ค้นหา :

ผลการค้นหา "สุพรรณบุรี"

สังคม
23 ม.ค. 63

แค่ ตำแหน่งคนส่งไมค์ แต่ทำให้ผู้ชายหลาย ๆ คนต้องอิจฉา

ที่สุพรรณบุรี มีการประกวดธิดาดอนเจย์ดี ในการประกวดครั้งนี้ก็ได้มีบรรดาสาวสวยต่างพากันแห่มาสมัครกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งในวันรับสมัครสาวงามนั้นเอง ได้มีการถ่ายภาพหมู่สาวงามร่วมกัน หลังจากนั้นมีการวัดสัดส่วน น้ำหนัก ส่วนสูง รวมถึงการจับหมายเลขประจำตัว หลังจากนั้นก็ได้มีการแนะนำตัว และในการแนะนำตัวนี้เองก็มีตำแหน่ง ๆ หนึ่งที่เชื่อว่าผู้ชายหลาย ๆ คนต้องพากันอิจฉากันอย่างแน่นอน นั้นก็คือ ตำแหน่งส่งไมค์ ให้กับสาวงามผู้เข้าประกวดนั้นเอง เนื่องจากจะได้ใกล้ชิดกับสาวงาม และพอส่งไมค์เสร็จก็มีเวลาถ่ายรูปเก็บเอาไว้อีกด้วย            รับชมทางยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EyVK3qwgNbE

 9,925
พระราชสำนัก
22 ม.ค. 63

องคมนตรี ติดตามการบริหารจัดการน้ำของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสุพรรณบุรี

พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคกลาง และพลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ พร้อมคณะอนุกรรมการฯ เดินทางไปยังห้องประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากระเสียว ตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและแนวทางการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ โอกาสนี้ รับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานโครงการเขื่อนกระเสียว และแนวทางการให้ความช่วยเหลือราษฎรให้ช่วงหน้าแล้ง การปฏิบัติการฝนหลวง จากผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   จากนั้น เดินทางไปเยี่ยมชมการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนกระเสียว ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จมาตั้งแต่ปี 2524 เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ และบรรเทาอุทกภัยของเขตท้องที่อำเภอเดิมบางนางบวช อำเภอสามชุก โดยเขื่อนกระเสียวมีลักษณะเป็นเขื่อนดิน เก็บกักน้ำสูง 32.50 เมตร ยาว 4,250 เมตร ปิดกั้นลำห้วยกระเสียว ปริมาณน้ำที่ระดับเก็บกักสูงสุด 390 ล้านลูกบาศก์เมตร มีระบบการส่งน้ำ คลองส่งน้ำสายใหญ่ทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา รวมทั้งมีคลองซอยและคลองแยกซอยของคลองสายใหญ่ทั้งสองฝั่ง รวม 5 สาย สามารถส่งน้ำให้แก่พื้นที่เพาะปลูกในช่วงฤดูฝน 130,000 ไร่ ฤดูแล้ง 65,000 ไร่ และช่วยบรรเทาอุทกภัยในเขตโครงการท่าโบสถ์ล่าง และโครงการสามชุก รวม 350,000 ไร่ รวมทั้งยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาและท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ อีกด้วย   จากนั้น เวลา 13.30. น. องคมนตรีและคณะฯ เดินทางไปยังโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยท่าเดื่ออันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลนิคมกระเสียว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อรับฟังสรุปผลการดำเนินงานของโครงการฯ พร้อมพบปะราษฎรรับทราบชีวิตความเป็นอยู่และการใช้ประโยชน์จากโครงการฯ   โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยท่าเดื่ออันเนื่องมาจากพระราชดำริ สร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2523 ให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการ และก่อสร้างอ่างเก็บน้ำในลำน้ำสาขาต่าง ๆ ของห้วยกระเสียว เพื่อจัดหาน้ำให้ราษฎรตามหมู่บ้านต่าง ๆ บริเวณขอบอ่างเก็บน้ำกระเสียว ในเขตอำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี และอำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ให้สามารถทำการเพาะปลูกได้ทั้งในฤดูฝนฤดูแล้ง และมีน้ำอุปโภคบริโภคได้ตลอดทั้งปี โดยพระราชทานแผนที่มาตราส่วน 1 : 50,000 ที่ทรงวางโครงการไว้ให้กรมชลประทานพิจารณา ต่อมาในปี 2525 จึงก่อสร้างโครงการฯ แล้วเสร็จในปี 2526 ลักษณะเป็นเขื่อนดิน ทำนบดินกว้าง 6 เมตร ยาว 500 เมตร สูง 15 เมตร มีขนาดความจุ 2.80 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่รับประโยชน์ 3,000 ไร่ ปัจจุบันมีการจัดตั้งกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานแล้ว จำนวน 1 กลุ่ม

 120
สังคม
22 ม.ค. 63

สมาชิก 'บ้านแชร์แม่อุย' แห่แจ้งความดำเนินคดีท้าวแชร์ถูกโกงกว่า 60 ล้านบาท

กลุ่มผู้เสียหายแชร์ 'บ้านแชร์อุย' กว่า 30 ราย แห่เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุพรรณบุรี หลังทราบว่าแชร์ล้ม เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา มีสมาชิกแชร์ถูกหลอกกว่า 200 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 60 ล้านบาท สมาชิกลูกแชร์พยายามติดต่อไปที่ท้าวแชร์เพื่อขอเงินคืน ทางท้าวแชร์บ้านแม่อุยปฏิเสธ บอกเพียงว่าไม่มีเงินก้อนมาคืนให้ลูกแชร์   กลุ่มผู้เสียหายแชร์ลูกโซ่ บ้านแชร์อุย กว่า 30 ราย นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับ สภ.เมืองสุพรรณบุรี ขอให้ติดตามตัว น.ส.มธุรส หรืออุย เป็นท้าวแชร์บ้านแชร์แม่อุย จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า น.ส.มธุรส มีฐานะดี ขับรถหรู น่าจะมีเงิน มีฐานะมั่นคง จากที่ติดตามดูโปรไฟล์ทางเฟสบุ๊กก็ดูดี ประวัติในการเล่นแชร์ก็มีมานานแล้ว มีการโอนเงินวันละหลายล้านบาท    โดยแชร์นั้นวงเงินละ 10,000 บาท มีระยะเวลา 20 วัน จะได้เงินต้นคืน 10,000 บาท ดอกเบี้ยประมาณ 2,000 บาท ลงทุน 10,000 บาท ได้ผลกำไรวันละ 100 บาท ต่อวัน แต่เมื่อถึงวันใกล้จะได้รับเงินต้นและดอกเบี้ยผลกำไร น.ส.มธุรส ได้ปิดบ้านแชร์อุย เมื่อติดต่อไป ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีเงินก้อนมาคืนให้ หลังจากทราบว่าน่าจะถูกหลอก ไม่ได้เงินทั้งต้นและผลกำไรคืนแน่ จึงได้ติดต่อสมาชิกในกลุ่มที่ลงทุนเล่นแชร์และทราบว่ากลุ่มบ้านแชร์นี้ มีสมาชิกที่หลงเชื่อถูกหลอกให้ร่วมลงทุนเล่นแชร์ รวม 270 คน บางคนต้องสูญเสียเงินไปถึง 3-4 ล้านบาท ในเบื้องต้นมูลค่าความเสียหายกว่า 60 ล้านบาท    รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/tNGi31Bod6A  

