ค้นหา :

ผลการค้นหา "น้ำท่วม"

ข่าวต่างประเทศ
26 ส.ค. 61

ไต้หวันอ่วม! พายุฝนถล่ม-น้ำท่วมหนัก ดับแล้ว6 สั่งอพยพคน 6,000 หนีตาย

พายุดีเปรสชั่นพัดถล่มไต้หวัน ส่งผลให้มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันและน้ำท่วมสูงฉับพลัน ทางการสั่งอพยพประชาชนมากกว่า 6,000 คนออกจากบ้านเรือน  เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วจำนวน 6 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกนับร้อย ขณะที่สัตว์จำนวนมากจมน้ำตาย ด้านกระทรวงกลาโหมได้จัดส่งกำลังทหาร 37,000 นาย รุดเข้าพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว      

 2,558
สังคม-อาชญากรรม
10 ส.ค. 61

รัฐมั่นใจเอาอยู่! ยันน้ำท่วมปีนี้ไม่ซ้ำรอยปี 54 ย้ำปีนี้มีการเตรียมการเฝ้าระวัง

สทนช.จับมือหน่วยเกี่ยวข้องฝ่าวิกฤติน้ำท่วมช่วงฤดูฝนปี 61 ย้ำปีนี้มีการเตรียมการ พร้อมบูรณาการข้อมูลการพยากรณ์ เฝ้าระวัง และแผนเตือนภัยระดับพื้นที่ล่วงหน้ามากขึ้น มั่นใจไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เช่นปี’54   วันนี้ (10 ส.ค.61) เวลา 10.00 น. นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมด้วยนายทองเปลว  กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน นายวันชัย  ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา นายชยพล  ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมแถลงข่าวการบริหารจัดการแบบบูรณาการ....แก้วิกฤติน้ำท่วมในห้วงฤดูฝน ปี 2561  ณ ห้องแถลงข่าว ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล    นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สทนช. เปิดเผยถึงภาพรวมแนวทางการบริหารจัดการน้ำในฤดูฝน ปี 2561 ว่า ในปีนี้การป้องกันและแก้ไขปัญหาการป้องกันน้ำท่วมช่วงฤดูฝนมีความชัดเจนในทางปฏิบัติมากขึ้น ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นก็ลดลงด้วยการทำงานประสานกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักด้วยกัน คือ    1. การเตรียมการล่วงหน้าก่อนเข้าสู่ฤดูฝน ให้มีการบูรณาการข้อมูลหน่วยงานด้านน้ำของประเทศที่มีอยู่กว่า 38 หน่วยงานให้เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมสร้างการรับรู้ประชาชนถึงการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ ปี 2561 หลังจากเข้าสู่ฤดูฝนตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยสทนช.ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ 4 มิ.ย.61 และลงพื้นที่สร้างการรับรู้สถานการณ์น้ำหลากรายภาค รวมถึงแผนป้องกัน เฝ้าระวัง และเผชิญเหตุของหน่วยงานรับผิดชอบไปสู่ประชาชนให้ ครอบคลุมทั่วประเทศให้สอดคล้องตามช่วงเวลาของสถานการณ์ฝนของแต่ละพื้นที่ ซึ่งครั้งสุดท้ายจัดขึ้นที่ภาคใต้ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา     2. การบูรณาการข้อมูลการพยากรณ์อากาศ การติดตามสภาพฝนและสถานการณ์น้ำ เพื่อจัดทำเป็นแผนปฏิบัติการตามช่วงเวลารองรับทุกระดับของความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงแจ้งเตือนพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบให้ชัดเจน ซึ่งจากการติดตามสถานการณ์ฝนและปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่และเขื่อนขนาดกลางทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง พบว่าหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ต่อปริมาณน้ำในเขื่อน ระดับน้ำในแม่น้ำสายสำคัญเพิ่มสูงขึ้นและอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนได้ สทนช.