ค้นหา :

ผลการค้นหา "หมู่เกาะสิมิลัน"

ข่าวภูมิภาค
18 พ.ย. 62

นทท.ตื่นตา ฝูงโลมากว่า 30 ตัว โชว์ตัวเล่นน้ำรอบหมู่เกาะสุรินทร์-สิมิลัน

พังงา-นักท่องเที่ยวที่เดินทางกลับจากการดำน้ำลึก เพื่อชมความงามใต้ท้องทะเลบริเวณหมู่เกาะสิมิลัน และหมู่เกาะสุรินทร์ อ.คุระบุรี จ.พังงา ได้พบฝูงโลมากว่า 30 ตัว ออกมากระโดดว่ายน้ำเล่น บริเวณรอบๆ เรือ ประมาณ 10 นาที ก่อนจะหายไป   ทำให้นักท่องเที่ยวต่างตื่นเต้น ที่ได้ชื่นชมในความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติในจังหวัดพังงา และสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zrB8sF7aB_g

 863
สังคม
18 พ.ย. 62

นทท.ตื่นตา ฝูงโลมากว่า 30 ตัว โชว์ตัวเล่นน้ำรอบหมู่เกาะสุรินทร์-สิมิลัน

พังงา-นักท่องเที่ยวที่เดินทางกลับจากการดำน้ำลึก เพื่อชมความงามใต้ท้องทะเลบริเวณหมู่เกาะสิมิลัน และหมู่เกาะสุรินทร์ อ.คุระบุรี จ.พังงา ได้พบฝูงโลมากว่า 30 ตัว ออกมากระโดดว่ายน้ำเล่น บริเวณรอบๆ เรือ ประมาณ 10 นาที ก่อนจะหายไป   ทำให้นักท่องเที่ยวต่างตื่นเต้น ที่ได้ชื่นชมในความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติในจังหวัดพังงา และสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zrB8sF7aB_g

 863
ข่าวภูมิภาค
14 พ.ย. 62

พบสัตว์หายาก 'หอยเม่นหมวกกันน็อค' ครั้งแรกในหมู่เกาะสิมิลัน

นายรวมศิลป์ มานะจงประเสริฐ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า ขณะที่นางสาวเพ็ญศรี พิพัฒน์ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ ได้ออกลาดตระเวนเชิงคุณภาพ(smart patrol) บริเวณเกาะบางู หรือ เกาะเก้า อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา ได้สำรวจพบหอยเม่นหมวกกันน็อค ประมาณ 50 ตัว ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายาก และเป็นการค้นพบครั้งแรกของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน   โดยการค้นพบครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง ที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ได้พบเห็นสัตว์ทะเลหายาก หลากชนิดบ่อยขึ้น แต่อย่างไรก็ดี อุทยานฯ จะต้องให้นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล ทำการศึกษาอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าเพราะสาเหตุใดจึงมีการค้นพบครั้งนี้ และจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอื่นหรือไม่ อย่างไร     หอยเม่นหมวกกันน็อค มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Colobocentrotus atratus หอยเม่นหมวกกันน็อค(Helmet Urchins) หรือบางทีรู้จักกันในชื่อ หอยเม่นกระเบื้องมุงหลังคา(shingle urchin) ลักษณะที่แตกต่างจากหอยเม่นทั่วไปก็คือ เนื้อตัวที่เกลี้ยงเกลาดุจมุงด้วยกระเบื้อง ไร้ซึ่งหนามแหลมแม้แต่อันเดียว สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าหอยเม่นหมวกกันน็อคได้มีการปรับตัวให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่อาศัยเนื่องจากถิ่นที่อยู่ของพวกมันมีคลื่นลมรุนแรง ทำให้มีนักล่าน้อยนักที่จะเข้าถึงตัวพวกมันได้ ประกอบกับการที่อยู่ในพื้นที่มีคลื่นลมรุนแรง หนามแหลมนั้นเป็นอุปสรรค เนื่องจากมันจะต้านคลื่นอาจทำให้พวกมันถูกซัดหลุดจากโขดหินที่อยู่อาศัย และเมื่อไม่มีผู้ล่า หนามแหลมที่ใช้ป้องกันตัวจึงหมดความจำเป็นไป   หอยเม่นหมวกกันน็อค พบได้ทั่วไปตามโขดหินตามชายหาดที่มีคลื่นซัดถึง ในแถบ Indo-West Pacific และ ฮาวาย (Hawaii) แต่ในประเทศไทยนั้นมีรายงานการพบหอยเม่นชนิดนี้น้อยมาก โดยรายงานการพบครั้งแรกในปีพ.ศ.2530   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/2ZOq-MPlfzI

