ค้นหา :

ผลการค้นหา "พรรคการเมือง"

การเมือง
21 ก.พ. 63

หลายพรรคการเมืองให้กำลังใจ 'อนาคตใหม่' หลังถูกยุบ

ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ท่าพระจันทร์ สนท.ขึ้นป้ายข้อความ "ประเทศนี้ ไม่มี ความยุติธรรม" ที่หน้าคณะศิลปศาสตร์ ก่อนจะย้ายมาที่ลานอนุสาวรีย์ปรีดี พนมยงค์      และประมาณ 21 นาฬิกา 15 นาที นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ประมาณ 300 คน รวมตัวกันที่อุทยานป๋วย 100 ปี เพื่อแสดงจุดยืนเพื่อประชาธิปไตยไมยและไว้อาลัยแด่ความอยุติธรรม โดยนักศึกษาบอกว่า การแสดงออกครั้งนี้ไม่ใช่เพื่ออนาคึตของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เพื่ออนาคตของเราทุกคน     นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และกลุ่มประชาชนจำนวนมาก ได้มารวมตัว และอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องการยุบพรรคอนาคตใหม่ และตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค 10 ปี พร้อมจุดเทียนเป็นลักษณะคล้ายกับรูปตราชั่งเอียง เมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมแล้ว ทุกฝ่ายได้แยกย้ายกันไป     ที่บริเวณลานแปดเหลี่ยม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม แกนนำกลุ่มแนวร่วมนิสิต มมส.เพื่อประชาธิปไตย อาจารย์ นิสิต และบุคลากรมหาวิทยาลัยมหาสารคาม รวมตัวกันจุดเทียน เพื่อแสดงออกถึงการให้กำลังพรรคอนาคตใหม่ และเพื่อส่องสว่างให้กับอนาคตประเทศไทยในเชิงสัญลักษณ์ จากนั้นได้ร่วมกันร้องเพลงเพื่อมวลชน ก่อนนำเทียนวางเป็นรูปสัญลักษณ์พรรคอนาคตใหม่ และเขียนป้ายแสดงความรู้สึก     นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม โพสต์เฟซบุ๊ก ให้กำลังใจผู้บริหาร แกนนำ และสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ขอให้พลัง ศรัทธา ความหวัง ยังคงอยู่และเพิ่มทวีคูณขึ้น ทุกอุปสรรคจะทำให้เราเข้มแข็งขึ้น"     นาย วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ แสดงความเสียใจกับคณะกรรมการบริหาร ส.ส.และสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ทั่วประเทศ ตลอดจนผู้ที่มีความชื่นชอบพรรคอนาคตใหม่ เพราะ ตั้งแต่รัฐสภาได้เปิดทำการ พรรคอนาคตใหม่เป็น 1 ใน 7 พรรคฝ่ายค้าน ที่กรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีความตั้งใจที่จะพัฒนาประชาธิปไตยและปฏิรูปการเมือง มีการนำวิธีคิดใหม่ๆมาใช้กับการเมืองซึ่งเป็นความหวังของพี่น้องประชาชนคนไทยจำนวนไม่น้อย ที่จะเสริมสร้างประเทศของเราให้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขและปราศจากการควบคุมของเผด็จการ      พรรคชาติไทยพัฒนา แถลงในนามพรรคการเมืองด้วยกัน ขอแสดงความเสียใจในการที่พรรคอนาคตใหม่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุบพรรค และขอแสดงความเข้าใจคณะกรรมการบริหารพรรคที่ถูกสั่งติดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี โดยเรื่องนี้เป็นประสบการณ์ที่เคยเกิดกับพรรคชาติไทยที่ก่อตั้งมายาวนานกว่า 35 ปี ก็เคยถูกคำสั่งให้ยุบพรรค ทำให้พรรคและสมาชิกจำนวนมากหายไป     พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยเสียใจกับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งส่งผลกระทบกับสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ และประชาชนผู้สนับสนุนอีกกว่า 6 ล้านคน การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พรรคอนาคตใหม่และเพื่อไทย ยืนยันหลักการเดียวกันคือ ต่อต้านการสืบทอดอำนาจ คสช. ขอให้สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ทุกคนมีพลังใจที่เข้มแข็งและก้าวเดินต่อไป และขอเป็นกำลังใจให้คณะผู้บริหารพรรค นักการเมืองของพรรค และสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ทุกคน      ส่วนในสังคมออนไลน์มีการแสดงความคิดเห็น และให้กำลังใจจำนวนมาก โดยการติดแฮชแท็ก #Saveอนาคตใหม่ ส่วนพรรคอนาคตใหม่ ก็เปลี่ยนโลโก้พรรค ขีดฆ่าที่คำว่า พรรค ทิ้ง ส่วนแกนนำพรรค

 1,008
การเมือง
02 ก.พ. 63

'กรณ์' เตรียมเปิดชื่อพรรคใหม่ 14 ก.พ.นี้ ไม่ชัดส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ชี้ยังเร็วเกินไป

กรณ์ ขอบคุณประชาชนช่วยกันตั้งชื่อพรรคใหม่ เกิน 1 แสนชื่อ เตรียมเปิดตัวพร้อมชื่อ 14 ก.พ.นี้ ไม่ชัดส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ชี้ยังเร็วเกินไป ต้องรอกระบวนการชัดเจนก่อน   นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดตั้งพรรคใหม่ว่า ต้องขอบคุณประชาชนที่เข้ามาช่วยเสนอชื่อพรรค ซึ่งมีจำนวนล้นหลาม ประมาณ 120,000 ชื่อ จึงต้องใช้เวลาในการกรอง เพื่อให้สะท้อนเจตนาและความตั้งใจในการตั้งพรรค จึงขอให้ทุกคนคอยติดตาม และจะเปิดเผยในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้   ส่วนจะมีการส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งผู้ว่ากทม. หรือไม่ นายกรณ์ ระบุว่า ยังเร็วเกินไป เพราะตอนนี้ยังเป็นเพียงการเริ่มต้น ยังไม่ได้จดทะเบียนพรรคการเมือง เมื่อกระบวนการชัดเจน ก็จะมาพิจารณากันว่าจะลงแข่งขันในสนามใดบ้าง   เมื่อถามว่ากรณีมีพรรคการเมืองใหม่หลายพรรค ประสบปัญหาเรื่องเงินกู้พรรค จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไรนั้น นายกรณ์ กล่าวว่า กฎหมายที่ระบุถึงแหล่งที่มาของเงินทุนของพรรคการเมืองนั้น มีวัตถุประสงค์สำคัญ คือไม่ต้องการให้พรรคการเมืองถูกครอบงำ ทุกพรรคจะต้องมีหน้าที่ปฏิบัติตาม ไม่ว่าจะเป็นพรรคเก่าหรือพรรคใหม่ ทั้งนี้ส่วนตัวมองว่าปัญหาใหญ่คือการที่พรรคการเมืองใช้เงินทุนมหาศาลในการช่วงชิง ส.ส. จึงทำให้การเมืองของไทยมีปัญหาอย่างที่เห็นในทุกวันนี้ ดังนั้นพรรคของตนจึงต้องระมัดระวังทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยเฉพาะที่มาของแหล่งเงิน ซึ่งเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความสำคัญ           ชมผ่านยูทูปที่นี่ :  https://youtu.be/atPl1Ix-RAA  

