ค้นหา :

ผลการค้นหา "กฟภ"

สังคม
13 พ.ย. 62

กฟภ. ไม่นิ่งนอนใจ เตรียมมอบเงินเยียวยา 1 ล้าน สาวโดนสายไฟฟ้าแรงสูงช็อตจนเจ็บหนัก

หนุ่มโคราชโพสต์โซเชียลวอนช่วยเยียวยา หลังเมียถูกสายไฟฟ้าแรงสูงตกใส่ตัวถูกช็อกบาดเจ็บสาหัส หมดค่ารักษาไป 1 ล้านบาท เวลาผ่านมากว่า 2 เดือน ยังไม่มีใครรับผิดชอบ ล่าสุดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเตรียมมอบเงินเยียวยาเบื้องต้น 1 ล้านบาท   สมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Ester Chill ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอความยาวกว่า 1 นาที เป็นภาพวงจรปิดบริเวณหน้ารานสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง หน้าตลาดสดสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ขณะที่เกิดไฟช็อตแล้วสายไฟฟ้าแรงสูง 22,000 โวลต์ ตกใส่ นางมาลิณี วีระสุชาติ ภรรยาของผู้โพสต์ที่กำลังเดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่ตัวเองจอดไว้ ทำให้หญิงสาวคนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา โดยสมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊คดังกล่าวระบุฝากไปถึงผู้ใหญ่การไฟฟ้าให้ช่วยเร่งเยียวยาจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย เนื่องจากขณะนี้หมดค่ารักษาภรรยาไปเกือบ 1 ล้านบาท และเวลาก็ผ่านไปกว่า 2 เดือนแล้ว ทางครอบครัวยังไม่ได้รับการเยียวยาแต่อย่างใด   นางสาว มาลิณี วีระสุชาติ อายุ 38 ปี ผู้บาดเจ็บจากการถูกไฟฟ้าช๊อต ล่าสุดอาการบาดเจ็บดีขึ้น และขณะนี้ได้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว แต่ก็ยังคงเดินไม่สะดวก เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้นี้อาการบาดเจ็บดีขึ้นตามลำดับ แต่ยังมีปวดแสบแผลอยู่บ้าง และต้องไปโรงพยาบาลเพื่อล้างแผล และทำกายภาพอยู่เป็นประจำ ซึ่งตลอดระยะ 2 เดือนที่นอนโรงพยาบาลหมดค่ารักษาพยาบาลไปแล้วจำนวนกว่า 970,000 บาท ซึ่งตอนแรกทางตัวแทนการไฟฟ้าก็ได้มาเยี่ยมที่โรงพยาบาล และสอบถามค่ารักษาพยาบาลว่าเป็นจำนวนเท่าไหร่ แต่ช่วงนั้นตนยังไม่สามารถสรุปค่ารักษาพยาบาลได้ เพราะยังต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ และยังไม่ทราบค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน จนกระทั่งตนเองออกจากโรงพยาบาลแล้วตนจึงทำหนังสือเรียกค่าเสียหายไปยังทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสีคิ้ว แต่เรื่องกลับเงียบไม่มีการตอบกลับแต่อย่างใด ซึ่งตนอยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรับผิดชอบกับเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย   นายณัฐวรรธน์ อัครรุ่งเรืองกุล ผู้อำนวยการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อมรับผิดชอบเยียวยาค่าเสียหายทุกอย่าง เบื้องต้นทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เตรียมมอบเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลจำนวน 1 ล้านบาทให้กับผู้บาดเจ็บ ส่วนค่าเสียหายในส่วนอื่นๆ ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็จะเร่งเจรจากับทางผู้เสียหายต่อไป  

