ค้นหา :

ผลการค้นหา "นครสวรรค์"

ข่าวภูมิภาค
11 ก.ค. 62

หลวงพี่ถือปืนจีวรปลิว วิ่งช่วยตัวประกัน ก่อนต้องสึกกลับไปเป็น ตร.ตามเดิม

นครสวรรค์-เฟซบุ๊กชื่อ โม่งดำ-Black Hood Tactical เผยให้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพ พระรูปหนึ่งกำลังวิ่ง โดยในจีวรคล้ายซ่อนอาวุธปืนยาวไว้   จากการตรวจสอบพบว่า ช่วงเวลาดังกล่าว มีนายเอื้อน อัตถะ อายุ60ปี ใช้มีดปลายแหลมประมาณ 1 ฟุต บุกจี้นางสำเริง วงษ์มณี อายุ 58 ปี ผู้เป็นภรรยา เพื่อต้องการให้กลับไปอยู่ด้วยกัน เนื่องจากทั้งคู่แยกกันอยู่ตั้งแต่ก่อนเดือนเมษาแล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจรจาเกลี่ยกล่อมนานหลายชั่วโมงแต่ก็ไม่เป็นผล   ในระหว่างนั้นมีหลวงพี่กอล์ฟ ซึ่งเดิมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ (หน่วยปฏิบัติการพิเศษกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์) พระลูกวัด ณ วัดสุคตวราราม อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ มาซื้อปัจจัยกับบริเวณปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุพอดี จึงดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ แต่สถานการณ์เริ่มตึงเครียดมากยิ่งขึ้น   ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจประเมินว่าคนร้ายอาจมีอาวุธปืนซ่อนอยู่ด้วย และเพื่อความปลอดภัยของตัวประกันจึงต้องรีบช่วยเหลือด้วยความระมัดระวังและช่วยเหลือให้เร็วที่สุด ทางหลวงพี่กอล์ฟ จึงต้องตัดสินใจขอยืมเสื้อเกราะกันกระสุนและอาวุธปืนลูกซอง ของเพื่อนตำรวจในหน่วยเดียวกันทำภารกิจช่วยเหลือตัวประกันและควบคุมตัวคนร้ายในครั้งนี้ จนกระทั่งตัวประกันวิ่งหนีออกจากออฟฟิศได้ เหลือแต่นายเอื้อนที่ยังไม่ยอมออกมา   ก่อนตัดสินใจถือมีดวิ่งออกจากออฟฟิศ เพื่อจะหนีการจับกุมและวิ่งหนีออกไปจากปั๊มน้ำมัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเร่งทำการควบคุมตัว โดยมีหลวงพี่กอล์ฟทำหน้าที่สนับสนุนและคุ้มครอง อยู่ในแนวหลังตามที่เห็นในภาพ และจากการค้นตัวคนร้ายมีมีด1เล่ม ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจท่านหนึ่งถูกมีดบาดเข้าที่มือด้านซ้ายและกกขาด้านซ้ายตอนชุลมุลช่วงเข้าจับกุม ส่วนตัวประกันและคนร้ายปลอดภัย   ต่อมาหลวงพี่กอล์ฟ ยอมรับว่า ตนเองเป็นพระที่ถืออาวุธปืนลูกซองตามที่เห็นในภาพจริง ซึ่งตนเองก็ละทางโลกหันหน้าเข้าหาทางธรรม ตั้งใจบวชปฏิบัติธรรม 20 วัน และในวันที่ 14 ของการที่เป็นพระอยู่นั้น ก็มีเหตุจำเป็นที่ต้องใช้ปัจจัยบางอย่าง และเป็นการบังเอิญที่ไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ซึ่งไม่ต้องการที่จะให้เกิดการสูญเสียใดๆกับใครทั้งสิ้น จึงลืมความเป็นพระและเข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่ในที่สุด   เมื่อเหตุการณ์จบลงตนเองก็ได้กลับวัดและสารภาพกับเจ้าอาวาสเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ทำลงไป ซึ่งเจ้าอาวาสก็บอกว่าเป็นการอาบัติอย่างแน่นอน แต่ทางเจ้าอาวาสก็ได้ปลอบใจว่า ที่ทำไปเพราะความจำเป็นในการช่วยเหลือชีวิตผู้อื่น จึงทำการปลงอาบัติให้ และตนเองจึงใช้เวลาที่เหลือ 6 วัน ตั้งใจศึกษาปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด จนเมื่อช่วงสายของวันนี้ ได้ลาสิกขาออกมา และปฏิบัติหน้าที่ตำรวจต่อในทันที   ในส่วนของคนร้ายนั้น ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหายาวได้แก่ 1.บุกรุกเคหะสถาน 2.ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธมีด 3.ทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจโดยการขู่เข็ญ 4.หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย 5.ทำให้เสียทรัพย์ 6.ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่โดยมีหรือใช้อาวุธทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ 7.พกพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนครสวรรค์แล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eiWUIzvWpAM

 92,628
ข่าวภูมิภาค
27 มิ.ย. 62

'สารวัตรแย้' เครียดเข้าให้ปากคำ จนท.ยันไม่มีกลั่นแกล้ง ผญบ.เผยมี ตร.มารอก่อนพัสดุซุกยามาส่ง

ความคืบหน้ากรณี พ.ต.ท.พิเชษฐ์ เสาแบน หรือสารวัตรแย้ ตำรวจท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่ มีชื่อรับพัสดุยาเสพติดที่ส่งไปบ้านใน อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ก่อนเจ้าตัวออกมาโพสต์ว่า เรื่องนี้ถูกลั่นแกล้งและมีการจัดฉากเป็นขบวนการ   ล่าสุด สารวัตรแย้ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.พยุหะคีรี เป็นครั้งแรก เพื่อให้ข้อมูลและมอบหลักฐานเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง ก่อนหน้านี้สารวัตรแย้โพสต์เฟซบุ๊ก ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และเชื่อว่าถูกกลั่นแกล้ง จากที่เคยปฏิบัติหน้าที่ในชุดปราบปรามยาเสพติด ในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร ก่อนที่จะย้ายมาประจำการที่จังหวัดเชียงใหม่   ภายหลังสอบปากคำนานกว่า 3 ชั่วโมง สารวัตรแย้ ออกจากห้องมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด และพยายามหลบเลี่ยงผู้สื่อข่าว ยันไม่เกี่ยวกับยาเสพติดใดๆทั้งสิ้น เรื่องแชทไลน์ที่มีชื่ออยู่ในกลุ่มผู้ค้ายา ได้แจ้งความไว้แล้วที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ ก่อนจะยอมรับว่าเครียดและกังวล แต่ก็ยังยืนยันในความบริสุทธิ์ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและเรื่องดังกล่าว ปฏิเสธไม่รู้จักกับชายที่เป็นผู้ส่งพัสดุและถูกคุมตัวได้แล้วที่ อ.สะตึก จ.บุรีรัมย์    ทางด้าน  พ.ต.อ.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จว.นครสวรรค์ เปิดเผย หลังสอบปากคำ ว่าการเชิญสารวัตรแย้มาให้ข้อมูลในฐานะพยาน และจากการสอบปากคำสารวัตรแย้เองก็ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แต่ก็ไม่สามารถสรุปได้ว่าคำให้การเป็นเรื่องจริง 100% ต้องนำไปตรวจสอบร่วมกับพยานหลักฐานอื่นๆ   ส่วนกรณี มีรายงานว่าแชทไลน์สารวัตรแย้ไปอยู่ในกลุ่มค้ายาเสพติดนั่น ขอตรวจสอบก่อน ซึ่งเรื่องนี้ต้องเร่งสอบสวนคลี่คลายให้กระจ่างโดยเร็ว   มีรายงานว่า กลุ่มค้ายาเสพติดที่มีปัญหากับสารวัตรแย้ มีอักษรย่อ อ. เรื่องเกิดขึ้นในสมัยที่สารวัตร ทำงานเป็นชุดปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่จ.กำแพงเพชร โดยขณะนี้คนที่มีเรื่องกับสารวัตรแย้ก็ถูกจับกุมไปแล้ว   สำหรับการเข้าจับกุม ครั้งนี้ยังเป็นที่สงสัยว่าเป็นการจัดฉากหรือไม่ เพราะทันทีที่พัสดุมาถึงที่บ้านของสารวัตรแย้ แม่ของสารวัตรแย้เซ็นรับ ตร.ชุดจับกุมก็มาจับทันที   ด้านผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนจะจับกุม มีตร.ปราบปรามยาเสพติด มาสอบถามว่า บ้านของสารวัตรแย้อยู่หลังไหน ตอนนั้นตนก็ตกใจเพราะตำรวจจะมาจับยาเสพติดที่บ้านของตำรวจเหรอ พอตนบอกพิกัดบ้านของสารวัตรแย้ไป ไม่นานแม่ของสารวัตรแย้ก็โทรมาบอกให้มาเป็นพยาน มียาเสพติดส่งมาหาสารวัตรแย้ ไม่ใช่ของสารวัตรแย้ ซึ่งตำรวจชุดจับกุมมีการมารอก่อนพัสดุจะมาถึง   ด้านแม่ของสารวัตรแย้ ระบุจะไม่ขอให้สัมภาษณ์อีกแล้ว และระบุว่า ให้ข้อมูลกับสื่อออกไปบางส่วนก็บิดเบือน ขอให้ตำรวจทำงานไป ลูกไม่ได้เกี่ยวข้อง   ขณะที่น้องชายสารวัตรแย้  ระบุว่า ตอนนี้ครอบครัวก็ครียด แต่ก็ดีขึ้นจากช่วงแรกๆ ยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นพี่ชายไม่ได้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดแน่นอน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wdQz5OtvEHA

