ค้นหา :

ผลการค้นหา "ห้องฉุกเฉิน"

ข่าวภูมิภาค
06 ธ.ค. 61

แพทย์แจง จนท.ห้องฉุกเฉิน ไม่ได้ชกลุงวัย 65 หลังญาติเอะใจเจอแผลที่คิ้วหลังเสียชีวิต

ขอนแก่น-นางสาวศรินทิพย์ อิ่มใจ อายุ 45 ปี ลูกบุญธรรมของนายพินันท์ ประเคนทอง อายุ 65 ปี ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว พร้อมด้วยนางขวัญใจ เกิดเดช อายุ 76 ปี ภรรยาของนายพินันท์ เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น หลังพบว่ามีบุคคลที่คาดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลรัฐชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งได้ชกใบหน้าผู้ตาย ขณะเข้ารับการรักษาภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลดังกล่าว เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 28 พ.ย.2561 ต่อเนื่องวันที่ 29 พ.ย.2561 ที่ผ่านมา   ทางญาติเล่าว่าหน้ามืดอยู่ในบ้าน จึงได้ประสานโรงพยาบาล อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น นำรถกู้ชีพไปรับพ่อมาที่รพ.ซึ่งแพทย์และเจ้าหน้าที่ ที่รพ.บ้านไผ่ ทำการตรวจร่างกายในเบื้องต้น แต่ยังไม่แน่ใจว่าเป็นโรคอะไร เพราะเครื่องมือไม่ครบสมบูรณ์ จึงทำการส่งตัวบิดารักษาต่อที่รพ.ขอนแก่น ซึ่งตลอดระยะเวลาที่อยู่รพ.บ้านไผ่ และช่วงการนำส่งตัวผู้ป่วยนั้น ยังสามารถพูดคุยกับแม่ได้ตามปกติ มีสติพูดจารู้เรื่องทุกอย่าง พอเจ้าหน้าที่มาส่งถึงโรงพยาบาลขอนแก่น ก็นำตัวพ่อขึ้นบนเปลและเข็นเข้าห้องฉุกเฉินทันที โดยเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ญาติเข้าไปด้วย   สักพักแม่ของตนได้ยินเสียงดังโคลม ก็คิดว่าอาจมีใครตกเตียงแต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นพ่อของตนเอง และก็ไม่ได้สอบถามทางเจ้าหน้าที่เพราะกลัวจะถูกต่อว่า กระทั่งตนเองเดินทางมาถึงโรงพยาบาลและพบกับแม่ แต่สิ่งที่เห็นคือภาพที่เจ้าหน้าที่ทั้งหมอและพยาบาลช่วยทำปั๊มหัวใจพ่ออยู่ และแจ้งตนเองว่าหากทำการปั๊มหัวใจอีกสักพักถ้าไม่ฟื้นคงต้องปล่อย ซึ่งตนเองก็ได้ทำใจไว้ กระทั่งพ่อของตนได้เสียชีวิตลง และได้ทำเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับการเสียชีวิตจนเสร็จสิ้นและเดินทางกลับบ้านพร้อมแม่   ระหว่างทางตนนึกขึ้นได้ว่าเห็นบาดแผลที่คิ้วของพ่อมีรอยเย็บ จึงสอบถามกับมารดาว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แม่ไม่ทราบว่ารอยเย็บนั้นเป็นเพราะสาเหตุใด เนื่องจากไม่กล้าสอบถามทางเจ้าหน้าที่กลัวว่าจะถูกต่อว่า และแม่ยืนยันว่าขณะนำส่งมาที่ รพ.ขอนแก่น พ่อไม่มีบาดแผลบนใบหน้าใดๆ ทั้งสิ้น ตนจึงได้สอบถามไปทางโรงพยาบาลบ้านไผ่ ซึ่งทางโรงพยาบาลบ้านไผ่ยืนยันว่า ขณะที่ไปรับผู้ป่วยจากบ้านกระทั่งนำส่งถึง รพ.ขอนแก่น ผู้ป่วยไม่มีบาดแผลเย็บที่คิ้วแต่อย่างใด   จึงสอบถามไปทางโรงพยาบาลขอนแก่น ได้คำตอบครั้งแรกว่า ผู้ป่วยหกล้มในห้อง หัวไปฟาดกับของแข็ง ตนเองจึงติดใจว่าทำไมเกิดเหตุการณ์เช่นนี้จึงไม่แจ้งกับญาติผู้ป่วย ต่อมาเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลโทรกลับมาบอกอีกครั้งว่า ผู้ป่วยพลัดตกเตียง ตนจึงถามกลับว่าทำไมทีแรกถึงบอกว่าหกล้ม โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่า เป็นเพราะพยาบาลเห็นใบลงความเห็นของแพทย์วาดภาพบาดแผลที่เกิดขึ้น จึงคิดเองว่าเป็นเพราะหกล้ม แต่พอดูกล้องวงจรปิดกลับพบว่า บิดาของตนเองพลัดตกเตียงจริง ซึ่งข้างเตียงไม่มีการนำราวเหล็กขึ้นมากั้นเอาไว้ซึ่งเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างชัดเจน   นอกจากนี้ยังพบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกล้องวงจรปิดอีกอย่างคือ หลังจากที่พ่อตนเองพลัดตกเตียงไปแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ก็นำตัวออกจากห้องฉุกเฉินไป โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า พาไปเอ็กซเรย์สมอง ก่อนจะนำตัวกลับมา โดยได้มัดแขนของพ่อตนไว้กับราวเหล็กข้างเตียงด้วย   และยังมีชายคนหนึ่งซึ่งต้องเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล เดินมาหาพ่อตนที่เตียง ก่อนจะลงทำบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งลักษณะเหมือนกับการชกเข้าที่ใบหน้าของพ่อตนเอง ก่อนจะบังคับให้พ่อตนเองนอนลง พร้อมกับชี้นิ้วไปที่หน้าและพูดบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งตนคาดว่าจะเป็นการด่าทอพ่อของตนเอง จึงได้พูดคุยกับทางโรงพยาบาล ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่มาร่วมพูดคุยได้เจรจาขอร้องกับทางญาติว่า อย่าเอาเรื่อง อย่าแจ้งความเด็ดขาด และห้ามบันทึกภาพในคลิปด้วย เพราะทางโรงพยาบาลจะจัดการกับคนก่อเหตุเอง   หลังจากบำเพ็ญกุศลศพพ่อเรียบร้อย ก็มีโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ รพ.ศูนย์ซึ่งเป็นระดับหัวหน้า โทรศัพท์ไปบอกว่า เรื่องการทำร้ายร่างกายนั้น คนก่อเหตุยอมรับว่าได้ทำร้ายร่างกายพ่อจริงและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ฝากขอโทษญาติๆ ด้วย และในช่วงกลางคืนวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่คนเดิมก็โทรศัพท์มาหาอีก แต่ครั้งนี้บอกว่า อย่าเอาเรื่องนี้ไปแจ้งความ เพราะไม่มีใครทำร้ายคุณพ่อ คุณพ่อตกเตียงเอง ทางผู้บริหารขอโทษกับสิ่งที่เกิดความเข้าใจผิดขึ้น และอยากพบกับญาติๆ ในวันศุกร์ที่ 7 ธันวาคมนี้   ทางญาติเกรงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะเป็นเพียงแค่ลมปาก ส่วนคนที่ลงมือทำร้ายพ่อก็ยังลอยนวล จึงเข้าแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนสอบสวน เอาตัวผู้ชายที่ทำร้ายร่างกายพ่อมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะเข้าพบผู้บริหาร รพ.ศูนย์ขอนแก่น ตามคำเชิญ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นอยากให้ผู้บริการแก้ไข เพราะถือเป็นการกระทำที่ไม่ดีต่อผู้ป่วยและประชาชนที่เข้ามารับการรักษาใน รพ.ของรัฐ หากไม่มีการแก้ไขเชื่อว่าต้องเกิดเหตุขึ้นกับคนอื่นๆ อีก   ด้าน นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ถึงกรณีดังกล่าว ทราบว่า ทางรพ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ พอทราบเรื่องก็มีการประสานกับญาติ และพูดคุยกันมาโดยตลอด และมีการดูกล้องวงจรปิดด้วยกันมาแล้ว แต่ดูผ่านจอขนาดเล็ก ซึ่งในขณะนั้นดูเหมือนว่า เจ้าหน้าที่ทำร้ายคนป่วยจริง แต่เพื่อความเป็นธรรมกับทุกๆ คน ทั้งญาติคนตายและเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวหาจึงได้ดูคลิปดังกล่าวจากจอขนาดใหญ่ ปรากฏภาพที่ชัดเจนกว่า เจ้าหน้าที่พยาบาลชาย รายดังกล่าวไม่ได้ทำร้าย หรือชกใบหน้าของคนป่วย แต่ได้ยื่นมือไปดึงมือคนป่วยออก เพราะคนป่วยจะดึงผ้าปิดแผลออกจากคิ้วข้างซ้าย ซึ่งกรณีที่มีการเข้าใจผิดเช่นนี้ เกิดขึ้นได้เสมอ   แต่ในฐานะผู้บริหาร หากเจ้าหน้าที่ทำผิดจริงก็จะต้องดำเนินการเอาผิดตามระเบียบ และเพื่อความเป็นธรรมและกระจ่างในความสงสัยที่ค้างคาในใจของญาติผู้ป่วย จึงได้ประสานให้ญาติมาดูกล้องวงจรปิด ส่วนการที่ญาติเข้าแจ้งความนั้น สามารถทำได้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้มาดูคลิป   ซึ่งเมื่อดูคลิปเชื่อว่าทุกฝ่ายจะพบความชัดเจนของเรื่องดังกล่าวทั้งหมด เพราะผู้ป่วยรายนี้ป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง จะมีอาการกดทับเส้นประสาท ทำให้หน้ามืดบ่อย จนพลัดตกเตียง ซึ่งในกรณีคนป่วยตกเตียงก็ถือเป็นความบกพร่องที่เจ้าหน้าที่ ดูแลไม่ทั่วถึง ในจุดนี้ รพ.ต้องขอโทษญาติผู้ป่วยด้วย    ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/ltKZvZwKsaA  

