ค้นหา :

ผลการค้นหา "มหถาวร"

สังคม-อาชญากรรม
22 ก.ย. 60

รวบ 2 เด็กเทคโนยิงอริต่างสถาบัน อ้างแค่ขู่ขอหัวเข็มขัดตามธรรมเนียมแล้วปืนลั่น

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เดินทางมายังสถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว เพื่อร่วมสอบปากคำนายพิสุทธิ์ จารบุญก่อ หรือเล๊าะ อายุ 19 ปี และนายแดง (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี นักเรียนเทคโนโลยีแห่งหนึ่งย่านบางกะปิ หลังได้ร่วมกันก่อเหตุเมื่อวันที่ 19 กันยายน เวลา 19.00 น.   ใช้อาวุธปืนยิงนายศิวกร สะอิ้งรัมย์ นักเรียนเทคโนโลยีย่านบางนา ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์มาพร้อมเพื่อน จากแยกบางกะปิ มุ่งหน้าถนนเสรีไทย ขณะถึงจุดเกิดเหตุบริเวณตรงข้ามสถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ นายพิสุทธิ์ และเพื่อน ได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบ โดยใช้อาวุธปืนข่มขู่ เพื่อให้ถอดหัวเข็มขัด และใช้อาวุธปืนยิงใส่ นายศิวกร 1 นัด เสียชีวิตทันที ขณะที่นายพิสุทธิ์ และนายแดง ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี   หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามจนสามารถขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองได้ ขณะหลบหนีไปกบดานในชุมชนร่มไทร ภายในซอยเสรีไทย 42 -โดยนายพิสุทธิ์ ให้การรับสารภาพว่าตนเองเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงจนมีผู้เสียชีวิต โดยก่อนเกิดเหตุเข้าใจผิดว่าเป็นคู่อริ และเพียงต้องการข่มขู่เอาหัวเข็มขัดเท่านั้น แต่เกิดปืนลั่น ไม่ได้ตั้งใจที่จะยิงแต่อย่างใด   พร้อมฝากกล่าวขอโทษพ่อแม่ผู้เสียชีวิต เนื่องจากตนเองไม่ได้ตั้งใจ และขอให้เพื่อนสถาบันอื่น อย่าได้ทำเป็นเยี่ยงอย่าง ภายหลังการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายพิสุทธิ์ไปชี้จุดเกิดเหตุโดยไม่ได้นำตัวนายแดงมาร่วมชี้จุด เนื่องจากยังเป็นเยาวชน และจะได้เร่งติดตามหาอาวุธปืนที่ผู้ต้องหาอ้างว่าได้โยนทิ้งระหว่างหลบหนี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KUE2Yzn5L6c    

 8,264
สังคม-อาชญากรรม
18 ก.ย. 60

'ศานิตย์' พบเบาะแสวงจรปิด เชื่อมีคนช่วยมือระเบิด atm กรุงเทพกรีฑา

พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุถึงความคืบหน้าคดีที่คนร้ายก่อเหตุวางระเบิด ตู้กดเงินสด ธนาคารกรุงเทพสาขาโลตัสกรุงเทพกรีฑา 35 ได้เงินสดกว่า 3 แสนบาท   ล่าสุด จากตรวจสอบกล้องวงจรปิดเชื่อได้ว่าคนร้ายรายนี้ไม่ได้ลงมือเพียงคนเดียว เนื่องจากพบรถต้องสงสัยเป็นรถจักรยานยนต์ของผู้ร่วมขบวนการ ผู้ขี่สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ และมาจอดหน้าจุดเกิดเหตุก่อนขับออกไป ซึ่งคาดว่าจะเป็นการดูลาดเลาก่อนส่งสัญญาให้มือระเบิดเข้ามาก่อเหตุ   ซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวนกำลังเร่งตรวจกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมเพื่อหารถจักรยานยนต์ทั้ง2 คัน ให้พบเพื่อนำมาเชื่อมโยงกัน นอกจากนี้ในส่วนของกล้องวงจรปิดที่ตู้เอทีเอ็มซึ่งกองพิสูนจ์หลักฐานไม่สามารถกู้ภาพได้นั้น ได้มีการส่วนไปตรวจสอบโดยบริษัทเอกชนแล้ว ซึ่งหากกู้ภาพได้สำเร็จคาดว่าจะทำให้เห็นภาพคนร้ายชัดเจน   ขณะเดียวกันมีการสอบปากคำพยานไปแล้วหลายปากและมีการนำผู้ต้องสงสัยมาตรวจสอบเปรียบเทียบดีเอ็นเอแต่ยังคงไม่พบตัวคนร้าย ซึ่งต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติมต่อไป เชื่อว่าสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนในทุกประเด็น     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_w2OdwdQrm0    

