ค้นหา :

ผลการค้นหา "ข่มขืน"

สังคม-อาชญากรรม
01 ก.ย. 61

ญาติอุ้มหนุ่มพิการอ้างเป็น 'ฤาษีตาไฟ' มอบตัว ปัดข่มขืนสาว17 โอดสภาพแบบนี้จะไปข่มขืนใครได้

จากกรณีพ่อแม่ของหญิงสาววัย 17 ปี พาลูกสาวเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ตำรวจ สภ.เมืองศรีสะเกษ ว่าลูกถูกชายที่อ้างตัวว่าเป็นฤาษีตาไฟ ข่มขืน ลูกรวม 4 ครั้ง ขณะทำการสะเดาะเคราะห์ให้ ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งที่อยู่ข้างถนนสายศรีสะเกษ – ขุขันธ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ โดยใช้เวลาสะเดาะเคราะห์ 2 วัน       ล่าสุดญาติพี่น้องได้พากันอุ้มตัว นายสุรสิทธิ์ พลศักดิ์ อายุ 40 ปี ซึ่งสภาพร่างกายป่วยพิการ เป็นโรคโปลิโอ ช่วยเหลือตนเองไม่ได้มาตั้งแต่เกิดและเป็นผู้อ้างตัวว่าเป็นฤาษีตาไฟ มามอบตัวที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาจำนวน 2 ข้อหาคือ พรากผู้เยาว์เด็กอายุเกิน 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดามารดา และข่มขืนกระทำชำเราแม้ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม ซึ่งเจ้าตัวได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา   โดยหนุ่มพิการให้การด้วยแบบกระท่อนกระแท่นว่า ในวันเกิดเหตุ ได้มีญาติพี่น้องของคู่กรณีมาเชิญให้ตนไปทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้รีสอร์ตแห่งหนึ่ง โดยมารับตนจากบ้านที่เป็นของลูกศิษย์คนหนึ่งที่ อ.ภูสิงห์ จากนั้น ตนได้ใช้เวลาทำการสะเดาะเคราะห์ 2 วัน โดยการลงอักขระและเขียนคาถาสะเดาะเคราะห์ ไม่ได้มีการข่มขืนแต่อย่างใด เนื่องจากว่า ตนช่วยเหลือตนเองยังไม่ได้เลย จะไปทำการข่มขืนซึ่งมีร่างกายปกติสมบูรณ์ได้อย่างไร ตนขอให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา     โดยศาลอนุญาตให้ประกันตัวในวงเงิน 2 แสนบาท นายสุรสิทธิ์ จึงได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว หลังญาติยื่นหลักทรัพย์  เป็นโฉนดที่ดิน เนื้อที่ 12 ไร่                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/CWayO9d7ibM

 19,654
สังคม-อาชญากรรม
28 ก.ค. 61

อดีต ผญบ. ปัดข่มขืน 'สาวม้ง' อ้างสมยอม โชว์รูปหวังได้เป็นเมียคนที่3 - เผยคลิปสุดท้ายเหยื่อก่อนสิ้นใจ

รวบอดีตผญบ. ข่มขืนสาวม้ง ปฏิเสธเสียงแข็งอ้างเป็นการสมยอม พบพฤติกรรมฝ่ายชาย นำภาพมาแชร์ แค่ต้องการอวดมีเมียเพิ่มอีกคน  สุดสลดก่อนสิ้นใจสาวม้ง ชี้รูปคนข่มขืนได้ชัดเจน พร้อมขอให้จับมาดำเนินคดี    ความคืบหน้าคดีสาวชาวม้งอายุ 22ปี กินยาฆ่าแมลงฆ่าตัวตายจนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา เพราะรู้สึกเครียดและอับอาย ที่ถูกนาย นพดล นวอริยะ อดีตผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.พบพระ จ.ตาก  ที่ถูกออกหมายจับและตั้งรางวัลนำจับจำนวน 8 หมื่นบาท     โดยเมื่อวานนี้ (27 ก.ค.) ตำรวจสามารถติดตามจับกุมนายพนดลได้ บริเวณศาลาริมทางริมถนน อ.เมือง จ.ตาก จึงแสดงหมายจับกุม เจ้าตัวก็ยินยอมให้จับกุมแต่ให้การปฏิเสธ ตำรวจจึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. เบื้องต้นนายนพดลให้การปฏิเสธเรื่องการข่มขืน อ้างว่าเป็นการสมยอมกัน      นายนพดลเปิดเผยว่า ตัวเองขายยาสมุนไพรให้กับผู้ตายผ่านทางเฟซบุ๊กและพูดคุยในลักษณะจีบผู้ตายจริง  ก่อนจะเดินทางมามีความสัมพันธ์กับผู้ตายที่จ.ลำปาง โดยคืนนั้นมีเพศสัมพันธ์ถึง 5 ครั้ง และยืนยันว่าไม่ได้ข่มขืน ช่วงที่อยู่ในห้องพักด้วยกัน ก็ยังนำมือถือคนตายมาแอบถ่ายภาพคู่กัน เพื่อส่งให้ชายหนุ่มอื่นๆ ที่มาติดพันผู้ตายรู้เรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน ยืนยันไม่ได้ถ่ายคลิปไว้ข่มขู่ผู้ตาย และไม่ได้ข่มขืน ฝ่ายหญิงและตนสมยอมกันและขอโทษครอบครัวฝ่ายหญิง      ด้าน พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ ได้แถลงรายละเอียดการจับกุม ระบุว่า แม้นายนพดลจะปฏิเสธ แต่ตำรวจมีหลักฐานแน่นหนาในการดำเนินคดี ซึ่งพฤติกรรมของผู้ต้องหานี้น่ากลัวเพราะใช้อำนาจหน้าที่การงาน มาข่มขู่ฝ่ายหญิง และหลอกว่าขายยาสมุนไพร แก้ปวด ซึ่งผู้ตายต้องการซื้อยาสมุนไพรมารักษาการปวดหลัง โดยผู้ต้องหาอยู่จ.ตาก เดินทางไปหาที่ จ.ลำปาง โดยอ้างกับผู้ตายว่าจะไปส่งของให้ลูกค้าที่จ.ลำปาง จึงนำยาสมุนไพรไปให้ผู้ตายด้วยก่อนจะมีเพศสัมพันธ์กัน   แต่ขณะที่มีอยู่ในห้องด้วยกันผู้ต้องหาก็นำมือถือของคนตายแอบถ่ายภาพคู่ในลักษณะอยู่ข้างเตียง แต่ภาพนั้นเห็นหน้าผู้ต้องหาแค่ครึ่งหนึ่ง แต่เห็นผู้ตายชัดเจน จากนั้นส่งไปให้ชายหนุ่มคนอื่นที่ทักแชททางเฟซบุ๊กฝ่ายหญิง  ทำให้ภาพความสัมพันธ์ของระหว่างนายนพดลกับผู้ตายแชร์ออกไปอย่างกว้างขวาง ทำให้ผู้ตายเกิดความอับอายและเครียดมาก เพราะตามประเพณีของชาวม้ง ถือว่าเป็นการผิดผี เพราะทั้งคู่ต่างมีครอบครัวอยู่แล้ว ฝ่ายหญิงจึงกินยาฆ่าแมลงฆ่าตัวตายและเสียชีวิตในเวลาต่อมา   สำหรับพฤติกรรมของนายนพดล พบว่าหลังก่อเหตุทำลายหลักฐานทิ้งหมด ทั้งมือถือและเสื้อผ้าที่ก่อเหตุ ซึ่งตำรวจจะสืบสวนขยายผลว่านายนพดลเคยไปก่อเหตุลักษณะดังกล่าวนี้กับหญิงคนอื่นหรือไม่      ด้าน พ.ต.อ. มานะ กลีบสัตบุศย์ รองผู้บังคับการปคม.หัวหน้าชุดจับกุม ระบุว่า  ผู้ต้องหาไม่ได้มอบตัวเอง และมีพฤติกรรมจะหลบหนี โดยนายนพดลมีภรรยาแล้ว 2 คน มีลูกรวมทั้งหมด 4 คน และต้องการได้ผู้เสียชีวิตมาเป็นภรรยาอีกคน จึงแชร์รูปภาพความสัมพันลึกซึ้งกับผู้ตาย เพื่อให้ทุกคนทราบว่าเป็นเมียของเขา เพราะหน้าตาสวยและเป็นที่หมายปองของชายหนุ่มอื่นๆหลายคน   สำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสลดใจ  ช่วงที่ผู้ตายให้ข้อมูลกับนายอัฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญกรรม ที่เข้ามาช่วยเหลือเรื่อองคดีนี้ โดยช่วงที่สอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น ผู้ตายไม่สามารถพูดได้ เพราะยาฆ่าแมลงที่กินไปทำลายอวัยวะภายในทั้งหมดได้เพียงแค่พยักหน้า   ซึ่งเนื้อหาใจความโดยสรุปในการสอบถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฝ่ายหญิงยินยอมมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ ผู้ตายก็ส่ายหน้า และถามว่ามีความสัมพันธ์กันกี่คน ผู้ตายก็ชี้แค่คนเดียว   แต่ช่วงนาทีก่อนที่ผู้ตายจะสิ้นลมหายใจ คือ ผู้ตายชี้ที่รูปนายนพดล แล้วมีสีหน้าโกรธแค้นชัดเจน นายอัจฉริยะถามว่าคนนี้ทำใช่ไหม ผู้ตายก็ชี้ที่รูปและมองหน้าน้องสาวฝาแฝดในลักษณะส่งสัญญาณว่า ช่วยจับคนนี้มาดำเนินคดีให้ได้  จากนั้นก็สิ้นลมหายใจ    ช่วงนาทีนั้น นายอัฉริยะ กล่าวว่า บีบหัวใจมาก และสงสารผู้ตาย เขาถูกกระทำจากนายนพดลจริงและทำให้เขาต้องอายจนต้องทำร้ายตัวเองเพื่อจบชีวิต สำหรับนายนพดล ผู้ต้องหานี้ ถูกปลดจากการเป็นผู้ใหญ่บ้าน เพราะมีการร้องเรียนว่า กระทำการข่มขืนและมีลักษณะคล้ายๆกับผู้ตาย  จนมาก่อเหตุกับสาวม้งผู้ตาย   แต่ทางด้านญาติและครอบครัวของนายนพดลก็ปฏิเสธว่านายนพดลไม่ได้ก่อเหตุข่มขืน นายนพดลเป็นคนดี ทำมาหากิน หาเลี้ยงครอบครัว และไม่เชื่อว่าจะไปก่อเหตุข่มขืนสาวม้งคนนี้ แต่เชื่อว่าป็นการสสมยอมกัน   นอกจากนี้ยังพบว่า ระหว่างที่นายนพดลมีความสัมพันธ์กับสาวม้งผู้ตาย ภรรยาของนายนพดลทั้งสองคนก็ทราบเรื่องนี้และรู้ว่า นายนพดลจะเดินทางไปจ.ลำปาง เพราะไปหาลูกอีกคนที่อยู่ใน จ.ลำปาง แต่ไม่รู้ว่าไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ตาย                           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/ugXI7dklUgg

