ค้นหา :

ผลการค้นหา "สิงห์บุรี"

สังคม
07 ม.ค. 63

หนุ่มพนักงานอบต. ขอโทษอยากให้เรื่องจบด้วยดี ปมตบหน้าเด็ก 6 ขวบ เหตุฉุนขี่จักรยานทับรถบังคับลูกสาว

สิงห์บุรี - จากกรณีพนักงานอบต.จักรสีห์ ตบหน้าเด็ก 6 ขวบ ฐานขับจักรยานเหยียบรถวิทยุบังคับของลูกสาวแล้วทำหน้าล้อเลียนจึงเกิดบันดาลโทสะ    วานนี้ (6 ม.ค.) มีผู้ใช่เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาโพสต์ภาพของเด็กผูชาย โดยมีรอยบแดงที่บริเวณแก้ม ลักษณะคล้ายรอยนิ้วมือ เนื่องจากถูดกตบ พร้อมกับอาการบวม ทั้งนี้ผู้โพสต์ยังระบุอีกว่า ลูกใคร ใครก็รักแค่รถบังคับพัง ต้องทำกันขนาดนี้เลยหรอ #โตแล้วทำเด็กเกินไปไหม    นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมว่าเด็กที่ถูกตบ ไปปั่นจักรยานเล่น แต่พอดีถอยไปเหยียบรุบังคับของลูกสาวชายคนหนึ่ง จึงถูกชายคนดังกล่าวตบเข้าที่ใบหน้า    ทีมข่าวลงพื้นที่ไปคุยกับพ่อของเด็กชายที่ถูกตบ เล่าว่า วันที่ลูกชายตนโดนตบได้ร้องไห้กลับมาที่บ้าน ตนจึงถามว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ลูกไม่ยอมบอกพูดแค่ว่าจักรยานล้ม ก่อนที่จะมีคนมาบอว่าโดนนายนิรันดร์  ที่ทำงานอยู่ที่ อบต. จักรสีห์ตบ จนตกจากจักรยานต์ ซึ่งตนโมโหมาก เพราะลูกใคร ใครก็รักทำไมถึงทำรุนแรงถึงขนาดนี้ เด็กอายุเพียงแค่ 6 ขวบ แต่ดันตบหัวตบหน้าจนแก้มบวมถึงขนาดนี้    ขณะเดียวกัน นายนิรันดร์ พ่อของเด็กหญิงที่เป็นเจ้าของรถบังคับ กล่าวว่า ตนเป็นพนักงานอยู่ที่ อบต.จักรสีห์ ซื้อรถบังคับวิทยุให้กับลูกสาวเป็นของขวัญปีใหม่  แล้วลูกสาวเล่นบริเวณลานหน้าที่ทำการ อบต.จักรสีห์ แล้วจังหวะนั้นเด็กชาย เอ (นามสมมุติ) อายุ 6 ขวบ ก็ปั่นจักรยานเล่นอยู่ในบริเวณดังกล่าว จนเกิดเหตุจักรยานไปเหยียบรถวิทยุบังคับของลูกสาว ตนผู้เป็นพ่อจึงเข้าไปต่อว่า แต่เด็กชายเอทำหน้าตาล้อเลียน จนเกิดบันดาลโทสะ จึงตบไปที่หน้าเด็ก จนรถจักรยานล้มคว่ำ    แต่นายนิรันดร์ ก็นำเด็กไปส่งที่บ้าน ทางญาติของเด็กชาย เอ เรียกค่าเสียหาย 1,000 บาทแต่นายนิรันดร์์ไม่มีเงินพอ จึงขอจ่ายก่อน 500 บาท แต่ทางญาติเด็กชายไม่รับ พร้อมบอกว่าจะไปแจ้งความ    ล่าสุดวันนี้ (7 ม.ค.) เวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่เรียกคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายไปเจรากัน ที่สภ.เมืองสิงห์บุรี แต่ว่าฝ่ายครอบครัวของเด็กชายที่ถูตบหน้าไม่ได้เดินทางมาพบกับเจ้าหน้าที่มีเพียงฝ่ายที่ก่อเหตุที่เดินทางมา    โดยนายนิรันดร์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่คาดคิดว่าเรื่องจะใหญ่โตขนาดนี้ ยอมรับว่าตอนนั้นบันดาลโทสะ โมโหและตบเด็กชาย 6 ขวบจริง ถึงตอนนี้อยากให้ทุกย่างจบด้วยดี   อย่าไรก็ตามหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนัดทั้ง 2 ฝ่ายเข้มมาพูดคุย เจรจากันอีกครั้ง 