 1,800
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ย. 60

แม่เครียดจัด ลงมือสังหารลูกสาวออทิสติกทั้งน้ำตาในวันเกิด พบประวัติเคยรักษาโรคประสาท

จากกรณีแม่รัดคอลูกสาววัย 15 ปี ที่เป็นเด็กออทิสติก ภายในหอพัก ย่านถนนงามวงศ์วาน ก่อนจะซื้อเบียร์มากินพร้อมกับยานอนหลับจำนวนหลายเม็ด หวังฆ่าตัวตายตาม แต่เกิดอาเจียนออกมา และหมดสติ พอตื่นขึ้นมาก็โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ อีกทั้งยังอ้างว่ามีความเครียดสะสม ตามที่รายการได้นำเสนอไปแล้วนั้น   ล่าสุดวานนี้(12 ก.ย.) พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางไปสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพว่า เอาผ้ามัดคอลูกจริง เนื่องจากมีอาการเครียด เพราะต้องเลี้ยงดูบุตรสาวที่เป็นออทิสติกเพียงคนเดียว และไม่นานนี้ก็เพิ่งออกจากงาน จึงไม่อยากให้เป็นภาระของคนอื่น   ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ก่อเหตุเคยได้รับหารรักษาที่โรงพยาบาลประสาทเมื่อปี 2557 ส่วนยาระงับประสาทที่พบในที่เกิดเหตุ เป็นยาที่รับมาจากโรงพยาบาล ตอนนี้ตัวผู่ก่อเหตุยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประสาท เพื่อรอดูอาการ หลังพยายามกินยาฆ่าตัวตาย   พลตำรวจโทศานิตย์ บอกอีกว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะต้องเชิญแพทย์มาวินิจฉัยอาการว่า ขณะก่อเหตุมีอาการประสาทหรือไม่ ถ้าระหว่างที่ก่อเหตุมีอาการทางประสาท จะถูกละเว้นการดำเนินคดีตาม ป วิอาญามาตรา 65 วรรคแรก แต่ตำรวจเชื่อว่า น่าจะรู้ตัวในระหว่างการก่อเหตุ แต่ในชั้นสอบสวนและพิจารณาจะต้องให้แพทย์ลงความเห็นเกี่ยวกับข้อเท็จจริงนอกจากนี้เจ้าหน้าที่จะต้องนำจดหมายลาตายของผู้ก่อเหตุ ส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ ว่าเป็นลายมือของผู้ก่อเหตุหรือไม่ และต้องพิสูจน์ว่าเขียนก่อนหรือหลังการก่อเหตุ   ด้าน พ.ต.อ.ดร.มานะ เผาะช่วย ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง เปิดเผยว่า ตอนเกิดเหตุได้รับว่าขอความช่วยเหลือ เนื่องจากทานยาเกินขนาด แต่พอไปถึงที่เกิดเหตุพบว่ามีผู้เสียชีวิต ซึ่งตัวผู้ก่อเหตุก็ยอมรับว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุเอง แต่ซักถามได้ไม่นาน ก็ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล เนื่องจากผู้ก่อเหตุไม่ได้สติ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าผู้ก่อเหตุเคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลประสาท เมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดยพี่สาวของผู้ก่อเหตุยังให้ข้อมูลอีกว่า น้องสาวต้องสูญเสียสามี ทำให้ต้องมาเป็นเสาหลักของครอบครัว อีกทั้งล่าสุดยังออกจากงาน จึงน่าจะมีอาการเครียด   ผู้กำกับ ยังบอกกับทีมข่าวอีกว่า ในวันที่เกิดเหตุ เป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 15 ปี ของเด็กผู้หญิงที่เสียชีวิตอีกด้วย   ขณะที่ผู้ดูแลหอพักดังกล่าว ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้ที่ก่อเหตุมาอยู่ที่หอพักได้ประมาณ 3 ปี ตลอดเวลาที่ผ่านมาจะชำระค่าเช่าห้องตรงตามเวลา ไม่เคยมีปัญหาใดๆ ซึ่งเมื่อ 2 วันที่ผ่านมาก็ยังได้พูดคุยกันอยู่ ก็ไม่มีอาการผิดปกติหรือเครียดแต่อย่างใด ส่วนลูกสาวของผู้ก่อเหตุปกติแล้วจะอยู่ที่ดูแลเด็กพิเศษ จะกลับมาอยู่ที่หอพักอาทิตย์ละครั้ง แต่ล่าสุดกลับมาอยู่ที่หอพักเกือบ 2 อาทิตย์แล้ว เนื่องจากลูกสาวมีอาการป่วย   ซึ่งจากการสังเกต ผู้ก่อเหตุเป็นคนที่รักลูกสาวมาก เวลาออกไปทำงาน ช่วงกลางวันก็จะกลับเอาอาหารมาให้ และช่วงเย็นก็จะซื้ออาหารมาฝากลูกสาวจำนวนมาก ซึ่งดูแล้วก็ไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น   ด้านแพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณะสุข เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุอาจมีความเครียดสะสมจากหลายปัจจัย ซึ่งจากข่าวก็พอทราบได้ว่า มีความเครียดจากการที่ลูกเป็นออทิสติก สูญเสียสามี และเพิ่งจะออกจากงาน จึงทำให้เครียดจนคิดจะลงมือทำร้ายตัวเอง แต่อาจคิดว่าหากตัวเองตายแล้ว ลูกจะเป็นภาระของคนอื่น จึงต้องตัดสินใจฆ่าลูกสาวด้วย   ส่วนที่ว่าโรคซึมเศร้าจะส่งผลถึงขั้นที่ไม่มีสติเลยหรือไม่นั้น แพทย์หญิงอัมพร บอกว่า โรคซึมเศร้าอาจส่งผลรุนแรงจนมีอาการหลอน แต่อาจมีส่วนน้อย บางคนอาจมีสติ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนความคิดได้   แพทย์หญิงอัมพร ยังฝากบอกประชาชนว่า หากใครกังวลว่าจะเป็นโรคซึมเศร้า หรือมีเรื่องเครียดที่ไม่สามารถบอกใครได้ สามารถโทรมาที่เบอร์ 1323 สายด่วนกรมสุขภาพจิต เพื่อปรึกษาและขอคำแนะนำได้     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/q9kAzqkeKOs    

