ค้นหา :

ผลการค้นหา "เพชรบุรี"

สังคม
23 ก.พ. 63

ระทึก! เพลิงไหม้ร้านค้าในตลาดเพชรบุรี วอดทั้งหลัง เสียหายกว่า 10 ล้านบาท คาดไฟฟ้าลัดวงจร

เพชรบุรี -เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 19.20 น. ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 15 นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารชุดบรรเทาสาธารณภัย กว่า 150 นาย พร้อมด้วยรถดับเพลิงทหาร และรถน้ำรถดับเพลิงจากองค์กรปกครองถิ่นกว่าสามสิบคัน เข้าให้การช่วยเหลือเหตุเพลิงไหม้ ร้าน สำเพ็งเพชรบุรี เลขที่ 270 ซอย เสลาธง 1/2 ตำบล คลองกระแซง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้ร้านขายของสำเพ็งเพชรบุรี รวมไปถึงทรัพย์สินและสินค้าต่างๆ ที่อยู่ภายในร้านอย่างรุนแรง มีกลุ่มควันโพยพุ่งออกมาจากกองเพลิงเป็นจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หน่วยกู้ภัยฯ และประชาชน ได้ช่วยกันระดมเร่งฉีดน้ำเข้าไปสกัดที่กองเพลิง แต่เป็นไปด้วยความทุลักทุเล เนื่องจากเชื้อเพลิงเป็นพลาสติกและกระดาษรวมไปถึงวัสดุติดไฟง่าย ซึ่งเป็นเชื่อเพลิงได้อย่างดี โดยเพลิงยังได้ลามไปลุกไหม้ตึกบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหายบางส่วน ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในบริเวณจำกัด แต่ยังคงต้องฉีดน้ำเลี้ยงกองเพลิงอยู่ตลอดเวลาเพื่อป้องกันการปะทุของไฟ เบื้องต้นมูลค่าความเสียหายจำนวนกว่า 10 ล้านบาท จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า เจ้าของร้านดังกล่าว เล่าว่า โดยในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ไม่มีคนอยู่ภายในร้าน โดยได้ทำการปิดร้านตั้งแต่เวลา 17.00 น. ซึ่งคาดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร จนทำให้ไฟลุกลามไปติดสินค้าภายในและเกิดเหตุเพลิงไหม้ หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเชิญตัวเจ้าของร้าน ผู้พบเห็นเหตุการณ์ พยานแวดล้อม และจะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ทั้งนี้ได้ทำการปิดกั้นสถานที่เกิดเหตุ โดยไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปโดยเด็ดขาด เพื่อรอตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเพชรบุรี มาตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้ที่แท้จริงต่อไป     ชมผ่านยูทูปที่นี่ :  https://youtu.be/1arByWje6jU    

 723
สังคม
29 ม.ค. 63

กลุ่มรักบ้านเกิด จ.เพชรบุรี คัดค้านสร้างโรงงานไฟฟ้าจากขยะในพื้นที่ ห่วงส่งผลกระทบชุมชน

ชาวบ้านกลุ่มรักบ้านเกิด อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ร้องเรียนหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ให้พิจารณาอย่างรอบคอบ หลังจากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง มีโครงการจะตั้งโรงงา นผลิตกระแสไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะแปรรูป ขึ้นในชุมชน ทั้งที่เมื่อปี 2 ปีก่อน บริษัทเดียวกันนี้ เคยจะตั้งโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าที่ใช้ขยะมูลฝอยเป็นเชื้อเพลิง แต่ไม่ผ่าน ความเห็นชอบด้านปัญหามลพิษ และด้านความปลอดภัย และการมีโครงการคล้ายกันเกิดขึ้นบนที่เดิมอีกครั้ง ทำให้ชาวบ้านกังลใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น   ป้ายเชิญชวนประชาชนร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็น ต่อการดำเนินโครงการและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม โครงการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงแปรรูป หรือโรงงานผลิต ไฟฟ้าจากขยะแปรรูป ของบริษัทซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี่ กรุ๊ป จำกัด  ป้ายนี้ตั้งอยู่หน้าที่ดิน ราว 20 ไร่ ในตำบลท่าเสน อำเภอบ้านลาด เพชรบุรี ซึ่งเป็นที่เตรียมตั้งโรงงาน    และใกล้กันนั้น มีป้ายคัดค้านการเกิดขึ้นของโรงงานด้วย นั่นทำให้เวทีรับฟังความเห็นเมื่อวานนี้ ณ ที่ว่าอำเภอบ้านลาด มีผู้ไปยื่นหนังสือคัดค้าน ทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลท่าเสน ต่อนายอำเภอบ้านลาด และต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อให้พิจารณาอย่างรอบคอบ    กลุ่มผู้ยื่นหนังสือ คือกลุ่มรักบ้านเกิด ซึ่งระบุว่าแม้ไม่คัดค่านโรงงานดังกล่าวฯ แต่เห็นว่าไม่ควรสร้างบนที่ดินแปลงนี้ ที่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ชุมชน และแหล่งน้ำสำคัญ ที่นอกจากเป็นพื้นที่ปลูกข้าวที่ให้ผลผลิตดีแล้ว บริเวณที่มีโครงการจะตั้งโรงงาน ยังอยู่ชิดติดกับวัดเขาทะโมน ชนิดที่มีเพียงรั้วเขตแดน และลำห้วยเล็กๆกลั้น ทำให้ทั้งพระสงฆ์ และชุมชนกังวลใจต่อผลกระทบ   โรงเรียนวัดเขาทะโมน มีนักเรียนชั้นประถมศึกษา ราว 30 คน  ผู้ปกครองของเด็กมีอาชีพเกษตรกรรม เมื่อวานนี้ ครู และนักเรียน ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ไปยื่นหนังสือ ให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ด้วยเหตุผลว่าเข้าใจถึงปัญหาขยะ และการกำจัดด้วยการแปรเป็นพลังงาน แต่ด้วยสภาพทำเลที่ตั้งบริเวณนี้อาจไม่เหมาะสมนัก   บริษัทซุปเปอร์เอนเนอร์ยี่ กรุ๊ป จำกัด วางประมาณ ราว 1,600ล้านบาท เพื่อลงทุนในโรงงานผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงแปรรูป ในการผลิตไฟฟ้า 9.9 เมมะวัตต์ สำหรับขาย ให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 8 เมกะวัตต์ และใช้ในพื้นที่โครงการ 1.9 เมกะวัตต์  ตามข้อมูลระบุว่าใช้ขยะมูลฝอยที่ผ่านการคัดแยกแล้วมาเป็นเชื้อเพลิง เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ข้อมูลโครงการโดยละเอียด ทั้งหมด 46 แผ่น ถูกเผยแพร่ให้คนพื้นที่ระหว่างในเวทีรับฟังความเห็น   อย่างไรก็ตาม ที่ชาวบ้านแปลกใจคือ บริษัทเดียวกันนี้ เคยจะตั้งโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะมูลฝอยเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งชาวบ้านแสดงความคิดเห็นไปแล้ว จนเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ปี 2561 รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ลงนามในหนังสือ แจ้งว่ากรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้พิจารณารายงานเกี่ยวกับการศึกษาและมาตรการป้องกัน และแก้ไข ผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย ปรากฎว่าไม่ผ่านความเห็นชอบด้านปัญหามลพิษน้ำ อากาศ และไม่ผ่านความเห็นชอบด้านความปลอดภัย โดยหนังสือนี้ ส่งถึงชาวบ้านหลายคนอย่างเปิดเผย   ทั้งนี้ แม้จะจริงอยู่ที่ว่าเมื่อโรงงานจะเปลี่ยนเชื้อเพลิงจากขยะมูลฝอย มาใช้ขยะแปรรูปแทน แต่ชาวบ้านกลุ่มนี้ก็ยังเป็นห่วงว่า ยังคงตั้งอยู่บนที่ดินแปลงเดิมที่เคยผ่านการพิจารณาว่าไม่เหมาะสม    ขณะที่ ภคพัส ส่งวัฒนายุทธ นายอำเภอบ้านลาด เปิดเผยกับข่าว 3 มิติว่า ขั้นตอนรับฟังความเห็นดังกล่าว เป็นขั้นตอนปกติของโรงงานที่ให้ข้อมูลและรับฟัง แต่การอนุญาต ยังไม่เกิดขึ้น และยืนยันว่าหน่วยงานรัฐ จะอำนวยความสะดวกทุกอย่าเพื่อให้ประชาชนได้ข้อมุลที่ถูกต้อง ชัดเจน เพื่อให้ชุมชนซึ่งเป็นที่คาดหมายว่าจะตั้งโครงการ ได้พิจารณา แสดงความเห็น และนำข้อสรุปของความเห็นนั้น เสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างเปิดเผย       