ได้มีการตั้งศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติเมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา ตามข้อสั่งการของพลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะอนุกรรมการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อเป็นการดำเนินการเชิงป้องกัน และไม่ให้เกิดความเสียหายที่เกิดจากน้ำให้เป็นเอกภาพในการอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน     นายสมเกียรติ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำปัจจุบันขณะนี้มี 8 เขื่อนขนาดใหญ่ที่มีระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง ได้แก่ เขื่อนน้ำพุง เขื่อนลำปาว เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนวชิราลงกรณ์ เขื่อนปราณบุรี โดยมี 2 เขื่อนที่ปริมาณน้ำเกินกว่า 100% ได้แก่ เขื่อนน้ำอูน 103% และเขื่อนแก่งกระจาน 103 % ซึ่งสทนช.ได้กำกับ ติดตาม ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำให้อยู่ให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม รวมถึงเตรียมการช่วยเหลือพื้นที่ท้ายน้ำ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นศูนย์กลางบูรณาการทุกหน่วยงานแจ้งเตือนและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในระดับพื้นที่     ขณะที่สถานการณ์แม่น้ำโขงที่เพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว จากปริมาณฝนตกหนักที่ประเทศลาว ส่งผลให้ระดับน้ำที่แม่น้ำโขงตั้งแต่ จ.อุบลราชธานี จ.นครพนม จ.มุกดาหาร สูงกว่าตลิ่งตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา แต่จากการติดตามสถานการณ์แม่น้ำโขงปัจจุบันพบว่าระดับน้ำโขงเริ่มลดลงตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค.61 และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ระดับน้ำแม่น้ำแม่น้ำเพชรบุรีที่ อ.เมือง มีแนวโน้มลดลง    ปัจจุบันระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 69 ซม. เนื่องจากมีการตัดยอดน้ำเข้าระบบชลประทานมากขึ้น ประกอบกับมีน้ำที่ไหลจากเขื่อนแก่งกระจานผ่านทางระบายน้ำล้นแนวโน้มลดลง ขณะนี้สูงประมาณ 54 ซม.จากเมื่อวานนี้ 60 ซม. ส่วนสภาพน้ำในอ่าง เขื่อนแก่งกระจานแนวโน้มปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างลดลง แต่จากการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศ อาจมีฝนตกมากขึ้นส่งผลให้น้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า สทนช.เน้ยย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์รวมถึงเร่งระบายน้ำต่อเนื่องให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมด้วย    ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ปริมาณฝนสะสม 7 วัน ที่เกิน 150 มม. มีพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำเอ่อล้นตลิ่งและดินโคลนถล่มเป็นพิเศษ 8 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สกลนคร มุกดาหาร ภาคตะวันออกปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ภาคใต้ ระนอง พังงา สุราษฎร์ธานี ซึ่งสทนช.เตรียมออกประกาศแจ้งเตือนพื้นที่ดังกล่าวไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำแผนป้องกันและแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วต่อไป    

