ค้นหา :

ผลการค้นหา "จับกุม"

ข่าวภูมิภาค
01 ก.ย. 61

รวบภรรยาเจ้าของไร่ถูกฆ่าตัดคอฝังดิน สารภาพสิ้นร่วมมือกับชู้จริง อ้างนึกว่าแค่ให้พิการ

ตำรวจจับกุม นางสุภัชญา ศิริสุข อายุ 47 ปี ภรรยาของนายนวพงศ์ สัจธรรมภิวัตน์ อายุ 56 ปี เจ้าของไร่ใน จ.กาญจนบุรี ที่ถูกนายภูผาทอง ผาทองภูมิ หรือใหญ่ อายุ 36 ปี และพวกรวม 5 คน ฆ่าตัดคอก่อนนำไปเผาและฝังกลางไร่มันบนเขาใน อ.ไทรโยค เมื่อปี 2558 และเพิ่งถูกจับกุมเมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังถูกตั้งข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย”       จากการสอบสวน นางสุภัชญา ให้การภาคเสธว่า ตนเองกับสามีที่เสียชีวิตคบหาและอยู่กินกันมาจนมีลูก 3 คน แต่หลังจากนายใหญ่ เข้ามาทำงานที่ไร่ก็เริ่มสนิทสนมกันจนมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกัน ในตลอดระยะเวลาที่แอบคบกับนายใหญ่นั้น ตนกับสามีก็เริ่มทะเลาะเบาะแวงกันโดยตลอด ซึ่งนายใหญ่ก็บอกว่าสามีทำมนต์ดำใส่ทุกคนในบ้าน ซึ่งตนเองก็เชื่อสิ่งที่นายใหญ่พูด ต่อมาก่อนเกิดเหตุ 1 เดือน นายใหญ่ได้พูดคุยกับตนว่าจะลงมือทำร้ายสามีตน โดยต้องการทำให้ขั้นพิการแต่ไม่ถึงขั้นเสียชีวิต แต่เมื่อถึงวันก่อเหตุไม่ได้เป็นตามที่ตกลงกัน ซึ่งตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไรก็ปล่อยให้เรื่องนี้เงียบไป   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำก่อนที่จะควบคุมตัวส่งศาลจ.กาญจนบุรีดำเนินคดีต่อไป     สำหนับการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากหลังที่ตำรวจกองปราบปรามได้จับกุมผู้ต้องทั้งหมด 5 ราย ที่ร่วมกันก่อเหตุฆ่าโหดนายจ้าง ต่อมาได้สืบสวนขยายผลเพิ่มเติมจนพบว่า นางสุภัชญา ภรรยาผู้ตายมีส่วนรู้เห็นในการวางแผนสังหารครั้งนี้ด้วย ทางเจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมหลักฐานขออำนาจศาลจังหวัดกาญจนบุรีออกหมายจับและวางแผนเข้าจับกุมดังกล่าว                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/jokrsK47HL8

 17,077
สังคม-อาชญากรรม
26 ส.ค. 61

รวบ 'ดร.เก๊' หัวหน้าแก๊งสารพัดโกงตุ๋นคุณหญิง-คุณนาย สูญเงินนับ100ล้าน พบก่อคดีโชกโชน

ตำรวจกองปราบ รวบตัว น.ส.ศิโรรัตน์ หรือ รุ่งนภา อุทัยอาจ อายุ 43 ปี หัวหน้าแก๊งสารพัดโกง ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงทรัพย์ หลังตั้งแก๊งตุ๋นลอตเตอรี่ หลอกขายโฉนดที่ดิน และหลอกเล่นพนันกำถั่ว โดยเหยื่อส่วนใหญ่เป็นข้าราชการเกษียณและกลุ่มคุณหญิงคุณนายสูงอายุ มูลค่าความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท                      ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/ptwpHok1Two

 4,613
สังคม-อาชญากรรม
28 ก.ค. 61

อดีต ผญบ. ปัดข่มขืน 'สาวม้ง' อ้างสมยอม โชว์รูปหวังได้เป็นเมียคนที่3 - เผยคลิปสุดท้ายเหยื่อก่อนสิ้นใจ

