ค้นหา :

ผลการค้นหา "กกร"

เศรษฐกิจเข้มแข็ง
04 เม.ย. 62

กกร.ผวาการเมืองไทย ป่วนหลังเลือกตั้ง หั่นเป้า gdp ปี 62 เหลือ 3.7%

ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือกกร. (สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย) ทบทวนประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2562 ใหม่   โดยมีมติปรับลดประมาณการจีดีพีลงอยู่ที่ 3.7-4% จากเดิมคาดไว้โต 4-4.3% การส่งออกคาดลดลงอยู่ที่ 3-5% จากเดิมคาดไว้โต 5-7% โดยยังไม่มีการนำปัจจัยการเมืองในประเทศที่ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล เข้ามาประกอบการพิจารณาแต่อย่างใด   นอกจากนี้ยังมีปัจจัยมาจากเศรษฐกิจโลกมีสัญญาณของความไม่แน่นอนมากขึ้น ทั้งสงครามการค้า การแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป ของอังกฤษที่ยังไร้ข้อสรุป และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อการส่งออกของไทยต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า จึงเป็นเรื่องท้าทายรัฐบาลชุดใหม่ที่จะต้องมีมาตรการกระตุ้น เพื่อให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/raall4rUi7s

 874
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
07 ก.พ. 62

กกร.ห่วงเงินบาทไทยแข็งค่า กระทบส่งออก วอน ธปท.หาแนวทางดูแล

การประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย และสมาคมธนาคารไทย แสดงความเป็นห่วงเรื่องค่าเงินบาทที่ยังมีแนวโน้มแข็งค่าในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งหากเงินบาทยังคงแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการส่งออกของไทยในปี 2562 ด้วย   โดยนับตั้งแต่ต้นปี 2562 จนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 3.4% แข็งค่ามากสุดเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาค เป็นรองเพียงค่าเงินรูเปียะห์อินโดนีเซียที่แข็งค่าขึ้น 3.7% ในช่วงเวลาเดียวกัน   ซึ่งการแข็งค่าของเงินบาท เป็นผลจากปัจจัยเงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าเพราะขาดแรงหนุน หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณถึงโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยที่ลดทอนลง และหากแข็งค่าขึ้นไปอีกอาจจะต้องเข้าหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อหาแนวทางในการดูแลที่เหมาะสม   สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2561 คาดว่าจะขยายตัวได้ที่ 4.1% โดยเป็นผลจากตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ที่ถูกกระทบจากเรื่องส่งออก และการลงทุนภาครัฐ ขณะที่ การบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนภาคเอกชนยังรักษาระดับการเติบโตไว้ได้ดีและคาดว่าจะเป็นแรงหนุนเศรษฐกิจในปี 2562 ให้ขยายตัวได้ในกรอบประมาณการของ กกร. ที่ 4.0 ถึง 4.3%   ทั้งนี้ ประเด็นเรื่องสงครามการค้า และเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มเติบโตชะลอลง คาดว่าจะส่งผลให้การส่งออกของไทยในปี 2562 อาจขยายตัวชะลอลงมาอยู่ในกรอบประมาณการ กกร. ที่ 5 ถึง 7% เทียบกับที่ขยายตัว 6.7% ในปี 2561 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eoulo3N17RM

 892
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
06 ก.พ. 62

กกร.เตรียมประชุมแก้ปัญหาเงินบาทแข็งค่า หลังภาคส่งออกเริ่มได้รับผลกระทบ

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย และสมาคมธนาคารไทย เตรียมประชุมถกปัญหาค่าเงินบาทแข็งวันนี้ (6 ก.พ.62) หลังภาคการส่งออกเริ่มได้รับผลกระทบ จากค่าเงินบาทขณะนี้แข็งค่าขึ้นเฉลี่ย 31.24-31.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ โดยเฉพาะการส่งออกข้าว   จึงอยากให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเข้ามากำกับดูแลเพื่อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เนื่องจากขณะนี้ค่าเงินบาทของไทยมีอัตราการแข็งค่ามากกว่าประเทศคู่แข่งทางการค้ของไทยทั้งอินโดนีเซีย เวียดนาม ฯลฯ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EBunnlwjihM

 13,300
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
08 ส.ค. 61

กกร. คงเป้า gdp ปี61 โต 4.3-4.8% หอการค้ามองสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ กระทบส่งออกไทย

