ค้นหา :

ผลการค้นหา "นครศรีธรรมราช"

สังคม
05 ธ.ค. 62

ไอเดียเก๋! แพรดน้ำ แพอเนกประสงค์เพื่อการเกษตร ช่วยประหยัดเงินและเวลา

ชาวเกษตรกรจังหวัดนครศรีธรรมราช ผุดไอเดียแพรดน้ำ แพอเนกประสงค์ เพื่อการเกษตร ที่จะช่วยประหยัดเงินและเวลาในการทำมาหากิน   ซึ่งลักษณะของแพอเนกประสงค์คือ มีลักษณะคล้ายเครื่องบิน มีลำตัวอยู่ตรงกลาง มีปีกซ้ายและขวา เคลื่อนที่ได้เหมือนแพ นอกจากตัวแพจะรดน้ำได้แล้วยังสามารถฉีดปุ๋ย โดยคนฉีดเดินไปที่ปีกทั้งสองข้าง เมื่ออยากปลูกผักสามารถนั่งที่ปีกปล่อยให้แพเคลื่อนที่และจึงปลูกถ้าอยากเก็บสามารถทำได้เช่นกัน โดยไม่ทำให้แปลงดินเสีย     ทางทีมข่าวได้สอบถามถึงเจ้าของไอเดียได้บอกว่า บางเวลาแรงงานหายากทำงานไม่ได้ เลยคิดว่าถ้าไม่มีแรงงานแล้ว ตนต้องลำบากแน่ จึงได้เกิดไอเดียแพรดน้ำนี้ขึ้นมา

 1,241
ข่าวภูมิภาค
28 พ.ย. 62

สาวง้อแฟนหนุ่มไม่สำเร็จ เชือดคอประชดหลอดลมขาด

นครศรีธรรมราช-เกิดเหตุผู้หญิงเชือดคอตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณริมฟุธบาธริมถนนหน้าตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารกรุงไทย สาขาอำเภอท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช   จากการสอบสวนทราบผู้บาดเจ็บชื่อ นส.รัชนก จันทาศิริ อายุ 29 ปี ชาว จ.หนองคาย มีบาดแผลถูกเชือดคอจนหลอดลมขาด แพทย์ได้นำเข้าห้องไอซียู ล่าสุดอาการปลอดภัยพ้นขีดอันตรายแล้ว บาดแผลมีเพียงหลอดลมขาดเท่านั้น และไม่มีบาดแผลที่เส้นเลือดใหญ่ทำให้ปลอดภัยแล้วแพทย์อยู่ระหว่างการช่วยเหลือต่อไปแล้ว   ขณะที่เพื่อนของผู้บาดเจ็บให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวเดินทางมาจาก กทม.โดยมี น.ส.รัชนก คนเจ็บนั่งมาด้วย เพื่อมาพบกับนายชัยสิทธิ์ ศรีจันทร์ อายุ 23 ปี แฟนหนุ่มที่ อ.ท่าศาลา โดยผู้บาดเจ็บต้องการมาง้อขอคืนดีกับนายชัยสิทธิ์ แฟนหนุ่มที่เพิ่งเลิกรากันมาประมาณ 6 เดือนที่ผ่านมา   เมื่อขับรถยนต์มาถึง อ.ท่าศาลา ได้จอดรถบริเวณริมถนนหน้าธนาคารกรุงไทย สาขา อ.ท่าศาลา จากนั้น น.ส.รัชนก ได้โทรศัพท์หานายชัยสิทธิ์ ให้ออกมาพบกันที่หน้าธนาคารกรุงไทย เพื่อง้อขอคืนดี   เมื่อนายชัยสิทธิ์ ขี่รถจยย.มาถึง น.ส.รัชนก ได้พยายามพูดง้อขอคืนดีให้นายชัยสิทธิ์ กลับไปอยู่กินกับตนอีกครั้ง แต่นายชัยสิทธิ์ไม่ยอมคืนดี ทำให้ฝ่ายหญิงเกิดความน้อยใจโมโหเดินไปล้วงเอามีดปลายแหลมที่อยู่กระเป๋าสะพายที่วางในรถยนต์กระบะออกมาเชือดคอตัวเองเพื่อประชดรักได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว   ซึ่งทางตำรวจ สภ.ท่าศาลา ได้สอบสวนปากคำนายชัยสิทธิ์ อดีตแฟนหนุ่มและเพื่อนคนเจ็บและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เกิดเหตุชัดเจนพบว่าเป็นการทำร้ายตัวเองไม่มีใครทำร้าย จึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานและจะได้สอบสวนปากคำ น.ส.รัชนกคนเจ็บต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/79BO4AS8m_E