รวบอดีตผญบ. ข่มขืนสาวม้ง ปฏิเสธเสียงแข็งอ้างเป็นการสมยอม พบพฤติกรรมฝ่ายชาย นำภาพมาแชร์ แค่ต้องการอวดมีเมียเพิ่มอีกคน  สุดสลดก่อนสิ้นใจสาวม้ง ชี้รูปคนข่มขืนได้ชัดเจน พร้อมขอให้จับมาดำเนินคดี    ความคืบหน้าคดีสาวชาวม้งอายุ 22ปี กินยาฆ่าแมลงฆ่าตัวตายจนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา เพราะรู้สึกเครียดและอับอาย ที่ถูกนาย นพดล นวอริยะ อดีตผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.พบพระ จ.ตาก  ที่ถูกออกหมายจับและตั้งรางวัลนำจับจำนวน 8 หมื่นบาท     โดยเมื่อวานนี้ (27 ก.ค.) ตำรวจสามารถติดตามจับกุมนายพนดลได้ บริเวณศาลาริมทางริมถนน อ.เมือง จ.ตาก จึงแสดงหมายจับกุม เจ้าตัวก็ยินยอมให้จับกุมแต่ให้การปฏิเสธ ตำรวจจึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. เบื้องต้นนายนพดลให้การปฏิเสธเรื่องการข่มขืน อ้างว่าเป็นการสมยอมกัน      นายนพดลเปิดเผยว่า ตัวเองขายยาสมุนไพรให้กับผู้ตายผ่านทางเฟซบุ๊กและพูดคุยในลักษณะจีบผู้ตายจริง  ก่อนจะเดินทางมามีความสัมพันธ์กับผู้ตายที่จ.ลำปาง โดยคืนนั้นมีเพศสัมพันธ์ถึง 5 ครั้ง และยืนยันว่าไม่ได้ข่มขืน ช่วงที่อยู่ในห้องพักด้วยกัน ก็ยังนำมือถือคนตายมาแอบถ่ายภาพคู่กัน เพื่อส่งให้ชายหนุ่มอื่นๆ ที่มาติดพันผู้ตายรู้เรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน ยืนยันไม่ได้ถ่ายคลิปไว้ข่มขู่ผู้ตาย และไม่ได้ข่มขืน ฝ่ายหญิงและตนสมยอมกันและขอโทษครอบครัวฝ่ายหญิง      ด้าน พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ ได้แถลงรายละเอียดการจับกุม ระบุว่า แม้นายนพดลจะปฏิเสธ แต่ตำรวจมีหลักฐานแน่นหนาในการดำเนินคดี ซึ่งพฤติกรรมของผู้ต้องหานี้น่ากลัวเพราะใช้อำนาจหน้าที่การงาน มาข่มขู่ฝ่ายหญิง และหลอกว่าขายยาสมุนไพร แก้ปวด ซึ่งผู้ตายต้องการซื้อยาสมุนไพรมารักษาการปวดหลัง โดยผู้ต้องหาอยู่จ.ตาก เดินทางไปหาที่ จ.ลำปาง โดยอ้างกับผู้ตายว่าจะไปส่งของให้ลูกค้าที่จ.ลำปาง จึงนำยาสมุนไพรไปให้ผู้ตายด้วยก่อนจะมีเพศสัมพันธ์กัน   แต่ขณะที่มีอยู่ในห้องด้วยกันผู้ต้องหาก็นำมือถือของคนตายแอบถ่ายภาพคู่ในลักษณะอยู่ข้างเตียง แต่ภาพนั้นเห็นหน้าผู้ต้องหาแค่ครึ่งหนึ่ง แต่เห็นผู้ตายชัดเจน จากนั้นส่งไปให้ชายหนุ่มคนอื่นที่ทักแชททางเฟซบุ๊กฝ่ายหญิง  ทำให้ภาพความสัมพันธ์ของระหว่างนายนพดลกับผู้ตายแชร์ออกไปอย่างกว้างขวาง ทำให้ผู้ตายเกิดความอับอายและเครียดมาก เพราะตามประเพณีของชาวม้ง ถือว่าเป็นการผิดผี เพราะทั้งคู่ต่างมีครอบครัวอยู่แล้ว ฝ่ายหญิงจึงกินยาฆ่าแมลงฆ่าตัวตายและเสียชีวิตในเวลาต่อมา   สำหรับพฤติกรรมของนายนพดล พบว่าหลังก่อเหตุทำลายหลักฐานทิ้งหมด ทั้งมือถือและเสื้อผ้าที่ก่อเหตุ ซึ่งตำรวจจะสืบสวนขยายผลว่านายนพดลเคยไปก่อเหตุลักษณะดังกล่าวนี้กับหญิงคนอื่นหรือไม่      ด้าน พ.