 1,021
ข่าวภูมิภาค
04 ส.ค. 61

จับตาวิกฤตน้ำ! ตั้งศูนย์เฉพาะกิจเฝ้าระวัง 24 ชม. หลังเขื่อนใหญ่น้ำทะลักเกินเกณฑ์

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ได้จัดตั้ง ศูนย์เฉพาะกิจติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อหารือแผนปฏิบัติศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต เนื่องจากตอนนี้หลายพื้นที่ของไทยเริ่มมีน้ำหลาก ประกอบกับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และขนาดกลางหลายแห่ง มีปริมาณน้ำมากกว่าเกณฑ์ควบคุมที่กำหนดไว้ เพื่อเป็นการดำเนินการเชิงป้องกัน และไม่ให้เกิดความเสียหายที่เกิดจากน้ำ ทั้งลุ่มน้ำภายในประเทศ และลุ่มน้ำระหว่างประเทศ ในการอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน         สำหรับสถานการณ์น้ำในประเทศ พบมีพื้นที่น่าเป็นห่วงอยู่ 3 เขื่อน คือ 1.เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 2.เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร 3.เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี    ซึ่งขณะนี้ทั้ง 3 เขื่อน มีปริมาณความจุของน้ำเกินปริมาณกักเก็บ แต่ยังไม่อยู่ในระดับล้นเขื่อน ซึ่งภายใน 10 วัน จะบริหารจัดการน้ำทั้ง 3 เขื่อนให้อยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ และเตรียมมาตรการป้องกัน   ทั้งนี้ วันที่ 3 - 4  สิงหาคมนี้ จะมีฝนตกบริเวณลุ่มน้ำเพชรบุรีมาก คาดว่าน้ำในเขื่อนแก่งกระจานเต็ม 100% อาจประสบปัญหาระบายน้ำไม่ทัน ส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมบริเวณท้ายเขื่อนและบริเวณใกล้เคียง จึงอยากให้ประชาชนเตรียมตัวพร้อมรับกับเหตุการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นด้วย ในส่วนบริเวณ อุทยานแห่งชาติภูพาน จ.สกลนคร และกาฬสินธุ์ ยังมีฝนตกมาก ส่งผลให้ลุ่มน้ำสงครามระบายน้ำลงแม่น้ำโขงได้ช้า จะเกิดน้ำท่วมขังอยู่ในลุ่มน้ำสงคราม ซึ่งจำเป็นต้องปล่อยน้ำจากเขื่อนน้ำอูนลงไปสู่ลุ่มน้ำสงคราม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ อ.วานรนิวาส อ.อากาศอำนวย อ.พังโคน และอ.ศรีสงคราม     สำหรับเขื่อนน้ำอูน ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯ 525 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) มีน้ำล้นทางระบายน้ำล้นฉุกเฉิน ประมาณ 6 เซนติเมตร หรือคิดเป็นปริมาณน้ำล้น 1.22 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน กรมชลฯ ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อช่วยในการระบายน้ำเพิ่มอีก 15 ชุด จากเดิมมีอยู่ 10 ชุด เพื่อเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำจาก 3.60 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน เป็น 4.15 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน   เขื่อนแก่งกระจาน มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 656 ล้านลบ.ม. มีน้ำมากกว่าเกณฑ์กักเก็บน้ำสูงสุด 219.81 ล้านลบ.ม. และมีการระบายน้ำ 9 ล้านลบ.ม.ต่อวัน ส่วนการเพิ่มการระบายน้ำยังทำได้ยาก เนื่องจากลุ่มน้ำสงครามซึ่งเป็นทางผ่านน้ำก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง มีปริมาณน้ำฝนและน้ำจากเทือกเขาภูพานที่ไหลมาบรรจบกันจำนวนมาก ทำให้ระบายสู่แม่น้ำโขงได้ช้า นอกจากนี้คาดว่าปริมาณฝนที่จะตกลงมาเพิ่มจะทำให้พื้นที่ในอำเภอวานรนิวาส อากาศอำนวย พังโคน ศรีสงคราม เกิดภาวะน้ำท่วมด้วย   ส่วนเขื่อนวชิราลงกรณ มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 7,298 ล้านลบ.ม. มีน้ำมากกว่าเกณฑ์กักเก็บน้ำสูงสุด 1,038 ล้านลบ.ม. ปัจจุบันมีการระบายน้ำอยู่ที่ 36 ล้านลบ.ม. และทางกรมชลฯ เห็นว่าพื้นที่ท้ายน้ำยังมีช่องว่างรับน้ำได้อีก 140 ล้านลบ.ม. จึงอยากจะปรับการระบายน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 43 ล้านลบ.ม. เพื่อให้เขื่อนสามารถรองรับน้ำในช่วงเดือนส.ค.เพิ่มอีก ซึ่งการปรับแผนครั้งนี้จะรีบหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าน้ำจำนวนนี้ถ้าระบายไปแล้ว พื้นท้ายน้ำจะได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด   ด้าน นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. เปิดเผยว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายจังหวัดบริเวณริมแม่น้ำโขง ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปริมาณน้ำในเขื่อนหลายแห่งอยู่ในเกณฑ์มาก จำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำ อาจส่งผลให้ปริมาณน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมลำน้ำและพื้นที่การเกษตร จึงได้ประสานให้จังหวัดที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำโขงเฝ้าระวัง และ เตรียมพร้อมรับมือระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น   โดยติดตั้งระบบสูบน้ำ บริหารการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ เพื่อป้องกันน้ำเอ่อล้นและระบายน้ำออกตามสภาพพื้นที่ พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และจัดหาสถานที่ปลอดภัยรองรับการอพยพประชาชน โดยกำชับให้หน่วยงานในพื้นที่เสี่ยงภัย จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ให้พร้อมความช่วยเหลือประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง    ขณะที่ นายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ฐานะรับผิดชอบกลุ่มงานด้านสำนักการระบายน้ำ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำที่มีปริมาณน้ำมากในปีนี้ ว่า ได้สั่งการให้สำนักการระบายน้ำจัดประชุมเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันและรับมือสถานการณ์ดังกล่าว โดยให้เรียกประชุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นการเร่งด่วน ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.ยังได้จัดประชุมร่วมกับจังหวัดปริมณฑลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขน้ำท่วมร่วมกัน   สำหรับข้อกังวลว่าปริมาณน้ำมากกล่าวจะทำให้กทม.เกิดน้ำท่วมหรือไม่นั้น ยังไม่เป็นกังวล แต่กทม.มีการติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยมีการรายงานผลระดับน้ำทุกวัน                        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/wU9FlvC5Sy8  

