ค้นหา :

ผลการค้นหา "สุพรรณบุรี"

ข่าวภูมิภาค
08 มิ.ย. 62

วิสามัญ 'ไอ้ลอ เขาดิน' เมาอันธพาลขู่ฆ่าญาติ บานปลายยิงปืนใส่ ตร. ลั่น "กูไม่กลัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ” ก่อนถูกยิงสวนดับคาที่

สุพรรณบุรี - จากกรณีเมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 5 มิ.ย. 62 ที่ผ่านมา นายพิเชษฐ์ ปิ่นทอง หรือ “ไอ้ลอ เขาดิน” อายุ 40 ปี นั่งกินเหล้า กระทั่งเมาได้ที่จึงตะโกนส่งเสียงดังสร้างความรำคาญให้กับญาติพี่น้อง ทำให้น้าชาย ได้เดินออกมาจากบ้านเข้ามาดุด่าว่ากล่าวให้เลิกกินกันได้แล้วพร้อมกับขู่ว่าจะแจ้งความที่ส่งเสียงดัง สร้างความไม่พอใจให้กับนายพิเชษฐ์ เป็นอย่างมาก  นายพิเชษฐ์หลานชาย จึงได้เดินไปคว้ามีปลายแหลม เข้ามาล็อกคอน้าชาย ก่อนคำรามขู่ฆ่า จนทำให้น้าชาย ต้องยอมจำนน รับปากว่าจะไม่แจ้งตำรวจ    แต่ระหว่างทางที่น้าชาย ได้เดินกลับบ้านพักที่อยู่ใกล้กันนั้น น้าชายได้โทรศัพท์เข้าศูนย์วิทยุสื่อสาร สภ.ทุ่งคลี อ.เดิมบางนางบวช ให้มาตรวจสอบ เพื่อตักเตือนและระงับเหตุ แต่จู่ๆ นายพิเชษฐ์ กลับคว้ามีดปลายแหลม เล่มเดียวกันกับที่ขู่ฆ่าน้าชาย เดินปรี่ตรงเข้ามาหา ตร. ชกต่อยปลุกปล้ำกันอยู่พักใหญ่  และได้แย่งชิงเอาอาวุธปืนพกสั้นของตำรวจ หลบหนีไป    กระทั่งเช้าวานนี้ (7 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่สืบทราบมาว่า นายพิเชษฐ์  ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ จ.145/2562 ลงวันที่ 6 มิถุนายน 2562 หนีมาซุกตัวหลบอยู่ภายในบ้านพักหลังหนึ่งที่ จ.สุพรรณบุรี    ต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกว่า 100 นาย นำกำลังเข้าปิดล้อม โดยได้เจรจาเกลี้ยกล่อมให้นายพิเชษฐ์ เข้ามอบตัว แต่นายพิเชษฐ์ กลับถืออาวุธปืนพกสั้นที่แย่งชิงมาจากตำรวจและมีดปลายแหลม วิ่งเข้าใส่เจ้าหน้าที่พร้อมกับยิงปืนเปิดทาง 1 นัด กระสุนพุ่งเข้าใส่กระโปรงหน้ารถตำรวจ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดยิงตอบโต้กลับไป ส่งผลทำให้ร่างของนายพิเชษฐ์ หมุนคว้างกลิ้งล้มลงเสียชีวิตจมกองเลือดในที่เกิดเหตุทันที    หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พฐ.7 ภ.จว.สุพรรณบุรี แพทย์โรงพยาบาลอู่ทอง เข้าตรวจสอบบาดแผลพบถูกยิงที่ลำตัว 2 นัด ข้อมือขวา1 นัด นิ้วโป้งขวา 1 นัด หัวเข่าขวา 1 นัด และหน้าแข้งซ้ายอีก 1 นัด รวม 6 นัด โดยมีอาวุธปืน SIG SAUER รุ่น P 320 SP ขนาด 9 มม.ที่แย่งมาจากตำรวจพร้อมกับปลอกกระสุนอีก 1 ปลอกตกอยู่             พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี กล่าวว่า คนร้ายรายนี้มีรถแม็คโครของตัวเอง รับจ้างขุดดินในพื้นที่ อ.เดิมบางนางบวช แต่มีพฤติกรรมก้าวร้าวก่อเหตุอุกอาจมาก แย่งปืนตำรวจแล้วใช้ปืนยิงใส่ตำรวจที่เข้าระงับเหตุโชคดีที่กระสุนพลาดเป้า หลังจากนั้นได้หลบหนีไป เขต อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ยังใช้ปืนของตำรวจที่แย่งไปก่อเหตุยิงปืนขึ้นฟ้าที่หน้า สภ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี 1 นัด และในตลาดสดเทศบาล อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี อีก 1 นัด เพื่อประกาศศักดาว่า “กูไม่กลัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ” นอกจากนี้นายพิเชษฐ์ ยังเคยมีประวัติถูกจำคุกในข้อหาครอบครองยาเสพติด ของ สภ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี เมื่อปี 2555 อีกด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/KlEcyCBPD3k

