ค้นหา :

ผลการค้นหา "ททท"

เศรษฐกิจ
18 พ.ย. 62

เจาะตลาดท่องเที่ยวไทยในแดนมังกร ดึงนทท.จีนคุณภาพ เน้นย้ำความปลอดภัย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดคูหาประเทศไทยในงาน China International Travel Mart (CITM) 2019 ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 15 – 17 พฤศจิกายน 2562 ณ Dianchi International Convention & Exhibition Center นครคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีนายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย และแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผู้บริหาร ททท. และผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงาน ให้การต้อนรับ       นายพิพัฒน์  รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนถือว่าเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยมากที่สุด  ในปีนี้คาดว่าจะมีจำนวนราว 10.5 – 11 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว โดยจุดประสงค์ของการเข้าร่วมงาน CITM 2019 เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยวในประเทศต่างๆ และเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวชาวจีนมาเยือนประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันไทยมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวสู่ชุมชนมากขึ้นและเป็นการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบใหม่จากเดิมที่เที่ยวในเมืองยอดนิยมได้มีการขยายไปทุกภาคของประเทศ        ด้านนายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย และแปซิฟิกใต้ ททท. กล่าวว่า       งาน China International Travel Mart (CITM) เป็นงานส่งเสริมการขายสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุด        ของสาธารณรัฐประชาชนจีน   มีหน่วยงานการท่องเที่ยวทั้งภาครัฐและเอกชนจากประเทศต่าง ๆ ร่วมออกคูหากว่า 5,000  คูหา และผู้ซื้อ (Buyer) กว่า 6,400 ราย จากกว่า 100 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมงาน   สำหรับคูหาประเทศไทยมีพื้นที่ 225 ตารางเมตร ออกแบบโดยใช้แนวคิด“Amazing Thailand  Open to the New Shades” เน้นการตกแต่งแบบไทยร่วมสมัย (Thai Contemporary) โดยสามารถแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนต่าง ๆ ได้แก่ เคาน์เตอร์ให้ข้อมูลข่าวสารและแนะนำแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทย  พื้นที่เจรจาธุรกิจสำหรับธุรกิจเอกชนไทย และพื้นที่สาธิตศิลปวัฒนธรรมไทย ในปีนี้ มีเอกชนไทยจำนวน 30 หน่วยงาน เข้าร่วมงาน ภายหลังงาน CITM 2019 เสร็จสิ้น ททท. ยังได้จัดงาน Post CITM Table-Top Sale  เพื่อเพิ่มโอกาสในการเจรจาธุรกิจท่องเที่ยวระหว่างผู้ขายกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่อีกด้วย         รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย และแปซิฟิกใต้ ททท. กล่าวในตอนท้ายว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง2562สถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวจีนดีขึ้นจากครึ่งปีแรก เนื่องจากช่วงกรกฎาคม – สิงหาคม เป็นการปิดภาคเรียนของจีน ซึ่งถือเป็นฤดูท่องเที่ยวของตลาดนักท่องเที่ยวจีน อีกทั้ง ในวันที่ 1-7 ตุลาคม 2562 ยังเป็นช่วงวันหยุดวันชาติจีน โดยมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมายังประเทศไทยประมาณ 210,446 คน (+13%) สร้างรายได้ 6,209 ล้านบาท (+11%) รวมทั้ง การเปิดเส้นทางบินใหม่ในช่วงปลายปี คือ สายการบิน Spring Air เส้นทางซีอาน-กทม. เริ่มให้บริการวันที่ 1 พฤศจิกายน  2562 (1 เที่ยวบิน/สัปดาห์) และสายการบิน Air Asia เส้นทางหางโจว-เชียงราย เริ่มให้บริการ 1 ธันวาคม 2562 (7 เที่ยวบิน/สัปดาห์) ซึ่งจะช่วยให้เกิดการเดินทางมายังประเทศไทยของนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น คาดว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนที่ 723,000 ล้านบาทในสิ้นปี 2562 อย่างแน่นอน    

 499
เศรษฐกิจ
11 พ.ย. 62

เต็มแล้ว! ลงทะเบียน '100เดียวเที่ยวทั่วไทย' วันแรก เต็ม 1 หมื่นสิทธิใน 30 นาที ลุ้นอีกที 12 พ.ย.

จากการที่รัฐบาลออกโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว 'ถึงเวลาทัวร์ให้ทั่วไทย' ใน 2 แคมเปญ คือ 'ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย' และ 'เที่ยววันธรรมดาราคาช็อกโลก' ตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี 2562   โดยในวันนี้ (11 พ.ย.) เป็นวันแรกที่เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนแคมเปญ ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย เปิดให้ประชาชนรับสิทธิ์ใน 4 วัน คือ วันที่ 11 -12 พฤศจิกายน และวันที่ 11 - 12 ธันวาคม ตั้งแต่เวลา 06.00 – 24.00 น. โดยประชาชนสามารถลงทะเบียนได้ทาง www.100เดียวเที่ยวทั่วไทย.com จ่ายเงิน 100 บาท สามารถเลือกของขวัญใน 5 หมวด ได้แก่ 1. หมวดการเดินทาง 2. หมวดที่พัก 3. หมวดอาหารและเครื่องดื่ม 4. หมวดแพคเก็จทัวร์ และ 5. หมวดแหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมนันทนาการ มีทั้งหมด 40,000 รายการ ให้สิทธิ์วันละ 10,000 สิทธิ์ สิทธิ์ละ 1 รายการ   ปรากฏว่ามีผู้ร่วมลงทะเบียนจำนวนมาก เต็ม 10,000 สิทธิ์ในวันแรก ในเวลา 30 นาที แต่ผู้ที่ลงทะเบียนแล้วทางระบบให้รอ สามารถรออยู่ในคิว เพราะอาจมีบางคนกดออกจากคิว ทำให้อาจได้รับสิทธิ์ได้แทน   ทั้งนี้มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในปลายปี จะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธันวาคม ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คาดการณ์ว่า จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ถึง 400 ล้านบาท ทำให้ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวโดยรวมเพิ่มขึ้น 10%   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wGGlpplGRXY  

