ค้นหา :

ผลการค้นหา "ร้านขนมปัง"

สังคม-อาชญากรรม
09 ม.ค. 62

ดีเดย์วันแรก! กฎหมายคุมไขมันทรานส์ หากตรวจพบมีโทษทั้งจำ-ปรับ

วันนี้ดีเดย์วันแรกของการบังคับใช้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ห้ามผลิต นำเข้า และจำหน่ายอาหารและผลิตภัณฑ์ทุกชนิดต้องไม่มีส่วนผสมของไขมันทรานส์ หากตรวจพบมีโทษทั้งจำและปรับทันที   (9 ม.ค. 62) นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า การบังคับใช้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 388 พ.ศ.2561 กำหนดห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน และอาหารที่มีน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนเป็นส่วนประกอบ ซึ่งเป็นมาตรการที่หลายประเทศกำหนดไว้เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค เนื่องจากข้อมูลเชิงวิชาการพิสูจน์แล้วว่า น้ำมันที่มีกระบวนการผลิตดังกล่าว เป็นแหล่งเกิดไขมันทรานส์ ที่ส่งผลต่อสุขภาพ เสี่ยงเกิดโรคไม่ติดต่ออย่างโรคหัวใจและหลอดเลือดได้    ในส่วนของผู้ประกอบการ ได้มีการปรับปรุงสูตรผลิตอาหารและผลิตภัณฑ์ปราศจากน้ำมันทีี่ผ่านกระบวนการดังกล่าว หลังจากนี้ทาง อย. จะมีการออกสุ่มตรวจผลิตภัณฑ์กลุ่มเสี่ยง อย่างเช่น เนยเทียม เนยขาว ขนมอบ และโดนัท ในท้องตลาด    หลังจากนี้จะคุมเข้มการลักลอบนำเข้าผ่านทางประเทศเพื่อนบ้าน โดยกำชับให้สำนักด่านอาหารและยา ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ตรวจสอบและควบคุมการนำเข้า ในกรณีที่พบการฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 2 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 20,000 บาท    คำแนะนำสำหรับประชาชนผู้บริโภค หากไม่แน่ใจว่าอาหารหรือผลิตภัณฑ์ที่บริโภคมีส่วนผสมไขมันทรานส์หรือไม่ สามารถตรวจสอบฉลากโภชนาการที่ระบุเอาไว้ หากพบความผิดปกติหรือมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ด่วน อย.1556    ข่าวที่เกี่ยวข้อง สธ.ประกาศ ห้ามผลิต-นำเข้า-จำหน่าย ไขมันทรานส์ กระทบวงการ 'เบเกอรี่-ฟาสต์ฟู้ดส์-กาแฟ'

 1,198
สังคม-อาชญากรรม
27 ธ.ค. 60

แก๊งโจ๋รุมฆ่าชายพิการขายขนมปังโดนคุก 12-19 ปี ทนายเหยื่อติดใจไม่ได้รับโทษสูงสุด เตรียมยื่นอุทธรณ์

จากกรณีเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2559 ที่นายพีรพล หรือเปา ยศพงศ์อนันต์ กับพวกรวม 7 คน ได้ร่วมกัน บุกเข้าไปในบ้านพักของนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการ อาชีพขายขนมปัง ที่ย่านโชคชัย 4 แล้วรุมแทงจนถึงแก่ความตาย และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมและส่งตัวฟ้องต่ออัยการ ในฐานความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่น , ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธ และร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธในข้อกล่าวหาดังกล่าว   ล่าสุดที่ห้องพิจารณา 813 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นัดฟังคำพิพากษาคดีอัยการ ฟ้องนายพีรพล ยศพงศ์อนันต์ หรือ เปา นายพีรพล ยศพงศ์อนันต์ , นายอัครเดช ทัศนะ , นายมนต์มนัส แสงโพธิ์, นายจตุพร จันทร์โสภา , นายเมฆ พลไกรษร , นายอรินทร์ ยศพงศ์อนันต์ และ น.ส.ณัฐณิชา ฤทธิ์ล้ำเลิศ เป็นจำเลยที่ 1-7 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ,ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธ ,และร่วมกันพกพาอาวุธมีดไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุอันควร    ในส่วนของจำเลยให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เมื่อถึงเวลาศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จากภาพกล้องวงจรปิดและภาพนิ่ง มีความสอดคล้องกันกับคำให้การของพยานอีกทั้งเวลาเกิดเหตุมีแสงสว่างชัดเจน อีกทั้งพยานโจทก์ที่นำมาเบิกความไม่มีความขัดแย้งกับจำเลย จึงเชื่อว่าจำลยกระทำผิดจริงจึงพิพากษาจำคุก จำเลยที่ 2,4,6 ในข้อหาบุกรุก จำคุก 1 ปี /ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จำเลยที่ 1,2,3,6 จำคุก 18 ปี / ข้อหาช่วยเหลือสนับฆ่าผู้อื่น จำคุก จำเลย 4,5,7 จำนวน 12 ปี และข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในเมือง จำเลยที่ 1,2,3,6 ปรับ 1 พันบาท โดยโทษรวมให้จำคุกจำเลยที่ 1,3 จำนวน 18 ปี ปรับ 1 พันบาท /จำคุกจำเลยที่ 2,6 จำนวน 19 ปี ปรับ 1 พันบาท / จำคุกจำเลยที่ 4,5,7 จำนวน 12 ปี ปรับ 1 พันบาท และจำเลยที่ 2,3,6 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 5 แสนบาท และอีกทั้งให้จำเลยที่ 4,5,7 ร่วมกับจำเลยที่ 1,2,3,6 ชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ร่วมหรือมารดา จำนวน 2 แสน ห้าหมื่นบาท   ด้านนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความผู้เสียหาย ระบุว่าในวันนี้รู้สึกพอใจคำตัดสินของศาล แต่ติดใจการทำงานของพนักงานสอบสวนและอัยการบางท่านที่มีการให้ความเห็นว่า พฤติการณ์ของคดีนี้ที่ไม่เข้าข่ายฆ่าโดยไตร่ตรอง และไม่มีการส่งฟ้องในประเด็นนี้ ทั้งที่ในวันนี้ศาลมีการพิเคราะห์ในพฤติการณ์ของผู้ต้องหาทั้งหมด ในประเด็นการโทรตามพวก และให้นำอาวุธมีดมาทำร้ายผู้ตาย ซึ่งถือว่าเข้าข่ายการไตร่ตรอง แต่พนักงานสอบสวนไม่ได้ยื่นฟ้องในข้อหานี้ ทำให้ไม่ได้รับโทษสูงสุด คือการประหารชีวิต ต่อจากนี้จะยื่นอุทธณ์ในอัตราโทษที่จำเลยได้รับ ที่ส่วนตัวมองว่าควรให้ได้รับโทษมากกว่านี้   ส่วนนางทองคำ ศรีจันทร์ มารดาของนายสมเกียรติ ซึ่งเดินทางมาฟังคำพิพากษา พร้อมทนาย ระบุว่า รู้สึกพอใจคำตัดสินของศาล ขอบคุณที่ให้ความเป็นธรรมกับครอบครัว ตอนนี้รู้สึกพอใจและจะเตรียมเผาศพลูกชาย ตามพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KDI2m9_7btw    

 12,795
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
26 ธ.ค. 60

'ชูวิทย์มีเรื่องเล่า' เกาะติดศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดี 7 โจ๋รุมฟันชายพิการร้านขนมปัง

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ติดตามคดีกลุ่มวัยรุ่นชาย 6 คนและหญิง 1 คนก่อเหตุสะเทือนใจอย่างอุกอาจรุมทำร้ายชายพิการ พ่อค้าขายขนมปังจนถึงแก่ชีวิต ย่านโชคชัย 4   โดยวันนี้ (26 ธ.ค.60) ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก จะนัดฟังคำพิพากษาคดีดังกล่าว ในความเป็นผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธ และร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุอันควร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 , 362 , 364 , 365 , 371 ซึ่งมารดาผู้ตาย โจทก์ร่วม ก็ได้เรียกค่าเสียหายทางแพ่งด้วย 1 ล้านบาท   ล่าสุดศาลตัดสินลงโทษ จำคุก 7 โจ๋รุมฟันชายพิการ 19 ปี ชดใช้เงิน 7.5 แสนบาท อ่านเพิ่มเติมคลิก http://morning-news.bectero.com/social-crime/26-Dec-2017/116407   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-_Warm3CDG4    

