ค้นหา :

ผลการค้นหา "เงินเดือน"

สังคม-อาชญากรรม
06 ก.พ. 60

พนง.เอ็กซเรย์กระเป๋าสนามบินสุวรรณภูมิประท้วงหยุดงาน ร้องขอปรับเงินเดือน

เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 5 กุมภาพัน 2560 ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ บริเวณหน้าคอนคอร์ด เอ พนักงานรักษาความปลอดภัยหน่วยงานเอ็กซเรย์ ของบริษัท AMS (พนักงานบริษัทรักษาความปลอดภัย เอเอสเอ็ม แมเนจเมน จำกัด) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท ล๊อกซเล่ย์ใหญ่ กว่า 300 คนได้ร่วมตัวกันหยุดปฏิบัติหน้าที่ประท้วง ยื่นหนังสือเรียกร้องต่อผู้จัดการฝ่ายธุรกิจการบิน เรียกร้องให้ปรับอัตราเงินเดือนรวมถึงสิทธิ์ต่างๆของพนักงาน จากฐานเงินเดือนเดิม 9,000 บาท ให้จ่ายเป็นเดือนละ 9,300 บาท ก่อนแล้วค่อยนำมารวมกับค่าทักษะ และค่อยบวกเปอร์เซ็นต์ของแต่ละปี ในกรณีรายวันก็เช่นกัน และค่าล่วงเวลา 3 ชั่งโมง รายเดือนขอให้คิดต่อเดือน ส่วนรายวันคิดตามรายวันปกติ โบนัสปีละ 1 เดือนเป็นอย่างต่ำ และการทำโอทีวันหยุด ค่าควงเวร และบายเวร ได้ค่าแรงตามเดิม คือ 1 พันบาท โดยไม่มีการหักค่าใด ๆ ทั้งสิ้น รวมถึงการใช้พักร้อน Extar รายเดือนต้องได้ 12 ชั่วโมง ส่วนรายวันได้ตามอัตราค่าจ้างรายวันเช่นกันและควรมีค่ากะให้พนักงาน ส่วนพนักงานรายวันเมื่อมีอายุครบหนึ่งปีสมควรจะได้รับการบรรจุ มีเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พนักงานรายวันที่ทำงานครบสี่เดือน ควรได้รับค่าเดินทาง และสุดท้ายพนักงานรายวันที่ทำงานครบสี่เดือน ควรได้รับค่าเดินทางด้วยเช่นกัน   โดยได้รับการเปิดเผยจากหนึ่งในพนักงานที่ร่วมประท้วง เปิดเผยว่าในการที่พนักงานรวมตัวประท้วงในครั้งนี้เป็นเรื่องที่ทางบริษัทไม่ปรับตามกฎหมายประกาศ จากเดิมจ่ายเดือนละ 9 พันบาท แต่ตามกฎหมายใหม่ให้จ่ายเพิ่มอีกวันละ 10 บาท ตกเดือนละ 300 บาท แต่ทางบริษัทกลับเอาค่าทักษะที่พนักงานเคยได้อยู่แล้วมารวมกับเงินเดือน ซึ่งค่าทักษะปกติทางบริษัทเคยจ่ายให้ต่ำสุดเดือนละ 750 บาท เอามาร่วมกับเงินเดือนตกเดือนละ 9,750 บาท เงินที่เราควรได้เขากับเอามารวมกับเงินเดือน ซึ่งค่าทักษะเป็นเงินค่าความสามารถของพนักงานเอ็กซเรย์ที่นั่งดูจอเป็นค่าความรู้ของพนักงาน และอีกหลายเรื่องที่เรายื่นข้อเสนอให้ทางบริษัทพิจารณา แต่ขณะนี้การเจรจายังไม่เป็นผล   ผลกระทบจากการรวมตัวหยุดปฎิบัติหน้าที่ประท้วงของพนักงานเอ็กซเรย์ ทำให้ผู้โดยสารที่เข้ามาใช้บริการต่างพากันหวั่นวิตกและเกิดการสับสนว่าตนเองจะได้ขึ้นเครื่องหรือไม่ ขณะเดียวกันทางด้านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังเกิดเหตุได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ของท่าอากาศยานจากสนามบินดอนเมือง เข้ามาปฎิบัติหน้าที่แทน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่จะขึ้นเครื่องเพื่อเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ และในเวลาต่อมา คุณกาญจน์ ทองใหญ่ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเอสเอ็ม แมเนจเมน จำกัด ได้ลงมาเจราจาแต่ไม่สามารถตกลงกันได้เนื่องจากที่บริษัทเห็นว่าพนักงานเรียกร้องมากเกินไป พร้อมทั้งแจ้งว่าหากพนักงานคนไหนยังอยากทำงานกับบริษัทอยู่ ให้ไปลงชื่อเข้าทำงานต่อ แต่ปรากฏว่ามีพนักงานบางส่วนเท่านั้นที่ยอมไปลงชื่อ จนกระทั่งในเวลาเที่ยงคืนพนักงานที่ประท้วงทั้งหมดได้พากันแยกย้ายเดินทางกลับและนัดรวมตัวกันในวันพรุ่งนี้อีกครั้ง   ขณะที่นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นมาได้ 2-3 วันแล้ว โดยพนักงานเอ็กซเรย์กระเป๋าที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะทำงานเป็นผลัด แบ่งเป็นวันละ 2 ผลัด ผลัดละ 300 คน เบื้องต้นทางบริษัทเอเอสเอ็มแจ้งว่าสาเหตุที่พนักงานบางส่วนหยุดงานเนื่องจากไม่พอใจบริษัทเรื่องอัตราเงินเดือน โดยแนวทางแก้ไขในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา คือ การให้เจ้าหน้าที่เอ็กซเรย์จากท่าอากาศยานดอนเมืองมาเข้าเวรแทน รวมทั้งให้พนักงานที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทำงานล่วงเวลา (โอที) ส่วนแนวทางแก้ไขของวันพรุ่งนี้นั้น จะนำพนักงานเอ็กซเรย์จากท่าอากาศยานภูเก็ตจำนวน 40 คนมาช่วยงานที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นอกจากนี้ บริษัท เอเอสเอ็ม อยู่ระหว่างฝึกพนักงานใหม่อีก 150 คนซึ่งสิ้นเดือน กุมภาพันธ์ นี้จะสามารถทำงานได้ อย่างไรก็ตามการหยุดงานของพนักงานเอ็กซเรย์กระเป๋า ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการให้บริการภายในสนามบิน เนื่องจากมีบุคลากรทำงานแทนเพียงพอกับการให้บริการ   ด้าน นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้พาผู้สื่อข่าวเข้าตรวจสอบการให้บริการผู้โดยสารที่ชั้น 5 ของอาคารผู้โดยสารซึ่งเป็นจุดตรวจสัมภาระผู้โดยสาร ซึ่งจากการตรวจสอบของทีมข่าวพบว่ายังคงมีพนักงานของล็อกเล่ย์บางท่านทำงานตามปกติ ขณะที่ ทางด้าน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้จัดส่งพนักงานงานเข้าเสริมในจุดที่ไม่มีพนักงานของล็อกเล่ย์มาทำงานได้ทันท่วงทีทำให้ไม่เกิดผลกระทบต่อผู้โดยสารในครั้งนี้    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Qc-U7x3vf-c    