ต.อ. มานะ กลีบสัตบุศย์ รองผู้บังคับการปคม.หัวหน้าชุดจับกุม ระบุว่า  ผู้ต้องหาไม่ได้มอบตัวเอง และมีพฤติกรรมจะหลบหนี โดยนายนพดลมีภรรยาแล้ว 2 คน มีลูกรวมทั้งหมด 4 คน และต้องการได้ผู้เสียชีวิตมาเป็นภรรยาอีกคน จึงแชร์รูปภาพความสัมพันลึกซึ้งกับผู้ตาย เพื่อให้ทุกคนทราบว่าเป็นเมียของเขา เพราะหน้าตาสวยและเป็นที่หมายปองของชายหนุ่มอื่นๆหลายคน   สำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสลดใจ  ช่วงที่ผู้ตายให้ข้อมูลกับนายอัฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญกรรม ที่เข้ามาช่วยเหลือเรื่อองคดีนี้ โดยช่วงที่สอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น ผู้ตายไม่สามารถพูดได้ เพราะยาฆ่าแมลงที่กินไปทำลายอวัยวะภายในทั้งหมดได้เพียงแค่พยักหน้า   ซึ่งเนื้อหาใจความโดยสรุปในการสอบถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฝ่ายหญิงยินยอมมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ ผู้ตายก็ส่ายหน้า และถามว่ามีความสัมพันธ์กันกี่คน ผู้ตายก็ชี้แค่คนเดียว   แต่ช่วงนาทีก่อนที่ผู้ตายจะสิ้นลมหายใจ คือ ผู้ตายชี้ที่รูปนายนพดล แล้วมีสีหน้าโกรธแค้นชัดเจน นายอัจฉริยะถามว่าคนนี้ทำใช่ไหม ผู้ตายก็ชี้ที่รูปและมองหน้าน้องสาวฝาแฝดในลักษณะส่งสัญญาณว่า ช่วยจับคนนี้มาดำเนินคดีให้ได้  จากนั้นก็สิ้นลมหายใจ    ช่วงนาทีนั้น นายอัฉริยะ กล่าวว่า บีบหัวใจมาก และสงสารผู้ตาย เขาถูกกระทำจากนายนพดลจริงและทำให้เขาต้องอายจนต้องทำร้ายตัวเองเพื่อจบชีวิต สำหรับนายนพดล ผู้ต้องหานี้ ถูกปลดจากการเป็นผู้ใหญ่บ้าน เพราะมีการร้องเรียนว่า กระทำการข่มขืนและมีลักษณะคล้ายๆกับผู้ตาย  จนมาก่อเหตุกับสาวม้งผู้ตาย   แต่ทางด้านญาติและครอบครัวของนายนพดลก็ปฏิเสธว่านายนพดลไม่ได้ก่อเหตุข่มขืน นายนพดลเป็นคนดี ทำมาหากิน หาเลี้ยงครอบครัว และไม่เชื่อว่าจะไปก่อเหตุข่มขืนสาวม้งคนนี้ แต่เชื่อว่าป็นการสสมยอมกัน   นอกจากนี้ยังพบว่า ระหว่างที่นายนพดลมีความสัมพันธ์กับสาวม้งผู้ตาย ภรรยาของนายนพดลทั้งสองคนก็ทราบเรื่องนี้และรู้ว่า นายนพดลจะเดินทางไปจ.ลำปาง เพราะไปหาลูกอีกคนที่อยู่ใน จ.ลำปาง แต่ไม่รู้ว่าไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ตาย                           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/ugXI7dklUgg