 1,291
สังคม
15 ม.ค. 63

เปลี่ยนใจ! แม่ ‘น้องออมสิน’ จะปรับปรุงตัวใหม่ พร้อมเมื่อไหร่จะมารับไปอยู่ด้วย - สามีใหม่ เผยยังไม่เลิกจะอยู่เคียงข้างต่อไป

จากกรณีที่นักสังคมสงเคราะห์บ้านเด็กและครอบครัวจังหวัดลพบุรี นำเด็กหญิงอายุประมาณ 2 ขวบ เข้าแจ้งความกับตำรวจภูธรเมืองลพบุรี ว่ามีหญิงสวมหมวกกันน็อก ขับรถจักรยานยนต์ พร้อมกับนำเด็ก ไปกดออดที่หน้าประตูสำนักงานสังคมสงเคราะห์บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดลพบุรี พอพนักงานเปิดประตูออกมา ก็เห็นเด็กหิ้วถุงและจดหมายเดินเข้าไปในสำนักงาน จากนั้นหญิงคนดังกล่าวขับจักรยานยนต์หนีไป โดยพบว่าเด็กหิ้วถุงพลาสติก ในถุงมีเครื่องใช้เสื้อผ้าเด็กพร้อมกับตุ๊กตา 1 ตัว   พร้อมกันนี้มีจดหมายแนบมาด้วยเขียนว่า “ถึงเจ้าหน้าที่ ดิฉันขออนุญาตยกเด็กหญิงกฤษณา โฉมประเสริฐ หรือ ‘น้องออมสิน’ ให้กับทางสถานสงเคราะห์ดูแลอย่างถาวร เพราะดิฉันไม่สามารถดูแลได้เด็กคนนี้มีอนาคตที่ดีได้ เนื่องจากมีฐานะยากจน ดิฉันมีครอบครัวใหม่มีที่อยู่ไม่เป็นแหล่ง ส่วนพ่อใหม่ของน้องออมสินก็ปฏิเสธไม่รับเลี้ยง ไม่ยอมรับน้องเป็นลูก ขอโทษที่ทำแบบนี้ และดิฉันคิดว่ามันเป็นหนทางสุดท้ายที่ดีที่สุด” ลงท้ายในจดหมายว่า “แม่รักลูกนะแต่แม่มีความจำเป็น”   ล่าสุดวันที่ 15 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านนายแหลม สามีใหม่นางสาวเมย์ แม่น้องออมสิน พื้นที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เบื้องต้นนายแหลม สามีใหม่นางสาวเมย์ แม่น้องออมสิน ออกไปดูลูกที่ฝากญาติเลี้ยงเอาไว้ จากนั้นได้กลับมาที่บ้านเพื่อเตรียมตัวไปทำงานในไร่มัน   โดยนายแหลม เปิดเผยว่าเมื่อวานได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งนางสาวเมย์ ที่ จ.ลพบุรี เพื่อจะไปติดต่อประสานกับทางบ้านพักเด็กฯลพบุรี ซึ่งตัวนายแหลมเองได้ขี่รถจักรยายนต์กลับมาบ้านเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งขอยืนยันว่ายังไม่ได้เลิกกับนางสาวเมย์จะขอสู้ปัญหาไปกับนางสาวเมย์ หากถ้าเลิกกันก็เหมือนว่าทอดทิ้งกันไป จะขอสู้ไปด้วยกัน เพราะว่าขณะนี้น้องออมสินก็อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่แล้ว ส่วนตัวของนางสาวเมย์ภรรยา จะขออยู่บ้านญาติที่ จ.ลพบุรีไปก่อนเพื่อขอจัดการเรื่องน้องออมสินที่บ้านพักเด็กฯ ลพบุรีให้เสร็จก่อน จึงจะกลับมาอยู่ด้วยกันที่บ้าน อ.สองพี่น้อง เชื่อว่าต่อจากนี้ไปชีวิตครอบครัวคงจะมีอะไรที่ดีขึ้นมากว่านี้   ด้านนายแหลมสามีใหม่บอกว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ก็รู้สึกสงสารและเห็นใจน้องเมย์ยืนยันจะไม่ทิ้งกัน น้องออมสิน ก็มีผู้ใจบุญรับไปอุปการะแล้วอนาคตความเป็นอยู่คงจะดีขึ้นตนขอยืนยันว่าไม่ได้เลิกกับน้องเมย์แต่ช่วงนี้น้องเมย์ได้อยู่กับญาติที่จังหวัดลพบุรีเพื่อสะสางเคลียร์ปัญหาทางโน้นให้เรียบร้อยก็คงจะกลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม  

 32,707
สังคม
10 ม.ค. 63

คลายเครียด ที่งานเลี้ยงปีใหม่ ขอบคุณชาวนา มีแข่งขันหัวเราะ ชิงเงิน 1 พันบาท!