 29,709
สังคม-อาชญากรรม
13 พ.ค. 61

สุดหดหู่! แม่ใจสลายพาลูกสาว 10 ขวบแจ้งความถูกพ่อ-ปู่ข่มขืนคาบ้าน

สุดหดหู่! แม่พาลูกสาววัย 10 ปี นักเรียนชั้นป.5 เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.คลองด่าน ให้จับกุมตัวสามี ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ของเด็ก และปู่ หลังลงมือข่มขืนลูกสาวและหลานสาวของตัวเอง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้ติดตามจับกุมตัวพ่อเด็กหญิงก่อนนำตัวส่งฝากขังศาลจังหวัดสมุทรปราการ  ขณะที่ปู่ยังให้การปฎิเสธ พร้อมทั้งอ้างว่าเป็นหลานสาวแท้ๆ ของตน ตนจะทำลงคอได้อย่างไร หากตนก่อเหตุจริงคงหลบหนีความผิดไปแล้ว   ด้านแม่ของเด็กระบุว่า ตนรู้สึกตกใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อสอบถามลูกสาวก็ได้ความว่าถูกพ่อล่วงละเมิดทางเพศมาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นป.3 และถูกปู่ข่มขืนมานานกว่า 3 เดือนแล้ว จึงตัดสินใจพาลูกสาวเข้าแจ้งความ เพราะที่ผ่านมาตนไม่ทราบเรื่องมาก่อนว่าลูกสาวถูกกระทำเช่นนี้ โดยวันเกิดเหตุตนเห็นลูกสาวหายตัวไป เมื่อตามไปหาก็พบว่ากำลังถูกสามีกระทำชำเรา และตอนนี้สามีก็ถูกจับตัวส่งเข้าเรือนจำแล้ว                        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/kc6qOH5ZOeQ  

 25,674
ต่างประเทศ
06 พ.ค. 61

สะเทือนขวัญ สาวอินเดียวัย16 ถูกข่มขืน-เผาทั้งเป็น หลังคนร้ายแค้นแม่เหยื่อฟ้องผู้อาวุโสจนโดนลงโทษ

เกิดเหตุหญิงสาวชาวอินเดียวัย 16 ปี ถูกวัยรุ่นชาย 2 คน ฆ่าข่มขืนก่อนเผาทั้งเป็น แก้แค้นที่ก่อนหน้านี้แม่ของเหยื่อสาวไปฟ้องสภาหมู่บ้าน หลังผู้ต้องหาร่วมกันข่มขืนลูกสาว ซึ่งต่อมาได้รับโทษเพียงให้ซิทอัพจำนวน 100 ครั้ง และจ่ายเงินค่าปรับประมาณ 2 หมื่นบาท ล่าสุดตำรวจจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 14 คน และจับ 1 ในชายที่ก่อเหตุข่มขืนได้แล้ว ส่วนอีกคนยังคงหลบหนี                     

 14,189
ข่าวภูมิภาค
21 เม.ย. 61

รวบแล้ว! เจ้าของหอพักช็อตไฟฟ้าข่มขืน นร.สาวม.5 - พ่อเหยื่อเผยลูกสาวสภาพจิตใจย่ำแย่หนัก

