ค้นหา :

ผลการค้นหา "กรมการค้าภายใน"

เศรษฐกิจ
16 ม.ค. 63

กรมการค้าภายในลุยคุมราคาสินค้า หลังหมูแพง-น้ำมันปาล์มขึ้นราคา

จากปัญหาสินค้าราคาแพง อาทิ น้ำมันปาล์ม เนื้อหมู กระทบกับผู้บริโภค ล่าสุดนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้กำชับให้กรมการค้าภายในดูแลราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด ให้อยู่ในระดับที่สมดุล ไม่สูงเกินความเป็นจริง แม้ขณะนี้ราคาสินค้าบางชนิดจะขยับขึ้นแต่ก็ยังไม่เกินราคาแนะนำที่กรมการค้าภายในกำหนด   ขณะที่นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่า ภาวะราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นขณะนี้ มีเพียงสินค้าหมวดอาหาร และ หมวดสินค้าเกษตร เท่านั้น ซึ่งเป็นการปรับราคาขึ้นตามฤดูกาล และเป็นช่วงที่เกษตรกร รวมถึงผู้ผลิตจะสามารถสร้างรายได้ เพื่อให้ดำเนินธุรกิจต่อได้ ทั้งนี้ กรมการค้าภายใน จะดูแลภาวะราคาสินค้าให้อยู่ในระดับที่สมดุล และไม่ให้เกิดปัญหากักตุนสินค้า หรือ สินค้าขาดแคลน   ส่วนราคาน้ำมันปาล์ม ที่แตะระดับ 42 บาทต่อลิตร ขณะนี้ราคาเริ่มนิ่งได้ 2-3 วันแล้ว โดยจะประคองราคาไม่ให้สูงกว่านี้จนกว่าจะมีการพิจารณาราคาผลผลิตปาล์มน้ำมัน ฤดูกาลใหม่ ที่จะเริ่มเข้าสู่ตลาดในช่วง กลางเดือนหน้า (ก.พ.63) โดยล่าสุดพบว่าสต๊อกน้ำมันปาล์มยังอยู่ได้อีก 1 เดือน และ เมื่อมีผลผลิตรอบใหม่ ต้องดูว่ามีปริมาณมากน้อยเพียงใด จึงจะกำหนดราคาที่เหมาะสมได้   สำหรับราคาหมูที่ปรับตัวสูงขึ้น มองว่ายังอยู่ในระดับปกติ เพียงแต่ปีนี้หมูส่งออกได้เยอะ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เลี้ยงสร้างรายได้จากการส่งออก แต่ก็ยอมรับว่าอาจกระทบต่อราคาขายในประเทศ จึงได้เจรจากับผู้ผลิตว่าจะประคองราคาไม่ให้เกิน 80 บาทต่อกิโลกรัม (ราคาหมูเป็น) ขณะที่ราคาหน้าเขียงอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 150 บาท ซึ่งหากราคาขายเกินกิโลกรัมละ 80 บาท อาจจำเป็นต้องจำกัดปริมาณส่งออก เพื่อป้องกันเนื้อหมูในประเทศขาดแคลน   อย่างไรก็ตามยอมรับว่า ราคาเนื้อหมูมีโอกาสขยับขึ้นสูงกว่ากิโลกรัมละ 80 บาท แต่หากถึงเวลานั้น เชื่อว่าจะสามารถเจรจากับผู้ผลิตเพื่อตรึงราคาได้ ก่อนที่จะพิจารณาจำกัดการส่งออกซึ่งเป็นทางเลือกที่สอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_G3zGAV_KoM

 696
เศรษฐกิจ
15 ม.ค. 63

อย่าตื่นตระหนก น้ำมันปาล์มแพงขึ้น แนะใช้น้ำมันพืชอื่น-น้ำมันหมูทดแทน

ราคาขายปลีกน้ำมันปาล์มบรรจุขวดเพื่อการบริโภคจ่อขยับขึ้นราคา ชนเพดานขวดละ 42 บาท อันเนื่องมาจากราคาน้ำมันปาล์มของไทยทั้งระบบปรับตัวสูงขึ้น เป็นเพราะมาตรการของรัฐบาลที่ส่งเสริมให้มีการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (บี 10) ที่ผลิตจากน้ำมันปาล์มดิบในประเทศให้มากขึ้น จนทำให้ความต้องการใช้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนทำให้ผลปาล์มสดราคาพุ่ง 6-7 บาท/ กก. จากเดิม 2-3 บาท/กก.   ด้านกรมการค้าภายในได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ และร้านสะดวกซื้อ คาดว่าจะปรับขึ้นราคาได้ภายใน 15-30 วันนับจากนี้ ภายหลังจากที่สต๊อกเก่าหมดลง   นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เตือนผู้บริโภคอย่าตื่นตระหนกกับราคาน้ำมันปาล์มขวดที่อาจจะเพิ่มขึ้น โดยหากราคาน้ำมันปาล์มขวดเพิ่มขึ้นจริง ผู้บริโภคยังสามารถบริโภคน้ำมันพืชอื่นแทนได้ เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันรำข้าว ที่ราคายังไม่ปรับขึ้น หรือน้ำมันหมู เป็นต้น และเมื่อราคาผลปาล์มสด และซีพีโอลดลง ราคาน้ำมันปาล์มขวดก็จะลดลงตาม จึงขออย่ากักตุนน้ำมันปาล์มขวดหรือซื้อมากจนเกินจำเป็น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/_8tTwnxJWyY