 5,420
ไลฟ์สไตล์
05 พ.ย. 62

ททท. พา 30 บริษัททัวร์ เที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยว-ของดีเมืองตรัง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เชิญตัวแทนบริษัทท่องเที่ยวกว่า 30 บริษัท ไปทัศนศึกษาและเที่ยวเมืองตรัง เพื่อแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและของดีเมืองตรัง รวมถึงศิลปะพื้นบ้าน อย่าง การรำมโนราห์ตัวอ่อน

 117
เศรษฐกิจ
21 ต.ค. 62

ททท.หารือคลัง ลดภาษีสินค้าแบรนด์เนม จูงใจต่างชาติแห่ช็อปในไทย

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อขอให้พิจารณาลดภาษีนำเข้าสินค้าแบรนด์เนม จากปัจจุบันเก็บภาษีเฉลี่ยอัตรา 30% ให้เหลืออัตราภาษี 5% เพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวไทย โดยเฉพาะชาวจีน ในช่วงตรุษจีนปีหน้า เนื่องจากปัจจุบันมีชาวจีนจำนวนมากเปลี่ยนไปเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นแทน   ทั้งนี้การขอเสนอให้ลดการเก็บภาษีสินค้าแบรนด์เนมให้ต่ำลงนั้น จะช่วยเพิ่มรายได้จากการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวสูงขึ้น โดยที่่ผ่านมาปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยถือว่าเพิ่มขึ้นเกือบ 40 ล้านคน แต่ยอดเงินการใช้จ่ายรวมระหว่างเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยถือว่าไม่สูงตามปริมาณ ดังนั้น หากสามารถดึงเงินซื้อสินค้าในไทยได้ จะเพิ่มรายได้รวมมากขึ้น          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/_39MfOtt0hs

 1,676
เศรษฐกิจ
18 ต.ค. 62

ททท.เปิดตัว 'ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย' งัดโปรยั่วนักเที่ยว นอนศรีพันวาแค่คืนละร้อย

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงข่าวโครงการถึงเวลาทัวร์ให้ทั่วไทย เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศกับ 2 แคมเปญ คือเที่ยววันธรรมดาราคาช็อกโลก และร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย ที่เป็นแคมเปญที่ต่อยอดชิม ช้อป ใช้   โดยรายละเอียดของแคมเปญร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย ททท.ได้จัดทำเป็น 5 หมวดของขวัญ คือ 1.การเดินทาง เช่น บัตรโดยสารเครื่องบิน รถบัสปรับอากาศ 2.หมวดที่พัก 3.อาหารและเครื่องดื่ม 4.แพ็กเกจทัวร์ และ 5.แหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมนันทนาการ และอื่นๆ รวม 40,000 รายการ ในราคารายการละ 100 บาท   โดยผู้ที่สนใจต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ มีการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านอินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง และมีเบอร์โทรศัพท์มือถือเพื่อใช้ประกอบการลงทะเบียน   โดยสามารถลงทะเบียนได้ทาง www.tourismthailand.org/ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย หรือ www.ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย.com ใน 4 วัน คือ ครั้งที่ 1 วันที่ 11 พ.ย.2562 ครั้งที่ 2 วันที่ 12 พ.ย.2562 ครั้งที่ 3 วันที่ 11 ธ.ค.2562 และครั้งที่ 4 วันที่ 12 ธ.ค.2562 ตั้งแต่เวลา 06.00-24.00 น. ของแต่ละวัน หรือจนกว่าของขวัญจะหมด   ซึ่งในแต่ละวันจะมีของขวัญทั้งหมด 10,000 รายการ เมื่อลงทะเบียนผ่านแล้ว จะสามารถเลือกซื้อของขวัญ ได้เพียง 1 รายการต่อคน เมื่อชำระเงินผ่านระบบอินเตอร์เน็ตแบงกิ้งแล้วจะได้รับการยืนยันการสั่งซื้อ และสามารถนำข้อมูลการยืนยันไปใช้บริการได้ตามเงื่อนไขของผู้ประกอบการ จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2562 โดยสามารถเลือกซื้อของขวัญได้ในทุกจังหวัด ยกเว้นจังหวัดที่ปรากฏในบัตรประชาชน   ตัวอย่างสินค้าที่เข้าร่วมในราคา 100 บาท เช่น ศรีพันวา ภูเก็ต ปกติราคามากกว่า 40,000 บาท ต่อคืน เดอะวิจิตร รีสอร์ท ภูเก็ต, บานานาบีช หัวหิน, ทับแขก กระบี่, แกล๊มปิ้ง รถบ้านสุดหรู บนดอยช้าง เชียงราย, THANN Wellness Resort Spa สปาสุดหรูแห่งใหม่ ริมแม่น้ำน้อย อยุธยา, ออนเซน แอท ม่อนแจ่ม เชียงใหม่, ขึ้นเครื่องบินส่วนตัวเหินฟ้าชมความงามท้องทะเล อันดามันกับ Aerial sightseeing over the sea และทริป ล่องเรือยอชต์ท่องทะเลอันดามันกับ Discover Catamaran ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาดูและศึกษาข้อมูลในเว็บไซต์ ททท.ก่อนวันเปิดขายจริงได้   ส่วนแคมเปญเที่ยววันธรรมดาราคาช็อกโลก จะนำสินค้าและบริการหรูหราของประเทศไทยที่มีมาตรฐานระดับสากล กิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน ลดราคาสูงสุดถึง 80% ใน 9 กลุ่มสินค้าทางการท่องเที่ยวที่ได้รับความร่วมมือกับผู้ประกอบการเป็นอย่างดี ได้แก่ กลุ่มบัตรโดยสารสายการบิน โรงแรม กลุ่มสินค้าด้านสุขภาพและความงาม ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น   โดยจะมีการเสนอโปรโมชันช็อกโลกพร้อมกัน เริ่มวันที่ 1 พ.ย.2562 โดยผู้สนใจ ลงทะเบียนเพื่อสำรองสิทธิ์ได้ที่ www.tourismthailand.org/เที่ยววันธรรมดา หรือ www.เที่ยววันธรรมดาราคาช็อกโลก.com ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.นี้เป็นต้นไป.   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ojdxq1g63-o

