ค้นหา :

ผลการค้นหา "พรรคการเมือง"

การเมือง
01 ส.ค. 62

กกต.ร่อนเอกสารตอบ 'ธนาธร' ปิดทางไม่ให้ใช้โซเชียลระดมทุนพรรคการเมือง

วันที่ 1 ส.ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เผยแพร่เอกสาร ตอบข้อซักถามของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กรณีขอหารือ ว่าพรรคการเมืองสามารถกำหนดใช้เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และ โซเชียลมีเดีย เป็นสถานที่ระดมทุนพรรคการเมืองได้หรือไม่นั้น   โดย กกต. ยืนยันว่าพรรคการเมือง ไม่สามารถกำหนดให้ "เว็บไซต์" หรือ เฟซบุ๊ก ของพรรคการเมือง หรือช่องทางการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต เป็นสถานที่ที่พรรคการเมืองเห็นสมควร กำหนดให้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคการเมืองได้   ทั้งนี้เนื่องจากระเบียบกกต.ว่าด้วยการเลือกตั้งพรรคการเมืองปี 2560 ข้อ 39 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า สถานที่จัดกิจกรรมระดมทุน ได้แก่ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่พรรคการเมือง สาขาพรรคการเมือง สถานที่ทำการตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด หรือสถานที่พรรคการเมืองเห็นสมควร    นอกจากนี้ยังตอบคำถามของพรรคอนาคตใหม่ ยืนยันว่าพรรคไม่สามารถเรียกร้องค่าตอบแทนจากภาคเอกชน ที่พรรคอนุญาตให้ใช้ภาพเครื่องหมายของพรรคการเมือง หรือ โลโก้พรรค นำไปติดอยู่กับสินค้า หรือนำไปผลิตสินค้าในนามของเอกชนอื่น   ซึ่งไม่ถือเป็นรายได้ของพรรคการเมืองจากการขายสินค้าหรือบริการ และไม่สามารถหารายได้จากการรับค่าสปอนเซอร์จากเอกชน ที่นำโลโก้ไปใช้ในการโฆษณาสินค้าได้ เนื่องจากรายได้ดังกล่าวนั้นไม่ถือเป็นรายได้ของพรรคการเมืองที่อาจมีได้ตามมาตรา 62 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองปี 2560    ทั้งนี้ กกต.ไม่ได้ตอบคำถามเรื่องข้อกำหนดที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 101 วงเล็บหนึ่งที่บัญญัติว่าสมาชิกภาพ ส.ส. สิ้นสุดลงเมื่อกระทำอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 184 หรือ 185 ในหมวดการกัดกันแห่งผลประโยชน์ว่าคำว่า "คู่สมรส" นั้นหมายถึงสามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย และรวมถึงสามีภรรยาที่อยู่กินกันฉันสามีภริยามา   โดยไม่จดทะเบียนสมรสด้วยหรือไม่ โดยชี้แจงว่าเป็นข้อซักถามที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย กกต.ฉบับปัจจุบัน เนื่องจากไม่เข้าลักษณะข้อสอบถามเกี่ยวกับการปฎิบัติการให้ถูกต้องตามกฏหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และพรรคการเมืองหรือข้อกำหนดระเบียบหรือประกาศของ กกต.    

 3,463
การเมือง
01 ส.ค. 62

'กอบศักดิ์' มั่นใจ ครม.เศรษฐกิจ เหมาะกับรัฐบาลผสมหลายพรรค

(1 ส.ค. 62) นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในบ่ายวันนี้จะหารือกับสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เเละสภาพัฒนาเศรษฐกิจเเละสังคมเเห่งชาติ หารือเเนวทางการทำงานเเละปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อบันจุเป็นวาระการประชุม ครม.เศรษฐกิจที่คาดว่าจะมีขึ้นวันจันทร์หน้า ตนเอง มองว่าการที่นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธาน ครม.เศรษฐกิจเป็นเรื่องที่ดี ในยุคของรัฐบาลผสม ซึ่งมี3พรรคดูเเล3กระทรวงหลักสำคัญ ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดย พรรคพลังประชารัฐดูเเลกนะทรวงการคลัง ประชาธิปัตย์ดูเเลกระทรวงพาณิชย์ เเละภูมิใจไทยดูเเลกระทรวงการคมนาคม เเละกระทรวงการท่องเที่ยวเเละกีฬา ไม่มีใครเป็นผู้รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจ ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มานั่งเป็นประธานถือเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงทุกฝ่าย ให้มาพูดคุยหารือเเนวทางการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน    นายกอบศักดิ์ ยังพูดถึงกรณีที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้วิพากษ์วิจารณ์ว่า ครม.เศรษฐกิจ ของพล.อ.ประยุทธ์ จะไม่สามารถเเก้ไขปัญหาอะไรได้ โดยย้ำว่า ครม.เศรษฐกิจ เป็นกลไกหนึ่ง ในการกลั่นกรองเเละประสานงาน ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ที่ดูเเลกระทรวงสำคัญ ถือเป็นทางออกที่ดีในการบริหารประเทศ เเละเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีการตั้ง ครม.เศรษฐกิจมาทุกรัฐบาล    ข่าวที่เกี่ยวข้อง 'บิ๊กตู่' นั่งหัวเรือทีมเศรษฐกิจ ยันไม่เคยพูดดูถูก คนจนไม่เสียภาษี   ;  