 29,708
การเมือง
12 พ.ค. 61

รวบตัว 'เอกชัย' แกนนำกลุ่ม 'คนอยากเลือกตั้ง' ปมนำม็อบบุกปราศรัยโจมตีรัฐบาล

พ.ต.อ.จักรกริศน์ โฉสูงเนิน ผกก.สน. ชนะสงคราม นำกำลังเข้าจับกุมตัว นายเอกชัย หงส์กังวาน แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในฐานความผิดร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีการอื่นใด อันมิใช่การกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนและเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินฯ โดยจับกุมได้บ้านพักย่านบางกะปิ      สำหรับคดีนี้สืบเนื่องจากนายเอกชัย เป็นแกนนำเคลื่อนผู้ชุมนุมมาปราศรัยขับไล่โจมตีรัฐบาลและ คสช.ที่หน้า บก.ทบ. เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา  โดยได้กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายหลายบทตามข้อหาดังกล่าว ซึ่งได้มีการแจ้งความดำเนินคดีผู้ชุมนุมรวม 57 คน ขาดเพียง นายเอกชัย เพียงคนเดียวที่ขัดหมายเรียก ไม่เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน จึงยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับนายเอกชัยต่อศาลอาญา และศาลได้อนุมัติหมายจับดังกล่าวจนนำมาสู่การจับกุมตัว    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีการอื่นใด อันมิใช่การกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนและเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินฯ ซึ่งนายเอกชัยได้ให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน ส่วนทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ค้านการประกันตัว จึงส่งพนักงานสอบสวน สน. ชนะสงคราม ดำเนินคดีตามกฎหมาย                        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/dV8IH3AtSqU

 3,459
ข่าวภูมิภาค
12 พ.ค. 61

บุกทลายผับเถื่อนกลางเมืองขอนแก่น ปล่อยเยาวชนใช้บริการอื้อ พบเด็กอายุ 14 ปี 3 คน

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง บุกทลายผับบ้านกรูกลางเมือง จ.ขอนแก่น หลังได้เบาะแสว่า ผับบ้านกรูฝ่าฝืนคำสั่งของหัวหน้าคสช.ที่ 22/2558 หลายข้อ ทั้งการปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปใช้บริการเป็นประจำ จนเป็นที่รู้กันทั่วไป นอกจากนี้ยังมีการขายสุราให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขายเหล้าเกินเวลา และเปิดสถานบริการจนถึงตี 4 ตี 5 เกือบทุกวัน      จากการตรวจสอบพบ มีเยาวชนเข้าใช้บริการจำนวนมาก เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ถึง 94 คน พบอายุต่ำสุดเพียง 14 ปีถึง 3 คน ก่อนตรวจปัสสาวะผู้เข้ามาใช้บริการพบว่ามีปัสสาวะสีม่วง 14 ราย   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหาแก่นายวสันต์ แพงพิศาล ผู้ดูแลร้าน จำนวน 5 ข้อหา ได้แก่ 1.ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี 3.จำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด 4.จำหน่ายสุราให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี 5.ยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะได้รายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น สั่งปิดผับบ้านกรู ตามคำสั่งหัวหน้าคสช.มีกำหนด 5 ปีต่อไป                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/IRlveq-gm5w

 2,718
ข่าวภูมิภาค
12 พ.ค. 61

ตร.ปัตตานีปิดถนนจับแก๊งเด็กแว้นซิ่งป่วนเมือง รวบตัวได้ 132 คน ฉี่ม่วงอื้อ

ตำรวจเมืองปัตตานีปฏิบัติการปิดถนนจับแก๊งเด็กแว้นซิ่งป่วนเมือง หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชน สามารถรวบตัวเด็กแว้นได้จำนวน 132 คน เป็นผู้ชาย 117 คน ผู้หญิง 15 คน พบส่วนใหญ่เป็นเยาวชน ตรวจสอบพบปัสสาวะเป็นสีม่วง 18 คน            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/BIJS_n-avJs

 3,286
แชร์ออฟเดอะเดย์
12 พ.ค. 61

จับแล้ว! ไกด์ในคลิปด่าทัวร์จีนบังคับซื้อของ ที่แท้เป็นคนจีนด้วยกัน

ความคืบหน้าจากกรณีโลกออนไลน์จีนแชร์คลิปมัคคุเทศก์บังคับนักท่องเที่ยวชาวจีนให้ซื้อของฝากจากร้านแห่งหนึ่งในพัทยา  จ.ชลบุรี นั้น   ล่าสุดตำรวจ สภ.เมืองพัทยา แถลงจับกุมตัวนายลี่ ไห (LI HAI) อายุ 21 ปี สัญชาติจีน ในข้อหาประกอบอาชีพมัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับอนุญาต (ไกด์เถื่อน) โดยนายลี่ ไห ให้การรับสารภาพว่า เป็นบุคคลที่ปรากฏในคลิปวิดีโอและข่มขู่นักท่องเที่ยวจริง เนื่องจากนักท่องเที่ยวปฏิเสธที่จะจ่ายเงินที่เรียกให้จ่ายเพิ่มเติม      เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาเป็นมัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และยังขออำนาจศาลออกหมายจับนายเจริญพร สุขวิถี อายุ 45 ปี กับนางรัตนา หงษ์ทอง อายุ 39 ปี กรรมการบริหารบริษัท TYT (ไท่หวันเถิง) จำกัด บริษัทต้นสังกัดของนายลี่ ไห ในข้อหาก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมถึงเก็บค่าบริการต่ำกว่ากฎหมายกำหนด และไม่จัดให้มีมัคคุเทศก์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย                        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/phxPXNOe2cw

