ค้นหา :

ผลการค้นหา "นครนายก"

สังคม
17 ก.พ. 63

ไม่เหมือนใคร! งานบวชที่นครนายก ใช้รถสามล้อแห่นาค

งานบวชที่นครนายก ณ วัดชำนาญรังสรรค์ ของคุณ อรรถพล โง่นเขาแดง (หรือนาคโจ)  ขอกราบลาอุปสมบทเพื่อทดแทนคุณพ่อแม่   ก่อนบวช 1 วันก็มีพิธีขลิบผม พ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่มาร่วมพิธีกันเต็มไปหมด เช้าวันแห่นาคมาถึง มีหนุ่มน้อยมาเต้นแห่นาคแบบไม่คิดออมแรง และปกติที่ช่วงการแห่นาค ตัวนาคเองนั้นจะน้องอยู่บนรถยนต์ จักรยานยนต์ ขึ้นช้าง ม้า หรือขี่คอเพื่อน แห่รอบพระอุโบสถ   แต่งานนี้ คุณอรรถพล นั่งรถสามล้อแทน เหตุที่ต้องเป็นสามล้อเพราะ คุณพ่อชอบรถคันนี้มาก เป็นของรักของหวง เมื่อถึงงานพิเศษก็ต้องเอาออกมาใช้กันหน่อย     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : youtu.be/4HK8dT3W7mc

 144
สังคม
02 ก.พ. 63

โจรมือดี ตัดสายไฟในงานบุญขโมยใส่กระเป๋า ทำคนวุ่นกันทั้งวัด

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 นายองอาจ ศรสุวรรณ อายุ 46 ปี เจ้าของเครื่องไฟขยายเสียงศรสุวรรณ อ.บ้านนา ได้นำภาพกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท.ธีรพล บัวผัน รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านนา จ.นครนายก ว่าได้นำเครื่องไฟขยายเสียงมารับจ้างติดตั้งในงานประจำปีวัดกระดาน   ซึ่งจะมีในวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ 2563 ติดไฟริมถนนทางเข้า - ออก พอปล่อยกระแสไฟฟ้า หลอดไฟไม่ติดออกไปดูปรากฏว่าถูกลักตัดสายไฟขนาด 2 คูณ 2.5 ความยาวประมาณ 150 เมตร บริเวณหลังห้องน้ำวัด ทางเข้ารพ.บ้านนา และริมถนน หมู่ 6 บ้านใต้ศาล ต.บ้านนา รวม 3 จุด   ตรวจดูกล้องวงจรปิดของหมู่บ้าน พบว่าเมื่อเวลา 14.38 น. ของวันที่ 31 ม.ค.63 ได้มีชายคล้ายหญิง อายุประมาณ 25 - 30 ปี รูปร่างผอมสูง มัดผม สวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีดำ นุ่งกางเกงขาสั้นลายสก็อตเขียวขาว สวมลองเท้าแตะสีขาว สะพายกระเป๋าเป้สีดำ เดินเลาะริมถนนมาจากทางบ้านพักนายอำเภอบ้านนา หลบมุมรั้วชาวบ้านนั่งยอง ๆ ตัดสายไฟแล้วใช้มือค่อย ๆ ดึงเข้ากระเป๋าที่สะพายติดตัวมา จากนั้นเดินไปก่อเหตุในวัดกระดาน เจ้าหน้าที่จึงลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/XW4mwSN9V88  

 571
สังคม-อาชญากรรม
25 ม.ค. 63

บรรยากาศวันตรุษจีน 63 ชาวไทยเชื้อสายจีนกราบไหว้ 'เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย' - 'คหบดีเมืองอุดรฯ-อดีต ส.ส.ชลบุรี' แจกอั่งเปาชาวบ้าน

