ค้นหา :

ผลการค้นหา "สิงห์บุรี"

ข่าวภูมิภาค
12 ก.ย. 62

ลูกเขยโหดยิงพ่อตาดับ กะฆ่าล้างครัว แม่ยายแฉเมาซ้อมเมีย ใช้ปืนจ่อหัวขู่ยิงประจำ

สิงห์บุรี-กรณีลูกเขยโหดหึงหวงซ้อมภรรยาของตนเองภายในบ้าน พ่อตาเข้าช่วยลูกสาวโดนยิงดับ คนร้ายยังใช้ปืนตบภรรยายิงซ้ำอีก 1 นัด ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าซ้าย ก่อนขี่รถ จยย.หลบหนีไป       สำหรับลูกเขยปืนโหดรายนี้คือนายฐาปกร  แดงมณี หรือเบิร์ด อายุ 28 ปี ล่าสุดตำรวจ สภ.เมืองสิงห์บุรี ออกหมายจับแล้ว ข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา, พยายามฆ่าผู้อื่น และพกพาใช้อาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยชุดสืบสวนเร่งติดตามจับกุมมาดำเนินคดี พร้อมทั้งกดดันให้มอบตัว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ไปที่บ้านของผู้ต้องหาแต่ไม่พบตัว จึงให้พ่อกับแม่ของผู้ต้องหาช่วยประสาอีกทางหนึ่ง ญาติอ้างว่าหลังเกิดเหตุนายเบิร์ดไม่ได้กลับไปที่บ้าน คาดยังกบดานอยู่ในพื้นที่    พ่อของผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่า พยายามติดต่อลูกชายแต่ไม่สามารถติดต่อ ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนและลูกชายก็ไม่ได้ติดต่อมาหา ตนตามหาลูกชายเพราะอยากให้มอบตัว ถ้าเจอจะพาไปมอบตัวกับตำรวจเอง อยากฟังจากปากลูกชายว่าสาเหตุมันเกิดจากอะไร อยากให้กลับมาคุยกันให้รู้เรื่อง เพราะตอนนี้ฟังความแต่ครอบครัวฝั่งลูกสะใภ้ฝ่ายเดียว     ยอมรับลูกชายตนผิดที่นำปืนไปยิงพ่อตากับภรรยา ไม่คิดปกป้องผิดก็ว่าไปตามผิด  อย่างไรก็ตามทุกวันลูกชายจะไปนอนที่บ้านของภรรยา กลางวันก็จะกลับมาทำงานที่บ้าน ทิ้งลูกชายวัย 3  ขวบให้ตนเลี้ยง ก่อนหน้านี้ลูกชายกับลูกสะใภ้เคยมาอยู่กินด้วยกันที่บ้านของตน ก็มีเรื่องทะเลาะกันบ้างเนื่องจากลูกชายมักไปดื่มเหล้า ทำให้ลูกสะใภ้ไม่พอใจแต่ไม่เคยเห็นทำร้ายร่างกายกัน หึงหวงเป็นเรื่องธรรมดา เพราะลูกสะใภ้เป็นคนสวย ลูกชายของตนไม่เคยไปวุ่นวายหรือสร้างปัญหาให้ใครไปถามชาวบ้านได้   ด้านแม่ของผู้ต้องหาบอกว่า  ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นลูกชายพกปืน เขาทำงานฉีดยาข้าวทุกวันจะเอาเวลาไหนไปเล่นปืน ตอนนี้ยังไม่พร้อมไปกราบศพ พร้อมระบุว่านิสัยของลูกสะใภ้เป็นคนอารมณ์ร้าย ตนไม่อยากพูดอะไรมาก พูดไปก็หาว่าไปดูหมิ่นลูกสะใภ้เป็นคนไม่ดี ให้เขาคุยกันเอาเอง คงไม่สู้คดีเพราะเป็นคนจนไม่มีเงิน   สำหรับศพของนายมณู มีโต อายุ 51 ปี พ่อตาที่ถูกลูกเขยยิงเสียชีวิต ญาติตั้งศพบำเพ็ญกุศลไว้ที่บ้านใน ต.