จากกรณีเจ้าของหอพักใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าจี้ที่เอวและข่มขืนนักเรียนสาวชั้น ม.5 วัย 18 ปี ภายในหอพักย่านถนนสามชัย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยผู้ก่อเหตุทำทีเข้าไปซ่อมฝักบัว ก่อนออกอุบายให้ผู้เสียหายใช้มือล้วงน็อต โดยอ้างว่ามือตัวเองใหญ่ไปจึงเข้าไปล้วงไม่ได้ ก่อนจะใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าช็อตเหยื่อแล้วลากขึ้นไปข่มขืนบนเตียงนอน      ล่าสุดตำรวจ สภ.หาดใหญ่ จับกุมตัว นายกฤษฎา ยันต์วิเศษภักดี อายุ 46 ปี พร้อมแจ้ง 2 ข้อหาหนัก ได้แก่ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจผู้อื่น, และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นซึ่งมิใช่ภริยาของตนโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยบุคคลอื่นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ เบื้องต้นนายกฤษฎายังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา       ด้านพ่อผู้เสียหายเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุลูกสาวได้โทรศัพท์มาหาเล่าเรื่องให้ฟัง จึงพาเข้าแจ้งความที่ สภ.หาดใหญ่ และวันที่ 20 เม.ย. พาลูกสาวไปให้แพทย์ตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งรอยแผลที่ถูกชอร์ตและ ร่องรอยข่มขืน ต้องรอผลตรวจอีกระยะหนึ่ง ในขณะที่ขั้นตอนทางคดีทราบว่าพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกเจ้าของหอพักแล้ว ตนต้องการให้ตำรวจเร่งดำเนินคดีเจ้าของหอพักโดยเร็วที่สุด เพราะรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกสาว ขณะนี้ลูกสาวสุขภาพจิตใจย่ำแย่มาก เมื่อพูดหรือมีคนถามเรื่องนี้จะร้องไห้ทันที หลังจากนี้จะพาไปพบจิตแพทย์ เพื่อช่วยดูแลสภาพจิตใจ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการเรียนด้วย                          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/MHu3PeYm3yY  

 17,427
สังคม-อาชญากรรม
15 เม.ย. 61

สื่อนอกตีข่าวสาวไต้หวันถูกหนุ่มหมอนวดแผนไทยข่มขืน - เจ้าตัวปฏิเสธ อ้างคู่กรณีสมยอม

สำนักข่าวไต้หวันรายงานข่าวนักท่องเที่ยวสาวชาวไต้หวันถูกพนักงานนวดชายของร้านนวดแห่งหนึ่งในซอยสุขุมวิท 23 พยายามจะกระทำอนาจาร ทำให้นักท่องเที่ยวสาวกรีดร้องและรีบสวมชุดก่อนจะพยายามโทรแจ้งเหตุกับตำรวจแต่สายไม่ว่าง จนเธอและเพื่อนต้องเดินทางไปที่สถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุดแต่คดีไม่มีความคืบหน้า จนกลายเป็นข่าวใหญ่ในทุกสื่อของประเทศไต้หวัน          ล่าสุดตำรวจ สน.ทองหล่อ จับกุมตัวนายภูริวัฒน์ เทียนไชย อายุ 27 ปี พนักงานนวดที่ถูกกล่าวหา เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การภาคเสธอ้างว่า มีเพศสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวรายนี้จริง แต่ผู้เสียหายยินยอม ไม่ได้ข่มขืน และเมื่อนวดเสร็จแล้ว ลูกค้ายังให้ทิปแก่ผู้ต้องหาอีกจำนวน 100 บาทด้วย   ด้านพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา “กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปีและข่มขืนนกระทำชำเราผู้อื่น” พร้อมทั้งพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหาไว้ แล้วให้เดินทางกลับไปโดยไม่มีการควบคุมตัวแต่อย่างใด และจะทำการเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาทำการสอบสวนอีกครั้ง โดยได้นัดให้ผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนอีกครั้งในวันที่ 21 เม.ย.นี้                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/RS1Lm-Ty0Lg  

 8,294
สังคม-อาชญากรรม
08 เม.ย. 61

อดีตดาราร้องกองปราบ ถูกนายทหารยศ 'พล.ต.' ข่มขืน แจ้งความแล้วแต่คดีไม่คืบ - เจ้าตัวโต้ทันควัน