บรรยากาศในเขตกลางเมืองระนอง จ.ระนอง มีการประดับโคมไฟสีแดง บนถนนเรืองราษฎร์ ตลอดสายชุมชนตลาดเก่า และบริเวณศาลเจ้าต่ายเต่เอี๋ย มีประชาชน ออกมาเพื่อกราบไหว้ เทพไฉ่ซิงเอี๊ย โดยมีฤกษ์ไหว้ตั้งแต่เวลา 23.00-01.00 น. และผู้ดูแลศาลเจ้าได้อ่านสาร เพื่ออัญเชิญเทพไฉ่ซิงเอี้ย เจ้าแห่งโชคลาภ เทพเจ้าสิริมงคล เทพเจ้าอุปถัมภ์ มาประทานพรในการเริ่มเข้าสู่ปีนักษัตรใหม่ ในช่วงตรุษจีน   ขณะที่ จ.นครนายก มหาอุทยานเทพเจ้าแห่งโชคลาภ พุทธสถานจีเต๊กลิ้ม ตำบลศรีจุฬา อำเภอเมือง มีชาวไทยเชื้อสายจีนเดินทางร่วมพิธีในคืนมหามงคลรับเทพเจ้าแห่งโชคลาภไฉ่ซิงเอี๊ย ในเทศกาลตรุษจีน ด้วยพิธีบวงสรวงเทพนพเคราะห์ทั้ง 9 พระองค์ เสริมดวงชะตาเพื่อลาภผลพูลทวี เปรมปรีด้วยทรัพย์อันสมบูรณ์   ส่วน จ.สงขลา ชาวไทยเชื้อสายจีน นำธูปเทียนขนาดใหญ่ จุดบูชาไฉ่ซิงเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภ เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนหรือวันตรุษจีน จึงได้มากราบไหว้ขอพรเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย โดยชาวจีนถือเป็นเทพเจ้าที่มีความสำคัญมากที่สุดในการเริ่มเข้าสู่ปีนักษัตรใหม่ เนื่องจากเป็นเทพเจ้าที่ได้รับการกราบไหว้เป็นองค์แรก เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวเนื่องในวันตรุษจีน และจุดประทัด 3 แสนนัดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วศาลเจ้าพ่อหลักเมือง   ขณะที่ จ.อุดรธานี - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เช้าที่บริเวณหน้าบ้านสำลีเงิน ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานีมีประชาชนคนยากคนจนในพื้นที่จ.อุดรธานี เกือบ 10,000 คนต่างพากันมารับบัตรคิว เพื่อเข้าไปรับอั่งเปาจากคหบดีเมืองอุดรธานี ที่แจกอั่งเปาแก่คนยากคน ซึ่งได้ปฎิบัติเป็นประจำทุกปี    โดยในปีนี้เจ้าหน้าที่ฯ ได้มีการนำเอาเต็นท์มากาง และนำเก้าอี้มาให้ผู้มารับแจกอั่งเปาประมาณ 7,000 ที่มาคนนั่งรอ และมีการแจกบัตรคิว เพื่อความเป็นระเบียบ โดยให้คนพิการ คนชรา เด็ก เข้ามานั่งรอภายในบ้านเพื่อรับอั่งเปาก่อน โดยบางคนมารอตั้งแต่ตี 5 เพื่อรอรับบัตรคิว และในปีนี้ทางครอบครัวชัยรัตน์ยังได้ทำโรงทานน้ำดื่มและโรตีแจกฟรีแก่คนยากคนจนจำนวน 20,000 ชิ้นอีกด้วย   ต่อมา นายปรีชา ชัยรัตน์ อายุ 70 ปี คหบดีใจบุญ ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจหลายอย่างเช่น เจ้าของโรงงานน้ำตาลเริ่มอุดม โรงแรมบ้านเชียง ตลาดปรีชา และกิจการอสังหาริมทรัพย์ พร้อม ด้วยนางนางสรรค์นรา ชัยรัตน์ ภริยา พร้อมครอบครัว ได้นำอั่งเปาในซองสีแดงภายในบรรจุเงินจำนวน 200 บาทจำนวน 2,00,000 บาทแจกจ่ายให้แก่คนยากไร้ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน และสำรองไว้อีก 3 ล้านบาทหากไม่พอ    โดยให้ชาวบ้านเข้าแถว 2 แถวเดินเข้ามาทางประตูทิศตกวันตก และเมื่อรับแล้วให้เดินออกไปทางประตูทิศตะวันออก ซึ่งจะมีน้ำดื่มและโรตีแจกให้กินฟรี เมื่อหมดคนที่ได้บัตรคิว ก็ได้ให้คนที่ไม่มีบัตรคิวเข้ามารับต่อจนกว่าจะหมด   นายปรีชา พร้อมภรรยา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตรุษจีนปีนี้ก็เหมือนเช่นทุกปี ไม่ต้องถามว่าแจกอั่งเปาเท่าไหร่ เอาเป็นว่าแจกจนกว่าจะไม่มีคนมารับ ถ้าจะทำบุญก็อย่าไปคิดอะไรมาก ยิ่งปีนี้เศรษฐกิจไม่ดี อีกทั้งมีภัยพิบัติน้ำท่วม ต่อด้วยภัยแล้งที่จะแล้งยาวนาน ดูได้จากคนนำอาหารมาขายริมฟุตปาทจำนวนมาก ถือว่าเศรษฐกิจไม่ดี คนไม่มีปัญญาไปกินก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง ไม่มี เงินไปกินร้านอาหารหรู ต้องซื้อกับข้าวริมทางไปกินที่บ้าน   นายปรีชา ยกมือพนม พูดปนสะอื้นพร้อมกับน้ำตาคลอ บอกีอกว่า ผมขอภาวนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้เศรษฐกิจเราดี ช่วยให้ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุขทุกท่าน รู้สึกสงสารประชาชน เศรษฐกิจไม่ดี เราเคยเห็น เราเคยรู้ เราเคยสัมผัสว่า มันเป็นอย่างไร มาเจอแบบนี้มันอดไม่ได้ เรามาถึงตรงนี้ได้เพราะบุญเก่าไม่เป็นอะไร เมื่อเรามีจึงอยากเผื่อแผ่ให้คนด้อยโอกาส แม้ว่าจะดูน้อยนิด แต่ก็อยากให้ เงินน้อยนิดแต่อาจจะมากมายสำรับบางคน เรามาช่วยกันให้เศรษฐกิจอุดรธานีดีขึ้น แต่ยังดีใจที่เหตุฆาตกรรมไม่มาก หรือแทบไม่มี ตนเป็นพ่อค้าก็จะช่วยไป คนละไม้ละมือ มันก็จะดีขึ้น    สุดท้าย ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วเมืองอุดรธานี ช่วยปกปักษ์ รักษา คุ้มครองให้ทุกคนมีร่างกายแข็งแรง ช่วยให้อุปสรรคที่อยู่ข้างหน้าไปลุล่วงผ่านพ้นไปด้วยดีด้วยเทอญ ท่ามเป็นเรื่องราวดีๆ ที่อยากบอกต่อคหบดีใจบุญเมืองอุดรแจกอั่งเปาคนยากไร้ในเทศกาลตรุษจีนปีนี้   ขณะที่ จ.ชลบุรี อดีต ส.ส.มานิตย์ ภาวสุทธิ์ แจกอั่งเปาชาวบ้านคนละ 300 บาท ตั้งใจแจกเพราะหนึ่งปีมีครั้งเดียว เว้นช่วงเลือกตั้งเพราะผิดกฎหมาย   ศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย ต.หนองไม้แดง อ.เมือง จ.ชลบุรี ได้มีชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงกับศูนย์ประสานงานพรรคได้เดินทางมารอแต๊ะเอียกันอย่างมาก ซึ่งเป็นปกติในช่วงเทศกาลตรุษจีน หลังจากไหว้บรรพบุรุษเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมีการแต๊ะเอีย หรือแจกอั่งเปาให้กับบุตรหลาน ญาติสนิทมิตรสหาย เพราะถือว่าแจกเท่าไหร่จะได้คืนเท่านั้น    นายมานิตย์ ภาวสุทธิ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี และอดีตผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนางกังสดาล ภาวสุทธิ์ ภรรยา พร้อมด้วยซองอั่งเปาซองแดงจำนวนมากได้เดินแจกให้กับประชาชนที่มาเข้าแถวรอรับอั่งเปาจำนวนมาก  โดย นายมานิตย์กล่าวว่า ปกติช่วงวันตรุษจีนถือว่า 1 ปีมีครั้งเดียว ตั้งใจแจกอั่งเปาให้กับทุกๆคนที่มารอรับที่บ้าน ถือว่าเป็นการช่วยเหลือประชาชนอีกทางหนึ่ง เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี ถึงแม้ว่าตนเองไม่ได้ร่ำรวย ก็ถือว่าเป็นการช่วยเหลือกัน จะได้มีเงินไปใช้จ่ายในครอบครัว ยอมรับว่าจะแจกทุกปี เว้นแต่ปีใดมีการเลือกตั้งจะแจกไม่ได้ เพราะผิดกฎหมาย   จากการสอบถามชาวบ้านที่มารอรับแต๊ะเอียในครั้งนี้ ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ตำบลหนองไม้แดง และตำบลข้างเคียง ที่ทราบข่าว โดยมีการชักชวนลูกหลานมารับแจกอั่งเปาในครั้งนี้ด้วย ภายในซองแดงจะมีเงินบรรจุอยู่ภายในซองๆละ 300 บาท สร้างความดีใจกับผู้ที่เดินทางมารับอั่งเปาในครั้งนี้อย่างมากมาย เพราะจะได้มีเงินไปใช้จ่ายช่วงเทศกาลปีใหม่ของชาวจีนเพราะอย่างน้อยเงิน 300 บาท ก็สามารถซื้อกับข้าวทำกินกันได้ทั้งครอบครัว     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Cwg30y1bMH4

 1,401
สังคม
25 ม.ค. 63

บรรยากาศวันตรุษจีน 63 ชาวไทยเชื้อสายจีนกราบไหว้ 'เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย' - 'คหบดีเมืองอุดรฯ-อดีต ส.ส.ชลบุรี' แจกอั่งเปาชาวบ้าน