 8,425
ข่าวภูมิภาค
29 ต.ค. 62

พายุดีเปรสชั่นขึ้นฝั่งเวียดนาม กระทบไทยฝนตกหนัก ก่อนอากาศหนาว 30 ต.ค.-2 พ.ย.

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม ถึง วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562)" ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2562   หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันแล้วเมื่อเวลา 01.00 น.ของวันนี้(29 ต.ค. 2562) กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 19 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความเร็วลมสูงสุดใกล้จุดศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเวียดนามในช่วงวันที่ 30 ต.ค. 2562 และจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศกัมพูชาในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป   อนึ่ง บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางอีกระลอกจากประเทศจีนได้แผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามและลาวตอนบนแล้ว และคาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนในช่วงวันที่ 29-31 ต.ค. 2562 ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ในระยะแรก หลังจากนั้นจะมีอากาศหนาวเย็นลง และอุณภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย   สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมามีคลื่นสูง 1-2 เมตร และตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก และฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย รวมทั้งชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง   ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ประกาศ ณ วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น. นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา   ทั้งนี้มีบรรยากาศที่ จ.พังงา จนท.อุทยานฯสิมิลันใช้เรือยางขนนักท่องเที่ยวหลายร้อยคนเข้าฝัง เนื่องจากมีทั้งคลื่น ลมและฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง จนทำให้มีนักท่องเที่ยวบางรายไม่สบายเกิดอาการช็อค แต่ได้รับการช่วยเหลือทันทีจากเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือหมู่เกาะสิมิลันและเจ้าหน้าที่อุทยานฯ หลังจากที่ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงสามารถขนย้ายนักท่องเที่ยวขึ้นเรือสปีดโบ๊ทได้ครบทุกลำ และปลอดภัยทุกคน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/--W1JeZ63fA

 1,346
สังคม
29 ต.ค. 62

พายุดีเปรสชั่นขึ้นฝั่งเวียดนาม กระทบไทยฝนตกหนัก ก่อนอากาศหนาว 30 ต.ค.-2 พ.ย.

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม ถึง วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562)" ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2562   หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันแล้วเมื่อเวลา 01.00 น.ของวันนี้(29 ต.ค. 2562) กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 19 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความเร็วลมสูงสุดใกล้จุดศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเวียดนามในช่วงวันที่ 30 ต.ค. 2562 และจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศกัมพูชาในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป   อนึ่ง บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางอีกระลอกจากประเทศจีนได้แผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามและลาวตอนบนแล้ว และคาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนในช่วงวันที่ 29-31 ต.ค. 2562 ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ในระยะแรก หลังจากนั้นจะมีอากาศหนาวเย็นลง และอุณภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย   สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมามีคลื่นสูง 1-2 เมตร และตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก และฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย รวมทั้งชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง   ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ประกาศ ณ วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น. นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา   ทั้งนี้มีบรรยากาศที่ จ.พังงา จนท.อุทยานฯสิมิลันใช้เรือยางขนนักท่องเที่ยวหลายร้อยคนเข้าฝัง เนื่องจากมีทั้งคลื่น ลมและฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง จนทำให้มีนักท่องเที่ยวบางรายไม่สบายเกิดอาการช็อค แต่ได้รับการช่วยเหลือทันทีจากเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือหมู่เกาะสิมิลันและเจ้าหน้าที่อุทยานฯ หลังจากที่ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงสามารถขนย้ายนักท่องเที่ยวขึ้นเรือสปีดโบ๊ทได้ครบทุกลำ และปลอดภัยทุกคน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/--W1JeZ63fA

 1,346
แชร์ออฟเดอะเดย์
21 ต.ค. 62

ตื่นตา ฝูงโลมาปากขวดกว่า 30 ตัว โชว์ตัวที่หมู่เกาะสิมิลัน หลังปิดเกาะฟื้นฟู 5 เดือน