 2,101
ข่าวภูมิภาค
04 มิ.ย. 62

สามีเก่าหึงโหด ไล่ยิงถล่มเลขานายก อบต.แฟนใหม่อดีตเมียหวิดดับ

สุพรรณบุรี-เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงที่ร้านบ้านขนม by คุณนุช หมู่ 3 ต.ศรีประจันต์ ริมถนนสายชัยนาท-สุพรรณบุรี ขาเข้าสุพรรณบุรี   ที่เกิดเหตุเดิมเป็นร้านขายขนม กาแฟ เครื่องดื่ม ภายในร้ายพบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม.ตกกระจายเกลื่อนทั้งในร้านพื้นถนนหน้าร้านและในกระบะท้ายรถอีซูซุ สีบรอนซ์ ทะเบียน ซึ่งบรรทุกข้าวของเครื่องครัวคาอยู่      จากการสอบสวนเจ้าของร้านให้การว่า คนร้ายที่ก่อเหตุเป็นอดีตสามีเก่าซึ่งมีลูกด้วยกัน 2 คน แต่ระยะหลังสามีเก่าไม่ช่วยทำงานใช้แต่เงิน และมักทะเลาะมีปากเสียงกันประจำ จนตนทนไม่ไหวจึงขอเลิกกันแต่ไม่เป็นทางการ หลังเลิกกันสามีเก่ามักตามมาราวีอยู่ตลอดกระทั่งเมื่อประมาณ 1 เดือนเศษ ตนจึงตัดสินใจเลิกอย่างเด็ดขาดโดยเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่โรงพักว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก   แต่สามีเก่าก็ยังไม่ยอมเลิกยังตามข่มขู่และขู่ฆ่าตนและลูกชาย ตนจึงไปแจ้งความไว้ที่โรงพักอีกรอบต่อมาได้พบกับนายบุญส่ง และคบหากันเป็นคนรู้ใจได้ประมาณ 1 เดือนเศษ ทำให้สามีเก่าทราบเรื่องยิ่งไม่ยอมเลิกราตามราวีเรื่อยมากระทั่งก่อนเกิดเหตุตนได้ชวน นายบุญส่ง แฟนใหม่ ไปช่วยขนข้าวของเครื่องใช้ในครัว เนื่องจากตนได้ไปเหมาซื้อของไว้ที่ อ.บางใหญ่ เพื่อนำมาใช้เปิดร้านขายอาหาร ซึ่งตนได้เช่าไว้แต่มาเกิดเหตุขึ้น   ทางด้านนายบุญส่ง กล่าวว่าตนเป็นเลขานายก อบต.วังน้ำเย็น และได้คบหากับ น.ส.กฤษดาพร ได้ประมาณ 1 เดือนเศษ เคยเห็นสามีเก่าที่เลิกกันแล้วอยู่ไม่กี่ครั้ง แต่ไม่เคยคุยกันไม่คิดว่าเขาจะหมายเอาชีวิตตน กระทั่งก่อนเกิดเหตุฝ่ายหญิงได้โทรศัพท์ให้ตนมาช่วย ขนของเข้าร้านที่เตรียมจะเปิดขายอาหารป่าที่ร้านเกิดเหตุ   จู่ๆสามีเก่า ได้ขับรถมาจอดหน้าร้าน จากนั้นได้เปิดประตูรถชักอาวุธปืนขึ้นมาหันปากกระบอกปืนมาที่ตนพร้อมลั่นไกทันที โชคดีที่ตนไหวตัวก่อนจึงหลบคมกระสุนได้ทัน ก่อนจะวิ่งหนีตายเข้าไปในร้าน แต่คนร้ายยังวิ่งตามเข้าไปใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงใส่ตนอีกหลายนัด เมื่อตนไม่มีทางหนีจึงแกล้งล้มลงและแกล้งตาย   คนร้ายเห็นตนนอนนิ่งกับพื้นจึงยืนดูผลงานและคิดว่าเสียชีวิตแล้ว จึงวิ่งกลับออกไปหน้าร้าน ก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงใส่รถฟอร์จูนเนอร์ของตนที่จอดไว้หน้าร้านอีก 2 นัด ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี   หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณใกล้เคียงพบคนร้ายขับรถกระบะตอนเดียวเข้ามาจอดและลงจากรถถือปืนยิงใส่ผู้เสียหาย ตั้งแต่หน้าร้านและไล่ตามเข้าไปยิงถึงในร้านแบบไม่ยั้งจนกระสุนหมดแม็ก จึงรีบกลับไปขึ้นรถขับหนีมุ่งหน้าไปทาง อ.สามชุก   เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไล่ติดตามไปยังสถานที่ต่างๆที่คิดว่าคนร้ายจะหนีไปกบดาน พร้อมกับรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตคาดว่าสามารถจับตัวมาดำเนินคดีได้ในไม่ช้า ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WfOSsQCKq6s

 2,574
ข่าวภูมิภาค
09 พ.ค. 62

ด.ญ.วัย 13 โพสต์ให้คนมาช่วย หลังถูกตายายจับล่ามโซ่ในบ้าน ดัดนิสัยชอบหนีเที่ยว

สุพรรณบุรี-ด.ญ.วัย 13 ปี โพสต์เฟสบุ๊ก บอกเพื่อนให้แจ้ง จนท.มาช่วย หลังถูกตายายจับล่ามโซ่ติดไว้กับเตียงในบ้าน ด้านตายายแท้ๆ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ร้องไห้พร้อมกับดุหลานสาวว่า ทำแบบนี้กับตายายได้อย่างไร เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเจรจาว่าทำแบบนี้ผิดกฎหมาย จากนั้นได้ให้ตานำกุญแจมาไขเอาโซ่ออกจากคอ โดยเด็กหญิงได้ร้องไห้ตลอดเวลา   ด้านนายแดง ผู้เป็นตาเล่าว่า หลานสาวเรียนอยู่ชั้น ม.2 โรงเรียนประจำแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี ช่วงนี้ปิดเทอมกลับมาอยู่บ้าน พ่อกับแม่แยกทางกัน ส่วนแม่ไปทำงานอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต ปีหนึ่งจะกลับบ้านมา 2-3 ครั้ง ก่อนเกิดเหตุเมื่อวานช่วงเย็น หลานสาวได้ขออนุญาตไปเอาชุดนักเรียนที่บ้านเพื่อน โดยขี่รถจักรยานยนต์ออกไป และก็ไม่กลับบ้าน   ญาติๆจึงออกตามหาแต่ก็ไม่พบ กระทั่งเช้าหลานสาวจึงกลับมา เป็นแบบนี้ประจำโดยอ้างว่าไปนอนบ้านเพื่อนและบางครั้งกลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ จนเพื่อนบ้านเอาไปนินทาทำให้ตนเสียหายและอับอาย เตือนเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง วันนี้จึงตัดสินใจซื้อโซ่มาล่ามไว้ เพื่อดัดนิสัย แต่ไม่นึกเลยว่าหลานสาวจะแจ้งตำรวจมาที่บ้าน   ด้าน จนท.ได้ให้ตายายและหลานได้พูดคุยปรับความเข้าใจกัน และจะประสานไปทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้ามาดำเนินการต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/y34n_h9eIMs

 6,200
ข่าวภูมิภาค
06 พ.ค. 62

วงจรปิดจับภาพพายุพัดถล่ม 30 นาที โบสถ์สแตนเลสที่สุพรรณบุรีพังทั้งหลัง เสียหายกว่า 12 ล้านบาท

สุพรรณบุรี - ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก น.ส.วนิดา เพิ่มเติม อายุ 29 ปี โยมอุปัฏฐากวัดดอนเก้า ต.หัวนา อ.เดิมบางนางบวช ว่าเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้เกิดพายุพัดกระโชกอย่างรุนแรงในพื้นที่อำเภอเดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ทำให้โบสถ์สแตนเลสของวัดดอนเก้า หมู่ 2 ต.บ่อกรุ อ.เดิมบางนางบวช ที่ก่อสร้างไปแล้วกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ได้พังถล่มลงมาทั้งหลัง โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ส่วนพระประธานซึ่งเป็นพระองค์ปฐมทรงเครื่องพระมหาจักรพรรดิ หน้าตักกว้าง 118 นิ้ว สูง 5 เมตร ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด   ทางด้านหลวงพ่อวิชัย ปัญญาวชิโร เจ้าอาวาสวัดดอนเก้า เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุอาตมาได้นำพระลูกวัดพร้อมกับญาติโยมปฏิบัติศาสนกิจสงฆ์ทำวัตรเย็นอยู่ที่ศาลาการเปรียญภายในวัด ทันใดนั้นได้เกิดมีลมพัดกระโชกเข้ามาอย่างรุนแรงประมาณ 30 นาที แต่ไม่มีฝนตกแต่อย่างใด แรงลมพัดโบสถ์ที่กำลังก่อสร้างไปได้กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ล้มพังครืนลงมาพังเสียหายทั้งหลัง คิดเป็นมูลค่ากว่า 12 ล้านบาท แต่โชคดีที่องค์พระประธานซึ่งเป็นพระองค์ปฐมทรงเครื่องพระมหาจักรพรรดิ ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ในเบื้องต้นได้ประสานไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาสุพรรณบุรีไปแล้ว เพื่อเข้ามาร่วมตรวจสอบความเสียหายต่อไป   ขณะที่ นายวัฒนา ยั่งยืน นายอำเภอเดิมบางนางบวช เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้เข้าไปตรวจสอบความเสียหายแล้ว จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าโครงสร้างไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากผู้รับเหมาเป็นช่างชาวบ้านทั่วไป ขณะนี้ได้ให้ทางวัดติดตามตัวผู้รับเหมารายนี้เข้ามารับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับได้ประสานไปทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีหน้าที่โดยตรงเพื่อหาทางช่วยเหลือทางวัดแห่งนี้ในการดำเนินการก่อสร้างโบสถ์สแตนเลส ให้สำเร็จตามความประสงค์ของท่านเจ้าอาวาสต่อไป ส่วนสาธุชนท่านใดมีความประสงค์ที่จะร่วมบริจาคสมทบทุนในการก่อสร้างสามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ตน หรือติดต่อท่านหลวงพ่อเจ้าอาวาสได้ได้ตรงที่วัด หรือบริจาคเข้าบัญชี วัดดอนเก้า ธนาคารกสิกรไทย หมายเลขบัญชี 030-8-61667-3 สาขาเดิมบางนางบวช      รับชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/Ly8xZ07owiw

 11,103
ข่าวภูมิภาค
27 เม.ย. 62

เสี่ยหนุ่มสุพรรณบุรีผวา กองทัพงูเห่าเกือบ 20 ตัวบุกบ้าน ขณะผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ยังเจออีก!

