ค้นหา :

ผลการค้นหา "ปภ"

ข่าวภูมิภาค
16 ก.พ. 63

หอเตือนภัยสึนามิดังสนั่น ชาวบ้านแตกตื่น ปภ. ยัน ตรวจสอบแล้วไม่มีภัยพิบัติ

ที่หอเตือนภัยสึนามิบ้านบางเนียง ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เกิดเสียงหอนซึ่งไม่ใช่เสียงเตือนภัยสึนามิ จากลำโพงของหอเตือนภัยสึนามิอย่างต่อเนื่อง กว่า 15 นาที ทำให้ พระและญาติธรรมที่อยู่ภายในโรงธรรมต้องยุติการทำศาสนะพิธีเป็นการชั่วคราว ก่อนแยกย้ายกันไปหาที่ปลอดภัย หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ขณะที่นักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวเขาหลัก ยังรอฟังสัญญาณการอพยพจากภาครัฐ   ด้านนายสายัน กิจมะโน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยว่า ไม่มีรายงานว่าเกิดแผนดินไหวแต่อย่างใด ขณะนี้ตรวจสอบไปยังศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ไม่พบสถานการณ์ผิดปกติที่อาจทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ และไม่พบการดังของหออื่น แต่พบปัญหาไม่สามารถสั่งปิดเสียงที่หอเตือนภัยได้ทันทีของหอเตือนภัยบ้านบางเนียง แต่ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถปิดระบบได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะดำเนินการส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบเป็นการด่วน         ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/dpFQNwyMQZ0  

 1,895
สังคม
16 ก.พ. 63

หอเตือนภัยสึนามิดังสนั่น ชาวบ้านแตกตื่น ปภ. ยัน ตรวจสอบแล้วไม่มีภัยพิบัติ

ที่หอเตือนภัยสึนามิบ้านบางเนียง ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เกิดเสียงหอนซึ่งไม่ใช่เสียงเตือนภัยสึนามิ จากลำโพงของหอเตือนภัยสึนามิอย่างต่อเนื่อง กว่า 15 นาที ทำให้ พระและญาติธรรมที่อยู่ภายในโรงธรรมต้องยุติการทำศาสนะพิธีเป็นการชั่วคราว ก่อนแยกย้ายกันไปหาที่ปลอดภัย หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ขณะที่นักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวเขาหลัก ยังรอฟังสัญญาณการอพยพจากภาครัฐ   ด้านนายสายัน กิจมะโน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยว่า ไม่มีรายงานว่าเกิดแผนดินไหวแต่อย่างใด ขณะนี้ตรวจสอบไปยังศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ไม่พบสถานการณ์ผิดปกติที่อาจทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ และไม่พบการดังของหออื่น แต่พบปัญหาไม่สามารถสั่งปิดเสียงที่หอเตือนภัยได้ทันทีของหอเตือนภัยบ้านบางเนียง แต่ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถปิดระบบได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะดำเนินการส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบเป็นการด่วน         ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/dpFQNwyMQZ0  

 1,895
ข่าวภูมิภาค
10 ก.ย. 62

ปภ.สั่งการ 7 จังหวัดภาคกลาง พร้อมรับมือปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ได้ติดตามข้อมูลปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า ปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ ประกอบกับสำนักงานชลประทานที่ 12 แจ้งว่า   ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2562 เป็นต้นไป คาดการณ์ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจะควบคุมในเกณฑ์ระหว่าง 900 – 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น ประมาณ 0.30 – 0.80 เมตร บริเวณตำบลบางกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา และตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา   พร้อมประสานพื้นที่เสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบจากแม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น รวมถึงแม่น้ำสะแกกรัง แม่น้ำน้อย แม่น้ำลพบุรี คลองชัยนาท – ป่าสัก และคลองชัยนาท - อยุธยา รวม 7 จังหวัด ดังนี้   อำเภอเมือง จ.อุทัยธานี อำเภอบ้านหมี่ อำเภอท่าวุ้ง และอำเภอเมือง จ.ลพบุรี อำเภอสรรพยา จ.ชัยนาท อำเภออินทร์บุรี อำเภอเมือง และอำเภอพรหมบุรี จ.สิงห์บุรี อำเภอไชโย อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอป่าโมก อำเภอโพธิ์ทอง และอำเภอวิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง อำเภอบางบาล อำเภอผักไห่ และอำเภอเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี   เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าว โดยกำชับจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำท่า การระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว ให้พร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uEq1rVDjB1U