 609
การเมือง
16 ม.ค. 63

กกต.ร่อนเอกสารแจงปม 'สมชัย' ปูด 17 พรรคกู้เงินไม่ต่างจากอนาคตใหม่

จากกรณี รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการ กกต. ออกมาเปิดเผยว่ามี พรรคการเมืองจำนวน 17 พรรคการเมืองนอกเหนือจากพรรคอนาคตใหม่ได้รายงาน กกต. ถึงงบการเงินของพรรคพบว่ามีการกู้เงินในลักษณะเดียวกับพรรคอนาคตใหม่นั้น ล่าสุด มีรายงานว่า จาก กกต. ว่า กกต. กำลังดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ และเตรียมออกเอกสารข่าวชี้แจงแล้ว   ทั้งนี้เบื้องต้นพบว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นการดำเนินตามกฎหมายพรรคฉบับเก่าที่ค้างการรายงานงบการเงินเนื่องจากถูกคำสั่ง คสช. ห้ามประชุม ทำให้เมื่อ คสช. ปลดล็อกแล้วต้องรายงานต่อ กกต. ในครั้งนี้ด้วย และหากเป็นการยืมภายในกรรมการบริหารพรรคมาใช้ เท่าที่จำเป็นในกรณีจัดตั้งพรรคครั้งแรกซึ่งไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งก็อาจจะไม่มีปัญหา   ทั้งนี้เวลาต่อมา กกต. ได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงยืนยันว่า ตามที่มีการให้ข้อมูลว่ามีพรรคการเมืองกู้เงินหลายพรรค ตามเอกสารงบการเงินประจำปีของพรรคการเมือง นั้น กกต. ได้ดำเนินการใน 2 รูปแบบ คือ กรณีที่มีผู้ร้องเรียน แบบเดียวพรรคอนาคตใหม่ กกต.ได้พิจารณา ทั้งทางคดีอาญาและคดียุบพรรคการเมืองตามกระบวนการ   ส่วนกรณีที่ไม่มีผู้ร้องเรียนนั้น ตามกระบวนการ ทุกพรรคการเมือง ต้องจัดทำงบการเงินประจำปี รายงานต่อ นายทะเบียนพรรคการเมืองอยู่แล้ว ซึ่งกรณีนี้เมื่อมีคำสั่ง คสช. ปลดล็อกให้พรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 และ2560 สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ จึงได้จัดให้มีการประชุมใหญ่เพื่อรับรองงบการเงินของพรรคการเมืองตั้งแต่ปี 2557 ถึงงบการเงินประจำปี 2561   ทำให้ เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายได้ของพรรคการเมือง หากตรวจสอบแล้วพบว่าพรรคการเมืองใดกระทำการเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง นายทะเบียนพรรคการเมืองจะได้แจ้งให้พรรคการเมืองดังกล่าวชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงพยานหลักฐานต่อไป   ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองฉบับเก่า กับฉบับปัจจุบัน เรื่องรายได้พรรคการเมือง มีเนื้อหาคล้ายๆ กัน แต่จำรายละเอียดฉบับเก่าไม่ได้ พฤติกรรมการกู้อาจจะเหมือนกันบ้าง ต่างกันบ้าง เช่น กู้แล้ว ใช้คืนแล้ว จบแล้ว หรืออาจมีบางพรรคที่ยังไม่ได้ใช้คืน อาจจะมีดอกเบี้ยหรือไม่มี อาจมีเอกสารสัญญาหรือไม่มี หรืออาจจะเรียกว่าเป็นลักษณะการยืมเงินทดรองจ่าย ตนไม่สามารถที่จะวินิจฉัยได้ว่าถูกหรือผิดอย่างไร   เมื่อถามว่า ตามกฎหมายสามารถกู้เงินได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ ก็เหมือนกับพรรคอนาคตใหม่เองที่ยังเป็นปัญหาอยู่เลยว่าได้หรือไม่ได้ ต้องให้ศาลวินิจฉัยก่อนจึงค่อยเอาไปเทียบกับกรณีของพรรคอื่น เพราะพฤติกรรมมีทั้งเหมือนและแตกต่างกันอยู่ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมแต่ละคดี มีทั้งที่กู้ตามกฎหมายเก่าและกฎหมายใหม่ จึงไม่เหมือนกันทุกคดี บังเอิญเรื่องอื่นยังไม่เป็นคดี ก็ตรวจสอบให้หมดจะได้หมดเรื่อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZQ2qVi04TXQ

 6,486
การเมือง
15 ม.ค. 63

'สมชัย' งัดเอกสารแฉ มีอีก 17 พรรคกู้เงิน ไม่ใช่แค่อนาคตใหม่

อดีต กกต.สมชัย งัดเอกสารแฉ มี 17 พรรคการเมืองกู้เงิน ไม่ใช่แค่อนาคตใหม่ ชี้หากมีความผิด กกต.โดน 157 ด้วย ฐานไม่กำกับดูแลทั้งที่ทราบเรื่องตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว   รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการ กกต. เผยแพร่เอกสารงบการเงิน ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ที่พรรคการเมืองทุกพรรคนำส่ง กกต. ภายในเดือนพฤษภาคม 2562 พบว่ามีพรรคการเมืองถึง 18 พรรค รวมพรรคอนาคตใหม่ ที่ปรากฎรายการเงินกู้ในเอกสารงบการเงิน ดังนี้   1. พรรคพลังศรัทธา มีรายการเงินกู้ระยะสั้น 300,000 บาท 2. พรรคพลังชาติไทย เงินกู้ระยะสั้น 113,988 บาท 3. พรรคไทยธรรม เงินกู้จากหัวหน้าพรรค 1,000 บาท 4. พรรครวมพลังประชาชาติไทย เงินกู้จากบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกัน 5,000,000 บาท 5. พรรครวมใจไทย เงินกู้ยืมระยะสั้น 45,697.86 บาท 6. พรรคอนาคตใหม่ เงินกู้จากหัวหน้าพรรค 161,200,000 บาท 7. พรรคเพื่อสหกรณ์ไทย เงินกู้ยืมระยะสั้น 226,000 บาท 8. พรรคพลังไทยรักชาติ เงินกู้ยืมหัวหน้าพรรค 85,000 บาท 9. พรรคเมืองไทยของเรา เงินกู้ยืมระยะสั้น 542,750 บาท 10. พรรคเพื่อชีวิตใหม่ เงินกู้ยืมระยะยาว 50,000 บาท 11. พรรคเงินเดือนประชาชน เงินกู้ยืมจากกรรมการ 822,183.70 บาท 12. พรรคไทรักธรรม เงินกู้ยืม กรรมการบริหารพรรค 4,376,000 บาท 13. พรรคพลังประชาธิปไตย เงินยืมจากหัวหน้าพรรค 5,584,290 บาท 14. พรรคครูไทยเพื่อประชาชน เงินกู้ยืม 542,125 บาท 15. พรรคพลังท้องถิ่นไท เงินกู้ยืมระยะสั้น 1,427,000 บาท 16. พรรคไทยรักษาชาติ เงินยืมจากหัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค 1,738,868.92 บาท 17. พรรคประชาธิปไตยใหม่ เงินกู้ยืมระยะสั้น 4,216,600 บาท 18. พรรคชาติพัฒนา เงินกู้ยืม 2,000,000 บาท   รศ.สมชัย กล่าวว่า ทั้งหมดนี้ถือเป็นความปรากฏ ที่นายทะเบียน ซึ่งเป็น กกต.ต้องรับรู้ และหากพบว่าเป็นความผิดต้องชงเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อมีมติดำเนินการ หากการกู้เงินเป็นความผิด และมีการปล่อยปละละเลย นายทะเบียนต้องรับผิดชอบเป็นอันดับแรก   และกรรมการการเลือกตั้งอาจต้องร่วมรับผิดในฐานะไม่กำกับดูแลงานให้เป็นไปอย่างถูกต้องด้วยกฎหมาย แต่หากไม่ผิด การชงเรื่องเงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่อันมิชอบของนายทะเบียนพรรคการเมือง และ กกต. 5 ใน 7 ที่ลงมติส่งฟ้องยุบพรรคต่อศาลรัฐธรรมนูญ คงต้องรับผิดชอบต่อมติที่ตนเองลงด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/S0s2l5mSrWY