 1,074
สังคม
28 พ.ย. 62

สาวง้อแฟนหนุ่มไม่สำเร็จ เชือดคอประชดหลอดลมขาด

นครศรีธรรมราช-เกิดเหตุผู้หญิงเชือดคอตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณริมฟุธบาธริมถนนหน้าตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารกรุงไทย สาขาอำเภอท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช   จากการสอบสวนทราบผู้บาดเจ็บชื่อ นส.รัชนก จันทาศิริ อายุ 29 ปี ชาว จ.หนองคาย มีบาดแผลถูกเชือดคอจนหลอดลมขาด แพทย์ได้นำเข้าห้องไอซียู ล่าสุดอาการปลอดภัยพ้นขีดอันตรายแล้ว บาดแผลมีเพียงหลอดลมขาดเท่านั้น และไม่มีบาดแผลที่เส้นเลือดใหญ่ทำให้ปลอดภัยแล้วแพทย์อยู่ระหว่างการช่วยเหลือต่อไปแล้ว   ขณะที่เพื่อนของผู้บาดเจ็บให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวเดินทางมาจาก กทม.โดยมี น.ส.รัชนก คนเจ็บนั่งมาด้วย เพื่อมาพบกับนายชัยสิทธิ์ ศรีจันทร์ อายุ 23 ปี แฟนหนุ่มที่ อ.ท่าศาลา โดยผู้บาดเจ็บต้องการมาง้อขอคืนดีกับนายชัยสิทธิ์ แฟนหนุ่มที่เพิ่งเลิกรากันมาประมาณ 6 เดือนที่ผ่านมา   เมื่อขับรถยนต์มาถึง อ.ท่าศาลา ได้จอดรถบริเวณริมถนนหน้าธนาคารกรุงไทย สาขา อ.ท่าศาลา จากนั้น น.ส.รัชนก ได้โทรศัพท์หานายชัยสิทธิ์ ให้ออกมาพบกันที่หน้าธนาคารกรุงไทย เพื่อง้อขอคืนดี   เมื่อนายชัยสิทธิ์ ขี่รถจยย.มาถึง น.ส.รัชนก ได้พยายามพูดง้อขอคืนดีให้นายชัยสิทธิ์ กลับไปอยู่กินกับตนอีกครั้ง แต่นายชัยสิทธิ์ไม่ยอมคืนดี ทำให้ฝ่ายหญิงเกิดความน้อยใจโมโหเดินไปล้วงเอามีดปลายแหลมที่อยู่กระเป๋าสะพายที่วางในรถยนต์กระบะออกมาเชือดคอตัวเองเพื่อประชดรักได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว   ซึ่งทางตำรวจ สภ.ท่าศาลา ได้สอบสวนปากคำนายชัยสิทธิ์ อดีตแฟนหนุ่มและเพื่อนคนเจ็บและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เกิดเหตุชัดเจนพบว่าเป็นการทำร้ายตัวเองไม่มีใครทำร้าย จึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานและจะได้สอบสวนปากคำ น.ส.รัชนกคนเจ็บต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/79BO4AS8m_E

 1,074
อาชญากรรม
28 พ.ย. 62

สาวง้อแฟนหนุ่มไม่สำเร็จ คว้ามีดเชือดคอประชด หลอดลมขาดสาหัส

สาวหนองคายตามง้อขอคืนดีหนุ่มเมืองคอนไม่เป็นผล ใช้มีดเชือดคอตัวเองหน้าธนาคารหลอดลมขาดเจ็บสาหัส ล่าสุดแพทย์เผยอาการปลอดภัยแล้ว   เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 27พย.2562 เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสยามท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราชได้รับแจ้งว่ามีเหตุผู้หญิงเชือดคอตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณริมฟุตบาทริมถนนหน้าตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารกรุงไทย สาขาอำเภอท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งแล้วจึงพร้อมด้วยกำลังจนท.หน่วยกู้ภัยสยามท่าศาลาจำนวนหนึ่ง ไปที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบคนเจ็บเป็นผู้หญิงยืนเลือดไหลโชกเต็มเสื้อได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ยังพอมีสติอยู่โดยมีเพื่อนสาวยืนกอดประคองด้วยความเป็นห่วง ผู้บาดเจ็บมีอาการรู้สึกตัวตลอดเวลา ก่อนที่จนท.กู้ภัยสยามท่าศาลาได้ปฐมพยาบาลห้ามเลือดเบื้องต้นและจนท.ได้รีบนำร่างหญิงคนดังกล่าวใส่เปลหามขึ้นรถกู้ภัยส่ง รพ.ท่าศาลา เป็นการด่วน   โดยพบว่าผู้หญิงคนดังกล่าวมีบาดแผลถูกมีดเชือดบริเวณลำคอหลอดลมขาดแผลยาวประมาณ3-4ซม.ลึกประมาณ 1 ซม.เลือดไหลเต็มคอตลอดเวลาผู้บาดเจ็บยังมีอาการรู้สึกตัวอยู่ โดยในที่เกิดเหตุจนท.พบมีดปลอกผลไม้ปลายแหลมยาวประมาณ 10ซม.ตกอยู่ที่บนพื้นคนนั่งด้านข้างคนขับในรถยนต์กระบะยีห้ออีซูซุดีแม็คสีดำสี่ประตู ที่จอดริมถนนหน้าตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย ยังพบรองเท้า และกระเป๋าสะพายสีดำของผู้บาดเจ็บวางอยู่ในรถยนต์กระบะที่จอดในที่เกิดเหตุอีกด้วย   หลังเกิดเหตุแล้ว รตอ วิษณุ ซาลก รอง สว.(สอบสวน)สภ.ท่าศาลา ได้รับแจ้งเหตุได้รีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.เกษมสิทธิ์ จำปาทอง รองผกก.(สอบสวน) และกำลังตำรวจชุดสืบสวนไปที่เกิดเหตุ สอบสวนทราบผู้บาดเจ็บชื่อ นส.รัชนก จันทาศิริ อายุ 29ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 7 ต.โพนทอง อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย มีบาดแผลถูกเชือดคอจนหลอดลมขาด แพทย์ได้นำเข้าห้องไอซียู ช่วยเหลือชีวิตเต็มที่ ล่าสุด นพ.กิตติ รัตนสมบัติ ผอ.รพ.ท่าศาลา เผยว่า อาการของนส.รัชนก ปลอดภัยพ้นขีดอันตรายแล้ว บาดแผลมีเพียงหลอดลมขาดเท่านั้น และไม่มีบาดแผลที่เส้นเลือดใหญ่ทำให้ปลอดภัยแล้วแพทย์อยู่ระหว่างการช่วยเหลือต่อไปแล้ว   จากการสอบสวนปากคำ นส.กานต์มณี สิงทัน อายุ 28ปี ชาวจ.ชัยภูมิ เพื่อนสาวของ นส.รัชนก ผู้บาดเจ็บ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวเดินทางมาจาก กทม.โดยมี นส.รัชนก คนเจ็บนั่งมาด้วย เพื่อมาพบกับนายชัยสิทธิ์ ศรีจันทร์ อายุ 23ปี แฟนหนุ่มที่ อ.ท่าศาลา โดย นส.รัชนก คนเจ็บต้องการมาง้อขอคืนดีกับนายชัยสิทธิ์ แฟนหนุ่มที่เพิ่งเลิกรากันมาประมาณ6เดือนที่ผ่านมา   โดยเมื่อขับรถยนต์มาถึง อ.ท่าศาลา ได้จอดรถบริเวณริมถนนหน้าธนาคารกรุงไทย สาขา อ.ท่าศาลา จากนั้น นส.รัชนก ได้โทรศัพท์หานายชัยสิทธิ์ ให้ออกมาพบกันที่หน้าธนาคารกรุงไทย เพื่อง้อขอคืนดี แต่ปรากฏว่าเมื่อนายชัยสิทธิ์ ขี่รถจยย.มาถึง นส.รัชนก ได้พยายามพูดง้อขอคืนดีให้นายชัยสิทธิ์ กลับไปอยู่กินกับตนอีกครั้ง แต่นายชัยสิทธิ์ไม่ยอมคืนดี ทำให้นส.รัชนก เกิดความน้อยใจโมโหเดินไปล้วงเอามีดปลายแหลมที่อยู่กระเป๋าสะพายที่วางในรถยนต์กระบะออกมาเชือดคอตัวเองเพื่อประชดรักได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว   ซึ่งทางตำรวจ สภ.ท่าศาลา ได้สอบสวนปากคำนายชัยสิทธิ์ อดีตแฟนหนุ่ม เพื่อนคนเจ็บและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เกิดเหตุชัดเจนพบว่าเป็นการทำร้ายตัวเองไม่มีใครทำร้าย จึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานและจะได้สอบสวนปากคำนส.รัชนกคนเจ็บต่อไป