บรรยากาศในเขตกลางเมืองระนอง จ.ระนอง มีการประดับโคมไฟสีแดง บนถนนเรืองราษฎร์ ตลอดสายชุมชนตลาดเก่า และบริเวณศาลเจ้าต่ายเต่เอี๋ย มีประชาชน ออกมาเพื่อกราบไหว้ เทพไฉ่ซิงเอี๊ย โดยมีฤกษ์ไหว้ตั้งแต่เวลา 23.00-01.00 น. และผู้ดูแลศาลเจ้าได้อ่านสาร เพื่ออัญเชิญเทพไฉ่ซิงเอี้ย เจ้าแห่งโชคลาภ เทพเจ้าสิริมงคล เทพเจ้าอุปถัมภ์ มาประทานพรในการเริ่มเข้าสู่ปีนักษัตรใหม่ ในช่วงตรุษจีน   ขณะที่ จ.นครนายก มหาอุทยานเทพเจ้าแห่งโชคลาภ พุทธสถานจีเต๊กลิ้ม ตำบลศรีจุฬา อำเภอเมือง มีชาวไทยเชื้อสายจีนเดินทางร่วมพิธีในคืนมหามงคลรับเทพเจ้าแห่งโชคลาภไฉ่ซิงเอี๊ย ในเทศกาลตรุษจีน ด้วยพิธีบวงสรวงเทพนพเคราะห์ทั้ง 9 พระองค์ เสริมดวงชะตาเพื่อลาภผลพูลทวี เปรมปรีด้วยทรัพย์อันสมบูรณ์   ส่วน จ.สงขลา ชาวไทยเชื้อสายจีน นำธูปเทียนขนาดใหญ่ จุดบูชาไฉ่ซิงเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภ เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนหรือวันตรุษจีน จึงได้มากราบไหว้ขอพรเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย โดยชาวจีนถือเป็นเทพเจ้าที่มีความสำคัญมากที่สุดในการเริ่มเข้าสู่ปีนักษัตรใหม่ เนื่องจากเป็นเทพเจ้าที่ได้รับการกราบไหว้เป็นองค์แรก เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวเนื่องในวันตรุษจีน และจุดประทัด 3 แสนนัดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วศาลเจ้าพ่อหลักเมือง   ขณะที่ จ.อุดรธานี - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เช้าที่บริเวณหน้าบ้านสำลีเงิน ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานีมีประชาชนคนยากคนจนในพื้นที่จ.อุดรธานี เกือบ 10,000 คนต่างพากันมารับบัตรคิว เพื่อเข้าไปรับอั่งเปาจากคหบดีเมืองอุดรธานี ที่แจกอั่งเปาแก่คนยากคน ซึ่งได้ปฎิบัติเป็นประจำทุกปี    โดยในปีนี้เจ้าหน้าที่ฯ ได้มีการนำเอาเต็นท์มากาง และนำเก้าอี้มาให้ผู้มารับแจกอั่งเปาประมาณ 7,000 ที่มาคนนั่งรอ และมีการแจกบัตรคิว เพื่อความเป็นระเบียบ โดยให้คนพิการ คนชรา เด็ก เข้ามานั่งรอภายในบ้านเพื่อรับอั่งเปาก่อน โดยบางคนมารอตั้งแต่ตี 5 เพื่อรอรับบัตรคิว และในปีนี้ทางครอบครัวชัยรัตน์ยังได้ทำโรงทานน้ำดื่มและโรตีแจกฟรีแก่คนยากคนจนจำนวน 20,000 ชิ้นอีกด้วย   ต่อมา นายปรีชา ชัยรัตน์ อายุ 70 ปี คหบดีใจบุญ ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจหลายอย่างเช่น เจ้าของโรงงานน้ำตาลเริ่มอุดม โรงแรมบ้านเชียง ตลาดปรีชา และกิจการอสังหาริมทรัพย์ พร้อม ด้วยนางนางสรรค์นรา ชัยรัตน์ ภริยา พร้อมครอบครัว ได้นำอั่งเปาในซองสีแดงภายในบรรจุเงินจำนวน 200 บาทจำนวน 2,00,000 บาทแจกจ่ายให้แก่คนยากไร้ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน และสำรองไว้อีก 3 ล้านบาทหากไม่พอ    โดยให้ชาวบ้านเข้าแถว 2 แถวเดินเข้ามาทางประตูทิศตกวันตก และเมื่อรับแล้วให้เดินออกไปทางประตูทิศตะวันออก ซึ่งจะมีน้ำดื่มและโรตีแจกให้กินฟรี เมื่อหมดคนที่ได้บัตรคิว ก็ได้ให้คนที่ไม่มีบัตรคิวเข้ามารับต่อจนกว่าจะหมด   นายปรีชา พร้อมภรรยา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตรุษจีนปีนี้ก็เหมือนเช่นทุกปี ไม่ต้องถามว่าแจกอั่งเปาเท่าไหร่ เอาเป็นว่าแจกจนกว่าจะไม่มีคนมารับ ถ้าจะทำบุญก็อย่าไปคิดอะไรมาก ยิ่งปีนี้เศรษฐกิจไม่ดี อีกทั้งมีภัยพิบัติน้ำท่วม ต่อด้วยภัยแล้งที่จะแล้งยาวนาน ดูได้จากคนนำอาหารมาขายริมฟุตปาทจำนวนมาก ถือว่าเศรษฐกิจไม่ดี คนไม่มีปัญญาไปกินก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง ไม่มี เงินไปกินร้านอาหารหรู ต้องซื้อกับข้าวริมทางไปกินที่บ้าน   นายปรีชา ยกมือพนม พูดปนสะอื้นพร้อมกับน้ำตาคลอ บอกีอกว่า ผมขอภาวนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้เศรษฐกิจเราดี ช่วยให้ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุขทุกท่าน รู้สึกสงสารประชาชน เศรษฐกิจไม่ดี เราเคยเห็น เราเคยรู้ เราเคยสัมผัสว่า มันเป็นอย่างไร มาเจอแบบนี้มันอดไม่ได้ เรามาถึงตรงนี้ได้เพราะบุญเก่าไม่เป็นอะไร เมื่อเรามีจึงอยากเผื่อแผ่ให้คนด้อยโอกาส แม้ว่าจะดูน้อยนิด แต่ก็อยากให้ เงินน้อยนิดแต่อาจจะมากมายสำรับบางคน เรามาช่วยกันให้เศรษฐกิจอุดรธานีดีขึ้น แต่ยังดีใจที่เหตุฆาตกรรมไม่มาก หรือแทบไม่มี ตนเป็นพ่อค้าก็จะช่วยไป คนละไม้ละมือ มันก็จะดีขึ้น    สุดท้าย ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วเมืองอุดรธานี ช่วยปกปักษ์ รักษา คุ้มครองให้ทุกคนมีร่างกายแข็งแรง ช่วยให้อุปสรรคที่อยู่ข้างหน้าไปลุล่วงผ่านพ้นไปด้วยดีด้วยเทอญ ท่ามเป็นเรื่องราวดีๆ ที่อยากบอกต่อคหบดีใจบุญเมืองอุดรแจกอั่งเปาคนยากไร้ในเทศกาลตรุษจีนปีนี้   ขณะที่ จ.ชลบุรี อดีต ส.ส.มานิตย์ ภาวสุทธิ์ แจกอั่งเปาชาวบ้านคนละ 300 บาท ตั้งใจแจกเพราะหนึ่งปีมีครั้งเดียว เว้นช่วงเลือกตั้งเพราะผิดกฎหมาย   ศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย ต.หนองไม้แดง อ.เมือง จ.ชลบุรี ได้มีชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงกับศูนย์ประสานงานพรรคได้เดินทางมารอแต๊ะเอียกันอย่างมาก ซึ่งเป็นปกติในช่วงเทศกาลตรุษจีน หลังจากไหว้บรรพบุรุษเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมีการแต๊ะเอีย หรือแจกอั่งเปาให้กับบุตรหลาน ญาติสนิทมิตรสหาย เพราะถือว่าแจกเท่าไหร่จะได้คืนเท่านั้น    นายมานิตย์ ภาวสุทธิ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี และอดีตผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนางกังสดาล ภาวสุทธิ์ ภรรยา พร้อมด้วยซองอั่งเปาซองแดงจำนวนมากได้เดินแจกให้กับประชาชนที่มาเข้าแถวรอรับอั่งเปาจำนวนมาก  โดย นายมานิตย์กล่าวว่า ปกติช่วงวันตรุษจีนถือว่า 1 ปีมีครั้งเดียว ตั้งใจแจกอั่งเปาให้กับทุกๆคนที่มารอรับที่บ้าน ถือว่าเป็นการช่วยเหลือประชาชนอีกทางหนึ่ง เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี ถึงแม้ว่าตนเองไม่ได้ร่ำรวย ก็ถือว่าเป็นการช่วยเหลือกัน จะได้มีเงินไปใช้จ่ายในครอบครัว ยอมรับว่าจะแจกทุกปี เว้นแต่ปีใดมีการเลือกตั้งจะแจกไม่ได้ เพราะผิดกฎหมาย   จากการสอบถามชาวบ้านที่มารอรับแต๊ะเอียในครั้งนี้ ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ตำบลหนองไม้แดง และตำบลข้างเคียง ที่ทราบข่าว โดยมีการชักชวนลูกหลานมารับแจกอั่งเปาในครั้งนี้ด้วย ภายในซองแดงจะมีเงินบรรจุอยู่ภายในซองๆละ 300 บาท สร้างความดีใจกับผู้ที่เดินทางมารับอั่งเปาในครั้งนี้อย่างมากมาย เพราะจะได้มีเงินไปใช้จ่ายช่วงเทศกาลปีใหม่ของชาวจีนเพราะอย่างน้อยเงิน 300 บาท ก็สามารถซื้อกับข้าวทำกินกันได้ทั้งครอบครัว     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Cwg30y1bMH4

