ค้นหา :

ผลการค้นหา "เพชรบุรี"

แชร์ออฟเดอะเดย์
02 ก.ค. 62

พระอาจารย์น้อมรับผิด ให้เด็ก ร.ร.ดังเมืองเพชร คาบรองเท้าในค่ายธรรมะ แจงเจตนาดี

มีรายงานว่าโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบุรี จัดกิจกรรมค่ายคุณธรรมระดับชั้น ม.ปลาย ควบคุมดูแลโดยพระอาจารย์รูปหนึ่ง สั่งให้พี่เลี้ยงที่อาสาเข้ามาช่วยงานค่ายฯ คลานไปคาบรองเท้าหลายร้อยคู่ เนื่องจากเด็กถอดวางไม่เป็นระเบียบ ต่อหน้านักเรียนที่เข้าค่ายอยู่ทั้งหมด พร้อมตั้งคำถามว่าทำเกินไปหรือไม่   เหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจให้กับเด็กนักเรียนและศิษย์เก่าหลายคน เนื่องจากเป็นจัดกิจกรรมที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ต่างจากระบบโซตัส การคาบรองเท้าก็เสี่ยงได้รับเชื้อโรค พี่เลี้ยงบางคนมีรอยแผลถลอกที่หัวเข่าจากการคลาน อีกทั้งมีนักเรียนบางคนระบุว่าไม่ได้นับถือศาสนาพุทธแต่ก็ต้องมาเข้าค่ายธรรมะด้วย   นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้ทวิตระบุว่า นักเรียนหลายรุ่นก็เคยผ่านเหตุการณ์ลักษณะนี้ เช่น การคาบขวดน้ำแล้ววางขวดให้ตรงเป๊ะห้ามเบี้ยว กินข้าวห้ามมีเสียงแม้แต่นิดเดียว หาเรื่องริบช้อน ให้ใช้มือกิน เทอาหารทั้งหมดรวมกันแล้วกินทั้งกลุ่ม และยังทำโทษพี่เลี้ยงให้น้องร้องไห้ สั่งฝ่ายโสตห้ามถ่ายรูปด้วย   สำหรับผู้ปกครองและนักเรียนซึ่งเป็นผู้เสียหายโดยตรง โรงเรียนขอแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการยกเลิกการเชิญคณะวิทยากรชุดเดิม มาเป็นวิทยากรในกิจกรรมค่ายในปีการศึกษานี้ทั้งหมด พร้อมทบทวนแนวทางการจัดกิจกรรมค่ายในครั้งต่อ ๆ ไป และจะนำรูปแบบกิจกรรมใหม่ปรึกษาหารือกับเครือข่ายผู้ปกครอง เพื่อให้ความมั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก   ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ ได้พูดคุยกับนักเรียนชั้น ม.4 รายหนึ่งที่เข้าค่ายธรรมะเล่าว่า ในช่วงบ่ายของวันสุดท้าย เด็ก ม.4 ที่ไปเข้าค่าย และเด็ก ม.5 ที่เป็นพี่เลี้ยงค่ายฯ ถอดรองเท้าวางแตะไม่เป็นระเบียบ ทำให้พระอาจารย์สั่งให้พี่เลี้ยงเดินไปคาบรองเท้าแตะเข้ามาในหอประชุม แต่พี่เลี้ยงไม่ทำตามดันไปจัดเรียงรองเท้าแทน   เมื่อจัดเสร็จแล้วก็เดินมาบอกกับพระอาจารย์ว่า “จัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระอาจารย์พอจะยกโทษให้ได้ไหม” แต่พระอาจารย์บอกว่าไม่ได้ พร้อมกับออกคำสั่งครั้งที่สองว่า ให้คลานเข่าออกไปคาบรองเท้าแตะทุกคู่เข้ามาในหอประชุม ห้ามเดิน ห้ามใช้มือช่วยถือ ซึ่งช่วงนั้น มีเด็ก ม.4 ที่มาเข้าค่ายขออาสาไปช่วยพี่เลี้ยงแต่พระอาจารย์ก็ไม่อนุญาต   เหตุการณ์นี้ใช้เวลานานกว่า 40 นาที คาบรองเท้าแตะจำนวนกว่า 500 คู่ จากด้านนอกห้องประชุมเข้ามาตรงกลางหอประชุม ซึ่งพี่เลี้ยงอยู่ในสภาพทั้งคลานทั้งคาบ และเกือบทุกคนร้องไห้ไปด้วย ไม่มีใครขัดขืนหรือทำผิดกฎ เพราะกลัวจะถูกสั่งให้เริ่มใหม่ทั้งหมด เมื่อเสร็จแล้ว พระอาจารย์ก็สั่งพี่เลี้ยงกราบรองเท้าทั้งหมด 11 ครั้ง พร้อมให้พูดขอโทษว่า “พี่ขอโทษที่ดูแลไม่ดี” โดย เด็ก ม.4 รายนี้ยืนยันว่า พระอาจารย์ใช้น้ำเสียง สีหน้า และกิริยาตามปกติ ไม่ได้มีท่าทีโกรธแต่อย่างใด แต่ใช้น้ำเสียงดุช่วงที่เด็ก ม.4 ขออาสาเข้าไปช่วยรุ่นพี่เท่านั้น   เด็ก ม.4 ในค่ายฯ หลายคนต่างร้องไห้และรู้สึกหดหู่อย่างมาก ตนเองก็ยังรู้สึกหดหู่เหมือนกัน ที่ต้องเห็นพี่เลี้ยงคาบรองเท้าแตะของพวกตน จนฉุกคิดรู้สึกผิดไปว่า ทำไมถึงไม่วางให้เป็นระเบียบตั้งแต่แรก ทั้งนี้ตนก็ไม่รู้ว่าการคาบรองเท้าจะช่วยให้บรรลุธรรมได้อย่างไร เป็นการลงโทษมากกว่า หากเด็กถอดรองเท้าไม่เป็นระเบียบก็แค่สั่งให้ไปเรียงให้เรียบร้อยก็พอ ตนไม่เข้าใจว่าพระอาจารย์คิดได้ยังไง เพราะแค่เรื่องสุขอนามัยก็ถือว่าไม่ถูกต้องแล้ว ส่วนเหตุผลของการลงโทษ พระอาจารย์บอกเพียงแค่ว่า พี่เลี้ยงไม่ใส่ใจ ไม่ดูแลน้องๆ   เด็ก ม.4 รายนี้เผยว่า การสั่งคาบรองเท้าเพื่งเกิดขึ้นปีนี้เป็นปีแรก ปีก่อนๆ ไม่เคยมีการลงโทษอะไรที่พิสดาร มากสุดก็คือสั่งให้กินข้าวด้วยมือ หรือเทข้าวลงกะละมังเดียวกันแล้วกิน โดยรวมแล้วค่ายธรรมะระยะเวลา 2 วันของปีนี้ ถือว่าดีและสนุกมาก ยกเว้นช่วงบ่าย 3 ของวันสุดท้ายที่เกิดเหตุการณ์คาบรองเท้าไม่มีใครชอบกิจกรรมนี้เลย   ด้านพระครูสังฆบริรักษ์ เอกรัฐ อภิรักโข หรือ พระอาจารย์เอก เปิดเผยกับทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า กิจกรรมที่ท่านทำครั้งนี้เป็นการลงโทษพี่เลี้ยง ที่ไม่สามารถดูแลน้องให้เป็นไปตามระเบียบได้ ซึ่งท่านยืนยันว่าที่ทำไปไม่ได้เกิดจากความโกรธเด็กๆ แต่อย่างใด   พระอาจารย์บอกด้วยว่า ปกติแล้วกิจกรรมลักษณะนี้ ท่านมีเจตนาให้เด็กๆ มีความรับผิดชอบร่วมกัน มีความรักและความสามัคคีกลมเกลียวกัน โดยเมื่อท่านเริ่มทำกิจกรรมแบบนี้ เด็กๆ ก็จะรู้สึกว่าไม่อยากให้พี่เลี้ยงทำ และจะลุกขึ้นมาเจรจาพูดคุยกับท่าน แต่ปรากฎว่าครั้งนี้ท่านคาดการณ์สถานการณ์ผิดไป ผลลัพธ์เลยไม่เป็นไปตามที่คาดคิดไว้ หลังจากนี้ท่านคงไม่มีทำกิจกรรมแบบนี้อีกแล้ว   พระอาจารย์ขอยอมรับผิด จากความผิดพลาดและความประมาทที่ปล่อยให้เหตุการณ์เลยเถิดไป โดยไม่ขอแก้ตัวใดๆ ท่านรู้สึกเสียใจและขออภัยต่อผู้ปกครองและทางโรงเรียนที่ทำให้ภาพรวมของกิจกรรมเกิดความเสียหาย ซึ่งท่านได้ไปขอโทษพี่เลี้ยงแล้ว ซึ่งพี่เลี้ยงส่วนใหญ่ก็เข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยพี่เลี้ยงส่วนหนึ่งเคยทำงานร่วมกันมาก่อน บางส่วนเพิ่งเข้ามาเป็นอาสาสมัครครั้งแรกเลยยังไม่มีความคุ้นเคยกัน อีกทั้งอาจเกิดจากความเหนื่อยล้าจากกีฬาสี ทำให้ช่วงก่อนเข้าค่ายธรรมะไม่ได้ประชุมพูดคุยเกี่ยวกับการดูแลค่ายฯ กันก่อน   นอกจากนี้พระอาจารย์เอกเปิดเผยว่า ตอนนี้เจ้าอาวาสได้สั่งให้ท่านยุติบทบาททุกอย่างในเรื่องของการทำงาน เพราะเจ้าอาวาสต้องการให้ท่านอยู่ในการดูแลอย่างใกล้ชิดและกำลังพิจารณาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DWr6BEGdIps