 1,460
พระราชสำนัก
20 ม.ค. 63

องคมนตรี เชิญผ้าห่มกันหนาวพระราชทาน ไปมอบแก่ประชาชนที่ประสบภัยหนาว ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี

 องคมนตรี เชิญผ้าห่มกันหนาวพระราชทาน ไปมอบแก่ประชาชนที่ประสบภัยหนาว ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ, เด็ก, ผู้ยากไร้และทุพพลภาพ ที่ได้รับผลกระทบจากอากาศหนาว ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี วันนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญผ้าห่มกันหนาวพระราชทาน จำนวน 309 ผืน ไปมอบแก่ประชาชนผู้ประสบภัยหนาว ในพื้นที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอหนองหญ้าปล้อง และเชิญผ้าห่มกันหนาวพระราชทาน จำนวน 690 ผืน ไปมอบแก่ประชาชนที่ประสบภัยหนาว ในพื้นที่อำเภอแก่งกระจาน ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอแก่งกระจาน    เพื่อช่วยบรรเทาความหนาวเย็นให้แก่ประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสภาวะอากาศหนาว โอกาสนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสความห่วงใย ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปกล่าวกับราษฎรที่ได้รับผลกระทบให้ได้รับทราบ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ กับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานอาหารเลี้ยงประชาชน ที่เดินทางไปรับผ้าห่มกันหนาวพระราชทาน    ในการนี้ องคมนตรี ได้ลงพื้นที่เชิญผ้าห่มกันหนาวพระราชทาน ไปมอบแก่ประชาชนซึ่งเป็นผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง พร้อมทั้งพูดคุยให้กำลังใจแก่ประชาชน ในพื้นที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง และอำเภอแก่งกระจาน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยหนาว จำนวน 4 ราย ซึ่งทุกคนต่างปลื้มปีติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้

 414
สังคม
10 ม.ค. 63

ไฟไหม้ชุมชนครัวเหนือวอด 10 หลัง คาดต่างด้าวทะเลาะกันเป็นเหตุ

ชุมชนครัวเหนือได้รับความเดือดร้อนจำนวนมากเกิดเหตุเพลิงไหม้นับ 10 หลังคาเรือน ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากแรงงานต่างด้าวทะเลาะกัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งฉีดน้ำดับไฟที่กำลังลุกไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในชุมชนบ้านครัวเหนือ ถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร    ที่เกิดเหตุลักษณะเป็นบ้านไม้ปลูกติดกันหลายหลัง ไฟจึงลุกลามอย่างรวดเร็ว สอบถามบ้านต้นเพลิง ทราบว่าเป็นบ้านของชายคนหนึ่งที่ปล่อยให้แรงงานต่างด้าวเช่าอาศัยอยู่    โดยผู้อยู่ในเหตุการณ์ซึ่งเป็นหลานชายของเจ้าของบ้าน บอกว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงแรงงานต่างด้าว 2 คนทะเลากัน เมื่อเดินไปดู เห็นทั้งคู่วิ่งออกมาด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน จากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงคนตะโกนว่าไฟไหม้ ก่อนจะเห็นไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านพากันวิ่งหนีเอาตัวรอด ขณะที่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบมีบ้านถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายประมาณ 10 หลังคาเรือน โดยตำรวจพิสูจน์หลักฐานจะเข้าตรวจสอบหาสาเหตุหารเกิดเพลิงไหม้อย่างละเอียดอีกครั้ง         รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WU6kYMheDXI