ที่สุพรรณบุรี เจ้าของรถเกี่ยวข้าว ใจดีมีน้ำใจ จัดงานเลี้ยงปีใหม่ให้เกษตรกร โดยได้จัดซุ้มเลี้ยงอาหาร คาว หวาน เครื่องดื่ม มาเลี้ยงให้กับชาวนาได้รับทานฟรี ตลอดงาน งานนี้จัดขึ้นโดย สิบตำรวจเอก ทศพล ยิ้มยวน (จ่าดม) อดีตข้าราชการตำรวจ ที่ลาออกจากราชการแล้วหันมาประกอบทำอาชีพรถเกี่ยวข้าวและทำนา     เหตุที่จัดงานใหญ่โตนี้ขึ้นอีก 1 เหตุผลคือ วันนี้เป็นวันเกิดจ่าดม เลยถือโอกาสเลี้ยงวันเกิด เลี้ยงขอบคุณ และเลี้ยงปีใหม่ เชิญลูกค้าทั้งหมดที่เป็นชาวนามารับประทานอาหาร     และนอกจากที่จะเลี้ยงโต๊ะจีนแล้ว ทุกคนที่มาร่วมงานจะได้ข้าวสารคนละ 1 ถุง ได้จับของขวัญด้วย มีของรางวัลมากมาย รางวัลใหญ่ก็เป็นพัดลม หม้อหุงข้าวไฟฟ้า ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ยังมีการแข่งขันเต้น ใครเต้นชนะเลิศก็จะได้รางวัล ไม่จำกัดเพศไม่จำกัดวัย     และสุดท้าย 'แข่งขันหัวเราะ' มีรางวัลเช่นกัน โดยผู้ชนะจะได้เงิน 1000 บาท คุณป้า คุณลุงขอท้าชน ขำไม่หยุด ขำขาดใจ มาถึงหนุ่มน้อยของงานขอสู้ ลีลาการหัวเราะเหมือนร้องไห้ ดูเหมือนจะไม่เข้าตากรรมการ แต่มีทีเด็ดที่ตอนท้าย ถอดเสื้อออกมา เจอปากกาเขียนที่หน้าอกว่า 'รักจ่าดมที่สุด' เท่านั้นแหละ กรรมการตัดสินใจเป็นผู้ชนะคว้าเงินรางวัลไปเลย 1000 บาท ส่วนผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ จ่าดมแจกคนละ 100 บาท     ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : youtu.be/P6kpp7FtGaY

 877
สังคม
07 ม.ค. 63

กำนันหญิงทำร้ายลูกบ้าน วอนสังคมอย่าฟังความข้างเดียว

สุพรรณบุรี-โลกโซเชียลโพสต์คลิปกำนันหญิงทะเลาะกับญาติ วอนสังคมอย่าฟังความข้างเดียว จากกรณีเฟชบุ๊ก 'มาริโอ้ จอมเย็นชา' โพสต์คลิปเหตุการณ์กำนันสาวรายหนึ่ง จ.สุพรรณบุรี ทำร้ายร่างกายลูกบ้านที่เป็นผู้หญิงด้วยกัน ผู้โพสต์คลิปเหตุการณ์ดังกล่าวระบุข้อความว่า เรื่องเกิดเมื่อเช้า กำนันทำร้ายร่างกายลูกบ้าน เนื่องจากไปสอบถามเกี่ยวกับเรื่องเงินฌาปนกิจศพ จนเป็นเหตุให้เกิดการทำร้ายร่างกายตามวีดีโอและรูปภาพระบุว่าทั้งสองฝ่ายเป็นญาติกันด้วย   ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับกำนันหญิงคนดังกล่าว ทราบชื่อ น.ส.ธนาภร ธนภัทรอภิเดชา กำนันตำบลวังยาว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.องค์พระ อ.ด่านช้าง ขอให้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน กรณีที่มีปัญหาทำร้ายร่างกายกับนางอำพัน ซึ่งเป็นลูกบ้านและเป็นญาติกัน ที่เป็นคู่กรณีเหตุเกิดช่วงสายวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา    น.ส.ธนาภรได้ชี้แจงว่าก่อนเกิดเหตุ นางอำพัน ได้ไปหานางสาวธนภร พูดคุยเรื่องเงินฌาปนกิจ อดีตสามีที่นอนป่วยอยู่โดยนางอำพัน ได้ขอเงินจำนวน 30,000 บาท เพื่อเตรียมนำไปจัดงานซื้อของเลี้ยงชาวบ้านที่จะมาร่วมงาน และทำบุญให้กับอดีตสามีที่ป่วยด้วยโรคเชื้อราในสมองยังนอนรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ศิริราช ทางกำนันแจ้งว่าคนยังไม่เสียชีวิต ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้    นอกจากนี้ นางอำพันก็ยังมีหนี้สินติดค้างอยู่ด้วย ทำให้นางอำพันไม่พอใจ ด่าสารพัด สุดท้ายทั้ง 2 ฝ่ายท้าทายกันจนกระทั่งเหตุการณ์บานปลาย และตนเองก้ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าทั้ง 2 ข้าง รวมถึงแขนพับด้านซ้ายด้วย  และตนอยากชี้แจงและฝากถึงสังคมด้วยว่าก่อนจะด่าหรือกล่าวหาตน ขอให้รู้ข้อเท็จจริงก่อน    ส่วนทางด้านนางอำพัน ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งนางอำพัน บอกว่า ตนเองคุยเรื่องเงินฌาปณกิจของอดีตสามีที่นอนรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ศิริราช แต่สุดท้ายไม่เข้าใจกัน เลยเกิดการทำร้ายร่างกายกันขึ้น ลักษณะคือถูกจับหัวโขกที่พื้นจนเป็นแผล ตามที่เห็นในคลิป และมีการเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้แล้วเช่นกัน       ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/1vyyR8ojD_8    

 2,465
ข่าวภูมิภาค
07 ม.ค. 63

คลิปเดือด!กำนันสาวตบลูกบ้าน ปมทวงถามขอเงินฌาปนกิจ ทั้งที่เป็นญาติกัน ด้านกำนันมือตบ เผยโดนด่าก่อน