พังงา-นักท่องเที่ยวพบฝูงโลมาปากขวดกว่า 30 ตัวโผล่ขึ้นมาว่ายน้ำเล่นด้านหน้าเรือและข้างๆเรือ ที่หมู่เกาะสิมิลัน อ.คุระบุรีสร้างความตื่นเต้นและดีใจให้กับผู้ได้พบเห็นโลมาฝูงแรก หลังจากเปิดฤดูการท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยฝูงโลมาได้ว่ายน้ำเล่นวนเวียนอยู่ระยะหนึ่งก่อนจะว่ายน้ำหายไปทางเกาะตาชัย   นายรวมสิน มานะจงประเสริฐ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน กล่าวว่า ขณะนี้ทะเลอันดามันมีความสมบูรณ์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งได้ปิดเกาะในธรรมชาติได้ฟื้นฟูเป็นเวลา 5 เดือน ทำให้มีบรรดาสัตว์ทะเลหายากเข้ามาหากินอยู่เสมอ   จึงขอแนะนักท่องเที่ยวเมื่อโลมา หรือสัตว์ทะเลหายากชนิดต่างๆ ไม่ควรให้อาหารโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้สัตว์มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและจะส่งผลเสียต่อระบบนิเวศวิทยา สร้างพฤติกรรมเรียนรู้ผิดๆ อาจได้รับอาหารที่มีการปนเปื้อนจนทำให้สัตว์เจ็บป่วยจนตาย รวมทั้งไม่ควรจับหรือสัมผัส เพราะอาจมีการติดเชื้อโรคที่ติดต่อจากคนสู่สัตว์ได้   นอกจากนี้ ทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติโดยการไม่ทิ้งขยะหรือสิ่งของต่างๆลงสู่ทะเล เพราะสัตว์อาจหลงเข้าใจว่าเป็นอาหารจนกินเข้าไปทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/7AkxU_Zy0UQ

 3,417
ข่าวโซเชียล
21 ต.ค. 62

ตื่นตา ฝูงโลมาปากขวดกว่า 30 ตัว โชว์ตัวที่หมู่เกาะสิมิลัน หลังปิดเกาะฟื้นฟู 5 เดือน

พังงา-นักท่องเที่ยวพบฝูงโลมาปากขวดกว่า 30 ตัวโผล่ขึ้นมาว่ายน้ำเล่นด้านหน้าเรือและข้างๆเรือ ที่หมู่เกาะสิมิลัน อ.คุระบุรีสร้างความตื่นเต้นและดีใจให้กับผู้ได้พบเห็นโลมาฝูงแรก หลังจากเปิดฤดูการท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยฝูงโลมาได้ว่ายน้ำเล่นวนเวียนอยู่ระยะหนึ่งก่อนจะว่ายน้ำหายไปทางเกาะตาชัย   นายรวมสิน มานะจงประเสริฐ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน กล่าวว่า ขณะนี้ทะเลอันดามันมีความสมบูรณ์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งได้ปิดเกาะในธรรมชาติได้ฟื้นฟูเป็นเวลา 5 เดือน ทำให้มีบรรดาสัตว์ทะเลหายากเข้ามาหากินอยู่เสมอ   จึงขอแนะนักท่องเที่ยวเมื่อโลมา หรือสัตว์ทะเลหายากชนิดต่างๆ ไม่ควรให้อาหารโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้สัตว์มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและจะส่งผลเสียต่อระบบนิเวศวิทยา สร้างพฤติกรรมเรียนรู้ผิดๆ อาจได้รับอาหารที่มีการปนเปื้อนจนทำให้สัตว์เจ็บป่วยจนตาย รวมทั้งไม่ควรจับหรือสัมผัส เพราะอาจมีการติดเชื้อโรคที่ติดต่อจากคนสู่สัตว์ได้   นอกจากนี้ ทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติโดยการไม่ทิ้งขยะหรือสิ่งของต่างๆลงสู่ทะเล เพราะสัตว์อาจหลงเข้าใจว่าเป็นอาหารจนกินเข้าไปทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/7AkxU_Zy0UQ

