ค้นหา :

ผลการค้นหา "นครสวรรค์"

สังคม-อาชญากรรม
23 ก.พ. 63

บุกรวบ 'พ.ต.ท.บรรยิน' พร้อมพวก พัวพันฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา

วันที่ 23 ก.พ.2563 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังเข้าจับกุม พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อายุ 56 ปี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีต ส.ส.นครสวรรค์ หลายสมัย พร้อมพวกรวม 3 คน ในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ สืบเนื่องจากคดีการหายตัวไปของพี่ชายผู้พิพากษาประจำศาลอาญากรุงเทพใต้    นอกจากนี้ รายงานระบุว่า มีการควบคุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน ไปที่กองบังคับการกองปราบปราม เพื่อสอบสวนขยายผลแล้ว      ทั้งนี้่ คดีการหายตัวไปของพี่ชายผู้พิพากษา ก่อนหน้าญาติได้ไปแจ้งความว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์อุ้มตัวหายไปจากหน้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พาตัวไปที่กาญจนบุรี ก่อนพากลับมาที่นครสวรรค์ ถูกฆาตกรรมและนำศพทิ้งลงแม่น้ำ โดยตำรวจจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ 1 คน ซึ่งซักทอดว่ามีนายบรรยิน เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้      โดยพบว่า ผู้พิพากษารายนี้ เป็นหนึ่งในผู้พิพากษาคดีการโอนหุ้นนายชูวงษ์ร่วม 300 ล้านบาท ที่ พ.ต.ท.บรรยิน ตกเป็นจำเลย ซึ่งรายงานข่าวระบุว่า การฆาตกรรมพี่ชายผู้พิพากษาในครั้งนี้่เพื่อเป็นการบีบบังคับให้ผู้พิพากษา พิพากษาตามความต้องการ             ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/haL3V9mBY5E

 1,394
อาชญากรรม
23 ก.พ. 63

บุกรวบ 'พ.ต.ท.บรรยิน' พร้อมพวก พัวพันฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา

วันที่ 23 ก.พ.2563 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังเข้าจับกุม พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อายุ 56 ปี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีต ส.ส.นครสวรรค์ หลายสมัย พร้อมพวกรวม 3 คน ในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ สืบเนื่องจากคดีการหายตัวไปของพี่ชายผู้พิพากษาประจำศาลอาญากรุงเทพใต้    นอกจากนี้ รายงานระบุว่า มีการควบคุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน ไปที่กองบังคับการกองปราบปราม เพื่อสอบสวนขยายผลแล้ว      ทั้งนี้่ คดีการหายตัวไปของพี่ชายผู้พิพากษา ก่อนหน้าญาติได้ไปแจ้งความว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์อุ้มตัวหายไปจากหน้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พาตัวไปที่กาญจนบุรี ก่อนพากลับมาที่นครสวรรค์ ถูกฆาตกรรมและนำศพทิ้งลงแม่น้ำ โดยตำรวจจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ 1 คน ซึ่งซักทอดว่ามีนายบรรยิน เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้      โดยพบว่า ผู้พิพากษารายนี้ เป็นหนึ่งในผู้พิพากษาคดีการโอนหุ้นนายชูวงษ์ร่วม 300 ล้านบาท ที่ พ.ต.ท.บรรยิน ตกเป็นจำเลย ซึ่งรายงานข่าวระบุว่า การฆาตกรรมพี่ชายผู้พิพากษาในครั้งนี้่เพื่อเป็นการบีบบังคับให้ผู้พิพากษา พิพากษาตามความต้องการ             ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/haL3V9mBY5E

 1,394
สังคม
28 ม.ค. 63

อย่างยิ่งใหญ่! ขบวนแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ตรุษจีนปากน้ำโพ 104 ปี

นครสวรรค์- ขบวนแห่ประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ ปากน้ำโพ 104ปี อัตลักษณ์ประเพณี วิถีแห่งศรัทธา สุดยิ่งใหญ่ มีนักท่องเที่ยวหลายพันคนยืนชมความงามของขบวนแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพต่าง ๆ ทั้งขบวนมิตรภาพไทย-จีน ขบวนนางฟ้า ขบวนเสือ ขบวนสิงโต ขบวนองค์สมมติเจ้าแม่กวมอิม ขบวนมังกรทอง ฯลฯ รวมกว่า 30 โดยขบวนแห่ทั้งหมดจะเดินแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ไปรอบตลาดปากน้ำโพ โดยเริ่มตั้งแต่เทศบาลนครนครสวรรค์ไปยังถนนมาตุลี จนถึงถนนโกสีย์เป็นระยะทางยาวกว่า 3 กิโลเมตร จากนั้นขบวนแห่ทั้งหมดจะแยกกันไปแสดงประจำจุดต่าง ๆ บนถนนโกสีย์ ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อแสดงต่อหน้าองค์เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพจึงถือว่าเป็นอันเสร็จประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ในช่วงค่ำคืน ในส่วนของวันนี้ (28 ม.ค.) เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป จะมีพิธีขบวนแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ รอบเมืองอีกครั้ง โดยจะเริ่มขบวนตั้งแต่บริเวณสี่แยกสะพานเดชาติวงศ์ และจะแห่รอบเมืองไปจนสิ้นสุดที่บริเวณตลาดริมน้ำ ในเวลา 17.00 น.   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Twd5Pp7RPwY  

