ค้นหา :

ผลการค้นหา "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช"

สังคม-อาชญากรรม
22 ธ.ค. 60

ยอดผู้เข้าชมนิทรรศการพระเมรุมาศทะลุ 3.3 ล้านคน เตรียมรื้อสิ่งปลูกสร้าง ม.ค.นี้ ส่วนหนึ่งทำพิพิธภัณฑ์

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวหลังประชุมติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ตามที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขยายเวลาการเข้าชมพระเมรุมาศ และนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560 เพื่อให้ประชาชน เยาวชนและผู้ที่อยู่ในห่างไกลมีโอกาสเข้าชมพระเมรุมาศ    ซึ่งนับตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายนถึงวันที่ 21 ธันวาคม 2560 มีผู้เข้าชมนิทรรศการรวมทั้งหมด 3,376,506 คน การเข้าชมพระเมรุมาศจะเปิดถึง 31 ธันวาคม 2560 โดยเปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 07.00-22.00 น. โดยในแต่ละวันมีเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่เฉลี่ย 2,285 คน แบ่งเป็น ทหาร 137 คน ตำรวจ 1,380 พลเรือนและอาสาสมัคร 768 คน และในช่วงปลายเดือนธันวาคมได้มอบให้กรมศิลปากรจัดแสดง โขน เรื่องรามเกียรติ์ชุดพิเศษ หน้าพระที่นั่งทรงธรรม วันที่ 30-31 ธันวาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 19.00 โดยจะแสดง 90 นาที   และในวันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการวางแผนในส่วนของการรื้อย้ายพระเมรุมาศและนิทรรศการ ภายหลังครบกำหนดการจัดแสดงที่ให้ประชาชนได้เข้านิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยกระทรวงวัฒนธรรมได้รับมอบหมายให้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ บริเวณหลังหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ตำบลคลอง 5 จังหวัดปทุมธานี โดยจะย้ายพระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน 4 หลัง ทับเกษตร 2 หลัง บุษบกซ่าง รวมถึงประติมากรรมบางส่วนไปจัดแสดง ส่วนศาลาลูกขุน 2 หลัง และประติมากรรมที่เหลือ จะย้ายไปไว้ที่สำนักช่าง 10 หมู่    ขณะที่ต้นไม้และดอกไม้ภายในนิทรรศการ จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือต้นไม้หลัก เช่น ต้นตะโกดัด สวนนงนุชจะนำกลับไป ส่วนต้นดาวเรืองกว่า 300,000 ต้น จะย้ายไปจัดแสดงในกิจกรรมฤดูหนาว ซึ่งจะมีขึ้นประมาณปลายเดือนมกราคม 2561 ที่บริเวณสนามเสือป่า ทั้งนี้คาดว่าจะเริ่มทำการรื้อย้ายได้ประมาณกลางเดือนมกราคม และจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 15 มีนาคม 2561  

 5,767
พระราชสำนัก
29 พ.ย. 60

ร.10 โปรดเกล้าฯ ขยายเวลาเข้าชมพระเมรุมาศ-นิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ ถึง 31 ธ.ค.นี้

นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ระบุว่า   นายกรัฐมนตรีได้รับทราบหนังสืออย่างเป็นทางการจากสำนักราชเลขานุการในพระองค์ฯ ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีพระมหากรุณาที่จะให้ประชาชน เยาวชน และผู้ที่อยู่ในท้องถิ่นห่างไกลมีโอกาสเข้าชมพระเมรุมาศ อันเป็นผลงานทางวัฒนธรรมไทยที่ทรงคุณค่า และนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างทั่วถึง   จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ขยายเวลาการเข้าชมพระเมรุมาศและนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560   ทั้งนี้ สำนักปลัดสำนักนายกฯจะดำเนินการส่งหนังสือไปยังกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อประกาศแจ้งให้ประชาชนรับทราบและเข้าชมนิทรรศการได้ต่อไป

 9,188
พระราชสำนัก
27 พ.ย. 60

ร.10 ทรงขอบใจทุกภาคส่วนที่ร่วมกันจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.9

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงขอบใจทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ความว่า             บัดนี้ การพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ ๒๕ ถึง ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๐ ได้แล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์และสมพระเกียรติยิ่ง ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนทุกหมู่เหล่า ซึ่งต่างตั้งใจกระทำการทุกอย่างโดยเต็มกำลังสติปัญญาความสามารถ เพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณ             จึงขอขอบใจทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง ทั้งผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ทั้งผู้ที่อุทิศตนบำเพ็ญประโยชน์เป็นจิตอาสาเฉพาะกิจ หรือแม้มิได้เป็นจิตอาสา แต่ก็เต็มใจช่วยเหลืองานพระราชพิธีทุกด้าน รวมทั้งผู้ที่อุตสาหะมาร่วมงานพระราชพิธี ในตลอดเส้นทางเคลื่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ และที่พระเมรุมาศจำลอง กับซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ทุกแห่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดถึงผู้ที่ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใดที่ต่างระลึกมั่นในพระมหากรุณาธิคุณ ก็ส่งใจมาร่วมเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยด้วยความจงรักภักดี             ความสามัคคีพร้อมเพรียงกันในการสนองพระมหากรุณาธิคุณครั้งนี้ นับเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงสุด และเป็นเครื่องยืนยันอย่างสำคัญว่า แม้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จะเสด็จสวรรคตล่วงไปแล้ว แต่จะทรงสถิตอยู่ในใจของประชาชนชาวไทย ที่จดจำรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณตลอดไปไม่มีวันเสื่อมคลาย   (พระปรมาภิไธย) ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

 8,469
ประมวลประวัติศาสตร์
27 พ.ย. 60

ร.10 ทรงขอบใจทุกภาคส่วนที่ร่วมกันจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.9