 670
เศรษฐกิจ
14 ม.ค. 63

จ่อคุมราคาร้านขายยา ตามรอย รพ.เอกชน หลัง ปชช.ร้องเรียน บางร้านขายแพง

จากนโยบายของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน ควบคุมค่ายาและค่ารักษาโรงพยาบาลเอกชน มีการอนุญาตให้ผู้ป่วยนำใบสั่งยาจากโรงพยาบาลเอกชน ไปซื้อยาที่ร้านขายยาข้างนอกเองกันมากขึ้น   ขณะเดียวกันกรมการค้าภายในเตรียมควบคุมร้านขายยา หลังมีประชาชนร้องเรียนพบร้านขายยาบางแห่งมีราคาแพง เมื่อเทียบกับร้านอื่น แม้ว่าจะมีราคาถูกกว่าโรงพยาบาลเอกชนเกือบ 100% โดยเตรียมเผยแพร่ชื่อร้านขายยาที่ได้มาตรฐานและราคาเป็นธรรมให้ผู้บริโภคได้ทราบ ผ่านทางเว็บไซต์ของกรมการค้าภายใน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/T9aIYFo2nuY

 537
เศรษฐกิจ
14 ม.ค. 63

กรมการค้าภายในยันราคาน้ำมันปาล์มยังปกติ ห้างมีสต็อกพร้อมขาย 30-45 วันในราคาเดิม

กรมการค้าภายในติดตามสถานกาณณ์น้ำมันปาล์มใกล้ชิด ยืนยันราคาน้ำมันปาล์มยังอยู่ในภาวะปกติ ห้างสรรพสินค้ามีสต็อกพร้อมขาย 30-45 วันในราคาเดิม ทั้งนี้พบห้างดังจัดโปรโมชั่น น้ำมันปาล์มขวดละ 36 บาท แต่จำกัดการซื้อ ส่วนร้านค้าปลีกอาจขายเกิน 42 บาท/ขวดได้ ขึ้นอยู่กับราคาทุนที่รับมา ซึ่งไปบังคับไม่ได้   ขณะที่ตัวแทนชาวสวนปาล์ม เดินทางเข้าพบ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่ปลักดันให้ราคาปาล์มดิบสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 7.40 บาท/กก. แต่ขณะเดียวกันก็ขอเรียกร้องให้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อไม่ให้มีการนำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศในเดือน มี.ค. ที่ชาวสวนปาล์มจะเก็บเกี่ยวผลผลิต หากมีการนำเข้าอาจส่งผลต่อผลผลิตภายในประเทศได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0XHlze33N6g

 382
สรุปข่าว
14 ม.ค. 63

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 14 ม.ค.63 เผาศพเหยื่อโจรชิงทอง-ขับช้าแช่เลนขวาถูกจับแน่-พบผู้ป่วยไวรัสอู่ฮั่นรายแรกในไทย