 7,091
สังคม-อาชญากรรม
30 ส.ค. 60

จับแล้ว 2 คนงานเมียนมาฆ่าข่มขืนเพื่อนร่วมชาติ หมกท่อย่านสุขุมวิท 77

พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลร่วมกับ พลตำรวจตรีนันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 แถลงข่าวจับกุม นายจ่วย หรือ จ่วยจี้ และนายอ่อง ตินวิน 2 ผู้ต้องหาชาวพม่า ที่ร่วมกันฆ่านางสาวทูน แล้วนำศพไปหมกในท่อบริเวณถนนสุขุมวิท 77 (อ่อนนุช-ลาดกระบัง)   โดยผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพและอ้างว่า วันเกิดเหตุเมื่อกลางดึกวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้ชักชวนผู้ตายที่คุ้นเคยกัน มาดื่มสุราและเสพยาบ้ากันใต้สะพานใกล้วัดกระทุ่มเสือปลา เขตประเวศ จากนั้นนายจ่วยพยายามข่มขืน แต่ผู้ตายขัดขืน ผู้ต้องหาจึงร่วมกันใช้มีดแทงผู้ตาย และนายจ่วยได้ลงมือข่มขืน   จากนั้นนายอ่องได้นำศพไปหมกในท่อใกล้ที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นนายจ่วยได้ให้เงินนายอ่องจำนวน 1,500 บาทให้หนีกลับบ้านในประเทศพม่าทางด้านจังหวัดตาก ก่อนที่ตัวเองทำตัวไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น และไปทำงานในโรงงานคัดแยกขยะในซอยอ่อนนุช 86 ตามปกติ จนตำรวจมาสอบสวนกลับให้การซัดทอดว่านายอ่อง เป็นผู้ก่อเหตุ ต่อมาตำรวจฝ่ายสืบสวนไปตามจับนายอ่องได้ที่อำเภอแม่สอด ขณะกำลังจะหนีกลับพม่า เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา จึงนำตัวมาสอบสวนและเข้าจับกุมนายจ่วย   เบื้องต้นตำรวจตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน ร่วมกันข่มขืนผู้อื่นในลักษณะโทรมหญิง ก่อนนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยผู้ต้องหาทั้งสองมีประวัติร่วมกันฆ่าคนตายในประเทศพม่า ก่อนหนีเข้ามาทำงานในกรุงเทพนานถึง 7 ปีแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3GNn9BYOiXc    