 897
การเมือง
15 ม.ค. 63

‘สมชัย’ งัดเอกสารแฉ มี 17 พรรคการเมือง กู้เงินไม่ใช่แค่ ‘อนาคตใหม่’

รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการ กกต. ออกมาเปิดเผย รายชื่อพรรคการเมืองที่มีการกู้ยืมเงิน หลัง กกต. ชุดปัจจุบัน ชี้ว่าตามกฎหมายพรรคการเมือง ปัจจุบัน ไม่สามารถกู้ยืมเงินเพื่อนำมาใช้ในกิจกรรมทางการเมืองได้ อย่างกรณีของพรรคอนาคตใหม่ ที่ถือว่าผิดกฎหมายต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค และตัดสิทธิการเมือง หรือต้องโทษทางอาญาถึงขั้นจำคุก เพราะไม่ว่าจะกู้ 1,000 บาท 1 ล้าน หรือ กู้ 100 ล้าน แปลว่า กู้เหมือนกัน   โดย รศ.สมชัย ได้เผยแพร่ เอกสารงบการเงิน ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ที่พรรคการเมืองทุกพรรคนำส่ง กกต. ภายในเดือน พฤษภาคม 2562 พบว่ามีพรรคการเมืองถึง18 พรรค รวมพรรคอนาคตใหม่ ที่ปรากฏรายการเงินกู้ในเอกสารงบการเงิน ดังนี้   1. พรรคพลังศรัทธา มีรายการเงินกู้ระยะสั้น 300,000 บาท 2. พรรคพลังชาติไทย เงินกู้ระยะสั้น 113,988 บาท 3. พรรคไทยธรรม เงินกู้จากหัวหน้าพรรค 1,000 บาท 4. พรรครวมพลังประชาชาติไทย เงินกู้จากบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกัน 5,000,000 บาท 5. พรรครวมใจไทย เงินกู้ยืมระยะสั้น 45,697.86 บาท 6. พรรคอนาคตใหม่ เงินกู้จากหัวหน้าพรรค 161,200,000 บาท 7. พรรคเพื่อสหกรณ์ไทย เงินกู้ยืมระยะสั้น 226,000 บาท 8. พรรคพลังไทยรักชาติ เงินกู้ยืมหัวหน้าพรรค 85,000 บาท 9. พรรคเมืองไทยของเรา เงินกู้ยืมระยะสั้น 542,750 บาท 10. พรรคเพื่อชีวิตใหม่ เงินกู้ยืมระยะยาว 50,000 บาท 11. พรรคเงินเดือนประชาชน เงินกู้ยืมจากกรรมการ 822,183.70 บาท 12. พรรคไทรักธรรม เงินกู้ยืม กรรมการบริหารพรรค 4,376,000 บาท 13. พรรคพลังประชาธิปไตย เงินยืมจากหัวหน้าพรรค 5,584,290 บาท 14. พรรคครูไทยเพื่อประชาชน เงินกู้ยืม 542,125 บาท 15. พรรคพลังท้องถิ่นไท เงินกู้ยืมระยะสั้น 1,427,000 บาท 16. พรรคไทยรักษาชาติ เงินยืมจากหัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค 1,738,868.92 บาท 17. พรรคประชาธิปไตยใหม่ เงินกู้ยืมระยะสั้น 4,216,600 บาท 18. พรรคชาติพัฒนา เงินกู้ยืม 2,000,000 บาท   รศ.สมชัย กล่าวว่า ทั้งหมดนี้ ถือเป็น ‘ความปรากฏ’ ที่นายทะเบียน ซึ่งเป็น กกต. ต้องรับรู้ และหากพบว่าเป็นความผิดต้องชงเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อมีมติดำเนินการ หากการกู้เงินเป็นความผิด และมีการปล่อยปละละเลย นายทะเบียนต้องรับผิดชอบเป็นอันดับแรก และ กรรมการการเลือกตั้งอาจต้องร่วมรับผิดในฐานะไม่กำกับดูแลงานให้เป็นไปอย่างถูกต้องด้วยกฎหมาย แต่หากไม่ผิด การชงเรื่อง เงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่อันมิชอบของนายทะเบียนพรรคการเมือง และ กกต. 5 ใน 7 ที่ลงมติส่งฟ้องยุบพรรคต่อศาลรัฐธรรมนูญ คงต้องรับผิดชอบต่อมติที่ตนเองลงด้วยครับ   หมายเหตุ   ปี 2557 นายทะเบียนพรรคการเมือง ชื่อ ศุภชัย สมเจริญ ปัจจุบันเป็น รองประธานวุฒิสภา   ปี 2562 นายทะเบียนชื่อ จรุงวิทย์ ภุมมา ปัจจุบันเป็นเลขาธิการ กกต. และสำรองสมาชิกวุฒิสภาอันดับที่ 8  