จากกรณีผู้ใช้เฟชบุ๊ก มาริโอ้ จอมเย็นชา โพสต์คลิปเหตุการณ์กำนันสาวรายหนึ่ง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ทำร้ายร่างกายลูกบ้านที่เป็นผู้หญิงด้วยกัน เนื่องจากไปสอบถามเกี่ยวกับเรื่องเงินฌาปนกิจศพ จนเป็นเหตุให้เกิดการทำร้ายร่างกายดังกล่าว ทั้งที่ทั้งสองฝ่ายเป็นญาติกันแท้ ๆ นี่เหรอผู้นำหมู่บ้านใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา   ผู้สื่อข่าวไปสอบถามนางอำพันธ์  พัดเพชร อายุ 53 ผู้เสียหายที่ถูกทำร้ายถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้นายบุญศรี  ยางสวย อายุ 58 ปี อดีตสามี ได้ไปกู้เงินกองทุนเงินล้านของอำเภอด่านช้าง 49,000 บาท ซึ่งอดีตสามีของตนจ่ายดอกเบี้ยมาโดยตลอด ทั้งนี้มีการให้ทำประกันชีวิตควบคู่กันไปด้วยวงเงิน 180,000 บาท เผื่อผู้กู้เสียชีวิตจะได้นำเงินประกันมาหักลบกลบหนี้   ต่อมาอดีตสามีป่วยเข้าโรงพยาบาล กำนันคนดังกล่าวได้ทำเรื่องยกหนี้เงินที่อดีตสามีไปกู้มาให้ตนกับลูกอีก 2 คน เป็นผู้ใช้หนี้แทน ซึ่งตนและลูกก็เซ็นรับทราบ ส่วนเงินประกันเข้าใจว่าอดีตสามีขาดส่งไปแล้ว กระทั่งมาทราบว่ากำนันสาวคนดังกล่าวซึ่งเป็นญาติกัน เป็นผู้ส่งเงินที่อดีตสามีทำประกันไว้มาตั้งแต่ต้น โดยที่กำนันเป็นผู้รับผลประโยชน์ทั้งหมด ซึ่งตนและลูกอีก 9 คน ไม่เคยทราบมาก่อน   ล่าสุดอดีตสามีป่วยหนักนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ตนได้ไปสอบถามกำนันที่บ้านว่า หากอดีตสามีเสียชีวิต (ตอนนี้ยังไม่เสียชีวิต) แล้วได้รับเงินค่าประกันชีวิต ขอให้กำนันช่วยค่าทำศพหรือฌาปนกิจศพ จำนวนเงิน 30,000 บาท ได้หรือไม่ แต่กำนันบอกว่า “ไม่ได้กูไม่ให้” และมีปากเสียงยืนโต้เถียงกันเล็กน้อย  จากนั้นตนก็เดินออกจากบ้านกำนัน ปรากฎว่ากำนันเดินตามออกมาชกตนล้มลง นั่งคร่อมตัวทั้งตบต่อย ใช้เล็บข่วนหน้า จับหัวโขกพื้นจนเลือดไหลอาบหน้า เป็นรอยฟกช้ำตามลำตัวและแขน   นางอำพันธ์ กล่าวว่า “ถ้าไม่มีคนห้ามคงตายไปแล้ว ใจดำเกินทั้งที่รู้ว่าตนไม่สบายกะจะเอาให้ตาย โตมาด้วยกันไม่น่าทำแบบนี้เราไม่ได้ไปทำอะไรเขาเลยเป็นญาติกันแท้ ๆ ทำรุนแรงเกินไม่ให้ก็ไม่เอา อย่างน้อยก็เห็นแก่หลาน ๆ บ้าง ไม่มีเงินจัดก็จะไปขอมูลนิธิ ที่ไปขอเงินเพราะไม่มีเงินจัดศพ กำนันอ้างว่าตนล้มเองพูดมาได้ยังไง ไปถามชาวบ้านได้ยืนมองกันเยอะแยะ หลังเกิดเหตุมีปลัดคนหนึ่งโทรมาให้ไปพูดคุยที่อำเภอ จากนี้คงไม่มองหน้ากันแล้ว เป็นกำนันทำแบบนี้ใครจะไปนับถือ ไม่ขอไกล่เกลี่ยจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด มันเสียความรู้สึก”   ด้านนางสาวภัทราภรณ์  ยางสวย อายุ 35 ปี ลูกสาวคนที่สองของนางอำพันธ์ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เผยว่า ขณะเกิดเหตุตนและลูกสาวท้องแก่ 8 เดือน พยายามเข้าไปแยกแม่กับป้าออกจากกัน ซึ่งมีคนถ่ายคลิปไว้ กำนันตะโกนมาว่า “ถ่ายไว้เลยถ่ายไว้เยอะ ๆ ” คนเป็นลูกเห็นแม่ถูกทำร้ายใครจะทนได้ อยากขอความเป็นธรรมให้แม่ ที่แม่ไปขอเงินให้ช่วยค่าทำศพพ่อ 30,000 บาทนั้น ก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรมาก   ขณะที่นางสาวธนาธร ธนภัทรอภิเดชา กำนันตำบลวังยาว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.องค์พระ เผยว่า วันเกิดเหตุนางอำพันธ์ มาพูดคุยเรื่องเงินฌาปนกิจศพอดีตสามีที่นอนป่วยอยู่ ตนแจ้งว่าค่อยมาพูดคุยกันเพราะยังไม่เสียชีวิต และนายบุญศรี ก็ยังติดค้างหนี้สินเงินกองทุนหมู่บ้านอยู่ แต่นางอำพันธ์  ไม่พอใจพูดท้าทายให้ตนออกมานอกบ้าน ด่าสารพัด กระทั่งเกิดเหตุบานปลายและมีการทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้น ส่วนตนได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าทั้งสองขาง และข้อพับแขนซ้าย   ทั้งนี้ตนไม่ได้จับหัวกระแทกพื้น นางอำพันธ์นั่นแหละที่จับหัวและดึงผมตน ตนไม่ได้ใช้มือไปตบต่อยเขาได้รับบาดเจ็บ ซึ่งคนโพสต์คลิปก็เป็นครู อยากฝากบอกว่าเอาคลิปไปโพสต์แล้วตัดสินคนด้วยภาพทั้งที่ไม่ทราบข้อเท็จจริง ทำเหมือนไม่ใช่พี่น้องสายเลือดเดียวกัน ให้มาดูบาดแผลทั้งสองคนว่าใครมีบาดแผลเยอะกว่ากัน ที่เห็นว่านางอำพันธ์ เลือดออกเยอะเพราะเขาเป็นคนเลือดออกง่าย  ทำไมไม่เอาเหตุผลมาคุยกัน เป็นกำนันถ้ามีคนมาด่าพ่อล่อแม่ก็ต้องนั่งฟังเฉย ๆ ตอบโต้ทำอะไรไม่ได้เลยเหรอ ความอดทนของคนเราบางครั้งมันก็มีขีดจำกัด ข้อเท็จมันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูด จากนี้ต่างคนต่างอยู่ขอไม่รู้จักกันดีกว่า   ส่วนประเด็นเรื่องเงินประกันนั้น หลังจากที่นายบุญศรี และนางอำพันธ์ แยกทางกัน ตนก็รับส่งเงินประกันให้กับนายบุญศรี มาโดยตลอด  ดังนั้นตนก็ต้องเป็นผู้รับผลประโยชน์ ส่วนหนี้ของนายบุญศรีที่ค้างอยู่จำนวนหนึ่งนั้น หากนายบุญศรี เสียชีวิต ตนก็จะนำเงินประกันไปหักล้างหนี้ให้   ก่อนหน้านี้นายสามารถ ลูกชายของนายบุญศรี ได้มาคุยกับตนว่าไม่มีเงิน ขอเงินประกันจำนวนหนึ่งของพ่อที่กำนันจ่ายมาตั้งแต่ต้น มาช่วยค่าทำศพได้มั้ย ซึ่งตนพูดไปว่าถ้าพ่อเสียชีวิตจริง ๆ ก็ให้มาบอกจะให้รถมูลนิธิกู้ภัยไปรับ ส่วนค่าจ่ายตนจะออกเอง และหลังเสร็จงานตนจะมอบเงินให้มูลนิธิฯ อีก 10,000 บาท เพื่อเป็นอานิสงส์ ซึ่งก็คุยกันรู้เรื่องจบไปแล้ว   แต่วันเกิดเหตุนางอำพันธ์ มาบี้กำนันจะขอเงิน 3 หมื่นบาท อ้างเป็นเงินในส่วนประกันของนายบุญศรี เพื่อขอช่วยเอามาจัดศพ ทั้งที่เงินจำนวนดังกล่าว เป็นหนี้สินของนางอำพันธ์ ที่ไปกู้ยืมมาใช้ส่วนตัวเอง หลังจากที่ได้เลิกรากับนายบุญศรีไปแล้ว ไม่เกี่ยวกับหนี้สินหรือเงินค่าประกันของนายบุญศรี แต่อย่างใด นางอำพันธ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายบุญศรี มันคนละส่วนกันกับเงินประกันของนายบุญศรี  จะให้ตนไปใช้หนี้ให้นางอำพันธ์ได้อย่างไร มันไม่ถูกต้อง และมาโวยวายว่าตนโกง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BI5IiYwG6Yc