 1,511
ข่าวภูมิภาค
02 ม.ค. 63

ญาติติดใจ จนท.ไม่ปักธงแดง - ไม่บังคับใส่ชูชีพ เป็นเหตุให้ 4 นทท.จมน้ำแก่งกระจาน

จากกรณี 4 นักท่องเที่ยวที่จมน้ำเสียชีวิตในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี มีรายงานจาก นางสาวอภิริติ เฉิดไธสง อายุ 21 ปี หรือมิ้น แฟนสาวของนายบุญญฤทธิ์ ภักดีถวัลย์ หรือดิว อายุ 20 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิตเล่าว่า ตนเองคบหากับนายดิวมาได้ประมาณ 2 ปีเศษ   โดยก่อนที่จะพากันเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ นายดิวเคยบ่นให้ตนฟังว่าคิดถึงพ่อที่พึ่งเสียไปได้ประมาณเดือนเศษและอยากไปหาพ่อ โดยบ่นอยู่อย่างนี้อยู่หลายครั้ง และในวันก่อนที่จะเดินทาง นายดิวได้พูดกับตนว่า ถ้าดิวไม่อยู่ ตนจะอยู่ได้หรือเปล่า ตนก็ไม่คิดว่าจะเป็นลางบอกเหตุอะไร เมื่อคืนวันสวดศพวันแรก หลังจากที่ตนกลับบ้านไปนอน ช่วงตีสามนายดิวก็ได้มาเข้าฝันแต่ไม่ได้พูดอะไร นายดิวมานั่งมองหน้าตนอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะหายไปซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ตนสะดุ้งตื่นพอดี ตนคิดว่านายดิวน่าจะเป็นห่วงตนมาก   แต่ในตอนเช้ายายของนายดิวก็ได้โทรมาบอกว่า เมื่อคืนน้องดิวมาแกล้งย้าย เพราะปกติแล้วดิวจะรักยายมากและชอบแกล้งยายอยู่เป็นประจำ แต่เมื่อคืนนี้นายดิวได้ล็อกประตูแกล้งขังยายอยู่ในห้อง จนยายต้องโทรศัพท์เรียกหลานให้มาเปิดให้ และนายดิวก็ยังไปแกล้งกอดและหอมน้องชายของดิว ที่มีอายุเพียง 4 ขวบ เพราะนายดิวจะรักน้องชายเขามากและต้องไปเข้ากอดไปหอมทุกวัน เมื่อคืนก่อนก็เช่นกัน ซึ่งน้องชายนายดิวพูดว่า พี่ดิวมากอดและหอมแก้ม ทำให้ทุกคนที่ได้ฟังถึงกับน้ำตาไหล   ขณะที่ญาติของผู้เสียชีวิตรายอื่นยังติดใจอยู่ว่า สถานที่จุดที่เกิดเหตุทำไมไม่มีเจ้าหน้าที่หรือคนคอยดูแลในเรื่องความปลอดภัยเลย และทำไมนักท่องเที่ยวลงไปพายเรือทำไมไม่บังคับให้สวมใส่เสื้อชูชีพ และไม่มีการปักธงแดงในจุดที่ไม่ปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้หรือห้ามลงไปเล่นในบริเวณนั้น ซึ่งหลังเกิดเหตุทราบมาว่าในจุดที่เกิดเหตุในครั้งนี้ เมื่อประมาณต้นปีที่แล้วก็เกิดเหตุแบบเดียวกันซึ่งมีคนจมน้ำเสียชีวิตมาแล้ว 4 คนเช่นกัน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/N5DAz10jXFU

 10,180
อาชญากรรม
02 ม.ค. 63

ญาติติดใจ จนท.ไม่ปักธงแดง - ไม่บังคับใส่ชูชีพ เป็นเหตุให้ 4 นทท.จมน้ำแก่งกระจาน

จากกรณี 4 นักท่องเที่ยวที่จมน้ำเสียชีวิตในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี มีรายงานจาก นางสาวอภิริติ เฉิดไธสง อายุ 21 ปี หรือมิ้น แฟนสาวของนายบุญญฤทธิ์ ภักดีถวัลย์ หรือดิว อายุ 20 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิตเล่าว่า ตนเองคบหากับนายดิวมาได้ประมาณ 2 ปีเศษ   โดยก่อนที่จะพากันเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ นายดิวเคยบ่นให้ตนฟังว่าคิดถึงพ่อที่พึ่งเสียไปได้ประมาณเดือนเศษและอยากไปหาพ่อ โดยบ่นอยู่อย่างนี้อยู่หลายครั้ง และในวันก่อนที่จะเดินทาง นายดิวได้พูดกับตนว่า ถ้าดิวไม่อยู่ ตนจะอยู่ได้หรือเปล่า ตนก็ไม่คิดว่าจะเป็นลางบอกเหตุอะไร เมื่อคืนวันสวดศพวันแรก หลังจากที่ตนกลับบ้านไปนอน ช่วงตีสามนายดิวก็ได้มาเข้าฝันแต่ไม่ได้พูดอะไร นายดิวมานั่งมองหน้าตนอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะหายไปซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ตนสะดุ้งตื่นพอดี ตนคิดว่านายดิวน่าจะเป็นห่วงตนมาก   แต่ในตอนเช้ายายของนายดิวก็ได้โทรมาบอกว่า เมื่อคืนน้องดิวมาแกล้งย้าย เพราะปกติแล้วดิวจะรักยายมากและชอบแกล้งยายอยู่เป็นประจำ แต่เมื่อคืนนี้นายดิวได้ล็อกประตูแกล้งขังยายอยู่ในห้อง จนยายต้องโทรศัพท์เรียกหลานให้มาเปิดให้ และนายดิวก็ยังไปแกล้งกอดและหอมน้องชายของดิว ที่มีอายุเพียง 4 ขวบ เพราะนายดิวจะรักน้องชายเขามากและต้องไปเข้ากอดไปหอมทุกวัน เมื่อคืนก่อนก็เช่นกัน ซึ่งน้องชายนายดิวพูดว่า พี่ดิวมากอดและหอมแก้ม ทำให้ทุกคนที่ได้ฟังถึงกับน้ำตาไหล   ขณะที่ญาติของผู้เสียชีวิตรายอื่นยังติดใจอยู่ว่า สถานที่จุดที่เกิดเหตุทำไมไม่มีเจ้าหน้าที่หรือคนคอยดูแลในเรื่องความปลอดภัยเลย และทำไมนักท่องเที่ยวลงไปพายเรือทำไมไม่บังคับให้สวมใส่เสื้อชูชีพ และไม่มีการปักธงแดงในจุดที่ไม่ปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้หรือห้ามลงไปเล่นในบริเวณนั้น ซึ่งหลังเกิดเหตุทราบมาว่าในจุดที่เกิดเหตุในครั้งนี้ เมื่อประมาณต้นปีที่แล้วก็เกิดเหตุแบบเดียวกันซึ่งมีคนจมน้ำเสียชีวิตมาแล้ว 4 คนเช่นกัน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/N5DAz10jXFU

 10,180
สังคม
01 ม.ค. 63

สั่งยึดพื้นโฮมสเตย์กว่า 5 ไร่ หลังพบรุกอุทยานแก่งกระจาน จ่อเอาผิดเจ้าของ เหตุ 4 วัยรุ่นเรือล่มเสียชีวิต

