเดาะเคราะห์ ปล่อยงู ที่ริมสระน้ำภายในวัด ยืนยันว่า จะรับผิดชอบ หากงูที่ทางวัดปล่อยไป ทำร้ายชาวบ้านที่อยู่ใกล้วัด ให้การเยียวยาช่วยเหลือหากได้รับความเดือดร้อน   ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและป่าไม้ ได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับพระปิยะณัฐ ขันติโก รองรักษาการเจ้าอาวาสวัดว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดตาม พรบ.สัตว์ป่าคุ้มครอง เนื่องจากงูจงอาง เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองการจะทำอะไร ต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ที่รับผิด และหากการกระทำครั้งต่อหากมีอีกให้ขออนุญาตเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯเสียก่อน ส่วนการแจ้งข้อหา หรือดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ดำเนินการเพราะไมมีหลักฐานในที่เกิดเหตุ  

 10,141
สังคม-อาชญากรรม
07 พ.ย. 61

ราชกิจจาฯออกประกาศกำหนดเครื่องหมายห้ามสูบบุหรี่ ระยะ 5 เมตร แก้ปัญหายืนสูบหน้าประตูวัด-ร.ร.

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข 3 ฉบับ ซึ่งเป็นอนุบัญญัติฯที่อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 ตามที่คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ (คผยช.) ให้ครม.เห็นชอบแล้ว   ดังนี้ ประกาศฉบับที่ 1 คือ ประกาศ สธ. เรื่องกำหนดประเภท หรือชื่อของสถานที่สาธารณะ สถานที่ทำงาน และยานพาหนะ ให้ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของสถานที่และยานพาหนะ เป็นเขตปลอดบุหรี่ หรือเขตสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ พ.ศ.2561 มีผลใช้บังคับวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562   ด้านนพ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ประกาศฉบับที่ 2 เป็นประกาศเรื่อง ลักษณะและวิธีการในการแสดงเครื่องหมายเขตปลอดบุหรี่ และเครื่องหมายเขตสูบบุหรี่ พ.ศ. 2561 มีผลใช้บังคับวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 และประกาศฉบับที่ 3 ประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแสดงคำหรือข้อความที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือจูงใจให้บริโภคในฉลากของบุหรี่ซิกาแรต บุหรี่ซิการ์ ยาเส้น หรือยาเส้นปรุง พ.ศ.2561 มีผลใช้บังคับ 4 พฤษภาคม 2562 โดยประกาศเหล่านี้ยึดตามเนื้อหากฎหมายเดิม เพียงแต่มีการปรับปรุงขึ้นให้สอดคล้องกับพ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560   ซึ่งประเด็นที่หลายคนสนใจคือ ประกาศฉบับที่ 2 เรื่อง ลักษณะและวิธีการในการแสดงเครื่องหมายเขตปลอดบุหรี่ และเครื่องหมายเขตสูบบุหรี่ พ.ศ.2561 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้(6 พ.ย.) เป็นต้นไป ซึ่งนอกจากจะกำหนดลักษณะรูปแบบของเครื่องหมายที่ไม่ได้กำหนดตายตัวมากเหมือนก่อน แต่จะเน้นว่าต้องมีโลโก้เส้นผ่านศูนย์กลางของวงกลมไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร แต่ภายในโลโก้จะมีคำขวัญจังหวัดก็ได้ ไม่ได้ห้ามเหมือนอดีต ส่วนสถานที่สาธารณะก็เหมือนเดิม คือ โรงเรียน วัด ศาสนาสถาน สวนสาธารณะ เป็นต้น   โดยปัญหาคือ ที่ผ่านมามีคนร้องเรียนว่า อย่างโรงเรียนไม่ให้สูบบุหรี่ แต่ก็มายืนสูบหน้าประตูโรงเรียน ประตูวัดก็มี หนำซ้ำยังทิ้งมวนบุหรี่เกลื่อนไปหมด ซึ่งเห็นแต่จับปรับไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายควบคุม จึงมีการปรับปรุงอนุบัญญัติตามกฎหมายล่าสุด   จากหน้าประตู หรือทางเข้าประตูรั้วไปอีกระยะทาง 5 เมตรจากทางเข้าออกนั้นๆ ให้เป็นเขตปลอดบุหรี่ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ซึ่งเราไม่ได้อยากจับปรับ เราแค่ต้องการขอความร่วมมือเท่านั้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vcmDI4MYcfE

 2,309
แชร์ออฟเดอะเดย์
09 พ.ค. 61

ธานอสก็มา! จิตรกรหนุ่มคนรุ่นใหม่ สร้างสรรค์ภาพวาดฝาผนังโบสถ์แนวใหม่ หวังคนสนใจคำสอนศาสนา