 12,290
เศรษฐกิจ
08 ต.ค. 62

เคาะแล้ว! 100 เดียวเที่ยวทั่วไทย เปิดลงทะเบียน 11-12 พ.ย. และ 11-12 ธ.ค. จำกัด 4 หมื่นสิทธิ์

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เรียกผู้ประกอบการท่องเที่ยวเข้าหารือมาตรการถึงเวลาทัวร์ ให้ทั่วไทย เบื้องต้นได้ข้อสรุป ให้เปิดลงทะบียนโครงการ '100 เดียวเที่ยวทั่วไทย' วันที่ 11-12 พฤศจิกายน และ 11 – 12 ธันวาคมนี้ ผ่านเว็บไซต์ของ ททท.ให้วันละ 10,000 รายการ รวม 4 วัน 40,000 รายการ ซึ่งเมื่อลงทะเบียนแล้ว จะได้โค้ด เพื่อนำไปยื่นกับผู้ประกอบการและชำระเงินโดยตรงเมื่อใช้บริการ   ส่วนมาตรการ 'เที่ยววันธรรมดาราคาช็อคโลก' ให้ส่วนลดสูงสุด 70% จะเริ่มในพฤศจิกายนเช่นเดียวกัน และใช้สิทธิ์ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 62 เท่ากับสามารถใช้สิทธิ์ได้ 32 วันทำการ เพราะไม่นับวันศุกร์/เสาร์/วันอาทิตย์ ทั้งนี้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วม ต้องขึ้นทะเบียนถูกต้อง โดยทั้ง 2 มาตรการ จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 ตุลาคม 2562 นี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/Lf4VBLQd6ko  

 62,058
เศรษฐกิจ
02 ต.ค. 62

รัฐบาลเปย์ต่อ! ผุดแคมเปญ '100 เดียวเที่ยวไทย-วันธรรมดาราคาช็อกโลก' กระตุ้นท่องเที่ยว

คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณ 116 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ภายใต้โครงการถึงเวลาทัวร์ให้ทั่วไทย เป็นมาตรการเสริมมาตรการชิมช้อบใช้ โดยดำเนิน 2 มาตรการคือ   1.มาตรการร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย วงเงินเพื่อส่งเสริมโครงการ 63.5 ล้านบาท มาตรการนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะร่วมกับผู้ประกอบการ อาทิ โรงแรม ที่พักสายการบิน สปา และแหล่งบันเทิงเพื่อการท่องเที่ยว เพื่อร่วมจัดโปรโมชั่น ขายสินค้าท่องเที่ยวในราคา 100 บาท จำนวน 40,000 รายการ ระหว่างเดือน ต.ค.-ธ.ค.2562   ทั้งนี้การลงทะเบียนเพ่อร่วมแพ็คเกจนี้สามารถดำเนินได้ทาง ออฟฟิเชียลไลน์ ของ ททท. เพื่อรับสิทธิ์ สามารถซื้อได้ 1 คนต่อ 1 รายการ กลุ่มเป้าหมายคนกลุ่มเจนวายและเจนเอ็กซ์ เพราะกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อปานกลาง   2.มาตรการวันธรรมดาราคาช็อกโลก วงเงินเพื่อส่งเสริมโครงการ 52.5 ล้านบาท มาตรการนี้จะนำสินค้ากลุ่มหรูหรา (Luxury) ได้แก่ โรงแรม ที่พัก บริษัทนำเที่ยวสายการบิน แบรนด์สินค้าชั้นนำ ศูนย์การค้า สปา โรงพยาบาล ร้านอาหาร ร้านจิวเวลรี่ สวนสนุก และบริการด้านการท่องเที่ยว ที่ททท.จะร่วมกับเอกชน นำสินค้าต่างๆมาจัดรายการ ส่งเสริมการขายในราคาสุดพิเศษ ในวันธรรมดา   โดยทั้ง 2 มาตรการจะเป็นการจัดโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะในปี 2562 ครบคลุมวันที่ 10 เดือน 10, วันที่ 11 เดือน 11, วันที่ 12 เดือน 12 เดิมกำหนดไว้เดือนละ 10,000 รายการ 4 เดือน 40,000 รายการ แต่เมื่อเหลือเวลาดำเนินการเพียง 3 เดือน ททท.จะเป็นหน่วยงานที่ไปดำเนินการจัดรูปแบบของการกระตุ้นการท่องเที่ยว และแผนการทำโปรโมชั่นนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8h3AeML8jUQ

 22,575
เศรษฐกิจ
20 ก.ย. 62

ททท.หนักใจยอด นทท.วูบ เตรียมดันแคมเปญ 'ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย' ให้คนไทยช่วยเที่ยวกันเอง