หัวไผ่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี โดยลูกชายคนเล็กของผู้ตาย อายุ 14 ปี อยู่ในเหตุการณ์ด้วยเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุทุกคนอยู่ชั้นล่างของบ้าน ตนนอนอยู่ที่เปลเห็นพี่เขยเมาเหล้ากลับบ้านมาทะเลาะกับพี่สาว สาเหตุมาจากเรื่องหึงหวงและเรื่องที่งาน เพราะพี่เขยไปวุ่นวายกับ พี่สาวที่งานจนหัวหน้างานเรียกไปตักเตือน   ระหว่างมีปากเสียงกันพ่อของตนพูดว่า “ถ้าอยู่ด้วยกันไม่ได้ก็ให้เลิกกันไป” จากนั้นพี่เขยก็ ชักปืนออกมายิงพ่อของตนกระสุนเข้าใต้ราวนมล้มลงจมกองเลือด  พี่สาวร้องไห้เข้าไปกอดพ่อ พี่เขยก็ใช้ปืนตบพี่สาวหลายครั้ง ตนพยายามเข้าไปห้ามต่อยพี่เขย  ซึ่งพี่เขยชักปืนมาจ่อหน้าตน  ขณะนั้นป้าเดินเข้ามา พี่เขยชักปืนจ่อหน้าบอก “อย่ามายุ่ง” ส่วนหลานสาวยืนร้องไห้ พี่เขยก็เดินไปเอาปืนจ่อจะยิงอีก    พี่สาวพยายามวิ่งขึ้นไปหลบบนบ้าน ล็อคประตูบ้าน แต่พี่เขยปีนเข้าทางหน้าต่างขึ้นไปทำร้าย พี่สาวและใช้ปืนยิงที่หัวเข่าซ้ายของพี่สาว 1 นัด ได้รับบาดเจ็บ แล้วรีบวิ่งลงจากบ้านขี่รถ จยย. หลบหนี  ตอนที่ตนวิ่งไปตีพี่เขยเพราะโมโหมาก คิดแต่ว่าต้องช่วยพ่อให้ได้ และคิดถึงแม่เพราะ หากพี่เขยยิงตนจริงแม่จะอยู่อย่างไร   ด้านภรรยาของผู้ตายเผยว่า ลูกเขยเวลาดื่มเหล้าเมาจะเป็นคนอารมณ์ร้าย มีปากเสียงทำร่างกายลูกของตนเป็นประจำ เคยเตือนลูกสาวหลายครั้งแต่ไม่ฟัง แต่ลูกสาวก็ให้ โอกาสเรื่อยมา ก่อนเกิดเหตุทั้งสองทะเลาะกันมาจากนอกบ้าน สามีจึงเรียกให้ลูกสาวเข้าบ้าน  ก่อนจะเกิดเหตุสลด    ลูกเขยเป็นคนขี้หึงคิดไปเองจะให้เลิกรากันก็สงสารหลาน เวลามีปากเสียง กันลูกเขยก็จะมายกมือไหว้ขอโทษบอกจะไม่ทำอีกซึ่งตนก็ให้อภัยตลอด เวลาเมาก็ซ้อมลูกสาวสันดานไม่เคยเปลี่ยน ตอนคบกันใหม่ ๆ ก็นำปืนมาจ่อหัวลูกสาว  ตอนนี้โกรธมากที่มาทำกับสามีและ ลูกสาวอย่างนี้มันโหดร้ายกับครอบครัวของตนมาก เคยคิดว่าเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นสักวัน แล้วมันก็เกิดขึ้นจริง ๆ  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/dUghYNMaRSg