สระแก้ว-พบภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง ที่โบสถ์วัดคลองหมากนัด อ.เมืองสระแก้ว ที่มีภาพของซูเปอร์ฮีโร่ในภาพยนตร์ดัง ดิ อเวนเจอร์ อาทิ ธานอส, ฮัลค์ รวมทั้งตัวการ์ตูนอื่นๆ เช่น จอมมารบู มาประกอบกับภาพทางศาสนา   จากฝีมือจิตรกรรุ่นใหม่ นายอนิรุต หะขุนทด อายุ 26 ปี เรียนจบมาจากคณะศิลปกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ฉะเชิงเทรา เผยว่าได้นำภาพแนวร่วมสมัยมาผสมผสานกันกับแนวเชิงอนุรักษ์ และได้แรงดลบันดาลใจ มาจากอาจารย์เฉลิมชัย ที่ท่านได้เป็นคนแรกที่นำภาพร่วมสมัยมาทำจนกระทั่งโด่งดัง   จึงขออนุญาตเจ้าอาวาสมาวาดรูปดังกล่าว ซึ่งหลังลงมือวาด ชาวบ้านที่มาเห็นต่างชอบใจต่างมาดูกันแทบทุกวัน เนื่องจากภาพวาดร่วมสมัยและสวยงาม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iI_KadwF0E0  

 4,602
ข่าวภูมิภาค
30 เม.ย. 61

ปล่อยไก่ของจริง! เจ้าอาวาสผงะ โดนญาติโยมขนไก่ใส่สิบล้อมาปล่อยวัด 196 ตัว

ชลบุรี-เจ้าอาวาสวัดเขาบายศรี ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ กล่าวถึงกรณีที่มีชาวบ้านมาขอปล่อยไก่ที่วัด โดยขับรถเข้ามาขอเจ้าอาวาสว่าขอนำไก่มาปล่อยที่วัด ตนก็นึกว่าจะนำมาถวายปล่อยในวันเพียง 2 ตัว แต่เมื่อถึงวันกลับขนใส่รถสิบล้อมาจำนวน 2 คัน จำนวน 196 ตัว   เมื่อเห็นดังนั้นก็ไม่รู้ทำไงก็ได้แต่รับเลี้ยงไว้ แต่ไก่ที่ได้เป็นไก่ไข่ตัวผู้ซึ่งอยู่แต่ในกรงแต่เล็ก ทำให้ไม่สามารถหาอาหารกินเป็นทางพระในวัดก็พยายามนำอาหารไปฝังในดิน เพื่อไก่จะได้ออกกำลังบ้าง และก็ได้ให้พระในวัดช่วนกันเลี้ยงไว้อยู่กับสุนัขและหมูในวัด     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Coe0m6dRPFU  

 9,634
ข่าวภูมิภาค
26 เม.ย. 61

หลวงพ่อวัดดังเมืองอุดรฯ ยันความบริสุทธิ์ใจ ได้เงินทอนวัดร่วม 10 ล้าน เมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว ก่อนโอนคืน

ทางกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (บก.ปปป.)ได้นำแฟ้มสำนวนคดีเงินทอนวัดล็อต 3 จำนวน 8 แฟ้ม กว่า 4,000 หน้า แบ่งเป็น 7 วัด ผู้ต้องหา 20 คน แบ่งเป็นพระสงฆ์ 7 รูป และ ฆราวาส 13 คน มาส่งมอบให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพิ่มเติม   โดยระบุว่ามีพระสงฆ์ 7 รูป ที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งฆราวาส และเจ้าหน้าที่จาก สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. กลุ่มใหม่เกี่ยวข้องด้วย และยังระบุว่ามีวัดที่ จ.อุดรธานี ที่ได้มีการลงพื้นที่ไปตรวจสอบแล้ว   จากการตรวจสอบวัดศรีนคราราม บ้านดงเมือง ต.กุมภวาปี อ.กุมภวาปี ทางเจ้าอาวาสระบุมีการโอนเงินอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม ที่ทาง พศ.โอนมาให้ทางวัด ประมาณ 10 ล้านบาท เมื่อประมาณ 5-6 ปีที่ผ่านมา   ทางหลวงพ่อได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษา ที่มีมติในตอนนั้นว่า ให้หลวงพ่อนำเงินที่รับโอนมาส่งคืนทาง พศ.เพราะทางวัดม่ามีโครงการอะไร ต้องส่งคืนให้เขา เพื่อจะได้นำเงินจำนวนนี้ไปจัดการศึกษาให้วัดอื่นต่อไป หลังจากนั้น 2-3 วัน หลวงพ่อจึงเบิกเงินจากธนาคาร นำไปคืน พศ.ที่กรุงเทพฯ ด้วยตัวเอง พร้อมกรรมการสถานศึกษาอีก 1 คน เป็นเงินสดทั้งหมดประมาณ 10 ล้านบาท โดยการคืนเงินไม่ได้มีหลักฐานอะไรมาให้ ภาพถ่ายก็ไม่ได้ถ่ายไว้ และคนที่นับเงินตอนนี้ก็ไม่รู้อยู่ไหน คงจะเกษียณราชการไปแล้ว   ทั้งนี้เป็นการนำเงินไปคืนบริสุทธิ์ใจ ซึ่งหลวงพ่อไม่ได้นำเงินนี้ไปใช้ในส่วนอื่นเลย เพราะเงินเหล่านี้ไม่ใช่ของเรา และไม่มีโครงการ ไม่มีแผนงาน ไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะขอเงินจากเขา ซึ่งหลังจากนั้นมาก็ไม่มีการโอนเงินอะไรมาให้อีก อีกทั้งทางวัดก็ไม่เคยขออะไรไป จะสร้างอะไรก็ใช้เงินจากที่ญาติโยมมาบริจาค หรือออกไปเทศน์ ทำกฐินผ้าป่าเท่านั้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UMDPUvA_3ek  