-สุดเศร้าอาลัยแน่นวัด ฌาปนกิจศพน้องไทตัล เหยื่อโจรกราดยิงชิงทองลพบุรี พ่อแม่ร่ำไห้แทบขาดใจ ยังทำใจไม่ได้ ขออโหสิกรรมไม่อาฆาตพยาบาทอีก ส่วนพิธีฌาปนกิจศพน้องกวาง พนง.ร้านทองเต็มไปด้วยความโศกเศร้า น้องออกัสลูกชายผู้ตายยังไม่รู้แม่เสียชีวิต รู้แค่แม่นอนในกล่อง พ่อเผยขอให้ไปสบาย จะดูหลานให้เอง ขอให้คนร้ายตายตกตามกัน   ความคืบหน้าคดีตร.ระบุตัวละครเหลือไม่กี่ตัวแล้ว รอเพียงความเชื่อมโยง พุ่งเป้ากลุ่มคนที่มีปืนรุ่นเดียวกัน คนขายตัวเก็บเสียง ขอความร่วมมือปล่อยข่าวลวง จนท.ตรวจทุกจุด สนามยิงปืน โรงแรม รถขยะ หาเสื้อผ้าที่โจรอาจถอดทิ้ง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อาลัยแน่นวัด เผาศพ 'น้องไทตัล-น้องกวาง' เหยื่อโจรชิงทอง พลเมืองดีให้เบาะแส จยย.ต้องสงสัย   -8 ชม.ค้างอยู่กลางผา นทท.ชายชาวออสเตรียมาโดดร่มงานวันเด็กที่ไทย ติดใจอยากอยู่ต่อ ออกไปโดดร่มอีกที่เขาอกทะลุ จ.พัทลุง แต่พลาด ลมแรงพัดร่มไปติดโขดหิน ชาวบ้านได้ยินเสียงร้องความช่วยเหลือ พบ นทท.ติดอยู่บนผา ร่มปลิวไปมาหวาดเสียว กู้ภัยต้องโรยตัวช่วย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นักโดดร่มชาวต่างชาติ พลาดติดผายอดเขาอกทะลุ ระดมช่วยนานกว่า 8 ชม.   -นายกฯบอกไม่ติดใจวิ่งไล่ลุง ยันไม่เป็นศัตรูกับใคร เชื่อทุกพรรคทำเพื่อประเทศ ใครจะเชียร์หรือไล่ก็เคารพทุกความเห็น แต่ไม่อยากให้เสียเวลากับเรื่องแบบนี้ หากมีเรื่องไหนเห็นต่างก็ควรมาพูดคุยกัน ไม่อยากให้ใช้กำลังฆ่ากันเหมือนในอดีต ธนาธรชี้วิ่งไล่ลุงเป็นความตื่นตัวทางการเมืองของ ปชช.เห็นถึงความล้มเหลวของรัฐบาล ต้องการระบายความอัดอั้นตันใจ เป็นการชุมนุมทางการเมืองที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่รัฐประหาร 2557 ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'บิ๊กตู่' ไม่ติดใจใครจะเชียร์-วิ่งไล่ 'ธนาธร' ชี้คนอัดอั้นรัฐบาลล้มเหลว   -ฝ่ายค้านเตรียมความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ภายใน 20 ม.ค.นี้ ภูมิธรรม ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านระบุ ให้เฉลิมรวบรวมประเด็น เนื้อหา ในการบริหารรัฐบาล เอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้อง มี รมต.อยู่ข่ายถูกอภิปราย 4-5 คน คาดยื่นญัติในวันที่ 20 ม.ค. ยันไม่ใช่การสร้างวาทกรรมโจมตีรัฐบาล แต่เป็นการตรวจสอบความไม่ถูกต้อง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ฝ่านค้านเตรียมยื่นซักฟอกรัฐบาล 20 ม.ค.นี้ 'ภูมิธรรม' ยันไม่ใช่การสร้างวาทกรรมโจมตีรัฐบาล    -กรมการค้าภายในยันราคาน้ำมันปาล์มยังอยู่ในภาวะปกติ ห้างมีสต็อกพร้อมขาย 30-45 วันในราคาเดิม ส่วนร้านค้าปลีกขายเกิน 42 บาท/ขวดได้ ขึ้นอยู่กับราคาทุนที่รับมา ชาวสวนปาล์มเข้าพบสนธิรัตน์ รมว.พลังงาน วอนรัฐไม่นำเข้าน้ำมันปาล์ม เพราะจะทำให้ราคาตก หลังราคาปาล์มดิบสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 7 บาท/กก. ห้างดังจัดโปรโมชั่น น้ำมันปาล์มขวดละ 36 บาท แต่จำกัดการซื้อ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : กรมการค้าภายในยันราคาน้ำมันปาล์มยังปกติ ห้างมีสต็อกพร้อมขาย 30-45 วันในราคาเดิม   -ขับช้าต่ำ 90 กม./ชม. แช่เลนขวา มีสิทธิถูกจับปรับตาม กฎหมายจราจร รมว.คมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ จ่อห้ามรถความเร็วต่ำกว่า 90กม./ชม.วิ่งเลนขวา สำหรับถนน 4 เลนทั่วประเทศ เริ่มกุมภาพันธ์นี้ แก้ปัญหารถติด ลดอุบัติเหตุ ลงโทษทั้งจับ ปรับ ตัดแต้มคะแนน พร้อมกับจะเริ่มดำเนินการ บังคับใช้เลนขวาของถนนทางหลวง 120 กม./ชม มั่นใจบังคับใช้ภายในปีนี้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับแน่! รถขับช้าแช่เลนขวา วิ่งต่ำกว่า 90 กม./ชม. เริ่ม ก.พ.63   -พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส โคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เมืองอู่ฮั่น รายแรกในไทย และเป็นรายแรกที่พบนอกจีน อนุทินระบุเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศจีน ตรวจพบในระหว่างการเฝ้าระวังที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จนท.นำตัวรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร และอาการดีขึ้น ไม่มีไข้ ไม่มีอาการทางเดินหายใจ รอการยืนยันทางการแพทย์ 2-3 วันและจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ ไม่มีการติดต่อจากคนสู่คน ขออย่าตื่นตระหนก   ส่วนผู้ใกล้ชิดที่ร่วมเดินทางมากับเที่ยวบินเดียวกันจำนวน 16 คน ไม่พบเชื้อไวรัสแต่อย่างใด ยืนยัน มาตรการป้องกันควบคุมการระบาดของโรคในประเทศไทยยังสามารถควบคุมได้  ไม่มีการยกระดับห้ามการเดินทาง เพียงแต่ให้ระวังการเดินทางหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง หากไอ จาม ให้พบแพทย์ เบื้องต้นพบเชื้อมาจากค้างคาว รอจีนยืนยันทางการ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สธ.