 1,733
ข่าวภูมิภาค
28 มิ.ย. 62

ตั้งกล้องถ่ายเจอครอบครัวเสือดาว-สมเสร็จ สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ป่าแก่งกระจาน

เพชรบุรี-ภาพความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยชุดลาดตระเวนอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองทุนสัตว์ป่าโลกสากล WWF นำกล้องดักถ่ายร่วมออกลาดตระเวน และนำกล้องติดตั้งภายในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน บริเวณพื้นที่ห่างจากเขาพะเนินทุ่งขึ้นไปทางทิศตะวันตก ทางเทือกเขาตะนาวศรี ห่างชายแดนไทยพม่าประมาณ 10 กม.   กล้องสามารถบันทึกภาพของครอบครัวเสือดาวเอาไว้ได้ โดยเป็นแม่เสือดาว เดินนำหน้าลูกสองตัว เป็นเสือดาว 1 ตัว แลเสือดำ 1 ตัว สะท้อนให้เห็นถึงความสมบูรณ์และการเพิ่มทรัพยากรสัตว์ป่าอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังพบสมเสร็จ วัวกระทิง ช้างป่า เก้ง อีกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yjVcz62ptf4

 855
ข่าวภูมิภาค
13 พ.ค. 62

หนุ่มโลตัส มือแทงหนุ่มบิ๊กซีมอบตัวแล้ว สารภาพถูกขู่ฆ่า ปมระแวงเป็นกิ๊กภรรยา

เพชรบุรี-นายธาดา ทองโมลีวรรณ อายุ 37 ปี หนุ่มพนักงานห้างโลตัสผู้ต้องหาที่ใช้มีดจ้วงแทงนายสุรินทร์ จันทร อายุ 38 ปี หนุ่มพนักงานห้างบิ๊กซี เสียชีวิตภายในห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาท่ายาง ต.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ ตำรวจ สภ.ท่ายาง   ผู้ต้องหาเผยว่า ก่อนหน้านั้น นายสุรินทร์ ผู้ตายเข้าใจผิดคิดว่าตนเป็นกิ๊กกับ น.ส.วิจรินทร์ ทิมทอง อายุ 36 ปี ภรรยานายสุรินทร์ ซึ่งแท้จริงตนและฝ่ายหญิงเป็นแค่เพียงเพื่อนร่วมงานที่สนิทกันเท่านั้น แต่หลังจากที่ น.ส.วรารัตน์ วิไลรัตน์ อายุ 29 ปี ภรรยาของตน พบรูปที่ตนถ่ายคู่กับฝ่ายหญิงในโทรศัพท์ของตนจนเกิดการหึงหวง และได้นำภาพดังกล่าวส่งต่อไปให้นายสุรินทร์ดู จนทำให้นายสุรินทร์ เข้าใจผิดคิดว่าตนคบหาอยู่กับ น.ส.วิจรินทร์   ตลอดระยะที่ผ่านมาตนถูกนายสุรินทร์โทรศัพท์มาข่มขู่ว่าจะฆ่าให้ตาย ตนจึงเกิดความเกรงกลัวและเฝ้าระวังตัวอยู่ตลอด จนกระทั่งวันเกิดเหตุขณะที่ตนกำลังทำงานอยู่ภายในห้างโลตัส นายสุรินทร์ได้โทรศัพท์เข้ามาและข่มขู่ว่าเดี๋ยวจะไปหาตน ทำให้ตนเกิดระแวงยิ่งขึ้น จึงคว้ามีดปลายแหลมที่วางขายอยู่ภายในห้างเก็บไว้ติดตัว กระทั่งนายสุรินทร์เดินทางมา โดยถือไขควงเดินปรี่เข้ามาหาตน ทำให้ตนจำเป็นต้องชักอาวุธมีดออกมาจ้วงแทงนายสุรินทร์ก่อนเพื่อป้องกันตัว   จากนั้นได้เยื้อยุดกันจนล้มลงกับพื้นทั้งคู่ ตนได้ปัดมือนายสุรินทร์จนไขควงกระเด็นหลุดออกจากมือ และได้กระหน่ำทั้งฟันทั้งแทงร่างของนายสุรินทร์ไปจำนวนหลายครั้ง แต่ไม่คาดคิดว่านายสุรินทร์จะเสียชีวิต ตนตกใจมาก จึงได้รีบหนีวิ่งออกมาจากห้างแล้วขับขี่รถมาหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าละเมาะหลังบ้าน แต่จำไม่ได้ว่าตนนำอาวุธมีดตกหล่นที่ไหนระหว่างหนี เนื่องจากขณะนั้นตนเกิดความตกใจ กระทั่งรุ่งเช้าตนได้ให้พ่อประสานกับนายปรีชา ผ่องใส กำนันตำบลท่ายาง พาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่ายาง   ท้งนี้ทางตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยผู้ต้องหายอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา และนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0Z1lzQ0c7TQ

