ค้นหา :

ผลการค้นหา "กรมชลประทาน"

สังคม
07 ม.ค. 63

วิกฤตภัยแล้งขยายวงกว้างหลายจังหวัด 'แม่น้ำยม' แห้งใกล้เคียงทะเลทราย

ที่ จ.พิจิตร แม่น้ำยมในพื้นที่ตอนกลางแห้งขอดจนเห็นผืนทรายมีสภาพใกล้เคียงทะเลทรายส่งผลกระทบระบบนิเวศน์ น้ำต้นทุนในการทำการเกษตรไม่เพียงพอ   ภาพมุมสูงจากอากาศยานไร้คนขับสะท้อนให้เห็น ภาพของแม่น้ำยม ที่บริเวณบ้านวังเทโพ ตำวังจิก อำโพธิ์ประทับช้าง จังพิจิตร ซึ่งเป็นพื้นที่ตอนกลางของแม่น้ำยมในพื้นที่ จังหวัดพิจิตร ปริมาณน้ำในแม่น้ำยม ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลัก แห้งจนเห็นผืนทรายในท้องแม่น้ำยม ภาพของแม่น้ำยมเมื่อมองบนพื้นราบคล้ายใกล้เคียงกับทะเลทรายเนื่องจากมองเห็นท้องแม่น้ำที่เป็นผืนทรายเป็นทางยาวตลอดทั้งลำน้ำ โดยเฉพาะในช่วงกลาง ผืนทรายจะร้อนจัดคล้ายกับทะเลทราย ส่งผลกระทบระบบนิเวศน์ในพื้นที่แม่น้ำโดยเฉพาะพันธุ์สัตว์น้ำ และส่งผลกระทบกับเกษตรกรโดยเฉพาะชาวนาที่ไม่มีน้ำต้นทุนในการทำการเกษตร   สำหรับแม่น้ำยมไหลผ่านพื้นที่ 4 อำเภอของ จังหวัดพิจิตร ได้แก่ อำเภอสามง่าม อำเภอโพธิ์ประทับช้าง อำเภอบึงนาราง และ อำเภอโพทะเล ความยาว 127 กม. และจากสถานการณ์แม่น้ำยมที่ลดระดับและแห้งขอด ส่งผลกระทบระบบนิเวศน์และเกษตรกร เนื่องจากไม่มีน้ำต้นทุนในการทำการเกษตร โดยเฉพาะนาข้าวที่ยังมีการลงมือเพาะปลูกตลอดทั้งสองฝั่งแม่น้ำยม รวมไปถึงน้ำในการอุปโภค และระบบนิเวศสัตว์น้ำที่จะขาดที่อยู่อาศัยจากน้ำที่แห้งขอด   ขณะที่ ชาวสุโขทัยปูเสื่อปิ๊คนิคหาดทรายก้นแม่น้ำยมชมลำธาร ชลประทานชี้สิ้นเดือนแห้งเกลี้ยง ผู้ว่าฯบูรณาการสู้แล้ง   โดยผู้สื่อข่าวรายงานสถาณการณ์ภัยแล้งจากจ.สุโขทัยว่า ระดับน้ำในแม่น้ำยมทางตอนเหนือของจังหวัด ตั้งแต่ ต.หนองอ้อ ต.หาดเสี้ยวต.ป่างิ้วต.แม่สำและต.แม่สิน ของอ.ศรีสัชนาลัย ใกล้จะแห้งหมดแม่น้ำแล้ว เหลือแต่เพียงเป็นลำธารเล็กๆไหลผ่าน นอกนั้นมีแต่พื้นทรายและกรวดก้นแม่น้ำ สามารถเดินข้ามไปมาได้ โดยเฉพาะใต้สะพานมิตรภาพป่างิ้ว-ท่าด่าน ต.ป่างิ้ว ชาวบ้านบางส่วนพาครอบครัวมาปูเสื่อพักผ่อนหย่อนใจ ซื้ออาหารมานั่งรับประทาน เปิดเพลงฟัง เวลาแดดร่มลมตก บ้างก็หาจับปลาตัวเล็กๆที่ยังพอมีอยู่เล็กน้อย   ทางด้าน จ.ฉะเชิงเทรา เกิดสภาวะแห้งแล้งทำให้น้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ขาดคลองจนทำให้ตลิ่งถนนและคันดินบ่อกุ้งสไลด์ลงคลองลึกกว่า7 เมตร ระยะทาง 100 เมตรกุ้งหลุดลงคลองเสียหาย   ซึ่งหลังคิดสไลด์ลงคลองพร้อมถนนและคันดินบ่อกุ้ง รถไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้และพบรอยร้าวบนถนนและคันดินบ่อกุ้งบริเวณใกล้เคียงเป็นทางยาว โดยได้ประสานกองช่างและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาสำรวจความเสียหาย พร้อมแนะนำให้เจ้าของบ่อกุ้งบริเวณริมคลองในพื้นที่สูบน้ำออกจากบ่อเพื่อลดระดับน้ำป้องกันดินสไลด์พังเพิ่ม    ด้านนายปิยะพงษ์ ปลัดอำเภอบ้านโพธิ์ ได้ประสานกรมประมง เข้าให้การช่วยเหลือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ่อกุ้ง และเตรียมจะประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ เนื่องจากตอนนี้น้ำในคลองใกล้แห้งจนขาดคลองแล้ว พร้อมจะประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและหาทางป้องกัน    ตอนนี้รีบส่งเรื่องเข้าไปยังกรมชลประทาน พร้อมเร่งหาทางแก้ไขแต่น้ำในแม่น้ำบางปะกงตอนนี้มีน้ำทะเลหนุนสูงไม่สามารถที่จะปล่อยน้ำเข้าสู่คลองประเวศบุรีรมย์ได้ แล้วจะเตรียมแผนป้องกันรับมือกับการสไลด์ของตลิ่งในพื้นที่ใกล้กับคลอง โดยชาวบ้านที่เลี้ยงปลาเลี้ยงกุ้งตอนนี้มีความเสี่ยงหมดเนื่องจากน้ำในคลองไม่มีจึงทำให้ตลิ่งสามารถพังลงคลองได้ตลอดเวลา  

 1,418
สังคม
07 ม.ค. 63

กรมชลฯ ระดมกู้วิกฤตน้ำประปาก่อนน้ำทะเลหนุนสูงพรุ่งนี้ - 'อ.อ๊อด' แนะควรมีเครื่องวัดความเค็ม