 2,161
การเมือง
14 ม.ค. 63

'อดีต กกต.สมชัย' งัดเอกสารแฉ 17 พรรคการเมือง กู้เงินเหมือนอนาคตใหม่

อดีต กกต.เปิดเผยรายชื่อพรรคการเมือง 17 พรรค ที่กู้เงินเหมือนพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งนายทะเบียนพรรคการเมือง ต้องตรวจสอบในคดียุบพรรค ส่วนเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เรียกร้อง กกต.รับผิดชอบเอกสารหลุด มากกว่าการหาคนปล่อยข่าว เพราะจะเป็นมาตรฐานคดียุบพรรค   เลขาธิการ​พรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าว จากกรณี คณะกรรมการการเลือกตั้ง ออกมาชี้แจงกรณีที่มีเอกสารหลุด ซึ่งระบุว่าคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน 2 ชุด มีมติไม่สั่งฟ้อง แต่ในที่สุด กกต.ก็สั่งฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีกู้เงินของพรรคอนาคตใหม่   คำชี้แจงของ กกต.ไม่มีการปฏิเสธว่า เอกสารที่หลุดมาเป็นเอกสารปลอม แม้ทาง กกต.ไม่ได้ยืนยัน แต่หากอ่านจากเนื้อหาที่บอกว่า เอกสารชิ้นนี้หลุดออกมาได้อย่างไร และยังขู่อีกว่าจะดำเนินตามกฎหมายกับผู้ปล่อยเอกสารชุดนี้ นั่นแสดงให้เห็นว่า เอกสารชุดนี้เป็นของจริง เพราะถ้าไม่ใช่ของจริง คงจะปฏิเสธมาอย่างชัดเจนแล้ว    ซึ่งแทนที่ กกต.จะพยายามชี้แจงให้สาธารณชน คลายความสงสัย กกต.กลับเลือกที่จะปกป้องตัวเอง ด้วยการไปตามหาว่าเอกสารชิ้นนี้เผยแพร่ออกมาได้อย่างไร ใครเป็นคนเผยแพร่ แถมยังขู่ในทางกฎหมายอีกด้วย แทนที่จะตระหนักว่า การปฏิบัติหน้าที่ของตนนั้นมีปัญหา ทำให้คนใน กกต.เองนั้น ยังเกิดอาการที่ทนไม่ได้กับความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้น คือแทนที่จะไปแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ กลับเลือกที่จะปกป้องตัวเอง   นายปิยบุตร ยอมรับว่า พรรคอนาคตใหม่ในฐานะผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะพรรคเป็นผู้ถูกร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรค จากกรณีการกู้เงิน หากมองตามหลักกระบวนพิจารณาที่เป็นธรรมแล้ว พรรคอนาคตใหม่ไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้เลยหรือว่า กระบวนพิจารณาของ กกต.ทำอะไร แต่หลักกระบวนพิจารณาที่ถูกต้องนั้น จะต้องพิจารณาโดยให้โอกาสคู่ความในการโต้แย้งแสดงพยานหลักฐานเต็มที่   ทาง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการ กกต.เปิดเผย รายชื่อพรรคการเมืองที่มีการกู้ยืมเงิน หลัง กกต. ชุดปัจจุบัน ชี้ว่าตามกฎหมายพรรคการเมือง ปัจจุบัน ไม่สามารถกู้ยืมเงินเพื่อนำมาใช้ในกิจกรรมทางการเมืองได้ อย่างกรณีของพรรคอนาคตใหม่ ที่ถือว่าผิดกฎหมายต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค และตัดสิทธิการเมือง หรือต้องโทษทางอาญาถึงขั้นจำคุก เพราะไม่ว่าจะกู้ 1,000 บาท /1 ล้าน หรือ กู้ 100 ล้าน ซึ่ง เอกสารงบการเงิน ลง 31 ธันวาคม 2561 ที่พรรคการเมืองทุกพรรคนำส่ง กกต. ภายในเดือนพฤษภาคม 2562    พบว่ามีพรรคการเมืองถึง 18 พรรค รวมพรรคอนาคตใหม่ ที่ปรากฏรายการเงินกู้ในเอกสารงบการเงิน เช่น   พรรคพลังศรัทธา/พรรคพลังชาติไทย/พรรคไทยธรรม/พรรครวมพลังประชาชาติไทย/พรรครวมใจไทย/พรรคเพื่อสหกรณ์ไทย/พรรคพลังไทยรักชาติ/พรรคเมืองไทยของเรา    พรรคเพื่อชีวิตใหม่/พรรคเงินเดือนประชาชน/พรรคไทรักธรรม/พรรคพลังประชาธิปไตย/พรรคครูไทยเพื่อประชาชน/พรรคไทยรักษาชาติ/พรรคประชาธิปไตยใหม่ และพรรคชาติพัฒนา   ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็น "ความปรากฏ" ที่นายทะเบียน    ซึ่ง กกต. ต้องรับรู้ และหากพบว่าเป็นความผิด ต้องส่งเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อมีมติดำเนินการ หากการกู้เงินเป็นความผิด และมีการปล่อยปละละเลย นายทะเบียนต้องรับผิดชอบเป็นอันดับแรก และ กกต.อาจต้องร่วมรับผิด ในฐานะไม่กำกับดูแลงานให้เป็นไปอย่างถูกต้องด้วยกฎหมาย แต่หากไม่ผิด การส่งเรื่อง เงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่อันมิชอบของนายทะเบียนพรรคการเมือง และ กกต. 5 ใน 7 คน ที่ลงมติ ส่งฟ้องยุบพรรคต่อศาลรัฐธรรมนูญต้องรับผิดชอบต่อมติตนเองด้วย  

 586
เศรษฐกิจ
24 ธ.ค. 62

แบงก์ชาติมองปี 63 เศรษฐกิจดีขึ้น แต่ยังห่วงเรื่องคนตกงาน

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2563 ว่า แม้ว่า ธปท.ได้คาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจปีหน้า ว่าจะขยายตัว 2.8% สูงกว่าปีนี้ที่คาดว่าขยายตัว 2.5% แต่ยอมรับว่า เป็นการประมาณการที่มีโอกาสต่ำ หรือมีโอกาสที่การขยายตัวจริง จะต่ำกว่าประมาณการ   ขณะที่ปัจจัยเสี่ยง ที่ต้องติดตามเร่งแก้ไขในปีหน้า คือ ด้านแรงงาน ที่ผลกระทบจากการส่งออก และธุรกิจขนาดกลาง ที่ไม่สามารถแข่งขันกับธุรกิจขนาดใหญ่ได้ ขณะนี้เริ่มเห็นการเลิกจ้าง การลดการจ้างจากรายเดือน เป็นรายวัน การขอลดเวลาทำงานตามกฎหมายแรงงาน เพื่อจ่ายเงินเดือน 75% ในหลายธุรกิจและหลายโรงงานมากขึ้น หากปีหน้าสามารถแก้ปัญหาภาคการผลิต ลดต้นทุนช่วยให้ภาคการผลิตอยู่ได้ ก็จะบรรเทาผลกระทบส่วนนี้ได้   ทั้งนี้ ความเสี่ยงอื่นๆที่ต้องติดตาม คือ 1.ความไม่แน่นอนของสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ 2.ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ส่งผลต่อเงินทุนเคลื่อนย้าย ฯลฯ 3.ความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wtdD4kUUSAw

 2,226
การเมือง
07 ธ.ค. 62

'บิ๊กตู่' ยันไม่ยุบสภา ปรับ ครม. ลั่นไม่โง่พูดเพราะกระทบเชื่อมั่น ย้ำขออย่าไปเร่งอุณหภูมิความร้อนให้กับประเทศ

