ค้นหา :

ผลการค้นหา "บ้านเอื้ออาทร"

การเมือง
14 ม.ค. 63

'วัฒนา' ถอนคำร้องเอาผิด 'ปารีณา' ปมโพสต์พาดพิง เชื่อมีเกียรติพอจะพูดความจริง

วัฒนา เมืองสุข ถอนคำร้องเอาผิดปารีณา ปมโพสต์ก้าวล่วงคดีบ้านเอื้ออาทร หลังปารีณา ให้การต่อศาลชี้เป็นเฟซบุ๊กปลอม   นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยภายหลังเข้าไต่สวน ในคดีที่ร้องขอให้ศาลตรวจสอบการกระทำของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ว่ากระทำการขัดต่อคำสั่งศาลหรือไม่   สืบเนื่องจาก น.ส.ปารีณา ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อเดือน ส.ค.2562 พาดพิงนายวัฒนา เมืองสุข ในการเบิกความในคดีบ้านเอื้ออาทร   นายวัฒนา เปิดเผยว่า ในชั้นการไต่สวน น.ส.ปารีณา ได้ให้การต่อศาลยืนยันว่า เฟซบุ๊กที่มีการโพสต์ข้อความในลักษณะดังกล่าวเป็นเฟซบุ๊กปลอม และได้ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่มีเจตนาที่จะต้องการทำให้ตนได้รับความเสียหาย ดังนั้นเมื่อ น.ส.ปารีณา ยืนยันว่าเฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นเฟซบุ๊กปลอม และตนเชื่อว่า น.ส.ปารีณา มีเกียรติพอที่จะพูดความจริง จึงขอถอนคำร้องดังกล่าวโดยไม่ติดใจเอาความอีกต่อไป ซึ่งศาลได้จดรายงานและยุติเรื่องนี้แล้ว   นายวัฒนา ยังกล่าวอีกว่า คดีนี้แม้เอาผิดต่อไปก็มีโทษแค่เพียงปรับเท่านั้น ส่วนตัวจึงไม่อยากให้เป็นคดีไปรกศาล เพราะเห็นว่าศาลมีภารกิจและมีคดีสำคัญที่จะต้องพิจารณา จึงไม่อยากให้เป็นปัญหา จึงไม่เอาความ   ขณะที่ความคืบหน้าเรื่องที่ดิน ส.ป.ก.ที่ราชบุรี ที่ น.ส.ปารีณา ส่งคืนไป 682 ไร่แล้วนั้น ในแง่การดำเนินคดียังต้องรอผลการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาออกมาก่อน ถึงจะได้ข้อยุติ ส่วนเรื่องพื้นที่รุกป่า อธิบดีกรมป่าไม้แจ้งความแล้ว บอกอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/1ao53RUphiY