สุพรรณบุรี - ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายวิญญู สัตตะบุตร หัวหน้าศูนย์กู้ภัยมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี เขต อ.เมืองสุพรรณบุรี ว่ามีเรื่องระทึกเกิดขึ้นที่บ้านพักในพื้นที่ หมู่ 5 ต.บางเลน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เนื่องจากเจ้าของบ้านเจ้าของบ้านได้นำคลิปจับลูกงูเห่าโพสต์เฟสบุ๊กชื่อธณัฐ สระทองกลัด โดยมีข้อความว่าตัวที่ 16 แล้ว ยาที่ฉีดไปช่วยอะไรได้บ้าง หรืออยู่ข้างล่างไม่ได้เลย   หลังได้รับแจ้งผู้สื่อข่าวได้ติดต่อเจ้าของบ้านผู้ที่นำคลิปไปโพสต์ และลงพื้นที่ตรวจสอบพบบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านปูนชั้นเดียว เปิดเป็นร้านหล่อเสาโรมันชื่อร้านบัวบางสามเสาโรมันเสาโรมัน แสนสุข จูมัจฉะ ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกบางสาม ข้างป้อมตำรวจบางสาม หมู่ 5 ต.บางเลน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี จากการสอบถามทราบว่าเจ้าของบ้านชื่อนายธณัฐ สระทองกลัด อายุ 48 ปี และนางสมใจ สระทองกลัด อายุ 48 ปี สองสามีภรรยา อายุ 48 ปี    โดยนายธณัฐ เล่าว่า ที่บ้านอาศัยอยู่ด้วยกัน 4 คน และหลานอีก 3 คน เมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่าน ขณะที่ตนเองเข้าห้องน้ำ จู่ๆ ก็มีลูกงูเห่าโผล่ขึ้นมาจากท่อระบายน้ำขึ้นมาชูคอแผ่แม่เบี้ย อยู่ตรงหน้า ตนเองตกใจมาก แทบช็อก ทำอะไรไม่ถูก หลังตั้งสติได้เลยหยิบแปลงถูพื้นปัดลูกงูเห่าออกไปข้างนอกพร้อมจับใส่ขวดไว้ แล้วจึงดูภายในห้องน้ำพบลูกงูเห่านอนขดอยู่ข้างกำแพงอีก 3 ตัว ในห้องนอนอีก 3 ตัว และอยู่ข้างราวตากผ้า วันต่อมาพบในครัวและหลังบ้านอีก 8 ตัว รวม 15 ตัว ตนจึงได้จับใส่ขวดน้ำพลาสติกเก็บไว้ เพื่อจะนำไปปล่อยสู่คืนธรรมชาติ จากนั้นได้ประสานไปทาง อบต.บางเลน อ.สองพี่น้อง ให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาฉีดพ่นยาให้เพื่อไล่ลูกงู ส่วนตนและคนงานช่วยกันรื้อเก็บของและเสื้อผ้าภายในบ้านเพื่อหาลูกงูที่อาจหลบซ่อนอยู่พร้อมทั้งฉีดยากันยุงให้ทั่วบริเวณบ้านแต่ก็ไม่พบลูกงูอีก กระทั่งล่าสุดช่วงเมื่อคืนวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา เจอลูกงูเห่าอยู่ในห้องครัวอีก 2 ตัว จึงจับใส่ขวดพร้อมเจาะรูที่ฝาขวดไว้เตรียมนำไปปล่อยต่อไป แต่ขณะที่ผู้สื่อข่าวกำลังสัมภาษณ์เจ้าของบ้านอยู่นั้นยังพบลูกงูเห่านอนตายอยู่นอกบ้านอีก 1 ตัว   ทาง ด้านร.ต.อ.จิระพจน์ ปลอดขำ รอง สวป.สภ.สองพี่น้อง หัวหน้าป้อมยามตำรวจบางสาม ซึ่งอยู่ติดกับบ้านหลังดังกล่าว เล่าว่าก่อนหน้านี้ก็เจอลูกงูเห่ารุ่นๆ เดียวกันอยู่ในป้อม 1 ตัว รวมๆ แล้ว 19 ตัว    ทางด้านนายธณัฐ เจ้าของร้านกล่าวต่อว่าก่อนหน้านี้เมื่อปีที่แล้วพบคราบงูเห่าขนาดใหญ่อยู่หน้าห้องน้ำพยามหาแต่ก็ไม่พบตัว กระทั่งลูกงูเห่าเลื้อยเข้าบ้านเกือบ 20 ตัว    ส่วนสาเหตุที่พบลูกงูเห่าเพราะด้านหลังบ้านมีคลองและหญ้ารกทึบ งูเห่าอาจอยู่ตามท่อระบายน้ำใต้พื้นบ้านอาจจะเป็นโพรง หรือรังของงูเห่าอยู่ก็เป็นได้ เบื้องต้นจะคอยประสานงานกับ อบต.ให้มาฉีดยาอยู่บ่อยๆ และฝากไปถึงผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและมีวิธีกำจัด ช่วยบอกขั้นตอนวิธีการให้ด้วยเนื่องจากที่บ้านมีลูกหลานเล็กๆ ต่างก็อยู่กันด้วยความหวาดกลัวและระแวงกลัวจะถูกเจ้าลูกงู เลื้อยเข้ามากัดได้รับอันตรายเนื่องจากงูตัวเล็กนั้นมักจะมีพิษที่ร้ายแรง สามารถกัดคนตายได้ หากใครที่มีความสามารถและมีวิธีช่วยกรุณาติดต่อมาได้ทางเฟสบุ๊คของตน ชื่อ ธณัฐ สระทองกลัด หรือที่ร้านของตน   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/suLevlGQE-s

 45,914
การเมืองเข้มข้น
24 เม.ย. 62

ครอบครัวศิลปอาชา-ชาวสุพรรณฯ ร่วมเปิดยิ่งใหญ่ อนุสาวรีย์รำลึก 'บรรหาร'