 8,149
ข่าวภูมิภาค
26 พ.ย. 62

แม่จ๋าช่วยด้วย! หนุ่มถูกจับน้ำท่อม นั่งท้ายกระบะรถตำรวจ ปล่อยโฮหนักมากร้องวอนให้แม่ช่วย

นครศรีธรรมราช-ตำรวจจับกุมนายอาทิตย์ หรือ ทิตย์ จิตต์เพ็ง อายุ 25 ปี กำลังเสพน้ำต้มกระท่อม โดยระหว่างควบคุมตัวนายอาทิตย์ ไปโรงพัก ปรากฏว่านายอาทิตย์ ร้องห่มร้องไห้อย่างหนัก และร้องขอให้แม่ช่วยประกันตัว แต่แม่ไม่ช่วยและให้ตำรวจจับไปดำเนินคดี   เนื่องจากนายอาทิตย์ มีพฤติกรรมชอบเสพน้ำท่อมพืชกระท่อมทุกวัน จนเป็นที่เอือมระอา ก่อนหน้านี้ตำรวจเคยบุกจับแล้วครั้งหนึ่ง แต่นายอาทิตย์ ไหวตัวหลบหนีได้ แต่สุดท้ายก็ถูกจับได้ในที่สุด    อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายอาทิตย์ ผู้ต้องหา ไปสอบสวนและดำเนินคดีที่โรงพัก โดยให้นายอาทิตย์นั่งอยู่ท้ายกระบะ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ควบคุม ปรากฏว่านายอาทิตย์ยังไม่หยุดร้องไห้จนถึงโรงพัก แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะพยายามปลอบประโลม แต่ไม่เป็นผล   ทั้งนี้ทางตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (น้ำต้มพืชกระท่อม) โดยผิดกฎหมาย และร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (ใบพืชกระท่อมและกากพืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jGrVQzyfDCc

 5,001
สังคม
26 พ.ย. 62

แม่จ๋าช่วยด้วย! หนุ่มถูกจับน้ำท่อม นั่งท้ายกระบะรถตำรวจ ปล่อยโฮหนักมากร้องวอนให้แม่ช่วย

นครศรีธรรมราช-ตำรวจจับกุมนายอาทิตย์ หรือ ทิตย์ จิตต์เพ็ง อายุ 25 ปี กำลังเสพน้ำต้มกระท่อม โดยระหว่างควบคุมตัวนายอาทิตย์ ไปโรงพัก ปรากฏว่านายอาทิตย์ ร้องห่มร้องไห้อย่างหนัก และร้องขอให้แม่ช่วยประกันตัว แต่แม่ไม่ช่วยและให้ตำรวจจับไปดำเนินคดี   เนื่องจากนายอาทิตย์ มีพฤติกรรมชอบเสพน้ำท่อมพืชกระท่อมทุกวัน จนเป็นที่เอือมระอา ก่อนหน้านี้ตำรวจเคยบุกจับแล้วครั้งหนึ่ง แต่นายอาทิตย์ ไหวตัวหลบหนีได้ แต่สุดท้ายก็ถูกจับได้ในที่สุด    อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายอาทิตย์ ผู้ต้องหา ไปสอบสวนและดำเนินคดีที่โรงพัก โดยให้นายอาทิตย์นั่งอยู่ท้ายกระบะ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ควบคุม ปรากฏว่านายอาทิตย์ยังไม่หยุดร้องไห้จนถึงโรงพัก แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะพยายามปลอบประโลม แต่ไม่เป็นผล   ทั้งนี้ทางตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (น้ำต้มพืชกระท่อม) โดยผิดกฎหมาย และร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (ใบพืชกระท่อมและกากพืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jGrVQzyfDCc

 5,001
ข่าวภูมิภาค
25 พ.ย. 62

แม่สุดเอือม แจ้งจับลูกชายติดยางอมแงม เมาคลั่ง-เคยเผาบ้านมาแล้ว ขู่ญาติออกมาเมื่อไหร่เจอกัน