 1,703
ข่าวภูมิภาค
12 พ.ค. 62

มอบตัวแล้ว มือแทงหนุ่มดับกลางห้างฯ อ้างป้องกันตัว

วันที่ 12 พ.ค. 62 เมื่อเวลา 09.30 น. นายธาดา ทองโมลีวรรณ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาที่ใช้มีดแทงนายสุรินทร์ จันทร อายุ 38 ปี เสียชีวิตภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน ต.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ได้เดินทางเข้ามอบตัวแล้ว ตามหมายจับศาลจังหวัดเพชรบุรี เลขที่126/62 กับ พ.ต.อ.อาชวิน บุญธรรมเจริญ ผกก.สภ.ท่ายาง    โดยนายธาดา เผยว่า ก่อนหน้านั้น นายสุรินทร์เข้าใจผิดคิดว่าตนเป็นกิ๊กกับภรรยานายสุรินทร์ ซึ่งแท้จริงขอยืนยันว่า ตนและภรรยานายสุรินทร์ เป็นแค่เพียงเพื่อนร่วมงานที่สนิทกันเท่านั้น แต่หลังจากที่ภรรยาของตน พบรูปที่ตนถ่ายคู่กับภรรยานายสุรินทร์ในโทรศัพท์ของตน จึงเกิดการหึงหวง และได้นำภาพดังกล่าวส่งต่อไปให้นายสุรินทร์ดู จนทำให้นายสุรินทร์ เข้าใจผิด   กระทั่งตลอดระยะที่ผ่านมาตนถูกนายสุรินทร์โทรศัพท์มาข่มขู่ว่าจะฆ่าให้ตาย จนจึงเกิดความเกรงกลัวและเฝ้าระวังตัวอยู่ตลอด จนกระทั่งวันเกิดเหตุ ขณะที่ตนกำลังทำงานอยู่ภายในห้าง นายสุรินทร์ได้โทรศัพท์เข้ามาและข่มขู่ว่าเดี๋ยวจะไปหา ทำให้เกิดระแวง จึงคว้ามีดปลายแหลมที่วางขายอยู่ภายในห้างเก็บไว้ติดตัว    กระทั่งนายสุรินทร์เดินทางมาถึงห้างที่ตนทำงาน ได้ถือไขควงเดินปี่เข้ามาหาตน ทำให้ตนจำเป็นต้องชักอาวุธมีดออกมาจ้วงแทงนายสุรินทร์ก่อนเพื่อป้องกันตัว จากนั้นได้เยื้อยุดกันจนล้มลงกับพื้นทั้งคู่   ตนได้ปัดมือนายสุรินทร์จนไขควงกระเด็นหลุดออกจากมือ และแทงร่างของนายสุรินทร์ไปจำนวนหลายครั้ง แต่ไม่คาดคิดว่านายสุรินทร์จะเสียชีวิต ตนตกใจมากจึงได้รีบหนีวิ่งออกมาจากห้างแล้วขี่รถมาหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าละเมาะหลังบ้าน แต่จำไม่ได้ว่าอาวุธมีดตกหล่นที่ไหนระหว่างหนี    จนรุ่งเช้าตนได้ให้บิดา ประสานกับนายปรีชา ผ่องใส กำนัน ต.ท่ายาง พาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ  โดยทางตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยผู้ต้องหายอมรับสารภาพข้อกล่าวหา    ข่าวที่เกี่ยวข้อง สามีหึงหวงภรรยาหวั่นคบชู้เพื่อนร่วมงาน บุกเคลียร์ถึงที่ทำงานฝ่ายหญิง ก่อนถูกแทงดับคาห้างฯ    

 2,315
ข่าวภูมิภาค
30 เม.ย. 62

คาดคนทิ้งก้นบุหรี่ สาเหตุไฟลามไหม้ รพ.มหาชัยเพชรรัตน์

เพชรบุรี-เกิดเหตุไฟไหม้ห้องเก็บเอกสาร ที่ บริเวณชั้น 3 ฝั่งติดถนนเพชรเกษม ภายในโรงพยาบาลมหาชัยเพชรรัตน์ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงและรถน้ำรวมกว่า 20 คันระดมระงับเหตุ   ในขณะเกิดเหตุ มีเปลวเพลิงและกลุ่มควันจำนวนมากพวยพุ่ง ออกมาจากห้องเก็บเอกสารของโรงพยาบาล ซึ่งเป็นจุดที่เกิดไฟลุกไหม้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้รถกระเช้าและสายดับเพลิง ฉีดเข้าไประงับป้องกันไม่ให้ไฟลุกลาม ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงระงับเพลิงไว้ได้   ในขณะเดียวกันในเวลาเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาล และทหารจาก มทบ.15 พร้อม อาสาสมัครกู้ภัยสว่างสรรเพชญธรรมสถาน จ.เพชรบุรี ได้เร่งระดมนำผู้ป่วยที่อยู่ภายใน ย้ายไปรักษาตัวโรงพยาบาลพระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี และโรงพยาบาลอื่นที่อยู่ใกล้เคียง   น.ส.จิณณพัต เนตรศรีวัตร์ เจ้าหน้าที่พยาบาล ของโรงพยาบาลมหาชัยเพชรรัตน์ เล่าว่า เมื่อพบว่าเกิดเพลิงไม้ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ได้เคยฝึกซ้อม ทุกคนในโรงพยาบาลทราบว่าเกิดเหตุไฟไหม้ทุกคนต้องทำอย่างไร หลังจากได้ ดำเนินการ เคลื่อนย้ายผู้ป่วยให้อยู่ในที่ปลอดภัย จากนั้นได้พยายามช่วยดับไฟ และขนย้ายทรัพย์สินที่สำคัญของโรงพยาบาล   โดยในห้องที่เกิดเหตุ ด้านที่ติดกับถนนเพชรเกษมเป็นระเบียง ซึ่งตนเคยเห็นว่า มีคนที่อยู่ ชั้นที่เหนือขึ้นไปคือชั้น 4 และ 5 ได้ ทิ้งก้นบุหรี่ลงมา จึงคาดเดาว่า ก้นบุหรี่อาจเป็นสาเหตุของไฟไหม้ในครั้งนี้ก็อาจเป็นได้   ด้าน นพ. ทนง สุนทรปกรณ์กิจ ผอ.โรงพยาบาลมหาชัยเพชรรัตน์ เปิดเผยว่าขณะเกิดเหตุ กำลังผ่าตัดอยู่ในห้องผ่าตัด เมื่อทราบเหตุก็ได้ดำเนินการตามแผนที่ได้เคยซักซ้อมไว้ สำหรับเรื่องบุหรี่ ทางโรงพยาบาล ได้แจ้งบุคลากร รวมถึงคนไข้และญาติได้ ทราบมาอย่างต่อเนื่องว่า ห้ามสูบบุหรี่ ทุกๆ ที่ในโรงพยาบาล สำหรับสาเหตุที่แท้จริง ต้องรอทางตำรวจพิสูจน์ต่อไปส่วนค่าเสียหายอยู่ระหว่างสำรวจและประเมินต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7ztGz95cKLU