 446
การเมือง
31 ก.ค. 62

ประชาธิปัตย์แชมป์!! กกต. เผย ยอดบริจาคภาษีของประชาชนให้พรรคการเมือง

ประชาธิปัตย์แชมป์!! กกต. เผย ยอดบริจาคภาษีของประชาชนให้พรรคการเมือง 5.2 ล้าน 33 พรรคการเมือง ประชาธิปัตย์ครองแชมป์ ได้มากสุด 4 ล้านบาท เพื่อไทย 8 แสน น้อยสุดพรรคผึ้งหลวง ได้ 400 บาท   วันทที่ 31 ก.ค. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เปิดเผยยอดเงินจากการบริจาคภาษีของประชาชนกับ บรรดาพรรคการเมือง จากการจัดสรรงบอุดหนุนพรรคการเมือง ประจำปี 2562 จำนวน 77 พรรคการเมือง ในวงเงิน 117,700,603.74 ล้านบาท โดยพบว่าเงินอุดหนุน ส่วนหนึ่งมาตากการบริจาคภาษีของประชาชนให้กับพรรคการเมืองประจำปี 2560 รวม 33 พรรคการเมือง จำนวน 5,200,000 บาท    โดย - พรรคประชาธิปัตย์ได้รับบริจาคภาษีมากที่สุด 4,080,500 บาท - รองลงมาเป็นพรรคเพื่อไทย ได้รับเงินภาษีบริจาค 812,100 บาท  - อันดับ3 พรรคเสรีรวมไทย 83,900บาท  - โดยพรรคที่ได้รับบริจาคน้อยที่สุดคือพรรคผึ้งหลวง เพียง 400 บาท         

 529
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.ค. 62

'ดีดีบินไทย' ปราม 'แอร์-สจ๊วต' เซลฟี่ 'ธนาธร' ย้ำชัด "เราทำงานอย่างเป็นกลาง"

หลังมีภาพข่าวพนักงานการบินไทย ถ่ายรูปกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ขณะปฏิบัติหน้าที่ แล้วโพสต์ลงสื่อโซเชียล จนส่งผลให้มีกระแสวิพากษ์ วิจารณ์ในวงกว้าง ด้านกรรมการผู้อำนวยการบินไทย ทำคลิปยืนยันความเป็นกลาง พร้อมขอความร่วมมือพนักงานระมัดระวังการโพสต์ภาพ และข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ หวั่นถูกนำไปเป็นเครื่องมือสร้างกระแสเสียหายต่อองค์กร       นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวที่เผยแพร่ในสังคมออนไลน์ทำให้มีผลกระทบต่อองค์กร ตนเองรู้สึกไม่สบายใจ จึงอยากขอความร่วมมือกับพนักงานทุกคนว่าบริษัทการบินไทยเป็นรัฐวิสาหกิจ เป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางกับทุกๆ เรื่อง       ดังนั้นพนักงานของการบินไทยถือเป็นตัวแทนขององค์กร เมื่อไหร่ก็ตามที่อยู่ในเครื่องแบบ มีสัญลักษณ์ หรืออยู่ในสถานที่ขององค์กรของเรา โปรดระลึกอยู่เสมอว่าการกระทำทุกอย่าง ถือเป็นตัวแทนขององค์กร ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านมีการถ่ายภาพ หรือข้อความอื่นใดที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติหน้าที่ และสื่อสารกันในสังคมออนไลน์ให้ระวัง เพราะสิ่งที่ทำออกไปด้วยเจตนาปกติ ไม่มีวาระอื่น อาจถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างกระแส ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่เสียหายกับองค์กร ทั้งที่ไม่ใช่เจตนาของพวกเรา      จึงอยากจะฝากเพื่อนพนักงานทุกๆคน ในการทำงานของพวกเรา เราทำงานด้วยความซื่อสัตย์ เราทำงานด้วยความเป็นมืออาชีพ เราทำงานอย่างเป็นกลาง ทุกๆครั้งที่ทำงานอะไรออกไป ให้พึงระลึกเสมอว่าสิ่งที่ทำนอกเหนือออกไปจากที่ปฏิบัติอาจจะส่งผลกระทบต่อตัวท่าน กับองค์กร หรืออื่นใด ขอให้ระมัดระวังในการกระทำ     ผมเชื่อว่าทุกท่านทำได้ พวกเรายื่นหยัดอยู่แบบนี้มาปีนี้เป็นปีที่ 59 ดังนั้นให้พึงระลึกเสมอว่าเมื่ออยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ขอให้ทำงานอย่างมืออาชีพ ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม และลูกค้าเป็นศูนย์กลางของการทำงาน พวกเราจะทำงานไปด้วยกัน และจะเป็นสิ่งที่พวกเราทำงานได้ตลอดไป One TG นะครับ     ขอขอบคุณคลิปจาก ฝ่ายภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร BKKD4      

