ค้นหา :

ผลการค้นหา "นครศรีธรรมราช"

ข่าวภูมิภาค
24 ก.พ. 63

มินิบัสนำเที่ยวลื่นตกเขาเนินเทวดา ผู้โดยสารตาย 2 เจ็บ 18

นครศรีธรรมราช-เกิดอุบัติเหตุรถยนต์มินิบัสนำนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ขึ้นเขาไปเที่ยวบนแหล่งท่องเที่ยวเนินเทวดา เกิดเสียหลักลื่นไถลพลิกคว่ำ ทำให้มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตคาที่ 2 ศพ บาดเจ็บอีกจำนวนมาก บนถนนทางขึ้นเขาเนินเทวดา บ้านในเพลา หมู่ 8 ต.ขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช   ที่เกิดเหตุพบรถยนต์มินิบัส สีแดงขาว สายหาดใหญ่-นครศรีฯ ยี่ห้อซันยอง เสียหลักชนต้นไม้พลิกคว่ำตะแคงขวา สภาพรถกระจกด้านหน้าคนขับและกระจกหน้าต่างรถแตกกระจายทั้งคน ภายในรถพบร่างคนเจ็บชายหญิงสูงอายุ จำนวน 18 คนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งจนท.ได้ลำเลียงคนเจ็บทั้ง 18 คนส่ง รพ.   เบื้องต้นผู้บาดเจ็บสาหัส 3 ราย ที่เหลือบาดเจ็บเล็กน้อย และในที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิต 2 รายถูกซากรถมินิบัสพลิกทับร่างเสียชีวิต ชื่อ น.ส.ศันสนีย์ ภู่สิริโรรังสี อายุ 46 ปี และน.ส.อัจนา นพคุณขจร อายุ 63 ปี ส่วนคนขับรถคันดังกล่าวรอมอบตัวกับตำรวจในที่เกิดเหตุชื่อนายพันธ์คม ตุลาธน อายุ 47ปี   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตทั้งหมด เป็นชาวสมาคมไหหลำ จ.สงขลา ได้เหมาเช่ารถมินิบัสคันดังกล่าวจาก จ.สงขลา เดินทางไปร่วมงานที่ จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 ก.พ. โดยมีนายพันธ์คม เป็นคนขับรถมินิบัสคันดังกล่าว หลังจากเสร็จงานที่ จ.สุราษฎร์ธานีแล้ว ขากลับได้แวะเที่ยวบนเขาเนินเทวดา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ชื่อดังของ อ.ขนอม   ปรากฏว่าขณะที่นายพันธ์คม กำลังขับรถมินิบัสขึ้นบนเขาไปยังเนินเทวดาดังกล่าว ได้พยายามเปลี่ยนเกียร์ขึ้นเขา เพราะทางขึ้นเขาสูงชัน แต่รถไม่มีแรงขึ้นเขาทำให้รถได้ไหลถอยหลังลงเขาอย่างรวดเร็ว คนขับได้พยายามเหยียบเบรกก็บังคับไม่อยู่ ทำให้รถไหลถอยหลังลื่นไถลลงเขาอย่างรวดเร็ว เสียหลักไปชนต้นไม้ริมถนนและเสียหลักพลิกคว่ำตะแคงขวาอย่างจัง ก่อนที่รถจะพลิกทับร่างนักท่องเที่ยวตาย 2 เจ็บ 18 ราย ส่วนคนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยดังกล่าว ซึ่งทางตำรวจได้คุมตัวคนขับเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/p7Es_a-iAw8

 2,485
สังคม
24 ก.พ. 63

มินิบัสนำเที่ยวลื่นตกเขาเนินเทวดา ผู้โดยสารตาย 2 เจ็บ 18

นครศรีธรรมราช-เกิดอุบัติเหตุรถยนต์มินิบัสนำนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ขึ้นเขาไปเที่ยวบนแหล่งท่องเที่ยวเนินเทวดา เกิดเสียหลักลื่นไถลพลิกคว่ำ ทำให้มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตคาที่ 2 ศพ บาดเจ็บอีกจำนวนมาก บนถนนทางขึ้นเขาเนินเทวดา บ้านในเพลา หมู่ 8 ต.ขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช   ที่เกิดเหตุพบรถยนต์มินิบัส สีแดงขาว สายหาดใหญ่-นครศรีฯ ยี่ห้อซันยอง เสียหลักชนต้นไม้พลิกคว่ำตะแคงขวา สภาพรถกระจกด้านหน้าคนขับและกระจกหน้าต่างรถแตกกระจายทั้งคน ภายในรถพบร่างคนเจ็บชายหญิงสูงอายุ จำนวน 18 คนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งจนท.ได้ลำเลียงคนเจ็บทั้ง 18 คนส่ง รพ.   เบื้องต้นผู้บาดเจ็บสาหัส 3 ราย ที่เหลือบาดเจ็บเล็กน้อย และในที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิต 2 รายถูกซากรถมินิบัสพลิกทับร่างเสียชีวิต ชื่อ น.ส.ศันสนีย์ ภู่สิริโรรังสี อายุ 46 ปี และน.ส.อัจนา นพคุณขจร อายุ 63 ปี ส่วนคนขับรถคันดังกล่าวรอมอบตัวกับตำรวจในที่เกิดเหตุชื่อนายพันธ์คม ตุลาธน อายุ 47ปี   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตทั้งหมด เป็นชาวสมาคมไหหลำ จ.สงขลา ได้เหมาเช่ารถมินิบัสคันดังกล่าวจาก จ.สงขลา เดินทางไปร่วมงานที่ จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 ก.พ. โดยมีนายพันธ์คม เป็นคนขับรถมินิบัสคันดังกล่าว หลังจากเสร็จงานที่ จ.สุราษฎร์ธานีแล้ว ขากลับได้แวะเที่ยวบนเขาเนินเทวดา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ชื่อดังของ อ.ขนอม   ปรากฏว่าขณะที่นายพันธ์คม กำลังขับรถมินิบัสขึ้นบนเขาไปยังเนินเทวดาดังกล่าว ได้พยายามเปลี่ยนเกียร์ขึ้นเขา เพราะทางขึ้นเขาสูงชัน แต่รถไม่มีแรงขึ้นเขาทำให้รถได้ไหลถอยหลังลงเขาอย่างรวดเร็ว คนขับได้พยายามเหยียบเบรกก็บังคับไม่อยู่ ทำให้รถไหลถอยหลังลื่นไถลลงเขาอย่างรวดเร็ว เสียหลักไปชนต้นไม้ริมถนนและเสียหลักพลิกคว่ำตะแคงขวาอย่างจัง ก่อนที่รถจะพลิกทับร่างนักท่องเที่ยวตาย 2 เจ็บ 18 ราย ส่วนคนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยดังกล่าว ซึ่งทางตำรวจได้คุมตัวคนขับเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/p7Es_a-iAw8