 718
การเมือง
25 เม.ย. 61

นายกฯไม่ปลด ผอ.พศ. หลังกลุ่มชาวพุทธฯกดดัน ปมพระผู้ใหญ่เอี่ยวทุจริตเงินทอนวัด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีการเดินหน้าการปราบทุจริตเงินทอนวัดรอบใหม่ หลังมีเริ่มมีความเคลื่อนไหวจากพระสงฆ์บางกลุ่มว่า   ต้องย้อนกลับไปดูว่าที่ผ่านมามีเรื่องดังกล่าวมาจากที่ใด ซึ่งมีเรื่องมาจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ที่มีการใช้เงินงบประมาณมาสนับสนุนวัดหรือองค์กรต่างๆ ดังนั้นจะถูกจะผิดก็ต้องไปว่ากันในส่วนนั้น และทางกฎหมายต้องดำเนินการสอบสวนว่าเงินจำนวนนั้นไปอยู่ในที่ใดบ้าง   โดยตรวจสอบปลายทางว่าบัญชีเป็นของใครจึงยังไม่ได้กล่าวหาว่าใครผิดหรือถูก จะออกมาเคลื่อนไหวกันเพราะเหตุใด หากชี้แจงได้และถูกต้องตามกฎหมายก็จบไป โดยยืนยันว่าตนเองเคารพพระทุกรูปที่อยู่ในกระบวนการเพราะตนเองนับถือศาสนาพุทธ สิ่งต่างๆ เหล่านี้จึงต้องทำให้เกิดความสุจริต   ส่วนที่มีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน พร้อมเครือข่าย เดินสายยื่นหนังสือเรียกร้องให้ปลด พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ออกจากตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักพุทธฯนั้น   นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องไปดูว่าการเคลื่อนไหวในลักษณะดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ขั้นตอนการตรวจสอบกระบวนการเป็นอย่างไร ซึ่นตนได้บอกแล้วว่าเริ่มต้นมาจากข้าราชการ สำนักพุทธฯ จึงต้องไปดูว่าเงินไปอยู่ที่ใดและสอบสวนมาว่าถูกหรือผิดตามขั้นตอน จึงขออย่าตีกันไปมาและสุดท้ายไปลงโทษข้าราชการเพียงอย่างเดียว ซึ่งไม่เป็นธรรมดังนั้นจึงต้องทำให้เกิดความเป็นธรรมเพราะกฎหมายใช้สำหรับทุกคนและไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายขึ้น หากทราบว่าจะเกิดความวุ่นวายขออย่าทำเพราะมีกฎหมายอยู่   ส่วนจะให้ปลดผู้อำนวยการสำนักพุทธฯ นั้น ต้องดูว่ามีความผิดหรือทำนอกกติกาหรือไม่ ซึ่งยังไม่มีการดำเนินการในเรื่องนั้น แต่เป็นขั้นตอนการตรวจสอบเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการตามหน้าที่จึงต้องหาคนที่ดี ซื่อสัตย์มาทำงานตรงนี้และทุกเรื่องก็ต้องไปว่าตามกระบวนการยุติธรรม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CpqD8G8wQtk  

 1,810
ข่าวภูมิภาค
15 เม.ย. 61

รวบ 3 ผู้ต้องหาฆ่าหนุ่มวัย27 ดับคาวัดที่บุรีรัมย์ พบมีพระร่วมก่อเหตุด้วย อ้างโดนหาเรื่องก่อน