 7,085
การเมือง
08 มิ.ย. 62

'สุดารัตน์' เตือนพรรครัฐบาล อย่ามัวต่อรองผลประโยชน์ เร่งแก้ปัญหาประชาชน

 คุณหญิงสุดารัตน์ เตือนพรรคพลังประชารัฐ และพรรคร่วม เร่งแก้ปัญหาประชาชน อย่ามัวแต่ต่อรองผลประโยชน์ แย้มปฏิรูปพรรคเพื่อไทย พร้อมเลือกกรรมการบริหารพรรค ระบุ สมพงษ์-อนุดิษฐ์ 2 รายชื่อแคนดิเดตหัวหน้าพรรค ยังเป็นเพียงกระแสข่าว (8 มิ.ย.62)คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย, พร้อมด้วย นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรค, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส. จังหวัดเชียงใหม่ และนายวรพล บวรลัทพล อดีตผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดนครราชสีมา เขต 11ร่วมงานอุปสมบทบุตรชายของนายนายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ส.ส. จังหวัดนคราชสีมา มีประชาชนเดินทางมาขอบคุณคุณหญิงสุดารัตน์ ที่ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและหาแนวทางแก้ไขการระบาดของหนอนข้าวโพด จากนั้นเดินทางมาที่ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อชมสินค้า OTOP และชมการนำข้าวมาผลิตเป็นยาฆ่าเชื้อรา ป้องกันโรครากเน่าโคนเน่า ใบไหม้ และโรคที่เกิดจากเชื้อรา   ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เพื่อไทยเป็นพรรคอันดับหนึ่งในการเลือกตั้ง แม้จะไม่สามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ ก็พร้อมทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าผู้นำฝ่ายค้านต้องเป็น ส.ส. และต้องไม่ใช่พรรคที่มีรัฐมนตรี หรือประธานและรองประธานสภา พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคอันดับหนึ่งต้องมีการหารือเพื่อเตรียมเลือกผู้นำฝ่ายค้านและต้องเป็นหัวหน้าพรรค ทำให้ต้องเลือกหัวหน้าพรรคใหม่รวมทั้งการปฏิรูปพรรคเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยด้วย พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในฐานะรัฐบาล หรือเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชนในฐานะฝ่ายค้านได้ ทั้งนี้ยังไม่มีการหารือกัน แต่เป็นเพียงแนวคิด พร้อมย้ำว่า พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค ทำหน้าที่ได้อย่างเข้มแข็ง แต่ต้องปรับเปลี่ยนเพราะเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามรายชื่อแคนดิเดตหัวหน้าพรรค คือ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และ น.อ.อ.อนุดิษฐ์ เป็นเพียงกระแสข่าว แต่ยังไม่มีการหารือกันในสมาชิกพรรคถึงผู้ที่มีความเหมาะสม    นอกจากนี้คุณหญิงสุดารัตน์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวการล้มดีลเก้าอี้รัฐมนตรีของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐว่า 5 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่ค่อยได้แก้ปัญหาให้กับประชาชนเท่าไหร่ ดังนั้นวันนี้จึงอยากให้คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน มากกว่าคำนึงถึงประโยชน์ของพรรคการเมือง หรือของกลุ่มการเมืองต่างๆ หาคนที่เหมาะสมมีความรู้ความเข้าใจในตำแหน่งนั้นๆ และคนนั้นจะต้องใจกว้างที่จะรับฟังปัญหาของประชาชนแล้วมาแก้ไขปัญหา ซึ่งตนติดตามข่าวเห็นว่าการต่อรองผลประโยชน์เหล่านี้มีมาร่วม 2-3 เดือนแล้ว อยากให้มาฟังเสียงของประชาชนบ้างว่าเดือดร้อนแค่ไหน อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ตนยังยืนยันว่าประชาชนกำลังลำบากเนื่องจากเศรษฐกิจในระดับฐานรากไม่ดี ประกอบกับสงครามการค้า และค่าเงินที่แข็งตัวทำให้การส่งออกซบเซา ทั้งยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งนี้คุณหญิงสุดารัตน์ เห็นว่านโยบายที่หาเสียงของพรรคแกนนำและพรรคร่วมรัฐบาลส่วนใหญ่เป็นการแจกเงิน แต่การใช้เงินควรใช้เพื่อสร้างรายได้ใหม่และกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ตนยังไม่เห็น จึงยังไม่สามารถคาดหวังการแก้ปัญหาเศรษฐกิจจากนโยบายเหล่านี้ ถ้ายังไม่ถูกปรับให้เหมาะสม เพราะหากนโยบายแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง 4-5 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจนน่าจะดีขึ้น ดังนั้นรัฐบาลชุดนี้เนื่องจากเป็นรัฐบาลที่ทำงานมาต่อเนื่อง ควรเอาบทเรียนในอดีตมาปรับเปลี่ยนวิธีแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อให้ทุกเม็ดเงินที่ลงไปสร้างรายได้ และทรัพย์สินใหม่ให้กับประชาชน เพื่อให้กระตุ้นเศรษฐกิจได้ แต่ทั้งนี้ยังเร็วไปที่จะพูดขอรอดูก่อนว่าจะรวมนโยบายของแต่ละพรรคเข้าด้วยกันอย่างไร เพราะถึงจะเป็นการแจกเงินเหมือนกัน แต่ก็แจกเงินคนละแบบ คนละวิธี   