 416
สังคม
28 ม.ค. 63

รวบทันควัน! โจรบุกเดี่ยวชิงทองหนักรวม 20 บาท

ที่จังหวัดนครสรรค์ เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ของวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุโจรบุกเดี่ยวชิงทอง ร้านทองหวังอยากมี สาขาถนนโกสีย์ ตำบลปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ แต่วิ่งหนีไปได้แค่ 1 กม. ถูกพลเมืองดีจับตัวไว้ทัน   โจรคนนี้ทำท่าทีเป็นเลือกซื้อสร้อยคอทอคำหนัก 10 บาทจำนวน 2 เส้น และหยิบสร้อยทองติดมือวิ่งออกจากร้านทองหลบหนีไปแบบไม่มีจุดหมาย โดยโจรได้วิ่งไปถึงบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างจากร้านทองไปประมาณ 1 กิโลเมตร ก่อนถูกพลเมืองดี 2 คนของคณะเสือทองไหหนำศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ ที่กำลังเดินทางมาแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพในงานตรุษจีนปากน้ำโพจับตัวไว้ได้    หลังจากนั้นจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์ และทราบชื่อโจรภายหลังว่านายปรีชา อินนา อายุ 34 ปี พร้อมของกลาง สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 10 บาท จำนวน 2 เส้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวโจรรายนี้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป จากการสอบสวน นายปรีชาให้การว่า ตัวเองมีอาชีพรับจ้างทำนา แต่ว่าช่วงนี้เกษตรกรในพื้นที่ไม่สามารถทำนาได้ เพราะประสบภัยแล้ง จึงตัดสินใจมาชิงทองที่ร้านดังกล่าว     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/B8hCsxiq66I

 157
สังคม
26 ม.ค. 63

ปีนี้จัดยิ่งใหญ่! งานตรุษจีนนครสวรรค์ ปชช.แห่สักการะเจ้าพ่อ เจ้าแม่ปากน้ำโพ

นครสวรรค์ - ชาวไทยเชื้อสายจีนชาวปากน้ำโพและนักท่องเที่ยวหลายพันคน ต่างเดินทางมากราบไว้ ขอพรเทพองค์เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพ ในงานประเพณีตรุษจีนปากน้ำโพ 104 ปี ณ บริเวณต้นแม่น้ำเจ้าพระยา อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ในวันปีใหม่ของชาวจีนกันตลอดทั้งคืน โดยมีความเชื่อกันว่า หากได้กราบไหว้ขอพรองค์เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ในวันแรกของปีแล้ว องค์เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ ก็จะช่วยคุ้มครองชะตาชีวิต ดลบรรดาลให้โชคลาภ ร่ำรวยดีขึ้นตลอดทั้งปี อีกทั้งยังเกิดความสุขความเจริญต่อตนเองและครอบครัวตลอดปีนี้ด้วย อย่างไรก็ตามในปีนี้จะสังเกตได้ว่า หลายคนได้สวมใส่หน้ากากอนามัยตามที่กระทรวงสาธารณะสุขแนะนำเมื่อต้องอยู่ในที่มีคนเป็นจำนวนมาก อีกทั้งทางเจ้าหน้าที่ศาล-เจ้าพ่อเจ้าแม่ฯจะเร่งทำการเก็บธูปเทียนจุ่มน้ำทันทีหลังจากการไหว้เจ้าขอพรเสร็จ ซึ่งจะไม่รอให้ธูปเทียนหมดเหมือนกับทุกๆปีที่ผ่านมา ทั้งนี้เพื่อลดปัญหาฝุ่นและมลพิษที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ อีกทั้งหลายครอบครัวก็ยังคงตื่นตัวใช้ชุดไหว้เจ้าแบบ1ชุดต่อ1ครอบครัว เพื่อลดปัญหาฝุ่นและมลพิษด้วยเช่นกัน     ชมผ่านยูทูปที่นี่ :   https://youtu.be/J1okPoA-hoU    

 370
พระราชสำนัก
22 ม.ค. 63

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่จังหวัดลพบุรี และจังหวัดนครสวรรค์