 5,179
แชร์ออฟเดอะเดย์
07 ม.ค. 63

วิจารณ์สนั่น หนุ่มปรี่ตบหน้าเด็ก 6 ขวบแก้มบวม ฉุนขี่จักรยานเหยียบรถบังคับลูกสาว

สิงห์บุรี-กรณีเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า เรียกสิ’ เดียร์จ๋า โพสต์รูปเด็กชายคนหนึ่ง ที่แก้มมีรอยแดงเป็นรอยนิ้วมือจนแก้มบวม แล้วมีข้อความว่า   “ลูกใครใครก็รัก แค่รถบังคับพัง ต้องทำกันขนาดนี้เลยหรอ #โตแล้วทำเด็กเกินไปไหม” และได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า “พอดีน้องปั่นจักรยานเล่น พอดีถอยจักรยานไปเยียบรถบังคับของลูกสาวเขา พ่อเขาเลยตบเข้าค่ะ” ซึ่งคนที่มาแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่มองว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ    ต่อมาผู้โพสต์เปิดเผยว่า น้องชายของตนชื่อ ด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 6 ขวบ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 3 ได้ไปขี่จักรยานเล่นกับเพื่อนๆ ที่สวนสาธารณะ และมี ด.ญ.บี (นามสมมุติ) เล่นรถบังคับอยู่ใกล้ๆ น้องของตนขี่จักรยานถอยหลังมาทับรถวิทยุบังคับของ ด.ญ.บี จนพังจึงไปฟ้องพ่อ คือนายนิรันดร์ อายุ 36 ปี ทำงานอยู่ที่องค์การบริหารส่วนตำบลจักรสีห์ เมื่อนายนิรันดร์มาถึงก็ตบด.ช.เอเข้าที่ศีรษะ 1 ครั้ง และที่แก้ม 1 ครั้ง อย่างแรงจนร่วงจากรถจักรยานดังกล่าว บริเวณแก้มมีรอยผื่นเป็นรอยนิ้วมือจนแก้มบวมไปข้าง   สอบถาม นายแดง อายุ 52 ปี พ่อของ ด.ช.เอ กล่าวว่า ในวันดังกล่าวที่ลูกโดนตบลูกร้องไห้กลับมาที่บ้าน ตนสอบถามครั้งแรกลูกไม่กล้าบอกว่าโดนตบ บอกว่ารถจักรยานล้ม แต่ก็มีคนมาบอกว่าลูกตนโดนนายนิรันดร์ ตบจนร่วงจากจักรยานเลย ตนโมโห ลูกใครๆ ก็รัก ทำไมทำรุนแรงขนาดนี้ เพราะมันเป็นเด็กอายุแค่ 6 ขวบเอง จะตีก้นตีอะไรก็จะไม่เป็นอะไรเลย นี่ตบหัว ตบหน้าอย่างแรงจนแก้มบวมโย้เลย ตนจึงพาลูกไปโรงพยาบาล   แต่ด้วยความที่เป็นว่าเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันไม่อยากมีเรื่องอะไรต่อ ก็เลยบอกว่าขอค่ารักษาพยาบาลไปเพียง 1,000 บาท ด้วยความตั้งใจว่าจะเอาเงินนี้ไปซื้อรถบังคับวิทยุใช้คืนจะได้จบๆ กันไป แต่ทางนายนิรันดร์ให้เพียงมา 500 บาท เท่านั้น ตนจึงไม่ขอรับและรอทางนายนิรันดร์มาหาเพื่อมาคุยกัน แต่ก็ไร้วี่แวว ตนจึงไปแจ้งความไว้ที่สภ.เมืองสิงห์บุรี เพื่อต้องการให้นายนิรันดร์มาคุยกัน ขอโทษกันต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้งหนึ่ง   ขณะที่นายนิรันดร์ พ่อของ ด.ญ.บี เผยว่า ตนซื้อรถบังคับวิทยุให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่ลูกสาว ขณะที่เล่นถูก ด.ช.เอ ปั่นจักรยานเล่นอยู่ในบริเวณดังกล่าว จนเกิดเหตุจักรยานไปเหยียบรถวิทยุบังคับของเด็กหญิง ตนจึงเข้าไปต่อว่า   แต่ ด.ช.เอ ทำหน้าตาล้อเลียน แลบลิ้นปลิ้นตา จนเกิดบันดาลโทสะ จึงตบไปที่หน้าเด็ก จนรถจักรยานล้มคว่ำ แต่นายนิรันดร์ ก็นำเด็กไปส่งที่บ้าน ทางญาติของ ด.ช.เอ เรียกค่าเสียหาย 1.000 บาท แต่ตนไม่มีเงินพอ จึงขอจ่ายก่อน 500 บาท ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะเรียกคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายไปเจรจาไกล่เกลี่ยต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-OBSwL2MYTA

 10,626
ข่าวโซเชียล
07 ม.ค. 63

วิจารณ์สนั่น หนุ่มปรี่ตบหน้าเด็ก 6 ขวบแก้มบวม ฉุนขี่จักรยานเหยียบรถบังคับลูกสาว

สิงห์บุรี-กรณีเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า เรียกสิ’ เดียร์จ๋า โพสต์รูปเด็กชายคนหนึ่ง ที่แก้มมีรอยแดงเป็นรอยนิ้วมือจนแก้มบวม แล้วมีข้อความว่า   “ลูกใครใครก็รัก แค่รถบังคับพัง ต้องทำกันขนาดนี้เลยหรอ #โตแล้วทำเด็กเกินไปไหม” และได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า “พอดีน้องปั่นจักรยานเล่น พอดีถอยจักรยานไปเยียบรถบังคับของลูกสาวเขา พ่อเขาเลยตบเข้าค่ะ” ซึ่งคนที่มาแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่มองว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ    ต่อมาผู้โพสต์เปิดเผยว่า น้องชายของตนชื่อ ด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 6 ขวบ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 3 ได้ไปขี่จักรยานเล่นกับเพื่อนๆ ที่สวนสาธารณะ และมี ด.ญ.บี (นามสมมุติ) เล่นรถบังคับอยู่ใกล้ๆ น้องของตนขี่จักรยานถอยหลังมาทับรถวิทยุบังคับของ ด.ญ.บี จนพังจึงไปฟ้องพ่อ คือนายนิรันดร์ อายุ 36 ปี ทำงานอยู่ที่องค์การบริหารส่วนตำบลจักรสีห์ เมื่อนายนิรันดร์มาถึงก็ตบด.ช.เอเข้าที่ศีรษะ 1 ครั้ง และที่แก้ม 1 ครั้ง อย่างแรงจนร่วงจากรถจักรยานดังกล่าว บริเวณแก้มมีรอยผื่นเป็นรอยนิ้วมือจนแก้มบวมไปข้าง   สอบถาม นายแดง อายุ 52 ปี พ่อของ ด.ช.เอ กล่าวว่า ในวันดังกล่าวที่ลูกโดนตบลูกร้องไห้กลับมาที่บ้าน ตนสอบถามครั้งแรกลูกไม่กล้าบอกว่าโดนตบ บอกว่ารถจักรยานล้ม แต่ก็มีคนมาบอกว่าลูกตนโดนนายนิรันดร์ ตบจนร่วงจากจักรยานเลย ตนโมโห ลูกใครๆ ก็รัก ทำไมทำรุนแรงขนาดนี้ เพราะมันเป็นเด็กอายุแค่ 6 ขวบเอง จะตีก้นตีอะไรก็จะไม่เป็นอะไรเลย นี่ตบหัว ตบหน้าอย่างแรงจนแก้มบวมโย้เลย ตนจึงพาลูกไปโรงพยาบาล   แต่ด้วยความที่เป็นว่าเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันไม่อยากมีเรื่องอะไรต่อ ก็เลยบอกว่าขอค่ารักษาพยาบาลไปเพียง 1,000 บาท ด้วยความตั้งใจว่าจะเอาเงินนี้ไปซื้อรถบังคับวิทยุใช้คืนจะได้จบๆ กันไป แต่ทางนายนิรันดร์ให้เพียงมา 500 บาท เท่านั้น ตนจึงไม่ขอรับและรอทางนายนิรันดร์มาหาเพื่อมาคุยกัน แต่ก็ไร้วี่แวว ตนจึงไปแจ้งความไว้ที่สภ.เมืองสิงห์บุรี เพื่อต้องการให้นายนิรันดร์มาคุยกัน ขอโทษกันต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้งหนึ่ง   ขณะที่นายนิรันดร์ พ่อของ ด.ญ.บี เผยว่า ตนซื้อรถบังคับวิทยุให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่ลูกสาว ขณะที่เล่นถูก ด.ช.เอ ปั่นจักรยานเล่นอยู่ในบริเวณดังกล่าว จนเกิดเหตุจักรยานไปเหยียบรถวิทยุบังคับของเด็กหญิง ตนจึงเข้าไปต่อว่า   แต่ ด.ช.เอ ทำหน้าตาล้อเลียน แลบลิ้นปลิ้นตา จนเกิดบันดาลโทสะ จึงตบไปที่หน้าเด็ก จนรถจักรยานล้มคว่ำ แต่นายนิรันดร์ ก็นำเด็กไปส่งที่บ้าน ทางญาติของ ด.ช.เอ เรียกค่าเสียหาย 1.000 บาท แต่ตนไม่มีเงินพอ จึงขอจ่ายก่อน 500 บาท ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะเรียกคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายไปเจรจาไกล่เกลี่ยต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-OBSwL2MYTA