 8,193
สังคม-อาชญากรรม
24 มิ.ย. 62

สารวัตรโอดถูกแก๊งค้ายาจองเวร หลังแม่เซ็นรับพัสดุ เปิดกล่องเจอยาเสพติด ถูกตร.จับคาบ้าน

นครสวรรค์-แม่ของสารวัตรนครสวรรค์ ร้องสื่อของความเป็นธรรมหลังมีกล่องพัสดุ ที่ระบุผู้รับเป็นนายพิเชษฐ เสาแบน ต.ท่าน้ำอ้อย อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ผู้ส่งระบุมาจาก พนมทวน แซ่หว่าง   เมื่อเซ็นชื่อรับพัสดุไปรษณีย์ที่หน้าบ้าน เพียงไม่ถึง 1 นาที ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าทีตำรวจปราบปรามยาเสพติดเข้าขอตรวจค้นพัสดุทันที โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส.อ้างว่าข้างในมียาเสพติด เมื่อทางเจ้าหน้าที่ฯแกะกล่องดูก็พบว่า มียาเสพติดจำนวนมากจริง โดยทางแม่เชื่อถูกกลั่นแกล้งจากผู้ไม่หวังดี   นางประชุม มากบุญ แม่ของ พ.ต.ท.พิเชษฐ เสาแบน มีตำแหน่งเป็น สารวัตรกองกำกับการ 2 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 โดยกล่องพัสดุมีชื่อลูกชายจึงเซ็นชื่อรับของไว้ แต่ปรากฏว่าตำรวจปราบปรามยาเสพติดรวมกว่า 10 คนเข้าขอค้นทันที ตนเองก็ยังงงว่าเกิดอะไรขึ้น และเมื่อพยายามสอบถามตำรวจปราบปรามยาเสพติดก็ได้คำตอบว่ามีสายรายงานเข้ามาว่ามีการส่งยา ตนเองพยายามจะโทรหาลูกชายแต่ก็ถูกยึดโทรศัพท์ไว้   หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็นำของกลางกลับไป ตนเองมั่นใจในความ บริสุทธ์ เพราะลูกชายเป็นถึงข้าราชการ และตนเองก็หาเช้ากินค่ำไม่เคยเห็นยาเสพติดมาก่อนด้วย อีกทั้งนานหลายปีแล้วลูกชายงานเยอะไม่ค่อยกลับมาบ้าน คาดว่าน่าจะมีการกลั่นแกล้งกัน เนื่องจากทราบว่าลูกชายเคยจับกุมคนร้ายที่ค้ายาเสพติดรายหนึ่งเมื่อปี 2558 ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์   ด้าน พ.ต.ท.พิเชษฐ เสาแบน หรือ สารวัตรแย้ ชี้แจงว่า เรื่องนี้ตนถูกกลั่นแกล้งจากกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดมาจ้องทำร้าย เพราะก่อนหน้านี้ตนรับราชการกวาดล้างจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาค 6 มานาน จนจับกุมผู้กระทำความผิดมาหลายราย และเคยมีการจับตัวการใหญ่ติดคุกตลอดชีวิตมาแล้ว จนครั้งหนึ่งเคยถูกร้องเรียนจนตนโดนขังไป 7 วัน ซึ่งก็หอบหลักฐานมาสู้คดีแก้ต่างอยู่เรื่อยมานานกว่า 3 ปี แต่กลุ่มขบวนการพวกนี้ก็ยังไม่หยุด ยังคงหาวิธีสารพัดมาเล่นงานตน จนต้องย้ายมาเป็นตำรวจท่องเที่ยว   นอกจากนี้ยังผันตัวเองมาเปิดเพจค้าพระเครื่อง ก็ยังถูกก่อกวน และล่าสุดมีการส่งพัสดุมาให้แม่ของตนตามที่เป็นข่าว โดยบ้านที่ถูกส่งพัสดุบรรจุยาเสพติดไปนั้นมีพ่อวัย 71 ปีป่วยอยู่ โดยมีแม่ตนอายุ 61 ปีคอยดูแล และตนจะเดินทางไปหานานๆครั้งเท่านั้น ตนเป็นนายตำรวจระดับสารวัตร จบนักเรียนนายร้อยมา คงไม่บ้องตื้นให้ส่งยาเสพติดมาที่บ้านโดยใช้ชื่อ-สกุลจริงของตนแน่ ซึ่งพวกนี้ยังคงจ้องจองเวรตนอยู่   ทราบว่ายาเสพติดดังกล่าวเป็นการจับมาจาก จ.บุรีรัมย์ แต่ขยายผลมาส่งยามาที่บ้านตนได้อย่างไร และหลังจากมีการจับกุมแม่ของตนก็ได้มีการนำตัวไปสอบปากคำ และปล่อยตัวมาแล้ว ซึ่งตนก็คงต้องรอหมายเรียกให้ตนไปสอบปากคำเช่นกัน ยอมรับว่าเหนื่อยเหลือเกินกับการที่ต้องมาหอบหาหลักฐานต่างๆ มาต่อสู้ให้ตัวเองพ้นผิดอยู่คนเดียวโดยไม่มีใครมาช่วย จึงขอสื่อมวลชนให้ความเป็นธรรมกับตนด้วย   ด้าน พ.ต.อ.อดิศักดิ์ สุนทรารักษณ์ ผู้กับกับสถานีตำรวจภูธรพยุหะคีรี ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้องกล่าวหาผู้ใดทั้งสิน แต่จะให้ทางพนักงานสอบสวนได้สืบหาจากหลักฐานต่างที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. โดยพนักงานสืบสวนจะได้เรียกนางประชุม มากบุญ แม่ของสารวัตร ที่เป็นคนรับพัสดุมาสอบสวน พร้อมทั้งเชิญตัว พ.ต.ท.พิเชษฐ มาสอบสวนเพื่อหาความจริง และผู้กระทำผิดมาลงโทษ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SO1tt_4OCN4

