ค้นหา :

ผลการค้นหา "อนาจาร"

สังคม-อาชญากรรม
22 ก.ค. 61

ผู้ว่าฯ กทม.ยันไล่ออก 'ครูพละ' ข่มขืน-อนาจารลูกศิษย์ สั่งสอบต้องแล้วเสร็จในเดือนนี้

จากกรณีครูพละโรงเรียนย่านคลองเตย ถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุข่มขืนนักเรียนหญิงวัย 16 ปี  และก่อนหน้านี้ก็เคยทำอนาจารภายในห้องเรียนลูกเสือ ยุวกาชาด ซึ่งจากการตรวจสอบยังพบว่ามีเด็กนักเรียนชั้นป.5 และ ป.6 ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เคยถูกครูคนนี้อทำนาจารมาแล้วมากกว่า 30 คนนั้น    ล่าสุุด พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สรุปข้อเท็จจริงมาใหม่ทั้งหมดกำหนดให้ต้องแล้วเสร็จภายในเดือนนี้ แม้ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งใดๆออกมา แต่ยืนยันว่าทาง กทม.จะสั่งไล่ออกจากราชการอย่างแน่นอน  เพราะไม่สามารถให้อยู่ต่อได้ โดยรับว่าระบบการตรวจสอบลงโทษของ กทม.กับหน่วยงานอื่นๆไม่เหมือนกัน ซึ่งต้องทำไปตามขั้นตอน     ขณะนี้ได้ส่งตัวผู้ต้องหาเข้าเรือนจำแล้ว ส่วนเรื่องการดำเนินคดี ได้ขอให้ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลท่าเรือ พื้นที่ที่เกิดเหตุพิจารณาสำนวนคดีให้รอบคอบ ทั้งนี้มองว่าครูในสังกัด กทม.ที่มีกว่า 15,000 คน ส่วนใหญ่เป็นครูที่ดี และทุกคนผ่านการตรวจร่างกายและสุขภาพจิตมาก่อนเเล้ว ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเหตุที่เกิดขึ้น เพราะมีปัญหาสุขภาพจิตภายหลังเข้ามาเป็นครูหรือไม่ แต่ยืนยันว่าพยายามผลักดันระบบการศึกษาให้ดีที่สุด   ด้าน นายรณสิทธิ์ พฤกษ์ยาชีวะ ผู้อำนวยการฝ่ายสืบสวนองค์การต่อต้านการค้ามนุษย์ เปิดเผยขณะนี้ยังคงมีผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความ เป็นเด็กนักเรียนจำนวนหนึ่งราย และคาดว่ายังคงมีเด็กที่ถูกครูรายนี้กระทำอนาจารอีกหลายหลาย ล่าสุดมีผู้เสียหาย 32 คน ให้ข้อมูลว่าเคยถูกครูกระทำอนาจารตั้งแต่ปี 2557 และยังมีเด็กที่ยังไม่กล้าให้ปากคำและที่เรียนจบไปแล้ว ในขณะเดียวกันคณะกรรมการดำเนินการเอาผิดทางวินัย ชุดที่ 2 ที่ทางสำนักงานเขตคลองเตยแต่งตั้งขึ้น คาดว่าจะเรียกตัวเด็กผู้เสียหายมาให้ปากคำเพิ่มในสัปดาห์หน้า เพื่อดำเนินการเอาผิดทางวินัยกับผู้ต้องหา   ขณะที่ พันตำรวจเอกสมบัติ แก่นวิจิตร ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลท่าเรือ เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวมีผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ท่าเรือ แค่เพียงรายเดียวเท่านั้น ส่วนผู้เสียหายรายอื่นๆยังไม่ได้รับการติดต่อหรือประสานเพื่อเข้าแจ้งความ การดำเนินคดีนั้น ทางพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหากับครูสอนพละ 3 ข้อหา คือ พรากผู้เยาว์ ข่มขืนกระทำชำเรา และกระทำอนาจาร อย่างไรก็ตามหากมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพิ่มเติม ก็จะรวบรวมพยานหลักฐานและแจ้งความดำเนินคดีในส่วนเกี่ยวข้องต่อไป                         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/O3LGb31JvDk

 1,754
สังคม-อาชญากรรม
21 ก.ค. 61

ครูพละ รร.ย่านคลองเตยย่องมอบตัว ปัดข่มขืนลูกศิษย์ - แฉมีนร.ตกเป็นเหยื่ออนาจารมากกว่า30คน