 10,626
ข่าวภูมิภาค
04 ม.ค. 63

ภัยแล้ง 63 รุนแรงกระทบหลายจังหวัด ชาวบ้าน จ.เลย ทำฝายกั้นน้ำ-แม่น้ำโขงวิกฤตระดับน้ำต่ำ

อุทัยธานี - หน่วยทหารนำรถบรรทุกน้ำ ออกแจกจ่ายน้ำให้กับประชาชนที่ประสบภัยแล้ง ขาดน้ำอุปโภค บริโภค หลังได้รับการร้องขอสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน จากสถานการณ์ภัยแล้งที่วิกฤตหนัก   เชียงใหม่ - ผู้อำนวยการชลประทานเชียงใหม่ เผยปีนี้เชียงใหม่น้ำน้อยต่ำกว่าเกณฑ์ทั้งน้ำฝนและน้ำท่า 2 เขื่อนใหญ่ 12 ขนาดกลาง 117 ขนาดเล็กเหลือรวมกันไม่ถึง 50 % สถิติต่ำกว่าปี 62 จ่อเจอภัยแล้งต้องช่วยกันประหยัดน้ำ งดการทำนาปรังและปลูกพืชใช้น้ำน้อย เกษตรกรควรกักเก็บน้ำสำรองไว้ หลังมกราคม-พฤษภาคม อุตุฯเผยฝนน้อยกว่าเกณฑ์ 5-10 %   พิษณุโลก - ชลประทานจังหวัดพิษณุโลก ประกาศเตือนเกษตรกรงดทำนาปรังต่อเนื่อง หลังปีนี้วิกฤติแล้งยาวนาน และคาดว่ามีพื้นที่เสี่ยง 5 อำเภอของจังหวัดพิษณุโลก ที่จะประสบภาวะขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ชาวนาหลายพื้นที่ อ.บางระกำ ขุดเจาะบ่อบาดาลกลางแม่น้ำยม มาใช้ทางการเกษตร   เลย - ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ปกครอง ทหารจาก มทบ.28 เจ้าหน้าที่เทศบาลนาอ้อ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และจิตอาสา กว่า 100 คน ร่วมกัน ทำฝายกั้นน้ำเลย บริเวณบ้านท่ามะนาว ต.นาอ้อ กั้นแม่น้ำเลย    โดยทำฝายกระสอบกั้น สูงประมาณ 1 เมตร ใช้กระสอบประมาณ 500 กระสอบ เพื่อกั้นและให้น้ำชะลอ เนื่องจาก น้ำเลยจะไหลลงไปทางแม่น้ำโขง เฉยๆ ซึ่งหลังจากกั้นน้ำแล้วทำให้น้ำเลยบ้านท่ามะนาว มี ระดับน้ำสูง สามารถลดภาวะแล้งให้กับชาวบ้านและเกษตรกร กว่า 120 ครอบครัวสามารถใช้นำน้ำอุปโภคโภคได้   กาฬสินธุ์ - นายฤาชัย จำปานิล ผู้อำนวยการ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์เขื่อนลำปาวปัจจุบันมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 1,398 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็น 70.66 เปอร์เซ็นต์ จากความจุของอ่าง 1,980 ล้าน ลบ.ม. ทั้งนี้ทางเขื่อนลำปาวได้เริ่มกักเก็บน้ำมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2562 และได้หยุดการส่งน้ำมาตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 กระทั่งปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการส่งน้ำให้กับเกษตรกรทั้งการทำข้าวนาปรัง ประมง และปลูกพืชฤดูแล้งเฉลี่ยวันละประมาณ 5 ล้าน ลบ.ม.มาตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2562 และจะทำการส่งน้ำไปจนสิ้นฤดูแล้ง   สิงห์บุรี - สถานะการณ์ภัยแล้งในเขตจังหวัดสิงห์บุรี เริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว ที่บริเวณปากแม่น้ำลพบุรีซึ่งเชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตตำบลบางพุทรา อำเภอเมืองสิงห์บุรี ลดระดับลง เนื่องจากขณะนี้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีระดับน้ำที่ต่ำกว่าแม่น้ำลพบุรี จึงทำให้น้ำไม่ไหลเข้าสู่แม่น้ำลพบุรี จนทำให้แม่น้ำลพบุรีเหลือน้ำเป็นร่องน้ำเล็กๆ กว้างประมาณ 1.50 เมตร จนสามารถกระโดดข้ามแม่น้ำลพบุรีได้ ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ริมแม่น้ำลพบุรี ที่เป็นถนนลาดยาง เกิดการทรุดตัวลง   นครพนม - ผลกระทบจากภัยแล้ง ยังคงส่งทำให้ระดับแม่น้ำโขงวิกฤตต่อเนื่อง ซึ่งมีระดับน้ำต่ำประมาณแค่ 1 เมตร ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงหนักสุดในรอบ 50 ปี เนื่องจากช่วงปลายปี 2562 เป็นต้นมาระดับน้ำโขงลดลงอย่างรวดเร็ว และมีความผันผวน เพราะระดับน้ำเปลี่ยนแปลงบ่อย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะภัยแล้ง บวกกับการกักน้ำสำหรับผลิตไฟฟ้าของเขื่อนในประเทศจีน ทำให้น้ำโขงในพื้นที่จังหวัดนครพนม หลายจุดระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง จนเกิดสันดอนทรายโผล่ กลางแม่น้ำโขงเป็นพื้นที่กว้าง จึงมีผลกระทบต่อการเดินเรือข้ามฟาก และเรือหาปลาตามแม่น้ำโขง ที่ต้องใช้ระยะทางเดินเรืออ้อมหาดสันดอนทราย    นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อ เกษตรกร ที่ทำการเกษตรปลูกผักส่งขาย จากปัญหาต้องวางท่อสูบน้ำไกลขึ้น เพราะมีสันดอนทรายขวางทางน้ำ รวมไปถึงจุดสูบน้ำตามสถานีส่งน้ำเพื่อการเกษตร รวมถึงจุดสูบน้ำดิบเพื่อนำไปสู่กระบวนการผลิตประปา ต้องมีการวางแผนรับมือในระยะยาว เนื่องจากฤดูแล้งยังยาวอีกหลายเดือน     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/uVYNu28rIdI

 1,253
สังคม
04 ม.ค. 63

ภัยแล้ง 63 รุนแรงกระทบหลายจังหวัด ชาวบ้าน จ.เลย ทำฝายกั้นน้ำ-แม่น้ำโขงวิกฤตระดับน้ำต่ำ