 1,401
ข่าวโซเชียล
19 ม.ค. 63

‘หมอจวบ’ แจงปมดึงเส้นมะเร็ง รักษาโรคร้าย เผยเคยป่วยใช้เข็มสะกิด แล้วหายจริง

นครนายก - หมอจวบเปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีคนถ่ายคลิปวิดีโอ แล้วนำไปลงในสื่อโซเชียลถึงการรักษาโรคมะเร็งโดยใช้แหนบดึงและใช้น้ำหมักทาตามตัวเพื่อการฆ่าเชื่อ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านของนายประจวบ สิงหวิบูลย์ (หมอจวบ) อายุ70ปี ที่บ้านเลขที่291 หมู่3 ตำบลเกาะหวาย อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ซึ่งเปิดเป็นสถานที่รักษาคนที่เป็นโรคมะเร็ง โดยในวันนี้ไม่มีคนมาเข้าการรักษา พบเพียงหมอจวบคนเดียว โดยหลังจากที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งนำเรื่องราววิธีการรักษาโรคมะเร็งแบบโบราณของหมอจวบมาเผยแพร่ ก็มีเสียงวิจารณ์ถึงขั้นตอนในการรักษา ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสสัมภาษณ์และเข้าไปถ่ายในห้องที่ใช้สำหรับหมักน้ำยา โดยมีถังสีน้ำเงิน200 ลิตรที่ใช้สำหรับหมักและขวดพลาสติก ที่บรรจุน้ำหมักแล้วจำนวนมากวางเรียงกันอยู่ภายในห้องดังกล่าว หลังจากหมอจวบได้พาผู้สื่อมาดูอุปกรณ์ที่ใช้ในการรักษาก็จะมีแหนบ เข็มเย็บผ้าเบอร์10 และมีน้ำหมักที่ใช้ในการทาตัวก่อนการรักษา โดยพื้นที่ใช้สำหรับการรักษาก็เป็นเตียงไม้ธรรมดา จากการสอบถามหมอจวบบอกว่า ตนเองเริ่มในการรักษาคนที่เป็นมะเร็งมากว่า 40 ปีแล้ว โดยได้ศึกษาการรักษาคนที่เป็นมะเร็งจากหมอจีนคนหนึ่ง ที่สนใจศึกษาเรื่องนี้เนื่องจากตนเองนั้นเป็นโรคมะเร็งตอนวัยรุ่น พอได้วิชามาก็มาลองทำดูและรักษาตนเองจนอยู่รอดถึงทุกวันนี้ ต่อมามีคนรู้เรื่องว่าตนเองสามารถรักษาอาการของมะเร็งก็เริ่มมีคนที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งทยอยเข้าการรักษาเป็นจำนวนมาก บางวันมีมากกว่า100คน โดยการรักษาจะใช้น้ำหมักที่ผสมด้วยแอลกอฮอลล้างแผล ดีบุก ตำลึงทอง ที่หมักไว้แล้วกว่า1ปี มาทาทั่วร่างกาย หลังจากนั้นจะพบจุดต่าง ๆ ที่หมอจวบบอกว่าเป็นตัวมะเร็งจะผุดขึ้นมา และจะใช้เข็มสะกิดที่หัวขาวๆและใช้แหนบดึงที่เป็นเส้นขาวๆออกมา หลังจากนั้นก็จะใช้น้ำหมักมาทาตามตัวเพื่อฆ่าเชื้ออีกครั้ง โดยการรักษาแต่ละครั้งไม่เคยคิดค่ารักษา มีแต่คนที่มารักษาจะซื้อยาหมักกลับไปที่บ้านเองในราคาขวดละ100บาท บางคนเดินทางมาไกลถึงเชียงใหม่ มารักษาแล้วอาการดีขึ้นเขาจึงบอกต่อๆ กันไป ทั้งนี้ทางผู้สื่อข่าวได้ถามถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือสาธารณสุขจังหวัดเคยเข้าตรวจสอบหรือไม่หมอจวบบอกว่าเคยมีมาเข้าตรวจสอบในการรักษาและตรวจสอบเกี่ยวกับน้ำหมักและได้ออกใบอนุญาติให้เอาไว้ บางรายหมอจวบบอกว่ามะเร็งระยะที่4ก็รักษาหายได้   ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/EPDwA1p8syg    