 2,485
สังคม
23 ก.พ. 63

ญาติผงะ เจอเจ้าของแผงรับซื้อมังคุดผูกคอตายหลังบ้าน คาดเครียดปัญหาหนี้สิน

วันที่ 22 ก.พ. 63 เวลา 08.00 น. พ.ต.ท.บุญณรงค์ รัตนโกศัย สว.(สอบสวน) สภ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนผูกคอตาย รับแจ้งแล้วจึงพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.พรหมคีรี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต๊กตึ้งพรหมคีรี ไปที่เกิดเหตุเพื่อร่วมกันสอบสวนและชันสูตรพลิกศพ   เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุบริเวณใต้หลังคา หลังบ้านพบศพผู้เสียชีวิตชื่อนายบรรทิศ กรรฐสุทธิ์ หรือ โกเคี่ยม อายุ 55 ปี เจ้าของบ้านใช้เชือกไนล่อนสีขาวผูกคอตายกับขื่อไม้หลังคาหลังบ้าน ศพห้อยโตงเตงในชุดสวมเสื้อกล้ามสีขาว นุ่งกางเกงขายาวสีดำ เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 ชม. สภาพศพลิ้นจุกปาก   สอบสวนเบื้องต้นทราบว่านายบรรทิศ หรือโกเคี่ยม ผู้ตายมีอาชีพเจ้าของแผงรับซื้อมังคุดรายใหญ่คนดังในพื้นที่ อ.พรหมคีรีและพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนเกิดเหตุนายบรรทิศได้ตื่นนอนช่วงเช้ามืดแล้วอาศัยที่ยังไม่มีใครตื่น ตัดสินใจใช้เชือกไนลอนส์ผูกคอตายกับขื่อไม้หลังคาบริเวณหลังบ้านดังกล่าว จนกระทั่งญาติมาพบกลายเป็นศพผูกคอตายดังกล่าวจึงแจ้งตำรวจและจนท.ที่เกี่ยวข้องมาทำการชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุ   สำหรับสาเหตุการผูกคอตายครั้งนี้เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง เนื่องจากปกตินายบรรทิศ หรือโกเคี่ยมจะเป็นคนดีและเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้านทั่วไปในหมู่บ้าน แต่สันนิษฐานว่าสาเหตุน่าจะมาจากความเครียดในเรื่องหนี้สินและเครียดเรื่องส่วนตัวบางเรื่อง ซึ่งญาติไม่ติดใจสาเหตุการตาย หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ทำการชันสูตรพลิกศพเสร็จแล้วได้มอบศพให้กับญาตินำศพไปจัดการตามประเพณีต่อไป           ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/Z94SA0yOh2w  

 23,658
สังคม
19 ก.พ. 63

เตือนภัยชาวประมง คลื่นลมแรงจนทำให้เกิดเรือประมงล่มเป็นลำที่ 2

นครศรีธรรมราช-เมื่อวานนี้ (18 ก.พ. 63) ได้เกิดเหตุการณ์เรือประมงพื้นบ้านถูกคลื่นลมแรงซัดเรือประมงล่มพลิกคว่ำกลางทะเลอ่าวไทย ขณะนำเรือประมงออกไปจับปลากลางทะเล  ล่าสุด ได้มีเรือประมงล่มอีก 1 ลำ    เกิดเหตุเรือประมงล่มห่างจากฝั่งประมาณ 1 กม. ในเขตท้องที่บริเวณอ่าวท้องชิง หมู่ 2 ต.ท้องเนียน อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ทำให้ 2 ชาวประมงต้องเกาะซากเรือลอยคอขอความช่วยเหลือกลางทะเล จนทางนายอำเภอขนอม ได้ระดม จนท.จิตอาสาส่วนหน้า ประกอบด้วย กำนันผู้ใหญ่บ้าน จนท.กู้ภัยมูลนิธิและเทศบาลต่างๆ ตำรวจน้ำและทหารเรือ นำเรือเจ็ทสกีออกไปให้การช่วยเหลือ 2 ชาวประมงกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย      ล่าสุด ได้เกิดเหตุการณ์เรือประมงพื้นบ้านล่มอีกลำเป็นลำที่ 2 เนื่องจากสภาพคลื่นลมแรง ซึ่งนายธีระพงศ์ ช่วยชู นายอำเภอขนอมได้ระดม จนท.กู้ภัยจิตอาสาส่วนหน้าชุดเดิม ออกไปให้การช่วยเหลือชาวประมงลำที่ 2 จำนวน 3 คนกลับเข้าฝั่งอย่างปลอดภัยถูกส่งตัวไป รพ.เพื่อให้แพทย์รักษาตัวต่อไปแล้ว       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/hJRSXMzhFdE