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดลพบุรี และจังหวัดนครสวรรค์   วันนี้เวลา 9 นาฬิกา 10 นาที สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปกองพลรบพิเศษที่ 1 ค่ายเอราวัณ จังหวัดลพบุรี ทอดพระเนตรการฝึกภาคสนามของนักเรียนนายร้อย ชั้นปีที่ 1 หลักสูตรส่งทางอากาศ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ประจำปีการศึกษา 2562    โอกาสนี้ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และผู้แทนหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กราบบังคมทูลรายงานการฝึกของนักเรียนนายร้อยชั้นปีที่ 3 เป็นการฝึกภาคอากาศ หลักสูตรส่งทางอากาศ รุ่นที่ 323 (สามร้อยยี่สิบสาม) เริ่มฝึกตั้งแต่วันที่ 20 ถึง 27 มกราคม 2563 มีนักเรียนนายร้อย เข้ารับการฝึก 226 นาย ทุกนายจะได้เรียนรู้ขั้นตอนต่างๆจากสถานีปฏิบัติภาคพื้นดิน เพื่อให้เกิดทักษะ และความปลอดภัยสูงสุด จากนั้นจึงจะฝึกกระโดดร่มแบบตัวเปล่าจำนวน 4 ครั้ง และกระโดดร่มประกอบเครื่องสนามและอาวุธ จำนวน 1 ครั้ง    จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปโรงเรียนสงครามพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี ทอดพระเนตรการฝึกภาคอากาศ หลักสูตรส่งทางอากาศ รุ่นที่ 323 ของนักเรียนนายร้อยชั้นปีที่ 3 ซึ่งเป็นการฝึกเพื่อทดสอบกำลังใจ สร้างความเชื่อมั่นและเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายและจิตใจให้มีทักษะในการบังคับร่มลงสู่พื้นได้ถูกต้องและปลอดภัย ให้เกิดความกล้าหาญ กล้าตัดสินใจ และมีความแข็งแกร่ง อดทนต่อความยากลำบาก ให้สมกับที่จะเป็นผู้นำหน่วยทหารในอนาคตมีสถานีการปฏิบัติบนอากาศยาน (เครื่องบินจำลอง) : ผู้เข้ารับการฝึกจะได้เรียนรู้ขั้นตอนการบรรทุกอากาศยาน ขั้นตอนการปฏิบัติบนอากาศยานไปจนถึงการกระโดดออกจากประตูอากาศยาน รวมทั้งให้ทราบคุณลักษณะและขีดความสามารถของอากาศยานประเภทต่างๆ    กรณี ใช้ร่มสำรอง หรือร่มช่วย จะใช้เมื่อร่มหลักไม่กางหรือร่มติดขัด เมื่อนักโดดกระโดดออกจากอากาศยานภายใน 4 วินาที จะต้องเงยหน้าขึ้นไปตรวจการกางของร่ม หากพบเหตุผิดปกติ ร่มกางไม่สมบูรณ์ ร่มติดขัด หรือร่มไม่กาง นักโดดจะต้องดึงห่วงดึงร่มช่วยซึ่งอยู่ทางขวามือของนักโดด ก่อนลงสู่พื้นอย่างปลอดภัย สถานีกระโดดหอสูง 34 ฟุต : เป็นการฝึกจัดร่างกายก่อนและขณะกระโดดออกจากประตูของอากาศยาน นักโดดต้องจัดร่างกายให้ลำตัวท่อนบนกับขาทำมุมเป็นรูปตัว L เพื่อลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นได้ และปฏิบัติตามขั้นตอนการกระโดด 8 ขั้นตอน คือ โดดไกล ก้มคอ ตาลืม ปากนับ กระชับศอก มือกุมร่มช่วย บีบเข่า เท้าชิดสถานีบังคับร่ม    ผู้เข้ารับการฝึกจะได้เรียนรู้เรื่องกระแสลม เพื่อบังคับร่มได้ถูกต้อง และลงสู่ที่หมายอย่างปลอดภัย ต้องปฏิบัติตามกฎนิรภัย 5 ประการ คือ ตรวจร่มเพื่อให้ทราบว่าร่มกางปกติหรือไม่ , มองรอบตัวเพื่อให้รู้ระยะห่างของร่มแต่ละร่ม , ดูสนามโดดและทิศทางลมเพื่อจะได้รู้ว่าอยู่บริเวณใดของสนามโดด , ดูกรวยลมประกอบการบังคับร่ม นักโดดต้องหันหน้าทวนลมเสมอ เพราะถ้าหันตามลม ร่มจะวิ่งเร็ว เวลาลงพื้นอาจเกิดอันตรายได้ นอกจากนี้ยังจะฝึกแก้ปัญหาเหตุการณ์ต่างๆ เช่น กรณีร่มตีเกลียว นักโดดจะต้องแก้เกลียวด้วยการกางแขนและขาออกกว้างๆ พร้อมกับเหวี่ยงขาและบิดตัวไปในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับเกลียวจนกว่าเกลียวจะคลายออกจนหมด    กรณีร่มวิ่งเข้ามาใกล้กัน อาจทำให้นักโดดชน กระแทกกัน หรือร่มพันกันได้ นัดโดต้องบังคับร่มให้ห่างออกจากกัน ตามที่ได้นัดหมายกันไว้ คือ ร่มบนดึงหนีร่มล่าง ถ้าร่มอยู่ในระดับเดียวกันและวิ่งเข้าหากัน นักโดดต้องดึงสายบังคับด้านขวาของตัวเองเพื่อเลี้ยวหนีออกจากกัน สถานีการลงพื้นจากแท่นสูง 2 ฟุต และ 4 ฟุต  เป็นการฝึกให้ลงพื้นดินอย่างปลอดภัย ใช้จุดสัมผัสทั้งห้าจุดสัมผัสพื้นตามลำดับ ช่วยลดแรงกระแทก เริ่มจากฝ่าเท้าทั้งสองข้างสัมผัสพื้นพร้อมกันในลักษณะเรียงชิดติดกัน ถัดไปคือกล้ามเนื้อขาท่อนล่างด้านข้าง, กล้ามเนื้อขาท่อนบน, กล้ามเนื้อสะโพก และกล้ามเนื้อแผ่นหลัง   สถานีรอกวิ่ง : เป็นการฝึกให้เกิดความชำนาญในการลงพื้น อย่างถูกต้อง และปลอดภัย การเตรียมตัวลงพื้นมี 2 ขั้นตอน คือ การเตรียมตัวลงพื้น 70 เปอร์เซ็น นักโดดต้องมองซ้าย-มองขวา ดูสนามลงพื้น และการเตรียมตัวลงพื้น 100 เปอร์เซ็น นักโดด จะต้องรวบสายบังคับมาที่กำบังหมวก ล็อกศรีษะและบีบสามจุด คือ หัวเข่า ส้นเท้า และปลายเท้า เพื่อเตรียมตัวลงพื้นอย่างปลอดภัย    ต่อจากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปสนามกระโดดร่มบ้านท่าเดื่อ ทอดพระเนตรการฝึกการกระโดดร่มจากอากาศยาน วันนี้ เป็นการกระโดดร่มครั้งที่ 3 ของการฝึกภาคอากาศ นักเรียนนายร้อย จะทำการโดดจากอากาศยานเครื่องบินลำเลียงแบบ 295 (สองเก้าห้า) ของกองทัพบก ที่ระดับความสูง 1,250 ฟิต ใช้ร่มแบบ MC 1-1 C (เอ็มซี วัน แดช วัน ซี) เวลาในการกระโดดต่อ 1 นาย คือ 1 นาที 30 วินาที จุดส่งลง คือ สนามกระโดดร่มบ้านท่าเดื่อตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี    สำหรับขั้นตอนการปฏิบัติบนอากาศยาน ผู้ควบคุมการกระโดดจะแจ้งเตือนเวลาให้กับนักโดดก่อนที่อากาศยานจะถึงจุดปล่อย 6 นาที ก่อนถึงจุดปล่อย 1 นาที และ 30 วินาที หลังจากนั้นจะออกคำสั่ง ยืนประตู หรือ (Stand By) นักโดดจะส่งขอสับสายดึงประจำที่ให้กับผู้ช่วยผู้ควบคุมการกระโดด แล้วเคลื่อนที่มายืนที่ท้ายแรมป์ในตำแหน่งที่พร้อมโดด เมื่อถึงจุดปล่อย ผู้ควบคุมการกระโดด จะสั่งนักโดด โดดออกจากอากาศยานวันนี้ พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก และพลโทภูมิพัฒน์ จันทร์สว่าง ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เข้าร่วมการฝึกกับ นักโดดอีก 30 นาย