นายกรัฐมนตรียืนยันไม่มีการยุบสภาเพียงแต่สอบถามขั้นตอน ไม่โง่พอประกาศเพราะจะกระทบต่อความเชื่อมั่นทุกด้าน และยังไม่มีการ ปรับครม ไม่ขัดข้องพรรคเศรษฐกิจใหม่ เข้าร่วมรัฐบาล แต่จะมาต่อรองตำแหน่งก่อนไม่ได้โยนแกนนำฝ่ายการเมืองหารือกัน   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชี้แจงการทำงานของรัฐบาลหลังมีกระแสข่าวลือจะปรับครม.และขู่ยุบสภาว่า ทุกวันนี้ทุกคนเห็นอยู่แล้วว่ารัฐบาลกำลังแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หลายอย่างมีความคืบหน้าและเป็นการทำเพื่ออนาคตของเรา    พร้อมกล่าวถึงสภาพอากาศหนาวว่าอากาศแบบนี้ทำให้มีความสุข ขออย่าไปเร่งอุณหภูมิความร้อนให้กับประเทศ และขอร้องสื่อในการนำเสนอข่าวว่าทุกอย่างผ่านพ้นมาด้วยดีแล้ว ส่วนจากนี้ไปจะอะไรยังไงให้ไปว่ากันในวันหน้า ของเดิมขอให้จบๆ ส่วนตัวเชื่อว่าทุกคนมีอุดมการณ์ของตัวเอง อุดมการณ์พรรคอุดมการณ์ชาติ ต้องมีทั้ง 2 อย่าง อุดมการณ์พรรคอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีชาติด้วย ซึ่งในส่วนการทำงานขณะนี้รัฐบาลกำลังพิจารณาแก้ปัญหาราคาข้าว ซึ่งจะทยอยนำเข้าครม.อนุมัติโครงการแต่ต้องดูงบประมาณ    ดังนั้นขอฝากถึง นักการเมืองในสภาที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ร่าง พรบ. พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 วาระ 2-3 ให้ผ่านไปด้วยดี เพราะถ้าใช้งบประมาณไม่ได้ ทุกอย่างก็จะเดือดร้อนไปหมด เพราะทุกคนอาสาเข้ามาทำงานรับใช้ประชาชนด้วยกันทั้งสิ้นช่วงนี้ขอให้ผ่านพ้นความลำบากไปก่อน    นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงปัญหาของรัฐบาลที่จะต้องแก้ไขทั้งเรื่องค่าทางด่วนโฮปเวลล์ เหมืองทองอัครา ซึ่งรัฐบาลพยายามเต็มที่ไม่ให้ไทยเสียประโยชน์ พร้อมยกตัวอย่างการแก้ปัญหา คดีคลองด่านที่ทำได้สำเร็จ พร้อมกันนี้บอกว่าการแก้ปัญหาเหมืองทองอัคราไม่อยากใช้ ม.44 แต่หยุดดำเนินการไม่ได้ จึงจำเป็นต้องใช้ เมื่อมีการเรียกร้องเรื่องสุขภาพ ซึ่งใครมาเป็นนายกรัฐมนตรีเรื่องสุขภาพประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ ที่ต้องดูแล เช่นเดียวกับเรื่องความวุ่นวายในสภาขอให้จบกันได้แล้ว เพราะถ้าพูดกันทุกวันไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา ให้ไปดูในเรื่องของวันหน้า ถ้าหากเกิดขึ้นมาอีก แต่ถ้าช่วยกันทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ประเทศก็จะไปได้ การเป็นฝ่ายค้านและรัฐบาลเป็นเรื่องประชาธิปไตย ตนเข้าใจดีแต่ให้มีเหตุผล และขอให้ดูสถานการณ์ในประเทศ ว่าจะช่วยกันได้อย่างไรในบางเรื่อง ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องคล้อยตามทั้งหมด    วันนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์เลยเถิดไปถึงการยุบสภา ยืนยันยังไม่ได้คิดไปถึงขั้นนั้น เพียงแต่ถามถึงขั้นตอนว่าต้องทำอย่างไร ไม่ได้ไปประกาศ เรื่องแบบนี้ประกาศไม่ได้ ทำให้เสียทั้งหมด ทั้งความมั่นใจต่างประเทศ ส่วนตัวไม่ได้โง่พอที่จะไปพูดเรื่องแบบนี้ ส่วนปัญหาเสียงในสภาไม่พอก็มาจากประชาชนที่เลือกแต่ละพรรคมา เป็นสิทธิ์ของพรรคว่าจะอยู่ฝ่ายค้านหรือรัฐบาล จะแก้อย่างไรให้ไปว่ากันในการเลือกตั้งในครั้งหน้า    พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีย้ำจะไม่มีการปรับ ครม.เพราะขณะนี้ทุกคนทำงานเข้าขากันมากขึ้น จากเดิมที่เข้ามาเป็นรัฐบาลแรกๆมันฉุกละหุก ทำให้มีการระวังในเรื่องนโยบายที่ไปหาเสียงไว้ในแต่ละพรรค รัฐบาลก็ระมัดระวังในเรื่องงบประมาณ และดูนโยบายภาพรวมของรัฐบาล ขอให้เข้าใจแม้จะเป็นนโยบายพรรค แต่ทั้งหมดก็ต้องผ่านคณะกรรมการให้ความเห็นชอบ ก่อนที่จะนำเข้า ครม. เห็นชอบขั้นตอนสุดท้าย จึงเป็นนโยบายของรัฐบาล ยอมรับทุกพรรคมีนโยบายพรรคการเมือง ซึ่งตนก็ยอมรับเคารพมติพรรค แต่เหนือพรรค คือมติครม. ซึ่งแต่นโยบายท่าดีก็เป็นนโยบายรัฐบาล ไม่ใช่นโยบายพรรคการเมือง จึงไม่กังวลว่าจะต้องยุบสภา รัฐบาลมีศักยภาพ ไม่เกี่ยวกับการที่นัดกินข้าวกับพรรคร่วมรัฐบาล หากมีเวลาก็จะไปร่วมทานข้าวกับพรรคร่วมรัฐบาลบ่อยๆ ยืนยันไม่ได้ไปสั่งการหรือก้าวล่วง แต่ไปทำความเข้าใจถึงการทำงานและตัวตน    ส่วนการปรับครม.ไม่มีกำหนดกรอบเวลา ขึ้นกับการทำงาน ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องปรับ ส่วนเรื่องพรรคเศรษฐกิจใหม่จะมาร่วมเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เป็นหน้าที่ของแกนนำฝ่ายการเมืองที่จะต้องไปพูดคุยกัน ขอให้มาก่อน จะมาต่อรองตำแหน่งล่วงหน้าไม่ได้ เพราะรัฐมนตรีมีจำนวนเท่านี้ แต่ถ้ามาแล้วจะมาขอตำแหน่ง ก็ต้องไปพูดคุยกันก่อนเพื่อให้ได้ข้อยุติ โดยพรรคเศรษฐกิจใหม่ก็ต้องไปคุยกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ใช่มาคุยกับตน อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรียอมรับว่าขณะนี้ตัวเองเป็นนักการเมืองเต็มตัวเพราะหากตอบว่าไม่ใช่ก็คงไม่ใช่ แต่มีหลักการ ไม่ใช่ยึดการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีธรรมาภิบาล ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง โดยส่วนตัวยึดอุดมการณ์ 3 สถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/_FmzNDPnFjg