 2,211
ข่าวภูมิภาค
26 ส.ค. 62

เด็กพิการทางสมอง ถูกข่มขืนซ้ำซาก แม้ย้ายบ้านก็ยังโดน แจ้งความ ตร.คดีไม่คืบ

ชลบุรี-แม่อายุ 28 ปี อาศัยอยู่บ้านเอื้ออาทร ของการเคหะแห่งชาติ ร้องเรียนว่า ลูกสาวน้องกัส (นามสมมติ) อายุ 14 ปี มีความพิการทางสมอง ได้ถูกคนร้ายข่มขืนซ้ำแล้วซ้ำอีก แจ้งตำรวจไม่มีความคืบหน้า จึงได้มาร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชน   โดยครั้งแรกลูกสาวถูกพ่อเลี้ยงข่มขืน ที่กรุงเทพฯ และเป็นคดีความอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล หลังจากนั้นจึงได้หลบหนีมาอยู่ที่บ้านการเคหะ คิดว่าจะรอดพ้นจากการถูกข่มขืน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 15.00 น. มีคนร้ายเป็นผู้หญิงและผู้ชาย อายุประมาณ 25-30 ปี ได้เข้ามาเสพยาบ้าภายในบ้าน หลังจากนั้นได้ชักปืนมาจี้ที่ศีรษะ ผู้หญิงได้ถอดกางเกง หลังจากนั้นผู้ชายได้ลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ จึงได้ไปแจ้งความที่ สภ.พนัสนิคม แต่ปรากฏว่าตำรวจรับแจ้งความ แต่ไม่มีการสเก็ตช์ใบหน้าของคนร้าย เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี สอบถามตำรวจหลายครั้งคดีก็ไม่คืบหน้า   ล่าสุดวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ลูกสาวได้นำขยะไปทิ้งที่บริเวณที่ทิ้งขยะของบ้านเอื้ออาทร ปรากฏว่าได้เจอผู้ชายคนหนึ่ง ใช้มือคลำไปที่บริเวณเอว พร้อมทั้งข่มขู่ให้เข้าไปในอาคารบริเวณที่ทิ้งขยะ หลังจากนั้นได้ข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ คดีที่เกิดล่าสุดยังไม่ได้ไปแจ้งความ เพราะคดีก่อนหน้านี้ยังไม่มีความคืบหน้า ในการที่ตำรวจจะจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดี     จึงได้มาร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชนหวังว่าจะให้มีการนำเสนอข่าว เพื่อเร่งรัดตำรวจช่วยจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ ที่สำคัญผู้ที่ข่มขืนยังขี่รถจักรยานยนต์วนเวียนอยู่ในบ้านเอื้ออาทร แต่ตำรวจก็ยังไม่ยอมจับกุมตัวคนร้ายอีก ไม่รู้ว่าลูกสาวจะโดนข่มขืนอีกเมื่อไหร่ จึงอยากขอความเป็นธรรม หากช่วยเหลือไม่ได้คงต้องย้ายบ้านหนีอีกเหมือนกัน ยอมรับว่าครอบครัวยากจนหาเช้ากินค่ำ แม้กระทั่งค่าเช่าบ้านเดือนละ 3,500 บาท ยังค้างอยู่เลย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/d241qwREydM

 7,989
ข่าวภูมิภาค
16 ส.ค. 62

ลูกสะใภ้ปัดทารุุณแม่สามีวัย 85 แจงแค่ดุเพราะหงุดหงิด หลังถูกเพื่อนบ้านแฉจับหัวโขก-ปล่อยนอนหน้าห้อง