เครื่องบินลำเลียงจะทำการบินผ่านสนามโดดจากทิศตะวันออก ไปทางทิศตะวันตก    ในรอบแรก จะทำการปล่อยนักโดด 15 นาย เป็นการกระโดดออกจากอากาศยานทางประตูด้านท้าย หรือ แรมป์ของอากาศยาน แต่ละนาย จะปล่อยห่างกันประมาณ 1 วินาที จากนั้นอากาศยาน จะบินทำวงจรการบินเพื่อปล่อยนักโดดในรอบที่ 2 อีก 15 นาย เมื่อนักโดดลงถึงพื้นเรียบร้อยแล้ว นักโดดจะทำการถอดร่มออกจากตัว และเก็บร่มใส่ถุงบรรจุร่ม หลังจากนั้นจะไปรายงานตัวยังตำบลรับรายงานตัวเพื่อสำรวจยอด และปฏิบัติภารกิจอื่นๆ    ต่อมาเวลา 13 นาฬิกา 31 นาที สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโครงการพัฒนาที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา ตำบลหนองหม้อ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ทรงติดตามผลการพัฒนาที่ดินเพื่อเป็นแบบอย่างการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่จำกัด ให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจ    หลังจาก ทรงฟังการบรรยายสรุปถึงผลการดำเนินงานต่างๆแล้ว ได้ทอดพระเนตรกิจกรรมการดำเนินงานต่างๆ ซึ่งโครงการพัฒนาที่ดินฯดังกล่าวนี้ เป็นที่ดินของ นายชัยยศ ตันติวสุธา อ่านว่า ตัน ติ วะ สุ ธา ที่น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จำนวน 27 ไร่ 3 งาน    ในปี 2546 มูลนิธิชัยพัฒนา ได้เข้าไปพัฒนาพื้นที่เพื่อเป็นแบบอย่างการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ให้แก่เกษตรกร ด้วยประชาชนตำบลหนองหม้อ มี 7 หมู่บ้าน ส่วนใหญ่ไม่มีพื้นที่ทำกินเป็นของตัวเอง ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำไร่ ทำนา โดยเช่าพื้นที่ หลังการเก็บเกี่ยวไม่มีอาชีพอื่นรองรับ จึงต้องออกไปรับจ้างยังที่อื่น    ในการดำเนินโครงการ ได้จัดทำแปลงสาธิตการบริหารจัดการที่ดินและน้ำสำหรับการทำการเกษตรที่มีที่ดินขนาดเล็ก ในเขตให้บริการของชลประทาน ควบคู่ไปกับการปลูกพืชผัก ไม้ผล พืชไร่และข้าว เป็นการถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกร , ประชาชน และหน่วยงานต่างๆ ที่สนใจ    ภายในโครงการฯ ได้แบ่งพื้นที่ดำเนินงานออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก จัดทำแปลงเกษตรทฤษฏีใหม่ ในเขตชลประทาน มีการ ขุดสระเก็บกักน้ำไว้ใช้ในการเกษตร และเลี้ยงปลากินพืช เช่น ปลานิล ปลาทับทิบ และปลายี่สก รอบสระน้ำ ส่วนที่คันนา ได้ปลูกต้นมะพร้าว แคบ้าน เพื่อสร้างรายได้เสริม และปลูกหญ้าแฝก เพื่อป้องกันการพังทลายของดิน,จัดทำแปลงสาธิตการทำนา หลังการเก็บเกี่ยว มีการปลูกพืชบำรุงดิน เช่น ถั่ว และปอเทือง แล้วปลูกพืชหมุนเวียน เพื่อสร้างรายได้เสริมระหว่างการทำนาในครั้งต่อไป , จัดทำแปลงไม้ผล ไม่ดอก พืชไร่ และพืชสมุนไพร เช่น กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า ฝรั่ง มะกอกน้ำ กระท้อน และมะม่วง    และจัดทำที่อยู่อาศัย โดยก่อสร้างโรงเรือน อาคารแปรรูป และสำนักงาน พื้นที่โดยรอบได้ปลูกพืชผักกินใบและพืชกินผล เช่น คะน้า ผักกาดขาว ผักกาดเขียว กวางตุ้ง ผักบุ้งจีน บวบ ถั่วฝักยาว พริก และมะเขือ สลับหมุนเวียนตามความเหมาะสม และส่วนที่ 2 เป็นแปลงสาธิตการปลูกข้าว ตามหลักเกษตรดีที่เหมาะสม แบบใช้ต้นทุนต่ำ โดยปลูกข้าวนาปรัง แบบวิธีหว่านน้ำตมใช้พันธุ์ข้าวปทุมธานี 1 เพื่อเป็นตัวอย่างในการปลูกข้าวปีละ 2 ครั้ง    นอกจากนี้ ยังมีโรงสีข้าว และการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงจัดกิจกรรมการฝึกอบรมให้ความรู้ด้านการเกษตร การผลิตปุ๋ยชีวภาพ และจัดฝึกอบรมหลักสูตรอาชีพระยะสั้นต่างๆ การดำเนินงานที่ผ่านมา มีผลการพัฒนาดีทุกด้าน ทำให้มีผลผลิตการเกษตรมากขึ้น ทั้งบริโภค การจำหน่าย และการแปรรูป สร้างรายได้ตลอดทั้งปี จึงมีเกษตรกร และผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง แต่ยังขาดน้ำใช้ในการเกษตร ในช่วงหน้าแล้ง จึงมีพระราชดำริให้ กรมชลประทานเข้าไปสนับสนุนแหล่งน้ำในการเกษตรและการอุปโภคบริโภคแก่ประชาชนในพื้นที่   เวลา 15 นาฬิกา 19 นาที เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด โครงการเพาะและขยายกิ่งพันธุ์ไม้ผลพันธุ์ดี ตำบลตากฟ้า อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นที่ดินของนายเชษฐ์ ชำนิถิรวาณิชย์ ที่ได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อปี 2556 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานแก่มูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อพัฒนาให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชน ในปี 2559 มูลนิธิชัยพัฒนา จึงร่วมกับกรมวิชาการเกษตร    โดยศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ วางแผนพัฒนาพื้นที่ จัดทำเป็น โครงการเพาะและขยายกิ่งพันธุ์ไม้ผลพันธุ์ดี เพื่อเป็นแหล่งเพาะและขยายพันธุ์ไม้ผลพันธุ์ดี และเป็นแหล่งเรียนรู้แก่เกษตรกร โดยแบ่งพื้นที่เป็น 6 แปลง แปลงที่ 1 ประกอบด้วย อาคารปฎิบัติงาน เรือนเพาะชำ บ้านพักเจ้าหน้าที่ บ่อน้ำบาดาล สระเก็บน้ำ และแปลงทดลองปลูกไม้ผลต่างถิ่น, แปลงที่ 2 ปลูกขนุน 5 สายพันธุ์, แปลงที่ 3 ปลูก มะขามเปรี้ยว และอะโวคาโด, แปลงที่ 4 ปลูกอินทผลัม, แปลงที่ 5 ปลูกมะขามป้อม และแปลงที่ 6 ปลูกมะม่วง 7 สายพันธุ์    การดำเนินงานตั้งแต่ปี 2559 ถึงปี 2562 ได้เริ่มเพาะและขยายกิ่งพันธ์ุไม้ผล พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ในการดูแลไม้ผลแก่ผู้สนใจ นอกจากนี้ ยังได้ปลูกไม้ผลเพิ่มเติม อาทิ มะเดื่อฝรั่ง จำนวน 7 สายพันธุ์ และอาโวคาโด 4 สายพันธุ์ เพื่อศึกษาการเจริญเติบโต และการให้ผลผลิต สำหรับปี 2563 ตั้งเป้าหมายจะขยายกิ่งพันธุ์ไม้ผลพันธุ์ดี อาทิ มะขามป้อม, มะเดื่อฝรั่ง และมะม่วง จำนวน 1,640 กิ่งพันธุ์ เพื่อทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อพระราชทานแก่ผู้ประสบภัยต่อไป