 1,813
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
08 มิ.ย. 62

'สุดารัตน์' เตือนพรรครัฐบาล อย่ามัวต่อรองผลประโยชน์ เร่งแก้ปัญหาประชาชน

 คุณหญิงสุดารัตน์ เตือนพรรคพลังประชารัฐ และพรรคร่วม เร่งแก้ปัญหาประชาชน อย่ามัวแต่ต่อรองผลประโยชน์ แย้มปฏิรูปพรรคเพื่อไทย พร้อมเลือกกรรมการบริหารพรรค ระบุ สมพงษ์-อนุดิษฐ์ 2 รายชื่อแคนดิเดตหัวหน้าพรรค ยังเป็นเพียงกระแสข่าว (8 มิ.ย.62)คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย, พร้อมด้วย นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรค, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส. จังหวัดเชียงใหม่ และนายวรพล บวรลัทพล อดีตผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดนครราชสีมา เขต 11ร่วมงานอุปสมบทบุตรชายของนายนายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ส.ส. จังหวัดนคราชสีมา มีประชาชนเดินทางมาขอบคุณคุณหญิงสุดารัตน์ ที่ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและหาแนวทางแก้ไขการระบาดของหนอนข้าวโพด จากนั้นเดินทางมาที่ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อชมสินค้า OTOP และชมการนำข้าวมาผลิตเป็นยาฆ่าเชื้อรา ป้องกันโรครากเน่าโคนเน่า ใบไหม้ และโรคที่เกิดจากเชื้อรา   ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เพื่อไทยเป็นพรรคอันดับหนึ่งในการเลือกตั้ง แม้จะไม่สามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ ก็พร้อมทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าผู้นำฝ่ายค้านต้องเป็น ส.ส. และต้องไม่ใช่พรรคที่มีรัฐมนตรี หรือประธานและรองประธานสภา พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคอันดับหนึ่งต้องมีการหารือเพื่อเตรียมเลือกผู้นำฝ่ายค้านและต้องเป็นหัวหน้าพรรค ทำให้ต้องเลือกหัวหน้าพรรคใหม่รวมทั้งการปฏิรูปพรรคเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยด้วย พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในฐานะรัฐบาล หรือเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชนในฐานะฝ่ายค้านได้ ทั้งนี้ยังไม่มีการหารือกัน แต่เป็นเพียงแนวคิด พร้อมย้ำว่า พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค ทำหน้าที่ได้อย่างเข้มแข็ง แต่ต้องปรับเปลี่ยนเพราะเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามรายชื่อแคนดิเดตหัวหน้าพรรค คือ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และ น.อ.อ.อนุดิษฐ์ เป็นเพียงกระแสข่าว แต่ยังไม่มีการหารือกันในสมาชิกพรรคถึงผู้ที่มีความเหมาะสม    นอกจากนี้คุณหญิงสุดารัตน์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวการล้มดีลเก้าอี้รัฐมนตรีของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐว่า 5 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่ค่อยได้แก้ปัญหาให้กับประชาชนเท่าไหร่ ดังนั้นวันนี้จึงอยากให้คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน มากกว่าคำนึงถึงประโยชน์ของพรรคการเมือง หรือของกลุ่มการเมืองต่างๆ หาคนที่เหมาะสมมีความรู้ความเข้าใจในตำแหน่งนั้นๆ และคนนั้นจะต้องใจกว้างที่จะรับฟังปัญหาของประชาชนแล้วมาแก้ไขปัญหา ซึ่งตนติดตามข่าวเห็นว่าการต่อรองผลประโยชน์เหล่านี้มีมาร่วม 2-3 เดือนแล้ว อยากให้มาฟังเสียงของประชาชนบ้างว่าเดือดร้อนแค่ไหน อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ตนยังยืนยันว่าประชาชนกำลังลำบากเนื่องจากเศรษฐกิจในระดับฐานรากไม่ดี ประกอบกับสงครามการค้า และค่าเงินที่แข็งตัวทำให้การส่งออกซบเซา ทั้งยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งนี้คุณหญิงสุดารัตน์ เห็นว่านโยบายที่หาเสียงของพรรคแกนนำและพรรคร่วมรัฐบาลส่วนใหญ่เป็นการแจกเงิน แต่การใช้เงินควรใช้เพื่อสร้างรายได้ใหม่และกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ตนยังไม่เห็น จึงยังไม่สามารถคาดหวังการแก้ปัญหาเศรษฐกิจจากนโยบายเหล่านี้ ถ้ายังไม่ถูกปรับให้เหมาะสม เพราะหากนโยบายแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง 4-5 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจนน่าจะดีขึ้น ดังนั้นรัฐบาลชุดนี้เนื่องจากเป็นรัฐบาลที่ทำงานมาต่อเนื่อง ควรเอาบทเรียนในอดีตมาปรับเปลี่ยนวิธีแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อให้ทุกเม็ดเงินที่ลงไปสร้างรายได้ และทรัพย์สินใหม่ให้กับประชาชน เพื่อให้กระตุ้นเศรษฐกิจได้ แต่ทั้งนี้ยังเร็วไปที่จะพูดขอรอดูก่อนว่าจะรวมนโยบายของแต่ละพรรคเข้าด้วยกันอย่างไร เพราะถึงจะเป็นการแจกเงินเหมือนกัน แต่ก็แจกเงินคนละแบบ คนละวิธี   

 1,813
การเมือง
23 พ.ค. 62

'ปิยบุตร' ยัน กม.ไม่ห้ามพรรคการเมืองกู้เงิน เปิด พรป.ปี 60 ไม่เปิดช่องพรรคกู้เงิน

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีพรรคอนาคตใหม่กู้จากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคว่า เราศึกษากฎหมายทั้งหมดพบว่าพรรคการเมืองในต่างประเทศเป็นหนี้ธนาคารเต็มไปหมด ดังนั้น พรรคการเมืองกับการกู้เงินจึงเป็นเรื่องปกติ ประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมรายได้ของพรรคอยู่ แต่เงินกู้ไม่มีระบุไว้   พรรคการเมืองถือเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายเอกชน ไม่มีกฎหมายเขียนไว้ว่าห้ามพรรคการเมืองกู้เงิน เมื่อไม่เขียนสามารถทำได้ จากการตรวจสอบพรรคการเมืองหลายๆพรรคในไทยก็กู้เงิน เช่น ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนา ประชาธิปัตย์ และประชาธิปไตยใหม่ มีเอกสารยืนยัน กรณีนี้ไม่ใช่นายธนาธรครอบงำพรรค แต่มีสถานภาพที่ให้กู้เงินได้ อย่าจับจ้องการใช้เงินของพรรคเราเพียงอย่างเดียว ขอให้ไปตรวจสอบพรรคอื่นด้วยว่ามีการใช้เงินหรือที่มาของเงินอย่างไร   อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบกฎหมายพรรคการเมืองพบว่า เรื่องเงิน รายได้ และการใช้จ่ายเงินของพรรคการเมือง ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2550 กับ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 เขียนไว้ต่างกัน   โดยปี 2550 มาตรา 53(7) ได้กำหนดให้มีรายได้อื่น พรรคจึงอาจมีรายได้จากการกู้ยืมเงินได้ และที่ผ่านมาก็มีบางพรรคการเมืองกู้ยืมเงินโดยอาศัย บทบัญญัติมาตราดังกล่าว ในการหารายได้ แต่ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 62 ไม่ได้มีบทบัญญัติเรื่องรายได้อื่นแล้ว พรรคจึงไม่อาจกู้ยืมเงินมาเป็นรายได้ได้อีก   อนึ่ง การใช้จ่ายเงินของพรรคการเมือง ในการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองตามมาตรา 87 ประกอบมาตรา 62 วรรคท้าย พรรคต้องใช้จ่ายจากเงินและทรัพย์สินของพรรคการเมืองเท่านั้น ทั้งนี้ เงินหรือทรัพย์สินของพรรคการเมือง มีที่มาจากรายได้ของพรรคการเมืองตาม มาตรา 62 ถ้าไม่ใช่รายได้ของพรรคการเมือง ตามมาตรา 62 จะถือเป็นเงินหรือทรัพย์สินของพรรคการเมืองไม่ได้ เมื่อไม่เป็นเงินหรือ ทรัพย์สินของพรรคการเมือง พรรคจะใช้จ่ายเงินนอกเหนือจากเงินหรือทรัพย์สินของพรรคการเมืองไม่ได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ciJSNC4ZSz0