กรมชลประทานเร่งแก้ปัญหาน้ำเค็ม ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำไล่น้ำเค็มรุกเจ้าพระยา รับมือน้ำทะเลหนุนสูงสุดพรุ่งนี้   นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยอธิบดีกรมชลประทานลงพื้นที่แก้ปัญหา ที่โรงสูบน้ำดิบการประนครหลวง สำแล จ.ปทุมธานี ซึ่งจุดที่เร่งแก้ไขคือ บริเวณประตูระบายน้ำคลองพระยาบรรลือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเหนือโรงสูบน้ำสำแล ซึ่งจะรับน้ำมาแม่น้ำแม่กลอง ก่อนไหลไปลงแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจะติดตั้งเครื่องสูบน้ำ12เครื่อง เดินเครื่องสลับกัน24ชั่วโมง เพื่อให้น้ำจืดไหลไปลงเจ้าพระยาได้ดีขึ้น นอกจากนั้นยังได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เพิ่มเติมอีก 14 จุด ตั้งแต่ 6 นาฬิกาวันพรุ่งนี้    ทั้งนี้คาดว่าตั้งแต่วันนี้ถึง 13 มกราคม น้ำทะเลจะหนุนสูงสุด และจะสูงกว่าปี 2558 ถึง 20 เซนติเมตร ดังนั้นจะต้องควบคุมน้ำจืดให้ไหลไล่น้ำเค็มให้ได้ประมาณ 130-140ลูกบาศก์เมตร/วินาที ส่วนเครื่องผลักดันน้ำบริเวณสะพานพระยาบันลือ ส่วนหนึ่งจากทั้งหมด 88 เครื่อง ตลอดระยะทาง 42 กิโลเมตร จากแม่น้ำท่าจีนไหลลงสู่คลองพระยาบรรลือที่องบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา บางช่วงมีอุปสรรคคลองตื้น ผักตบชวาแน่นขวางทางน้ำ ขณะนี้สามารถเดินเครื่องได้เพียง 42 ตัวหรือ 50 เปอร์เซ็นต์ จึงระบายน้ำได้เพียง 24 ลูกบาศม์เมตรต่อวินาที ช่วยแม่น้ำเจ้าพระยาไล่น้ำเค็ม ซึ่งคาดไม่เกิน 1 สัปดาห์เดินเครื่องได้เต็มที่    ส่วนค่าความเค็มของน้ำดิบที่ใช้ผลิตน้ำประปาวันนี้ ยังเกินเกณฑ์มาตรฐาน ทั้งที่สถานีตรวจวัดความเค็มที่สามเสน ท่าน้ำนนทบุรี ทางด้าน อ.อ๊อด ได้โพสต์เพสบุ๊ค แนะนำให้มีวัดเครื่องน้ำประปาที่บ้านเพื่อวัดความเค็ม พร้อมสาธิตการตรวจวัด ซึ่งค่ามาตรฐานน้ำประปาที่ปลอดภัยต้องไม่เกิน 500 หนึ่งมิลลิกรัมต่อลิตร (ppm) หรือมีค่าความเค็มไม่เกิน 250 ppm จึงถือว่าปลอดภัย

 576
สังคม
06 ม.ค. 63

รบ.จ่อตั้งศูนย์เฉพาะกิจรับมือภัยแล้ง - กรมชลฯ เร่งผันน้ำเข้าเก็บฝาย รองรับการใช้ใน จ.มหาสารคาม

นายกรัฐมนตรี ขอให้ประชาชนเข้าในปัญหาภัยแล้ง ซึ่งรัฐบาลมีแผนบริหารจัดการน้ำ แต่ยอมรับบางพื้นที่มีน้ำต้นทุนน้อย อาจเข้าไม่ถึง ด้านกรมชลประทาน ผันน้ำจากแม่น้ำปาว เข้าไปเก็บในฝาย เพื่อสนับสนุนการประปาให้จังหวัดมหาสารคาม     สำนักเครื่องจักรกล ชลประทานที่ 6 ตั้งเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ที่ฝายวังยาง 6 เครื่อง เพื่อสูบน้ำจากท้ายฝาย เข้ามากักเก็บหน้าฝาย สำหรับใช้ผลิตน้ำประปาให้หลายชุมชน รวมถึงตัวเมืองมหาสารคาม รองรับวิกฤติภัยแล้ง โดยน้ำที่จะสูบเข้านั้น เป็นน้ำที่ระบายจากเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ ลงสู่ลำน้ำชีไปที่จังหวัดร้อยเอ็ด      ตอนนี้น้ำในเขื่อนลำปาว มีมากพอสำหรับการอุปโภคบริโค แตกต่างจากน้ำ ในเขื่อนอุบลรัตน์ ที่มีน้อย แล้วยังต้องสนับสนุนจังหวัดมหาสารคามด้วย เจ้าหน้าที่จึงวางแผนใช้น้ำจากเขื่อนลำปาว ขึ้นมาเก็บไว้ในฝายวังยาง ซึ่งวิธีนี้จะลดการใช้น้ำที่ระบายจากเขื่อนอุบลรัตน์ลงไปได้อีก      ขณะที่นายฤาชัย จำปานิล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว บอกว่าน้ำในเขื่อนลำปาว เพียงพอต่อการใช้อุปโภค บริโภค ส่วนพื้นที่การเกษตร เพียงพอสำหรับปลูกข้าว และนากุ้ง แต่ย้ำเตือนให้ใช้น้ำอย่างประหยัด เพราะแม้จะมีน้ำกักเก็บเพียงพอ แต่ยังต้องสนับสนุนจังหวัดมหาสารคาม ตามแผนการผันน้ำด้วย     วันนี้กรมชลประทาน เปิดศูนย์ปฎิบัติการเฉพาะกิจสำนักเครื่องจักรกล เพื่อเตรียมเครื่องมือ บรรเทาภัยแล้ง โดยตั้งศูนย์บัญชาการภายใต้การบริหารของกรมชลประทาน ทั้ง 7 ศูนย์ทั่วประเทศ คือที่เชียงใหม่ พิษณุโลก ขอนแก่น นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี และสงขลา      สำหรับสถานการณ์น้ำเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา//นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังประชุมวันนี้ว่า ในช่วงเร่งด่วน 1-2 เดือนนี้จะใช้การระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิตติ์ ลงพื้นที่ตอนล่างวันละ 16 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อไล่น้ำเค็มช่วงทะเลหนุน แต่พบปัญหาว่าน้ำที่ระบายลงมา เหลือถึงปลายทางเพีย 7-8 ล้านลูกบาศก์เมตร เพราะถูกเกษตรกรดึงน้ำเข้าพื้นที่การเกษตรระหว่างทาง ตอนนี้จึงขอความร่วมมือเกษตรกร งดข้าวนาปรัง เพื่อแก้ปัญหาน้ำเค็มหนุน     ส่วนอีกแผน คือผันน้ำจากแม่น้ำแม่กลอง มาลงคลองจรเข้สามพัน,คลองประปา ไปลงแม่น้ำท่าจีน จากนั้นระบายจากแม่น้ำท่าจีน ไปคลองพระพิมล และคลองประปา เพื่อให้ไหลไปคลองบางกอกน้อย แล้วไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีโควต้าใช้น้ำจากแม่กลองราว 500 ล้านลูกบาศก์เมตร คาดว่าช่วงน้ำทะเลหนุนสูง คือ 8-15 มกราคมนี้ จึงต้องเตรียมรับมือสถานการณ์ดังกล่าว      นอกจากนี้ สนทช.จะเสนอ ครม.ตั้งกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ เพื่อบังคับการทำงานตามโครงสร้างเฉพาะกิจ ตามมาตรา 24 เพื่อให้ 30 หน่วยงาน มาทำงานร่วมกัน ที่สทนช.     พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่ารัฐบาลตั้งศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจแก้ปัญหาวิกฤติน้ำ เพื่อทำงานร่วมกับ สทนช.ในการวางแผนระยะสั้น และยาว ซึ่งที่ผ่านมามีหลายโครงการเดินหน้าไปแล้ว แต่ยอมรับว่าบางจุดมีแหล่งน้ำไม่เพียงพอหรือไม่ทั่วถึง จึงต้องแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นๆเพิ่มเช่น ขุดลอกคลอง ขุดบ่อ ซึ่งได้ให้หาวิธีขุดดินแลกบ่อ โดยนำดินไปขายให้พ่อค้า ซึ่งนายกรัฐมนตรีระบุว่าตามกฎหมายสามารถทำได้ แต่ต้องได้รับความร่วมมือจากคนในพื้นที่ และต้องไม่มองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์นายทุน