จากกรณี นายสมโภชน์ ปิดรัมย์ อายุ 27 ปี ที่เพิ่งกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดที่ จ.บุรีรัมย์ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ถูกแทงเสียชีวิตหน้ากุฏิพระลูกวัด ภายในวัดบ้านตะโกราย ต.บ้านบัว อ.เมืองบุรีรัมย์ นั้น     ล่าสุดตำรวจ  สภ.เมืองบุรีรัมย์ สามารถจับกุมตัว ผู้ต้องหา 3 คนที่ร่วมกันก่อเหตุได้แล้ว ประกอบด้วย นายวีรวัตร สุยคง อายุ 35 ปี , นายสัญญา ศรีกะแจะ อายุ 38 ปี หรือพระสัญญา และนายสมชาย เรืองรัมย์ อายุ 39 ปี หรือพระสมชาย พระลูกวัดวัดบ้านตะโกราย    เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 3 รายให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุทำร้ายนายสมโภชน์เสียชีวิตจริง โดยอ้างว่าผู้ตายมีอาการเมาสุราและเข้ามาหาเรื่องพระละออง ซึ่งเป็นพี่ชายต่างบิดาของนายวีรวัตร ระหว่างนั้นได้มีพระในวัดโทรศัพท์ไปบอกนายวีรวัตรให้มาช่วยห้ามปราม เมื่อนายวีรวัตรมาถึงได้เข้าไปห้ามปราม แต่นายสมโภชน์ได้ชักอาวุธมีดสั้นที่พกติดตัวมาด้วยแทงเข้าใส่ลำตัวจึงเกิดการแย่งมีดกัน แต่นายวีรวัตรสามารถแย่งมีดได้จึงแทงสวนไป 1 ครั้ง ก่อนผู้ต้องหาทั้งหมดจะช่วยกันรุมตีจนเสียชีวิต                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/stb1vZU-acE      

 4,248
แชร์ออฟเดอะเดย์
22 มี.ค. 61

ตร.เรียก 2 ผัวเมียมัดเด็กฟาดประจานรับทราบข้อหา เจ้าอาวาสยันไม่มีทุจริต-ผู้มีอิทธิพลในวัด