 2,181
สังคม
07 ม.ค. 63

คลิปเดือด!กำนันสาวตบลูกบ้าน ปมทวงถามขอเงินฌาปนกิจ ทั้งที่เป็นญาติกัน ด้านกำนันมือตบ เผยโดนด่าก่อน

จากกรณีผู้ใช้เฟชบุ๊ก มาริโอ้ จอมเย็นชา โพสต์คลิปเหตุการณ์กำนันสาวรายหนึ่ง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ทำร้ายร่างกายลูกบ้านที่เป็นผู้หญิงด้วยกัน เนื่องจากไปสอบถามเกี่ยวกับเรื่องเงินฌาปนกิจศพ จนเป็นเหตุให้เกิดการทำร้ายร่างกายดังกล่าว ทั้งที่ทั้งสองฝ่ายเป็นญาติกันแท้ ๆ นี่เหรอผู้นำหมู่บ้านใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา   ผู้สื่อข่าวไปสอบถามนางอำพันธ์  พัดเพชร อายุ 53 ผู้เสียหายที่ถูกทำร้ายถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้นายบุญศรี  ยางสวย อายุ 58 ปี อดีตสามี ได้ไปกู้เงินกองทุนเงินล้านของอำเภอด่านช้าง 49,000 บาท ซึ่งอดีตสามีของตนจ่ายดอกเบี้ยมาโดยตลอด ทั้งนี้มีการให้ทำประกันชีวิตควบคู่กันไปด้วยวงเงิน 180,000 บาท เผื่อผู้กู้เสียชีวิตจะได้นำเงินประกันมาหักลบกลบหนี้   ต่อมาอดีตสามีป่วยเข้าโรงพยาบาล กำนันคนดังกล่าวได้ทำเรื่องยกหนี้เงินที่อดีตสามีไปกู้มาให้ตนกับลูกอีก 2 คน เป็นผู้ใช้หนี้แทน ซึ่งตนและลูกก็เซ็นรับทราบ ส่วนเงินประกันเข้าใจว่าอดีตสามีขาดส่งไปแล้ว กระทั่งมาทราบว่ากำนันสาวคนดังกล่าวซึ่งเป็นญาติกัน เป็นผู้ส่งเงินที่อดีตสามีทำประกันไว้มาตั้งแต่ต้น โดยที่กำนันเป็นผู้รับผลประโยชน์ทั้งหมด ซึ่งตนและลูกอีก 9 คน ไม่เคยทราบมาก่อน   ล่าสุดอดีตสามีป่วยหนักนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ตนได้ไปสอบถามกำนันที่บ้านว่า หากอดีตสามีเสียชีวิต (ตอนนี้ยังไม่เสียชีวิต) แล้วได้รับเงินค่าประกันชีวิต ขอให้กำนันช่วยค่าทำศพหรือฌาปนกิจศพ จำนวนเงิน 30,000 บาท ได้หรือไม่ แต่กำนันบอกว่า “ไม่ได้กูไม่ให้” และมีปากเสียงยืนโต้เถียงกันเล็กน้อย  จากนั้นตนก็เดินออกจากบ้านกำนัน ปรากฎว่ากำนันเดินตามออกมาชกตนล้มลง นั่งคร่อมตัวทั้งตบต่อย ใช้เล็บข่วนหน้า จับหัวโขกพื้นจนเลือดไหลอาบหน้า เป็นรอยฟกช้ำตามลำตัวและแขน   นางอำพันธ์ กล่าวว่า “ถ้าไม่มีคนห้ามคงตายไปแล้ว ใจดำเกินทั้งที่รู้ว่าตนไม่สบายกะจะเอาให้ตาย โตมาด้วยกันไม่น่าทำแบบนี้เราไม่ได้ไปทำอะไรเขาเลยเป็นญาติกันแท้ ๆ ทำรุนแรงเกินไม่ให้ก็ไม่เอา อย่างน้อยก็เห็นแก่หลาน ๆ บ้าง ไม่มีเงินจัดก็จะไปขอมูลนิธิ ที่ไปขอเงินเพราะไม่มีเงินจัดศพ กำนันอ้างว่าตนล้มเองพูดมาได้ยังไง ไปถามชาวบ้านได้ยืนมองกันเยอะแยะ หลังเกิดเหตุมีปลัดคนหนึ่งโทรมาให้ไปพูดคุยที่อำเภอ จากนี้คงไม่มองหน้ากันแล้ว เป็นกำนันทำแบบนี้ใครจะไปนับถือ ไม่ขอไกล่เกลี่ยจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด มันเสียความรู้สึก”   ด้านนางสาวภัทราภรณ์  ยางสวย อายุ 35 ปี ลูกสาวคนที่สองของนางอำพันธ์ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เผยว่า ขณะเกิดเหตุตนและลูกสาวท้องแก่ 8 เดือน พยายามเข้าไปแยกแม่กับป้าออกจากกัน ซึ่งมีคนถ่ายคลิปไว้ กำนันตะโกนมาว่า “ถ่ายไว้เลยถ่ายไว้เยอะ ๆ ” คนเป็นลูกเห็นแม่ถูกทำร้ายใครจะทนได้ อยากขอความเป็นธรรมให้แม่ ที่แม่ไปขอเงินให้ช่วยค่าทำศพพ่อ 30,000 บาทนั้น ก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรมาก   ขณะที่นางสาวธนาธร ธนภัทรอภิเดชา กำนันตำบลวังยาว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.องค์พระ เผยว่า วันเกิดเหตุนางอำพันธ์ มาพูดคุยเรื่องเงินฌาปนกิจศพอดีตสามีที่นอนป่วยอยู่ ตนแจ้งว่าค่อยมาพูดคุยกันเพราะยังไม่เสียชีวิต และนายบุญศรี ก็ยังติดค้างหนี้สินเงินกองทุนหมู่บ้านอยู่ แต่นางอำพันธ์  ไม่พอใจพูดท้าทายให้ตนออกมานอกบ้าน ด่าสารพัด กระทั่งเกิดเหตุบานปลายและมีการทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้น ส่วนตนได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าทั้งสองขาง และข้อพับแขนซ้าย   ทั้งนี้ตนไม่ได้จับหัวกระแทกพื้น นางอำพันธ์นั่นแหละที่จับหัวและดึงผมตน ตนไม่ได้ใช้มือไปตบต่อยเขาได้รับบาดเจ็บ ซึ่งคนโพสต์คลิปก็เป็นครู อยากฝากบอกว่าเอาคลิปไปโพสต์แล้วตัดสินคนด้วยภาพทั้งที่ไม่ทราบข้อเท็จจริง ทำเหมือนไม่ใช่พี่น้องสายเลือดเดียวกัน