 1,053
ข่าวภูมิภาค
19 ก.พ. 63

นาที ตร.ไล่ล่าเด็กแว้น ซิ่งหนี 10 กม. ฝ่า 8 สี่แยกไฟแดง แต่สุดท้ายก็ไม่รอด!

นครศรีธรรมราช-มีคลิปกล้องติดหมวกของตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ไล่ล่าจับเด็กแว้นซิ่งมอเตอร์ไซค์ 2 คน อายุ 15 ปี ซิ่งฝ่าสัญญาณไฟจราจร บนถนนราชดำเนิน บริเวณสี่แยกท่าวัง ต.ท่าวัง มุ่งหน้าไปสนามหน้าเมือง   โดยรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวสภาพแต่ง ท่อเสียงดัง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และคนขี่และซ้อนท้ายไม่สวมหมวกกันน็อก อย่างไรก็ตาม 2 วัยรุ่นไม่ยอมจอดรพยายามเร่งเครื่องหลบหนีอย่างรวดเร็ว และฝ่าสัญญาณไฟแดงจำนวนหลายแยก รวมทั้งสวนเลนท่ามกลางความแตกตื่นของผู้คนที่สัญจรผ่านถนนเส้นดังกล่าว ต้องหลบรถกันจ้าละหวั่น   แต่สุดท้าย 2 วัยรุ่นจนมุมถูกจับพร้อมรถจักรยานยนต์บนถนนสายนครศรีฯ – ชะเมา หน้าบริเวณหน้าวิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช ต.ท่าเรือ อ.เมืองนครศรีธรรมราช รวมระยะทางที่ 2 วัยรุ่นหลบหนีกว่า 10 กิโลเมตร และ 8 สี่แยกไฟแดง โชคดีที่เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เกิดอุบัติเหตุ ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินไม่เสียหาย   จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายอย่างใด จึงคุมตัวมาสอบสวนและให้การรับสารภาพ ถูกตั้งข้อหาเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น, ขับรถฝ่าฝืนป้ายเครื่องหมายจราจร(ขับรถย้อนศร), ขับรถฝ้าฝืนสัญญาณไฟจราจร และยึดรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ คุมตัวดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/K3g_G6ycjEo  

 2,233
สังคม
19 ก.พ. 63

นาที ตร.ไล่ล่าเด็กแว้น ซิ่งหนี 10 กม. ฝ่า 8 สี่แยกไฟแดง แต่สุดท้ายก็ไม่รอด!

นครศรีธรรมราช-มีคลิปกล้องติดหมวกของตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ไล่ล่าจับเด็กแว้นซิ่งมอเตอร์ไซค์ 2 คน อายุ 15 ปี ซิ่งฝ่าสัญญาณไฟจราจร บนถนนราชดำเนิน บริเวณสี่แยกท่าวัง ต.ท่าวัง มุ่งหน้าไปสนามหน้าเมือง   โดยรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวสภาพแต่ง ท่อเสียงดัง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และคนขี่และซ้อนท้ายไม่สวมหมวกกันน็อก อย่างไรก็ตาม 2 วัยรุ่นไม่ยอมจอดรพยายามเร่งเครื่องหลบหนีอย่างรวดเร็ว และฝ่าสัญญาณไฟแดงจำนวนหลายแยก รวมทั้งสวนเลนท่ามกลางความแตกตื่นของผู้คนที่สัญจรผ่านถนนเส้นดังกล่าว ต้องหลบรถกันจ้าละหวั่น   แต่สุดท้าย 2 วัยรุ่นจนมุมถูกจับพร้อมรถจักรยานยนต์บนถนนสายนครศรีฯ – ชะเมา หน้าบริเวณหน้าวิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช ต.ท่าเรือ อ.เมืองนครศรีธรรมราช รวมระยะทางที่ 2 วัยรุ่นหลบหนีกว่า 10 กิโลเมตร และ 8 สี่แยกไฟแดง โชคดีที่เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เกิดอุบัติเหตุ ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินไม่เสียหาย   จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายอย่างใด จึงคุมตัวมาสอบสวนและให้การรับสารภาพ ถูกตั้งข้อหาเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น, ขับรถฝ่าฝืนป้ายเครื่องหมายจราจร(ขับรถย้อนศร), ขับรถฝ้าฝืนสัญญาณไฟจราจร และยึดรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ คุมตัวดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/K3g_G6ycjEo  