ความคืบหน้ากรณี นางรัชนี และนายประยงค์ สองสามีภรรยา ก่อเหตุตีเด็กชายชาวม้ง 2 คนและมัดติดกับต้นไม้ เพื่อประจาน หลังจากเด็กไปก่อเหตุขโมยเงินแม่ครัวภายในวัดทุ่งเหียง ตำบลหมอนนาง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี   หลังจากเกิดเหตุกลุ่มชาวบ้านก็รวมตัวขับไล่สองสามีภรรยานี้ออกจากวัด รวมทั้งลูกชายของสองสามีภรรยาคู่นี้ที่เป็นพระลูกวัดให้ย้ายออกนอกพื้นที่ ท่ามกลางความชลมุน ซึ่งเรื่องนี้ไม่จบแค่คดีทำร้ายเด็ก แต่ยังลุกลามไปเรื่องการเงินภายวัดและผู้มีอิทธิพลมาเกี่ยวข้อง   ในประเด็นการทำร้ายเด็ก พบว่าบรรยากาศที่วัดเงียบสงบไม่มีการรวมตัวของชาวบ้าน สอบถามพระลูกวัด เล่าว่าตอนนี้สถานการณ์สงบแล้ว กลุ่มชาวบ้านพอใจที่นางรัชนี และนายประยงค์  หรือแม่นี พ่อยงค์ สองสามีภรรยาย้ายออกไป ซึ่งยอมรับว่าการกระทำกับเด็กนั้นเกินกว่าเหตุจริง แต่ก็ยอมรับว่าเด็กก็มีพฤติกรรมลักขโมยด้วย ซึ่งตั้งแต่ตนมาจำวัดที่นี้ก็เห็นนางรัชนีและนายประยงค์ดูแลวัดและเด็กๆในวัดแล้ว  ซึ่งพฤติกรรมของสองสามีภรรยารายนี้ เป็นคนโผงผางคุยเสียงดังและถ้าไม่พอใจหรือเห็นเรื่องไม่ถูกต้องก็จะต่อว่าทันที ไม่ว่าแค่เด็กม้งเท่านั้น พระก็โดนต่อว่ามาแล้วเช่นกัน   ด้านครูวีรยุทธ์ วีระคำ หรือครูซิ่ง ผู้ดูแลเด็กในศูนย์ กล่าว่า การกระทำที่ทำต่อเด็กถือว่ารุนแรง ไม่เหมาะสม เรื่องปัญหาเด็กขโมยของ ยอมรับว่ามีจริง แต่เรามีวิธีดูแลตักเตือนและลงโทษ  แต่ไม่มีการจับเด็กมาประจานเช่นนี้  ที่ผ่านมาทางศูนย์ก็อบรมสั่งสอนและดูแลเด็กทุกคนเป็นอย่างดี  มีโครงการทั้งการเรียนการสอนวิชาการและวิชาชีพให้ เด็กในศูนย์เป็นเด็กที่ด้อยโอกาสเราต้องช่วยกันพัฒนาสั่งสอนให้เขาโตเป็นคนดี ส่วนเด็กทั้งสองคนที่ก่อเหตุขณะนี้อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่พม.โดยทั้งสองคนไม่มีความเครียดหรือิตกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ก็จะสั่งสอนแลดูสภาพจิตใจ   ทางด้านเด็กชายกอฟและเด็กชายกู้ด นามสมมติ เพื่อนเด็กที่ก่อเหตุ เล่าว่า เพื่อนขโมยเงินแม่ครัวจริงเพื่อนำไปเล่นเกม แต่เพิ่งทำเป็นครั้งแรก ตอนถูกแม่นีและพ่อยงจับมัดและตี ตอนนั้นตกใจกลัวมาก สงสารเพื่อน แต่ก็ยอมรับว่าการขโมยไม่ใช่สิ่งดี ตอนนี้ไม่โกรธแม่นีและพ่อยง แต่ก็ไม่อยากให้ทำโทษแบบนี้ ที่ผ่านมาเลาทำผิด แม่นีก็จะตีและดุ แค่นี้เด็กๆทุกคนก็กลัว   ทางด้านพนักงานสอบสวน สภ พนัสนิคม เจ้าของคดีกล่าวว่า เบื้องต้นได้ส่งหมายเรียกไปที่วัด  ให้นายประยงค์ มารับทราบข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกาย กักขังหน่วงเหนี่ยว และการกระทำความผิดเกี่ยวกับพรบ.เด็ก แต่ยังไม่สามารถติดต่อนายประยงค์ได้ โดยนัดให้มาพบพนักงานสอบสวน วันที่ 23 มีนาคม นี้  หากไม่มาก็จะออกหมายเรียกอีกครั้งและพิจารณาหมายจับตามขั้นตอน   ส่วนเรื่องการพัวพันเงินรายได้ของวัด และการเป็นผู้มีอิทธิพล ของนางรัชนีและนายยงค์  ผู้สื่อข่าวไปสอบถาม ลุงเล็ก อินอ่ำ เจ้าหน้าที่ดูแลวัด กล่าว่าไม่ขอตอบว่าทั้งสองคนมีอิทธิพลหรือไม่ แต่คนวัดไม่มีใครกล้ามายุ่งหรือมีเรื่องกับเขา ทางชาวบ้านก็ไม่พอใจการกระทำของเขาที่มักด่าทอและแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง ส่วนเรื่องการเงินก็อยากให้มีการตรวจสอบเพราะครั้งแรกที่สองคนนี้เข้ามาที่วัดขับรถคันเก่าๆ มาตอนนี้มีรถยนต์หลายคัน ก็ไม่รู้มีรายได้มาจากส่วนใด เมื่อเขาย้ายออกจากวัดไปแล้ว ก็ไม่อยากให้กลับมา เพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหาซ้ำอีก   ทางด้านพระยักษ์ ซึ่งเป็นลูกชายของนายยงค์ เคยจำวัดที่วัดทุ่งเหียงและเมื่อชาวบ้านรวมตัวขับไล่ ก็ย้ายมาช่วยงาน ที่วัดหนองงูเหลือม  อำเภอพนัสนิคม เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า โยมพ่อและโยมแม่ ไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลในวัดตามที่ถูกกล่าวหา แต่มาช่วยดูแลทั้งเด็กในศูนย์และงานต่างๆที่เจ้าอาวาสมอบหมาย ส่วนเรื่องเงินในวัดใม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ครอบครัวมีธุรกิจส่วนตัว  ส่วนเรื่องทำร้ายเด็ก ก็ทำเพื่อสั่งสอนให้หลาบจำอยากให้สังคมเข้าใจเจตนาที่แท้จริงด้วยอารม และการมัดเด็ก ก็ใช้เวลาไม่เกิน5นาที ซึ่งเรื่องคดีพ่อก็จะเข้าพบตำรวจตามหมายเรียกแน่นอน   สำหรับปัญหาการเป็นผู้มีอิทธิพลในวัดและเรื่องเงินรายได้ของวัด ผู้สื่อข่าวมีโอกาสพูดคุยกับ พระมงคล เมลี (สมบุญ โสณโณ ) หรือหลวงปู่บุญ เจ้าอาวาสวัดทุ่งเหียง ชี้แจงว่า มีคำส่งให้นางนีและนายยงค์ เป็น ผู้ดูแลศูนย์เด็กอุปการะของวัดและการเช่าวัตถุมงคลในวัดจริง แต่เรื่องรายได้ของวัด มีมัคทายกและกรรมการดูแล ซึ่งที่วัดมีค่าใช้จ่ายสูงต่อเดือนเพราะต้องนำเงินมาเลี้ยงดูเด็กในศูนย์เกือบ 500 คน ทั้งค่าอาหาร 3 มื้อ ส่งเสียให้เรียนจนจบปริญาตรี  รายจ่ายเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 6-7แสนบาท เป็นปัญหาสะสมมานาน นางนีและนายยงค์ จึงนำเงินส่วนตัวมาให้ยืมลงทุนทำวัตถุมงคลให้เช่า เพื่อวัดจะมีรายได้   ทั้งสองคนนี้มาช่วยจริงไม่ได้มาหารายได้จากวัด เขามีฐานะอยู่แล้ว ส่วนการเป็นผู้มีอิทธิพลนั้นไม่จริง เป็นแค่คนพูดเสียงดังเท่านั้น ปัญหาเรื่องรายได้ที่จะนำมาดูแลเด็กที่อุปการะ  ซึ่งปัญหาการดูแลเด็กในศูนย์นี้ ทางวัดพยายามดูแลเองมาตลอดกว่า 30ปี  จะให้ทิ้งเด็กที่ขาดโอกาสก็ทำไม่ได้ และไม่อยากผลักภาระให้ภาครัฐ  แต่ หากหน่วยงานใดอาสาเข้ามาช่วยก็เป็นเรื่องที่ดี   ส่วนเรื่องการทำร้ายร่างกายเด็กและจับมัดประจานนั้น หลวงปู่บุญ กล่าว่าเป็นกระทำที่ไม่เหมาะสมและรุนแรง ก็ต้องไปรับโทษตามกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_5fqvka6FlU    