 3,924
ปากท้องร้องทุกข์
19 ต.ค. 61

สาวสระแก้วโวย ปวดหัวกลางดึกไปหาหมอ โดนไล่ นี่ รพ.ไม่ใช่เซเว่นฯ

สระแก้ว-นางสาวเยาวลักษณ์ นาศทอง อายุ 24 ปี เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนว่า ตนเองมีอาการปวดศีรษะอย่างมาก ไปซื้อยาจากร้านขายยามาทานแล้วอาการไม่ดีขึ้น จึงได้เดินทางไปโรงพยาบาลอรัญประเทศ จ.สระแก้ว   แต่พอตนเองถูกส่งเข้าไปในห้องฉุกเฉิน กลับถูกแพทย์เวรซึ่งเป็นผู้ชายไล่ตะเพิดว่า นี่มันโรงพยาบาลนะ ไม่ใช่เซเว่น ให้มาใหม่ในวันพรุ่งนี้ นางสาวเยาวลักษณ์ บอกว่า ตนเองมีอาการปวดศีรษะมาก มาเจอหมอไล่อีกจึงไม่รู้จะไปไหน   ด้านผู้ที่เห็นเหตุการณ์บอกว่า เห็นหญิงสาวคนดังกล่าวเดินร้องไห้ออกมา แล้วพูดว่า ถ้ามีคลินิกเปิดตนเองก็คงไม่มาโรงพยาบาล แต่นี่มันดึกแล้วคลินิกปิดไปหมดแล้ว พร้อมด้วยหน้าตาแดงกล่ำ ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้พยายามที่จะเข้าสอบถามแพทย์เวรคนดังกล่าว แต่ทางแพทย์เวรได้ทำการปฏิเสธ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rbuZ0vx-nS4