 5,302
สังคม-อาชญากรรม
12 พ.ค. 61

รวบแล้ว! โชเฟอร์แท็กซี่หื่นอนาจาร-ชิงทรัพย์พีอาร์สาว อ้างเหยื่อสวยเลยอดใจไม่ไหวหอมไปหนึ่งฟอด

ตำรวจ สน.คันนายาว จับกุมตัว นายบุญเลิศ ผ่องใบทอง อายุ 52 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ก่อเหตุอนาจารและชิงทรัพย์ พีอาร์สาวร้านอาหารย่านทองหล่อ บนทางด่วนฉลองรัช ( เอกมัย – รามอินทรา )   ด้านผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ลวนลามหญิงสาวและขโมยทรัพย์สินจริง โดยอ้างว่าในคืนเกิดเหตุได้รับผู้เสียหายขึ้นรถมาในสภาพมึนเมาพูดไม่รู้เรื่องว่าจะให้ไปส่งที่ไหน ระหว่างทางเห็นผู้โดยสารหน้าตาดีจึงอดใจไม่ไหวหอมแก้มไปหนึ่งฟอดและขโมยแหวนทอง ก่อนที่ผู้โดยสารจะเริ่มขัดขืนหนีลงจากรถไป   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนและข้อหากระทำอนาจารบุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยบุคคลเช่นว่านั้นไม่สามารถขัดขืนได้                  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/1zWRZokH63k      

 3,781
ข่าวภูมิภาค
06 พ.ค. 61

รวบแก๊ง 3 หนุ่มจีนตระเวนยกเค้าหมู่บ้านหรูที่เชียงใหม่ เผยก่อเหตุเสร็จบินกลับจีนก่อนมาไทยลงมือซ้ำ

ตำรวจเมืองเชียงใหม่ จับกุมตัวชายชาวจีน 3 ราย ทราบชื่อคือ MR.WEI YI อายุ 33 ปี MR.WEI SHANYAO อายุ 30 ปี และก็ MR.WEI QUANFA อายุ 23 ปี หลังก่อเหตุเช่ารถตระเวนย่องเบางัดบ้านผู้เสียหายในหมู่บ้านหรู ยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ยังมีสมาชิกในแก๊งอีก 4 คนที่หลบหนีอยู่ เมื่อก่อเหตุเสร็จจะบินกลับประเทศจีนก่อนจะบินกลับเข้าไทยมาก่อเหตุซ้ำอีก                        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/-Udw5JinEm8

 1,865
สังคม-อาชญากรรม
06 พ.ค. 61

กองปราบรวบหนุ่มวัย29 ฉายา 'อายุน้อยร้อยล้าน' ตุ๋นเหยื่อทำแฟรนไชส์ เสียหายกว่า 100 ล้าน

