ค้นหา :

ผลการค้นหา "หาดใหญ่"

ข่าวภูมิภาค
26 ม.ค. 63

ระทึก! ไฟไหม้ร้านหนังสือเก่าแก่กลางเมืองหาดใหญ่ คนติดในห้องหนีตายทางระเบียง

เมื่อเวลา 13.20 น. เมื่อวานนี้ (25 ม.ค.) ได้เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นที่ร้านแพร่วิทยา ซึ่งเป็นร้านหนังสือเก่าแก่ของเมืองหาดใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ 181/4 - 6 ถนนนิพัทธิ์อุทิศ 3 ใจกลางเมืองหาดใหญ่   ที่เกิดเหตุเป็นตึก 3 ชั้น 3 คูหา ไฟได้ลุกไหม้ขึ้นจากชั้น 1 และกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นไปชั้นบนเนื่องจากบริเวณชั้นล่างมีหนังสืออยู่เต็มร้าน และช่วงเกิดเหตุมีผู้ที่ติดอยู่บนชั้น 2 จำนวน 4 คน เป็นผู้หญิงทั้งหมด หนึ่งในนั้นเป็นหญิงชราเจ้าของร้านที่ป่วยติดเตียง หน่วยกู้ภัยต้องใช้บันใดปีนขึ้นไปนำตัวทั้ง 4 คน ออกมาทางระเบียงด้านหน้าได้ทันและปลอดภัย   ก่อนที่เทศบาลนครหาดใหญ่จะระดมรถดับเพลิงจำนวน 7 คันมาฉีดน้ำควบคุมไฟเพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังอาคารข้างเคียงที่อยู่ติดกันซึ่งมีทั้งร้านค้าที่พักอาศัยและโรงแรม โดยระดมฉีดน้ำเข้าไปในตัวอาคารเพื่อเร่งดับไฟ รวมถึงกลุ่มควันที่อยู่ในตัวอาคารและลอยขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้าอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ควันไฟกระทบกับชั้นบนของโรงแรมใช้เวลานับชั่วโมงจึงควบคุมไฟได้แต่ก็ต้องฉีดน้ำเลี้ยงตลอดเวลา   จากการเข้าไปตรวจสอบภายในตัวอาคารไม่พบใครติดค้างอยู่ในตัวอาคาร มีเพียงผู้หญิง 4 คนที่ ติดอยู่บนชั้น 2 ซึ่งเจ้าหน้าที่ช่วยออกมาได้ทันและมีอาการสำลักควันไฟต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ หนึ่งในนั้นเป็นหญิงชราที่ป่วยติดเตียงซึ่งเป็นเจ้าของร้าน ส่วนอีก 3 คนเป็นลูก ๆ   อย่างไรก็ตามควันไฟได้ส่งกระทบกับโรงแรมหาดใหญ่เซ็ลทรัลที่ตั้งอยู่ติดกันเนื่องจากมีควันไฟเข้าไปภายในโรงแรม ต้องใช้เครื่องดูดควันดูดควันออกมา และจากการเข้าตรวจสอบภายในอาคารพบว่าต้นเพลิงมาจากแผงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างชั้น 1 กับชั้น 2 และลุกลามไปติดกองหนังสือพิมพ์ที่วางกองอยู่ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ส่วนสาเหตุคาดว่ามาจากไฟฟ้าลัดวงจร   ล่าสุด นางทิพาพร อารีรัตนา บุตรสาว เจ้าของร้านหนังสือแพร่วิทยา ให้รายละเอียดเบื้องต้น เพลิงไหม้ทำให้อาคารเลขที่ 181/4 ได้รับความเสียหาย ส่วนอาคารที่อยู่ใกล้เคียงส่วนใหญ่จะได้รับผลกระทบจากกลุ่มควันที่ฟุ้งกระจ่าย เช่นเดียวกับโรงแรมหาดใหญ่เซ็นทรัล ก็สามารถเปิดให้บริการตามปกติจากการพูดคุยกับโอเปอร์เรเตอร์โรงแรม   นายสุรพล กำพลานนท์วัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่่ยวจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า เหตุเพลิงไหม้ร้านจำหน่ายหนังสือย่านการค้าใจกลางเมืองหาดใหญ่ โดยมีกลุ่มควันกระจายเข้าไปยังห้องพักโรงแรมหาดใหญ่เซ็นทรัล ซึ่งอยู่ติดกัน ส่งผลทำให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียกว่า 60 ชีวิตวิ่งหนีตายกันอย่างอลหม่น เหตุที่เกิดขึ้นไม่น่าจะกระทบการท่องเที่ยว เนื่องจากเหตุที่เกิดเป็นเพียงอุบัติเหตุเล็กน้อยเท่านั้น   ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/R9Fs4EMbmnE  