นครศรีธรรมราช-ตำรวจ สภ.ทุ่งใหญ่ ได้รับแจ้งจากนางนิตยา ศิขิวัฒน์ อายุ 44 ปี ขอความช่วยเหลือให้มาจับตัวนายทรงวุฒิ ศิขิวัฒน์ หรือ ทิว นาลึก อายุ 22 ปี ลูกชายที่คลุ้มคลั่งทำลายข้าวของภายในบ้านได้รับความเสียหาย   เมื่อไปถึงพบว่าญาติได้ช่วยกันจับนายทรงวุฒิ ขังไว้ในรถยนต์กระบะ เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวไว้ และขณะควบคุมตัว นายทรงวุฒิ มีอาการตาขวางท่าทางดุร้าย พยายามจะทำร้ายเจ้าหน้าที่เป็นระยะ รวมทั้งขู่อาฆาตญาติที่แจ้งให้ตำรวจมาจับกุมว่า “ออกมาเมื่อไรเตรียมตัวไว้นะพวกมึง” จากนั้นจึงเข้าตรวจสอบรอบบ้าน พบอุปกรณ์การเสพยา และต้นพืชกระท่อมจึงทำการรื้อถอน ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทุง่ใหญ่ เพื่อดำเนินคดี   แม่ของนายทรงวุฒิ ให้การกับตำรวจว่า ผิดหวังกับลูกชายคนนี้เป็นอย่างมากที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจนติดงอมแงม ทั้งเสพยาบ้า เสพน้ำต้มใบพืชกระท่อม พาเพื่อนวัยรุ่นมามั่วสุมกันในบ้านเกือบทุกวัน พอเจ้าหน้าที่มาจับกุมก็พากันวิ่งหนีเขาสวนยางเอาตัวรอดมาได้ทุกครั้ง ล่าสุดเจ้าหน้าที่ยกกำลังเข้าปิดล้อมแต่เจ้าตัวก็หลบหนีการจับกุมไปได้อีก จนกระทั่งมีอาการคลุ้มคลั่งทุบทำลายข้าวของในบ้านจนเสียหาย   ที่ผ่านมาลูกชายยังเคยก่อเหตุจุดไฟเผาบ้านตัวเองมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่มีเจ้าหน้าที่มาฉีดน้ำสกัดไฟได้ทัน แต่ไฟไหม้เสียหายไปส่วนหนึ่ง และขณะอยู่บ้านรู้สึกหวาดกลัว ไม่กล้าอยู่ในบ้านกับลูกชายคนนี้ ต้องไปนอนบ้านในตลาดทุ่งใหญ่ กระทั่งมีเพื่อนบ้านแจ้งว่าลูกชายเสพยาบ้าแล้วมีอาการคลั่ง จึงขอให้นำกำลังตำรวจเข้ามาจับกุมนำตัวไปดำเนินคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ICBeruja1jk

 2,725
สังคม
25 พ.ย. 62

แม่สุดเอือม แจ้งจับลูกชายติดยางอมแงม เมาคลั่ง-เคยเผาบ้านมาแล้ว ขู่ญาติออกมาเมื่อไหร่เจอกัน

นครศรีธรรมราช-ตำรวจ สภ.ทุ่งใหญ่ ได้รับแจ้งจากนางนิตยา ศิขิวัฒน์ อายุ 44 ปี ขอความช่วยเหลือให้มาจับตัวนายทรงวุฒิ ศิขิวัฒน์ หรือ ทิว นาลึก อายุ 22 ปี ลูกชายที่คลุ้มคลั่งทำลายข้าวของภายในบ้านได้รับความเสียหาย   เมื่อไปถึงพบว่าญาติได้ช่วยกันจับนายทรงวุฒิ ขังไว้ในรถยนต์กระบะ เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวไว้ และขณะควบคุมตัว นายทรงวุฒิ มีอาการตาขวางท่าทางดุร้าย พยายามจะทำร้ายเจ้าหน้าที่เป็นระยะ รวมทั้งขู่อาฆาตญาติที่แจ้งให้ตำรวจมาจับกุมว่า “ออกมาเมื่อไรเตรียมตัวไว้นะพวกมึง” จากนั้นจึงเข้าตรวจสอบรอบบ้าน พบอุปกรณ์การเสพยา และต้นพืชกระท่อมจึงทำการรื้อถอน ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทุง่ใหญ่ เพื่อดำเนินคดี   แม่ของนายทรงวุฒิ ให้การกับตำรวจว่า ผิดหวังกับลูกชายคนนี้เป็นอย่างมากที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจนติดงอมแงม ทั้งเสพยาบ้า เสพน้ำต้มใบพืชกระท่อม พาเพื่อนวัยรุ่นมามั่วสุมกันในบ้านเกือบทุกวัน พอเจ้าหน้าที่มาจับกุมก็พากันวิ่งหนีเขาสวนยางเอาตัวรอดมาได้ทุกครั้ง ล่าสุดเจ้าหน้าที่ยกกำลังเข้าปิดล้อมแต่เจ้าตัวก็หลบหนีการจับกุมไปได้อีก จนกระทั่งมีอาการคลุ้มคลั่งทุบทำลายข้าวของในบ้านจนเสียหาย   ที่ผ่านมาลูกชายยังเคยก่อเหตุจุดไฟเผาบ้านตัวเองมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่มีเจ้าหน้าที่มาฉีดน้ำสกัดไฟได้ทัน แต่ไฟไหม้เสียหายไปส่วนหนึ่ง และขณะอยู่บ้านรู้สึกหวาดกลัว ไม่กล้าอยู่ในบ้านกับลูกชายคนนี้ ต้องไปนอนบ้านในตลาดทุ่งใหญ่ กระทั่งมีเพื่อนบ้านแจ้งว่าลูกชายเสพยาบ้าแล้วมีอาการคลั่ง จึงขอให้นำกำลังตำรวจเข้ามาจับกุมนำตัวไปดำเนินคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ICBeruja1jk

 2,725
อาชญากรรม
20 พ.ย. 62

สลด! ยิงดับชายวัย 34 คาเปล พบภรรยากำลังตั้งครรภ์ จนท.คาดปมวิวาทในครอบครัวเป็นชนวน สงสัยพ่อตาหายตัวหลังเกิดเหตุ

