ค้นหา :

ผลการค้นหา "กรมการขนส่ง"

สังคม-อาชญากรรม
09 ส.ค. 61

แท็กซี่ผีเข้ายันไม่ได้เพี้ยน แค่อยากหลอกผู้โดยสารหยุดแคะขี้มูกในรถ ขนส่งจับตรวจสุขภาพจิต

จากกรณี ผู้โดยสารผวาขึ้นแท็กซี่กลางดึก เจอคนขับมีพฤติกรรมสุดหลอน พึมพำกลัวผีอำตลอดทาง จนชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความเห็นว่าเคยขึ้นรถแท็กซี่คันนี้ และเจอพฤติกรรมหลอนๆ แบบเดียวกัน หวั่นเกิดเหตุไม่คาดฝัน ขณะที่หลายคนสงสัยว่ามีอาการทางจิตหรือแกล้งผู้โดยสารกันแน่   ล่าสุดนายโอวาท หรือ อ้อย แท็กซี่คนนี้ก็เข้ารายงานตัวกับนายสุกรี  จารุภูมิ ผอ. กองตรวจการขนส่ง และเปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า ขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น  ยืนยันว่าตนไม่ใช่คนวิกลจริต หรือมีญาณพิเศษใดๆทั้งสิ้น แต่ที่เห็นพฤติกรรมบ่นพึมพำเพ้อเจ้อคล้ายผีเข้านั้น ต้องการหลอกให้ผู้โดยสาร หยุดพฤติกรรมการแคะขี้มูกในรถ โดยตอนแรกก็บอกให้ผู้โดยสารคนนี้หยุดแคะขี้มูก เพราะสกปรก แต่ก็ไม่หยุด จึงแกล้งทำเป็นผีเข้า ร้องไห้บ้าง บ่นพึมพำบ้าง ยกมือไหว้บ้าง เพื่อให้ผู้โดยสารหยุดการกระทำแต่ก็ไม่หยุด   ส่วนเงินที่ให้ใส่ขัน หรือวางที่เบาะรถนั้น เพราะมือของผู้โดยสารเลอะขี้มูก ตนรู้สึกสกปรก จึงให้วางเงินไว้ และไม่แตะเงินนั้น จะนำไปใช้ต้องไปฝากธนาคาร ก่อนจะถอนเงินนั้นมาใช้ ที่ผ่านมาเวลารับผู้โดยสารแต่ละคนก็มีพฤติกรรมแคะขี้มูกในรถมาตลอด ทำให้ตนต้องทำพฤติกรรมแบบนั้น   นอกจากนี้ นายอ้อยกล่าวว่ายึดอาชีพขับรถแท็กซี่มากว่า10ปีจนผ่อนรถหมด แต่ก่อนไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้ แต่มาระยะหลังเจอแต่ผู้โดยสารแคะขี้มูก และแกล้งตนตลอด ในอดีตเคยขับรถรับส่งคนงานในโรงงาน ก็พบผู้โดยสารแคะขี้มูกเช่นกัน แต่ในรถโดยสารไม่ได้ใกล้ชิดกันกับคนขับ จึงไม่ได้ทำพฤติกรรมแบบนี้   สำหรับขั้นตอนการดำเนินการของกรมการขนส่ง นายสุกรี จารุภูมิ ผอ กองการขนส่งระบุว่า ช่วงนี้ก็ให้นายอ้อยพักการขับรถไปก่อน และนำไปตรวจร่างกาย สภาพจิตใจ ว่าผ่านเกณฑ์ของกรมขนส่งหรือไม่ ซึ่งใบขับขี่ของนายอ้อยจะหมดอายุในเดือนกันยายน หากผลการตรวจของแพทย์ หากแพทย์ระบุว่ามีอาการป่วยก็จะไม่สามารถตอใบอนุญาติได้    นอกจากนี้ยังประสานไปยังสหกรณ์ต้นสังกัด  ให้ช่วยตรวจสอบการรับคนขับแท็กซี่ให้ละเอียดมากขึ้นเพื่อป้องกันไมให้เกิด ปัญหาแบบนี้ซ้ำอีก ที่ผานมาสถิติของแท็กซี่ที่มีลักษณะอาการพูดจาเพ้อเจ้อหรือไม่เหมาะสมแบบนี้ เพียง1%เท่านั้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GdTGGbJXlKw

 7,957
แชร์ออฟเดอะเดย์
12 เม.ย. 61

ขนส่งปรับ 1 พัน-อบรม 3 ชม. กระเป๋ารถเมล์สาย 124 มีปากเสียง อ้างโดนจับก้น ก่อนไล่คนแก่ลงจากรถ