 8,175
ข่าวภูมิภาค
20 มิ.ย. 62

เจอไม้เบสบอล 8 อันอาวุธสังหาร 'น้องชายแดน' ติวเตอร์เครียดจัด ตร.ค้านประกันตัว

นครสวรรค์-จากคดี ด.ช.ฐปกร ทรัพย์สิน หรือน้องชายแดน อายุ 14 ปี ถูกติวเตอร์โรงเรียนเตรียมทหารทำร้ายเสียชีวิต จนมีการจับกุมติวเตอร์คือ นายณัฐพล ถาวรพิบูลย์ อายุ 27 ปี ตามที่ปรากฏไปนั้น   ล่าสุดเจ้าหน้าที่พบไม้เบสบอลทั้งสิ้น 8 อันที่เป็นอาวุธในการทำร้าย ถูกนายณัฐพลและลูกศิษย์หัวโจกไปทิ้งที่บริเวณใต้สะพานข้ามแม่น้ำปิง พื้นที่ ต.วัดไทร อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เพื่อทำลายหลักฐาน   โดยพบป้ายสติ๊กเกอร์ที่แปะติดอยู่กับถุงไม้เบสบอลที่สั่งซื้อทางออนไลน์ ระบุชื่อ นายณัฐพล ถาวรพิบูลย์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ตกเป็นข่าวด้วย   ขณะที่ตำรวจชุดสอบสวนเบิกตัวผู้ต้องหา 3 คน ได้แก่นายณัฐพล, ภรรยา และแม่ยาย ไปสอบสวนเพิ่มในบางประเด็น ภายหลังสอบสวนเสร็จตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เข้าห้องขัง สภ.เมืองนครสวรรค์ บรรยากาศเป็นไปอย่างเคร่งเครียด โดยเฉพาะนายณัฐพลถึงกับร้องไห้โฮกลางห้องขัง เพราะเกิดอาการเครียดหลังที่ถูกสอบสวนตลอดทั้งวัน   ทั้งนี้พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปทำลายหลักฐาน และข่มขู่พยาน ศาลพิเคราะห์แล้วมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว ส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ไปที่เรือนจำกลางนครสวรรค์ ฝากขังผัดแรก 12 วัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hLEkYxmGfak

 24,795
สังคม-อาชญากรรม
17 มิ.ย. 62

อายัดศพ 'น้องชายแดน' ส่งพิสูจน์ พ่อเชื่อถูกทำร้าย ด้านติวเตอร์เตรียมทหารปิดเงียบ

นครสวรรค์-จากกรณี ด.ช.ฐปกร ทรัพย์สิน อายุ 14 ปี หรือน้องชายแดน เสียชีวิตจากการถูกทำร้าย โดยมีบาดแผลที่ศรีษะแตก แขนหัก และมีร่องรอยถูกตีด้วยของแข็งหลายแห่ง ทำให้อวัยวะภายในได้รับความบอบช้ำ ตับอ่อนฉีกขาด ขณะที่เรียนกวดวิชาจากสถาบันแห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อเตรียมสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร   ความคืบหน้า (16 มิ.ย.62) เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ขออายัดร่างน้องชายแดน เพื่อส่งผ่าพิสูจน์ที่โรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากพ่อของน้องชายแดนสงสัยสาเหตุจากการเสียชีวิต ซึ่งน่าจะเกิดจากการถูกทำร้าย โดยพบว่าน้องชายแดนมีบาดแผลถูกทำร้ายร่างกายได้รับความบอบช้ำทั้งอวัยวะภายนอกและภายในหลายแห่ง หลังเข้าไปเรียนกับติวเตอร์วิชาเตรียมทหารในหมู่บ้านไอซ์แลนด์ 6 ตำบลวัดไทร อำเภอเมือง จังนครสวรรค์    ล่าสุด ตำรวจได้เชิญเพื่อนๆของน้องชายแดนที่เรียนติวเตอร์ด้วยกัน รวมถึงเจ้าของสถาบันกวดวิชาเตรียมทหารคนดังกล่าวมาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อที่จะรวบรวมสำนวนนำมาประกอบคดี ซึ่งตอนนี้ก็มีความคืบหน้าไปมากแล้ว และจะมีการเชิญนักเรียนรายอื่นๆที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบปากคำอีกหลายปากด้วย อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการขออายัดศพน้องชายแดนไว้ เพื่อส่งไปผ่าพิสูจน์ที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตให้แน่ชัด ทำให้ต้องยกเลิกกำหนดการพิธีฌาปนกิจศพที่จะมีขึ้นในวันนี้   อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าที่สถาบันกวดวิชาเตรียมทหารที่ตกเป็นข่าว ตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านไอซ์แลนด์ 6 ตำบลวัดไทร อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ปิดเงียบสนิทไม่มีเจ้าของบ้านและนักเรียนกวดวิชาอยู่แม้แต่คนเดียว และป้ายไวนิลที่ระบุข้อความกวดวิชาเตรียมทหารที่เคยติดอยู่หน้าบ้านก็ถูกถอดออกไปแล้ว ซึ่งมีทางเพื่อนบ้านรายหนึ่งได้ให้ข้อมูลว่าตั้งแต่เป็นข่าวบรรดานักเรียนที่เคยอยู่ ต่างทยอยพากันกลับบ้านหมด ส่วนป้ายไวนิลนั้นก็ถูกปลดออกตั้งแต่เกิดเรื่องวันแรกแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/m3pXcW9LAL0

 4,395
ข่าวภูมิภาค
13 พ.ค. 62

ปรบมือให้ 'เจ้าจารึก' ฮีโร่งวงยาว ช่วยเคลียร์ต้นไม้ เปิดถนนนครสวรรค์ หลังพายุถล่ม

นครสวรรค์-เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มพื้นที่ อ.พยุหะคีรี จนทำให้ต้นไม้ล้มขวางถนนเส้นนิคมเขาบ่อแก้ว รถไม่สามารถสัญจรผ่านไปได้ แต่ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพ ช้างแสนรู้ชื่อเจ้าจารึก ที่ควาญช้างได้นำเจ้าจารึกลงจากท้ายรถสิบล้อ มาช่วยลากต้นไม้ที่ล้มขวางถนน เปิดทางให้รถยนต์ของประชาชนสัญจรได้อีกครั้ง   ซึ่งเจ้าจารึกเป็นช้างสวยงาม แต่การทำภารกิจดังกล่าว ก็ผ่านไปอย่างเรียบร้อย ไม่เป็นอันตรายและไม่มีรอยเกี่ยวบนหน้าให้เป็นแผล ก่อนที่จะขึ้นรถบรรทุกต่อไปร่วมงานบวชที่ปากน้ำโพ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CV7F_VgpyMY

 8,900
ครอบครัวบันเทิง
30 เม.ย. 62

'จุฬามณี' ผู้แต่งกรงกรรม แย้มเรื่องใหม่ 'ระบำบุญ' ชีวิตมาลาเมียอาสี่ หลังทิ้งลูกไว้กับแม่ย้อย