แถลงพบชาวจีน ป่วยปอดอักเสบรายแรกในไทย ล่าสุดอาการปลอดภัย ไม่ติดจากคนสู่คน    -รวบแล้วลูกเลี้ยงปาระเบิดขวดใส่พ่อเลี้ยงพิการ จนไฟลุกท่วมแล้วใช้อาวุธมีดที่มัดรวมกันหลายเล่ม ฟันที่ศีรษะและตามร่างกายจนบาดเจ็บสาหัสที่บ้านใน จ.ขอนแก่น ตรวจฉี่พบเป็นสีม่วง สารภาพเสพยาบ้าจริง แต่ไม่ได้ใช้ระเบิดขวด อ้างทำไปเพราะพ่อเลี้ยงไม่ใส่ใจดูแลหลาน เลี้ยงให้อดอยาก และอยากให้แบ่งทรัพย์สินคืนลูกๆ   เพื่อนบ้านเล่าหลังแม่ผู้ก่อเหตุเสียชีวิต ลูกชายหัวร้อนรายนี้ได้เข้าบ้านมาเพื่อทวงทรัพย์สินจากพ่อเลี้ยง แต่ฝ่ายพ่อเลี้ยงบอกไม่มีแล้ว ถ้าอยากได้ต้องทำงาน ทำให้ลูกเลี้ยงหัวร้อนรายนี้ไม่พอใจและก่อเหตุดังกล่าว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับลูกเลี้ยงโหด ปาระเบิดขวดใส่พ่อเลี้ยงพิการ-ใช้มีดฟันซ้ำสาหัส ฉุนไม่ให้สมบัติ   -เจ้าสัวเปรมชัย จำเลยในคดีลักลอบล่าเสือดำในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก เดินทางมาศาลทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ยื่นขอศาลถอดกำไลอีเอ็มชั่วคราว เนื่องจากมีปัญหาที่ข้อเท้า เกิดการอักเสบ แต่สุดท้ายศาลไม่อนุญาต โดยบอกว่าการอักเสบเกิดที่ขาคนละข้าง ก่อนที่เจ้าสัวเปรมชัยยิ้มให้กับสื่อพร้อมตอบว่า “ก็เรื่อยๆ” จากนั้นก็ปิดประตูรถ โดยคนขับได้ขับออกจากศาลไปทันที ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ศาลไม่อนุญาต 'เปรมชัย' ถอดกำไล em ชี้ขาอักเสบคนละข้าง    -เคราะห์ซ้ำกรรมซัดของเด็กหญิงวัย 2 ขวบ ที่ถูกแม่มาทิ้งหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ลพบุรี อ้างสามีใหม่ไม่รับ ล่าสุดพ่อแท้ๆทราบข่าวเข้าพบเจ้าหน้าที่ ระบุตนเองก็มีครอบครัวใหม่แล้ว ไม่พร้อมรับลูกไปดูแลเช่นกัน จึงเซ็นยินยอมให้น้องอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัว   ส่วนแม่ของเด็ก พบเป็นคนที่ทางบ้านพักเด็กฯ เคยดูแลและให้ความช่วยเหลือมาก่อน เนื่องจากติดยาเสพติด ญาติโทรคุยกับแม่บอกขอไม่พบ จนท.ถ้าไปก็ถูกจับเป็นคดี จนท.เร่งสืบหาข้อเท็จจริงถึงร่องรอยบาดแผลตามตัวเด็กว่าเกิดจากสาเหตุใด หากเป็นการทำร้ายโดยบุคคลก็ต้องแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดี ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ถ้าไปก็โดนจับ! แม่ลั่นไม่ขอเจอลูกอีก หลังพาไปทิ้งหน้าบ้านพักเด็ก พ่อตัวจริงโผล่ไม่เอาลูกเช่นกัน   -หนุ่มวัย 35 ปี อดีตคนงานก่อสร้าง ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 เงิน 6 ล้าน ผ่านไปไม่ถึงปี เงินในบัญชีเหลือไม่ถึงล้าน เบิกเงินวันละแสน ใช้เงินเป็นเสี่ย ซื้อรถยนต์เงินสด เล่นพนัน เสพยาบ้า แม่สุดทน แจ้งตำรวจจับ หลังลูกคลั่งเมายาบ้า ถึงขั้นอาละวาดทุบทำลายข้างของ ทำร้ายร่างกาย และเผาบ้าน ค้นตัวเจอยาบ้า 20 เม็ด ตอนนี้เงินร่อยหรอเหลือไม่ถึง 2 แสนบาท   ด้านลูกชายหลังถูกจับกุม น้ำตานองหน้า สำนึกผิดที่ทุบทำลายสิ่งของ อ้างไม่พอใจที่แม่ไม่ยอมไปเบิกเงินจากธนาคารมาให้ตนใช้เพื่อนำเอาไปซื้อยาบ้ามาเสพและเที่ยวเตร่ อีกทั้งตนไม่พอใจที่แม่ไม่ไปสู่ขอหญิงสาวมาให้ตนเป็นภรรยาด้วย จึงได้อาละวาดพังทำลายข้าวของในบ้าน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หนุ่มถูกรางวัลที่ 1 ผลาญเงินติดยา อาละวาดจะเผาบ้าน แม่สุดทนแจ้งจับ ไม่ถึงปีเหลือเงินแค่ 2 แสน    -ผวากลางทะเล นทท.ชาวเยอรมนีวัย 75 ปี ลงเล่นน้ำที่หาดนางทอง ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ถูกปลากัดขาแปลเหวอะ บาดเจ็บ ขณะลงเล่นน้ำทะเลกับภรรยา ซึ่งห่างจากฝั่งประมาณ 6 -7 เมตร จู่ๆรู้สึกมีปลาตัวใหญ่แต่ไม่ทราบชนิด ว่ายน้ำเข้ามาก่อนจะพุ่งเข้าหาและกัดบริเวณขาขวาฉีกขาด ยาวประมาณ 20 เซนติเมตร ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งนำตัวส่งรพ. แพทย์ระบุเส้นเอ็นบริเวณขาขวาฉีกขาด ขณะนี้อาการดีขึ้นมาก หากแผลไม่อักเสบ ภายในวันที่14 มกราคม ก็กลับได้   ด้าน ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ โพสต์ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเป็นฉลามหัวบาตร พบตามชายฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ด้านนายอำเภอตะกั่วป่าสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากลงพื้นที่ตรวจสอบ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นทท.เล่นน้ำทะเลพังงา โดนปลาปริศนากัดขาเลือดสาด 'ดร.ธรณ์' ชี้อาจเป็นฉลามหัวบาตร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WHOT9MpQZuM