 1,188
เศรษฐกิจ
15 พ.ค. 62

'สมคิด' รับ เศรษฐกิจชะลอตัว จากสงครามการค้า-การเมืองไม่ชัดเจน

สมคิด รับ เศรษฐกิจชะลอตัว จากสงครามการค้า-การเมืองไม่ชัดเจน แต่ไม่กังวล เชื่อการเมืองมีรัฐบาล ทุกอย่างจะดีขึ้น แนะเอกชนปรับตัว รองรับการเปลี่ยนแปลง   ในงาน Exponentail Manufacturing Thailand นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ดี แต่ไส้ในกลับไม่ใช่ ซึ่งไทยอยากเป็นประเทศที่มีอิสระเสรี แต่กลับไม่มีความรับผิดชอบ ดังนั้นส่วนต้วจึงต้องการให้เกิดความชัดเจนทางการเมืองให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจได้รับผลกระทบ ไม่ว่าพรรคไหนจะมาเป็นรัฐบาลก็ตาม เพราะตั้งแต่มีการเลือกตั้งมา ยังไม่มีรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ทำให้การทำงานของรัฐก็ล่าช้า ภาคเอกชนก็เกิดความไม่มั่นใจในการเข้ามาลงทุน เพราะการเมืองไทยยังไม่เกิดความชัดเจน ประกอบกับการเกิดสงครามการค้าด้านภาษีระหว่างสหรัฐและจีน ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยทั้งหมดอาจจะพัฒนาไปสู่ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ ทั่วโลกจะได้รับผลกระทบ รวมถึงไทยด้วย โดยเฉพาะการส่งออก ซึ่งไทยนับว่าถูกกระทบทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก    อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามประคับประคองเศรษฐกิจ ให้สามารถเดินต่อไปได้ระยะหนึ่ง ดังนั้นจึงไม่มีความกังวลใดๆ เพราะเชื่อว่าหากไทยมีรัฐบาลเมื่อไร สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจจะดีขึ้นเอง แต่ทุกฝ่ายจะต้องเร่งพัฒนาตัวเอง โดยเฉพาะภาคเอกชนต้องปรับปรุงภาคการผลิตในอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่เป็นที่ต้องการของโลก โดยเฉพาะการเเพิ่มมูลค่าสินค้่าเกษตร และอุตสาหกรรมที่เป็นที่ต้องการของตลาด ด้วยการสร้างผู้ประกอบการใหม่ๆ ขนาดเล็กให้มากขึ้น พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาผสมผสาน 

 3,355
การเมือง
13 พ.ค. 62

'เสรีพิศุทธ์' พร้อมมอบตำแหน่งนายกฯ ให้ 'เสี่ยหนู-มาร์ค' หากร่วมฝ่ายประชาธิปไตย เชื่อ 'เพื่อไทย' ไฟเขียว

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นำส.ส. ของพรรรคเดินทางมารับเอกสารรับรองการเป็น ส.ส. โดยระบุว่าพรรคยังอยู่กับฝ่ายประชาธิปไตย และขอเชิญชวนพรรคที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะอยู่ฝ่ายไหน ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ซึ่งถ้าหากทั้งสองพรรคมาร่วมพรรคฝ่ายประชาธิปไตย มั่นใจว่า พรรคเพื่อไทยจะยกตำแหน่งสำคัญให้ทั้งสองพรรค และหากนายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยากเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคเสรีรวมไทยก็พร้อมสนับสนุน หรือไม่ก็เอาตำแหน่งของตนเองไปเลย และเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยยอมรับได้ ซึ่งตนเองจะเป็นตัวกลางในการเดินหน้าประสานงานพูดคุยให้ทั้งสองพรรคมาร่วมฝ่ายประชาธิปไตย    พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ยังขอให้ กกต. นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขต 1 จังหวัดนครปฐม เนื่องจากเห็นว่าการนับคะแนนของ กกต. ไม่มีความรอบคอบ นับใหม่ก็มีคะแนนไม่ตรงกัน นอกจากนี้ยังของให้ยกเลิกมติคณะกรรมการการเลือกตั้งที่สั่งให้นายณัฑฐภณ ฉิมอินทร์ ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคขาดคุณสมบัติด้วย เนื่องจากเคยถูกให้พ้นจากราชการ เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริต หรือประพฤติมิชอบในวงราชการ ทั้งที่คดีดังกล่าวศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิพากษายกฟ้องแล้ว และคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ยังไม่ถึงที่สุด จึงไม่เป็นธรรมกับผู้สมัคร และพรรคเสรรวมไทย จึงส่งผลให้คะแนนรวมของพรรคลดลง และ ส.ส. บัญชีรายชื่อหายไป 1 คน ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรม พร้อมไม่เห็นด้วยกับการที่ กกต. ให้ ส.ส. กับพรรคที่มีคะแนนต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ย    นอกจากนี้ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ยังเดินทางมายื่นเอกสารขอคัดลอกสำเนา กรณีที่ตนเองถูกร้องเรียนให้ตรวจสอบเรื่องคุณสมบัติต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์สมัครเป็น ส.ส. เนื่องจากเคยถูกให้พ้นจากราชการ เนื่องจากไม่มั่นใจว่ามีผู้มาร้องเรื่องดังกล่าวจริงหรือไม่ หากจริงก็จะใช้สิทธิ์นำเสนอข่าวโต้กลับ และดำเนินคดีอาญากับผู้ร้องตามกฎหมายต่อไป ซึ่งตนเองไม่กังวลในกรณีดังกล่าว เนื่องจากว่าการถูกพ้นจากราชการนั้น เกิดจากการถูกกลั่นแกล้ง และเมื่อสอบสวนไปแล้วตนเองไม่มีความผิดจริง ก็ได้กลับเข้าสู่ราชการ คำสั่งต่างๆก็ถือว่ายกเลิกหมด