อดีตนักแสดงและนักร้องช่องดังร้องกองปราบขอโอนคดี หลังถูกนายทหารยศ ‘พลตรี’ ข่มขืนหลายครั้ง แต่แจ้งความแล้วคดีไม่คืบหน้า   เมื่อวานนี้ (7 เม.ย.) ที่กองบังคับการปราบปราม อดีตดาราที่เคยแสดงละครให้กับช่องดัง ไม่ขอเปิดเผยชื่อนามสกุล  อายุ 55 ปี นำหลักฐานร้องพนักงานสอบสวนกองปราบ อ้างว่าถูกนายทหารยศพลตรี ซึ่งยังรับราชการอยู่ ข่มขืนกระทำชำเราหลายครั้ง และได้ไปแจ้งความไว้ที่ สน.แห่งหนึ่งใน กทม. แต่คดีไม่มีความคืบหน้า จึงอยากขอให้กองปราบปรามโอนคดีมาดำเนินการ   โดย อดีตดารา เล่าว่า เมื่อประมาณปี 58 ตนมีปัญหาเรื่องที่ดินกับเครือญาติ เนื่องจากน้องสาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ขายที่ดินแปลงหนึ่งในบ้านเกิด จ.ขอนแก่น กับตนเองในราคา 3 ล้านบาท แต่กลับมีญาติบางคนต้องการที่ดินผืนนี้ ทำให้น้องสาวซึ่งเป็นญาติของตนถูกผู้มีอิทธิพลอุ้มหายไปพร้อมลูกสาว 2 คน เป็นเวลานาน 8-9 เดือน หลังจากนั้นตนก็เกือบจะถูกผู้มีอิทธิพลอุ้มไปอีกเช่นเดียวกันกับน้องสาว จนมีคนแนะนำให้ไปขอความช่วยเหลือจากนายทหาร ตนจึงไปขอความช่วยเหลือ จึงทำให้ตนกับนายทหารยศพลตรีรู้จักกันเป็นครั้งแรก   ต่อมาช่วงปี 2559 ตนต้องการที่จะใช้เงิน ซึ่งนายทหารคนดังกล่าว ได้ทราบเรื่องก็อาสาที่ช่วยเหลือ โดยแนะนำให้ไปกู้กับนายทุนเงินกู้คนหนึ่ง ซึ่งนายทหารคนดังกล่าวก็ให้ตนขับรถเดินทางไปหาที่บ้านพักในค่ายทหารแห่งหนึ่งที่เจ้าตัวทำงานอยู่ เพื่อพูดคุยกับนายทุนในวันนั้น ซึ่งตอนแรกก็ได้ปฏิเสธเพราะเห็นว่าดึกแล้ว จะขอไปพบตอนเช้า แต่นายทหารคนดังกล่าว ก็บอกให้ไปหาที่บ้านพักได้เลยเพราะนอนดึก แต่เมื่อไปถึงกลับพบว่านายทหารคนดังกล่าว อยู่บ้านคนเดียว และนายทุนเงินกู้ที่บอกว่านัดจะมาคุยก็ไม่มีแต่อย่างใด   ต่อมาพลตรีคนดังกล่าวก็ให้ตนนอนพักห้องเดียวกัน โดยอ้างว่าไม่ต้องกลัวว่าจะได้รับอันตราย เนื่องจากว่ากำลังป่วยอยู่ ซึ่งในช่วงกลางคืนก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ช่วงเช้าตนกลับถูกขืนใจ ทั้งที่พยายามปัดป้องแล้วแต่สู้แรงไม่ไหว ซึ่งเจ้าตัวพยายามถูกไถด้านนอกจนสำเร็จความใคร่ไป 1 ครั้ง ก่อนจะออกไปทำงาน ทิ้งตนเองให้อยู่ในบ้านพัก ตนรู้สึกกลัวไม่กล้าหนีออกมา เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตราย เพราะมีลูกน้องของนายทหารคนดังกล่าว อยู่นอกบ้านเต็มไปหมด พอช่วงเย็นหลังเลิกงาน เมื่อนายทหารรายดังกล่าวกลับมาบ้าน ก็ข่มขืนกระทำชำเราตนเองอีก 1 รอบ ตนจึงได้ต่อว่าไปว่า ไม่น่าทำกับตนเองแบบนี้ ก่อนจะกลับออกมาโดยไม่พยายามติดต่อหรือข้องเกี่ยวอะไรอีก และไม่ได้แจ้งความ เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย    ถัดมาอีก 1 ปี นายทหารคนดังกล่าว ติดต่อมาหาตนเอง หลังทราบเรื่องว่าตนจะต่อเติมบ้านพัก ก่อนจะเดินทางมากรุงเทพฯ หลังจากนั้นก็ออกอุบายลวงให้ตนเองไปพบที่คอนโดฯย่านพัฒนาการ โดยอ้างว่า จะให้ช่วยพาไปส่งที่สนามบินดอนเมือง เมื่อตนเองหลงเชื่อ แต่กลับถูกนายพลคนดังกล่าวหว่านล้อมให้ขึ้นไปรอบนห้อง ก่อนที่จะข่มขืนตน พร้อมข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องนี้ไปบอกใคร ให้รู้เพียงแค่สองคน และขู่ห้ามไม่ให้ตนมีใคร หลังจากนั้นนายทหารคนดังกล่าว ยังได้ตามมาข่มขืนตนที่บ้านพักของตนอีก 2 ครั้ง   อดีตดารา บอกอีกว่า จนครั้งสุดท้ายตนทนไม่ไหวไปแจ้งความที่ สน.แห่งหนึ่งใน กทม. อยู่หลายครั้ง แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความ ระหว่างนั้นก็มีตำรวจชั้นผู้ใหญ่พยายามโทรศัพท์มาขอไกล่เกลี่ยคดี แต่ตนเองไม่ยอมเพราะต้องการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด จนกระทั่งผ่านไป 3 เดือน ถึงมีตำรวจในโรงพักยอมรับแจ้งความ แต่คดีกลับยังไม่มีความคืบหน้า จนตนบอกตำรวจว่า จะไปร้องเรียนกองปราบฯ จึงทำให้มีการส่งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.)เข้ามาเก็บหลักฐานที่บ้าน   ทั้งนี้ตนเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะอีกฝ่ายเป็นนายทหารมียศสูง รวมทั้งกลัวว่าจะไม่รับความปลอดภัย อาจถูกอุ้มทำไปอันตรายได้ เนื่องจากหลังเกิดเรื่อง มีรถตู้ขับมาวนเวียนหน้าบ้านอยู่บ่อยครั้ง หนำซ้ำเคยนำเรื่องไปร้องเรียนที่กองทัพบก แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าอะไร จึงตัดสินใจมาที่กองปราบปรามเพื่อขอให้โอนคดีมารับผิดชอบ   ด้าน พ.ต.ท.ภิรมย์ เมืองไสย สารวัตร(สอบสวน) กองกำกับการ 1 กองบังคับการกองปราบปราม บอกว่า เบื้องต้นได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้ ก่อนทำการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อประมวลเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป อย่างไรก็ตามได้แนะนำผู้เสียหายไปยื่นเรื่องร้องต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกทางหนึ่ง เนื่องจากว่าการโอนสำนวนคดีนั้นจะต้องให้ระดับ ตร.เพื่อให้พิจารณาสั่งการเพิ่มเติมต่อไป   ขณะที่ผู้สื่อข่าว นสพ.เดลินิวส์ ได้โทรศัพท์ไปสอบถามนายทหารคนดังกล่าว ปรากฏว่าเจ้าตัวมีน้ำเสียงตกใจ ยืนยันว่าไม่เคยกระทำอย่างที่ถูกกล่าวหา แต่ยอมรับว่ารู้จักกันเพราะอีกฝ่ายเคยมาขอความช่วยเหลือ ขอเวลาตรวจสอบก่อนเพราะเพิ่งทราบข่าวจากสื่อมวลชนเหมือนกัน                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/HfBJHuwNU94  

 30,356
สังคม-อาชญากรรม
04 มี.ค. 61

ตร.เร่งล่าตัวพ่อเลี้ยงหื่นวัย25 ข่มขืนลูกเลี้ยงวัย13 จนตั้งท้อง แม่รู้ถึงกับช็อกพาลูกแจ้งความ

เกิดเหตุแม่อายุ 36 ปี พาลูกสาวอายุ 13 ปี และลูกชายอายุ 11 ปี เข้าพบตำรวจ สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี แจ้งความร้องทุกข์ว่าลูกสาวถูกพ่อเลี้ยงอายุ 25 ปี ข่มขืนจนตั้งท้อง และยังบังคับให้ลูกชายร่วมเพศกับพี่สาวตัวเอง    ด้านแม่เด็กเล่าว่า ก่อนหน้านี้สามีมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ไม่ร่วมหลับนอนกับตนเอง และมักชอบพูดว่าลูกสาวและลูกชายจะมีอะไรกัน กระทั่งตนผิดสังเกตว่าลูกสาวไม่ได้ใช้ผ้าอนามัยมา ประมาณ 2 เดือน จึงได้เค้นถามอยู่นานก่อนจะยอมเปิดปากว่าถูกพ่อเลี้ยงข่มขืน และพยายามบังคับให้น้องชายมีอะไรด้วย ตนตกใจมากหันไปถามสามีซึ่งอีกฝ่ายก็ยอมรับว่าทำจริง จึงเกิดมีปากเสียงกัน ก่อนที่สามีจะหนีออกจากบ้านไป จึงตัดสินใจพาลูกๆ เดินทางเข้าแจ้งความ                      ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/xhw1y87qyEU

 35,955
สังคม-อาชญากรรม
18 ก.พ. 61

'ชิต สายเบิร์น' นอนคุกคืนแรกเครียด จ่องัดข้ออ้าง 'จิตไม่ปกติ' สู้คดียิงนศ.หนุ่ม-ฉุดสาวข่มขืน

ความคืบหน้าจากกรณีตำรวจจับกุมตัว นายทิษณุ โถนารัตน์ หรือ ชิต สายเบริ์น อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาคดีพยามฆ่านักศึกษาชายและข่มขืนนักศึกษาหญิง ใน จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งหลังจากตำรวจทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้วได้นำตัวไปส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดกาฬสินธุ์นั้น   ล่าสุดพบว่านายทิษณุมีสภาพอิดโรยและมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งได้แต่บ่นพึมพำอยู่ในลำคอ ญาติพยามนำหลักทรัพย์มาประกันตัวแต่ไม่เพียงพอ เนื่องจากตำรวจได้ตั้งถึง 7 ข้อหาหนัก ประกอบด้วยข้อหา 1.พยามฆ่าผู้อื่น 2.ข่มขืนใจผู้อื่นไม่กระทำการโดยมีอาวุธ 3.พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือมีเหตุอันสมควร 4.ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรืออยู่ในภาวะที่ไม่ขัดขืน 5.ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร 6.กักขังหน่วงเหนี่ยว 7.ปล้นทรัพย์     โดยผู้คุมได้แยกตัวออกจากผู้ต้องขังทั่วไป เนื่องจากคนร้ายรายนี้จัดเป็นบุคคลอันตรายเพราะมีสภาพจิตใจไม่ปกติ และมีรายงานว่านายทิษณุได้ให้ภรรยาจัดหาทนายความเพื่อต่อสู้คดี โดยจะใช้ข้ออ้างว่าเกี่ยวกับเรื่องจิตไม่ปกติฃ     ส่วนความเคลื่อนไหวของนักศึกษาสาว ได้รับการเปิดเผยจากอาจารย์ผู้สอนคนหนึ่งว่าในขณะนี้ทุกคนต้องสร้างกำลังใจและเป็นไปได้จะต้องยุติเรื่องการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในส่วนของคดีเกรงว่านายทิษณุจะต่อสู้คดี ก็จะไปปรึกษาหารือสำนักยุติธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ในวันที่ 19 ก.พ.นี้เพื่อขอให้ช่วยติดตามคดีอีกทาง                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/RW5KRNjl3Bw