 345
แชร์ออฟเดอะเดย์
22 ม.ค. 63

คนเมาอาละวาด ขับรถหาเรื่องวัยรุ่น ชมว่ารูปหล่อ ก่อนอีกฝ่ายสุดทนรัวหมัดใส่

นครสวรรค์-ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Russarin Niyomchon ได้แชร์ภาพเหตุการณ์ทะเลาะวิวาท โดยมีชายคนหนึ่งขับรถยนต์สีดำ อยู่ในอาการคล้ายคนเมา พยายามลงมาหาเรื่องวัยรุ่นชายหญิง โดยฝ่ายหญิงพยายามร้องห้าม พร้อมบอกว่า “น้าขับรถไม่ดี และเป็นคนผิด”   แต่ชายที่อยู่ในอาการเมา ได้พูดคำหยาบใส่ และเดินเข้ามาพยายามทำร้ายใส่วัยรุ่นโดยพูดว่า “มึงนี่มันรูปหล่อนะ” ทว่ากลับถูกวัยรุ่นที่หมดความอดทน ผลักและต่อยใส่ จนทั้งสองแลกหมัดกัน สุดท้ายได้มีผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์พยายามเข้ามาห้าม   ในเวลาต่อมาชายที่เมาคนดังกล่าวได้ไปผลักรถจักรยานยนต์อีกคันจนล้มคว่ำ ทำให้เจ้าของรถไม่พอใจเข้ามาหาเรื่องอีกครั้ง ก่อนที่ชายเมาจะขึ้นรถและขับหนีออกไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5V4AHrAbUWA

 4,191
ข่าวโซเชียล
22 ม.ค. 63

คนเมาอาละวาด ขับรถหาเรื่องวัยรุ่น ชมว่ารูปหล่อ ก่อนอีกฝ่ายสุดทนรัวหมัดใส่

นครสวรรค์-ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Russarin Niyomchon ได้แชร์ภาพเหตุการณ์ทะเลาะวิวาท โดยมีชายคนหนึ่งขับรถยนต์สีดำ อยู่ในอาการคล้ายคนเมา พยายามลงมาหาเรื่องวัยรุ่นชายหญิง โดยฝ่ายหญิงพยายามร้องห้าม พร้อมบอกว่า “น้าขับรถไม่ดี และเป็นคนผิด”   แต่ชายที่อยู่ในอาการเมา ได้พูดคำหยาบใส่ และเดินเข้ามาพยายามทำร้ายใส่วัยรุ่นโดยพูดว่า “มึงนี่มันรูปหล่อนะ” ทว่ากลับถูกวัยรุ่นที่หมดความอดทน ผลักและต่อยใส่ จนทั้งสองแลกหมัดกัน สุดท้ายได้มีผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์พยายามเข้ามาห้าม   ในเวลาต่อมาชายที่เมาคนดังกล่าวได้ไปผลักรถจักรยานยนต์อีกคันจนล้มคว่ำ ทำให้เจ้าของรถไม่พอใจเข้ามาหาเรื่องอีกครั้ง ก่อนที่ชายเมาจะขึ้นรถและขับหนีออกไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5V4AHrAbUWA