 3,417
แชร์ออฟเดอะเดย์
05 เม.ย. 62

ฝูงวาฬเพชฌฆาตดำกว่า 10 ตัว โผล่ว่ายน้ำเล่นข้างเรือ นทท. ที่หมู่เกาะสิมิลัน

พังงา - นายบุญชู แพใหญ่ ผู้บริหารบริษัท ว้าว อันดามัน ทัวร์ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากไกด์ของบริษัทว่าเมื่อช่วงเช้า ขณะเรือสปีดโบ๊ทนำนักท่องเที่ยวเดินทางไปชมความงามตามธรรมชาติของท้องทะเลที่หมู่เกาะสิมิลัน อ.คุระบุรี จ.พังงา ระหว่างทางก่อนที่จะถึงเกาะ 4 หรือเกาะเมียง ได้พบฝูงวาฬนับสิบตัว กำลังแหวกว่ายอยู่ใกล้เรือ ทำให้นักท่องเที่ยวตื่นเต้น ตื่นตาและดีใจเป็นอย่างมากที่ได้เห็น โดยกัปตันเรือได้เบาเครื่องยนต์และปล่อยให้นักท่องเที่ยวเก็บภาพความประทับใจกันอย่างสนุกสนาน ก่อนที่ฝูงวาฬจะว่ายน้ำหายไป    จากการตรวจสอบจากภาพ พบว่าเป็นวาฬเพชฌฆาตดำ False killer whale ซึ่งอาศัยอยู่บริเวณน้ำลึก จะกินปลาและหมึกเป็นอาหาร สามารถพบเห็นได้ทั้งอ่าวไทย และทะเลอันดามัน โดยวาฬเพชฌฆาตดำเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เมื่อโตเต็มที่จะมีความยาว 5-6 เมตร จัดเป็นสัตว์ป่าสงวนและคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535    นายรวมสิน มานะจงประเสริฐ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เปิดเผยว่า ขณะนี้ท้องทะเลอันดามันมีความสมบูรณ์ เพราะในพื้นที่ได้มีการร่วมกันจัดการปัญหาขยะทะเลของทุกภาคส่วน ทำให้มีสัตว์ทะเลหายากเข้ามาหากินอยู่เสมอ ทางอุทยานฯขอความร่วมมือให้นักท่องเที่ยว เมื่อพบวาฬหรือสัตว์ทะเลหายากอื่นๆ ไม่ควรให้อาหารโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้สัตว์ในธรรมชาติมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและนิเวศวิทยา สร้างพฤติกรรมเรียนรู้ผิดๆ อาจได้รับอาหารที่มีการปนเปื้อนจนทำให้สัตว์เจ็บป่วยทรมาน รวมทั้งไม่ควรจับหรือสัมผัส เพราะอาจมีการติดเชื้อโรคที่ติดต่อจากคนสู่สัตว์ได้ นอกจากนี้ ทุกคนจะต้องไม่ทิ้งขยะลงทะเล เพราะสัตว์อาจกินเข้าไปจนเกิดอันตรายถึงชีวิตได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7jyMdINNlFY

 1,052
ข่าวภูมิภาค
07 ม.ค. 62

นทท.แห่เที่ยวหมู่เกาะสิมิลัน-สุรินทร์ หลังผ่านพ้นพายุ ‘ปาบึก’

วันที่ 7 ม.ค. 62 ที่ท่าเรือทัพละมุ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้เดินทางมาลงเรือทัวร์ท่องเที่ยวเพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อนเล่นน้ำทะเลบริเวณอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อ.คุระบุรี จ.พังงา    หลังผ่านพ้นพายุ ‘ปาบึก’ อุทยานแห่งชาติทั้ง 2 แห่ง จึงได้ประกาศอนุญาตให้ทางผู้ประกอบการเรือทัวร์นำเที่ยวสามารถเข้าชมความงดงามในเขตอุทยานฯ ได้ตามปกติ พร้อมทั้งยังให้ดำน้ำชมปะการังที่สวยงามในอุทยานแห่งชาติทั้ง 2 แห่ง โดยวันนี้พบว่ามีอากาศแจ่มใส คลื่นลมสงบเป็นปกติ ทั้งนี้ หากเห็นว่าสภาพอากาศไม่ปลอดภัย ก็จะสั่งห้ามเดินทางไปท่องเที่ยวเป็นระยะ     