ครูโรงเรียนดังย่านคลองเตยย่องเงียบมอบตัว ยังปฏิเสธไม่ได้ข่มขืนลูกศิษย์ ตร.ค้านประกันส่งฝากขังทันที  ด้านผู้ปกครองแฉซ้ำ ลูกหลานเคยถูกกระทำอนาจาร ครูยังอ้างหน้าตาเฉย แค่หยอกเล่นเพราะเอ็นดู     จากกรณีครูพละโรงเรียนย่านคลองเตย ก่อเหตุข่มขืนนักเรียนหญิงวัย 16 ปี  และก่อนหน้านี้ก็เคยทำอนาจารภายในห้องเรียนลูกเสือ ยุวกาชาด ซึ่งจากการตรวจสอบยังพบว่ามีเด็กนักเรียนชั้นป.5 และ ป.6 ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เคยถูกครูคนนี้อทำนาจารมาแล้วมากกว่า 30 คน      ล่าสุดเมื่อวานนี้ (20 ก.ค.) เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาครูพละคนดังกล่าว ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีข่มขืนกระทำชำเราเด็กนักเรียน ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนสน.ท่าเรือ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา จากนั้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำโดยครูพละให้การปฏิเสธ ตำรวจจึงนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ พร้อมทั้งคัดค้านการขอปล่อยตัว    โดยทางญาติไม่มีหลักทรัพย์ ได้ยื่นเรื่องต่อศาลขอควบคุมตัว โดยใช้กำไรอีเล็คทรอนิค หรืออีเอ็ม แต่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีมีอัตราโทษสูง และมีญาติผู้เสียหายที่เกี่ยวข้องแจ้งว่าผู้ต้องหาจะไปข่มขู่ทำร้าย จึงยกคำร้อง และนำตัวไปฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพเป็นผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน     ด้านนางสำเนียง นุชเจริญ อดีตศิษย์เก่าโรงเรียนเล่าว่า เมื่อสามปีที่แล้ว มีเด็กๆ ในชุมชนที่เคยเรียนกับครูคนนี้ถูกกระทำอนาจาร 7 คน โดยเด็กๆ มาเล่าให้ฟังว่าถูกครูลวนลามเป็นประจำ บางคนถูกจับหน้าอก จับสะโพก และลูบคลำตามร่างกาย ซึ่งมาทราบทีหลังว่าช่วงที่ครูอนาจารเด็กๆ นั้นเป็นช่วงที่ภรรยาของครูรายนี้ตั้งท้อง    โดยตอนนั้นทางกลุ่มผู้ปกครองก็ไปร้องเรียนและขอให้โรงเรียนดำเนินการลงโทษครูรายนี้ โดยมีการไปเจรจากันที่สำนักงานเขต ก็มีกลุ่มของครูขู่กลุ่มผู้ปกครองว่า หากไม่มีหลักฐานจะถูกฟ้องกลับข้อหาหมิ่นประมาท จนสุดท้ายก็พบว่าครูคนนี้ถูกย้ายไปช่วยงานที่เขต ช่วงนั้นเข้าใจว่าครูรายนี้ย้ายออกนอกพื้นที่ไปแล้ว แต่ไม่นานก็พบว่ากลับมาสอนเหมือนเดิม โดยไม่ได้รับการลงโทษใดๆ  และยังคงมีพฤติกรรมอนาจารเด็กๆมาตลอดไม่เคยหยุดพฤติกรรม จนถึงน้องรายล่าสุดก็ถึงขั้นข่มขืน ยอมรับว่าชาวบ้านรับไม่ได้กับพฤติกรรมแบบนี้ และไม่เข้าใจว่าทำไมทางต้นสังกัดครูไม่ลงโทษ หากลงโทษตั้งแต่ตอนนั้น คงไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น   ขณะที่ป้าของเด็กที่เคยถูกครูอนาจารเปิดเผยว่า ตอนเกิดเหตุหลานเรียนชั้นป.6 ตอนเย็นมาหลานมาบอกว่าถูกครูจับที่ก้น ตอนนั้นตนก็ไม่พอใจและเข้าไปสอบถามครูคนนี้ ก็ได้รับคำตอบว่า การจับก้นหลานนั้นแค่หยอกล้อ เพราะเอ็นดูเหมือนลูกหลาน ไม่ได้มีเจตนาจะทำอนาจาร ตอนนั้นที่คุยกันครูคนนี้ก็ไม่ได้มีท่าทางยอมรับผิดกับเรื่องที่ก่อ แต่ยังยิ้มหัวเราะตามปกติ  และคิดว่าจะเลิกพฤติกรรมแบบนี้ไปแล้ว พอทราบข่าวว่ากระทำอนาจารเด็กๆมากกว่า 30 คน ก็ตกใจมากและรับไม่ได้   นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังได้มีโอกาสคุยกับน้องแชมป์ (นามสมมุติ) นักเรียนชั้นป.6 เล่าว่า ครูคนดังกล่าวสอนวิชาภาษาอังกฤษ แต่ช่วงหลังมาสอนวิชาพละศึกษา มีพฤติกรรมชอบจับหน้าอกเพื่อนผู้หญิงหลายคน บางครั้งในห้องเรียน นักเรียนนั่งเรียนตามปกติ ครูเดินผ่านก็จับหน้าอกเพื่อนหญิงต่อหน้าเพื่อนๆในห้อง และทำลักษณะนี้หลายคน ทั้งชั้นป.5 และป.6  บางคนก็ถูกจับหน้าอก จับก้น จับแขน มีเพื่อนบางคนถึงขั้นร้องไห้ก็มี แต่ก็ไม่เคยเห็นครูถูกลงโทษหรือย้ายไปไหน ยังสอนเหมือนเดิม ตนเป็นเด็กผู้ชายเห็นพฤติกรรมของครูแบบนี้ยังกลัว และไม่กล้าเข้าใกล้ครูคนนี้      ขณะที่กรุงเทพมหานครได้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าว ทาง กทม. ได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ ส่วนการสอบปากคำเบื้องต้นครูคนดังกล่าวยังให้การปฏิเสธ      ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความผิดแรกที่เคยเกิดขึ้น กรณีเมื่อปี 2556 ที่นักเรียนประมาณ 16 คน แจ้งว่าถูกครูลวนลามทางร่างกาย และผู้ปกครองได้รวมตัวกันร้องเรียนมายังสำนักเขตกรุงเทพฯ ให้ดำเนินการเอาผิดกับครูคนดังกล่าว ขณะนั้นมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยพิจารณาไม่ปรับขึ้นเงินเดือน 2 ครั้ง แต่ยังให้ครูทำงานปกติ เนื่องจากการตรวจสอบพบไม่ผิดวินัยร้ายแรง และขณะนั้นมีการเข้าให้ปากคำผู้เสียหายเพียง 3 คน เท่านั้น                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/RenKwvI-QgA  

 8,085
สังคม-อาชญากรรม
27 พ.ค. 61

ส่อโอละพ่อ! คดีแก๊งด.ช.รุมอนาจารด.ญ.7ขวบ เผยเด็ก 2 ฝ่ายพูดตรงกันไม่ได้ถูกข่มขืน แค่หยอกล้อกัน