อุทัยธานี - หน่วยทหารนำรถบรรทุกน้ำ ออกแจกจ่ายน้ำให้กับประชาชนที่ประสบภัยแล้ง ขาดน้ำอุปโภค บริโภค หลังได้รับการร้องขอสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน จากสถานการณ์ภัยแล้งที่วิกฤตหนัก   เชียงใหม่ - ผู้อำนวยการชลประทานเชียงใหม่ เผยปีนี้เชียงใหม่น้ำน้อยต่ำกว่าเกณฑ์ทั้งน้ำฝนและน้ำท่า 2 เขื่อนใหญ่ 12 ขนาดกลาง 117 ขนาดเล็กเหลือรวมกันไม่ถึง 50 % สถิติต่ำกว่าปี 62 จ่อเจอภัยแล้งต้องช่วยกันประหยัดน้ำ งดการทำนาปรังและปลูกพืชใช้น้ำน้อย เกษตรกรควรกักเก็บน้ำสำรองไว้ หลังมกราคม-พฤษภาคม อุตุฯเผยฝนน้อยกว่าเกณฑ์ 5-10 %   พิษณุโลก - ชลประทานจังหวัดพิษณุโลก ประกาศเตือนเกษตรกรงดทำนาปรังต่อเนื่อง หลังปีนี้วิกฤติแล้งยาวนาน และคาดว่ามีพื้นที่เสี่ยง 5 อำเภอของจังหวัดพิษณุโลก ที่จะประสบภาวะขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ชาวนาหลายพื้นที่ อ.บางระกำ ขุดเจาะบ่อบาดาลกลางแม่น้ำยม มาใช้ทางการเกษตร   เลย - ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ปกครอง ทหารจาก มทบ.28 เจ้าหน้าที่เทศบาลนาอ้อ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และจิตอาสา กว่า 100 คน ร่วมกัน ทำฝายกั้นน้ำเลย บริเวณบ้านท่ามะนาว ต.นาอ้อ กั้นแม่น้ำเลย    โดยทำฝายกระสอบกั้น สูงประมาณ 1 เมตร ใช้กระสอบประมาณ 500 กระสอบ เพื่อกั้นและให้น้ำชะลอ เนื่องจาก น้ำเลยจะไหลลงไปทางแม่น้ำโขง เฉยๆ ซึ่งหลังจากกั้นน้ำแล้วทำให้น้ำเลยบ้านท่ามะนาว มี ระดับน้ำสูง สามารถลดภาวะแล้งให้กับชาวบ้านและเกษตรกร กว่า 120 ครอบครัวสามารถใช้นำน้ำอุปโภคโภคได้   กาฬสินธุ์ - นายฤาชัย จำปานิล ผู้อำนวยการ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์เขื่อนลำปาวปัจจุบันมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 1,398 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็น 70.66 เปอร์เซ็นต์ จากความจุของอ่าง 1,980 ล้าน ลบ.ม. ทั้งนี้ทางเขื่อนลำปาวได้เริ่มกักเก็บน้ำมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2562 และได้หยุดการส่งน้ำมาตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 กระทั่งปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการส่งน้ำให้กับเกษตรกรทั้งการทำข้าวนาปรัง ประมง และปลูกพืชฤดูแล้งเฉลี่ยวันละประมาณ 5 ล้าน ลบ.ม.มาตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2562 และจะทำการส่งน้ำไปจนสิ้นฤดูแล้ง   สิงห์บุรี - สถานะการณ์ภัยแล้งในเขตจังหวัดสิงห์บุรี เริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว ที่บริเวณปากแม่น้ำลพบุรีซึ่งเชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตตำบลบางพุทรา อำเภอเมืองสิงห์บุรี ลดระดับลง เนื่องจากขณะนี้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีระดับน้ำที่ต่ำกว่าแม่น้ำลพบุรี จึงทำให้น้ำไม่ไหลเข้าสู่แม่น้ำลพบุรี จนทำให้แม่น้ำลพบุรีเหลือน้ำเป็นร่องน้ำเล็กๆ กว้างประมาณ 1.50 เมตร จนสามารถกระโดดข้ามแม่น้ำลพบุรีได้ ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ริมแม่น้ำลพบุรี ที่เป็นถนนลาดยาง เกิดการทรุดตัวลง   นครพนม - ผลกระทบจากภัยแล้ง ยังคงส่งทำให้ระดับแม่น้ำโขงวิกฤตต่อเนื่อง ซึ่งมีระดับน้ำต่ำประมาณแค่ 1 เมตร ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงหนักสุดในรอบ 50 ปี เนื่องจากช่วงปลายปี 2562 เป็นต้นมาระดับน้ำโขงลดลงอย่างรวดเร็ว และมีความผันผวน เพราะระดับน้ำเปลี่ยนแปลงบ่อย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะภัยแล้ง บวกกับการกักน้ำสำหรับผลิตไฟฟ้าของเขื่อนในประเทศจีน ทำให้น้ำโขงในพื้นที่จังหวัดนครพนม หลายจุดระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง จนเกิดสันดอนทรายโผล่ กลางแม่น้ำโขงเป็นพื้นที่กว้าง จึงมีผลกระทบต่อการเดินเรือข้ามฟาก และเรือหาปลาตามแม่น้ำโขง ที่ต้องใช้ระยะทางเดินเรืออ้อมหาดสันดอนทราย    นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อ เกษตรกร ที่ทำการเกษตรปลูกผักส่งขาย จากปัญหาต้องวางท่อสูบน้ำไกลขึ้น เพราะมีสันดอนทรายขวางทางน้ำ รวมไปถึงจุดสูบน้ำตามสถานีส่งน้ำเพื่อการเกษตร รวมถึงจุดสูบน้ำดิบเพื่อนำไปสู่กระบวนการผลิตประปา ต้องมีการวางแผนรับมือในระยะยาว เนื่องจากฤดูแล้งยังยาวอีกหลายเดือน     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/uVYNu28rIdI

 1,253
ข่าวภูมิภาค
02 ม.ค. 63

ไฟไหม้รับปีใหม่! ชายวัย 63 เครียดจุดไฟเผาบ้านตัวเอง - เพลิงไหม้ ม.เกษตร บางเขน - ไฟไหม้ร้านขายอาหารสัตว์ขอนแก่น