 356
ข่าวภูมิภาค
10 ก.ย. 62

น้ำท่วมอีสาน-เหนือปี 62 รวมดับแล้ว 28 ศพ หวั่นแม่น้ำมูลเพิ่มสูง ชาวอุบลฯต้องอพยพรอบ 2

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. สรุปพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม 7 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก - พิจิตร - อำนาจเจริญ - ยโสธร - อุบลราชธานี - ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ ตั้งแต่ 29 สิงหาคม 2562 – ปัจจุบัน ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 3 แสนครัวเรือน เสียชีวิต 28 ราย ทั้งจมน้ำ, ไฟช็อต, เรือล่ม ส่วนใหญ่เกิดในภาคอีสาน   พบผู้เสียชีวิตมากสุดใน จ.ร้อยเอ็ด 5 ราย, อุบลราชธานี 4 ราย, อำนาจเจริญ 4 ราย, ขอนแก่น 3 ราย เป็นต้น ถือเป็นอุทกภัยที่มีผู้เสียชีวิตมากสุดครั้งหนึ่ง   สถานการณ์ที่อุบลราชธานี ชาวบ้านกว่า 10 ชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ ต้องอพยพหนีน้ำรอบ 2 และบางจุด อพยพเป็นรอบที่ 3 แล้วก็มี เนื่องจากแม่น้ำมูลเพิ่มสูงขึ้น ต้องอพยพจากจุดเดิมไปหาที่อาศัยใหม่ ซึ่งขณะนี้ระดับแม่น้ำมูล อยู่ที่ 10 เมตร 10 เซนติเมตร ซึ่งสูงกว่าระดับล้นตลิ่งตามปกติอยู่ที่ระดับ 7 เมตร เท่านั้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vT_6kRWP2aM

 1,375
ข่าวภูมิภาค
09 ก.ย. 62

เช็คเลย! ปภ.เตือน 7 จังหวัดภาคกลาง รับมือน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สั่งการ 7 จังหวัดภาคกลาง เตรียมพร้อมรับมือปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น   วันที่ 9 ก.ย. นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ได้ติดตามข้อมูลปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า ปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ ประกอบกับสำนักงานชลประทานที่ 12 แจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2562 เป็นต้นไป    คาดการณ์ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจะควบคุมในเกณฑ์ระหว่าง 900 – 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น ประมาณ 0.30 – 0.80 เมตร บริเวณตำบลบางกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา และตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา   ทั้งนี้ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานพื้นที่เสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบจากแม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น รวมถึงแม่น้ำสะแกกรัง แม่น้ำน้อย แม่น้ำลพบุรี คลองชัยนาท – ป่าสัก และคลองชัยนาท - อยุธยา รวม 7 จังหวัด ดังนี้   1. อุทัยธานี ที่อำเภอเมืองอุทัยธาน   2. ลพบุรี ที่ อำเภอบ้านหมี่ อำเภอท่าวุ้ง และอำเภอเมืองลพบุรี   3. ชัยนาท ที่ อำเภอสรรพยา    4. สิงห์บุรี ที่ อำเภออินทร์บุรี อำเภอเมืองสิงห์บุรี และอำเภอพรหมบุรี    5. อ่างทอง ที่ อำเภอไชโย อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอป่าโมก อำเภอโพธิ์ทอง และอำเภอวิเศษชัยชาญ    6. พระนครศรีอยุธยา ที่ อำเภอบางบาล อำเภอผักไห่ และอำเภอเสนา    7. สุพรรณบุรี ที่ อำเภอบางปลาม้า เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าว   โดยกำชับจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำท่า การระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว ให้พร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยหากเกิดเหตุฉุกเฉิน       ข่าวที่เกี่ยวข้อง : กรมชลฯแจ้ง 2 อำเภออยุธยารับมือน้ำสูง หลังต้องระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น   