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 19 พ.ย.62 ร.ต.อ.อนันต์ พานิชกุล รอง สว.สอบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันตาย ที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.ทุ่งใหญ่ จึงพ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก.พร้อม พ.ต.ท.เกษม จอมพงษ์ รอง ผกก.สอบสวน พ.ต.ท.สุทน ช้างรบ รอง ผกก.สส.พร้อมฝ่ายสืบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลทุ่งใหญ่ และมูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์ ต.บางรูป รุดตรวจสอบ พบศพนายศราวุฒิ อายุ 34 ปี อาชีพรับจ้าง นอนเสียชีวิตสภาพสวมเสื้อยืดแขนสั้น สีขาว กางเกงกีฬาขาสั้น สีดำ ลักษณะกลับด้านในไว้นอก อยู่ในเปลแบบทหารสีเขียวลายพราง ผูกอยู่กลางห้องโถงในบ้าน ตรวจสอบมีบาดแผลถูกยิงเข้าที่กลางหน้าอก 1 นัด มีรอยเขม่าดินปืนเป็นรอยไหม้ที่เสื้อผู้ตาย ตรวจสอบเป็นการยิงลักษณะจ่อยิงเผาขน กระสุนไม่ทราบชนิดทะลุแผ่นหลัง 1 นัด เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4 - 6 ชั่วโมง   สอบสวนภรรยาผู้ตาย ซึ่งกำลังตั้งท้อง 6 เดือน เปิดเผยว่า ผู้ตาย เป็นชาว อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช แต่งงานอยู่กินกันมาหลายปี และมีลูกสาวอายุ 2 ขวบ 1 คน และกำลังตั้งท้อง 6 เดือน เมื่อตำรวจสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภรรยาผู้ตายกลับไม่ให้การใดๆ ได้แต่ร้องไห้ตลอดเวลา     ขณะที่ แม่ของภรรยาผู้เสียชีวิต และเป็นแม่ยายของผู้ตาย ยังอยู่ในอาการตกใจเป็นลมล้มพับต้องห้ามส่งห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลทุ่งใหญ่ และไม่สามารถให้การได้ ส่วนคนในครอบครัวหายไป 1 คน คือ พ่อตาของผู้ตาย แต่ไม่มีใครทราบว่าหายไปไหนหลังเกิดเหตุขึ้นในบ้าน ซึ่งตำรวจจะติดตามมาสอบสวนเพื่อหาความจริงในเรื่องที่เกิดขึ้น ส่วนเหตุการณ์ครั้งนี้ ทาง ผกก.พอจะลำดับเหตุการณ์ได้ว่าเกิดจากปัญหาภายในครอบครัว ส่วนคนร้ายเป็นใครต้องขอไม่เปิดเผย เพื่อจะได้รวบรวมหลักฐานขออนุมัติหมายศาลเพื่อจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  

 2,096
พระราชสำนัก
15 พ.ย. 62

กิจกรรมโครงการธรรมสัญจร ในโอกาสครบรอบ 10 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

วันนี้ (15 พ.ย. 62) ที่ศาลาประชาคมโรงละครองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช สนามหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้จัดกิจกรรม "ธรรมสัญจร ในโอกาสครบรอบ 10 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์" ตามโครงการทศวรรษโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ธรรมสัญจร เพื่อศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์ มีนายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีเปิดกรวยกระทงดอกไม้ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี   โดยกิจกรรมจัดให้มีการรับชมวิดีทัศน์นำเสนอประวัติ ความเป็นมาของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และการสร้างศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์ การมอบชุดยาพระราชทาน แก่พระสงฆ์ หน่วยราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา และเอกชน จำนวน 110 หน่วยงาน และการบรรยายธรรม เพื่อน้อมนำหลักธรรมเข้าสู่จิตภายใน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยพระอาจารย์ธัมม์มทีโป ประธานศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ บ้านวังเมือง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา และพระอาจารย์สุรพจน์ สัท์ธาธิโก รองประธานศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นองค์บรรยายธรรม   ในการจัดกิจกรรมดังกล่าว เปิดโอกาสให้ผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมสมทบทุนการสร้างศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์ด้วย อีกทั้ง ได้จัดบริการหน่วยแพทย์พระราชทานจากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ตรวจวัดความดัน ตรวจสุขภาพทั่วไป และกายภาพบำบัด เป็นต้น   สำหรับการจัดกิจกรรม "ธรรมสัญจร ในโอกาสครบรอบ 10 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์" ตามโครงการทศวรรษโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ธรรมสัญจร เพื่อศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์ ครั้งต่อไป กำหนดจัดในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา

 270
ข่าวภูมิภาค
12 พ.ย. 62

มือยิงถล่มบ้าน เสียใจเด็ก 14 โดนลูกหลงดับ รับชนวนเหตุ ทะเลาะเรื่องเทน้ำหวานให้หมากิน

นครศรีธรรมราช-กรณีเหตุการณ์กลุ่มมือปืนเป็นชายฉกรรจ์จำนวน 4 คน ยิงถล่มบ้าน กระสุนลูกหลงโดน ด.ญ.ศศิประภา หรือน้องแตน ยี่สุ่นแซม อายุ 14 ปี ลูกสาวเจ้าของบ้านที่กำลังนั่งดูทีวีเสียชีวิต   ต่อมาทางตำรวจชุดสืบสวน ได้จับกุมผู้ต้องสงสัยมาได้ 1 รายชื่อ นายอนุศักดิ์ หรือเท่ แดงเดช อายุ 27 ปี พร้อมอาวุธปืนลูกซองยาว1กระบอกและกระสุน 1 นัด โดยสาเหตุเบื้องต้นทางตำรวจสอบสวนปากคำนายวิชัย ยี่สุ่นแซม พ่อผู้ตายทราบว่า สาเหตุน่าจะเกิดจากเมื่อเย็นวันที่ 8 พ.ย.ขณะนั่งดื่มน้ำหวานอยู่ที่ร้านค้าแล้วถูกนายเท่ เพื่อนในหมู่บ้านเดียวกันเข้ามาคว้าแก้วน้ำหวานเททิ้งให้หมากินต่อหน้าต่อตา ทำให้ตนโมโหกระโดดเตะนายเท่ และเกิดการชกต่อยกันขึ้นและแยกย้ายกันไป จนมาเกิดเหตุการณ์ถูกกลุ่มคนร้ายก่อเหตุดังกล่าว   ด้านนายอนุศักดิ์หรือเท่ ผู้ต้องหา ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนพวกไปยิงถล่มบ้านนายวิชัย จนทำให้เด็กหญิง 14 ปี ลูกสาวนายวิชัยตายจริง ซึ่งตนก็เสียใจมากเมื่อมาทราบข่าวว่ายิงพลาดไปถูก ด.ญ.วัย 14 ปี เสียชีวิตและถูกเด็ก 4 ขวบบาดเจ็บ ขอโทษกับญาติผู้ตายด้วย และรู้สึกเสียใจจริงๆ หากตายแทนได้ตนก็จะตายแทน   ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้น เกิดจากตนแค้นที่ตนถูกนายวิชัย พ่อเด็กกระโดดเตะหน้าตนหลังตนเทน้ำหวานให้หมากินในร้านค้าแห่งหนึ่ง ตนแค้นมากที่ถูกหยามศักดิ์ศรีในครั้งนี้ จึงเดินทางไปหาเพื่อน ก่อนมายิงถล่มบ้านของนายวิชัยและบ้านญาติๆ ไปหลายนัดเพื่อต้องการข่มขู่เท่านั้น แต่ไม่นึกว่าจะพลาดไปถูกเด็กหญิงวัย14ปี ลูกสาวนายวิชัยตายแทน ตนเสียใจมากกับเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ขอยอมรับผิดทุกอย่าง แต่ไม่กล้าไปทำแผนเพราะกลัวญาตินายวิชัยจะทำร้ายเอาได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LhINJrXr7Ww