เพชรบุรี - กรณีนักท่องเที่ยวชาวสมุทรปราการ พากันไปเที่ยวเคาท์ดาวน์ปีใหม่ที่เขื่อนแก่งกระจาน  แต่กลับจมน้ำเสียชีวิต ระหว่างเล่นเรือแคนนู ล่าสุดญาตินิมนต์พระทำพิธีเชิญวิญญาณ ขณะที่ผู้ประกอบการรับผิดชอบเต็มที่ ญาติผู้เสียชีวิต ได้นิมนต์พระมาทำพิธีเชิญวิญญาณผู้เสียชีวิตทั้ง 4 คน จากจุดที่เกิดอุบัติเหตุ ก่อนรับร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิดต่อไปตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น    ล่าสุดวันที่ 1 ม.ค.63 ศพผู้เสียทั้ง 4 คนได้ถูกนำมาทำพิธีทางศาสนาที่วัดสวนส้ม อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ซึ่งทางญาติได้เปิดศาลาการเปรียญไว้ทั้งหมด 4 ศาลา ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของญาติ และเพื่อนๆ ที่เดินทางมาเคารพศพ โดยจะมีการตั้งสวดถึงวันที่ 4 ม.ค. 63 ทั้งนี้ยังไม่ได้มีการตัดสินใจว่าจะมีการเผาเลยหรือไม่    ขณะที่นายณรงค์ฤทธิ์ มีคุณ อายุ 21 ปี เพื่อนของผู้เสียชีวิต ได้กล่าวว่า ก่อนที่จะลงไปพายเรือได้ถามเพื่อนๆ แล้วว่าว่ายน้ำเป็นหรือไม่ ทุกคนบอกว่าว่ายน้ำเ)นจึงพากันพายออกไปกลางน้ำ  ขณะพายเรือไปห่างจากริมตลิ่งประมาณ 70 เมตร มีน้ำเข้าท้ายเรือ ตนจึงให้เพื่อนอีกคนวิดน้ำออก แต่น้ำเข้าเรือและเรือหมุนไปมาจนจม ตนจึงบอกให้ เพื่อนทั้งสามกระโดดออกจากเรือ เพื่อว่ายน้ำกลับเข้าฝั่งก่อน แต่ตนเข้าฝั่งได้เพียงคนเดียว เพื่อนอีก 3 คน หายไป จึงตะโกนขอความช่วยเหลือจากเพื่อน ปรากฏว่าเพื่ออีคนตกปลาอยู่อยู่บนฝั่ง ได้กระโดดลงน้ำเข้าไปช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่ากลับจมน้ำหายไปอีกคน สุดท้ายเพื่อน ๆ เสียชีวิต   ด้าน อ.แก่งกระจานขณะนี้ได้มีการออกประกาศขอความร่วมมือ และมีการเพิ่มมาตรการทางน้ำอย่าเข้มงวด จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าพื้นที่เป็นของนายบงการ วิชัยดิษฐ ซึ่งเป็นนักธุรกิจาก จ.สุราษฎร์ธานี ที่เข้ามาทำกิจการโฮมสเตย์ และท่องเที่ยวบนเนื้อที่ 20 ไร่ โดยบอกว่าเป็นพื้นที่ที่เช่ามาจากกรมธนารักษ์ ซึ่งพึ่งเปิดให้บริการได้ไม่ถึงปี    ขณะที่หัวหน้าอุทยานแก่งกระจานได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พบว่าพื้นที่ดังกล่าวบุกรุกพื้นที่อุทยาน จึงได้มีการยึดพื้นที่คืนกว่า 5 ไร่เศษ และมีการแจ้งความกับนายบงการแล้ว ทั้งนี้ส่วนพื้นที่ที่เหลือที่อ้างว่ามีการเช่ามาจากกรมธนารักษ์นั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ว่ามีสัญญาเช่า หรือว่ามีการใช้ที่ดินผิดประเภทหรือไม่    ส่วนทางญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 4 คนได้เตรียมแจ้งความดำเนินคดีเช่นเดียวกัน แต่ต้องรอให้มีการทำพิธีฌาปนกิจทั้ง 4 ให้เรียบร้อยเสียก่อน    อย่างไรก็ตามทางเจ้าของพื้นที่เองได้บอกว่า พื้นที่ดังกล่าวเหมาะที่จะเข้าไปนั่งพักผ่อนมากว่าการเข้าไปพายเรือคายัก เพราะน้ำค่อนข้างเย็น 

 2,094
ข่าวภูมิภาค
01 ม.ค. 63

เปิดคลิปสุดท้าย ก่อนวัยรุ่นเรือคว่ำจมน้ำเสียชีวิตหมู่ 4 ศพ ในเขื่อนแก่งกระจาน ผู้ประกอบการแจงเหตุไม่มีเสื้อชูชีพ

เพชรบุรี - จากกรณี 4 วัยรุ่นตั้งแคมป์เคาท์ดาวน์ปีใหม่ ที่แก่งกระจาน พายเรือคายัคคว่ำ จมน้ำดับยกแก๊ง ภายในบริเวณอ่างเก็บน้ำบ้านน้ำทรัพย์ ริมเขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ชวนกันกินดื่ม ก่อนพากันออกไปพายเรือ ระหว่างนั้นเรือเกิดล่ม ทำให้ทั้งหมดสูญหาย จนท.เร่งค้นหานานกว่า 3 ชั่วโมง ทยอยพบทั้ง 4 ศพ อยู่ในสภาพไม่สวมเสื้อชูชีพ ทั้งหมดเป็นวัยรุ่นอายุ 21-22 ปี ตามที่เสนอข่าวไปนั้น    ล่าสุดมีการนำคลิปสุดท้าย ก่อนที่ 4 วัยรุ่น จะเสียชีวิตมาเผยแพร่ ซึ่งคลิปดังกล่าวนั้น เพื่อน 1 ใน 14 ได้ถ่ายคลิปเอาไว้ โดยคลิปขณะนั้นกำลังพายเรืออยู่ในอ่างเก็บน้ำ โดยใช้เรือแคนูที่เช่ามาทั้งหมด 2 ลำ นั่งกันมา 3 คน ส่วนอีกลำนั่งกัน 4 คน ซึ่งน้ำในอ่างเก็บน้ำนี้เองจะเป็นน้ำนิ่งแต่ลึกมาก ซึ่งจากคลิปนั้นจะเห็นได้ว่าขณะที่พายเรือนั้นไม่มีคนไหนใส่เสื้อชูชีพ ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้ญาติของผู้เสียชีวิตเกิดความติดใจ    ทางด้านผู้ประกอบการเผยว่าโฮมสเตย์ที่ไปพักนั้นนักท่องเที่ยวเยอะ ซึ่งปกติจะมี รปภ. ที่คอยดูแลว่าใครจะเล่นน้ำหรือพายเรือแคนูต้องใส่เสื้อชูชีพ ปรากฏว่า รปภ. ดูแลไม่ทั่วถึง ซึ่งนักท่องเที่ยวมาเที่ยวช่องปีใหม่กันเยอะ ปล่อยให้เด็กอายุ 21-22 ปี ลงไปพายเรือเล่นน้ำโดยไม่ใส่เสื้อชูชีพ ซึ่งพอเรือมันค่อยๆ จมลง 4 วัยรุ่นพยายามว่ายน้ำกลับเข้าฝั่ง แต่กลับมาได้คนเดียว ซึ่งอีก 3 คนกำลังผลุบๆโผล่ๆ อยู่ในน้ำ   ซึ่งเพื่อนอีกคนที่อยู่บนฝั่งซึ่งว่ายน้ำแข็งได้กระโดดลงไปช่วย แต่ที่สุดเพื่อนที่ลงไปช่วยก็ได้เสียชีวิตพร้อมกับอีก 3 คน จึงกลายเป็น 4 ศพ   ด้านพ่อของน้อง 1 ในผู้เสียชีวิตเผยว่าไม่เข้าใจทางผู้ประกอบการถึงได้ยอมปล่อยให้คนที่ไม่ได้ใส่เสื้อชูชีพลงไปเล่นน้ำ ทั้งๆ เป็นข้อบังคับของทุกพื้นที่อยู่แล้ว ซึ่งหลังจากงานศพจะดำเนินการตามเรื่องคดี   ญาติผู้เสียชีวิต ทั้ง 4 คน ได้นิมนต์เจ้าอาวาส วัดแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี มาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตทั้ง4 คน โดยมีการนำห่วงยางไปไว้ที่จุดพบศพ พร้อมทั้งเขียนชื่อผู้เสียชีวิตทั้งสี่ให้กับพระ เพื่อประกอบพิธีเชิญดวงวิญญาณ ณ จุดพบศพด้วย หลังจากนั้น ญาติ ได้ช่วยกันเก็บเต้นท์ ที่ผู้เสียชีวิตได้กางทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ออกจากริมฝั่ง และรับศพทั้ง 4 คน ไปประกอบพิธีทางศาสนา    ผู้ว่าเมืองเพชรลงที่เกิดเหตุ ให้กำลังใจครอบครัวนักท่องเที่ยวที่เสียชีวิตทั้ง 4 รายพร้อมสั่งการให้หน่วยงานลงตรวจสอบพื้นที่ว่าใช้ผิดประเภทหรือไม่พร้อมดำเนินการทุกคดีหากพบกระทำผิดกฎหมาย   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/kf8bfHgR7TA