 83,882
สังคม-อาชญากรรม
03 ก.ค. 61

แพทย์สนามพร้อมรับตัวเด็กๆหลังออกจากถ้ำ พาขึ้น ฮ.ส่ง รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์

ทีมแพทย์เตรียมโรงพยาบาลสนาม ของกรมการแพทย์ทหารบก เพื่อรอรับเด็กๆเมื่อออกจากปากถ้ำ โดยเป็นลักษณะของห้องฉุกเฉินเคลื่อนที่มีอุปกรณ์ครบครัน มีเครื่องปรับอากาศ รองรับผู้ป่วยได้ 20 คน แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่   สีแดง-ผู้ป่วยเร่งด่วน / สีเหลือง-ผู้ป่วยปานกลาง / สีเขียว-ผู้ป่วยเล็กน้อย ซึ่งมี จนท.พร้อมให้บริการเต็มอัตรา   จากนั้นจะนำตัวผู้ป่วยขึ้นรถพยาบาล เพื่อขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ไปยัง รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ซึ่งจากการซักซ้อมใช้เวลาจากจุดที่ ฮ.ลงจอดเพียง 5 นาที ก็ถึงโรงพยาบาลทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/I3D1oa8tB2A

 1,804
แชร์ออฟเดอะเดย์
28 พ.ค. 61

เปิดคลิปคนไข้หัวร้อน เตะหน้าบุรุษพยาบาลกลางห้องฉุกเฉิน

ผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่ง ได้โพสต์คลิปเฟซบุ๊ก คนไข้เตะเข้าที่หน้าของบุรุษพยาบาลจนล้มลง พร้อมระบุข้อความว่า   “เห็นใจคนทำงานในห้องฉุกเฉินกันบ้างนะคะ เราทุกคนก็อยากจะให้ทุกคนดูแลได้ทั่วถึงนะคะ บางทีอาจต้องรอบ้าง แต่ก็ไม่ควรมาทำร้ายเจ้าหน้าที่แบบนี้นะคะ #ห้องฉุกเฉินคือด่านหน้าแต่ไม่ใช่ที่รองรับอารมณ์นะคะ #มันใช่หรอคนไข้เตะหน้าพยาบาล”   ด้านแพทย์หญิงที่โพสต์คลิป ระบุว่าไม่ได้มีเจตนาให้คนไข้เสื่อมเสีย แต่อยากให้เห็นใจ จนท.ทำงานในห้องฉุกเฉิน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นได้บั่นทอนกำลังใจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งทุกวันนี้ยังมีรอยช้ำที่หน้าอยู่เลย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/w1FmiBcG2jI      

 4,435
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ค. 61

ญาติเศร้าร่วมงานศพ 'น้องกวาง' ช็อกเสียชีวิตเหตุห้องฉุกเฉินปิด แม่ยันไม่เผาศพลูกจนกว่าเรื่องจะเรียบร้อย

จากกรณีโลกโซเชียลมีการแชร์เรื่องราวสะเทือนใจ ของเด็กหญิงญานิศา หรือน้องกวาง ทัดละมัย อายุ 1 ปี 6 เดือน ที่มีอาการป่วยไข้ขึ้นสูงพ่อแม่นำส่ง รพ.สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว จ.สระแก้ว   แพทย์ระบุผู้ป่วยยังอาการไม่ถึงขั้นช็อกให้กลับไปรอดูอาการที่บ้าน กระทั่งตกดึกวันเดียวกันเด็กมีอาการทรุดหนัก จึงได้นำกลับมา รพ.อีกครั้งเวลาตี 5 แต่ จนท.รพ.เวรเปลได้แจ้งว่าตึกอุบัติเหตุปิด ให้ไปทำประวัติตึกถัดไปและก็ไม่สามารถเข้าไปยังตึกอุบัติเหตุได้ เพราะประตูปิดมีรหัสเข้าประตูด้วย จึงนำตัวน้องกวางมาเช็ดตัวรอนาน 2 ชั่วโมง มีผู้ป่วยรายอื่นเข้าไปยังตึกอุบัติเหตุได้แล้วก็รีบนำน้องเข้าไปรักษา   ต่อมาเด็กเกิดช็อก อาการหนักและแพทย์ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ทัน สร้างความเสียใจและไม่พอใจกับพ่อแม่และญาติของผู้เสียชีวิต จึงได้เรียกร้องขอความเป็นธรรม และทาง รพ.ได้ออกมาแถลงรับผิดกับเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเกิดจากความผิดพลาดของทาง รพ.จริง ซึ่งจะเยียวยาในวงเงิน 4 แสนบาท ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น   ซึ่งบรรยากาศงานศพของน้องกวาง ตั้งไว้ในบ้านพัก มีเหล่าญาติพี่น้องมาอยู่ร่วมพิธีจำนวนมาก และพ่อแม่น้องกวางโดยเฉพาะยายยังคงอยู่ในอาการโศกเศร้า เนื่องจากเป็นลูกและหลานคนแรกของครอบครัวประกอบกับมีความน่ารักน่าเอ็นดูชอบยิ้มเลี้ยงง่าย   ด้านแม่ของน้องกวางกล่าวว่า จัดงานศพไปตามมีตามเกิด ไม่ได้จัดใหญ่โตทำแบบเรียบง่าย เมื่อ 2 คืนที่ผ่านมามีหมอมาจากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว นำพวงหรีดมามอบให้ 1พวง และเงินทำบุญใส่ซองถวายพระ 2,000 บาท จากนั้นก็ไม่มีใครมาอีก ยังยืนยันว่าจะเก็บศพน้องเอาไว้ที่วัดคลองยาง อยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านพักที่ตั้งศพน้องเอาไว้ก่อน ในวันที่ 7 พ.ค.จะยังไม่ทำการเผาจนกว่าเรื่องจะจบเรียบร้อย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9FD8jAPapi8      

 4,969
สังคม-อาชญากรรม
06 พ.ค. 61

รพ.เมืองสระแก้วแถลงปมแม่พาลูกสาว 2 ขวบป่วยไปหาหมอแต่ห้องฉุกเฉินปิดสุดท้ายเสียชีวิต