 4,474
อาชญากรรม
12 พ.ย. 62

มือยิงถล่มบ้าน เสียใจเด็ก 14 โดนลูกหลงดับ รับชนวนเหตุ ทะเลาะเรื่องเทน้ำหวานให้หมากิน

นครศรีธรรมราช-กรณีเหตุการณ์กลุ่มมือปืนเป็นชายฉกรรจ์จำนวน 4 คน ยิงถล่มบ้าน กระสุนลูกหลงโดน ด.ญ.ศศิประภา หรือน้องแตน ยี่สุ่นแซม อายุ 14 ปี ลูกสาวเจ้าของบ้านที่กำลังนั่งดูทีวีเสียชีวิต   ต่อมาทางตำรวจชุดสืบสวน ได้จับกุมผู้ต้องสงสัยมาได้ 1 รายชื่อ นายอนุศักดิ์ หรือเท่ แดงเดช อายุ 27 ปี พร้อมอาวุธปืนลูกซองยาว1กระบอกและกระสุน 1 นัด โดยสาเหตุเบื้องต้นทางตำรวจสอบสวนปากคำนายวิชัย ยี่สุ่นแซม พ่อผู้ตายทราบว่า สาเหตุน่าจะเกิดจากเมื่อเย็นวันที่ 8 พ.ย.ขณะนั่งดื่มน้ำหวานอยู่ที่ร้านค้าแล้วถูกนายเท่ เพื่อนในหมู่บ้านเดียวกันเข้ามาคว้าแก้วน้ำหวานเททิ้งให้หมากินต่อหน้าต่อตา ทำให้ตนโมโหกระโดดเตะนายเท่ และเกิดการชกต่อยกันขึ้นและแยกย้ายกันไป จนมาเกิดเหตุการณ์ถูกกลุ่มคนร้ายก่อเหตุดังกล่าว   ด้านนายอนุศักดิ์หรือเท่ ผู้ต้องหา ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนพวกไปยิงถล่มบ้านนายวิชัย จนทำให้เด็กหญิง 14 ปี ลูกสาวนายวิชัยตายจริง ซึ่งตนก็เสียใจมากเมื่อมาทราบข่าวว่ายิงพลาดไปถูก ด.ญ.วัย 14 ปี เสียชีวิตและถูกเด็ก 4 ขวบบาดเจ็บ ขอโทษกับญาติผู้ตายด้วย และรู้สึกเสียใจจริงๆ หากตายแทนได้ตนก็จะตายแทน   ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้น เกิดจากตนแค้นที่ตนถูกนายวิชัย พ่อเด็กกระโดดเตะหน้าตนหลังตนเทน้ำหวานให้หมากินในร้านค้าแห่งหนึ่ง ตนแค้นมากที่ถูกหยามศักดิ์ศรีในครั้งนี้ จึงเดินทางไปหาเพื่อน ก่อนมายิงถล่มบ้านของนายวิชัยและบ้านญาติๆ ไปหลายนัดเพื่อต้องการข่มขู่เท่านั้น แต่ไม่นึกว่าจะพลาดไปถูกเด็กหญิงวัย14ปี ลูกสาวนายวิชัยตายแทน ตนเสียใจมากกับเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ขอยอมรับผิดทุกอย่าง แต่ไม่กล้าไปทำแผนเพราะกลัวญาตินายวิชัยจะทำร้ายเอาได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LhINJrXr7Ww

 4,474
ข่าวภูมิภาค
11 พ.ย. 62

ผอ.รพ.สิชล ผ่าตัดถุงน้ำดีผู้ป่วย เจอก้อนนิ่วอื้อกว่า 800 เม็ด อย่างกับเม็ดชาไข่มุก