 1,872
ข่าวภูมิภาค
26 เม.ย. 62

พ่อสาวเมืองเพชรฉุน ถูกหยามลดค่าสินสอด ยิงหัวเถ้าแก่สู่ขอดับ

เพชรบุรี-กรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. จ่อยิงหัว 3 นัดพ่อค้าขายวัว วัย 69 ปี ดับคาเพิงพักใกล้คอกวัว อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี แค้นหลานชายผู้ตายพาลูกสาววิวาห์เหาะ หนีออกจากบ้านไปอยู่กินแบบสามีภรรยา ทั้งนี้ทราบว่าผู้ตายเป็นญาติผู้ใหญ่ฝ่ายชายไปเจรจาไกล่เกลี่ยสู่ขอฝ่ายหญิงให้กับหลานของตนเอง พ่อฝ่ายหญิงไม่พอใจเงินสินสอด จึงลงมือก่อเหตุดังกล่าว   คดีนี้ผู้ต้องสงสัยคือนายดุ่ย ซึ่งเป็นพ่อของฝ่ายหญิง จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า ช่วงบ่ายของวันที่ 24 เม.ย. ที่ผ่านมา ก่อนเกิดเหตุนายดุ่ย ได้โทรศัพท์ไปสอบถามกำนันว่า คอกวัวของนายชั้น พรมนวลออง ผู้ตาย อยู่ที่ไหนจะเข้าไปเคลียร์ปัญหา ซึ่งพยานเห็นคนขับรถยนต์เก๋งมาหานายชั้น บริเวณคอกวัวจุดเกิดเหตุ ริมถนนเลียบคลองชลประทานสาย 3 ท่ายาง-ปึกเตียน หมู่ 4 ต.หนองกระเจ็ด อ.บ้านลาดโดยมีปากเสียงทะเลาะกัน ก่อนที่ชาวบ้านจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้นช่วงเย็นของวันเกิดเหตุ   สอบถาม นายบุญช่วย พรมนวลออง ลูกชายของผู้ตาย เล่าว่า ก่อนหน้านี้ 1 เดือน หลานชายของผู้ตายพาลูกสาวของนายดุ่ย หนีออกมาอยู่กินด้วยกัน ก่อนจะมาบอกให้ผู้ตายเป็นญาติผู้ใหญ่ไปเจรจาไกล่เกลี่ยสู่ขอฝ่ายหญิงตามประเพณี แต่พอผู้ตายไปสู่ขอพบเพียงแม่ ปู่และย่าของฝ่ายหญิง ไม่พบนายดุ่ย    ตนเชื่อว่านายดุ่ย คงโกรธแค้นพ่อในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่มาสู่ขอ หรืออาจตกลงเรื่องบางอย่างไม่ได้จึงตามมาพูดคุย เกิดการทะเลาะกันรุนแรงกระทั่งใช้ปืนยิงพ่อของตนเสียชีวิต อย่างไรก็ตามพ่อของตนไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร มีเพียงเรื่องเดียวที่น่าจะเป็นชนวนเหตุ แต่ไม่แน่ใจนายดุ่ยเป็นคนลงมือก่อเหตุหรือไม่   ภรรยาของผู้ตาย กล่าวว่า ปมก่อเหตุไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องซื้อขายวัว ซึ่งก็ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด เรื่องที่สามีเป็นผู้ใหญ่ไปเจรจาสู่ขอสาวให้หลานชายนั้น ตนไม่ทราบเรื่องเพราะสามีไม่เคยเล่าให้ฟัง อยากให้จับตัวคนก่อเหตุให้ได้ อยากรู้ว่าหัวใจทำด้วยอะไร ทำไมถึงทำเรื่องแบบนี้ คุยกันดี ๆ ไม่ได้หรอ ไม่ต้องมาขอขมาศพ   ทั้งนี้หลังเกิดเหตุพบว่านายดุ่ย หายไปจากบ้านไม่สามารถติดต่อได้ โดยชุดสืบสวน สภ.บ้านลาด ได้ลงพื้นที่หาเบาะแส เพื่อติดตามตัวมาสอบสวน พร้อมประสานให้ญาติพาเข้ามอบตัว อย่างไรก็ตามพนักงานสอบอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ คาดว่าน่าจะได้ตัวเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวนายนิว หลานชายที่ผู้ตายไปทำการสู่ขอให้มาสอบปากคำ    พร้อมเชิญตัวแม่ ภรรยา และลูกสาวของนายดุ่ย มาสอบปากคำที่โรงพักด้วย เพื่อหามูลเหตุสังหาร ขณะที่ พล.ต.ต.เทียนชัย คามะปะโส ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี เดินทางไปที่ สภ.บ้านลาด เพื่อเร่งรัดคดีจับกุมผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว ระบุสาเหตุเป็นเรื่องส่วนตัว ผู้การฯปฏิเสธตอบคำถามหลังญาติของผู้ต้องสงสัยบอกว่า วันเกิดเหตุมีตำรวจนั่งรถไปกับนายดุ่ย ด้วย  ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เรียกตำรวจนายนี้มาสอบปากคำว่าเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุด้วยหรือไม่   ด้านลูกพี่ลูกน้องของผู้ต้องสงสัย กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่านายดุ่ย ก่อเหตุจริงหรือไม่ แต่หลังเกิดเหตุก็ไม่พบตัวนายดุ่ยอีก อ้างไม่ได้ติดต่อกันและไม่รู้จะติดต่ออย่างไร เพราะนายดุ่ย ไม่ได้พกโทรศัพท์มือถือ  ตนทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายดุ่ย และแม่พากันขับรถไปหาผู้ตายที่คอกวัว โดยมีนายตำรวจคนหนึ่ง ซึ่งรู้จักกับนายดุ่ย นั่งรถไปด้วย คาดว่าน่าจะไปพูดคุยฤกษ์พิธีมงคล ซึ่งผู้ตายได้พูดเหยียดหยาม และขอลดเงินค่าสินสอดจาก 6 หมื่นบาท เหลือ 4 หมื่นบาท ทำให้นายดุ่ย ซึ่งมีอารมณ์ร้อนไม่พอใจ   ด้านแม่ของผู้ต้องสงสัย วันเกิดเหตุนั่งรถไปกับนายดุ่ย ปฏิเสธเสียงแข็งไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น อ้างตนลงไปคนเดียว ส่วนลูกชายคือนายดุ่ยนั่งอยู่บนรถ เมื่อถามว่าไปคุยอะไรกับผู้ตาย แม่ของนายดุ่ยไม่ตอบ ตอนนี้ยังไม่เจอตัวนายดุ่ย รายละเอียดต่าง ๆ ไม่ขอตอบให้ปากคำกับตำรวจไปแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tyozek6DdsI

 18,989
ข่าวภูมิภาค
10 เม.ย. 62

แม่ไม่ติดใจ 'น้องภาคิน' กลายเป็นศพในคลองไกลบ้านเกือบ 14 กม. คาดลูกวิ่งตามสุนัขจนพลัดตกน้ำ