 10,049
สังคม-อาชญากรรม
17 ก.พ. 61

คุมตัว 'ชิต สายเบิร์น' มือยิงนศ.หนุ่ม-ฉุดสาวข่มขืนทำแผน อ้างทำไปเพราะเมา-ทะเลาะภรรยา

คืบหน้า – ‘ชิต สายเบิร์น’ ขอมอบตัว หลังหนีกบดานอยู่บนภูเขานาน 3 คืน ยอมรับลงมือไปเพราะเมาสุรา – ยาเสพติด ภรรยาเผยปกติเป็นร่างเริง ตร.ตั้งข้อหาชิงทรัพย์เพิ่มเติม หลังเอาเงินเหยื่อจ่ายค่าน้ำมัน เพื่อก่อเหตุ   ความคืบหน้ากรณีที่ นายทิษณุ โถนารัตน์ หรือ ชิต สายเบิร์น คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุขับรถกระบะเบียดรถ จยย. แล้วใช้อาวุธปืนยิงนักศึกษาหนุ่ม ชั้นปีที่ 3 ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในจังหวัดกาฬสินธุ์ ก่อนจะฉุดนักศึกษาสาวรุ่นน้องชั้นปีที่ 2 ที่นั่งมาด้วยกัน ขึ้นรถกระบะออกไปกระทำชำเรา ก่อนปล่อยทิ้งไว้ข้างทางบนเทือกเขาภูพาน เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัว จนนำไปสู่การออกหมายจับนั้น   วานนี้(16 ก.พ.) ภายหลังตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดกาฬสินธุ์ นำโดย พ.ต.อ.ธีรพัฒน์ ธารีไทย ผู้กำกับสืบสวน พร้อมด้วยกำลังทำการกดดัน และเร่งติดตามตัวคนร้ายอย่างหนัก จนสุดท้าย นายทิษณุ หรือ ชิต สายเบิร์น ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.คำม่วง ที่บริเวณปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งในตำบลนาทัน ซึ่งเป็นปั้มน้ำมันของพี่สาว หลังหลบหนีไปอยู่บนภูเขาที่ติดกับหมู่บ้าน นาน 3 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางไปควบคุมตัว มาสอบปากคำที่ สภ.นามน พร้อมกับอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ โดยมีญาติของผู้ต้องหามารออยู่ที่ สภ.   โดยจากการสอบปากคำ นายทิษณุ ให้การยอมรับสารภาพว่า ก่อนก่อเหตุตนทะเลาะกับภรรยา จึงไปซื้อสุรา 40 ดีกรี และยาบ้า 2-3 เม็ด มาเสพก่อนจะขับรถออกจากบ้านไปหาเหยื่อเพื่อระบายอารมณ์ ภายในอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จนช่วงดึกขับรถมาถึงบริเวณสามแยกทางเข้าอำเภอนามน พบผู้เสียหายขับรถ จยย. เลี้ยวเข้าไปในซอย จึงได้ขับรถไล่ตาม และพยายามเบียดให้ล้มอยู่หลายครั้ง จนสุดท้าย จยย. ของผู้เสียหาย เสียหลักล้มลงบริเวณหน้าวัดอรัญญิกาวาส    หลังจากนั้นตนจึงลงจากรถ พยายามฉุดนักศึกษาสาวขึ้นรถ โดยมีปืนพกติดตัวอยู่ที่เอว แต่นักศึกษาชายต่อสู้ จึงใช้ปืนยิง ก่อนที่จะนำตัวนักศึกษาหญิงไปขึ้นรถออกไปกระทำชำเรา  โดยขับรถขึ้นไปทางเขาภูพาน ระหว่างนั้นได้บังคับให้นักศึกษาถอดเสื้อ และนำเสื้อมามัดแขนไว้ พร้อมกับเอาเงินในกระเป๋าตังนักศึกษาไปเติมน้ำมัน 600 บาท ก่อนจะแวะจอดบริเวณข้างทางเพื่อพยามจะข่มขืนถึง 3 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จ จึงนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ข้างทางบนเขาภูพานและหลบหนีไป   หลังสอบปากคำเสร็จสิ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายทิษณุ มาเซ็นรับทราบข้อกล่าวหา พร้อมกับแจ้งข้อหา ชิงทรัพย์ เพิ่มเติม และให้พิสูจน์หลักฐานเข้ามาเก็บหลักฐานตามร่างกายของผู้ต้องหา ก่อนจะคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพตามจุดต่างๆ     คุมตัวผู้ต้องหาทำแผน ใชเงินนักศึกษาสาวเติมน้ำมัน 600 บาท เพื่อขับรถก่อเหตุ ก่อนนำ 1-10 ให้เหยื่อวิ่งหนี   โดยจุดแรกบริเวณหน้าวัดอรัญญิกาวาส ที่คนร้ายลงมือก่อเหตุขับรถเบียด จยย. นศ. จนเสียหลักล้มลง แล้วลงไปฉุด นศ.สาวขึ้นมาบนรถ พร้อมกับลงมือยิง นศ.ชาย โดยให้การว่า นศ.ชาย พยายามเข้ามาขัดขว้าง ซึ่งระหว่างทำแผนบริเวณจุดดังกล่าวมีชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงออกมายืนดูกันเป็นจำนวนมาก    มีรายงานจากแหล่งข่าวว่า ระหว่างทางจากที่เกิดเหตุไปที่เขาภูพาน ผู้ก่อเหตุได้พยายามข่มขืน นศ.สาว 2 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จ แล้วไม่สามารถจำได้ว่าจอดรถบริเวณใด เผื่อก่อเหตุ   ส่วนจุดที่สองเป็นบริเวณปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง ในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จ.สกลนคร ที่ผู้ก่อเหตุขับรถมาเติมน้ำมัน หลังฉุดนักศึกษาขึ้นมาบนรถ โดยทำการชิงกระเป๋าเงิน ของ นศ. นำเงินมาจ่ายค่าน้ำมันจำนวน 600 บาท ซึ่งระหว่างนั้น นศ. สาวนั่งอยู่ภายในแคปหลัง โดยผู้ก่อเหตุข่มขู่ไม่ให้ขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ก่อนจะขับรถออกมาจากปั้มน้ำมัน มุ่งหน้ากลับมาที่เขาภูพาน   จุดสุดท้ายเป็นบริเวณริมถนนข้างทาง บนเขาภูพาน ตรงพื้นที่ ต.ตาดโตน อ.เมือง จ.สกลนคร แล้วพยามยามข่มขืน นศ.สาว อีกครั้ง แต่ไม่สำเร็จความใคร่ จึงลงจากรถไปปัสสาวะข้างทาง แล้วเปิดประตูให้ นศ.สาว วิ่งลอดลวดหนามหนีเข้าไปในป่า พร้อมตะโกนขู่นับ 1-10 เพื่อให้ นศ.สาว รีบวิ่งหลบหนีไป    หลังจากนั้นก็ขับรถมุ่งหน้ากลับไปบ้านที่ อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ เพื่อจอดรถไว้ที่บ้าน และให้หลานชายขับ จยย. พาหลบหนีขึ้นไปบนภูเขาใกล้หมู่บ้าน โดยระหว่างทางได้มีการจอดรถติดแผ่นป้ายทะเบียน หลังถอดออกก่อนก่อเหตุ      ภรรยาคาดสามีน้อยใจ ดื่มเหล้า-เสพยา เผยปกติแล้วสามีเป็นคนร่าเริง   ขณะที่ ภรรยา ของ นายทิษณุ ที่เดินทางมาที่ สภ.นามน บอกกับทีมข่าวเรื่องเล่าเสาร์ – อาทิตย์ ว่า หลังก่อเหตุสามีได้มาหา บอกว่า ‘ไปก่อเหตุยิงคนมา แต่ไม่รู้ว่าเสียชีวิตไหม’ แต่ตอนนั้นไม่คิดว่าสามีจะพูดจริง หลังจากนั้นเขาก็หลบหนีไปอยู่บนภูเขา ตอนแรกที่ได้ยินข่าวว่ามีนักศึกษาถูกยิง ไม่คิดว่าเป็นสามีตนเอง พอรู้ว่าเป็นสามีตนเองก็ทำใจไม่ได้ พอสามีติดต่อมาตนก็เลยกล่อมให้กลับมามอบตัว รับผิดตามกฎหมาย   ปกติแล้วสามีไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้ เป็นคนร่าเริงสนุกสนาน แต่น่าจะเพราะว่าฤทธิ์ของสุราจึงก่อเหตุ ตนคาดว่าที่สามีดื่มสุราและเสพยาเสพติด น่าจะเกิดจากเรื่องที่ทะเลาะกัน แล้วตนเองหนีออกจากบ้าน จึงน้อยใจ                          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/eod3ULWTYbE  