 703
สังคม
07 ม.ค. 63

ตร.น้อมรับผิด หากเป็นเหตุให้คนตายเพราะการล็อคล้อ

เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรหาดใหญ่ ล็อคล้อรถคันหนึ่งที่ไปจอดในที่้ห้ามจอด แต่สุดท้ายมารู้ทีหลังว่า แม่ของเขานั้นเสียชีวิต เพราะรอออกซิเจนซึ่งเป็นเครื่องที่เขานั้นกำลังไปเช่าอยู่ ทางตร.จราจรก็พร้อมรับผิด หากเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุสลดใจในครั้งนี้   มีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อว่า 'สมชาย เพชรชุม' ได้โพสต์ข้อความเหตุการณ์ที่ถูกตำรวจจราจร สภ.หาดใหญ่ ล็อคล้อ ขณะนำรถไปจอดในที่จอดรถจักรยานยนต์ข้างโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพราะรีบไปเช่าเครื่องออกซิเจนจากโรงพยาบาลเพื่อนำไปให้แม่ที่ป่วย และพยายามบอกตำรวจจราจรแล้วแต่ก็ไม่ฟัง และให้ไปจ่ายค่าปรับที่โรงพักก่อนถึงจะปลดล็อคให้ และสุดท้ายก็นำเครื่องออกซิเจนไปให้แม่ไม่ทัน และแม่เสียชีวิต   ล่าสุดทาง ทางผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามข้อเท็จจริงของเหตุการณ์จาก พ.ต.ท.นฤทธิ์ เครือเนตร สารวัตรจราจร สภ.หาดใหญ่ ซึ่งได้เปิดเผยว่า บริเวณพื้นที่รอบโรงพยาบาลหาดใหญ่ มีปัญหาการจอดรถมาก จึงจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายโดยการบังคับล้อกับรถที่ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ถนนอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งกรณีนี้ตำรวจไม่รู้ว่าข้อมูลที่ประชาชนบอกนั้นเท็จจริงเป็นอย่างไร    และหากกรณีนี้เป็นสาเหตุหลักที่ให้ทำผู้ป่วยท่านนี้เสียชีวิต ตนก็กราบขออภัยและขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชา และออกคำสั่งให้ตำรวจจราจรนายนี้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด ตำรวจจราจรทุกนายไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้ เพียงแค่ต้องการจัดระเบียบจราจรให้ดีที่สุดเท่านั้น   นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังวัดสิกขาราม ต.คลองแดน อ.ระโนด จ.สงขลา ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพแม่ของเจ้าของเฟสบุ๊กที่โพสต์เรื่องนี้ แต่เจ้าของโพสต์ปฏิเสธไม่ขอเป็นข่าว หรือให้สัมภาษณ์ใดๆ โดยบอกแต่เพียงว่า ที่โพสต์เรื่องนี้ลงไป เพราะ อยากให้เป็นอุทาหรณ์กับสังคม และผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะตำรวจให้ฟังเหตุผล แต่ตนก็มีส่วนผิดที่ทำผิดกฎจราจรไปจอดในที่ห้ามจอด และขอจบเรื่องนี้ ไม่อยากให้เป็นเรื่องเป็นราว หรือเป็นข่าวยืดเยื้อ และไม่ติดใจเอาความใดๆ       ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/eVh7N0YqNIY  

 1,377
สังคม
05 ม.ค. 63

เก๋งไม่ชำนาญทาง ถูกรถไฟชนสนั่น ลูกน้อยวัย 2 ขวบกระเด็นดับ

เกิดอุบัติเหตุรถไฟขนสินค้าพุ่งชนรถเก๋งครอบครัว ลูกสาววัย 1 ขวบ 10 เดือน ร่างกระเด็นออกนอกรถ เสียชีวิตพร้อมบิดา บาดเจ็บอีก 3 คน    ที่เกิดเหตุเป็นจุดตัดทางรถไฟ บ้านหลบมุม หมู่ 8 ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รถเก๋งโตโยต้า ยาริส กำลังจะขับข้ามทางลักผ่าน ถูกรถไฟขนส่งสินค้าจากปาดังเบซาร์ ชนเข้าอย่างจัง รถเก๋งกระเด็นออกไปไกลราว 30 เมตร ส่งผลให้นายพลนรินทร์ คงมี คนขับ เสียชีวิตคาที่ ส่วนลูกสาววัย 1 ปี 10 เดือน ร่างลอยกระเด็นออกมานอกรถกระแทกพื้นเสียชีวิต ขณะที่ภรรยา และลูกสาวอีกคน รวมถึงน้องสาวของนายพลนรินทร์ ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์    ล่าสุดอาการทั้ง 3 คน ปลอดภัยแล้วสอบสวนทราบว่า ครอบครัวนี้ขับรถจากบ้านที่พัทลุง มาเยี่ยมญาติ แต่ไม่ชำนาญเส้นทาง จึงไม่ทันสังเกตรถไฟ    ด้านพนักงานขับรถไฟ ระบุว่า วิ่งมาด้วยความเร็วปกติไม่เกิน 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สังเกตเห็นรถเก๋งกำลังจะขับผ่านทางรถไฟโดยไม่ชะลอ พยายามเปิดหวูดเตือน และพยายามเบรกห้ามล้อแต่ไม่ทัน   สำหรับจุดดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ล่าสุด ช่วงกลางเดือน ต.ค. รถไฟชนรถกระบะบาดเจ็บ 3 คน จึงอยากให้มีการทำเครื่องกั้น แต่การรถไฟ บอกว่า ทำไม่ได้ เพราะเป็นทางลักผ่าน        ชมผ่านยูทูปที่นี่ :  https://youtu.be/-TsWeQ0Ql7U

 3,491
อาชญากรรม
03 ม.ค. 63

หนุ่มใหญ่ควบจยย.ย้อนศรประสานงาเก๋งมาเลเซียคอหักดับ

วันที่ 2 ม.ค. 63 พ.ต.ท.สุเทพ ฉุ้นประดับ สารวัตรสอบสวน สภ.บางกล่ำ จ.สงขลา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถแวนชาวมาเลเซียชนกับรถ จยย. จนทำให้มีไฟลุกไหม้ และมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนสายเอเชีย ฝั่งขาเข้าเมืองหาดใหญ่ พื้นที่ ม.14 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา จึงลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมกับหน่วยกู้ชีพท่าช้าง และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีท่งเซียเซี่ยงตึ๊งหาดใหญ่   ที่เกิดเหตุพบรถแวน 5 ประตู ยี่ห้อ LEXUS สัญชาติมาเลเซีย สีขาว ทราบชื่อคนขับคือ นาย ZABIR BIN RAMLI ชาวมาเลเซีย ซึ่งภายในรถโดยสารมากัน 5 คน ส่วนรถคู่กรณีที่ถูกชนประสานงากันนั้น เป็นจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ    นอกจากนั้นในช่วงที่ชนกันยังได้เกิดไฟไหม้ขึ้นที่หน้ารถแวน และพลเมืองในละแวกเกิดเหตุได้ช่วยกันหาถังดับมามาฉีดดับไฟเอาไว้ได้ทัน และพบร่างผู้เสียชีวิตสภาพคอหัก เป็นชายไทย อายยุราว 40-50 ปี ไม่ทราบชื่อ และสกุล เนื่องจากไม่พบเอกสารใดๆติดตัว โดยศพอยู่ห่างจากตัวรถราว 5 เมตร และจากการตรวจสอบบริเวณถนนที่เกิดเหตุพบรอยชนและลากเป็นทางยาวไปประมาณ 70 เมตร   สอบสวนชาวมาเลเซียที่นั่งมาในรถ ซึ่งพอที่จะให้การได้ระบุว่า ตนและครอบครัวกลับจากไปเที่ยวต่างจังหวัด และกำลังขับรถมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองหาดใหญ่ จนมาถึงจุดเกิดเหตุได้เห็นรถ จยย. คันดังกล่าวขับย้อนศรมาท่ามกลางความมืด ทำให้คนขับรถแวนมองไม่เห็น และเกิดชนประสานงาเข้าเต็มๆ และลากมาประมาณ 70 เมตร และมีประกายไฟลุกขึ้น ทุกคนจึงรีบวิ่งลงจากรถ ก่อนที่จะมีพลเมืองดีวิ่งเข้ามาช่วยกันดับไฟไว้ได้ก่อนลุกลามไปมากกว่านี้   ทั้งนี้ทางพนักงานสอบสวนจะทำการสอบสวนคนขับและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์อย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะดำเนินการในทางคดีต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/8UfEgKSgvgE