 2,882
สังคม-อาชญากรรม
11 ส.ค. 60

นศ.ปทุมวัน มือแทงอุเทนถวาย เข้ามอบตัว ฝากคนที่เรียนอย่ามีเรื่องกัน

นศ.ปทุมวันมือแทงอุเทนถวายมอบตัว วอนสองสถาบันยุติความรุนแรง ขณะที่อีก 3 คนยังหลบหนี   ตำรวจประสานผู้ปกครองและตัวแทนศิษย์เก่า สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน นำตัวนายศราวุทธ โซะประสิทธิ์ อายุ 25 ปี นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุม ผู้ต้องหาตามหมายจับร่วมกับพวกใช้อาวุธมีดแทงคู่อริต่างสถาบันเสียชีวิต บริเวณทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอสสนามกีฬาแห่งชาติ ย่านมาบุญครอง เข้ามอบตัวกับ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลและตำรวจนครบาลปทุมวัน   เบื้องต้น นายศราวุธ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพส่วยรายละเอียดทางคดีจะขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมฝากไปยังคนที่เรียนอยู่ขออย่ามีเรื่องกันถ้าเจอกันก็พยายามออกห่างกัน หลีกเลี่ยงการทำร้ายกันเพราะจะเกิดความสูญเสียขึ้น   เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เสียชีวิต ร่วมกันทำร้ายร่างผู้อื่นให้ได้รับอันตรายแก่กายบาดเจ็บสาหัส และพกพาอาวุธไปในเมืองหรือหมู้บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต รวม 3 ข้อหา ส่วนจะได้รับการประกันหรือไม่เป็นดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน   ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติ นายศราวุธ พบว่าถูกจับกุมดำเนินคดีข้อหาฆ่าผู้อื่นเมื่อปี 51 ในพื้นที่ สน.บึงกุ่ม ส่วนอีก 3 ราย ไม่มีประวัติก่อเหตุอาชญากรรม โดยตำรวจได้ขอให้ทั้ง 3 ที่ยังหลบหนีเข้ามอบตัว เพราะรู้ตัวหมดแล้ว และได้ประสานไปยังครอบครัวให้พาเข้ามอบตัว   ขณะที่ตัวแทนศิษย์เก่ากล่าวว่า อยากให้ศิษย์เก่าและปัจจุปัน หยุดการกระทำในทางที่เสื่อมเสีย หลีกการกระทำรุนแรง ควรมีสติรักสถาบันในทางที่ถูก ตนในฐานะรุ่นพี่เห็นว่าเมื่อน้องทำผิดก็จะนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมายและหลังจากนี้จะพูดคุยหารือทำความเข้าใจเพื่อให้น้องมีความรักในสถาบันและชื่อเสียง พยายามควบคุมดูแลป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก   ด้านผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่ามาตรการป้องกันการก่อเหตุระบะสั้นว่า ได้กำชับให้จัดเจ้าหน้าที่คอยดูแลก่อนและหลังเลิกเรียนในพื้นที่เสี่ยงจุดต่างๆ ตรวจค้นตามสถานที่เสี่ยงป้องกันการซุกซ่อนอาวุธไว้ก่อเหตุ ตลอดจนดำเนินการด้านการปกครอง  ส่วนมาตรการระยะยาว นำเด็กทั้งสองสถาบันมาทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อละลายพฤติกรรมต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yiILZKIUlvA

 3,740
สังคม-อาชญากรรม
15 ก.ค. 60

พล.ต.ท.ศานิตย์ เร่งล่าตัวเบนซ์ป้ายแดงซิ่งแหกด่าน ชี้อาจขาดส่งค่างวด

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพรถเบนซ์ป้ายแดงซิ่งรถหนีและลาก ดาบตำรวจนิติ อัญชลิสังกาศ ผบ.หมู่งานจราจร สถานีตำรวจนครบาลท่าข้าม จนได้รับบาดเจ็บ   ล่าสุด พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ออกมาเปิดเผยว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามจับกุมตัวเชื่อว่าภายใน 1-2 วันนี้คงจะจับตัวได้  หลังศาลแขวงธนบุรีได้อนุมัติหมายจับผู้ที่นั่งและขับขี่  ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน ขัดขวางการจับกุมเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้าย และขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น ภายในอายุความ 10 ปี เบื้องต้นทราบชื่อชายที่นั่งประกบคนขับ คือ นายบัณฑิต สุวานะวีคิน และนางสาวจุธา ยังไม่ทราบนามสกุล โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้เฝ้าติดตามบริเวณบ้านพักภายในซอยพระรามสอง 42 ปรากฏว่าทั้งคู่ยังไม่กลับเข้ามา   โดยขณะนี้พบข้อมูลในเรื่องของป้ายแดงที่ปรากฏบนรถแล้วพบว่าตรงกับชนิดรถคันในคลิปจริง แต่กำลังตรวจสอบกับทางไฟแนนซ์ว่ารถคันดังกล่าวมีการขาดส่งหรือไม่ เพราะมีข้อมูลว่ารถคันในคลิปเป็นรถที่มีลักษณะการลากป้ายทะเบียน มากกว่า 2-3 ปี และจากพฤติกรรมที่เกิดขึ้น อาจมาจากการที่ขาดส่งค่างวดรถหรือไม่ ส่วนนี้ต้องตรวจสอบ จึงจะสามารถยืนยันได้ ส่วนร้านอาหารที่พบว่าเปิดที่ราชพฤกษ์ ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบคาดว่าจะได้ความชัดเจนเร็วๆ นี้             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/sovDEVUOHwY