 12,769
เศรษฐกิจ
13 ม.ค. 63

ภัยแล้งกระทบข้าวของแพง พาณิชย์จ่อคุมราคาสินค้า แนะซื้อมะนาวเก็บแช่แข็งไว้ใช้ก่อนแพง

จากปัญหาภัยแล้ง ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าอาจกระทบกับสินค้าเกษตร ผัก ผลไม้ รวมถึงสินค้าปศุสัตว์ และสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ที่อาจขาดแคลน รวมถึงปัญหาการกักตุนและการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา ทำให้สินค้าปรับตัวสูงขึ้น   นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่า ได้ติดตามผลกระทบภัยแล้งขณะนี้พบว่า มีสินค้าหลายรายการที่อาจได้รับผลกระทบ เช่น ปริมาณผลผลิตนาปรังจะลดลงจาก 8 ล้านตัน หรือ 3.5-4.0 ล้านตัน ส่งผลให้มีราคาปรับขึ้นราคาตันละ 1,000 บาท เช่น ข้าวเปลือกเจ้าจาก 8,000 บาท เป็น 9,000-10,000 บาทต่อตัน   ส่วนสินค้าผักสด ผลไม้บางชนิดที่ใช้น้ำในการเพาะปลูก เช่น กลุ่มผักใบ ผักชี คะน้า และกลุ่มมะนาว คาดว่าจะปรับราคาสูงกว่าที่ผ่านมาดังนั้น ขอให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร ภัตตาคาร ซื้อมะนาวช่วงนี้เก็บแช่แข็งไว้ใช้ช่วงหน้าแล้งนี้ สำรองไว้ใช้ก่อน   ส่วนราคาปาล์มน้ำมันปรับสูงขึ้นจากปีก่อน โดยราคาผลปาล์มสด กก.ละ 6-7 บาท จากปีก่อน กก.ละ 2.50-3 บาท และน้ำมันปาล์มดิบ (ซีพีโอ) กก.ละกว่า 35 บาท จาก กก.ละ 16-18 บาท ซึ่งได้ขอความร่วมมือให้จำหน่ายในระดับราคาที่สอดคล้องกับต้นทุนเดิม ขวดละ 42-45 บาท   ขณะที่ราคาปศุสัตว์โดยเฉพาะสุกร มักจะพบว่าเมื่ออากาศร้อนทำให้สุกรโตช้า ประกอบกับเกิดปัญหาโรคอหิวาต์แอฟริกันระบาดในจีน เวียดนาม และลาว จึงทำให้ราคาหมูมีชีวิตมีแนวโน้มสูงขึ้นในประเทศที่เกิดการระบาด เช่น จีน กก.ละ 200 บาท เวียดนาม กก.ละ 120 บาท   ส่วนในประเทศไทยยังไม่มีการระบาดของโรค ยังจำหน่ายในราคา กก.ละ 75 บาท ทางกรมได้หารือกับสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ขอความร่วมมือให้รักษาระดับราคาไว้ที่ กก.ละ 75-80 บาท หากราคาเกินกว่า กก.ละ 80 บาท อาจจะมีการพิจารณาใช้มาตรการจำกัดการส่งออก เพื่อให้มีปริมาณเพียงพอ และราคาไม่สูงเกินไป   ขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภคสำคัญอย่างน้ำดื่ม ซึ่งหลายฝ่ายกังวลว่าปัญหาภัยแล้งจะทำให้น้ำดื่มราคาสูงขึ้นหรือเกิดการกักตุนนั้น จากการตรวจสอบขณะนี้ สถานการณ์ราคาน้ำดื่มบรรจุขวดยังอยู่ในภาวะปกติ จำหน่ายขวดละ 5-10 บาท   ทั้งนี้ทางกรมมีแนวทางลดความเดือดร้อนให้กับประชาชน แต่เบื้องต้นจะกำหนดมาตรการขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้จำหน่ายสินค้าในราคาเหมาะสมสอดรับกับต้นทุน แต่หากจำเป็นจะใช้กลไกร้านค้าธงฟ้าเป็นช่องทางช่วยเหลือบรรเทาค่าครองชีพ ปัจจุบันมีร้านค้า 102,000 ร้านค้า หากราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น จะใช้ร้านธงฟ้าเป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้าราคาถูก   ส่วนการดูแลสินค้าควบคุมขณะนี้ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า ก่อนจะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) พิจารณาว่าดำเนินการเพิ่มหรือถอดสินค้าจากควบคุมต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/U-0HWpTasp8

 2,376
เศรษฐกิจ
27 ธ.ค. 62

ย้ำอีกรอบ! ขายของออนไลน์ ห้ามให้อินบ็อกซ์ถามราคา โดนปรับเป็นหมื่น คนแจ้งได้รางวัล 25%

กรมการค้าภายในประกาศย้ำอีกครั้ง ผู้ค้าสินค้าออนไลน์ ทั้งเว็บไซต์ และโซเชียลมีเดียต่างๆ ต้องแสดงราคาสินค้าและบริการให้ชัดเจน ห้ามให้ผู้ซื้ออินบ็อกซ์ถามราคาหลังไมค์ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ผู้บริโภค ลั่นใครฝ่าฝืนโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท ผู้แจ้งเบาะแสร้องได้ที่สายด่วน 1569 มีรางวัลนำจับให้ 25% ของเงินค่าปรับ   เนื่องจากพบว่าผู้ค้าส่วนใหญ่มักไม่แสดงราคาขายให้ชัดเจน และมักจะให้ผู้ซื้ออินบ็อกซ์เข้าไปสอบถามราคา ซึ่งผู้ค้าบางรายอาจมีการเอาเปรียบประชาชนได้ และถือว่าเป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542   ดังนั้น คณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) จึงได้ออกประกาศ กกร. ฉบับที่ 102 พ.ศ.2562 เรื่อง การแสดงราคาและรายละเอียดเกี่ยวกับการแสดงราคาสินค้าผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือออนไลน์ ลงวันที่ 4 ก.ค.62 เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภคในการซื้อสินค้าและบริการออนไลน์   หากประชาชนร้องเรียนผ่านสายด่วนกรม 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ และหากพบการกระทำความผิดจริง จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และเมื่อเจ้าหน้าที่จับกุมและเปรียบเทียบปรับแล้ว ผู้ที่แจ้งเบาะแสจะได้รับสินบนนำจับ 25% ของเงินค่าปรับด้วย ส่วนหากทำผิดกรณีจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร กักตุนสินค้าและปฏิเสธการจำหน่าย ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/fkirTZ74hkg