จากกรณีเฟซบุ๊กดัง เตชะ ทับทอง โพสต์เรื่องราวสะเทือนขวัญกรณีเด็กหญิงวัย 7 ขวบ นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ถูกเด็กชายวัย 7 ขวบ 2 คน และเด็กชายวัย 10 ขวบ 1 คน รุมทำอนาจาร แล้วมีการว่าจ้างให้เด็ก ป.5 กดหัวให้จมน้ำบริเวณแอ่งน้ำในสระน้ำสาธารณะกลางหมู่บ้านหวังฆ่าปิดปาก เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมานั้น    ล่าสุด นางสาวกุลจิรา โฉมไสว หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า จากการสอบถามเด็กหญิงที่ถูกกระทำและกลุ่มเด็กชายที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด ยืนยันว่าเหตุการณ์ไม่ได้เป็นไปตามที่มีกระแสข่าว โดยเฉพาะเรื่องของการข่มขืน แต่ที่จริงเป็นการหยอกล้อกัน ส่วนเด็กชายชั้นป.5 ที่ถูกระบุว่าได้รับการว่าจ้างจากเด็กชายชั้นป.3 ให้กระทำเด็กหญิงนั้น ก็เป็นเพียงแค่คนที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย จึงสันนิษฐานได้ว่าคุณยายอาจจะเข้าใจผิดจากภาพที่ได้เห็น และคาดว่าเด็กน่าจะทำเลียนแบบจากสื่อที่เคยเห็นมาก่อน    ด้าน  ตำรวจสภ.กระสัง เปิดเผยความคืบหน้าทางคดีว่าจากการสอบปากคำเด็กทั้ง 2 ฝ่าย เด็กหญิงยืนยันว่าไม่ได้ถูกล่วงละเมิดและไม่ได้ถูกกดน้ำ ซึ่งตรงกับคำให้การของเด็กชาย แต่ขัดกับคำให้การของคุณยาย ขณะที่ผลการตรวจสอบไม่พบร่องรอยการข่มขืนแต่อย่างใด    ขณะที่ นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมากล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เรื่องนี้อยากให้สังคมค่อยๆ พิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เชื่อว่ายังมีรายละเอียดอีกมาก แต่สิ่งแน่นอนคือได้เกิดความรุนแรงระหว่างเด็กขึ้นแล้ว และมีเด็กเป็นผู้ถูกกระทำ และเป็นผู้กระทำ โดยคำว่า ข่มขืน หรือ จ้างวาน ล้วนเป็นคำพูดของผู้ใหญ่ ที่นำมาใส่ในเด็ก จึงคล้ายลักษณะใส่ไข่ อีกทั้งต้องเข้าใจข้อเท็จจริง เรื่องสรีระของเด็กด้วยว่า ในเด็กผู้ชายอวัยวะเพศจะแข็งตัวเมื่ออายุ 12 ปีขึ้นไป หรือเป็นวัยรุ่น ฉะนั้น เด็กป.5 จะทำการข่มขืนได้ต้องเป็นที่มีร่างกายโตว่าเด็กทั่วไป ส่วนการจ้างวาน เชื่อว่า ยังเร็วเกินไปที่เด็กวัยประถมจะคิดได้ จึงเชื่อว่าน่าจะมีรายละเอียดอีกมาก     โดยตามปกติในการพิจารณาคดี ของศาลเยาวชน และครอบครัว มักให้ความเห็นว่า ความรุนแรงในเรื่องนี้ต้องได้รับการแก้ไข ไม่สามารถยอมความ หรือกลบเกลื่อน หรือให้แล้วต่อกันได้ เพื่อให้ ความรุนแรงในเด็กลักษณะนี้ได้รับการแก้ไข ทั้งตัวผู้กระทำความรุนแรง และผู้ถูกกระทำต้องได้รับการเยียวยาบาดแผลในจิตใจ การยอมความจะทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายไม่ได้รับความช่วยเหลือ เพราะในส่วนของผู้กระทำความรุนแรง หากเป็นเด็ก เติบโตไปก็อาจก่อความรุนแรงมากขึ้น เพราะไม่มีการปรับแก้ไขแต่ต้น ส่วนคนที่ถูกกระทำ ก็มีบาดแผลในใจกลายเป็นปมด้อย ดังนั้น เรี่องราวในช่วงวัยเด็กจึงเป็นรากฐานสำคัญในอนาคต      สิ่งสำคัญที่สังคมควรให้ความสนใจ จากข่าวนี้ เริ่มแรกหยุดดราม่า พิจารณาข้อเท็จจริง เพราะถ้อยคำจากข่าว ทั้งข่มขืน ,จ้างวาน อาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด เพราะคำพูดเหล่านี้ เป็นคำของผู้ใหญ่ไม่ใช่เด็ก และต้องเข้าใจว่าความรุนแรงระหว่างเด็กมีทุกยุคทุกสมัย มีความรุนแรงหลายระดับ เช่น เด็กแกล้งกันในโรงเรียน, นักเรียนตีกัน แต่ปัญหาเหล่านี้ ต้องมีการแก้ คนก่อความรุนแรง ต้องปรับพฤติกรรม ,คนถูกกระทำต้องได้รับการช่วยเหลือ ในประเทศญี่ปุ่น มีเด็กที่ถูกเพื่อนรังแก เริ่มแรกไม่ไปโรงเรียน จนท้ายที่สุดฆ่าตัวตาย ดังนั้น ต้องมีการฝึกให้เด็กรู้จักแก้ปัญหา ตั้งแต่ ฝึกการขอความช่วยเหลือ พ่อแม่ต้องรับฟัง อย่ามองเป็นเรื่องของเด็ก ,และไปพูดคุยกับครูประจำชั้น ร่วมกันฝึกให้เด็กเข้มแข็ง แต่ไม่ใช้ความรุนแรงตอบโต้ ส่วนเด็กที่ก่อความรุนแรง หากทางโรงเรียนแจ้งผู้ปกครองมา อันดับแรก พ่อแม่อย่าเข้าข้างปกป้องลูก ยอมรับความจริงให้ได้ และวางแผนแก้ไข ปรับพฤติกรรม                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/8UO2hGz4pPk

 29,122
สังคม-อาชญากรรม
12 พ.ค. 61

รวบแล้ว! โชเฟอร์แท็กซี่หื่นอนาจาร-ชิงทรัพย์พีอาร์สาว อ้างเหยื่อสวยเลยอดใจไม่ไหวหอมไปหนึ่งฟอด

ตำรวจ สน.คันนายาว จับกุมตัว นายบุญเลิศ ผ่องใบทอง อายุ 52 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ก่อเหตุอนาจารและชิงทรัพย์ พีอาร์สาวร้านอาหารย่านทองหล่อ บนทางด่วนฉลองรัช ( เอกมัย – รามอินทรา )   ด้านผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ลวนลามหญิงสาวและขโมยทรัพย์สินจริง โดยอ้างว่าในคืนเกิดเหตุได้รับผู้เสียหายขึ้นรถมาในสภาพมึนเมาพูดไม่รู้เรื่องว่าจะให้ไปส่งที่ไหน ระหว่างทางเห็นผู้โดยสารหน้าตาดีจึงอดใจไม่ไหวหอมแก้มไปหนึ่งฟอดและขโมยแหวนทอง ก่อนที่ผู้โดยสารจะเริ่มขัดขืนหนีลงจากรถไป   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนและข้อหากระทำอนาจารบุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยบุคคลเช่นว่านั้นไม่สามารถขัดขืนได้                  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/1zWRZokH63k      

 3,711
สังคม-อาชญากรรม
25 มี.ค. 61

นักร้องสาวรับมีส่วนผิดเมาหนัก-แต่งตัวล่อแหลมจนหวิดโดนข่มขืน ด้าน 'แท็กซี่หื่น' ไร้ญาติยื่นประกัน

ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน จับกุมนายอดิเรก เลิศลภ แท็กซี่ที่ก่อเหตุพยายามข่มขืน น.ส.อินทุอร ดีบุกคำ หรือ แอล นักร้องอิสระ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวแท็กซี่ที่ก่อเหตุได้แล้วและนำตัวไปฝากขัง   ด้าน พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น.  เปิดเผยว่า จากการสอบสวน นายอดิเรก ให้การภาคเสธ รับเพียงว่า รับผู้เสียหายที่เรียกใช้บริการรถจริง และพาเข้าโรงแรมเนื่องจากเห็นว่าเมาจึงพาเข้าไปให้ได้สติ แต่ไม่ได้ทำอะไร และไม่ได้นำเงินของผู้เสียหายไป ส่วนที่ผู้ต้องหาถอดเสื้อผ้าตัวเองนั้น อ้างว่าร้อนจะอาบน้ำ อย่างไรก็ตามผู้ต้องหาจะให้การแบบไหนนั้นเป็นสิทธิ์ แต่เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานทั้งหมด ตรวจสอบไม่พบประวัติเก่า แจ้ง 2 ข้อหา "กระทำการอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยกำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในสภาวะไม่สามารถขัดขืนได้" และ "ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน" นำตัวขออำนาจศาลฝากขัง พร้อมฝากเตือนผู้ใช้บริการรถ โดยเฉพาะผู้หญิง อย่าดื่มจนขาดสติ หรือมีเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วย หากจำเป็นควรถ่ายภาพและทะเบียนรถและส่งให้ญาติ คนรู้จักไว้     โดยหลังจากที่ตำรวจควบคุมตัวนายอดิเรกมาส่งที่ศาลอาญา รัชดาฯ เพื่อยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค.-4 เม.ย. พบว่าไม่มีญาติของนายอดิเรกมายื่นคำร้องและหลักทรัพย์ขอประกันตัวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ       ด้าน น.ส.อินทุอร กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว พร้อมยอมรับว่ามีส่วนผิดเมาจนไม่ได้สติและแต่งกายไม่มิดชิด จึงอยากให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้หญิงคนอื่น              ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/1Fv0iID6oII

 48,840
แชร์ออฟเดอะเดย์
24 มี.ค. 61

แท็กซี่โบ้ยนักร้องสาวบอกเองให้พาเข้าโรงแรม อ้างแก้ผ้าเพราะจะอาบน้ำ-ไม่ได้ข่มขืน

ความคืบหน้าจากกรณีโชเฟอร์แท็กซี่พาผู้โดยสารสาวเมาเข้าโรงแรม ก่อนเหยื่อสะดุ้งตื่นเห็นคนร้ายกำลังเปลือยกายจึงหนีรอดมาได้ ล่าสุดตำรวจ สน.พหลโยธิน จับกุมตัวโชเฟอร์แท็กซี่ที่ก่อเหตุ แต่เจ้าตัวยังให้การภาคเสธ อ้างว่าทำไปเพราะอยากให้ผู้เสียหายได้พักผ่อนเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะลวนลาม หรือข่มขืนผู้เสียหายแต่อย่างใด      ล่าสุดโชเฟอร์แท็กซี่ได้พูดกับนักข่าวระหว่างตำรวจพาตัวไปฝากขังศาลโดยอ้างว่าผู้โดยสารสาวเป็นคนบอกให้ตนเองพาอีกฝ่ายเข้าโรงแรมเอง ส่วนที่ถอดเสื้อก็เพราะจะอาบน้ำ ยืนยันไม่ได้ข่มขืน        ข่าวเก่า   จับได้แล้ว! แท็กซี่หื่นพานักร้องสาวเมาเข้าม่านรูด อ้างแค่อยากให้พักผ่อน - วงจรปิดในรถมัดตัวแน่น                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/xnvRkw0Peuk  

 15,482
สังคม-อาชญากรรม
24 มี.ค. 61

จับได้แล้ว! แท็กซี่หื่นพานักร้องสาวเมาเข้าม่านรูด อ้างแค่อยากให้พักผ่อน - วงจรปิดในรถมัดตัวแน่น

