ค้นหา :

ผลการค้นหา "นครนายก"

พระราชสำนัก
13 ธ.ค. 62

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงติดตามการดำเนินงานส่งเสริมการศึกษาและคุณภาพชีวิตให้แก่เยาวชน จังหวัดนครนายก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงติดตามการดำเนินงานส่งเสริมการศึกษา และคุณภาพชีวิตให้แก่เยาวชนในพื้นที่จังหวัดนครนายก     สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปโรงเรียนวัดพราหมณี ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ทรงติดตามการดำเนินงานส่งเสริมการศึกษา ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 136 คน ดำเนินงานโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชน ในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริต่างๆ    โดยทางโรงเรียนได้จัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Active Learning ควบคู่กับการใช้สื่อการสอนที่ทันสมัย และเน้นให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมตามกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ เพื่อให้นักเรียนเกิดการจดจำอย่างยั่งยืน ในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โรงเรียนส่งเสริมให้นักเรียนนำเศษวัสดุเหลือใช้มาประดิษฐ์เป็นสิ่งของ เครื่องใช้ และของเล่นต่างๆ โดยนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ สังคม การงานอาชีพ และศิลปะ มาบูรณาการร่วมกัน จนได้รับรางวัลต่างๆ เช่น รางวัลชนะเลิศการแข่งขันประดิษฐ์ของเล่นจากเศษวัสดุเหลือใช้ ประเภทนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 ในงานมหกรรมความสามารถทางศิลปหัตถกรรมวิชาการและเทคโนโลยี ประจำปี 2561    นอกจากนี้ยังจัดการเรียนการสอนบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ที่สอนให้นักเรียนชั้นอนุบาลรู้จักการเลี้ยงกบ ซึ่งเป็นสัตว์ที่พบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน ให้นักเรียนเข้าใจถึงการเจริญเติบโต และวงจรชีวิต นอกจากนี้ยังส่งเสริมด้านงานอาชีพ โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ เพิ่ม และพัฒนาองค์ความรู้ในการทำเกษตรยั่งยืน ทั้งการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เช่น การทำกล้วยฉาบ เผือกฉาบ น้ำพริกปลาดุก และได้ส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ โดยการปรับเพิ่มสูตร เช่น ไข่เค็มอัญชัน ขมิ้น และใบเตย เพื่อให้นักเรียนมีความรู้สามารถนำไปปรับใช้ สร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวในอนาคต   จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตร นิทรรศการความก้าวหน้าในการดำเนินงานโรงเรียนในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีผลการดำเนินกิจกรรมดีเด่น จำนวน 6 โรงเรียน อาทิ นิทรรศการ เด็กไทยใส่ใจสุขภาพ ของโรงเรียนวัดสุตธรรมาราม ที่ดำเนินกิจกรรมในชื่อภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกแก่นักเรียน ในการนำสิ่งที่มีอยู่ภายในชุมชนมาแปรรูปให้เกิดคุณค่า รู้จักการเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ โดยการให้นักเรียนนำผลผลิตที่ได้จากการปลูกต้นหม่อนภายในโรงเรียน มาทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ ชา แยม คุกกี้ เป็นต้น    นิทรรศการความสำเร็จด้านการจัดการเรียนรู้ด้านการจัดการสหกรณ์ ของโรงเรียนบ้านเขาส่องกล้อง ซึ่งได้รับรางวัลพระราชทานโรงเรียนจัดการเรียนรู้การจัดการสหกรณ์ดีเด่นระดับประเทศ ประจำปี 2562 โดยดำเนินกิจกรรมภายใต้หัวข้อหนึ่งห้องเรียนหนึ่งอาชีพ โดยการบูรณาการกับหลักสูตรของสถานศึกษาเข้ากับวิชาสหกรณ์ 4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านวิชาการ ด้านบริหารจัดการ ด้านความสำเร็จ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียน รู้จักการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ การประกอบอาชีพ และระบบการบริการจัดการสหกรณ์ ซึ่งวิทยาลัยการอาชีพนครนายก และวิทยาลัยเทคนิคนครนายก เข้ามาให้คำแนะนำและให้ความรู้ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ อาทิ น้ำยาล้างจาน เต้าหู้นมสด ไข่เค็ม น้ำสมุนไพร เป็นต้น    ส่วนโรงเรียนวัดพลอยกระจ่างศรี ดำเนินโครงการยุวเกษตรกรน้อยตามรอยพ่อ ภายใต้โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ซึ่งประสบความสำเร็จในด้านการเพาะเห็ดฟาง จากวัชพืชที่ได้จากท้องถิ่นโดยไม่ใช้ฟาง เพื่อสนองพระราโชบาย ที่ได้พระราชทาน คำแนะนำในการดำเนินกิจกรรมเพื่อลดรายจ่ายในการดำเนินการ นอกจากนี้ได้ส่งเสริมให้นักเรียนทำกิจกรรมประกอบอาหารโดยการนำผลผลิต ที่ได้จากเห็ดฟางมาแปรรูปเป็นอาหารกลางวันได้แก่ แกงเขียวหวานเห็ดฟาง อีกด้วย   ในการนี้ พระราชทานพระราชวโรกาส ให้ ข้าราชการครูผู้ปฏิบัติงานโครงการตามพระราชดำริ กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเกษียณอายุราชการ พร้อมทั้งทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองพระบาท รับเสด็จอย่างใกล้ชิด ซึ่งราษฎรต่างปลื้มปิติและสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

 81
ข่าวภูมิภาค
05 ธ.ค. 62

อิทธิฤทธิ์เมียทลายบ่อน ‘เจ๊รุ้ง’ นครนายก หลังสุดทน 'ผัว-ลูกชาย' ติดพนันจนหมดเนื้อหมดตัว

