ค้นหา :

ผลการค้นหา "กกร"

เศรษฐกิจเข้มแข็ง
05 ก.ย. 62

กกร.ห่วงค่าเงินบาทแข็งกว่าชาติอื่น ฉุด gdp ต่ำกว่าเป้า

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกร.ยอมรับว่าอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของภาวะเศรษฐกิจไทยในปีนี้ มีโอกาสเติบโตต่ำกว่าปัจจุบัน ที่ประเมินไว้ที่ 2.9-3.3%   โดยกังวลปัญหาการแข็งค่าของเงินบาท ที่แข็งค่ากว่าค่าเงินสกุลอื่นๆ ในภูมิภาค และมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง จึงอยากให้ภาครัฐออกมาตรการเพื่อดูแลการแข็งค่าของเงินบาทโดยเร็วที่สุด เพราะหากปล่อยให้สภาวการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป จะส่งผลกระทบต่อส่งออกลดลงตามไปด้วย จากที่คาดการณ์การส่งออกตลอดทั้งปีนี้ไว้ที่ติดลบ 1% ถึงโต 1% และฉุดจีดีพีที่คาดว่าจะเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายอยู่แล้ว ให้มีโอกาสลดลงได้อีก   นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้จะเห็นค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องและแข็งค่า ค่อนข้างมากเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยแข็งค่าขึ้น 14% เมื่อเทียบค่าเงินวอนของประเทศเกาหลีใต้ และแข็งค่ากว่า 10% เทียบกับค่าเงินหยวนของจีน ขณะที่ค่าเงินดองของเวียดนามทรงตัว   ที่ประชุมจึงเห็นควร ต้องกลับไปเร่งศึกษาหาข้อมูลที่ชัดเจน ถึงปัญหาและแนวทางแก้ปัญหาเพื่อรีบนำกลับมาเสนอรัฐบาล และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พิจารณาเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการผ่อนคลาย การแข็งค่าของเงินบาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZnFd2RKZQlU

 1,144
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
11 ก.ค. 62

กกร.หั่น gdp ไทยเหลือ 2.9 - 3.3 % ห่วงเงินบาทแข็งที่สุดในโลก นทท.แห่เที่ยวเวียดนามแทน

ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้แก่ สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าไทย หั่นจีดีพีไทยเหลือแค่ 2.9-3% จากเดิมคาดไว้ที่ 3.7-4% หลังส่งออกทรุดจ่อติดลบ ขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 5-6% ถือว่าแข็งค่าสูงที่สุดในโลก เตรียมเข้าพบแบงก์ชาติสัปดาห์หน้า หามาตรการดูแลด่วน   ระบุการแข็งค่าของเงินบาทไม่เพียงส่งผลกระทบต่อการส่งออก แต่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวแล้ว ขณะที่ค่าเงินดองของเวียดนามอ่อนค่า นักท่องเที่ยวต่างชาติหันไปท่องเที่ยวในเวียดนามแทนไทย หากยังปล่อยค่าเงินบาทแข็งค่าต่อไป จะยิ่งส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจในวงกว้าง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pKYlTO94ylc

 1,028
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
10 ก.ค. 62

จับตาภาคเอกชน 3 สถาบัน นัดถกทบทวนตัวเลขเศรษฐกิจ-ความเชื่อมั่น 10 ก.ค.

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ซึ่งประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทยจะประชุมในวันที่ 10ก.ค.2562 เพื่อร่วมทบทวนตัวเลขเศรษฐกิจ เผยดัชนีความเชื่อมั่นครึ่งปีหลังลดลงต่อเนื่อง   เนื่องจากมีสารพัดปัจจัยจนทำให้หลายหน่วยงานออกมาประกาศปรับลดจีดีพีของประเทศ พร้อมจับตาภาคอุตสาหกรรมทยอยปรับลดการจ้างงาน-เลิกจ้าง และเสนอรัฐบาลใหม่ในการทุ่มเม็ดเงิน 2 หมื่นล้านบาทช่วงปลายปี กระตุ้นระยะสั้นพยุงเศรษฐกิจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4mtUrKQIfjo

 778
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
24 พ.ค. 62

ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรม เม.ย.ลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เอกชนจี้รัฐเร่งฟอร์มทีมแก้เศรษฐกิจ