 2,061
สังคม-อาชญากรรม
17 ม.ค. 61

ผู้ประกอบการทัวร์ร้องแก้ปัญหา นทท.แน่นสิมิลัน แฉมีคนจีนมาตั้งทัวร์ศูนย์เหรียญ

ผู้ประกอบการทัวร์เรียกร้องรัฐแก้ปัญหานักท่องเที่ยวแน่นเกาะสิมิลัน หวั่นเกิดผลกระทบระยะยาวต่อระบบการท่องเที่ยวและทรัพยากรทางทะเลไทย   จากที่โซเซียลได้แชร์ภาพนักท่องเที่ยวล้นแห่เที่ยงเกาะสิมิลัน พื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา แน่นจนล้นเกาะ ทำให้เกรงกันว่า ทะเลไทยจะเสื่อมโทรม หากหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่จำกัดนักท่องเที่ยว   ล่าสุดผู้ประกอบการท่องเที่ยว 'เลิฟอันดามัน' บนเกาะสิมิลัน ได้ร้องเรียนผ่านครอบครัวข่าว 3 ให้ภาครัฐเร่งแก้ปัญหานี้ ที่เกิดจากกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวจีน เข้ามาตั้งนอมินี ทำเรือท่องเที่ยวเอง ในลักษณะทัวร์ศูนย์เหรียญ จัดทัวร์ทางทะเลเอง กระทบผู้ประกอบการท้องถิ่น และการท่องเที่ยวทางทะเลอย่างหนัก อย่างที่เห็นบนเกาะสิมิลันเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจีน ที่มีกว่า 4-5 พันคนต่อวัน เกินที่เกาะจะรับได้ และส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวอื่น เช่น ทวีปยุโรปซึ่งมีกำลังซื้อสูง ที่ผ่านมาเคยร้องเรียนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข   ด้านดร.ทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยาน กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช บอกว่า วันนี้ ได้ประสานไปยังผู้ประกอบการทัวร์ให้จัดสถานที่หมุนเวียนรองรับนักท่องเที่ยว ที่ช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวภูเก็ตเพิ่ม พร้อมชี้แจงว่า ไม่ได้มีนักท่องเที่ยวแน่นเกาะทุกวัน ขึ้นอยู่กับช่วงน้ำขึ้นลง ทำให้เรือไม่สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ในช่วงน้ำลง โดยในระยะยาวจะจัดทำท่าเรือลอยน้ำเพื่อให้เรือสามารถรับนักท่องเที่ยวได้ อย่างวันนี้ มีนักท่องเที่ยว 2,000 คน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VRAB10lOTlk    

 5,991
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 ม.ค. 61

น่าเป็นห่วง! แชร์ภาพ นทท.แน่นสิมิลัน แทบไม่มีที่ยืน 'ดร.ธรณ์' แนะมาตรการแก้ไข หวั่นธรรมชาติเสื่อมโทรม