 12,615
แชร์ออฟเดอะเดย์
03 ก.พ. 61

ซ้อนแผนจับ! โชเฟอร์แท็กซี่หื่นอ้างตัวเป็นพ่อปู่ลวงผู้โดยสารสาวไปข่มขืนแก้กรรม

     โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปของผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ Sutida Thipkhluab พร้อมระบุข้อความโดยสรุปว่า แท็กซี่ได้ข่มขืนเพื่อนๆที่ร้าน ใครที่ทำงานกลางคืนและกลับรถแท็กซี่คนเดียวก็ขอให้ระวังตัวด้วย        โดยเป็นคลิปขณะที่มีเสียงผู้ชายพยายามคาดคั้นถามคนขับรถแท็กซี่ แต่คนขับยืนยันว่าไม่ได้ข่มขืนและไม่ได้ต้มตุ๋น แต่ยอมรับว่าพาไปโรงแรมและมีอะไรกันซึ่งเป็นการยินยอม ก่อนจะมีเสียงถามว่าไปทำอะไรกับพ่อแม่เขาเขาถึงยอม โดยคนขับแท็กซี่บอกว่าได้แก้ชงให้ และได้มีการถามว่ามีของหรือไม่ เพราะตอนคุยโทรศัพท์บอกมีองค์พ่อปู่ โดยคนขับแท็กซี่บอกขอโทษ และยืนยันว่าจะไม่ทำอีกแล้ว พร้อมทั้งจะมีการนำตัวไปโรงพัก แต่ชายคนขับบอกว่ามีคดีเยอะแล้ว นอกจากนี้ยังมีเสียงถามด้วยอารมณ์ว่า “ถ้าลูกโดนข่มขืนแล้วขอโทษจะยอมเหรอ” พร้อมทั้งพยายามให้คนขับลงจากรถ ก่อนที่คลิปจะตัดจบไป จนทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำของคนขับรถแท็กซี่ ซึ่งหากทำอย่างที่กล่าวหาก็ถือว่าเป็นภัยอันตรายในสังคมอย่างมาก          ล่าสุด ทีมข่าวเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ ได้พูดคุยกับคนที่ถ่ายคลิปและอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว คือ นายพีระเนตร ครุธนิมมิตร์ ซึ่งได้เผยว่า ก่อนหน้านี้ได้มีรุ่นน้องมาปรึกษาตนว่า รุ่นพี่ที่เป็นผู้หญิงถูกแท็กซี่อ้างว่ามีองค์พ่อปู่ หลอกทำพิธีสะเดาะเคราะห์จนต้องยินยอมไปมีเพศสัมพันธ์ด้วย นอกจากนี้ยังหลอกให้ซื้อของหลายๆอย่าง และเรียกไปทำพิธีเพิ่ม ขณะที่ฝ่ายหญิงพยายามตีตัวออกห่างไม่ยุ่งเกี่ยว กลับโดนข่มขู่และใช้ความกลัวเรื่องไสยศาสตร์ว่าจะทำของใส่ จนทำให้เรื่องราวไม่จบไม่สิ้น ตนจึงรับที่จะช่วยให้คนขับแท็กซี่เลิกยุ่งเกี่ยวกับฝ่ายหญิง         นายพีระเนตร กล่าวต่อว่า จนคืนวันที่ 29 ม.ค. คนขับแท็กซี่ได้ติดต่อหาผู้หญิงเพื่อจะให้ไปทำพิธีที่วัดแห่งหนึ่ง ตนและเพื่อนอีก 2-3 คนจึงได้นัดแนะให้มารับที่ซอยหนึ่งในย่านพระราม 3 ซึ่งเป็นซอยตัน จากนั้นตนจึงเข้าไปพูดคุยแต่ฝ่ายแท็กซี่พยายามขับหนี จนทำให้เกิดการต่อสู้ชกต่อยกัน ซึ่งเมื่อแท็กซี่หมดทางสู้ก็ได้มีการถ่ายคลิปเพื่อหวังเป็นหลักฐานไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงอีก ซึ่งหลังจบคลิปก็ได้นำตัวคนขับแท็กซี่ลงจากรถ จากนั้นโทรศัพท์มือถือของคนขับแท็กซี่ได้ตกลงมา ซึ่งเมื่อพวกตนได้เปิดดูไลน์กลับพบว่ามีคนที่น่าจะถูกหลอกเป็นจำนวนมาก โดยในข้อความก็จะมีพวกเกี่ยวกับการทำพิธีบูชา พร้อมมีการเรียกเงิน        นายพีระเนตร กล่าวว่า เมื่อเห็นดังนั้นจึงคิดว่าน่าจะมีผู้เสียหายอีกจำนวนมาก ที่โดนเช่นเดียวกับน้องผู้หญิง จึงได้แจ้งตำรวจให้มาดำเนินการ เพราะตอนนั้นตนคิดว่าเป็นเรื่องอันตราย และอาจไปก่อเหตุเพิ่มเติมได้อีกเนื่องจากขับรถสาธารณะ จากนั้นเมื่อตำรวจรับตัวไปดำเนินการที่โรงพักแล้ว แต่ต่อมาน้องผู้เสียหายยังไม่ได้แจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเพราะไม่ใช่พื้นที่เกิดเหตุ รวมทั้งน้องผู้หญิงต้องการเพียงแค่เรื่องจบไม่อยากยุ่งเกี่ยวอีก ทำให้ตำรวจได้ปล่อยตัวไป ตนจึงได้นำคลิปไปให้น้องที่รู้จักโพสต์ลงโลกออนไลน์ เพื่อเป็นการเตือนภัย เพราะไม่รู้ว่าขณะนี้คนขับแท็กซี่ยังขับรถรับส่งผู้โดยสารตามปกติหรือไม่        ขณะที่น้องผู้หญิงซึ่งเป็นผู้เสียหายในเรื่องนี้ สมมติชื่อคือ น.ส.น้อง บอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยอมรับว่าเป็นคนหัวอ่อนเชื่อคนง่าย โดยเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ตนได้เรียกรถแท็กซี่ย่านเอกมัยจนทำให้รู้จักคนขับแท็กซี่คนดังกล่าวคือนายเอก (นามสมมติ) ซึ่งระหว่างทางได้มีการพูดคุยโดยนายเอกบอกว่ามีองค์พ่อปู่ พร้อมทั้งทำพิธีเรียกซึ่งตนก็เห็นว่าท่าทางเปลี่ยนไป รวมทั้งน้ำเสียงที่จากพูดกลางเป็นพูดเสียงเหน่อด้วย แนอกจากนี้สามารถทายทักสิ่งของในห้องนอนตนว่ามีอะไร วางทางไหน และในร่างกายมีร่องรอยอะไร ซึ่งก็ตอบได้ถูกหมด จากนั้นได้ทักว่ามองเห็นวิญญาณในห้อง ซึ่งก็ตรงกับสิ่งที่ตนเจอบางอย่างในห้องจนทำให้เกิดความเชื่อ จากนั้นเขาได้บอกว่าตนมีกรรม และกรรมนี้ทำให้พ่อแม่เดือดร้อนไปด้วย ซึ่งยิ่งจี้ไปในความรู้สึกของตน โดยนายเอกเสนอวิธีแก้โดยให้เหมารถไปไหว้พระ 9 วัดที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งตลอดการเดินทางจะต้องออกค่าใช้จ่ายให้เขาทั้งหมด เพราะเป็นตัวแทนองค์พ่อปู่ที่สะเดาะเคราะห์ ด้วยความเป็นห่วงครอบครัวจึงตกลง        น.ส.