 915
ข่าวภูมิภาค
11 ก.ย. 62

หนุ่มหึงโหดทะเลาะซ้อมเมีย พ่อตาเข้าช่วยลูกสาวโดนยิงดับ ซ้ำยิงเมียอีกนัดก่อนหนี

สิงห์บุรี-เกิดเหตุลูกเขยใช้อาวุธปืนยิงภรรยาและพ่อตา ได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในบ้านพัก ต.หัวไผ่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี   ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง ใต้ถุนบ้านพบกองเลือดกระจายอยู่ใกล้บันไดทางขึ้นบ้าน บนบ้านพบร่าง น.ส.ศิริวรรณ อายุ 28 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน เข้าบริเวณหัวเข่าซ้าย ศีรษะขวามีแผลแตก นอกจากนั้นยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย คือนายมณู อายุ 51 ปี พ่อของ น.ส.ศิริวรรณ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา   สอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายฐาปกร อายุ 28 ปี เป็นสามี น.ส.ศิริวรรณ และลูกเขยนายมณู สาเหตุเกิดจากนายฐาปกร มีปากเสียกับ น.ส.ศิริวรรณ เรื่องความหึงหวง เนื่องจากอารมณ์ร้อนและหึงหวงภรรยามาก จนฝ่ายหญิงเคยหนีไปทำงานที่ จ.นนทบุรีมาแล้ว เพิ่งย้ายกลับมาหางานทำที่ห้างสรรพสินค้าในอ.อินทร์บุรี ได้เพียง 2 วัน   ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่มีปากเสียงกัน เนื่องจากฝ่ายชายไปวุ่นวายในที่ทำงาน จนฝ่ายหญิงถูกหัวหน้าตักเตือน จนเกิดการลงไม้ลงมือกันขึ้น ทำให้นายมณู ผู้เป็นพ่อเข้าไปช่วยลูกสาว แต่กลับถูกนายฐาปกร ชักอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ยิงใส่ล้มคว่ำ จากนั้นหันมายิงใส่ภรรยาอีก 1 นัด แล้วหนีออกจากบ้านไปขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงินหลบหนีไป   หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ประสานโรงพักใกล้เคียงตั้งด่านเฝ้าสกัดจับ ขณะที่ชุดสืบสวนเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EHatf3S1lw4

 3,172
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ค. 61

โผล่อีก! ทุจริตผ้าห่มที่สิงห์บุรี ซื้อแจกชาวบ้านทั้งที่ไม่หนาว ใช้ครั้งเดียวขาด-สีตก