 8,476
ประชาสัมพันธ์
21 ส.ค. 62

pea ชี้แจงกรณีวางสายเคเบิลใต้ดินในพื้นที่วัดไชยวัฒนาราม

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ชี้แจงกรณีการวางสายเคเบิลใต้ดินในพื้นที่โบราณสถานของวัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยาว่าเหตุใดต้องรื้อแนวกำแพงอิฐที่มีอายุเก่าแก่กว่า 300 ปี ไม่เลือกใช้วิธีอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหาย ซึ่งกรมศิลปากรควบคุมดูแลการดำเนินงานในฐานะเจ้าของโครงการดังกล่าวชี้แจงกับสื่อมวลชนไปแล้ว นั้น   PEA ขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า ในฐานะคู่สัญญา ผู้ได้รับการว่าจ้างจากกรมศิลปากรในการก่อสร้างโครงการประดับไฟโบราณสถาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพท่องเที่ยวในยามค่ำคืน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีจำนวนทั้งสิ้น 9 วัด ซึ่ง PEA ได้รับการว่าจ้างให้ดำเนินการก่อสร้างโครงการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2561 กำหนดแล้วเสร็จในเดือน พฤศจิกายน 2562 โดยควบคุมการทำงานร่วมกัน ระหว่างเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร นักโบราณคดีและผู้ควบคุมงานของ PEA   สำหรับจุดที่มีปัญหาเป็นกำแพงที่เพิ่งผ่านการบูรณะขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่กำแพงอายุเก่าแก่กว่า 300 ปี และบริเวณดังกล่าวต้องมีท่อสายไฟฟ้าลอดผ่าน และจำเป็นต้องใช้เครื่องจักรกลตัดผ่านเพื่อวางระบบบริเวณกำแพงโดย PEA ขออนุญาตจากกรมศิลปากรในจุดที่มีแนวกำแพงระดับต่ำที่สุด เพื่อส่งผลกระทบต่อโบราณสถานให้น้อยที่สุด   ตามแผนงานก่อสร้างของ PEA หลังจากดำเนินการขุดวางสายเคเบิลใต้ดินแล้วเสร็จ จะคืนสภาพหน้างานให้มีสภาพสมบูรณ์ดังเดิมด้วยวัสดุใหม่ที่เป็นชนิดเดียวกัน   ทั้งนี้ PEA และกรมศิลปากร ตระหนักถึงความสำคัญของโบราณสถานที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ดังนั้น การดำเนินงานก่อสร้างโครงการดังกล่าวที่จะดำเนินการต่อไปให้แล้วเสร็จ PEA และกรมศิลปากรจะหามาตรการควบคุมดูแลการก่อสร้าง เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด  

 439
ประชาสัมพันธ์
15 ส.ค. 62

pea ลงนามสัญญาจ้างจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ feeder device interfaces (fdi) และอุปกรณ์วิทยุสื่อสาร สำหรับศูนย์สั่งการจ่ายไฟ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายไฟให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น