ความคืบหน้ากรณี น้องภาคิน หรือ ด.ช.ภาคิน ขรัวลำหาญ เด็กชายวัย 1 ปี 7 เดือน หายตัวออกบ้าน จากบ้านพักริมคลองชลประทานสาย 3 หมู่ 8 ตำบลท่าคอย อำเภอท่ายางจังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา นานนับ10วัน ซึ่งเจ้าหน้าที่สนธิกำลังค้นหากันทั้งทางน้ำและทางบก   ล่าสุดเมื่อวานนี้ (9 เม.ย.62) เจอน้องภาคินแล้ว ในสภาพกลายเป็นศพ นอยคว่ำหน้าเสียชีวิตในคลองไส้ไก่ บ้านหนองข้าวนก ต.ไร่มะขาม อ.บ้านลาด  ซึ่งเป็นคลองน้ำ ย่อยส่งเข้าหมู่บ้านจากคลองชลประทาน โดยสภาพศพเน่าเปื่อยกะโหลกเปิด คาดเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 5 วัน   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ จุดพบศพพบว่า ร่างน้องถูกพัดมาไกลจากบ้านเกิดเหตุถึง 13.9 กิโลเมตร ผ่านประตูระบายน้ำถึง3จุด และไหลมายังประตูระบายน้ำเล็กๆ ทะลุมายังคลองไส่ไก่ อีกฝั่งของคลองชลประทาน   โดยตำรวจเชื่อว่า ช่วงระยะเวลาที่ค้นหานั้น ร่างของน้องอาจจะติดค้างในท่อ เพราะช่วงค้นหาไม่มีการปล่อยน้ำ คลองต่างๆก็แห้ง แต่พอปล่อยน้ำตามปกติ แรงดันน้ำแรงพัดร่างน้องหลุดจากท่อระบายน้ำ จนชาวบ้านมาเจอ   ด้านชาวบ้านที่อาศัยใกล้คลองที่พบศพเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ สามสี่วันได้กลิ่นเหม็นเน่าคล้ายซากสัตว์ตาย ก็ไม่ได้สนใจและคิดว่าจะเป็นน้องภาคินที่ตามหากันเพราะจากบ้านของน้องไกลมากจากจุดนี้  และบริเวณคลองไส้ไก่นี้ก็ไม่เคยมีร่างของตนไหลมาติดในท่อนี้เพราะเป็นท่อขนาดเล็ก     ทางด้านแม่ของน้องภาคิน กล่าวว่า ตอนนี้ตนทั้งสบายใจและเสียใจเพราะหาลูกเจอแล้วแม้จะต้องกลายเป็นศพ ซึ่งเชื่อมาตลอดว่าลูกตกน้ำ เพราะวันเกิดเหตุลูกเล่นอยู่กับเจ้าด่างสุนัขสามขาที่หน้าบ้านก่อนจะหายไป และพฤติกรรมเจ้าด่างชอบลงไปเล่นน้ำ กินน้ำในคลองชลประทานหน้าบ้านบ่อยๆ จึงเชื่อว่าน้องเดินตามเจ้าด่างไปแล้ว พลัดตกลงในคลองซึ่งตามปกติ น้ำในคลองจะไหลแรงตลอดทั้งวันทั้งคืน จึงทำให้พัดร่างของลูกไหลไปไกล   ระหว่างผู้สื่อข่าวสำรวจเส้นทางน้ำไหลผ่านและประตูระบายน้ำ ก็พบว่าเจ้าด่างวิ่งจากหน้าบ้าน ลงไปกินน้ำและแช่น้ำ ซึ่งตรงกับที่แม่ให้สัมภาษณ์ เชื่อว่าน้องภาคินตามเจ้าด่างไปจนตกน้ำ    ทางด้านพ.ต.อเชิญ พรายมี  ผกก.สภ.บ้านลาด ซึ่งเป็นพื้นที่จุดพบศพ ระบุว่าจาการตรวจสภาพศพ เน่าปื่อย ไม่พบร่องรอยการทำร้ายคาดว่าเด็กน่าจะตกน้ำเองและถูกกระแสน้ำพัดมา แต่ยังไม่ตัดประเด็นอื่นทิ้ง รอผลการตรวจชันสูตรก่อนอีกครั้ง ซึ่งได้ส่งศพมาชันสูตร ที่ สถาบันนิติเวชรพ.ตร. และเช้าวันนี้แม่จะติดต่อขอเข้ารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/x2gDOZDxoJs

 3,464
ข่าวภูมิภาค
04 เม.ย. 62

ยังไร้วี่แวว! 'น้องภาคิน' วัยขวบเศษ หายตัวปริศนาขณะนั่งเล่นกับหมาหน้าบ้าน เร่งปูพรมค้นหา แม่เชื่อถูกลักพาตัว

เพชรบุรี-กรณีที่ ด.ช.ภาคิน คิดตลอด หรือน้องบิ๊ก วัย 1 ขวบ 7 เดือน หายออกไปจากบ้านใน ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ช่วงเย็นของวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา เบาะแสสุดท้ายทราบว่าน้องนั่งเล่นอยู่หน้าบ้านกับสุนัข ส่วนแม่กำลังทำกับข้าวอยู่ พอแม่ออกมาดูก็ไม่เจอลูกแล้ว   โดยชาวบ้าน เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งค้นหา จนถึงขณะนี้เข้าสู่วันที่ 3 แล้วก็ยังไม่พบตัว ขณะที่เฟซบุ๊ก ‘สถานีตำรวจภูธรท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี’ ได้โพสต์ภาพเด็กและข้อความประกาศตามหา ผู้ใดพบเห็นแจ้ง  สภ.ท่ายาง โทร. 032-463227 พร้อมขอความร่วมมือชาวเน็ตคอมเมนต์ในทางบวก ส่งกำลังใจให้ครอบครัวพบน้องโดยเร็ว ไม่คอมเมนต์ในทางลบ เช่น ตำหนิ หรือพูดถึงเรื่องการค้ามนุษย์ เพราะอยากให้คำนึงถึงผู้เป็นพ่อแม่เด็กเพราะตอนนี้สภาพจิตใจย่ำแย่   คาดว่าเด็กอาจพลัดตกคลองน้ำหรือไม่ เพราะอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 50 เมตร เมื่อวานนี้ (3 เม.ย.) ทุกภาคส่วนร่วมกันค้นหาตลอดทั้งวันทั้งคืน บริเวณคลองสาย 3  โดยประสานชลประทานเขื่อนเพชรปิดประตูระบายน้ำให้น้ำแห้ง เพื่อความสะดวกในการค้นหา พร้อมสำรวจตามคลองส่งน้ำ เพราะหากเด็กพลัดตกน้ำอาจจมน้ำหรือลอยไปกับกระแสน้ำหรือไม่ เจ้าหน้าที่ระบุผ่านมาหลายวันศพก็น่าจะลอยขึ้น แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่พบ ยังคงค้นหาต่อไป   หลังระดับน้ำเริ่มลด ตา ยาย และแม่ของเด็กพากันลงไปงมหาน้องภาคินด้วยตนเอง ยังหวังลึก ๆ ว่าจะปลอดภัยและเจอตัวน้องภาคินโดยเร็ว ขณะที่นางอารยา ขัวลำหาน อายุ 26 ปี แม่ของเด็ก ร่ำไห้เชื่อว่าอาจถูกลักพาตัว วิงวอนใครพบเห็นช่วยแจ้งเบาะแส วันที่ลูกหายไปตนทำอาหารอยู่ในบ้าน ส่วนยายและลูกชายคนโตนั่งดูโทรทัศน์อยู่ในบ้าน ปล่อยให้น้องภาคินนั่งเล่นกับสุนัขอยู่หน้าบ้าน พอไม่ได้ยินเสียงลูก สุนัขก็ไม่เห่าจึงวิ่งออกมาดู พบว่าน้องภาคินหายไป ออกตามหาบริเวณบ้านและในสวนมะม่วงก็ไม่เจอ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยออกตามหา   ด้านนายโชคชัย คิดตลอด อายุ 32 ปี พ่อของเด็ก กล่าวว่า ก่อนที่ลูกจะหายตัวไปตนทำงานอยู่กรุงเทพฯ พอทราบเรื่องก็รีบกลับบ้านทันที ภาวนาขอให้พบลูกทำใจได้ไม่ว่าจะเจอในสภาพไหน ตนเชื่อว่าลูกอาจเดินเล่นพลัดตกลงไปในคลองชลประทาน แต่หากใครลักพาตัวไปก็ขอลูกคืนโปรดเห็นใจด้วย ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันตามหา   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนที่น้องภาคิน จะหายไปช่วงเวลา 18.00 น. มีชาวบ้านคนหนึ่งเห็นเด็กยืนอยู่ใกล้เครื่องสูบน้ำริมคลอง แต่ไม่ได้เอะใจอะไรจึงขี่รถ จยย.ผ่านไป  ขณะที่ชาวบ้านที่ออกมาช่วยค้นหา เล่าว่า ตั้งแต่ที่เด็กหายไป แม่ของเด็กไม่ยอมเปิดบ้านให้เข้าไป เพราะชาวบ้านและกู้ภัยจะเข้าไปช่วยค้นหาตามสวนมะม่วง โดยเพิ่งเปิดให้เข้าไปบริเวณบ้าน เมื่อวานนี้ (3 เม.ย.)เอง   นางสาวมะลิวัลย์ ชาลี เพื่อนบ้าน สงสัยพี่ชายวัย 8 ขวบ ว่าพาน้องภาคินไปเล่นริมคลองแล้วเกิดการพลัดตกลงไปแต่ไม่ยอมบอก เนื่องจากพี่ชายของน้องภาคคิน มีอาการหวาดกลัวบางอย่าง เมื่อสอบถามว่าเห็นน้องมั้ยก็ชี้ลงไปที่คลองส่งน้ำ อย่างไรก็ตามไม่มีใครเห็นตอนเด็กพลัดตกน้ำหรือมีใครลักพาตัวไป จึงยังสรุปไม่ได้ว่าเด็กหายไปไหนอย่างไร้ร่องรอย   อาสากู้ภัย บอกว่า หากเด็กตกลงไปในคลองและเสียชีวิตต้องลอยขึ้นเหนือน้ำแล้ว เพราะผ่านมาหลายวัน โอกาสที่จะติดอยู่โพรงหรือซอกปูนคลองชลประทานก็เป็นไปได้ หลังจากชลประทานปิดประตูระบายน้ำเนื่องจากระดับดับสูงและกระแสน้ำไหลค่อนข้างแรง กู้ภัยลงงมหาอีกครั้งรัศมีระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร ก็ไม่เจอ จึงยุติการค้นหาทางน้ำ หากเด็กลอยไปกับกระแสน้ำอย่างน้อยต้องมีคนเจอ   ด้าน พ.ต.อ.อาชวิน บุญธรรมเจริญ ผู้กำกับการ สภ.ท่ายาง เปิดเผยว่า ครอบครัวเด็กได้เข้าแจ้งความในวันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่มุ่งค้นหาไปที่การพลัดตกลงไปในน้ำเป็นหลัก ส่วนข้อสันนิษฐานว่าอาจถูกลักพาตัวนั้น ขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้การถูกลักพาตัวไป เจ้าหน้าที่จึงมุ่งหน้าค้นหาในน้ำก่อน   โดยเมื่อวานนี้ (3 เม.ย.) ทางกรมชลประทาน หยุดการปล่อยน้ำเพื่อค้นหา หากเด็กตกลงไปในคลองชลประทานจริง กว่า 48 ชั่วโมง ที่ผ่านมา คาดว่ากระแสน้ำจะพัดร่างเด็กไปไกลพอสมควร ซึ่งได้ประสานไปยังตำรวจท้องที่ต่าง ๆ ช่วยสำรวจตามเส้นทางคลองชลประทาน พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรโดยรอบจุดที่เด็กหาย แต่ยังไม่พบเบาะแสใด ๆ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/q2yat7F486A