แม้จังหวัดสิงห์บุรี จะเป็น 1 ใน 9 จังหวัดที่ไม่พบทุจริตการจ่ายเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง แต่ล่าสุด ปปท. พบความผิดปกติในการจัดซื้อผ้าห่มแจกผู้ยากไร้ หลังพบคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานของปภ.   พันโทกรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ ปปท. พร้อมคณะทำงานชุดปฏิบัติการ กองอำนวยการต่อต้าน การทุจริต สำนักงานปปท. ลงพื้นที่ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินอุดหนุน ประเภทสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่งของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสิงห์บุรี ในกรณีการจัดซื้อผ้าห่มกันหนาวเพื่อแจกผู้สูงอายุ ซึ่งปรากฏตามฎีกาเบิกจ่ายพบว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ได้จัดซื้อผ้าห่มกันหนาว โดยวิธีตกลงราคาในวงเงินงบประมาณ 200,000 บาท   สำหรับจัดซื้อผ้าห่ม จำนวน 500 ผืน ซึ่งระบุเหตุผลในการจัดซื้อว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี มีผู้สูงอายุประสบภัยหนาว และจากการดำเนินการตรวจสอบปรากฏข้อมูลว่า ในการจัดหาผ้าห่มนั้นไม่มีความจำเป็น อีกทั้งได้จัดหาผ้าห่มที่มีปริมาณน้ำหนักกรัมมากกว่าปกติ จึงทำให้ราคาสูงกว่าที่ควรจะเป็น   คณะทำงานฯ จึงได้ตรวจสอบกรณีดังกล่าวเพิ่มเติม ซึ่งพบว่า ในการจัดซื้อผ้าห่มที่หน่วยงานอื่นได้ดำเนินการจัดซื้อนั้น จะกำหนดขนาดและราคาไว้โดยอ้างอิงตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย คือ ความกว้างไม่น้อยกว่า 145 เซนติเมตร ความยาวไม่น้อยกว่า 195 เซนติเมตร น้ำหนักไม่น้อยกว่า 1,100 กรัม และมีราคากลางไม่เกินผืนละ 240 บาท พบความผิดปกติ ทั้งการจัดซื้อผ้าห่มที่ราคาผืนละ 400 บาท ซึ่งเกินกว่าราคาที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการเคยจัดซื้อในปี 2558   เมื่อตรวจสอบลึกลงไปถึงคุณภาพของผ้าห่ม พบว่า บางรายใช้งานได้เพียงครั้งเดียวเกิดการชำรุด และไม่สามารถใช้ได้อีก บางรายใช้มาเป็นเวลา 1 ปี เมื่อนำไปซักสีผ้าตก และเนื้อผ้ามีลักษณะเปื่อย ยุ่ย และ บางรายที่ได้รับผ้าห่มมาแล้วไม่ได้นำไปใช้ เนื่องจากได้รับทราบว่า อากาศไม่หนาว จึงไม่ความจำเป็นต้องใช้ อีกทั้งได้รับแจกมาแล้วหลายครั้งจากหน่วยงานอื่น จึงเก็บไว้ไม่ได้มีการนำมาใช้งาน   จากการตรวจสอบเบื้องต้น เมื่อนำผ้าห่มมาชั่งน้ำหนัก พบว่า มีน้ำหนักไม่ถึง 1,100 กรัม บางคนได้รับ ผ้าห่มที่มีขนาดกว้าง ไม่เป็นไปตามคุณลักษณะที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสิงห์บุรี ระบุในรายละเอียดการจัดซื้อคือ ความกว้างไม่ถึง 180 เซนติเมตร อีกทั้งน้ำหนักไม่ถึง 1,100 กรัม ตามที่กำหนดในคุณลักษณะเฉพาะ โดยผู้มีรายชื่อรับการสงเคราะห์ ตำบลบ้านแป้ง อำเภอพรหมบุรี ยืนยันว่า ผ้าห่มที่นำมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบนั้นเป็น ผ้าห่มที่ได้รับการสงเคราะห์จากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสิงห์บุรี ในปีงบประมาณ 2560   นอกจากนี้มียังข้อมูลเพิ่มเติมจากการตรวจสอบพบว่า มีผ้าห่มในลักษณะเดียวกันได้มีการแจกจ่ายให้ชาวบ้านในปีงบประมาณ 2561 อีกด้วย   ทั้งนี้ เลขาธิการ ปปท. บอกว่า จากการตรวจสอบ พบประเด็นที่น่าสงสัยหลายประการ จึงสั่งการให้ชุดปฏิบัติการ ตรวจสอบลึกลงไปถึงรายละเอียดการจัดซื้อผ้าห่ม กันหนาวในปีงบประมาณ 2561 ด้วย รวมถึงดำเนินการตรวจสอบการยื่นชำระภาษีของผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญากับศูนย์คุ้มครองฯ เพื่อเชื่อมโยงพฤติการณ์ต่างๆ ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6SZ9LN0Qay0    

 2,342
ข่าวภูมิภาค
17 มี.ค. 61

รถตู้ขนแรงงานเมียนมาเฉี่ยวชนรถพ่วงก่อนไฟลุกไหม้วอด คลอกดับ 3 ศพ

เกิดอุบัติเหตุรถตู้โดยสารขนแรงงานชาวพม่าชนกับรถพ่วง 18 ล้อ บนถนนสายเอเชีย หลัก กม.77+400 ต.บ้านแป้ง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ก่อนเพลิงไหม้วอดทั้งคัน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในรถจำนวน 3 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 10 ราย       ด้านคนขับรถตู้เล่าว่า รับแรงงานชาวเมียนมาจำนวน 12 คน จากกรุงเทพฯ จะเดินทางไป จ.เชียงราย เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ รถพ่วงได้เลี้ยวเบียดกะทันหัน ตนจึงหักหลบแต่ไม่พ้น                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/ykZD2XEt2OE