 1,878
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.ย. 62

ปภ.สรุปพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมล่าสุด 7 จังหวัด กระทบ 3 แสนครัวเรือน เสียชีวิต 27 ราย

แฟ้มภาพ   กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม 7 จังหวัด ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 3 แสนครัวเรือน เสียชีวิต 27 ราย    วันที่ 9 ก.ย. 62 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. รายงานสรุปสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด ว่า ขณะนี้ยังคงมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ ใน 7 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโล, พิจิตร, อำนาจเจริญ, ยโสธร, อุบลราชธานี, ร้อยเอ็ด และ ศรีสะเกษ ส่วนภาพรวมตั้งแต่ 29 ส.ค.-ปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังใน 32 จังหวัด 175 อำเภอ ประชาชนได้รับผลกระทบ 368,918 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 27 ราย    ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมความช่วยเหลือผู้ประสบภัย และคลี่คลายสถานการณ์ โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำ, รถบรรเครื่องส่งน้ำระยะไกล เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขัง ตลอดจนสำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังต่อไป  

 1,674
ข่าวภูมิภาค
06 ก.ย. 62

ปภ. รายงานผลกระทบน้ำท่วมทะลุ 1.5 แสนครัวเรือน เสียชีวิต 19 ราย-เสียหายกว่า 3 พันหลัง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม 10จังหวัด ประชาชนได้รับผลกระทบทะลุ 1 แสน 5 หมื่นครัวเรือน เสียชีวิต 19 ราย – บ้านเรือนเสียหายกว่า 3 พันหลัง   วันที่ 6 ก.ย. เมื่อเวาลา 06.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. รายงานสรุปสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด ว่าขณะนี้ยังคงมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ ใน 10 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย - พิษณุโลก - พิจิตร - อำนาจเจริญ - ยโสธร - ขอนแก่น - อุบลราชธานี - ร้อยเอ็ด – ศรีสะเกษ และสกลนคร    ส่วนภาพรวมตั้งแต่ 29 สิงหาคม – ปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังใน 32 จังหวัด 147 อำเภอ ประชาชนได้รับผลกระทบ 158,028 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 19 ราย - สูญหาย 2 ราย   สรุปเบื้องต้น มี บ้านเรือนประชาชนเสียหายบางส่วน 3818 หลัง / สถานศึกษาได้รับผลกระทบ 439 แห่ง ส่วนพื้นที่การเกษตรเสียหาย 1,503,367 ไร่   ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมความช่วยเหลือผู้ประสบภัย และคลี่คลายสถานการณ์ โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำ – รถบรรเครื่องส่งน้ำระยะไกล เร่งระบายน้ำออกจาพื้นที่ท่วมขัง ตลอดจนสำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังต่อไป     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : อีสาน-เหนือยังจมบาดาล เฝ้าระวังน้ำเหนือไหลลงภาคกลาง    

 1,336
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ย. 62

ปภ. สรุปพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม 10 จังหวัด กระทบ 1 แสนครัวเรือน เร่งคลี่คลายสถานการณ์

แฟ้มภาพ   กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม 10จังหวัด ประชาชนได้รับผลกระทบทะลุ 1 แสนครัวเรือน เสียชีวิต 16 ราย – พื้นที่เกษตรกรเสียหายกว่า 1 ล้าน 5 แสนไร่   วันที่ 5 ก.ย. 62 นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. สรุปสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด ว่าขณะนี้ยังคงมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ ใน 10 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์, สุโขทัย, พิษณุโลก, พิจิตร,  อำนาจเจริญ, ยโสธร, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ    ส่วนภาพรวมตั้งแต่ 29 สิงหาคม-ปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังใน 31 จังหวัด 136 อำเภอ ประชาชนได้รับผลกระทบ 102,074 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 16 ราย สูญหาย 1 ราย   สรุปเบื้องต้น มี สถานศึกษาได้รับผลกระทบ 322 แห่ง ส่วนพื้นที่การเกษตรเสียหาย 1,503,367 ไร่ แบ่งเป็นข้าว 1,362,853 ไร่ , พืชไร่ 125,390 ไร่, พืชสวนและอื่นๆ 15,124 ไร่    ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมความช่วยเหลือผู้ประสบภัย และคลี่คลายสถานการณ์ โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำ รถบรรเครื่องส่งน้ำระยะไกล เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขัง ตลอดจนสำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังต่อไป  