 4,191
พระราชสำนัก
21 ม.ค. 63

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่จังหวัดนครสวรรค์

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์   วันนี้เวลา 8 นาฬิกา 56 นาที สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปพื้นที่โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล ตำบลเขาทอง อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ทรงเปิดแพรคลุมป้าย “ศูนย์การแพทย์มหิดลบำรุงรักษ์ จังหวัดนครสวรรค์”    มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์ สร้างศูนย์การแพทย์ฯแห่งนี้ขึ้น เพื่อเป็นสถานพยาบาลให้บริการด้านการแพทย์แก่ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง - ภาคกลางตอนบน รวม 7 จังหวัด ได้แก่ ตาก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ อุทัยธานี ชัยนาท และนครสวรรค์  และเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการแพทย์และสาธารณสุข เป็นศูนย์ฝึกอบรมและรองรับการจัดการเรียนการสอนของนักศึกษาแพทย์ พยาบาล สาธารณสุข และวิทยาศาสตร์สุขภาพ   โอกาสนี้ ทรงวางมาลัยถวายราชสักการะพระบรมรูปสมด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก    จากนั้นได้ทอดพระเนตรนิทรรศการและห้องปฏิบัติการแผนกต่างๆ ศูนย์การแพทย์มหิดลบำรุงรักษ์ จังหวัดนครสวรรค์ เปิดให้บริการชั่วคราวที่อาคารสร้างเสริมสุขภาพ ตั้งแต่ปี 2557 ในระยะแรกมีบริการตรวจรักษาผู้ป่วยนอก บริการแพทย์แผนจีน แพทย์แผนไทยและกายภาพบำบัด ปัจจุบันการก่อสร้างต่างๆแล้วเสร็จสมบูรณ์ มีกลุ่มอาคารผู้ป่วยนอก กลุ่มอาคารบริการ และอาคารผู้ป่วยในขนาด 60 เตียง    ในอนาคตมีแผนพัฒนาไปสู่ความเป็นเลิศด้านการดูแลผู้สูงอายุ รองรับโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ เช่น โรคกระดูกและกล้ามเนื้อ โรคทางตา หู คอ จมูกและช่องปาก โรคไตวายเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด รองรับปัญหาของผู้สูงอายุระยะหลังวิกฤติที่ต้องการการดูแลและฟื้นฟูสภาพ ซึ่งเป็นระยะก่อนกลับไปใช้ชีวิตประจำวันที่บ้าน รวมถึงการดูแลผู้สูงอายุแบบประคับประคองในระยะสุดท้ายของชีวิต นอกจากนี้ยังจะพัฒนาให้เป็นโรงพยายาลขนาด 300 เตียง ระดับตติยภูมิ ภายในปี 2571   เวลา 12 นาฬิกา 42 นาที สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการดำเนินงาน โครงการพัฒนาที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา บ้านเกริ่นกระถิน ตำบลเนินขี้เหล็ก อำเภอลาดยาว ซึ่งเป็นที่ดินของนางสาวสมศรี คล้ายสุข ราษฎรในพื้นที่ได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อปี 2559 เพื่อใช้ในกิจกรรมของมูลนิธิฯ   ต่อมาในปี 2561 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชานุญาตให้มูลนิธิชัยพัฒนา พัฒนาพื้นที่นี้ให้เป็นสถานที่เรียนรู้ด้านการเกษตรไม้ผล และพืชไร่ของชุมชน มูลนิธิชัยพัฒนา จึงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการพัฒนาให้เป็นแปลงผลิต และสาธิตการผลิตไม้ผลและพืชไร่ ด้วยการเพาะและขยายกิ่งพันธ์ุไม้ผล รวมถึงการแปรรูปผลผลิต เพื่อให้เกษตรกรและผู้ที่สนใจได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ ตลอดจนนำไปปรับใช้ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมไม้ผล และพืชไร่ ทดแทนการทำเกษตรเชิงเดี่ยว และเป็นสถานที่ผลิตและเพาะขยายพันธุ์ไม้ผลและพืชไร่ เพื่อพระราชทานแก่ราษฎรผู้ประสบภัยในอนาคต   ปัจจุบันได้ดำเนินการปรับสภาพพื้นที่ พร้อมปรับปรุงดิน และขุดสระน้ำขนาด ความจุ 77,000 ลูกบาศก์เมตร และในปี 2563 จะเริ่มปลูกสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้าง อาทิ แปลงอาคารโรงเรือน และอาคารโรงแปรรูปผลผลิต และอาคารโรงเพาะชำและขยายกิ่ง   จากนั้น เวลา 14 นาฬิกา 12 นาที เสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่ในโครงพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา ตำบลหนองกรด อำเภอเมือง ทอดพระเนตรการดำเนินงานพัฒนาพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรและผู้สนใจ พื้นที่ดังกล่าวนี้ พระครูจ้อย จันทสุวรรณโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีอุทุมพร ตำบลหนองกรด ได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย เมื่อปี 2538 จำนวน 328 ไร่ 1 งาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริให้ สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา จัดตั้งเป็นศูนย์สาธิตและให้บริการวิชาการเกษตร และถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรแก่เกษตรกรและผู้สนใจ ภายใต้ชื่อ โครงการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา ตำบลหนองกรด อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์   โอกาสนี้ ทอดพระเนตรกิจกรรมการดำเนินงานต่างๆ ที่ในปี 2546 สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา และ กรมวิชาการเกษตร โดยศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ สนองพระราชดำริ ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ส่วนหนึ่ง ดำเนินกิจกรรมเรื่องข้าว และเป็นศูนย์สาธิตการปลูกพืชแบบผสมผสานตามหลักเกษตรดี ที่เหมาะสม (GAP)เพื่อให้ประชาชนมีผักปลอดสารพิษบริโภค และเป็นแหล่งศึกษาและถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เกษตรกรและผู้สนใจ    แบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก ทำแปลงสาธิตการเกษตร 3 แปลง ได้แก่ แปลงปลูกพืชสวนแบบผสมผสาน ทั้งผักกินใบ และกินผล โดยปลูกสลับกันตลอดทั้งปี , แปลงปลูกพืชสวน และแปลงนา ปลูกข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 โดยการหว่านน้ำตม หลังการเก็บเกี่ยว จะปลูกพืชหลังนา เป็นพืชใช้น้ำน้อย และปลูกพืชบำรุงดิน เช่น ปอเทือง   ส่วนที่ 2 ก่อสร้างอาคารทรงงาน และอาคารส่วนปฏิบัติการ การดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่าในปี 2559 โครงการประสบปัญหาเรื่องของสภาพภูมิอากาศ และการขาดแคลนน้ำ จึงได้ปรับเปลี่ยนวิธีการและวางแผนการปลูกพืชให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำ โดยปรับมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยเพิ่มขึ้น โดยใช้ระบบน้ำหยด ซึ่งโครงการฯ ได้ให้ความรู้แก่เกษตรในพื้นที่เพื่อนำไปปรับปรุงการปลูกพืชต่างๆ ในพื้นที่ อีกทั้ง ยังมีแผนปลูก อินทผลัม สายพันธุ์บาฮี ซึ่งเหมาะกับพื้นที่แล้ง เป็นทางเลือกการปลูกให้แก่เกษตรกรอีกชนิด โดยอินทผลัม มีรสชาติอร่อย ราคาสูง และกำลังเป็นที่ต้องการของท้องตลาด  