 3,091
สังคม
19 ม.ค. 63

ไฟไหม้อาคารกองช่างเทศบาลเมืองนครนายก วอดทั้งหลัง ดับเพลิงเจ็บ 1

นครนายก-เมื่อวันที่ 18 ม.ค.2563 สถานีดับเพลิงเทศบาลเมืองนครนายก ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่บ้านตลาดเก่า ต.นครนายก อ.เมืองนครนายก ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารไม้กองช่างเทศบาลเมืองนครนายก   โดยเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็วจนทั่วตัวอาคาร จึงส่งรถน้ำเข้าทำการดับ แต่ด้วยลักษณะเป็นอาคารไม้เก่า มีอุปกรณ์ถูกนำมาเก็บไว้เป็นจำนวนมากและเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี จึงทำให้เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ชาวบ้านได้นำสายยางต่อน้ำจากภายในบ้านมาช่วยฉีดน้ำเพื่อไม่ให้ไฟลุกลามเข้ามาในบ้าน ส่วนหนึ่งก็ได้ช่วยกันขนย้ายข้าวของเครื่องใช้ ถังแก๊ส และคนชรา ออกมานอกตัวบ้าน เนื่องจากเกรงเพลิงที่กำลังลุกไหม้อย่างรวดเร็ว   ขณะที่ นายณัฐพงษ์ ศิริชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ทราบข่าวได้โทรสั่งการรถน้ำในพื้นที่ใกล้เคียงและอำเภอรอบข้าง ส่งรถน้ำมากกว่า 10 คัน ตีวงล้อมอาคารทุกจุดทำการฉีดน้ำสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลาม เข้าบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ติดโดยรอบกับอาคารกองช่างเทศบาล ซึ่งใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงทั้งหมดไว้ได้    ขณะที่เหตุการณ์ในครั้งนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปดับเพลิง ได้รับบาดเจ็บถูกของแข็งหล่นใส่ศีรษะแตก 1 คน อาสากู้ภัยได้นำตัวออกมาทำแผล และส่งไปโรงพยาบาลนครนายก ส่วนมูลค่าความเสียหายนั้นยังไม่สามารถระบุได้ต้องรอการตรวจสอบอีกครั้ง   เบื้องต้นจากการสอบถามชาวบ้านในที่เกิดเหตุ บอกว่าต้นเพลิงคาดเกิดจากด้านล่างอาคารห้องริมติดกับโรงรถ ก่อนที่จะลุกลามไปทั่วทั้งอาคาร โดยหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและกองพิสูจน์หลักฐานจะเข้าทำการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง ว่าต้นเพลิงเกิดขึ้นจากจุดไหน เบื้องต้นสันนิษฐานอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากอาคารหลังนี้ถูกสร้างมานานแล้ว         ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/0VS9HTNjadU  

 1,095
สังคม
19 ม.ค. 63

ระทึก! เกิดเพลิงไหม้อาคารกองช่างเทศบาลเมืองนครนายกเสียหายทั้งหลัง

นครนายก – เกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้กองช่างของเทศบาลเมืองนครนายก ได้รับความเสียหายทั้งหมด ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ โดยไฟได้ลุกไหม้อย่างรุนแรงและรวดเร็วเนื่องจากตัวอาคารของกองช่างข้างบนชั้นที่2 เป็นไม้และมีวัสดุที่ติดไฟได้ง่ายเช่นถังสี และวัสดุอื่นๆที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี โดยรถดับเพลิงของทางเทศบาลจำนวน 3 คันได้เข้าสกัดเพลิงเพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านเรือนของประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ชาวบ้านได้ช่วยกันนำอุปกรณ์มาช่วยกันดับไฟ โดยเหตุเกิดขึ้นตรงบริเวณฝั่งตลาดวังกระโจม เขตเทศบาลเมืองนครนายก หลังจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าและนายกเทศบาลเมืองนครนายกมาที่เกิดเหตุและ เข้าสั่งการและขอสนับสนุนรถน้ำจาก อบต.ต่าง ๆ รวมรถน้ำประมาณ 6 คันเพราะเกรงว่าไฟจะลุกลามไปยังบ้านเรือนประชาชน สำหรับกองช่างของเทศบาลนั้นเป็นสถานที่เก็บพัดลมไอน้ำ ถังสี วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ในงานของเทศบาล จะนำมาเก็บเอาไว้ที่นี่ โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่มีผู้ใดได้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ส่วนสาเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิฐานว่าหน้าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจร และยังไม่สามารถสรุปความเสียหายได้ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะได้เร่งหาสาเหตุที่ชัดเจนของการเกิดเหตุในครั้งนี้ต่อไป     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/CNHYwqD7amk    

 220
สังคม
19 ม.ค. 63

กระบะเมาซิ่งชนท้าย จยย.พ่วงข้าง พบผู้เสียชีวิต 2 ราย เจ็บ 1 ราย

นครนายก - ศูนย์วิทยุเมืองนายกได้รับแจ้งเหตุมีรถยนต์กระบะชนท้ายรถจักรยานยนต์พ่วงข้างมีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 1 ราย บริเวณ กม.ที่ 3-4 ถนนเลียบคลองชลประทาน หมู่ที่ 13 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ใกล้วัดโบถส์การ้อง ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะสีบรอนด์  ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนตกลงไปในคลองชลประทานเกือบมิดคัน ส่วนคนขับติดอยู่ในรถชาวบ้านได้ทุบกระจกช่วยนำตัวออกมาได้ ซึ่งมีอาการมึนเมากลิ่นเหล้าเหม็นทั่วตัวและต่อมาคนขับรถยนต์ปิกอัพได้หลบหนีไปในช่วงชุลมุน ห่างกัน 30 เมตรพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าสีนำเงินพ่วงข้างหมายเลขทะเบียน นครนายก ฆ – 7744 สภาพรถพังเสียหายทั้งคัน ข้างรถพบศพนางสุพัฒตรา จำรัส อายุ 40 ปีเป็นแม่ค้าขายผักอยู่ที่ตลาดท่าหุบในสภาพศพนั่งเสียชีวิตอยู่ข้างรถจักรยานยนต์ ส่วนนายประสงค์ มากสุข อายุ 39 ปี เป็นสามีนางสุพัฒตรา ได้กระเด็นตกลงไปในคลองกู้ภัยสว่างอริยะได้ช่วยนำตัวขึ้นมาบนบกช่วยปั้มหัวใจและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเป็นลูกชายผู้เสียชีวิตชื่อเด็กชายธนันชัย มากสุข อายุ 4 ขวบ กู้ภัยสว่างอริยะได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลนครนายก จากการบอกเล่าของนายวิชัย สุขเจริญ อายุ 53 ปี เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 ตำบลดอนยอได้ขับรถยนต์ผ่านมาได้เห็นเหตุการณ์ ว่าเห็นรถยนต์คันก่อเหตุได้ขับรถมาจากถนนสายท่าหุบมุ่งหน้าไปทางดอนยอได้ขับรถยนต์มาด้วยความเร็วได้เกิดชนท้ายรถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่มีสามีภรรยาและลูกขับมาอย่างแรงจึงเป็นเหตุให้มีผุ้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 1 ราย ส่วนรถยนต์ได้ตกลงไปในคลองและคนขับได้หลบหนีไปได้ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเก็บข้อมูลหลักฐานและจะได้ติดตามตัวคนขับรถยนต์ปิกอัพมาสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/Ue9Fl0tYsnc    