นักร้องสาวเข้าแจ้งความ ถูกโชเฟอร์แท็กซี่ฉวยโอกาสพาเข้าโรงแรม หลังเมาหลับอยู่บนรถ ก่อนสะดุ้งตื่นเห็นโชเฟอร์เปลือยกาย   วานนี้(23 มี.ค.) น.ส.อินทุอร ดีบุกคำ หรือ แอล อายุ 22 ปี นักร้องในวงคิงก่อนบ่ายก๊อปปี้วาไรตี้โชว์ เดินทางมาพร้อม นายณภัทร ชุ่มจิตตรี หรือ คิงก่อนบ่าย นักร้องเงาเสียง เสก โลโซ เข้าแจ้งความกับทางพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน เพื่อให้หาตัวคนขับรถแท็กซี่ ที่แฝงมาในคราบของคนร้ายจะกระทำอนาจาร พาตนเองเข้าโรงแรม   น.ส.อินทุอร เล่าเหตุการณ์ว่า เหตุการณ์เกิดขึ้น ช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 22 มี.ค. หลังตนไปสังสรรค์กับเพื่อนที่ร้านแห่งหนึ่งย่านกัลปพฤกษ์ จากนั้นตนได้เรียกแท็กซี่ให้ไปส่งย่านรัชดา พอขึ้นรถตนเองก็เผลอหลับด้วยความมึนเมา มารู้สึกตัวอีกครั้งว่านอนอยู่บนเตียง ในโรงแรมแห่งหนึ่ง แถวลาดพร้าว 25 รู้สึกว่ามีคนมาคลอเคลียอยู่ด้านหลัง ก่อนจะเห็นคนขับแท็กซี่ ลักษณะผิวคล้ำ มีเครา อยู่ในสภาพเปลือยกาย ด้วยความกลัวและตกใจ จึงตะโกนออกไปว่า ‘พี่จะทำอะไร ทำไมพาหนูมาที่นี้’ คนขับแท็กซี่กลับบอกว่า เห็นน้องหลับ จึงพามานอนที่โรงแรม ไม่ได้ทำอะไร ที่ถอดเสื้อเพื่อจะอาบน้ำเฉยๆ   ตนจึงสำรวจตามร่างกายตัวเอง พบว่าเสื้อผ้ายังสวมใส่อยู่ครบ ยังไม่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ หลังจากนั้นตนบอกผู้ก่อเหตุว่าตนจะตามพี่ชายให้มารับ แต่ผู้ก่อเหตุกลับบอกว่า ‘พี่ขอร้องอย่าบอกใครนะ’ พร้อมกับรีบใส่เสื้อพาออกจากห้อง แล้วไปหยิบรองเท้าตนที่อยู่บนรถมาคืน และย้ำกับตนอีกครั้งว่าอย่าบอกใคร ก่อนจะหลบหนีไป ตนดูกระเป๋าเงินพบว่าเงินหายไปประมาณ 2,000 บาท หลังจากนั้นตนไปสอบถามพนักงานโรงแรมจึงได้ข้อมูลทะเบียนรถแท็กซี่คันดังกล่าวมา    น.ส.อินทุอร ยอมรับว่าเมาและเป็นคนหลับลึก แต่ตอนที่แท็กซี่พาตนเข้าโรงแรม และเอาตนลงจากรถ ตนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่รู้สึกตัว หลังจากนี้ตนจะต้องระมัดตัวมากขึ้น เวลาขึ้นแท็กซี่ก็คงไม่กล้าที่หลับอีกแล้ว ขณะที่นายณภัทร ชุ่มจิตตรี หรือ คิง ก่อนบ่าย กล่าวว่า แม้ว่าผู้โดยสารจะเมา หรือไม่ได้สติแค่ไหน คนขับรถแท็กซี่ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะกระทำใดๆ หรือพาเข้าโรงแรม ซึ่งการกระทำดังกล่าวนั้นทำให้ภาพลักษ์ของแท็กซี่เสียหาย เพราะคนขับแท็กซี่ที่ดีๆ ก็มี   ทีมข่าวช่อง 3 เดินทางไปโรงแรมที่เกิดเหตุ เพื่อสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เนื่องจากเป็นช่วงเปลี่ยนกะพนักงานจึงทำให้ไม่มีใครทราบ แต่จากการพูดคุยทราบว่าพนักงานที่นี้ทุกคนจะมีการจดทะเบียนรถทุกคันที่เข้ามาเพื่อเป็นข้อมูลหากเกิดเหตุขึ้น รวมถึงการจดจำหรือสังเกตุ ลักษณะของคนที่จะเข้ามาใช้บริการ เพื่อหากเกิดเหตุการณ์ที่ถูกหลอกมาด้วยความไม่ยินยอม หรือถูกมอมยาจะช่วยได้ทันท่วงที   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่เกิดเหตุ เก็บภาพวงจรปิดที่โรงแรม และรวบรวมพยานหลักฐาน เบื้องต้นทราบทะเบียนแท็กซี่คันดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลกับสื่อมวลชนได้ แต่ยืนยันว่าจะเร่งรัดติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว      ข้อมูลจากกล้องวงจรปิดภายในรถแท็กซี่คันดังกล่าว ซึ่งเป็นกล้องที่บันทึกคลิปในห้องโดยสารของรถแท็กซี่คันดังกล่าว พบว่าเมื่อ 00.35 น.ของวันที่ 22 มี.ค. รถแท็กซี่อยู่บริเวณโรงแรมแห่งหนึ่งภายในซอยลาดพร้าว 25 ซึ่งกล้องเห็นหน้าโชเฟอร์แท็กซี่อย่างชัดเจน และเห็นสาวผู้เสียหายนอนหลับอยู่ที่เบาะข้างคนขับ   จากการตรวจสอบระบบจีพีเอสของสหกรณ์แท็กซี่ที่เป็นเจ้าของรถคันที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ตามโครงการแท็กซี่ “OK” ได้รับแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ผู้ก่อเหตุยังนำรถออกวิ่งรับผู้โดยสารแถวบริเวณถนนรังสิต-นครนายก ช่วงบริเวณดรีมเวิล์ล ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน ได้ประสานขอข้อมูลดังกล่าว และประสานไปยังตำรวจท้องที่เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีแล้ว     ล่าสุดตำรวจ สน.พหลโยธิน ได้ควบคุมตัว นายอดิเรก อายุ 41 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ที่ก่อเหตุได้แล้ว ขณะตระเวนขับรถรับส่งผู้โดยสารอยู่แถวลำลูกกา คลองสี่ จ.ปทุมธานี จึงได้วางแผนจับกุมตัว   จากการสอบสวนนายอดิเรกให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าทำไปเพราะอยากให้ผู้เสียหายได้พักผ่อนเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะลวนลาม หรือข่มขืนผู้เสียหายแต่อย่างใด ด้านตำรวจแจ้งข้อหากระทำการอนาจารและลักทรัพย์ โดยจะมีการแถลงข่าวอย่างละเอียดต่อไป                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/JDclfkmhzA8  

 40,058
ข่าวภูมิภาค
18 ก.พ. 61

จับคาม่านรูด! บุกรวบพระหื่นลวงสาวลงนะหน้าทอง ยังโอดมีลูกเมียต้องเลี้ยงขอเป็นพระต่อ

ตำรวจ สภ.เมืองอ่างทอง บุกจับกัมตัว  พระอัมตระวงษ์ แตงเกษม อายุ 52 ปี พระลูกวัดแห่งหนึ่งในจ.อ่างทอง ในโรงแรมม่านรูด หลังได้รับแจ้งจากหญิงสาวว่ามีพระโทรศัพท์มาคุยและส่งไลน์มาหา บอกว่าตนมีเคราะห์จะช่วยแก้เคราะห์และลงนะหน้าทองให้ เพื่อให้การทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง ซึ่งขั้นตอนการลงนะหน้าทองนั้นต้องมีเพศสัมพันธ์กัน 5 ครั้ง พิธีถึงจะสัมฤทธิ์ผล ขณะที่เจ้าตัวโอดไม่อยากติดคุก เพราะมีลูกเมียต้องเลี้ยงขอเป็นพระต่อ      จากนั้นตำรวจได้นำตัวไปให้พระครูสุทธิกิจจาทร เจ้าอาวาสวัดอ่างทอง เลขาเจ้าคณะจังหวัดอ่างทอง ทำการสอบสวนและสึกจากการเป็นพระ ก่อนนำตัวไปสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป                    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Bcna907kEN8  

 17,043
ข่าวภูมิภาค
27 ก.พ. 60

แจ้งจับ ลุงเขย ขรก.ระดับสูง ทำอนาจารหลานสาว

เกิดเหตุเด็กหญิงถูกล่วงละเมิดทางเพศอีกแล้ว คราวนี้เกิดกับเด็กหญิงถึง 2 คน วัย 3 ขวบ และ 12 ขวบ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาเป็นถึงข้าราชการระดับสูง     โดยแม่ของเด็กหญิงทั้ง 2 คน เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง อำเภอเมืองเชียงใหม่ ให้ดำเนินคดีกับข้าราชการระดับสูงที่เป็นถึงระดับผู้อำนวยการส่วนในหน่วยราชการแห่งหนึ่งที่จังหวัดเชียงใหม่ ในข้อหากระทำอนาจารกับเด็กหญิงวัย 3 ปี และ 12 ปี ซึ่งเป็นลูกสาว   โดยมารดาของเด็ก บอกว่าได้นำลูกสาว 2 คนไปฝากพี่สาวเลี้ยง ซึ่งพี่สาวเป็นภรรยาของข้าราชการรายนี้แต่ระยะหลัง สังเกตเห็นลูกสาวคนโตมีความผิดปกติจากเด็กร่าเริงกลายเป็นเด็กซึมเศร้า พูดน้อย จึงพยายามซักถามจนลูกสาวยอมเปิดปากเล่าว่า ถูกลุงเขยกระทำอนาจารและยังถูกขู่ฆ่าหากนำเรื่องไปบอกคนอื่น ทำให้เกิดความหวาดกลัว    พันตำรวจเอก ปิยะพันธุ์ ภัทรพงษ์สินธุ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ บอกว่าเบื้องต้นตำรวจ สภ.แม่ปิงได้รับเรื่องไว้ และจะส่งต่อไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรภูพิงค์ราชนิเวศน์ ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุทำการตรวจสอบ และเรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบปากคำอย่างละเอียด ซึ่งหากพบกระทำผิดจริงจะถูกดำเนินการตามกฎหมายทันที   