สิงห์บุรี-ชายวัย 63 ปี ก่อเหตุจุดไฟเผาบ้านตัวเองต้อนรับปีใหม่ สาเหตุจากมีความเครียดกับครอบครัว เนื่องจากแยกทางกับภรรยา ประกอบกับมีอาการทางประสาทเมื่อดื่มแอลกอฮอล์ฉลองปีใหม่เข้าไปด้วย จึงทำให้ก่อเหตุจุดไฟเผาบ้านตัวเองดังกล่าว ในเบื้องต้นประเมินค่าเสียหายประมาณ 5 แสนบาท   ส่วนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เกิดเหตุไฟไหม้โรงอาหารเก่าของสำนักวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร พบมีอายุกว่า 30 ปี โดยได้เลิกใช้ก่อนหน้านี้ได้ประมาณ 2 ปี ทำให้ไม่มีระบบสปริงเกอร์ที่ช่วยในการดับไฟ ประกอบกับมีสายไฟเก่า เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ ส่วนมูลค่าความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้   นอกจากนี้ยังเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนภายในซอยสรงประภา 1 ถนนสรงประภา แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นชุมชนเพลิงกำลังลุกไหม้ เจ้าหน้าอยู่ระหว่างการใช้น้ำ ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำดับเพลิงประมาณ 30 นาที เพลิงจึงสงบ ส่วนสาเหตุและมูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างตรวจสอบ    ที่ จ.ขอนแก่น เกิดเหตุไหม้ร้านขายปุ๋ย ยาและอาหารสัตว์รายใหญ่ กลางตลาดเทศบาลดอนโมง อำเภอหนองเรือ วอด 6 คูหา ซึ่งเพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีปุ๋ยเคมีและอาหารสัตว์ที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ก่อนลามติดบ้าน 2 หลัง ใช้เวลาหลายชม. จึงควมคุมเพลิงไว้ได้ สาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรจากภายในร้านและลุกลามอย่างรวดเร็วซึ่ง ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินค่าเสียหายได้คาดว่าจะมีมูลค่าหลายล้านบาท เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดหรือไม่ทั้งนี้ต่อไป   ส่วนที่ จ.ปทุมธานี เกิดไฟไหม้บ้านในชุมชนหลักหก ใต้สะพานข้ามทางรถไฟ เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ติดกันหลายหลังเป็นชุมชน โดยบ้านต้นเพลิงมีเศษไม้และที่เก็บของเก่าเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เจ้าหน้าที่ใช้น้ำสกัดเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำ ชาวบ้านที่อยู่ระแวงใกล้ ต่างพากันยกสิ่งของที่พอเอาออกมาได้มากองไว้ด้านนอก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ ชาวบ้านบาดเจ็บ 1 ราย จากการถูกหม้อแปลงระเบิด ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/7PSnqMUrLBg

 929
สังคม
02 ม.ค. 63

ไฟไหม้รับปีใหม่! ชายวัย 63 เครียดจุดไฟเผาบ้านตัวเอง - เพลิงไหม้ ม.เกษตร บางเขน - ไฟไหม้ร้านขายอาหารสัตว์ขอนแก่น

สิงห์บุรี-ชายวัย 63 ปี ก่อเหตุจุดไฟเผาบ้านตัวเองต้อนรับปีใหม่ สาเหตุจากมีความเครียดกับครอบครัว เนื่องจากแยกทางกับภรรยา ประกอบกับมีอาการทางประสาทเมื่อดื่มแอลกอฮอล์ฉลองปีใหม่เข้าไปด้วย จึงทำให้ก่อเหตุจุดไฟเผาบ้านตัวเองดังกล่าว ในเบื้องต้นประเมินค่าเสียหายประมาณ 5 แสนบาท   ส่วนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เกิดเหตุไฟไหม้โรงอาหารเก่าของสำนักวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร พบมีอายุกว่า 30 ปี โดยได้เลิกใช้ก่อนหน้านี้ได้ประมาณ 2 ปี ทำให้ไม่มีระบบสปริงเกอร์ที่ช่วยในการดับไฟ ประกอบกับมีสายไฟเก่า เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ ส่วนมูลค่าความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้   นอกจากนี้ยังเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนภายในซอยสรงประภา 1 ถนนสรงประภา แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นชุมชนเพลิงกำลังลุกไหม้ เจ้าหน้าอยู่ระหว่างการใช้น้ำ ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำดับเพลิงประมาณ 30 นาที เพลิงจึงสงบ ส่วนสาเหตุและมูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างตรวจสอบ    ที่ จ.ขอนแก่น เกิดเหตุไหม้ร้านขายปุ๋ย ยาและอาหารสัตว์รายใหญ่ กลางตลาดเทศบาลดอนโมง อำเภอหนองเรือ วอด 6 คูหา ซึ่งเพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีปุ๋ยเคมีและอาหารสัตว์ที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ก่อนลามติดบ้าน 2 หลัง ใช้เวลาหลายชม. จึงควมคุมเพลิงไว้ได้ สาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรจากภายในร้านและลุกลามอย่างรวดเร็วซึ่ง ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินค่าเสียหายได้คาดว่าจะมีมูลค่าหลายล้านบาท เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดหรือไม่ทั้งนี้ต่อไป   ส่วนที่ จ.ปทุมธานี เกิดไฟไหม้บ้านในชุมชนหลักหก ใต้สะพานข้ามทางรถไฟ เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ติดกันหลายหลังเป็นชุมชน โดยบ้านต้นเพลิงมีเศษไม้และที่เก็บของเก่าเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เจ้าหน้าที่ใช้น้ำสกัดเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำ ชาวบ้านที่อยู่ระแวงใกล้ ต่างพากันยกสิ่งของที่พอเอาออกมาได้มากองไว้ด้านนอก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ ชาวบ้านบาดเจ็บ 1 ราย จากการถูกหม้อแปลงระเบิด ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/7PSnqMUrLBg

 929
ข่าวภูมิภาค
21 ธ.ค. 62

เทกระจาด! อุบัติเหตุรถทัวร์คว่ำ นักท่องเที่ยวสิงคโปร์ตเจ็บอื้อ

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 20 ธ.ค. 62 รตอ.จิรเดช ดวงรัศมี ร้อยเวรสภ.เมืองสิงห์บุรี รับแจ้งเหตุมีรถโดยสารสาธารณะตกถนนบริเวณถ.สายบ้านวัดแคเทพนิมิต - บ้านจักรสีห์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงได้ประสาเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูสิงห์บุรีรีบเข้าทำการตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุเป็นถนนภายในหมู่บ้าน หมู่ที่ 6 ต.จักรสีห์ อ.มืองสิงห์บุรี พบรถยนต์โดยสารสารณะส่วนบุคคล ยี่ห้อ มิตซูบิชิ สีแดง ตกลงตะแคงคว่ำในคูน้ำข้างทาง เจ้าหน้าที่รีบให้การช่วยเหลือนำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสิงห์บุรีเป็นการด่วน โดยทั้งหมดเป็นนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ มีจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 16 ราย อาการสาหัส 5 ราย ส่วนที่เหลือได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย   จากการสอบสวนนายสมศักดิ์ กันเกตุ อายุ 60 ปี คนขับรถคันดังกล่าวเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถนำชาวสิงคโปร์ จำนวน 16 คน ไปเที่ยวชมโบสถ์และเตรียมฉลองเทศกาลคริสต์มาส ที่ตลาดชัณสูตร อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี หลังเสร็จภารกิจได้นำนักท่องเที่ยวเดินทางมายังจ.สิงห์บุรีเพื่อพักผ่อน ระหว่างทางซึ่งเป็นถนนในหมู่บ้านที่มีลักษณะคับแคบ ระหว่างทางมีรถวิ่งสวนทางมาโดยเปิดไฟสูงส่องหน้าตน ทำให้มองไม่เห็นส้นทางจนทำให้เสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง เป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ที่นั่งมาได้รับบาดเจ็บหลายราย ก่อนจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาให้การช่วยเหลือ นำผู้ที่ได้รับบาดเจ้บส่งโรงพยาบาลสิงห์บุรี   สำหรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับบาดเจ็บ จำนวนทั้งสิ้น 16 ราย อาการสาหัส 5 ราย แพทย์ต้องเฝ้ารอดูอาการก่อน ส่วนที่เหลือ บาดเจ็บเล็กน้อย แพทย์อนุญาตให้กลับที่พักได้     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/YatA7JxXkHQ