จากกรณีชาวเน็ตโพสต์ร้องทุกข์ ด.ญ.วัย 2 ขวบ เสียชีวิตหลังแม่พามาตรวจที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว แต่เจ้าหน้าที่รพ.ไม่ยอมรักษาช่วงตี 5 อ้างว่าแผนกฉุกเฉินปิดทำการ จนทำให้เด็กเสียชีวิต เมื่อไปแจ้งความตำรวจไม่ยอมรับแจ้งนั้น     ล่าสุด นพ.อภิรัต กตัญญุตานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วย นพ.ภูวดล กิตติวัฒนาสาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ได้เปิดแถลงข่าวชี้แจงกรณีดังกล่าว โดยเชิญ ครอบครัวของดญ.ญาณิศา นำโดย จ.ส.อ.มารุต คุณมี อายุ 44 ปี พ่อแม่และญาติๆ รวมกว่า 10 มาร่วมรับฟังการแถลงด้วย     นพ.อภิรัต กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2561 เวลา 14.00 น. ด.ญ.ญาณิศา มีอาการไข้สูง หนาวสั่น อาเจียน และถ่ายท้อง ตรวจพบไข้ 40 องศา ชีพจร 110 ครั้งต่อนาที เด็กรู้สึกตัวและตื่นดี แพทย์วินิจฉัยว่า ลำไส้อักเสบ ให้การดูแลรักษาโดยการให้ยาลดไข้ ยาแก้อาเจียน และเกลือแร่ไปรับประทาน พร้อมเช็ดตัวลดไข้จนอาการดีขึ้น ให้คำแนะนำและให้กลับไปรักษาต่อที่บ้าน 4 พ.ค. เวลาประมาณ 6.13 น. คุณแม่เด็กพาผู้ป่วยมาที่ห้องฉุกเฉินแล้วพบพนักงานที่หน้าห้องฉุกเฉินที่เป็นเวรเปล พูดคุยกับแม่ ซึ่งทำให้เข้าใจว่าห้องฉุกเฉินปิดบริการ และเปิดบริการอีกครั้งตอน 07.00 น. แม่จึงอุ้มลูกไปรับบริการที่ตึกผู้ป่วยนอก     ต่อมาเวลา 07.02 น. เห็นว่าลูกไม่ดีขึ้น จึงพามาตรวจที่ห้องฉุกเฉิน พบว่าเด็กตัวเขียว ชีพจรเบา ตัวลายและมีภาวะขาดน้ำมาก (sunken eyeball, severe dehydration) แพทย์และเจ้าหน้าที่จึงช่วยเหลือโดยให้น้ำเกลือและยาปฏิชีวนะ และใส่ท่อช่วยหายใจ หลังใส่ท่อเด็กมีอาการหัวใจหยุดเต้นและช่วยฟื้นคืนชีพ ซึ่งฟื้นมาเป็นช่วงๆ ทำการช่วยฟื้นคืนชีพทั้งหมด 3 ครั้ง ตั้งแต่ 07.35-08.57 น. และเสียชีวิต 09.35 น.   จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางโรงพยาบาลรู้สึกเสียใจอย่างมาก และน้อมรับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น และจะนำข้อผิดพลาดดังกล่าวไปแก้ไขเพื่อให้เกิดการพัฒนาไปในทางที่ดียิ่งขึ้นไป ซึ่งกรณีดังกล่าวเข้าข่ายมาตรา 41 ทางผู้เสียหายจะได้รับเงินเยียวยา เบื้องต้นในวงเงินไม่เกิน 4 แสนบาท โดยจะเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดคาดว่าไม่เกิน 2 เดือน   โดยทางญาติก็ยอมรับข้อตกลงในกรณีการเสียชีวิตและเซ็นรับทราบ แต่ยืนยันจะยังไม่เผาศพน้องกวาง จนกว่าจะได้รับการเยียวยาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดว่าการดำเนินการจะไม่เกิน 2 เดือน                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/-53r8Sr8f0k

 18,569
ข่าวภูมิภาค
08 เม.ย. 61

ทนายดังโวยลั่นห้องฉุกเฉินรพ.เมืองระนองกลางดึก ฉุนปวดฟันหนักแต่จนท.กลับบอกให้รอ

เกิดเหตุคนอาละวาดโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่บุรุษพยาบาลภายในห้องฉุกเฉิน รพ.ระนอง ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองระนอง จะเข้าระงับเหตุและคุมตัวออกมาเจรจาหน้าห้องฉุกเฉิน    จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าชายคนดังกล่าว คือ นายบุญเรือง อุทัยรัตน์ ทนายความที่เคยว่าความให้กับครอบครัว เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย   โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่า เดินทางจาก อ.หลังสวน จ.ชุมพร เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งกลางเมืองระนอง พร้อมหลานสาวอีก 2 คน จนกระทั่งช่วงค่ำเกิดปวดฟันขึ้นมา จึงให้พนักงานนำรถที่โรงแรมมาส่งที่โรงพยาบาลกลางดึก แต่เจ้าหน้าที่กลับบอกให้รอเพราะหมอมีคนเดียว จึงเกิดความเหตุไม่พอใจในการบริการของ รพ.ระนอง    สุดท้ายทนายคนดังกล่าวได้โทรหาเพื่อนให้มารับตัวออกจาก รพ. ทันที และไม่มีหน่วยงานใดเข้าแจ้งคดีความกันแต่อย่างใด                           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/T__2RZ3H91c      

 147,797
แชร์ออฟเดอะเดย์
16 ก.พ. 61

เคลียร์แล้ว! 2 อาสากู้ชีพเมืองปทุมฯ วางมวยหน้าห้องฉุกเฉิน

ญาติผู้ป่วยอัดคลิปนาทีระทึก ขณะเจ้าหน้าที่อาสากู้ชีพของเทศบาลเมืองบึงยี่โถ และ อาสากู้ชีพของเทศบาลนครรังสิต ทะเลาะแย่งกันส่งผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เปิดศึกวางมวยกันชุลมุนบริเวณด้านหน้าห้องฉุกเฉิน โรงพยาบางบางปะกอก 2 จ.ปทุมธานี    ล่าสุดผู้บริหารของทั้งสองฝ่ายได้ขอร้องให้ยุติเรื่องเพื่อไม่ให้ความขัดแย้งบานปลาย และได้ปรับความเข้าใจกัน ซึ่งก็จบลงด้วยดี ทั้งในเรื่องของการแบ่งเขตทำงานช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ รวมทั้งเรื่องที่มีการบาดหมางกันส่วนตัว พร้อมลงบันทึกประจำวันเอาไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/5JHBV3V4Xsw