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงขอบใจทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ความว่า             บัดนี้ การพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ ๒๕ ถึง ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๐ ได้แล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์และสมพระเกียรติยิ่ง ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนทุกหมู่เหล่า ซึ่งต่างตั้งใจกระทำการทุกอย่างโดยเต็มกำลังสติปัญญาความสามารถ เพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณ             จึงขอขอบใจทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง ทั้งผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ทั้งผู้ที่อุทิศตนบำเพ็ญประโยชน์เป็นจิตอาสาเฉพาะกิจ หรือแม้มิได้เป็นจิตอาสา แต่ก็เต็มใจช่วยเหลืองานพระราชพิธีทุกด้าน รวมทั้งผู้ที่อุตสาหะมาร่วมงานพระราชพิธี ในตลอดเส้นทางเคลื่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ และที่พระเมรุมาศจำลอง กับซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ทุกแห่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดถึงผู้ที่ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใดที่ต่างระลึกมั่นในพระมหากรุณาธิคุณ ก็ส่งใจมาร่วมเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยด้วยความจงรักภักดี             ความสามัคคีพร้อมเพรียงกันในการสนองพระมหากรุณาธิคุณครั้งนี้ นับเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงสุด และเป็นเครื่องยืนยันอย่างสำคัญว่า แม้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จะเสด็จสวรรคตล่วงไปแล้ว แต่จะทรงสถิตอยู่ในใจของประชาชนชาวไทย ที่จดจำรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณตลอดไปไม่มีวันเสื่อมคลาย   (พระปรมาภิไธย) ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

 8,469
สังคม-อาชญากรรม
01 พ.ย. 60

วัดราชบพิธจัดระเบียบสักการะพระบรมราชสรีรางคาร ขณะวัดบวรฯเผยยอดผู้เข้ากราบวันละกว่าหมื่นคน

  วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามจัดระเบียบหลังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยให้เข้ากราบครั้งละ 10 คน ส่วนบรรยากาศตลอดทั้งวันทั้ง 2 วัดยังคงเนืองแน่นไปด้วยประชาชน   บรรยากาศตลอดทั้งวันของการกราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามเนืองแน่นไปด้วยประชาชนที่มารอต่อแถวยาวเหยียดเพื่อเข้าไปกราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารด้านในพระอุโบสถที่ทางวัดเปิดให้เข้าตั้งแต่เช้าวันนี้ โดยมีการจัดระบบระเบียบให้จิตอาสา อำนวยความสะดวกในการจัดแถว แนะนำทางขึ้นลง และขั้นตอนการกราบสักการะอย่างถูกต้อง โดยจัดระเบียบให้เข้าไปกราบสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ครั้งละ 10 คน หากนำพวงมาลัยมาด้วย ให้วางในพานที่จัดเตรียมไว้ พร้อมขอความร่วมมือให้กราบสักการะด้วยความรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ท้ายแถวยาว และไม่ส่งเสียงดัง ที่สำคัญไม่ให้ถ่ายภาพด้านในอุโบสถ และเมื่อกราบสักการะเสร็จแล้วให้ลงบันไดอีกด้านหนึ่งเพื่อรับหนังสือและพระผงเก็บไว้บูชา   ส่วนที่วัดบวรนิเวศวิหาร ประชาชนยังคงเดินทางมากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันเช่นกัน หลายคนกราบสักการะแล้วก็นั่งสมาธิสวดมนต์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตลอดจนเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต ตนเองและครอบครัว ขณะที่ในศาลาแดงของวัดยังคงมีประชาชนทยอยขึ้นไปกราบพระบรมฉายาลักษณ์ขณะทรงผนวชของพระองค์ไม่ขาดสาย พร้อมรับพระบรมฉายาลักษณ์มาบูชาที่บ้าน    สำหรับที่วัดบวรนิเวศวิหารนี้ แต่ละวันจะมีประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารวันละไม่ต่ำกว่า 10,000 คน  

 17,055
ประมวลประวัติศาสตร์
01 พ.ย. 60

วัดราชบพิธจัดระเบียบสักการะพระบรมราชสรีรางคาร ขณะวัดบวรฯเผยยอดผู้เข้ากราบวันละกว่าหมื่นคน

  วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามจัดระเบียบหลังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยให้เข้ากราบครั้งละ 10 คน ส่วนบรรยากาศตลอดทั้งวันทั้ง 2 วัดยังคงเนืองแน่นไปด้วยประชาชน   บรรยากาศตลอดทั้งวันของการกราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามเนืองแน่นไปด้วยประชาชนที่มารอต่อแถวยาวเหยียดเพื่อเข้าไปกราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารด้านในพระอุโบสถที่ทางวัดเปิดให้เข้าตั้งแต่เช้าวันนี้ โดยมีการจัดระบบระเบียบให้จิตอาสา อำนวยความสะดวกในการจัดแถว แนะนำทางขึ้นลง และขั้นตอนการกราบสักการะอย่างถูกต้อง โดยจัดระเบียบให้เข้าไปกราบสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ครั้งละ 10 คน หากนำพวงมาลัยมาด้วย ให้วางในพานที่จัดเตรียมไว้ พร้อมขอความร่วมมือให้กราบสักการะด้วยความรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ท้ายแถวยาว และไม่ส่งเสียงดัง ที่สำคัญไม่ให้ถ่ายภาพด้านในอุโบสถ และเมื่อกราบสักการะเสร็จแล้วให้ลงบันไดอีกด้านหนึ่งเพื่อรับหนังสือและพระผงเก็บไว้บูชา   ส่วนที่วัดบวรนิเวศวิหาร ประชาชนยังคงเดินทางมากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันเช่นกัน หลายคนกราบสักการะแล้วก็นั่งสมาธิสวดมนต์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตลอดจนเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต ตนเองและครอบครัว ขณะที่ในศาลาแดงของวัดยังคงมีประชาชนทยอยขึ้นไปกราบพระบรมฉายาลักษณ์ขณะทรงผนวชของพระองค์ไม่ขาดสาย พร้อมรับพระบรมฉายาลักษณ์มาบูชาที่บ้าน    สำหรับที่วัดบวรนิเวศวิหารนี้ แต่ละวันจะมีประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารวันละไม่ต่ำกว่า 10,000 คน  