 996
สังคม
18 ม.ค. 63

เตือนภัย! อย่าหลงเชื่ออ้างเป็นหมอพื้นบ้าน รักษามะเร็งด้วยวิธีดึงเส้นขน

หมอจวบเปิดใจให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่มีคนถ่ายคลิปแล้วเอาไปลงในสื่อโซเชี่ยวถึงการรักษาโรคมะเร็งโดยใช้แหนบดึงและใช้น้ำหมักทาตามตัวเพื่อการฆ่าเชื่อ   ที่นครนายก ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านของนายประจวบ สิงหวิบูลย์ (หมอจวบ) อายุ 70 ปี ที่บ้านเลขที่ 291 หมู่3 ต.เกาะหวาย อ.ปากพลี จ.นครนายกซึ่งเปิดเป็นสถานที่รักษาคนที่เป็นโรคมะเร็ง โดยในวันนี้ไม่มีคนมาเข้าการรักษา พบเพียงหมอจวบคนเดียว โดยหลังจากที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งนำเรื่องราววิธีการรักษาโรคมะเร็งแบบโบราณของหมอจวบมาเผยแพร่ ก็มีเสียงวิจารณ์ถึงขั้นตอนในการรักษา   โดยผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสสัมภาษณ์และเข้าไปถ่ายในห้องที่ใช้สำหรับหมักน้ำยา โดยมีถังสีน้ำเงิน 200 ลิตร ที่ใช้สำหรับหมักและขวดพลาสติก ที่บรรจุน้ำหมักแล้วจำนวนมากวางเรียงกันอยู่ภายในห้องดังกล่าว หลังจากหมอจวบได้พาผู้สื่อมาดูอุปกรณ์ที่ใช้ในการรักษาก็จะมีแหนบ เข็มเย็บผ้าเบอร์ 10 และก็น้ำหมักที่ใช้ในการทาตัวก่อนการรักษา โดยพื้นที่ที่ใช้สำหรับการรักษาก็เป็นเตียงไม้ธรรมดา รักษาแบบเปิดเผย   จากการสอบถามหมอจวบบอกว่า ตนเองเริ่มในการรักษาคนที่เป็นมะเร็งมากว่า 40 ปีแล้ว โดยได้ศึกษาการรักษาคนที่เป็นมะเร็งจากหมอจีนคนหนึ่ง ที่สนใจศึกษาเรื่องนี้เนื่องจากตนเองนั้นเป็นโรคมะเร็งตอนวัยรุ่น พอได้วิชามาก็มาลองทำดูและรักษาตนเองจนอยู่รอดถึงทุกวันนี้ ต่อมามีคนรู้เรื่องว่าตนเองสามารถรักษาอาการของมะเร็งก็เริ่มมีคนที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งทยอยเข้าการรักษาเป็นจำนวนมาก บางวันมีมากกว่า 100 คน   โดยการรักษาจะใช้น้ำหมักที่ผสมด้วยแอลกอฮอล์ล้างแผล ดีบุก ตำลึงทอง ที่หมักไว้แล้วกว่า 1 ปี มาทาทั่วร่างกาย หลังจากนั้นจะพบจุดต่าง ๆ ที่หมอจวบบอกว่าเป็นตัวมะเร็งจะผุดขึ้นมา และจะใช้เข็มสะกิดที่หัวขาว ๆ และใช้แหนบดึงที่เป็นเส้นขาว ๆ ออกมา หลังจากนั้นก็จะใช้น้ำหมักมาทาตามตัวเพื่อฆ่าเชื้ออีกครั้ง โดยการรักษาแต่ละครั้งไม่เคยคิดค่ารักษา มีแต่คนที่มารักษาจะซื้อยาหมักกลับไปที่บ้านเองในราคาขวดละ100 บาท บางคนเดินทางมาไกลถึงเชียงใหม่ มารักษาแล้วอาการดีขึ้นเขาจึงบอกต่อ ๆ กันไป   ทั้งนี้ทางผู้สื่อข่าวได้ถามถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือสาธารณสุขจังหวัดเคยเข้าตรวจสอบหรือไม่หมอจวบบอกว่าเคยมีมาเข้าตรวจสอบในการรักษาและตรวจสอบเกี่ยวกับน้ำหมักและได้ออกใบอนุญาตให้เอาไว้ บางรายหมอจวบบอกว่ามะเร็งระยะที่ 4 ก็รักษาหายได้ หมอจวบท้าให้ลอง     รับชมผ่านยูทูป : https://youtu.be/8KWSJATCIpQ

 2,403
สังคม
07 ม.ค. 63

หลวงพ่อออกบิณฑบาตร พร้อมจูงวัวช่วยลากรถเข็นบรรทุกอาหารญาติโยม

หลวงพ่อสุธี สำนักสงฆ์ที่โคราช ได้นำลูกวัวมาช่วยลากรถเข็นบรรทุกอาหารที่ญาติโยมนำมาใส่บาตร ในตลาดสดเทศบาลเมืองนครนายก   ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองนครนายก ผู้สื่อข่าวได้พบหลวงพ่อสุธี สำนักสงฆ์โคราช รูปหนึ่งได้นำลูกวัวพันธุ์ไทย เพศผู้ อายุ 2 ปี สีน้ำตาล เดินช่วยลากรถเข็นรับสิ่งของที่หลวงพ่อรับบิณฑบาต ในตลาดสดเทศบาลเมืองนครนายก โดยมีประชาชน พ่อค้า แม่ค้าให้ความสนใจนำปัจจัย อาหารสำเร็จรูป ผลไม้ และสิ่งของ มาใส่บาตรเป็นจำนวนมาก เนื่องจากในจังหวัดนครนายก ไม่เคยพบพระสงฆ์นำวัวออกมาช่วยลากรถเข็นรับสิ่งของบิณฑบาต สร้างความแปลกและเป็นที่ฮือฮาแก่ประชาชน พ่อค้า แม่ค้า ในตลาดสด   จากการสอบถามหลวงพ่อสุธี สำนักสงฆ์ ที่โคราช เล่าว่าได้มาทำธุระที่นครนายก ได้นำลูกวัวเพศผู้สีน้ำตาล อายุ 2 ปี ชื่อว่าแรมโบ้ ขึ้นรถตู้มาด้วย และในเช้าวันนี้ได้ออกมารับบิณฑบาตโปรดญาติโยม โดยให้เจ้าแรมโบ้ช่วยลากรถเข็นบรรทุกสิ่งของที่ญาติโยมนำมาใส่บาตร ที่จังหวัดนครนายกดังกล่าว       ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/vuni0KF0igc  

 1,793
สังคม
02 ม.ค. 63

ชายเมากร่างใช้หัวโขกเบ้าตา ตร.จนเขียวช้ำ ฉุนเรียกตรวจวัดแอลกอฮอล์

นครนายก-โลกโซเชียลแชร์คลิป หนุ่มเมากร่าง ถูกตำรวจที่ด่านเรียกตรวจ ก่อนจะโวยวาย เดินเตะกรวยที่ด่าน แล้วใช้หัวโขกตำรวจจนล้ม เหตุเกิดขึ้นในท้องที่ สภ.ดงละคร นครนายก   ขณะที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ในด่านตรวจ มีชายคนหนึ่งโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ จากนั้นก็เดินเตะกรวยที่ตั้งที่ด่าน และขอดูบัตรเจ้าหน้าที่ ก่อนใช้หัวโขกเข้ามาที่เบ้าตาขวาของตำรวจจนเต็มแรง ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สภ.ดงละคร พบว่าตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ คือ ดาบตำรวจสิงคาร มนสุโทน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน   ซึ่งวันนี้ได้เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน สอบถามเพื่อนตำรวจด้วยกัน เล่าว่า เหตุเกิดคืนวันที่ 29 ธ.ค. ตนเองและผู้บาดเจ็บได้เดินออกมาจากบ้าน เพื่อพักผ่อนที่ศาลาพักผู้โดยสารที่หน้าโรงพัก ซึ่งมีการตั้งด่านอยู่ ระหว่างนั้นได้ยินเสียงเอะอะโววายเสียงดัง พบมีชายคนหนึ่งกำลังด่าทอตำรวจ ซึ่งเป็นตำรวจใหม่ จึงเดินเข้าไปดู ก่อนที่ชายในคลิปจะเตะกรวยกระเด็นไปไกล ด.ต.สิงคาร จึงเข้าไปคุยและพยายามแสดงตัวว่าเป็นตำรวจ และจะขอดูบัตร ก่อนจะใช้หัวโขก จนเพื่อนของตนล้มลงจากนั้นได้นำตัวมาสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก พร้อมแจ้งข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน นำตัวส่งฟ้องศาล   ด้านทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ระบุว่า กรณีนี้ผิด 2 ข้อหา คือทำลายทรัพย์สินของทางราขชการ และทำร้ายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ไม่สามารถยอมความได้     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/1-2WdsB5UDE  