เจ้าของนามปากกาจุฬามณี ผู้ประพันธ์ กรงกรรม ซึ่งเป็นคนพื้นเพ จ.นครสวรรค์ เผยความประทับใจหลังกระแสละครกรงกรรม แรงทั่วบ้านทั่วเมือง ต้องชื่นชมผู้กำกับ ผู้จัด นักแสดง และทีมงานทุกคนที่ถ่ายงานละครได้ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ ลุ้นให้เรตติ้งทั่วประเทศขึ้น 2 หลัก   พร้อมเผยเรื่องต่อไปให้แฟนๆได้ติดตาม คือระบำบุญ เรื่องราวของมาลา เมียของอาสี่ที่จมน้ำตาย หลังคลอดลูกสาว ได้นำมาทิ้งไว้หน้าบ้านแม่ย้อย แล้วไปมีชีวิตใหม่ ยังอยู่ในกรอบของกรมกรรม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1T07lmZIIe4

 13,669
ข่าวภูมิภาค
07 ก.พ. 62

ปากน้ำโพโกลาหล ไฟดับทั้งเมือง เหตุเบรกเกอร์ กฟผ.ระเบิด เด็กติดชิงช้าสวรรค์พ่อแม่ช่วยวุ่น

นครสวรรค์-เกิดไฟดับทั่วทั้งจังหวัดเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 6 ก.พ.62 เนื่องจากสาเหตุเบรกเกอร์ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)ระเบิด ลามดับถึงจังหวัดใกล้เคียงอุทัยธานี-กำแพงเพชร เป็นเวลานานกว่า 20 นาที ก่อนที่ จนท.จะแก้ไขเพื่อให้ประชาชนได้มีไฟฟ้าใช้ตามปกติแล้ว   ทั้งนี้ขณะเกิดเหตุไฟฟ้าดับ ก็เกิดโกลาหลทั่วเมืองปากน้ำโพ ประชาชน-นักท่องเที่ยวกำลังออกมาเที่ยวงานตรุษจีนนครสวรรค์ 103 ปี พากันตกใจพยายามแย่งกันกลับบ้าน และมีรายงานว่ามีเด็กจำนวนมากติดบนเครื่องเล่นภายในงานตรุษจีน บริเวณลานวัดโพธาราม เขตเทศบาลนครนครสวรรค์ ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครอง และเด็กตกใจร้องให้ รวมทั้งต้องปีนชิงช้าสวรรค์ ไปช่วยลูกหลานกันแบบโกลาหล ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/T9wwbgBzRM0

 2,745
ข่าวภูมิภาค
06 ก.พ. 62

เฮลิคอปเตอร์สำนักฝนหลวงตกไฟลุกท่วม นักบิน-ช่างเครื่อง เจ็บเล็กน้อย

วันที่ 6 ก.พ. 62 เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ที่ผ่านมา มีรายงานเกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ของสำนักฝนหลวงและการบินเกษตร ตกภายในสนามบินเกษตร จ.นครสวรรค์ จนเป็นเหตุทำให้เกิดไฟลุกท่วมเผาเสียหายทั้งลำ ต้องใช้รถน้ำจำนวน 2 คัน จาก อบต.นครสวรรค์ออก เข้าระงับเหตุเพลิงไหม้ใช้เวลานานกว่า 30 นาที เพลิงจึงสงบลง    จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า เฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว เป็นเครื่องฝึกบิน มีนักบินฝึกบินพร้อมช่างเครื่อง ร่วมทำการฝึกซ้อม แต่ในระหว่างที่กำลังเฮลิคอปเตอร์เหนือพื้นดินสูงประมาณ 6 เมตร ได้เกิดเสียการทรงตัว จึงทำให้ตกกระแทกพื้นก่อนจะเกิดเพลิงลุกไหม้ แต่โชคดีที่นักบินฝึกบินพร้อมช่างเครื่อง ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย เพราะสามารถหนีออกจากเครื่องได้ก่อนจะเกิดเพลิงลุก    ซึ่งขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในระหว่างตรวจสอบหาสาเหตุ โดยปิดกั้นไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่  

 4,186
แชร์ออฟเดอะเดย์
19 ม.ค. 62

ตร.แจงคลิปยิงสกัดรถแหกด่าน คนขับโดนปรับ 500 รับแหกด่านเพราะดื่มเหล้ามา-เพื่อนยุ

นครสวรรค์-จากกรณีมีการแชร์คลิปตำรวจจราจรนครสวรรค์ ขี่ จยย.ไล่ตามรถกระบะแหกด่าน โดยคนที่นั่งมาในรถท้าทายให้ตำรวจคนดังกล่าวใช้อาวุธปืนยิงหลายครั้ง ก่อนที่ตำรวจจะตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงไปที่ล้อหน้าด้านขวาจนสามารถหยุดรถคันดังกล่าวได้นั้น    ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เปิดเผยว่า ได้พูดคุยปรับความเข้าใจกับบุคคลในรถทั้งหมด มีการขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น และได้โทรเรียกช่างปะยางรถยนต์เพื่อมาเปลี่ยนยางรถยนต์ให้ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านไปในที่สุด เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ขับรถว่า ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานตำรวจจราจร และได้มีการเปรียบเทียบปรับจำนวน 500 บาท       ผู้กำกับการสถานีตำรวจเมืองนครสวรรค์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรปฏิบัติหน้าที่ได้ถูกต้องตามขั้นตอนที่เคยอบรมมา ซึ่งเรื่องดังกล่าวหญิงสาวคนขับรถยอมรับว่าตกใจที่เจอด่านตรวจจราจร เนื่องจากตัวเองและเพื่อน ๆ ไปดื่มสุราที่สถานบันเทิงมา จึงได้ขับรถหนี ยิ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามมาประกอบกับคนในรถพูดให้หนีจึงมีความกลัวและตกใจมากยิ่งขึ้น ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งสองฝ่ายก็ได้คุยกันและขอโทษกันไปแล้ว           ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Pc7Jyg_N4qw

 2,891
ข่าวภูมิภาค
15 ธ.ค. 61

ไล่ล่าระทึก! ตร.ไล่ล่าคนร้ายขนยาขับรถแหกด่าน ทิ้งยาบ้าเกือบ 5 หมื่นเม็ด ก่อนซิ่งหนีวุ่นสุดท้ายจนมุมถูกรวบตัว