 21,254
สังคม-อาชญากรรม
24 ก.พ. 60

จับแล้ว ผู้รับเหมาหื่นทำอนาจาร 2 เด็กหญิงในที่โจ่งแจ้งช่วงกลางวันแสกๆ

ตำรวจ สน.มีนบุรี ได้เข้าจับกุมตัว นายคิดชัย นนตานอก อายุ 39 ปี ชายในคลิปวงจรปิด ที่กระทำอนาจารต่อหน้าเด็กนักเรียนหญิง 2 คน ขณะนำรถมาจอดที่ ตลาดน้ำขวัญเรียม พื้นที่ สน.มีนบุรี โดยมีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสว่า พบชายต้องสงสัยลักษณะคล้ายชายในคลิปอนาจารเด็ก อยู่ที่วัดบางเพ็งใต้ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบและพบชายคนดังกล่าว จากการสอบสวน นายคิดชัย ยอมรับว่าเป็นคนในคลิปวงจรปิด และกระทำอนาจารต่อเด็กจริง ปัจจุบันทำงานรับเหมาก่อสร้างอยู่บริเวณใกล้เคียงวัดบางเพ็งใต้ ส่วนที่ทำไป บอกว่าชอบเด็กจึงก่อเหตุดังกล่าว เบื้องต้นตำรวจ ได้ข้อหาฐานอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี มีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ทั้งนี้ พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ระบุว่า จะนำตัวผู้ก่อเหตุ ไปขออำนาจศาลฝากขัง ซึ่งถือเป็นคดีโทษสูงและอยู่ในความสนใจของประชาชน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kt1JWB7_2sk  

 37,315
แชร์ออฟเดอะเดย์
23 ก.พ. 60

ตำรวจ สน.มีนบุรี รวบหนุ่มหื่นกระทำอนาจารต่อหน้าเด็กหญิง หลังมีพลเมืองดีแจ้งเบาะแส

     พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม ผู้กำกับ สน.มีนบุรี เปิดเผยว่า เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี ได้เข้าจับกุมตัว นายคิดชัย นนตานอก อายุ 39 ปี ชายในคลิปวงจรปิด ที่กระทำอนาจารต่อหน้าเด็กนักเรียนหญิง 2 คน ขณะนำรถมาจอดที่ ตลาดน้ำขวัญเรียม พื้นที่ สน.มีนบุรี โดยมีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสว่า พบชายต้องสงสัยลักษณะคล้ายชายในคลิปอนาจารเด็ก อยู่ที่วัดบางเพ็งใต้ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบและพบชายคนดังกล่าว         จากการสอบสวน นายคิดชัย ยอมรับว่าเป็นคนในคลิปวงจรปิด และกระทำอนาจารต่อเด็กจริง ปัจจุบันทำงานรับเหมาก่อสร้างอยู่บริเวณใกล้เคียงวัดบางเพ็งใต้ ส่วนที่ทำไป บอกว่าชอบเด็กจึงก่อเหตุดังกล่าวขึ้น เบื้องต้นตำรวจ ได้ข้อหาฐานอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี มีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี        ทั้งนี้ พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ระบุว่า จะนำตัวผู้ก่อเหตุ ไปขออำนาจศาลฝากขังในวันพรุ่งนี้ ซี่งถือเป็นคดีโทษสูงและอยู่ในความสนใจของประชาชน

 26,628
สังคม-อาชญากรรม
16 ก.พ. 60

เพื่อนครู อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ กรณีไลน์ขอ นร.ไม่ให้แจ้งความครูทำอนาจาร

จากกรณีที่ผู้ปกครอง ได้พานักเรียนหญิงชั้น ป.6 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยนาท เข้าแจ้งความ ให้ดำเนินคดีกับครูชายวัย 41 ที่กระทำอนาจารนักเรียนหญิง ภายในห้องสังคมเป็นเวลานานหลายเดือน ซึ่งมีนักเรียนหญิงที่ตกเป็นเหยื่อ จำนวน 11 คน จนศาลจังหวัดชัยนาทได้ออกหมายจับ และเมื่อวันที่ 12 ก.พ. ยังมีคลิปที่บันทึกจากการสนทนาทางโทรศัพท์ จากผู้ปกครองของเด็กที่เป็นเหยื่อว่า ทางครูได้ติดต่อเสนอเงินเพื่อเป็นการชดใช้ความเสียหาย แต่ทางผู้ปกครองไม่ยอม จากนั้นครูได้เข้ามอบตัวและให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวออกไปสู้คดีจำนวน 120,000 บาท และในโลกออนไลน์ได้มีแชร์ข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊ก DR.K v.2 ที่มีข้อความแชทอ้างว่า ครูที่เป็นเพื่อนกับครูคนดังกล่าว ได้ติดต่อไปยัง หนึ่งในเด็กหญิงที่เป็นเหยื่อ เพื่อขอไม่ให้เด็กหญิงดังกล่าวไปแจ้งความ โดยบอกว่าแจ้งความ 4 คนพอแล้ว ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือไม่     ล่าสุดครูสาวคนดังกล่าวได้ออกมาเปิดเผยว่า ไม่ได้มีเจตนาอะไรเลย ทำไปโดยไม่ได้ยั้งคิด รู้เท่าไม่ถึงการณ์ นึกถึงแต่ความรู้สึกเด็กๆ ที่ต้องได้รับการเยียวยาสภาพจิตใจ และขอให้คำมั่นสัญญาว่า จะรักและดูแลลูกๆของท่านอย่างดีที่สุด ส่วนคนผิดต้องได้รับความผิดที่เขาได้ทำ     ข่าวที่เกี่ยวข้อง    

 33,893
สังคม-อาชญากรรม
14 ก.พ. 60

พบเด็กถูกอนาจารเพิ่ม 24 ราย ต้นสังกัดให้ครูออกจากราชการ เล็งถอดถอนใบประกอบวิชาชีพ