 2,233
พระราชสำนัก
17 ก.พ. 63

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช   วันนี้ เวลา 9 นาฬิกา 58 นาที สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุราษฎร์ธานี อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทรงเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 41 ปีการศึกษา 2562 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 17 ถึงวันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อให้สมาชิกองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยฯ ได้แสดงผลงานทักษะวิชาชีพ แลกเปลี่ยนความรู้ และส่งเสริมให้สมาชิกรู้จักการทำงานเป็นทีม ฝึกความเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี    โอกาสนี้ทอดพระเนตรนิทรรศการ เมืองเทิดพระเกียรติ จัดแสดงเกี่ยวกับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ผลงานของนักศึกษาที่เป็นสมาชิกฯ เช่น โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช "หมากพลูตั๊กแตน" และ"กันเกรา" ของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล และงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม   จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดแพรคลุมป้าย "อาคารทูลกระหม่อมแก้ว อกท." ที่สร้างขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นอาคาร 2 ชั้น สำหรับจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ด้านต่างๆ เช่น โครงการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน, โครงการอาหารกลางวันเพื่อเด็ก และโครงการเศรษฐกิจพอเพียง     ต่อจากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปอาคารสัมมนาผลงานวิชาการ ทรงฟังบรรยายผลงานทางวิชาการ "โครงการเลี้ยงเพรียงทราย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" ผลงานทางวิชาการของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี จากการวิจัยพบว่า เพรียงทรายเป็นอาหารสดที่สำคัญ ต่อการผลิตลูกกุ้งทะเล เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ส่งผลให้กุ้งทะเลมีไข่ดก มีคุณภาพดี การเลี้ยงเพียงทรายด้วยน้ำทะเลธรรมชาติ ที่ระดับความเค็ม 30 พีพีที (PPT) ที่ผ่านการบำบัดด้วยคลอรีน จะช่วยให้เพียงทรายมีอัตราการรอดกว่าร้อยละ 80 ได้ผลผลิตเพียงทรายสด 25 กิโลกรัม มีรายได้ 1 หมื่น 3 พัน 959 บาท ซึ่งสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพ และต่อยอดการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเพียงทราย เพื่อเพิ่มมูลค่า     จากนั้น เวลา 14 นาฬิกา 25 นาที เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินงาน โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งดำเนินงานสนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา ต่อยอด แนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประกอบด้วย 2 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ การอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ โดยสร้างฝายชะลอน้ำแล้วเสร็จ 150 แห่ง และจะสร้างเพิ่มให้ครบ 170 แห่ง ภายในปี 2564 การส่งเสริมให้ปลูกป่าพรุควนเคร็ง ซึ่งจะฟื้นฟูตามเป้าหมาย 7 พัน 450 ไร่ ภายในปีเดียวกัน และการฟื้นฟูป่าชายเลน ในพื้นที่ 3 พัน 150 ไร่    ด้านยุทธศาสตร์ควบคุมป้องกันมลพิษ และเสริมสร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อม ด้วยการแก้ไขปัญหา, ตรวจสอบคุณภาพน้ำแม่น้ำปากพนัง และจัดการระบบบำบัดน้ำเสีย จำนวน 6 แห่ง สามารถรองรับน้ำเสียได้ 1 พัน 540 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และมีแผนสร้างระบบบำบัดน้ำเสียในเขตเทศบาลเมืองปากพนัง กับเทศบาลตำบลชะอวด เพื่อให้น้ำเสียได้รับการบำบัด ก่อนระบายลงสู่แม่น้ำปากพนัง ทั้งนี้ ลุ่มน้ำปากพนังมีพื้นที่ 1 ล้าน 9 แสน 4 หมื่นไร่ คลอบคลุมพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช, สงขลา และพัทลุง ประสบปัญหาความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ น้ำทะเลรุกล้ำ ประกอบกับสภาพภูมิอากาศแปรปรวน ทำให้เกิดปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วมซ้ำซาก และดินเปรี้ยว โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดำริให้สร้างอ่างเก็บน้ำ และฝายทดน้ำคลองไม้เสียบ เพื่อป้องกันและบรรเทาอุทกภัย ทั้งเป็นแหล่งน้ำใช้ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช    ในการนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศการ ศูนย์การเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ และเครือข่ายขยายผล อาทิ การส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกส้มโอทับทิมสยาม ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง และได้รับการรับรองมาตรฐาน จีเอพี, การส่งเสริมเลี้ยงปลานิลในบ่อกุ้งร้าง, โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ตามแนวพระราชดำริ "พี่เลี้ยงน้อง โรงเรียนวัดป่าระกำ" สาธิตการทำเมนูอาหารพระราชทาน "ไข่พระอาทิตย์ และการทำขนมละอองแก้ว เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจ ให้นักเรียนสนใจรับประทานอาหารมากขึ้น รวมทั้ง นิทรรศการของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกจาก ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมกับสำนักงาน กปร., กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนองพระราชดำริ โดยปรับพื้นที่นากุ้งร้างซึ่งเป็นดินเค็ม ด้วยการปลูกป่าจาก ส่งผลให้ระบบนิเวศน์มีความอุดมสมบูรณ์ ราษฎรได้รับประโยชน์ 267 ครัวเรือน    นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ดำเนินการวิจัยโครงการต่างๆ เช่น การวิเคราะห์คุณค่าของน้ำตาลจาก, น้ำส้มจาก เพื่อพัฒนามาตรฐานสินค้า พัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่ม การวิจัยเพื่อพัฒนากลุ่มเกษตรกรที่ส่งเสริมอาชีพ อาทิ โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ด้วยการปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมือง เช่น ข้าวสังข์หยด, ข้าวหอมกุหลาบแดง, ข้าวเล็บนก, การผลิตเครื่องสำอางจากข้าวพื้นเมือง, การส่งเสริมให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตข้าว โดยการสนับสนุนปัจจัยการผลิต และเมล็ดพันธุ์ข้าว ส่งเสริมการปลูกข้าวอินทรีย์ปลอดสารพิษ และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว 450 ไร่ ภายในปี 2563 ตลอดจน ส่งเสริมการปลูกไม้ผลเชิงเศรษฐกิจ เช่น ส้มโอทับทิมสยาม จากการดำเนินโครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ มีทางเลือกในการประกอบอาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ราษฎรย้ายกลับสู่ภูมิลำเนา เพื่อประกอบอาชีพและใช้ชีวิตกับครอบครัว