 17,055
พระราชสำนัก
29 ต.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปในการอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารไปบรรจุ ณ วัดราชพิธฯ-วัดบวรนิเวศฯ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จากพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปบรรจุที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ วัดบวรนิเวศวิหาร   เวลา 17 นาฬิกา 28 นาที สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ผ่านประตูวิเศษไชยศรี ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี   การนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และพระบรมวงศานุวงศ์โดยเสด็จด้วย     เลขาธิการพระราชวังกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาตอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร เชิญเสด็จและยาตราริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ อัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารไปบรรจุที่พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดบวรนิเวศวิหาร เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยพระราชยานจากพระศรีรัตนเจดีย์ มีตำรวจหลวงนำ ไปออกประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อัญเชิญไปถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ รถยนต์พระที่นั่ง ยาตราขบวนอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารออกจากพระบรมมหาราชวังทางประตูวิเศษไชยศรี โดยขบวนกองเกียรติยศทหารม้ารักษาพระองค์ มี พันโทหญิงพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงม้านำ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับรถยนต์พระที่นั่งทรงอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารแล้ว กองเกียรติยศทหารม้ารักษาพระองค์ขบวนหลังตาม         ขบวนอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารไปตามถนนหน้าพระลาน เลี้ยวขวาถนนสนามไชย เลี้ยวซ้ายถนนกัลยาณไมตรี ข้ามสะพานช้างโรงสี เลี้ยวขวาถนนอัษฎางค์ เลี้ยวซ้ายถนนราชบพิธ ขบวนหน้าทหารม้ารักษาพระองค์แห่นำ รถยนต์พระที่นั่งอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารเทียบที่ประตูวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม               ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารเข้าซุ้มประตูวัด สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงกราบ เสด็จพระราชดำเนินตามพระบรมราชสรีรางคาร       เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารไปประดิษฐานที่โต๊ะหมู่ในพระอุโบสถข้างพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธอังคีรสพระประธานในพระอุโบสถ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 พระราชสรีรางคารสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ และพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร แล้วทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม 30 รูป สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถวายอดิเรก           จากนั้นทรงบรรจุพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส ทรงวางพวงมาลาของส่วนพระองค์และของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ขณะนั้นชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตร ปี่ กลองชนะ ทหารกองเกียรติยศ ถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี                 จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง ทรงอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารอีกส่วนหนึ่งเข้าขบวนกองเกียรติยศ ทหารม้ารักษาพระองค์แห่นำไปยังพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี รถยนต์พระที่นั่งอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารเทียบที่ประตูวัดบวรนิเวศวิหาร ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารไปยังพระอุโบสถประดิษฐานที่โต๊ะหมู่ข้างพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์                               สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธชินสีห์พระประธานพระอุโบสถ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร แล้วทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์วัดบวรนิเวศวิหาร 30 รูป สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา สมเด็จพระวันรัตถวายอดิเรก แล้วทรงบรรจุพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์               จากนั้นทรงวางพวงมาลาของส่วนพระองค์ และของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ขณะนั้นชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตร ปี่ กลองชนะ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี                                      

 20,201
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
29 ต.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปในการอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารไปบรรจุ ณ วัดราชพิธฯ-วัดบวรนิเวศฯ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จากพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปบรรจุที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ วัดบวรนิเวศวิหาร   เวลา 17 นาฬิกา 28 นาที สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ผ่านประตูวิเศษไชยศรี ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี   การนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และพระบรมวงศานุวงศ์โดยเสด็จด้วย     เลขาธิการพระราชวังกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาตอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร เชิญเสด็จและยาตราริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ อัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารไปบรรจุที่พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดบวรนิเวศวิหาร เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยพระราชยานจากพระศรีรัตนเจดีย์ มีตำรวจหลวงนำ ไปออกประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อัญเชิญไปถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ รถยนต์พระที่นั่ง ยาตราขบวนอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารออกจากพระบรมมหาราชวังทางประตูวิเศษไชยศรี โดยขบวนกองเกียรติยศทหารม้ารักษาพระองค์ มี พันโทหญิงพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงม้านำ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับรถยนต์พระที่นั่งทรงอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารแล้ว กองเกียรติยศทหารม้ารักษาพระองค์ขบวนหลังตาม         ขบวนอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารไปตามถนนหน้าพระลาน เลี้ยวขวาถนนสนามไชย เลี้ยวซ้ายถนนกัลยาณไมตรี ข้ามสะพานช้างโรงสี เลี้ยวขวาถนนอัษฎางค์ เลี้ยวซ้ายถนนราชบพิธ ขบวนหน้าทหารม้ารักษาพระองค์แห่นำ รถยนต์พระที่นั่งอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารเทียบที่ประตูวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม               ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารเข้าซุ้มประตูวัด สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงกราบ เสด็จพระราชดำเนินตามพระบรมราชสรีรางคาร       เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารไปประดิษฐานที่โต๊ะหมู่ในพระอุโบสถข้างพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธอังคีรสพระประธานในพระอุโบสถ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 พระราชสรีรางคารสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ และพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร แล้วทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม 30 รูป สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถวายอดิเรก           จากนั้นทรงบรรจุพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส ทรงวางพวงมาลาของส่วนพระองค์และของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ขณะนั้นชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตร ปี่ กลองชนะ ทหารกองเกียรติยศ ถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี                 จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง ทรงอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารอีกส่วนหนึ่งเข้าขบวนกองเกียรติยศ ทหารม้ารักษาพระองค์แห่นำไปยังพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี รถยนต์พระที่นั่งอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารเทียบที่ประตูวัดบวรนิเวศวิหาร ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารไปยังพระอุโบสถประดิษฐานที่โต๊ะหมู่ข้างพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์                               สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธชินสีห์พระประธานพระอุโบสถ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร แล้วทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์วัดบวรนิเวศวิหาร 30 รูป สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา สมเด็จพระวันรัตถวายอดิเรก แล้วทรงบรรจุพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์               จากนั้นทรงวางพวงมาลาของส่วนพระองค์ และของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ขณะนั้นชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตร ปี่ กลองชนะ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี                                      