 8,091
สังคม
01 ม.ค. 63

เปิดคลิปสุดท้าย ก่อนวัยรุ่นเรือคว่ำจมน้ำเสียชีวิตหมู่ 4 ศพ ในเขื่อนแก่งกระจาน ผู้ประกอบการแจงเหตุไม่มีเสื้อชูชีพ

เพชรบุรี - จากกรณี 4 วัยรุ่นตั้งแคมป์เคาท์ดาวน์ปีใหม่ ที่แก่งกระจาน พายเรือคายัคคว่ำ จมน้ำดับยกแก๊ง ภายในบริเวณอ่างเก็บน้ำบ้านน้ำทรัพย์ ริมเขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ชวนกันกินดื่ม ก่อนพากันออกไปพายเรือ ระหว่างนั้นเรือเกิดล่ม ทำให้ทั้งหมดสูญหาย จนท.เร่งค้นหานานกว่า 3 ชั่วโมง ทยอยพบทั้ง 4 ศพ อยู่ในสภาพไม่สวมเสื้อชูชีพ ทั้งหมดเป็นวัยรุ่นอายุ 21-22 ปี ตามที่เสนอข่าวไปนั้น    ล่าสุดมีการนำคลิปสุดท้าย ก่อนที่ 4 วัยรุ่น จะเสียชีวิตมาเผยแพร่ ซึ่งคลิปดังกล่าวนั้น เพื่อน 1 ใน 14 ได้ถ่ายคลิปเอาไว้ โดยคลิปขณะนั้นกำลังพายเรืออยู่ในอ่างเก็บน้ำ โดยใช้เรือแคนูที่เช่ามาทั้งหมด 2 ลำ นั่งกันมา 3 คน ส่วนอีกลำนั่งกัน 4 คน ซึ่งน้ำในอ่างเก็บน้ำนี้เองจะเป็นน้ำนิ่งแต่ลึกมาก ซึ่งจากคลิปนั้นจะเห็นได้ว่าขณะที่พายเรือนั้นไม่มีคนไหนใส่เสื้อชูชีพ ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้ญาติของผู้เสียชีวิตเกิดความติดใจ    ทางด้านผู้ประกอบการเผยว่าโฮมสเตย์ที่ไปพักนั้นนักท่องเที่ยวเยอะ ซึ่งปกติจะมี รปภ. ที่คอยดูแลว่าใครจะเล่นน้ำหรือพายเรือแคนูต้องใส่เสื้อชูชีพ ปรากฏว่า รปภ. ดูแลไม่ทั่วถึง ซึ่งนักท่องเที่ยวมาเที่ยวช่องปีใหม่กันเยอะ ปล่อยให้เด็กอายุ 21-22 ปี ลงไปพายเรือเล่นน้ำโดยไม่ใส่เสื้อชูชีพ ซึ่งพอเรือมันค่อยๆ จมลง 4 วัยรุ่นพยายามว่ายน้ำกลับเข้าฝั่ง แต่กลับมาได้คนเดียว ซึ่งอีก 3 คนกำลังผลุบๆโผล่ๆ อยู่ในน้ำ   ซึ่งเพื่อนอีกคนที่อยู่บนฝั่งซึ่งว่ายน้ำแข็งได้กระโดดลงไปช่วย แต่ที่สุดเพื่อนที่ลงไปช่วยก็ได้เสียชีวิตพร้อมกับอีก 3 คน จึงกลายเป็น 4 ศพ   ด้านพ่อของน้อง 1 ในผู้เสียชีวิตเผยว่าไม่เข้าใจทางผู้ประกอบการถึงได้ยอมปล่อยให้คนที่ไม่ได้ใส่เสื้อชูชีพลงไปเล่นน้ำ ทั้งๆ เป็นข้อบังคับของทุกพื้นที่อยู่แล้ว ซึ่งหลังจากงานศพจะดำเนินการตามเรื่องคดี   ญาติผู้เสียชีวิต ทั้ง 4 คน ได้นิมนต์เจ้าอาวาส วัดแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี มาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตทั้ง4 คน โดยมีการนำห่วงยางไปไว้ที่จุดพบศพ พร้อมทั้งเขียนชื่อผู้เสียชีวิตทั้งสี่ให้กับพระ เพื่อประกอบพิธีเชิญดวงวิญญาณ ณ จุดพบศพด้วย หลังจากนั้น ญาติ ได้ช่วยกันเก็บเต้นท์ ที่ผู้เสียชีวิตได้กางทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ออกจากริมฝั่ง และรับศพทั้ง 4 คน ไปประกอบพิธีทางศาสนา    ผู้ว่าเมืองเพชรลงที่เกิดเหตุ ให้กำลังใจครอบครัวนักท่องเที่ยวที่เสียชีวิตทั้ง 4 รายพร้อมสั่งการให้หน่วยงานลงตรวจสอบพื้นที่ว่าใช้ผิดประเภทหรือไม่พร้อมดำเนินการทุกคดีหากพบกระทำผิดกฎหมาย   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/kf8bfHgR7TA

 8,091
สังคม
31 ธ.ค. 62

ญาติทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ 4 วัยรุ่น จมน้ำเสียชีวิตระหว่างเล่นเรือแคนนู ที่เแก่งกระจาน