 3,011
ข่าวภูมิภาค
02 ส.ค. 61

ปภ. เผย 7 จว. ฝั่งลุ่มแม่น้ำโขงยังวิกฤต กำชับติดตามสถานการณ์ 24 ชม.

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เร่งประสาน 18 จังหวัด จุดเสี่ยงน้ำไหลหลากและดินถล่ม ขณะที่ 7 จังหวัดภาคอีสานฝั่งลุ่มน้ำโขงยังวิกฤต กำชับเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ฝนสะสม ตลอด 24 ชั่วโมง    กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ได้รายงานข้อมูลเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ถึงสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วม โดยเฉพาะฝั่งลำน้ำโขงหลายจุดยังคงวิกฤต ล่าสุดมีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 7 จังหวัด คือ นครพนม - มุกดาหาร - อำนาจเจริญ - อุบลราชธานี - บึงกาฬ - สกลนคร และ ร้อยเอ็ด   พร้อมกันนี้ ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ ในพื้นที่ จังหวัดหนองคาย เนื่องจากสถานการณ์น้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้น โดยช่วงที่ไหลผ่านจังหวัดหนองคาย วัดได้ 11.44 เมตร เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 0.76 เมตร จากตลิ่งแม่น้ำโขงที่รับได้ 12.20 เมตร ซึ่งเป็นระดับน้ำใกล้เข้าจุดวิกฤตแล้ว จึงขอให้ประชาชนเตรียมขนย้ายสิ่งของให้พ้นน้ำรับสถานการณ์ และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แต่ขออย่าให้ตื่นตระหนก ให้รับฟังข่าวสารจากทางราชการเป็นหลัก   ขณะเดียวกัน นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายจังหวัดมีฝนตกต่อเนื่อง จึงได้ประสาน 18 จังหวัดพื้นที่เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก และ ดินโคลนถล่ม แยกเป็น    พื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ 8 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน (อำเภอสบเมย อำเภอแม่สะเรียง และอำเภอแม่ลาน้อย),เชียงใหม่ (อำเภออมก๋อย) ลำปาง (อำเภอแจ้ห่ม),น่าน (อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอปัว อำเภอบ่อเกลือ และอำเภอท่าวังผา) , ตาก (อำเภอแม่ระมาด อำเภอท่าสองยาง อำเภอแม่สอด และอำเภออุ้มผาง) จันทบุรี (อำเภอเขาคิชฌกูฎ) , ตราด (อำเภอบ่อไร่ และอำเภอเขาสมิง) รวมถึง ระนอง (อำเภอกะเปอร์)    และ พื้นที่เฝ้าระวัง 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย ลำพูน พะเยา แพร่ เพชรบูรณ์ กาญจนบุรี ราชบุรี พังงา กระบี่ และสตูล    โดยกำชับ พื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำฝนสะสม 24 ชั่วโมง หากฝนตกหนักถึงหนักมากและสถานการณ์รุนแรง ให้พิจารณาอพยพประชาชนไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว ให้พร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย ขณะที่ประชาชนสามารถติดต่อแจ้งเหตุและติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสาขาในพื้นที่ หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง     