 3,585
ข่าวภูมิภาค
20 มี.ค. 61

ชาวบ้านสุดทน ฮือไล่ 2 ผัวเมียจับเด็กขึงพืดฟาดประจาน ลามแห่ไล่พระลูกชาย แฉแอบฉันหมูกระทะกลางดึก

คืบหน้าโลกออนไลน์แชร์ภาพเด็กชาย 2 คน ถูกจับขึงพืดไว้กับต้นไม้ ถูกมัดมือผูกแขนดึงไว้ เพื่อประจาน ก่อนถูกผู้ใหญ่ลงโทษด้วยการตี หลังก่อเหตุขโมยเงิน 200 บาท โดยเหตุเกิดขึ้นที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี   ล่าสุดพบตัวผู้ก่อเหตุแล้วเป็นสามีภรรยา ที่อ้างว่าทำไปเพื่อให้เด็กคนอื่นดูเป็นตัวอย่างว่าห้ามขโมยเงิน ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้าน มีการออกมาชูป้ายประท้วง รวมทั้งลุกลามขับไล่พระยักษ์ ซึ่งเป็นพระลูกของผู้ก่อเหตุ โดยอ้างว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กลางคืนไปซื้อของเซเว่นกิน สั่งหมูกะทะมากินในกุฎิ และยังลวนลามเด็กๆในวัดอีก โดยชาวบ้านต่างขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการในเรื่องนี้โดยเร็ว   ขณะที่ทางนายกเทศมนตรีหมอนนาง ได้ออกมาชี้แจงแทนเจ้าอาวาส ในส่วนของการจับเด็กขึงพืดเพื่อทำโทษ จะให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินการตามกฎหมาย แต่ในส่วนที่ทางชุมชนไม่พอใจพระลูกชายที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมนั้น ก็สามารถร่วมลงชื่อส่งไปร้องกับทางศูนย์ดำรงธรรมและสำนักพุทธศาสนาได้   ต่อมาทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี นำเด็กทั้งสองคนที่ถูกตี และถูกมัดกับต้นไม้มาสอบถามถึงเรื่องราวว่าเป็นอย่างไร ซึ่งเด็กทั้ง2 ก็รับสารภาพว่าได้ขโมยเงินของไปจริง และจะได้นำเด็กทั้งสองเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.พนัสนิคม เพื่อดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกาย ทารุณกรรมเด็ก กักขังหน่วงเหนี่ยว โดยจะทำการเรียกผู้ต้องหาทั้งสองมารับทราบข้อกล่าวหา แต่หากไม่มาก็จะดำเนินการติดตามจับกุมต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oIMBq5P5TkQ    

 14,450
ข่าวภูมิภาค
10 มี.ค. 61

จับได้คาหนังคาเขา! โจรย่ามใจย่องขโมยเงินบริจาควัดซ้ำ แต่ไปไม่รอดถูกรวบตัวส่งตร.

วงจรปิดจับภาพคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ภายในวัดบำเพ็ญเหนือ ถนนเสรีไทย 60 ย่านมีนบุรี โดยได้ทรัพย์สินไปประมาณ 30,000 บาท พบคนร้ายย่ามใจกลับมาก่อเหตุซ้ำ แต่ไปไม่รอดถูกรวบตัวไว้ไดทันควัน      ด้าน พระครูสังฆภารวิมล ผู้ช่วยอาวาส เปิดเผยว่า ได้กลับไปย้อนดูกล้องวงจรปิดอีกครั้ง พบว่าก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 7 มี.ค.เคยเข้ามาก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาแล้วและคาดว่าคนร้ายน่าจะกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก จึงให้เจ้าหน้าที่วัดและพระลูกวัดช่วยกันค่อยซุ่มดู จนเมื่อเวลา 20.00 น. พบชายที่มีลักษณะรูปพรรณตรงกับคนร้ายในกล้องวงจรปิดย้อนกลับมาก่อเหตุ ยกกล่องบริจากเพื่อที่จะขโมยเงิน จึงได้เข้าจับกุมในทันที และได้โทรศัพท์เรียกเจ้าหน้ที่ตำรวจ สน.มีนบุรีให้มารับตัวไปดำเนินคดี     เบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุ ชื่อว่า นายมีชัย จอมชัยแสงนภา อายุ 22 ปี มีอาการลักษณะเหมือนคนเมา รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยทำมาแล้ว 3 ครั้ง จนมาถูกจับได้       ชมผ่านยูทูปได้ที่ https://youtu.be/OkC6FAMV82Q