นครปฐม-เพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่บ้านเอื้ออาทร พุทธมณฑลสาย 5 ต.ไร่ขิง อ.สามพราน แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือนางทองลักษณ์  พาหา อายุ 85 ปี หรือยายลักษณ์ ว่าอาจถูกลูกชายและลูกสะใภ้ทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ใบหน้าปูดบวมร่างกายบอบช้ำ ปล่อยให้นอนหน้าห้องอย่างทรมาน ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล   โดยเพื่อนบ้านข้างห้องแจ้งว่า เห็นยายลักษณ์ ถูกลูกชายและลูกสะใภ้ซึ่งพักอยู่ห้องด้วยกันทำร้าย โดยปล่อยให้ออกมานอนอยู่หน้าห้องพักตามทางเดิน บางวันยายก็ไปนอนที่บันไดหนีไฟอย่างเวทนา มีเพียงแผ่นยางรองนอน หมอน 1ใบ ผ้าห่มผืนเล็ก 1 ผืน  ตามร่างกายและที่ใบหน้ามีร่องรอยฟกช้ำ ปากมีคราบเลือด เบลอพูดจาไม่รู้เรื่อง จึงพากันให้การช่วยเหลือ ซึ่งไม่มีใครถ่ายภาพขณะที่ยายโดนทำร้ายไว้เป็นหลักฐาน   จากนั้นเพื่อนบ้านได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.โพธิ์แก้ว ให้ดำเนินการเอาผิดลูกชายและลูกสะใภ้ แม้เป็นเรื่องในครอบครัวก็อยากให้ตรวจสอบพฤติกรรม ตนเคยถามลูกสะใภ้ว่าทำไม่ไม่เอาน้ำวางไว้ให้ยาย ลูกสะใภ้บอกว่ายายทำหกเลอะเทอะมดมันขึ้น ต้องไปทำงานใครจะดูแล ก็ไม่ได้มีความผูกพันธ์เพราะไม่ใช่ญาติ ขนาดยายลักษณ์เข้าโรงพยาบาล ลูกชายกับลูกสะใภ้ก็ไม่อยู่เฝ้า ทิ้งให้เพื่อนบ้านเฝ้าแทน   จากการตรวจสอบบ้านเอื้ออาทรดังกล่าว พบหน้าห้องมีเสื้อผ้าของยายลักษณ์แขวนอยู่  2-3 ผืน กระเป๋าใส่ของใบเล็กๆ ผ้าปูนอนเปื้อนเลือด จานข้าวและถังน้ำสำหรับซักผ้าวางอยู่ที่พื้น และมีไม้ที่ลูกสะใภ้ใช้ตีวางอยู่หน้าห้อง   เพื่อนบ้านเล่าว่า ห้องพักของตนอยู่ชั้น 4 ได้ยินเสียงยายลักษณ์ถูกทุบตีแทบทุกวัน จึงแอบขึ้นไปดูอยู่ที่บันได เห็นลูกสะใภ้ใช้ไม้ไผ่ฟาดตียายลักษณ์ ตะคอกเสียงใส่ หากใครยืนมองก็จะถูกลูกสะใภ้ด่าทอ ตนและเพื่อนบ้านคนอื่นๆ ไม่กล้าเข้าไปช่วย จึงนำเรื่องไปแจ้งนิติฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือ   ก่อนหน้านี้มีเพื่อนบ้านข้างห้องได้ยินเสียงเหมือนจับศีรษะโขกผนังห้อง และเคยเห็นยายลักษณ์ ลากสังขารตัวเองคลานไปที่หน้าห้องเพื่อนบ้าน ไปกินน้ำในกระถางใส่น้ำสำหรับให้สุนัขกิน เพราะลูกชายกับลูกสะใภ้ไม่เอาข้าวน้ำให้กิน อ้างว่ายายลักษณ์ทำหกเลอะเทอะ หากยายไปขอข้าวเพื่อนบ้านกินก็จะถูกดุด่าว่าเป็นขอทาน โดยวันไหนที่ลูกชายและลูกสะใภ้ไม่อยู่ห้อง เพื่อนบ้านก็จะพากันไปดูแล นำข้าวและน้ำมาให้ดื่ม   หนำซ้ำลูกสะใภ้ยังใช้เท้าเขี่ยให้ยายลักษณ์ออกไปอยู่นอกห้อง และยังเคยเห็นใช้ไม้ตีจนยายก้มหน้าฟุบไปปิดหน้าปิดตากับพื้น