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ยอมรับหนักใจตัวเลขของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้เห็นตัวเลขอัตราการเติบโต อยู่ที่ประมาณ 5-6% ต่อปี และอาจจะไม่เห็นการเติบโตที่ 10% อย่างในอดีต   เพราะนอกจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจโลก อัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่า ส่งผลต่อการตัดสินใจเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทยแล้ว ยังมีเรื่องประเทศคู่แข่งด้านการท่องเที่ยวของไทยในละแวกใกล้เคียงที่พร้อมทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อสนับสนุนตัวเลขนักท่องเที่ยว   ขณะที่ ททท.กลับถูกตัดงบประมาณปี 2563 ลง 1,000 ล้านบาท ทำให้กลยุทธ์การทำตลาดด้านการท่องเที่ยวของ ททท.จากนี้ต่อไป คงหันมาให้ความสำคัญกับตัวเลขนักท่องเที่ยวในประเทศที่แม้จะได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ส่งผลให้ใช้จ่ายต่อทริปน้อยลง แต่เมื่อคนไทยยังต้องท่องเที่ยว ททท.ก็จะเร่งกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศให้เกิดถี่ขึ้น เพื่อให้ยอดใช้จ่ายรวมของนักท่องเที่ยวในประเทศเท่าเดิม   โดยยอมรับว่า รายได้การท่องเที่ยวปีนี้อาจไม่เป็นไปตามเป้า ส่วนผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมนั้น ได้รับรายงานว่า แหล่งท่องเที่ยวที่มีบั้งไฟพญานาคไม่น่าได้รับผลกระทบ เชื่อว่าคนไทยยังเที่ยวอยู่เพราะเป็นเรื่องของศรัทธา   ทั้งนี้เตรียมผลักดันโครงการ 'ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย' เพื่อผลักดันรายได้การท่องเที่ยวให้ถึงเป้าหมายและกระจายรายได้สู่ชุมชน คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 24 ก.ย.นี้ โดยเสนอให้เลือกวันที่จดจำง่าย อาทิ วันที่ 10 เดือน 10 หรือวันที่ 11 เดือน 11 เพื่อจัดจำหน่ายสินค้าราคา 100 บาท จำนวน 10,000 รายการต่อเดือน   ซึ่งไม่ซ้ำซ้อนกับมาตรการชิมช้อปใช้ เพราะ ททท.ประสานและขอความร่วมมือกับภาคเอกชน โดยเฉพาะสายการบินเกือบทุกสายการบิน รถเช่า ร้านอาหาร โรงแรมห้องพัก และร้านขายของที่ระลึกจำนวนมาก แสดงความสนใจเข้าร่วมโครงการ โดยจะขายสินค้าด้านการท่องเที่ยวในราคา 100 บาท จำนวน 10,000 รายการ ในวันดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ABJFAA0CPeY

 6,395
เศรษฐกิจ
16 ก.ย. 62

ผุดไอเดียชวนคนตระกูลแซ่ ดึงญาติเมืองจีนเที่ยวไทย

กระทรวงการท่องเที่ยวฯ หารือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อประสานสมาคมตระกูลแซ่ต่างๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทย เพื่อดำเนินการเชิญคนจีน มาพบปะพี่น้องตระกูลแซ่ที่เมืองไทย โดยรัฐบาลจะหาสิทธิพิเศษมอบให้กับนักท่องเที่ยวเบื้องต้น ได้ขอให้ทาง ททท.ลองไปพิจารณา รูปแบบที่ชัดเจน และเมื่อได้ข้อสรุปจะเริ่มดำเนินการทันที ซึ่งก่อนหน้านี้จีนเคยจัดงานตระกูลแซ่ โดยเชิญคนไทยเชื้อสายจีนไป เที่ยวที่จีนเช่นกัน   ทั้งนี้ ททท.จะเป็นผู้ไปประสานสมาคมแซ่ต่างๆ จุดประสงค์เพื่อสานสัมพันธ์ ให้คนจีนในแผ่นดินใหญ่มมาเยี่ยมญาติชาวไทยเชื้อสายจีนมาซึ่งกลุ่มตระกูลแซ่จะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ เป็นกลุ่มคนจีนที่มีเงิน มีฐานะ หากเดินทางเข้ามาเที่ยวในไทยได้มากขึ้น ก็ช่วยกระตุ้นรายได้ช่วงปลายปีของไทย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/16k2bDKc4Qk

 1,431
เศรษฐกิจ
02 ก.ค. 62

ศึกนอก-ศึกในรุมเร้า ททท.ปรับเป้ารายได้ท่องเที่ยวปี 62 หด 2 หมื่นล้าน ทำงานหนักเร่งเครื่องครึ่งปีหลัง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปรับเป้าคาดการณ์รายได้จากการท่องเที่ยวลดลงทั้งปี 20,000 ล้านบาท จากเป้าเดิม 3.4 ล้านล้านบาท เหลือ 3.38 ล้านล้านบาท ขยายตัว 9.5% แบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.21 ล้านล้านบาท และรายได้จากการท่องเที่ยวในประเทศ 1.17 ล้านล้านบาท ซึ่งเป้าหมายดังกล่าว ททท. จะต้องเร่งทำให้ได้   ส่วนปี 2563 ตั้งเป้าหมายสร้างรายได้รวม 3.72 ล้านล้านบาท ขยายตัว 10% โดยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.43 ล้านล้านบาท และรายได้จากการท่องเที่ยวในประเทศ 1.29 ล้านล้านบาท   ทั้งนี้ ททท.ยอมรับว่าปัจจัยที่มีผลกระทบกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย เริ่มต้นไม่ดีนักตั้งแต่ต้นปี สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์เรือล่มที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อเดือน ก.ค.2561 ส่งผลกระทบต่อเนื่องมาทำให้นักท่องเที่ยวจีนยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่   และครึ่งแรกปีนี้เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญมรสุมจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ รวมถึงปัญหาในสหภาพยุโรปและความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของการถอนตัวของสหราชอาณาจักร (Brexit) ค่าเงินบาทที่ปรับตัวแข็งค่า ราคาน้ำมันสูงขึ้น และความไม่แน่นอนทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง ทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้เผชิญเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่สูง   โดยจากนี้ ททท.ต้องให้ความจริงจังกับการเปลี่ยนโครงสร้างของนักท่องเที่ยวกลุ่มระดับบน (High-End) ที่มีรายได้มากกว่า 60,000 เหรียญสหรัฐฯต่อปี โดยตั้งแต่ปี 2560 มีสัดส่วนเพียง 13% ของจำนวนนักท่องเที่ยว ให้เพิ่มขึ้นเป็น 20% ให้ได้ในปี 2564 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ev78D78zSlw

