ค้นหา :

ผลการค้นหา "ห้องฉุกเฉิน"

ข่าวภูมิภาค
29 ส.ค. 62

จนท.อาสาขอโทษที่บันดาลโทสะ ปิดม่านต่อยเด็กแว้นคาเตียง รพ. ฉุนเมาขี่ จยย.ย้อนศรชนเพื่อนอาการโคม่า

โซเชียลมีการแชร์คลิปฉาวเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดภายในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลบูรพา อ.เมือง จ.ชลบุรี ความยาว 1.37 นาที โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง 5-6 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจป้องกันปราบปราม 3 นาย ยืนล้อมเตียงชายคนหนึ่งคาดว่าเป็นผู้ต้องหา     จากนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้รูดปิดผ้าม่านเพื่อปิดบังไม่ให้ใครเห็น โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่าย ปกครอง 3 คน ตำรวจ 2 นาย ยืนล้อมเตียงอยู่ด้านใน และมี จนท.นายหนึ่งได้รัวหมัดกระหน่ำชกต่อยชายคนดังกล่าวนับ 10 ครั้ง เหตุการณ์เกิดขึ้นเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา ขณะที่สังคมออนไลน์วิจารย์การทำงานของเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุหรือไม่       ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายภิภัฎก์ษัตยา ถิรวิวัฒน์กุล อายุ 42 ปี เจ้าหน้าที่อาสาสมัครชุดราชสีห์พิทักษ์ราษฏร์ ซึ่งเป็นคนที่ปรากฎในคลิปรัวหมัดทุบผู้ต้องหาที่นอนบาดเจ็บอยู่บนเตียงในห้องฉุกเฉินเล่าว่า วันเกิดเหตุได้ไปปฏิบัติงานช่วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.เมืองชลบุรี ซึ่งได้สนธิกำลังกับตำรวจ สภ.เสม็ด ตั้งด่านความมั่นคงที่ถนนข้าวหลาม ฝั่งขาออก ตรวจจับกุมเด็กแว้นที่ออกมาแข่งบนท้องถนน   ระหว่างนั้นมี มีเด็กแว้นขี่ จยย.มา 2 คัน คันแรกขี่สวนเลนหนีไป ส่วนอีกคันเห็นว่าด้านหน้ามีด่านจึงพยายามขี่รถ จยย. จะหลบหนี แต่เสียหลักพุ่งชนนายขวัญชัย ช่างเหล็ก หรือที่เรียกกันว่าน้าหมอ อายุ 57 ปี เจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) อ.เมืองชลบุรี รุ่นพี่ของตนที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตรงนั้นจนล้มลงบาดเจ็บ ขาหัก 2 ข้าง กระดูกหน้าอกแตก ศีรษะฟาดพื้น ลมหายใจรวยริน เจ้าหน้าที่พยายามปั๊มหัวใจนานถึง 10 นาที  จึงเรียกรถกู้ชีพนำส่งโรงพยาบาลบูรพา โดยสัญญาณชีพต่ำมาก อาการล่าสุดโคม่า จากนั้นเจ้าหน้าที่ที่ตั้งด่านตรวจทุกคนไปรอเฝ้าสังเกตอาการบาดเจ็บของคนเจ็บ บริเวณหน้าห้องฉุกเฉิน   ตนทราบว่าคนขับขี่รถจักรยานยนต์ที่พุ่งชนถูกจับกุม และถูกส่งตัวมารักษาที่ห้องฉุกเฉินของ รพ.บูรพา เช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครองและอาสาสมัคร บางส่วนก็เข้าไปสอบถามเด็กแว้นวัยรุ่นชายอายุ 20 ปี ที่นอนเจ็บอยู่บนเตียงในฉุกเฉิน พอตนเจอเด็กแว้นทำให้ไม่พอใจควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ จึงพยายามทุบผู้ต้องหาหลายครั้งด้วยความโมโห “การกระทำของผม ผมขออภัย ยอมรับว่าผิดจริง ๆ ผมก็เสียใจที่ทำแบบนั้น พยายามปรับปรุงแก้ไขไม่อยากให้ใครเดือดร้อนในการกระทำของผม”   นายภิภัฎก์ษัตยา ยอมรับได้กระทำจริงไม่ได้ต่อยปางตาย และได้ยกมือไหว้ขอโทษในสิ่งที่ทำลงไปอาจจะเกินเลย ขอร้องอย่าโทษองค์กรหรือหน่วยงานใด ๆ  เป็นเพราะความบันดาลโทสะของตนเอง เนื่องจากตนกับน้าหมอทำงานร่วมกันมานานเปรียบเสมือนญาติ   ยืนยันตนไม่ได้เตรียมการมาก่อน หรือสั่งให้ใครรูดปิดผ้าม่านเพื่อจะทุบผู้ต้องหา ไม่รู้ด้วยซ้ำใครเป็นคนรูดม่าน ซึ่งตนเข้าไปยืนอยู่ข้างเตียงไม่ได้บอกใคร ปลัดอำเภอที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วยก็ไม่รู้ ว่าตนจะก่อเหตุดังกล่าว นาทีนั้นได้ยินเสียงปลัดอำเภอพูดว่า “พอแล้ว พอแล้ว” และได้ตำหนิไม่ให้ทำแบบนี้เพราะไม่สมควรอยู่ในเขตโรงพยาบาล หลังจากที่ทุบเสร็จก็มีคนพาตนเดินออกจากห้องฉุกเฉิน ส่วนเด็กแว้นไม่ได้สลบคาเตียง เขายังเดินลงจากเตียงได้ปกติแล้วไปให้การที่ สภ.แสนสุข ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก ตอนนี้เครียดมากถูกรุมด่า   ขณะที่นายประกาศิต ศึกสงคราม  ปลัดอำเภอเมืองชลบุรี (ฝ่ายความมั่นคง) ซึ่งยืนอยู่ข้างเตียง ขณะเกิดเหตุกล่าวว่า ตนได้ไปสอบถามเด็กแว้นที่บาดเจ็บพร้อมต่อว่า ขับขี่รถ จยย. ลักษณะนี้ทำให้คนดี ๆ ต้องบาดเจ็บสาหัสจนเกือบจะเสียชีวิต แต่เด็กแว้นตอบมึน ๆ ว่าไม่ได้ตั้งใจตั้งใจ และมีกลิ่นสุรายอมรับว่าดื่มแอลกอฮอล์  โดยระหว่างที่ตนเองกำลังต่อว่าอยู่นั้นไม่ทันสังเกตว่า ใครเป็นคนรูดผ้าม่านปิดรอบเตียง       ที่แรกคิดว่าปิดม่านเพราะเสียงดังอาจรบกวนคนอื่น แต่จู่ ๆ นายภิภัฎก์ษัตยา ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ฝ่าย ปกครองที่มาช่วยปฎิบัติงานตั้งด่านตรวจ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ได้เข้า ไปกระหน่ำทุบคนขับขี่รถ จยย.