 281
สังคม-อาชญากรรม
03 ม.ค. 63

แล้งรุนแรงเท่าปี 58 กระทบ 43 จังหวัด แม่น้ำโขงแห้งเหมือนทะเลทราย น้ำประปา กทม.เจอน้ำทะเลหนุน มีรสเค็ม

กรมชลประทาน ระบุ ภัยแล้งปี 2563 รุนแรงเท่าปี 2558 แต่น้ำน้อยกว่าแห้งเร็วกว่า เตือน 43 จังหวัดเสี่ยงภัยแล้งรุนแรง จะเห็นภาพภัยแล้งที่รุนแรงมากขึ้นไปอีกในเดือน เม.ย.- มิ.ย. จำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือเพื่อประหยัดการใช้น้ำอย่างจริงจัง   ขณะที่ทางกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ปริมาณฝนตกจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ประมาณ 16% จากเดิมคาดการณ์ไว้ว่าปริมาณผลจะใกล้เคียงค่าเฉลี่ยเดือนหน้าสิ้นฤดูแล้งถึงต้นฤดูฝน   ด้านการประปานครหลวง (กปน.) ระบุว่านอกจากต้องเผชิญภัยแล้งแล้ว ยังเกิดภาวะน้ำทะเลหนุนอย่างต่อเนื่อง แม้ กปน. ได้บริหารจัดการโดยหลีกเลี่ยง   การสูบน้ำดิบในช่วงเวลาที่น้ำทะเลหนุนสูงมาผลิตน้ำประปามาโดยตลอด แต่ยังคงมีความเค็มหนุนสูงเข้ามาในระบบ จึงส่งผลให้รสชาติของน้ำประปาในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ยืนยันในขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ   แต่ได้ฝากความห่วงใยถึงประชาชนในกทม. นนทบุรี และสมุทรปราการ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคไต หรือผู้ป่วยที่แพทย์ให้ควบคุมอาหารประเภทรสเค็ม รวมทั้งภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่อาจได้รับผลกระทบ เช่น อุตสาหกรรมอาหาร ฟอกย้อม ยา เลนส์ กระจก เหล็ก ฯลฯ และโรงพยาบาล ซึ่ง กปน. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลรักษาระบบสำรองน้ำประปา และระบบกรองน้ำของแต่ละหน่วยงานแล้ว   พร้อมขอความร่วมมือประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด ใช้น้ำเท่าที่จำเป็นเพื่อสงวนน้ำดิบสำหรับการผลิตน้ำประปาไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งต่อไป นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนช่วยตรวจสอบก๊อกน้ำท่อน้ำประปาภายในบ้าน และรีบซ่อมแซม หากมีการรั่วไหลเพื่อรักษาทรัพยากรน้ำอันมีค่า ซึ่งมีปริมาณน้ำที่น้อยลง เนื่องจากภัยแล้งในปัจจุบัน   ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่าสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้มีความรุนแรงมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากปริมาณฝนและน้ำที่กักเก็บไว้ในแหล่งต่างๆมีปริมาณน้อย ซึ่งเรื่องนี้ทางรัฐบาลหรือหน่วยงานทีเกี่ยวข้องก็ได้เตรียมการรับมือเพื่อแก้ปัญหาอย่างเต็มที่   ขอให้ทุกคนเข้าใจและร่วมมือกับรัฐบาลในเรื่องของการใช้น้ำ ส่วนสิ่งสำคัญนั่นคือการปรับตัวและการดำเนินมาตรการเพื่อรองรับกับปัญหา อย่างไรก็ตามได้สั่งให้ทุกหน่วยงานกำหนดแผนช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ พร้อมกันนี้ยังได้หาแนวทางและมาตรการเพิ่มเติม เพื่อดูแลด้านอาชีพให้กับเกษตรกรด้วย   ขณะที่ เพจกรีน GreenW โพสต์ภาพแม่น้ำโขงแห้งเหมือนทะเลทรายวิกฤตสุดในประวัติศาสตร์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JIvEEjY8dnM

 4,891
สังคม
03 ม.ค. 63

แล้งรุนแรงเท่าปี 58 กระทบ 43 จังหวัด แม่น้ำโขงแห้งเหมือนทะเลทราย น้ำประปา กทม.เจอน้ำทะเลหนุน มีรสเค็ม