 20,201
พระราชสำนัก
29 ต.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯไปในการอัญเชิญพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปในการอัญเชิญพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร    วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม พุทธศักราช 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวังผ่านประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี ผ่านหน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี           ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และพระบรมวงศานุวงศ์โดยเสด็จด้วย           เวลา 10 นาฬิกา 42 นาที เสด็จเข้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรซึ่งประดิษฐานในบุษบกแว่นฟ้าเหนือพระแท่นสุวรรณเบญจดล สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะนั้นเจ้าพนักงานประโคมสังข์ แตรฝรั่ง แตรงอน ปี่พาทย์ จากนั้นทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ประดิษฐานบนพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูป ที่สวดพระพุทธมนต์แต่วันก่อนถวายพรพระ                 จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนภัตตาหารถวายสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังคปรินายก และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์รูปอื่น พระสงฆ์รับพระราชทานฉัน เสร็จแล้ว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา             สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระราชาคณะถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 จบ แล้วถวายอนุโมทนา พระสงฆ์ 4 รูป รับอนุโมทนา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตรพระสงฆ์ที่ถวายพระธรรมเทศนาและรับอนุโมทนารวม 5 รูป สดับปกรณ์ ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา แล้วเจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ 89 รูป เท่าพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์ สวดมาติกา จบ ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา               ระหว่างพระสงฆ์รับพระราชทานฉันในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เจ้าพนักงานเทียบพระที่นั่งราเชนทรยานสำหรับอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไว้ที่เกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ตั้งขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ตำรวจหลวง มหาดเล็กเป็นคู่แห่ 4 สาย นายทหารราชองครักษ์เป็นคู่เคียงพระที่นั่งราเชนทรยานทรงพระโกศพระบรมอัฐิ พร้อมด้วยเครื่องพระอภิรุมชุมสายมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ พระกลด บังพระสูรย์ พัดโบก ภูษามาลาประคอง และมหาดเล็กพระราชพิธีอัญเชิญเครื่องพระบรมราชอิสริยยศ ไว้พร้อม             เลขาธิการพระราชวัง กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาต อัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ เชิญเสด็จและยาตราริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ไปพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ลงจากบุษบกแว่นฟ้าเหนือพระแท่นสุวรรณเบญจดล ออกทางพระทวารพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทมุขตะวันออกไปยังเกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินตาม             เจ้าพนักงานภูษามาลาประดิษฐานพระโกศพระบรมอัฐิในบุษบกพระที่นั่งราเชนทรยาน ขบวนพระบรมราชอิสริยยศประโคมกระทั่งมโหระทึกสังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะพร้อมแล้ว ยาตราขบวนพระบรมราชอิสริยยศอัญเชิญพระบรมอัฐิจากพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาทไปยังพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินตามพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เมื่อเทียบพระที่นั่งราเชนทรยานที่อัฒจันทร์ตะวันออกพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิประดิษฐานในพระวิมานแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชาพระสัมพุทธพรรณโณพาศแล้ว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมอัฐิแล้ว เสด็จพระราชดำเนินกลับ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี                          

 33,508
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
29 ต.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯไปในการอัญเชิญพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปในการอัญเชิญพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร    วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม พุทธศักราช 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวังผ่านประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี ผ่านหน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี           ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และพระบรมวงศานุวงศ์โดยเสด็จด้วย           เวลา 10 นาฬิกา 42 นาที เสด็จเข้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรซึ่งประดิษฐานในบุษบกแว่นฟ้าเหนือพระแท่นสุวรรณเบญจดล สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะนั้นเจ้าพนักงานประโคมสังข์ แตรฝรั่ง แตรงอน ปี่พาทย์ จากนั้นทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ประดิษฐานบนพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูป ที่สวดพระพุทธมนต์แต่วันก่อนถวายพรพระ                 จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนภัตตาหารถวายสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังคปรินายก และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์รูปอื่น พระสงฆ์รับพระราชทานฉัน เสร็จแล้ว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา             สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระราชาคณะถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 จบ แล้วถวายอนุโมทนา พระสงฆ์ 4 รูป รับอนุโมทนา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตรพระสงฆ์ที่ถวายพระธรรมเทศนาและรับอนุโมทนารวม 5 รูป สดับปกรณ์ ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา แล้วเจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ 89 รูป เท่าพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์ สวดมาติกา จบ ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา               ระหว่างพระสงฆ์รับพระราชทานฉันในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เจ้าพนักงานเทียบพระที่นั่งราเชนทรยานสำหรับอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไว้ที่เกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ตั้งขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ตำรวจหลวง มหาดเล็กเป็นคู่แห่ 4 สาย นายทหารราชองครักษ์เป็นคู่เคียงพระที่นั่งราเชนทรยานทรงพระโกศพระบรมอัฐิ พร้อมด้วยเครื่องพระอภิรุมชุมสายมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ พระกลด บังพระสูรย์ พัดโบก ภูษามาลาประคอง และมหาดเล็กพระราชพิธีอัญเชิญเครื่องพระบรมราชอิสริยยศ ไว้พร้อม             เลขาธิการพระราชวัง กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาต อัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ เชิญเสด็จและยาตราริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ไปพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ลงจากบุษบกแว่นฟ้าเหนือพระแท่นสุวรรณเบญจดล ออกทางพระทวารพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทมุขตะวันออกไปยังเกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินตาม             เจ้าพนักงานภูษามาลาประดิษฐานพระโกศพระบรมอัฐิในบุษบกพระที่นั่งราเชนทรยาน ขบวนพระบรมราชอิสริยยศประโคมกระทั่งมโหระทึกสังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะพร้อมแล้ว ยาตราขบวนพระบรมราชอิสริยยศอัญเชิญพระบรมอัฐิจากพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาทไปยังพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินตามพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เมื่อเทียบพระที่นั่งราเชนทรยานที่อัฒจันทร์ตะวันออกพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิประดิษฐานในพระวิมานแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชาพระสัมพุทธพรรณโณพาศแล้ว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมอัฐิแล้ว เสด็จพระราชดำเนินกลับ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี                          