โลกออนไลน์แชร์คลิป คนขับและกระเป๋ารถเมล์สาย 124 วิ่งจากสนามหลวง-ศาลายา มีปากเสียงและเข้ามาทำร้ายผู้โดยสารชายสูงอายุรายหนึ่ง พร้อมไล่ให้ลงจากรถ บริเวณหน้าห้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้า   ในเวลาต่อมาคนขับและกระเป๋ารถเมล์ที่ปรากฏในคลิปเดินทางเข้าพบนายสุกรี จารุภูมิ ผู้อำนวยการกองตรวจการขนส่งทางบก เผยว่าระหว่างที่ชายคนดังกล่าวขึ้นรถ ก็มาจับก้น 1 ครั้ง ก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะคิดว่าเซเลยมาโดน แต่หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวกลับมายืนบริเวณด้านหน้าประตูรถ ตัวเองเห็นว่าจะเกิดอันตรายจึงบอกให้เดินเข้าไปด้านใน แต่กลับไม่เดินเข้าไปและพูดไม่รู้เรื่อง จึงเกิดการโต้เถียงกันตามที่ปรากฏในคลิป   ขณะที่คนขับรถเมล์ยืนยันว่า ไม่ได้เข้าไปทำร้ายร่างกาย แจงแค่ลุกจากที่นั่งคนขับ เดินเข้ามาห้ามเท่านั้น   ทั้งนี้ที่คนที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่า ชายวูงอายุไม่ได้จับก้น เอามือจับเสาประตูทางขึ้นตลอดเวลา แต่ข้างในคนแน่นมาก ทำให้ขยับไม่ได้ จึงโต้เถียงกัน กระเป๋ารถเมล์ได้เหยียบเท้า จ้องหน้า และไล่ลงจากรถ ส่วนประเด็นที่ว่าคนขับเข้าไปชกนั้น ก็เห็นว่ามีการกระชากและชกต่อยกันจริง แต่ชายสูงอายุหลบ ก็เลยไม่แน่ใจว่าโดนตัวหรือไม่   อย่างไรก็ตามทางกระเป๋ารถเมล์ได้ถูกลงโทษเปรียบเทียบปรับ 1,000 บาท พร้อมอบรม 3 ชั่วโมง ส่วนคนขับนั้นจากการสอบถามเเละดูพยานหลักฐานเเล้วพบว่า ไม่ได้กระทำความผิดที่ไปต่อยผู้โดยสารตามที่ปรากฎจึงไม่ได้ดำเนินคดีเเต่อย่างใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F2oox8pnUJY

 8,080
แชร์ออฟเดอะเดย์
20 ธ.ค. 60

เรื่องนี้ถึงกรมขนส่งแล้ว! วิน จยย.หน้าเลือดโขกราคาโหดงานรับปริญญา คิด 500 บาท อ้างเป็นค่าจอด+ดูแลรถ

facebook ของผู้ใช้ชื่อภากร ธิยะใจ โพสต์คลิปวีดีโอ เหตุการณ์ขณะที่ผู้โพสต์ กำลังต่อรองราคากับคนขับวินมอเตอร์ไซค์ โดยสุดท้ายต้องจ่ายค่าโดยสารไปเป็นเงิน 500 บาท ฟังจากบทสนทนา สรุปได้ว่า เงิน 500 บาทนี้ เป็นค่าโดยสาร รวมกับค่าที่จอดรถ   โดยผู้โพสต์เล่าเหตุการณ์ว่า ตนไปงานรับปริญญาที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ย่านรังสิต แต่เนื่องจากที่จอดในมหาวิทยาลัยเต็ม จึงต้องจอดไว้รอบนอก โดยมีวินมอเตอร์ไซค์ในคลิป เป็นผู้หาที่จอดให้ แล้วขี่รถมาส่งในมหาวิทยาลัย สุดท้ายถูกโขกค่าโดยสารแพงถึง 500 บาท อ้างว่าเป็นราคาเหมาจ่าย ค่าโดยสาร 300 บาท ค่าจอดรถ 100 บาท และค่าดูแลรถอีก 100 บาท   ทีมข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถาม นายภากร ธิยะใจ อายุ 30 ปี เล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตนกับเพื่อน รวม 2 คน ไปงานรับปริญญาของเพื่อน ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ โดยเพื่อนแจ้งว่า ในมหาวิทยาลัยไม่มีจอดรถเพราะเต็มหมดแล้ว ต้องยอมจอดด้านนอก ซึ่งก็น่าจะถูกเรียกเก็บค่าจอดค่อนข้างแพง ตนก็ได้เตรียมใจมาบ้างแล้ว   แต่ปรากฎว่าตอนที่กำลังหาที่จอด มอเตอร์ไซค์รับจ้างคันดังกล่าว ขี่มาประกบข้างๆ ตนจึงลดกระจกถาม ว่าจอดรถตรงไหนได้บ้าง คนขับวินบอกให้ตนจอดริมถนน หน้าร้านคาร์แคร์ หลังจากจอดรถตนก็ถามว่า จะขอนั่งวินเข้าไปในมหาวิทยาลัย คิดค่าโดยสารเท่าไหร่   คนขับวินบอกว่า ค่าโดยสารคนละ 150 บาท ซ้อนไปรอบเดียว 2 คน ก็รวมเป็น 300 บาท และขอคิดค่าจอดรถด้วย 100 บาท เบ็ดเสร็จ 400 บาท  ตอนนั้นตนต้องรีบเข้าไปในมหาวิทยาลัย เพราะกลัวจะไม่ทันเพื่อน จึงรีบตอบตกลง แต่ปรากฎว่าพอมาถึง คนขับวินกลับบอกว่า ต้องจ่ายทั้งหมด 500 บาท เพิ่มค่าดูแลรถอีก 100 บาท   ตอนนั้นตนพยายามไม่ตอบโต้ หรือมีปากเสียง เพราะกลัวว่ารถที่จอดไว้จะเป็นอันตราย จึงยอมจ่ายเงิน แต่ก็ได้ถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน ยิ่งมาทราบภายหลังว่า คนขับวินดังกล่าว ไม่ใช่วินในพื้นที่ เพราะตอนขากลับ ตนใช้บริการวินภายในมหาวิทยาลัย คิดค่าโดยสารค่า 50 บาทเท่านั้น   เรื่องดังกล่าว กรมการขนส่งทางบก ได้ติดต่อไปยังนายภากรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้รับข้อมูลของคนขับวินในคลิป ไปตรวจสอบ ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาสอบสวนต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Xu5DLNTPYyE  