ครอบครัวศิลปอาชา ประกอบด้วย คุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา และนายวราวุธ ศิลปอาชา พร้อมด้วยนักการเมือง และพี่น้องชาวสุพรรณบุรีจำนวนมาก ร่วมพิธีเปิดอนุสาวรีย์ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรี คนที่ 21 ที่บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี อุทยานสัจจะและกตัญญู ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี   เพื่อรำลึกเกียรติคุณนายบรรหาร ศิลปอาชา ผู้มีคุณูปการแห่งการสร้างสรรค์และพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรี ให้เจริญรุ่งเรืองมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากมีใครคนหนึ่งพูดถึงจังหวัดสุพรรณบุรี สิ่งที่ตามมาคือ ต้องพูดถึงนายบรรหาร  โดยรูปหล่อทองสัมฤทธิ์ ของนายบรรหารมีความสูง 3 เมตร น้ำหนัก 900 กิโลกรัม บริเวณแท่นฐาน 5.50 เมตร ด้านในเบื้องซ้ายมีโกศบรรจุอัฐิของนายบรรหาร โดยทำพิธีเปิดใรวันที่ 23 เม.ย. 2562 ซึ่งเป็นวันครบรอบการเสียชีวิตครบ 3 ปี หลังถึงอนิจกรรมด้วยโรคภูมิแพ้หอบหืด ณ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2559 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4O6RZW_Uh0w

 1,603
ข่าวภูมิภาค
20 เม.ย. 62

พายุฤดูร้อนถล่ม เชียงรายพัดเสาไฟฟ้าล้ม 30 ต้น - พะเยาบ้านเรือนเสียหายหลายหลังคาเรือน - โคราช-สุพรรณบุรี โดนด้วย

เชียงราย - เกิดลมพายุฝนพัดอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอแม่ลาว พบว่าลมพายุได้พัดแรงจนทำให้เสาไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กฟภ. ตั้งแต่บริเวณสถานีใบยาสูบป่าก่อดำไปจนถึงหน้าสำนักงานสหกรณ์การเกษตร ถนนพหลโยธินขาเข้าเมือง ตำบลป่าก่อดำ อำเภอแม่ลาว เสาไฟฟ้าถูกพายุพัดเสียหายจำนวนกว่า 30 ต้น ส่งผลทำให้กระแสไฟฟ้าดับ    หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ กฟภ.สาขาแม่ลาว ได้เข้าไปตรวจสอบความเสียหาย และเร่งทำการซ่อมแซมให้ไฟฟ้าสามารถกลับมาใช้ได้ตามปกติ   อย่างไรก็ตาม จากเหตุลมพายุที่เกิดขึ้นได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ออกทำการสำรวจความเสียหายแล้ว โดยเฉพาะบ้านเรือนประชาชนซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจเพื่อเตรียมให้การช่วยเหลือต่อไป เบื้องต้น ยังไม่ได้รับแจ้งถึงความเสียหายในพื้นที่อื่นเพิ่มเติมแต่อย่างใด แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังคงมีการเตรียมความพร้อมเพื่อเฝ้าระวังต่อไป     พะเยา-พายุพัดกระหน่ำตำบลอ่างทองเสียหายหนัก   เกิดพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำในพื้นที่ ตำบลอ่างทอง อำเภอเชียงคำจังหวัดพะเยา ทำให้บ้านเรือนชาวบ้านกว่า 100 หลังได้รับความเสียหาย โดยส่วนใหญ่จะถูกพายุพัดหลังคา จนได้ได้รับความเสียหาย เบื้องต้นทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าทำการช่วยเหลือ     นครราชสีมา - พายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำ วัดพังยับ ผู้ปฏิบัติธรรมวิ่งหนีจ้าละหวั่น บ้านพังเสียหายกว่า 30 หลัง   เกิดพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำพื้นที่ตำบลกระชอน ตำบลดงใหญ่ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ทำให้บ้านเรือนของชาวบ้านได้รับความเสียหายจำนวนกว่า 30 หลังคาเรือน ต้นไม้ใหญ่ล้มทับสายไฟฟ้าจนขาดทำให้กระแสไฟฟ้าในพื้นที่ไม่สามารถใช้การได้ชั่วคราว ขณะที่วัดบ้านโนนโชงโลง ตำบลดงใหญ่ ซึ่งกำลังมีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเข้าวัดปฏิบัติธรรมปริวาสกรรม แรงลมพายุได้พัดเต้นท์ขนาดใหญ่พังล้ม และข้าวของเครื่องใช้ที่อยู่ในวัดปลิวกระจัดกระจายได้รับความเสียหายหลายรายการ โดยในวันนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากลมพายุที่เกิดขึ้นแล้ว    นางแฉล้ม คงดี อายุ 67 ปี หนึ่งในผู้ปฏิบัติภายในวัด เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังสวดมนต์ทำวัตรเย็น ซึ่งในระหว่างสวดมนต์อยู่นั้นได้เกิดฝนตกลงมา และมีลมพัดมาอย่างรุนแรง พัดเต็นท์ที่กางไว้สำหรับจัดงานปลิวว่อน ข้าวของกระจัดกระจายเสียหาย ผู้ปฏิบัติธรรมต่างพากันวิ่งหลบหนีลมพายุกันอย่างโกลาหล     สุพรรณบุรี - พายุฤดูร้อนถล่ม อ.ด่านช้าง บ้านเรือนประชาชนพังเสียหายกว่า 30 หลัง   ที่จ.สุพรรณบุรี ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มในหลายหมู่บ้านของ อ.ด่านช้าง ทำให้มีบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนหลายสิบหลังคาเรือน    จากการสอบถามนายพีรพงษ์ เมืองวงษ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.ด่านช้าง กล่าวว่าที่ ต.ด่านช้าง ได้เกิดพายุฤดูร้อนขึ้นเมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้มีบ้านเรือนประชาชน ถูกลมพัดพังเสียหายกว่า 10 หลังคาเรือน หลังเหตุการณ์สงบ ชาวบ้านได้หาซื้ออุปกรณ์มาซ่อมบ้านเรือนของตัวเอง แต่ยังซ่อมไม่ทันเสร็จ ช่วงค่ำวันที่ 18 เม.ย.ก็เกิดลมพายุ พัดกระหน่ำซ้ำมาอีกรอบ ครั้งนี้สร้างความเสียหายหนักกว่าเก่าเนื่องจากทั้งฝนและลม ที่พัดกระหน่ำนั้นทั้งหนักทั้งรุนแรง อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนทำให้ชาวบ้านเกือบ 10 รายที่เจอเหตุการณ์นี้แทบหมดเนื้อหมดตัวบางรายต้องไปกู้เงินเขามาซื้อวัสดุอุปกรณ์มาซ่อมบ้านของตัวเองเพื่อให้มีที่ซุกหัวนอน เนื่องจากรอหน่วยงานราชไม่ไหว ต้องช่วยเหลือตัวเองไปก่อน   นางลำพอง วงษ์คำมี อายุ 45 ปี ชาวบ้านหมู่ 7 ต.ด่านช้าง หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่าช่วงเกิดเหตุตนกับครอบครัวนั่งพักผ่อนอยู่ภายในบ้านโดยไม่มีทีท่าว่าฝนจะตกแต่อย่างใด แต่แล้วอยู่ๆ ได้เกิดลมกระโชกอย่างรุนแรงพร้อมกับมีฝนตกลงมาอย่างหนัก จากนั้นก็ได้ยินเสียงกระเบื้องแตกตนกับลูกๆต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด นางลำพอง ยังกล่าวอีกว่าตั้งแต่ตนอยู่ที่นี่มากว่า 30 ปี ไม่เคยพบเจอเหตุการณ์แบบนี้ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน   ทางด้านนายสิทธิศักดิ์ แย้มพรายภิรมย์ นายอำเภอด่านช้าง กล่าวว่าขณะนี้ได้รับรายงานความเสียหายในเบื้องต้นแล้วว่ามีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากพายุฤดูร้อน ที่กระโชกอย่างรุนแรง ส่งผลทำให้บ้านเรือนของประชาชนกว่า 30 หลัง ได้รับความเสียหาย ขณะนี้ได้ประสานกับองค์การบริหารส่วนตำบลด่านช้างและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พบว่าหมู่บ้านที่ได้รับความเสียหายมีอยู่ 3 หมู่บ้าน คือ หมู่ 7 “บ้านโป่งคอม” ได้รับความเสียหาย 13 หลังคาเรือน // หมู่ 8 “บ้านวังน้ำเขียว” 7 หลังคาเรือน และ หมู่ 21 “บ้านห้วยถ้ำ” 10 หลังคาเรือน มีชาวบ้านได้รับความเดือนร้อนกว่า 50 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างให้เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายแล้ว          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/P-Kg5AtZyig  