 33,508
พระราชสำนัก
28 ต.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

วันที่ 28 ตุลาคม 2560 เวลา 17 นาฬิกา 30 นาที สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร   ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และพระบรมวงศานุวงศ์โดยเสด็จด้วย   สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี ผ่านหน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี แล้วเสด็จเข้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท       ทรงจุดธูปเทียนถวายราชสักการะพระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการีที่ประดิษฐานบนพระแท่นมหาเศวตฉัตร และทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรซึ่งประดิษฐานในบุษบกแว่นฟ้าเหนือพระแท่นสุวรรณเบญจดล แล้วทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารสมเด็จพระบรมราชบุพการี และพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร       จากนั้น ทรงประเคนพัดรองที่ระลึกงานทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิแด่พระราชาคณะที่ถวายพระธรรมเทศนา พระราชาคณะ 31 รูปที่สวดพระพุทธมนต์ พระสงฆ์ที่รับอนุโมทนา 4 รูป พระสงฆ์ที่สวดมาติกา และสดับปกรณ์ 12 รูป ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์พระบรมอัฐิ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง           แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม ทรงศีลพระราชาคณะถวายพระธรรมเทศนาในสัจธรรมกถา จบแล้วถวายอนุโมทนา (บนธรรมาสน์) พระสงฆ์ 4 รูป รับอนุโมทนา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตรถวายพระเทศน์และพระสงฆ์ที่รับอนุโมทนารวม 5 รูป ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง         จากนั้นทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ 12 รูป สวดมาติกา สดับปกรณ์พระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการีที่อัญเชิญออกมาในการพระราชกุศลนี้ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง แล้วจึงเสด็จพระราชดำเนินกลับ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี           อนึ่ง พระโกศพระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการีที่อัญเชิญมาในการบำเพ็ญพระราชกุศลครั้งนี้ ประกอบด้วย พระโกศพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5), พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6), พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7), พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ 8), สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 และพระโกศพระอัฐิของสมเด็จพระศรีสวินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร, สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก, สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  

 17,087
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
28 ต.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

วันที่ 28 ตุลาคม 2560 เวลา 17 นาฬิกา 30 นาที สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร   ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และพระบรมวงศานุวงศ์โดยเสด็จด้วย   สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี ผ่านหน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี แล้วเสด็จเข้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท       ทรงจุดธูปเทียนถวายราชสักการะพระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการีที่ประดิษฐานบนพระแท่นมหาเศวตฉัตร และทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรซึ่งประดิษฐานในบุษบกแว่นฟ้าเหนือพระแท่นสุวรรณเบญจดล แล้วทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารสมเด็จพระบรมราชบุพการี และพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร       จากนั้น ทรงประเคนพัดรองที่ระลึกงานทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิแด่พระราชาคณะที่ถวายพระธรรมเทศนา พระราชาคณะ 31 รูปที่สวดพระพุทธมนต์ พระสงฆ์ที่รับอนุโมทนา 4 รูป พระสงฆ์ที่สวดมาติกา และสดับปกรณ์ 12 รูป ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์พระบรมอัฐิ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง           แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม ทรงศีลพระราชาคณะถวายพระธรรมเทศนาในสัจธรรมกถา จบแล้วถวายอนุโมทนา (บนธรรมาสน์) พระสงฆ์ 4 รูป รับอนุโมทนา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตรถวายพระเทศน์และพระสงฆ์ที่รับอนุโมทนารวม 5 รูป ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง         จากนั้นทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ 12 รูป สวดมาติกา สดับปกรณ์พระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการีที่อัญเชิญออกมาในการพระราชกุศลนี้ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง แล้วจึงเสด็จพระราชดำเนินกลับ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี           อนึ่ง พระโกศพระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการีที่อัญเชิญมาในการบำเพ็ญพระราชกุศลครั้งนี้ ประกอบด้วย พระโกศพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5), พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6), พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7), พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ 8), สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 และพระโกศพระอัฐิของสมเด็จพระศรีสวินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร, สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก, สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  

 17,087
พระราชสำนัก
27 ต.ค. 60

ประมวลภาพการซ้อม และข้อมูลริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระราชพิธีถวายพระเพลิง ร.9