ให้มาดูบาดแผลทั้งสองคนว่าใครมีบาดแผลเยอะกว่ากัน ที่เห็นว่านางอำพันธ์ เลือดออกเยอะเพราะเขาเป็นคนเลือดออกง่าย  ทำไมไม่เอาเหตุผลมาคุยกัน เป็นกำนันถ้ามีคนมาด่าพ่อล่อแม่ก็ต้องนั่งฟังเฉย ๆ ตอบโต้ทำอะไรไม่ได้เลยเหรอ ความอดทนของคนเราบางครั้งมันก็มีขีดจำกัด ข้อเท็จมันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูด จากนี้ต่างคนต่างอยู่ขอไม่รู้จักกันดีกว่า   ส่วนประเด็นเรื่องเงินประกันนั้น หลังจากที่นายบุญศรี และนางอำพันธ์ แยกทางกัน ตนก็รับส่งเงินประกันให้กับนายบุญศรี มาโดยตลอด  ดังนั้นตนก็ต้องเป็นผู้รับผลประโยชน์ ส่วนหนี้ของนายบุญศรีที่ค้างอยู่จำนวนหนึ่งนั้น หากนายบุญศรี เสียชีวิต ตนก็จะนำเงินประกันไปหักล้างหนี้ให้   ก่อนหน้านี้นายสามารถ ลูกชายของนายบุญศรี ได้มาคุยกับตนว่าไม่มีเงิน ขอเงินประกันจำนวนหนึ่งของพ่อที่กำนันจ่ายมาตั้งแต่ต้น มาช่วยค่าทำศพได้มั้ย ซึ่งตนพูดไปว่าถ้าพ่อเสียชีวิตจริง ๆ ก็ให้มาบอกจะให้รถมูลนิธิกู้ภัยไปรับ ส่วนค่าจ่ายตนจะออกเอง และหลังเสร็จงานตนจะมอบเงินให้มูลนิธิฯ อีก 10,000 บาท เพื่อเป็นอานิสงส์ ซึ่งก็คุยกันรู้เรื่องจบไปแล้ว   แต่วันเกิดเหตุนางอำพันธ์ มาบี้กำนันจะขอเงิน 3 หมื่นบาท อ้างเป็นเงินในส่วนประกันของนายบุญศรี เพื่อขอช่วยเอามาจัดศพ ทั้งที่เงินจำนวนดังกล่าว เป็นหนี้สินของนางอำพันธ์ ที่ไปกู้ยืมมาใช้ส่วนตัวเอง หลังจากที่ได้เลิกรากับนายบุญศรีไปแล้ว ไม่เกี่ยวกับหนี้สินหรือเงินค่าประกันของนายบุญศรี แต่อย่างใด นางอำพันธ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายบุญศรี มันคนละส่วนกันกับเงินประกันของนายบุญศรี  จะให้ตนไปใช้หนี้ให้นางอำพันธ์ได้อย่างไร มันไม่ถูกต้อง และมาโวยวายว่าตนโกง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BI5IiYwG6Yc

 2,181
ข่าวภูมิภาค
05 ม.ค. 63

หนุ่มเคราะห์ร้ายขี่ จยย.ไปทำงาน ถูกลวดขึงถนนบาดคอเจ็บ

สุพรรณบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนเจดีย์ รับแจ้งมีคนร้ายใช้ลวดขึงถนน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่ถนนสายบ้านดอนกระเพรา- บ้านหัวเขา หมู่ 8 ต.สระกระโจม จึงรุดไปตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุพบ นายเฉลิมชัย คำแผ่น อายุ 31 ปี มีบาดแผลถูกลวดบาดที่บริเวณลำคอ และที่แขนมีรอยแผลถลอก จำนวนหลายแห่ง   จากการสอบสวน นายเฉลิมชัย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเช้าประมาณ 6 โมง ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกไปทำงาน โดยใช้เส้นทางดังกล่าวไปหาเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน ระหว่างทางถูกคนร้ายใช้เส้นลวดผูกติดเสาไฟฟ้าและต้นสะเดาขวางถนน ตนมองไม่เห็นจึงชนและถูกลวดบาดที่ลำคอ ทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักล้มตกข้างถนน ได้รับบาดเจ็บ   หลังเกิดเหตุได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ นายเฉลิมชัย ยังกล่าวอีกว่า ตนไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกับใคร ไม่ทราบว่าคนร้ายที่นำลวดมาขึงมีจุดประสงค์สิ่งใด จึงอยากฝากเตือนถึงพี่น้องประชาชนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์บนถนนสายดังกล่าว ให้ใช้ความระมัดระวัง และฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ช่วยสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าว มาดำเนินคดีให้ได้   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบหลักฐานเป็นเส้นลวดยาวเกือบ 20 เมตร ผูกติดกับเสาไฟฟ้า และต้นสะเดา จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นสันนิษฐานว่าผู้ที่ก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มเด็กแว้นและกลุ่มวัยรุ่นที่ติดยาเสพติด ซึ่งมีปัญหากัน ได้นำลวดมาขึงดักทำร้ายกัน ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกับสายตรวจตำบลสระกระโจม ได้ลงพื้นที่สืบหาเบาะแสของผู้ที่ก่อเหตุเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป         ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/FqEuGVN1UJQ      