 448
ข่าวภูมิภาค
01 ม.ค. 63

สามีเลือดขึ้นหน้า เจอเมียพาชู้มานอนรอเคาท์ดาวน์ในห้อง คว้ามีดไล่แทงสาหัสทั้งคู่ 'ทนายเดชา' ชี้ไม่มีความผิด ถือเป็นการป้องกันสิทธิของตนเอง

สงขลา - เจ้าน้าที่ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ได้รับแจ้งมีคนถูกแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่แมนชั่น ซอย 15 ถ.รัตนอุทิศ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่  ที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนสองราย รายแรกเป็นหญิง โดนของมีคมเป็นฉกรรจ์ บริเวณต้นแขนทั้งสองข้าง และมีบาดแผลบริเวณใต้คางยาวประมาณ 10 ซม. บาดเจ็บสาหัส    รายที่สองเป็นชายอายุ 33 ปี ได้รับบาดเจ็บโดนของมีคม บริเวณหน้าท้องซ้าย ราวนมซ้ายใกล้กับหัวใจ ต้นแขนซ้าย และแขนขาวล่าง ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยปฐมพยาบาลและเร่วนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองคน ส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ ส่วนสภาพห้องพักที่เกิดเหตุมีรอยเลือดกระจายอยู่เต็มที่นอน และบริเวณพื้นห้อง   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุทราบว่าเป็นสามีของฝ่ายหญิง โดยก่อนหน้านี้ได้บอกกับภรรยาว่าจะกลับบ้านในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2-3 วัน แต่เมื่อเช้าได้กลับที่ห้องพักพบภรรยาพาชายอื่นมานอนฉลองคืนส่งท้ายปี อยู่บนเตียงนอนจึงใช้อาวุธมีดแทงทั้งสองฝ่ายอาการสาหัส หลังก่อเหตุขับรถเก๋งฮอนด้า ซิตตี้ สีเทาหลบหนีไป พร้อมด้วยอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ   จากนั้นเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ ขณะขับหลบหนีไปทาง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และทางตำรวจชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ ได้ประสานไปยังชุดสืบสวนของ สภ.สุไหงโก-ลก ให้ช่วยจับกุมตัวเอาไว้ได้ภายในปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก และได้มีการควบคุมตัวมาถึง สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา    จากการสอบสวนผู้ก่อเหตุให้การยอมรับสารภาพ โดยให้การว่า ตนกับภรรยาอยู่กินกันมาได้ราว 1 ปีกว่าๆ และมีการจดทะเบียนสมรสเอาไว้แล้ว และมาเช่าห้องอยู่กันที่แมนชั่นดังกล่าว จากนั้นในช่วง 1 วันที่ผ่านมา ฝ่ายภรรยาได้บอกกับตนว่า จะขอกลับบ้านพักที่ อ.ระโนด สัก 2-3 วัน ซึ่งตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร และได้ขับรถมาที่บ้านพักของตัวเองอีกหลังหนึ่งใกล้กับห้างแม็คโคร อ.หาดใหญ่   ต่อมาตนได้พยายามโทรไปหาภรรยาหลายครั้ง แต่ไม่ยอมรับสาย และไม่โทรกลับ จึงเกิดความสงสัย  จึงได้ตัดสินใจขับรถย้อนกลับไปที่แมนชั่นอีกครั้ง ซึ่งปกติตนจะมาที่นี่ประมาณอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง และเมื่อไขกุญแจประตูเข้าไปก็พบกับภาพบาดตาบาดใจ เมื่อเห็นว่าภรรยาโกหก ไม่ได้กลับบ้านตามที่บอก มิหนำซ้ำยังพาชายชู้เข้ามาหลับนอนด้วยกันอีก จึงเกิดความโมโห และคว้าเอามีดในห้องมากระหน่ำแทงทั้งภรรยาและชายชู้หลายครั้งจนได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ และหลังเกิดเหตุได้ขับรถหลบหนีไป    เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาพยามฆ่าผู้อื่น ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ดำเนินการทางคดีต่อไป   ด้านนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายชื่อดัง เจ้าของเพจ ทนายคลายทุกข์ได้เปิดเผยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าวว่า ถ้าผัวแทงเมียขณะมีเพศสัมพันธ์กับชายอื่นถือเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายไม่มีความผิด เพราะถือว่าเป็นการป้องกันสิทธิของตนเองให้พ้นภยันตรายจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภัยนตรายที่ใกล้จะถึงถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุถือเป็นการป้องกัน ผู้นั้นไม่มีความผิด แต่ถ้าเขาแค่นอนกอดกันหรือเขามีเพศสัมพันธ์กันเสร็จเรียบร้อยล้ว จากกรณีนี้สามีจะเป็นคนผิด   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/92y26ioC8Hc

 2,308
อาชญากรรม
01 ม.ค. 63

สามีเลือดขึ้นหน้า เจอเมียพาชู้มานอนรอเคาท์ดาวน์ในห้อง คว้ามีดไล่แทงสาหัสทั้งคู่ 'ทนายเดชา' ชี้ไม่มีความผิด ถือเป็นการป้องกันสิทธิของตนเอง