เพชรบุรี - กรณีนักท่องเที่ยวชาวสมุทรปราการ พากันไปเที่ยวเคาท์ดาวน์ปีใหม่ที่เขื่อนแก่งกระจาน  แต่กลับจมน้ำเสียชีวิต ระหว่างเล่นเรือแคนนู ล่าสุดญาตินิมนต์พระทำพิธีเชิญวิญญาณ ขณะที่ผู้ประกอบการรับผิดชอบเต็มที่   เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวานนี้ ที่จุดกางเต้นท์แคมป์ใหม่โฮมสเตย์ บริเวณอ่างเก็บน้ำบ้านน้ำทรัพย์ หมู่ 14 บ้านพุบอน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 เพชรบุรี ได้รับแจ้งมีคนจมน้ำ จึงเร่งเข้าตรวจสอบพบผู้สูญหาย 4 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากสมุทรปราการ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.    ก่อนเกิดเหตุทั้ง 4 คน ได้ลงไปพายเรือแคนูเล่นในอ่างเก็บน้ำ แต่ระหว่างนั้นเรือล่มในเวลาประมาณ 16.30 น. โดยทั้ง 4 คน ไม่ได้สวมชูชีพ หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ก็เร่งช่วยกันหาผู้สูญหาย กว่าจะเจอร่างผู้ประสบเหตุทั้ง 4 คน เวลาก็ล่วงเลยไปเกือบ 1 ทุ่มแล้ว และพบว่า ทั้ง 4 คน ซึ่งเป็นชายอายุระหว่าง 20-22 ปี เสียชีวิตทั้งหมด    นาย ณรงค์ฤทธิ์ มีคุณ อายุ 21 ปี เพื่อนของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ตนและกลุ่มเพื่อนรวม 14 คน มาจาก จ.สมุทรปราการ มาพักท่องเที่ยวที่แคมป์ใหม่ โฮมสเตย์ เพื่อฉลองเคาท์ ดาวน์ปีใหม่ เมื่อวานนี้ตั้งวงดื่มสุรากันในช่วงบ่ายสอง จากนั้นตนและนายบุญฤทธิ์ นายธนพรรณ นายศุภกรณ์ รวม 4 คน ชักชวนกันลงไปพายเรือคายักในอ่างเก็บน้ำ ขณะพายเรือไปห่างจากริมตลิ่งประมาณ 70 เมตร มีน้ำเข้าท้ายเรือ ตนจึงให้นายธนพรรณ วิดน้ำออก แต่น้ำเข้าเรือและเรือหมุนไปมาจนจม ตนจึงบอกให้ เพื่อนทั้งสามกระโดดออกจากเรือ เพื่อว่ายน้ำกลับเข้าฝั่งก่อน แต่ตนเข้าฝั่งได้เพียงคนเดียว เพื่อนอีก 3 คน หายไป จึงตะโกนขอความช่วยเหลือจากเพื่อน ปรากฏว่า นายปรีชา ที่อยู่บนฝั่ง ได้กระโดดลงน้ำเข้าไปช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่า นายปรีชา กลับจมน้ำหายไปอีกคน สุดท้ายเพื่อน ๆ เสียชีวิต   ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุ เผยว่า บริเวณอ่างเก็บน้ำเหมาะสำหรับนั่งพักผ่อนชมวิว แต่ไม่เหมาะลงเล่นน้ำ เพราะน้ำเย็นมาก พร้อมสั่งการให้ตรวจสอบว่า ที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ส่วนใด รุกพื้นที่อุทยานหรือไม่- ด้านเจ้าของที่พัก นายบงการ วิชัยดิษ บอกว่า เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ปกตินักท่องเที่ยวที่ลงพายเรือคะยัก ต้องใส่ชูชีพทุกคน แต่เมื่อวานนี้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทำให้พนักงานดูแลไม่ทั่วถึง จึงเกิดเหตุสลด หลังจากนี้ตนจะรับผิดชอบเยียวยาญาติผู้เสียหายให้ดีที่สุด    ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิต ได้นิมนต์พระมาทำพิธีเชิญวิญญาณผู้เสียชีวิตทั้ง 4 คน จากจุดที่เกิดอุบัติเหตุ ก่อนรับร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิดต่อไป

 2,420
ข่าวภูมิภาค
31 ธ.ค. 62

สลดส่งท้ายปี! วัยรุ่นพายเรือเล่นในเขื่อนแก่งกระจาน เรือคว่ำจมน้ำเสียชีวิตหมู่ 4 ศพ

เพชรบุรี - สลดส่งท้ายปี 4 วัยรุ่นตั้งแคมป์เคาท์ดาวน์ปีใหม่ ที่แก่งกระจาน พายเรือคายัคคว่ำ จมน้ำดับยกแก๊ง ภายในบริเวณอ่างเก็บน้ำบ้านน้ำทรัพย์ ริมเขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ชวนกันกินดื่ม ก่อนพากันออกไปพายเรือ ระหว่างนั้นเรือเกิดล่ม ทำให้ทั้งหมดสูญหาย จนท.เร่งค้นหานานกว่า 3 ชั่วโมง ทยอยพบทั้ง 4 ศพ อยู่ในสภาพไม่สวมเสื้อชูชีพ ทั้งหมดเป็นวัยรุ่นอายุ 21-22 ปี    เพื่อนในกลุ่มเดียวกันที่รอด เล่าว่า ตนและเพื่อนรวม 14 คน มาจากจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อมาถึงก็นั่งล้อมวงดื่มสุรา ตนและเพื่อนรวม 4 คน ชวนกันพายเรือ ห่างจากฝั่งประมาณ 70 เมตร ปรากฎน้ำเข้าเรือ ท้ายเรือจมลง ต้องบอกให้เพื่อน 3 คน ว่ายเข้าฝั่งก่อน จากนั้นไม่เห็นเพื่อน ตะโกนให้เพื่อนอีกคนบนฝั่งว่ายมาช่วย กลับหายไปอีกคน    จากนั้นได้นำศพผู้เสียชีวิตทั้งสี่ ชัณสูตรที่โรงพยาบาลแก่งกระจาน พร้อมทั้งนำศพไปเก็บรักษาไว้ที่วัดถ่ำแก้วเพื่อรอญาติมารับไปประกอบพิธีทางศาสนา    ส่วนทางด้านนายอำเภอแก่งกระจาน นายสุธีเล้าสุบินประเสริฐ บอกว่า จะทำการตรวจสอบสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในอำเภอแก่งกระจานที่ยังไม่ดำเนินการต้องตรวจสอบเป็นรายๆไป เพราะช่วงนี้มีให้บริการการกางเต้นท์เป็นจำนวนมาก และต้องให้ระวังถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวด้วย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/JuJqqROBsCk

 7,870
อาชญากรรม
31 ธ.ค. 62

สลดส่งท้ายปี! วัยรุ่นพายเรือเล่นในเขื่อนแก่งกระจาน เรือคว่ำจมน้ำเสียชีวิตหมู่ 4 ศพ