 844
สรุปข่าว
02 ก.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 2 ก.ค.62 ม็อบฮ่องกงปะทะเดือดต้านจีนแผ่นดินใหญ่-พลังประชารัฐแตกหัก-หนุ่มมียาบ้ามุดท่อหนี ตร.

-ม็อบฮ่องกงต่อต้านจีนแผ่นดินใหญ่ปะทะเดือด ตร.ผู้ประท้วงหลายพันคนออกมาปิดถนนใจกลางเมือง เป็นช่วงที่ผู้ว่าฮ่องกงนางแคร์รี่ หล่ำ เข้าร่วมพิธีครบรอบ 22 ปีที่อังกฤษส่งเกาะฮ่องกงคืนให้จีน 1 ก.ค.2540 ผู้ชุมนุมพยายามทุบกระจกเพื่อเข้าไปในสภานิติบัญญัติ เข้าไปติดข้อความต่อต้านรัฐบาล เช่น ฮ่องกงไม่ใช่จีน แล้วฉีกภาพผู้นำฮ่องกงรุ่นก่อนๆแล้วนำธงอังกฤษเข้าไปติดแทน ตร.ปราบจลาจลยกธงแดงเตือนให้หยุด ก่อนใช้สเปรย์พริกไทยและกระบองเข้าคุมสถานการณ์ พบตร.เจ็บ 13 นาย ผู้ชุมนุมหญิงหัวแตก   นางแคร์รี่ หล่ำ ผู้ว่าฮ่องกงออกมาประณามเหตุรุนแรง แต่ก็ยอมรับว่าเหตุประท้วงทำให้ตระหนักว่าต้องรับฟังเสียงปชช.ให้มากกว่านี้   -จับแล้ว หนุ่มหัวร้อนที่ชลบุรี หลังไม่พอใจถูกบีบแตรใส่แค่ 1 ทีใช้ไม้เบสบอลกระหน่ำตีรถกระบะแม่ลูก เจ้าตัวสารภาพอ้างถูกขับจี้เลยโมโหก่อเหตุ ก้มกราบตักแม่ผู้เสียหายที่ป่วยโรคหัวใจ หนุ่มหัวร้อนคอตกโดนจับ หลังโมโหโดนบีบแตรไล่ ใช้ไม้เบสบอลกระหน่ำตีรถคู่กรณี    -พลังประชารัฐเดือดหนัก 30 ส.ส.กลุ่มสามมิตรแสดงพลังประกาศทวงเก้าอี้รัฐมนตรี แตกหักเคลื่อนไหวสนธิรัตน์ เลขาพรรค นำโดยสุริยะ/สมศักดิ์/อนุชา หลังเกิดปัญหาอนุชาถูกตัดโควต้า รมช.คลัง และสุริยะ ถูกสลับไปนั่ง รมว.อุตสาหกรรม จากเดิมจะได้นั่ง ก.พลังงาน   ทางกลุ่มประกาศจุดยืน 5 ข้อ สุริยะถูกสลับตำแหน่งทำให้เกิดปัญหา, ขอให้ยึดตามโผ ครม.เดิมที่มีชื่ออนุชาเข้าร่วม, เชื่อมั่นว่า รมต.ของกลุ่มจะช่วยงานนายกฯขับเคลื่อนงานในสภา, หากมีการเปลี่ยนแปลงและสลับตำแหน่งจากเดิม จะทำให้รัฐบาลขาดบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ เข้าไปทำหน้าที่ในตำแหน่งที่เหมาะสม กระทบศรัทธาของประชาชนที่มีต่อพรรค, หลังมีประกาศรายชื่อครม.อย่างเป็นทางการแล้ว หากไม่ตรงกับความเห็นของกลุ่มตามข้อหนึ่ง ทางกลุ่มจะหารือเพื่อแสดงจุดยืนอีกครั้ง   นอกจากนี้จะเสนอขับไล่สนธิรัตน์ ออกจากการเป็นเลขาพรรค เพราะเป็นภัยต่อความมั่นคงของพรรคและรัฐบาล บริหารงานผิดพลาดหลายเรื่องและไม่มีภาวะผู้นำ ทำงานไม่เห็นหัว ส.ส.ในพรรค ทำให้พรรคแตกแยก พลังประชารัฐร้าวหนัก กลุ่มสามมิตรยื่นคำขาด 5 ข้อ - ไล่ 'สนธิรัตน์' พ้นเลขาพรรค    ต่อมาสนธิรัตน์ออกมาประกาศไม่รับตำแหน่ รมว.พลังงาน แจงผ่านไลน์กลุ่มสื่อพรรคว่า ทุ่มเทตั้งใจทำงานรับใช้บ้านเมือง ปัดมีส่วนเกี่ยวข้องเลือกกระทรวงตั้ง รมต. เสียใจในปัญหาที่กเดขึ้น ขอแสดงเจตนารมณ์ไม่รับตำแหน่ง รมว.พลังงาน และหวังว่าทุกสิ่งจะคลี่คลายไปในทางที่ดี 'สนธิรัตน์' เสียใจดราม่าพลังประชารัฐ ลั่นไม่ขอรับตำแหน่ง รมว.พลังงาน    - นายกฯส่งสารไม่สบายใจ ขอโทษปชช.แทนพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากมีความขัดแย้งในพรรค อย่างไรก็ตามจะทำงานให้ดีที่สุด ถึงมีปัญหาอยู่บ้างในการบริหารภายในพรรค เพราะเป็นพรรคใหม่ สมาชิกมาจากหลายกลุ่ม เป็นเรื่องยากที่จะให้ทุกคนพอใจ ต้องทำให้ปชช.