สงขลา - เจ้าน้าที่ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ได้รับแจ้งมีคนถูกแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่แมนชั่น ซอย 15 ถ.รัตนอุทิศ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่  ที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนสองราย รายแรกเป็นหญิง โดนของมีคมเป็นฉกรรจ์ บริเวณต้นแขนทั้งสองข้าง และมีบาดแผลบริเวณใต้คางยาวประมาณ 10 ซม. บาดเจ็บสาหัส    รายที่สองเป็นชายอายุ 33 ปี ได้รับบาดเจ็บโดนของมีคม บริเวณหน้าท้องซ้าย ราวนมซ้ายใกล้กับหัวใจ ต้นแขนซ้าย และแขนขาวล่าง ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยปฐมพยาบาลและเร่วนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองคน ส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ ส่วนสภาพห้องพักที่เกิดเหตุมีรอยเลือดกระจายอยู่เต็มที่นอน และบริเวณพื้นห้อง   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุทราบว่าเป็นสามีของฝ่ายหญิง โดยก่อนหน้านี้ได้บอกกับภรรยาว่าจะกลับบ้านในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2-3 วัน แต่เมื่อเช้าได้กลับที่ห้องพักพบภรรยาพาชายอื่นมานอนฉลองคืนส่งท้ายปี อยู่บนเตียงนอนจึงใช้อาวุธมีดแทงทั้งสองฝ่ายอาการสาหัส หลังก่อเหตุขับรถเก๋งฮอนด้า ซิตตี้ สีเทาหลบหนีไป พร้อมด้วยอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ   จากนั้นเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ ขณะขับหลบหนีไปทาง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และทางตำรวจชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ ได้ประสานไปยังชุดสืบสวนของ สภ.สุไหงโก-ลก ให้ช่วยจับกุมตัวเอาไว้ได้ภายในปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก และได้มีการควบคุมตัวมาถึง สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา    จากการสอบสวนผู้ก่อเหตุให้การยอมรับสารภาพ โดยให้การว่า ตนกับภรรยาอยู่กินกันมาได้ราว 1 ปีกว่าๆ และมีการจดทะเบียนสมรสเอาไว้แล้ว และมาเช่าห้องอยู่กันที่แมนชั่นดังกล่าว จากนั้นในช่วง 1 วันที่ผ่านมา ฝ่ายภรรยาได้บอกกับตนว่า จะขอกลับบ้านพักที่ อ.ระโนด สัก 2-3 วัน ซึ่งตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร และได้ขับรถมาที่บ้านพักของตัวเองอีกหลังหนึ่งใกล้กับห้างแม็คโคร อ.หาดใหญ่   ต่อมาตนได้พยายามโทรไปหาภรรยาหลายครั้ง แต่ไม่ยอมรับสาย และไม่โทรกลับ จึงเกิดความสงสัย  จึงได้ตัดสินใจขับรถย้อนกลับไปที่แมนชั่นอีกครั้ง ซึ่งปกติตนจะมาที่นี่ประมาณอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง และเมื่อไขกุญแจประตูเข้าไปก็พบกับภาพบาดตาบาดใจ เมื่อเห็นว่าภรรยาโกหก ไม่ได้กลับบ้านตามที่บอก มิหนำซ้ำยังพาชายชู้เข้ามาหลับนอนด้วยกันอีก จึงเกิดความโมโห และคว้าเอามีดในห้องมากระหน่ำแทงทั้งภรรยาและชายชู้หลายครั้งจนได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ และหลังเกิดเหตุได้ขับรถหลบหนีไป    เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาพยามฆ่าผู้อื่น ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ดำเนินการทางคดีต่อไป   ด้านนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายชื่อดัง เจ้าของเพจ ทนายคลายทุกข์ได้เปิดเผยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าวว่า ถ้าผัวแทงเมียขณะมีเพศสัมพันธ์กับชายอื่นถือเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายไม่มีความผิด เพราะถือว่าเป็นการป้องกันสิทธิของตนเองให้พ้นภยันตรายจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภัยนตรายที่ใกล้จะถึงถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุถือเป็นการป้องกัน ผู้นั้นไม่มีความผิด แต่ถ้าเขาแค่นอนกอดกันหรือเขามีเพศสัมพันธ์กันเสร็จเรียบร้อยล้ว จากกรณีนี้สามีจะเป็นคนผิด   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/92y26ioC8Hc

 2,308
ข่าวภูมิภาค
01 ม.ค. 63

ไฟไหม้หาดใหญ่ 2 จุด 'ร้านขายเสื้อผ้า-ห้องพักครู' ต้อนรับปีใหม่

สงขลา -เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นที่บริเวณร้านอมรรัตน์ แฟชั่น หาดใหญ่ ซึ่งเป็นอาคาร 2 ชั้น เปิดเป็นร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นตั้งอยู่ในย่าน ถ.แสงศรี เขตเทศบาลนครหาดใหญ่    ที่เกิดเหตุพบมีไฟไหม้มาจากแผ่นป้ายไวนิลที่ติดอยู่บนชั้น 2 ของร้าน และลุกลามไปติดแผ่นพลาสติกที่คลุมอยู่ในส่วนของชั้น 2 โดยเจ้าหน้าที่ดับต้องฉีดน้ำ เพื่อให้แน่ใจไม่มีเปลวไฟหลงเหลืออยู่ และโชคดีที่ก่อนหน้านี้ทางเพื่อนบ้านข้างเคียงได้ช่วยกันต่อสายน้ำฉีดดับไฟไปก่อนที่ลุกลามใหญ่โต   สอบถามเพื่อนบ้านทราบว่า ในช่วงเกิดเหตุเจ้าของไม่อยู่บ้าน และไม่สามารถติดต่อได้ โดยก่อนหน้านั้นได้มีกลุ่มเด็กๆรวมกลุ่มกันเล่นประทัดและดอกไม้ไฟบนถนนหน้าร้านดังกล่าว ก่อนที่จะได้กลิ่นเหม็นไหม้ และเมื่ออกมาดูก็พบว่า ได้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นที่ร้านดังกล่าว จึงเรียกเพื่อนบ้านมาช่วยกันดับไฟได้ทัน   นอกจากนี้ในเวลาไล่เลี่ยกันยังได้เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นอีก 1 จุด ที่บนอาคาร ชั้น 3 ซึ่งเป็นห้องพักของครูเวรโรงเรียนเทศบาล 5 (วัดหาดใหญ่) เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ และเมื่อตำรวจ เจ้าหน้าที่เทบาล รวมทั้งดับเพลิง มาถึง ก็ไม่สามารถขึ้นไปดับไฟได้ เนื่องจากครูเวรที่อยู่คนเดียวได้ลิมลูกกุญแจประตูเหล็กชั้น 1 จึงได้ส่งขวานไปให้ครูเวรสับพังกุญแจที่ล็อคมาจากด้านใน และสามารถขึ้นไปยังจุดที่เกิดไฟไหม้ได้   โดยพบว่า ภายในห้องพักครูได้ถูกไฟไหม้ที่หมอนและเสื่อปูนอนเสียหายบางส่วน แต่ยังโชคดีที่ไฟไม่ได้ลุกลามขยายวงกว้าง และจากการตรวจสอบพบว่า สาเหตุเกิดมาจาการที่เสียบที่ชาร์ตโทรศัพท์มือถือคาเต้าเสียบเอาไว้เต็มเต้ารับถึง 5 อัน พร้อมๆกัน และคาดว่า อาจจะเกิดอาการช็อตที่ปลายสายชาร์ตเมื่อกระทบกัน และเกิดเป็นประกายไฟไปติดเอาที่หมอนและเสื่อในห้องพักครูดังกล่าว   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/O-pjuxhxJcc