 308
ข่าวภูมิภาค
13 ก.พ. 63

พ่อหลอนยา อ้างเทวดาส่งมาจากสวรรค์ จับลูก 2 เดือนบีบจนตัวช้ำ ตร.จับส่งตัวบำบัด

นครศรีธรรมราช-ตำรวจ สภ.ทุ่งใหญ่ ได้รับแจ้งมีเหตุพ่อจับลูกเป็นตัวประกัน ในบ้านพักหลังหนึ่งใน อ.ทุ่งใหญ่ พบนายสิทธิพร ขุนแก้ว อายุ 24 ปี ยืนอุ้มลูกชาย อายุ 2 เดือน ในลักษณะมือบีบลำตัวจนลูกตัวช้ำ จึงสอบถามว่าทำไมไม่ให้แม่ของเด็กอุ้มลูก   นายสิทธิพร อ้างว่าตนมีสัมผัสพิเศษจึงอุ้มลูกได้ ส่วนแม่ของเด็กถูกของถูกไสยศาสตร์ จึงไม่ให้แม่เด็กอุ้มลูก ส่วนตนมาจากสวรรค์เทวดาส่งมาเกิด มีความสามรถชุบชีวิตมนุษย์ที่ตายแล้วให้ฟื้นได้ จนเจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันเกลี้ยกล่อม และปล่อยเด็กเพื่อความปลอดภัย   ในเวลาต่อมานายสิทธิพร จึงยอมให้เจ้าหน้าที่นำตัวไป สภ.เพื่อดำเนินการต่อนำตัวไปรักษาอาการหลอนที่ รพ.ทุ่งใหญ่ และส่งตัวไป รพ.สวนสราญรมย์ จ.สุราษฎร์ธานี ต่อไป   ส่วนสาเหตุทราบว่านายสิทธิพร มีอาชีพรับจ้างกรีดยาง มาระยะหลังเสพยาบ้ามากจนหลอน และเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ผู้เป็นพ่อเห็นเหตุการณ์ตลอดมา จึงแจ้งให้เจ้ากน้าที่มารับตัวไปบำบัดรักษายาเสพติดต่อไป ส่วนไปซื้อยาบ้ามาจากใครเจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลครบแล้ว และเตรียมขยายผลจับกุมต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fOJJYY9vcCM

 1,082
สังคม
13 ก.พ. 63

พ่อหลอนยา อ้างเทวดาส่งมาจากสวรรค์ จับลูก 2 เดือนบีบจนตัวช้ำ ตร.จับส่งตัวบำบัด

นครศรีธรรมราช-ตำรวจ สภ.ทุ่งใหญ่ ได้รับแจ้งมีเหตุพ่อจับลูกเป็นตัวประกัน ในบ้านพักหลังหนึ่งใน อ.ทุ่งใหญ่ พบนายสิทธิพร ขุนแก้ว อายุ 24 ปี ยืนอุ้มลูกชาย อายุ 2 เดือน ในลักษณะมือบีบลำตัวจนลูกตัวช้ำ จึงสอบถามว่าทำไมไม่ให้แม่ของเด็กอุ้มลูก   นายสิทธิพร อ้างว่าตนมีสัมผัสพิเศษจึงอุ้มลูกได้ ส่วนแม่ของเด็กถูกของถูกไสยศาสตร์ จึงไม่ให้แม่เด็กอุ้มลูก ส่วนตนมาจากสวรรค์เทวดาส่งมาเกิด มีความสามรถชุบชีวิตมนุษย์ที่ตายแล้วให้ฟื้นได้ จนเจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันเกลี้ยกล่อม และปล่อยเด็กเพื่อความปลอดภัย   ในเวลาต่อมานายสิทธิพร จึงยอมให้เจ้าหน้าที่นำตัวไป สภ.เพื่อดำเนินการต่อนำตัวไปรักษาอาการหลอนที่ รพ.ทุ่งใหญ่ และส่งตัวไป รพ.สวนสราญรมย์ จ.สุราษฎร์ธานี ต่อไป   ส่วนสาเหตุทราบว่านายสิทธิพร มีอาชีพรับจ้างกรีดยาง มาระยะหลังเสพยาบ้ามากจนหลอน และเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ผู้เป็นพ่อเห็นเหตุการณ์ตลอดมา จึงแจ้งให้เจ้ากน้าที่มารับตัวไปบำบัดรักษายาเสพติดต่อไป ส่วนไปซื้อยาบ้ามาจากใครเจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลครบแล้ว และเตรียมขยายผลจับกุมต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fOJJYY9vcCM