PEA ลงนามสัญญาจ้างจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ Feeder Device Interfaces (FDI) และอุปกรณ์วิทยุสื่อสาร สำหรับศูนย์สั่งการจ่ายไฟ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายไฟให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น       วันที่ 15 สิงหาคม 2562 เวลา 10.00 น. นายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เป็นประธานพิธีลงนามสัญญาจ้างจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ Feeder Device Interfaces (FDI) และอุปกรณ์วิทยุสื่อสาร สำหรับระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟ ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟ (คปศ.) ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคใต้ มีนายวัลลภ กิตติวิวัฒน์ รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในฐานะผู้อำนวยการโครงการฯ และนายสุธี จุฬานุตรกุล ประธานกรรมการ บริษัท พรีไซซ ซิสเท็ม แอนด์โปรเจ็ค จำกัด ร่วมลงนาม โดยมีผู้บริหาร PEA และผู้บริหารบริษัทฯ ร่วมพิธี ณ ห้อง Magic 2 ชั้น 2 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ กรุงเทพฯ     ไฟฟ้าถือเป็นสาธารณูปโภคที่สำคัญปัจจุบันมีการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกๆปี ผู้ใช้ไฟฟ้าจึงต้องการความมั่นคง และความน่าเชื่อได้ในการจ่ายกระแสไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) จึงได้นำระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟแบบอัตโนมัติ หรือระบบ SCADA มาประยุกต์ใช้ร่วมกับระบบโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อให้การควบคุมและแก้ไขระบบไฟฟ้าเป็นไปอย่างรวดเร็ว มั่นคงและมีประสิทธิภาพ     ปัจจุบันภาครัฐได้มีการส่งเสริมแหล่งผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนที่กระจายอยู่ทั่วไป ทำให้การปฏิบัติการด้านต่างๆในระบบไฟฟ้ามีความซับซ้อนมากขึ้น และจำนวนวงจรไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น PEA จึงได้เพิ่มจำนวน Feeder Device Interfaces (FDI) พร้อมเพิ่มคุณสมบัติรองรับระบบการจ่ายไฟที่มีความซับซ้อนมากขึ้น รวมทั้งได้มีการปรับปรุงเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสารให้มีความทันสมัย สามารถส่งข้อมูลไฟฟ้าขัดข้องกลับมายังศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งข้อมูลที่ละเอียดและเที่ยงตรงจากอุปกรณ์ Feeder Device Interfaces ช่วยให้กระบวนการวิเคราะห์และวางแผนระบบไฟฟ้ามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รองรับระบบไฟฟ้าในอนาคตที่มีความซับซ้อน และยังสอดรับกับแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้น การดำเนินงานด้านอุปกรณ์ Feeder Device Interfaces (FDI) และอุปกรณ์วิทยุสื่อสาร สำหรับระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟ จึงถือเป็นปัจจัยความสำเร็จที่  PEA ใช้เป็นรากฐานที่สำคัญของการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้่าอัจฉริยะ Smart Grid ต่อไปในอนาคต     ทั้งนี้ หากการจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ Feeder Device Interfaces (FDI) และอุปกรณ์วิทยุสื่อสาร สำหรับระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟแล้วเสร็จตามเป้าหมาย จะทำให้ PEA สามารถควบคุมการจ่ายไฟให้มีประสิทธิภาพและมั่นคงมากยิ่งขึ้น ลดระยะเวลาและพื้นที่ไฟดับให้น้อยลง เป็นระบบที่สามารถรองรับผลกระทบจากการเชื่อมต่อแหล่งจ่ายพลังงานทดแทนแบบกระจายตัวรูปแบบต่างๆ ที่จ่ายไฟเข้ามาในระบบจำหน่าย PEA มีเทคโนโลยีระบบสื่อสารที่ทันสมัยเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีสื่อสารในอนาคต รวมถึงการใช้ความถี่ใหม่สอดคล้องกับความถี่ที่ได้รับจัดสรรจาก กสทช. อีกทั้งอุปกรณ์ทั้งหมดถูกปรับเปลี่ยนเป็นโครงข่าย IP รองรับการก้าวไปสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลอย่างเต็มตัว      ข่าว :: แผนกสื่อสารภายในภายนอก กองสื่อสารองค์กร ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ภาพ :: แผนกผลิตสื่อโสตทัศน์ กองประชาสัมพันธ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์

 670
ประชาสัมพันธ์
19 มี.ค. 62

pea พร้อมสนับสนุนด้านระบบไฟฟ้า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