 1,010
สังคม
01 ม.ค. 63

ไฟไหม้หาดใหญ่ 2 จุด 'ร้านขายเสื้อผ้า-ห้องพักครู' ต้อนรับปีใหม่

สงขลา -เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นที่บริเวณร้านอมรรัตน์ แฟชั่น หาดใหญ่ ซึ่งเป็นอาคาร 2 ชั้น เปิดเป็นร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นตั้งอยู่ในย่าน ถ.แสงศรี เขตเทศบาลนครหาดใหญ่    ที่เกิดเหตุพบมีไฟไหม้มาจากแผ่นป้ายไวนิลที่ติดอยู่บนชั้น 2 ของร้าน และลุกลามไปติดแผ่นพลาสติกที่คลุมอยู่ในส่วนของชั้น 2 โดยเจ้าหน้าที่ดับต้องฉีดน้ำ เพื่อให้แน่ใจไม่มีเปลวไฟหลงเหลืออยู่ และโชคดีที่ก่อนหน้านี้ทางเพื่อนบ้านข้างเคียงได้ช่วยกันต่อสายน้ำฉีดดับไฟไปก่อนที่ลุกลามใหญ่โต   สอบถามเพื่อนบ้านทราบว่า ในช่วงเกิดเหตุเจ้าของไม่อยู่บ้าน และไม่สามารถติดต่อได้ โดยก่อนหน้านั้นได้มีกลุ่มเด็กๆรวมกลุ่มกันเล่นประทัดและดอกไม้ไฟบนถนนหน้าร้านดังกล่าว ก่อนที่จะได้กลิ่นเหม็นไหม้ และเมื่ออกมาดูก็พบว่า ได้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นที่ร้านดังกล่าว จึงเรียกเพื่อนบ้านมาช่วยกันดับไฟได้ทัน   นอกจากนี้ในเวลาไล่เลี่ยกันยังได้เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นอีก 1 จุด ที่บนอาคาร ชั้น 3 ซึ่งเป็นห้องพักของครูเวรโรงเรียนเทศบาล 5 (วัดหาดใหญ่) เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ และเมื่อตำรวจ เจ้าหน้าที่เทบาล รวมทั้งดับเพลิง มาถึง ก็ไม่สามารถขึ้นไปดับไฟได้ เนื่องจากครูเวรที่อยู่คนเดียวได้ลิมลูกกุญแจประตูเหล็กชั้น 1 จึงได้ส่งขวานไปให้ครูเวรสับพังกุญแจที่ล็อคมาจากด้านใน และสามารถขึ้นไปยังจุดที่เกิดไฟไหม้ได้   โดยพบว่า ภายในห้องพักครูได้ถูกไฟไหม้ที่หมอนและเสื่อปูนอนเสียหายบางส่วน แต่ยังโชคดีที่ไฟไม่ได้ลุกลามขยายวงกว้าง และจากการตรวจสอบพบว่า สาเหตุเกิดมาจาการที่เสียบที่ชาร์ตโทรศัพท์มือถือคาเต้าเสียบเอาไว้เต็มเต้ารับถึง 5 อัน พร้อมๆกัน และคาดว่า อาจจะเกิดอาการช็อตที่ปลายสายชาร์ตเมื่อกระทบกัน และเกิดเป็นประกายไฟไปติดเอาที่หมอนและเสื่อในห้องพักครูดังกล่าว   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/O-pjuxhxJcc

 1,010
ข่าวภูมิภาค
12 ธ.ค. 62

ไฟไหม้ตู้ atm ธ.กรุงเทพ กลางเมืองหาดใหญ่ เสียหาย 4 ตู้ คาดไฟฟ้าลัดวงจร

สงขลา-เกิดเหตุเพลิงไหม้ตู้ ATM ธนาคารกรุงเทพฯ สาขาเมืองใหม่ ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่   ตรวจสอบต้นเพลิงเกิดจากตู้ ATM ซึ่งติดตั้งอยู่หน้าธนาคาร เกิดกลุ่มควันพวยพุ่งออกมากจากภายในตู้ภายหลังเกิดเหตุพลเมืองดีแจ้งศูนย์วิทยุ 191 สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ เพื่อประสานรถดับเพลิงเทศบาลตำบลคลองแห เข้าควบคุมเพลิง โดยใช้เวลาเกือบ 1 ขั่วโมง ตรวจสอบพบตู้ ATM ของธนาคารดังกล่าวได้รับความเสียหาย 4 ตู้   เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนค่าเสียหายเจ้าหน้าที่ธนาคารอยู่ระหว่างประเมิน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2-nU_Ub-s54

 1,145
สังคม
12 ธ.ค. 62

ไฟไหม้ตู้ atm ธ.กรุงเทพ กลางเมืองหาดใหญ่ เสียหาย 4 ตู้ คาดไฟฟ้าลัดวงจร

สงขลา-เกิดเหตุเพลิงไหม้ตู้ ATM ธนาคารกรุงเทพฯ สาขาเมืองใหม่ ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่   ตรวจสอบต้นเพลิงเกิดจากตู้ ATM ซึ่งติดตั้งอยู่หน้าธนาคาร เกิดกลุ่มควันพวยพุ่งออกมากจากภายในตู้ภายหลังเกิดเหตุพลเมืองดีแจ้งศูนย์วิทยุ 191 สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ เพื่อประสานรถดับเพลิงเทศบาลตำบลคลองแห เข้าควบคุมเพลิง โดยใช้เวลาเกือบ 1 ขั่วโมง ตรวจสอบพบตู้ ATM ของธนาคารดังกล่าวได้รับความเสียหาย 4 ตู้   เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนค่าเสียหายเจ้าหน้าที่ธนาคารอยู่ระหว่างประเมิน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2-nU_Ub-s54