 14,389
การเมือง
15 มี.ค. 62

นายกฯ ส่งสารถึงทุกพรรคการเมือง ชี้หาเสียงนโยบายต้องทำได้ และต้องแจงที่มางบอย่างชัดเจน

นายกรัฐมนตรี ส่งสารถึงทุกพรรคการเมือง ในการหาเสียงทุกนโยบาย ที่ต้องใช้งบประมาณรัฐจำนวนมาก ต้องแจงที่มาของรายได้ให้ชัดเจน และไม่กระทบกับวินัยการเงินการคลัง เพราะหากรัฐบาลไม่สามารถหารายได้เพิ่มจะทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ไม่ได้ ขอประชาขนเลือกนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีที่มีธรรมาภิบาล   (15 มี.ค.62) พล. อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ส่งสารถึงพรรคการเมือง เกี่ยวกับการหาเสียงของทุกพรรคกในการชูนโยบายว่า จะดำเนินการใดๆ ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณรัฐจำนวนมาก บางเรื่องอาจกระทบต่อภาค ส่วนต่าง ๆ ทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจ เอกชน รวมถึงภาครัฐ เช่น ด้านการศึกษา สวัสดิการ การข้ึนค่าแรง ดังนั้นขอยืนยันว่าทุกรัฐบาลจะต้องดำเนินการภายใต้ระเบียบ วิธีการ กฎหมายด้านงบประมาณ การเงิน การคลัง และกฎหมายอื่น ๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำได้ มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับรายได้และสัดส่วนงบประมาณโดยรวมของรัฐ มีทางเดียวที่จะทำได้ ตามที่หลายพรรคการเมืองหาเสียงไว้คือ รัฐต้องมีรายได้เพิ่มมากข้ึนจากการจัดเก็บภาษีทั้งทางตรง ทางอ้อม กำไรและรายไดข้องรัฐวิสาหกิจ ค่าธรรมเนียมและรายได้อื่นๆ เพิ่มจำนวน นักท่องเที่ยวมาไทยให้มากขึ้น และหากงบประมาณไม่เพียงพอก็ต้องกู้เงินซึ่งจะต้องคำนึงถึง หนี้สาธารณะที่จะเพิ่มขึ้นด้วยย    การขึ้นค่าแรงก็ต้องไม่กระทบต่อการลงทุน การย้ายฐานการผลิตการลงมุน ขณะที่เรากำลังเร่งรัดการลงทุนในพื้นที่เศรษฐกิจต่าง ๆ เพื่อเพิ่มรายได้ของรัฐ และเพิ่มการดูแลสวัสดิการให้กับประชาชน ซึ่งหากรัฐหารายได้มากไม่เพียงพอ ก็จะไม่สามารถทำตามนโยบายที่หลายพรรคการเมืองหาเสียงไว้ได้ ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ว่านายกรัฐมนตรี และรัฐบาลจะเป็นใครพรรคใด จะต้องมี ธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน อัน ได้แก่หลักคุณธรรม ความโปร่งใส มีส่วนร่วม รับผิดชอบ ความคุ้มค่าเราควรต้องได้นายกรัฐมนตรีที่มีธรรมาภิบาล บริหาร ราชการอยู่ในกฎระเบียบ กติกา กฎหมาย และการจะดำเนินโครงการใดๆ จะต้องชี้แจงงบประมาณ ว่ามาจากที่ใด และอยู่ในวินัยการเงินการคลังหรือไม่ และรัฐบาลจะต้องดูแลประชาชนทุกภาคส่วนอย่างงทั่วถึง    อย่างไรก็ตามก่อนที่นายกรัฐมนตรี จะส่งสารถึงทุกพรรคการเมือง ได้เป็นประธานการประชุมบอร์ดบีโอไอ ซึ่งระหว่างรอประชุม นายกรัฐมนตรี ได้พูดคุย กับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ขณะที่หลังประชุมนายกรัฐมนตรีได้เดินขึ้นตึกบัญชาการด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม  