 1,026
สังคม-อาชญากรรม
01 ส.ค. 61

เฝ้าระวัง!! ปภ. เตือน 41 จังหวัด รับมือฝนตกหนัก หวั่นน้ำไหลหลาก-ดินถล่ม

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประสาน 41 จังหวัด รับมือน้ำไหลหลาก และดินโคลนถล่ม จากภาวะฝนตกหนัก กำชับพื้นที่เสี่ยง แจ้งเตือนข้อมูลประชาชนอย่าใกล้ชิด   นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาหลายจังหวัดมีฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องกันหลายวัน กอปรกับแม่น้ำหลายสายเริ่มมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ทำให้มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่ม สำหรับคลื่นลมบริเวณอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ปภ. จึงได้ประสาน 41 จังหวัด ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ แยกเป็น   ภาคเหนือ 12 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน พะเยา แพร่ น่าน เพชรบูรณ์ ตาก กำแพงเพชร และพิจิตร   ภาคตะวันออก 7 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตราด ปราจีนบุรี นครนายก สระแก้ว ชลบุรี และระยอง   ภาคกลาง 2 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี และราชบุรี   ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 14 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ   และ ภาคใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา กระบี่ สตูล ตรัง และภูเก็ต   โดย ปภ.กำชับให้พื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฝ้าระวังและติดตามปริมาณน้ำฝนรายวัน ปริมาณน้ำฝนสะสม ระดับน้ำในลำน้ำ และพื้นที่ลาดเชิงเขาอย่างใกล้ชิด รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็วและอุปกรณ์ให้พร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในระมัดระวังอันตรายจากสถานการณ์ภัยในระยะนี้ สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด 

 6,206
ข่าวภูมิภาค
29 เม.ย. 61

ฝนถล่มเมืองขอนแก่น น้ำท่วมขังถนนรอการระบาย เหตุขยะอุดตันท่อ

เกิดฝนตกหนักในพื้นที่เทศบาลนครขอนแก่น ส่งผลให้น้ำท่วมขังผิวถนนรอการระบายสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร เนื่องจากมีขยะอุดตันตามท่อระบายน้ำ            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/VwJ6Ug5cOAw

 2,119
สังคม-อาชญากรรม
28 เม.ย. 61

คนกรุงอ่วม! พายุฤดูร้อนแผลงฤทธิ์ฝนกระหน่ำหนัก น้ำท่วมขัง-ลมแรงซัดป้ายถล่ม

เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (27 เม.ย.) เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร อาทิ บางขุนเทียน บางบอน บางแค จอมทอง ธนบุรี ภาษีเจริญ บางกอกใหญ่ หลักสี่ ดอนเมือง จตุจักร พญาไท บางรัก ปทุมวัน สัมพันธวงศ์ พระนคร ป้อมปราบฯ ดุสิต ราชเทวี ดินแดง หนองจอก ลาดกระบัง ฯลฯ ส่งผลให้การจราจรบางช่วงติดขัดหลายพื้นที่เป็นวงกว้าง และหลายพื้นที่เริ่มมีน้ำท่วมขัง โดยบริเวณศาลาพักผู้โดยสาร หน้า ปตท. สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดี-รังสิต เกิดเหตุลมพายุซัดป้ายถล่มลงมา เคราะห์ดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด       ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 22 ลงวันที่ 27 เมษายน 2561        บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นต่อไปอีก 1 วัน โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่าและมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีพายุฝนฟ้าคะนองลดลง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ ดังนี้           ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์           ภาคกลาง : จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา           นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล           ภาคตะวันออก : จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด           ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร           อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักในระยะนี้ไว้ด้วย   ขณะที่พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในระยะนี้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงไว้ด้วย    อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักในระยะนี้ไว้ด้วย    ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา คลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนอง กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง                             ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/djN3muejdG0    