นครนายก - เจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการพิเศษกรมการปกครองได้นำกำลังบุกเข้าทลายบ่อนใหญ่ อยู่ในบ้านเลขที่99 หมู่ที่1 ตำบลบ้านนา อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก หลังมีแม่บ้านรายหนึ่งได้ทำเรื่องร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงค์ธรรมของจังหวัดนครนายก ว่า สามีและลูกของตนเองติดการพนันที่บ่อนอย่างมาก จนต้องขโมยทรัพย์สินในบ้านไปขายเพื่อนำเงินไปเล่นการพนัน ตนเองทนไม่ไหวจึงทำเรื่องไปร้องทุกข์และเล่าถึงบ่อนดังกล่าวว่า เปิดมานานโดยไม่มีใครปิดบ่อนดังกล่าวได้ ซึ่งชาวบ้านเรียกบ่อนดังกล่าวว่าบ่อนเจ๊รุ้ง ซึ่งเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่    โดยทางจังหวัดได้ประสานไปยังกรมการปกครองส่วนกลางให้เข้าตรวจสอบ หลังจากนั้นจึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ของฝ่ายปกครอง(สายลับ) แฝงตัวเข้าไปเล่นการพนันในบ่อนของเจ้รุ้งดังกล่าว โดยแฝงตัวอยู่ประมาณ 5 วัน จึงแน่ชัดว่าบ่อนดังกล่าวเปิดให้บริการอย่างไม่เกรงกลัวกฏหมาย โดยมีเจ้รุ้งเดินประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องกลัวอะไร    ซึ่งในวันนี้สายลับของเจ้าหน้าที่ก็ได้แฝงตัวเข้าไปเล่นการพนันอีกครั้ง จนมีจังหวะจึงส่งสัญญาณให้ชุดจับกุมบุกเข้าทลายบ่อนทัน โดยสามารถควบคุมคนที่ดูต้นทางได้ 2 คน ซึ่งเป็นชาวอินเดีย ส่วนที่เหลือบุกเข้าไปในบ้านซึ่งทำเป็นบ่อน ทันทีที่เจ้าหน้าที่บุกเข้าไปได้ นักพนันรวมถึงเจ้าของบ่อนถูกควบคุมตัวได้ทั้งหมด โดยมีการเล่นการพนันประเภทถั่วและพนันแปดเก้า โดยมีเจ้ามือ 17 คน มีนักพนันชาย-หญิง 40 คน    ส่วนพื้นที่บริเวณบ่อนของเจ้รุ้งมีพื้นประมาณ 4 ไร่ มีรั้วรอบขอบชิดเป็นกำแพงสูงประมาณ 3 เมตร มีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้รอบบ้าน มีคนเฝ้าประตูเข้าออกและคัดกรองคนเข้าออก หลังจากนั้นจึงได้ตรวจสอบรถที่จอดอยู่ภายในบ้านของเจ้รุ้งพบว่ามีรถที่เจ้รุ้งรับจำนำจอดเอาไว้ประมาณ 13 คัน เจ้าหน้าที่จึงทำการอายัดเอาไว้ก่อน หลังจากนั้นจึงได้ควบคุมตัวทั้งหมดมาที่ว่าการอำเภอบ้านนาเพื่อมาสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sTD40W0j9sI

 32,758
สังคม
05 ธ.ค. 62

อิทธิฤทธิ์เมียทลายบ่อน ‘เจ๊รุ้ง’ นครนายก หลังสุดทน 'ผัว-ลูกชาย' ติดพนันจนหมดเนื้อหมดตัว

นครนายก - เจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการพิเศษกรมการปกครองได้นำกำลังบุกเข้าทลายบ่อนใหญ่ อยู่ในบ้านเลขที่99 หมู่ที่1 ตำบลบ้านนา อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก หลังมีแม่บ้านรายหนึ่งได้ทำเรื่องร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงค์ธรรมของจังหวัดนครนายก ว่า สามีและลูกของตนเองติดการพนันที่บ่อนอย่างมาก จนต้องขโมยทรัพย์สินในบ้านไปขายเพื่อนำเงินไปเล่นการพนัน ตนเองทนไม่ไหวจึงทำเรื่องไปร้องทุกข์และเล่าถึงบ่อนดังกล่าวว่า เปิดมานานโดยไม่มีใครปิดบ่อนดังกล่าวได้ ซึ่งชาวบ้านเรียกบ่อนดังกล่าวว่าบ่อนเจ๊รุ้ง ซึ่งเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่    โดยทางจังหวัดได้ประสานไปยังกรมการปกครองส่วนกลางให้เข้าตรวจสอบ หลังจากนั้นจึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ของฝ่ายปกครอง(สายลับ) แฝงตัวเข้าไปเล่นการพนันในบ่อนของเจ้รุ้งดังกล่าว โดยแฝงตัวอยู่ประมาณ 5 วัน จึงแน่ชัดว่าบ่อนดังกล่าวเปิดให้บริการอย่างไม่เกรงกลัวกฏหมาย โดยมีเจ้รุ้งเดินประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องกลัวอะไร    ซึ่งในวันนี้สายลับของเจ้าหน้าที่ก็ได้แฝงตัวเข้าไปเล่นการพนันอีกครั้ง จนมีจังหวะจึงส่งสัญญาณให้ชุดจับกุมบุกเข้าทลายบ่อนทัน โดยสามารถควบคุมคนที่ดูต้นทางได้ 2 คน ซึ่งเป็นชาวอินเดีย ส่วนที่เหลือบุกเข้าไปในบ้านซึ่งทำเป็นบ่อน ทันทีที่เจ้าหน้าที่บุกเข้าไปได้ นักพนันรวมถึงเจ้าของบ่อนถูกควบคุมตัวได้ทั้งหมด โดยมีการเล่นการพนันประเภทถั่วและพนันแปดเก้า โดยมีเจ้ามือ 17 คน มีนักพนันชาย-หญิง 40 คน    ส่วนพื้นที่บริเวณบ่อนของเจ้รุ้งมีพื้นประมาณ 4 ไร่ มีรั้วรอบขอบชิดเป็นกำแพงสูงประมาณ 3 เมตร มีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้รอบบ้าน มีคนเฝ้าประตูเข้าออกและคัดกรองคนเข้าออก หลังจากนั้นจึงได้ตรวจสอบรถที่จอดอยู่ภายในบ้านของเจ้รุ้งพบว่ามีรถที่เจ้รุ้งรับจำนำจอดเอาไว้ประมาณ 13 คัน เจ้าหน้าที่จึงทำการอายัดเอาไว้ก่อน หลังจากนั้นจึงได้ควบคุมตัวทั้งหมดมาที่ว่าการอำเภอบ้านนาเพื่อมาสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sTD40W0j9sI

 32,758
ข่าวภูมิภาค
22 พ.ย. 62

อีกแล้ว 'โมทย์ สาริกา' ฉุด นศ.สาวไปข่มขืน สุดเถื่อนใช้ปืนตบหน้า อ้างหน้าคล้ายแฟนเก่า