 529
สังคม
18 ม.ค. 63

รวมพลคนโชคดี! ผญบ.ชัยภูมิ ถูกหวยชีวิตเปลี่ยน - หนุ่มนครสวรรค์รับเหนาะๆ 12 ล้าน

ชัยภูมิ - ผู้ใหญ่บ้านดวงเฮงถูกรางวัลที่1นายเลไร เลิศพรุธทรา ผู้ใหญ่บ้านหัวสาพนหมู่6 ตำบลวังตะเฆ่ อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 2 ใบ เป็นเงิน 12 ล้านบาท ได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่.สน.วังตะเฆ่ก่อนไปขึ่นเงินต่อไป   นายเลไร ผญบ. หมู่ 6 เล่าด้วยอาการดีใจว่า ตนซื้อเพียง 2 ใบ หลังจากได้ถวายช้างในงานฉลองอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล พร้อมจุดธูปขอพรให้เจ้าพ่อดลบันดาลให้ถูกรางวัลที่1กับเขาสักครั้ง จากนั้นก็เข้าไปเดินในงานกาชาด โดยไม่คาดคิดว่าตนเองจะโชคดี ส่วนเงินที่ได้มาก็จะแบ่งไปใช้หนี้ ,ทำบุญ,ที่เหลือก็จะได้แบ่งให้ลูกๆและเก็บไว้ใช้ในบั้นปลายชีวิตต่อไป   นครสวรรค์ - หนุ่มพนักงาน อบจ.นครสวรรค์ ทำรางวัลที่ 1 สองใบ 12 ล้านบาท โดยเจ้าตัวบอกว่า ลูกเป็นคนหยิบให้     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/3YPo7zuCIao

 2,806
สังคม
14 ม.ค. 63

พบทารกแรกคลอดถูกทิ้งในถังขยะหมู่บ้าน

ที่จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อช่วงเวลาประมาณ 17.30 น.ที่ผ่านมา พบทารกเพศหญิงแรกคลอดถูกทิ้งในถังขยะหมู่บ้านหมู่ที่ 5 ตำบลแควใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ในสภาพเนื้อตัวมอมแมม ไม่พบหลักฐานใดๆติดตัวว่าเป็นใครมาจากไหน   โดยผู้ที่พบทารกคนดังกล่าวคือ เด็กชายในหมู่บ้านที่กำลังนำขยะถังเล็กมาทิ้ง โดยทางเด็กชายจักรกฤษ จำปาวดี อายุ 8 ปี เล่าให้ฟังว่า แม่ใช้ให้ตนเองนำขยะจากบ้านมาทิ้งที่ถังขยะใหญ่ เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่มาเก็บในช่วงเช้า แต่ก็ได้ยินเสียงเด็กร้องออกมาจากถังขยะ จึงรีบวิ่งไปบอกแม่และคนในหมู่บ้านให้ช่วย   หลังจากนั้นคนในหมู่บ้านก็ช่วยกันรีบนำตัวเด็กทารกออกมาจากถังขยะ และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและแจ้งโรงพยาบาลให้มาดูแล ซึ่งเบื้องต้น เด็กทารกเพศหญิงมีสุขภาพแข็งแรง และไม่พบบาดแผลตามร่างกายใดๆ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่แพทย์เวรโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์จึงนำตัวเด็กทารก เข้าทำการรักษาจนอาการปลอดภัยแล้ว   ร.ต.อ.ชวโรจน์ ทองรอด พนักงานสอบสวน สภ.หนองปลิง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ บอกว่า จากการสอบสวนคนในหมู่บ้าน และเจ้าหน้าที่อนามัยไม่พบว่ามีบุคคลบริเวณใกล้เคียงมีประวัติฝากท้องตามโรงพยาบาลหรือตามอนามัยเลย คาดว่าจะเป็นคนจากพื้นที่อื่นที่แอบนำมาทิ้งในช่วงกลางวัน เนื่องจากเป็นช่วงปลอดคน อีกทั้งหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านเล็กๆ หากคนแปลกหน้าเข้า-ออกหมู่บ้านก็จะทราบทันที อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดต่างๆ เพื่อตามตัวแม่เด็กมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/fEZjCra9HBg

 3,941
ข่าวภูมิภาค
14 ม.ค. 63

ด.ช.เดินมาทิ้งขยะ ผงะ เจอทารกหญิงยังมีชีวิตถูกทิ้ง

นครสวรรค์-พบทารกเพศหญิงแรกคลอดถูกทิ้งในถังขยะหมู่บ้านหมู่ที่ 5 ตำบลแควใหญ่ อำเภอเมือง ในสภาพเนื้อตัวมอมแมม ไม่พบหลักฐานใดๆ โดยผู้ที่พบทารกคนดังกล่าวคือ เด็กชายอายุ 8 ขวบ ในหมู่บ้านที่กำลังนำขยะถังเล็กมาทิ้ง   โดยเด็กที่พบเล่าให้ฟังว่า แม่ใช้ให้ตนเองนำขยะจากบ้านมาทิ้งที่ถังขยะใหญ่ เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่มาเก็บในช่วงเช้า แต่ก็ได้ยินเสียงเด็กร้องออกมาจากถังขยะ จึงรีบวิ่งไปบอกแม่และคนในหมู่บ้านให้ช่วย   หลังจากนั้นคนในหมู่บ้านก็ช่วยกันรีบนำตัวเด็กทารกออกมาจากถังขยะ และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและแจ้งโรงพยาบาลให้มาดูแล ซึ่งเบื้องต้น เด็กทารกเพศหญิงมีสุขภาพแข็งแรง และไม่พบบาดแผลตามร่างกายใดๆ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่แพทย์เวรโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์จึงนำตัวเด็กทารก เข้าทำการรักษาจนอาการปลอดภัยแล้ว   ด้านตำรวจระบุ จากการสอบสวนคนในหมู่บ้าน และเจ้าหน้าที่อนามัยไม่พบว่ามีบุคคลบริเวณใกล้เคียงมีประวัติฝากท้องตามโรงพยาบาลหรือตามอนามัยเลย คาดว่าจะเป็นคนจากพื้นที่อื่นที่แอบนำมาทิ้งในช่วงกลางวัน เนื่องจากเป็นช่วงปลอดคน อีกทั้งหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านเล็กๆ หากคนแปลกหน้าเข้า-ออกหมู่บ้านก็จะทราบทันที อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดต่างๆ เพื่อตามตัวแม่เด็กมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ed7UFDG6hqc  