 2,551
ข่าวต่างประเทศ
14 เม.ย. 61

จีนอ่วม! พายุฝน-ลูกเห็บถล่มมณฑลกุ้ยโจว ทำน้ำท่วมฉับพลัน

ภาคตะวันออกของมณฑลกุ้ยโจวของจีนเผชิญพายุฝนฟ้าคะนองและลูกเห็บถล่มอย่างหนัก โดยความแรงของพายุทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย

 2,339
ข่าวภูมิภาค
07 เม.ย. 61

มาตามนัด! พายุฤดูร้อนถล่มทั่วไทยต่อเนื่อง ลมแรงซัดต้นไม้ใหญ่-เสาไฟฟ้าหักโค่น

เมื่อวานนี้ (6 เม.ย.) เกิดพายุฤดูร้อนถล่มหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย ได้แก่อุดรธานี , ขอนแก่น , หนองบัวลำภู , เลย , พังงา ฯลฯ ส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก ลูกเห็บ และลมกรรโชกแรง เป็นเหตุให้บ้านเรือนประชาชนพังเสียหาย ต้นไม้ใหญ่-เสาไฟฟ้าหักโค่น ขณะที่บางสายการบินต้องยกเลิกเที่ยวบินเนื่องจากทัศนวิสัยเลวร้าย              ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/a1K9XCZX_To

 4,948
ข่าวต่างประเทศ
03 มี.ค. 61

อังกฤษอ่วม! พายุฤดูหนาวถล่ม 2 ลูก หิมะตกหนัก-น้ำท่วมฉับพลัน

อังกฤษเผชิญพายุฤดูหนาว 2 ลูก คือ พายุไซบีเรียและพายุเอ็มมา ทำให้หิมะตกหนักทั่วประเทศ เกิดวิกฤตความหนาวเย็นที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 27 ปี ผลจาก   อิทธิพลพายุขั้วโลกเหนือไซบีเรีย อาร์กติก ที่ได้รับฉายาว่า Beast from the east หรือ สัตว์ร้ายจากตะวันออก ทำให้หิมะตกหนักทั่วอังกฤษ วัดความหนาได้มากกว่า 90 เซนติเมตร อุณหภูมิติดลบกว่า 10 องศาเซลเซียส ทางการต้องแนะนำให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน กักตุนน้ำ อาหารและเชื้อเพลิงให้เพียงพอ ขณะที่ รถไฟและเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวประกาศงดให้บริการ และโรงเรียนหลายพันแห่งต้องปิดเรียนต่อเนื่อง    

 4,972
ข่าวต่างประเทศ
25 ก.พ. 61

สหรัฐฯ อ่วม! เผชิญน้ำท่วม-ทอร์นาโดถล่ม ประกาศภาวะฉุกเฉินแล้ว 12 รัฐ

สหรัฐฯ เผชิญน้ำท่วมและพายุทอร์นาโดถล่มในหลายพื้น ล่าสุดทางการได้ประกาศภาวะฉุกเฉินใน 12 รัฐ ตั้งแต่รัฐเท็กซัสไปจนถึงรัฐนิวยอร์ก โดยในบางพื้นที่น้ำท่วมจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ แต่ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด    

 5,761
ข่าวภูมิภาค
03 ก.พ. 61

เตือนชาวบ้านกุยบุรีรับมือฝนถล่ม เร่งขนของขึ้นที่สูงหนีน้ำเอ่อท่วม

นายชาตรี จันทร์วีระชัย นายอำเภอกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ราบต่ำ ให้เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกและน้ำท่วมสูง เตรียมกำลังให้ความช่วยเหลือชาวบ้านและขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงแล้ว หลังอ่างเก็บน้ำยางชุมสามารถรับน้ำได้อีกร้อยละ 20 ของความจุอ่าง ประมาณ 41 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ห้วยวังเต็น สามารถรับน้ำได้อีกร้อยละ 20 ของความจุอ่าง ประมาณ 11 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่หากมีฝนตกเหนือเขื่อน อาจทำให้น้ำเพิ่มจนล้นสปิลเวย์เร็วขึ้น และทำให้น้ำไหลบ่าลงสู่ที่ต่ำและเข้าสู่ตัวเมืองได้                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/YsVruKsMoNE