วานนี้ (14 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจ สภ.คลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร ไล่ล่าคนร้ายขนยาบ้าขับรถแหกด่านบนถนนพหลโยธินขาล่องไป จ.นครสวรรค์ หลังจากที่ขับแหกด่านไปแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขับรถไล่ติดตามไป ซึ่งรถของคนร้ายได้ขับหลบหนีอย่างรวดเร็ว ปาดแซงซ้ายแซงขวาตลอดเวลาอย่างน่าหวาดเสียว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวิทยุให้ตำรวจที่ประจำจุดสี่แยกให้รถใหญ่จอดกั้นไว้ แต่รถคันที่หลบหนีก็สามารถหลบแล้วยูเทิร์นกลับขึ้นเหนืออีกครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ติดตาม และในขณะที่เห็นจวนตัวคนในรถได้ทิ้งกระเป๋าสีน้ำเงินภายในบรรจุยาบ้าออกมานอกรถ เพื่อหวังให้ตำรวจชุดที่ติดตามจอดรถลงไปหยิบกระเป๋า แต่ตำรวจไม่ยอมจอดยังคงไล่ล่าต่อไป ส่วนกระเป๋าตำรวจชุดที่ตามสมทบได้เก็บไว้ จากการตรวจสอบพบยาบ้า 49,800 เม็ด   ขณะที่คนขับเห็นว่าคงหนีไม่พ้นจึงเลี้ยวเข้าไปในส่วนของชาวบ้านข้าง จากนั้นก็ลงจากรถพากันวางหนี แต่ตำรวจตามมาทันจึงเข้าจับกุมได้จำนวน 3 คน ประกอบด้วยนายมานะศักดิ์ บุษดี อายุ 24 ปี น.ส.เกสินี เชื้อนุ่ม อายุ 20 ปี และ น.ส.พิมพ์วิภา พันธ์พุ่ม อายุ 17 ปี แต่สามารถวิ่งหลบหนีเข้าไปในไร่อ้อยได้ 1 คน ชื่อนายอาทร เสาอ่อน อายุ 35 ปี โดยหตุการณ์ระทึกนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ล้อมไว้พร้อมทั้งกดดันให้มอบตัวตลอดทั้งคืน จนช่วงเช้าวันที่ 14 ธันวาคม นายอาทรจึงยอมออกจากไร่อ้อยที่ซ่อนมามอบตัว   จากการสอบสวน ทราบว่าทั้ง 4 คน ไปรับยาบ้ามาจากจังหวัดชายแดนภาคเหนือเพื่อไปส่งกรุงเทพ โดยเป็นการรับจ้างขนมีนายมานะเป็นคนขับ ซึ่งคนร้ายใช้ถนนเส้นทางสายในเพื่อหลบด่านใหญ่ ที่ตั้งอยู่ตามจุดต่าง ๆ บนถนนพหลโยธิน จากนั้นก็มาแยกขึ้นถนนพหลโยธินที่ อ.คลองขลุง ซึ่งพอดีมีด่านตรวจ คนร้ายจึงตัดสินใจขับรถแหกด่าน จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามไล่ล่าจับได้ในที่สุด โดยทางตำรวจตั้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายดำเนินคดีต่อไป        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Lvcv7nfw90w

 809
ข่าวภูมิภาค
08 ธ.ค. 61

รวบแล้วหนุ่มปีนฝ้าเพดานร้านทอง โรยตัวฉกทองกว่า 200 บาท พบเป็นอดีตนักฟุตบอล

วานนี้ (7 ธ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ จับกุมนายนนทกร ขาวพราย 27 ปี ผู้ก่อเหตุขโมยทองคำหนักรวมกว่า 200 บาท ณ ร้านทองแห่งหนึ่งในตลาดสะพานดำ ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้ที่จังหวัดน่าน หลังคนร้ายได้ขึ้นรถเมล์นำทองบางส่วนไปขายให้กับคนรู้จักที่จังหวัดแพร่และจังหวัดน่านแล้วรวมกว่า 10 บาท   พล.ต.ต.ดำรงค์ เพ็ชรพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครสวรรค์ บอกว่า คนร้ายนั้นได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมของเจ้าของร้านทองดังกล่าวมานานนับสัปดาห์แล้ว โดยคนร้ายได้ใช้เวลาช่วงเย็นหรือช่วงที่ก่อนจะปิดร้านซึ่งเป็นไปด้วยความวุ่นวาย แอบใช้แม่กุญแจของประตูหลังร้านทองที่มีลักษณะเหมือนกันกับทางร้านสลับเปลี่ยนกันกับแม่กุญแจเดิม แต่ด้วยความที่เจ้าของร้านค่อนข้างมีอายุทำให้ชะล่าใจไม่สังเกตความผิดปกติ จึงปิดร้านไปในที่สุด จากนั้นคนร้ายจึงได้ใช้ช่วงเวลากลางดึก เปิดประตูทางหลังร้านและปีนเข้าไปขโมยทองคำอย่างง่ายดาย ส่วนฮาร์ดิสที่ใช้บันทึกข้อมูลกล้องวงจรปิดทางคนร้ายได้นำติดตัวไปด้วย และได้นำไปทิ้งทำรายหลักฐานบริเวณโอ่งน้ำใกล้กับร้านทองดังกล่าว   หลังจากนั้นคนร้ายก็ได้นำทองทั้งหมดใส่ถุงไปเก็บไว้ที่บ้านพักส่วนตัวในพื้นที่ตำบลวัดไทร อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ และนำทองคำส่วนหนึ่งขึ้นรถโดยสารไปขายให้กับรู้จักที่จังหวัดน่านรวมแล้วประมาณ 10 บาท ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ ได้เฝ้าติดตามมาโดยตลอดจึงสามารถจับกุมคนร้ายได้ที่จังหวัดน่านได้ที่สุด   สำหรับนายนนทกร ขาวพราย หรือนายเข้ ผู้ต้องหาขโมยทองกลางเมืองปากน้ำโพ เป็นคนจังหวัดนครสวรรค์โดยกำเนิด และเคยเป็นอดีตนักฟุตบอลอาชีพลีกภูมิภาคโซนภาคเหนือทีมน่าน เอฟซี ปี 2558-2559 ตำแหน่งผู้รักษาประตู ด้วยความที่มีรูปร่างใหญ่โตสูง 185 เซนติเมตรและฝีมือดีคนหนึ่ง ทำให้แฟนบอลลีกภูมิภาคโซนภาคเหนือหลาย ๆ ทีม ต่างก็ให้การยอมรับ ก่อนที่นายนนทกร จะผันตัวเองมาทำแผนกสินเชื่อของธนาคารแห่งหนึ่งในนครสวรรค์ ได้ประมาณ 1 ปี และมาก่อเหตุขโมยทองจนถูกจับได้ในที่สุด นอกจากนี้นายนนทกร มีหมายจับในคดีขโมยรถยนต์ในพื้นที่เขตนครสวรรค์ เมื่อเดือนก่อนด้วย        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/J1qCkhusEHI  

 2,493
สังคม-อาชญากรรม
21 พ.ย. 61

'อัจฉริยะ' บุกคลินิกจำลงเหตุหมอข่มขืน หมอยอมรับมีใจชอบคนไข้ - บุ๋ม พาเหยื่อร้องผบ.ตร. ขอโอนคดีให้กองปราบ