 1,612
สังคม
13 ธ.ค. 62

เอ็นดู! โครงการฝึกสอนอาสาสมัครจราจร ทำได้ทุกอย่าง ขออย่างเดียว อย่าให้วิดพื้น

ในเขตเทศบาลเมืองสิงห์บุรี กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมกับ สำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดสิงห์บุรี จัดกิจกรรม โครงการลดอุบัติเหตุบริเวณหน้าโรงเรียน   ด้วยการพัฒนาต้นแบบอาสาจราจร อบรมกฏระเบียบการจัดการจราจรแนวทางปฏิบัติงานให้กับอาสาจราจร อำนวยความสะดวกความปลอดภัยหน้าโรงเรียน โดยกำหนดจัดการอบรมให้แก่อาสาจราจรทั้งสิ้น 52 นาย     ซึ่งตำรวจจริงมีเพียง 2 นายเท่านั้น ที่เหลือเป็นอาสาสมัครจราจรทั้งสิ้น มาเข้าฝึกเพื่อทดลองปฏิบัติงานในสถานที่จริง มีทั้งการตรวจสมุดทะเบียนรถ ตรวจใบขับขี่ ฝึกสอนอาสาสมัครจราจร เพื่อช่วยงานอำนวยการจราจรแก่ตำรวจ อบรมกัน 3 วัน ที่เห็นอยู่นี่เป็นวันสุดท้าย   ย้อนกลับไป 2 วันก่อนหน้านี้ เรียนภาคทฤษฎี สอนว่าต้องเป่านกหวีดอย่างไร สอนการโบกมือให้สัญญาณการจราจร ฝึกทุกอย่าง โดยที่อาสาสมัครจราจรต้องมีร่างกายที่แข็งแรง ก็ได้มีการทดสอบสมรรถภาพทางกาย โดยการวิดพื้นแต่พี่เสื้อเหลืองทำได้เพียง 'วัดพื้น'

 553
ข่าวภูมิภาค
12 ก.ย. 62

ลูกเขยโหดยิงพ่อตาดับ กะฆ่าล้างครัว แม่ยายแฉเมาซ้อมเมีย ใช้ปืนจ่อหัวขู่ยิงประจำ

สิงห์บุรี-กรณีลูกเขยโหดหึงหวงซ้อมภรรยาของตนเองภายในบ้าน พ่อตาเข้าช่วยลูกสาวโดนยิงดับ คนร้ายยังใช้ปืนตบภรรยายิงซ้ำอีก 1 นัด ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าซ้าย ก่อนขี่รถ จยย.หลบหนีไป       สำหรับลูกเขยปืนโหดรายนี้คือนายฐาปกร  แดงมณี หรือเบิร์ด อายุ 28 ปี ล่าสุดตำรวจ สภ.เมืองสิงห์บุรี ออกหมายจับแล้ว ข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา, พยายามฆ่าผู้อื่น และพกพาใช้อาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยชุดสืบสวนเร่งติดตามจับกุมมาดำเนินคดี พร้อมทั้งกดดันให้มอบตัว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ไปที่บ้านของผู้ต้องหาแต่ไม่พบตัว จึงให้พ่อกับแม่ของผู้ต้องหาช่วยประสาอีกทางหนึ่ง ญาติอ้างว่าหลังเกิดเหตุนายเบิร์ดไม่ได้กลับไปที่บ้าน คาดยังกบดานอยู่ในพื้นที่    พ่อของผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่า พยายามติดต่อลูกชายแต่ไม่สามารถติดต่อ ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนและลูกชายก็ไม่ได้ติดต่อมาหา ตนตามหาลูกชายเพราะอยากให้มอบตัว ถ้าเจอจะพาไปมอบตัวกับตำรวจเอง อยากฟังจากปากลูกชายว่าสาเหตุมันเกิดจากอะไร อยากให้กลับมาคุยกันให้รู้เรื่อง เพราะตอนนี้ฟังความแต่ครอบครัวฝั่งลูกสะใภ้ฝ่ายเดียว     ยอมรับลูกชายตนผิดที่นำปืนไปยิงพ่อตากับภรรยา ไม่คิดปกป้องผิดก็ว่าไปตามผิด  อย่างไรก็ตามทุกวันลูกชายจะไปนอนที่บ้านของภรรยา กลางวันก็จะกลับมาทำงานที่บ้าน ทิ้งลูกชายวัย 3  ขวบให้ตนเลี้ยง ก่อนหน้านี้ลูกชายกับลูกสะใภ้เคยมาอยู่กินด้วยกันที่บ้านของตน ก็มีเรื่องทะเลาะกันบ้างเนื่องจากลูกชายมักไปดื่มเหล้า ทำให้ลูกสะใภ้ไม่พอใจแต่ไม่เคยเห็นทำร้ายร่างกายกัน หึงหวงเป็นเรื่องธรรมดา เพราะลูกสะใภ้เป็นคนสวย ลูกชายของตนไม่เคยไปวุ่นวายหรือสร้างปัญหาให้ใครไปถามชาวบ้านได้   ด้านแม่ของผู้ต้องหาบอกว่า  ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นลูกชายพกปืน เขาทำงานฉีดยาข้าวทุกวันจะเอาเวลาไหนไปเล่นปืน ตอนนี้ยังไม่พร้อมไปกราบศพ พร้อมระบุว่านิสัยของลูกสะใภ้เป็นคนอารมณ์ร้าย ตนไม่อยากพูดอะไรมาก พูดไปก็หาว่าไปดูหมิ่นลูกสะใภ้เป็นคนไม่ดี ให้เขาคุยกันเอาเอง คงไม่สู้คดีเพราะเป็นคนจนไม่มีเงิน   สำหรับศพของนายมณู มีโต อายุ 51 ปี พ่อตาที่ถูกลูกเขยยิงเสียชีวิต ญาติตั้งศพบำเพ็ญกุศลไว้ที่บ้านใน ต.หัวไผ่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี โดยลูกชายคนเล็กของผู้ตาย อายุ 14 ปี อยู่ในเหตุการณ์ด้วยเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุทุกคนอยู่ชั้นล่างของบ้าน ตนนอนอยู่ที่เปลเห็นพี่เขยเมาเหล้ากลับบ้านมาทะเลาะกับพี่สาว สาเหตุมาจากเรื่องหึงหวงและเรื่องที่งาน เพราะพี่เขยไปวุ่นวายกับ พี่สาวที่งานจนหัวหน้างานเรียกไปตักเตือน   ระหว่างมีปากเสียงกันพ่อของตนพูดว่า “ถ้าอยู่ด้วยกันไม่ได้ก็ให้เลิกกันไป” จากนั้นพี่เขยก็ ชักปืนออกมายิงพ่อของตนกระสุนเข้าใต้ราวนมล้มลงจมกองเลือด  พี่สาวร้องไห้เข้าไปกอดพ่อ พี่เขยก็ใช้ปืนตบพี่สาวหลายครั้ง ตนพยายามเข้าไปห้ามต่อยพี่เขย  ซึ่งพี่เขยชักปืนมาจ่อหน้าตน  ขณะนั้นป้าเดินเข้ามา พี่เขยชักปืนจ่อหน้าบอก “อย่ามายุ่ง” ส่วนหลานสาวยืนร้องไห้ พี่เขยก็เดินไปเอาปืนจ่อจะยิงอีก    พี่สาวพยายามวิ่งขึ้นไปหลบบนบ้าน ล็อคประตูบ้าน แต่พี่เขยปีนเข้าทางหน้าต่างขึ้นไปทำร้าย พี่สาวและใช้ปืนยิงที่หัวเข่าซ้ายของพี่สาว 1 นัด ได้รับบาดเจ็บ แล้วรีบวิ่งลงจากบ้านขี่รถ จยย. หลบหนี  ตอนที่ตนวิ่งไปตีพี่เขยเพราะโมโหมาก คิดแต่ว่าต้องช่วยพ่อให้ได้ และคิดถึงแม่เพราะ หากพี่เขยยิงตนจริงแม่จะอยู่อย่างไร   ด้านภรรยาของผู้ตายเผยว่า ลูกเขยเวลาดื่มเหล้าเมาจะเป็นคนอารมณ์ร้าย มีปากเสียงทำร่างกายลูกของตนเป็นประจำ เคยเตือนลูกสาวหลายครั้งแต่ไม่ฟัง แต่ลูกสาวก็ให้ โอกาสเรื่อยมา ก่อนเกิดเหตุทั้งสองทะเลาะกันมาจากนอกบ้าน สามีจึงเรียกให้ลูกสาวเข้าบ้าน  ก่อนจะเกิดเหตุสลด    ลูกเขยเป็นคนขี้หึงคิดไปเองจะให้เลิกรากันก็สงสารหลาน เวลามีปากเสียง กันลูกเขยก็จะมายกมือไหว้ขอโทษบอกจะไม่ทำอีกซึ่งตนก็ให้อภัยตลอด เวลาเมาก็ซ้อมลูกสาวสันดานไม่เคยเปลี่ยน ตอนคบกันใหม่ ๆ ก็นำปืนมาจ่อหัวลูกสาว  ตอนนี้โกรธมากที่มาทำกับสามีและ ลูกสาวอย่างนี้มันโหดร้ายกับครอบครัวของตนมาก เคยคิดว่าเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นสักวัน แล้วมันก็เกิดขึ้นจริง ๆ  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/dUghYNMaRSg