 1,428
สังคม-อาชญากรรม
02 ก.ย. 62

ปภ. เผย พิษโพดุล ยังกระทบ 9 จังหวัดน้ำท่วมขัง ปชช.เกือบ 4 หมื่นครัวเรือน เดือดร้อน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยอิทธิพลพายุโพดุล ยังกระทบพื้นที่ 9 จังหวัดน้ำท่วมขัง สรุปภาพรวมมีประชาชนเดือดร้อนเกือบ 4 หมื่นครัวเรือน เสียชีวิต 3 ราย   วันที่ 2 ก.ย. 62 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. กระทรวงมหาดไทย รายงานสรุปสถานการณ์ล่าสุดจากอิทธิพลพายุโซนร้อน ‘โพดุล’ ในช่วง 07.00 น. วันที่ 2 ก.ย. ว่า   ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมใน 9 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก, พิจิตร, อำนาจเจริญ, ชัยภูมิ, มุกดาหาร, ยโสธร,  ขอนแก่น, อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด    ส่วนภาพรวมตั้งแต่ 29 สิงหาคม-ปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังใน 783 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 39,857 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 3 ราย   ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง พร้อมระบายน้ำที่ท่วมขังออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงสำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม   อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้หลายพื้นที่อาจเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง จึงฝากเตือนประชาชนให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนและคำแนะนำอย่างเคร่งครัด   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : น้ำท่วมพิษณุโลกเริ่มคลี่คลายบางจุด ทหารต้องช่วยจับหมูหนีน้ำ     

 3,437
สังคม-อาชญากรรม
06 ม.ค. 62

ปภ.สรุป ‘พายุปาบึก’ ปชช.ได้รับผลกระทบกว่า 6 แสนคน เสียชีวิต 3 ราย สูญหาย 1 ราย

วันที่ 6 ม.ค. 62 นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ในฐานะผู้อำนวยการกลางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง สรุปภาพรวมอิทธิพลจากพายุโซนร้อนปาบึก ตั้งแต่วันที่ 3-5 ม.ค. 62 ส่งผลกระทบในพื้นที่ 18 จังหวัด รวม 90 อำเภอ 407 ตำบล    ประชาชนได้รับผลกระทบ 212,784 ครัวเรือน 696,189 คน เสียชีวิต 3 ราย สูญหาย 1 ราย ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว ยกเว้นพื้นที่ลุ่มต่ำบางจุดที่ยังมีน้ำท่วมขัง    โดยที่ จ.นครศรีธรรมราช ขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.พิปูน อ.ช้างกลาง อ.ฉวาง และ อ.ชะอวด โดยประชาชนยังอยู่อาศัยในศูนย์อพยพ 8 จุด รวม 1,119 คน    เช่นเดียวกับ จ.ชุมพร เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.ละแม อ.หลังสวน อ.สวี อ.ทุ่งตะโก อ.เมืองชุมพร และอ.ปะทิว รวม 9 ตำบล 25 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,121 คน    ส่วน จ.สุราษฎร์ธานี มีน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 11 อำเภอ ได้แก่ อ.ไชยา อ.ท่าชนะ อ.ดอนสัก อ.พะงัน อ.บ้านาเดิม อ.พุนพิน อ.เกาะสมุย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี อ.กาญจนดิษฐ์ อ.นาสาร และ อ.พระแสง รวม 48 ตำบล 260 หมู่บ้าน 25 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,791 ครัวเรือน 11,013 คน บ้านเรือนเสียหาย 19 หลัง    ขณะที่ จ.สงขลา เกิดวาตภัยและคลื่นซัดชายฝั่งในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.สิงหนคร อ.ระโนด อ.สทิงพระ และอ.จะนะ รวม 41 ตำบล 251 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,630 ครัวเรือน 71,250 คน บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 2,129 หลัง ถนนเสียหาย 5 สาย    ทั้งนี้ ปภ. ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเจ้าหน้าที่ พร้อมระดมเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกเครื่องส่งสูบน้ำระยะไกลเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง อีกทั้งซ่อมแซมสาธารณูปโภค โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าให้สามารถใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว รวมถึงดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประภัย ทั้ง อาหาร น้ำดื่ม และถุงยังชีพ เพื่อบรรเทา   ความเดือดร้อนในเบื้องต้น สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์ภัยเริ่มคลี่คลายแล้ว ให้สำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป  