 26,548
ต่างประเทศ
25 ต.ค. 59

ลูกค้าสะพรึง หนูตัวโตวิ่งบนถาดขนมปังอบใหม่ กลางร้านเบเกอรี่ในมาเลย์

ร้านเบเกอรี่ในกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย แถลงขอโทษหลังลูกค้าโพสต์ภาพสะพรึงลงบนเฟซบุ๊ก เมื่อมีหนูขนาดใหญ่วิ่งบนถาดขนมปังที่อบใหม่ในร้าน ผู้จัดการร้านขนม Komugi ระบุทางเราได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวทันทีที่ภาพดังกล่าวถูกแชร์ในโลกออนไลน์ พร้อมทั้งจะรับประกันความสะอาดและคุณภาพของสินค้าให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ทั้งนี้รูปของหนูตัวใหญ่วิ่งบนถาดขนมปังที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ถูกแชร์อย่างแพร่หลายในชาวเน็ตมาเลเซีย จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Melon Roux โดยเธอไม่ได้บอกชื่อร้าน แต่ภาพเส้นสีเหลืองอันเป็นสัญลักษณ์เฉพาะ ทำให้ผู้บริโภคจำได้ว่าร้านดังกล่าวคือร้าน Komugi ร้านเบเกอรี่มีชื่อเสียงในกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย สร้างความสะพรึงให้กับผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่ง ก่อนที่ทางร้านจะออกมาแถลงขอโทษในที่สุด ข้อมูลจาก Straitstimes

 4,155
แชร์ออฟเดอะเดย์
20 ก.ย. 59

ญาติชายพิการร้านขนมปังพูดไม่ออก แก๊งโจ๋ขึ้นศาลส่งทนายสู้ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

จากกรณีกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายชายขาพิการร้านขนมปัง ในซอยโชคชัย 4 จนเสียชีวิต จนถูกตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ล่าสุด กลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดได้ส่งทนายสู้คดี และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ศาลอาญาจึงจะนัดไต่สวนคดีใหม่ในวันที่ 19 ธ.ค. 2559 เพราะต้องการให้โอกาสจำเลยทบทวนใหม่ เนื่องจากแผลที่ผู้เสียชีวิตถูกทำร้ายสามารถทำให้ถึงตายได้ หากจำเลยจะต่อสู้ว่าบันดาลโทสะหรือป้องกันตัวก็เชื่อได้ยาก แต่ถ้ายอมรับสารภาพ โทษจะเบาลง เพราะจำเลยยังอยู่เป็นเยาวชน ด้าน นายเมธัส ผลประเสริฐ หลานชายซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “สวัสดีครับวันนี้ผมจะแจ้งถึงความคืบหน้าวันนี้นะครับ 1.จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ 2.ศาลคัดค้านการประกันตัว 3.จำเลยไม่มีความสลดหรือรู้สึกผิด(คหสต.)ครับ 4.จำเลยตั้งทนายสู้ไม่ต่ำกว่า2คน(วันนี้มา2คน) 5.ศาลเน้นว่าจำเลยเป็นเยาวชนต้องให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดีสู่สังคม 6.นัดอีกทีวันที่19 ธ.ค.59 ให้จำเลยเตรียมความพร้อมว่าจะสู้หรือรับ #ไม่ว่าศาลจะตัดสินอย่างไรเราก็ต้องยอมรับถึงแม้ว่า….#ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกผ่านตัวอักษรได้อย่างไรมันแน่นอยู่ข้างใน”   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hNHrmsjipIs    

 10,475
สังคม-อาชญากรรม
14 ก.ค. 59

7 โจ๋ฆ่าชายพิการปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทนายห่วงเรื่องประกันตัวเหตุเคยมีการข่มขู่เอาไว้