 21,497
เศรษฐกิจ
13 ก.ย. 62

ประกันปาล์มน้ำมันวงเงิน 1.3 หมื่นล้าน คาดชดเชย กก.ละ 1.25 บาท ได้สูงสุดรายละ 9 หมื่นบาท

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ในฐานะประธานอนุกรรมการบริหารโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี 2562-2563 ได้ออกประกาศหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน   โดยกำหนดให้เกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการ ต้องเป็นผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร โดยมีสิทธิได้รับเงินชดเชยตามพื้นที่ที่ปลูกจริง แต่ไม่เกินครัวเรือนละ 25 ไร่ และต้องเป็นพื้นที่ปลูกปาล์มที่ให้ผลผลิตแล้วมีอายุไม่น้อยกว่า 3 ปี โดยราคาเป้าหมายผลปาล์มทะลาย ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 4 บาท ที่เปอร์เซ็นต์น้ำมัน 18% ระยะเวลาการจ่ายเงินชดเชยรายได้ เริ่มจ่ายงวดแรกวันที่ 1 ต.ค.2562 และงวดต่อไป จะจ่ายวันที่ 1 หรือวันที่ 16   ทั้งนี้ ราคาผลปาล์มทะลายล่าสุด เดือน ก.ย.2562 อยู่ที่ กก.ละ 2.75 บาท ที่เปอร์เซ็นต์น้ำมัน 18% คาดว่ารัฐบาลต้องจ่ายเงินส่วนต่างรายได้ให้กับเกษตรกร กก.ละ 1.25 บาท โดยหากจากคิดราคาผลปาล์ม ณ ราคาปัจจุบันดังกล่าว เกษตรกรจะได้รับค่าส่วนต่างสูงสุดครัวเรือนละ 90,812 บาท ในขณะที่ ครม.อนุมัติกรอบวงเงินเพื่อใช้ในโครงการนี้ 13,378 ล้านบาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/si9XF0r9zpE

 1,331
เศรษฐกิจ
12 ก.ย. 62

แบ่งเกรด 3 กลุ่ม รพ.เอกชน แพงสุดโต่ง-ระดับกลาง-ราคาถูก แฉบางที่ฟันกำไรยา 1,000%

กรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงกรณีที่มีการตรวจสอบราคายา จากเว็บไซต์กรมการค้าภายใน www.dit.go.th แล้วพบว่าโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง มีกำไรจากการขายยาสูงถึง 1,000%   โดยพบว่า ยา 20 ชนิดที่คนไทยใช้อย่างแพร่หลาย ส่วนใหญ่เป็นยาแก้ปวด ลดไข้ บรรเทาอาการแน่นเฟ้อ จุกเสียด แก้คลื่นไส้ อาเจียน คลายกล้ามเนื้อ ฯลฯ โรงพยาบาลเอกชนมีส่วนต่างราคาซื้อและขายสูงตั้งแต่ระดับ 100% ถึง 1,000% เช่น ยาพาราเซตามอล แก้ปวด ลดไข้ ยี่ห้อไทลินอล ต้นทุนเม็ดละ 0.16-8.00 บาท แต่โรงพยาบาลเอกชนขายสูงสุดถึง 22 บาท   สำหรับโรงพยาบาลใด ขายยาในราคาสูงเกินจริง หรือเอาค่าใช้จ่ายอื่นๆ มารวมในราคายาแล้วขายประชาชน กรมฯจะเชิญโรงพยาบาลนั้นๆ มาสอบถามข้อเท็จจริง หากไม่สามารถแจ้งที่มาที่ไปของการคิดราคายาได้ หรือชี้แจงแล้วเหตุผลฟังไม่ขึ้น กรมฯก็เตรียมใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ดำเนินการ โดยกรณีการขายสินค้าราคาสูงเกินจริง จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ   ทั้งนี้ทางกรมการค้าภายในจะจัดกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน 354 แห่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาลที่คิดค่ายาและค่าบริการแบบแพงสุดโต่ง, กลุ่มที่คิดราคายาและค่ารักษาระดับกลาง และกลุ่มที่คิดราคายาและค่าบริการ แบบอนุเคราะห์ผู้ป่วย เพื่อนำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์กรมฯให้ประชาชนรับทราบ และพิจารณาในการเข้าไปใช้บริการ คาดว่า จะจัดกลุ่มเสร็จในเดือน ต.ค. นี้   ล่าสุดขณะนี้ประชาชนสนใจเรื่องการเปรียบเทียบราคายา ค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชน โดยตั้งแต่เปิดตัวคิวอาร์โค้ดตรวจสอบราคายาเมื่อวันที่ 16 ส.ค. จนถึงขณะนี้ มีประชาชนตรวจสอบแล้ว 130,000 ราย ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/1bgnyDgVJUE