วันไหนลูกสะใภ้หยุดงานอยู่ห้องก็จะโดนทุบตีทั้งวัน เพื่อนบ้านเคยเข้าไปช่วยเหลือพาส่งโรงพยาบาลหลายครั้ง พอกลับออกมาก็โดนลูกสะใภ้ทุบตีอีก   ด้านลูกสะใภ้วัย 39 ปี ยืนยันไม่เคยทำร้ายทุบตีแม่สามี แค่ถือไม่ชี้ดุด่าเท่านั้นเวลาดื้อพูดไม่ฟังคลานไปทั่ว ที่พูดเสียงดังเพราะแม่สามีไม่ค่อยได้ยินและตนเองเป็นคนพูดไม่เพราะ  ที่กล่าวหาว่าตนทำร้ายแม่สามีมีหลักฐานมั้ย ยอมรับบางครั้งหงุดหงิดมีอารมณ์ แต่ไม่เคยใช้ไม้บทุบตีขนาดนั้น   ส่วนบาดแผลและคราบเลือดเป็นเพราะแม่สามีหกล้ม และที่กล่าวหาว่าจับหัวโขกผนังก็ไม่เป็นความจริง เพื่อนบ้านได้ยินเสียงตีความกันไปเอง ภายในห้องเกิดอะไรขึ้นก็ไม่มีใครเห็น ให้ข่าวได้อย่างไรว่าตนจับหัวโขกนั้นมันตั้งใจฆ่าแล้ว  ส่วนเรื่องข้าวน้ำเอาให้กินตลอดแต่บางครั้งวางทิ้งไว้ให้ แม่สามีก็เทน้ำลงพื้น ตนไปทำงานกลัวจะกลับถึงห้องน้ำมันก็หมด ยอมรับดูแลไม่เต็มที่   เหตุผลที่ปล่อยให้นอนหน้าห้อง เพราะในห้องมีปลั๊กไฟ เนื่องจากแม่สามีชอบรื้อห้องดึงโน้นดึงนี่ ห่วงเรื่องความปลอดภัยจึงให้ออกมานอนหน้าห้องในตอนกลางวัน ช่วงที่ตนกับสามีออกไปทำงาน ส่วนกลางคืนก็พาเข้าไปนอนในห้อง  เพื่อนบ้านให้ข่าวแรงไปจนรับไม่ได้ วอนเห็นใจตนบ้าง ความดีที่ตนทำทำไมไม่พูดถึงบ้าง ไม่เคยมาถามหรือมาดูว่าตนเป็นอย่างไรแต่เอาไปพูดทำให้ตนเสียหาย เสียใจที่ถูกกล่าวหาเป็นลูกสะใภ้โหด พูดจนเหมือนว่าตนเองผิดมาก   ขณะที่ลูกชายของยายลักษณ์ ยอมรับว่าตนไม่มีเวลาดูแลแม่ เพราะต้องเข้างานตั้งแต่ ตี 5 ถึง 3 ทุ่ม ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ภรรยาประสบอุบัติเหตุต้องหยุดงานอยู่ห้อง ไม่รู้ว่าภรรยาทำร้ายแม่ของตนหรือไม่เพราะไม่เห็นกับตา แต่ลับหลังไม่รู้  ส่วนบาดแผลที่เห็นบนใบหน้า เนื่องจากแม่ของตนหัวทิ่มตกบันไดหนีไฟเพราะพยายามจะเก็บขวดน้ำที่ทำตก   ภรรยาของตนเป็นคนดี ช่วยอาบน้ำเตรียมอาหารให้แม่กินไม่ได้ปล่อยทิ้งแต่อย่างใด แต่งงานอยู่ด้วยกันมา 10 กว่าปี ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ โดยภรรยาเพิ่งดุด่าแม่รุนแรงหลังจากที่ประสบอุบัติเหตุ อาจเป็นเพราะความเครียดเรื่องงาน ส่วนตนเองไม่เคยทำร้ายแม่แค่พูดเสียงดังใส่เพราะ แม่แก่ชราหูไม่ค่อยได้ยิน คนเป็นลูกทำร้ายร่างกายแม่ไม่น่าเป็นมนุษย์ ตนมีสัญชาตญาณของความเป็นคน   ทั้งนี้ตนได้สอบถามภรรยาก็ยอมรับว่าเคยตีบ้าง แต่ได้คุยกันแล้วบอกมันไม่ถูกต้อง พร้อมบอกภรรยาให้ปรับเปลี่ยนอารมณ์ หากมีพฤติกรรมแบบนี้ไร้มนุษยธรรมป่าเถื่อนทำให้แม่ของตนเดือดร้อน ตนจะดำเนินคดีจับภรรยาเข้าคุกเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/I2etbB_UTRw