ก่อนถึงวันสำคัญ วันแห่งความโศกเศร้าอาดูรของคนไทย ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งจะมีริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ เชิญพระโกศไปยังพระเมรุมาศ มณฑลพระราชพิธีท้องสนามหลวง และเชิญพระบรมอัฐิ มาประดิษฐาน ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ตลอดจนเชิญพระพระบรมราชสรีรางคารมาประดิษฐานที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามและวัดบวรนิเวศวิหารนั้น   ตลอดช่วงเวลาการซ้อมขบวนดังกล่าว ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ออนไลน์ได้มีโอกาสเก็บภาพประวัติศาสตร์แห่งการซ้อมเหล่านี้ และเราขอประมวลมาให้ชมอีกครั้ง ก่อนที่เราจะร่วมน้อมรำลึกถึงพระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัยไปด้วยกันในวันพรุ่งนี้   การจัดขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีการจัดริ้วขบวนประกอบพระบรมราชอิสริยยศอย่างสมพระเกียรติ 6 ริ้วขบวน ตามแบบโบราณราชประเพณี ตามคติที่ว่าพระมหากษัตริย์ทรงเปรียบเสมือนสมมติเทพ ที่เสด็จลงมาทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองและไพร่ฟ้าประชาชนให้เจริญรุ่งเรือง เมื่อเสด็จสวรรคต เท่ากับว่าพระองค์ได้เสด็จกลับสู่สวรรคาลัย จึงมีการจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพอย่างสมพระเกียรติ เพื่อเป็นการแสดงความอาลัย    สำหรับทั้ง 6 ริ้วขบวนดังกล่าว ประกอบด้วย   ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 1 อัญเชิญพระโกศพระบรมศพ จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยพระยานมาศสามลำคาน ไปประดิษฐานบนพระมหาพิชัยราชรถ หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ซึ่งพระราชยานองค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เพื่อใช้อัญเชิญพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเป็นครั้งแรก   ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 2 อัญเชิญพระโกศพระบรมศพ โดยพระมหาพิชัยราชรถ จากหน้าวัดพระเชตุพนวิมนมังคลาราม ไปยังพระเมรุมาศ มณฑลพระราชพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งพระมหาพิชัยราชรถมีลักษณะเป็นราชรถทรงบุษบก ทำด้วยไม้แกะสลัก ลงรักปิดทอง ประดับด้วยกระจก สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ใช้เพื่อการอัญเชิญพระโกศพระอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกออกพระเมรุ เมื่อพุทธศักราช 2339 เป็นครั้งแรก  ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 3 เชิญพระโกศพระบรมศพ โดยราชรถปืนใหญ่สู่พระเมรุมาศ และแห่อุตราวัฏ (เวียนซ้าย) รอบพระเมรุมาศ 3 รอบ แล้วเชิญพระโกศพระบรมศพ ประดิษฐานบนพระเมรุมาศ ราชรถปืนใหญ่นี้เป็นราชรถอัญเชิญพระโกศพระบรมศพ พระศพของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศ์ ที่ทรงรับราชการทหารเมื่อครั้งดำรงพระชนม์ชีพ แทนพระยานมาศสามลำคานตามธรรมเนียมเดิม   ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 4 เชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระที่นั่งราเชนทรยาน และเชิญพระบรมราชสรีรางคารประดิษฐานในพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย อัญเชิญจากออกจากพระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวง โดยแยกเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารเข้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และเชิญไปพักไว้ที่พระศรีรัตนเจดีย์ ส่วนพระโกศพระบรมอัฐิอัญเชิญเข้าสู่พระบรมมหาราชวังทางประตูพิมานไชยศรี เข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ประดิษฐานที่บุษบกแว่นฟ้าทอง   ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 5 เชิญพระโกศพระบรมอัฐิโดยพระที่นั่งราเชนทรยาน จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมานบนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท   ทั้งนี้ พระที่นั่งราเชนทรยานที่ใช้ในริ้วขบวนที่ 4 และ 5 มีลักษณะเป็นทรงบุษบกย่อมุมไม้สิบสอง หลังคาซ้อน 5 ชั้น สร้างด้วยไม้ แกะสลักลงรักปิดทองประดับกระจก พนักพิงและกระจังปฏิญาณแกะสลักเป็นภาพเทพพนมไว้ตรงกลาง และมีรูปครุฑยุดนาคประดับที่ฐาน มีคานสำหรับหาม 4 คาน ใช้คนหาม 56 คน แต่เวลาปกติจะคงคานประจำไว้ 2 คาน ใช้ในการเสด็จพระราชดำเนิน โดยขบวนแห่อย่างใหญ่ที่เรียกว่า “ขบวนสี่สาย”   และริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 6 ซึ่งเป็นริ้วขบวนสุดท้าย เป็นขบวนกองทหารม้าที่อัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารจากพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยรถยนต์พระที่นั่งออกจากพระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี ไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามและวัดบวรนิเวศวิหาร   ริ้วขบวนเหล่านี้พรั่งพร้อมด้วยเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ ทั้งเครื่องสูง พระกลด บังสูรย์ พัดโบก บังแทรก พุ่มเงิน พุ่มทอง จามร พระอภิรุมชุมสาย รวมถึงเครื่องประโคม เช่น แตรสังข์ กลองชนะ พร้อมมีโขลนพลโยธาแห่นำตามแซงเสด็จทั้งคู่แห่ คู่เคียงอีกเป็นจำนวนมาก   ในแต่ละริ้วขบวนจะมีพลฉุดชักเพื่อขับเคลื่อนขบวนอย่างมีระเบียบพร้อมเพรียงและสวยงาม ตามจังหวะที่กำหนด จึงจำเป็นต้องมีการฝึกซ้อมริ้วขบวนเพื่อให้เกิดความพร้อมเพียง ซึ่งกองทัพบกได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบในการจัดหากำลังพล และการฝึกซ้อม โดยคัดเลือกกำลังจากกลุ่มข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ และพลทหารกองประจำการ จากกองทัพบก  มาเป็นกำลังพลในการฉุดชักและขับเคลื่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศต่างๆ  โดยเฉพาะพลฉุดชักพระมหาพิชัยราชรถและราชรถพระนำประกอบริ้วขบวนที่ 2 ซึ่งเป็นริ้วขบวนที่ต้องรับและส่งพระโกศพระบรมศพ จากริ้วขบวนที่ 1 มาสู่ริ้วขบวนที่ 2 แล้วส่งต่อให้กับริ้วขบวนที่ 3 จึงมีการฝึกซ้อมกำลังพลอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ใช้กำลังพลทั้งสิ้น 441 นาย และมีจังหวะท่วงท่าการฝึก 7 ท่า ได้แก่ ท่าเบื้องต้น ท่าหยิบเชือก ท่าวางเชือก ท่าถวายบังคม ท่าเดินตามปกติ ท่าหยุดจากการเดิน และท่าเดินประกอบเพลงพญาโศก   ในการฝึกซ้อมทุกครั้ง กำลังพลและผู้ควบคุมการซ้อมต่างมุ่งมั่นและตั้งใจ ด้วยทุกคนมีจิตใจแน่วแน่เป็นหนึ่งเดียวที่จะร่วมแสดงความจงรักภักดีแด่พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันยิ่งใหญ่ของชาวไทย ที่แม้จะถึงวาระเสด็จกลับสู่สวรรคาลัย แต่พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ยังคงสถิตฟ้า สถิตใจ ไทยนิรันดร์

 32,233
ประมวลประวัติศาสตร์
27 ต.ค. 60

ประมวลภาพการซ้อม และข้อมูลริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระราชพิธีถวายพระเพลิง ร.9