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท.เผย ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนเมษายน 2562 อยู่ที่ระดับ 95 ปรับตัวลดลงจากระดับ 96.3 ในเดือนมีนาคม และเป็นการปรับตัวลดลงแรกในรอบ 4 เดือน โดยเป็นการปรับตัวลดลงของอุตสาหกรรม ทุกขนาด และทุกภูมิภาค ซึ่งรวมไปถึงดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าก็ปรับตัวลดลงทั้งหมด   ส่งผลให้ดัชนีฯคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าภาพรวมลดลงอยู่ที่ระดับ 101.9 จาก 104.2 เนื่องจากผู้ประกอบการกังวลต่อต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ความผันผวนค่าเงินบาท และความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐที่กระทบต่อการส่งออกของไทย   ซึ่งตอนนี้เห็นผลกระทบจากคำสั่งซื้อสินค้าที่ลดลงแล้วในอุตสาหกรรมภาคตะวันออก เช่น อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลและโลหะการ ส่วนอุตสาหกรรมที่มีดัชนีน้อยกว่า 100 และลดลงจากเดือนก่อน เช่น อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์, เครื่องจักรกลการเกษตร , อัญมณีและเครื่องประดับ   ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจการมากสุดเกือบ 70% มองว่าเป็นเรื่องภาวะเศรษฐกิจโลก ,รองลงมา ราคาน้ำมัน อัตราแลกเปลี่ยน สถานการณ์การเมืองในประเทศ และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ โดยผู้ประกอบการยังกังวลต่อกำลังซื้อที่ลดลงโดยเฉพาะในส่วนภูมิภาค จากปัญหาภัยแล้งรวมทั้งการส่งออกที่หดตัวอันเนื่องมาจากการชะลอตัวของการค้าโลก อีกทั้งยังกังวลเกี่ยวกับการเมืองในประเทศ ซึ่งต้องการให้มีความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อเร่งกำหนดนโยบายเศรษฐกิจทั้งด้านการค้าและการลงทุน   อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบที่ชัดเจน พร้อมเสนอรัฐบาลให้จับมือกับหน่วยงานที พร้อมเสนอรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน จับมือภาคเอกชน จัดตั้งวอร์รูมเพื่อศึกษาผลกระทบ และวางมาตรการเพื่อรับมือ ช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยร่วมกันให้เร็วที่สุด   ขณะที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันหรือ กกร. เตรียมประชุม เพื่อปรับลดเป้าหมายการส่งออกปี 62 เหลือเพียง 0 ถึง 1% ซึ่งกระทบต่อเป้าจีดีพีให้ต้องปรับลดลงอยู่ที่ราว 3.4 ถึง 3.5% ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/v8A-B6y0rfs

 1,254
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
04 เม.ย. 62

กกร.ผวาการเมืองไทย ป่วนหลังเลือกตั้ง หั่นเป้า gdp ปี 62 เหลือ 3.7%

ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือกกร. (สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย) ทบทวนประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2562 ใหม่   โดยมีมติปรับลดประมาณการจีดีพีลงอยู่ที่ 3.7-4% จากเดิมคาดไว้โต 4-4.3% การส่งออกคาดลดลงอยู่ที่ 3-5% จากเดิมคาดไว้โต 5-7% โดยยังไม่มีการนำปัจจัยการเมืองในประเทศที่ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล เข้ามาประกอบการพิจารณาแต่อย่างใด   นอกจากนี้ยังมีปัจจัยมาจากเศรษฐกิจโลกมีสัญญาณของความไม่แน่นอนมากขึ้น ทั้งสงครามการค้า การแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป ของอังกฤษที่ยังไร้ข้อสรุป และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อการส่งออกของไทยต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า จึงเป็นเรื่องท้าทายรัฐบาลชุดใหม่ที่จะต้องมีมาตรการกระตุ้น เพื่อให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/raall4rUi7s