 7,538
เศรษฐกิจ
15 ธ.ค. 59

ธนาคารยักษ์ใหญ่ในอิตาลี ประกาศปลดพนักงานกว่าหมื่น ตำแหน่ง ceo ขอลดเงินเดือน-ไม่รับโบนัส

ยูนิเครดิต ซึ่งเป็นสถาบันการเงินขนาดใหญ่ที่สุดของอิตาลี ออกแถลงการณ์ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ประกาศปลดพนักงาน  14,000 คนทั่วโลกภายใน 3 ปีนับจากนี้ คิดเป็น 11% ของพนักงานที่มีอยู่ทั้งหมด โดยสาขาที่จะได้รับผลกระทบส่วนใหญ่อยู่ในยุโรปรวมถึงในอิตาลีเอง ซึ่งจะมีการปิดสาขา 1,000 แห่ง คิดเป็น 1 ใน 3 ของสาขาที่มีอยู่ทั้งหมดทั่วโลก ขณะที่ซีอีโอของยูนิเครดิต ปรับลดค่าตอบแทนรายปีของตัวเองลง 40% เหลือ 1.2 ล้านยูโร และงดรับโบนัสเป็นเวลา 3 ปี ซึ่งจากการประกาศดังกล่าวทำให้หุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นทันที 

 23,023
ต่างประเทศ
15 พ.ย. 59

'ทรัมป์' ยันไม่รับเงินเดือน ลั่นขอแค่ 1 เหรียญต่อปีจากเก้าอี้ ปธน.

โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดี คนใหม่ของสหรัฐฯ ยืนยันจะไม่รับเงินเดือน ดำรงตำแหน่ง ผู้นำสหรัฐฯ ที่ตก 4 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 14 ล้านบาทต่อปี หลังได้เคยกล่าวไว้เมื่อครั้งหาเสียง แต่จะรับเพียง 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 35 บาทตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น 

 2,071
ต่างประเทศ
14 พ.ย. 59

'ทรัมป์' ยันไม่รับเงินเดือนประธานาธิบดี 14 ล้านบาทต่อปี

โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ยืนยันจะไม่รับเงินเดือนขณะดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ที่ตกอยู่ราว 4 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ    ซึ่งโดนัลด์ ทรัมป์ ได้พูดตอนไปหาเสียง ที่เมือง Racine รัฐวิสคอนซิน ก่อนการเลือกตั้งว่า หากเขาชนะเลือกตั้งประธานาธิบดี เขาจะไม่รับเงินเดือน ซึ่งให้ค่าตอบแทน ปีละ 4 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 14 ล้านบาท ซึ่งหากคิดเป็นรายเดือน ตกเดือนละ 33,300 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ทรัมป์บอกว่า ถ้าเขาต้องรับเงิน ก็จะรับแค่เดือนละ 1 ดอลลาร์เท่านั้น เพราะเขาไม่ต้องการเงิน    เป็นที่ทราบกันดีว่า ทรัมป์ เป็นมหาเศรษฐีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยนิตยสารฟอร์บส์จัดลำดับ ทรัมป์ มีรายได้ ณ ตอนนี้ อยู่ที่ 37,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ    อย่างไรก็ตาม เงินเดือนของประธานาธิบดีสหรัฐฯ อยู่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของเงินเดือนผู้นำประเทศสูงสุดเลยทีเดียว ทั้งนี้ ประเทศที่มีตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวม หรือ จีดีพี ต่อประชากรสูง ก็มักจะมีการจ่ายเงินเดือนให้กับผู้นำประเทศมากที่สุด เราลองไปดูตัวเลขเงินเดือนของผู้นำของประเทศอื่นว่าเท่าไหร่กันบ้าง   อันดับ 5  คือ นายกรัฐมนตรี มัลคอล์ม เทิร์นบูล ได้รับเงินเดือน 396,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี หรือ 14,250,000 บาท ตกเดือนละ 1,188,000 บาท    ส่วนอับดับ4 คือ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ ได้เงินเดือนปีละ 4 แสน ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 14 ,400,000 บาท คิดเป็นเดือนละ 1,200,000 บาท    อันดับที่ 3 ประธานาธิบดี โยฮานน์ ชไนเดอร์-อัมมานน์ ของสวิตเซอร์แลนด์ ได้เงินเดือนปีละ 460,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 16,560,000 บาท คิดเป็นเดือนละ 1,300,000 บาท    อันดับที่ 2 ผู้ว่าเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เจิง อิน เฉวียน ได้รับเงินเดือนปีละ 576,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 20 ล้าน คิดเป็นเดือนละ 1,728,000 บาท    และ อันดับที่ 1 คือประเทศสิงค์โปร์ นายกรัฐมนตรี ลี เซียง ลุง ได้รับเงินเดือนปีละ 1,760,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 63 ล้านบาท คิดเป็นเดือนละ 5,280,000 บาท เลยทีเดียว      

 21,867
ข่าวภูมิภาค
31 ต.ค. 59

พนง.วิทยุการบิน ยื่นลาออกทิ้งเงินเดือนหลักแสน หันทำเกษตรตามหลักพอเพียง

นายอำนาจ สงวนสิน อายุ 53 ปี พนักงานวิทยุการบิน ศูนย์ควบคุมการบินพิษณุโลก ยื่นใบลาออกด้วยเหตุผลที่จะอุทิศช่วงเวลาที่ยังพอมีเรี่ยวแรงทำคุณประโยชน์ให้แก่ผืนแผ่นดินเกิด ด้วยการน้อมนำเอาหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่ได้ศึกษาและเรียนรู้มา มาเผยแพร่ให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ได้เรียนรู้เชิงประจักษ์ว่า การนำเอาหลักแนวความคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้ทุกคนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ด้วยวิธีการปลูกทุกอย่างที่กินและกินทุกอย่างที่ปลูกในรั้วบ้านของตนเอง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AkktXlDUi_U  

 19,070
ธ ทรงอยู่ในใจไทย
31 ต.ค. 59

พนง.วิทยุการบิน ยื่นลาออกทิ้งเงินเดือนหลักแสน หันทำเกษตรตามหลักพอเพียง

นายอำนาจ สงวนสิน อายุ 53 ปี พนักงานวิทยุการบิน ศูนย์ควบคุมการบินพิษณุโลก ยื่นใบลาออกด้วยเหตุผลที่จะอุทิศช่วงเวลาที่ยังพอมีเรี่ยวแรงทำคุณประโยชน์ให้แก่ผืนแผ่นดินเกิด ด้วยการน้อมนำเอาหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่ได้ศึกษาและเรียนรู้มา มาเผยแพร่ให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ได้เรียนรู้เชิงประจักษ์ว่า การนำเอาหลักแนวความคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้ทุกคนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ด้วยวิธีการปลูกทุกอย่างที่กินและกินทุกอย่างที่ปลูกในรั้วบ้านของตนเอง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AkktXlDUi_U  

 19,070

Top