ตำรวจกองปราบปรามจับกุม นายชาญณรงค์ โพธิ์งาม อายุ 29 ปี เจ้าของฉายา “อายุน้อยร้อยล้าน” ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 902/2561ลง 27 เมษายน ในฐานความผิด “ร่วมกัน ฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน”     สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายในเขตพื้นที่ จ.สงขลา และยะลา แจ้งความร้องทุกข์ว่าถูกนายชาญณรงค์อ้างว่าเป็นกรรมการบริษัท เอสเอฟ กรุ๊ป ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการขายแฟรนไชส์เคาน์เตอร์เซอร์วิส เช่น จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ จ่าย บิลต่างๆ และสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ทางเว็บไซต์ของบริษัท ชักชวนให้ร่วมลงทุน โดยผู้ที่จะสมัครต้องสมัครสมาชิกเป็นเงิน 9 หมื่นบาท จะได้เงินปันผล เดือนละ 5,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 5 ต่อเดือน ซึ่งอัตราดอกเบี้ยสูง และหากสมาชิกที่สมัคร สามารถแนะนำบุคคลอื่นมาสมัครสมาชิก จะได้ค่าแนะนำ 25,000 บาทต่อคน และหากแนะนำสองคนขึ้นไป จะได้เพิ่มรายละ 7,500 บาท พร้อมไปเที่ยวต่างประเทศฟรี เมื่อหลงเชื่อพบว่าในช่วงระยะแรกผู้เสียหายได้รับเงินปันผลเพียงบางส่วน จากนั้นได้เลิกจ่ายเงินปันผล และขาดการติดต่อกับกลุ่มผู้เสียหายไป ทำให้เกิดความเสียหาย 5.6 ล้านบาท      จนกระทั่งเจ้าหน้าหน้าที่ กก.6.บก.ป. ได้สืบสวนจนติดตามจับกุมได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา โดยยังพบว่า นอกจากกลุ่มผู้เสียหายที่ได้มาแจ้งความร้องทุกข์แล้วนั้น ยังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมาก ที่ถูกผู้ต้องหารายนี้ชักชวน จากการเดินสายหลอกลวงประชาชนในพื้นที่อื่นอีกทั่วประเทศ คาดว่าจะมีมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท     ด้านผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ ยืนยันว่าไม่ได้หลอกลวงผู้เสียหาย เบื้องต้น  กก.6 บก.ป. ได้ประสาน ป.ป.ง. เพื่อให้ตรวจสอบเกี่ยวกับทรัพย์สินของนายชาญณรงค์ เพื่อขยายผลเส้นทางการเงินว่า มีการยักย้ายถ่ายเทไปที่ใด หากพบมีใครเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป                           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/lojDAaUnnpk

 14,518
สังคม-อาชญากรรม
05 พ.ค. 61

บุกตรวจผับดังย่านสุขุมวิท23 รวบนักเที่ยวฉี่ม่วง 45 คน

ตำรวจท่องเที่ยวพร้อมด้วยตำรวจ สน.ทองหล่อ นำกำลังเข้าตรวจสอบสถานบันเทิงชื่อดังภายในซอยสุขุมวิท 23 หลังได้รับการร้องเรียนว่า มีการเปิดสถานบริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด   เบื้องต้นพบนักเที่ยว80 คน ทั้งหมดมีอายุเกิน 20 ปี เป็นชาย 29 หญิง 16 ราย ตรวจปัสสาวะพบเป็นสีม่วง 45 คน ส่วนสารเสพติดที่ใช้ พบว่าเป็นยาเอ็กซตราซี่ หรือ ยาอี และในจำนวนนี้มี 1 คน มียาเค ติดอยู่บนเสื้อผ้าตามร่างกาย เบื้องต้นได้ให้ตำรวจ สน.ทองหล่อ ควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป                    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/8VDIqcnVq_o                                      

 1,719
ข่าวภูมิภาค
29 เม.ย. 61

ปส.โชว์ผลงาน จับกัญชาอัดแท่งล็อตใหญ่ 600 กก. รวบผู้ต้องหาได้ 4 ราย

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) จับแก๊งคนร้ายลักลอบขนกัญชาอัดแท่งล็อตใหญ่น้ำหนักรวมถึง 600 กิโลกรัม บริเวณปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใน ต.ศรีสุทโธ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี โดยสามารถรวบตัวผู้ต้องหาได้ 4 ราย เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเตรียมขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป                         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/0xvTPhKSI7o

 1,916
แชร์ออฟเดอะเดย์
22 เม.ย. 61

จับได้แล้ว! แก๊งคนร้ายรุมยำคนขับรถเมล์-กระเป๋า-ผู้โดยสาร โชเฟอร์ยันไม่ได้ขับปาดหน้า