 2,139
การเมือง
01 ส.ค. 62

กกต.ร่อนเอกสารตอบ 'ธนาธร' ปิดทางไม่ให้ใช้โซเชียลระดมทุนพรรคการเมือง

วันที่ 1 ส.ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เผยแพร่เอกสาร ตอบข้อซักถามของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กรณีขอหารือ ว่าพรรคการเมืองสามารถกำหนดใช้เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และ โซเชียลมีเดีย เป็นสถานที่ระดมทุนพรรคการเมืองได้หรือไม่นั้น   โดย กกต. ยืนยันว่าพรรคการเมือง ไม่สามารถกำหนดให้ "เว็บไซต์" หรือ เฟซบุ๊ก ของพรรคการเมือง หรือช่องทางการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต เป็นสถานที่ที่พรรคการเมืองเห็นสมควร กำหนดให้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคการเมืองได้   ทั้งนี้เนื่องจากระเบียบกกต.ว่าด้วยการเลือกตั้งพรรคการเมืองปี 2560 ข้อ 39 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า สถานที่จัดกิจกรรมระดมทุน ได้แก่ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่พรรคการเมือง สาขาพรรคการเมือง สถานที่ทำการตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด หรือสถานที่พรรคการเมืองเห็นสมควร    นอกจากนี้ยังตอบคำถามของพรรคอนาคตใหม่ ยืนยันว่าพรรคไม่สามารถเรียกร้องค่าตอบแทนจากภาคเอกชน ที่พรรคอนุญาตให้ใช้ภาพเครื่องหมายของพรรคการเมือง หรือ โลโก้พรรค นำไปติดอยู่กับสินค้า หรือนำไปผลิตสินค้าในนามของเอกชนอื่น   ซึ่งไม่ถือเป็นรายได้ของพรรคการเมืองจากการขายสินค้าหรือบริการ และไม่สามารถหารายได้จากการรับค่าสปอนเซอร์จากเอกชน ที่นำโลโก้ไปใช้ในการโฆษณาสินค้าได้ เนื่องจากรายได้ดังกล่าวนั้นไม่ถือเป็นรายได้ของพรรคการเมืองที่อาจมีได้ตามมาตรา 62 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองปี 2560    ทั้งนี้ กกต.ไม่ได้ตอบคำถามเรื่องข้อกำหนดที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 101 วงเล็บหนึ่งที่บัญญัติว่าสมาชิกภาพ ส.ส. สิ้นสุดลงเมื่อกระทำอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 184 หรือ 185 ในหมวดการกัดกันแห่งผลประโยชน์ว่าคำว่า "คู่สมรส" นั้นหมายถึงสามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย และรวมถึงสามีภรรยาที่อยู่กินกันฉันสามีภริยามา   โดยไม่จดทะเบียนสมรสด้วยหรือไม่ โดยชี้แจงว่าเป็นข้อซักถามที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย กกต.ฉบับปัจจุบัน เนื่องจากไม่เข้าลักษณะข้อสอบถามเกี่ยวกับการปฎิบัติการให้ถูกต้องตามกฏหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และพรรคการเมืองหรือข้อกำหนดระเบียบหรือประกาศของ กกต.    

 3,606
การเมือง
01 ส.ค. 62

'กอบศักดิ์' มั่นใจ ครม.เศรษฐกิจ เหมาะกับรัฐบาลผสมหลายพรรค

(1 ส.ค. 62) นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในบ่ายวันนี้จะหารือกับสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เเละสภาพัฒนาเศรษฐกิจเเละสังคมเเห่งชาติ หารือเเนวทางการทำงานเเละปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อบันจุเป็นวาระการประชุม ครม.เศรษฐกิจที่คาดว่าจะมีขึ้นวันจันทร์หน้า ตนเอง มองว่าการที่นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธาน ครม.เศรษฐกิจเป็นเรื่องที่ดี ในยุคของรัฐบาลผสม ซึ่งมี3พรรคดูเเล3กระทรวงหลักสำคัญ ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดย พรรคพลังประชารัฐดูเเลกนะทรวงการคลัง ประชาธิปัตย์ดูเเลกระทรวงพาณิชย์ เเละภูมิใจไทยดูเเลกระทรวงการคมนาคม เเละกระทรวงการท่องเที่ยวเเละกีฬา ไม่มีใครเป็นผู้รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจ ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มานั่งเป็นประธานถือเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงทุกฝ่าย ให้มาพูดคุยหารือเเนวทางการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน    นายกอบศักดิ์ ยังพูดถึงกรณีที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้วิพากษ์วิจารณ์ว่า ครม.เศรษฐกิจ ของพล.อ.ประยุทธ์ จะไม่สามารถเเก้ไขปัญหาอะไรได้ โดยย้ำว่า ครม.เศรษฐกิจ เป็นกลไกหนึ่ง ในการกลั่นกรองเเละประสานงาน ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ที่ดูเเลกระทรวงสำคัญ ถือเป็นทางออกที่ดีในการบริหารประเทศ เเละเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีการตั้ง ครม.เศรษฐกิจมาทุกรัฐบาล    ข่าวที่เกี่ยวข้อง 'บิ๊กตู่' นั่งหัวเรือทีมเศรษฐกิจ ยันไม่เคยพูดดูถูก คนจนไม่เสียภาษี   ;  

 517
การเมือง
31 ก.ค. 62

ประชาธิปัตย์แชมป์!! กกต. เผย ยอดบริจาคภาษีของประชาชนให้พรรคการเมือง

ประชาธิปัตย์แชมป์!! กกต. เผย ยอดบริจาคภาษีของประชาชนให้พรรคการเมือง 5.2 ล้าน 33 พรรคการเมือง ประชาธิปัตย์ครองแชมป์ ได้มากสุด 4 ล้านบาท เพื่อไทย 8 แสน น้อยสุดพรรคผึ้งหลวง ได้ 400 บาท   วันทที่ 31 ก.ค. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เปิดเผยยอดเงินจากการบริจาคภาษีของประชาชนกับ บรรดาพรรคการเมือง จากการจัดสรรงบอุดหนุนพรรคการเมือง ประจำปี 2562 จำนวน 77 พรรคการเมือง ในวงเงิน 117,700,603.74 ล้านบาท โดยพบว่าเงินอุดหนุน ส่วนหนึ่งมาตากการบริจาคภาษีของประชาชนให้กับพรรคการเมืองประจำปี 2560 รวม 33 พรรคการเมือง จำนวน 5,200,000 บาท    โดย - พรรคประชาธิปัตย์ได้รับบริจาคภาษีมากที่สุด 4,080,500 บาท - รองลงมาเป็นพรรคเพื่อไทย ได้รับเงินภาษีบริจาค 812,100 บาท  - อันดับ3 พรรคเสรีรวมไทย 83,900บาท  - โดยพรรคที่ได้รับบริจาคน้อยที่สุดคือพรรคผึ้งหลวง เพียง 400 บาท         

 628
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.ค. 62

'ดีดีบินไทย' ปราม 'แอร์-สจ๊วต' เซลฟี่ 'ธนาธร' ย้ำชัด "เราทำงานอย่างเป็นกลาง"

หลังมีภาพข่าวพนักงานการบินไทย ถ่ายรูปกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ขณะปฏิบัติหน้าที่ แล้วโพสต์ลงสื่อโซเชียล จนส่งผลให้มีกระแสวิพากษ์ วิจารณ์ในวงกว้าง ด้านกรรมการผู้อำนวยการบินไทย ทำคลิปยืนยันความเป็นกลาง พร้อมขอความร่วมมือพนักงานระมัดระวังการโพสต์ภาพ และข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ หวั่นถูกนำไปเป็นเครื่องมือสร้างกระแสเสียหายต่อองค์กร       นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวที่เผยแพร่ในสังคมออนไลน์ทำให้มีผลกระทบต่อองค์กร ตนเองรู้สึกไม่สบายใจ จึงอยากขอความร่วมมือกับพนักงานทุกคนว่าบริษัทการบินไทยเป็นรัฐวิสาหกิจ เป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางกับทุกๆ เรื่อง       ดังนั้นพนักงานของการบินไทยถือเป็นตัวแทนขององค์กร เมื่อไหร่ก็ตามที่อยู่ในเครื่องแบบ มีสัญลักษณ์ หรืออยู่ในสถานที่ขององค์กรของเรา โปรดระลึกอยู่เสมอว่าการกระทำทุกอย่าง ถือเป็นตัวแทนขององค์กร ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านมีการถ่ายภาพ หรือข้อความอื่นใดที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติหน้าที่ และสื่อสารกันในสังคมออนไลน์ให้ระวัง เพราะสิ่งที่ทำออกไปด้วยเจตนาปกติ ไม่มีวาระอื่น อาจถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างกระแส ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่เสียหายกับองค์กร ทั้งที่ไม่ใช่เจตนาของพวกเรา      จึงอยากจะฝากเพื่อนพนักงานทุกๆคน ในการทำงานของพวกเรา เราทำงานด้วยความซื่อสัตย์ เราทำงานด้วยความเป็นมืออาชีพ เราทำงานอย่างเป็นกลาง ทุกๆครั้งที่ทำงานอะไรออกไป ให้พึงระลึกเสมอว่าสิ่งที่ทำนอกเหนือออกไปจากที่ปฏิบัติอาจจะส่งผลกระทบต่อตัวท่าน กับองค์กร หรืออื่นใด ขอให้ระมัดระวังในการกระทำ     ผมเชื่อว่าทุกท่านทำได้ พวกเรายื่นหยัดอยู่แบบนี้มาปีนี้เป็นปีที่ 59 ดังนั้นให้พึงระลึกเสมอว่าเมื่ออยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ขอให้ทำงานอย่างมืออาชีพ ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม และลูกค้าเป็นศูนย์กลางของการทำงาน พวกเราจะทำงานไปด้วยกัน และจะเป็นสิ่งที่พวกเราทำงานได้ตลอดไป One TG นะครับ     ขอขอบคุณคลิปจาก ฝ่ายภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร BKKD4      