 424
ข่าวภูมิภาค
02 ม.ค. 63

หนุ่มเมากร่างอาละวาดใส่ตร.ที่ด่านตรวจ ดาบตำรวจออกเวรเข้าช่วยระงับเหตุถูกหัวโขกเบ้าตาปูด ล่าสุดเข้าขอโทษแล้ว

นครนายก-โลกออนไลน์โพสต์คลิปภาพตำรวจนอกเครื่องแบบ สภ.ดงละคร ถูกชายเมาทำร้ายร่างกาย ด้วยการใช้ศีรษะโขกเต็มแรง จนได้รับบาดเจ็บที่เบ้าตา จนต้องนอนล้มฟุบไปกับพื้นถนน เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2562    ล่าสุดผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรดงละคร พบกับดาบตำรวจสิงคาร มนสุโทน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนซึ่งได้รับบาดเจ็บ แต่เจ้าตัวไม่สะดวกให้ข้อมูล ซึ่งที่บริเวณเบ้าตาขาวที่ยังมีรอยบวมช้ำและการมองเห็นมีปัญหายังมองภาพไม่ชัด เพราะได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทกที่เกิดขึ้น   จากการสอบถามเพื่อนตำรวจด้วยกันเล่าว่า ได้ออกมานั่งพักผ่อนที่ศาลาพักผู้โดยสารที่หน้าโรงพัก จากนั้นได้ยินเสียงเอะอะโวยวายเสียงดังของชายคนหนึ่ง ที่กำลังจะขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในขณะปฎิบัติหน้าที่ที่ด่านตรวจ ด้วยความเป็นห่วงน้องๆตำรวจที่เพิ่งจบใหม่ ตนเองและผู้ได้รับบาดเจ็บจึงรีบเดินเข้าไปดูว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น ก่อนตนจะเห็นชายรูปร่างสูงใหญ่ ตามภาพในคลิปเตะกรวยบริเวณกลางถนนด่านกระเด็นไปไกล จึงเดินเข้าไประงับเหตุ   แต่ชายดังกล่าวยังคงโวยวาย ก่อนที่จะใช้หัวโขกเข้ามาที่เบ้าตาตนอย่างแรง ตามคลิปเหตุการณ์ จนเพื่อนของตนต้องล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด ก่อนเจ้าหน้าที่จะนำตัวชายคนดังกล่าวมาสงบสติอารมณ์ พร้อมแจ้งข้อหาดำเนินคดี ในข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานและนำตัวส่งฟ้องต่อศาล เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ที่ผ่านมา   ด้านผู้ก่อเหตุระบุว่า  หลังจากกินเลี้ยงกับเพื่อนเสร็จ ตนขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ก็ได้เรียกให้จอดรถ เพื่อตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ด้วยความที่มีอาการง่วง และเพลียจากงานเลี้ยง จึงไม่พอใจที่มาเจอด่านตรวจ จึงบอกตำรวจว่าให้ตรวจได้ แต่ถ้าตรวจแล้วไม่เจออะไร ขอค่าเสียเวลานาทีละ 1,000 บาท จากนั้นจึงเดินห่างจากจุดตรวจ 100 เมตร เพื่อสงบสติอารมณ์ แต่จังหวะที่ก้าวขาเดินดันได้ไปสะดุดกับกรวยที่ตั้งอยู่กลางถนน แต่ตำรวจกล่าวหาว่าตนเตะกรวยใส่เจ้าหน้าที่ ซึ่งขณะนั้นตนมีอาการเมาอยู่เล็กน้อย ก่อนเหตุการณ์เป็นไปตามในคลิป   ส่วนกรณีที่ตนเอาศีรษะไปโขกหัวตำรวจ ยืนยันว่าไม่มีเจตนาจะทำร้ายอีกฝ่าย ซึ่งตำรวจนอกเครื่องเเบบเอาใบหน้ามาซบหน้าอกตน และทำสีหน้าท้าทายก่อนหลายครั้ง ทำให้ตนเกิดอารมณ์โมโห ประกอบกับตอนนั้นคิดว่าอีกฝ่ายไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจคิดว่าเขาเป็นประชาชนธรรมดา เพราะเครื่องเเบบก็ไม่ได้ใส่ และไม่มีบัตรมาแสดงให้เห็น ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/NBsZB0sssos

 899
สังคม
02 ม.ค. 63

หนุ่มเมากร่างอาละวาดใส่ตร.ที่ด่านตรวจ ดาบตำรวจออกเวรเข้าช่วยระงับเหตุถูกหัวโขกเบ้าตาปูด ล่าสุดเข้าขอโทษแล้ว

นครนายก-โลกออนไลน์โพสต์คลิปภาพตำรวจนอกเครื่องแบบ สภ.ดงละคร ถูกชายเมาทำร้ายร่างกาย ด้วยการใช้ศีรษะโขกเต็มแรง จนได้รับบาดเจ็บที่เบ้าตา จนต้องนอนล้มฟุบไปกับพื้นถนน เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2562    ล่าสุดผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรดงละคร พบกับดาบตำรวจสิงคาร มนสุโทน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนซึ่งได้รับบาดเจ็บ แต่เจ้าตัวไม่สะดวกให้ข้อมูล ซึ่งที่บริเวณเบ้าตาขาวที่ยังมีรอยบวมช้ำและการมองเห็นมีปัญหายังมองภาพไม่ชัด เพราะได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทกที่เกิดขึ้น   จากการสอบถามเพื่อนตำรวจด้วยกันเล่าว่า ได้ออกมานั่งพักผ่อนที่ศาลาพักผู้โดยสารที่หน้าโรงพัก จากนั้นได้ยินเสียงเอะอะโวยวายเสียงดังของชายคนหนึ่ง ที่กำลังจะขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในขณะปฎิบัติหน้าที่ที่ด่านตรวจ ด้วยความเป็นห่วงน้องๆตำรวจที่เพิ่งจบใหม่ ตนเองและผู้ได้รับบาดเจ็บจึงรีบเดินเข้าไปดูว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น ก่อนตนจะเห็นชายรูปร่างสูงใหญ่ ตามภาพในคลิปเตะกรวยบริเวณกลางถนนด่านกระเด็นไปไกล จึงเดินเข้าไประงับเหตุ   แต่ชายดังกล่าวยังคงโวยวาย ก่อนที่จะใช้หัวโขกเข้ามาที่เบ้าตาตนอย่างแรง ตามคลิปเหตุการณ์ จนเพื่อนของตนต้องล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด ก่อนเจ้าหน้าที่จะนำตัวชายคนดังกล่าวมาสงบสติอารมณ์ พร้อมแจ้งข้อหาดำเนินคดี ในข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานและนำตัวส่งฟ้องต่อศาล เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ที่ผ่านมา   ด้านผู้ก่อเหตุระบุว่า  หลังจากกินเลี้ยงกับเพื่อนเสร็จ ตนขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ก็ได้เรียกให้จอดรถ เพื่อตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ด้วยความที่มีอาการง่วง และเพลียจากงานเลี้ยง จึงไม่พอใจที่มาเจอด่านตรวจ จึงบอกตำรวจว่าให้ตรวจได้ แต่ถ้าตรวจแล้วไม่เจออะไร ขอค่าเสียเวลานาทีละ 1,000 บาท จากนั้นจึงเดินห่างจากจุดตรวจ 100 เมตร เพื่อสงบสติอารมณ์ แต่จังหวะที่ก้าวขาเดินดันได้ไปสะดุดกับกรวยที่ตั้งอยู่กลางถนน แต่ตำรวจกล่าวหาว่าตนเตะกรวยใส่เจ้าหน้าที่ ซึ่งขณะนั้นตนมีอาการเมาอยู่เล็กน้อย ก่อนเหตุการณ์เป็นไปตามในคลิป   ส่วนกรณีที่ตนเอาศีรษะไปโขกหัวตำรวจ ยืนยันว่าไม่มีเจตนาจะทำร้ายอีกฝ่าย ซึ่งตำรวจนอกเครื่องเเบบเอาใบหน้ามาซบหน้าอกตน และทำสีหน้าท้าทายก่อนหลายครั้ง ทำให้ตนเกิดอารมณ์โมโห ประกอบกับตอนนั้นคิดว่าอีกฝ่ายไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจคิดว่าเขาเป็นประชาชนธรรมดา เพราะเครื่องเเบบก็ไม่ได้ใส่ และไม่มีบัตรมาแสดงให้เห็น ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/NBsZB0sssos