 1,153
สังคม
05 ม.ค. 63

หนุ่มเคราะห์ร้ายขี่ จยย.ไปทำงาน ถูกลวดขึงถนนบาดคอเจ็บ

สุพรรณบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนเจดีย์ รับแจ้งมีคนร้ายใช้ลวดขึงถนน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่ถนนสายบ้านดอนกระเพรา- บ้านหัวเขา หมู่ 8 ต.สระกระโจม จึงรุดไปตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุพบ นายเฉลิมชัย คำแผ่น อายุ 31 ปี มีบาดแผลถูกลวดบาดที่บริเวณลำคอ และที่แขนมีรอยแผลถลอก จำนวนหลายแห่ง   จากการสอบสวน นายเฉลิมชัย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเช้าประมาณ 6 โมง ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกไปทำงาน โดยใช้เส้นทางดังกล่าวไปหาเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน ระหว่างทางถูกคนร้ายใช้เส้นลวดผูกติดเสาไฟฟ้าและต้นสะเดาขวางถนน ตนมองไม่เห็นจึงชนและถูกลวดบาดที่ลำคอ ทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักล้มตกข้างถนน ได้รับบาดเจ็บ   หลังเกิดเหตุได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ นายเฉลิมชัย ยังกล่าวอีกว่า ตนไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกับใคร ไม่ทราบว่าคนร้ายที่นำลวดมาขึงมีจุดประสงค์สิ่งใด จึงอยากฝากเตือนถึงพี่น้องประชาชนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์บนถนนสายดังกล่าว ให้ใช้ความระมัดระวัง และฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ช่วยสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าว มาดำเนินคดีให้ได้   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบหลักฐานเป็นเส้นลวดยาวเกือบ 20 เมตร ผูกติดกับเสาไฟฟ้า และต้นสะเดา จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นสันนิษฐานว่าผู้ที่ก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มเด็กแว้นและกลุ่มวัยรุ่นที่ติดยาเสพติด ซึ่งมีปัญหากัน ได้นำลวดมาขึงดักทำร้ายกัน ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกับสายตรวจตำบลสระกระโจม ได้ลงพื้นที่สืบหาเบาะแสของผู้ที่ก่อเหตุเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป         ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/FqEuGVN1UJQ      

 1,153
สังคม
05 ม.ค. 63

เคราะห์ร้าย! หนุ่มขี่ จยย.ไปทำงาน ถูกลวดขึงถนนบาดคอเจ็บ รถตกข้างถนน

สุพรรณบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนเจดีย์ รับแจ้งมีคนร้ายใช้ลวดขึงถนนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ บนถนนสายบ้านดอนกระเพรา-บ้านหัวเขา หมู่ 8 ตำบลสระกระโจม จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบนายเฉลิมชัย คำแผ่น อายุ 31 ปี มีบาดแผลถูกลวดบาดที่บริเวณลำคอ และที่แขนมีรอยแผลถลอก จำนวนหลายแห่ง    จากการสอบสวน นายเฉลิมชัย ให้การว่า ตนประกอบอาชีพขับรถบรรทุก ก่อนเกิดเหตุช่วงเช้าประมาณ 6 โมง ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกไปทำงานโดยใช้เส้นทางดังกล่าวไปหาเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน ระหว่างทางถูกคนร้ายใช้เส้นลวด ผูกติดเสาไฟฟ้าและต้นสะเดาขวางถนน ตนมองไม่เห็นจึงชนและถูกลวดบาดที่ลำคอ ทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักล้มตกข้างถนน ได้รับบาดเจ็บ   หลังเกิดเหตุได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ นายเฉลิมชัย ยังกล่าวอีกว่า ตนไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกับใครไม่ทราบว่าคนร้ายที่นำลวดมาขึงมีจุดประสงค์สิ่งใด จึงอยากฝากเตือนถึงพี่น้องประชาชนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์บนถนนสายดังกล่าวให้ใช้ความระมัดระวัง และฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ช่วยสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าว มาดำเนินคดีให้ได้   ทางด้าน สภ.ดอนเจดีย์ ได้ลงพื้นตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบหลักฐานเป็นเส้นลวดยาวเกือบ 20 เมตร ผูกติดกับเสาไฟฟ้า และต้นสะเดา จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ผู้บังคับบัญชาได้ให้ความสำคัญ กำชับให้สืบสวนติดตามจับกุมผู้ที่ก่อเหตุ มาดำเนินคดีให้ได้ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าผู้ที่ก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มเด็กแว้น และกลุ่มวัยรุ่น ที่ติดยาเสพติด ซึ่งมีปัญหากัน ได้นำลวดมาดักทำร้ายกัน ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกับสายตรวจตำบลสระกระโจม ได้ลงพื้นที่สืบหาเบาะแสของผู้ที่ก่อเหตุ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/qvT5L3dKzfM    

 1,334
สังคม
04 ม.ค. 63

ไม่ทันวิวาห์ หนุ่มใหญ่เจ้าของธุรกิจวิ่งออกกำลังกาย วินาทีล้มวูบ หัวใจวายเสียชีวิต