เชื่อมั่นที่สุด หวังว่าทุกอย่างจะเดินหน้าต่อไป นายกฯส่งสารขอโทษ ปชช. หลังเกิดศึกในพรรค พปชร. ยันไม่ต้องการแก้ไขปัญหาการเมืองแบบเดิมๆ   -ธนาธร โพสต์ซัดผ่านเลือกตั้งจะครบ 100 วันแต่ยังตั้งรัฐบาลไม่ได้ บิ๊กตู่ยังขู่รัฐประหารตัวเอง ทั้งที่ปัญหาเกิดจากรัฐธรรมนูญ คสช. 'ธนาธร' โพสต์ซัด ผ่านเลือกตั้งจะครบ 100 วันยังตั้งรัฐบาลไม่ได้ แถมขู่รัฐประหารตัวเอง    -แม่จ่านิวโต้ไม่ใช่ปมหนี้นอกระบบแน่นอน ยันลูกมีแต่หนี้ กยศ.ตอนนี้ยังไม่ให้การ ตร.เพราะเพิ่งผ่าตัดจมูกและตาขวายังมองเห็นไม่ชัด เฉลิม อยู่บำรุง ปฏิเสธเสียงแข็งข่าวลือที่วัน อยู่บำรุง ส่งคนไปทำร้ายจ่านิว เพื่อหวังผลทางการเมือง เชื่อเป็นคนในเครื่องแบบ มีผู้มีอิทธิพลทางการเมืองเป็นแบ็ค ทำให้ตร.ไม่กล้าจับ พร้อมสาปแช่งให้คนทำวิบัติทั้งครอบครัวภายใน 3 วัน 7 วัน ด้าน ผบ.ตร.ยันตร.ทำงานเต็มที่ จะจับคนร้ายให้ได้ ขอเวลาหน่อย 'แม่จ่านิว' โต้ลูกถูกทำร้าย ไม่ใช่ปมหนี้นอกระบบ ยันมีแต่หนี้ กยศ.   -ททท.ปรับเป้ารายได้ปีนี้ ลดลง 2 หมื่นล้านบาท เหลือ 3.38 ล้านล้านบาท จากเดิม 3.4 ล้านล้าน จากสารพัดปัจจัยโหมกระหน่ำ สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ, เงินบาทแข็งค่า, ความไม่แน่นอนทางการเมือง ตั้งเป้าปี้หน้ากลับมาขยายตัว 10% สร้างเป้ารายได้ 3.72 ล้านล้าน ลุยปรับโครงสร้าง นทท.ระดับบนให้ได้ 20% ปี 64 เป้าหมาย 4 ล้านล้านบาท ศึกนอก-ศึกในรุมเร้า ททท.ปรับเป้ารายได้ท่องเที่ยวปี 62 หด 2 หมื่นล้าน ทำงานหนักเร่งเครื่องครึ่งปีหลัง    -หนุ่มมียาบ้ามุดท่อหนี ตร.ที่สมุทรปราการ สุดท้ายไปไม่รอด ร้องผ่านรูฝาท่อเรียกให้คนช่วย พลเมืองดีแจ้ง ตร.มางัด จับคาปากท่อในสภาพคลุกโคลน หลังคลานในท่อร่วม 24 ชม.ไปได้แค่ 300 ม.หายใจไม่ออก ทนเหม็นไม่ไหว อ้างต้องหนีเพราะเจอด่าน แล้วมียาบ้า-ยาไอซ์ในตัว ตร.เข้าจับเลยกัดแขน ตร.หนีลงคลองมุดเข้าท่อ รวบคาท่อ ชายซุกยา กัดมือ ตร.ก่อนหลบหนีมุดท่อ ทนไม่ไหวร้องให้คนช่วย    -นายกฯอบต.ทุ่งพร้าว จ.พังงา อนาจารกอดจูบลูบคลำ ด.ญ.วัย 12 ในรถ อ้างเป็นอัมพฤกษ์ซีกขวา เสื่อมสรรถภาพทางเพศ หมอจีนแนะนำให้ลูบคลำเด็ก เลือดจะได้สูบฉีด และได้รับคำยินยอมจากยายและเด็กแล้ว ยายเด็กบอกเป็นคนแนะนำให้ไปหาหมอจีน ไม่คิดว่าจะกลับมาทำกับหลานแบบนี้ แต่พร้อมจบเพราะเขาช่วยเหลือทางบ้านมาตลอด ไม่แจ้งความกลัวหลานคิดมาก แต่ตอนนี้นายกฯอบต.หนีไปแล้ว เปิดคลิป นายก อบต.กอดจูบลูบคลำ ด.ญ.ในรถ อ้างช่วยรักษาอัมพฤกษ์ ให้เลือดสูบฉีด    -วงจรปิดจับภาพแก๊งวัยรุ่นยิงกันกลางหมู่บ้านย่านรามอินทรา ฝ่ายนึงมีทั้งปืนยาว ปืนสั้น ไล่ยิงอีกฝ่ายเจ็บ ก่อนขับกระบะไล่ทับ จยย.คู่อริด้วย ล่าสุดเข้ามอบตัวแล้ว อ้างมองหน้าเขม่นกัน ตัวเองตัวเล็กแล้วพวกน้อยกว่าเลยบอกเพื่อนให้ขนปืนมายิง ตรงเตรียมขยายผลจับคนที่เหลือ โจ๋วัย 19 มอบตัว หลังก่อเหตุไล่ยิงอริกลางหมู่บ้านรามอินทรา อ้างตัวเล็กกว่าสู้ไม่ได้ เลยต้องใช้ปืนช่วย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mg_0XNyblwo