กรณีหมอสูตินรี คลินิกแห่งหนึ่งในพื้นที่  จ.นครสวรรค์ ถูกกล่าวหาข่มขืน ลวนลาม ทำอนาจาร คนไข้ 40-50 ราย ขณะเข้ารับการตรวจรักษา ซึ่งหมอปฏิเสธไม่ได้ทำ   คืบหน้าเมื่อวานนี้(20 พ.ย.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญกรรม และแพทย์หญิงของขวัญ  ฟูจิตนิรันดร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชกรรม เดินทางไป สภ.เมืองนครสวรรค์ โดยได้ประสานหมอสูติคนดังกล่าวมาร่วมพูดคุยและให้ข้อมูลกับตำรวจ เพื่อให้การสืบสวนข้อเท็จจริงมีความกระจ่างว่าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่คุณหมอก็ไม่ได้เดินทางมาโรงพักตามนัดหมาย   จากนั้นได้ไปตรวจสอบคลินิกจำลองเหตุการณ์จริง เพื่อชี้ชัดว่าหมอทำอนาจารคนไข้ตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ เนื่องจากมีพิรุธหลายประการ และพบว่ามีการจ่ายเงินถึง 3 แสนบาทให้คนไข้ ซึ่งคุณหมอได้พาเข้าไปดูในห้องตรวจ ปิดประตูพูดคุยกันเป็นการส่วนตัวก่อนให้ผู้สื่อข่าวหญิงน้ำหนักตัวและหุ่นใกล้เคียงกับคนไข้ที่กล่าวหา ว่าถูกหมอล่วงละเมิดนอนบนขาหยั่ง อธิบายถึงขั้นตอนการตรวจภายใน   คุณหมอให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “ผมอยู่ในฐานะที่มีคนมาพูดอะไร เวลาแก้มันแก้ยาก ตนเองก็ไม่อยากมีเรื่องอะไร ไม่ใช่ว่าทำผิดก็ต้องปิด คนไข้เข้าใจผิดก็ต้องอธิบาย แต่คนไข้ไม่มาถามเรา ไม่คุยกับเราไปทำแบบนี้เราก็เสียหาย และมันเสียหายต่อวงการแพทย์มาก”   ส่วนเงิน 3 แสนบาท เขาบอกอยากนำไปสร้างบ้านให้แม่เราก็โอนให้ เขาคงไม่เข้าใจเรา เข้าใจผิดคลาดเคลื่อน ตนอยากจะชี้แจงว่าสาเหตุที่ต้องใช้นิ้วสอดใส่ไปในอวัยวะเพศนั้น เป็นขั้นตอนการรักษาเฉพาะของตน เนื่องจากตนไม่ใช่คนเก่งจึงต้องใช้วิธีดังกล่าวเพื่อรักษาคนไข้ให้หาย จึงไม่อยากให้คนไข้เข้าใจผิด โดยคนไข้คนดังกล่าวมาตรวจที่คลินิก 3 ครั้ง และทุกครั้งตนยืนยันว่ามีผู้ช่วยอยู่ด้วยตลอด   ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมมีคนไข้เสียหายออกมาจำนวนมาก คุณหมอบอกว่า เป็นความเข้าใจผิดกัน เวลาตรวจก็ต้องมีการใช้นิ้วล้วงหรือการคลำเต้านม ยืนยันว่าเป็นการรักษาทางการแพทย์ ตั้งแต่เป็นข่าวตนได้แต่ร้องไห้อยู่ในใจ ที่ยืนมาได้ถึงทุกวันนี้เพราะมีครอบครัวและเพื่อนฝูง คนไข้ที่โทรมาหา คอยให้กำลังใจ ทุกครั้งที่ตนไปทำงานที่โรงพยาบาลก็จะมีคนมาทักทายตามปกติ รู้สึกดีใจที่หลายคนยังให้กำลังใจ   “ผมมีความรักต่อคนไข้ทุกคน แต่ไม่ใช่ทางชู้สาว ความรักคือการเอาใส่ใจคนไข้ ปกติแล้วคนไข้ของผมไม่ได้อยู่ที่ จ.นครสวรรค์ ที่เดียว มีอยู่หลายที่ ทั้งคนไทยและคนต่างชาติ ส่วนลึกแล้วผมไม่อยากทำร้ายใคร”   นายอัจฉริยะ ตั้งข้อสงสัยไว้ 2 ประเด็น คือ 1.สมยอมและเรียกเงินภายหลังหรือไม่ 2.ก่อเหตุจริงหรือไม่ ยังให้คำตอบไม่ได้ใครผิดหรือถูก ตนมาเป็นกลางขอตรวจสอบให้หายข้อสงสัย จากการจำลองเหตุการณ์จริง มีความเป็นไปได้ที่จะสามารถล่วงละเมิดคนไข้ได้ หากยืนอยู่บริเวณขาหยั่งและก้มตัวหาคนไข้ จะสามารถกอด จูบ ได้ หรืออาจจะล่วงละเมิดทางเพศได้ แต่ต้องยืนเท่านั้น   ส่วนคนไข้หากอยู่ด้านในห้องตรวจและถูกล่วงละเมิดต้องสมยอม หากไม่สมยอมสามารถต่อสู้หรือตะโกนขอความช่วยเหลือได้  อีกทั้งในห้องไม่ได้มืดสลัว ยังมีแสงสว่างพอที่จะเห็นภายในห้องได้ ส่วนรอยฟกช้ำของคนไข้ที่บริเวณข้างขาขอตรวจสอบอีกครั้งเพราะภาพที่ได้มาต่างจากการจำลอง หากคนไข้นอนอ้าขา 45 องศา ก็มีความเป็นไปได้อาจไปโดนเตียงขาหยั่งทำให้รอยช้ำได้   นายอัจฉริยะ กล่าวต่อว่า หมอยอมรับว่ารู้สึกชอบพอเป็นการส่วนตัวกับคนไข้ เนื่องจากคนไข้ได้เข้ามารักษากับตน 3 ครั้ง โดยมาตรวจภายใน 2 ครั้ง มีการพูดคุยผ่านแชทไลน์และรู้สึกถูกใจ โดยไม่รู้จักกันมาก่อน ส่วนเรื่องที่ให้เงิน 3 แสนบาท คนไข้เรียกร้องให้หมอรับผิดชอบ จึงโอนเงินให้คิดว่าเรื่องจะจบ  ไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลาย ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ว่ามีการล่วงละเมิดหรือไม่   “คนไข้ทั้ง 2 คน ที่ออกมาพูดว่าเป็นฝี ไปรักษากับหมอ แล้วถูกลวนลามนั้นไม่เป็นความจริง ไม่ได้เลียบริเวณฝีแต่เป็นการเลียที่ใบหู  คนไข้ทั้ง 2 คน มีการรับเงินจากหมอและนำเรื่องที่ไม่เป็นความจริงมาพูด ส่วนกรณีที่หมอเรียกคนไข้ว่าที่รัก เป็นการเรียกคนไข้ตามปกติ ไม่ใช่เรื่องชู้สาวแต่อย่างใด ส่วนผู้เสียหายที่บอกมากถึง 50 คน ยืนยันว่าไม่ถึง”   ด้าน แพทย์หญิงของขวัญ  มาในนามของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวว่า คนไข้มารักษาทีแรกมีอาการปวดท้องน้อย ไปรักษาที่โรงพยาบาลแต่ไม่หายจึงกลับมารักษาที่คลินิก หมอสงสัยว่าอาจจะมีการติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานด้านลึก จึงใช้เครื่องอัลตราซาวด์สอดเข้าไปในช่องคลอด และมีการตรวจต่อเนื่อง    “ภาคปฏิบัติทั่วไปการใส่เครื่องอัลตราซาวด์ ไปในบริเวณช่องคลอด จะต้องใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ทำกันทั่วโลก เพื่อป้องกันความสะอาดไม่ให้เกิดการติดเชื้อ ขึ้นอยู่กับหมอว่ามีการแจ้งคนไข้หรือไม่ว่าจะต้องมีการใส่ถุงยางอนามัย ซึ่งเครื่องอัลตราซาวด์ในคลินิกเป็นหัวที่มีขนาดใหญ่ จะต้องใส่ไปในบริเวณช่องคลอด การตรวจครั้งแรกต้องใช้เวลานานประมาณ 10- 20 นาที คนไข้อาจเข้าใจผิดว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศ”   แพทย์หญิงของขวัญ กล่าวเพิ่มเติมว่า คนไข้ที่เป็นฝีมารักษากับหมอ อ้างว่าถูกหมอเลีย ทราบว่าคนไข้เป็นฝีบาน์โทลีน ซีสต์ หากมีการล่วงละเมิดหรือเลียตามขาจะเกิดความเจ็บปวดมาก เนื้อเยื้อตรงนั้นมีเส้นประสาทมากค่อนข้างบอบบาง คงไม่มีใครกล้าเลียหนองที่ออกมาจากฝีที่แตกแล้ว   เหยื่อหมอสูติฯ ฉาวร้องผบ.ตร. จี้โอนคดีให้กองปราบ ขณะที่ผู้เสียหายที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ขณะเข้ารับการตรวจภายใน เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึงพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้เร่งรัดดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิด   บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานองค์กรทำดี ตัวแทนที่พาผู้เสียหายพบตำรวจ เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการเผยแพร่เรื่องนี้ออกไป และได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ แต่คดียังไม่คืบหน้า อีกทั้งมีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหาย ทำให้สื่อมวลชนบางสำนักเข้าไปบันทึกภาพและเผยแพร่ชื่อนามสกุลของผู้เสียหาย   ทำให้ผู้เสียหายหลายคนเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย และสุขภาพจิตใจย่ำแย่ จึงอยากให้โอนคดีมาดำเนินคดีต่อที่กองปราบปราม เพราะผู้เสียหายมีจำนวนมาก คดีนี้ทางองค์กรฯ ได้ติดตามมากว่า 2 เดือน และมีผู้เสียหายมาแสดงตัวแล้วประมาณ 50 คน ทั้งในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ และในพื้นที่กรุงเทพฯ พบพฤติกรรมลักษณะนี้มานานตั้งแต่ปี 2555 แต่ไม่กล้าออกมาแจ้งความ    ยืนยันว่า มีพยานหลักฐานชัดเจนที่แสดงให้เห็นว่าแพทย์เจ้าของคลินิกเป็นผู้กระทำ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยเนื่องจากต้องรวบรวมไว้ดำเนินคดีในชั้นศาล ส่วนผู้เสียหายหลายคนที่เคยถูกลวนลาม หรือล่วงละเมิดทางเพศแต่ไม่ออกมาแจ้งความ เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่กล้า และกลัวว่าจะได้รับความอับอาย ขณะเดียวกันการออกมาเปิดเผยเรื่องนี้   ทั้งนี้ ยังฝากถึงผู้หญิงทุกคนว่า ยังสนับสนุนให้ทุกคนตรวจสุขภาพ แต่ควรทราบถึงหลักการเข้ารับการตรวจหรือการเข้ารับบริการทางการแพทย์ จะต้องมีทั้งแพทย์และพยาบาลอย่างน้อย 1 คน แต่หากถูกล่วงละเมิดทางเพศ ขอให้รู้จักปกป้องสิทธิของตัวเอง ไม่ใช่แพทย์ทุกคนจะมีพฤติกรรมลักษณะนี้ จึงขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจการทำหน้าที่ของทุกฝ่าย   ขณะที่พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนแล้วก็จะให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำเบื้องต้น และให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพิจารณาสั่งการว่าควรจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนอย่างไร   อัยการวิเคราะห์ สอดใส่สิ่งเทียม ไม่มีเทคนิคแพทย์รองรับ เข้าข่าย ข่มขืน!   นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ได้อธิบายข้อกฎหมายในความผิดเกี่ยวกับกรณีการล่วงละเมิดทางเพศกรณีมีการกล่าวหาเรื่อง หมอข่มขืนคนไข้สาว ขณะเข้ารับการตรวจภายในที่คลินิกแห่งหนึ่งใน จ.นครสวรรค์ โดยหมอได้อ้างกับสาวผู้เสียหาย วัย 29 ปี เป็นคนไข้ ว่า ได้ใช้ของปลอมสอดใส่อวัยวะเพศเพื่อปลุกอารมณ์ทางเพศ อ้างว่าเวลาตรวจจะได้ไม่เจ็บ   หากข้อเท็จจริงปรากฎว่าการที่มีการเอาสิ่งเทียมสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศหญิงจริง ก็จะต้องดูปัญหาว่าหมอมีการสำเร็จความใคร่หรือไม่ ซึ่งมาตรา 276 ว่าผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ เเละการกระทำชำเราหมายความว่าทำ เพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำโดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำกระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น   เเต่ตรงนี้ก็อาจจะตีความได้ยากว่าเเค่ไหนที่จะเรียกว่าสำเร็จความใคร่ เพราะถ้าเป็นการร่วมประเวณีปกติก็จะสามารถดูออก เช่นจะต้องมีการหลั่งน้ำอสุจิ เเต่ถ้าเป็นอุปกรณ์อื่นหรือสิ่งเทียมใส่เข้าไป ก็จะอธิบายไม่ได้มาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kvQqhmAruTY