 4,377
ข่าวต่างประเทศ
28 ม.ค. 61

ปารีสเฝ้าระวังน้ำท่วม หลังฝนกระหน่ำหนักทำแม่น้ำแซนเพิ่มสูงต่อเนื่อง

นายกเทศมนตรีกรุงปารีสของฝรั่งเศส เตรียมรับมือน้ำท่วม หลังระดับน้ำในแม่น้ำแซนยังคงเพิ่มสูงจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง หวั่นกระทบต่อเศรษฐกิจ หลังพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ได้ปิดส่วนจัดแสดง รวมทั้งเรือนำเที่ยวได้ปิดให้บริการ   

 4,662
ข่าวภูมิภาค
04 ส.ค. 60

มหาสารคามระดับน้ำยังวิกฤติ สูงเกือบเท่าน้ำท่วมใหญ่ปี 54 - ร้อยเอ็ดนาข้าวจมน้ำสูง 3 ม. ชาวบ้านร่ำไห้

  นายพัฒนะ พลศรี หัวหน้าฝายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 เขื่อนระบายน้ำฝายวังยาง โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา พัฒนาลุ่มน้ำชีตอนกลาง เปิดเผยว่า ระดับในแม่น้ำชี ที่ด้านหน้าและท้ายฝายวังยาง ยังคงเพิ่มระดับขึ้นจากเมื่อวานนี้ 5 เซนติเมตร ระดับน้ำด้านหน้าฝายและท้ายฝาย อยู่ที่ 139.88 ม. จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ปัจจุบันมีความจุ 79.61 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 937.10 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือคิดเป็น 80.96 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งระดับน้ำอยู่ในระดับวิกฤต ฝายวังยางต้องติดธงแดงแจ้งเตือนประชาชน โดยเหลืออีกเพียง 1.15 เมตร ระดับน้ำจะเทียบเท่ากับปี 54   โดยประชาชนที่มีพื้นที่ลุ่มต่ำติดริมฝั่งแม่น้ำชีใน 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เชียงยืน อ.โกสุมพิสัย อ.กันทรวิชัย และอำเภอเมืองมหาสารคาม ได้รับผลกระทบจากน้ำที่เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนของประชาชนแล้ว   ทั้งนี้ ที่ผ่านมาจังหวัดมหาสารคามเกิดฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุเซินกา และน้ำจากแม่น้ำชีล้นตลิ่ง จึงประกาศเขตการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในพื้นที่ 12 อำเภอ จาก 13 อำเภอทั้งจังหวัด ได้แก่ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย วาปีปทุม กันทรวิชัย ชื่นชม กุดรัง โกสุมพิสัย นาเชือก เชียงยืน นาดูน ยางสีสุราช บรบือ และอำเภอเมืองมหาสารคาม รวม 124 ตำบล 1,562 หมู่บ้าน 48,478 ครัวเรือน จำนวนราษฎร 29,500 คน พื้นที่ทางการเกษตรเสียหาย 473,364 ไร่ บ่อปลา 39 บ่อ ถนนเสียหาย 246 จุด และมีผู้เสียชีวิตในอำเภอวาปีปทุมจำนวน 2 ราย    อีกด้านผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ร้อยเอ็ดว่า แม่น้ำชีล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านหนองแค หมู่ 8 ตำบลม่วงลาด อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด ระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องวันละ 30 ซ.ม. นาข้าวจมน้ำเสียหายสิ้นเชิง 750 ไร่สูง 3 เมตร บ้านเรือนราษฎร 29 ครอบครัว 122 คน จมน้ำมีสภาพเป็นเกาะ ถนนเข้าหมู่บ้านระยะทาง 400 เมตร น้ำท่วมสูง 1 เมตร และไหลเชี่ยว สัญจรเข้าและออกหมู่บ้านต้องใช้เรือพาย และเรือท้องแบนจากมณฑลทหารบกที่ 27 อบต.ม่วงลาด และอบจ.ร้อยเอ็ด สนับสนุน ต้องอพยพเด็ก คนชรา ข้าวของ ยานพาหนะและสัตว์เลี้ยงมาสร้างเพิงพักอาศัยบนพนังกั้นน้ำหน้าหมู่บ้านระยะทางกว่า 400 เมตร   นางหนูเจียม น้อมระวี อายุ 76 ปี ชาวบ้านหนองแค ร่ำไห้เปิดเผยว่า ตนมีที่นา 11 ไร่ ซึ่งขายข้าวได้ปีละ 7 หมื่นบาท วันนี้หมดสิ้นแล้ว คงไม่มีปัญญาใช้หนี้ ธกส.