เพชรบุรี - สลดส่งท้ายปี 4 วัยรุ่นตั้งแคมป์เคาท์ดาวน์ปีใหม่ ที่แก่งกระจาน พายเรือคายัคคว่ำ จมน้ำดับยกแก๊ง ภายในบริเวณอ่างเก็บน้ำบ้านน้ำทรัพย์ ริมเขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ชวนกันกินดื่ม ก่อนพากันออกไปพายเรือ ระหว่างนั้นเรือเกิดล่ม ทำให้ทั้งหมดสูญหาย จนท.เร่งค้นหานานกว่า 3 ชั่วโมง ทยอยพบทั้ง 4 ศพ อยู่ในสภาพไม่สวมเสื้อชูชีพ ทั้งหมดเป็นวัยรุ่นอายุ 21-22 ปี    เพื่อนในกลุ่มเดียวกันที่รอด เล่าว่า ตนและเพื่อนรวม 14 คน มาจากจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อมาถึงก็นั่งล้อมวงดื่มสุรา ตนและเพื่อนรวม 4 คน ชวนกันพายเรือ ห่างจากฝั่งประมาณ 70 เมตร ปรากฎน้ำเข้าเรือ ท้ายเรือจมลง ต้องบอกให้เพื่อน 3 คน ว่ายเข้าฝั่งก่อน จากนั้นไม่เห็นเพื่อน ตะโกนให้เพื่อนอีกคนบนฝั่งว่ายมาช่วย กลับหายไปอีกคน    จากนั้นได้นำศพผู้เสียชีวิตทั้งสี่ ชัณสูตรที่โรงพยาบาลแก่งกระจาน พร้อมทั้งนำศพไปเก็บรักษาไว้ที่วัดถ่ำแก้วเพื่อรอญาติมารับไปประกอบพิธีทางศาสนา    ส่วนทางด้านนายอำเภอแก่งกระจาน นายสุธีเล้าสุบินประเสริฐ บอกว่า จะทำการตรวจสอบสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในอำเภอแก่งกระจานที่ยังไม่ดำเนินการต้องตรวจสอบเป็นรายๆไป เพราะช่วงนี้มีให้บริการการกางเต้นท์เป็นจำนวนมาก และต้องให้ระวังถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวด้วย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/JuJqqROBsCk

 7,870
สังคม
31 ธ.ค. 62

สลด! วัยรุ่นตั้งแคมป์เคาท์ดาวริมเขื่อนแก่งกระจาน พายเรือแคนูล่ม ดับ 4 ราย

เพชรบุรี-กลุ่มนักท่องเที่ยวตั้งแคมป์ที่เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี พายเรือแคนูกันที่อ่างเก็บน้ำ สุดท้ายเรือพลิกคว่ำ มีนักท่องเที่ยวจมน้ำเสียชีวิต 4 ราย    ที่เกิดเหตุ เป็นบริเวณอ่างเก็บน้ำบ้านน้ำทรัพย์ซึ่งอยู่ในส่วนติดกับสถานที่ท่องเที่ยวชื่อ แคมป์ใหม่ โฮมสเตย์ ทราบชื่อผู้สูญหายภายในน้ำเป็นชายจำนวน 4 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัย ใช้เรือและเจ็ทสกีทำการค้นหา และใช้เบ็ดตกปลาเหวี่ยงควานหาจากริมตลิ่ง โดยเจ้าที่ใช้เวลาการค้นหานานกว่า 3 ชั่วโมงจึงทยอยพบศพทั้ง 4 คน เบื้องต้นทราบชื่อต่อมาคือ 1.นายธนพรรณ ทองจรัส อายุ 21 ปี 2.นายศุภกรณ์ โสรส อายุ 21 ปี 3. นายบุญฤทธิ์ ภักดีภวัลย์ 22 ปี 4. นายปรีชา โสมา อายุ 21ปี ทั้งหมดเป็นชาวสมุทรปราการ    สอบถามเพื่อนของผู้ตายทั้ง 4 คน นาย ณรงค์ฤทธิ์ มีคุณ อายุ 21 ปี เล่าว่า ตนและกลุ่มเพื่อนรวม 14 คนได้เดินทางจาก จ.สมุทรปราการ มาพักท่องเที่ยวที่แคมป์ใหม่ โฮมสเตย์ เพื่อฉลองเคาท์ดาวน์ปีใหม่ โดยเดินทางมาถึงเมื่อประมาณ 14:00 น.วันที่ 30 ธันวาคม    หลังจากนั่งพักล้อมวงดื่มสุรากันได้ซักครู่ ตนและนายบุญฤทธิ์ นายธนพรรณ นายศุภกรณ์ รวม 4 คนได้ชักชวนกันลงไปพายเรือคายักในอ่างเก็บน้ำ ขณะพายเรือไปห่างจากริมตลิ่งประมาณ 70 เมตร ที่บริเวณท้ายเรือมีน้ำเข้า ตนจึงให้เพื่อนทั้งสามกระโดดออกจากเรือเพื่อว่ายน้ำกลับเข้าฝั่งก่อน   จากนั้นตนจึงได้ว่ายน้ำตามมา แต่ปรากฏว่าเมื่อว่ายไปด้สักพัก ตนได้หันมองที่เรือ ไม่พบเพื่อนทั้งสามคน ตนจึงตะโกนขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบนฝั่ง ปรากฏว่านายปรีชา เพื่อนที่ร่วมกลุ่มมาท่องเที่ยวด้วย ได้กระโดดว่ายน้ำเข้าไปทำการช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่านายปรีชากลับจมน้ำหายไปอีกคน ตนจึงรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทำการช่วยเหลือแต่ก็ไม่พบ กระทั่งมาพบทั้ง 4 จมนำเป็นศพดังกล่าว    รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/FZtO91izysk

 11,386
พระราชสำนัก
13 พ.ย. 62

องคมนตรี ประชุมติดตามผลการดำเนินงานโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา เขตจังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และร่วมประชุมติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา ที่โรงเรียนบ้านด่านโง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี   เมื่อเวลา 09.30 น. วันนี้ (13 พฤศจิกายน 2562) พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและร่วมประชุมเพื่อติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา เขตจังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของคณะครู บุคลากร และนักเรียน โดยมี นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารโรงเรียนฯ คณะครูและนักเรียน ให้การต้อนรับ ณ โรงเรียนบ้านด่านโง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี    พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ได้กล่าวว่า พระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อดำเนินการโรงเรียนตามพระราชดำริ ให้เด็กได้รับการพัฒนา วิถีความคิด ด้านคุณธรรม จริยธรรม การใฝ่รู้ใฝ่เรียน และเสริมสร้างการเรียนรู้ด้านทักษะอาชีพ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง การตรวจเยี่ยมในวันนี้ได้รับทราบข้อมูลทั้งความก้าวหน้าในด้านการเรียนการสอน และรับทราบสภาพปัญหาซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องอัตรากำลังครู ที่บางสาขาวิชายังไม่มีทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งจะได้ดำเนินการต่อไป    นอกจากนั้น องคมนตรียังได้ให้ความสำคัญด้านการสัมพันธ์กับชุมชนที่จะเป็นส่วนสร้างเสริม การขับเคลื่อนคุณธรรมสู่ชุมชนด้วย หลังจากนั้นองคมนตรีได้ลงพื้นที่โครงการพัฒนาห้วยแม่เพรียงตามพระราชดำริ อ่างเก็บน้ำ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง พบปะชุมชนชาวบ้านรับทราบถึงความต้องการพื้นที่ในการกักเก็บน้ำเพิ่มเพื่อใช้ประโยชน์ทางการเกษตร ซึ่งจะได้มีการประสานกับทางชลประทานต่อไป และได้ตรวจเยี่ยมผลิตภัณฑ์ชุมชนเป็นขนมพื้นบ้าน สร้างขวัญกำลังใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง        