ที่บาดเจ็บ  เข้าใจว่าเป็นเพราะมีอารมณ์โกรธแทนเพื่อนร่วมงาน ที่ถูกเด็กแว้นขี่รถ จยย.ชนจนเกือบจะเสียชีวิต  บางคนน้ำตาคลอจะร้องไห้ อารมณ์รักพี่รักน้อง เพราะว่าสงสารเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บ เขาเป็นคนดี จากนั้นเหตุการณ์ก็เป็นไปตามคลิปที่ปรากฎ   นายปกาสิต “ยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวตนเองก็มีส่วนผิด ขอโทษสำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยไม่มีข้อแก้ตัวใดใด ในฐานะที่ตนเป็นผู้บังคับบัญชาตนขอรับผิดชอบทุกอย่าง และหากจะโดนลงโทษทางวินัย ตนก็ยินดี ส่วนตำรวจที่ปรากฏในคลิปไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย เพียงแต่ทำงาน  ด้วยกันเขาเป็นห่วงจึงไปอยู่ตรงนั้น เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วตำรวจไม่สามารถห้ามได้ทัน อย่างไรก็ตามผู้ว่าฯ จ.ชลบุรี ให้ทำรายงานชี้แจงแล้ว”        ทางนายแพทย์ ผอ.สุริยา โปร่งน้ำใจ  ผอ.โรงพยาบาลบูรพา เผยว่า หลังเกิดเหตุทราบว่า จนท.ห้องฉุกเฉินพยายามเข้าไปห้ามปรามแล้วสำหรับผู้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่เห็นเป็นข้าราชการคิดว่าคงไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น เมื่อมีเหตุขึ้นมาแล้วในฐานะผู้บริหารก็ต้องรับผิดชอบหามาตรการป้องกันต่อไป เหตุที่เกิดขึ้นทำให้เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเสียขวัญเช่นกันเพราะเป็นเขตโรงพยาบาล   นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้ไปคุยกับนายภัทรศักดิ์ ทิมทอง ญาติของ อส. ที่ถูกรถ จยย.ชน เผยว่า เหตุที่เกิดขึ้นในห้องฉุกเฉินนั้น เชื่อว่านายภิภัฎก์ษัตยา คงโมโหจริง ๆ ถ้าเป็นตนก็คงต้องทำแบบนี้เหมือนกัน หากเด็กแว้นไม่ขี่แหกด่านยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจจับก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ อย่างมากก็เสียค่าปรับ  ส่วนอาการของนายขวัญชัย รักษาอาการอยู่ในห้องไอซียูยังโคม่า ปอดติดเชื้อ หายใจเองไม่ได้ ประสาทการรับรู้ช้า       ทางนายภัครธรณ์  เทียนไชย ผู้ว่าราชการ จ.ชลบุรี ได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบถามข้อเท็จจริงแล้ว โดยคนที่ลงมือทุบผู้ต้องหานั้นเป็น อส.ประเภทสำรอง คล้ายจิตอาสาที่เข้ามาช่วยงานฝ่ายปกครองเท่านั้น ไม่มีเงินเดือน แต่ก็ควรยับยั้งชั่งใจไม่ควรกระทำตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นสั่งให้นายอำเภอ ปลดการทำหน้าที่ของคนก่อเหตุแล้ว หากผู้ต้องหาที่ถูกทำร้ายจะเอาเรื่องแจ้งความข้อหา ทำร้ายร่างกาย ก็เป็นหน้าที่ของตำรวจจะแจ้งข้อหาดำเนินคดี   ด้าน พ.ต.อ.เทียนชัย เลิศมณีทวีทรัพย์ ผกก.สภ.แสนสุข ว่าจากการสอบปากคำ นายศรศักดิ์ ขอคนสำโรง อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาที่ขี่รถ จยย.หนีด่านพุ่งชนนายขวัญชัย อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่ยอมเปิดปากพูดถึงเรื่องที่ถูกซ้อมใน รพ. เลยไม่รู้ว่าจะแจ้งความเอาเรื่องคนก่อเหตุหรือไม่ ทั้งนี้ได้ส่งตัวฝากขังต่อศาล จ.ชลบุรี ไปแล้ว ขณะนี้ตัวถูกส่งควบคุมอยู่เรือนจำกลางชลบุรี    ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นยืนยันว่าชายที่ทำร้ายผู้ต้องหาไม่ใช่ตำรวจ แต่เป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานหนึ่งในพื้นที่ที่ร่วมปฏิบัติงานกับตำรวจ พร้อมยืนยันว่าเหตุการณ์นี้ไม่มีตำรวจเกี่ยวข้อง เพราะจากภาพในกล้องวงจรปิดแม้ตำรวจจะอยู่ในที่เกิดเหตุ แต่เนื่องจากได้รับการประสานให้มารับตัวผู้ต้องหาที่โรงพยาบาล แต่ขณะเกิดเหตุถูกกันให้อยู่ด้านนอกม่านเตียงผู้ป่วย อย่างไรก็ตามหากทางโรงพยาบาลเห็นว่าถูกบุกรุก สามารถแจ้งความได้ และมองว่าแม้ผู้ที่ถูกทำร้ายร่างกาย จะเป็นผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปทำร้าย   นอกจากนี้นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ @mhorteeofficial ถึงกรณีดังกล่าว ระบุว่า "เรื่องที่เกิดขึ้นในคลิปวิดีโอนั้นน่าสะเทือนใจมาก ชายในเครื่องแบบกลุ่มหนึ่งได้เข้าทำร้ายร่างกายผู้ป่วยโดยการชก ซึ่งอีกฝ่ายไม่มีท่าทางต่อสู้หรือขัดขืน ผมไม่สนับสนุนความรุนแรงและขอเป็นส่วนหนึ่งในการเรียกร้องให้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกครับ"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KdiA8wZVIwI