โลกออนไลน์แชร์ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก “Loveaholic เที่ยวอยู่ได้” เผยให้เห็นภาพของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เดินทางไปท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา อย่างหนาแน่นแทบจะทุกตารางนิ้ว โดยคาดว่าอาจมีจำนวนสูงถึง 5 พันราย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนมากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ทำให้หลายฝ่ายเป็นห่วงถึงสภาพสิ่งแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบ   โดยมีเนื้อหาโพสต์ว่า “เห็นสิมิลันเดี๋ยวนี้แล้วเศร้าใจ เพื่อนๆ เห็นแล้วรู้สึกยังไงบ้าง นโยบายจำกัดจำนวน ยังคงเป็นเพียงฝัน เช่น ในภาพ แขก 5,000 กว่าคนในวันเดียวสู่เกาะสิมิลันยินดีด้วยที่เก็บค่าธรรมเนียมได้เยอะ แล้วเรามีมาตรการอะไรมาดูแลเกาะแห่งนี้ที่เรียกว่าระดับโลก แนวปะการัง ความเสื่อมโทรม จุดดำน้ำ จะเหลือไหม ห้องน้ำมีไม่กี่ห้อง ที่จะยืนแทบจะไม่มี เจ้าหน้าที่เหนื่อยมาก ต่อให้ซุปเปอร์แมนทำงานยังไงก็ไม่ทั่วกับจำนวนคนขนาดนี้ ถึงเวลาจำกัดจำนวนแล้วจริงๆ ถึงเวลาแล้วไหม เเม้กระทั่งเรือ จีนก็มีนอมินีซื้อเรือมาทำเองมากมาย จนแทบจะพูดได้เต็มปากว่า จีนเก่งจริงๆ ใช้ทรัพยากรไทย แต่เงินแทบไม่ตกมาถึงประเทศไทย มาพร้อมกับของแถมความเสื่อมโทรม เจริญสิครับ ให้ภาพเล่าเรื่อง"   ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นถึงเรื่องนี้ว่า   "ผมเคยบอกเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวล้นทะเลไปหลายครั้งแล้ว และมีข่าวเรื่องแบบนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเกาะสิมิลันที่จำนวนนักท่องเที่ยวพุ่งขึ้นเรื่อย ต่อจากนี้คือการอธิบายแบบสรุปครับ 1. จำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมของประเทศไทยพุ่งสูงขึ้นตลอด จาก 34 ล้านในปีที่แล้ว จะเป็นมากกว่า 37 ล้านในปีนี้ และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปีไม่มีหยุด ในปี 2573 เราอาจมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 70 ล้านหรือกว่านั้น 2. นักท่องเที่ยวร้อยละ 75.5 ไปทะเลครับ ยิ่งจำนวนเพิ่ม สัดส่วนยิ่งเพิ่ม ปีนี้อาจมีนทท.ต่างชาติไปทะเล 28 ล้าน 3. เกาะเรามีอยู่เท่านี้ เมื่อปิดเกาะหนึ่ง ก็ไปโป่งอีกเกาะหนึ่ง วนไปเรื่อยตราบใดที่นทท.โดยรวมมีแต่เพิ่มกับเพิ่ม 4. เราชะลอตัวเลขโดยรวมได้ไหม ? คำตอบคือผมยังไม่เห็นแวว สนามบินภูเก็ตก็ขยาย ยังจะมีโครงการอีกหลากหลายที่ส่งนทท.มาฝั่งอันดามัน เช่น เรือสำราญ รถไฟท่องเที่ยว 5. ทำไมเราต้องทำเช่นนั้น ? เพราะรายได้ท่องเที่ยวเกิน 1 ใน 5 ของ GDP ประเทศนี้ ไม่มีใครกล้าขวาง 6. โครงการกระจายนทท.ไปเมืองรอง ฯลฯ ทำได้ไหม ? คำตอบคือได้บ้าง แต่ยังห่างไกลกับคำว่าสำเร็จหรือช่วยบรรเทาแหล่งท่องเที่ยวหลัก   แล้วเราควรทำอย่างไรล่ะ ?   1. แผนปฏิรูปประเทศกำหนดดัชนีความเสียหายปะการังให้ลดน้อยลง ทุกหน่วยต้องหาทางทำให้ได้ ไม่งั้นคณะปฏิรูปคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำตามที่กม.ปฏิรูประบุไว้ 2. ยุทธศาสตร์ชาติกำหนดตัวเลขเพดานจำนวนนทท.ต่างชาติไปอุทยานทางทะเล (ปัจจับัน 4.9 ล้าน เพดานที่ 6 ล้าน แต่อาจต้องปรับ) 3. คงต้องเริ่มเร่งการกำหนดเพดานนทท.ในอุทยานที่มีคนล้น เช่น พีพี สิมิลัน ฯลฯ และหาทางหยุดคนไว้ที่เพดานให้ได้ 4. ต้องยกระดับการดูแลโดยใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย แต่ตอนนี้ยังทำไม่ได้เพียงพอ ก็ต้องใช้การกำหนดเพดานจำนวนคนไปก่อน 5. การดูแลผลประโยชน์ให้อยู่ในมือคนไทย และการลดความเหลื่อมล้ำ แชร์ประโยชน์ให้ใกล้เคียงกัน เป็นเรื่องต้องทำเร่งด่วน ในแผนปฏิรูปเขียนไว้แล้ว แต่ท่าทางจะช้า เราต้องจัดการอย่างเฉียบขาดกับเรือและผู้ประกอบผิดกม. โดยเฉพาะเรื่องของต่างชาติ ฝากท่านผู้ว่าพังงาด้วยครับ ส่งกำลังลงไปเสริม ตรวจให้เข้ม จัดให้หนัก ก็น่าจะดีขึ้นบ้าง 6. เรื่องเพดานนักท่องเที่ยวโดยรวม อุทยานเองก็คงทราบดี คนอุทยานที่เก่งด้านนี้ก็มีหลายคน ขึ้นกับว่าจะเอาจริงไหม กล้าต้านกระแสท่องเที่ยวหรือไม่ ? 7. เกาะนอกเขตอุทยาน ทะเลอยู่ในความดูแลของกรมทะเล คนก็ล้นหลายเกาะ แล้วจะทำอย่างไรดี ? กรมทะเลคงต้องเร่งหามาตรการ 8. สัปดาห์นี้ประชุมทะเลแห่งชาติ มีทั้งท่านรองนายกฯและท่านรมต. ผมจะเสนอประเด็นนี้ครับ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเป็นถ้อยคำ แต่ถ้าคนล้นจนท่วม จะทำยังไงก็ดูแลไม่ไหว ผมเข้าใจและเห็นใจกรมอุทยาน กรมทะเลและเจ้าหน้าที่ทุกคน เราเป็นฝ่ายตั้งรับเพื่อรายได้ของชาติมาตลอด แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง เราก็คงตั้งรับอย่างเดียวไม่ไหว คงใกล้เวลาต้องเลือกว่าจะเอาทรัพยากรหรือจะเอาใจรายได้จากการท่องเที่ยวแล้วครับ"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5ykhJL7sr4Y    