 4,536
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ย. 60

ตร.ออกหมายจับโจ๋เพิ่ม 2 คน ปมรุมยำคู่อริในห้องฉุกเฉิน พบประวัติก่อคดีอื้อ

  เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 พ.ต.อ.มานะ อินพิทักษ์ รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ได้เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีกลุ่มวัยรุ่นรุมตีคู่อริภายในห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โดยมีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 13 คน ซึ่งหลังจากที่เมื่อวานนี้ ( 7 พ.ย. 60 ) สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 7 คน ยังคงเหลืออีก 6 คนนั้นว่า ในขณะนี้ได้ออกหมายจับเพิ่มแล้วอีก 2 คน คือ 1.นายณัฐพงษ์ จันทร์ทองสุข อายุ 23 ปี ประวัติเคยถูกจับกุมคดีครอบครองยาเสพติด 3 ครั้ง , ลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ , ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจและพยายามฆ่า โดยได้หลบหนีการจับกุม และ 2.นายสายชล มะโน อายุ 25 ปี เคยถูกจับกุมคดีละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น,ยักยอกทรัพย์,ขับรถในขณะเมาสุราและให้ผู้อื่นกู้เงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่ากำหนด ส่วนที่เหลืออีก 4 คน อยู่ระหว่างการรอออกหมายจับ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วสุด   พ.ต.อ.มานะ อินพิทักษ์ รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้แล้วทั้งหมด 7 คน ซึ่งเป็นการจับกุมตามหมายจับ 5 คน และ กดดันเข้ามอบตัวอีก 2 คนนั้น ก็ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน สภ.กระทุ่มแบนทำการสอบปากคำเพิ่มเติมและจะได้นำตัวส่งฝากขังยังศาลจังหวัดสมุทรสาครภายในวันนี้ ( 8 พ.ย.60) ส่วนเรื่องของการประกันตัวนั้น ต้องอยู่ในดุลยพินิจของศาลจังหวัดเท่านั้น   พ.ต.อ.มานะฯ กล่าวอีกว่า ส่วนมาตรการในการรักษาความปลอดภัย ก็ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครทั้ง 5 สถานี ดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนและสถานที่ราชการเป็นสำคัญ โดยตนเองก็ได้มีการประชุมหารือและมอบนโยบาย มาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยตามคำสั่งการของ ผบ.ตร.และ รอง ผบ.ตร.ให้ผู้กำกับการ และเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกพื้นที่นำไปปฏิบัติแล้ว ซึ่งก็จะเน้นไปที่การเฝ้าระวังและออกตรวจจุดเสี่ยงจุดอันตราย กับสถานที่ราชการ และสถานพยาบาลมากที่สุด    ขณะที่อีกด้านหนึ่งก็จะมีการประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่น Police i lert u เพื่อใช้ในการแจ้งข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็วและเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าถึงที่เกิดเหตุภายใน 5 นาที   ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe</div>

 4,953
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ย. 60

อีกแล้ว! โจ๋ยกพวกตีกันหน้า รพ.ดอยเต่า คนไข้ช็อคหนีตายจ้าละหวั่น

เชียงใหม่-คลิปวีดีโอที่เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสุเทพ ดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ถ่ายไว้ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นยกพวกบุกถล่มกันต่อเนื่องบริเวณหน้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลดอยเต่า โดยวัยรุ่นกว่า 100 คนได้บุกเข้ามาถล่มคู่อริที่ถูกส่งตัวมารับการรักษาที่โรงพยาบาลดอยเต่า ทำให้โรงพยาบาลกลายจุดที่มีการบุกทำร้ายกัน ทำให้มีผู้ป่วยที่รับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลดอยเต่าก่อนหน้านั้น เกิดอาการหวาดกลัวพากันวิ่งหนีตายกันอลหม่าน บางรายถึงกับช็อค บางรายถึงกับคลุ้มคลั่งด้วยความกลัว   จนท.ต้องเข้าเคลียร์และสงบลงใช้เวลานานนับชั่วโมงหลังเหตุการณ์สงบ นอกจากนี้ทรัพย์สินในโรงพยาบาลทั้งเก้าอี้ยาว อุปกรณ์การแพทย์ในห้องฉุกเฉินได้รับความเสียหาย และมีวัยรุ่นที่ถูกทำร้ายเพิ่มขึ้นอีกจากเดิมด้วย    ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่า ที่อำเภอดอยเต่า เชียงใหม่ นั้นได้มีการจัดงานลอยกระทงขึ้น ต่อมาหลังงานเลิกแล้วกลุ่มวัยรุ่นก็ได้มีการทะเลาะวิวาทกันหลายจุด และมีการถูกนำตัวส่ง โรงพยาบาลดอยเต่า โดยกลุ่มวัยรุ่นนั้นได้ไปดักตีกันระหว่างทาง บางรายก็แค้นไปนำพรรคพวกบุกมาถล่มคู่อริต่อ กระทั่งต่อมากลุ่มวัยรุ่นกลุ่มใหญ่ ที่ถูกทำร้ายได้ไปขอกำลังพรรคพวกมายังโรงพยาบาลเพื่อแก้แค้นกลุ่มวัยรุ่นที่นำพรรคพวกมาส่งโรงพยาบาล และทั้งหมดก็บุกเข้าไปยังโรงพยาบาลเมื่อเห็นกลุ่มวัยรุ่นอริ ที่นำเพื่อน ๆ มาส่ง โรงพยาบาลทั้งหมดก็ได้บุกเข้าทำร้ายกัน โดยไม่สนใจคำขอร้องของตำรวจที่มีอยู่ 1 นาย และจนท. ทั้งนี้จะนำตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rANamzIZOio    