7 โจ๋ ฆ่าชายพิการส่งขนมปัง ให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา หลังศาลนัดสอบคำให้การ ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน 19 กันยายนนี้ ด้านทนายยังคงกังวลเรื่องการประกันตัว   เจ้าหน้าควบคุมตัวนายพีระพล หรือเปา ยศพงษ์อนันต์ และพวกรวม 7 คน มาที่ศาลอาญา รัชดา เพื่อนัดสอบคำให้การจำเลยในคดีที่ อัยการกองคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้องฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นหลังจำเลยกับพวกร่วมกันทำร้ายร่างกายนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ อายุ 36 ปี ชายพิการอาชีพส่งขนมปังจนเสียชีวิต ย่านโชคชัย 4 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายอนันต์ชัย ไชยเดช กล่าวว่า ในวันนี้ผู้ต้องหาให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา ทั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา บุกรุกเคหสถาน และพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งก็ถือเป็นผลดี เพราะว่าศาลสามารถพิจารณาอัตราโทษในขั้นสูงสุดได้ ส่วนการฟ้องในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ส่วนตัวไม่หวังแล้ว แต่จะนำหลักฐานสืบเพื่อให้เห็นเจตนา ซึ่งศาลสามารถใช้ดุลยพินิจนำไปใช้ในการตัดสินคดีได้ โดยยอมรับว่ารู้สึกกังวลในประเด็นของการประกันตัวเนื่องจากเคยถูกกลุ่มผู้ต้องหาขู่ไว้    หลังจากนี้ศาลจะนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 19 กันยายนนี้ ส่วนผู้เสียหายนอกจากการเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมในคดีก็จะมีการฟ้องแพ่งฐานละเมิด เพื่อเรียกค่าเสียหายจากผู้ปกครองของจำเลย 4 คน ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ นางธันยชนก ศรีจันทร์ พี่สาวของผู้เสียชีวิต ระบุว่า สิ่งที่เป็นกังวลก็คือเรื่องของการประกันตัว ซึ่งครอบครัวก็ยังคงมีความหวาดระแวง และยืนยันจะยังไม่เผาศพน้องชายจนกว่าคดีจะสิ้นสุด

 10,945
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ค. 59

ทนายอนันต์ชัย ยื่นหนังสือศาลอาญาขอเป็นโจทย์ร่วมฟ้อง 7 โจ๋ ฆ่าชายพิการ

คืบหน้าคดีวัยรุ่น 7 คนรุมทำร้ายชายพิการจนเสียชีวิต ล่าสุดวันนี้อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา ในข้อหา "ฆ่าคนตายโดยเจตนา" พร้อมระบุ ไม่เข้าข่ายฆ่าโดยไตร่ตรอง ด้านทนายความเตรียมยื่นเอกสารขอเป็นโจทย์ร่วมฟ้องแทน   นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความทางญาติของนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายขาพิการอาชีพขายขนมปังที่เสียชีวิต จากการถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายในซอยโชคชัย 4 เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เดินทางมาที่ศาลอาญาพร้อมกับแม่และหลายชาย ของชายพิการที่เสียชีวิตเพื่อรับฟังการพิจารณาของศาล โดยวันนี้อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องวัยรุ่นทั้ง 7 คน ในความผิดฐาน รวมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญาอาญามาตรา 288 และพกพาอาวุธมีดติดตัวไปในเมืองโดยไม่มีเหตุอันควร   โดยนายอนันต์ชัย ทนายความ ระบุวันนี้เดินทางมายื่นขอเป็นโจทย์ร่วมกับอัยการฟ้องผู้ต้องหาในคดีเดียวกับอัยการ แต่ต้องการให้ได้รับโทษสูงสุด เนื่องจากเป็นคดีที่อุกฉกรรณ์ และกลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์ข่มขู่พยาน จึงขอคัดค้านการประกันตัว ซึ่งหลังจากนี้จะต้องไปรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเสนอให้ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ต้องหาต้องได้รับโทษสูงสุด ส่วนการฟ้องร้องทางแพ่งเตรียมฟ้องร้องกับพ่อแม่ของผู้ต้องหาในฐานะที่เป็นผู้ปกครองโดยเรียกค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