 8,878
แชร์ออฟเดอะเดย์
03 ก.ค. 62

ผอ.รพ.แม่สอด แจงอีกมุม ยันญาติคนไข้ไม่ตั้งใจทุบกระจกห้องฉุกเฉิน-ด่าหมอเพราะรอนาน

ตาก-แพทย์หญิงอภิชาญา สุขประเสริฐ แพทย์แผนกอุบัติเหตุและเวชศาสตร์ โรงพยาบาลแม่สอด ได้โพสต์เรื่องราวกรณีมีญาติคนไข้คนหนึ่งไม่พอใจ คนไข้มีโรคประจำตัวเดิม ครั้งนี้มีอาการหลายวัน จึงมาตรวจช่วงดึก แต่ต้องรอคิวนานทำให้ไม่พอใจ บันดาลโทสะ ทุบประตูกระจกของ รพ.แตก และเข้ามาด่ากราดเจ้าหน้าที่ภายใน ทำให้เจ้าหน้าที่เสียกำลังใจในการปฏิบัติงาน   จากการตรวจสอบพบว่า เหตุเกิดช่วงเที่ยงคืนเศษ มีคนไข้ฉุกเฉินถูกทำร้ายร่างกาย จำนวน 3 ราย มาไล่เลี่ยกัน ทางทีมแพทย์ พยาบาล ก็ต้องรีบรักษาคนไข้ฉุกเฉินกลุ่มนี้ก่อน ซึ่งก็คงสร้างความไม่พอใจให้กับญาติผู้ป่วยรายนี้ ล่าสุด ทางโรงพยาบาลแม่สอด ได้ว่าจ้างช่างกระจกมาทำการเปลี่ยนประจกใหม่แล้ว   ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้นทำให้เจ้าหน้าที่หมดกำลังใจ ขณะนี้มีคนไข้มาที่ฉุกเฉินจำนวนมาก เนื่องจากโรคไข้ชิคุนกุนย่าและไข้เลือดออกกำลังระบาดคู่กัน ในขณะที่แพทย์และเจ้าหน้าที่มีเท่าเดิม คนไข้บางคนทนรอไม่ไหว จึงโวยวายขึ้นและขอแซงคิว และทุบกระจกแตก พร้อมทั้งด่ากราดเจ้าหน้าที่   ด้าน นพ.ธวัชชัย เศรษฐศุภพนา ผอ.รพ.แม่สอดชี้แจงว่า วันเกิดเหตุห้องฉุกเฉินมีเคสทำร้ายร่างกาย 3 ราย ระหว่างนั้นมีคนป่วยโรคภูมิแพ้ตัวเองและความดันสูงมาหาหมอ เกิดอาการเกร็ง ญาติจึงเข้าไปบอกเจ้าหน้าที่ แล้วได้ดันประตูกระจกห้องฉุกเฉินด้วยความแรงจึงทำให้แตก ซึ่งไม่ใช่ความตั้งใจที่จะอาละวาดและทุบกระจกแต่อย่างใด ทางรพ.ไม่ได้เอาเรื่องญาติคนไข้คนนี้แต่อย่างใด ตอนนี้ได้ให้ช่างมาเปลี่ยนกระจกใหม่แล้ว จากวงจรปิดจะเห้นชัดว่าญาติคนไข้ไม่มีเจตนาทำลายทรัพย์สิน   อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ประจำแผนกฉุกเฉิน รพ.แม่สอด ต้องประกาศให้ผู้ป่วยรับทราบว่า ขณะที่มีคนไข้จำนวนมาก แผนกฉุกเฉินมีแพทย์เพียง 2 คน เท่านั้น ไม่สามารถรับรักษาได้ทันที ต้องให้ผู้ป่วยอาคารโคม่ารับรักษาก่อน ผู้ป่วยโรคทั่วไป อาจต้องใช้เวลานาน 4-6 ชั่วโมง ผู้ป่วยที่มาแล้วให้ลงรายชื่อและรออยู่ที่แผนกคัดกรอง   ล่าสุดเมื่อเวลา 19.00 น. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้ไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า บริเวณอาคารฉุกเฉินอยู่ในภาวะวิกกฤตหนัก มีคนไข้ล้นมากกว่า 150-200 ราย ทยอยมาต่อเนื่อง ทั้งคนไทยและชาวเมียนมา อาการต่างหนักเบาตามสภาพการณ์ ต่างเดินทางเข้ามารับการรักษา รถกู้ภัย รถฉุกเฉิน ก็ขนผู้ป่วยมาแทบทุก 20-15 นาที ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถรับมือกับผู้ป่วยจำนวนมากได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oYNtRBxdefc

 1,892
ข่าวภูมิภาค
17 เม.ย. 62

วัยรุ่นประจวบฯตีกันหน้าห้องฉุกเฉิน รพ.บางสะพานน้อย คว้าพระพุทธรูปตีหัว จนเศียรเปื้อนเลือด

ประจวบคีรีขันธ์-ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 15 เมษายน 62 เวลา 23.00 น. ที่หน้าห้องฉุกเฉิน ร.พ.บางสะพานน้อย มีกลุ่มวัยรุ่น ประมาณ 20 คน ได้ก่อเหตุทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกาย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เดินทางมาระงับเหตุ สร้างความตกใจให้กับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ และชาวบ้านที่ไปหาหมอ   โดยลักษณะการก่อเหตุมีวัยรุ่น 2 กลุ่ม ทำร้ายร่างกายกันจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บในร้านอาหารที่เปิดขายชั่วคราวริมถนนสายบางสะพาน จากนั้นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บชื่อนายสมยศ ทองรักษ์ อายุ 20 ปี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบางสะพานน้อย จากนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้ง 2 กลุ่มได้เดินทางมาที่โรงพยาบาล และเข้าทำร้ายกันจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ อีก 5 คน   นายคงศักดิ์ ศรีสุนทรโวหาร เจ้าหน้าที่ประจำห้องฉุกเฉิน ร.พ.บางสะพานน้อย เปิดเผยว่า ขณะกำลังให้การรักษาผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บมา โดยมีแพทย์ พยาบาล พร้อมเจ้าหน้าที่รวม 5 คน ร่วมปฏิบัติหน้าที่อยู่ด้วยตนเองได้ยินเสียงเอะเอะโวยวาย จึงเปิดประตูห้องฉุกเฉินออกมาดูพบว่ามีกลุ่มบุคคลกำลังเข้าตีกันอย่างเมามันโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารช่วยกันห้ามปราม ยอมรับว่าไม่มีความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานในห้องฉุกเฉิน   สำหรับบรรยากาศที่โรงพยาบาลบางสะพานน้อย ยังเปิดให้บริการตามปกติ ตรวจสอบภายในโรงพยาบาลไม่พบทรัพย์สินเสียหาย แต่พบว่า หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นที่ตีกัน ได้คว้าเอาพระพุทธรูปที่ทางโรงพยาบาลตั้งไว้ให้ประชาชนได้สรงน้ำพระเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ มาเป็นอาวุธในการตีกันด้วย จนเลือดเลอะพระและพระองค์ดังกล่าวได้กระเด็นตกบ่อน้ำกลางโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ต้องไปงมเอาพระขึ้นมาล้างทำความสะอาดคราบเลือดออก พบว่าที่เศียรพระมีรอยหักชำรุดจากการตีกันด้วย   ด้านนางสาวดารณี ครองบุญ เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีชำนาญงาน โรงพยาบาลบางสะพานน้อย เล่านาทีเกิดเหตุให้ฟังว่า ช่วงเกิดเหตุเข้าเวรตามปกติ ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่พึ่งออกมารับคนไข้เข้าไปทำแผล ไม่นานกลุ่มวัยรุ่นก็ตามมา และชกต่อยกัน   แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจ2คนจะพยายามห้ามแล้ว ก็หยุดเพียงแป๊บเดียวก็ตีกันอีก รวม 3 ครั้ง ถึงยอมแยกย้าย ที่น่าเศร้าใจคือ วัยรุ่นที่ตีกัน คว้าเอาพระพุทธรูปที่ตั้งอยู่มาตีกัน จนเลือดอาบหัวแตก และพระเปื้อนเลือด เป็นเหตุที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นเลย ยอมรับว่าตัวเองกลัว แม้จะเคยเห็นเหตุตีกันมาบ้างแต่ครั้งนี้รุนแรงมาก   ล่าสุดตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว 9 คน และจะนำไปฝากขังต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VCYvuXBwoNI

 4,354
ข่าวภูมิภาค
06 ธ.ค. 61

แพทย์แจง จนท.ห้องฉุกเฉิน ไม่ได้ชกลุงวัย 65 หลังญาติเอะใจเจอแผลที่คิ้วหลังเสียชีวิต