 4,469
สังคม-อาชญากรรม
06 พ.ย. 60

ตร.เร่งไล่ล่าโจ๋เหิมทำร้ายคู่อริในห้องฉุกเฉิน

จากเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา ที่มีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง ยกพวกตามคู่อริมาแล้วมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันด้านหน้าโรงพยาบาลกระทุ่มแบน ก่อนที่จะมีวัยรุ่นคนหนึ่งตามเข้าไปทำร้ายคู่อริภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลกระทุ่มแบน ด้วยการใช้ไม้เบสบอลตี ต่อหน้าต่อตาของแพทย์ พยาบาลและคนไข้ที่นอนรักษาตัวอยู่ภายใน ขณะที่ทางด้านนอกหน้าโรงพยาบาล ก็มีผู้ใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่คู่อริจำนวน 12 นัด ก่อนที่ทั้งหมดจะหลบหนีไปนั้น   ล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 พ.ต.อ.สุรพงษ์ ไทยประเสริฐ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร รักษาราชการแทนผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุอุกฉกรรจ์เมื่อคืนที่ผ่านมานั้น ตนเองก็ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบทันที ส่วนเรื่องของการติดตามตัวกลุ่มคนร้ายนั้น ก็ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.ธนลภ ธราพร รองสารวัตรสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสอบสวน เร่งสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์รวบรวมหลักฐานต่างๆ เพื่อออกหมายจับกลุ่มผู้ก่อเหตุ    ขณะที่ฝ่ายสืบสวนฯ ก็ได้สั่งการให้ลงพื้นที่สืบหาตัวผู้ที่ร่วมกันก่อเหตุทำร้ายคู่อริภายในโรงพยาบาล อีกทั้งยังได้ให้ไปติดตามเรื่องของกล้องวงจรปิดทั้งจากจุดที่เกิดเหตุ จุดก่อนเกิดเหตุ และเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนีไป เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งเหตุการณ์นี้นับเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญและเป็นที่สนใจของทุกคนที่ได้รับทราบเหตุการณ์เป็นอย่างมาก โดยขณะนี้พอจะทราบตัวกลุ่มคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงหน้าโรงพยาบาลกระทุ่มแบนและผู้ที่เข้าไปทำร้ายร่างกายคู่อริในห้องฉุกเฉินแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้มากกว่านี้ เพราะจะไม่สะดวกต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งก็ขอระยะเวลาในการทำงานก่อน โดยคาดว่าจะสามารถติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ภายในเร็ววันนี้    พบผู้บาดเจ็บถูกทำร้ายร่างกายจากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นชายทั้งหมด 3 คน โดยมีบาดแผลถูกชกต่อยและตีด้วยของแข็งจนบอบช้ำไปทั้งตัว 1 คน และอีก 2 คนที่เหลือได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย   ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe</div>

 6,179
แชร์ออฟเดอะเดย์
25 ก.ค. 60

แชร์ว่อน ชายอ้างเป็นวิศวะโวยหมอลั่น ให้รีบไปดูอาการเมีย ด้าน ผอ.รพ.ขอให้เรื่องจบ ชีเจอทั้งคนเมา คนบ้า ต้องอดทนเป็นพิเศษ