กรมชลประทาน ระบุ ภัยแล้งปี 2563 รุนแรงเท่าปี 2558 แต่น้ำน้อยกว่าแห้งเร็วกว่า เตือน 43 จังหวัดเสี่ยงภัยแล้งรุนแรง จะเห็นภาพภัยแล้งที่รุนแรงมากขึ้นไปอีกในเดือน เม.ย.- มิ.ย. จำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือเพื่อประหยัดการใช้น้ำอย่างจริงจัง   ขณะที่ทางกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ปริมาณฝนตกจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ประมาณ 16% จากเดิมคาดการณ์ไว้ว่าปริมาณผลจะใกล้เคียงค่าเฉลี่ยเดือนหน้าสิ้นฤดูแล้งถึงต้นฤดูฝน   ด้านการประปานครหลวง (กปน.) ระบุว่านอกจากต้องเผชิญภัยแล้งแล้ว ยังเกิดภาวะน้ำทะเลหนุนอย่างต่อเนื่อง แม้ กปน. ได้บริหารจัดการโดยหลีกเลี่ยง   การสูบน้ำดิบในช่วงเวลาที่น้ำทะเลหนุนสูงมาผลิตน้ำประปามาโดยตลอด แต่ยังคงมีความเค็มหนุนสูงเข้ามาในระบบ จึงส่งผลให้รสชาติของน้ำประปาในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ยืนยันในขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ   แต่ได้ฝากความห่วงใยถึงประชาชนในกทม. นนทบุรี และสมุทรปราการ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคไต หรือผู้ป่วยที่แพทย์ให้ควบคุมอาหารประเภทรสเค็ม รวมทั้งภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่อาจได้รับผลกระทบ เช่น อุตสาหกรรมอาหาร ฟอกย้อม ยา เลนส์ กระจก เหล็ก ฯลฯ และโรงพยาบาล ซึ่ง กปน. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลรักษาระบบสำรองน้ำประปา และระบบกรองน้ำของแต่ละหน่วยงานแล้ว   พร้อมขอความร่วมมือประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด ใช้น้ำเท่าที่จำเป็นเพื่อสงวนน้ำดิบสำหรับการผลิตน้ำประปาไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งต่อไป นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนช่วยตรวจสอบก๊อกน้ำท่อน้ำประปาภายในบ้าน และรีบซ่อมแซม หากมีการรั่วไหลเพื่อรักษาทรัพยากรน้ำอันมีค่า ซึ่งมีปริมาณน้ำที่น้อยลง เนื่องจากภัยแล้งในปัจจุบัน   ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่าสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้มีความรุนแรงมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากปริมาณฝนและน้ำที่กักเก็บไว้ในแหล่งต่างๆมีปริมาณน้อย ซึ่งเรื่องนี้ทางรัฐบาลหรือหน่วยงานทีเกี่ยวข้องก็ได้เตรียมการรับมือเพื่อแก้ปัญหาอย่างเต็มที่   ขอให้ทุกคนเข้าใจและร่วมมือกับรัฐบาลในเรื่องของการใช้น้ำ ส่วนสิ่งสำคัญนั่นคือการปรับตัวและการดำเนินมาตรการเพื่อรองรับกับปัญหา อย่างไรก็ตามได้สั่งให้ทุกหน่วยงานกำหนดแผนช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ พร้อมกันนี้ยังได้หาแนวทางและมาตรการเพิ่มเติม เพื่อดูแลด้านอาชีพให้กับเกษตรกรด้วย   ขณะที่ เพจกรีน GreenW โพสต์ภาพแม่น้ำโขงแห้งเหมือนทะเลทรายวิกฤตสุดในประวัติศาสตร์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JIvEEjY8dnM

 4,891
สังคม
29 ธ.ค. 62

เขื่อนอุบลรัตน์น้ำน้อยสุดในรอบกว่า 30 ปี สัญญาณเตือนภัยแล้งที่อาจรุนแรงที่สุด

สองวันก่อน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เตือนทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับมือภัยแล้งที่กำลังจะมาถึง ซึ่งมีหลายปัจจัยประกอบกันที่ทำให้วิเคราะห์ได้ว่าน่าจะรุนแรง จึงต้องเตรียมแหล่งน้ำสำรองไว้ วันนี้ทีมข่าว 3 มิติ ลงพื้นที่สำรวจอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งมีน้ำน้อยถึงขั้นติดลบ คือต้องนำน้ำก้นอ่างออกมาใช้แล้ว ทั้งที่ยังเหลือเวลาอีกเกือบ 6 เดือนกว่าจะเข้าฤดูฝน      น้ำที่เหลือน้อยทำให้ปรากฎร่องรอยบ้านเรือน และวัดที่ชุมชนเคยตั้งอยู่ ก่อนอพยพย้ายออกไป เพื่อกลายเป็นอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ ติดตามจากคุณมนตรี อุดมพงษ์ค่ะ     มุมมองจากช่องเขาขาด ซึ่งเปรียบเสมือนสันเขื่อนทางธรรมชาติ ของเขื่อนอุบลรัตน์จังหวัดขอนแก่น ทำให้เห็นตัวอำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งเป็นพื้นที่ด้านหลังของอ่างเก็บน้ำ และทำให้เห็นภาพรวมของน้ำในอ่าง ที่กรมชลประทาน จัดให้เขื่อนอุบลรัตน์ และเขื่อนจุฬาภรณ์ จังหวัดชัยภูมิ อยู่ในสถานะมีน้ำน้อยมาก และการบริหารจัดการน้ำต้องเป็นไปตามแผนอย่างเคร่งครัด     ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ตำบลโคกใหญ่ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู นำเรือเหล็กพาทีมข่าว ล่องเรือฝ่า สันดอน และตอไม้เข้าไปยังใจกลางของอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า น้ำลดระดับลงถึงขั้นมองเห็นร่องรอยชุมชน และสิ่งปลูกสร้างที่เคยตั้งอยู่ที่นี่ ก่อนจะถูกทางการให้อพยอกโยกย้ายออกไป เพื่อใช้พื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำ เมื่อราว53 ปีก่อน      ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ เคยลดลงถึงขั้นมองเห็นร่องรอยวัด โรงเรียน ศาลาการเปรียญที่นี่ ในช่วงเดือนเมษายน หรือพฤษภาคมของบางปี ซึ่งต้องเป็นปีที่มีน้ำน้อยมาก แต่ก็เป็นช่วงสั้นๆ ก่อนเข้าสู่ฤดูฝน      ผู้คนที่อยู่เหนืออ่างเก็บน้ำเป็นห่วงน้ำอุปโภคบริโภคมากกว่าจะเป็นพืชผลการเกษตร เพราะไม่สามารถทำนา หรือปลูกพืชอื่นเศรษกิจอื่นใดได้แล้ว      เขื่อนอุบลรัตน์ เป็นเขื่อนใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน มีความจุเก็บน้ำได้2431 ล้านลูกบาศก์เมตร หล่อเลี้ยงพื้นที่หลายจังหวัด และสนับสนุนหลายลุ่มน้ำสำคัญเช่นน้ำพอง น้ำชี เป็นต้น ณ วันที่ 29 ธันวาคมนี้ เขื่อนอุบลรัตน์ มีน้ำกักเก็บ 497 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 20 .46 เปอร์เซ็นต์ของความจุอ่าง แต่จำนวนนี้คือน้ำสำรองก้นอ่าง ที่หากไม่จำเป็น จะไม่นำมาใช้ แต่เมื่อฤดูฝนที่แล้วมีน้ำไหลเข้าไม่มาก ทำให้ไม่มีน้ำมาเติม ตอนนี้จึงต้องนำน้ำก้นอ่างระบายออกไปใช้แล้วทั้งสิ้น 84 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเท่ากับติดลบ 4.5 เปอร์เซ็นต์ของความจุอ่าง      ตอนนี้หน่วยงานรัฐหลายแห่งที่เกี่ยวข้องกับการรับมือภัยแล้ง ต่างเตรียมแผนรองรับโดยเฉพาะการหาแหล่งน้ำสำรองไว้เพื่อฉุกเฉิน เพราะมีแนวโน้มที่ฤดูกาลหน้า ฝนจะตกน้อยกว่าเดิมด้วยซ้ำ     กรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ คาดการณ์ว่าระหว่างมกราคม ถึงพฤษภาคมปีหน้าฝนจะน้อยกว่าค่าปกติ5-10 เปอร์เซน ประกอบกับอากาศหนาวเย็นและความชื้นต่ำ ทำให้จะแห้งแล้งมากขึ้น      ขณะที่หน่วยงานรัฐ เตรีย 1333 โครงการ วงเงิน 2918 ล้านบาท เพื่อรับมือภัยแล้งที่กำลังจะมาถึง