 1,363
สังคม-อาชญากรรม
02 ม.ค. 62

มท.1 สั่ง ปภ.เตรียมรับมือพายุโซนร้อนปาบึก 3-5 ม.ค. นี้

วันที่ 2 ม.ค. 61 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการรับมือพายุโซนร้อนปาบึกที่จะเคลื่อนผ่านภาคใต้ ในช่วงวันที่ 3-5 ม.ค.นี้ ว่า    จากที่มีการประเมิน ผลจากพายุจะทำให้คลื่นสูงประมาณ 5 เมตร จึงได้มีการเตรียมความพร้อมสั่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. รับมือ โดยในเบื้องต้นมีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกหน่วยทั้งหน่วยงานรับมือและเรื่องของไฟฟ้า    ส่วนในพื้นที่ ประชาชนและท้องที่สามารถช่วยกันป้องกันในเบื้องต้นได้เช่นดูแผ่นป้ายตามเสาไฟ พร้อมกับระบุว่า หากมีฝนตกหนักอาจเกิดปัญหาเรื่องการระบายน้ำจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมในด้านการระบายน้ำด้วย   ทั้งนี้ ยืนยันว่าระบบเตือนภัยไม่มีปัญหา และย้ำว่าไทยมีทั้งระบบและบุคลากรที่ดีมาก โดยเฉพาะในระดับอาเซียน ซึ่งสาธารณภัยที่จะเกิดขึ้นจะรุนแรงหรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับธรรมชาติ    

 1,115
สังคม-อาชญากรรม
19 ธ.ค. 61

ปภ. เผยสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ยังอ่วม พร้อมเร่งระบายน้ำ-สำรวจความเสียหาย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ยังมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 3 จังหวัด กำชับเร่งระบายน้ำ พร้อมสำรวจความเสียหายเยียวยาผู้ประสบภัย   นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมใต้ว่า ขณะนี้ยังมีพื้นที่ได้รับผลกระทบใน 3 จังหวัด คือ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และ ตรัง รวม 30 อำเภอ 175 ตำบล 1,237 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 139,206 ครัวเรือน 394,233 คน มีผู้สูญหาย 1 ราย และ ผู้เสียชีวิต 3 ราย ซึ่งปัจจุบันระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว   ทั้งนี้ ปภ. ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมระดมเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยสนับสนุนระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว รวมถึงสำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต ช่วยระทึก นทท.ติดบนเขาเกาะสมุย - พบร่าง ด.ช.ถูกน้ำป่าเมืองคอนพัดดับสลด

 1,119
ข่าวภูมิภาค
13 ก.ย. 61

ปภ. ลำปาง เตือนเฝ้าระวังดินโคลนถล่ม น้ำป่าไหลหลาก

ปภ. ลำปาง เตือนระวังดินโคลนถล่มน้ำป่าไหลหลาก   วันนี้ (13 ก.ย.) นายเพิ่มวิทยา กันทะทรง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า ช่วงนี้ ยังคงเป็นช่วงฤดูฝนและฤดูมรสุม ที่จะส่งผลให้ทางภาคเหนือรวมไปถึง จ.ลำปาง จะมีฝนตกตามพื้นที่ต่างๆ ใน 13 อำเภอ มากกว่า ร้อยละ 80 ของพื้นที่   โดยขณะนี้ ท้องฟ้าเหนือ จ. ลำปาง ได้เริ่มมีกลุ่มฝนเข้ามาปกคลุมในพื้นที่แล้ว จึงได้มีการแจ้งเตือน ในพื้นที่ ทั้ง 13 อำเภอ ให้เตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และยังได้ประสานงานแจ้งเตือนไปยังผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และมิสเตอร์เตือนภัยพื้นที่ ต่างๆ ให้เฝ้าระวัง และสังเกต น้ำตามลำห้วย ต่างๆ และยังกำชับให้เฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก    ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนตกสะสม ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกับแจ้งเตือนประชาชนให้พร้อมรับมืออยู่เสมอ  