 10,059
ข่าวภูมิภาค
14 เม.ย. 62

ตร.ตั้งด่านพบชายมีพิรุธ เรียกตรวจผงะเจอศพทารกในกล่อง อ้างทะเลาะเมียเมาเลยไปขุดศพลูกขึ้นมา

สุพรรณบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุพรรณบุรี ตั้งจุดตรวจแอลกอฮอล์อยู่ที่บริเวณแยกไฟฟ้าเก่า ก่อนขึ้นสะพานไผ่ขวาง พบชายต้องสงสัยขี่รถจักรยานยนต์ ผ่านมาท่าทางมีพิรุธ จึงเรียกตรวจสอบทราบต่อมาชื่อนายมนตรี ครคง อายุ 25 ปี ตรวจค้นในตัวไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงให้เป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์ พบมีปริมาณสูงถึงเกินกว่ากฎหมายกำหนดถึง 147 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ให้นายมนตรี เปิดฝากล่องที่วางบริเวณที่วางเท้าออกดูต่างพากันผงะ เนื่องจากสิ่งที่อยู่ในกล่องนั้นเป็นศพเด็กทารกสภาพเน่าเปื่อย ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง    จากการสอบสวนเบื้องต้นให้การว่า ศพทารกดังกล่าวเป็นลูกชายของตน หลังจากคลอดออกมาลืมตาดูโลกได้เพียง 2 วันลูกชายก็เสียชีวิต เนื่องจากป่วยติดเชื้อในกระแสเลือด ม้ามโต ตับโต หลังจากที่ลูกชายเสียชีวิตได้นำร่างไร้วิญญาณของลูกใส่โลงขนาดเล็กไปประกอบพิธีฝังดินไว้ หลังจากที่ลูกเสียชีวิตตนกับภรรยาก็เกิดมีปัญหาด้วยความไม่เข้าใจกันด้วยเรื่องเล็ก ๆ น้อย แต่ไม่สามารถปรับความเข้าใจกันได้ ตนจึงตัดสินใจขุดเอาศพลูกชายขึ้นมา จากนั้นได้หาโลงขนาดเล็กใส่ร่างไร้วิญญาณของลูกชาย นำมาวางไว้ที่บริเวณที่วางเท้ารถจักรยานยนต์ ก่อนจะขี่ออกบ้านภรรยามุ่งไป จ.อุทัยธานี ขณะกำลังเลี้ยวรถเข้าตัวเมืองสุพรรณบุรี เจอเจ้าหน้าที่ตำตั้งด่านตรวจและถูกจับกุมดังกล่าว   อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายมนตรี ซึ่งมีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายเกินกฎหมายกำหนดเข้าห้องขังพร้อมแจ้งข้อหาเมาแล้วขับ ในส่วนของศพทารกนั้นได้ให้นายมนตรี ประสานกับทางญาติให้นำหลักฐานมาแสดงว่าศพทารกเป็นลูกของนายมนตรี หากจริงก็จะคืนศพให้แต่ถ้าไม่สามารถนำหลักฐานมาแสดงได้ก็จะต้องสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป              ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/yfaRi0F439Y

 3,994
ข่าวภูมิภาค
04 เม.ย. 62

บุกตรวจมูลนิธิข้าวดังที่สุพรรณฯ ลักลอบปลูกกัญชา อ้างปลูกเพื่อรักษาโรค

สุพรรณบุรี-ตำรวจและทหารกว่า 30 นาย บุกเข้าทำการตรวจสอบ มูลนิธิชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นศูนย์ปลูกทดลองพันธุ์ข้าวและส่งเสริมพันธุ์ข้าว ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ได้ลักลอบปลูกกัญชา โดยไม่ได้รับอนุญาตจำนวนมาก   พบว่าภายในมูลนิธิมีคนงาน ประมาณ 5-6 คน กำลังทำงานคัดพันธุ์ข้าว ที่บริเวณโรงเก็บของด้านหลังตรวจสอบพบต้นกล้ากัญชามีความสูงประมาณ 1 ฟุต ปลูกอยู่ในถุงดำวางเรียงรายประมาณ 200 ต้น ภายในโรงเก็บของที่ดัดแปลงเป็นโรงงานขนาดเล็ก พบเมล็ดกัญชาตากแห้งบรรจุอยู่ในถุงจำนวน 5 ถุง และผงกัญชาฝุ่นบดแห้งใส่ถุง   น้ำกัญชาสกัด ใส่ถังขนาด 15 ลิตร 1 ถัง และถัง 5 ลิตร อีก 2 ถัง เครื่องบดเม็ดกัญชาอีก 1 เครื่อง จนท.จึงได้นำของกลางทั้งหมด พร้อมพนักงานของมูลนิธิ จำนวน 5 คน มาทำการสอบปากคำ ที่สภ.สระแก้ว อ.เมืองสุพรรณบุรี   จากการสอบสวนคนงานทั้งหมด ได้ให้การว่า ต้นกัญชาและอุปกรณ์ทั้งหมดไม่ใช่ของพวกตน เป็นของส่วนมูลนิธิ ได้ปลูกขึ้นเพื่อทำการทดลองยา โดยวันนี้เจ้าของ ซึ่งเป็นกรรมการบริหารมูลนิธิ ไม่อยู่ เดินทางไปต่างประเทศ อีก 3-4 วันถึงจะกลับ ส่วนกัญชาที่บดแห้ง ต้นกล้ากัญชา ทางเจ้าของมูลนิธิได้นำมาผลิตผ่านกระบวนการ เพื่อใช้เป็นยารักษาโรค โดยได้มีการนำเม็ดกัญชามาทดลองปลูก เพื่อใช้ทางการแพทย์   ทั้งหมดยังอยู่ระหว่างนำมาปลูกเพื่อทำการทดลอง แต่พวกตนก็ไม่ทราบว่าได้มีการขออนุญาตปลูกอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วหรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าได้นำจนท.ของมูลนิธิมาทำการสอบปากคำทำประวัติแล้วปล่อยตัวไป พรัอมทั้งจะได้ติดตามตัวเจ้าของมูลนิธิ มาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Y4l09dQCkYc

 1,161
ข่าวภูมิภาค
23 มี.ค. 62

จับแล้วคนร้ายฆ่าบีบคอแม่เฒ่าวัย 74 ปี เสียชีวิต ชิงทอง 2 บาท เจ้าตัวรับสารภาพผู้ตายไม่ให้ยืมเงิน จึงลงมือก่อเหตุ