 3,199
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 60

จับ 'มาม่าซังต่าย' บังคับหญิงไทยค้าประเวณีที่บาห์เรน

พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยการจับกุมตัวนางสาวอภิญญา ปิดตานัง หรือ มาม่าซัง ต่าย หลังเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ประสานมายังกองบัญชาการตำรวจนครบาลในการติดตามจับกุมเครือข่าย บังคับหญิงไทยไปค้าประเวณีที่ประเทศบาห์เรน   โดยการล่อลวงให้ทำสัญญา 2 แสนบาท เพื่อไปทำงาน แต่ได้บังคับค้าประเวณี โดยยึดหนังสือเดินทาง ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ขออนุมัติออกหมายจับเครือข่ายกลุ่มนี้จำนวน 6 คน และจับกุมไปได้แล้ว 3 คน โดยล่าสุดสามารถจับกุมตัวนางสาวอภิญญา ได้ที่เกาะช้าง จังหวัดตราด โดยแจ้งข้อกล่าวหาการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ ก่อนส่งตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_lPMKhmNMtE

 4,984
สังคม-อาชญากรรม
26 มิ.ย. 60

ซีพีเอฟ ยกเลิกแถลงข่าว 5 ศพตกบ่อบำบัด 'ศานิตย์' ยันให้ความเป็นธรรม แม้บริษัทมีชื่อเสียง

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยันให้ความเป็นธรรมกับ ผู้เสียชีวิต 5 ศพ จากเหตุผลัดตกบ่อบำบัดน้ำเสีย แม้บริษัทที่เกิดเหตุจะมีชื่อเสียง เร่งหาสาเหตุที่แท้จริงหลังผ่านมา 2 วันยังไม่มีความชัดเจน   พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยัน แม้บริษัท ซีพีเอฟ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) จะเป็นบริษัทขนาดใหญ่หรือมีชื่อเสียง ตำรวจต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยคำนึงตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ส่วนจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาใครหรือไม่   ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ มีผู้จงใจ หรือเป็นความประมาทของผู้ใดที่ทำให้ นางสาวปัณฐิกา ตาสุวรรณ นิสิตชั้นปีที่ 5 คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มาฝึกงาน พร้อมพนักงานบริษัทฯ ตกลงไปในบ่อบำบัดน้ำเสีย จนเกิดการสูญเสียหรือไม่ เมื่อได้ข้อเท็จจริงจึงพิจารณาว่าใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบทางอาญาบ้าง โดยอาจลงพื้นที่เพื่อติดตามคดี และประสานพนักงานสอบสวนสน.บางนาให้พาไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อดูสภาพแวดล้อมว่ามีป้ายเตือนหรือมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ดีหรือไม่ และสอบปากคำเพื่อนของ นศ.ที่เห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ   ขณะที่บรรยากาศการจัดงานศพผู้เสียชีวิตทั้ง 5 รายในแต่ละภูมิลำเนาเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ด้านผู้บริหารบริษัทซีพีเอฟได้ยกเลิกการแถลงข่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BDivA78Ux2Y    

 14,538
สังคม-อาชญากรรม
14 มิ.ย. 60

จ่อยิงหนุ่มขับรถตู้รับจ้าง เสียชีวิตกลางซอยประดิพัทธ์ 21 พยานชี้เบาะแสปมชู้สาว

จนท.รับแจ้งมีผู้ถูกยิงด้วยอาวุธปืน 3 นัด เสียชีวิตภายในรถตู้ส่วนบุคคล ภายในซอยประดิพัทธ์ 21 เขตจตุจักร เบื้องต้นจากการตรวจสอบทราบชื่อคือ นายสุพจน์ แม้นรัมย์ อายุ 29 ปี อาชีพขับรถตู้รับจ้าง ถูกยิงที่ศีรษะ กระพุ้งแก้ม และลำตัวด้านซ้าย ใกล้บริเวณศพพบปลอกกระสุนตกอยู่ 3 ปลอก   พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพที่เกิดเหตุ เบื้องต้นพอจะทราบเบาะแสของคนร้ายแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผย เนื่องจากอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัว เบื้องต้นพบผู้ลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียว โดยให้น้ำหนักไปที่ประเด็นความขัดแย้งส่วนตัว เช่นเรื่องธุรกิจรถรับจ้าง ปมชู้สาว ขัดแย้งผลประโยชน์ แต่เชื่อได้ว่าคดีนี้คนร้ายมีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี และหวังผลถึงแก่ชีวิต ส่วนจะเป็นข้าราชการหรือข้าราชการเกษียนอายุหรือไม่ ยังไม่ขอสรุป ยืนยันว่ามีภาพวงจรปิดที่พอจะเห็นพฤติการณ์ในการลงมือ ซึ่งได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนไปดำเนินการต่อแล้ว คาดว่าจะเร่งออกหมายจับได้ในคืนนี้ และไม่เกิน 1-2 วันนี้น่าจะมีข่าวดี   พยานเห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุทราบว่าผู้เสียชีวิตเพิ่งกลับจากไปทำบุญที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และมานั่งดื่มสุราอยู่หน้าจุดเกิดเหตุกับเพื่อนเมื่อช่วงหัวค่ำ จากนั้นเห็นว่ามีการพูดคุยกับชายคนหนึ่งและมีปากเสียงกัน ก่อนจะถูกยิงเสียชีวิต ซึ่งหลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ยืนยันว่าเคยเห็นคนที่ก่อเหตุ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกันกับคนร้าย โดยชายคนดังกล่าวเป็นอดีตข้าราชการเกษียนอายุ ซึ่งเข้ามาติดพันแฟนสาวของผู้เสียชีวิต เคยหาซื้อข้าวของเครื่องใช้มาให้บ่อยครั้ง ที่ผ่านมาเคยเตือนเรื่องนี้กับแฟนสาวผู้เสียชีวิตแล้วให้ระวังตัวอย่าไปยุ่งเกี่ยว แต่ยังเห็นชายคนดังกล่าวคอยซื้อของมาให้อย่างสม่ำเสมอ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qffJawwGXd8    