 12,139
สังคม-อาชญากรรม
20 พ.ย. 61

เปิดใจหมอสูติฯ ปัดข่มขืนคนไข้ ให้เงิน 3 แสนเพราะไม่อยากมีคดีความ เรื่องนี้ถึง 'อัจฉริยะ' แล้ว! เตรียมสืบหาพิรุธ

สาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ เร่งชงผู้ว่าฯ ตั้งกรรมการสืบหาข้อเท็จจริง หมอสูตินรีเวชถูกกล่าวหาล่วงละเมิดคนไข้ เบื้องต้นพบผิดระเบียบไม่มีบุคคลที่ 3 อยู่ในห้องขณะตรวจภายใน พร้อมสั่งหาคนประจำห้องตรวจภายในเพิ่ม ด้าน รอง ผกก.เมืองนครสวรรค์ ยืนยัน มีผู้เสียหายแจ้งความรายเดียว ขณะที่คลินิกยังติดป้ายเปิดบริการตามปกติ   โดย นพ.จักรพงษ์ สูตินรีแพทย์ชื่อดังประจำโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ เปิดเผยว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดยอมรับว่าเกิดความเสียหายกับตนเอง ซึ่งจะยังไม่ฟ้องร้องใครทั้งสิ้น เพราะทราบดีว่าตนไม่ใช่คนนครสวรรค์ เป็นคนจังหวัดลำปางที่มาทำมาหากินที่นี่ และไม่ได้โกรธหรือเกลียดใคร การทำงานยึดมั่นจะทดแทนบุญคุณแผ่นดิน จะยังทำหน้าที่อย่างดีที่สุด เพราะว่าเรียนและทำงานรับเงินเดือนจากภาษีประชาชน จะทำหน้าที่ช่วยเหลือสังคมต่อไป   ส่วนเรื่องที่ยอมจ่ายเงิน 3 แสนบาทให้คู่กรณีนั้น นพ.จักรพงษ์ บอกว่า 3 แสนสำหรับตนไม่ใช่เงินที่มาก และตนไม่อยากให้มีคดีความ ในเมื่อการรักษาทำให้เกิดความเข้าที่คลาดเคลื่อน ต้นก็ยินดีจ่าย มากกว่านี้ก็เคยจ่ายมาแล้ว ไม่อยากขึ้นโรงขึ้นศาล ชนะไปก็ไม่ได้อะไร   หมอเป็นคนตรงๆพูดอะไรเปิดเผยคนไข้ที่มาตรวจหมออาจทัก หรือไปจับท้องน้อยเพื่อตรวจดูอาการ และบอกเลยว่าอาการแบบนี้เวลาร่วมเพศมักจะเจ็บ หรือเวลามีประจำเดือนจะปวดท้อง ต้องทานน้ำหรือออกกำลังกาย หมอจะพูดตรงๆ ใครที่เจออาจเข้าใจผิดอาจบอกว่าหมอคนนี้ทำไมเป็นอย่างนี้ เรื่องนี้อยู่ที่มุมมองแต่ละบุคคลที่จะคิด คนไข้อาจจะเข้าใจอะไรผิดไปก็ได้ แต่หมอไม่ว่าใครจะขออยู่แบบนี้จะเกิดอะไรก็ไม่เป็นไร   พร้อมฝากไปยังทนายนิด้าด้วยว่าไม่น่ากระทำอย่างนี้ หากต้องการฟ้องร้องเอาผิดควรดำเนินการส่วนตัว เพราะว่าการกระทำเช่นนี้ทำให้เกิดผลกระทบกับตัวผู้เสียหายเอง และที่สำคัญคือเชื่อเสียงและการทำงานของวิชาชีพสูตินรีแพทย์ จะทำงานยากมากขึ้นและจะส่งผลกระทบตามมาสู่คนไข้   ส่วนทางด้านทนายนิด้า เตรียมนำผู้เสียหายประมาณ 10 คน ไปพบ ผบ.ตร. ในวันนี้ (20 พ.ย.) เพื่อยื่นเรื่องขอเปลี่ยนพนักงานสอบสวน และเตรียมลงพื้นที่ที่ นครสวรรค์ หาหลักฐานเพิ่มเติม   เช่นเดียวกับทางด้านนายอัฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญกรรม ระบุว่า คดีนี้มีความผิดปกติหลายจุด โดยวันนี้ (20 พ.ย.) จะเดินทางพร้อมแพทย์ส่วนกลางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่คลินิก จำลองเหตุการณ์ทั้งหมด เพื่อเปรียบเทียบกับเรื่องที่ผู้เสียหายกกล่าวอ้างโดยเฉพาะ บาดแผลรอยช้ำที่หน้าขา ทั้งสองข้าง ที่ผู้เสียหายยืนยันว่าเกิดจาการกระทำของหมอ ขณะที่ล่วงละเมิดในคลินิก ซึ่งหากเป็นเรื่องจริงหมอกระทำจริง บาดแผลจะอยู่ที่หน้าขาหรืออยู่ที่จุดใด   นอกจากนี้นายอัฉริยะยังกล่าวว่าโดยส่วนตัวในฐานะผู้ชายด้วยกัน มองว่าหมอคงไม่เลือกกระทำการอนาจารหรือข่มขืนกับหญิงที่มีอาการป่วยทางระบบสืบพันธุ์ หรือความผิดปกติทางมดลูก เพราะทุกคนที่มาหาหมอคือมีอาการป่วย   ส่วนกรณีที่มีข้อมูลว่ามีผู้ถูกอนาจารและข่มขืนกว่า 50 คนนั้น โดยส่วนตัวเชื่อว่าไม่มีจริง หากมีจริงทำไมไม่ไปแจ้งความดำเนินคดีตั้งแต่แรก เรื่องนี้มีหลายส่วนข้อพิรุธ และหากต่อสู้ในชั้นศาล ก็เสี่ยงจะแพ้คดี และขอยืนยันว่าเรื่องนี้ตนไม่เคยมีปัญหากับทนายนิด้าหรือใครแต่มองตามความเป็นจริง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F8f88pq4AdQ