 1,637
เศรษฐกิจ
29 ส.ค. 62

เตรียมขายข้าวเหนียวราคาถูก ช่วย ปชช. เตือนชาวนาอย่าแห่ปลูก ชี้ราคาดีแค่ช่วงนี้

กรมการค้าภายใน เชิญภาคเอกชน 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ผลิตข้าวถุง / ผู้ประกอบการโรงสีข้าว / และห้างค้าปลีก เพื่อหาแนวทางการจัดทำข้าวเหนียวบรรจุถุงราคาถูกกว่าท้องตลาด แก้ปัญหาข้าวเหนียวแพง   เบื้องต้นคาดว่าจะใช้ข้าวเหนียวประมาณ 500 ถึง 1,000 ตัน ทำข้าวเหนียวถุง ขนาดละ 2 กิโลกรัม และ 5 กิโลกรัม ประมาณ 2 ถึง 3 แสนถุง จำหน่ายในราคา 35 บาทต่อกิโลกรัม จากราคาตลาดที่ 50 บาทต่อกิโลกรัม เน้นขายให้ผู้มีรายได้น้อย ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะวางจำหน่ายผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐ เน้นในพื้นที่ภาคเหนือ อีสาน และภาคกลาง โดยช่องทางนี้ ประชาชนทั่วไปสามารถซื้อได้ด้วย   แต่สำหรับบนห้างค้าปลีก จะจำกัดให้ผู้มีบัตรสวัสดิการซื้อเท่านั้น และจำกัดการซื้อ โดยขนาดถุงละ 2 กิโลกรัม จำกัดไม่เกินคนละ 3 ถุง และขนาด 5 กิโลกรัม จำกัดคนละไม่เกิน 2 ถุง คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายได้ภายในปลายสัปดาห์หน้า ซึ่งหากไม่เพียงพอกับความต้องการ ก็สามารถผลิตเพิ่มเติมได้ แต่จะต้องไม่ให้กระทบกับข้าวเหนียวฤดูกาลใหม่ ที่กำลังทยอยออกสู่ตลาดในปลายเดือนกันยายนนี้   กรมการค้าภายใน ยังเตือนชาวนา อย่าหันมาปลูกข้าวเหนียวกันมากเกินไป เพราะตลาดข้าวเหนียวค่อนข้างแคบ เมื่อเทียบกับข้าวขาวและหอมมะลิ โดยให้รักษาระดับการผลิตไว้ให้อยู่ในระดับปกติ ที่มีผลผลิตเฉลี่ย 6-7 ล้านตัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pEfFbLi409c

 1,505
เศรษฐกิจ
28 ส.ค. 62

ข้าวเหนียวแพงกว่าทอง พุ่งตันละเกือบครึ่งแสน จี้ปราบคนฉวยฟันกำไร นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน

วิกฤตข้าวเหนียวแพง ราคาพุ่งตันละเกือบครึ่งแสน ชี้ราคาแพงกว่าทองคำ จากเหตุผลผลิตออกน้อย จากปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งในเวลาไม่ห่างกัน ชาวนาหันไปปลูกข้าวหอมมะลิมากขึ้น   ด้านนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกสมาคมส่งออกข้าวไทย จี้รัฐบาลปราบผู้ลักลอบนำเข้าข้าวเหนียวจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม มาฉวยโอกาสฟันกำไร   ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้กรมการค้าภายในสั่งโรงสี ผู้ค้า ผู้ส่งออก รายงานสต็อกข้าวเหนียว ตรวจสอบ 41 จังหวัดพบมีอยู่แล้ว 5 หมื่นตัน เร่งสรุปตัวเลขจับคนกักตุน และลงโทษ ซึ่งจะมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้นำเรื่องนี้มาหารือ โดยกระทรวงพาณิชย์จะทำการตรวจสอบในส่วนนี้ว่ามีการกักตุนหรือไม่กำลังหาทางอยู่ ประเทศไทยก็เป็นแบบนี้ มีคนไปหาประโยชน์จำนวนมาก เราต้องซื่อสัตย์ต่อตัวเราเอง และต้องนึกถึงประชาชนที่เดือดร้อน ไม่ใช่ทุกคนมาฉวยโอกาส ความซื่อสัตย์สำคัญที่สุดไม่ว่าใครก็ตามตั้งแต่รัฐบาล ภาคเอกชน นักธุรกิจต่างๆ จะต้องซื่อสัตย์กับตัวเองและอาชีพของตัวเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AIHQpFVKNOk