สุพรรณบุรี - จากกรณีที่มีคนร้ายบีบคอยายวัย 74 ปี เสียชีวิต แล้วชิงสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้น เงินสดอีก 20,000 บาท โดยคนร้ายใช้ผ้าห่มคลุมร่างผู้เสียชีวิตอยู่บนเตียงนอนเพื่ออำพรางคดีนอกจากนี้ยังใช้ผ้าเช็ดตัวรัดที่ลำคอ เหตุเกิดตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา    ล่าสุดเจ้าหน้าที่จับกุมคนร้ายรายนี้ได้แล้ว คือ นายจักรกฤษณ์ การภักดี หรือ อาร์ต อายุ 27 ปี โดยผู้ต้องหาให้การว่าตนเคยทำงานอยู่ที่โรงงานเม็ดพลาสติก ใกล้ที่เกิดเหตุแต่ตอนนี้ตกงานได้รู้จักกับคนในครอบครัวของผู้ตายรวมทั้งผู้ตาย ตนเคยยืมเงินผู้ตายครั้งละ 300-500 บาท และเคยไปนอนบ้านของผู้ตาย 1 ครั้ง จึงรู้ว่าผู้ตายมีเงินติดตัวมากช่วงนี้ตนร้อนเงินไม่มีเงินให้ลูกเมียใช้จ่าย    ก่อนเกิดเหตุช่วงเที่ยงคืนได้ขี่รถ จยย. ไปจอดใต้ต้นมะม่วงใกล้สี่แยกผู้ใหญ่เต็มซึ่งห่างจากบ้านผู้ตายประมาณ 200 เมตร แล้วถอดรองเท้าเดินเข้าไปหลังบ้านเพื่อไม่ให้สุนัขเห่า แล้วไปปีนหน้าต่างเข้าไปยืมเงินแต่ผู้ตายขัดขืนจึงใช้มือบีบคอจนเสียชีวิตแล้วค้นได้เงินไป 20,000 บาท และทองจำนวนหนึ่ง    หลังจากนั้นกลับไปที่บ้านเมียที่บ้านหนองแหน หมู่ 2 ต.บ่อสุพรรณ อ.สองพี่น้อง กระทั่งฟังข่าวทราบว่าตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้าย จึงตัดสินใจหนีไปบ้านแม่ที่อำเภอด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี และหนีไปกบดานที่อำเภอเลาขวัญ จ.กาญจนบุรี กระทั่งเงินหมดจึงไปก่อเหตุชิงทรัพย์ ทำให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บกระทั่งถูกออกหมายจับดังกล่าว          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/_F9fW1l0Wa0

 1,392
ข่าวภูมิภาค
20 มี.ค. 62

ไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนลดลง สุพรรณฯเจอลมแรงท้ายเขื่อนกระเสียว นทท.หนีตาย

กรมอุตุนิยมวิทยาระบุ ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนลดลง แต่ยังคงมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณจังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ สกลนคร นครพนม และนครราชสีมา   ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อพืชผลทางการเกษตรไว้ด้วย   ทั้งนี้เนื่องจากความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกที่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศลาวในวันนี้ (20 มีนาคม 2562)   ขณะที่ จ.สุพรรณบุรี เกิดพายุพัดกระโชกแรงและมีฝนตกลงมาอย่างหนัก บริเวณหาดทรายท้ายเขื่อนกระเสียว อ.ด่านช้าง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวหาดทรายท้ายเขื่อน หรือที่รู้จักกันในหมู่นักท่องเที่ยวว่าทะเลด่านช้าง แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ จ.สุพรรณบุรี   แรงลมทำให้ที่พักชมบรรยากาศริมเขื่อน หลายซุ้มปลิวกระจายพังเสียหายไปหลายหลัง รวมไปถึงรถยนต์ของนักท่องเที่ยวอีก 3 คันถูกชิ้นส่วนโครงสร้างของซุ้มกระแทก ได้รับความเสียหาย และมีผู้บาดเจ็บหลายราย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-A1lH83W7ZE

 1,469
ข่าวภูมิภาค
05 มี.ค. 62

ล่ามือยิงร้านคาราโอเกะสุพรรณฯ กระสุนลูกหลงถูกชายวัย 60 นั่งคุยธุระในร้านกับเพื่อนเสียชีวิต

สุพรรณบุรี-เกิดเหตุมียิงกันที่ร้านคาราโอเกะไม่มีชื่อริมถนนสายสุพรรณบุรี-ป่าโมก หมู่ 4 ต.ไผ่ขวาง ขาเข้าสุพรรณบุรี   พบนายเสถียร คงวิเชียร อายุ 60 ปี ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 มม.เข้าที่กลางหลัง จำนวน 3 นัดทะลุ ต้นแขนขวา 1 นัด อาการสาหัสแต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ที่บนถนนฝั่งขาเข้า อ.ป่าโมก พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนจำนวน 13 ปลอกเจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบสวนเบื้องต้นได้ความว่านายเสถียร ซึ่งประกอบอาชีพขับรถรับจ้างส่งปลา ก่อนเกิดเหตุผู้ตายพร้อมเพื่อน 34 คนได้มานั่งพูดคุยธุระอยู่ในร้านคาราเกะดังกล่าวซึ่งยังไม่ได้เปิดให้บริการ และอยู่ห่างจากถนนประมาณ 100 เมตร   ขณะที่กลุ่มผู้ตายกำลังคุยกันอยู่ในร้านได้มีพยานเห็นคนร้ายเป็นชาย 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ แบบหญิง ไม่ทราบสียี่ห้อ มาจอดอยู่ริมถนนจากนั้นคนร้ายได้ชักอาวุธปืนพกสั้นที่พกมากระหน่ำยิงเข้าไปในร้านแบบหูดับตับไหม้หลังจากกระหน่ำยิงจนหนำใจแล้วคนร้ายจึงเร่งเครื่องหลบหนีไปตามเส้นทางมุ่งเข้า อ.ป่าโมก   หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผบก.ภ.จ.สุพรรณบุรี สั่งการให้ชุดสืบสวน ภ.จ.สุพรรณบุรี ลงพื้นที่ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างต่างๆที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เป็นเส้นทางในการหลบหนี พร้อมกับสืบสวนหาเบาะแสของคนร้ายเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน   เนื่องจากคนร้ายก่อเหตุอย่างอุกอาจไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างสอบสวน ส่วนผู้เสียชีวิตนั้นสันนิษฐานว่าน่าจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและคงไม่ใช่คู่กรณีของคนร้าย แต่บังเอิญโชคร้ายถูกลูกหลง เนื่องจากนั่งหันหลังออกมาทางถนน และนั่งติดกับผนังปูน ส่วนเพื่อนๆที่นั่งอยู่ด้วยกันไม่มีใครได้รับอันตราย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/i9fJlPoWRfk

 1,598
ข่าวภูมิภาค
23 ก.พ. 62

ตร.เชิญ 6 ผู้ต้องสงสัย คดีกระหน่ำแทงยายเจ้าของร้านชำเย็บ 108 เข็มมาสอบ แต่ไม่พบพิรุธ เตรียมนำรองเท้าแตะคนร้ายที่ทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ ส่งตรวจหา dna