 2,022
ข่าวประชาสัมพันธ์
06 มี.ค. 62

ชวนชิม 'ชมพู่เมืองเพชร' สุดยอดผลไม้ ส่งตรงถึงมือโดยไทยแลนด์โพสต์มาร์ท

ไปรษณีย์ไทย ร่วมกับ บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) แนะนำเว็บไซต์ไทยแลนด์โพสต์มาร์ท - ของดีทั่วไทย ส่งให้ถึงมือ เว็บไซต์ไทยแลนด์โพสต์มาร์ท www.thailandpostmart.com เป็นศูนย์รวมสุดยอดผลิตภัณฑ์ของดีของเด่นจากชุมชนทั่วไทย อาหารพื้นเมืองชื่อดัง รวมไปถึงสินค้าโอทอป   ซึ่งอีกหนึ่งสินค้าแนะนำได้แก่ ชมพู่เพชรสายรุ้ง ผลไม้เด่น ต.หนองโสน ของดีเมืองเพชรบุรี สุดยอดผลไม้อร่อย เมืองเพชรบุรี ผลชมพู่มีสีสวย รสชาติหวานอร่อย และมีใบรับรองแหล่งผลิตพืช (จีเอพี) ผลชมพู่มีสีสวย รสชาติอร่อย หวานจัดจ้าน กล่องละ 2 กก.จำนวน 16-18 ลูก   ที่พร้อมให้บริการจัดส่งถึงมือผู้บริโภคในระยะเวลา 1 – 2 วันทำการ โดยผู้บริโภคสามารถตรวจสอบรายละเอียดของสินค้า และสั่งซื้อพร้อมชำระเงินค่าสินค้าออนไลน์ได้ทันที   นอกจากนี้จะมีการจัดจำหน่ายที่ตลาดนัดดารา ช่อง 3 พระราม 4 ณ อาคารมาลีนนท์ ในวันที่ 7-8 มีนาคม 2562 นี้ด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iA5YY7K-2YA

 1,161
ข่าวภูมิภาค
06 มี.ค. 62

เสี่ยเมืองเพชรซิ่งรถหนีตายพุ่งตกคลองดับ หลังถูกแก๊งโจ๋ชักปืนยิงทะลุแก้ม เหตุเขม่นกันผ่านเฟซบุ๊ก

เพชรบุรี-เกิดเหตุมีผู้ถูกยิงแล้วไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล บริเวณด้านหน้าร้านอาหารแสงตะวัน ต.ต้นมะม่วง อ.เมืองเพชรบุรี ในที่เกิดเหตุพบรถเก๋งสีขาว ยี่ห้อ นิสสัน จมอยู่ในคลองชลประทาน   ทราบชื่อผู้ถูกยิงคือ นายประพันธ์ ศรีเบญจวรรณ อายุ 56 ปี นักธุรกิจด้านการขนส่ง ถูกยิงด้วยอาวุธปืนกระสุนเข้าที่แก้มขวาทะลุออกแก้มด้านซ้าย อาสาสมัครมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน ได้ช่วยขึ้นมาจากน้ำแล้วส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพเพชรบุรีและเสียชีวิตในเวลาต่อมา   ในที่เกิดเหตุยังพบรถได้รับความเสียหายอีก 3 คัน คือ คันแรกเป็นรถ อีซูซุ ดีแม็คซ์ ตอนครึ่งสีขาว ถูกชนตกลงไปในคลองหน้าร้านแสงตะวัน อีก 2 คัน ที่ถูกแรงกระแทกจากการชนของรถนายประพันธ์ คือ รถกระบะยี่ห้อโตโยต้า 4 ประตู และรถเก๋ง ฮอนด้า แอคคอร์ด   ส่วนสาเหตุคาดว่าเมื่อคืนวันที่ 3 มี.ค.62 นายประพันธ์ มีปัญหาโต้เถียงกันกับกลุ่มวัยรุ่น จากการมองหน้ากัน จนลุกลามปานปลาย แต่ก็แยกย้ายกันไปในที่สุด ต่อมาได้เกิดการโพสต์ท้าทาย ด่าทอกันในเฟซบุ๊ก ต่อมานายประพันธ์ ได้มาจอดรถอยู่ที่ถนนหน้าร้าน จากนั้นคู่อริจำนวนหลายคน ได้เดินมาที่รถของนายประพันธ์ แล้วเกิดเสียงปืนดังขึ้น   จากนั้นรถของนายประพันธ์ ได้แล่นออกไป ชนกับรถที่อยู่ด้านหน้าจนตกคลอง 1 คัน และมีรถอีก 2 คัน ได้รับความเสียหาย ส่วนรถของนายประพันธ์ เสียหลักตกไปอยู่ ในคลองชลประทาน ห่างจากจุดที่โดนยิงประมาณ 50 เมตร   ต่อมาอาสาสมัครได้ช่วยกันนำนายประพันธ์ ที่ถูกยิงติดอยู่ในรถที่ตกน้ำขึ้นมาพบว่าไม่มีชีพจร จึงช่วยปั๊มหัวใจ แล้วนำส่งต่อที่โรงพยาบาลกรุงเทพเพชรบุรี แต่ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา   เมื่อผู้สื่อข่าวได้ เปิดดูไทม์ไลน์ เฟซบุ๊กของนายประพันธ์ ผู้เสียชีวิตถึงมูลเหตุของการถูกยิงในครั้งนี้พบว่า นายประพันธ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก เมื่อเวลา 02.04 น. วันที่ 3 มี.ค. สรุปใจความได้ว่า กำลังมีปัญหาอยู่กับคนกลุ่มหนึ่ง ที่ร้านแสงตะวัน ต่อมาวันที่ 4 มี.ค. เมื่อเวลา 21.33 น. ได้โพสต์อีกครั้ง พร้อมรูปขณะจอดรถอยู่หน้าร้านแสงตะวัน และมาถูกยิงจนเสียชีวิตเมื่อ เวลา 00.30 น.ดังกล่าว   นายชโลธร เกิดสมจิตต์ อายุ 31 ปี ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไปตรวจคาบเขม่าดินปืน จากนั้นนำตัวนายชโรธรไปชี้จุดบริเวณที่ทิ้งอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุบริเวณสะพานยกโรงปูนชะอำ ถนนคลองเทียน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ก่อนสอบปากคำเพิ่มเติม และฝากขัง ตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/10kpkDaOnC8