 1,753
ข่าวภูมิภาค
11 ก.ย. 62

หนุ่มหึงโหดทะเลาะซ้อมเมีย พ่อตาเข้าช่วยลูกสาวโดนยิงดับ ซ้ำยิงเมียอีกนัดก่อนหนี

สิงห์บุรี-เกิดเหตุลูกเขยใช้อาวุธปืนยิงภรรยาและพ่อตา ได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในบ้านพัก ต.หัวไผ่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี   ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง ใต้ถุนบ้านพบกองเลือดกระจายอยู่ใกล้บันไดทางขึ้นบ้าน บนบ้านพบร่าง น.ส.ศิริวรรณ อายุ 28 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน เข้าบริเวณหัวเข่าซ้าย ศีรษะขวามีแผลแตก นอกจากนั้นยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย คือนายมณู อายุ 51 ปี พ่อของ น.ส.ศิริวรรณ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา   สอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายฐาปกร อายุ 28 ปี เป็นสามี น.ส.ศิริวรรณ และลูกเขยนายมณู สาเหตุเกิดจากนายฐาปกร มีปากเสียกับ น.ส.ศิริวรรณ เรื่องความหึงหวง เนื่องจากอารมณ์ร้อนและหึงหวงภรรยามาก จนฝ่ายหญิงเคยหนีไปทำงานที่ จ.นนทบุรีมาแล้ว เพิ่งย้ายกลับมาหางานทำที่ห้างสรรพสินค้าในอ.อินทร์บุรี ได้เพียง 2 วัน   ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่มีปากเสียงกัน เนื่องจากฝ่ายชายไปวุ่นวายในที่ทำงาน จนฝ่ายหญิงถูกหัวหน้าตักเตือน จนเกิดการลงไม้ลงมือกันขึ้น ทำให้นายมณู ผู้เป็นพ่อเข้าไปช่วยลูกสาว แต่กลับถูกนายฐาปกร ชักอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ยิงใส่ล้มคว่ำ จากนั้นหันมายิงใส่ภรรยาอีก 1 นัด แล้วหนีออกจากบ้านไปขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงินหลบหนีไป   หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ประสานโรงพักใกล้เคียงตั้งด่านเฝ้าสกัดจับ ขณะที่ชุดสืบสวนเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EHatf3S1lw4

 3,679
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ค. 61

โผล่อีก! ทุจริตผ้าห่มที่สิงห์บุรี ซื้อแจกชาวบ้านทั้งที่ไม่หนาว ใช้ครั้งเดียวขาด-สีตก