 12,215
การเมือง
22 ก.พ. 62

เตรียมชม!! กกต. จัดดีเบต 54 พรรคการเมือง เริ่ม 15 - 21 มี.ค. นี้

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จัดประชุมพรรคการเมือง จับสลากเลือกคำถามประชันนโยบายบริหารประเทศ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ดีเบต โดย นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. เป็นประธาน จับสสากประเภทคำถาม ซึ่งแบ่งเป็น 6 นโยบาย จากพรรคการเมืองที่แจ้งความประสงค์มายัง กกต.ทั้งสิ้น 54 พรรค แต่ไม่มีพรรคคการเมืองใดจับสลากได้ในนโยบายด้านสาธารณสุข ดังนี้   1.นโยบายด้านศึกษา พลังท้องถิ่นไท - พรรคประชานิยม แผ่นดินธรรม -กรีน  มติประชา - คลองไทย ภาคีเครือข่ายไทย - รวมใจไทย   2. ด้านการเกษตร อนาคตใหม่ - ประชาชนปฏิรูป ประชาชาชาติ - ไทรักธรรม ถิ่นกาขาวชาววิไล - พรรคกลาง ครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย - สังคมประชาธิปไตยไทย   3.ด้านสังคม รักษ์ผืนป่าประเทศไทย - พรรคเพื่อชาติ พลังประชารัฐ - ประชาภิวัฒน์ ภราดรภาพ - ไทยธรรม  ทางเลือกใหม่ - ประชากรไทย พลังรัก - พลังแรงงานไทย ผึ้งหลวง - ชาติพันธุ์ไทย พลังประชาไทย - พลังไทยดี   4.ด้านเศรษฐกิจ ภูมิใจไทย -เสรีรวมไทย- ประชาธิปัตย์ เศรษฐกิจใหม่ - พลังชาติไทย เพื่อไทย - ไทยศรีวิไลย์ พลังธรรมใหม่ - ความหวังใหม่ คนงานไทย - ไทยรักชาติ - เพื่อแผ่นดิน   5.ด้านความมั่นคง ครูไทยเพื่อประชาชน - ชาติไทยพัฒนา ประชาธรรมไทย - ประชาธิปไตยใหม่ พลังปวงชนไทย - ชาติพัฒนา พลังไทยรักชาติ - ฐานรากไทย คนธรรมดาแห่งประเทศไทย - พัฒนาประเทศไทย พลังครูไทย - พลังสังคม   6.ด้านสาธารณสุข  - ไม่มีพรรคใดจับได้   โดยพรรคการเมืองสามารถส่งตัวแทนพรคหรือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี มาร่วมดีเบตได้ ทั้งนี้กกต. จะเริ่มบันทึกเทป ตั้งแต่วันที่ 26กุมภาพันธ์ ถึง 4 มีนาคม และจะนำไปจัดสรรออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ 21 สถานี สถานีวิทยุ 7 สถานี และช่องยูทูป ระหว่างวันที่ 15 - 21 มีนาคม นี้  

 1,244
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
22 ก.พ. 62

เตรียมชม!! กกต. จัดดีเบต 54 พรรคการเมือง เริ่ม 15 - 21 มี.ค. นี้

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จัดประชุมพรรคการเมือง จับสลากเลือกคำถามประชันนโยบายบริหารประเทศ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ดีเบต โดย นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. เป็นประธาน จับสสากประเภทคำถาม ซึ่งแบ่งเป็น 6 นโยบาย จากพรรคการเมืองที่แจ้งความประสงค์มายัง กกต.ทั้งสิ้น 54 พรรค แต่ไม่มีพรรคคการเมืองใดจับสลากได้ในนโยบายด้านสาธารณสุข ดังนี้   1.นโยบายด้านศึกษา พลังท้องถิ่นไท - พรรคประชานิยม แผ่นดินธรรม -กรีน  มติประชา - คลองไทย ภาคีเครือข่ายไทย - รวมใจไทย   2. ด้านการเกษตร อนาคตใหม่ - ประชาชนปฏิรูป ประชาชาชาติ - ไทรักธรรม ถิ่นกาขาวชาววิไล - พรรคกลาง ครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย - สังคมประชาธิปไตยไทย   3.ด้านสังคม รักษ์ผืนป่าประเทศไทย - พรรคเพื่อชาติ พลังประชารัฐ - ประชาภิวัฒน์ ภราดรภาพ - ไทยธรรม  ทางเลือกใหม่ - ประชากรไทย พลังรัก - พลังแรงงานไทย ผึ้งหลวง - ชาติพันธุ์ไทย พลังประชาไทย - พลังไทยดี   4.ด้านเศรษฐกิจ ภูมิใจไทย -เสรีรวมไทย- ประชาธิปัตย์ เศรษฐกิจใหม่ - พลังชาติไทย เพื่อไทย - ไทยศรีวิไลย์ พลังธรรมใหม่ - ความหวังใหม่ คนงานไทย - ไทยรักชาติ - เพื่อแผ่นดิน   5.ด้านความมั่นคง ครูไทยเพื่อประชาชน - ชาติไทยพัฒนา ประชาธรรมไทย - ประชาธิปไตยใหม่ พลังปวงชนไทย - ชาติพัฒนา พลังไทยรักชาติ - ฐานรากไทย คนธรรมดาแห่งประเทศไทย - พัฒนาประเทศไทย พลังครูไทย - พลังสังคม   6.ด้านสาธารณสุข  - ไม่มีพรรคใดจับได้   โดยพรรคการเมืองสามารถส่งตัวแทนพรคหรือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี มาร่วมดีเบตได้ ทั้งนี้กกต. จะเริ่มบันทึกเทป ตั้งแต่วันที่ 26กุมภาพันธ์ ถึง 4 มีนาคม และจะนำไปจัดสรรออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ 21 สถานี สถานีวิทยุ 7 สถานี และช่องยูทูป ระหว่างวันที่ 15 - 21 มีนาคม นี้  

 1,244
บันเทิง
13 ก.พ. 62

เจ้าป่าเล่นด้วย! 'พี่ติ๊ก' โพสต์ป้ายหาเสียง 'พรรคที่จะล้อม พร้อมที่จะรัก' ใครเลือกต้องกา 'เบอร์รักถ้า (บ้ารักเธอ)'

เจ้าป่าขวัญใจสาวๆ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ อิงกระแสเลือกตั้งสุดคึกคัก ด้วยการโพสต์ภาพป้ายหาเสียงพรรคการเมืองของตัวเองไอจี @tik_pholdee โดยใช้ชื่อว่า 'พรรคที่จะล้อม พร้อมที่จะรัก' พร้อมด้วยนโยบาย หยุดสร้างเรื่องราวระหว่างพรรค แล้วมาสร้างเรื่องรักระหว่างเรา มีสโลแกนว่า “ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน ผลดีพิสูจน์ใจ”   ส่วนคนที่จะเลือกก็ต้องกาเบอร์รักถ้า (บ้ารักเธอ) นอกจากนี้พี่ติ๊กยังโพสต์ข้อความว่า “น้องๆ คนไหนที่กำลังตัดสินใจอยู่ ไม่ต้องคิดแล้วนะคะ ... ไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด” ทำเอาสาวๆกดไลค์ให้กับพรรคของพี่ติ๊กกันเป็นแถว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ld6K6qt6UyI