 7,012
ข่าวภูมิภาค
23 ก.พ. 61

วัดลุกเป็นไฟ! 2 แม่ชีเขม่นกัน เปิดฉากตบสนั่น ปมเปิดธรรมะเสียงดัง

ชลบุรี-เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันบนสำนักแม่ชี วัดเขาบางทราย ตำบลบางทราย อำเภอเมือง ตรวจสอบพบแม่ชีณัฐทพัสส์ มิมรัฐนาคอน อายุ 54 ปี เป็นแม่ชีที่เพิ่งมาบวชเรียนถือศีลได้เพียง 3 วัน อยู่ในอาการตื่นตกใจ เล่าว่าถูก แม่ชีอรุณนัฐ สารกูล อายุ 60 ปี ถือศีลบวชเรียนอยู่สำนักชีแห่งนี้มากว่า13 พรรษา ตบตีทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ขณะที่กำลังนั่งสวดมนต์อยู่บริเวณหน้าพระพุทธรูปในสำนักชีแห่งนี้   ทางผู้บาดเจ็บกล่าวว่าสาเหตุเกิดจาก ตนเดินเข้าไปเคาะประตูห้องตักเตือนเรื่องเรื่องที่แม่ชีคู่อริ เปิดเครื่องเล่นเพลงธรรมะเสียงดังมากจน ทำให้ตนไม่สามารถสวดมนต์ได้ หลังจากนั้นได้กลับมานั่งสวดมนต์ต่อ จู่ๆแม่ชีคู่อริก็เดินเข้ามาจิกหัวและตบไปที่ใบหน้าหลายครั้งทำให้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาระงับเหตุ   ขณะที่ทางฝั่งแม่ชีรุ่นพี่อายุ 60 ปี ก็เล่าว่า แม่ชีณัฐทพัสส์ เพิ่งจะมาบวชเรียนได้เพียงไม่กี่วัน ก็รับดูดวง เข้าทรง โดยที่ตลอดเวลาที่มาบวชเรียนอยู่สำนักชีแห่งนี้ไม่เคย ยกมือไหว้ ตนก็ไม่เคยอยากจะยุ่งและสนใจ จนมา 2 วันที่แล้ว แม่ชีที่บวชใหม่ได้เดินมาหน้าห้องของตน แล้วมาเคาะประตูห้องบอกว่าให้ช่วยเบาเสียงเพลงธรรมะหน่อยได้ไหม ตนก็ตอบกับไปว่าอยู่ในสำนักแม่ชี เปิดเพลงธรรมะไม่ดีหรือไง เพราะอีกแค่สองวันนี้ตนก็ไม่อยู่แล้ว กำลังเดินทางจะไปบวชเรียนต่อที่ประเทศอินเดียแล้ว จึงเกิดการทะเลาะวิวาทกันเกิดขึ้น   ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ทางเจ้าอาวาสวัดเขาบางทราย ได้สั่งพระภิกษุลูกวัด(พระดำ) มาเจรจาเพื่อปรับความเข้าใจกันระหว่างแม่ชีทั้งสองแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QVMqX5W8P7I

 35,848
ข่าวภูมิภาค
11 ก.พ. 61

จับสึก! พระเมืองชัยนาทมั่วสีกา ค้นเจอถุงยางใช้แล้วยังโบ้ยให้เด็กวัดวัย12

ปลัดอาวุโสฝ่ายความมั่นคงเมืองชัยนาท นำกำลังบุกจับพระสมพร สุเขสิโน (สมพร สิงห์ปรีชา) อายุ 49 ปี คากุฏิ หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีพระร่วมหลับนอนกับผู้หญิงบนกุฏิในยามวิกาล   จากการตรวจสอบพบหญิงอายุ 44 ปี นั่งอยู่บนที่นอนภายในห้องซึ่งติดกับกุฏิของพระสมพร โดยพระสมพรอ้างว่า หญิงคนดังกล่าวมาเล่าให้ฟังว่ามีปัญหากับสามี จึงจะขอมาอาศัยนอนที่วัดชั่วคราว ตนได้ฟังเช่นนั้นก็เลยให้ไปพักผ่อนที่บนห้องที่อยู่ติดกับกุฏิ เพราะไม่อยากจะให้ขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านเองตามลำพัง  แต่ระหว่างนั้นชาวบ้านตะโกนยืนยันว่าเคยเห็นพระสมพรอยู่กับหญิงคนดังกล่าวสองต่อสอง และเมื่อตรวจค้นเพิ่มเติมยังพบกับถุงยางอนามัยที่ถูกใช้แล้วจำนวน 1 ชิ้นอยู่ภายในห้องที่นางเออยู่ แต่พระสมพรยังคงปฏิเสธว่าไม่ได้มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว พร้อมโบ้ยว่าถุงยางอนามัยดังกล่าวอาจจะเป็นของลูกศิษย์วัย 12 ปีที่อยู่ด้วย     จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวพระสมพร สุเขสิโน ไปยังวัดศรีวิชัย เพื่อพูดคุยกับทางพระครูวิชัย กิจจาทร รองเจ้าคณะอำเภอเมืองชัยนาท ซึ่งเห็นสมควรให้พระสมพร สุเขสิโน สึก เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นการให้นอนอยู่อีกห้องที่ใกล้กับกุฏิก็ตาม ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอยู่ดี                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/d0BthWB6LC4  