 111,477
การเมือง
22 มี.ค. 62

'วัฒนา' โพสต์ซัดถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง หลัง ปปง.อายัดทรัพย์ 51 ล้าน คดีสินบนบ้านเอื้ออาทร

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีการเผยแพร่คำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย. 51/2562 เรื่อง อายัดทรัพย์สินนายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ และปัจจุบันเป้นผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย มีพฤติการณ์เรียกรับเงินในโครงการบ้านเอื้ออาทร   ทั้งนี้ ผู้ร้องเรียน ได้ให้ข้อมูลว่า นายวัฒนาจะหารือบริษัทมาทำโครงการจัดสรรบ้านเอื้ออาทร และส่งเรื่องให้การเคหะแห่งชาติรออนุมัติ แต่มีข้อแม้ว่า ผู้ร่วมโครงการต้องจ่ายเงินค่าตอบแทนยูนิตละ 1 หมื่นบาท   ต่อมา คตส. ได้ลงมติชี้มูลความผิดของนายวัฒนาและพวกอีก 8 ราย ขณะเดียวกัน ทรัพย์สินที่ ปปง. อายัดนั้น เป็นที่ดิน 13 แปลง อยู่ในเขตลาดพร้าวและเขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร อยู่ในชื่อนางสุดา คุณจักร มีมูลค่าการประเมิน 51,532,950 บาท พร้อมดอกผล มีกำหนดตั้งแต่ 12 กุมภาพันธ์ ถึง 12 พฤษภาคม 2562 โดยผู้ถูกอายัดทรัพย์สิน สามารถยื่นเพิกถอนคำสั่งพร้อมด้วยหลักฐานภายใน 30 วัน   ต่อมานายวัฒนา เมืองสุข ได้โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงว่า ทรัพย์ที่ถูกอายัดตามข่าวคือที่ดิน 5 แปลงนั้น ไม่ใช่ของตน และไม่รู้จักเจ้าของทรัพย์ตามที่กล่าวหาด้วย   โดยคดีบ้านเอื้ออาทรอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลแล้ว ขณะนี้รอการไต่สวนพยานโจทก์นัดแรกในเดือนมิถุนายน 2562 โดยคดีเกิดขึ้นตั้งแต่มีการรัฐประหารเมื่อปี 2549 จากนั้นก็ค้างคาอยู่เช่นนั้นจนกระทั่งตนออกมาต่อต้าน คสช. คดีจึงถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้งและดันเรื่องจนมาถึงศาลเมื่อเวลาผ่านไปถึง 12 ปี ส่วนตัวก็พร้อมที่จะต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์เสมอมาและไม่เคยประวิงคดี   ข้อเท็จจริงที่พอจะเกี่ยวข้องคืออัยการสูงสุดได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องลงวันที่ 25 มกราคม 2562 ขอให้ศาลริบเงินที่จำเลยได้มาจากการกระทำความผิดให้ตกเป็นของแผ่นดิน ศาลได้ให้จำเลยยื่นคำให้การซึ่งเพิ่งครบกำหนดไปเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2562 แต่ตามข่าวที่นำมาเผยแพร่นั้นมีการอายัดทรัพย์โดย ปปง. ตามคำสั่งที่ ย.51/2562 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 ข้อที่เป็นพิรุธคือ (1) คดีนี้อยู่ในกระบวนพิจารณาของศาล การดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับคดีนี้ไม่ว่าจะเป็นการยึดหรืออายัดจะต้องเป็นคำสั่งศาลไม่ใช่ ปปง. (2) ผู้ที่ถูกอายัดทรัพย์ไม่ได้เป็นจำเลยหรือมีความเกี่ยวข้องในคดีบ้านเอื้ออาทร (3) อัยการสูงสุดไม่เคยมีคำขอให้ศาลสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์ของจำเลยทั้งสิ้น   นี่เป็นอีกหนึ่งในวิชามารที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้สกปรกที่สุดครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์ร่วมสมัย มีการใช้วิชามารมากมาย เช่น เมื่อวันสองวันที่ผ่านมาผู้สมัครและผู้สนับสนุนของพรรคเพื่อไทยถูกตำรวจทหารคุกคามตรวจค้นถึงบ้าน หรือแม้แต่การพยายามเอาเรื่องการอายัดทรัพย์มาโยงกับตนแต่ถูกจับโกหกได้เสียก่อนเลย “โป๊ะแตก”   เดินหน้าสู่ความเป็นนิติรัฐและนำความสงบที่มีคุณภาพกลับคืนมาดีกว่าครับ หมดเวลาของพวกลุงที่ถ่วงความเจริญของประเทศแล้วครับ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/21_n3O7QDXE

 1,109
การเมือง
07 พ.ค. 61

"วัฒนา" เผยอัยการส่งฟ้องคดีบ้านเอื้ออาทรยุคทักษิณ 9 พ.ค.นี้ เชื่อเป็นเกมการเมืองหวังปิดปากฝ่ายตรงข้าม