 20,141
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
20 ก.พ. 60

กรมการขนส่งพร้อมเดินหน้านโยบายติดกล้องหน้ารถยนต์

กรมการขนส่งทางบกขานรับนโยบายติดกล้องหน้ารถยนต์ลดอุบัติเหตุจากรัฐบาล รองอธิบดีฯชี้กำลังดูผลกระทบก่อนตั้งคณะกรรมการศึกษาร่วมกัน หากเป็นมาตราการเร่งด่วนขนส่งฯพร้อมปฏิบัติตาม   นายณันทพงศ์ เชิดชู รองอธิบดีกรมการขนส่งฝ่ายปฏิบัติการ กล่าวถึงแนวทางลดอุบัติเหตุโดยติดตั้งกล้องหน้ารถยนต์ ว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลและผลกระทบ ซึ่งการบังคับให้รถยนต์ต้องมีกล้องถือเป็นอุปกรณ์ส่วนพ่วงจึงต้องอาศัยกฏหมายเข้ามาควบคุมสั่งการหรืออาจออกเป็นประกาศกฏกระทรวง พร้อมทั้งจะต้องผ่านความเห็นร่วมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง ทั้งนี้เมื่อรัฐบาลออกเป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อให้มีการติดตั้งกล้องหน้ารถยนต์เป็นมาตรการลดอุบัติเหตุ กรมการขนส่งก็พร้อมดำเนินการตามลำดับต่อไป   ขณะเดียวกัน ในวันนี้ทีมข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจตลาดกล้องติดหน้ารถยนต์พบว่า ส่วนใหญ่ราคาเริ่มต้นที่ 300 - 3000 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของอุปกรณ์กล้องนั้นๆ โดยจากการสอบถามผู้ประกอบการพบว่าประชาชนมักเลือกซื้อกล้องราคาเฉลี่ย 300-1500 บาท โดยต้องจะมีคุณภาพความคมชัดอยู่ที่ 750P ขึ้นไป ถ่ายภาพเคลื่อนไหวโหมดกลางคืนได้ และที่สำคัญส่วนกล้องต้องมีขนาดเล็กไม่บดบังทัศนวิสัยบริเวณกระจกหน้ารถ     ข่าวที่เกี่ยวข้อง    

 4,792
แชร์ออฟเดอะเดย์
06 มิ.ย. 59

ผู้โดยสารอัดคลิปโชเฟอร์รถเมล์กระดกเบียร์ตอนขับรถ ขนส่งเร่งตรวจสอบ

โลกออนไลน์แห่แชร์คลิปจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ลาออก'จากความเป็น'กู ชีวิต'แสนน่าเบื่อ เป็นคลิปจากกล้องโทรศัพท์มือถือคนขับรถเมล์กระดกเบียร์ตอนขับรถ พร้อมเปิดเสียงเพลงดังลั่นรถ กระเป๋ารถเมล์สูบบุหรี่ และรถเคลื่อนตัวออกไป ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นคลิปเก่าหรือใหม่ และรถคันดังกล่าวเป็นรถเมล์สายใด ทางกรมการขนส่งเร่งไล่ล่าตัวมาสอบสวน วอนแจ้งเบาะแสได้ที่ 1584 ตลอด 24 ชม.

 1,909

Top