 3,987
สังคม-อาชญากรรม
28 ม.ค. 61

มส.ออกคำสั่งห้ามวัดเลียนแบบพิธีสำนักพระราชวัง ย้ำจัดให้เหมาะสมกับสมณฐานันดรศักดิ์

มหาเถรสมาคมออกคำสั่งห้ามวัดจัดสถานที่ในพิธีกรรมทางศาสนาเลียนแบบงานพิธีของพระบรมวงศานุวงศ์ ยํ้าจัดให้เหมาะสมกับสมณฐานันดรศักดิ์เท่านั้น  เนื่องจากปัจจุบันมีวัดต่างๆ ทั่วประเทศทั้งพระอารามหลวง และวัดราษฎร์ได้จัดให้มีกิจกรรมทางศาสนาในโอกาสต่างๆ ดังนั้นเพื่อให้วัดทั้งหลายได้มีแนวปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน มส.เห็นควรกำหนดข้อปฏิบัติ ดังนี้      การจัดสถานที่ กรณีพระสงฆ์เป็นประธาน   1.ให้ดำเนินการปูลาดพรมลอยสีแดงก่อนแล้วตั้งแท่นรองเก้าอี้แล้วปูลาดพรมลอยสีแดงบนแท่นอีกผืนหนึ่งแล้วตั้งเก้าอี้ ไม่ควรปูผ้าเยียรบับหรือปูผ้าตาดรองเก้าอี้   2.สำหรับการจัดเก้าอี้นั่งให้สมกับสมณฐานันดรศักดิ์ที่ได้รับพระราชทาน ควรหลีกเลี่ยงเก้าอี้ โต๊ะเคียงที่ปิดทอง ทาสีทอง ที่บุด้วยผ้าสีทอง มีลักษณะใกล้เคียงหรือเหมือนกับของพระบรมวงศานุวงศ์ ควรเป็นเก้าอี้หลุยส์บุผ้าที่นั่งด้วยสีแดง สีครีม หรือสีที่พิจารณาแล้วว่าเหมาะสม   3.ผ้าปูโต๊ะเคียงสมควรปูด้วยผ้าขาว   4.แท่นกราบพระหน้าโต๊ะหมู่บูชา ไม่ควรตั้งแท่นกราบ ควรปูผ้าลาดพรมลอยแล้วปูผ้าขาวรองกราบ   5.การเข้าที่กรวดน้ำ เพื่อเป็นการถวายเกียรติแด่พระเถระ เจ้าหน้าที่ควรที่จะเชิญที่กรวดน้ำถือถวายให้พระเถระผู้เป็นประธาน ไม่ควรนำไปวางที่โต๊ะ     ส่วนการจัดสถานที่กรณีคฤหัสถ์ เป็นประธาน   1.ให้ปูลาดพรมลอยสีแดงแล้วตั้งเก้าอี้ ไม่ควรตั้งแท่นรองเก้าอี้ ควรหลีกเลี่ยงเก้าอี้ที่ปิดทอง หรือทาสีทองที่บุด้วยผ้าสีทอง โต๊ะเคียงที่ปิดทอง หรือทาสีทองที่มีลักษณะใกล้เคียงหรือเหมือนกับของพระบรมวงศานุวงศ์ ควรเป็นเก้าอี้หลุยส์บุผ้าที่นั่งด้วยสีแดง สีครีม หรือสีที่พิจารณาแล้วเห็นว่าเหมาะสม   2.ผ้าปูโต๊ะเคียงควรปูด้วยผ้าขาว   3.ปูลาดพรมลอยสีแดง แล้วตั้งแท่นกราบหน้าโต๊ะหมู่บูชา   4.ปูผ้าตาดรองกราบ   5.การเข้าที่กรวดน้ำ เจ้าหน้าที่ควรเชิญที่กรวดน้ำไปวางที่โต๊ะเคียง หลีกเลี่ยงถือที่กรวดน้ำให้ผู้เป็นประธานคฤหัสถ์                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/y7_cavFn7d0

 2,217

Top