           ตามที่มีประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้ วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น. เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)                 นายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)เปิดเผยว่า PEA ได้เตรียมความพร้อมด้านระบบไฟฟ้าในวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ณ ศูนย์รวมคะแนนประจำอำเภอ ศูนย์รวมคะแนนประจำเขต และศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งประจำจังหวัด เพื่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ดังนี้            - จัดตั้งศูนย์อำนวยการและประสานงานด้านระบบไฟฟ้ารองรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ณ อาคารศูนย์สั่งการระบบไฟฟ้า สำนักงานใหญ่ และสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 12 เขต ทั่วประเทศ           - จัดทำแผนสนับสนุนวงจรจ่ายไฟฟ้าหลักและวงจรจ่ายไฟฟ้าสำรอง           - จัดเตรียมและติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจำนวน 920 เครื่อง  ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง (Emergency Light) ให้กับศูนย์รวมคะแนนประจำอำเภอ ศูนย์รวมคะแนนประจำเขตศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งประจำจังหวัด           - เตรียมความพร้อมล่วงหน้าในการรับสถานการณ์ที่อาจเกิดปัญหาไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง จัดทำแผนปฏิบัติการฉุกเฉิน เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในการแก้ไขปัญหา รวมทั้งจัดเตรียมความพร้อมด้านกำลังคน พัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องจักรกล ยานพาหนะ และเครื่องมือสื่อสาร ให้สามารถปฏิบัติงานได้ทันที   **************************************************************   ข้อมูล :  ฝ่ายควบคุมระบบไฟฟ้า ข่าว    :  แผนกสื่อสารภายในภายนอก กองสื่อสารองค์กร ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ภาพ   :  แผนกผลิตสื่อโสตทัศน์  กองประชาสัมพันธ์  ฝ่ายประชาสัมพันธ์              แผนกฐานข้อมูลประชาสัมพันธ์ กองสื่อสารองค์กร ฝ่ายประชาสัมพันธ์    

 908
เศรษฐกิจ
11 มี.ค. 62

pea แนะการใช้ไฟฟ้าช่วงฤดูร้อน เพื่อความปลอดภัยและประหยัดค่าไฟของประชาชน

               ในช่วงฤดูร้อน ประเทศไทยจะพบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด ซึ่งจะมีการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น  และเครื่องใช้ไฟฟ้าจะทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศเป็นเหตุให้ประชาชนเสียค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ตามไปด้วย นางกัลยา แตงเกษม ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรม  เพื่อช่วยให้ใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยเริ่มจากหมั่นดูแล บำรุงรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าให้พร้อมใช้งานและปลอดภัยอยู่เสมอล้างเครื่องปรับอากาศให้ปลอดจากฝุ่นละออง                 นอกจากนี้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้ามีส่วนสำคัญที่ทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้าตามมาตรการ ปิด-ปรับ-ปลด-เปลี่ยน โดยปิดไฟดวงที่ไม่ใช้ปรับลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศมาอยู่ที่ระดับ    26 องศาเซลเซียส ปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน เปลี่ยนไปใช้เครื่องปรับอากาศที่มีค่าประสิทธิภาพสูง (SEER) เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED แทนการใช้หลอดแบบไส้และเลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า  รวมถึง ควรใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรด้วยการปิดสวิตซ์และดึงปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ถ้าชำรุดต้องซ่อมแซมทันทีเพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรและติดตั้งสายดิน พร้อมเครื่องตัดไฟรั่วเพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้า                อย่างไรก็ตาม หากประชาชนท่านใดต้องการคำแนะนำเรื่องการดูแลรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือพบเห็นระบบจำหน่ายของ PEA ชำรุดเสียหายหรืออยู่ในสภาพไม่ปลอดภัยอย่าเข้าใกล้ ให้แจ้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่อยู่ในพื้นที่ของท่านหรือโทร 1129 PEA Call Center ตลอด 24 ชั่วโมง  

 1,766
เศรษฐกิจ
05 มี.ค. 62

pea ร่วมกับ ธนาคารกรุงไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการร่วมมือทางธุรกิจดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการพลังงาน (digital business cooperation for energy entrepreneurs)

           การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการร่วมมือทางธุรกิจดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการพลังงาน (Digital Business Cooperation for Energy Entrepreneurs)                วันนี้ (วันที่ 4 มีนาคม 2562 เวลา 10.00 น.) นายเขมรัตน์ ศาสตร์ปรีชา รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และนายกิตติพัฒน์ เพียรธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสายงาน สายงานธุรกิจภาครัฐ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการร่วมมือทางธุรกิจดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการพลังงาน (Digital Business Cooperation for Energy Entrepreneurs) ระหว่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กับ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ณ โถง ชั้น 1 อาคาร LED สำนักงานใหญ่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค                นายเขมรัตน์ ศาสตร์ปรีชา รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) กล่าวว่า PEA พัฒนาองค์กรให้เป็น Digital Utility ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาด้านพลังงานส่งเสริม การดำเนินธุรกิจใหม่ด้านพลังงานให้มีความทันสมัยในการให้บริการประชาชนได้ดียิ่งขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมรองรับ Disruptive Technology ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยและขยายการให้บริการไปสู่ระดับภูมิภาคในอาเซียนโดยร่วมกับธนาคารกรุงไทยฯ พัฒนา Feature “PEA Care & Service” โดย Feature นี้เป็นส่วนหนึ่งของ PEA HERO Platform ที่ให้บริการแบบครบวงจร One-stop Service สำหรับผู้ที่ต้องการใช้บริการปรับปรุงซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าด้วยการให้บริการที่สะดวกและรวดเร็ว ผ่านการให้บริการบน Digital Platform อีกทั้งยังได้รับการบริการที่เป็นไปตามมาตรฐาน น่าเชื่อถือและได้รับรองจาก PEA โดยโครงการนี้จะเริ่มเปิดทดลองให้บริการภายในปี 2562             นายกิตติพัฒน์ เพียรธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสายงาน สายงานธุรกิจภาครัฐ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทย ในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐ ที่ร่วมผลักดันนโยบาย Thailand 4.0 ของภาครัฐ โดยนำเทคโนโลยีมาให้บริการกับลูกค้าและประชาชน ประกาศยุทธศาสตร์ดิจิทัลสู่การเป็น Invisible Banking อย่างเต็มตัว เพื่อร่วมผลักดันประเทศไทย ให้ก้าวสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless society) พร้อมสนับสนุน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในการพัฒนา Feature “PEA Care & Service” รวมทั้งให้บริการด้าน Financial Solution กับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้บริการตรวจสอบระบบไฟ และซ่อมบำรุงอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อให้ได้รับความสะดวก รวดเร็วมากยิ่งขึ้น     ข่าว : แผนกสื่อสารภายในภายนอก กองสื่อสารองค์กร ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ภาพ : แผนกผลิตสื่อโสตทัศน์ กองประชาสัมพันธ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์  

 1,763
เศรษฐกิจ
20 ก.พ. 62

pea – กปภ. ลงนาม mou ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในระบบผลิต ส่งจ่ายน้ำประปา