นครศรีธรรมราช-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "Arak Wongworachat" ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กของ นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผอ.รพ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้มีการโพสต์ข้อความระบุว่า   #นิ่วในถุงน้ำดีและท่อน้ำดี #ไข่มุกชานม…ตลึงหลังผ่าเอาถุงน้ำดีออกเจอก้อนนิ่วเหมือนไข่มุกสีดำ ที่เป็นอาหารยอดฮิตใส่ในชานม กาแฟนมประเภทต่างๆ นับได้กว่า 800 ก้อนจนเบื่อที่จะนับต่อ เพราะมีก้อนเล็กก้อนน้อยอีกจำนวนมาก   ต่อมา นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผอ.รพ.สิชล ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ที่ตนโพสต์ลงเฟซบุ๊กไปเพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจเท่านั้น สำหรับสาเหตุนั้นไม่ใช่เพราะผู้ป่วยไปกินชาไข่มุกแต่อย่างใด แต่ตนแค่เปรียบเปรยลักษณะของก้อนนิ่วคล้ายเหมือนชาไข่มุกเท่านั้น ไม่ใช่เกิดจากไข่มุก สำหรับก้อนนิ่วของผู้ป่วยรายนี้มีลักษณะเป็นนิ่วกรดแบบก้อนๆ   สำหรับเคสนี้ ผู้ป่วยเป็นชายอายุ60ปีแล้ว โดยหมอได้นับจำนวนก้อนนิ่วทั้งหมดแล้วนับไม่ไหว แต่หมอว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า1,000 ก้อนแน่นอน โดยสะสมมานานกว่า 5 ปีแล้ว แต่คนป่วยไม่แสดงอาการ เพิ่งมามีอาการปวดท้องระยะหลัง หมอพยายามเอาตัวนอน รพ.แต่คนป่วยพยายามเลี่ยงบ่ายเบี่ยงไม่ยอมนอน รพ.เพื่อให้หมอตรวจอัลตราซาวด์ ซึ่งผลการอัลตราซาวด์ก็พบก้อนนิ่วจำนวนมาก ในถุงน้ำดีและนิ่วบางส่วนก็มาอุดในท่อน้ำดี   ทำให้คนป่วยรายนี้มีอาการหนักมากตัวเหลือง ติดเชื้อในถุงน้ำดีและติดเชื้อในกระแสเลือดด้วย มีโอกาสเสียชีวิตก็ได้หากมาพบหมอช้า ล่าสุดหลังผ่าตัดเอาถุงน้ำดีและนิ่วในถุงน้ำดีออกแล้ว อาการผู้ป่วยรายนี้ปลอดภัยแล้ว แต่ยังนอนพักรักษาใน รพ.สักระยะหนึ่ง ก่อนจะอนุญาตให้ออกจาก รพ.   สำหรับสาเหตุของนิ่วในถุงน้ำดีมาจากหลายสาเหตุ ก้อนนิ่วในถุงน้ำดีนั้นเกิดจากการตกผลึกของสารประกอบในน้ำดี 2 ชนิด ได้แก่ คอเลสเตอรอล และบิลิรูบิน นิ่วที่เกิดจากคอเลสเตอรอล (cholesterol gallstones) จะพบได้บ่อยกว่า และมีลักษณะเป็นก้อนสีขาว เหลือง หรือเขียว ในขณะที่นิ่วที่เกิดจากบิลิรูบิน (pigment gallstones) จะมีสีน้ำตาลหรือดำ ดังนั้น ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี จึงได้แก่   ภาวะที่น้ำดีมีคอเลสเตอรอลมากเกินไป ซึ่งอาจเกิดจากร่างกายมีคอเลสเตอรอลสูง ตับจึงขับคอเลสเตอรอลออกมาในน้ำดีมาก โดยเฉพาะในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน เป็นเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือกล้ามเนื้อถุงน้ำดีไม่สามารถบีบตัวนำคอเลสเตอรอลออกมาได้ ทำให้มีคอเลสเตอรอลตกค้างอยู่   ภาวะที่น้ำดีมีบิลิรูบินมากเกินไป อาจเกิดจากโรคที่ทำให้ตับสร้างบิลิรูบินมาก เช่น โรคตับแข็ง โรคตับอักเสบ หรือเกิดจากการแตกทำลายของเม็ดเลือดแดงจำนวนมาก เช่น ในภาวะโลหิตจาง หรือโรค G6PD เป็นต้น   ภาวะที่น้ำดีมีความเข้มข้นมาก ทำให้คอเลสเตอรอลและบิลิรูบิน มีโอกาสตกตะกอนและรวมตัวกับสารอื่นๆ ในน้ำดีกลายเป็นก้อนนิ่วได้สูง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fJEmvEwfcxk

 17,988
ข่าวโซเชียล
11 พ.ย. 62

ผอ.รพ.สิชล ผ่าตัดถุงน้ำดีผู้ป่วย เจอก้อนนิ่วอื้อกว่า 800 เม็ด อย่างกับเม็ดชาไข่มุก

นครศรีธรรมราช-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "Arak Wongworachat" ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กของ นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผอ.รพ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้มีการโพสต์ข้อความระบุว่า   #นิ่วในถุงน้ำดีและท่อน้ำดี #ไข่มุกชานม…ตลึงหลังผ่าเอาถุงน้ำดีออกเจอก้อนนิ่วเหมือนไข่มุกสีดำ ที่เป็นอาหารยอดฮิตใส่ในชานม กาแฟนมประเภทต่างๆ นับได้กว่า 800 ก้อนจนเบื่อที่จะนับต่อ เพราะมีก้อนเล็กก้อนน้อยอีกจำนวนมาก   ต่อมา นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผอ.รพ.สิชล ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ที่ตนโพสต์ลงเฟซบุ๊กไปเพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจเท่านั้น สำหรับสาเหตุนั้นไม่ใช่เพราะผู้ป่วยไปกินชาไข่มุกแต่อย่างใด แต่ตนแค่เปรียบเปรยลักษณะของก้อนนิ่วคล้ายเหมือนชาไข่มุกเท่านั้น ไม่ใช่เกิดจากไข่มุก สำหรับก้อนนิ่วของผู้ป่วยรายนี้มีลักษณะเป็นนิ่วกรดแบบก้อนๆ   สำหรับเคสนี้ ผู้ป่วยเป็นชายอายุ60ปีแล้ว โดยหมอได้นับจำนวนก้อนนิ่วทั้งหมดแล้วนับไม่ไหว แต่หมอว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า1,000 ก้อนแน่นอน โดยสะสมมานานกว่า 5 ปีแล้ว แต่คนป่วยไม่แสดงอาการ เพิ่งมามีอาการปวดท้องระยะหลัง หมอพยายามเอาตัวนอน รพ.แต่คนป่วยพยายามเลี่ยงบ่ายเบี่ยงไม่ยอมนอน รพ.เพื่อให้หมอตรวจอัลตราซาวด์ ซึ่งผลการอัลตราซาวด์ก็พบก้อนนิ่วจำนวนมาก ในถุงน้ำดีและนิ่วบางส่วนก็มาอุดในท่อน้ำดี   ทำให้คนป่วยรายนี้มีอาการหนักมากตัวเหลือง ติดเชื้อในถุงน้ำดีและติดเชื้อในกระแสเลือดด้วย มีโอกาสเสียชีวิตก็ได้หากมาพบหมอช้า ล่าสุดหลังผ่าตัดเอาถุงน้ำดีและนิ่วในถุงน้ำดีออกแล้ว อาการผู้ป่วยรายนี้ปลอดภัยแล้ว แต่ยังนอนพักรักษาใน รพ.สักระยะหนึ่ง ก่อนจะอนุญาตให้ออกจาก รพ.   สำหรับสาเหตุของนิ่วในถุงน้ำดีมาจากหลายสาเหตุ ก้อนนิ่วในถุงน้ำดีนั้นเกิดจากการตกผลึกของสารประกอบในน้ำดี 2 ชนิด ได้แก่ คอเลสเตอรอล และบิลิรูบิน นิ่วที่เกิดจากคอเลสเตอรอล (cholesterol gallstones) จะพบได้บ่อยกว่า และมีลักษณะเป็นก้อนสีขาว เหลือง หรือเขียว ในขณะที่นิ่วที่เกิดจากบิลิรูบิน (pigment gallstones) จะมีสีน้ำตาลหรือดำ ดังนั้น ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี จึงได้แก่   ภาวะที่น้ำดีมีคอเลสเตอรอลมากเกินไป ซึ่งอาจเกิดจากร่างกายมีคอเลสเตอรอลสูง ตับจึงขับคอเลสเตอรอลออกมาในน้ำดีมาก โดยเฉพาะในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน เป็นเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือกล้ามเนื้อถุงน้ำดีไม่สามารถบีบตัวนำคอเลสเตอรอลออกมาได้ ทำให้มีคอเลสเตอรอลตกค้างอยู่   ภาวะที่น้ำดีมีบิลิรูบินมากเกินไป อาจเกิดจากโรคที่ทำให้ตับสร้างบิลิรูบินมาก เช่น โรคตับแข็ง โรคตับอักเสบ หรือเกิดจากการแตกทำลายของเม็ดเลือดแดงจำนวนมาก เช่น ในภาวะโลหิตจาง หรือโรค G6PD เป็นต้น   ภาวะที่น้ำดีมีความเข้มข้นมาก ทำให้คอเลสเตอรอลและบิลิรูบิน มีโอกาสตกตะกอนและรวมตัวกับสารอื่นๆ ในน้ำดีกลายเป็นก้อนนิ่วได้สูง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fJEmvEwfcxk