 8,372
ข่าวภูมิภาค
07 ก.พ. 61

ใจสลาย! แม่สอบใบขับขี่เข้าเกียร์ผิดพุ่งชนลูก 4 ขวบ เสียชีวิต พี่ชาย 7 ขวบ เจ็บ

เมื่อวันที่ 6 ก.พ.2561 ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดสิงห์บุรี เกิดเหตุแม่เข้าเกียร์ผิด ขับรถพุ่งขึ้นฟุตปาธชนลูกสาววัย 4 ขวบ เสียชีวิต และลูกชายวัย 7 ขวบ ได้รับบาดเจ็บ ขณะสอบใบขับขี่   จากการสอบถามผู้เป็นแม่ ให้การว่า ได้เดินทางมาสอบใบขับขี่ พร้อมเพื่อนชายหญิง อีก 2 คน และยังมีเด็กอายุระหว่าง 4-7 ขวบ อีก 4 คน โดยมีลูกของตนรวมอยู่ด้วย โดยได้ทำการจอดรถไว้ในช่องจอดรถตามปกติ ก่อนเกิดเหตุได้ลงมาที่รถเพื่อจะถอยหลัง โดยได้ให้เด็กๆ ทั้ง 4 ยืน รออยู่บนฟุตปาธด้านหน้ารถ แต่จังหวะเข้าเกียร์ถอย เกิดพลาดเข้าเกียร์ผิด รถจึงพุ่งขึ้นฟุตปาธไปชนเด็ก จนเป็นเหตุให้ลูกสาวเสียชีวิต และเด็กชายได้รับบาดเจ็บ ดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AbhYwvPZXRU  

 44,099
ข่าวภูมิภาค
27 ม.ค. 61

วงจรปิดจับภาพ หนุ่มใหญ่ขับจยย.มาตามทาง ก่อนวูบรถไถลตกร่องน้ำข้างทางดับ

วงจรปิดจับภาพอุบัติเหตุขณะนายปัญญาแก้วกาหลง อายุ 52 ปี วูบขับรถจักรยานยนต์ไถลตกลงไปในร่องน้ำข้างถนน ในพื้นที่เขตอุตสาหกรรมอินทรา  ตำบลน้ำตาล  อำเภออินทร์บุรี  จังหวัดสิงห์บุรี เสียชีวิต พบผู้ตายพยายามกระเสือกกระสนช่วยเหลือตัวเองแต่ไม่สำเร็จ          จากการสอบถามเพื่อนร่วมงานของผู้ตายระบุว่า ผู้ตายเป็นคนรูปร่างอ้วน  ใหญ่  มีโรคประจำตัวคือเบาหวานและความดัน  ช่วงเช้าได้ออกมาตัดหญ้า  ก่อนจะแยกย้ายกันกลับไปรับประทานอาหารเที่ยง กระทั่งมาทราบอีกทีว่าเสียชีวิตแล้ว                    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/B8B4pf2MJjg  

 23,845
สังคม-อาชญากรรม
24 พ.ย. 60

ตร.ยันเหตุรถตู้ขนแรงงานต่างด้าว ไฟคลอก 14 ศพ ไม่ใช่ขบวนการลักลอบแรงงาน นิติเวชเตรียมพิสูจน์อัตลักษณ์