หากจำกันได้ มีคดีกลุ่มชายวัยรุ่นที่จับหญิงสาวไปข่มขืนโดยอ้างว่าเป็นการจ่ายดอกเบี้ยค่ายาเสพติด เหตุเกิดในพื้นที่ จ.นครนายกเมื่อช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา โดยตอนนั้น ตร.สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุคือ นายปราโมทย์ จิตสงัด อายุ 31 ปี ฉายา โมทย์ สาริกา และหลังจากนั้นก็ประกันตัวในชั้นศาลออกมา   ล่าสุด โมทย์ สาริกา ก่อเหตุอีกแล้ว ครั้งนี้ไม่ได้ฉุดสาวเพียงอย่างเดียวแต่ยังทำร้ายร่างกายด้วย เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกวันที่ 20 พ.ย.ที่อ่างเก็บน้ำห้วยปรือ จ.นครนายก โดยนายโมทย์พร้อมนายชัย หลานชาย ไปดื่มเหล้าที่อ่างเก็บน้ำแล้ว มาพบกับน้องผู้เสียหายคือ นางสาวเก๋ (นามสมมติ) อายุ 22 ปี นศ.มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง   โดยกลุ่มของนางสาวเก๋นั่งเล่นกันอยู่แล้วที่อ่างเก็บน้ำ แต่เมื่อนายโมทย์มาเจอก็ทักว่าน้องเก๋หน้าคล้ายแฟนเก่า หลานชายจึงเอาไฟไปส่องที่หน้านางสาวเก๋ ก็พบว่าไม่ใช่ แต่นายโมทย์ไม่สนใจ ใช้อาวุธออกมาขู่และบังคับให้นางสาวเก๋ขึ้นรถมาด้วย แต่นางสาวเก๋ขัดขืน ก็ใช้ปืนตบหน้า กระชากผม และลากขึ้นรถ และยังเตะเสยปลายคางเพื่อนชายของนางสาวเก๋ที่เข้ามาห้ามด้วย   จากนั้นนำนางสาวเก๋ ขึ้นรถขับไปบ้านเช่าที่ อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี  ก่อนใช้โอกาสช่วงนายโมทย์เผลอหลับ วิ่งหนีออกมาขอความช่วยเหลือ และเข้าแจ้งความ   พ.ต.อ.กล้าหาญ โชคพิพัฒน์ไพบูลย์ ผกก.สภ.เมืองนครนายก สอบปากคำน้องเก๋ผู้เสียหาย และนำตัวนายชัย (นามสมมติ) หลานชายนายโมทย์ที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบปากคำ โดยนายชัย ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและเป็นคนเตือนห้ามนายโมทย์ทำแต่ไม่ยอมหยุด แค่เขาบอกว่าผู้หญิงคนนั้นหน้าเหมือนแฟนเก่า แต่ตนบอกแล้วว่าไม่ใช่   ในส่วนของนายโมทย์ ศาลจังหวัดนครนายก ออกหมายจับข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น ทำผิด พรบ.อาวุธปืน  ซึ่งชุดสืบสวนออกติดตามจับกุมตามแหล่งกบดานต่างๆทั้งใน จ.นครนายก และ จ.ปราจีนบุรี แต่ยังไม่พบ   ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับพี่สาวนายโมทย์ เล่าว่า ตอนนี้ครอบครัวก็ติดต่อนายโมทย์ไม่ได้ ตั้งแต่พ้นโทษคดีรุมโทรม และยาเสพติด ออกมาจากเรือนจำช่วงเดือน มิถุนายน 62 ก็ไปก่อเหตุฉุดหญิงและกักขังเมื่อเดือนสิงหาคม  ตอนนั้นแม่ก็ช่วยไปประกันตัวออกมา เพราะสงสารอยากให้เริ่มชีวิตใหม่ พอออกมาก็ไม่รู้ทำงานอะไร ไม่ค่อยกลับบ้าน จนกระทั่งมารู้ข่าวนี้ เมื่อเช้านายโมทย์ก็เอามือถือไปจำนำและหลบหนีไป   ตอนนี้ครอบครัวไม่ขอยุ่งเกี่ยวแล้ว เอือมระอากับพฤติกรรม จะไม่ช่วยเหลือ ให้เข้าไปอยู่ในเรือนจำเพราะจะได้ไม่มาก่อเหตุกับคนอื่น  และไม่เพียงแค่คดีนี้เท่านั้น นายโมทย์ยังไปก่อเหตุ หลอกฝ่ายหญิงแต่งงานอีก จนครอบคนัวฝ่ายหญิงมาแจ้งความดำเนินคดีอีก ไม่มีคำจะพูดกับนายโมทย์แล้ว ขอให้เข้ามอบตัวกับตร.   สำหรับประวัตินายโมทย์ที่ผ่านมานเคยมีคดีในความผิดในคดีทางเพศหลายครั้ง ซึ่งถือว่านายปราโมทย์เป็นบุคคลอันตราย เนื่องจากกระทำผิดลักษณะซ้ำๆกันในช่วงเวลาที่ไม่นาน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bZpqfShSc7A

 2,394
อาชญากรรม
22 พ.ย. 62

อีกแล้ว 'โมทย์ สาริกา' ฉุด นศ.สาวไปข่มขืน สุดเถื่อนใช้ปืนตบหน้า อ้างหน้าคล้ายแฟนเก่า