 7,205
การเมือง
08 มิ.ย. 62

'สุดารัตน์' เตือนพรรครัฐบาล อย่ามัวต่อรองผลประโยชน์ เร่งแก้ปัญหาประชาชน

 คุณหญิงสุดารัตน์ เตือนพรรคพลังประชารัฐ และพรรคร่วม เร่งแก้ปัญหาประชาชน อย่ามัวแต่ต่อรองผลประโยชน์ แย้มปฏิรูปพรรคเพื่อไทย พร้อมเลือกกรรมการบริหารพรรค ระบุ สมพงษ์-อนุดิษฐ์ 2 รายชื่อแคนดิเดตหัวหน้าพรรค ยังเป็นเพียงกระแสข่าว (8 มิ.ย.62)คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย, พร้อมด้วย นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรค, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส. จังหวัดเชียงใหม่ และนายวรพล บวรลัทพล อดีตผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดนครราชสีมา เขต 11ร่วมงานอุปสมบทบุตรชายของนายนายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ส.ส. จังหวัดนคราชสีมา มีประชาชนเดินทางมาขอบคุณคุณหญิงสุดารัตน์ ที่ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและหาแนวทางแก้ไขการระบาดของหนอนข้าวโพด จากนั้นเดินทางมาที่ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อชมสินค้า OTOP และชมการนำข้าวมาผลิตเป็นยาฆ่าเชื้อรา ป้องกันโรครากเน่าโคนเน่า ใบไหม้ และโรคที่เกิดจากเชื้อรา   ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เพื่อไทยเป็นพรรคอันดับหนึ่งในการเลือกตั้ง แม้จะไม่สามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ ก็พร้อมทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าผู้นำฝ่ายค้านต้องเป็น ส.ส. และต้องไม่ใช่พรรคที่มีรัฐมนตรี หรือประธานและรองประธานสภา พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคอันดับหนึ่งต้องมีการหารือเพื่อเตรียมเลือกผู้นำฝ่ายค้านและต้องเป็นหัวหน้าพรรค ทำให้ต้องเลือกหัวหน้าพรรคใหม่รวมทั้งการปฏิรูปพรรคเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยด้วย พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในฐานะรัฐบาล หรือเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชนในฐานะฝ่ายค้านได้ ทั้งนี้ยังไม่มีการหารือกัน แต่เป็นเพียงแนวคิด พร้อมย้ำว่า พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค ทำหน้าที่ได้อย่างเข้มแข็ง แต่ต้องปรับเปลี่ยนเพราะเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามรายชื่อแคนดิเดตหัวหน้าพรรค คือ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และ น.อ.อ.อนุดิษฐ์ เป็นเพียงกระแสข่าว แต่ยังไม่มีการหารือกันในสมาชิกพรรคถึงผู้ที่มีความเหมาะสม    นอกจากนี้คุณหญิงสุดารัตน์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวการล้มดีลเก้าอี้รัฐมนตรีของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐว่า 5 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่ค่อยได้แก้ปัญหาให้กับประชาชนเท่าไหร่ ดังนั้นวันนี้จึงอยากให้คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน มากกว่าคำนึงถึงประโยชน์ของพรรคการเมือง หรือของกลุ่มการเมืองต่างๆ หาคนที่เหมาะสมมีความรู้ความเข้าใจในตำแหน่งนั้นๆ และคนนั้นจะต้องใจกว้างที่จะรับฟังปัญหาของประชาชนแล้วมาแก้ไขปัญหา ซึ่งตนติดตามข่าวเห็นว่าการต่อรองผลประโยชน์เหล่านี้มีมาร่วม 2-3 เดือนแล้ว อยากให้มาฟังเสียงของประชาชนบ้างว่าเดือดร้อนแค่ไหน อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ตนยังยืนยันว่าประชาชนกำลังลำบากเนื่องจากเศรษฐกิจในระดับฐานรากไม่ดี ประกอบกับสงครามการค้า และค่าเงินที่แข็งตัวทำให้การส่งออกซบเซา ทั้งยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งนี้คุณหญิงสุดารัตน์ เห็นว่านโยบายที่หาเสียงของพรรคแกนนำและพรรคร่วมรัฐบาลส่วนใหญ่เป็นการแจกเงิน แต่การใช้เงินควรใช้เพื่อสร้างรายได้ใหม่และกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ตนยังไม่เห็น จึงยังไม่สามารถคาดหวังการแก้ปัญหาเศรษฐกิจจากนโยบายเหล่านี้ ถ้ายังไม่ถูกปรับให้เหมาะสม เพราะหากนโยบายแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง 4-5 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจนน่าจะดีขึ้น ดังนั้นรัฐบาลชุดนี้เนื่องจากเป็นรัฐบาลที่ทำงานมาต่อเนื่อง ควรเอาบทเรียนในอดีตมาปรับเปลี่ยนวิธีแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อให้ทุกเม็ดเงินที่ลงไปสร้างรายได้ และทรัพย์สินใหม่ให้กับประชาชน เพื่อให้กระตุ้นเศรษฐกิจได้ แต่ทั้งนี้ยังเร็วไปที่จะพูดขอรอดูก่อนว่าจะรวมนโยบายของแต่ละพรรคเข้าด้วยกันอย่างไร เพราะถึงจะเป็นการแจกเงินเหมือนกัน แต่ก็แจกเงินคนละแบบ คนละวิธี   