ก่อนถึงวันสำคัญ วันแห่งความโศกเศร้าอาดูรของคนไทย ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งจะมีริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ เชิญพระโกศไปยังพระเมรุมาศ มณฑลพระราชพิธีท้องสนามหลวง และเชิญพระบรมอัฐิ มาประดิษฐาน ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ตลอดจนเชิญพระพระบรมราชสรีรางคารมาประดิษฐานที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามและวัดบวรนิเวศวิหารนั้น   ตลอดช่วงเวลาการซ้อมขบวนดังกล่าว ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ออนไลน์ได้มีโอกาสเก็บภาพประวัติศาสตร์แห่งการซ้อมเหล่านี้ และเราขอประมวลมาให้ชมอีกครั้ง ก่อนที่เราจะร่วมน้อมรำลึกถึงพระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัยไปด้วยกันในวันพรุ่งนี้   การจัดขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีการจัดริ้วขบวนประกอบพระบรมราชอิสริยยศอย่างสมพระเกียรติ 6 ริ้วขบวน ตามแบบโบราณราชประเพณี ตามคติที่ว่าพระมหากษัตริย์ทรงเปรียบเสมือนสมมติเทพ ที่เสด็จลงมาทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองและไพร่ฟ้าประชาชนให้เจริญรุ่งเรือง เมื่อเสด็จสวรรคต เท่ากับว่าพระองค์ได้เสด็จกลับสู่สวรรคาลัย จึงมีการจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพอย่างสมพระเกียรติ เพื่อเป็นการแสดงความอาลัย    สำหรับทั้ง 6 ริ้วขบวนดังกล่าว ประกอบด้วย   ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 1 อัญเชิญพระโกศพระบรมศพ จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยพระยานมาศสามลำคาน ไปประดิษฐานบนพระมหาพิชัยราชรถ หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ซึ่งพระราชยานองค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เพื่อใช้อัญเชิญพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเป็นครั้งแรก   ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 2 อัญเชิญพระโกศพระบรมศพ โดยพระมหาพิชัยราชรถ จากหน้าวัดพระเชตุพนวิมนมังคลาราม ไปยังพระเมรุมาศ มณฑลพระราชพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งพระมหาพิชัยราชรถมีลักษณะเป็นราชรถทรงบุษบก ทำด้วยไม้แกะสลัก ลงรักปิดทอง ประดับด้วยกระจก สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ใช้เพื่อการอัญเชิญพระโกศพระอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกออกพระเมรุ เมื่อพุทธศักราช 2339 เป็นครั้งแรก  ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 3 เชิญพระโกศพระบรมศพ โดยราชรถปืนใหญ่สู่พระเมรุมาศ และแห่อุตราวัฏ (เวียนซ้าย) รอบพระเมรุมาศ 3 รอบ แล้วเชิญพระโกศพระบรมศพ ประดิษฐานบนพระเมรุมาศ ราชรถปืนใหญ่นี้เป็นราชรถอัญเชิญพระโกศพระบรมศพ พระศพของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศ์ ที่ทรงรับราชการทหารเมื่อครั้งดำรงพระชนม์ชีพ แทนพระยานมาศสามลำคานตามธรรมเนียมเดิม   ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 4 เชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระที่นั่งราเชนทรยาน และเชิญพระบรมราชสรีรางคารประดิษฐานในพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย อัญเชิญจากออกจากพระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวง โดยแยกเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารเข้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และเชิญไปพักไว้ที่พระศรีรัตนเจดีย์ ส่วนพระโกศพระบรมอัฐิอัญเชิญเข้าสู่พระบรมมหาราชวังทางประตูพิมานไชยศรี เข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ประดิษฐานที่บุษบกแว่นฟ้าทอง   ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 5 เชิญพระโกศพระบรมอัฐิโดยพระที่นั่งราเชนทรยาน จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมานบนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท   ทั้งนี้ พระที่นั่งราเชนทรยานที่ใช้ในริ้วขบวนที่ 4 และ 5 มีลักษณะเป็นทรงบุษบกย่อมุมไม้สิบสอง หลังคาซ้อน 5 ชั้น สร้างด้วยไม้ แกะสลักลงรักปิดทองประดับกระจก พนักพิงและกระจังปฏิญาณแกะสลักเป็นภาพเทพพนมไว้ตรงกลาง และมีรูปครุฑยุดนาคประดับที่ฐาน มีคานสำหรับหาม 4 คาน ใช้คนหาม 56 คน แต่เวลาปกติจะคงคานประจำไว้ 2 คาน ใช้ในการเสด็จพระราชดำเนิน โดยขบวนแห่อย่างใหญ่ที่เรียกว่า “ขบวนสี่สาย”   และริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 6 ซึ่งเป็นริ้วขบวนสุดท้าย เป็นขบวนกองทหารม้าที่อัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารจากพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยรถยนต์พระที่นั่งออกจากพระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี ไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามและวัดบวรนิเวศวิหาร   ริ้วขบวนเหล่านี้พรั่งพร้อมด้วยเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ ทั้งเครื่องสูง พระกลด บังสูรย์ พัดโบก บังแทรก พุ่มเงิน พุ่มทอง จามร พระอภิรุมชุมสาย รวมถึงเครื่องประโคม เช่น แตรสังข์ กลองชนะ พร้อมมีโขลนพลโยธาแห่นำตามแซงเสด็จทั้งคู่แห่ คู่เคียงอีกเป็นจำนวนมาก   ในแต่ละริ้วขบวนจะมีพลฉุดชักเพื่อขับเคลื่อนขบวนอย่างมีระเบียบพร้อมเพรียงและสวยงาม ตามจังหวะที่กำหนด จึงจำเป็นต้องมีการฝึกซ้อมริ้วขบวนเพื่อให้เกิดความพร้อมเพียง ซึ่งกองทัพบกได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบในการจัดหากำลังพล และการฝึกซ้อม โดยคัดเลือกกำลังจากกลุ่มข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ และพลทหารกองประจำการ จากกองทัพบก  มาเป็นกำลังพลในการฉุดชักและขับเคลื่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศต่างๆ  โดยเฉพาะพลฉุดชักพระมหาพิชัยราชรถและราชรถพระนำประกอบริ้วขบวนที่ 2 ซึ่งเป็นริ้วขบวนที่ต้องรับและส่งพระโกศพระบรมศพ จากริ้วขบวนที่ 1 มาสู่ริ้วขบวนที่ 2 แล้วส่งต่อให้กับริ้วขบวนที่ 3 จึงมีการฝึกซ้อมกำลังพลอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ใช้กำลังพลทั้งสิ้น 441 นาย และมีจังหวะท่วงท่าการฝึก 7 ท่า ได้แก่ ท่าเบื้องต้น ท่าหยิบเชือก ท่าวางเชือก ท่าถวายบังคม ท่าเดินตามปกติ ท่าหยุดจากการเดิน และท่าเดินประกอบเพลงพญาโศก   ในการฝึกซ้อมทุกครั้ง กำลังพลและผู้ควบคุมการซ้อมต่างมุ่งมั่นและตั้งใจ ด้วยทุกคนมีจิตใจแน่วแน่เป็นหนึ่งเดียวที่จะร่วมแสดงความจงรักภักดีแด่พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันยิ่งใหญ่ของชาวไทย ที่แม้จะถึงวาระเสด็จกลับสู่สวรรคาลัย แต่พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ยังคงสถิตฟ้า สถิตใจ ไทยนิรันดร์