หากจำกันได้ มีคดีกลุ่มชายวัยรุ่นที่จับหญิงสาวไปข่มขืนโดยอ้างว่าเป็นการจ่ายดอกเบี้ยค่ายาเสพติด เหตุเกิดในพื้นที่ จ.นครนายกเมื่อช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา โดยตอนนั้น ตร.สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุคือ นายปราโมทย์ จิตสงัด อายุ 31 ปี ฉายา โมทย์ สาริกา และหลังจากนั้นก็ประกันตัวในชั้นศาลออกมา   ล่าสุด โมทย์ สาริกา ก่อเหตุอีกแล้ว ครั้งนี้ไม่ได้ฉุดสาวเพียงอย่างเดียวแต่ยังทำร้ายร่างกายด้วย เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกวันที่ 20 พ.ย.ที่อ่างเก็บน้ำห้วยปรือ จ.นครนายก โดยนายโมทย์พร้อมนายชัย หลานชาย ไปดื่มเหล้าที่อ่างเก็บน้ำแล้ว มาพบกับน้องผู้เสียหายคือ นางสาวเก๋ (นามสมมติ) อายุ 22 ปี นศ.มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง   โดยกลุ่มของนางสาวเก๋นั่งเล่นกันอยู่แล้วที่อ่างเก็บน้ำ แต่เมื่อนายโมทย์มาเจอก็ทักว่าน้องเก๋หน้าคล้ายแฟนเก่า หลานชายจึงเอาไฟไปส่องที่หน้านางสาวเก๋ ก็พบว่าไม่ใช่ แต่นายโมทย์ไม่สนใจ ใช้อาวุธออกมาขู่และบังคับให้นางสาวเก๋ขึ้นรถมาด้วย แต่นางสาวเก๋ขัดขืน ก็ใช้ปืนตบหน้า กระชากผม และลากขึ้นรถ และยังเตะเสยปลายคางเพื่อนชายของนางสาวเก๋ที่เข้ามาห้ามด้วย   จากนั้นนำนางสาวเก๋ ขึ้นรถขับไปบ้านเช่าที่ อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี  ก่อนใช้โอกาสช่วงนายโมทย์เผลอหลับ วิ่งหนีออกมาขอความช่วยเหลือ และเข้าแจ้งความ   พ.ต.อ.กล้าหาญ โชคพิพัฒน์ไพบูลย์ ผกก.สภ.เมืองนครนายก สอบปากคำน้องเก๋ผู้เสียหาย และนำตัวนายชัย (นามสมมติ) หลานชายนายโมทย์ที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบปากคำ โดยนายชัย ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและเป็นคนเตือนห้ามนายโมทย์ทำแต่ไม่ยอมหยุด แค่เขาบอกว่าผู้หญิงคนนั้นหน้าเหมือนแฟนเก่า แต่ตนบอกแล้วว่าไม่ใช่   ในส่วนของนายโมทย์ ศาลจังหวัดนครนายก ออกหมายจับข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น ทำผิด พรบ.อาวุธปืน  ซึ่งชุดสืบสวนออกติดตามจับกุมตามแหล่งกบดานต่างๆทั้งใน จ.นครนายก และ จ.ปราจีนบุรี แต่ยังไม่พบ   ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับพี่สาวนายโมทย์ เล่าว่า ตอนนี้ครอบครัวก็ติดต่อนายโมทย์ไม่ได้ ตั้งแต่พ้นโทษคดีรุมโทรม และยาเสพติด ออกมาจากเรือนจำช่วงเดือน มิถุนายน 62 ก็ไปก่อเหตุฉุดหญิงและกักขังเมื่อเดือนสิงหาคม  ตอนนั้นแม่ก็ช่วยไปประกันตัวออกมา เพราะสงสารอยากให้เริ่มชีวิตใหม่ พอออกมาก็ไม่รู้ทำงานอะไร ไม่ค่อยกลับบ้าน จนกระทั่งมารู้ข่าวนี้ เมื่อเช้านายโมทย์ก็เอามือถือไปจำนำและหลบหนีไป   ตอนนี้ครอบครัวไม่ขอยุ่งเกี่ยวแล้ว เอือมระอากับพฤติกรรม จะไม่ช่วยเหลือ ให้เข้าไปอยู่ในเรือนจำเพราะจะได้ไม่มาก่อเหตุกับคนอื่น  และไม่เพียงแค่คดีนี้เท่านั้น นายโมทย์ยังไปก่อเหตุ หลอกฝ่ายหญิงแต่งงานอีก จนครอบคนัวฝ่ายหญิงมาแจ้งความดำเนินคดีอีก ไม่มีคำจะพูดกับนายโมทย์แล้ว ขอให้เข้ามอบตัวกับตร.   สำหรับประวัตินายโมทย์ที่ผ่านมานเคยมีคดีในความผิดในคดีทางเพศหลายครั้ง ซึ่งถือว่านายปราโมทย์เป็นบุคคลอันตราย เนื่องจากกระทำผิดลักษณะซ้ำๆกันในช่วงเวลาที่ไม่นาน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bZpqfShSc7A

 2,394
สังคม
09 พ.ย. 62

เจ้าของร้านรู้ทัน! แจ้งจับ 2 สามีภรรยาร้อง นำลอตเตอรี่ปลอมขึ้นเงิน อ้างซื้อจากคำชะโนด

นครนายก - นางสมจิตร จิตรรุ่งวิมล ผู้เสียหายรับซื้อลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัล เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก ว่าถูก 2 สามีภรรยา นำสลากลอตเตอรี่ปลอม งวดวันที่ 1 เดือนพฤศจิกายน 2562 เลขท้าย 79 มาขึ้นรางวัล    โดย 2 สามีภรรยา อ้างว่า ไปซื้อลอตเตอรี่มาจากคำชะโนด โดยซื้อมาทั้งหมด 15 ใบ ไม่รู้ว่าสลากมีการปลอมแปลง จนกระทั่งมาตรวจแล้วพบว่าเป็นของปลอม   ด้านเจ้าของร้านบอกว่า มักจะเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อย ก่อนหน้านี้ก็มีคนปลอมลอตเตอรี่รางวัลที่ 4 มาขึ้นรางวัล ส่วนครั้งนี้รู้ว่าไม่ใช่สลากจริงเพราะรูปภาพในกระดาษไม่ตรงกัน มีการตัดแปะทับเปลี่ยนวันที่ ตอนนั้นจึงออกอุบายให้ผู้ต้องหาเขียนชื่อนามสกุล ก่อนที่จะขอบัตรประชาชน แล้วอาศัยจังหวะที่ผู้ต้องหาเผลอโทรแจ้งตร.     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/4e_eHG-aeXA

 746
สังคม-อาชญากรรม
31 ต.ค. 62

นักเรียนชาย ม.2 สไลด์ราวบันได หงายหลังพลัดตกอาคารเรียนเสียชีวิต

นครนายก-นักเรียน ม.2 พลัดตกจากราวบันไดชั้นที่ 3 ของอาคารเรียน ร่างล่วงกระแทกพื้นเสียชีวิต   ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา ช่วงก่อนจะเลิกเรียนเวลาประมาณ 14.00 น. ทางศูนย์กู้ชีพโรงพยาบาลนครนายก ได้รับแจ้งจากทางโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครนายก ว่ามีเด็กนักเรียนตกจากที่สูงของอาคารโรงเรียนอาการสาหัส จึงรีบไปที่เกิดเหตุและรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น และรีบนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลทันที เพราะว่าเด็กอาการสาหัส ซึ่งเด็กที่ประสบอุบัติเหตุเป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 2 ซึ่งในเวลาต่อมาทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิต    เพื่อนของเด็กนักเรียนที่พลัดตกจากราวบันได ได้พาไปยังที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นอาคารเรียน 4 ชั้น บริเวณที่ตกจะอยู่ชั้นที่ 3 ซึ่งเป็นราวบันไดและมีช่องห่างประมาณ 1 เมตร โดยได้เล่าว่า ตนเองและเพื่อนหลังจากหมดคาบเรียนก็ชวนกันลงมาเพื่อที่จะไปดื่มน้ำที่ด้านล่าง โดยหนึ่งใน 3 คน ที่ลงมาได้กระโดดขึ้นไปนั่งที่ราวบันไดในชั้นที่ 3 เพื่อที่จะให้ไหลลงมาโดยใช้มือจับไว้ข้างหนึ่ง แต่ลงมาได้ไม่นานเพื่อนก็หงายหลังพลัดตกจากราวบันไดลงสู่พื้นด้านล่างที่มีความสูงประมาณ 15 เมตร   ตนเองกับเพื่อนอีกคนตกวิ่งรีบลงไปดู เห็นว่าเพื่อนกำลังชักเกร็งอยู่ จึงรีบตะโกนให้เพื่อนรีบไปบอกอาจารย์ หลังจากนั้นจึงโทรศัพท์ประสานกู้ชีพให้นำตัวส่งโรงพยาบาล โดยยืนยันว่าเพื่อนที่พลัดตกลงมานั้นไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Ilnyzt0IiSA