 1,902
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
08 มิ.ย. 62

'สุดารัตน์' เตือนพรรครัฐบาล อย่ามัวต่อรองผลประโยชน์ เร่งแก้ปัญหาประชาชน

 คุณหญิงสุดารัตน์ เตือนพรรคพลังประชารัฐ และพรรคร่วม เร่งแก้ปัญหาประชาชน อย่ามัวแต่ต่อรองผลประโยชน์ แย้มปฏิรูปพรรคเพื่อไทย พร้อมเลือกกรรมการบริหารพรรค ระบุ สมพงษ์-อนุดิษฐ์ 2 รายชื่อแคนดิเดตหัวหน้าพรรค ยังเป็นเพียงกระแสข่าว (8 มิ.ย.62)คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย, พร้อมด้วย นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรค, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส. จังหวัดเชียงใหม่ และนายวรพล บวรลัทพล อดีตผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดนครราชสีมา เขต 11ร่วมงานอุปสมบทบุตรชายของนายนายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ส.ส. จังหวัดนคราชสีมา มีประชาชนเดินทางมาขอบคุณคุณหญิงสุดารัตน์ ที่ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและหาแนวทางแก้ไขการระบาดของหนอนข้าวโพด จากนั้นเดินทางมาที่ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อชมสินค้า OTOP และชมการนำข้าวมาผลิตเป็นยาฆ่าเชื้อรา ป้องกันโรครากเน่าโคนเน่า ใบไหม้ และโรคที่เกิดจากเชื้อรา   ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เพื่อไทยเป็นพรรคอันดับหนึ่งในการเลือกตั้ง แม้จะไม่สามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ ก็พร้อมทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าผู้นำฝ่ายค้านต้องเป็น ส.ส. และต้องไม่ใช่พรรคที่มีรัฐมนตรี หรือประธานและรองประธานสภา พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคอันดับหนึ่งต้องมีการหารือเพื่อเตรียมเลือกผู้นำฝ่ายค้านและต้องเป็นหัวหน้าพรรค ทำให้ต้องเลือกหัวหน้าพรรคใหม่รวมทั้งการปฏิรูปพรรคเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยด้วย พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในฐานะรัฐบาล หรือเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชนในฐานะฝ่ายค้านได้ ทั้งนี้ยังไม่มีการหารือกัน แต่เป็นเพียงแนวคิด พร้อมย้ำว่า พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค ทำหน้าที่ได้อย่างเข้มแข็ง แต่ต้องปรับเปลี่ยนเพราะเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามรายชื่อแคนดิเดตหัวหน้าพรรค คือ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และ น.อ.อ.อนุดิษฐ์ เป็นเพียงกระแสข่าว แต่ยังไม่มีการหารือกันในสมาชิกพรรคถึงผู้ที่มีความเหมาะสม    นอกจากนี้คุณหญิงสุดารัตน์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวการล้มดีลเก้าอี้รัฐมนตรีของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐว่า 5 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่ค่อยได้แก้ปัญหาให้กับประชาชนเท่าไหร่ ดังนั้นวันนี้จึงอยากให้คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน มากกว่าคำนึงถึงประโยชน์ของพรรคการเมือง หรือของกลุ่มการเมืองต่างๆ หาคนที่เหมาะสมมีความรู้ความเข้าใจในตำแหน่งนั้นๆ และคนนั้นจะต้องใจกว้างที่จะรับฟังปัญหาของประชาชนแล้วมาแก้ไขปัญหา ซึ่งตนติดตามข่าวเห็นว่าการต่อรองผลประโยชน์เหล่านี้มีมาร่วม 2-3 เดือนแล้ว อยากให้มาฟังเสียงของประชาชนบ้างว่าเดือดร้อนแค่ไหน อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ตนยังยืนยันว่าประชาชนกำลังลำบากเนื่องจากเศรษฐกิจในระดับฐานรากไม่ดี ประกอบกับสงครามการค้า และค่าเงินที่แข็งตัวทำให้การส่งออกซบเซา ทั้งยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งนี้คุณหญิงสุดารัตน์ เห็นว่านโยบายที่หาเสียงของพรรคแกนนำและพรรคร่วมรัฐบาลส่วนใหญ่เป็นการแจกเงิน แต่การใช้เงินควรใช้เพื่อสร้างรายได้ใหม่และกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ตนยังไม่เห็น จึงยังไม่สามารถคาดหวังการแก้ปัญหาเศรษฐกิจจากนโยบายเหล่านี้ ถ้ายังไม่ถูกปรับให้เหมาะสม เพราะหากนโยบายแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง 4-5 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจนน่าจะดีขึ้น ดังนั้นรัฐบาลชุดนี้เนื่องจากเป็นรัฐบาลที่ทำงานมาต่อเนื่อง ควรเอาบทเรียนในอดีตมาปรับเปลี่ยนวิธีแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อให้ทุกเม็ดเงินที่ลงไปสร้างรายได้ และทรัพย์สินใหม่ให้กับประชาชน เพื่อให้กระตุ้นเศรษฐกิจได้ แต่ทั้งนี้ยังเร็วไปที่จะพูดขอรอดูก่อนว่าจะรวมนโยบายของแต่ละพรรคเข้าด้วยกันอย่างไร เพราะถึงจะเป็นการแจกเงินเหมือนกัน แต่ก็แจกเงินคนละแบบ คนละวิธี   

 1,902
การเมือง
23 พ.ค. 62

'ปิยบุตร' ยัน กม.ไม่ห้ามพรรคการเมืองกู้เงิน เปิด พรป.ปี 60 ไม่เปิดช่องพรรคกู้เงิน

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีพรรคอนาคตใหม่กู้จากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคว่า เราศึกษากฎหมายทั้งหมดพบว่าพรรคการเมืองในต่างประเทศเป็นหนี้ธนาคารเต็มไปหมด ดังนั้น พรรคการเมืองกับการกู้เงินจึงเป็นเรื่องปกติ ประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมรายได้ของพรรคอยู่ แต่เงินกู้ไม่มีระบุไว้   พรรคการเมืองถือเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายเอกชน ไม่มีกฎหมายเขียนไว้ว่าห้ามพรรคการเมืองกู้เงิน เมื่อไม่เขียนสามารถทำได้ จากการตรวจสอบพรรคการเมืองหลายๆพรรคในไทยก็กู้เงิน เช่น ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนา ประชาธิปัตย์ และประชาธิปไตยใหม่ มีเอกสารยืนยัน กรณีนี้ไม่ใช่นายธนาธรครอบงำพรรค แต่มีสถานภาพที่ให้กู้เงินได้ อย่าจับจ้องการใช้เงินของพรรคเราเพียงอย่างเดียว ขอให้ไปตรวจสอบพรรคอื่นด้วยว่ามีการใช้เงินหรือที่มาของเงินอย่างไร   อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบกฎหมายพรรคการเมืองพบว่า เรื่องเงิน รายได้ และการใช้จ่ายเงินของพรรคการเมือง ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2550 กับ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 เขียนไว้ต่างกัน   โดยปี 2550 มาตรา 53(7) ได้กำหนดให้มีรายได้อื่น พรรคจึงอาจมีรายได้จากการกู้ยืมเงินได้ และที่ผ่านมาก็มีบางพรรคการเมืองกู้ยืมเงินโดยอาศัย บทบัญญัติมาตราดังกล่าว ในการหารายได้ แต่ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 62 ไม่ได้มีบทบัญญัติเรื่องรายได้อื่นแล้ว พรรคจึงไม่อาจกู้ยืมเงินมาเป็นรายได้ได้อีก   อนึ่ง การใช้จ่ายเงินของพรรคการเมือง ในการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองตามมาตรา 87 ประกอบมาตรา 62 วรรคท้าย พรรคต้องใช้จ่ายจากเงินและทรัพย์สินของพรรคการเมืองเท่านั้น ทั้งนี้ เงินหรือทรัพย์สินของพรรคการเมือง มีที่มาจากรายได้ของพรรคการเมืองตาม มาตรา 62 ถ้าไม่ใช่รายได้ของพรรคการเมือง ตามมาตรา 62 จะถือเป็นเงินหรือทรัพย์สินของพรรคการเมืองไม่ได้ เมื่อไม่เป็นเงินหรือ ทรัพย์สินของพรรคการเมือง พรรคจะใช้จ่ายเงินนอกเหนือจากเงินหรือทรัพย์สินของพรรคการเมืองไม่ได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ciJSNC4ZSz0

 1,291

Top