"วัฒนา" เผยอัยการเตรียมส่งฟ้องคดีบ้านเอื้ออาทรในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ ชี้เป็นเรื่องการเมืองหวังปิดปากฝ่ายตรงข้าม ยันไม่กังวลและมั่นใจจะได้รับความยุติธรรมในชั้นศาล    นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานอัยการ มีหนังสือเรียกให้เข้ารายงานตัวในวันที่ 9 พฤษภาคม เพื่อฟ้องคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร ในสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งยืนยันไม่รู้สึกกังวลและผลที่ออกมาเป็นไปตามที่คาดไว้ แต่ส่วนตัวอยากชี้แจงข้อเท็จจริง และชี้ให้เห็นถึงข้อพิรุธในการดำเนินคดีนี้ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่มาจากการรัฐประหารปี 2549 และ ตั้งคตส.มาตรวจสอบ ก่อนสรุปสำนวนส่งให้ ปปช. และ อัยการสูงสุด ซึ่งมุ่งหมายเอาผิดตนเองเป็นสำคัญ    ขณะที่การตั้งข้อกล่าวหาขัดแย้งกับข้อเท็จจริง ทั้งการออกทีโออาร์การเคหะแห่งชาติ หรือ กคช. โดยมิชอบ แต่กลับไม่ชี้มูลความผิดผู้นำไปปฏิบัติ คือผู้ว่าการและคณะกรรมการ อีกทั้งไม่มีการออกคำสั่งทางปกครองเรียกค่าเสียหายให้ชดใช้ ซึ่งแตกต่างจากคดีทั่วไปหากกระบวนการผิดจริง - การเรียกรับผลประโยชน์ และการรับผลประโยชน์ ที่ในชั้น ป.ป.ช. ได้เปลี่ยนเป็นรู้เห็นเป็นใจ เพราะไม่มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงตามข้อกล่าวหาในชั้นคตส.ได้ ซึ่งเป็นข้อสังเกตที่ทำให้คดีนี้ต้องใช้เวลาไต่สวนถึง 12 ปี ทั้งที่เป็นคดีไม่ได้ซับซ้อน    นอกจากนี้ พบว่าคดีดังกล่าว ป.ป.ช. ได้ส่งสำนวนให้อัยการโดยไม่มีการแถลงข่าวมติและประกาศในเว็บไซต์ของป.ป.ช.เพื่อให้สาธารณชนรับทราบ ทั้งที่ข้อกล่าวหาตามความผิดมาตรา 148 มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต    ดังนั้น ตนเห็นว่าการถูกดำเนินคดีเป็นเรื่องการเมืองที่พยายามข่มขู่และปิดปากฝ่ายตรงข้ามในการเคลื่อนไหวหรือแสดงความคิดเห็น ซึ่งยืนยันว่าตนเองพร้อมที่จะต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความจริง และมั่นใจจะได้รับความยุติธรรมในชั้นศาล

 1,409
การเมือง
16 มิ.ย. 60

'วัฒนา' เชื่อ คสช.ออกใบสั่ง ปปช.ชี้มูลความผิดบ้านเอื้ออาทร

นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดแถลงข่าวหลังถูกปปช.ชี้มูลความผิดว่าส่อทุจริตในโครงการบ้านเอื้ออาทร ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สมัยรัฐบาลทักษิณ ยืนยันว่า   ไม่มีความกังวลใดๆ คดีนี้คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส.ได้ยื่นตรวจสอบตั้งแต่การรัฐประหารปี 49 มีลักษณะคล้ายกับหลายคดีที่เกิดขึ้นกับตนเอง คือมาจากกระบวนการของคณะรัฐประหารที่เป็นคู่ขัดแย้ง นายวัฒนาจึงตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีการแทรกแซงจากคสช. ให้ชี้มูลความผิด เพราะหากคดีนี้ผิดจริง ก็น่าจะสามารถชี้มูลได้ตั้งนานแล้ว   นายวัฒนายังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ที่ผ่านมามีการเร่งรัดคดีกับฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกับ คสช. เพื่อหวังมักระงับความเคลื่อนไหว ถือเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ยืนยันว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะทำหน้าที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลต่อไป สิ่งเดียวที่จะทำให้หยุดการวิพากษ์วิจารณ์ได้ ก็คือการที่รัฐบาลสามารถทำหน้าที่ได้ดีและถูกต้องเหมาะสม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ETlK1BIl0RE    

 7,262
ข่าวภูมิภาค
01 ก.พ. 59

ไฟไหม้บ้านเอื้ออาทร จ.ปทุมธานี

ปทุมธานี-เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเอื้ออาทร อ.ธัญบุรี เพื่อนบ้านเห็นเรียกรถดับเพลิงช่วยดับไฟ จากการตรวจสอบภายในบ้านหลังดังกล่าวพบว่าเป็นบ้านเช่า2ชั้นและชั้น 2 เป็นที่เก็บกล่องกระดาษและลังกระดาษเป็นจำนวนมากโดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเพลิงจึงสงบ ส่วนเจ้าของบ้านนั้นระหว่างเกิดเพลิงไหม้ไม่มีใครอยู่บ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เชิญมาสอบถามอีกครั้งหนึ่ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Xv9gjMY6ZaM  

 2,293

Top