 1,082
สังคม
13 ก.พ. 63

หนุ่มเมายาหลอนอ้างตัวเองมาจากสวรรค์ จับลูก 2 เดือนเป็นตัวประกัน

อ้างตัวเองมาจากสวรรค์ จับลูก 2 เดือน เป็นตัวประกันบีบจนตัวเด็กช้ำ พ่อสุดทนแจ้งตำรวจเจรจาขอเด็กให้แม่ ผู้สื่อข่าวเข้าช่วย อ้างผมมาจากนรกมารับคุณไปโรงพัก เจ้าตัวจึงยินยอมแต่โดยดี   เวลา 19.30 น. วันที่ 12 ก.พ. 2563 ร.ต.อ.สมโภช เลิศวิทยถาวร รอง สวป.สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งมีเหตุจับลูกเป็นตัวประกัน ขอความช่วยเหลือ จึงไปตรวจสอบพร้อมสายตรวจรถยนต์ 191 ฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยศรัทธาสามัคคีการกุศล   ที่เกิดเหตุอยู่ที่ ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ พบนายสิทธิพร ขุนแก้ว อายุ 24 ปี ยืนอุ้มลูกชาย อายุ 2 เดือน ในลักษณะมือบีบลำตัวจนลูกตัวช้ำ จึงสอบถามว่าทำไมไม่ให้แม่ของเด็กอุ้มลูก นายสิทธิพรอ้างว่าตนมีสัมผัสพิเศษจึงอุ้มลูกได้ ส่วนแม่ของเด็กถูกของถูกไสยศาสตร์ ตนจึงไม่ให้แม่เด็กอุ้มลูก ส่วนตนมาจากสวรรค์เทวดาส่งมาเกิด มีความสามรถชุบชีวิตมนุษย์ที่ตายแล้วให้ฟื้นได้    ผู้สื่อข่าวจากสำนักพิมพ์แห่งหนึ่่ง จึงสอบถามว่า มาจากสวรรค์ชั้นไหน เจ้าตัวตอบไม่ได้ ผู้สื่อข่าวจึงบอกไปว่าผมมาจากนรก ท้าวเวทสุวรรณ ส่งเรามารับตัวคุณ เพราะฉะนั้นคุณต้องไปโรงพักกับเราก่อนที่จะเกิดความสูญเสีย ต่อมานายสิทธิพร จึงยอมให้เจ้าหน้าที่นำตัวไป สภ.เพื่อดำเนินการต่อ และนำตัวไปรักษาอาการหลอนที่ รพ.ต่อไป   ส่วนสาเหตุทราบว่านายสิทธิพร มีอาชีพรับจ้างกรีดยาง มาระยะหลังเสพยาบ้ามาก จนหลอน และเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ผู้เป็นพ่อเห็นเหตุการณ์ตลอดมา สุดท้ายทนไม่ไหว จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่มารับตัวไปบำบัดรักษายาเสพติดต่อไป ส่วนไปซื้อยาบ้ามาจากใครเจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลครบแล้ว และเตรียมขยายผลจับกุมต่อไป   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/sVnYmE_tqbE

 908
สังคม
08 ก.พ. 63

ระทึกกลางดึก! ชายชราจุดไฟเล่นในบ้านทำเพลิงวอดทั้งหลัง ลามโดนข้างบ้านความเสียหายเกินกว่าประเมิน

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 7 ก.พ. ร.ต.อ.อภิรักษ์ จันทวิเศษ รอง สวป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านในซอยฝั่งตรงข้ามวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งแล้ว จึงพร้อมด้วยกำลังตำรวจสายตรวจ จนท.อาสาสมัครมูลนิธิประชาร่วมใจและมูลนิธิต่างและรถดับเพลิงเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ร่วมกันรุดไปยังที่เกิดเหตุ   แต่เนื่องจากบนถนนราชดำเนินมีการจราจรติดขัดอย่างหนักเนื่องจากภายในวัดพระมหาธาตุฯ มีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวแห่ไปเที่ยวจำนวนมาก ทำให้จนท.และรถดับเพลิงต้องเข้าไปทำการดับเพลิงด้วยความยากลำบากอย่างทุลักทุเล กว่าจะเข้าไปถึงจุดเพลิงไหม้ได้ ท่ามกลางความแตกตื่นของชาวบ้านและนักท่องเที่ยวบริเวณหน้าวัดและในวัดจำนวนมาก   เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุภายในซอยห่าบจากถนนราชดำเนินประมาณเกือบ 100 เมตร จนท.พบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้บ้านดังกล่าวซึ่งเป็นบ้านไม้โบราณชั้นเดียว เปลวไฟโหมลุกไหม้สูงลิ่วประมาณ เกือบ 10 เมตร ซึ่งจนท.ดับเพลิงได้ลากสายเข้าไประดมฉีดดับเพลิงอยู่นานประมาณ 20 นาที เพลิงจึงสงบลง โดยพบว่าเพลิงได้ไหม้บ้านดังกล่าวซึ่งเป็นบ้านไม้ทั้งหลังจนวอดหมดทั้งหลัง โดยเพลิงไม่ได้ไหม้ลุกลามไปยังหลังอื่นแต่อย่างใด มูลค่าความเสียหายยังประเมินค่าไม่ได้   ในขณะที่เปลวไฟจากบ้านที่เกิดเหตุ ทำให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงที่อยู่ติดกับบ้านที่เกิดเหตุได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ชื่อนายบุญพา ผลหิรัญ อายุ 87 ปี มีแผลถูกเปลวไฟลวกที่แผ่นหลัง ซึ่งจนท.มูลนิธิประชาร่วมใจได้รีบนำร่างนายบุญพา ส่งรักษาตัวที่ รพ.เทศบาลนครนครศรีธรรมราช อาการปลอดภัยแล้ว   สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า บ้านเพลิงไหม้ที่เกิดเหตุมีชายสติไม่สมประกอบทราบเพียงชื่อเล่นว่า ติ่ง อายุประมาณ 70 ปี อาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าวเพียงลำพังคนเดียว โดยชาวบ้านระบุว่านายติ่ง ชายสติไม่สมประกอบปกติจะชอบจุดไฟเล่นในบ้านเป็นประจำ เคยตักเตือนหลายครั้งแต่ไม่เชื่อฟัง   ซึ่งหลังเกิดเหตุแล้วจนท.ยังไม่พบตัวนายติ่ง ชายสติไม่สมประกอบรายนี้ คาดหลังจากจุดไฟเล่นจนไฟไหม้ลุกลามวอดทั้งหลังแล้ว อาจจะตกใจวิ่งหลบหนีหายไป ซึ่งอย่างไรก็ตามหลังจากเดิเหตุแล้ว ร.ต.อ.ปราโมทย์ มีนุ่น รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครศรีธรรมราชได้มาตรวจที่เกิดเหตุและจะได้แจ้งให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงเพลิงไหม้ครั้งนี้ต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ohR9uaIIV1A