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ยังคงประเมินอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ หรือ GDP ไทยปีนี้ จะขยายตัว 4.3-4.8% การส่งออกคาดว่าจะเติบโต 7-10% ส่วนอัตราเงินเฟ้อคงอยู่ที่ 0.9-1.5% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังรักษาการเติบโตที่ดีได้ต่อเนื่อง จากแรงหนุนของการส่งออกและการท่องเที่ยว รวมทั้งแรงหนุนเพิ่มจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวดีขึ้น และรายได้เกษตรกรกลับมาเป็นบวกติดต่อกัน ซึ่งจะช่วยประคองกำลังซื้อของเศรษฐกิจฐานรากไม่ให้แย่ลง   ส่วนทิศทางดอเบี้ย กกร.อยากเห็นคณะกรรมการนโยบายการเงิน คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.5% ไว้ถึงสิ้นปี   คุณปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย  ซึ่งเป็นประธานการประชุม กกร. เมื่อวานนี้ บอกด้วยว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบของสถานการณ์น้ำท่วมว่าจะกระทบต่อการบริโภคหรือไม่ รวมถึงการผลิตภาคอุตสาหกรรม และธุรกิจต่างๆ   ซึ่ง กกร. มองว่าอาจไม่ได้รับผลกระทบเลยก็ได้ เพราะน้ำท่วมปีนี้ไม่น่าจะก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงเท่ามหาอุทกภัยเมื่อปี 2554 เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนที่สูงนั้น อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันตกและอีสาน แตกต่างจากเมื่อปี 2554 ที่มีผลกระทบหนักในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง ซึ่งเป็นที่ตั้งของหลายนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงคาดการณ์ว่าจำนวนพายุที่จะเข้ามาในช่วงฤดูฝนที่เหลือของปีนี้ จะไม่มากเท่ากับปี 2554   นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บอกว่า สิ่งที่น่ากังวลคือ ภาคเกษตร บ้านเรือนประชาชน และโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่อยู่นอกพื้นที่อุตสาหกรรม เพราะไม่มีมาตรการรับมือเหมือนโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในนิคมอุตสาหกรรม   ส่วนผลกระทบจากมาตรการตอบโต้ทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน กกร. เห็นว่า ปีนี้ยังกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในวงจำกัด แต่การส่งออกของไทยอาจได้รับอานิสงส์เพิ่มขึ้นในปีหน้า ถ้าสหรัฐเก็บภาษีจีนมากขึ้นทั้งรายการสินค้าและอัตราภาษี รวมทั้งจะส่งผลกระทบต่อทิศทางค่าเงินในภูมิภาคให้มีแนวโน้มอ่อนค่าลงตามการอ่อนค่าของเงินหยวน   แต่ด้านของศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กลับประเมินว่า ผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐกับจีนต่อการส่งออกของไทยในช่วงครึ่งปีหลังนี้ จะทำให้มูลค่าการส่งออกของไทยลดลง 0.14 ถึง 1.13% และทำให้จีดีพีของไทยลดลง 0.12 ถึง 1.02% เนื่องจากไทยมีสินค้าส่งออกที่เป็นซัพพลายเชน (ห่วงโซ่การผลิต) ให้กับจีน ซึ่งคาดว่าจะทำให้การส่งออกของไทยในช่วงครึ่งปีหลังขยายตัวแบบชะลอตัวลง คือ เพิ่มเพียงแค่ 5.5% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกที่ขยายตัวถึง 11%  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9oamEvoi3VU

 1,357
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
09 ม.ค. 61

กกร.ขอรัฐไม่ปรับขึ้นค่าแรงอัตราเดียวทั่วประเทศ ชี้กระทบธุรกิจ กว่า 3 ล้านราย

3 สถาบันภาคเอกชน แถลงจุดยืนแนะรัฐไม่ควรปรับค่าแรงขั้นต่ำแบบเหมารวมทั่วประเทศ เพราะกระทบธุรกิจ เอสเอ็มอี และภาคการเกษตร ที่มีจำนวนมากถึง 37 ล้านคน   ตัวแทนคณะกรรมการร่วม 3 สถาบัน หรือ กกร. แถลงร่วมกัน ประกอบด้วยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย นำโดยนายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงจุดยืนต่อการปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำที่จะมีผลบังคับใช้ภายในสิ้นเดือนมกราคมนี้ (คาดจะปรับขึ้นระหว่าง 2-15 บาท) ว่าเห็นด้วยต่อการปรับค่าจ้างแรงงานครั้งใหม่ แต่ไม่ควรปรับอัตราเดียวกันทั้งประเทศ ตามข้อเรียกร้องของตัวแทนลูกจ้าง และไม่ควรปรับสูงเกินไป เพราะมีหลายจังหวัดยังไม่พร้อม และที่สำคัญรัฐบาลไม่ควรแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการไตรภาคี ซึ่งเป็นผู้พิจารณาอัตราค่าจ้างทั้งนี้กลุ่มที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและภาคเกษตร มีประมาณ 37ล้านคน รวมทั้งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นการของนักลงทุน และขีดความสามารถในการแข่งขันด้านส่งออก เพราะปัจจุบันผู้ส่งออกได้รับผลกระทบจากปัญหาเงินบาทแข็งค่ามากอยู่แล้ว    พร้อมกันนี้ได้เรียกร้องให้ภาครัฐพัฒนาฝีมือแรงงานให้ดีขึ้น เพราะที่ผ่านมาประสิทธิภาพแรงงานไทยยังต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ไม่สอดคล้องกับค่าแรงที่ปรับขึ้น 

 4,629
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
23 มี.ค. 59

กกร.เสนอเก็บค่าน้ำเดือน เม.ย.เพิ่ม กระตุ้นประหยัดน้ำช่วงภัยแล้ง

ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. เสนอแนวคิดให้รัฐบาลพิจารณาเก็บค่าน้ำในอัตราก้าวหน้า สำหรับผู้ที่ใช้น้ำในเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปีก่อน พร้อมประกาศรณรงค์ลดการใช้น้ำของภาคเอกชน ร้อยละ 30 ภายในเดือนมิถุนายนนี้ หลังสถานการณ์ภัยแล้งลุกลาม 17 จังหวัด และมีพื้นที่ขาดแคลนน้ำสูงถึง 43 จังหวัด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/blLiwSmx4Iw  

 1,106

Top