 1,145
ข่าวภูมิภาค
28 พ.ย. 62

สาวติดยาพาลูกตระเวนหลอกกินของแพง ไม่จ่ายเงิน โดนจับได้ร่ำไห้กราบขอโทษ

สงขลา-จากกรณีที่มีหญิงสาวขับรถจักรยานยนต์มากับลูกสาวและลูกชายที่ยังเล็กทำทีมาสั่งข้าวมันไก่ที่ร้านข้าวมันไก่อิ่มเย็น ตั้งอยู่เลขที่ 4 ถ.จันทร์นิเวศน์ 2 เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยสั่งข้าวมันไก่ซุปเปอร์พิเศษ 3 กล่องและหยิบเค้กคีโตอย่างดี 3 ชิ้น รวมเป็นเงิน 649 บาท   แต่ตอนที่เจ้าของร้านมาเก็บเงินอ้างว่าสามีที่นั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ร้านข้างๆ จะมาจ่ายให้และขับรถออกไปทันที ทำเอาเจ้าของร้านได้แต่ยืนงงๆ และได้เข้าแจ้งความที่สภ.หาดใหญ่ไว้ และจากเบาะแสพบว่าหญิงสาวรายนี้ใช้วิธีก่อเหตุแบบนี้กับร้านอาหารในเมืองหาดใหญ่มาแล้วหลายราย   ล่าสุดตำรวจชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สามารถติดตามจับกุมหญิงสาวรายนี้ได้แล้วชื่อว่า น.ส.อรุณศรี สังข์ทอง อายุ 36 ปี โดยแกะรอยจากกล้องวงจรปิดตามไปจับกุมได้ที่บริเวณคอกวัว ในซอยผักบุ้ง ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่ง น.ส.อรุณศรี ไปรับจ้างเลี้ยงวัวอยู่ และพักอาศัยอยู่กับลูกอีก 3 คนรวมทั้งสามีในบริเวณคอกวัว   หลังถูกจับกุมและนำตัวมาสอบสวน น.ส.อรุณศรี ถึงกับร่ำไห้และสำนึกผิดขึ้นมาทันทีบอกว่าที่ทำไปเพราะความจำเป็นต้องการหาข้าวไปให้ลูกๆ กินเนื่องจากไม่มีเงิน และหลังถูกจับกุมได้มีผู้เสียหายอีกหลายรายที่เข้ามาชี้ตัวยืนยันเช่นเจ้าของร้านกุ๊กดำ ซึ่งเคยถูก น.ส.อรุณศรี พาลูกทั้งสองคนไปสั่งซื้ออาหารตามสั่งและสั่งแบบซุปเปอร์พิเศษเหมือนกันรวมทั้งสั่งหลายกล่องเป็นเงิน 400 กว่าบาท แต่ระหว่างที่ยืนอาหารให้ฉวยโอกาสขับรถออกไปเฉยๆ   หลังจากที่เจ้าของร้านอาหารกุ๊กดำมาดูตัวก็ยืนยันว่าเป็นคนคนเดียวกัน และน.ส.อรุณศรี ถึงกับยกมือไหว้และก้มลงกราบเท้าเพื่อขอโทษและไม่ให้เอาเรื่องบอกว่าหากถูกจับจะไม่มีใครดูแลลูกๆ ทั้ง 3 คน แต่เจ้าของร้านอาหารกุ๊กดำไม่ยอมความ รวมถึงเจ้าของร้านข้าวมันไก่อิ่มเย็นก็ไม่ยอมเช่นกัน สุดท้ายต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์และข้อเสพยาเสพติดเนื่องจากผลตรวจปัสสาวะมีการเสพยาเสพติดด้วย   นอกจากนี้ตำรวจเผยว่าก่อนหน้านี้ น.ส.อรุณศรี ก็เคยพาลูกไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านใน ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ แต่ก็ไม่มีเงินจ่ายเจ้าของร้านแจ้งตำรวจจะเอาเรื่องแต่ด้วยความสงสารเด็กตำรวจจึงยอมจ่ายเงินค่าก๋วยเตี๋ยวและสั่งว่าอย่าทำอีก แต่ น.ส.อรุณศรี ก็ยังมาหลาบจำยังคงพาลูกไปสั่งอาหารและเชิดหนีอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mm0Jw41WsKo