 13,157
สังคม-อาชญากรรม
11 มิ.ย. 60

พล.ต.ท.ศานิตย์ สั่งขยายผลคดีอุ้มนักธุรกิจญี่ปุ่นเรียกค่าไถ่ เชื่อมีผู้ร่วมก่อเหตุอีกหลายคน

ความคืบหน้าจากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสนธิกำลังเข้าช่วยเหลือ นายวาตานาเบ้ ซินามิ นักธุรกิจเกี่ยวกับบริษัทเครื่องมือการแพทย์ หลังถูกคนร้ายเป็นชาวญี่ปุ่น 3 คน จับตัวมากรรโชกทรัพย์ จากย่านแจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา จากนั้นได้พามากักขังไว้ที่อพาร์ทเมนท์ย่านซอยเอกมัย 23 โดยพบนายวาตานาเบ้ ถูกมัดด้วยสายไฟอยู่บนเตียง สภาพถูกทรมานโดนตีด้วยไม้เบสบอลที่ขาซ้ายเป็นบาดแผล ขาขวาหัก และลำตัวช้ำนั้น    ล่าสุด พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร  ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้แถลงข่าวหลังเข้าสอบปากคำ 3 ผู้ต้องหาชาวญี่ปุ่น นายมาซาโตะ โคบาริ, นายเลโอ ชูรุโซเอะ และ นายคิโยโต มิยาตะ ด้วยตัวเอง โดยผู้ต้องหาอ้างว่าสาเหตุที่ขัดแย้งกัน เนื่องจากผู้เสียหายได้ว่าจ้างไปต่อเติมบ้านในประเทศญี่ปุ่นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว และได้ขโมยวัตถุโบราณราคาประมาณ 15 ล้านบาท ผู้เสียหายจึงแจ้งความดำเนินคดีทำให้กลุ่มคนร้ายโกรธแค้น จึงตามมาก่อเหตุในไทย โดยมีเอกสารเป็นลายมือภาษาญี่ปุ่น เกี่ยวกับการเตรียมขั้นตอนการลักพาตัวที่พบในห้องพัก แต่อ้างว่าต้องการเพียงแค่สั่งสอนไม่ได้ประสงค์ถึงชีวิต ส่วนเลื่อยที่พบในบ้านพักนำมาใช้เลื่อยไม้เพื่อดามขาของผู้บาดเจ็บเท่านั้น ซึ่งตำรวจยังไม่เชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา และให้น้ำหนักไปที่ประเด็นการปล้นทรัพย์ แต่การก่อเหตุครั้งนี้ยังคาดว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุอีกหลายคน ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล   ทั้งนี้ตำรวจพบว่าข้อนิ้วก้อยข้างซ้ายของนายมาซาโตะหายไป และมีรอยสักคล้ายสมาชิกแก๊งยากูซ่า แต่ชื่อไม่พบในสาระบบคนร้ายของตำรวจญี่ปุ่น คาดว่าน่าจะเป็นสมาชิกปลายแถว   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาปล้นทรัพย์ ,กักขังหน่วงเหนี่ยวและทำให้สูญเสียอิสรภาพ และ ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ โดยทางนายเลโอปฏิเสธเซ็นชื่อในชั้นจับกุม และขอให้การในชั้นสอบสวน ส่วนนายคิโยโต้ให้การปฏิเสธทุกข้อหา ส่วนนายมาซาโตะขอปฏิเสธข้อหาปล้นทรัพย์แต่รับสารภาพในข้อหาที่เหลือ เจ้าหน้าที่นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   โดยหลังจากสอบสวนเสร็จแล้ว พนักงานสอบสวนจะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสามคนไปขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ฝากขัง ในวันที่ 12 มิถุนายนนี้               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/ZjAu2k-C-AU  

 10,284
สังคม-อาชญากรรม
18 พ.ค. 60

'ศรีวราห์' ยันเกิดระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาติ 'ศานิตย์' แก้ลำบอกเป็นกลยุทธ์สับขาหลอก

พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงเหตุเสียงคล้ายระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาติ เมื่อคืนวันที่ 15 พค.ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบเบื้องต้น ยืนยันได้ว่าเป็นเหตุระเบิด โดยผู้ก่อเหตุใช้ โปตัสเซี่ยมคลอเรต ซึ่งเป็นสารที่ใช้ประกอบวัตถระเบิด และใช้ดินระเบิดน้อยกว่าปกติประกอบในท่อพีวีซี ที่พบทำให้ไม่พบเขม่าดินปืน จุดชนวนด้วยการตั้งเวลาโดยคนร้ายมีวัตถุประสงค์เพื่อก่อกวน ส่วนจะเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดหน้ากองสลากที่ผ่านมาหรือไม่นั้น ต้องรอผลพิสูจน์จากรอยบัดกรีก่อน   ขณะที่พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่าที่เบื้องต้นระบุเหตุดังกล่าวไม่ใช่เหตุคนร้ายลอบวางระเบิด เพราะเป็นกลยุทธ์สับขาหลอก ให้คนร้ายตายใจ แต่แท้จริงแล้วตำรวจทำงานกันในทางลับ ทั้งนี้ต้องนำไปพิสูจน์ทราบให้ชัดเจนอย่างเป็นทางการครั้งว่า เชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่หน้ากองสลากฯเก่าหรือไม่ แต่ยืนยันว่าตอนดูที่เกิดเหตุทีแรกไม่เห็นอะไรเลย มีเพียงท่อพีวีซีขาตั้งป้ายที่แตกหักแล้วก็ไม่มีกลิ่นไหม้ แต่ก็ได้นำท่อพีวีซีไปส่งตรวจห้องแล็บหาคราบเขม่าดินปืน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jARKIXNiUCo    

 13,432
สังคม-อาชญากรรม
16 พ.ค. 60

สั่งตรวจต้นไม้เลียบถนนในกรุงกว่า 50 เขต ป้องกันอุบัติเหตุช่วงหน้าฝน

จากกรณีที่มีผู้เสียชีวิตจากต้นไม้หัดโค่นบนถนนชิดลม รองผู้ว่ากทม. สั่ง สำนักงานเขต กทม. ทั้ง 50 เขต สำรวจต้นไม้ใหญ่ พร้อมให้บำรุงรักษาดูแลอย่างดี ขณะที่ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลขออนุมัติหมายศาลอาญากรุงเทพใต้ ดำเนินคดีนิติบุคคล บริษัทดังกล่าวแล้ว   นายจักรพันธ์ ผิวงาม รองผู้ว่า กทม. กล่าวถึงมาตราการการดูแลต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า จากการสำรวจเก็บข้อมูลพบว่า กทม. มีต้นไม้ยืนต้นทั้งหมด 3,186,640 ต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นต้นไม้ประเภทไม้ล้อมที่ไม่มีรากแก้ว มีแต่รากแขนงที่ไม่แข็งแรง เมื่อสภาพดินอุ้มน้าในปริมาณที่มากๆ โอกาสที่จะโค่นล้มเป็นไปได้ง่าย ชึ่ง กทม. มีมาตราฐานในการดู 6 ขี้นตอนคือ 1.) หมั่นใส่ปุ๋ยดูแลให้แข็งแรง 2.) ดูแลกำจัดศัตรูพืช วัชพืช และกาฝากสม่ำเสมอ 3.) คอยตัดแต่งให้สวยงามไม่ให้สูงเท่าสายไฟที่จะเกี่ยวได้ 4.) ควรมีไม้พยุงหรือค้ำยันไว้ 5.) หากสภาพควรมีการศัลยกรรม ต้องมีทีมเข้ามาดูแลทันที และ 6.) หากไม่สามารถอยู่ในพื้นที่ได้ ต้องล้อมออกนอกพื้นที่ทันที   ซึ่งล่าสุดสั่งการให้เจ้าหน้่าที่ทั้ง 50 เขต สำรวจต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่พร้อมบำรุงรักษาดูแลเป็นอย่างดี ให้อยู่ในสถาพแข็งแรงสมบูรณ์ที่สุด   ขณะที่ พล.ต.ท. ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กล่าวว่า เบื้องตันได้สอบปากคำผู้เขี่ยวชาญ รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ให้ออกหมายจับนิติบุคคลของบริษัท ข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายคาดว่า หมายจับน่าจะออกวันนี้ช่วงเวลา 4-5 โมงเย็นนี้ นอกจากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐานใหละเอียดที่สุด หากพบใครมีส่วนเกี่ยวข้องจะออกหมายจับเพิ่มเช่นกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WWCFnJAHfco    