 5,888
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 59

อัยการสั่งฟ้อง 7 โจ๋ ฆ่าชายพิการร้านขนมปัง 'โดยเจตนา' ชี้ไม่เข้าข่าย 'ฆ่าโดยไตร่ตรอง'

อัยการสูงสุดแถลงยันตามพนักงานสอบสวน ไม่แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง กับ 7 ผู้ต้องหา ที่รุมฆ่าคนพิการในพื้นที่ สน. โชคชัย ระบุเป็นการกระทำผิดที่เกิดขึ้นซึ่งหน้า ไม่ใช่การเตรียมการวางแผนล่วงหน้า พร้อมเผย เตรียมส่งฟ้องพุธนี้ และคัดค้านการประกันตัวเกรงหลบหนี โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงความคืบหน้ากรณีที่กลุ่มวัยรุ่น 7 คน ก่อเหตุรุมทำร้ายนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ผู้พิการ จนเสียชีวิต ในพื้นที่ สถานีตำรวจนครบาลโชคชัย หลังจากที่ทางพนักงานสอบสวน ได้มีการสรุปสำนวนให้พนักงานอัยการโดยมีความเห็นส่งฟ้อง 7 ผู้ต้องในความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและร่วมกันพกพาอาวุธมีดไปในตัวเมือง หมู่บ้านและทางสาธารธะ โดยไม่มีเหตุอันควร และมีการแจ้งข้อหา 4 ผู้ต้อง จาก 7 ผู้ต้องหาหาเพิ่มอีกหนึ่งข้อหาคือ ร่วมกันบุกรุกเคหะสถานโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธ แต่ต่อมาทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้มีการยื่นให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหากลุ่มผู้ต้องหาเพิ่มในฐานความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพิ่มอีกหนึ่งข้อหา แต่ทางพนักงานสอบสวนไม่เห็นว่าเข้าเงื่อนไขในการแจ้งความผิดจึงไม่ได้มีการแจ้ง และมีการสรุปสำนวนให้อัยการพิจารณา และทางครอบครัวผู้เสียชีวิตยังได้มีการยื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุดให้มีการพิจารณาสั่งฟ้องในความผิดนี้เพิ่มเติม ทางสำนักงานคดีอาญา ได้มีความเห็นสั่งคดีไปแล้วเมื่อวันที่ 8 กรกฏาคม มีความเห็นยืนตามสำนวนที่พนักงานสอบสวนส่งมา โดยไม่มีการแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตรตรอง เนื่องจากการกระทำผิดยังไม่เข้าเงื่อนไข ขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างคำฟ้องเพื่อเตรียมการส่งฟ้องในวันพุธที่ 13 กรกฏาคมนี้ เนื่องจากครบกำหนดฝากขังผลัดที่ 6 ของกลุ่มผู้ต้องหาในคดีนี้ พร้อมยื่นคำร้องคัดค้านการประกันตัวของกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมด เนื่องจากเกรงว่าจะหลบหนี สำหรับข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามกฎหมายกำหนดบทลงโทษสถานเดียวคือประหารชีวิต ซึ่งจะต้องมีการวางแผนเตรียมการที่จะกระผิดชัดเจน เช่น การว่าจ้างมือปืน ไปฆ่าผู้อื่น ซึ่งแตกต่างจากข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ที่มีบทลงโทษ ตั้งแต่ประหารชีวิต , จำคุกตลอดชีวิต และจำคุกตั้งแต่ 15 ถึง 20 ปี ขณะที่ผู้เสียหาย หากต้องการเรียกค่าเสียหาย ก็สามารถยื่นคำร้องต่ออัยการเพื่อยื่นต่อศาล ขอรับค่าเสียหายในคดีอาญาได้โดยไม่ต้องฟ้องร้องคดีความเพิ่มอีก แต่จะต้องยื่นก่อนที่ศาลจะสืบพยานนัดแรกในคดี หรือ หากคดีไม่มีการสืบพยานก็จะต้องยื่นก่อนที่ศาลจะตัดสินคดีความ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RGueVcTWl1k    