สุพรรณบุรี -จากกรณีที่มีคนร้ายบุกเข้าไปชิงทรัพย์ภายในร้านขายของชำในพื้นที่ หมู่ 2 ต.หนองสาหร่าย อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี เหตุเกิดเมื่อเวลา 01.30 น. ของคืนวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยคนร้ายได้ใช้อาวุธเป็นของมีคม แทงเข้าที่ใบหน้า และลำตัวของนางสมหมาย ล้อมวงษ์ อายุ 55 ปี (เจ้าของร้าน) จนเลือดท่วมตัวและมีบาดแผลที่บริเวณใบหน้า ลำตัว นับสิบแผล อาการสาหัส แพทย์ต้องเย็บบาดแผลถึง 108 เข็ม คนร้ายได้ทรัพย์สินเป็นเงินกว่า 1,000 บาท พร้อมกับบัตรเติมเงินโทรศัพท์มือถือไปอีกจำนวนหนึ่ง    คืบหน้าวานนี้ (22 ก.พ.) พ.ต.อ.ยิ่งยส เขินอำนวย ผกก.สภ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี ได้เดินทางไปเยี่ยมดูอาการคนเจ็บที่โรงพยาบาลดอนเจดีย์ อาการคนเจ็บโดยรวมดีขึ้น แต่ต้องนอนพักรักษาบาดแผลอยู่ในความดูแลของแพทย์อีกหลายวัน โดยมีบรรดาญาติผู้เสียหายที่ทราบข่าวเดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจคนเจ็บอย่างต่อเนื่อง โดย พ.ต.อ.ยิ่งยส ได้ยืนยันกับญาติผู้เสียหายว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชนหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ทำงานกันอย่างเต็มที่และจะติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด เนื่องจากคนร้ายก่อเหตุอุกอาจมาก ทำร้ายผู้สูงอายุถึงกับจะเอาให้ตายต้องเย็บถึง 108 เข็ม ขอให้ญาติและประชาชนสบายใจได้   จากนั้นได้เดินทางไปตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติมยังบ้านที่เกิดเหตุ พร้อมกับเปิดเผยว่า พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.สุพรรณ สืบสวนภาค 7 และชุดสืบสวน สภ.ดอนเจดีย์ ลงพื้นที่แบบปูหาเบาะแสของคนร้ายทุกตารางนิ้วขณะเดียวกันยังให้ตรวจสอบผู้ต้องสงสัยที่มีประวัติอาชญากรรมว่ามีใครพ้นโทษออกมาบ้าง   โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัยในพื้นที่ 4 รายมาตรวจสอบร่างกายว่ามีบาดแผลถูกทำร้ายตามคำให้การของผู้เสียหายหรือไม่แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พิรุธ จึงสอบสวนปากคำถ่ายภาพพิมพ์มือทำประวัติไว้เป็นหลักฐานก่อนปล่อยตัวไป อย่างไรก็ตามขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ อีกซักระยะคาดว่าจะได้ตัวมาดำเนินคดีในไม่ช้า    พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน และสถานพยาบาลทุกที่ช่วยเป็นหูเป็นตาตรวจสอบว่ามีคนได้รับบาดเจ็บที่นิ้วมือหรือตามตัวเข้าไปรักษาบาดแผลหรือไม่ หากมีช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนเจดีย์   ขณะเดียวที่ห้องสืบสวน สภ.ดอนเจดีย์ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนเพิ่มอีก 2 รายรวมเป็น 6 ราย พร้อมถ่ายรูปทำประวัติไว้ก่อนปล่อยตัวไปเนื่องจากไม่พบพิรุธ จากการประมวลภาพเหตุการณ์และพยานหลักฐาน คาดว่าคนร้ายตั้งใจจะเข้ามาลักทรัพย์อย่างเดียว แต่เป็นจังหวะที่นางสมหมาย เดินออกมาเข้าห้องน้ำพอดีจึงมาพบกันคนร้าย กระทั่งถูกคนร้ายลงมือก่อเหตุทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนในพื้นที่ เพราะว่าคนร้ายน่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของเหยื่อเป็นอย่างดีว่าเหยื่ออยู่กันตามลำพังยายหลาน 2 คน อย่างไรก็ตามได้ส่งทีมประกบตัวเฝ้าคอยติดตามพฤติการณ์เฝ้าดูความเคลื่อนไหวผู้ต้องสงสัยทั้ง 6 รายอย่างต่อเนื่อง    ส่วนรองเท้าแตะของคนร้ายที่ทิ้งในที่เกิดเหตุไว้ 1 คู่ ได้ส่งตรวจยังเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเพื่อตรวจเก็บ DNA เก็บไว้หลักฐานเพื่อนำมาเปรียบเทียบกับผู้ต้องสงสัยด้วย นอกจากนี้จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ก็ยังทำควบคู่กันไปในเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายอาจจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนี อย่างไรก็ตามยังได้ติดตามกลุ่มผู้ต้องสงสัยรายอื่นอีกด้วย อาทิ กลุ่มผู้เคยต้องโทษและถูกปล่อยออกมา กลุ่มผู้ที่มีประวัติเกี่ยวข้องพัวพันกับการเสพยาเสพติดด้วยว่า จะมาก่อเหตุครั้งนี้ด้วยหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกทีมเร่งทำงานกันอย่างเต็มที่ คาดว่าจะสามารถสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายได้ในเร็วๆ นี้          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/CNNJSu9Pwng  

 1,864
ข่าวภูมิภาค
22 ก.พ. 62

โจรใจเหี้ยมกระหน่ำแทงยายร้านชำเย็บกว่า 100 เข็ม หลานสาวไหวพริบดี ตะโกนหลอกคนร้าย รอดตายหวุดหวิด