                  วันนี้ (วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 14.00 น.) พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจโครงการส่งเสริมการลดใช้พลังงานไฟฟ้าในกระบวนการผลิต ส่งจ่ายน้ำประปาและระบบเกี่ยวเนื่องของการประปาส่วนภูมิภาค ระหว่าง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กับ การประปาส่วนภูมิภาค ณ ห้องประชุมราชสีห์ กระทรวงมหาดไทย โดยมีนายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นสักขีพยาน      ผู้ลงนาม ประกอบด้วย    - นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และรักษาการในตำแหน่งประธานกรรมการการประปาส่วนภูมิภาค      - นายชยพล ธิติศักดิ์ ประธานกรรมการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค     - นายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค      - นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค      มีคณะกรรมการและผู้บริหารการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการประปาส่วนภูมิภาคร่วมพิธี                   พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การบูรณาการความร่วมมือของการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เกิดจากความมุ่งมั่นของกระทรวงมหาดไทยในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานตามนโยบายของรัฐบาล โดยสนับสนุนให้ กปภ. และ PEA บูรณาการการใช้พลังงานทดแทนในกระบวนการผลิต ส่งจ่ายน้ำประปา และระบบเกี่ยวเนื่อง ซึ่งนอกจากจะทำให้ กปภ. ลดปริมาณการใช้พลังงานในกิจการประปาแล้ว ยังจะมีผลต่อการลดปริมาณการใช้พลังงานในภาพรวมของประเทศ คาดหวังว่าความร่วมมือของทั้งสองหน่วยงานเป็นตัวอย่างของรัฐวิสาหกิจที่สามารถประหยัดพลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรมและจะยกระดับสู่ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในอนาคต               นายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการ PEA เปิดเผยว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เป็นองค์กรชั้นนำที่ทันสมัยในระดับภูมิภาค มุ่งมั่นให้บริการพลังงานไฟฟ้าและธุรกิจเกี่ยวเนื่องอย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อถือได้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ด้วยภารกิจดังกล่าวนี้ PEA จึงได้ร่วมกับ กปภ.ดำเนินการส่งเสริมลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในระบบผลิต ส่งจ่ายน้ำประปาและระบบเกี่ยวเนื่องเพื่อให้เกิดการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพให้กับ กปภ. โดย PEA จะเป็นผู้ดำเนินการให้บริการในรูปแบบของการจัดการพลังงานแบบครบวงจร ได้แก่ การสำรวจ วิเคราะห์ ออกแบบและนำเสนอมาตรการประหยัดพลังงานสำหรับ กปภ. พร้อมทั้งดำเนินการจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ และประเมินผลการประหยัดพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการใช้พลังงานไฟฟ้าให้กับ กปภ. และสนับสนุนนโยบายการอนุรักษ์พลังงานของประเทศชาติ                  PEA จะดำเนินการออกแบบและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ให้กับสถานีจ่ายน้ำของการประปาส่วนภูมิภาค ซึ่งจะดำเนินการโครงการนำร่องกับสถานีส่งจ่ายน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและขยายผลออกไปอีกไม่น้อยกว่า 40 แห่ง คาดว่าจะลดการใช้ไฟฟ้าของสถานีส่งจ่ายน้ำได้ไม่น้อยกว่า 30 %               นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้ว่าการ กปภ. เปิดเผยว่า ภารกิจในการผลิต ส่งจ่ายน้ำประปา และให้บริการน้ำสะอาดมาตรฐานสากลแก่ประชาชนใน 74 จังหวัดทั่วประเทศของ กปภ.นั้น ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าสนับสนุนกระบวนการผลิตและจ่ายน้ำประปาในปริมาณสูงมาก ดังนั้น เพื่อตอบสนองนโยบายกระทรวงมหาดไทย กปภ.จึงร่วมมือกับ PEA ร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการอนุรักษ์พลังงานให้ปรากฏเป็นรูปธรรม ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว การนำเทคโนโลยีทันสมัยมาประยุกต์ใช้ลดต้นทุนการใช้ไฟฟ้าของ กปภ.อย่างชัดเจน ยังช่วยลดต้นทุนในระบบผลิตส่งจ่ายน้ำประปาของ กปภ. ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากร แลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการและเพิ่มประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยความร่วมมือนี้จะมีการขยายผลสู่ กปภ. 234 สาขาทั่วประเทศต่อไป        

 846
ปากท้องร้องทุกข์
01 ก.ค. 59

กฟภ.จับมือหลายหน่วยงาน จัดระเบียบสายไฟ-สายเคเบิ้ลระโยงระยาง หลังชาวบ้านร้องเรียน

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคชี้แจงภาพสายไฟในลักษณะระโยงระยางที่เกิดขึ้นหลายจุดในประเทศไทย หลังบิล เกตส์ นักธุรกิจชื่อดังชาวสหรัฐ ได้โพสต์ภาพสายไฟฟ้าและวิจารณ์ว่าโครงสร้างพื้นฐานที่มีข้อบกพร่อง ทั้งนี้ทาง กฟภ.ชี้แจงว่าสายดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นสายเคเบิ้ลทางการสื่อสาร เช่น สายโทรศัพท์ สายอินเตอร์เน็ต ที่การไฟฟ้าอนุญาตให้พาดผ่าน ซึ่งได้มีการบันทึกความตกลงที่จะจัดระเบียบเพื่อนำสายไฟลงดินเพื่อความเป็นระเบียบ โดยจะนำร่องในเมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่ พัทยา หาดใหญ่ คาดจะเสร็จสิ้นภายใน 5 ปี    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5H2MessklFs    

 2,883

Top