 764
ข่าวภูมิภาค
07 ก.พ. 63

ขรก.เกษียณบุกยิงเพื่อนบ้านดับคาวงเหล้า 2 ศพ หลังสุดทนทะเลาะกันมานาน

นครศรีธรรมราช-เกิดเหตุยิงกันตายภายในหมู่บ้านถาวร หมู่ 8 ต.ชะมาย อ.ทุ่งสง มีผู้ถูกยิงคือนายพงศ์เทพ พฤกษโอฬาร หรือ เอ็กซ์ อายุ 43 ปี อาการสาหัส ถูกยิงเข้าศรีษะ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล   ส่วนผู้เสียชีวิตอีกคนทราบชื่อนายเอกพงษ์ สุวรรณผล หรือ พงษ์ อายุ 41 ปี ขณะที่ผู้ก่อเหตุเดินทางเข้ามอบตัวตำรวจที่โรงพักทราบชื่อนายภักดี สิงหเสม อายุ 63 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด 11 มม.ที่ใช้ก่อเหตุ   สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายภักดี ผู้ก่อเหตุ เป็นอดีตหัวหน้าสำนักงานที่ดินแห่งหนึ่ง หลังเกษียณเมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมา ได้อยู่ติดกับบ้านของหนึ่งในผู้ที่ถูกยิงเสียชีวิต ที่ผ่านมาบ้านทั้งสองหลังมีเรื่องทะเลาะกันบ่อยครั้งถึงขั้นขึ้นโรงพักมาแล้ว   ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน นั่งดื่มเหล้ากับเพื่อนรวม 4 คน ไม่นานนายภักดี เดินออกจากบ้านพร้อมอาวุธปืนขนาด 11 มม.เดินปรี่เข้าวงเหล้าที่ผู้ตายกับเพื่อนนั่งดื่มกิน แล้วชักปืนยิงใส่วงเหล้ากระสุนถูกทั้งคู่เสียชีวิต ส่วนอีก 2 คน กระโดดหนีรอดตายหวุดหวิด   ส่วนชนวนเหตุผู้ต้องหายังไม่ให้การ แต่รับสารภาพว่าเป็นคนยิงผู้เสียชีวิต เบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากความเครียดสะสมที่ก่อนหน้านี้ผู้ก่อเหตุเคยเรื่องบาดหมางทะเลาะกับบ้านที่อยู่ติดกัน ซึ่งเป็นบ้านของหนึ่งในผู้เสียชีวิต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Bodh3ISB-yE

 2,261
อาชญากรรม
07 ก.พ. 63

ขรก.เกษียณบุกยิงเพื่อนบ้านดับคาวงเหล้า 2 ศพ หลังสุดทนทะเลาะกันมานาน

นครศรีธรรมราช-เกิดเหตุยิงกันตายภายในหมู่บ้านถาวร หมู่ 8 ต.ชะมาย อ.ทุ่งสง มีผู้ถูกยิงคือนายพงศ์เทพ พฤกษโอฬาร หรือ เอ็กซ์ อายุ 43 ปี อาการสาหัส ถูกยิงเข้าศรีษะ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล   ส่วนผู้เสียชีวิตอีกคนทราบชื่อนายเอกพงษ์ สุวรรณผล หรือ พงษ์ อายุ 41 ปี ขณะที่ผู้ก่อเหตุเดินทางเข้ามอบตัวตำรวจที่โรงพักทราบชื่อนายภักดี สิงหเสม อายุ 63 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด 11 มม.ที่ใช้ก่อเหตุ   สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายภักดี ผู้ก่อเหตุ เป็นอดีตหัวหน้าสำนักงานที่ดินแห่งหนึ่ง หลังเกษียณเมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมา ได้อยู่ติดกับบ้านของหนึ่งในผู้ที่ถูกยิงเสียชีวิต ที่ผ่านมาบ้านทั้งสองหลังมีเรื่องทะเลาะกันบ่อยครั้งถึงขั้นขึ้นโรงพักมาแล้ว   ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน นั่งดื่มเหล้ากับเพื่อนรวม 4 คน ไม่นานนายภักดี เดินออกจากบ้านพร้อมอาวุธปืนขนาด 11 มม.เดินปรี่เข้าวงเหล้าที่ผู้ตายกับเพื่อนนั่งดื่มกิน แล้วชักปืนยิงใส่วงเหล้ากระสุนถูกทั้งคู่เสียชีวิต ส่วนอีก 2 คน กระโดดหนีรอดตายหวุดหวิด   ส่วนชนวนเหตุผู้ต้องหายังไม่ให้การ แต่รับสารภาพว่าเป็นคนยิงผู้เสียชีวิต เบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากความเครียดสะสมที่ก่อนหน้านี้ผู้ก่อเหตุเคยเรื่องบาดหมางทะเลาะกับบ้านที่อยู่ติดกัน ซึ่งเป็นบ้านของหนึ่งในผู้เสียชีวิต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Bodh3ISB-yE