 41,592
แชร์ออฟเดอะเดย์
30 ธ.ค. 59

วิจารณ์ นทท.สลักชื่อภาษาเกาหลีบนปะการัง ใต้ทะเลสิมิลัน 'อ.ธรณ์' จี้ตรวจสอบ ชี้ตามตัวได้ไม่ยาก

โลกออนไลน์แชร์ภาพกอปะการัง ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อ.คุระบุรี จ.พังงา ถูกแกะสลักเขียนเป็นภาษาเกาหลี อ่านว่า ปาร์ก ยอง ซู ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่สร้างน่ากังวลให้กับวงการนักดำน้ำในพื้นที่อย่างมาก เพราะต่อไปอาจจะเป็นตัวอย่างให้นักดำน้ำคนอื่นทำตาม โดยเฉพาะนักดำน้ำชาวจีนที่มีแนวโน้มของการเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ และก็เป็นเรื่องแปลก เพราะปกตินักดำน้ำที่เป็นชาวเกาหลีค่อนข้างจะเป็นนักดำน้ำที่มีระเบียบวินัย เมื่อเทียบกับนักดำน้ำชาวเอเชียประเทศอื่น ๆ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ให้การเข้มงวดกับผู้ประกอบการทัวร์ดำน้ำ ในการดูแลนักดำน้ำให้มากกว่านี้ ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งข้อสังเกตกรณีนี้ว่า การดำน้ำในเขตอุทยานแห่งชาติ ต้องมีผู้ควบคุมดูแล แต่เหตุใดจึงเกิดเหตุการณ์นี้ได้ เพราะการสลักชื่อต้องใช้เวลานาน อีกทั้งการเข้ามาดำน้ำในเขตอุทยานฯ จะต้องลงทะเบียนขออนุญาต จึงน่าจะติดตามตัวนักท่องเที่ยวรายนี้ได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SEENQE6JdPQ    