ตำรวจยืนยันอุบัติเหตุไฟคลอกรถตู้เสียชีวิต 14 ศพ ที่จังหวัดสิงห์บุรี ไม่ใช่ขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าประเทศ ขณะที่นิติเวชตำรวจเตรียมผ่าพิสูจน์อัตลักษณ์     เจ้าหน้าที่ร่วมกตัญญู ร่วมกันนำรถขนร่างผู้เสียชีวิตจากจังหวัดสิงห์บุรี กรณีอุบัติเหตุรถตู้พุ่งชนรถบรรทุกในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี บนถนนสายเอเซีย เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้เสียชีวิต 14 คน มาส่งให้สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ รับทำการผ่าชันสูตรพลิกศพ เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล และหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง    โดยพันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ทั้ง 14 ศพ แบ่งเป็นโชเฟอร์คนไทย 1 คน ผู้โดยสารชาวเมียนมา 13 คน ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถจำแนกได้ว่าเป็นบุคคลใด ต้องรอการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล เพื่อนำไปเทียบดีเอ็นเอกับญาติผู้เสียชีวิตก่อน ส่วนความคืบหน้าทางคดี เบื้องต้นพนักงานสอบสวนและกองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบซากรถพบเอกสารการขนส่งแรงงานต่างด้าว เป็นของจากการสอบสวนทราบว่ารถตู้คันดังกล่าวเป็นของ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุญเรือนทัวร์ ที่รับงานขนส่งแรงงานถูกต้องตามกฎหมาย โดยในเอกสารระบุว่าจะนำแรงงานกลุ่มนี้เดินทางจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ไปส่งให้นายจ้างที่จังหวัดสมุทรปราการ เชื่อว่าเป็นการรับส่งแรงงานถูกต้องตามกฎหมาย ยืนยันไม่ใช่ขบวนการลักลอบขนส่งแรงงานต่างด้าว ขณะที่พนักงานสอบสวนได้ประสานข้อมูลไปยังสถานฑูตเมียนมาประจำประเทศไทย เพื่อยืนยันข้อมูลทั้ง 13 คนว่าเป็นชาวเมียนมาหรือไม่ ตามที่มีเอกสารระบุ พร้อมขอให้มีการแจ้งญาติผู้เสียชีวิต เพื่อนำดีเอ็นเอมาเปรียบเทียบ พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ส่วนเรื่องคดีอุบัติเหตุ ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ร่องรอยการเฉี่ยวชน เพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติที่แท้จริง รวมถึงประสานข้อมูลไปยังกรมการขนส่งทางบก เพื่อดูข้อมูลว่า รถตู้ดังกล่าวมีการปฏิบัติตามระเบียบมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบกหรือไม่ เนื่องจากเคยมีคดีอุบัติเหตุคล้ายลักษณะนี้มาแล้วบนถนนมอเตอร์เวย์    อย่างไรก็ตามด้าน พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ตำรวจตรวจสอบแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะตามแนวชายแดนที่มักมีแรงงานต่างด้าวเดินทางเข้าออกเป็นประจำ ให้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เป็นไปตามกฎหมายและหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจแสวงหาผลประโยชน์ใดๆ ก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจังต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 6,309
ข่าวภูมิภาค
24 พ.ย. 60

รถตู้ขนแรงงานต่างด้าว ชนท้ายสิบล้อกลาง ถ.สายเอเชีย ไฟลุกท่วมคลอก 14 ชีวิตดับ

สิงห์บุรี-รถตู้โดยสารขนแรงงานต่างด้าวจาก อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อมาทำงานใน กทม. เกิดพุ่งชนท้ายที่รถ 10 ล้อ บรรทุกข้าวสาร บนถนนสายเอเชียขาร่อง ทำให้ไฟลุกท่วมทั้งคัน พบศพถูกไฟคลอก 14 ราย เป็นแรงงานต่างด้าว 13 ราย คนขับชาวไทย 1 ราย ทั้งหมดยังไม่สามารถระบุเพศและวัยได้ เนื่องจากถูกไฟไหม้เกรียม จนท.จะนำศพสถาบันนิติเวชเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hhtHaCq5Wac  

 25,960
ข่าวภูมิภาค
28 ต.ค. 60

สลด ชาวบ้านสิงห์บุรีฝ่าน้ำท่วมออกมาซื้อหมูพลาดจมน้ำดับ พบในมือยังกำเงินไว้แน่น

เกิดเหตุพบศพชายวัย 51 ปี จมน้ำเสียชีวิต บริเวณหมู่ที่ 2 ตำบลทับยา  อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งบริเวณดังกล่าวกำลังประสบปัญหาน้ำท่วม ระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร พบมือด้านซ้ายกำธนบัตรฉบับละ 100 บาทไว้แน่น  ตามร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ชั่วโมง      ด้านพี่สาวผู้ตายให้การว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้มาขอเงินจากตน 100 บาท บอกจะไปหาซื้อหมูมาประกอบอาหาร จากนั้นได้หายตัวไป ตนจึงไปแจ้งให้ญาติช่วยกันออกตามหา แต่ก็ไม่มีใครพบ กระทั่งมีญาติพายเรือไปพบร่างนอนคว่ำหน้าอยู่ในพงป่า ห่างจากถนนทางเข้าบ้านประมาณ 30 เมตร      เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าผู้ตายอาจจะหมดแรง เนื่องจากต้องว่ายน้ำออกมายังถนน ระยะทางกว่า 50 เมตร จนทำให้จมน้ำเสียชีวิต  ในขณะที่ทางญาติไม่ติดใจสาเหตุการตาย  เจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/59R8Q5tpT30

 33,142
ข่าวภูมิภาค
18 ต.ค. 60

ชาวบ้านหลายจังหวัดภาคกลางทิ้งบ้านหนีน้ำท่วม มาทำงานริมถนน เคราะห์ซ้ำกรรมซัดถูกโจรเรือหางยาวขโมยของ-สอย กกน.