 15,273
สังคม
31 ต.ค. 62

นักเรียนชาย ม.2 สไลด์ราวบันได หงายหลังพลัดตกอาคารเรียนเสียชีวิต

นครนายก-นักเรียน ม.2 พลัดตกจากราวบันไดชั้นที่ 3 ของอาคารเรียน ร่างล่วงกระแทกพื้นเสียชีวิต   ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา ช่วงก่อนจะเลิกเรียนเวลาประมาณ 14.00 น. ทางศูนย์กู้ชีพโรงพยาบาลนครนายก ได้รับแจ้งจากทางโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครนายก ว่ามีเด็กนักเรียนตกจากที่สูงของอาคารโรงเรียนอาการสาหัส จึงรีบไปที่เกิดเหตุและรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น และรีบนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลทันที เพราะว่าเด็กอาการสาหัส ซึ่งเด็กที่ประสบอุบัติเหตุเป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 2 ซึ่งในเวลาต่อมาทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิต    เพื่อนของเด็กนักเรียนที่พลัดตกจากราวบันได ได้พาไปยังที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นอาคารเรียน 4 ชั้น บริเวณที่ตกจะอยู่ชั้นที่ 3 ซึ่งเป็นราวบันไดและมีช่องห่างประมาณ 1 เมตร โดยได้เล่าว่า ตนเองและเพื่อนหลังจากหมดคาบเรียนก็ชวนกันลงมาเพื่อที่จะไปดื่มน้ำที่ด้านล่าง โดยหนึ่งใน 3 คน ที่ลงมาได้กระโดดขึ้นไปนั่งที่ราวบันไดในชั้นที่ 3 เพื่อที่จะให้ไหลลงมาโดยใช้มือจับไว้ข้างหนึ่ง แต่ลงมาได้ไม่นานเพื่อนก็หงายหลังพลัดตกจากราวบันไดลงสู่พื้นด้านล่างที่มีความสูงประมาณ 15 เมตร   ตนเองกับเพื่อนอีกคนตกวิ่งรีบลงไปดู เห็นว่าเพื่อนกำลังชักเกร็งอยู่ จึงรีบตะโกนให้เพื่อนรีบไปบอกอาจารย์ หลังจากนั้นจึงโทรศัพท์ประสานกู้ชีพให้นำตัวส่งโรงพยาบาล โดยยืนยันว่าเพื่อนที่พลัดตกลงมานั้นไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Ilnyzt0IiSA

 15,273
ข่าวภูมิภาค
21 ต.ค. 62

วิ่งป่าราบ ขุดหลุมจะปลูกฟักทอง ดันเจอระเบิด 9 ลูกซุกใต้ดิน

นครนายก-ตำรวจ สภ.บ้านนา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบวัตถุต้องสงสัยว่าเป็นระเบิด ในพื้นที่หมู่ 5 ซอยโรงช้าง บ้านโคกประเสริฐ ต.ป่าขะ อ.บ้านนา ที่เกิดเหตุเป็นพื้นดินว่างเปล่าเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่เศษ บริเวณรอบๆ ปลูกข้าวโพด และยังมีพื้นที่ว่างเปล่า มีรอยขุดดินเป็นหลุมขึ้นมากองไว้พบระเบิดลูกเกลี้ยง 1 ลูก ระเบิดหน่อยหน่า 1 ลูก   เมื่อเจ้าหน้าที่ EOD ใช้เครื่องสแกนตรวจพบลูกเกลี้ยง 1 ลูก ลูกปืนคอร์ จำนวน 2 ลูก ลูกระเบิด TNT ขนาด 1 ส่วน 2 ปอนด์ และขนาด 1 ส่วน 4 จำนวน 4 ลูก อยู่ในถุงพลาสติก รวมทั้งหมด 9 ลูก สภาพเป็นสนิมมีดินเกาะเกรอะกัง เจ้าหน้าที่ใช้ล้อยางรถยนต์ครอบไว้กั้นพื้นที่ไม่ให้ประชาชนเข้าใกล้เกรงว่าจะระเบิด             จากการสอบถามนายลัย แก้วปิก อายุ 64 ปี เล่าว่า ได้มาเช่าที่ดินผืนนี้ได้ประมาณ 2 เดือนเศษ มาปลูกกระต๊อบพักอยู่ข้างๆ ถากถางจนเตียนปลูกข้าวโพด สายวันนี้เอาจอบขุดหลุมเพื่อปลูกฟักทอง ขุดลงไป 50 ซม. จอบงัดก้อนดินขึ้นมามีกลมๆ กระเด็นขึ้นมาโดนขานึกว่าขาโต๊ะ หยิบมาดูพบว่าลูกระเบิด และมองไปในหลุมยังมีอีก ตกใจแทบช็อกโยนทิ้งจอบวิ่งไม่คิดชีวิต ตนมีความเชื่อมั่นว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองคือในคอคล้องสร้อย มีเหรียญหลวงพ่อเกิด วัดโพธิ์แทน หลวงพ่อรอด เกจิอาจารย์ชื่อดังขณะจอบขุดโดนจังๆ ถึงไม่ระเบิด จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ   ด้านตำรวจระบุเป็นช่วงกวาดล้าง คาดว่าบุคคลที่มีอาวุธอันตราย จนท ตั้งด่านกวดขันอย่างต่อเนื่อง กลัวความผิดจึงนำมาขุดหลุมฝังดินไว้ จึงให้เจ้าหน้าที่ EOD ขุดหลุดทำลายในที่เกิดเหตุเนื่องจากสลักระเบิดถูกสนิทกัดกล่อนยากต่อการเคลื่อนย้าย และจะได้สืบหาผู้ที่เอาระเบิดมาฝั่งรายนี้เพื่อมาดำเนินคดีต่อไป          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/8BAFqWaKi3w