 13,183
ข่าวภูมิภาค
04 ส.ค. 60

ประชุมด่วนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านหลายอำเภอที่กาฬสินธุ์ สั่งเฝ้าระวังระดับน้ำ-พร้อมอพยพตลอด 24 ชม.

  สถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดที่จังหวัดกาฬสินธุ์ นายสัมฤทธิ์ กิตติโชติสุขสงค์ นายอำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า อำเภอกมลาไสยได้ประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารลงพื้นที่มาเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง หากระดับน้ำเอ่อท่วมก็จะเร่งทำการอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่ทันที   ซึ่งระดับน้ำในลำน้ำปาวสูงขึ้นจากเมื่อวานประมาณ 3 ซม. ระดับน้ำที่สะพานข้ามลำน้ำปาวเมื่อเวลา 06.00 น. ที่ผ่านมา อยู่ที่ 9.15 ซม. ส่วนสถานการณ์น้ำของแม่น้ำชี เช้านี้อยู่ที่ระดับ 139.88 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง (เพิ่มขึ้นมาจากเมื่อวาน 8 ซม. จากเวลาเดียวกัน 06.00 น.) ซึ่งอยู่ในสถานการณ์วิกฤติ แต่ยังสามารถควบคุมได้   ส่วนอำเภอฆ้องชัย มีการมอบหมายให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต.ลำชี ทุกหมู่บ้านจัดเวรยามเฝ้าระวังจุดเสี่ยง ตลอด 24 ชม. ตลอดแนวพนังลำชี 21 กิโลเมตร ซึ่งเช้านี้สถานการณ์ยังปกติ   ขณะที่นายนพดล พิมพิไสย ผู้อำนวยการโรงเรียนดอนยานางศึกษา ตำบลดอนสมบูรณ์ อำเภอยางตลาดเปิดเผยว่า โรงเรียนแห่งนี้มีพื้นที่ 18 ไร่ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ทุกตารางเมตร อาคารเรียน โรงอาหาร ห้องสมุด ห้องสุขา สนามกีฬา ถูกน้ำท่วมขัง 3 วันแล้ว ต้องสั่งปิดอย่างไม่มีกำหนด ส่วนบ่อปลาโครงการอาหารกลางวันที่มีอยู่ 6 บ่อ มีปลาประมาณ 50,000 ตัว แต่ละตัวมีน้ำหนักประมาณครึ่งกิโลกรัมถูกน้ำพัดเสียหายทั้งหมด   ด้าน รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเขื่อน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบตัวเขื่อนลำปาวและอาคารบังคับน้ำ หลังการตรวจสอบได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เจ้าหน้าที่ในพื้นที่และจากส่วนกลางได้ตรวจสอบและวิเคราะห์ดูแล้วพบว่าเขื่อนยังมีความมั่นคงแข็งแรง ยังไม่มีอะไรผิดปกติ   สถานการณ์น้ำในเขื่อนลำปาววันนี้ (4 สิงหาคม 2560) มีน้ำเหนือไหลเข้าเขื่อน 20 ล้านลูกบาศก์เมตร ระบายน้ำออกทางอาคารผันน้ำ อาคารระบายน้ำล้นและคลองส่งน้ำ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำในเขื่อน 1,662 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 83% ของความจุเขื่อนลำปาวที่เก็บกักได้สูงสุด 1,980 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงยังสามารถรับน้ำได้อีก 

 5,408

Top