 1,011
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
07 ก.พ. 62

กกร.ห่วงเงินบาทไทยแข็งค่า กระทบส่งออก วอน ธปท.หาแนวทางดูแล

การประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย และสมาคมธนาคารไทย แสดงความเป็นห่วงเรื่องค่าเงินบาทที่ยังมีแนวโน้มแข็งค่าในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งหากเงินบาทยังคงแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการส่งออกของไทยในปี 2562 ด้วย   โดยนับตั้งแต่ต้นปี 2562 จนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 3.4% แข็งค่ามากสุดเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาค เป็นรองเพียงค่าเงินรูเปียะห์อินโดนีเซียที่แข็งค่าขึ้น 3.7% ในช่วงเวลาเดียวกัน   ซึ่งการแข็งค่าของเงินบาท เป็นผลจากปัจจัยเงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าเพราะขาดแรงหนุน หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณถึงโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยที่ลดทอนลง และหากแข็งค่าขึ้นไปอีกอาจจะต้องเข้าหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อหาแนวทางในการดูแลที่เหมาะสม   สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2561 คาดว่าจะขยายตัวได้ที่ 4.1% โดยเป็นผลจากตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ที่ถูกกระทบจากเรื่องส่งออก และการลงทุนภาครัฐ ขณะที่ การบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนภาคเอกชนยังรักษาระดับการเติบโตไว้ได้ดีและคาดว่าจะเป็นแรงหนุนเศรษฐกิจในปี 2562 ให้ขยายตัวได้ในกรอบประมาณการของ กกร. ที่ 4.0 ถึง 4.3%   ทั้งนี้ ประเด็นเรื่องสงครามการค้า และเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มเติบโตชะลอลง คาดว่าจะส่งผลให้การส่งออกของไทยในปี 2562 อาจขยายตัวชะลอลงมาอยู่ในกรอบประมาณการ กกร. ที่ 5 ถึง 7% เทียบกับที่ขยายตัว 6.7% ในปี 2561 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eoulo3N17RM

 981
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
06 ก.พ. 62

กกร.เตรียมประชุมแก้ปัญหาเงินบาทแข็งค่า หลังภาคส่งออกเริ่มได้รับผลกระทบ

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย และสมาคมธนาคารไทย เตรียมประชุมถกปัญหาค่าเงินบาทแข็งวันนี้ (6 ก.พ.62) หลังภาคการส่งออกเริ่มได้รับผลกระทบ จากค่าเงินบาทขณะนี้แข็งค่าขึ้นเฉลี่ย 31.24-31.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ โดยเฉพาะการส่งออกข้าว   จึงอยากให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเข้ามากำกับดูแลเพื่อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เนื่องจากขณะนี้ค่าเงินบาทของไทยมีอัตราการแข็งค่ามากกว่าประเทศคู่แข่งทางการค้ของไทยทั้งอินโดนีเซีย เวียดนาม ฯลฯ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EBunnlwjihM

 13,512
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
08 ส.ค. 61

กกร. คงเป้า gdp ปี61 โต 4.3-4.8% หอการค้ามองสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ กระทบส่งออกไทย

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ยังคงประเมินอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ หรือ GDP ไทยปีนี้ จะขยายตัว 4.3-4.8% การส่งออกคาดว่าจะเติบโต 7-10% ส่วนอัตราเงินเฟ้อคงอยู่ที่ 0.9-1.5% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังรักษาการเติบโตที่ดีได้ต่อเนื่อง จากแรงหนุนของการส่งออกและการท่องเที่ยว รวมทั้งแรงหนุนเพิ่มจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวดีขึ้น และรายได้เกษตรกรกลับมาเป็นบวกติดต่อกัน ซึ่งจะช่วยประคองกำลังซื้อของเศรษฐกิจฐานรากไม่ให้แย่ลง   ส่วนทิศทางดอเบี้ย กกร.อยากเห็นคณะกรรมการนโยบายการเงิน คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.5% ไว้ถึงสิ้นปี   คุณปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย  ซึ่งเป็นประธานการประชุม กกร. เมื่อวานนี้ บอกด้วยว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบของสถานการณ์น้ำท่วมว่าจะกระทบต่อการบริโภคหรือไม่ รวมถึงการผลิตภาคอุตสาหกรรม และธุรกิจต่างๆ   ซึ่ง กกร. มองว่าอาจไม่ได้รับผลกระทบเลยก็ได้ เพราะน้ำท่วมปีนี้ไม่น่าจะก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงเท่ามหาอุทกภัยเมื่อปี 2554 เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนที่สูงนั้น อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันตกและอีสาน แตกต่างจากเมื่อปี 2554 ที่มีผลกระทบหนักในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง ซึ่งเป็นที่ตั้งของหลายนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงคาดการณ์ว่าจำนวนพายุที่จะเข้ามาในช่วงฤดูฝนที่เหลือของปีนี้ จะไม่มากเท่ากับปี 2554   นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บอกว่า สิ่งที่น่ากังวลคือ ภาคเกษตร บ้านเรือนประชาชน และโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่อยู่นอกพื้นที่อุตสาหกรรม เพราะไม่มีมาตรการรับมือเหมือนโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในนิคมอุตสาหกรรม   ส่วนผลกระทบจากมาตรการตอบโต้ทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน กกร. เห็นว่า ปีนี้ยังกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในวงจำกัด แต่การส่งออกของไทยอาจได้รับอานิสงส์เพิ่มขึ้นในปีหน้า ถ้าสหรัฐเก็บภาษีจีนมากขึ้นทั้งรายการสินค้าและอัตราภาษี รวมทั้งจะส่งผลกระทบต่อทิศทางค่าเงินในภูมิภาคให้มีแนวโน้มอ่อนค่าลงตามการอ่อนค่าของเงินหยวน   แต่ด้านของศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กลับประเมินว่า ผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐกับจีนต่อการส่งออกของไทยในช่วงครึ่งปีหลังนี้ จะทำให้มูลค่าการส่งออกของไทยลดลง 0.14 ถึง 1.13% และทำให้จีดีพีของไทยลดลง 0.12 ถึง 1.02% เนื่องจากไทยมีสินค้าส่งออกที่เป็นซัพพลายเชน (ห่วงโซ่การผลิต) ให้กับจีน ซึ่งคาดว่าจะทำให้การส่งออกของไทยในช่วงครึ่งปีหลังขยายตัวแบบชะลอตัวลง คือ เพิ่มเพียงแค่ 5.5% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกที่ขยายตัวถึง 11%  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9oamEvoi3VU