 4,594
แชร์ออฟเดอะเดย์
05 เม.ย. 59

คาดโทษเรือนำ นทท.ฮ่องกงดำน้ำยิงปลา-จับกุ้งมังกรที่สิมิลัน

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์ภาพกัปตันและลูกเรือทัวร์นำเที่ยว นำกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกง ลงไปดำน้ำจับปลา,กุ้งมังกร และสัตว์น้ำหายาก บริเวณหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา จนถูกวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม และเป็นการทำลายระบบนิเวศของเขตอุทยาน โดยกัปตันเรือ กล่าวว่า ตนได้นำเรือพร้อมนักท่องเที่ยวชาวจีน-ฮ่องกงไปยังเกาะสิมิลัน เมื่อวันที่ 29 เมษายนถึงวันที่ 2 พฤษภาคม โดยมีนักท่องเที่ยวอยู่บนเรือ 20 คน ตนไม่ทราบด้วยว่านักท่องเที่ยวมีอุปกรณ์อะไรมาบ้างเนื่องจากว่าเป็นเวลากลางคืน พอนักท่องเที่ยวมาถึงเรือตนก็ออกเรือไปเลย มาทราบอีกทีก็ตอนเช้าเรือก็เดินทางไปถึงเกาะสิมิลันพอดี ก่อนดำน้ำจึงเห็นว่าในกระเป๋าของนักท่องเที่ยวมีอุปกรณ์ยิงปลามาด้วย ตนจึงบอกไกด์ว่าให้ไปบอกนักท่องเที่ยวว่าห้ามทำการใดๆในเขตอุทยานที่เป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติโดยเด็ดขาด แต่นักท่องเที่ยวกับไม่ฟังจะดำน้ำลงไปยิงปลาใต้น้ำให้ได้ แต่ถ้าไม่ฟังตนจะพาไปออกไปนอกเขตอุทยานทันที ตนก็เลยนำเรือพานักท่องเที่ยวออกมาเกาะสิมิลันในวันรุ่งขึ้น ซึ่งในวันแรกก็จะดำน้ำตามปกติตนได้บอกว่าห้ามนำอุปกรณ์ยิงปลาที่พามาด้วยมาใช้อย่างเด็ดขาด โดยในวันที่มีการยิงปลารวมๆกันแล้วประมาณ 2-3 เข่ง ส่วนกุ้งมังกรมีการดำน้ำในซอกหินที่อยู่ด้านนอกเขตอุทยานซึ่งเป็นสถานที่นักท่องเที่ยวชอบมาดำน้ำดูประการัง ในระดับความลึกกว่า 30 เมตร โดยปลาที่จับได้นักท่องเที่ยวก็จะนำมาทำเป็นอาหารกินบนเรือ ซึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวดำน้ำยิงปลาอยู่ห่างจากเกาะสิมิลันประมาณ 27-28ไมล์ทะเล ตนและลูกเรือต่างรู้สึกไม่สบายใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประกอบกับนักท่องเที่ยวไม่เชื่อฟังด้วย หากตนทราบมาก่อนว่ามีการนำอุปกรณ์ยิงปลามาด้วยตนจะไม่ยอมนำเรือออกโดยเด็ดขาด ขณะที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่อุทยานได้มีการประสานงานกับตำรวจน้ำและตำรวจท่องเที่ยวร่วมกันตรวจสอบ โดยนำตัวกัปตันเรือไปชี้จุดที่นักท่องเที่ยวมีการยิงปลา โดยทางกัปตันเรือได้บอกว่าจุดที่นักท่องเที่ยวลงไปดำน้ำยิงปลานั้นอยู่นอกเขตอุทยาน แต่ถึงจะอยู่นอกเขตอุทยานแต่จากภาพที่เห็นมีอุปกรณ์ในการกระทำอยู่บนเรือซึ่งเรือที่ขออนุญาตเป็นเรือนำเที่ยว ทางอุทยานจึงได้พิจารณาเห็นว่าเป็นอันตรายต่อสภาพทรัพยากรธรรมชาติ เบื้องต้นจึงมีคำสั่งห้ามเรือลำดังกล่าวเข้าในบริเวณเกาะสิมิลันเป็นเวลา 30 วันและรอผลการสอบสวนอีกครั้ง ปกติแล้วทางอุทยานได้มีการอบรมกัปตันเรือและไกด์ อยู่เป็นประจำอยู่แล้วซึ่งเรือที่เข้าไปในเขตอุทยานทุกลำจะต้องผ่านการอบรมอยู่แล้วจะมาบอกว่าไม่ทราบว่าอยู่ในเขตอุทยานหรือไม่คงไม่ได้ อยากฝากถึงผู้ประกอบการต่างๆ ไกด์นำเที่ยวว่าทรัพยากรธรรมชาติของเกาะสิมิลันมันเป็นสมบัติ เป็นแหล่งทำกินของผู้ประกอบการเองถ้ามาหวังได้เงินเล็กๆน้อยๆแล้วทำให้ทรัพยากรเสียหายอีกหน่อยก็จะไม่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยว โปรดช่วยกันคนละไม้ละมือเพื่อรักษาทรัพยากรไว้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/C2fOVSSjn80    

 2,016

Top