ขอนแก่น-นางสาวศรินทิพย์ อิ่มใจ อายุ 45 ปี ลูกบุญธรรมของนายพินันท์ ประเคนทอง อายุ 65 ปี ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว พร้อมด้วยนางขวัญใจ เกิดเดช อายุ 76 ปี ภรรยาของนายพินันท์ เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น หลังพบว่ามีบุคคลที่คาดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลรัฐชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งได้ชกใบหน้าผู้ตาย ขณะเข้ารับการรักษาภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลดังกล่าว เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 28 พ.ย.2561 ต่อเนื่องวันที่ 29 พ.ย.2561 ที่ผ่านมา   ทางญาติเล่าว่าหน้ามืดอยู่ในบ้าน จึงได้ประสานโรงพยาบาล อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น นำรถกู้ชีพไปรับพ่อมาที่รพ.ซึ่งแพทย์และเจ้าหน้าที่ ที่รพ.บ้านไผ่ ทำการตรวจร่างกายในเบื้องต้น แต่ยังไม่แน่ใจว่าเป็นโรคอะไร เพราะเครื่องมือไม่ครบสมบูรณ์ จึงทำการส่งตัวบิดารักษาต่อที่รพ.ขอนแก่น ซึ่งตลอดระยะเวลาที่อยู่รพ.บ้านไผ่ และช่วงการนำส่งตัวผู้ป่วยนั้น ยังสามารถพูดคุยกับแม่ได้ตามปกติ มีสติพูดจารู้เรื่องทุกอย่าง พอเจ้าหน้าที่มาส่งถึงโรงพยาบาลขอนแก่น ก็นำตัวพ่อขึ้นบนเปลและเข็นเข้าห้องฉุกเฉินทันที โดยเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ญาติเข้าไปด้วย   สักพักแม่ของตนได้ยินเสียงดังโคลม ก็คิดว่าอาจมีใครตกเตียงแต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นพ่อของตนเอง และก็ไม่ได้สอบถามทางเจ้าหน้าที่เพราะกลัวจะถูกต่อว่า กระทั่งตนเองเดินทางมาถึงโรงพยาบาลและพบกับแม่ แต่สิ่งที่เห็นคือภาพที่เจ้าหน้าที่ทั้งหมอและพยาบาลช่วยทำปั๊มหัวใจพ่ออยู่ และแจ้งตนเองว่าหากทำการปั๊มหัวใจอีกสักพักถ้าไม่ฟื้นคงต้องปล่อย ซึ่งตนเองก็ได้ทำใจไว้ กระทั่งพ่อของตนได้เสียชีวิตลง และได้ทำเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับการเสียชีวิตจนเสร็จสิ้นและเดินทางกลับบ้านพร้อมแม่   ระหว่างทางตนนึกขึ้นได้ว่าเห็นบาดแผลที่คิ้วของพ่อมีรอยเย็บ จึงสอบถามกับมารดาว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แม่ไม่ทราบว่ารอยเย็บนั้นเป็นเพราะสาเหตุใด เนื่องจากไม่กล้าสอบถามทางเจ้าหน้าที่กลัวว่าจะถูกต่อว่า และแม่ยืนยันว่าขณะนำส่งมาที่ รพ.ขอนแก่น พ่อไม่มีบาดแผลบนใบหน้าใดๆ ทั้งสิ้น ตนจึงได้สอบถามไปทางโรงพยาบาลบ้านไผ่ ซึ่งทางโรงพยาบาลบ้านไผ่ยืนยันว่า ขณะที่ไปรับผู้ป่วยจากบ้านกระทั่งนำส่งถึง รพ.ขอนแก่น ผู้ป่วยไม่มีบาดแผลเย็บที่คิ้วแต่อย่างใด   จึงสอบถามไปทางโรงพยาบาลขอนแก่น ได้คำตอบครั้งแรกว่า ผู้ป่วยหกล้มในห้อง หัวไปฟาดกับของแข็ง ตนเองจึงติดใจว่าทำไมเกิดเหตุการณ์เช่นนี้จึงไม่แจ้งกับญาติผู้ป่วย ต่อมาเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลโทรกลับมาบอกอีกครั้งว่า ผู้ป่วยพลัดตกเตียง ตนจึงถามกลับว่าทำไมทีแรกถึงบอกว่าหกล้ม โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่า เป็นเพราะพยาบาลเห็นใบลงความเห็นของแพทย์วาดภาพบาดแผลที่เกิดขึ้น จึงคิดเองว่าเป็นเพราะหกล้ม แต่พอดูกล้องวงจรปิดกลับพบว่า บิดาของตนเองพลัดตกเตียงจริง ซึ่งข้างเตียงไม่มีการนำราวเหล็กขึ้นมากั้นเอาไว้ซึ่งเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างชัดเจน   นอกจากนี้ยังพบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกล้องวงจรปิดอีกอย่างคือ หลังจากที่พ่อตนเองพลัดตกเตียงไปแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ก็นำตัวออกจากห้องฉุกเฉินไป โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า พาไปเอ็กซเรย์สมอง ก่อนจะนำตัวกลับมา โดยได้มัดแขนของพ่อตนไว้กับราวเหล็กข้างเตียงด้วย   และยังมีชายคนหนึ่งซึ่งต้องเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล เดินมาหาพ่อตนที่เตียง ก่อนจะลงทำบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งลักษณะเหมือนกับการชกเข้าที่ใบหน้าของพ่อตนเอง ก่อนจะบังคับให้พ่อตนเองนอนลง พร้อมกับชี้นิ้วไปที่หน้าและพูดบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งตนคาดว่าจะเป็นการด่าทอพ่อของตนเอง จึงได้พูดคุยกับทางโรงพยาบาล ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่มาร่วมพูดคุยได้เจรจาขอร้องกับทางญาติว่า อย่าเอาเรื่อง อย่าแจ้งความเด็ดขาด และห้ามบันทึกภาพในคลิปด้วย เพราะทางโรงพยาบาลจะจัดการกับคนก่อเหตุเอง   หลังจากบำเพ็ญกุศลศพพ่อเรียบร้อย ก็มีโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ รพ.ศูนย์ซึ่งเป็นระดับหัวหน้า โทรศัพท์ไปบอกว่า เรื่องการทำร้ายร่างกายนั้น คนก่อเหตุยอมรับว่าได้ทำร้ายร่างกายพ่อจริงและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ฝากขอโทษญาติๆ ด้วย และในช่วงกลางคืนวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่คนเดิมก็โทรศัพท์มาหาอีก แต่ครั้งนี้บอกว่า อย่าเอาเรื่องนี้ไปแจ้งความ เพราะไม่มีใครทำร้ายคุณพ่อ คุณพ่อตกเตียงเอง ทางผู้บริหารขอโทษกับสิ่งที่เกิดความเข้าใจผิดขึ้น และอยากพบกับญาติๆ ในวันศุกร์ที่ 7 ธันวาคมนี้   ทางญาติเกรงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะเป็นเพียงแค่ลมปาก ส่วนคนที่ลงมือทำร้ายพ่อก็ยังลอยนวล จึงเข้าแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนสอบสวน เอาตัวผู้ชายที่ทำร้ายร่างกายพ่อมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะเข้าพบผู้บริหาร รพ.ศูนย์ขอนแก่น ตามคำเชิญ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นอยากให้ผู้บริการแก้ไข เพราะถือเป็นการกระทำที่ไม่ดีต่อผู้ป่วยและประชาชนที่เข้ามารับการรักษาใน รพ.ของรัฐ หากไม่มีการแก้ไขเชื่อว่าต้องเกิดเหตุขึ้นกับคนอื่นๆ อีก   ด้าน นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ถึงกรณีดังกล่าว ทราบว่า ทางรพ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ พอทราบเรื่องก็มีการประสานกับญาติ และพูดคุยกันมาโดยตลอด และมีการดูกล้องวงจรปิดด้วยกันมาแล้ว แต่ดูผ่านจอขนาดเล็ก ซึ่งในขณะนั้นดูเหมือนว่า เจ้าหน้าที่ทำร้ายคนป่วยจริง แต่เพื่อความเป็นธรรมกับทุกๆ คน ทั้งญาติคนตายและเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวหาจึงได้ดูคลิปดังกล่าวจากจอขนาดใหญ่ ปรากฏภาพที่ชัดเจนกว่า เจ้าหน้าที่พยาบาลชาย รายดังกล่าวไม่ได้ทำร้าย หรือชกใบหน้าของคนป่วย แต่ได้ยื่นมือไปดึงมือคนป่วยออก เพราะคนป่วยจะดึงผ้าปิดแผลออกจากคิ้วข้างซ้าย ซึ่งกรณีที่มีการเข้าใจผิดเช่นนี้ เกิดขึ้นได้เสมอ   แต่ในฐานะผู้บริหาร หากเจ้าหน้าที่ทำผิดจริงก็จะต้องดำเนินการเอาผิดตามระเบียบ และเพื่อความเป็นธรรมและกระจ่างในความสงสัยที่ค้างคาในใจของญาติผู้ป่วย จึงได้ประสานให้ญาติมาดูกล้องวงจรปิด ส่วนการที่ญาติเข้าแจ้งความนั้น สามารถทำได้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้มาดูคลิป   ซึ่งเมื่อดูคลิปเชื่อว่าทุกฝ่ายจะพบความชัดเจนของเรื่องดังกล่าวทั้งหมด เพราะผู้ป่วยรายนี้ป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง จะมีอาการกดทับเส้นประสาท ทำให้หน้ามืดบ่อย จนพลัดตกเตียง ซึ่งในกรณีคนป่วยตกเตียงก็ถือเป็นความบกพร่องที่เจ้าหน้าที่ ดูแลไม่ทั่วถึง ในจุดนี้ รพ.ต้องขอโทษญาติผู้ป่วยด้วย    ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/ltKZvZwKsaA  