จากกรณีเพจแหม่มโพธิ์ดำ โพสต์คลิปของญาติคนไข้ที่ได้บันทึกไว้ได้ภายในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในจังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์ขณะมีชายคนหนึ่ง ที่อ้างตัวว่าเป็นวิศวะแสดงอาการเกรี้ยวกราด ด่าทอหมอที่กำลังเข้าเวรรักษาคนไข้ ด้วยถ้อยคำหยาบคายต่างๆนาๆ บังคับให้ไปดูอาการของภรรยาที่มีอาการปวดท้อง   จากการตรวจสอบข้อมูลแล้วทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 22 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลรักษ์สกล โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครสกลนคร โดยภาพและเสียงภายในคลิปวิดีโอที่ปรากฏนั้น เป็นภาพของชายคนหนึ่งในชุดเสื้อผ้าไหมสีชมพู กางเกงขายาวสีดำ เดินกลับไปกลับมาภายในห้องที่ถูกระบุว่าเป็นห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลรักษ์สกล ใช้ถ้อยคำหยาบคายด่าทอหมอเวรตลอดเวลา รวมทั้งพาดพิงไปถึงมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถาบันที่หมอคนที่ถูกด่าจบการศึกษามา โดยหลังจากที่คลิปดังกล่าวได้ถูกเปิดเผยไป ก็มีผู้ให้ความสนใจ แชร์ส่งต่อไปเป็นจำนวนมาก ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น   โดยแพทย์ระบุว่า ขณะที่แพทย์เวร กำลังตรวจรักษาคนไข้ตามปกติ ที่เตียงรักษาหมายเลข 1 ก็ปรากฏว่าชายที่อยู่ในคลิปที่อ้างตัวว่าเป็นวิศวะ ได้พาภรรยาเข้ามาที่โรงพยาบาล เพื่อทำการตรวจรักษาอาการปวดท้อง พยาบาลจึงได้นำคนไข้มารอที่เตียงรักษาหมายเลข 2 ที่อยู่ติดกัน     ในขณะนั้น เป็นจังหวะที่แพทย์เวรพึ่งทำการตรวจรักษาคนไข้ที่เตียง 1 เสร็จ แล้วเดินนำคนไข้มายังโต๊ะนั่ง เพื่อบันทึกการตรวจรักษาและจ่ายยาให้กับคนไข้ ซึ่งก็มีการพูดคุยสอบถาม และให้คำแนะนำคนไข้ในการรักษาตัวตามปกติ ระหว่างที่แพทย์เวรกำลังคุยกับคนไข้อยู่นั้น ชายที่อยู่ในคลิปก็เดินเข้ามาต่อว่าหมอ ว่ามัวคุยกับคนอื่นทำไม เป็นหมอก็ต้องไปคุยกับคนไข้ จากนั้นก็เริ่มโวยวายด่าทอเสียงดังตามที่ปรากฏอยู่ในคลิป ซึ่งการที่ชายคนดังกล่าวมีอารมณ์เกรี้ยวกราดอย่างนั้น น่าจะเกิดจากการเข้าใจผิดว่าหมอมัวแต่คุยกับคนอื่น แล้วไม่ไปตรวจดูอาการภรรยาตน คงจะด้วยความที่รักและเป็นห่วงภรรยามากจนเกินเหตุ ทำให้มีอารมณ์ฉุนเฉียว   ซึ่งชายคนดังกล่าวโวยวายเสียงดังอยู่ฝ่ายเดียว โดยที่แพทย์เวรไม่ได้โต้ตอบใดๆ และเมื่อโดนต่อว่าหนักๆ คุณหมอคนดังกล่าว จึงได้ขอตัวจากคนไข้ที่กำลังรักษาติดพันอยู่ ไปทำการตรวจรักษาให้กับภรรยาของชายคนดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจก็พบว่าคนไข้มีอาการจุกเสียดแน่นท้องธรรมดา ซึ่งในทางการแพทย์ไม่ถือว่าเป็นอาการที่รุนแรง หมอจึงได้ทำการฉีดยารักษาไปตามขั้นตอน ซึ่งหลังจากนั้น จนท.ก็ได้ต่อโทรศัพท์มาให้คุยกับตน ซึ่งตนก็ได้อธิบายเหตุผลไปพร้อมกับขอโทษชายคนดังกล่าวด้วย และยกเว้นไม่เก็บค่ารักษาเนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดเรื่องบานปลาย และคิดว่าเรื่องจบไปแล้ว ก็เห็นว่าชายคนดังกล่าวมีท่าทางพอใจก่อนเดินทางกลับไป แต่มารู้ว่ามีญาติคนไข้อีกราย ที่ทนไม่ได้อัดคลิปนำไปแชร์ในโซเชี่ยล จนกลายเป็นข่าวดัง     ด้าน ผอ.โรงพยาบาลรักษ์สกล ยืนยันอีกครั้งว่า ทางตนไม่ได้คิดอะไรในเรื่องที่เกิดขึ้น เนื่องจากถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา ที่คนที่ทำงานด้านนี้จะต้องพบเจอ ทั้งคนบ้า คนเมา คนสารพัดที่ต้องมาที่โรงพยาบาล จึงต้องมีความอดทนเป็นพิเศษ ซึ่งทางแพทย์เวรคนที่ถูกกระทำ ก็ไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองใดๆ ไม่มีการไปแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาท หรือไปดำเนินการในเรื่องอื่นๆแต่อย่างใด และอยากให้เรื่องทุกอย่างยุติลง แล้วจะได้ตั้งหน้าตั้งตาทำหนาที่รักษาคนไข้ต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nfjxh6kQppQ      

 1,666
แชร์ออฟเดอะเดย์
28 มี.ค. 60

ตั้งสอบหมอหื่นลวนลามพยาบาลหญิงคา รพ.ในลำปาง ล่าสุดย้ายออกนอกพื้นที่แล้วทั้งคู่

เพจแหม่มโพธิ์ดำ เผยแพร่ภาพและข้อความ กรณีแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง ลวนลามและทำอนาจารพยาบาลสาวโรงพยาบาลเดียวกัน โดยพยายามดันตัวเข้าห้องพักแพทย์ ทั้งๆที่พยาบาลผู้เสียหายแต่งงานมีครอบครัวแล้ว    พันตำรวจเอก ชัยยุทธ ฉิมพลี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองปาน จังหวัดลำปาง บอกว่าเรื่องที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ขณะนี้ เกิดขึ้นจริงเมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ซึ่งผู้เสียหายเป็นพยาบาลเข้าแจ้งความร้องทุกข์แล้วโดยให้ดำเนินคดีกับนายแพทย์ผู้ก่อเหตุ ในข้อหากระทำอนาจาร กักขัง หน่วงเหนี่ยว ซึ่งเบื้องต้น ได้เชิญตัวนายแพทย์มาสอบปากคำแล้วซึ่งยอมรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง   ส่วนทางคดีพนักงานสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐาน และทำสำนวนเสร็จเรียบร้อยแล้วอยู่ระหว่างเตรียมส่งสำนวนคดีเพื่อฟ้องศาล   ซึ่งนายแพทย์ถูกย้ายไปปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลอื่นแล้ว เช่นเดียวกับพยาบาลผู้เสียหายขอย้ายตัวเองไปยังปฏิบัติหน้าที่ในโรงพยาบาล จ.เชียงใหม่ เนื่องจากอับอาย และไม่สบายใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว โดยทางแพทยสภา และสาธารณสุขลำปางจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนต่อเหตุที่เกิดขึ้น    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XLIPx3iXJOg