 1,502
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
09 ม.ค. 61

กกร.ขอรัฐไม่ปรับขึ้นค่าแรงอัตราเดียวทั่วประเทศ ชี้กระทบธุรกิจ กว่า 3 ล้านราย

3 สถาบันภาคเอกชน แถลงจุดยืนแนะรัฐไม่ควรปรับค่าแรงขั้นต่ำแบบเหมารวมทั่วประเทศ เพราะกระทบธุรกิจ เอสเอ็มอี และภาคการเกษตร ที่มีจำนวนมากถึง 37 ล้านคน   ตัวแทนคณะกรรมการร่วม 3 สถาบัน หรือ กกร. แถลงร่วมกัน ประกอบด้วยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย นำโดยนายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงจุดยืนต่อการปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำที่จะมีผลบังคับใช้ภายในสิ้นเดือนมกราคมนี้ (คาดจะปรับขึ้นระหว่าง 2-15 บาท) ว่าเห็นด้วยต่อการปรับค่าจ้างแรงงานครั้งใหม่ แต่ไม่ควรปรับอัตราเดียวกันทั้งประเทศ ตามข้อเรียกร้องของตัวแทนลูกจ้าง และไม่ควรปรับสูงเกินไป เพราะมีหลายจังหวัดยังไม่พร้อม และที่สำคัญรัฐบาลไม่ควรแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการไตรภาคี ซึ่งเป็นผู้พิจารณาอัตราค่าจ้างทั้งนี้กลุ่มที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและภาคเกษตร มีประมาณ 37ล้านคน รวมทั้งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นการของนักลงทุน และขีดความสามารถในการแข่งขันด้านส่งออก เพราะปัจจุบันผู้ส่งออกได้รับผลกระทบจากปัญหาเงินบาทแข็งค่ามากอยู่แล้ว    พร้อมกันนี้ได้เรียกร้องให้ภาครัฐพัฒนาฝีมือแรงงานให้ดีขึ้น เพราะที่ผ่านมาประสิทธิภาพแรงงานไทยยังต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ไม่สอดคล้องกับค่าแรงที่ปรับขึ้น 

 4,703
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
23 มี.ค. 59

กกร.เสนอเก็บค่าน้ำเดือน เม.ย.เพิ่ม กระตุ้นประหยัดน้ำช่วงภัยแล้ง

ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. เสนอแนวคิดให้รัฐบาลพิจารณาเก็บค่าน้ำในอัตราก้าวหน้า สำหรับผู้ที่ใช้น้ำในเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปีก่อน พร้อมประกาศรณรงค์ลดการใช้น้ำของภาคเอกชน ร้อยละ 30 ภายในเดือนมิถุนายนนี้ หลังสถานการณ์ภัยแล้งลุกลาม 17 จังหวัด และมีพื้นที่ขาดแคลนน้ำสูงถึง 43 จังหวัด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/blLiwSmx4Iw  

 1,162

Top