 971
สังคม
28 ธ.ค. 62

กรมชลประทาน ตั้งศูนย์บรรเทาภัยแล้ง คาดปีหน้าสาหัส-ฝนต่ำกว่าเกณฑ์

กรมชลประทานเปิดแถลงข่าวจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจแก้ไขและบรรเทาวิกฤตภัยแล้ง ปี 2563 หลังพบว่าในปี2562ที่ผ่านมามีปริมาณน้ำเข้าสู่เขื่อนหลักน้อยกว่าปกติ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำใช้การได้เพียงร้อยละ45 พร้อมของดการทำนาและการเกษตรในทั่วทุกภาคของประเทศ   กรมชลประทาน จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจแก้ไขและบรรเทาวิกฤตภัยแล้ง ปี 2563 พร้อมตั้งศูนย์บัญชาการช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาภัยแล้งที่กำลังประสบปัญหาอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ   ดร.กองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้งในปีนี่ซึ่งพบว่าปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ในเกณฑ์น้อยเหตุจากฝนตกต่ำกว่าค่าปกติในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา จึงต้องบริหารจัดการน้ำอย่างจำกัด และให้เป็นไปตามแผนการจัดการน้ำซึ่งมีเพียงพอต่อการอุปโภค บริโภค รักษาระบบนิเวศ และสนับสนุบพืชที่ใช้น้ำน้อยบางพื้นที่เท่านั้น แต่ไม่เพียงพอต่อการทำเกษตร หลักของประเทศ ทั้งในภาคเหนือภาคอีสานและภาคกลาง   ซึ่งสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง ทั่วประเทศว่า ปัจจุบัน(27 ธ.ค. 62) มีปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกัน 47,377 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 62 ของความจุเก็บกักรวมกัน โดยมีปริมาณน้ำใช้การได้ 23,531 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 45 ของปริมาณน้ำใช้การได้   ส่วนของ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา คือ(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์)   มีปริมาณน้ำรวมกัน 11,157 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 45 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน 4,461 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 25 ของปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน   สำหรับแผนการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2562/2563 (ระหว่าง 1 พ.ย. 62 - 30 เมย. 63) เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในเขตชลประทาน มีปริมาณน้ำจัดสรรจากอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 17,620 ล้าน ลบ.ม(น้อยกว่าปีก่อนประมาณ 7 พันล้าน ลบ.ม. แบ่งเป็นน้ำใช้3 ส่วน คือเพื่อการอุปโภคบริโภค เพื่ออุตสาหกรรม และเพื่อการเกษตร ตามแผนการจัดสรรน้ำ ซึ่งมีการระบายร้ำไปแล้วกว่า 5800ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 28 ของแผนจัดสรรน้ำ ซึ่งในปัจจุบันทางกรมชลประทานต้องมีการระบายน้ำเฉลี่ยวันละ 18 ล้าน ลบ.ม. เพื่อการรักษาระบบนิเวศเขื่อน เพื่อการอุปโภคบริโภคและบรรเทาปัญหาน้ำเค็มรุกน้ำจืดที่ใช้เพื่อการผลิตประปา   ทั้งนี้ทางกรมชลประทานได้จัดทำแผนการ แผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2562 ได้วางแผนเพาะปลูกพืชทั้งประเทศ รวมทั้งสิ้น 2.83 ล้านไร่ แบ่งเป็น ข้าวนาปรัง 2.31 ล้านไร่ พืชไร่-พืชผัก 0.52 ล้านไร่  ปัจจุบันได้ทำการเพาะปลูกทั้งประเทศ รวม 2.33 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 82 ของแผนแยกเป็นข้าวนาปรัง 2.21 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 95 ของแผน" และพืชไร่พืชผัก 0.12 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 23 ของแผนๆ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยาไม่มีแผนการเพาะปลูกพืชเนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนมีไม่เพียงพอต่อการสนับสนุนด้านการเกษตร   โดยการจัตั้งศูนย์เฉพาะกิจในครั้งนี้กรมชลประทาน เตรียมความพร้อมในเรื่อง เครื่องจักร-เครื่องมือ เพื่อส่งไปประจำการที่ศูนย์ทั่วประเทศ โดยมีศูนย์ส่วนกลางอยู่ที่ จ.นนทบุรี และอีกใน 7 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ จ.พิษณุโลก จ.ขอนแก่น จ.นครราชสีมา จ.พระนครศรีอยุธยา จ.นนทบุรี และ จ.สงขลา ซึ่งกระจายส่งเครื่งจักร ครื่องจำนวน 4316 ชิ้น แยกเป็นเครื่องสูบน้ำจำนน 1935 เครื่อง รถสูบน้ำจำนวน 258คัน รถขุด จำนวน 499 คัน เรือขุด จำนวน 69 ลำ รถบรรทุกจำนวน 511 คัน รถบรรทุกน้ำ จำนวน 106 คัน รถแทร็กเตอร์ จำนวน 565 คัน และเครื่องจักรสนับสนุนอื่นๆจำนวน 373 เครื่อง พร้อมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่งใกล้ชิดในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะใน43จังหวัด ภาคเหนือ ภาคอีสานและภาคกลางที่มีความเสี่ยงน้ำอุปโภค บริโภค ไม่เพียงพอ ด้านข้อมูลฝนจากกรมอุตุนิยมวิทยาก็เผยว่าคาดการณ์ปริมาณฝนในปี 2563 คือตั้งแต่ เดือน มกราคม-เดือนมิถุนายน โอกาสฝนตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติในรอบ60ปี   ทั้งนี้มีการแจ้งประสานหน่วยงานในท้องถิ่น พื้นที่ต่างๆจัดเตรียมสำรองน้ำไว้ใช้ให้เพียงพอในห้วง 3 -6 เดือน ตั้งแต่ มกราคม ถึง มิถุนายน หากต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งได้ที่โครงการชลประทานในพื้นที่ หรือโทรสายด่วน 1460 หรือ เฟสบุ๊ก เรารักชลประทาน รอบรั้วชลประทาน และศูนย์ปฏิบัติการน้ำ     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/gwiaR2DTjT8