 84,458
สังคม
14 ม.ค. 63

ด.ช.เดินมาทิ้งขยะ ผงะ เจอทารกหญิงยังมีชีวิตถูกทิ้ง

นครสวรรค์-พบทารกเพศหญิงแรกคลอดถูกทิ้งในถังขยะหมู่บ้านหมู่ที่ 5 ตำบลแควใหญ่ อำเภอเมือง ในสภาพเนื้อตัวมอมแมม ไม่พบหลักฐานใดๆ โดยผู้ที่พบทารกคนดังกล่าวคือ เด็กชายอายุ 8 ขวบ ในหมู่บ้านที่กำลังนำขยะถังเล็กมาทิ้ง   โดยเด็กที่พบเล่าให้ฟังว่า แม่ใช้ให้ตนเองนำขยะจากบ้านมาทิ้งที่ถังขยะใหญ่ เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่มาเก็บในช่วงเช้า แต่ก็ได้ยินเสียงเด็กร้องออกมาจากถังขยะ จึงรีบวิ่งไปบอกแม่และคนในหมู่บ้านให้ช่วย   หลังจากนั้นคนในหมู่บ้านก็ช่วยกันรีบนำตัวเด็กทารกออกมาจากถังขยะ และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและแจ้งโรงพยาบาลให้มาดูแล ซึ่งเบื้องต้น เด็กทารกเพศหญิงมีสุขภาพแข็งแรง และไม่พบบาดแผลตามร่างกายใดๆ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่แพทย์เวรโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์จึงนำตัวเด็กทารก เข้าทำการรักษาจนอาการปลอดภัยแล้ว   ด้านตำรวจระบุ จากการสอบสวนคนในหมู่บ้าน และเจ้าหน้าที่อนามัยไม่พบว่ามีบุคคลบริเวณใกล้เคียงมีประวัติฝากท้องตามโรงพยาบาลหรือตามอนามัยเลย คาดว่าจะเป็นคนจากพื้นที่อื่นที่แอบนำมาทิ้งในช่วงกลางวัน เนื่องจากเป็นช่วงปลอดคน อีกทั้งหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านเล็กๆ หากคนแปลกหน้าเข้า-ออกหมู่บ้านก็จะทราบทันที อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดต่างๆ เพื่อตามตัวแม่เด็กมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ed7UFDG6hqc  

 84,458
ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 63

เก๋งชน จยย. ก่อนเสียหลักพุ่งชนร้านค้าพังยับ เจ็บ 2

นครสวรรค์-เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ บริเวณตลาดริมเขื่อน ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง โดยรถเก๋งยังได้เสียหลักไปชนกับร้านค้าในละแวกดังกล่าวจนพังยับเยิน โดยเหตุการณ์นี้มีผู้ขี่รถจักรยานยนต์และผู้ซ้อนได้รับบาดเจ็บ 2 ราย   จากการสอบสวนนายพิพัฒน์ พบพรปัญญาวัฒน์ อายุ 35 ปี ขับรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้าซิตี้ สีขาว มารับประทานอาหารในตลาดริมเขื่อน หลังจากรับประทานเสร็จ ก็ได้ขับรถจะกลับบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุก็ได้เฉียวชนกับรถจักรยานยนต์คู่กรณีขับสวนทางมาก่อนที่รถจะเสียหลักไปชนร้านค้าจนพังยับเยิน แต่คำให้การเบื้องต้นยังขัดแย้งกับผู้เห็นเหตุการณ์   โดยผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่ารถเก๋งคันดังกล่าว ขับมาด้วยความเร็วจนพุ่งชนจักรยานยนต์และเสียหลักไปชนร้านค้าพังเอง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบกล้องวงจรปิด ในบริเวณที่เกิดเหตุเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ แต่ก็โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตรายจนเสียชีวิต   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/owePXKdC6bk

 1,894
สังคม
06 ม.ค. 63

เก๋งชน จยย. ก่อนเสียหลักพุ่งชนร้านค้าพังยับ เจ็บ 2

นครสวรรค์-เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ บริเวณตลาดริมเขื่อน ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง โดยรถเก๋งยังได้เสียหลักไปชนกับร้านค้าในละแวกดังกล่าวจนพังยับเยิน โดยเหตุการณ์นี้มีผู้ขี่รถจักรยานยนต์และผู้ซ้อนได้รับบาดเจ็บ 2 ราย   จากการสอบสวนนายพิพัฒน์ พบพรปัญญาวัฒน์ อายุ 35 ปี ขับรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้าซิตี้ สีขาว มารับประทานอาหารในตลาดริมเขื่อน หลังจากรับประทานเสร็จ ก็ได้ขับรถจะกลับบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุก็ได้เฉียวชนกับรถจักรยานยนต์คู่กรณีขับสวนทางมาก่อนที่รถจะเสียหลักไปชนร้านค้าจนพังยับเยิน แต่คำให้การเบื้องต้นยังขัดแย้งกับผู้เห็นเหตุการณ์   โดยผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่ารถเก๋งคันดังกล่าว ขับมาด้วยความเร็วจนพุ่งชนจักรยานยนต์และเสียหลักไปชนร้านค้าพังเอง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบกล้องวงจรปิด ในบริเวณที่เกิดเหตุเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ แต่ก็โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตรายจนเสียชีวิต   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/owePXKdC6bk

 1,894

Top