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปเหตุการณ์กลุ่มคนร้ายรุมกระทืบคนขับรถเมล์ กระเป๋ารถเมล์ และผู้โดยสาร กลางถนนที่ จ.นครปฐม     "ที่คนบ้านแพ้วขึ้นรถกันมาตั้งแต่เด็กๆไปเรียนหนังสือกัน อยู่กันมาหลายสิบปี หาเลี้ยงชีพครอบครัว รู้จักทักทายกันเหมือนพี่น้อง ลูกหลาน คิดราคาสิบกว่าบาทต่อคนมาหลายปีแล้ว วันหนึ่งต้องมาเจอกลุ่มคนใส่ไอ้โม้ง5-6คน ขึ้นมาทำร้ายคนขับและกระเป๋ารถเมล์ ร่วม15นาที เหตุเกิดวันเดียวโดนทำร้าย2คัน ทำให้รถเมล์บางคันไม่กล้าวิ่ง เพราะกลัวอันตราย และผู้โดยสารไม่กล้าขึ้นเพราะกลัวว่าไม่ปลอดภัย และกลุ่มไอ้โมงทิ้งท้ายว่า พวกเมิงอย่ามายุ่งกับรถ……..กู ถ้ายังนิ่งเฉยและปล่อยผ่าน วันข้างหน้าเราจะมีรถเมล์สายนี้ให้เราเห็นอีกไหม หรือเราอยากนั่งรถแอร์จากที่อื่น ที่มาวิ่งผ่านเส้นบ้านเรารับมั่งไม่รับมั่ง ไม่ได้อยากดังแต่ เผื่อจะมีคนช่วยลุงป้าน้าอา พวกนี้ได้   ขอบคุณครับ #อย่าโลกสวยมองแต่การพัตนา  #อย่าลืมสิ่งที่เคยพาเราไปเรียนจนมีทุกวันนี้  #อย่าคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องของเรา #คลองยังโดนกลบรถเมล์จะสูญสิ้น"         ด้านคนขับรถเมล์เล่าว่า กลุ่มคนร้ายเข้ามาหาเรื่องอ้างว่าตนเองไปขับรถปาดหน้า ซึ่งไม่ได้ขับรถปาดแต่อย่างใด ก่อนจะถูกรุมทำร้ายจนสะบักสะบอม  ขณะที่ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม จับกุมตัว 3 ผู้ต้องหาได้แล้ว พร้อมแจ้งข้อหา “ร่วมกันทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น”     ด้านคนขับรถเมล์เล่าว่า กลุ่มคนร้ายเข้ามาหาเรื่องอ้างว่าตนเองไปขับรถปาดหน้า ซึ่งไม่ได้ขับรถปาดแต่อย่างใด ก่อนจะถูกรุมทำร้ายจนสะบักสะบอม                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/RiSUuloBv3A

 2,296
ข่าวภูมิภาค
22 เม.ย. 61

บุกทลายปาร์ตี้เซ็กซ์หมู่กลางโรงแรมดังที่พัทยา ผงะหนุ่มสาวเปลือยกาย 25 คน

เมื่อคืนที่ผ่านมา นายนริศ นิรามัยวงศ์ นายอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี ประสานตำรวจ สภ.เมืองพัทยา บุกทลายปาร์ตี้เซ็กซ์ที่บ้านทิวลิป โรงแรมชื่อดังย่านเขาพระตำหนักซอย 6 ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบคู่รักชายหญิงหลายสัญชาติ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา จีน มาเลย์เซีย สิงค์โปร เยอรมัน ไทย กัมพูชา อินเดีย และยูเครน จำนวนกว่า 10 คู่ แยกเป็นชาย 11 คน หญิง 14 คน รวมเป็น 25 คน กำลังเปลือยกายล่อนจ้อน และพบถุงยางอนามัย เจลหล่อลื่น ยาปลุกเซ็กซ์ อุปกรณ์ช่วยกระตุ้นทางเพศ โดยนายเซิ่งไฉ หยาง อายุ 53 ปี สัญชาติจีน แสดงตัวเป็นเจ้าของ     ด้านนายนริศเปิดเผยว่า การจับกุมสืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนว่าสถานที่ดังกล่าว ลักลอบจัดปาร์ตี้เซ็กซ์สำหรับผู้ที่ชอบแนวเซ็กซ์หมู่ และแลกเปลี่ยนคู่นอน รวมถึงแนวสวิงกิ้ง โดยประกาศผ่านเว็บไซต์ ผู้เข้าร่วมจะต้องสมัครสมาชิกผ่านเว็บไซต์ และมีกติกาว่าผู้เข้าร่วมปาร์ตี้จะต้องเป็นคู่รักชายหญิง โดยมีค่าใช้จ่ายคืนละ 1,500 บาท ต่อ 1 ท่าน ภายหลังรับเรื่องจึงประสานตำรวจหลายหน่วยงานลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวก่อนเข้าจับกุมดังกล่าว   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา นายเซิ่งไฉ หยาง เจ้าของกิจการโรงแรม ข้อกล่าวหา 1.ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ.2547 2.เพื่อสนองความใคร่ผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม   ขณะที่พนักงานโรงแรม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา 1.เป็นผู้สนับสนุน เพื่อสนองความใคร่ผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม                           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Az2ib6OuCXM