ที่ จ.สุพรรณบุรี เมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 3 ม.ค. พ.ต.ท.สุคนธ์ สงสกุล สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี รับแจ้งพบผู้เสียชีวิตที่บริเวณลานข้างสนามฟุตบอลเพอร์เฟค หมู่ 5 ต.ท่าระหัด จึงไปตรวจสอบพร้อมกำลังฝ่ายสืบสวน แพทย์เวร รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช และเจ้าหน้าที่สมาคมเณรแก้วกู้ภัยทางหลวงสุพรรณบุรี ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชายนุ่งกางเกงขาสั้นสีดำสวมเสื้อยืดสีส้มสวมรองเท้ากีฬาสีดำนอนคว่ำหน้าอยู่ข้างศาลพระภูมิ   จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบชื่อนายปภาณ ผิวเกลี้ยง อายุ 47 ปีบ้านอยู่ซอยรามคำแหง แขวงสะพานสูง เขตกรุงเทพ มีแผลถลอกที่โหนกแก้มด้านขวา ไม่พบบาดแผลถูกทำร้ายและร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด   เบื้องต้นทราบว่าผู้ตายประกอบธุรกิจส่วนตัวแห่งหนึ่งอยู่ที่กรุงเทพ มาสร้างบ้านอยู่ที่เขต อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เพื่อเตรียมเป็นเรือนหอ ขณะนี้สร้างได้ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ โดยผู้ตายจะเดินทางมาดูความคืบหน้าการก่อสร้างเรือนหออยู่เป็นประจำ   นอกจากนี้ผู้ตายยังมีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจ ทุกเช้าที่กลับมาสุพรรณบุรี ผู้ตายจะวิ่งออกกำลังกายช่วงเช้ามืดเป็นประจำและก่อนเกิดเหตุมีชาวบ้านที่มาออกกำลังกายบริเวณดังกล่าวเห็นผู้ตายมาวิ่งออกกำลังกายบริเวณดังกล่าวเพียงลำพังกระทั่งสายพบว่าเสียชีวิตแล้ว   หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุพบว่าขณะที่ผู้ตายกำลังวิ่งช้า ๆ มาถึงได้ทรุดตัวลงช้า ๆ เหมือนคนที่กำลังเหนื่อยแล้วคว่ำหน้านอนแน่นิ่งเสียชีวิต ส่วนสาเหตุแพทย์สันนิษฐานว่าเกิดจากหัวใจวายเฉียบพลัน หลังจากแพทย์ได้ชันสูตร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างละเอียดญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตจึงมอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป   รับชมเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/3-yoEhZf2CI

 142,222
สังคม
31 ธ.ค. 62

ไว้เตือนสติ! สุพรรณบุรีแจกหมวกกันน็อคลงยันต์ ไว้เตือนใจเวลาขับขี่

วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เป็นบรรยากาศของพุทธาภิเษกเหรียญหล่อหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลย์ โดยมีพิธีจัดอย่างยิ่งใหญ่     และในโอกาศเดียวกันนี้ บริษัทขายรถจักรยานยนต์ และหมวกกันน็อค ได้นำหมวกกันน็อคมาเข้าพิธีพุทธาภิเษกด้วย โดยที่หมวกกันน็อคทั้งหมด ไม่ได้นำไปขาย แต่นำไม่แจกลูกค้าเพื่อคืนกำไรให้กับลูกค้า หลังจากพุทธาภิเษกเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีการลงลงยันต์ มีลงยันต์ครบทุกวันเลย     หลังจากนั้นก็นำไปแจก หลวงพ่อก็บอกว่ายันต์นั้นเป็นเครื่องเตือนใจ อย่าคิดว่ายันต์จะคุ้มครองได้ สุดท้ายแล้วจะปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัยอยู๋ที่วินัยของคนขับ   ชมผ่านยูทูปที่นี่ : youtu.be/--4Ila4Jgis

 2,158
สังคม
27 ธ.ค. 62

ปีใหม่ ขับขี่ปลอดภัย! ตร.สุพรรณฯ แจกฟรี หมวกกันน็อคสุดเก๋ สำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ

ที่สุพรรณบุรีคึกคักเป็นพิเศษ ชาวบ้านแห่มารวมตัวกัน เพราะมีการแจกหมวกกันน็อคฟรี    โดยพล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ร่วมกับสมาคมวิจัยวิทยาการขนส่งแห่งเอเชีย (ATRANS) ประเทศญี่ปุ่น นำหมวกกันน็อค มาแจกให้กับผู้สูงอายุ ถือเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ที่จะมีหมวกกันน็อครุ่นพิเศษ เฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น   ที่หมวกจะมีสัญลักษณ์เป็นสีส้มคาดบนหมวกสีขาว เหตุที่ต้องเป็นสีส้ม เพราะเป็นสีประจำจังหวัดสุพรรณบุรี โดยผู้ที่จะสามารถครอบครองเจ้าหมวกกันน็อคใบนี้ได้ ต้องมีคุณสมบัติ เป็นผู้สูงอายุ กล่าวคือจะต้องมีอายุ 50 ปี ขึ้นไป   หลังจากแจกเสร็จ ท่านผู้การ พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ก็ได้ลงพื้นที่ไปแจกหมวกให้กับชาวบ้านด้วยตนเอง ผู้ใดขับจักรยานยนต์ผ่านไปผ่านมา ก็เรียกให้หยุดหมดและแจกหมวกกันน็อค โดยก่อนแจกก็ได้ต้องอธิบายถึงความสำคัญในการสวมหมวกกันน็อคด้วย พร้อมบอกว่า "ปีใหม่ ให้ขับขี่ปลอดภัย"    ชมผ่านยูทูปที่นี่ : youtu.be/jQmVDqzS6_M

 872
ข่าวภูมิภาค
25 ธ.ค. 62

พระเฒ่าฉุนถูกเคาะประตูกุฏิก่อกวน คว้ามีดกระซวกพระลูกวัดมรณภาพ

สุพรรณบุรี-ตำรวจ สภ.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง รับแจ้งเหตุมีพระถูกแทงเสียชีวิต ที่วัดเขาแมงมุม ม.14 ต.บ่อสุพรรณ อ.สองพี่น้อง   ที่เกิดเหตุพบศพพระสำราญ ปรีชา อายุ 63 ปี นอนจมกองเลือดมรณภาพอยู่ด้านหน้ากุฎิ ส่วนมือมีดไม่ใช่ใครที่ไหนคือพระพวง โพสุวรรณ อายุ 76 ปี พระลูกวัดเดียวกัน นั่งรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้แทงพระสำราญเอง โดยใช้มีดปอกผลไม้แทงเข้าที่บริเวณหน้าอก 2 แผล และที่ลำคออีก 1 แผลรวม 3 แผลจนเสียชีวิตคาที่   เนื่องจากไม่พอใจที่พระสำราญชอบมาก่อกวน เคาะประตูกุฏิอยู่เป็นประจำ กระทั่งครั้งนี้หมดความอดทน เพราะพระสำราญจะเอาน้ำมาสาด จึงหันไปคว้ามีดปอกผลไม้ซึ่งวางอยู่ใกล้ๆกับจุดเกิดเหตุ แทงสวนไป 3 ครั้ง เป็นเหตุให้ถึงแก่ชีวิต หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้คุมตัวไปสึกจากการเป็นพระก่อนนำตัวดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SuwbksWzYwg

 3,687

Top