 3,177
เศรษฐกิจ
21 มิ.ย. 62

ททท.แจงท่องเที่ยวไทย 6 เดือนแรกทำเงินต่ำกว่าเป้า เหตุเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยสถานการณ์ท่องเที่ยวช่วง 6 เดือนแรกปี 62 (ม.ค.-มิ.ย.62) จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศอยู่ในภาวะทรงตัว มีจำนวน 19.9 ล้านคน ขยายตัวเพียง 2% สร้างรายได้เข้าประเทศ 1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% ขณะที่คนไทยเที่ยวในประเทศ 77.5 ล้านคน/ครั้ง เพิ่มขึ้น 5% และสร้างรายได้ 562,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8%   ทำให้ในครึ่งปีแรกมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 1.562 ล้านล้านบาท จากที่ตลอดทั้งปีตั้งเป้ารายได้รวมทางการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 11.5% คิดเป็นเม็ดเงิน 3.4 ล้านล้านบาท โดยเป็นเป้ารายได้ที่เกิดจากตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น 12% คิดเป็นวงเงิน 2.2 ล้านล้านบาท และตลาดในประเทศเพิ่มขึ้น 10% คิดเป็นเงิน 1.2 ล้านล้านบาท   ทั้งนี้พบว่า ตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศนั้นพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวภูมิภาคที่เติบโตดี ได้แก่ เอเชียใต้เพิ่มขึ้น 17% อาเซียนเพิ่มขึ้น 5% และอเมริกาเพิ่มขึ้น 3%   ส่วนภูมิภาคที่จำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ในภาวะทรงตัว ได้แก่ เอเชียตะวันออกเพิ่มขึ้น 0.1% แอฟริกาเพิ่มขึ้น 0.1% ยุโรปรวมถึงโอเชียเนียลดลง 0.7% ส่วนภูมิภาคที่จำนวนนักท่องเที่ยวหดตัว คือตะวันออกกลางลดลง 6%   สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3 (ก.ค.-ก.ย.62) คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศจะเพิ่มขึ้น 7% โดยเกือบทุกภูมิภาคมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นไปตามทิศทางเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นในครึ่งปีหลัง โดยตลาดเอเชียจะยังเป็นตลาดหลักที่มีแนวโน้มเติบโตดี จากพื้นฐานเศรษฐกิจที่มีความแข็งแกร่ง และการฟื้นตัวกลับมาเติบโตในแดนบวกของตลาดจีนหลังจากติดลบกว่า 10% ในปีที่ผ่านมา โดยเริ่มเห็นการหดตัวที่น้อยลง ขณะที่ตลาดตะวันออกกลางจะยังคงมีแนวโน้มชะลอตัวจากการคว่ำบาตรเศรษฐกิจอิหร่าน และราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน   สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยว 6 เดือนแรกของปี (ม.ค.-มิ.ย.62) ของคนไทยว่าภูมิภาคที่มีรายได้เป็นอันดับหนึ่ง (ยกเว้นกรุงเทพฯ) ยังคงเป็นภาคใต้ รองลงมาคือ ภาคเหนือ และภาคตะวันออก ตามลำดับ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวคนไทย (ยกเว้นกรุงเทพมหานคร) นิยมเดินทางเที่ยวในภาคกลางมากที่สุด โดยเติบโต 6% เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีกิจกรรมหลากหลายตอบโจทย์นักท่องเที่ยว ทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย และระยะทางใกล้เดินทางสะดวก   รองลงมา คือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6% เป็นผลจากวันหยุดติดต่อกันหลายช่วง สำหรับภาคเหนือ ช่วงเดือน ก.พ.-ต้น เม.ย. แม้ปัญหาค่าฝุ่นละออง PM 2.5 จะทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนยกเลิกการเดินทางเข้าพื้นที่หรือเปลี่ยนเป้าหมายไปที่อื่นแทน   ขณะที่เมืองรองที่มีอัตราการเติบโตจำนวนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ราชบุรี เพิ่มขึ้น 11% จันทบุรี 9% พัทลุง 8% บุรีรัมย์ 6% และแม่ฮ่องสอน 5% ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sWbn5k_CJA0