 1,125
ข่าวภูมิภาค
12 ก.ย. 61

ปภ.เตือน 8 ลุ่มน้ำเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง - รับมือมวลน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ มากสุดในรอบ 37 ปี

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. กระทรวงมหาดไทย มีคำเตือนพื้นที่เสี่ยง ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง จากฝนตกหนักและฝนตกสะสมในพื้นที่ ในช่วงวันที่ 12-14 กันยายน 2561 โดยเฉพาะใน 8 ลุ่มน้ำ คือ   แม่น้ำน่าน (จังหวัดพิษณุโลก) แม่นํ้าป่าสัก (จังหวัดเพชรบูรณ์) แม่น้ำสงคราม (จังหวัดบึงกาฬ -สกลนคร- นครพนม) แม่น้ำห้วยหลวง (จังหวัดอุดรธานี) ลําน้ำยัง แม่น้ำชี (จังหวัดกาฬสินธุ์ ยโสธร อุบลราชธานี) แม่น้ำนครนายก (นครนายก) แม่น้ำปราจีนบุรี (ปราจีนบุรี) แม่น้ำบางปะกง (จังหวัดฉะเชิงเทรา)   ด้านผู้ว่ารายการจังหวัดกาญจนบุรี แจ้งปชช.ท้ายน้ำ เตรียมรับมวลน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ ที่จะขอเพิ่มปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนท่าทุ่งนา จากวันละ 28 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นวันละ 32 ล้านลูกบาศก์เมตร ตั้งแต่วันที่ 14-30 กันยายน 2561 ถือเป็นการระบายน้ำในปริมาณที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่เขื่อนฯ เปิดใช้งานมาในรอบ 37 ปี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/J8OQHh1dwuY

 1,197
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.ย. 61

ปภ. เตือนทั่วทุกภาคเฝ้าระวังฝนจนถึง 13 ก.ย. นี้

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยยังมีพื้นที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมรวม 9 จังหวัด พร้อมเตือนทั่วทุกภาค รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันจากฝนตกจนถึงวันที่ 13 กันยายนนี้   ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานหลังติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางพื้นที่ และฝนที่ตกสะสม อาจทําให้เกิดน้ําท่วมฉับพลัน น้ําป่าไหลหลาก และ ดินโคลนถล่ม จึงประสานแจ้งเตือนพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ แยกเป็น    ภาคเหนือ ที่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลําพูน ตาก สุโขทัย กําแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์   ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ ชัยภูมิ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อํานาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรนิ ทร์ และอุบลราชธานี   ภาคกลาง ที่ นครสวรรค์ ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา อุทัยธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี และ สมุทรสงคราม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล   ภาคตะวันออก ที่ นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด   ภาคใต้ ที่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และ ภูเก็ต   โดยย้ำให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 1-18 และ จังหวัด ปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน คือ   1.แจ้งประชาชนให้ติดตามข้อมูลสภาพอากาศ สภาพน้ําท่า จากทางราชการ 2. เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์โดยให้จังหวัดปฏิบัติตามหนังสือข้อสั่งการของกองบัญชาการ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติอย่างเคร่งครัด 3. ให้จังหวัดรายงานสถานการณ์ การเตรียมพร้อมและผลการปฏิบัติให้ทราบ หากเกิดสถานการณ์ ในพื้นที่ให้รายงานการปฏิบัติมายังกองอํานวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง   ทั้งนี้สำหรับภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วม นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. บอกว่า ยังมีพื้นที่ได้รับผลกระทบใน 9 จังหวัด ได้แก่ หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี นครนายก ปราจีนบุรี และเพชรบุรี รวม 39 อำเภอ 182 ตำบล 1,330 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 32,762 ครัวเรือน ซึ่ง ปภ. ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งด้านชีวิตความเป็นอยู่ในเบื้องต้น พร้อมระดมเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย แก้ไขปัญหาอุทกภัยควบคู่กับการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว  

 2,266

Top