 1,430
สังคม
21 ต.ค. 62

วิ่งป่าราบ ขุดหลุมจะปลูกฟักทอง ดันเจอระเบิด 9 ลูกซุกใต้ดิน

นครนายก-ตำรวจ สภ.บ้านนา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบวัตถุต้องสงสัยว่าเป็นระเบิด ในพื้นที่หมู่ 5 ซอยโรงช้าง บ้านโคกประเสริฐ ต.ป่าขะ อ.บ้านนา ที่เกิดเหตุเป็นพื้นดินว่างเปล่าเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่เศษ บริเวณรอบๆ ปลูกข้าวโพด และยังมีพื้นที่ว่างเปล่า มีรอยขุดดินเป็นหลุมขึ้นมากองไว้พบระเบิดลูกเกลี้ยง 1 ลูก ระเบิดหน่อยหน่า 1 ลูก   เมื่อเจ้าหน้าที่ EOD ใช้เครื่องสแกนตรวจพบลูกเกลี้ยง 1 ลูก ลูกปืนคอร์ จำนวน 2 ลูก ลูกระเบิด TNT ขนาด 1 ส่วน 2 ปอนด์ และขนาด 1 ส่วน 4 จำนวน 4 ลูก อยู่ในถุงพลาสติก รวมทั้งหมด 9 ลูก สภาพเป็นสนิมมีดินเกาะเกรอะกัง เจ้าหน้าที่ใช้ล้อยางรถยนต์ครอบไว้กั้นพื้นที่ไม่ให้ประชาชนเข้าใกล้เกรงว่าจะระเบิด             จากการสอบถามนายลัย แก้วปิก อายุ 64 ปี เล่าว่า ได้มาเช่าที่ดินผืนนี้ได้ประมาณ 2 เดือนเศษ มาปลูกกระต๊อบพักอยู่ข้างๆ ถากถางจนเตียนปลูกข้าวโพด สายวันนี้เอาจอบขุดหลุมเพื่อปลูกฟักทอง ขุดลงไป 50 ซม. จอบงัดก้อนดินขึ้นมามีกลมๆ กระเด็นขึ้นมาโดนขานึกว่าขาโต๊ะ หยิบมาดูพบว่าลูกระเบิด และมองไปในหลุมยังมีอีก ตกใจแทบช็อกโยนทิ้งจอบวิ่งไม่คิดชีวิต ตนมีความเชื่อมั่นว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองคือในคอคล้องสร้อย มีเหรียญหลวงพ่อเกิด วัดโพธิ์แทน หลวงพ่อรอด เกจิอาจารย์ชื่อดังขณะจอบขุดโดนจังๆ ถึงไม่ระเบิด จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ   ด้านตำรวจระบุเป็นช่วงกวาดล้าง คาดว่าบุคคลที่มีอาวุธอันตราย จนท ตั้งด่านกวดขันอย่างต่อเนื่อง กลัวความผิดจึงนำมาขุดหลุมฝังดินไว้ จึงให้เจ้าหน้าที่ EOD ขุดหลุดทำลายในที่เกิดเหตุเนื่องจากสลักระเบิดถูกสนิทกัดกล่อนยากต่อการเคลื่อนย้าย และจะได้สืบหาผู้ที่เอาระเบิดมาฝั่งรายนี้เพื่อมาดำเนินคดีต่อไป          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/8BAFqWaKi3w

 1,430
ข่าวภูมิภาค
20 ต.ค. 62

ชาวบ้านผวา ขุดหลุมจะปลูกฟักทอง เจอระเบิด 9 ลูก ทิ้งจอบวิ่งหนีตาย

วันที่ 20 ต.ค. 62 ร.ต.อ.สุนทร สุวลักษณ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านนา จ.นครนายก ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบวัตถุต้องสงสัยว่าเป็นระเบิด ในพื้นที่หมู่ 5 ซอยโรงช้าง บ้านโคกประเสริฐ ต.ป่าขะ อ.บ้านนา จึงรายงานให้ พ.ต.อ.กสินธุ์ ธำรงศรีสุข ผกก.สภ.บ้านนา รีบไปตรวจสอบพร้อมด้วย นายพัลลพ แต่งตั้ง ปลัดอำเภอบ้านนา และชุดสืบสวน และร.ต.อ.ชาติชาย พูนทา หน่วยเก็บกู้ระเบิด EOD จ.นครนายก   ที่เกิดเหตุเป็นพื้นดินว่างเปล่าเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่เศษ บริเวณรอบๆ ปลูกข้าวโพด และยังมีพื้นที่ว่างเปล่า มีรอยขุดดินเป็นหลุมขึ้นมากองไว้พบระเบิดลูกเกลี้ยง 1 ลูก ระเบิดน้อยหน่า 1 ลูก เมื่อเจ้าหน้าที่ EOD ใช้เครื่องสแกนตรวจพบลูกเกลี้ยง 1 ลูก ลูกปืนคอร์ จำนวน 2 ลูก ลูกระเบิด TNT ขนาด 1 ส่วน 2 ปอนด์ และขนาด 1 ส่วน 4 จำนวน 4 ลูก อยู่ในถุงพลาสติก รวมทั้งหมด 9 ลูก สภาพเป็นสนิมมีดินเกาะเกรอะกัง เจ้าหน้าที่ใช้ล้อยางรถยนต์ครอบไว้กั้นพื้นที่ไม่ให้ประชาชนเข้าใกล้เกรงว่าจะระเบิด   จากการสอบถามนายลัย อายุ 64 ปี เล่าว่า วันนี้ตนเอาจอบขุดหลุมเพื่อจะปลูกฟักทอง ขุดลงไป 50 ซม. จอบงัดก้อนดินขึ้นมามีกลมๆ กระเด็นขึ้นมาโดนขานึกว่าขาโต๊ะ หยิบมาดูพบว่าลูกระเบิด และมองไปในหลุมยังมีอีก ตกใจทิ้งจอบวิ่งหนีแทบไม่คิดชีวิต   ด้าน พ.ต.อ.กสินธุ์ ธำรงศรีสุข ผกก.สภ.บ้านนา จ.นครนายก กล่าวว่า เป็นช่วงกวาดล้าง คาดว่าบุคคลที่มีอาวุธอันตราย เจ้าหน้าที่ตั้งด่านกวดขันอย่างต่อเนื่อง อาจจะกลัวความผิดจึงนำมาขุดหลุมฝังดินไว้ จึงให้เจ้าหน้าที่ EOD ขุดหลุดทำลายในที่เกิดเหตุเนื่องจากสลักระเบิดถูกสนิทกัดกล่อนยากต่อการเคลื่อนย้าย และจะได้สืบหาผู้ที่เอาระเบิดมาฝั่งรายนี้เพื่อมาดำเนินคดีต่อไป  