 1,855
สังคม-อาชญากรรม
04 พ.ค. 59

คุมแก๊งโจ๋ฆ่าชายพิการฝากขัง ญาติจี้จับแฟนสาวลูกตร.ฐานยุยงส่งเสริม

ตำรวจยังไม่แจ้งข้อหาแฟนสาวผู้ก่อเหตุร่วมกันทำร้ายร่างกายชายพิการ อาชีพส่งขนมปัง จนเสียชีวิต ฐานยุยงส่งเสริมให้เกิดการกระทำผิด เนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานว่ามีพฤติการณ์ดังกล่าวจริงหรือไม่ พร้อมเตรียมนำ 6 วัยรุ่นที่ก่อเหตุฝากขังผัดแรก ความคืบหน้ากรณีวัยรุ่นชายจำนวน 6 คน ก่อเหตุใช้อาวุธมีดรุมทำร้ายร่างกาย นายสมเกียรติ ศรีจันทร์ อายุ 36 ปี ชายขาพิการอาชีพส่งขนมปัง จนเสียชีวิต หน้าร้านขายขนมปัง ซอยโชคชัย 4 แยก 69 ตามที่มีการแชร์คลิปวีดีโอในโซเชี่ยล เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา และตำรวจสามารถจับกุมตัววัยรุ่น 6 คนที่ก่อเหตุได้แล้วนั้น พันตำรวจเอกชัยรพ จุณณวัตต์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย เปิดเผยถึงในส่วนของญาติผู้เสียชีวิตที่จะให้มีการดำเนินคดีกับแฟนสาวของผู้ก่อเหตุที่อ้างว่าเป็นลูกตำรวจคอยตะโกนยุยงให้กระทำเหตุดังกล่าวพูดว่า 'เอามันให้ตาย เอามันให้ตาย' ในความผิดลักษณะยุยงส่งเสริมให้กระทำผิดนั้น พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมทั้งจากพยานบุคคล และภาพจากกล้องวงจรปิด หรือแม้แต่คลิปวีดีโอที่ได้มีการเผยแผ่ออกไปเพื่อประกอบสำนวนว่ามีการพูดเข้าข่ายและตามที่ญาติผู้เสียชีวิตได้ระบุไว้หรือไม่ หากมีพฤติการณ์จริงก็จะแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป รวมถึงการแจ้งข้อหาวัยรุ่นทั้ง 6 คน ในขณะนี้เป็นเพียงข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ส่วนที่ญาติผู้เสียชีวิตได้ร้องขอให้แจ้งข้อหาเป็นพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเจตนาฆ่า เนื่องจากเคยมีเรื่องและได้พูดคุยกันเสร็จสิ้นแล้วแต่ครั้งนี้กลุ่มวัยรุ่นกลับมาหาเรื่องผู้ตายถึงบริเวณหน้าร้าน ในส่วนนี้พนักงานสอบสวนจะต้องดูพยานหลักฐานเช่นกันว่าใครมีการลงมือบ้างเพื่อจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ทั้งนี้พนักงานสอบสวน สน.โชคชัยจะนำตัววัยรุ่นทั้ง 6 คน มาฝากขังผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ที่ศาลอาญา รัชดา ด้านหลานชายของผู้ตายซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ตลอด ได้นำหลักฐานกล้องวงจรปิดขณะเริ่มเหตุการณ์ที่แก๊งวัยรุ่นกรูเข้ามาในร้าน ก่อนที่น้าชายจะหยิบมีดยาวจากร้านมาป้องกันตัวจนฝ่ายตรงข้ามล่าถอย แต่หลังจากนั้นคู่กรณีได้กลับมาที่ร้านพร้อมพรรคพวกอีก ก่อนจะรุมทำร้ายน้าชายจนเสียชีวิต  ด้านภรรยาของชายพิการได้กล่าวว่า 6วัยรุ่นโหดเกินไปที่รุมทำร้ายร่างกายคนพิการคนเดียวจนตาย อยากจะขอความธรรมจากผู้ใหญ่ช่วยเหลือดำเนินคดีกับ 6 วัยรุ่น ถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรม ทางภรรยาและญาติพี่น้องของผู้ตาย จะไม่เผาศพจนกว่าได้รับความเป็นธรรม    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FciXbTs_3rk    

 39,241

Top