 234
ข่าวภูมิภาค
16 ต.ค. 62

กลุ่มเจ็ทสกีโต้กลับ ชมวาฬบรูด้าแบบสุภาพ ยันขับช้าถ้าคนเดินแซงแน่นอน

กรณีกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง ขับขี่เจ็ทสกีหลายลำชมวาฬบรูด้าในทะเลอ่าวไทย แหลมผักเบี้ย จังหวัดเพชรบุรี ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตักเตือนให้หยุดการกระทำดังกล่าว เนื่องจากมีการใช้ความเร็วในการขับขี่สูงและส่งเสียงดัง เกิดการรบกวนการหากินของวาฬบรูด้า และรบกวนเรือนักเที่ยวอื่นๆ จนชาวเน็ตแห่วิจารณ์จำนวนมาก   ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ระบุ การกระทำดังกล่าว ไม่ถือว่าเป็นการลงไปชมบรูด้า แต่เป็นการไปไล่บรูด้าเสียมากกว่า ทั้งในเรื่องของการใช้ความเร็ว เสียงที่ดัง ตลอดจนระยะการเข้าใกล้บรูด้า ผิดไปจากข้อกำหนดที่ทางราชการกำหนดไว้ และอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อบรูด้าที่กำลังหากินอีกด้วย สิ่งเหล่านี้จะทำให้บรูด้าหายไป เชื่อว่าเป็นความคึกคะนองที่มองข้ามผลกระทบ จึงขอให้เลิกกระทำดีกว่า เพราะเป็นผลเสียต่อการท่องเที่ยว และถือเป็นการกระทำความผิดต่อระเบียบและกฎหมาย เนื่องจากเจ็ทสกีต้องมีใบอนุญาตรวมทั้งผู้ขับขี่หรือผู้ควบคุมเรือ     ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก "เจ็ตสกี โซไซตี้ ทริปท่องเที่ยวทางสายน้ำ" ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวว่า ตอนนี้สื่อทุกสำนักประโคมข่าวกันน่าดู ต่อว่ากลุ่มเจ็ทสกีสารพัด เขียนข่าวบิดเบือนความจริง เล่นข่าวเพื่อให้สนุก เข้าทางนักเลงคีย์บอร์ด คอมเม้นต์กันแรงๆไปสารพัด   ในฐานะประธานกลุ่มเจ็ทสกีโซไซตี้ ที่มีการพาเพื่อนสมาชิกไปเที่ยว ไปชมความงดงามของธรรมชาติอ่าวไทยนับสิบครั้ง มีการแจ้งชาวคณะทุกท่านอย่างชัดเจนถึงข้อควรปฎิบัติ กฎระเบียบต่างๆในการชมวาฬ เราเป็นกลุ่มขี่เจ็ทสกีท่องเที่ยวที่ไปเยอะที่สุดในประเทศไทย มีการออกทริปเที่ยวอย่างเป็นระบบ ทั่วไทย ทุกจังหวัด ทุกคนล้วนเป็นสุภาพชน เป็นผู้ใหญ่ ขับขี่แบบสุภาพ เคารพกฎของทุกพื้นที่ที่เราไป   สำหรับเหตุการณ์วันที่ 13 ต.ค. เราขี่เจ็ทสกีจนไปถึงบริเวณที่อยู่ของปลาวาฬบรูด้า เข้าไปด้วยความเร็วช้าสุด ขนาดที่คนเดินแซงได้ และชมวาฬแบบระยะไกล ราว 400-600 เมตร อยู่หลังเรือลำใหญ่ เรือนักท่องเที่ยว วิ่งข้างเรือบ้างเป็นบางจังหวะ เพราะรู้ว่าถ้าเข้าไปใกล้จะเป็นการไปไล่วาฬ   สำหรับหลายฝ่ายเป็นห่วงว่าเจ็ทสกีจะไปรบกวนหรือทำอันตรายต่อวาฬนั้น ในทางกลับกัน เรือนักท่องเที่ยวลำใหญ่เสียงดังกว่า ทั้งยังมีใบพัดใต้เรือที่อาจไปเฉี่ยวโดนหลังปลาจนเป็นอันตราย ถ้าโดนคนก็ตาย แต่ในขณะที่เจ็ทสกีเป็นเทคโนโลยีกระบอกเจ็ทพ่นน้ำ ใบพัดซ่อนอยู่ด้านใน ไม่มีโอกาสที่จะสร้างอันตรายด้วยการสัมผัสอย่างแน่นอน และเสียงเครื่องยนต์ก็เบากว่าเรือนักท่องเที่ยวมาก   ประเด็นสำคัญอยู่ที่มารยาทและวิธีการขับขี่มากกว่า ถ้าเราขับเร็ว ขับน่ากลัวก็เข้าใจได้ที่จะถูกต่อว่า แต่เราไปแบบสุภาพสุดๆ สุภาพที่สุดตั้งแต่เคยไปชมวาฬกันเลย แต่กลับถูกข่าวเท็จมาเล่นงาน นอกจากนี้ ไม่มีใครสามารถห้ามเจ็ทสกีเข้าไปชมวาฬได้ เพราะเจ็ทสกีมีทะเบียน คนขับขี่มีใบนายท้าย ทุกอย่างถูกต้องครบถ้วน กรมเจ้าท่าไม่มีอำนาจใดๆที่จะมาห้าม ถ้าห้ามเจ็ทสกี ก็ต้องห้ามเรือนักท่องเที่ยวทั้งหมดเช่นกัน   ทั้งนี้เจ้าของเพจ ได้ลงท้ายอีกว่า "สื่อไหนที่ยังรายงานข่าวเท็จอยู่ เตรียมตัวได้เลยครับ ครั้งนี้เราจะไม่ยอมแน่นอน"     ด้านผู้ให้บริการเรือ ชมวาฬบริเวณท่าเรือบางกุฬา ตำบลหาดเจ้าสำราญ เพชรบุรี บอกว่าวันเกิดเหตุตนขับเรือให้บริการนักท่องเที่ยวที่มากับเรือประมาณสามสิบคน ทุกคนบนเรือเห็นกลุ่มนักขับเจ็ทสกี โดยมีเจ็ทสกีมากกว่าสิบลำ   ไม่รู้ว่ากลุ่มเจ็ทสกีมาดูวาฬหรือมาไล่วาฬ คิดว่าน่าจะเป็นการก่อกวนมากกว่า เพราะเจ็ทสกีเสียงดังมาก ทำให้วาฬหนีไปที่อื่น โดยนักท่องเที่ยวทั้งหมดไม่พอใจการกระทำดังกล่าว ในส่วนตัวแล้วใครจะมาดูก็มาดูได้ไม่มีใครห้ามได้ แต่การกระทำดังกล่าวตนไม่พอใจ ถ้ามารบกวนวาฬแบบนี้ต่อไปวาฬก็จะหนีไปที่อื่นได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9uFBjoMD9DA

 900

Top