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง ที่ จ.อ่างทอง แม่ค้าขายกล้วย ต้องพายเรือทิ้งบ้านมานอนที่เต็นท์เฝ้ากล้วย ในช่วงกลางคืน เพื่อเตรียมนำส่งไปขายสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว   ด้านชาวบ้านสิงห์บุรี หนีน้ำท่วมอาศัยถนนคันคลองต้มหัวหมูแก้บนขาย เดินลุยน้ำเข้าออกไม่สะดวก เพราะมีปลิงเป็นจำนวนมาก ต้องนั่งเรือพายและเรือเครื่องบริการเข้าไป โดยคิดอัตราคนละ 20 บาท   ขณะที่ชาวอยุธยา เจอเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ทั้งบ้านท่วมบ้านและถูกโจรเรือหางยาวโขมยเฟอร์นิเจอร์โบราณ ถังแก๊ส ไม่เว้นแม้กระทั่งชุดชั้นในสาวโรงงานถูกสอยหาย นายอำเภอสั่งเพิ่มสายตรวจเรือหางยาวทันที   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wZIGYbICfwg

 908
ข่าวภูมิภาค
16 ต.ค. 60

น้ำท่วมภาคกลางยังวิกฤตลายจุด 2 หมู่บ้านเมืองนนท์หวิดเปิดศึกปมระบายน้ำ

สถานการณ์น้ำท่วมในลุ่มภาคกลางยังคงไม่คลี่คลายในหลายจุด โดยที่ จ.อ่างทอง บริเวณท่อน้ำทิ้งริมแม่น้ำเจ้าพระยา หมู่ 5 ตำบลจำปาหล่อ อำเภอเมือง เกิดหลุดออก ทำให้น้ำเจ้าพระยาไหลทะลักไหลเข้าในชุมชนชาวบ้านต้องเร่งนำกระสอบทรายมามาทำการอุดที่บริเวณปลายท่อน้ำทิ้งเพื่อไม่ให้น้ำไหลทะลักเข้าหมู่บ้าน พร้อมขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิร่วมกตัญญู นำนักประดาน้ำลงทำการแก้ไขซ่อมแซมที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา   ที่ จ.สิงห์บุรี มวลน้ำขยายวงกว้าง ประชาชนต้องมาอาศัยริมถนนสิงห์บุรี-ชัยนาท แขวงทางหลวงสิงห์บุรีติดป้ายขอให้ผู้ขับขี่ได้ลดความเร็วลง   และที่ จ.นนทบุรี จากเหตุฝนที่ตกหนักต่อเนื่องเป็นเวลา 2 วัน ทำให้เกิดน้ำท่วมขังขึ้นภายในหมู่บ้านศุภลัยวิลล์ บางจุดมีระดับสูงเกือบ 80 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถวิ่งได้ ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนก็พยายามที่จะสูบน้ำออกจากหมู่บ้านเพื่อไปลงคลองรับน้ำของเทศบาลนครนนทบุรีที่อยู่ด้านติดกับหมู่บ้านอินโดไทย แต่ทางหมู่บ้านอินโดไทยที่มีน้ำท่วมขังเหมือนกันไม่ยอมให้สูบน้ำผ่าน อ้างว่าจะทำให้น้ำเพิ่มระดับสูงในหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านทั้งสองแห่งมีการโต้เถียงปะทะฝีปากกัน   ทางเทศบาลนครนนทบุรี ได้นำเครื่องสูบน้ำไปติดตั้งที่บริเวณหน้าหมู่บ้านอินโดไทย เพื่อสูบน้ำออกจากหมู่บ้านทั้งสองแห่งคาดว่าถ้าฝนไม่ตกลงมาซ้ำอีกน่าจะกลับเข้าสู่สภาพปกติ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/izWPjiC8GlA  