 3,352
การเมือง
09 ก.พ. 62

'บิ๊กจิ๋ว' เสนอรัฐบาลเฉพาะกาล แนะทุกพรรคจับมือกัน ระบุเลือกตั้งยังวุ่นวาย

พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดบ้านพักส่วนตัวย่านเกษตร-นวมินทร์ แถลงข่าวถึงสถานการณ์บ้านเมืองว่า ด้วยสถานการณ์การเมืองปัจจุบันนี้ ขอให้ทุกพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ พรรคไทยรักษาชาติ พรรคเพื่อไทย และทุกพรรคการเมือง ลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น แล้วหันหน้ามาร่วมกันแก้ไขปัญหา จึงขอเสนอให้มีการจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล ในช่วงเวลาที่จะมาแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเฉพาะหน้า โดยรัฐบาลเฉพาะกาลนี้ อาจเป็นการร่วมกันของหลายพรรคการเมืองและคนที่มีความรู้ความสามารถ มาพูดคุยตกลงร่วมกัน โดยคนที่มาต้องมีเจตนาที่บริสุทธิ์ และทำเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง   ส่วนจะต้องรีเซ็ทสิ่งที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ทำไว้ทั้งหมดเลยหรือไม่นั้น จะต้องดูเป็นเรื่องๆไป หากเป็นเรื่องดีก็ต้องสนับสนุนและทำต่อไป หากบางเรื่องไม่ดี ก็ต้องได้รับการแก้ไข ซึ่งต้องไม่ลืมว่า คสช. เข้ามาเพราะประชาชนทะเลาะกัน ทั้งนี้ รัฐบาลเฉพาะกาล จะทำหน้าที่เป็นช่วงเวลาสั้นๆอาจเป็น 8 เดือนถึง 1 ปี เพื่อมาแก้รัฐธรรมนูญก่อนให้มีการเลือกตั้ง โดยมีคณะกรรมการกลางที่มาจากหลายภาคส่วนเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลนี้   พลเอกชวลิต กล่าวอีกว่า สำหรับแนวคิดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลนั้น เป็นเพียงข้อเสนอ หากเห็นว่าดีก็ควรหาวิธีการทำให้ได้ แต่หากจะเอาแบบเก่าก็ตัวใครตัวมัน ซึ่งการจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลนี้ ควรตั้งก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. เพราะขนาดยังไม่มีการเลือกตั้งก็ยังมีความขัดแย้งอย่างทุกวันนี้ ทั้งนี้ ที่เสนอไม่ใช่ต้องการให้หยุดยั้งการเลือกตั้ง แต่รู้อยู่แล้วว่า หลังการเลือกตั้งจะเกิดอะไรขึ้น ขนาดยังไม่เลือกตั้งก็ทะเลาะกันจะเป็นจะตาย ส่วนผู้ที่เหมาะสมจะนั่งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลเฉพาะกาลนั้น ส่วนตัวไม่ขอออกความเห็น แต่ตนคงเป็นไม่ได้ เพราะว่าแก่แล้ว ส่วน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ้ามีความเข้าใจ ก็คงเหมาะสมเหมือนกับคนอื่นๆ   พลเอกชวลิต กล่าวว่า สำหรับเรื่องการเมืองวันนี้ ขออย่าว่าทหารเลย เพราะเมื่อมีการทะเลาะกัน ทหารจำเป็นต้องแทรกแซงเข้ามา เมื่อทหารเข้ามาก็เกิดความมันส์และติด ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้น เราจะต้องเปลี่ยนให้ทหารเป็นทหารแท้จริง เช่น จะสามารถยกเลิกการเกณฑ์ทหารได้หรือไม่ โดยให้เปลี่ยนเป็นทหารอาสา ซึ่งจะมีการศึกษาและสวัสดิการให้อย่างดี    ส่วนกรณีของพรรคไทยรักษาชาติ หรือ ทษช. พลเอกชวลิต มองว่าเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นนั้น เกี่ยวข้องกับนักการเมือง ที่นำสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จึงถือเป็นสิ่งที่ไม่งดงาม อย่างไรก็แล้วแต่ ขออย่าแตะไปถึงข้างบน เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์คือหัวใจของชาติ ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงเข้าใจถึงสถานการณ์ทางการเมืองเป็นอย่างดี และทรงรู้ว่าประชาชนต้องการอะไร เราจึงต้องทำการเมืองให้ถูกต้อง เพื่อให้บ้านเมืองมีความยั่งยืนสืบไป  

 4,802
บันเทิง
08 ก.พ. 62

คนบันเทิงเล่นด้วย! ออกป้ายหาเสียงรับกระแสเลือกตั้งสุดฮา

คนในวงการบันเทิงบ้านเราขออิงกระแสการเลือกตั้งที่กำลังร้อนแรง ด้วยการผุดพรรคเล็กพรรคน้อยขึ้นมาหาเสียงเพื่อเอาใจแฟนคลับกลางอินสตาแกรมส่วนตัว อาทิเช่น นาย ณภัทร อยู่พรรคเพื่อเพื่อน สโลแกน มุ่งจริงใจ ใฝ่ไลน์หา แม้เป็นแค่ที่ปรึกษาก็ยอม   ติ๊ก กลิ่นสี อยู่พรรคผ่อนไม่เพียงพอ นโยบายพรรคให้พนักงานนอนหรือตายก็ได้ เงินเดือนเริ่มต้น 47 บาท ยกระดับการมาสายอย่างมีคลาส เพื่อพี่น้องประชาชน รวมใจเก็บเงินเดือนไว้ใช้ใน ICU   แทค ภรัณยู อยู่พรรคเพื่อผัว นโยบายรณรงค์ให้เที่ยวกลางคืน ลดการใช้ไฟในครัวเรือน เพิ่มเบี้ยเลี้ยงผัวเดือนละ 15,000 แจกเงิน 5,000 ไว้เที่ยวอ่าง ลดปัญหาผัวซ่อนเงินเมีย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/i6bqFMrgwL0

 3,024

Top