 2,261
สังคม
01 ก.พ. 63

วุ่นทั้งงาน! หนุ่มโผล่งานศพตัวเอง ลั่นยังไม่ตาย

นครศรีธรรมราช - มีข่าวชวนโกลาหลเกิดขึ้น เมื่อเพจเฟซบุ๊ก 'ที่นี่ทุ่งใหญ่' โพสต์ข้อความว่า ในขณะที่ชาวบ้านกำลังร่วมงานศพของชายคนหนึ่ง ที่เสียชีวิตจากการถูกรถไฟชน อายุราว 45-50 ปี ซึ่งไม่พบเอกสารยืนยันตัวตนใดๆ ซึ่งสภาพศพไม่สามารถระบุตัวตนได้ แต่คาดว่าน่าจะเป็นผู้ป่วยวิกลจริตเดินเตร่บนทางรถไฟจนถูกรถไฟชน ทำให้ชายคนหนึ่งเข้าใจว่าเป็นลูกชายซึ่งมีอาการวิกลจริตเช่นเดียวกันจึงรับศพทำพิธีฌาปนกิจศพ   ระหว่างทำพิธีบำเพ็ญกุศล ปรากฏว่ามีคนหันไปเห็นหนุ่มใหญ่ที่เป็นเจ้าของงานศพ กลับเดินเข้ามานั่งบนศาลาใกล้ๆกับกลุ่มญาติ ทำเอาญาติๆและชาวบ้านที่มาร่วมงาน พากันแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง เพราะเข้าใจว่าผีหลอก    แต่สักพักกลุ่มญาติๆตั้งหลักได้ จึงรวบรวมสติเดินไปสอบถาม จึงพบว่าชายคนนี้ยังไม่ตาย และยังไม่เสียชีวิต แต่ไม่สามารถสอบถามเรื่องราวความเป็นมาเป็นไปได้ เพราะชายคนนี้ มีอาการทางประสาท ได้แต่พูดจับใจความว่า “กูยังอยู่นี่ กูไม่ตาย”   ส่วนศพในโลงที่ถูกรถไฟชน ทางญาติแจ้งตำรวจและจะนำศพไปคืนและเก็บไว้ที่โรงพยาบาล เพื่อให้ตำรวจติดตามหาญาติ     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/uDrc6IEGpUQ

 3,556
ข่าวโซเชียล
01 ก.พ. 63

วุ่นทั้งงาน! หนุ่มโผล่งานศพตัวเอง ลั่นยังไม่ตาย

นครศรีธรรมราช - มีข่าวชวนโกลาหลเกิดขึ้น เมื่อเพจเฟซบุ๊ก 'ที่นี่ทุ่งใหญ่' โพสต์ข้อความว่า ในขณะที่ชาวบ้านกำลังร่วมงานศพของชายคนหนึ่ง ที่เสียชีวิตจากการถูกรถไฟชน อายุราว 45-50 ปี ซึ่งไม่พบเอกสารยืนยันตัวตนใดๆ ซึ่งสภาพศพไม่สามารถระบุตัวตนได้ แต่คาดว่าน่าจะเป็นผู้ป่วยวิกลจริตเดินเตร่บนทางรถไฟจนถูกรถไฟชน ทำให้ชายคนหนึ่งเข้าใจว่าเป็นลูกชายซึ่งมีอาการวิกลจริตเช่นเดียวกันจึงรับศพทำพิธีฌาปนกิจศพ   ระหว่างทำพิธีบำเพ็ญกุศล ปรากฏว่ามีคนหันไปเห็นหนุ่มใหญ่ที่เป็นเจ้าของงานศพ กลับเดินเข้ามานั่งบนศาลาใกล้ๆกับกลุ่มญาติ ทำเอาญาติๆและชาวบ้านที่มาร่วมงาน พากันแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง เพราะเข้าใจว่าผีหลอก    แต่สักพักกลุ่มญาติๆตั้งหลักได้ จึงรวบรวมสติเดินไปสอบถาม จึงพบว่าชายคนนี้ยังไม่ตาย และยังไม่เสียชีวิต แต่ไม่สามารถสอบถามเรื่องราวความเป็นมาเป็นไปได้ เพราะชายคนนี้ มีอาการทางประสาท ได้แต่พูดจับใจความว่า “กูยังอยู่นี่ กูไม่ตาย”   ส่วนศพในโลงที่ถูกรถไฟชน ทางญาติแจ้งตำรวจและจะนำศพไปคืนและเก็บไว้ที่โรงพยาบาล เพื่อให้ตำรวจติดตามหาญาติ     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/uDrc6IEGpUQ

 3,556

Top