 5,288
ปากท้องร้องทุกข์
19 ต.ค. 61

สาวสระแก้วโวย ปวดหัวกลางดึกไปหาหมอ โดนไล่ นี่ รพ.ไม่ใช่เซเว่นฯ

สระแก้ว-นางสาวเยาวลักษณ์ นาศทอง อายุ 24 ปี เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนว่า ตนเองมีอาการปวดศีรษะอย่างมาก ไปซื้อยาจากร้านขายยามาทานแล้วอาการไม่ดีขึ้น จึงได้เดินทางไปโรงพยาบาลอรัญประเทศ จ.สระแก้ว   แต่พอตนเองถูกส่งเข้าไปในห้องฉุกเฉิน กลับถูกแพทย์เวรซึ่งเป็นผู้ชายไล่ตะเพิดว่า นี่มันโรงพยาบาลนะ ไม่ใช่เซเว่น ให้มาใหม่ในวันพรุ่งนี้ นางสาวเยาวลักษณ์ บอกว่า ตนเองมีอาการปวดศีรษะมาก มาเจอหมอไล่อีกจึงไม่รู้จะไปไหน   ด้านผู้ที่เห็นเหตุการณ์บอกว่า เห็นหญิงสาวคนดังกล่าวเดินร้องไห้ออกมา แล้วพูดว่า ถ้ามีคลินิกเปิดตนเองก็คงไม่มาโรงพยาบาล แต่นี่มันดึกแล้วคลินิกปิดไปหมดแล้ว พร้อมด้วยหน้าตาแดงกล่ำ ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้พยายามที่จะเข้าสอบถามแพทย์เวรคนดังกล่าว แต่ทางแพทย์เวรได้ทำการปฏิเสธ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rbuZ0vx-nS4

 86,933
สังคม-อาชญากรรม
03 ก.ค. 61

แพทย์สนามพร้อมรับตัวเด็กๆหลังออกจากถ้ำ พาขึ้น ฮ.ส่ง รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์

ทีมแพทย์เตรียมโรงพยาบาลสนาม ของกรมการแพทย์ทหารบก เพื่อรอรับเด็กๆเมื่อออกจากปากถ้ำ โดยเป็นลักษณะของห้องฉุกเฉินเคลื่อนที่มีอุปกรณ์ครบครัน มีเครื่องปรับอากาศ รองรับผู้ป่วยได้ 20 คน แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่   สีแดง-ผู้ป่วยเร่งด่วน / สีเหลือง-ผู้ป่วยปานกลาง / สีเขียว-ผู้ป่วยเล็กน้อย ซึ่งมี จนท.พร้อมให้บริการเต็มอัตรา   จากนั้นจะนำตัวผู้ป่วยขึ้นรถพยาบาล เพื่อขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ไปยัง รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ซึ่งจากการซักซ้อมใช้เวลาจากจุดที่ ฮ.ลงจอดเพียง 5 นาที ก็ถึงโรงพยาบาลทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/I3D1oa8tB2A

 2,024
แชร์ออฟเดอะเดย์
28 พ.ค. 61

เปิดคลิปคนไข้หัวร้อน เตะหน้าบุรุษพยาบาลกลางห้องฉุกเฉิน

ผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่ง ได้โพสต์คลิปเฟซบุ๊ก คนไข้เตะเข้าที่หน้าของบุรุษพยาบาลจนล้มลง พร้อมระบุข้อความว่า   “เห็นใจคนทำงานในห้องฉุกเฉินกันบ้างนะคะ เราทุกคนก็อยากจะให้ทุกคนดูแลได้ทั่วถึงนะคะ บางทีอาจต้องรอบ้าง แต่ก็ไม่ควรมาทำร้ายเจ้าหน้าที่แบบนี้นะคะ #ห้องฉุกเฉินคือด่านหน้าแต่ไม่ใช่ที่รองรับอารมณ์นะคะ #มันใช่หรอคนไข้เตะหน้าพยาบาล”   ด้านแพทย์หญิงที่โพสต์คลิป ระบุว่าไม่ได้มีเจตนาให้คนไข้เสื่อมเสีย แต่อยากให้เห็นใจ จนท.ทำงานในห้องฉุกเฉิน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นได้บั่นทอนกำลังใจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งทุกวันนี้ยังมีรอยช้ำที่หน้าอยู่เลย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/w1FmiBcG2jI      

 4,743
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ค. 61

ญาติเศร้าร่วมงานศพ 'น้องกวาง' ช็อกเสียชีวิตเหตุห้องฉุกเฉินปิด แม่ยันไม่เผาศพลูกจนกว่าเรื่องจะเรียบร้อย

จากกรณีโลกโซเชียลมีการแชร์เรื่องราวสะเทือนใจ ของเด็กหญิงญานิศา หรือน้องกวาง ทัดละมัย อายุ 1 ปี 6 เดือน ที่มีอาการป่วยไข้ขึ้นสูงพ่อแม่นำส่ง รพ.สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว จ.สระแก้ว   แพทย์ระบุผู้ป่วยยังอาการไม่ถึงขั้นช็อกให้กลับไปรอดูอาการที่บ้าน กระทั่งตกดึกวันเดียวกันเด็กมีอาการทรุดหนัก จึงได้นำกลับมา รพ.อีกครั้งเวลาตี 5 แต่ จนท.รพ.เวรเปลได้แจ้งว่าตึกอุบัติเหตุปิด ให้ไปทำประวัติตึกถัดไปและก็ไม่สามารถเข้าไปยังตึกอุบัติเหตุได้ เพราะประตูปิดมีรหัสเข้าประตูด้วย จึงนำตัวน้องกวางมาเช็ดตัวรอนาน 2 ชั่วโมง มีผู้ป่วยรายอื่นเข้าไปยังตึกอุบัติเหตุได้แล้วก็รีบนำน้องเข้าไปรักษา   ต่อมาเด็กเกิดช็อก อาการหนักและแพทย์ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ทัน สร้างความเสียใจและไม่พอใจกับพ่อแม่และญาติของผู้เสียชีวิต จึงได้เรียกร้องขอความเป็นธรรม และทาง รพ.ได้ออกมาแถลงรับผิดกับเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเกิดจากความผิดพลาดของทาง รพ.จริง ซึ่งจะเยียวยาในวงเงิน 4 แสนบาท ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น   ซึ่งบรรยากาศงานศพของน้องกวาง ตั้งไว้ในบ้านพัก มีเหล่าญาติพี่น้องมาอยู่ร่วมพิธีจำนวนมาก และพ่อแม่น้องกวางโดยเฉพาะยายยังคงอยู่ในอาการโศกเศร้า เนื่องจากเป็นลูกและหลานคนแรกของครอบครัวประกอบกับมีความน่ารักน่าเอ็นดูชอบยิ้มเลี้ยงง่าย   ด้านแม่ของน้องกวางกล่าวว่า จัดงานศพไปตามมีตามเกิด ไม่ได้จัดใหญ่โตทำแบบเรียบง่าย เมื่อ 2 คืนที่ผ่านมามีหมอมาจากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว นำพวงหรีดมามอบให้ 1พวง และเงินทำบุญใส่ซองถวายพระ 2,000 บาท จากนั้นก็ไม่มีใครมาอีก ยังยืนยันว่าจะเก็บศพน้องเอาไว้ที่วัดคลองยาง อยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านพักที่ตั้งศพน้องเอาไว้ก่อน ในวันที่ 7 พ.ค.จะยังไม่ทำการเผาจนกว่าเรื่องจะจบเรียบร้อย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9FD8jAPapi8      