 32,233
สังคม-อาชญากรรม
27 ต.ค. 60

"ต้องสานต่อที่พ่อทำ" เปิดใจจิตอาสางานพระบรมศพในหลวง ร.9 ในวันที่ "พ่อ" เสด็จสู่สวรรค์

บรรยากาศที่บริเวณใต้สะพานพระปิ่นเกล้าต่อเนื่องถนนราชดำเนินวันนี้ในช่วงบ่าย การจราจรเริ่มกลับมาเป็นปกติ รถสามารถเคลื่อนผ่านสะพานพระปิ่นเกล้าเข้าสู่ถนนราชดำเนินกลางได้คล่องตัว ไม่มีประชาชนมาจับจองพื้นที่บริเวณพระอาทิตย์ ถนนเจ้าฟ้า และถนนราชดำเนินกลางดังเช่นก่อนหน้านี้       ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ออนไลน์ลงไปสำรวจความเคลื่อนไหวของประชาชนบริเวณดังกล่าว พบว่ายังมีประชาชนและเหล่าจิตอาสายังคอยบริการอาหารและน้ำดื่มให้แก่ผู้ที่ผ่านไปมาอย่างต่อเนื่อง โดยจุดใหญ่อยู่ที่เต๊นท์อาหารพระราชทาน บริเวณใกล้กองสลากเก่า เราพูดคุยกับจิตอาสาถึงความรู้สึกทั้งที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ต่อการทำหน้าที่จิตอาสา ตลอดจนการนำคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปใช้ต่อจากนี้       คุณมาลา อยู่ดี จิตอาสาที่แจกน้ำ แจกอาหารอยู่บริเวณใต้สะพานพระปิ่นเกล้าฝั่งพระนคร รวมถึงจุดอื่นๆมากว่า 1 ปี ซึ่งหลายคนรู้จักในนาม "ป้าติ๋ม สนามหลวง" ระบุว่า วันนี้จะแจกอาหารและเครื่องดื่มเป็นวันสุดท้าย ส่วนตัวรู้สึกใจหาย เพราะมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ 16 ตุลาคมปีที่แล้ว ก่อนหน้านี้ก็เคยไปสวดมนต์ที่ศิริราช พอในหลวงสวรรคตเลยตั้งใจเอาของมาบริการแขกของพ่อรวมถึงเจ้าหน้าที่ ซึ่งเพื่อนๆ จิตอาสาหาของมาคนละนิดละหน่อยด้วยทุนของตนเอง   "ต่อจากนี้จะอยู่แบบพอเพียง แบ่งปัน อย่างที่พ่อสอนว่ามีอะไรให้แบ่งปันกัน ตลอดเวลาเราก็ทำตามคำสอนท่านมา ช่วยเหลือกัน ดูแลกันมาตลอด ทุกวันนี้ตำรวจ ทหาร พยาบาล ทุกหน่วยงานที่ทำงานมาตลอด 1 ปีเราก็ดูแลเกื้อกูลกันอยู่" เธอระบุ   (คุณมาลา อยู่ดี)   เธอยังเชื่อว่า ถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 จะเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่ความสามัคคี ความรัก เอื้ออาทรกันที่สนามหลวงยังอยู่เต็มร้อยและบอกว่าตลอดเวลาทำให้เราได้เห็นว่าคนไทยที่มีจิตสำนึกดียังมีอยู่จริง   "ถึงแม้พ่อจะไม่อยู่ แต่จิตสำนึกที่พ่อสอนไว้หลายคำสอน เอามาปฏิบัติในแนวทางชีวิตเรา ยังได้อีกเยอะ แล้วสังคมก็จะมีความสุข ขอให้รักและเข้าใจ ดูแลซึ่งกันและกัน อย่ามีความเห็นแก่ตัว อยู่กับพ่อ พ่อให้ทุกอย่าง พ่อทำแบบอย่างให้เราดูตลอดเวลา มีหลายโครงการที่พ่อสอนไว้ เราควรจะยึดถือสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วแต่คสามถนัดของเรา แล้วชีวิตจะมีความสุข" เธอสรุป     จากสะพานพระปิ่นเกล้า เราเดินขึ้นมาบริเวณถนนราชดำเนินกลางหน้ากองสลากเก่า และพบกับเหล่าจิตอาสาพระราชทาน ซึ่งกำลังแจกน้ำให้ผู้ที่ผ่านไปมาอย่างเป็นมิตร เรามีโอกาสพูดคุยกับหนึ่งในจิตอาสา คือคุณจิรัชยา ไตรงามสม เธอบอกกับเราว่าเธอยินดีทำเพื่อตอบแทนพระองค์ท่าน ด้วยความรู้สึกที่ภูมิใจ   "เมื่อวานก็มีโอกาสได้ไปถวายดอกไม้จันทน์ที่สวนลุมพินี ใช้เวลาราว 5 ชั่วโมง รวมกับช่วงที่ตัดแถวตอนหกโมงครึ่งก็ได้ถวายให้พระองค์ท่าน ตอนที่ยืนอยู่หน้าพระพักตร์ น้ำตาเราก็ไหล ครั้งสุดท้ายที่เราได้ทำให้พ่อ"     (คุณจิรัชยา ไตรงามสม)   เธอยังบอกว่าสิ่งสำคัญคือการสานต่อพระปณิธานนับจากนี้   "ทำแน่นอน บอกลูกว่าเรารักพ่อ เราต้องสานต่อแน่ๆ ถ้าเรารักท่านเราต้องสืบสานต่อปณิธานที่พระองค์ท่านเคยมีให้พวกเรา ไม่อยากให้พูดว่ารักแค่ปาก หรือรักแค่ช่วงนี้ แต่ทำต่อไปจนชีวิตจะหาไม่" เธอกล่าว   แม้ว่านี้อาจเป็นช่วงเวลาสุดท้ายแห่งการรำลึกการเสด็จสู่สวรรคาลัย แต่จากคำสัมภาษณ์ที่ได้ฟังในวันนี้ทำให้เชื่อว่า คำสอนและพระราชปณิธานของพระองค์จะสถิตอยู่ในใจคนไทยตลอดไป

 15,214

Top