 9,887
ข่าวภูมิภาค
10 ต.ค. 62

เจอซากช้างตกเหวนรกแล้ว 2 ตัว ลอยติดซอกหิน จนท.เตรียมชำแหละก่อนลำเลียงออก

นครนายก-ทีมเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ สัตวแพทย์ กู้ภัยฮุก 31 กู้ชีพหินตั้งและทีมตอบโต้ภัยพิบัติแห่งประเทศไทย ได้นำอุปกรณ์ที่จะสร้างตะข่ายดักซากช้างป่า ที่ประสบอุบัติเหตุที่บริเวณน้ำตกเหวนรกตายทั้งหมดรวมแล้ว 11 ตัว โดยเจ้าหน้าที่สามารถทำที่ดักซากช้างจุดที่ 2 ได้สำเร็จ โดยห่างจากจุดแรกขึ้นไปทางน้ำตกเหวนรก 300 เมตร ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดที่ 2 ได้ออกเดินเท้าขึ้นต่อไปอีก เพราะว่าได้กลิ่นเหม็นเน่า ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นซากช้าง   เมื่อเดินต่อไปอีกประมาณ 300 เมตร จึงได้พบกับซากช้างลอยติดกับซอกหินขนาดใหญ่ 1 ตัว และอีก 100 เมตรก็พบซากช้างติดอยู่กลางลำธารอีก 1 ตัว เท่ากับว่าตอนนี้พบซากช้างที่ลอยมาตามกระแสน้ำแล้ว 2 ตัว   นายวิชัย พรลีแสงสุวรรณ ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่1(ปราจีนบุรี) ได้เปิดเผยว่า หลังจากที่วันนี้เราได้พบกับซากช้างแล้ว ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่ทำตะข่ายดักไว้เพียง 300 เมตร และอีก 300 เมตรก็จะถึงปลายของน้ำตกเหวนรกก็คือต้นน้ำของคลองท่าด่านหรือเขื่อนขุนด่านปราการชล ซึ่งเดิมทีได้มีการวางแผนที่จะชำแหละและย่อยสลายเพื่อฝังกลบและเผาซากช้างตรงบริเวณที่พบเลย   แต่เนื่องจากตอนนี้ซากช้างได้ลอยมาใกล้กับปลายของน้ำตกเหวนรกแล้ว จึงคิดว่าน่าจะต้องใช้วิธีการชำแหละซากช้างเป็นส่วนๆ แล้วใส่ถุงดำขนาดใหญ่ห่อหุ้มหลายๆ ชั้น และจะมีการตรวจเช็คอย่างดี ก่อนที่จะใช้วิธีนำเรือลากออกมาจากน้ำตกเหวนรกจนไปถึงเขื่อนขุนด่านปราการชล แต่ยังไม่รู้ว่าจะใช้เวลากี่วันในการดำเนินการ   ซึ่งหลังจากนั้นจะใช้รถยกมายกชิ้นส่วนขึ้นจากน้ำแล้วนำใส่รถของอุทยาน เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาและเผาซากช้างที่วัดท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก จากนั้นจะได้นำกระดูกของช้างที่พบทั้งหมดกลับไปฝัง ณบริเวณน้ำตกเหวนรกต่อไป โดยทั้งนี้ได้นำเรียนไปยังอธิบดีกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชแล้ว ซึ่งในวันที่จะเผาซากช้างจะเรียนเชิญท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกมาเป็นประธาน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rWJn4dY0PxA

 2,058
สังคม
10 ต.ค. 62

เจอซากช้างตกเหวนรกแล้ว 2 ตัว ลอยติดซอกหิน จนท.เตรียมชำแหละก่อนลำเลียงออก

นครนายก-ทีมเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ สัตวแพทย์ กู้ภัยฮุก 31 กู้ชีพหินตั้งและทีมตอบโต้ภัยพิบัติแห่งประเทศไทย ได้นำอุปกรณ์ที่จะสร้างตะข่ายดักซากช้างป่า ที่ประสบอุบัติเหตุที่บริเวณน้ำตกเหวนรกตายทั้งหมดรวมแล้ว 11 ตัว โดยเจ้าหน้าที่สามารถทำที่ดักซากช้างจุดที่ 2 ได้สำเร็จ โดยห่างจากจุดแรกขึ้นไปทางน้ำตกเหวนรก 300 เมตร ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดที่ 2 ได้ออกเดินเท้าขึ้นต่อไปอีก เพราะว่าได้กลิ่นเหม็นเน่า ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นซากช้าง   เมื่อเดินต่อไปอีกประมาณ 300 เมตร จึงได้พบกับซากช้างลอยติดกับซอกหินขนาดใหญ่ 1 ตัว และอีก 100 เมตรก็พบซากช้างติดอยู่กลางลำธารอีก 1 ตัว เท่ากับว่าตอนนี้พบซากช้างที่ลอยมาตามกระแสน้ำแล้ว 2 ตัว   นายวิชัย พรลีแสงสุวรรณ ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่1(ปราจีนบุรี) ได้เปิดเผยว่า หลังจากที่วันนี้เราได้พบกับซากช้างแล้ว ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่ทำตะข่ายดักไว้เพียง 300 เมตร และอีก 300 เมตรก็จะถึงปลายของน้ำตกเหวนรกก็คือต้นน้ำของคลองท่าด่านหรือเขื่อนขุนด่านปราการชล ซึ่งเดิมทีได้มีการวางแผนที่จะชำแหละและย่อยสลายเพื่อฝังกลบและเผาซากช้างตรงบริเวณที่พบเลย   แต่เนื่องจากตอนนี้ซากช้างได้ลอยมาใกล้กับปลายของน้ำตกเหวนรกแล้ว จึงคิดว่าน่าจะต้องใช้วิธีการชำแหละซากช้างเป็นส่วนๆ แล้วใส่ถุงดำขนาดใหญ่ห่อหุ้มหลายๆ ชั้น และจะมีการตรวจเช็คอย่างดี ก่อนที่จะใช้วิธีนำเรือลากออกมาจากน้ำตกเหวนรกจนไปถึงเขื่อนขุนด่านปราการชล แต่ยังไม่รู้ว่าจะใช้เวลากี่วันในการดำเนินการ   ซึ่งหลังจากนั้นจะใช้รถยกมายกชิ้นส่วนขึ้นจากน้ำแล้วนำใส่รถของอุทยาน เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาและเผาซากช้างที่วัดท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก จากนั้นจะได้นำกระดูกของช้างที่พบทั้งหมดกลับไปฝัง ณบริเวณน้ำตกเหวนรกต่อไป โดยทั้งนี้ได้นำเรียนไปยังอธิบดีกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชแล้ว ซึ่งในวันที่จะเผาซากช้างจะเรียนเชิญท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกมาเป็นประธาน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rWJn4dY0PxA