 1,334
สังคม
28 พ.ย. 62

สาวติดยาพาลูกตระเวนหลอกกินของแพง ไม่จ่ายเงิน โดนจับได้ร่ำไห้กราบขอโทษ

สงขลา-จากกรณีที่มีหญิงสาวขับรถจักรยานยนต์มากับลูกสาวและลูกชายที่ยังเล็กทำทีมาสั่งข้าวมันไก่ที่ร้านข้าวมันไก่อิ่มเย็น ตั้งอยู่เลขที่ 4 ถ.จันทร์นิเวศน์ 2 เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยสั่งข้าวมันไก่ซุปเปอร์พิเศษ 3 กล่องและหยิบเค้กคีโตอย่างดี 3 ชิ้น รวมเป็นเงิน 649 บาท   แต่ตอนที่เจ้าของร้านมาเก็บเงินอ้างว่าสามีที่นั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ร้านข้างๆ จะมาจ่ายให้และขับรถออกไปทันที ทำเอาเจ้าของร้านได้แต่ยืนงงๆ และได้เข้าแจ้งความที่สภ.หาดใหญ่ไว้ และจากเบาะแสพบว่าหญิงสาวรายนี้ใช้วิธีก่อเหตุแบบนี้กับร้านอาหารในเมืองหาดใหญ่มาแล้วหลายราย   ล่าสุดตำรวจชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สามารถติดตามจับกุมหญิงสาวรายนี้ได้แล้วชื่อว่า น.ส.อรุณศรี สังข์ทอง อายุ 36 ปี โดยแกะรอยจากกล้องวงจรปิดตามไปจับกุมได้ที่บริเวณคอกวัว ในซอยผักบุ้ง ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่ง น.ส.อรุณศรี ไปรับจ้างเลี้ยงวัวอยู่ และพักอาศัยอยู่กับลูกอีก 3 คนรวมทั้งสามีในบริเวณคอกวัว   หลังถูกจับกุมและนำตัวมาสอบสวน น.ส.อรุณศรี ถึงกับร่ำไห้และสำนึกผิดขึ้นมาทันทีบอกว่าที่ทำไปเพราะความจำเป็นต้องการหาข้าวไปให้ลูกๆ กินเนื่องจากไม่มีเงิน และหลังถูกจับกุมได้มีผู้เสียหายอีกหลายรายที่เข้ามาชี้ตัวยืนยันเช่นเจ้าของร้านกุ๊กดำ ซึ่งเคยถูก น.ส.อรุณศรี พาลูกทั้งสองคนไปสั่งซื้ออาหารตามสั่งและสั่งแบบซุปเปอร์พิเศษเหมือนกันรวมทั้งสั่งหลายกล่องเป็นเงิน 400 กว่าบาท แต่ระหว่างที่ยืนอาหารให้ฉวยโอกาสขับรถออกไปเฉยๆ   หลังจากที่เจ้าของร้านอาหารกุ๊กดำมาดูตัวก็ยืนยันว่าเป็นคนคนเดียวกัน และน.ส.อรุณศรี ถึงกับยกมือไหว้และก้มลงกราบเท้าเพื่อขอโทษและไม่ให้เอาเรื่องบอกว่าหากถูกจับจะไม่มีใครดูแลลูกๆ ทั้ง 3 คน แต่เจ้าของร้านอาหารกุ๊กดำไม่ยอมความ รวมถึงเจ้าของร้านข้าวมันไก่อิ่มเย็นก็ไม่ยอมเช่นกัน สุดท้ายต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์และข้อเสพยาเสพติดเนื่องจากผลตรวจปัสสาวะมีการเสพยาเสพติดด้วย   นอกจากนี้ตำรวจเผยว่าก่อนหน้านี้ น.ส.อรุณศรี ก็เคยพาลูกไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านใน ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ แต่ก็ไม่มีเงินจ่ายเจ้าของร้านแจ้งตำรวจจะเอาเรื่องแต่ด้วยความสงสารเด็กตำรวจจึงยอมจ่ายเงินค่าก๋วยเตี๋ยวและสั่งว่าอย่าทำอีก แต่ น.ส.อรุณศรี ก็ยังมาหลาบจำยังคงพาลูกไปสั่งอาหารและเชิดหนีอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mm0Jw41WsKo

 1,334
ข่าวภูมิภาค
20 พ.ย. 62

ตำรวจมึนตึ้บ สาวสติไม่ดี หอบรองเท้าอ้างเป็นของ 'หมาก ปริญ' ขึ้นโรงพัก

สงขลา-ตร.สภ.หาดใหญ่ ถึงกับมึนตึ๊บ เมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อ น.ส.เอ (นามสมมติ)  อายุ 44 ปี ลักษณะสติไม่ปกติ ได้หอบรองเท้าผ้าใบ 2 คู่ และเสื้ออีก 1 ตัว เข้าแจ้งความพร้อมกับกระดาษหนังสือพิมพ์รูปภาพพระเอกชื่อดัง หมาก ปริญ ซึ่งกำลังมีผลงานภาพยนตร์เรื่องจอมขมังเวทย์ภาค 2 ที่กำลังเข้าฉายอยู่ในขณะนี้   โดย น.ส.เอ  บอกว่า ก่อนหน้านี้ได้ให้เงินชายชื่อโอไป 100 บาท เพื่อไปซื้อรองเท้ามา 2 คู่ แต่เมื่อตนเห็นรองเท้าก็รู้ทันทีว่า เป็นรองเท้าที่ถูกขโมยมา เนื่องจากรองเท้าทั้ง 2 คู่ มีราคาแพงคู่ละไม่ต่ำกว่า 5-6 พันบาท และเป็นรองเท้าของ หมาก ปริญ พระเอกดังที่สวมใส่รองเท้ายี่ห้อนี้เท่านั้น ซึ่งเป็นไม่ได้ที่จะซื้อมาแค่ราคาคู่ละ 50 บาท   ตนจึงต้องเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เพราะกลัวว่าจะมีความผิดฐานรับของโจร ซึ่งขณะที่ น.ส.เอ กำลังนั่งแจ้งความ และเล่าเรื่องราวที่มาของรองเท้านั้น ทั้งตำรวจและประชาชนที่มาใช้บริการโรงพักถึงกับอมยิ้ม ในขณะที่พนักงานสอบสวนก็พยายามที่จะช่วยเหลือหญิงสาวคนนี้ เพราะเชื่อว่าน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับสภาพจิต และไม่น่าจะเป็นคนปกติ แต่เมื่อพยายามติดต่อเบอร์ญาติ ก็ไม่สามารถติดต่อได้   ส่วน น.ส. เอ ก็ต้องการที่แจ้งความอย่างเดียว สุดท้ายเรื่องจึงจบลงลง ที่พนักงานสอบสวนลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้ น.ส.เอ  สบายใจ และให้เห็นว่า ตำรวจพร้อมรับเรื่องราวร้องทุกข์ทุกรูปแบบไม่ว่าจะคนปกติหรือไม่ปกติก็ตาม   แต่ดูเหมือนว่าจะจบ แต่ก็ไม่จบ เพราะสุดท้ายแล้ว น.ส.เอ  ได้ขอเงินจำนวน 100 บาท ซึ่งเป็นเงินที่บอกว่า ซื้อรองทั้ง 2 คู่ มา และไม่มีเงินเหลือติดตัว และขอให้ตำรวจช่วยกันเรี่ยไรเงินมาให้ครบ 100 บาท ด้วย ซึ่งทางตำรวจก็ยอมทำตาม พร้อมกับพาไปนั่งสงบสติอารมณ์ แต่ขณะพาออกจากโรงพัก น.ส.เอ  ยังขอให้ตำรวจที่รูปหล่อที่สุดในโรงพักเป็นคนพาไปส่งเท่านั้น และต้องถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bOV1QR9xh6I