 9,922
สังคม-อาชญากรรม
06 พ.ค. 61

รพ.เมืองสระแก้วแถลงปมแม่พาลูกสาว 2 ขวบป่วยไปหาหมอแต่ห้องฉุกเฉินปิดสุดท้ายเสียชีวิต

จากกรณีชาวเน็ตโพสต์ร้องทุกข์ ด.ญ.วัย 2 ขวบ เสียชีวิตหลังแม่พามาตรวจที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว แต่เจ้าหน้าที่รพ.ไม่ยอมรักษาช่วงตี 5 อ้างว่าแผนกฉุกเฉินปิดทำการ จนทำให้เด็กเสียชีวิต เมื่อไปแจ้งความตำรวจไม่ยอมรับแจ้งนั้น     ล่าสุด นพ.อภิรัต กตัญญุตานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วย นพ.ภูวดล กิตติวัฒนาสาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ได้เปิดแถลงข่าวชี้แจงกรณีดังกล่าว โดยเชิญ ครอบครัวของดญ.ญาณิศา นำโดย จ.ส.อ.มารุต คุณมี อายุ 44 ปี พ่อแม่และญาติๆ รวมกว่า 10 มาร่วมรับฟังการแถลงด้วย     นพ.อภิรัต กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2561 เวลา 14.00 น. ด.ญ.ญาณิศา มีอาการไข้สูง หนาวสั่น อาเจียน และถ่ายท้อง ตรวจพบไข้ 40 องศา ชีพจร 110 ครั้งต่อนาที เด็กรู้สึกตัวและตื่นดี แพทย์วินิจฉัยว่า ลำไส้อักเสบ ให้การดูแลรักษาโดยการให้ยาลดไข้ ยาแก้อาเจียน และเกลือแร่ไปรับประทาน พร้อมเช็ดตัวลดไข้จนอาการดีขึ้น ให้คำแนะนำและให้กลับไปรักษาต่อที่บ้าน 4 พ.ค. เวลาประมาณ 6.13 น. คุณแม่เด็กพาผู้ป่วยมาที่ห้องฉุกเฉินแล้วพบพนักงานที่หน้าห้องฉุกเฉินที่เป็นเวรเปล พูดคุยกับแม่ ซึ่งทำให้เข้าใจว่าห้องฉุกเฉินปิดบริการ และเปิดบริการอีกครั้งตอน 07.00 น. แม่จึงอุ้มลูกไปรับบริการที่ตึกผู้ป่วยนอก     ต่อมาเวลา 07.02 น. เห็นว่าลูกไม่ดีขึ้น จึงพามาตรวจที่ห้องฉุกเฉิน พบว่าเด็กตัวเขียว ชีพจรเบา ตัวลายและมีภาวะขาดน้ำมาก (sunken eyeball, severe dehydration) แพทย์และเจ้าหน้าที่จึงช่วยเหลือโดยให้น้ำเกลือและยาปฏิชีวนะ และใส่ท่อช่วยหายใจ หลังใส่ท่อเด็กมีอาการหัวใจหยุดเต้นและช่วยฟื้นคืนชีพ ซึ่งฟื้นมาเป็นช่วงๆ ทำการช่วยฟื้นคืนชีพทั้งหมด 3 ครั้ง ตั้งแต่ 07.35-08.57 น. และเสียชีวิต 09.35 น.   จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางโรงพยาบาลรู้สึกเสียใจอย่างมาก และน้อมรับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น และจะนำข้อผิดพลาดดังกล่าวไปแก้ไขเพื่อให้เกิดการพัฒนาไปในทางที่ดียิ่งขึ้นไป ซึ่งกรณีดังกล่าวเข้าข่ายมาตรา 41 ทางผู้เสียหายจะได้รับเงินเยียวยา เบื้องต้นในวงเงินไม่เกิน 4 แสนบาท โดยจะเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดคาดว่าไม่เกิน 2 เดือน   โดยทางญาติก็ยอมรับข้อตกลงในกรณีการเสียชีวิตและเซ็นรับทราบ แต่ยืนยันจะยังไม่เผาศพน้องกวาง จนกว่าจะได้รับการเยียวยาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดว่าการดำเนินการจะไม่เกิน 2 เดือน                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/-53r8Sr8f0k

 19,543
ข่าวภูมิภาค
08 เม.ย. 61

ทนายดังโวยลั่นห้องฉุกเฉินรพ.เมืองระนองกลางดึก ฉุนปวดฟันหนักแต่จนท.กลับบอกให้รอ

เกิดเหตุคนอาละวาดโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่บุรุษพยาบาลภายในห้องฉุกเฉิน รพ.ระนอง ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองระนอง จะเข้าระงับเหตุและคุมตัวออกมาเจรจาหน้าห้องฉุกเฉิน    จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าชายคนดังกล่าว คือ นายบุญเรือง อุทัยรัตน์ ทนายความที่เคยว่าความให้กับครอบครัว เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย   โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่า เดินทางจาก อ.หลังสวน จ.ชุมพร เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งกลางเมืองระนอง พร้อมหลานสาวอีก 2 คน จนกระทั่งช่วงค่ำเกิดปวดฟันขึ้นมา จึงให้พนักงานนำรถที่โรงแรมมาส่งที่โรงพยาบาลกลางดึก แต่เจ้าหน้าที่กลับบอกให้รอเพราะหมอมีคนเดียว จึงเกิดความเหตุไม่พอใจในการบริการของ รพ.ระนอง    สุดท้ายทนายคนดังกล่าวได้โทรหาเพื่อนให้มารับตัวออกจาก รพ. ทันที และไม่มีหน่วยงานใดเข้าแจ้งคดีความกันแต่อย่างใด                           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/T__2RZ3H91c      