 2,507
เศรษฐกิจ
27 ธ.ค. 62

สทนช.ชี้ปี 63 แล้งหนักแล้งนาน! วอนลดใช้น้ำ 20-30% - กรมชลฯ ตั้งศูนย์เฉพาะกิจเตรียมรับมือ

วันนี้ สทนช.ออกมาเตือน ปี 63 จะแล้งหนัก และลากยาวถึงเดือนมิถุนายน ล่่าสุด พบหลายพื้นที่เสี่ยงการขาดน้ำอุปโภค บริโภค และน้ำใช้ในโรงพยาบาล     นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช.เปิดเผยหลังการประชุมจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจากการประเมิน พบว่า สถานการณ์ภัยแล้งในปี 63 มีแนวโน้มแล้งหนัก และยาวนานกว่าปี 58 โดยกรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่าในปี 63 ฝนจะมาช้า และมีปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าปกติ 5-10% ประกอบกับช่วงเดือน มกราคม-กุมภาพันธ์ จะมีน้ำทะเลหนุนสูง และจำเป็นต้องใช้น้ำต้นทุนมาผลักดัน ทำให้เกิดการใช้น้ำมากกว่าปกติ    และอาจเกิดผลกระทบต่อคุณภาพน้ำในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ที่บางพื้นที่อาจต้องใช้น้ำกร่อย และฝนที่มาช้ายังส่งผลให้จำเป็นต้องดึงน้ำต้นทุนจาก 2 เขื่อนหลัก คือ เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ มาใช้รองรับความต้องการอุปโภค-บริโภคด้วย และอาจมีน้ำไม่เพียงพอต่อทำนา นาปรังรอบ 2 ซึ่งขณะนี้พบว่ามีพื้นที่การเกษตรเสี่ยงขาดแคลนน้ำ 2.6 ล้านไร่ และเสี่ยงขาดแคลนน้ำรุนแรง 3.7 แสนไร่    หากควบคุมการใช้น้ำไม่ได้ จะกระทบถึงน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค รวมถึงโรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้มี 7 แห่งที่เสี่ยงขาดน้ำ ดังนั้นจึงขอความร่วมมือประชาชน ลดการใช้น้ำลงให้ได้อย่างน้อย 20-30% และต้องเร่งทำความเข้าใจกับภาคการเกษตร ให้งดทำนาปรังรอบ 2 เพื่อให้มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภค-บริโภค ไปจนถึงเดือนกรกฎาคม ที่จะเริ่มเข้าสู่หน้าฝน   ทางด้านกรมชลประทาน ได้ตั้งศูนย์เฉพาะกิจแก้ไขและบรรเทาวิกฤตภัยแล้ง ปี 63 หลังพบว่าในปีนี้ ปริมาณน้ำเข้าสู่เขื่อนหลักน้อยกว่าปกติ โดย ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกัน 47,377 ล้านลูกบาศเมตร คิดเป็นร้อยละ 62 ของความจุเก็บกัก แต่มีปริมาณน้ำใช้การได้เพียง 23,531 ล้าน ลูกบาศเมตร หรือ ร้อยละ 45 ของปริมาณน้ำใช้การได้เท่านั้น    ขณะที่ปริมาณฝนในปีนี้ คาดจะตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติในรอบ 60 ปี เบื้องต้นประสานหน่วยงานในท้องถิ่น เตรียมสำรองน้ำไว้ใช้ให้เพียงพอในห้วง 3 - 6 เดือน คือตั้งแต่ มกราคม ถึง มิถุนายน และขอชาวนางดทำนาปรังในทั่วทุกภาค

 1,929
สรุปข่าว
14 ธ.ค. 62

พบหลักฐานคดีฆาตกรรมเซลส์สาวเพิ่ม - กรมชลฯ ยันมีน้ำเพียงพอในช่วงฤดูแล้ง

พบหลักฐานคดีฆาตกรรมเซลล์สาวเพิ่ม เจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบคลองชัยนาท-ป่าสัก ที่พบรถและกระดูกของ น.ส.กลิ่นเกษร วงษ์สิงห์ หรือต่อ อายุ 36 ปี เซลส์สาวขายปุ๋ย อีกครั้ง พบชิ้นส่วนกระดูกจำนวนหนึ่ง ชุดชั้นในผู้หญิง และเทปกาว ส่งตรวจสอบว่าเป็นชุดที่อยู่กับกระดูกหรือไม่ แต่กู้ภัยคาดว่ามีจำนวนกระดูกมากกว่า 1 ศพ       ตร.ชายแดนแม่สาย ตรวจยึดไอซ์ 250 กิโลกรัม  ตำรวจภูธรแม่ฟ้าหลวง ร่วมกับทหารผาเมือง ยึดไอซ์ 250 กิโลกรัม มูลค่า125,000,000 บาท เร่งล่าตัวสั่งการ แฝงตัวในพื้นที่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ล่าสุดขยายผล นำหมายจับค้นบ้านหลังหนึ่งใน อำเภอแม่สาย คุมตัวผู้ต้องสงสัย 1 คน สอบ ขณะที่รองผู้บัญชาการตำรวจภาค 5 เร่งประชุม เตรียมวางแผนขยายผลยึดทรัพย์       กรมชลฯ ยันมีน้ำเพียงพอในช่วงฤดูแล้ง อธิบดีกรมชลประทาน ยืนยันว่า กรมชลประทาน จะดำเนินการจัดสรรน้ำตลอดช่วงฤดูแล้ง ปี 2562/63 ให้เป็นไปตามแผนฯอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ และพืชที่ใช้น้ำน้อย รวมทั้ง ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้ร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัดและเป็นไปตามแผนการจัดสรรน้ำที่วางไว้ เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดเพียงพอใช้ไปจนถึงต้นฤดูฝนปีหน้า   