แม้จังหวัดสิงห์บุรี จะเป็น 1 ใน 9 จังหวัดที่ไม่พบทุจริตการจ่ายเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง แต่ล่าสุด ปปท. พบความผิดปกติในการจัดซื้อผ้าห่มแจกผู้ยากไร้ หลังพบคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานของปภ.   พันโทกรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ ปปท. พร้อมคณะทำงานชุดปฏิบัติการ กองอำนวยการต่อต้าน การทุจริต สำนักงานปปท. ลงพื้นที่ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินอุดหนุน ประเภทสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่งของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสิงห์บุรี ในกรณีการจัดซื้อผ้าห่มกันหนาวเพื่อแจกผู้สูงอายุ ซึ่งปรากฏตามฎีกาเบิกจ่ายพบว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ได้จัดซื้อผ้าห่มกันหนาว โดยวิธีตกลงราคาในวงเงินงบประมาณ 200,000 บาท   สำหรับจัดซื้อผ้าห่ม จำนวน 500 ผืน ซึ่งระบุเหตุผลในการจัดซื้อว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี มีผู้สูงอายุประสบภัยหนาว และจากการดำเนินการตรวจสอบปรากฏข้อมูลว่า ในการจัดหาผ้าห่มนั้นไม่มีความจำเป็น อีกทั้งได้จัดหาผ้าห่มที่มีปริมาณน้ำหนักกรัมมากกว่าปกติ จึงทำให้ราคาสูงกว่าที่ควรจะเป็น   คณะทำงานฯ จึงได้ตรวจสอบกรณีดังกล่าวเพิ่มเติม ซึ่งพบว่า ในการจัดซื้อผ้าห่มที่หน่วยงานอื่นได้ดำเนินการจัดซื้อนั้น จะกำหนดขนาดและราคาไว้โดยอ้างอิงตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย คือ ความกว้างไม่น้อยกว่า 145 เซนติเมตร ความยาวไม่น้อยกว่า 195 เซนติเมตร น้ำหนักไม่น้อยกว่า 1,100 กรัม และมีราคากลางไม่เกินผืนละ 240 บาท พบความผิดปกติ ทั้งการจัดซื้อผ้าห่มที่ราคาผืนละ 400 บาท ซึ่งเกินกว่าราคาที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการเคยจัดซื้อในปี 2558   เมื่อตรวจสอบลึกลงไปถึงคุณภาพของผ้าห่ม พบว่า บางรายใช้งานได้เพียงครั้งเดียวเกิดการชำรุด และไม่สามารถใช้ได้อีก บางรายใช้มาเป็นเวลา 1 ปี เมื่อนำไปซักสีผ้าตก และเนื้อผ้ามีลักษณะเปื่อย ยุ่ย และ บางรายที่ได้รับผ้าห่มมาแล้วไม่ได้นำไปใช้ เนื่องจากได้รับทราบว่า อากาศไม่หนาว จึงไม่ความจำเป็นต้องใช้ อีกทั้งได้รับแจกมาแล้วหลายครั้งจากหน่วยงานอื่น จึงเก็บไว้ไม่ได้มีการนำมาใช้งาน   จากการตรวจสอบเบื้องต้น เมื่อนำผ้าห่มมาชั่งน้ำหนัก พบว่า มีน้ำหนักไม่ถึง 1,100 กรัม บางคนได้รับ ผ้าห่มที่มีขนาดกว้าง ไม่เป็นไปตามคุณลักษณะที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสิงห์บุรี ระบุในรายละเอียดการจัดซื้อคือ ความกว้างไม่ถึง 180 เซนติเมตร อีกทั้งน้ำหนักไม่ถึง 1,100 กรัม ตามที่กำหนดในคุณลักษณะเฉพาะ โดยผู้มีรายชื่อรับการสงเคราะห์ ตำบลบ้านแป้ง อำเภอพรหมบุรี ยืนยันว่า ผ้าห่มที่นำมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบนั้นเป็น ผ้าห่มที่ได้รับการสงเคราะห์จากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสิงห์บุรี ในปีงบประมาณ 2560   นอกจากนี้มียังข้อมูลเพิ่มเติมจากการตรวจสอบพบว่า มีผ้าห่มในลักษณะเดียวกันได้มีการแจกจ่ายให้ชาวบ้านในปีงบประมาณ 2561 อีกด้วย   ทั้งนี้ เลขาธิการ ปปท. บอกว่า จากการตรวจสอบ พบประเด็นที่น่าสงสัยหลายประการ จึงสั่งการให้ชุดปฏิบัติการ ตรวจสอบลึกลงไปถึงรายละเอียดการจัดซื้อผ้าห่ม กันหนาวในปีงบประมาณ 2561 ด้วย รวมถึงดำเนินการตรวจสอบการยื่นชำระภาษีของผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญากับศูนย์คุ้มครองฯ เพื่อเชื่อมโยงพฤติการณ์ต่างๆ ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6SZ9LN0Qay0    

 2,429
ข่าวภูมิภาค
17 มี.ค. 61

รถตู้ขนแรงงานเมียนมาเฉี่ยวชนรถพ่วงก่อนไฟลุกไหม้วอด คลอกดับ 3 ศพ

เกิดอุบัติเหตุรถตู้โดยสารขนแรงงานชาวพม่าชนกับรถพ่วง 18 ล้อ บนถนนสายเอเชีย หลัก กม.77+400 ต.บ้านแป้ง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ก่อนเพลิงไหม้วอดทั้งคัน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในรถจำนวน 3 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 10 ราย       ด้านคนขับรถตู้เล่าว่า รับแรงงานชาวเมียนมาจำนวน 12 คน จากกรุงเทพฯ จะเดินทางไป จ.เชียงราย เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ รถพ่วงได้เลี้ยวเบียดกะทันหัน ตนจึงหักหลบแต่ไม่พ้น                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/ykZD2XEt2OE

 8,520
ข่าวภูมิภาค
07 ก.พ. 61

ใจสลาย! แม่สอบใบขับขี่เข้าเกียร์ผิดพุ่งชนลูก 4 ขวบ เสียชีวิต พี่ชาย 7 ขวบ เจ็บ

เมื่อวันที่ 6 ก.พ.2561 ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดสิงห์บุรี เกิดเหตุแม่เข้าเกียร์ผิด ขับรถพุ่งขึ้นฟุตปาธชนลูกสาววัย 4 ขวบ เสียชีวิต และลูกชายวัย 7 ขวบ ได้รับบาดเจ็บ ขณะสอบใบขับขี่   จากการสอบถามผู้เป็นแม่ ให้การว่า ได้เดินทางมาสอบใบขับขี่ พร้อมเพื่อนชายหญิง อีก 2 คน และยังมีเด็กอายุระหว่าง 4-7 ขวบ อีก 4 คน โดยมีลูกของตนรวมอยู่ด้วย โดยได้ทำการจอดรถไว้ในช่องจอดรถตามปกติ ก่อนเกิดเหตุได้ลงมาที่รถเพื่อจะถอยหลัง โดยได้ให้เด็กๆ ทั้ง 4 ยืน รออยู่บนฟุตปาธด้านหน้ารถ แต่จังหวะเข้าเกียร์ถอย เกิดพลาดเข้าเกียร์ผิด รถจึงพุ่งขึ้นฟุตปาธไปชนเด็ก จนเป็นเหตุให้ลูกสาวเสียชีวิต และเด็กชายได้รับบาดเจ็บ ดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AbhYwvPZXRU  

 44,503
ข่าวภูมิภาค
27 ม.ค. 61

วงจรปิดจับภาพ หนุ่มใหญ่ขับจยย.มาตามทาง ก่อนวูบรถไถลตกร่องน้ำข้างทางดับ

วงจรปิดจับภาพอุบัติเหตุขณะนายปัญญาแก้วกาหลง อายุ 52 ปี วูบขับรถจักรยานยนต์ไถลตกลงไปในร่องน้ำข้างถนน ในพื้นที่เขตอุตสาหกรรมอินทรา  ตำบลน้ำตาล  อำเภออินทร์บุรี  จังหวัดสิงห์บุรี เสียชีวิต พบผู้ตายพยายามกระเสือกกระสนช่วยเหลือตัวเองแต่ไม่สำเร็จ          จากการสอบถามเพื่อนร่วมงานของผู้ตายระบุว่า ผู้ตายเป็นคนรูปร่างอ้วน  ใหญ่  มีโรคประจำตัวคือเบาหวานและความดัน  ช่วงเช้าได้ออกมาตัดหญ้า  ก่อนจะแยกย้ายกันกลับไปรับประทานอาหารเที่ยง กระทั่งมาทราบอีกทีว่าเสียชีวิตแล้ว                    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/B8B4pf2MJjg  

 24,016

Top