 4,876
ข่าวภูมิภาค
28 มิ.ย. 60

สิงห์อาสาชวนชาวบ้านสิงห์บุรี แข่งเก็บผักตบชวาสนุกสนาน

สิงห์บุรี-บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี และเครือข่ายสิงห์อาสา ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ตำบลถอดสมอ อำเภอท่าช้าง ร่วมกันแข่งขันกำจัดผักตบชวาและขยะ เพื่อป้องกันอุทกภัย ขจัดวัชพืชให้กับแม่น้ำน้อย ท่ามกลางบรรยากาศที่สนุกสนาน  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZIwMdXkokmM

 6,781
สังคม-อาชญากรรม
11 เม.ย. 60

ลุ้นฎีกาตัดสินคดีชายหูหนวกตกเป็นแพะฆ่าคนตาย เจ้าตัวขอบวช 1 พรรษาหากพ้นมลทิน

นายพัสกร สิงคิ หนุ่มพิการหูหนวกวัย 27 ปี ตกเป็นแพะคดีฆ่าที่สิงห์บุรี เตรียมเข้าฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในวันที่ 11 เม.ย.นี้ หลังยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมต่อกระทรวงยุติธรรม เนื่องจากมีวัตถุพยานที่ยืนยันว่า นายพัสกร ไม่ใช่คนร้ายตัวจริง ก่อนได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว หลังต้องจองจำอยู่ในเรือนจำนานกว่า 5 ปี จากการรื้อฟื้นคดี ซึ่งเจ้าตัวเตรียมบวช 1 พรรษาหากศาลตัดสินให้พ้นมลทิน ทั้งนี้ถือเป็นคดีตัวอย่างคดีแรกในประเทศไทย ที่จะมีคำพิพากษาหลังศาลมีคำสั่งให้รื้อฟื้นคดีอาญา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Cntr1ZXsccI      

 41,075
การเมืองเข้มข้น
05 เม.ย. 60

คสช.ใช้อำนาจ ม.44 เด้งผู้ว่าฯ 6 จังหวัด

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 20/2560เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการให้ดํารงตําแหน่ง โดยที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเห็นสมควรแต่งตั้งข้าราชการให้ดํารงตําแหน่ง ในกรอบอัตรากําลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษในสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกําหนดขึ้นตามคําสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 16/2558 เรื่อง มาตรการแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบและการกําหนดกรอบอัตรากําลังชั่วคราว ลงวันที่ 15 พฤษภาคม พุทธศักราช 2558 โดยมีคำสั่งให้    -นายศักดิ์ สมบุญโต พ้นจากตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และให้ดํารงตําแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี     -นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป พ้นจากตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์  และให้ดํารงตําแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี    -นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ พ้นจากตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และให้ดํารงตําแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี   -นายโชคชัย เดชอมรธัญ พ้นจากตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และให้ดํารงตําแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี   -นายสุรพล แสวงศักดิ์ พ้นจากตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี และให้ดํารงตําแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี    -นายพศิน โกมลวิชญ์ พ้นจากตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี และให้ดํารงตําแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rA4uXZqmpCc    

 23,552
ข่าวภูมิภาค
01 เม.ย. 60

ไฟไหม้ตลาดเมืองสิงห์บุรี สลด ไฟคลอกยายวัย80 ป่วยนอนติดเตียงดับคากองเพลิง

เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนที่ก่อสร้างด้วยไม้และอาคารพานิชย์ในตลาดชัณสูตร ต.โพชนไก่ อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี ด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมรถขนน้ำฉีดสกัดซึ่งก็เป็นไปอย่างทะลักทุเล เคราะห์ดีที่ได้ฝนตกลงมาช่วยดับ จากการตรวจสอบพบผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นคุณยายวัย 80 ปี ผู้ป่วยนอนติดเตียงถูกไฟคลอกเสียชีวิตคากองเพลิง       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/MqAMFazZfhA

 4,481

Top