ชัยนาท - พบเด็กถูกอนาจารเพิ่ม 24 ราย ต้นสังกัดสั่งให้ครูอนาจารเด็กออกจากราชการแล้ว   คืบหน้า คดีครูกระทำอนาจารเด็กนักเรียนหญิงชั้น ป.6 ผู้อำนวยการโรงเรียนเผยได้ทำหนังสือไล่ออกส่งต้นสังกัด พร้อมทำเรื่องถอดถอนใบประกอบวิชาชีพ ด้านคดีอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเตรียมส่งฟ้องศาลเพื่อดำเนินคดีต่อไป   นางกัสมาพร บัวภิบาล ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลบ้านกล้วย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาว่า "ต้องขออภัยเนื่องจากวันนั้นดิฉันลากิจ เนื่องจากลูกสาวป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล สวรรค์ประชารักษ์ ได้มาทราบเหตุการณ์จากรองผู้อำนวยการ เพ็ญศรี รัตนเพทาย ท่านได้บอกว่ามีผู้ปกครองมาร้องเรียนว่า ครูในโรงเรียนได้ทำอนาจารกับเด็ก เราตกใจมาก แต่เบื้องต้นได้สั่งการ รองฯเพ็ญศรีฯ ทำเรื่องแจ้งกับหน่วยงานต้นสังกัด คือ เทศบาลเมืองชัยนาท ให้สั่งพักราชการครูคนนี้ก่อน จากนั้นให้ดำเนินการสอบสวนเด็ก ที่ได้รับผลกระทบ หรือความเสียหายในครั้งนี้ จากนั้นได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในระดับของโรงเรียน แต่การตั้งกรรมการสอบวินัยเป็นเรื่องของเทศบาลเมืองชัยนาท เนื่องจากโรงเรียนเป็นนิติบุคคล ขณะนี้นายกเทศมนตรีเมืองชัยนาท ได้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง แล้ว 1 ชุด โดยมีตนเองเป็นประธาน ซึ่งวันนี้ได้ทำการสอบข้อเท็จจริง กับนักเรียน และผู้ปกครอง บางส่วนไปแล้ว และขอให้คำมั่นสัญญาและยืนยันว่าทางโรงเรียนจะให้ความเป็นธรรมกับเด็กและผู้ปกครอง และจะดำเนินการทางวินัยกับ ครูผู้ก่อเหตุอย่างถึงที่สุด ไม่ยอมให้เขาสามารถไปปฏิบัติหน้าที่ ที่โรงเรียนอื่นได้ ขอให้ทุกท่านมั่นใจได้เลยว่าทางโรงเรียน และเทศบาลเมืองชัยนาท จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน    ถึงเวลานี้แล้วไม่ปกป้องคนผิดอย่างแน่นอน วันนี้ได้พบพูดคุยกับผู้ปกครอง แล้วเป็นที่ตกใจ ได้มารู้ว่าเด็กถูกกระทำอนาจารเพิ่มอีก ซึ่งเป็นที่น่าเสียใจ กรณีที่มีครูในโรงเรียนส่งข้อความถึงเด็กๆไม่ให้แจ้งความ หากมีผู้ปกครองมาร้องทุกข์ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เวลานี้ทางโรงเรียนได้เยียวยาทางเด็กและผู้ปกครองด้วยการขอโทษและแสดงความเสียใจ และจะเชิญผู้ปกครองมาประชุมอีกครั้ง อยากจะบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน   จากกรณีที่ผู้ปกครองบางรายยังผวากับเหตุการณ์ ไม่ยอมให้นักเรียนมาเรียนหนังสือ ขอให้เชื่อใจว่าครูที่นี่ เขารักลูก รักนักเรียนทุกคน แต่ไม่คาดคิดว่าใน 30 ปีที่ดิฉันอยู่ที่นี่ เหตุการณ์มาปรากฏที่นี่ได้อย่างไร แต่เมื่อปรากฏแล้ว อย่างไรก็ตามจากนี้จะไม่มีใครทำอย่างนี้อีกแล้ว ขอเวลาและขอโอกาส เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนลูกๆของเราได้รับผลกระทบ ต้องเข้าใจความรู้สึกของผู้ปกครอง ต่อไปนี้ลูกนักเรียนปลอดภัยแน่นอน เพราะเขาไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนนี้ได้อีกเลย หรือแม้กระทั่งโรงเรียนอื่น โรงเรียนจะทำเรื่องถอดถอนใบประกอบวิชาชีพของเขาตามมา และขอให้เชื่อมั่นว่าความดีที่โรงเรียน คณะครูสะสมมา บุคคลคนจะมาทำลายสถาบัน แล้วทำให้สถาบันต้องเสื่อมถอย คงไม่ใช่ มันป็นเรื่องของบุคคล อย่าเอาสถาบันเข้ามาเกี่ยวเราช่วยกันสร้างชื่อเสียงของโรงเรียนมาตลอด ขอวอนสื่อมวลชนให้ช่วยเป็นกระบอกเสียงให้ทางโรงเรียนด้วยว่าโรงเรียนเสียใจ และขอฝากไปยังครูคนนั้น ถ้าคุณยังอยู่และคุณดูฉันอยู่ คุณอยากจะพูดอะไรกับสื่อมวลชนคุณช่วยตอบมา คุณควรจะยอมรับผิด ไม่ควรสู้คดี คุณต้องยอมรับผิดอย่างเดียวค่ะ"   ด้าน พ.ต.อ.ชัชพิมุข มีมุข ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท กล่าวว่า หลังจากพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความร้องทุกข์แล้วในบ่ายวันเดียวกัน ได้ทำเรื่องขออนุมัติหมายจับถึงศาลจังหวัดชัยนาท หลังจากออกหมายจับแล้ว ต่อมาวันอาทิตย์ช่วงเช้า ผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน โดยพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี มีโทษจำคุกตั้งแต่ 7 – 20 ปี แต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ และในวันเดียวกันพนักงานสอบสวนได้ควบคุมผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาลจังหวัดชัยนาท และศาลอนุญาตฝากขัง 12 วัน แต่เป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะประกันตัวออกไป    หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะทำหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน โดยสอบปากคำผู้ปกครองและเด็ก ซึ่งในส่วนของเด็กต้องทำการสอบสวนโดยสหวิชาชีพ เบื้องต้นได้ทยอยสอบไปบางส่วนแล้ว คาดว่าไม่เกิน 15 วัน จะสามารถรวบรวมข้อมูลการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องได้ทั้งหมด  

 31,082
ข่าวภูมิภาค
08 ก.พ. 60

รวบแล้ว คนร้ายโรคจิตใช้เกียงจี้คอ เชือกมัดมือ สาวท้อง 7 เดือน ปัดทำอนาจาร อ้างแค่ชิงทรัพย์