 9,722
สังคม-อาชญากรรม
16 พ.ค. 60

ไม่ใช่ระเบิด! ผบช.น. ยันไม่พบเขม่าดินปืน หน้าโรงละครแห่งชาติ ขออย่าตื่นตระหนก

จากกรณีเกิดเสียงดังคล้ายระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาติ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิด หรืออีโอดี เข้าตรวจสอบมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย เป็นหญิง หูอื้อ 1 คน และบาดเจ็บที่ขา 1 คน นั้น   โดยผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน เผยว่า ขณะยืนรอรถประจำทาง บริเวณหน้าโรงละครแห่งชาติ ได้ยินเสียงตู้มดังขึ้น และได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำผู้บาดเจ็บไปรักษาที่เต็นแพทย์สนาม ของกองอำนวยการสนามหลวง   ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ส่วนตัวยืนยันไม่ใช่วัตถุระเบิด ตรวจสอบแล้วไม่มีเขม่าดินปืน ไม่มีส่วนประกอบระเบิด เหตุเกิดจากลมพัดแรง ทำให้ท่อยึดป้ายแผนผังประชาสัมพันธ์ของสนามหลวงหักและแตก จนกระทบผู้ที่ยืนรอรถประจำทาง ทั้งนี้ ขอให้รอผลตรวจสอบจากนักวิทยาศาสตร์หรือผู้เชี่ยวชาญ ขณะนี้ขอให้ประชาชนสบายใจ ไม่ต้องตื่นตระหนก ตำรวจและทหารดูแลอย่างต่อเนื่อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wAVmasaU370    

 9,426
สังคม-อาชญากรรม
09 พ.ค. 60

สั่งเด้ง ผบก.น.1 เซ่นบุกจับผับดังย่านข้าวสาร ตรวจนักเที่ยวเจอฉี่ม่วง 66 คน

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.วัชรพงศ์ ดำรงค์ศรี ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1)เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลมอบหมาย และให้ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. รักษาราชการแทนในตำแหน่ง ผบก.น.1 อีกหน้าที่หนึ่ง โดยไม่ขาดจากตำแหน่งเดิม ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง   โดยคำสั่งดังกล่าว ระบุสาเหตุว่า ด้วยกองบัญชาการตำรวจนครบาลมีเหตุผลจำเป็นในการให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ เพื่อไม่ให้เกิดความความเสียหายแก่ทางราชการ และให้เป็นไปตามนโยบายการป้องกันปราบปรามอบายมุขในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบ กองบัญชาการตำรวจนครบาล รวมทั้งเพื่อให้การสืบสวนข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ   สำหรับคำสั่งดังกล่าวเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 พ.ค. ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง บุกจับผับดัง  Zad Club ย่านถนนข้าวสาร ใกล้วัดบวรฯ และไม่ไกลจาก สน.ชนะสงคราม หลังชาวบ้านร้องเรียน พบปล่อยให้เยาวชนต่ำกว่า 20 เข้ามาใช้บริการ จำนวน 25 คน พบฉี่ม่วงมากถึง 66 คน โดยก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.วัชรพงศ์ ดำรงค์ศรี ผู้บังคับการจตำรวจนครบาล 1 ได้สั่งการให้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว พร้อมกับมีคำสั่งให้  ผกก. /รองผกก. และสว.ที่รับผิดชอบ หรือ 5 เสือ สน.ชนะสงคราม ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ ให้มาช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (ศปก.บก.น.1) เป็นเวลา 30 วันแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fl6VFfI6e-c    

 12,024
สังคม-อาชญากรรม
19 เม.ย. 60

รวบแก๊งคนไทย-เขมร ตระเวนตัดสายคล้องคอซองกันน้ำ นทท.เล่นสงกรานต์

พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงข่าวการจับกุมแก๊งกรีดซองกันน้ำ ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุมีแก๊งกรีดซองกันน้ำนักท่องเที่ยวที่เล่นน้ำในสถานที่ต่างๆ ที่มีผู้คนคับคั่ง อย่างย่าน RCA ถนนสีลม ถนนข้าวสาร   ได้ผู้ต้องหาทั้งหมด 4 คน เป็นชาวกัมพูชา 3 ราย คนไทย 1 ราย และยังมีผู้หลบหนีอีก 1 ราย โดยพฤติการณ์ของคนร้าย จะเข้าไปในสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวเล่นน้ำสงกรานต์เป็นจำนวนมาก จากนั้นใช้มีดที่ขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในซองหมากฝรั่งตัดสายคล้องคอซองกันน้ำผู้เสียหาย ก่อนส่งต่อให้เพื่อนร่วมแก๊ง ที่ยืนบังเดินออกไป เอาทรัพย์สินที่ได้เดินออกไป   ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุร่วมกันจริง ในหลายท้องที่ในช่วงเทศกรานต์ส่งกรานต์ ที่สีลม 5 ครั้ง ถนนข้าวสาร 15 ครั้ง และRCA อีก 5 ครั้ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KUd_LBIzwn0

 11,676

Top