 899
สังคม
02 ม.ค. 63

จับภาพนาทีเด็กปั๊มหนุ่มหลับใน ซิ่งรถพุ่งชนป้ายจุดตรวจจนบาดเจ็บ

ภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกภาพขณะเกิดเหตุรถ จยย.ที่ขับมาด้วยความเร็วพุ่งชนป้ายหยุดตรวจเทศกาลปีใหม่ ที่วางอยู่ไหลทางจนได้รับบาดเจ็บสาหัส   นครนายก-วัยรุ่นขับรถ จยย.เสียหลักชนป้ายหยุดตรวจบาดเจ็บสาหัส มีภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกภาพขณะเกิดเหตุรถ จยย.ที่ขับมาด้วยความเร็วพุ่งชนป้ายหยุดตรวจเทศกาลปีใหม่ ที่วางอยู่ไหลทางจนได้รับบาดเจ็บสาหัส มูลนิธิร่วมกตัญญู (จุดบ้านนา) รีบไปตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุพบกรวยยาง ป้ายสามเหลี่ยมหยุดตรวจ 2 อัน ของเทศบาล ต.พิกุลออก ถูกชนกระเด็นลากไปไกลประมาณ 50 เมตร มีผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 คน หัวมุดติดคาป้ายมีบาดแผลที่หน้าผาก ศีรษะ มีเลือดไหลออกปาก หมดสติได้รับบาดเจ็บสาหัส จนท.ช่วยปั๊มหัวใจ และปฐมพยาบาลช่วยเหลือเบื้องต้นก่อนนำส่ง รพ.บ้านนา ต่อมาทราบชื่อนายวรกฤษ กิจฉลอง อายุ 18 ปี ใกล้กันพบรถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงินคาดดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนล้มพังเสียหาย   จากการสอบสวนทราบว่านายวรกฤษ ผู้บาดเจ็บ เป็นพนักงานปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ในอ.บ้านนา หลังออกเวร ได้ขี่รถ จยย.เพื่อจะมาซื้อถุงเท้าให้น้องใส่ไปโรงเรียนในวันพรุ่งนี้ โดยรถวิ่งมาด้วยความเร็วสูง พอมาถึงที่เกิดเหตุได้พุ่งชนป้ายหยุดตรวจเข้าอย่างจังจนร่างกระเด็นหัวมุดเข้าไปในป้ายสามเหลี่ยมหยุดตรวจ ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว   ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บน่าจะหลับใน เพราะเพิ่งออกจากการเข้าเวรที่ปั๊มน้ำมัน พอมาถึงที่เกิดเหตุเลยเผลอวูบไปจนเกิดเหตุดังกล่าว   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/5uiYifzVMh0  

 202
สังคม
31 ธ.ค. 62

สาวทะเลาะกับแฟนคิดสั้นใช้มีดกรีดแขนตัวเอง กระโดดสะพานกลางดึกแต่ไม่ตาย เช้ามาร้องขอชาวบ้านช่วย

นครนายก-สาวทะเลาะกับแฟนคิดสั้นกระโดดสะพานแม่น้ำกลางดึก เช้ามาพบอยู่ที่ตอม่อใต้สะพานเรียกชาวบ้านให้ช่วยนำขึ้นฝั่งรอดชีวิตมาได้   เมื่อเวลา 07.30 น.ของวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ศูนย์วิทยุเมืองนายก ได้รับแจ้งจากนายศรีเมือง เจริญ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ได้มีหญิงสาวคิดสั้นกระโดดสะพานแม่น้ำข้างวัดโพธิ์ไทรในช่วงกลางดึกแต่รอดชีวิตมาได้ และในช่วงเช้าได้ร้องเรียกขอความช่วยเหลืออยู่ที่ตอม่อใต้สะพานข้างวัดโพธิ์ไทร จึงแจ้งเจ้าหน้าที่สายตรวจรถยนต์และกู้ภัยสว่างอริยะไปยังที่เกิดเหตุ พบหญิงสาวยืนอยู่บนตอม่อใต้สะพานจึงได้นำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือนำมาขึ้นบนฝั่งปฐมพยาบาล    ต่อมาทราบชื่อ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี เป็นแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่กรุงเทพ เล่าว่า ตนได้คบหากับแฟนหนุ่มมาได้ประมาณ 5 เดือน แฟนหนุ่มทำงานอยู่ที่นครนายก และเป็นช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ตนได้มาเที่ยวหาแฟนที่นครนายก แล้วเกิดมีปัญหาทะเลาะกันตนจึงเกิดความน้อยใจคิดสั้นใช้มีดกรีดแขน และเดินออกมากระโดดที่สะพานแม่น้ำกลางดึกของวันที่ 30 ธันวาคม 2562 แต่ไม่เสียชีวิตตนจึงว่ายน้ำมานั่งอยู่ที่ตอม่อใต้สะพานจนถึงเช้า และได้เห็นนายศรีเมือง เจริญ ผู้ใหญ่บ้าน กำลังรดน้ำผักอยู่ตนจึงได้ตระโกนเรียกขอความช่วยเหลือดังกล่าว ทั้งนี้ตนอยาขอโทษกู้ภัยและชาวบ้านด้วยที่ทำให้เดือดร้อน   ด้าน นายศรีเมือง เจริญ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เล่าว่าช่วงเช้าตนได้ออกจากบ้านมาทำสวนรดน้ำผัก ได้ยินเสียงผู้หญิงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือตนจึงสอบถามได้ข้อมูลจึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยฯมาช่วยดังกล่าว

 3,859

Top