น้อง กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นนายเอกยังติดต่อมาหาตนอยู่เรื่อยๆ และบอกว่ากรรมของตนหนักจะต้องทำพิธีอาบแสงจันทร์ โดยต้องทำพิธีสมมติแต่งงานกับองค์พ่อปู่และหลับนอน 1 คืน เพื่อให้องค์พ่อปู่ปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไปจากตนและครอบครัว แต่หากไม่ทำจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นพร้อมทั้งข่มขู่ต่างๆจนตนเกิดความกลัวจึงได้ยินยอม เมื่อถึงกำหนดนายเอกได้พาตนเข้าโรงแรมแห่งหนึ่งที่ จ.นนทบุรี จากนั้นเมื่อทำพิธีนายเอกบอกว่าต้องมีเพศสัมพันธ์กันจริงๆ และห้ามสวมถุงยางอนามัยด้วย ซึ่งขณะนั้นตนไม่ยินยอมแต่ก็ถูกข่มขู่จนกลัวและต้องฝืนใจมีเพศสัมพันธ์ด้วย พร้อมทั้งยังห้ามตนกินยาคุมและบอกว่าหากท้องก็ต้องเลี้ยงดูให้ดีเพราะถือเป็นตัวแทนขององค์พ่อปู่        น.ส.น้อง กล่าวว่า หลังจากนั้นนายเอกก็ยังติดต่อพูดคุย พร้อมเรียกร้องขอสิ่งของต่างๆ โดยบอกว่าเป็นความต้องการขององค์พ่อปู่ พร้อมข่มขู่อยู่ตลอด ทั้งจะทำให้ครอบครัวเดือดร้อน หรือทำของใส่ ส่วนของที่เรียกไม่ว่าจะเป็นแท็ปเลต หรือของต่างๆ รวมทั้งจะให้ดาวน์รถให้ด้วย แต่ตอนนั้นตนได้นำเรื่องนี้ปรึกษารุ่นน้องจนทำให้ตนได้สติและคิดว่าถูกหลอกลวง จนพยายามตีตัวออกห่างไม่ติดต่อ แต่ก็ถูกข่มขู่ต่างๆ จนสุดท้ายได้เกิดเหตุการณ์อย่างในคลิป ซึ่งหลังนำตัวนายเอกไปที่โรงพักตนต้องการไม่ให้เขามายุ่งเกี่ยวอีก โดยมีการลบเบอร์โทรศัพท์ และไลน์ต่อหน้าตำรวจ ส่วนในเรื่องคดีข่มขืนกระทำชำเราอาจทำได้ยาก เพราะเหมือนตนยินยอมเอง แต่เบื้องต้นตนจะได้ไปโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกายเพื่อเป็นหลักฐานในภายหลัง ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวเป็นความเชื่อส่วนบุคคล และถือเป็นบทเรียนสำคัญที่จะต้องมีสติมากขึ้นด้วย          ขณะที่ เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก ได้ประสานกับตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ และเรียกผู้ประกอบการมาสอบข้อเท็จจริงแล้ว ทราบว่า พนักงานสอบสวนได้เรียกทั้งสองฝ่ายมาสอบสวนแล้ว ผลสรุปว่าทั้งสองฝ่ายรู้จักมาก่อน ซึ่งพนักงานสอบจึงได้ไกล่เกลี่ย และตกลงไม่ติดใจเอาความกัน พร้อมได้บันทึกไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว        โดยเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก ได้ตรวจสอบพบว่า นายเอก มีความผิดฐานขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับรถ (ใบอนุญาตสิ้นอายุ) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน หนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท ซึ่งขณะนี้นายเอกไปทำธุระต่างจังหวัด ซึ่งจะมารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ในวันอังคารที่ 6 ก.พ. เพื่อนำตัวส่งดำเนินคดีต่อไป ส่วนเจ้าของรถ ซึ่งเป็นของสหกรณ์แห่งหนึ่ง มีความผิดฐานไม่จัดส่งประวัติผู้ขับรถ และยินยอมให้ผู้ขับรถซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะเข้าขับรถของตน จึงเปรียบเทียบปรับในอัตราสูงสุด รวม 3,000 บาท พร้อมบันทึกประวัติการกระทำผิดเพื่อนำไปใช้ประกอบการพิจารณาการบรรจุรถเพิ่มเติมต่อไป    

 8,202
สังคม-อาชญากรรม
03 ก.พ. 61

อ่วม! เด็กนร.หญิงม.2 แฉถูก 'ผอ.ฉาว-รุ่นพี่ม.3' ข่มขืน ยันไม่ได้สมยอม แม่รุดแจ้งความเอาผิดแล้ว

คืบหน้าคดี ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่ง มีความสัมพันธ์ชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ของโรงเรียน หลังพบหลักฐานการพูดคุยทางแชทไลน์โทรศัพท์มือถือ ข้อความหวานซึ้ง ต่างฝ่ายต่างเรียกกันว่า “ที่รัก” และ ผอ.เรียกนักเรียนหญิงว่า “เมีย” ซึ่งต่อมาถูก ตร.ออกหมายเรียกสอบปากคำนั้น   ล่าสุดตำรวจ สภ.บัวใหญ่ เปิดเผยว่า  เด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 วัย 14 ปี ได้ให้การว่ากับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพว่าถูก ผอ.กระทำชำเราหลายครั้งในหลายสถานที่ ตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา รวมทั้งก็ถูกเด็กนักเรียนชายชั้นม.3 กระทำชำเราเช่นเดียวกันในช่วงก่อนที่ ผอ. จะย้ายมารับตำแหน่ง ไม่ได้สมยอมแต่อย่างใด   ขณะที่แม่ของเด็กนักเรียนหญิงได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บัวใหญ่ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ ผอ.โรงเรียน และเด็กนักเรียนชายชั้นม.3 ในข้อหาพรากผู้เยาว์เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร และข้อหากระทำชำเราแล้ว   โดยขณะนี้เด็กนักเรียนหญิงและคุณแม่ยังคงอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครราชสีมา เพื่อฟื้นฟูเยียวยาสภาพจิตใจต่อไป                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/wDTvEhKiI74