 57,048
ข่าวภูมิภาค
10 มี.ค. 60

หนุ่มตบหัวเจ้าหน้าที่ รพ.ตรัง มอบตัวรับผิด รับเครียดพ่อป่วย ตร.ปรับ 500 บาท

จากกรณีที่ นายทศพล ชุมนวน อายุ 29 ปี เจ้าหน้าที่เวชกิจฉุกเฉิน รพ.ตรัง ถูกญาติผู้ป่วยรายหนึ่งทำร้ายร่างกาย โดยการตบที่ศีรษะ 2 ครั้ง ขณะเข้าเวรปฎิบัติหน้าที่ ทำให้รู้สึกหวาดกลัวจนไม่กล้ากลับไปทำงาน และต้องขอลาหยุดพักงานชั่วคราว เพราะกลัวญาติผู้ป่วยรายดังกล่าวจะกลับมาทำร้ายซ้ำอีก และได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองตรัง พร้อมร้องเรียนผู้สื่อข่าวขอความเป็นธรรม เนื่องจากหน่วยงานต้นสังกัดไม่มีท่าทีหรือหามาตรการใดๆ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นซ้ำอีกนั้น   ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตรัง ได้มีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาให้มารับทราบข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นแล้ว โดย นายทศพล ผู้เสียหาย พร้อมครอบครัว และ นายสถิพงษ์ บัวทอง อายุ 26 ปี ผู้ต้องหามือตบ และแฟนสาว ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการพูดคุยปรับความเข้าใจกันทั้งสองฝ่าย จนในที่สุดก็สามารถยอมความกันได้ โดยให้ผู้ต้องหาขอโทษในสิ่งที่ได้กระทำลงไปต่อนายทศพล พร้อมกล่าวยอมรับว่าสาเหตุที่ลงมือก่อเหตุนั้น เพราะเกิดความเครียดกังวลเกี่ยวกับพ่อของตัวเองที่มีอาการสาหัส เนื่องจากเส้นเลือดในสมองแตก และตอนนี้ได้เสียชีวิตลงแล้ว จนทำให้ตนไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น และปรับเป็นเงินจำนวน 500 บาท และแยกย้ายกันเดินทางกลับในที่สุด   ด้าน นายทศพล ผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนก็ไม่ได้ติดใจเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นอีกต่อไป จากนี้ก็จะกลับไปทำหน้าที่ตามปกติในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ ส่วนความกังวลและรู้สึกกลัวตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว แต่ก็ยังคงต้องระมัดระวังตัว พร้อมกล่าวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้รู้ว่า อย่าใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา หากมีอะไรที่ไม่เข้าใจก็พูดคุยกัน อย่าถึงขั้นทำร้ายกัน เพราะทุกคนต่างก็ทำหน้าที่ และไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก ส่วนทางด้านต้นสังกัดคือ รพ.ตรัง จะพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร คงต้องรอเวลาสักพัก     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tfLH8LpZucs    

 8,666
สังคม-อาชญากรรม
09 มี.ค. 60

จนท.รพ.ตรัง ร้องถูกญาติผู้ป่วยทำร้ายขณะปฏิบัติหน้าที่ หลังไม่ยอมให้เข้าห้องฉุกเฉิน

ตรัง-นายทศพล ชุมนวน อายุ 29 ปี เจ้าหน้าที่เวชกิจฉุกเฉิน รพ.ตรัง เข้าร้องเรียนผู้สื่อข่าวพร้อมกับคลิปวงจรปิด กรณีถูกญาติผู้ป่วยรายหนึ่งทำร้ายร่างกาย โดยการตบที่ศีรษะ 2 ครั้ง ขณะเข้าเวรปฎิบัติหน้าที่ ก่อนที่จะเดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองตรัง หลังจากนั้นก็ไม่กล้าไปทำงาน และต้องขอลาหยุดพักงานชั่วคราว เพราะกลัวญาติผู้ป่วยรายดังกล่าวจะกลับมาทำร้ายซ้ำอีก ขณะที่ทาง รพ.ตรัง กลับไม่มีการดำเนินการใดๆ ปล่อยให้ตนตกอยู่ในภาวะเครียด และยอมรับชะตากรรมอยู่เพียงผู้เดียว ทั้งๆ ที่ตนถูกทำร้ายในขณะทำงาน และยังเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ   นายทศพล เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 17.20 น. ขณะที่ตนเข้าเวรประจำวัน ได้มีผู้ป่วยรายหนึ่งถูกส่งตัวมาจาก รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง โดยมีอาการสาหัส เนื่องจากเส้นเลือดในสมองแตก และถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉิน รพ.ตรัง ซึ่งมีบรรดาญาติๆ ของผู้ป่วยรายนี้มาติดตามดูอาการจำนวนหลายคน และต่างก็ต้องการที่จะเข้าไปในห้องฉุกเฉินเพื่อเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด แต่ตนก็จำเป็นต้องแจ้งให้ญาติของผุ้ป่วยรออยู่ด้านนอก เพื่อความสะดวกในการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อบรรดาญาติๆ เกิดความไม่พอใจ ตนจึงยอมปล่อยให้เข้าไปในเข้าไปในห้องฉุกเฉิน   อย่างไรก็ตาม เมื่อญาติของผู้ป่วยรายนี้เดินกลับออกมาจากห้องฉุกเฉิน ได้มีผู้ชายคนหนึ่งอายุราว 20 กว่าปี มายืนตรงหน้าโต๊ะที่ทำงานตน และยังไม่ทันระวังตัว ตนก็ถูกตบที่ศรีษะอย่างแรง 2 ครั้ง จนรู้สึกเจ็บและมึน จากนั้นเจ้าหน้าที่พยาบาลก็ช่วยโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่เกิดเหตุ และให้ตนชี้ตัวคนที่ตบศีรษะ ทั้งนี้ หากวันเกิดเหตุญาติของผู้ป่วยรายนี้พกพาอาวุธมาด้วย ป่านนี้ตนก็คงถูกทำร้ายจนเสียชีวิตไปแล้ว ดังนั้น ตนพร้อมพี่ชายและพี่สาว จึงได้เดินทางไปสอบถามกับหัวหน้าแผนกฉุกเฉินว่าควรทำอย่างไร เพราะรู้สึกกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจาก รพ.ตรัง มีระบบรักษาความปลอดภัยที่หย่อนยาน   ด้าน นายภานุพงค์ และ น.ส.เยาวลักษณ์ ชุมนวน พี่ชายและพี่สาวของผู้เสียหาย กล่าวว่า ทางครอบครัวรู้สึกไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะทาง รพ.ตรัง ไม่ได้ออกมาแสดงท่าทีว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไรในฐานะต้นสังกัด ทั้งๆ ที่น้องชายของตนถูกทำร้ายขณะทำงาน จึงอยากจะขอความอนุเคราะห์ให้ทุกฝ่ายดูแลเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้ใครมาทำอะไรก็ได้ตามสะดวก   ขณะที่ ร.ต.อ.เอกลักษณ์ ศักดิ์ชัยนันท์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองตรัง เจ้าของคดี กล่าวว่า ขณะนี้ทราบตัวญาติของผู้ป่วยที่ก่อเหตุแล้ว จึงได้ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา ในวันที่ 9 มีนาคมนี้ ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FAN-SypdIwk    

 22,104

Top