รอง ผบ.ตร.แถลงข่าวรวบคนร้ายโรคจิต ใช้เกียงจี้คอ เชือกมัดมือ สาวท้อง 7 เดือน เจ้าตัวปัดพยายามทำอนาจาร อ้างแค่ต้องการชิงทรัพย์     เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 8 ก.พ.60 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.สุรพล วิรัตน์โยสินทร์ รอง ผบช.ภ.2 และ พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ร่วมกันแถลงข่าวผลงานการจับกุมผู้ต้องหา 2 คดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา โดยการนำของ พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.หัวหน้าสถานี   โดยคดีแรกจับกุม นายลิบ หรือตะวัน ไชยสิทธิ์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ 2 ต.โพธิชัย อ.เมือง จ.หนองคาย ผู้ต้องหาก่อเหตุทำร้ายร่างกาย น.ส.เอ (นามสมมุติ) สาวท้อง 7 เดือน วัย 23 ปี อาชีพพนักงานร้านวัตสัน สาขาศูนย์การค้ารอยัลการ์เด้นท์พลาซ่า พัทยา ริมถนนเลียบชายหาดพัทยา เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อเวลาประมาณ 10.45 น.ของวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา พร้อมของกลางเกียงฉาบปูนและเชือกผ้าที่ใช้ก่อเหตุ   สอบปากคำนายลิบ ให้การรับสารภาพว่า ในวันเกิดเหตุได้ลักลอบเข้าไปในศูนย์การค้าก่อนที่จะเปิดให้บริการ เมื่อเห็น น.ส.เอ เดินเข้าห้องน้ำหญิงบนชั้น 2 จึงติดตามเข้าไปแล้วใช้เกียงจี้บริเวณลำคอเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้อง แต่ผู้เสียหายขัดขืนจึงดึงเชือกผ้าออกจากไม้ถูพื้นเพื่อจะนำมาผูกมัดร่างกาย แต่ต่อมามีหญิงสาวอีกคนมาเข้าห้องน้ำและผู้เสียหายตะโกนเรียกให้คนช่วย จึงรีบวิ่งหลบหนีออกจากห้องน้ำแล้วออกจากไปจากศูนย์การค้า ส่วนสาเหตุที่ผู้ต้องหาทำไปเพราะต้องการทรัพย์สิน ไม่ได้ตั้งใจจะกระทำอนาจารหรือข่มขืน เพราะเห็นว่าผู้เสียหายเป็นคนท้อง นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติพบว่าเคยต้องโทษในคดีลักทรัพย์และเสพยาเสพติดมาตั้งแต่อายุ 16 ปี นับรวมแล้วผู้ต้องหารายนี้เข้าออกเรือนจำมาไม่ต่ำกว่า 20 ครั้ง   อีกคดีจับกุมนายศุภฤกษ์ โตพะ อายุ 26 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชนเลขที่ 68/5 ซอยวัดเวฬุวนาราม 34 เขตดอนเมือง แขวงดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาก่อเหตุลักทรัพย์ตามบ้านเรือนของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ พร้อมของกลางรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อเชฟโรเล็ต แคปติวา สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ฆด-6773 กทม. ทองรูปพรรณ บัตรเครดิต และของกลางอื่นๆ อีกหลายรายการ  โดยแนวทางการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหารายนี้เคยก่อเหตุลักทรัพย์มาแล้วถึง 12 ครั้ง และเคยถูกตำรวจจับกุมข้อหาลักทรัพย์มา 2 ครั้งเมื่อปี 2551 และ 2557 เพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว โดยเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.59 ได้เข้าไปก่อเหตุขโมยกล้องถ่ายรูปดิจิตอลและรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อเชฟโรเล็ต แคปติวา สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ฆด-6773 กทม. ของ Mr.Michael Schmitz ที่บ้านพัก หมู่บ้านชายหาด ในซอยพระตำหนัก 5 บนเขาพระตำหนัก พัทยาใต้ ก่อนที่จะขับรถหลบหนีไปเปิดห้องพักอาศัยอยู่ที่โรงแรม "ลูกช้างอินน์" ตรงข้ามซอย 9 ถนนทัพพระยา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ กระทั่งมาถูกตำรวจจับกุมตัวได้ดังกล่าว   พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า คดีของนายลิบ ที่ก่อเหตุกับหญิงสาวซึ่งเป็นคนท้อง 7 เดือน ก็อยากจะฝากหญิงสาวทุกคนที่จะเดินทางไปในที่เปลี่ยวคนเดียว การแต่งกายก็ขอให้มิดชิดและมีความรอบคอบ สิ่งที่สำคัญก็คือควรจะมีเพื่อนไปด้วย ก็ขอให้ระมัดระวัง ในส่วนของคดีลักทรัพย์ก็ฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนหรือนักท่องเที่ยวว่าควรเก็บทรัพย์สินไว้ในที่มิดชิด โดยเฉพาะกุญแจรถไม่ควรวางไว้ล่อตาล่อใจโจร เพราะคนร้ายสามารถนำกุญแจไปใช้ขโมยรถของตัวเองได้.           &nbsp;</div> <div> &nbsp;</div>

 5,939
แชร์ออฟเดอะเดย์
08 ก.พ. 60

ชาวเน็ตวิจารณ์ยับ สาวแก้ผ้า live สดผ่านเฟซบุ๊ก ตร.ชี้ผิดอนาจาร

โลกออนไลน์จวกยับ  สาวแก้ผ้าเต้น Live สด ผ่านเฟซบุ๊ก เพจดังเผยแฝงโฆษณาเว็บไซต์การพนัน แนะแจ้ง ปอท. ตร.ชี้ผิดอนาจาร   เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 โลกออนไลน์ได้มีกระแสดราม่า คลิปของสาวรายหนึ่งที่ออกมาถอดเสื้อผ้าเต้นโชว์ ทุกสัดส่วนในร่างกาย ผ่านช่องทาง Live เฟซบุ๊ก ก่อนที่เพจดังกล่าวจะถูกผู้ใช้เฟซบุ๊กรายอื่นกดรีพอร์ตจนถูกปิดไปในที่สุด และตามมาด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมของการกระทำเช่นนี้   ขณะที่เพจดัง Drama-addict ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า หากเจอการกระทำในลักษณะนี้สามารถแจ้งไปที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) หรือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)ได้ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเป็นการโฆษณาแฝงไปยังเว็บไซต์การพนัน    ด้าน ตำรวจได้กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เป็นการกระทำผิด 2 ส่วน ส่วนแรกมีความผิดฐานอนาจารแน่นอน อีกส่วนเป็นความผิดของเฟซบุ๊กที่ปล่อยให้มีการเผยแพร่ภาพและคลิปอนาจาร ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยการติดตามตัวหญิงสาวที่เปลือยกายและเต้นโชว์ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์นั้น เป็นหน้าที่ของตำรวจบก.ปอท.จะดำเนินการติดตามตัวมาสอบสวนและดำเนินคดี ส่วนมาตรการป้องกันตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันหารืออีกครั้ง เพื่อวางแผนและวางมาตรการไม่ได้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก     

 4,061

Top