 3,358
ข่าวภูมิภาค
05 มี.ค. 62

เสี่ยเมืองเพชร ถูกยิง รถพุ่งตกคลองดับ หลังโพสต์ท้าทายโจ๋ผ่านเฟซบุ๊ก เหตุเขม่นกันหน้าผับ

วันที่ 5 มี.ค. 62 เมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. สภ.เมืองเพชรบุรี รับแจ้งมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บภายในรถยนต์ ก่อนเสียหลักพุ่งตกคลองชลประทาน บริเวณถนนภูมิรักษ์-ต้นมะม่วง หมู่ 6 ต.ต้นมะม่วง อ.เมืองเพชรบุรี ซึ่งหน่วยกู้ชีพได้ช่วยกันนำร่างผู้ถูกยิงนำขึ้นจากน้ำ อาสาสมัครมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน ได้ช่วยขึ้นมาจากน้ำแล้วส่งไปรักษาที่ โรงพยาบาลกรุงเทพเพชรบุรีและเสียชีวิตในเวลาต่อมา   ต่อมาทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายประพันธ์ ศรีเบญจวรรณ อายุ 56 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนกระสุนเข้าที่แก้มขวาทะลุออกแก้มด้านซ้าย    นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุยังพบรถได้รับความเสียหายอีก 3 คัน คือรถ อีซูซุ ดีแม็คซ์ ตอนครึ่งสีขาว ถูกชนตกลงไปในคลองหน้าร้านแสงตะวัน อีก 2 คัน ที่ถูกแรงกระแทกจากการชนของรถนายประพันธ์ คือ รถกระบะยี่ห้อโตโยต้า 4 ประตู และรถเก๋ง ฮอนด้า แอคคร์อด    จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า คืนก่อนเกิดเหตุ นายประพันธ์มีปัญหาโต้เถียงกันกับกลุ่มวัยรุ่น จากการมองหน้ากันจนลุกลามปานปลายแต่ก็แยกย้ายกันไปในที่สุด ต่อมาได้มีการโพสต์ ท้าทาย ด่าทอ กันขึ้นในเฟซบุ๊ก และในคืนวันที่ 4 มี.ค. 62 นายประพันธ์ ได้มาจอดรถอยู่ที่ถนนหน้าร้าน จากนั้นคู่อริจำนวนหลายคน ได้เดินมาที่รถของนายประพันธ์ แล้วเกิดเสียงปืนดังขึ้น จากนั้นรถของนายประพันธ์ได้ขับออกไปชนกับรถที่อยู่ด้านหน้าจนตกคลอง 1 คัน และมีรถอีก 2 คัน ได้รับความเสียหาย ส่วนรถของนายประพันธ์เสียหลักตกไปอยู่ในคลองชลประทาน ห่างจากจุดที่โดนยิงประมาณ 50 เมตร    ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในรถของนายประพันธ์ พบอาวุธปืนขนาด .38 ของนายประพันธ์ 1 กระบอก นอกจากนี้ ยังพบปลอกกระสุน ขนาด 9 มม. 1ปลอก พร้อมหัวกระสุนขนาด 9 มม. อีก 1ปลอก ตกอยู่ในรถของนายประพันธ์   ด้าน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี เผยว่า ขณะนี้รู้ตัว ผู้ก่อเหตุคดีนี้แล้ว คาดว่าวันนี้จะออกหมายจับได้ ถ้าหากผู้ก่อเหตุไม่มามอบตัว   

 7,460
ข่าวภูมิภาค
23 ก.พ. 62

สายไฟแรงสูง ตกใส่คอแม่ค้าริมหาดชะอำ ถูกกระแสไฟฟ้าซ็อตเสียชีวิต

เพชรบุรี - เกิดเหตุมีคนถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิต บริเวณทางเท้า หน้าคอนโดแสงทอง ถนนเลียบชายหาดชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี    ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย นอนอยู่บนพื้นทางเท้าในสภาพ ร่างกายถูกไฟไหม้เกรียมจนเนื้อสุก โดยที่ลำคอมีสายไฟฟ้าแรงสูงพาดอยู่ จึงประสานไฟฟ้าชะอำ ดำเนินการตัดกระแสไฟ เพื่อที่จะเข้าไปตรวจสอบร่างผู้เสียชีวิต จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบ สายไฟฟ้าแรงสูงขาดใหญ่ขาด ร่วงหล่นลงมาพลาดคอผู้ตายและช็อตผู้ตายจนเสียชีวิตคาที่ ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือนางสมพร เพ็ชรภักดี อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88 หมู่ 1 ต.ท่าบัว อ.โพทะเล จ.พิจิตร อาชีพขาย ตั๊กแตนสานจากใบมะพร้าว ขายริมชายหาด    นายธนชาติ ปานแย้ม อายุ 50ปี อาชีพให้เช้าจักรยานยนต์ ชายหาดชะอำ เล่าว่าผู้ตายมีอาชีพขาย ตั๊กแตนสานสาน และลูกโปร่งริมชายหาด ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้มานั่งสานตั๊กแตน ที่บริเวณโคนเสาไฟฟ้า จากนั้นสายมีเสียงระเบิดแล้วไฟฟ้าแรงสูงเกิดขาดละหล่นลงมาพาดที่คอผู้ตาย จนถูกไฟฟ้าช็อท ลำตัวจนไหม้เกรียม จากนั้นได้มีไฟลุกไหม้ตามเสื้อผ้าและลำตัวจนเสียชีวิต    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าผู้ตายได้นั่งพักอยู่ริมทางเท้าเพื่อรอขายของตอนเช้า ระหว่างนั้นสายไฟฟ้าแรงสูงเกิดขาดและร่วงหล่นลงพาดที่คอของผู้ตายจนถูกกระแสไฟฟ้าซ็อตจนตายจากนั้นได้นำร่างผู้เสียชีวิตไปเก็บรักษาไว้ที่วัดถ้ำแก้ว อยู่ระหว่างรอญาติมารับศพเพื่อไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/vyFcY-Y8-zM

 1,472
สังคม-อาชญากรรม
17 ก.พ. 62

ตาวัย 86 ยิงหลานเขยวัย 54 ดับ ก่อนลั่นไกยิงกรอกปากตัวเองสาหัส ปมพิพาทเรื่องที่ดิน

เพชรบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านลาด รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตที่บริเวณริมถนนสายม่วงงาม-ตำหรุ บ้านม่วงงาม ต.ถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด   ที่เกิดเหตุพบศพ นายสมศักดิ์ บุปผาราม อายุ 54 ปี นอนหงายหน้าเสียชีวิต แพทย์ชันสูตรพบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่กลางหลัง 1 แห่ง สอบถามทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายฐิติ เขี้ยวแก้ว หรืออุ่น อายุ 86 ปี หลังก่อเหตุได้วิ่งหลบหนีไปที่หน้าวัดตำหรุ ซึ่งห่างไปประมาณ 400 เมตร ก่อนใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิงกรอกปากตัวเองกระสุนเข้าที่ใต้คางทะลุช่องปาก บาดเจ็บสาหัส   สอบถาม ภรรยาผู้ตาย เล่าว่า นายฐิติผู้ก่อเหตุเป็นน้าเขยนายสมศักดิ์ผู้ตาย ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนเคยมีปากเสียงเรื่องแบ่งที่ดินของครอบครัว และผู้ก่อเหตุได้กรรมสิทธิ์ที่ดิน 150 ตารางวา ต่อมาผู้ก่อเหตุได้ล้อมรั้วสร้างบ้านแต่ปรากฏว่าล้อมรั้วรวมพื้นที่ 170 ตารางวา เกินมา 20 ตารางวา จึงมีกรณีพิพาทอีกครั้ง มีการฟ้องร้อง และศาลสั่งให้ผู้ก่อเหตุชดใช้ค่าที่ดินส่วนเกิน 20 ตารางวาเป็นเงิน 20,000 บาท และผู้ก่อเหตุได้นำเงินชดใช้เรียบร้อยแล้ว   วานนี้ (16 ก.พ.) ขณะเกิดเหตุนายฐิติได้นำเอกสารที่ดินมายื่นให้นายสมศักดิ์ เมื่อนายสมศักดิ์รับเอกสาร นายธิติได้ชักอาวุธปืนขนาด .38 ยิงใส่นายสมศักดิ์ 2 นัด นายสมศักดิ์วิ่งหลบหนีและมาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุดังกล่าว ส่วนนายฐิติวิ่งออกไปและใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองบาดเจ็บสาหัส พลเมืองดีช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลบ้านลาดและส่งต่อที่โรงพยาบาลพระเจ้าเกล้าเพชรบุรี          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Dg-hYtl5mQg

 1,686
ข่าวภูมิภาค
12 ก.พ. 62

หนุ่มแค้นถูกจับยาหลายครั้ง บุกราดน้ำมันรอบโรงพักเขาย้อยกลางดึก ก่อนจุดไฟเผา

เพชรบุรี-มีคลิปวีดีโอร้องเรียนจากชาวบ้าน ว่ามีบุคคลขับรถยนต์ เข้าไปลอบวางเพลิงในพื้นที่ภายใน สภ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ตรวจสอบภาพภายในคลิปวีดีโอ ดังกล่าว พบรถกระบะอีซูซุ 4 ประตูสีขาว วิ่งผ่านประตูพร้อมราดน้ำมัน และขับวนรอบอาคารที่ทำการ สภ.เขาย้อย แล้วกลับมาจอดที่บริเวณทางออก จากนั้นคนขับซึ่งเป็นชายได้ลงมาจากรถ ก่อนจุดไฟ ไปที่รอยน้ำมัน   แต่ปรากฏว่าเปลวไฟที่วิ่งลุกเป็นทาง ไปหยุดที่บริเวณแอ่งน้ำ คนขับจึงเดินอ้อมไปท้ายรถกระบะแล้วหยิบยกถังน้ำมันขนาด 20 ลิตรมาราด ลงไปในกองไฟจนเกิดเป็นเปลวเพลิงลุกไหม้ขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้วิ่งเข้าไปเพื่อดำเนินการจับกุมแต่ชายคนดังกล่าวได้ขึ้นรถขับหลบหนีมุ่งหน้าเข้าไปในเส้นทางหมู่บ้านเขาย้อยโดยมีเปลวไฟลุกติดรถกระบะไปบางส่วน   ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการติดตามจับกุม คนขับรถกระบะรายดังกล่าวแต่ไม่พบตัวคนขับพบเพียงเจ้าของรถซึ่งเป็นญาติและอ้างว่าเหตุดังกล่าวเกิดจาก ถังน้ำมันรั่วไหล เจ้าหน้าที่จึงได้ตักเตือนไป แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ คลิบวีดีโอ ที่ผู้สื่อข่าวได้มาโดยละเอียดพบว่า เป็นการจงใจเนื่องจากภาพปรากฏชัดว่ามีการจุดไฟและโยนน้ำมันใส่ให้ลุกท่วม   เบื้องต้นทราบชื่อผู้ก่อเหตุแล้ว เป็นชายอายุประมาณ 35 ปี ชาวตำบลหนองปรง อำเภอเขาย้อย มีประวัติเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาย้อยจับกุมในข้อหาเสพยาเสพติดมาแล้ว 2 ครั้ง คาดว่าผู้ก่อเหตุจะโกรธแค้นที่ถูกตำรวจจับกุมหลายครั้ง จึงมาก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งอยู่ระหว่างหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อขอหมายจับ ข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์ในสถานที่ราชการในเวลากลางคืนซึ่งเป็นข้อหาหนัก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zKIj4ILo7Kg

 3,249
ข่าวภูมิภาค
27 ม.ค. 62

คุมมือปืนยิง 3 พ่อแม่ลูก กลางตลาดนัดเข้าเรือนจำ เจ้าตัวรับสารภาพ แจงมีปากเสียงกันมาหลายครั้ง - ก่อนเกิดเหตุถูกครอบครัวผู้ตายรุมด่าทอ

เพชรบุรี - จากกรณีคนร้ายบุกยิงพ่อแม่ลูก ถูกกราดยิง โดยแม่กับลูกเสียชีวิต ส่วนพ่อบาดเจ็บสาหัส กลางตลาดนัด เพียงเพราะว่าลูกชายเดินไปชนราวแขวนเสื้อของร้านผู้ก่อเหตุ จนทะเลาะกัน แล้วนำมาสู่เหตุกราดยิงนั้น    ล่าสุดผู้ก่อเหตุชื่อ นายเชิดชัย ดวงจิต อายุ 51 พ่อค้าขายเสื้อผ้าในตลาดนัด ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว ได้เดินทางไปที่ สภ.เขาย้อย เพื่อขอเข้ามอบตัว พร้อมนำของกลางเป็นอาวุธปืนขนาด .38 ซุปเปอร์ที่ใช้ก่อเหตุมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ    โดยนายเชิดชัยรับสารภาพว่า มีเหตุทะเลาะมีปากเสียกับผู้ตายมาหลายครั้ง ขณะเกิดเหตุ ผู้ตาย พร้อมบิดา และมารดาผู้ตาย ได้รุมด่าทอตน ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ตนจึงบันดาลโทสะ ใช้อาวุธปืนยิงทั้ง 3 คนดังกล่าว    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายเชิดชัยส่งฝากขังที่ศาลเพชรบุรี แต่นายเชิดชัยไม่ได้ยื่นเรื่องขอประกันตัวในชั้นศาล เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งฝากขังที่เรือนจำกลางเพชรบุรีทันที   ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยว่า จากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นสันนิษฐานสาเหตุเกิดจากนายเชิดชัย และคู่กรณีซึ่งเป็นครอบครัวเดียวกัน เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน และในวันเกิดเหตุทั้งสองฝ่าย ซึ่งมีอาชีพเป็นคนขายเสื้อผ้าตามตลาดนัดมีปากเสียงกันรุนแรง    แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ตัดประเด็นอื่นทิ้งไป ซึ่งคดีนี้พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องสอบปากคำพยาน รอผลการตรวจพิสูจน์ ผลการชันสูตรพลิกศพ เพื่อมาประกอบสำนวนการสอบสวน ตามกฎหมาย          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/CkXi0RxwEgM

 1,614

Top