 1,391
สรุปข่าว
07 ธ.ค. 62

ญาติลัลลาเบลทำบุญเลี้ยงพระก่อนเผาศพ - อธิบดีกรมชลฯแจ้งพนังกั้นน้ำข่าวเก่า

ญาติลัลลาเบลทำบุญเลี้ยงพระก่อนเผาศพ   ที่วัดสะแกงาม -ช่วงเช้าวันนี้ครอบครัว แฟน และเพื่อนสนิท ของ น.ส.ธิติมา จัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับน.ส.ธิติมา นิมนต์พระสงฆ์ 6 รูปสวดบังสุกุล และไม่อยากจะพูดถึงกรณีที่เมื่อคืนนี้นายนที สถิตพงษ์สถาพร หรือตี๋ หนึ่งในสมาชิกของบ้านปาร์ตี้ ย่านบางบัวทอง เดินทางเข้าไหว้ศพและนำซองเงินค่าจ้าง 3000 บาทมามอบไห้แต่ครอบครัวไม่รับ   อธิบดีกรมชลฯแจ้งพนังกั้นน้ำข่าวเก่า   รองอธิบดีกรมชลประทาน เผยกรณีโซเชียลแชร์คลิปผนังกั้นน้ำบ้านปากหมัน พังเสียหาย เป็นข่าวเก่าที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2560 ไม่ใช่เหตุกาณณ์ที่เกิดขึ้นในปีนี้ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก ติดตามข่าวจากส่วนราชการเท่า นั้นหากสงสัยสอบถามสายด่วนกรมชลประทาน   ผู้ประท้วงชาวชิลีปะทะตำรวจ   เกิดการปะทะกันอย่างหนักระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงชาวชิลีกับตำรวจในกรุงซานติอาโก้ เมื่อวานนี้ โดยประชาชนที่ไม่พอใจมาตการทางเศรษฐกิจของรัฐบาลยังคงออกมาประท้วงอย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์เริ่มบานปลายเมื่อผู้ประท้วงขว้างปาก้อนหินเข้าใส่ตำรวจ ตำรวจต้องยิงแก๊สน้ำตาและฉีดน้ำเพื่อสลายฝูงชน ยังไม่มีรายงานว่า มีผู้บาดเจ็บ หรือมีการจับกุมผู้ก่อเหตุวุ่นวายหรือไม่     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ https://youtu.be/VNxeDQusG5k

 1,100
สรุปข่าว
09 พ.ย. 62

เตรียมฝากขังหนุ่มบุกแทงอดีตแฟน - กรมชลฯ ประสานซ่อมผนังคอนกรีตคลองชลประทาน 21 - คองเกรสเรียกร้องกัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงสันติภาพ

เตรียมฝากขังหนุ่มบุกแทงอดีตแฟน  ผกก.สน.บางมด ระบุกรณีชายอายุ 21 ปี บุกแทงอดีตแฟนสาว มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 3 ราย เตรียมเชิญพ่อแม่ของผู้เสียชีวิตสอบปากคำ ส่วนผู้ต้องหายังรักษาตัวในโรงพยาบาล เบื้องต้นอ้างสาเหตุจากหึงหวง เตรียมนำตัวฝากขังข้อหาฆ่าผู้อื่น ทำร้ายร่างกาย บุกรุกเคหสถานในยามวิกาล และพกพาอาวุธ   กรมชลฯ ประสานผู้รับเหมาซ่อมผนังคอนกรีตคลองชลประทาน 21 รองอธิบดีกรมชลประทาน ชี้แจงกรณีผนังปูนริมคลองชลประทาน 21 แตกและทรุดตัวยังไม่ได้รับการแก้ไข เนื่องจากระดับน้ำสูงและต้องส่งน้ำให้เกษตรกร พร้อมประสานผู้รับเหมาเข้าซ่อมแซมในสัปดาห์หน้า หลังระดับน้ำในคลองเริ่มลดลง   สภาคองเกรสเรียกร้องกัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงสันติภาพ คณะกรรมาธิการด้านการต่างประเทศสภาคองเกรสของสหรัฐอเมริกา เรียกร้องรัฐบาลกัมพูชา ปฏิบัติตามข้อตกลงสันติภาพปารีสปี 2534 หลังมีความพยายามใช้ความรุนแรง และจับกุมอดีตสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน กรณีนายสม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้าน ประกาศจะเดินทางกลับประเทศ พร้อมประนามความรุนแรงทางการเมืองทุกรูปแบบ โดยเห็นว่าควรให้พรรคฝ่านค้าน ดำเนินงานอย่างอิสระในกัมพูชา 

 568
ข่าวภูมิภาค
22 ก.ย. 62

กรมชลฯ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ อ.กบินทร์บุรี หลังฝนตกหนัก ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

ขอบคุณภาพ เฟซบุ๊ก : เรารักชลประทาน   วันที่ 22 ก.ย. 62 ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพฝนช่วงของวันที่ 19-22 กันยายน 2562 มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ใน จ.ปราจีนบุรี และ จ.สระแก้ว ทำให้ปริมาณน้ำและระดับน้ำทางตอนบนทั้งแม่น้ำแควหนุมาน แม่น้ำพระปรง และลำน้ำสาขาของแม่น้ำปราจีนบุรีเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับยังคงมีฝนตกบริเวณตอนบนของลุ่มน้ำสาขาทุกสายอย่างต่อเนื่อง    ปัจจุบัน (22 ก.ย. 62 เวลา 13.00 น.) ระดับน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรี ที่สถานีวัดน้ำ Kgt.3 อำเภอกบินทร์บุรี มีระดับน้ำ 8.47 เมตร ต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 2 เมตร ซึ่งระดับน้ำสูงขึ้นเฉลี่ยชั่วโมงละ 6 เซนติเมตร คาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นจนส่งผลให้เกิดน้ำล้นตลิ่งบริเวณตลาดเก่ากบินทร์บุรีได้   กรมชลประทาน จึงให้โครงการชลประทานปราจีนบุรี เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำ โดยให้บุคลากรประจำอยู่ในพื้นที่ เพื่อสามารถเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือจากสถานการณ์น้ำได้ทันที พร้อมวางกระสอบทรายบริเวณจุดต่ำของถนนริมน้ำตลาดเก่า อำเภอกบินทร์บุรี รวมทั้งกำชับเจ้าหน้าที่คอยติดตาม ตรวจสอบระบบชลประทานให้สามารถรองรับสถานการณ์น้ำได้อย่างเต็มศักยภาพตามสถานการณ์น้ำที่เป็นจริงในแต่ละช่วงเวลา พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ.) ฝ่ายความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยริมแม่น้ำปราจีนบุรี ในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ ให้ยกของขึ้นที่สูง และเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด   