 2,058
ข่าวภูมิภาค
13 ก.ย. 62

หนุ่มปัดลวงแฟนสาววัย 17 ให้แก๊งค้ายาข่มขืนหักหนี้ พบประวัติหัวหน้าแก๊งโดนจับบ่อย เพิ่งพ้นคุก 2 เดือน

ความคืบหน้าคดีนางสาวบี อายุ 17 ปี เข้าแจ้งความถูก นายปราโมทย์ หรือตั๊น หัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติด จับตัวไปขังและข่มขืน 3 วัน 4 คืนที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ก่อนจะมาปล่อยทิ้งที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี   ล่าสุดเจ้าหน้าฝ่ายปกครองและสืบสวน เข้าควบคุมตัว นายมอส อายุ 17 ปี  / นายยุทนา หรือ นัท อายุ 27 ปี  / นายสุริโย เทพทอง และนายจารเทพ เทพทอง โดยทั้ง 4 คนเป็นแก๊งค้ายาเสพติดในพื้นที่ ชื่อแก๊งหลังเขา ถูกจับกุมในข้อหาเสพยาเสพติด และถูกพาดพิงว่าเป็นนกต่อที่นำนางสาวบีไปให้นายโปรโมทย์ข่มขืน หักค่ายาเสพติด 4 หมื่นบาท   โดยนายมอสยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง อ้างว่าไม่ได้พาแฟนสาวไปให้ข่มขืนเพื่อหักค่าเงินยาเสพติด และพวกตนเป็นเพียงแค่คนส่งยาเสพติด ไม่ใช่ผู้ค้า วันเกิดเหตุ ตนและแฟนสาวต้องไปส่งของ แต่นายเล่ซึ่งเป็นหัวหน้า บอกให้แฟนตนเอาของไปให้ จากนั้นแฟนของตนก็ถูกนายปราโมทย์ จิตสงัด หัวหน้าแก๊งอีกคนจับกุมไป ซึ่งตนก็พยายามติดต่อตามหาตัวแฟนสาวเหมือนกัน จนมารู้ว่าถูกนายปราโมทย์จับตัวไปข่มขืน เรื่องทั้งหมดคนที่บงการคือนายเล่และนายปราโมทย์ที่รู้กันสองคน   ทางด้าน นางสาวบี ได้เข้าตรวจร่างกายอย่างละเอียดที่ รพ.นครนายก อีกครั้งโดยมีเจ้าหน้าที่ พม.เข้าดูแลและเยียวยาสภาพจิตใจ และช่วงบ่ายสหวิชาชีพและตำรวจก็ร่วมสอบปากคำ   พันตำรวจเอกกล้าหาญ โชคพิพัฒน์ไพบูลย์ ผู้กำกับ สภ.เมืองนครนายก เปิดเผยว่า เตรียมขอศาลอนุมัติหมายจับนายปราโมทย์  หรือตั๊น วันนี้ (13 ก.ย.) ซึ่งพฤติกรรมนายปราโมทย์เป็นบุคคลที่ถูกขึ้นบัญชีของพื้นที่ ซึ่งหลังพ้นโทษ ตร.ก็เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหว เพราะเคยถูกจับกุมทั้งคดียาเสพติดและพรากผู้เยาว์ กระทำอนาจาร มาหลายครั้ง ในคดีข่มขืน กระทำชำเรา พรากผู้เยาว์และยาเสพติด โดยเคยต้องโทษมาแล้วจำนวน 5 ครั้ง   ผู้สื่อข่าวไปที่บ้านพักของนายปราโมทย์ ที่หมู่ 3 ต.สาริกา พบว่าบ้านถูกปิดเงียบไม่มีคนอยู่ โดยก่อนหน้านี้ ชาวบ้านเพิ่งเห็นรถยนต์ของนายปราโมทย์คันที่ใช้ก่อเหตุทั้งกระบะและรถเก๋งจอดอยู่ แต่พอเป็นข่าวก็หายไป   โดยนายประสิทธิ์ ลาภา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 เล่าว่า นายปราโมทย์ เพิ่งพ้นโทษมาก็เก็บตัวเงียบไม่สุงสิงกับใคร ที่ผ่านมานายปราโมทย์ ไม่ได้ทำงานอะไร แม่อยู่ที่ต่างประเทศคอยส่งเงินให้ใช้ทุกเดือน ซึ่งเป็นคนมีฐานะระดับหนึ่งในหมู่บ้าน ที่ผ่านมา ตร.มาตรวจบ่อยครั้งก็ไม่เคยเจอยาเสพติดที่บ้าน เพราะนายปราโมทย์จะออกไปทำนอกบ้านเวลากลางคืน กลางวันจะนอน เก็บตัวเงียบ  ซึ่งชาวบ้านที่รู้ข่าวก็ตกใจเพราะเพิ่งโทษออกมาได้ไม่นานก็ก่อเหตุอีกแล้ว ก่อนหน้านี้ยังเห็นรถที่ใช้ก่อเหตุจอดอยู่ แต่ตอนนี้ไม่พบแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fqi-5lc8DtE

 5,093
ข่าวภูมิภาค
12 ก.ย. 62

สาว 17 ถูกแฟนลวงให้เอเย่นต์ยาขยี้กาม 4 วัน หักหนี้ค่ายา 4 หมื่น ก่อนปล่อยทิ้งใต้สะพาน

นครนายก-เด็กสาววัย17 ปี ถูกเอเย่นต์ค้ายาเสพติด ลวงขึ้นรถกระบะพาหายตัวไปถึง 5 วัน ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจกดดันทุกทางจน คนร้ายนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ ใต้สะพาน ตรงอำเภอหินกอง จังหวัดสระบุรี ในสภาพที่เด็กสาวยังอยู่ในอาการหวาดกลัว   สอบสวนพบว่า ผู้เสียหายถูกแฟนและกลุ่มเพื่อนแฟน ใช้ให้ไปรับของบางอย่างจากเอเย่นต์ยารายใหญ่ในเขตอำเภอปากช่อง และถูกลวงพาขึ้นกระบะ กักขัง ข่มขืนมาราธอนถึง 4 วัน   โดยคนร้ายอ้างว่าแฟนหนุ่มและพี่ชายแฟน ร่วมวางแผน ลวงตัวมาเพื่อหักหนี้ค่ายาที่พี่ชายของแฟนค้างอยู่ 4,000 เม็ด คิดเป็นเงิน 40,000 บาท ซึ่งทางผู้เสียหายยืนยันจะเอาเรื่องผู้ร่วมก่อเหตุทุกคนให้ถึงที่สุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/B7GulQRjrzQ

 93,363

Top