 2,098
สังคม-อาชญากรรม
19 พ.ย. 61

หมอสูติเครียดลางาน 'ทนายนิด้า' โต้ 'ทนายเดชา' ชี้ยังมีหลักฐานไม่ออกสื่ออีกเพียบ

ความคืบหน้ากรณีหมอสูตินรีเวช ข่มขืนคนไข้สาว ขณะเข้ารับการตรวจภายในที่คลินิกแห่งหนึ่งใน จ.นครสวรรค์ ก่อนจะพยายามขอไกล่เกลี่ย โดยโอนเงินให้ผู้เสียหาย 3 แสนบาท แลกกับการไม่ดำเนินคดี จนกระทั่งตำรวจออกหมายเรียก นพ.จักรพงษ์ อายุ 53 ปี แพทย์สูตินรีเวช ให้มารับทราบข้อกล่าวหา ฐานกระทำอนาจาร และข่มขืนกระทำชำเรา แต่ นพ.จักรพงษ์ ให้การปฏิเสธ และขอให้การในชั้นศาล ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   วานนี้ (18 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ ลงพื้นที่ตรวจสอบคลินิกสูติฯเมืองปากน้ำโพ เพื่อหาหลักฐานประกอบสำนวนเพิ่มเติม ครั้งที่ 2  ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นนั้น พบว่าทางห้องตรวจไม่ได้ปิดมิดชิด มีพื้นที่ระบายอากาศด้านบน เสียงสามารถรอดออกไปข้างนอกห้องได้ ส่วนรายละเอียดอื่นๆนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวได้ และในตอนนี้ก็มีเพียงผู้เสียหายรายเดียวที่มาแจ้งความว่าถูกหมอลวนลามและข่มขืน หากผู้เสียหายรายใดเคยถูกหมอคนดังกล่าวละเมิดให้เข้ามาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ด้าน นพ.ชนินทร์ จารุวัฒนมงคล ผอ.โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จ.นครสวรรค์ กล่าวความคืบหน้าการสอบข้อเท็จจริงกรณี หมอสูตินรีแพทย์ในสังกัด รพ.สวรรค์ประชารักษ์ ถูกผู้เสียหายร้องเรียนว่าเข้าข่ายกระทำอนาจารคนไข้ ขณะรักษาในคลินิกส่วนตัว ที่ จ.นครสวรรค์ ว่า   “เรื่องนี้ยังอยู่ในระหว่างการสอบสวน ซึ่งต้องรอผลจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจประกอบ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายนอกสถานที่ข้าราชการ แต่กระทำในแง่ของจริยธรรมข้าราชการ   ขณะนี้หมอรายดังกล่าวได้มาปรึกษาและแจ้งว่าเกิดความเครียดจากเรื่องดังกล่าว จึงขอใช้สิทธิลาในวันจันทร์ ที่ 19 พ.ย. ซึ่งหมอไม่ได้มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ในแผนกสูติฯ ของโรงพยาบาล เนื่องจากยังมีบุคลากรอื่นหมุนเวียน สลับปฏิบัติหน้าที่   ด้านนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายชื่อดัง เจ้าของเพจ ทนายคลายทุกข์ ได้ไลฟ์แสดงความคิดเห็นถึงคดีนี้ในอีกมุม โดยได้ตั้งข้อสงสัยในหลายประเด็นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   เริ่มจากเหตุการณ์นี้มีผู้เสียหายอ้างว่าโดนหมอลวงละเมิดตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปัจจุบัน แต่เหตุใดถึงไม่ไปแจ้งความกับตำรวจ พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใด เมื่อผู้เสียหายถูกหมอล่วงละเมิดถึงไม่ร้องให้คนช่วย รวมถึงเมื่อดูจากสภาพเตียงที่ใช้ในการตรวจภายใน อาจเป็นไปได้ยาก เนื่องจากเตียงไม่ได้ล็อกมือ ซึ่งสามารถหนีและร้องขอความช่วยเหลือได้ ทำให้เกิดข้อพิรุธและคำถามตามมาเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่   นอกจากนี้ยังติงถึงการที่ทนายผู้หญิงนำคลิปเสียงผู้เสียหายมาระบุ เล่าเรื่องหนังเอวีนั้น เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ไม่ควรนำมาเปิดเผย เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน   ต่อมา น.ส.ศรันยา หวังสุขเจริญ หรือทนายนิด้า ตอบกลับทนายเดชาว่า ทนายเดชาพาดพิงถึงตน ขอไม่แสดงความคิดเห็น ยืนยันว่ามีพยานหลักฐานและมีความมั่นใจ ส่วนที่มีคนบอกว่าวันนี้พยานหลักฐานอ่อน ขอยกตัวอย่าง เรามีพยานหลักฐาน 1-10 แต่สิ่งที่สื่อได้เห็นและนำเสนอไปคือ 1-3 ยังขาด 7-10   เปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ที่ต่อไม่ครบ จึงไม่แปลกที่คนทั่วไปจะมองว่าคดีนี้พยานหลักฐานอ่อน แต่ถ้าเป็นคนในวงการทนายความ หรือวิชาชีพกฎหมาย น่าจะทราบดีอยู่แล้วว่า จะต้องมีพยานหลักฐานอื่นอีกที่จะต้องไปนำเสนอในศาล ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qnp6ZDgdabc

 4,643

Top