 17,988
ข่าวภูมิภาค
11 พ.ย. 62

เผยปมยิงถล่มบ้าน ลูกหลงโดน ด.ญ.วัย 14 ดับ ชนวนเหตุทะเลาะ แค่เรื่องหมา

นครศรีธรรมราช-เกิดเหตุคนร้ายบุกยิงถล่มใน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 8 พ.ย.62 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ ด.ญ.ศศิประภา ยี่สุ่นแซม อายุ 14 ปี นอนอยู่ในบ้านได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนจะเสียชีวิตที่ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช   นายวิชัย ยี่สุ่นแซม อายุ 39 ปี พ่อของ ด.ญ.ศศิประภา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 พ.ย.62 ตนได้ไปนั่งดื่มน้ำหวานที่ร้านค้า แล้วนายอนุศักดิ์ แดงเดช อายุ 27 ปี ผู้ก่อเหตุยิงถล่มบ้าน ได้หยิบแก้วน้ำหวานของตนไปเทให้สุนัขกิน ตนจึงด่าทอ ทำให้นายอนุศักดิ์ไม่พอใจ   นายวิชัยกล่าวว่า ก่อนจะมีปากเสียงทะเลาะกัน และตนได้เตะนายอนุศักดิ์ไป 1 ครั้ง นอกจากนี้ไม่เคยมีเรื่องอะไรกันมาก่อน และที่รู้จักกันมาก็มีการพูดหยอกล่อกันเป็นประจำ ไม่คิดว่าจะเป็นชนวนที่ร้ายแรงขนาดนี้   ขณะที่ญาติผู้ตายระบุจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะด.ญ.ศศิประภานั้นไม่ได้รู้เรื่องถึงปัญหาใดๆ ถ้าเรียกร้องให้กลุ่มคนร้ายที่มาก่อเหตุได้ขอให้ลงโทษประหารชีวิต และทางครอบครัวญาติพี่น้องเสียใจเป็นอย่างมากที่น้องมาเสียชีวิตด้วยเหตุดังกล่าว ส่วนตำรวจได้แจ้งมาว่า จริงๆ แล้วคนร้ายที่มาก่อเหตุมี 5 คน จับกุมตัวได้แล้ว 3 คน รวมทั้งนายอนุศักดิ์ต้นเรื่อง และขอขอบคุณที่มาช่วยเหลืออย่างเต็มที่   สำหรับความคืบหน้าทางคดีล่าสุด ตำรวจได้ขออนุมัติหมายจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดแล้ว 5 ราย จับมาได้แล้ว 3 ราย และได้ให้การเป็นประโยชน์ เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลและติดตามหัวโจกในการก่อเหตุคนสำคัญ ขณะที่พยานหลักฐานมีความสมบูรณ์ค่อนข้างมากแล้ว ซึ่งขอเวลาในการดำเนินการ อีกวัน 2 วันนี้จะมีความชัดเจนทั้งหมด   อย่างไรก็ตามมีรายงานเพิ่มเติมว่ากลุ่มคนร้ายทั้ง 5 รายนั้นเป็นกลุ่มคนที่มีอายุระหว่าง 20-30 ปี ทั้งหมดอยู่ในท้องที่หมู่ 4 ต.ปากพูน อเมือง จ.นครศรีธรรมราช บางคนมีหมายจับคดีอาญาติดตัว และเป็นผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยมีข้อสันนิษฐานว่าในการก่อเหตุอาจอยู่ในระหว่างเมายาเสพติจึงมีพฤติกรรมก่อเหตุแบบบ้าระห่ำ โดยใช้อาวุธปืนยิงถล่มแบบสุ่มไปทั่วมากกว่า 30 นัด จากปืนอย่างน้อย 4 กระบอก ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังติดตามอย่างใกล้ชิดคาดว่าสามารถจับกุมได้ทั้งทีมใน 1-2 วันนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SfuuDrcBzAE

 3,842

Top