 928
สังคม
20 พ.ย. 62

ตำรวจมึนตึ้บ สาวสติไม่ดี หอบรองเท้าอ้างเป็นของ 'หมาก ปริญ' ขึ้นโรงพัก

สงขลา-ตร.สภ.หาดใหญ่ ถึงกับมึนตึ๊บ เมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อ น.ส.เอ (นามสมมติ)  อายุ 44 ปี ลักษณะสติไม่ปกติ ได้หอบรองเท้าผ้าใบ 2 คู่ และเสื้ออีก 1 ตัว เข้าแจ้งความพร้อมกับกระดาษหนังสือพิมพ์รูปภาพพระเอกชื่อดัง หมาก ปริญ ซึ่งกำลังมีผลงานภาพยนตร์เรื่องจอมขมังเวทย์ภาค 2 ที่กำลังเข้าฉายอยู่ในขณะนี้   โดย น.ส.เอ  บอกว่า ก่อนหน้านี้ได้ให้เงินชายชื่อโอไป 100 บาท เพื่อไปซื้อรองเท้ามา 2 คู่ แต่เมื่อตนเห็นรองเท้าก็รู้ทันทีว่า เป็นรองเท้าที่ถูกขโมยมา เนื่องจากรองเท้าทั้ง 2 คู่ มีราคาแพงคู่ละไม่ต่ำกว่า 5-6 พันบาท และเป็นรองเท้าของ หมาก ปริญ พระเอกดังที่สวมใส่รองเท้ายี่ห้อนี้เท่านั้น ซึ่งเป็นไม่ได้ที่จะซื้อมาแค่ราคาคู่ละ 50 บาท   ตนจึงต้องเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เพราะกลัวว่าจะมีความผิดฐานรับของโจร ซึ่งขณะที่ น.ส.เอ กำลังนั่งแจ้งความ และเล่าเรื่องราวที่มาของรองเท้านั้น ทั้งตำรวจและประชาชนที่มาใช้บริการโรงพักถึงกับอมยิ้ม ในขณะที่พนักงานสอบสวนก็พยายามที่จะช่วยเหลือหญิงสาวคนนี้ เพราะเชื่อว่าน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับสภาพจิต และไม่น่าจะเป็นคนปกติ แต่เมื่อพยายามติดต่อเบอร์ญาติ ก็ไม่สามารถติดต่อได้   ส่วน น.ส. เอ ก็ต้องการที่แจ้งความอย่างเดียว สุดท้ายเรื่องจึงจบลงลง ที่พนักงานสอบสวนลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้ น.ส.เอ  สบายใจ และให้เห็นว่า ตำรวจพร้อมรับเรื่องราวร้องทุกข์ทุกรูปแบบไม่ว่าจะคนปกติหรือไม่ปกติก็ตาม   แต่ดูเหมือนว่าจะจบ แต่ก็ไม่จบ เพราะสุดท้ายแล้ว น.ส.เอ  ได้ขอเงินจำนวน 100 บาท ซึ่งเป็นเงินที่บอกว่า ซื้อรองทั้ง 2 คู่ มา และไม่มีเงินเหลือติดตัว และขอให้ตำรวจช่วยกันเรี่ยไรเงินมาให้ครบ 100 บาท ด้วย ซึ่งทางตำรวจก็ยอมทำตาม พร้อมกับพาไปนั่งสงบสติอารมณ์ แต่ขณะพาออกจากโรงพัก น.ส.เอ  ยังขอให้ตำรวจที่รูปหล่อที่สุดในโรงพักเป็นคนพาไปส่งเท่านั้น และต้องถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bOV1QR9xh6I

 928
ข่าวภูมิภาค
30 ก.ย. 62

เพื่อนรักบุกแทงว่าที่พลทหาร ตัดขั้วหัวใจทะลุหลัง ไม่หนำใจขี่ จยย.เหยียบศพซ้ำ

สงขลา-ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ รับแจ้งเกิดเหตุแทงกันตายที่บ้านพัก ซอย1 ถนนลพบุรีราเมศวร์ ชุมชนบางมวง หมู่4 ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ พบถูกแทงคือ นายอับดุลเล๊าะ สันบวชบู อายุ 21 ปี ญาติได้นำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล   โดยถูกแทงด้วยมีดดาบยาวประมาณ 1 เมตร เข้าหน้าอกซ้ายตัดขั้วหัวใจจนทะลุหลัง ในที่เกิดเหตุพบมีดดาบเปื้อนเลือดที่ใช้แทงตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนร้ายชื่อเล่นว่าเมธ หลังก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟไม่ทราบทะเบียนหลบหนีไป   จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุ นายอับดุลเล๊าะ กำลังนอนเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้องนอนภายในบ้าน ได้มีนายเมธ ขับรถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้านและเดินเข้าไปในห้องพร้อมกับมีดดาบ และจ้วงแทงนายอับดุลเล๊าะ เข้าที่หน้าอกซ้ายจนทะลุ และยังลากร่างออกมานอกบ้าน   ขณะที่แม่ของผู้ตายที่อยู่ในบ้านพยายามออกมาช่วยลูกชาย แต่ก็ถูกผลักจนล้มลงจนแขนขวาถลอก จากนั้นนายเมธ ได้ขับรถจักรยานยนต์มาเหยียบร่างของนายอับดุลเล๊าะ ซ้ำอีกครั้งก่อนที่จะหลบหนีไป      แม่ของนายอับดุลเล๊าะ บอกว่าทั้งสองคนเคยเป็นเพื่อรักกันมาก่อนและนายเมธ ได้ไปมาหาสู่และกินข้าวที่บ้านบ่อยครั้ง แต่ระยะหลังทั้งสองคนมีเรื่องหมางใจกันแต่ไม่ทราบว่าเรื่องใด โดยเมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมาเคยชกต่อยกันมาแล้วครั้งหนึ่ง กระทั่งนายเมธ บุกมาแทงลูกชายถึงในบ้าน   สำหรับ นายอับดุลเล๊าะ ผู้เสียชีวิตเป็นว่าที่ทหารเกณฑ์หลังที่ได้สมัครเป็นทหารเกณฑ์และกำลังจะเข้ารายตัวผลัด 2 ในวันที่1 พฤศจิกายนนี้แต่ก็มาถูกแทงตายก่อน ส่วนนายเมธ ทราบว่าเป็นชาวชุมชนสะพานดำ ต.คลองแห ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งติดตามจับกุมตัว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/x36BrWbNDQw

 5,947

Top