 724
เศรษฐกิจ
14 มิ.ย. 62

ททท.ดึง 'ญาญ่า' เจาะแฟนคลับ-กลุ่ม lgbtq ฟิลิปปินส์เที่ยวไทย

ททท.ขยายตลาดนักท่องเที่ยวไปยังประเทศฟิลิปปินส์ โดยมุ่งขยายตลาดนักท่องเที่ยวไปยังกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) รวมถึงกลุ่มเซเลบริตี้ในฟิลิปปินส์อันเป็นกลุ่มตลาดศักยภาพที่มีกำลังซื้อสูง ด้วยการชูจุดขายความหลากหลายทางวัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยวในเมืองไทย   ซึ่งแม้คนฟิลิปปินส์จะมองว่าแหล่งท่องเที่ยวในไทยจะมีความคล้ายคลึงกับฟิลิปปินส์ทั้งธรรมชาติและทะเล แต่ไทยก็ยังมีความโดดเด่นด้านการบริการและเป็น Friendly Destination ที่มีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย   พร้อมลุยกลยุทธ์เซเลบริตี้ มาร์เก็ตติ้ง โดยการดึง ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ ดารานักแสดงชื่อดังมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากขณะนี้ญาญ่ากำลังโด่งดังอย่างมากในประเทศฟิลิปปินส์จากซีรี่ส์ลิขิตรัก (The Crown Princess) ซึ่งกำลังออนแอร์ในช่อง GMA 7 และจากภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้น้องพี่ที่รัก (Brother of the Year) ที่ฉายในโรงภาพยนตร์ของฟิลิปปินส์เมื่อเดือนกันยายน 2561 ที่ผ่านมา   โดย ททท.ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทยจัดงานแฟชั่นโชว์ผ้าไทยในงาน Open To The New Shades Gala Nightเพื่อร่วมฉลองโอกาส 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ฟิลิปปินส์ โดยนำผ้าไทยจากพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ซึ่งออกแบบโดย 15 ดีไซน์เนอร์ชั้นนำของเมืองไทย อาทิ  VATIT ITTHI, VATANIKA, HOOK’S BY PRAPAKAS, SANSHAII ฯลฯ โดยภายในงานได้เชิญคนดังของฟิลิปปินส์มาร่วมเดินแบบด้วย โดยญาญ่า อุรัสยา จะเดินแฟชั่นโชว์ผ้าไทยในชุดฟินาเล่จากแบรนด์ของ Poem ตัดเย็บโดยผ้าไทยจากพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ   นอกจากนี้ จะจัดงานแฟนมีตติ้ง YAYA Meet & Greet in Manila คัดเลือกแฟนคลับตัวจริงของญาญ่าและแฟนพันธุ์แท้ของประเทศไทยที่จะมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับญาญ่าเพียงแค่ 300 คนเท่านั้น โดยได้จัดกิจกรรมออนไลน์ผ่านเพจ TATPhilippines ในเฟซบุ๊กซึ่งมีคนติดตามกว่า 112,737 คน โดยให้โพสต์ถึงแหล่งท่องเที่ยวในเมืองไทยนั่นเอง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZwisYsKPwOU

 1,060
เศรษฐกิจ
13 มิ.ย. 62

หนังดัง fast and furious 9 ทุ่มงบ 340 ล้าน ยกกองถ่ายในไทย ก.ค.62

มีรายงานว่ากองถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง Fast and Furious 9 (เร็ว..แรงทะลุนรก 9) ได้ประสานงานมาขออนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว ระหว่างวันที่ 1-27 กรกฎาคม 2562 ในประเทศไทย ซึ่งจะถ่ายทำที่ภูเก็ต พังงา กระบี่ และสุราษฎร์ธานี โดยใช้งบถ่ายทำกว่า 340 ล้านบาท   ส่งผลให้เกิดการจ้างงานในประเทศไทย พัฒนาบุคลากรในวงการภาพยนตร์ และส่งเสริมภาพลักษณ์การประชาสัมพันธ์ด้านสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม รวมถึงขนบธรรมเนียมประเพณีของคนไทย เผยแพร่ให้ชาวต่างชาติได้รับทราบอย่างกว้างขวาง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/G-FZkl1sVGg

 4,556
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ค. 62

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำคุก 50 ปี อดีตผู้ว่าฯ ททท. รับสินบน

วันที่ 8 พ.ค. 62 เมื่อเวลา 10.00 น. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดอ่านคำพิพากษาคดีที่นางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. และ น.ส.จิตติโสภา ศิริวรรณ บุตรสาว ตกเป็นจำเลยในความผิดเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับสินบน และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือ ฮั้วประมูล    กรณีเรียกรับเงินจากนายเจอรัลด์ และนางแพทริเซีย กรีน 2 สามี-ภรรยานักธุรกิจภาพยนตร์สัญชาติอเมริกัน เพื่อให้ได้สิทธิในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ หรือ บางกอกฟิล์ม เฟสติวัล ปี 2545 –2550 มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท   ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าอุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน ในประเด็นที่โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับเงินงานบางกอกฟิล์ม เฟสติวัล ปี 2550 ดังนั้น จึงพิพากษาแก้โทษจำคุกจำเลยที่ 2 จาก 11 กระทง เหลือ 10 กระทง คงเหลือจำคุก 40 ปี ส่วนโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ให้เป็นไปตามคำพิพากษาชั้นต้น จำคุก 66 ปี แต่นับโทษคงจำคุกสูงสุด 50 ปี   ส่วนประเด็นการริบทรัพย์โดยมิชอบนั้น ศาลเห็นว่าอุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น เนื่องจากคดีนี้โจทก์ไม่ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลริบทรัพย์ อีกทั้งเป็นคดีที่เกิดขึ้นก่อนที่พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิ ชอบ พ.ศ. 2559 ที่กำหนดให้ศาลมีอำนาจสั่งริบทรัพย์คดีทุจริตได้ไม่ว่าโจทก์จะร้องขอหรือไม่ จะมีผลบังคับใช้ ดังนั้นคดีนี้จึงให้ยึดถือตามกฎหมายเดิม ยกคำสั่งที่ให้ริบทรัพย์เงินจำนวน 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐ   สำหรับคดีนี้ สืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกนางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 66 ปี แต่นับโทษคงจำคุกสูงสุด 50 ปี และจำคุกนางสาวจิตติโสภา 44 ปี เนื่องจากมีหลักฐานว่านักธุรกิจสองสามีภรรยาโอนเงินเข้าบัญชีของจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้เซ็นอนุมัติ และสั่งริบเงินจำนวน 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐ และดอกผล ซึ่งศาลกำหนดทรัพย์สินเป็นเงิน 62 ล้านบาทเศษ ให้ตกเป็นของแผ่นดิน แต่จำเลยยื่นอุธรณ์   ภาพ news.ch3thailand.com  

 9,128

Top