 148,762
แชร์ออฟเดอะเดย์
16 ก.พ. 61

เคลียร์แล้ว! 2 อาสากู้ชีพเมืองปทุมฯ วางมวยหน้าห้องฉุกเฉิน

ญาติผู้ป่วยอัดคลิปนาทีระทึก ขณะเจ้าหน้าที่อาสากู้ชีพของเทศบาลเมืองบึงยี่โถ และ อาสากู้ชีพของเทศบาลนครรังสิต ทะเลาะแย่งกันส่งผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เปิดศึกวางมวยกันชุลมุนบริเวณด้านหน้าห้องฉุกเฉิน โรงพยาบางบางปะกอก 2 จ.ปทุมธานี    ล่าสุดผู้บริหารของทั้งสองฝ่ายได้ขอร้องให้ยุติเรื่องเพื่อไม่ให้ความขัดแย้งบานปลาย และได้ปรับความเข้าใจกัน ซึ่งก็จบลงด้วยดี ทั้งในเรื่องของการแบ่งเขตทำงานช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ รวมทั้งเรื่องที่มีการบาดหมางกันส่วนตัว พร้อมลงบันทึกประจำวันเอาไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/5JHBV3V4Xsw

 4,760
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ย. 60

ตร.ออกหมายจับโจ๋เพิ่ม 2 คน ปมรุมยำคู่อริในห้องฉุกเฉิน พบประวัติก่อคดีอื้อ

  เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 พ.ต.อ.มานะ อินพิทักษ์ รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ได้เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีกลุ่มวัยรุ่นรุมตีคู่อริภายในห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โดยมีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 13 คน ซึ่งหลังจากที่เมื่อวานนี้ ( 7 พ.ย. 60 ) สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 7 คน ยังคงเหลืออีก 6 คนนั้นว่า ในขณะนี้ได้ออกหมายจับเพิ่มแล้วอีก 2 คน คือ 1.นายณัฐพงษ์ จันทร์ทองสุข อายุ 23 ปี ประวัติเคยถูกจับกุมคดีครอบครองยาเสพติด 3 ครั้ง , ลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ , ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจและพยายามฆ่า โดยได้หลบหนีการจับกุม และ 2.นายสายชล มะโน อายุ 25 ปี เคยถูกจับกุมคดีละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น,ยักยอกทรัพย์,ขับรถในขณะเมาสุราและให้ผู้อื่นกู้เงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่ากำหนด ส่วนที่เหลืออีก 4 คน อยู่ระหว่างการรอออกหมายจับ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วสุด   พ.ต.อ.มานะ อินพิทักษ์ รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้แล้วทั้งหมด 7 คน ซึ่งเป็นการจับกุมตามหมายจับ 5 คน และ กดดันเข้ามอบตัวอีก 2 คนนั้น ก็ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน สภ.กระทุ่มแบนทำการสอบปากคำเพิ่มเติมและจะได้นำตัวส่งฝากขังยังศาลจังหวัดสมุทรสาครภายในวันนี้ ( 8 พ.ย.60) ส่วนเรื่องของการประกันตัวนั้น ต้องอยู่ในดุลยพินิจของศาลจังหวัดเท่านั้น   พ.ต.อ.มานะฯ กล่าวอีกว่า ส่วนมาตรการในการรักษาความปลอดภัย ก็ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครทั้ง 5 สถานี ดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนและสถานที่ราชการเป็นสำคัญ โดยตนเองก็ได้มีการประชุมหารือและมอบนโยบาย มาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยตามคำสั่งการของ ผบ.ตร.และ รอง ผบ.ตร.ให้ผู้กำกับการ และเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกพื้นที่นำไปปฏิบัติแล้ว ซึ่งก็จะเน้นไปที่การเฝ้าระวังและออกตรวจจุดเสี่ยงจุดอันตราย กับสถานที่ราชการ และสถานพยาบาลมากที่สุด    ขณะที่อีกด้านหนึ่งก็จะมีการประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่น Police i lert u เพื่อใช้ในการแจ้งข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็วและเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าถึงที่เกิดเหตุภายใน 5 นาที   ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe</div>

 5,215
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ย. 60

อีกแล้ว! โจ๋ยกพวกตีกันหน้า รพ.ดอยเต่า คนไข้ช็อคหนีตายจ้าละหวั่น

เชียงใหม่-คลิปวีดีโอที่เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสุเทพ ดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ถ่ายไว้ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นยกพวกบุกถล่มกันต่อเนื่องบริเวณหน้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลดอยเต่า โดยวัยรุ่นกว่า 100 คนได้บุกเข้ามาถล่มคู่อริที่ถูกส่งตัวมารับการรักษาที่โรงพยาบาลดอยเต่า ทำให้โรงพยาบาลกลายจุดที่มีการบุกทำร้ายกัน ทำให้มีผู้ป่วยที่รับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลดอยเต่าก่อนหน้านั้น เกิดอาการหวาดกลัวพากันวิ่งหนีตายกันอลหม่าน บางรายถึงกับช็อค บางรายถึงกับคลุ้มคลั่งด้วยความกลัว   จนท.ต้องเข้าเคลียร์และสงบลงใช้เวลานานนับชั่วโมงหลังเหตุการณ์สงบ นอกจากนี้ทรัพย์สินในโรงพยาบาลทั้งเก้าอี้ยาว อุปกรณ์การแพทย์ในห้องฉุกเฉินได้รับความเสียหาย และมีวัยรุ่นที่ถูกทำร้ายเพิ่มขึ้นอีกจากเดิมด้วย    ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่า ที่อำเภอดอยเต่า เชียงใหม่ นั้นได้มีการจัดงานลอยกระทงขึ้น ต่อมาหลังงานเลิกแล้วกลุ่มวัยรุ่นก็ได้มีการทะเลาะวิวาทกันหลายจุด และมีการถูกนำตัวส่ง โรงพยาบาลดอยเต่า โดยกลุ่มวัยรุ่นนั้นได้ไปดักตีกันระหว่างทาง บางรายก็แค้นไปนำพรรคพวกบุกมาถล่มคู่อริต่อ กระทั่งต่อมากลุ่มวัยรุ่นกลุ่มใหญ่ ที่ถูกทำร้ายได้ไปขอกำลังพรรคพวกมายังโรงพยาบาลเพื่อแก้แค้นกลุ่มวัยรุ่นที่นำพรรคพวกมาส่งโรงพยาบาล และทั้งหมดก็บุกเข้าไปยังโรงพยาบาลเมื่อเห็นกลุ่มวัยรุ่นอริ ที่นำเพื่อน ๆ มาส่ง โรงพยาบาลทั้งหมดก็ได้บุกเข้าทำร้ายกัน โดยไม่สนใจคำขอร้องของตำรวจที่มีอยู่ 1 นาย และจนท. ทั้งนี้จะนำตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rANamzIZOio    