 41,334
ข่าวภูมิภาค
03 ก.พ. 61

รวบแล้วพ่อวัย35 ข่มขืนลูกสาววัย13 เจ้าตัวยังปฏิเสธ อ้างเด็กไม่ใช่ลูกแท้ๆ

ความคืบหน้าคดีสะเทือนใจ พ่อข่มขืนลูกสาววัย 13 ปี ในพื้นที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร หลังเด็กหญิงเขียนจดหมายระบายความเจ็บปวด เผยยังถูกบังคับให้เสพยาไอซ์และถูกขู่ฆ่าอีกด้วยนั้น     ล่าสุดตำรวจ สภ.หลังสวน ได้จับกุมตัว นายจอม อายุ 35 ปี เบื้องต้นเจ้าตัวให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมเปิดเผยว่าตนเองไม่ได้เป็นพ่อแท้ๆ ของเด็กหญิง เนื่องจากระหว่างที่คบกับแม่ของเด็กเมื่อ 10 กว่าปีก่อน อีกฝ่ายทำงานเป็นหญิงบริการ ขณะที่ตำรวจตั้งข้อหาข่มขืนกระทำเชาเราและพรากผู้เยาว์ พร้อมสั่งการให้ตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ความจริงต่อไป นอกจากนี้จะเรียกผู้ต้องหาอีกรายที่ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศกับเด็กมาสอบปากคำอีกด้วย                      ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/U1qhleIx_uE

 16,497
สังคม-อาชญากรรม
20 ก.ค. 60

dna มัดตัว 'ไอ้แป๊ก' คนงานข้างบ้านฆ่าข่มขืน ด.ญ.วัย 15 คุ้ยประวัติก่อเหตุโชกโชน

ความคืบหน้ากรณีคนร้ายลงมือก่อเหตุฆ่า เด็กหญิง ม.3 วัย 15 ปี ดับปริศนา ในบ้านพัก อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยก่อนหน้านี้ทางครอบครัวผู้เสียชีวิต เชื่อว่าสาเหตุเกิดจาก อุปกรณ์จัดฟันแฟชั่นไหลลงไปอุดหลอดลม อย่างไรก็ตามผลชันสูตรกลับชี้ว่า เด็กถูกฆ่าและละเมิดทางเพศ โดยพบคราบอสุจิด้วย   ล่าสุดผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวคนร้ายเอาไว้แล้ว คือนาย สุพรชัย หนูน้อย หรือ แป๊ก อายุ 31 ปี ซึ่งสภาพว่าได้ลงมือก่อเหตุจริง หลังผลตรวจพิสูจน์ DNA จากสถาบันนิติเวช ตรงกับผู้ต้องสงสัย 1ใน 26 ราย ที่นำไปตรวจก่อนหน้านี้   โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 02.00-03.00 น. นายสุพรชัย หรือ แป๊ก ได้แอบเดินเท้าจากที่พักของตนเอง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของเหยื่อ ประมาณ 600 เมตร และก็พบว่าบ้านไม่ได้ล็อคประตูด้านนอก และเมื่อเข้าไปในบ้านก็พบว่าที่ห้องนอนของเหนื่อ ก็ไม่ได้ล็อคกลอนเช่นเดียวกัน จึงได้เปิดประตูเข้าไปภายในห้อง พบเหยื่อนอนหลับอยู่บนที่นอน ก่อนจะใช้กำลังล่วงละเมิดทางเพศจนสำเร็จความใคร่   หลังเสร็จกิจเกิดความกลัวความผิด จึงได้ใช้มือบีบคอและใช้มือปิดปากปิดจมูก จนเหยื่อถึงแก่ความตาย ซึ่งก่อนหลบหนีได้จัดใส่กางเกงของผู้ตายให้อยู่ในสภาพปกติ แล้วหลบหนีกลับไปที่กระต๊อบที่พักอาศัย จนต่อมาในวันรุ่งขึ้นเกรงว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามจับกุมตัวจึงได้หลบหนีออกจากพื้นที่ไป ก่อนจะวกกลับเข้ามา จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ในที่สุด โดยในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา   สำหรับประวัติของนายแป๊ก เคยต้องโทษคดีครอบครองยาเสพติดให้โทษ เมื่อปี 2558 ท้องที่ สถานีตำรวจบ้านโพธิ์บ้านโพธิ์ และมีหมายจับคดีทำร้ายร่างกาย และข่มขืนกระทำชำเรา สภ.บ้านฝาง ปี 2551 ท้องที่ สถานีตำรวจเมืองขอนแก่น ปี 2558 และท้องที่ สถานีตำรวจบ้านเป็ดจังหวัดขอนแก่น ปี 2559 อีกด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jMhKEslX-_I    

 3,978
สังคม-อาชญากรรม
21 มิ.ย. 60

รวบภารโรงหื่น ขืนใจเด็กหญิงวัย 15 ปี ตั้งแต่ป.6 ตามข่มขืนจนเรียนปวช.นานกว่า 5 ปี ยังให้การปฏิเสธ

            ตร.ขอนแก่นจับภารโรงหื่น ข่มขืนเด็กหญิง นานกว่า 5 ปี ตั้งแต่อยู่ป.6 อายุ 11 ปี จนกระทั้งเรียนชั้นปวช. ปี 1 อายุ 15 ปี ยังตามมาข่มขู่และข่มขืนตามรีสอร์ต  ผู้ปกครองเห็นมีอาการซึมเศร้า จึงซักถามจนยอมเล่าความจริง จึงได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดี ขณะที่ภารโรงให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม แต่พอส่งพนักงานสอบสวน ก็กลับคำปฏิเสธ ว่าไม่รู้จักเด็ก ขอให้การชั้นศาล             ล่าสุด พ.ต.ท. วรพจน์ วัฒนสุวรรณ สว.สส. สภ.ท่าพระ จ.ขอนแก่น พร้อมตำรวจชุดสืบสวนควบคุมตัว นายต่าย (นามสมมติ) อายุ 49 ปี นักการภารโรง โรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่ง จากการสอบสวนนั้นได้ให้ทำรับสารภาพในชั้นจับกุมว่าข่มขืน น.ส.ส้ม (นามสมมติ) ตั้งแต่สมัยเรียนชั้น ป.6 ที่โรงเรียนที่ทำงานเป็นนักการภารโรงจริง            แต่เมื่อถึงชั้นพนักงานสอบสวน ปรากฏว่านายต่ายได้ให้การปฏิเสธว่าตนไม่ได้ทำ และไม่รู้จักน.ส.ส้มแต่อย่างใด พร้อมขอให้การในชั้นศาลเพื่อสู้คดีต่อไป             ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับ นายต่าย(นามสมมติ)ในข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี, ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุ 13 ปี แต่ไม่เกิน 15 ปี และพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร” ที่มา ข่าวสด  

 15,283

Top