 2,903
สังคม-อาชญากรรม
15 ก.ย. 62

กรมชลฯ ปรับลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา หลังน้ำเหนือลดลง

วันที่ 15 ก.ย. 62 ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ได้ติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน(15 ก.ย. 62) สถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 11,758 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 47 ของความจุอ่างฯรวมกันทั้งหมด มีปริมาณน้ำใช้การได้ 5,062 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 28 สามารถรองรับปริมาณน้ำได้รวมกันอีกกว่า 13,000 ล้าน ลบ.ม.   ด้านสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ในวันนี้ (15 ก.ย. 62) ปริมาณน้ำทางตอนบนที่สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ มีน้ำไหลผ่าน 1,198 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 5 เมตร มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ตามปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่น้อยลง ปริมาณน้ำไหลต่อมายังเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งได้มีการปรับลด   การระบายน้ำในช่วงเช้าที่ผ่านมาเหลือ 750 ลบ.ม./วินาที จากเดิม 800 ลบ.ม./วินาที ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างลดลง ซึ่งการปรับลดการระบายน้ำนั้นจะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำน้อย บริเวณบ้านบางหลวงโดดและบ้านบางบาล อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลดลงประมาณ 10 เซนติเมตร ในช่วงเวลาเที่ยงวันของวันพรุ่งนี้(16 ก.ย. 62 เวลาประมาณ 12.00 น.) ตามลำดับ    ปัจจุบันระดับน้ำบริเวณดังกล่าวยังคงต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 2 เมตร กรมชลประทาน เฝ้าระวัง ติดตาม และบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสภาพฝน พร้อมรักษาเสถียรภาพของอ่างเก็บน้ำ และลำน้ำอย่างเคร่งครัด ตามสภาวการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม ลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้มากที่สุด อีกทั้ง ยังต้องเก็บกักปริมาณน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้า เพื่อความมั่นคงด้านน้ำในอนาคตด้วย    จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และรับข่าวสารจากทางราชการเท่านั้น       ขอบคุณภาพ : ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ กรมชลประทาน  

 857
ข่าวภูมิภาค
14 ก.ย. 62

ชลประทานอุบลฯ แจงน้ำลดลงภายใน 3 สัปดาห์

ชลประทานอุบลราชธานีเปิดศูนย์บริหารจัดการอุทกภัยลุ่มน้ำชี- มูล(ส่วนหน้า) โดยคาดการน้ำจะลดลงภายใน3 สัปดาห์ที่จ.อุบลราชธานี   ดร.ทองเปลวกองจันทร์อธิบดีกรมชลประทานเป็นประธานเปิดศูนย์บริหารจัดการอุทกภัยลุ่มน้ำชี-มูล(ส่วนหน้า) โดยมีดร.ทวีศักดิ์ธนเดโชพลรองอธิบดีกรมชลประทานและนายสมชายคณาประเสริฐกุลผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่7 และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและร่วมพิธีเปิดศูนยฯณสำนักงานชลประทานที่7 จังหวัดอุบลราชธานี   ดร.ทองเปลวฯกล่าวว่านายเฉลิมชัยศรีอ่อนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความห่วงใยพี่น้องชาวอุบลราชธานีที่กำลังประสบกับอุทกภัยอยู่ในขณะนี้จึงได้สั่งการให้กรมชลประทานจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการอุทกภัยลุ่มน้ำชี-มูล(ส่วนหน้า) ไว้สำหรับใช้เป็นศูนย์บัญชาการและบูรณาการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆในการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของชาวอุบลราชธานีทั้งยังเร่งดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด   ทั้งนี้ยังได้ร่วมกันปล่อยคาราวานเครื่องจักรกลของกรมชลประทานอาทิเครื่องสูบน้ำเครื่องผลักดันน้ำและเครื่องจักรกลต่างๆสำหรับสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่น้ำท่วมขังจากนั้นอธิบดีกรมชลประทานและคณะได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำที่สถานีวัดน้ำM7 บริเวณสะพานเสรีประชาธิปไตยอำเภอเมืองอุบลราชธานีปัจจุบันระดับน้ำอยู่ที่10.94 เมตรถือว่าลดลงตามลำดับแล้ววันนี้ซึ่งตรวจปริมาณน้ำไหลผ่าน5,235 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีแนวโน้มระดับน้ำเริ่มลดลงแล้วต่อจากนั้นเดินทางไปยังสนามบินกก.ตชด.22 เพื่อเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์สำรวจสถานการณ์น้ำจากมุมสูงพร้อมทั้งติดตามการทำงานของเครื่องผลักดันน้ำบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำมูลอำเภอพิบูลมังสาหาร(60 เครื่อง) และสะพานปากมูล(60 เครื่อง) อำเภอโขงเจียมจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงให้เร็วขึ้นและอธิบดีกรมชลประทานยังแจ้งว่าภายใน3 สัปดาห์น้ำในแม่ชีแม่น้ำมูลจะลดลงของให้ประชาชนเตรียมกลับเข้าบ้านและทำการฟื้นฟูสภาพความเสียหายต่อไป

 2,131
ข่าวภูมิภาค
09 ก.ย. 62

กรมชลฯแจ้ง 2 อำเภออยุธยารับมือน้ำสูง หลังต้องระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น

กรมชลประทานเตือนประชาชนในอำเภอเสนา และอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่เป็นพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา รับมือภาวะน้ำท่วมประมาณ 0.30–0.80 เมตร   เนื่องจากเขื่อนเจ้าพระยาต้องระบายน้ำมากขึ้น หลังเกิดฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน โพดุล ทั้งร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือเกือบตลอดสัปดาห์ ส่งผลทำให้เกิดฝนตกหนักในภาคเหนือ   พร้อมเตือน 7 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี อยุธยา ลพบุรี ต้องเฝ้าระวัง ติดตามประกาศทางการใกล้ชิด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FtdDl7sBTDM

 1,425

Top