 3,051
เศรษฐกิจ
26 ส.ค. 62

'จุรินทร์' แก้ข้าวเหนียวแพง สั่งโรงสีห้ามกักตุน เชื่อ ต.ค.สถานการณ์คลี่คลาย

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เผยแนวทางการแก้ปัญหาข้าวเหนียวแพงที่พุ่งสูง กก.ละ 50 บาท จากเดิมกิโลกรัมละ 25-30 บาท   โดยสั่งการให้กรมการค้าภายในกำหนดให้โรงสี ผู้ประกอบการค้าข้าวเหนียวและผู้เกี่ยวข้องรายงานสต๊อกข้าวเหนียวในครอบครอง เพื่อป้องกันการกักตุน ตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค.นี้ เนื่องจากข้าวเหนียวเป็นสินค้าควบคุม รวมทั้งให้อธิบดีกรมการค้าภายในหารือกับโรงสี สหกรณ์และผู้ค้าข้าว เพื่อหาความร่วมมือในการผลิตข้าวสารเหนียวบรรจุถุงในราคาพิเศษ และเป็นการตรึงราคาข้าวเหนียวบริโภคเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด   หากพบว่าผู้ประกอบการหรือโรงสีรายใดมีการกักตุนจะดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาดตามกฎหมายการค้าข้าวและกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งจะมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จากนั้นก็จะหาแนวทางลดค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค   พร้อมกันนี้จะร่วมมือกับผู้ประกอบการผลิตข้าวถุง เพื่อจำหน่ายข้าวสารเหนียวราคาถูกเพื่อจำหน่ายให้กับผู้มีรายได้น้อย โดยเบื้องต้นน่าจะวางขายที่ร้านธงฟ้าประชารัฐ วิสาหกิจชุมชน และจะให้สิทธิกับผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก่อน โดยกระทรวงพาณิชย์จะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายและการขนส่งให้   ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ข้าวเหนียวมีราคาแพง มาจากผลผลิตข้าวเหนียวออกสู่ตลาดน้อยจากปัญหาภัยแล้ง ชาวนาก็เก็บข้าวเหนียวไว้บริโภคเอง ไม่ปล่อยออกสู่ตลาด แต่เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายภายในเดือน ต.ค. หลังผลผลิตฤดูกาลใหม่ทยอยออกมา     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BkWVYvbOeFk

 1,556
เศรษฐกิจ
21 ส.ค. 62

ข้าวเหนียวแพง! ภัยแล้งทำราคาพุ่งเกือบเท่าตัว แม่ค้าโอดขายถุงละ 5 บาทไม่ได้แล้ว

พ่อค้าแม่ค้ากังวลราคาข้าวเหนียวยังได้ปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ครั้งละ 100-200 บาท โดยไม่ทราบสาเหตุ โดยปัจจุบันราคาข้าวเหนียวเฉลี่ย 1,700 บาท จากเดิมที่กระสอบละ 1,200 บาท ส่งผลต่อต้นทุนในการขายอาหาร โดยเฉพาะข้าวเหนียวไก่ทอด-ไก่ย่าง, ข้าวเหนียวมะม่วง     โดยแม่ค้าร้านข้าวเหนียวไก่ทอด บอกว่า ปัจจุบันนึ่งข้าวเหนียวขายกิโลกรัมละ 50 บาท ถึงแม้ว่าราคาข้าวเหนียวจะปรับขึ้นราคาจาก ประมาณ 1,200 บาทเป็น 1,700 บาทแล้ว แต่ก็ต้องขายราคาเดิมในราคาห่อละ 5 บาท 10 บาท แต่อาจต้องปรับปริมาณลง แต่ถ้าข้าวเหนียวยังคงปรับขึ้นราคาอีก เป็นกระสอบละ 2,000 บาทเมื่อไหร่ก็คงต้องพิจารณาปรับราคาที่เหมาะสมอีกครั้ง   ด้านกรมการค้าภายในระบุ จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ข้าวเหนียวมีราคาเพิ่มสูงขึ้นมาก มีหลายปัจจัย ทั้งจากปัญหาภัยแล้งที่ส่งผลกระทบให้ผลผลิตข้าวเหนียว ทั้งนาปีและนาปรังที่ผ่านมามีปริมาณน้อยกว่าทุกปี   ประกอบกับเป็นช่วงรอยต่อของฤดูกาล ข้าวเก่าเหลือน้อย ข้าวใหม่ก็ยังไม่ถึงเวลาเก็บเกี่ยว และภาครัฐได้ระบายข้าวในสต็อกหมด ส่งผลให้ช่วงนี้ข้าวเหนียวขาดแคลนอย่างมาก ชาวนาเก็บไว้บริโภคเอง เนื่องจากคาดว่าผลผลิตจะมีปริมาณน้อยมาก ถ้าไม่จำเป็นจะไม่นำออกขาย   ทั้งนี้คาดว่า ในช่วงปลายเดือน ต.ค.-พ.ย. 2562 ผลผลิตข้าวนาปีฤดูกาลใหม่ปี 62/63 จะเริ่มออกสู่ตลาด ราคาข้าวเหนียวน่าจะปรับตัวลงสู่ภาวะปกติ

 1,927
เศรษฐกิจ
17 ส.ค. 62

ประเดิมใช้คิวอาร์โค้ด ตรวจสอบราคายาและค่าบริการ รพ.

เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ประเดิมใช้คิวอาร์โค้ด ตรวจสอบราคายาและค่าบริการ รพ. โดยกรมการค้าภายในส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบตามโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งคิวอาร์โค้ด การให้บริการของโรงพยาบาล พบว่ามีการให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มีการติดตั้งจุดให้บริการสแกนคิวอาร์โค้ด ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่พอใจ       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/CcSv2w4pUjs

 1,077
เศรษฐกิจ
02 ส.ค. 62

กรมการค้าภายใน จ่อคุมราคาค่าทำฟันมหาโหด เล็งเริ่ม รพ.เอกชนก่อนขยายคลินิก

กรมการค้าภายในจ่อคุมราคาค่าทำฟัน ที่คิดค่าบริการสูง เช่น จัดฟันราคา 50,000 บาท หรือทำรากฟันเทียม 60,000-70,000 บาท เตรียมหารือทันตแพทยสภา โดยเบื้องต้นกรมจะดูแลเฉพาะในโรงพยาบาลเอกชน และในอนาคตอาจจะขยายไปสู่การรักษาฟันในคลินิกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3bv-klgLQWY

 1,938

Top