 4,725
สังคม-อาชญากรรม
06 พ.ย. 60

ตร.เร่งไล่ล่าโจ๋เหิมทำร้ายคู่อริในห้องฉุกเฉิน

จากเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา ที่มีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง ยกพวกตามคู่อริมาแล้วมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันด้านหน้าโรงพยาบาลกระทุ่มแบน ก่อนที่จะมีวัยรุ่นคนหนึ่งตามเข้าไปทำร้ายคู่อริภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลกระทุ่มแบน ด้วยการใช้ไม้เบสบอลตี ต่อหน้าต่อตาของแพทย์ พยาบาลและคนไข้ที่นอนรักษาตัวอยู่ภายใน ขณะที่ทางด้านนอกหน้าโรงพยาบาล ก็มีผู้ใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่คู่อริจำนวน 12 นัด ก่อนที่ทั้งหมดจะหลบหนีไปนั้น   ล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 พ.ต.อ.สุรพงษ์ ไทยประเสริฐ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร รักษาราชการแทนผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุอุกฉกรรจ์เมื่อคืนที่ผ่านมานั้น ตนเองก็ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบทันที ส่วนเรื่องของการติดตามตัวกลุ่มคนร้ายนั้น ก็ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.ธนลภ ธราพร รองสารวัตรสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสอบสวน เร่งสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์รวบรวมหลักฐานต่างๆ เพื่อออกหมายจับกลุ่มผู้ก่อเหตุ    ขณะที่ฝ่ายสืบสวนฯ ก็ได้สั่งการให้ลงพื้นที่สืบหาตัวผู้ที่ร่วมกันก่อเหตุทำร้ายคู่อริภายในโรงพยาบาล อีกทั้งยังได้ให้ไปติดตามเรื่องของกล้องวงจรปิดทั้งจากจุดที่เกิดเหตุ จุดก่อนเกิดเหตุ และเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนีไป เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งเหตุการณ์นี้นับเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญและเป็นที่สนใจของทุกคนที่ได้รับทราบเหตุการณ์เป็นอย่างมาก โดยขณะนี้พอจะทราบตัวกลุ่มคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงหน้าโรงพยาบาลกระทุ่มแบนและผู้ที่เข้าไปทำร้ายร่างกายคู่อริในห้องฉุกเฉินแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้มากกว่านี้ เพราะจะไม่สะดวกต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งก็ขอระยะเวลาในการทำงานก่อน โดยคาดว่าจะสามารถติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ภายในเร็ววันนี้    พบผู้บาดเจ็บถูกทำร้ายร่างกายจากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นชายทั้งหมด 3 คน โดยมีบาดแผลถูกชกต่อยและตีด้วยของแข็งจนบอบช้ำไปทั้งตัว 1 คน และอีก 2 คนที่เหลือได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย   ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe</div>

 6,361
แชร์ออฟเดอะเดย์
25 ก.ค. 60

แชร์ว่อน ชายอ้างเป็นวิศวะโวยหมอลั่น ให้รีบไปดูอาการเมีย ด้าน ผอ.รพ.ขอให้เรื่องจบ ชีเจอทั้งคนเมา คนบ้า ต้องอดทนเป็นพิเศษ

จากกรณีเพจแหม่มโพธิ์ดำ โพสต์คลิปของญาติคนไข้ที่ได้บันทึกไว้ได้ภายในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในจังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์ขณะมีชายคนหนึ่ง ที่อ้างตัวว่าเป็นวิศวะแสดงอาการเกรี้ยวกราด ด่าทอหมอที่กำลังเข้าเวรรักษาคนไข้ ด้วยถ้อยคำหยาบคายต่างๆนาๆ บังคับให้ไปดูอาการของภรรยาที่มีอาการปวดท้อง   จากการตรวจสอบข้อมูลแล้วทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 22 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลรักษ์สกล โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครสกลนคร โดยภาพและเสียงภายในคลิปวิดีโอที่ปรากฏนั้น เป็นภาพของชายคนหนึ่งในชุดเสื้อผ้าไหมสีชมพู กางเกงขายาวสีดำ เดินกลับไปกลับมาภายในห้องที่ถูกระบุว่าเป็นห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลรักษ์สกล ใช้ถ้อยคำหยาบคายด่าทอหมอเวรตลอดเวลา รวมทั้งพาดพิงไปถึงมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถาบันที่หมอคนที่ถูกด่าจบการศึกษามา โดยหลังจากที่คลิปดังกล่าวได้ถูกเปิดเผยไป ก็มีผู้ให้ความสนใจ แชร์ส่งต่อไปเป็นจำนวนมาก ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น   โดยแพทย์ระบุว่า ขณะที่แพทย์เวร กำลังตรวจรักษาคนไข้ตามปกติ ที่เตียงรักษาหมายเลข 1 ก็ปรากฏว่าชายที่อยู่ในคลิปที่อ้างตัวว่าเป็นวิศวะ ได้พาภรรยาเข้ามาที่โรงพยาบาล เพื่อทำการตรวจรักษาอาการปวดท้อง พยาบาลจึงได้นำคนไข้มารอที่เตียงรักษาหมายเลข 2 ที่อยู่ติดกัน     ในขณะนั้น เป็นจังหวะที่แพทย์เวรพึ่งทำการตรวจรักษาคนไข้ที่เตียง 1 เสร็จ แล้วเดินนำคนไข้มายังโต๊ะนั่ง เพื่อบันทึกการตรวจรักษาและจ่ายยาให้กับคนไข้ ซึ่งก็มีการพูดคุยสอบถาม และให้คำแนะนำคนไข้ในการรักษาตัวตามปกติ ระหว่างที่แพทย์เวรกำลังคุยกับคนไข้อยู่นั้น ชายที่อยู่ในคลิปก็เดินเข้ามาต่อว่าหมอ ว่ามัวคุยกับคนอื่นทำไม เป็นหมอก็ต้องไปคุยกับคนไข้ จากนั้นก็เริ่มโวยวายด่าทอเสียงดังตามที่ปรากฏอยู่ในคลิป ซึ่งการที่ชายคนดังกล่าวมีอารมณ์เกรี้ยวกราดอย่างนั้น น่าจะเกิดจากการเข้าใจผิดว่าหมอมัวแต่คุยกับคนอื่น แล้วไม่ไปตรวจดูอาการภรรยาตน คงจะด้วยความที่รักและเป็นห่วงภรรยามากจนเกินเหตุ ทำให้มีอารมณ์ฉุนเฉียว   ซึ่งชายคนดังกล่าวโวยวายเสียงดังอยู่ฝ่ายเดียว โดยที่แพทย์เวรไม่ได้โต้ตอบใดๆ และเมื่อโดนต่อว่าหนักๆ คุณหมอคนดังกล่าว จึงได้ขอตัวจากคนไข้ที่กำลังรักษาติดพันอยู่ ไปทำการตรวจรักษาให้กับภรรยาของชายคนดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจก็พบว่าคนไข้มีอาการจุกเสียดแน่นท้องธรรมดา ซึ่งในทางการแพทย์ไม่ถือว่าเป็นอาการที่รุนแรง หมอจึงได้ทำการฉีดยารักษาไปตามขั้นตอน ซึ่งหลังจากนั้น จนท.ก็ได้ต่อโทรศัพท์มาให้คุยกับตน ซึ่งตนก็ได้อธิบายเหตุผลไปพร้อมกับขอโทษชายคนดังกล่าวด้วย และยกเว้นไม่เก็บค่ารักษาเนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดเรื่องบานปลาย และคิดว่าเรื่องจบไปแล้ว ก็เห็นว่าชายคนดังกล่าวมีท่าทางพอใจก่อนเดินทางกลับไป แต่มารู้ว่ามีญาติคนไข้อีกราย ที่ทนไม่ได้อัดคลิปนำไปแชร์ในโซเชี่ยล จนกลายเป็นข่าวดัง     ด้าน ผอ.โรงพยาบาลรักษ์สกล ยืนยันอีกครั้งว่า ทางตนไม่ได้คิดอะไรในเรื่องที่เกิดขึ้น เนื่องจากถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา ที่คนที่ทำงานด้านนี้จะต้องพบเจอ ทั้งคนบ้า คนเมา คนสารพัดที่ต้องมาที่โรงพยาบาล จึงต้องมีความอดทนเป็นพิเศษ ซึ่งทางแพทย์เวรคนที่ถูกกระทำ ก็ไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองใดๆ ไม่มีการไปแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาท หรือไปดำเนินการในเรื่องอื่นๆแต่อย่างใด และอยากให้เรื่องทุกอย่างยุติลง แล้วจะได้ตั้งหน้าตั้งตาทำหนาที่รักษาคนไข้ต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nfjxh6kQppQ      

 1,879

Top