 28,907
สังคม-อาชญากรรม
21 เม.ย. 61

รวบอดีตพนง.ขายประกันภัยเปิดเฟซบุ๊กรับซื้อสมุดบัญชี-atm ก่อนขายต่อให้มิจฉาชีพ

รวบหนุ่มขายประกันหัวใส รับซื้อสมุดบัญชีธนาคาร ผ่านเฟซบุ๊ก ส่งขายต่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์และกลุ่มมิจฉาชีพ     เมื่อวานนี้ตำรวจท่องเที่ยวพร้อมตำรวจสน.สุทธิสาร จับกุม นาย นัฐชา พันธคุ้มเก่า อายุ32ปี อดีตพนักงานขายประกันบริษัทชื่อดัง พร้อมของกลาง สมุดบัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็ม และซิมการด์โทรศัพท์มือถือ     โดยพฤติกรรมของนายนัฐชา ไปเปิดเฟซบุ๊กชื่อ  ภานุพงศ์ สินชัยเจริญ ประกาศรับซื้อสมุดบัญชีพร้อมบัตรเอทีเอ็มของธนาคารแห่งหนึ่ง ในราคา เริ่มต้น900บาทถึง2หมื่นบาท  โดยมีเงื่อนไขคือต้องส่งหลักฐานทั้งหมดให้ก่อน จึงจะโอนเงินให้ บางรายที่สมัครบัญชีธนาคารผูกกับเบอร์มือถือเพื่อใช้ทำธุรกรรมออนไลน์ ก็จะสามารถอัพราคาได้ถึงหลักหมื่น หลังจากนั้นก็จะนำบัญชีที่รับซื้อมาไปขายต่อกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และกลุ่มมิจฉาชีพต่างๆไปก่อเหตุหลอกลวงผู้อื่น จนกระทั่งมาถูกจับกุม      ด้าน พลตำรจตรีสรุเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวว่า พฤติกรรมของผู้ต้องหาถือเป็นรูปแบบใหม่ ที่ใช้กับกลุ่มคนที่เดืออร้อนเรื่องเงิน จำยอมเปิดบัญชีให้ บางรายรู้ว่าการทำแบบนี้ผิดกฎหมายแต่ก็ยอม เพื่อแลกกับเงิน 900บาท การกระทำแบบนี้มีความผิด ทั้งผู้รับจ้างเปิดบัญชี และผู้รับซื้อบัญชี  โดยพบว่า ผู้ต้องหารายนี้ นำบัญชีธนาคารส่งขายต่อให้กับกลุ่มมิจฉาชีพไปแล้วกว่า 50บัญชี  บางส่วนส่งขายไปยังแก๊งคอลเซ็นเตอร์  ที่ตำรวจกำลังปราบปรามอย่างเข้มงวด    โดยตอนนี้สถานการณ์แก๊งคอลเซ็นตอลในประเทศไทยถือว่าเป็นศูนย์ เพราะตำรวจปราบปรามหนัก จับตั้งแต่ขบวนการใหญ่ในต่างประเทศ มาถึงผู้ร่วมขบวนการ ซึ่งพบว่าคนไทยที่เกี่ยวข้อง จากเดิมมีหมายจับกว่า 500ราย ตอนนี้ติดตามจับกุมเหลือเพียง134 รายเท่านั้น ซึ่งถือ่าเป็นแนวโน้มที่ดีในการปราบปรามแก๊งเหล่านี้ แต่พฤติกรรมของผู้ต้องหาที่จับกุมวันนี้ ก็คือการนำข้อมูลกลับเข้าสู่วงการเดิมของแก๊งคอลเซ็นเตอร์อีกครั้ง  จึงขอเตือนประชาชน อย่าเห็นแก่เงินรับจ้างเปิดบัญชี เพราะจะต้องถูกดำเนินคดี ทั้งจำและปรับและอาจจต้องติดคุกได้               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Zu8YQ_c2tFs

 2,242

Top