สุพรรณบุรี-เกิดเหตุคนร้ายบุกชิงทรัพย์ และทำร้ายเจ้าทรัพย์บาดเจ็บ ที่ร้านขายของชำ อ.ดอนเจดีย์ ทำให้นางสมหมาย ล้อมวงษ์ อายุ 55 ปี เจ้าของร้าน ถูกร้ายทำร้ายร่างกายอย่างหนัก มีแผลทั่วทั้งใบหน้า หน้าผาก ลำตัว แขนขวา ที่กระพุ้งแก้มขวาถูกแทงทะลุ แพทย์ต้องเย็บถึง 108 เข็ม   จากการสอบสวน ด.ญ.น้อย (นามสมมติ) หลานสาววัย 12 ปี เล่าว่า ช่วงเวลาประมาณตี 1 ขณะกำลังนอนอยู่ในห้องกับ ยาย รู้สึกตัวว่ามีคนเดินเข้ามาในห้องเก็บของ แต่ไม่ได้คิดเอะใจอะไรนึกว่าฝันไป จากนั้นยายจะเข้าห้องน้ำจึงได้เปิดไฟของโทรศัพท์มือถือให้ยายเพื่อเดินไปเข้าห้องน้ำ   กระทั่งได้ยินเสียงยายร้องตะโกนออกมาในลักษณะเหมือนถูกทำร้าย พร้อมกันนี้ยายยังได้ตะโกนบอกกับตนด้วยว่า “ไม่ให้ออกมาจากห้องนอน ให้ล็อกประตูห้องนอน และให้โทรศัพท์บอกเพื่อนบ้านให้มาช่วยว่ามีคนร้ายบุกเข้ามา”   หลานสาวจึงตั้งสติได้แล้วจึงโทรศัพท์ไปหาญาติที่อยู่บ้านใกล้เคียง ระหว่างที่เกิดเหตุได้ตะโกนเสียงดังเพื่อให้คนร้ายได้ยินด้วยว่า “ได้โทรศัพท์แจ้งเพื่อนบ้านและโทรศัพท์แจ้งตำรวจแล้ว” แต่จริงๆ แล้วยังไม่ได้โทรแจ้งตำรวจ ซึ่งทำให้คนร้ายที่กำลังลงมือทำร้ายยายอยู่ได้กลัวตำรวจแล้วรีบหลบหนีไป ไม่อย่างนั้นยายอาจจะเสียชีวิตก็เป็นได้   จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า ทรัพย์สินที่หายไปเป็นเงินสดเป็นธนบัตรและสตางค์เหรียญ รวมกว่า 1,000 บาท พร้อมกับบัตรเติมเงินอีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้คนร้ายยังได้ทิ้งรองเท้าแตะแบบสวม ยี่ห้อแกมโบล สีน้ำเงิน ทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ 1 คู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน   ทั้งนี้เมื่อ 13 ปีก่อนนางสมหมาย เคยถูกคนร้ายดักชิงเงินไปและทำร้ายร่างกายจนตาบอดไปข้างหนึ่ง และเมื่อ 2 ปีก่อนก็เกิดเหตุลักทรัพย์ระหว่างที่ปิดร้านอยู่ และไม่มีใครอยู่ร้าน คนร้ายได้ทรัพย์เงินทองไปหลายรายการ กระทั่งครั้งล่าสุดนี้เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด เคราะห์ยังดีที่ว่าตั้งสติต่อสู้กับคนร้าย และหลานสาวก็ได้ตั้งสติได้ดีได้โทรศัพท์หาเพื่อนบ้านและหลานสาวยังตะโกนหลอกคนร้ายว่าได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจแล้วด้วย คนร้ายจึงหลบหนีไป ถ้าไม่เช่นนั้นคนร้ายอาจจะลงมือทำร้ายหลานสาวที่หลบอยู่ในห้องอีกคนก็อาจเป็นไปได้   จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า คนร้ายปีนโอ่งหลังร้าน ก่อนจะขึ้นหลังคางัดกระเบื้องเปิดหลังคาห้องน้ำเข้ามาในร้าน บุกมายังห้องนอนคว้าเอาเงินและบัตรเติมเงินโทรศัพท์มือถือที่เจ้าของบ้านวางไว้บนตะกร้าในห้องนอน ก่อนที่จะออกไปรื้อข้าวของเงินทองในร้านเพิ่ม แต่เป็นจังหวะเดียวกับที่นางสมหมาย จะเดินมาเข้าห้องน้ำมาพบกับคนร้ายพอดี นางสมหมาย จึงถูกคนร้ายใช้ของมีคมกระหน่ำแทงหลายสิบแผล   ซึ่งขณะนั้นทางนางสมหมายก็ได้ต่อสู้กับคนร้าย พร้อมตะโกนบอกหลานสาวที่อยู่ในห้องให้ล็อกห้องให้ดี และให้โทรศัพท์แจ้งเพื่อนบ้านให้มาช่วยเหลือ นางสมหมายยังเล่าต่ออีกว่าคนร้ายสวมหมวกไหมพรมแบบคลุมใบหน้าลักษณะผอม สูงประมาณ 160-165 ซม. ขณะต่อสู้กับคนร้ายได้ยินเสียงคนร้ายบอกว่าจะเอาให้ตายเลย   ทั้งนี้ชุดสืบสวนจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลัก ซึ่งเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนในพื้นที่ทราบความเคลื่อนไหวของเหยื่อว่าอยู่กันตามลำพังยายหลาน 2 คน เท่านั้น จึงได้เข้ามาก่อนเหตุลักทรัพย์ แต่เป็นจังหวะที่นางสมหมายเหยื่อเข้าห้องน้ำมาพบเข้า จึงถูกทำร้ายร่างกาย   ล่าสุดได้สั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่สืบลงพื้นที่หาเบาะแสของคนร้าย ตรวจสอบประวัติผู้ต้องสงสัยที่เคยถูกจับ และพ้นโทษออกมา หรือกลุ่มวัยรุ่นที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในหมู่บ้านและในพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝง เก็บตัวอย่าง DNA ในที่เกิดเหตุ และที่รองเท้าแตะของคนร้ายทิ้งเอาไว้ เพื่อเป็นหลักฐาน คาดว่าจะสามารถติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้ได้ในเร็วๆนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lnQ9UunMWRE

 2,002
ข่าวภูมิภาค
15 ก.พ. 62

รวบเจ้าอาวาสวัดดังสุพรรณฯ หนีคดีพยายามฆ่านาน 15 ปี - พระร้อยเอ็ดช็อกหมดสติดับ หลังถูกจับคดีชำเราเด็ก

สุพรรณบุรี-ตำรวจกองปราบปรามเปิดปฏิบัติการกวาดลานวัด กวาดล้างคนร้ายที่หนีคดีมาบวช ได้รวบตัวนายปพนสรรค์ เพ็ชร์พันธุ์ หรือพระครูสังฆรักษ์ปพนสรรค์ กนตธัมโม อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ 821/47 ลง 24 พ.ย. 2547 และหมายจับศาลจังหวัดสมุยที่ 93/48 ลง 2 มิ.ย.2548 ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าฯ,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมืองฯ   สืบเนื่องจากเมื่อปี พ.ศ.2547 นายปพนสรรค์กับพวก ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ในพื้นที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช และปี พ.ศ.2548 ก็ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นอีกครั้ง ในพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี แล้วหลบหนีการจับกุม มาบวชเป็นพระภิกษุภายในวัดแห่งหนึ่งใน จ.สุพรรณบุรี เป็นระยะเวลาถึง 15 ปี จนได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัด ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม สามารถสืบสวนติดตามจับกุมตัวไว้ได้ในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ขณะกำลังเดินทางกลับวัด โดยอยู่ในรถวีลแชร์ เนื่องจากประสบอุบัติเหตุถูกรถชน ขณะบวชเป็นพระ   จากการสอบสวนนายปพนสรรค์ ให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุยิงในพื้นที่ สภ.ท่าศาลา แต่ให้การปฏิเสธคดีที่ สภ.เกาะสมุย เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ท่าศาลา ดำเนินคดีแล้ว   ส่วนที่ จ.ร้อยเอ็ด ตำรวจได้จับนายสวัสดิ์ หรือ พระสวัสดิ์ ชินบุตร อายุ 63 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดลพบุรี ในข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ที่หนีมาบวชยัง วัดราษฎร์บำรุง ต.เหล่าน้อย อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด   เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การยอมรับว่าเป็นคนในหมายจับจริง อย่างไรก็ตามหลังจากถูกจับแล้ว ต้องนำตัวไปสึกตามขั้นตอนระหว่างนั้น นายสวัสดิ์เกิดอาการช็อกและหมดสติ ทางเจ้าหน้าที่ต้องรีบนำตัวส่งรพ. แต่สุดท้ายไม่สามารถช่วยเอาไว้ได้   ขณะที่ญาติระบุว่า ไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากผู้ตายมีโรคประจำตัวหลายโรค เช่น ความดัน หัวใจ ส่วนการเสียชีวิตนั้น น่าจะมาจากโรคประจำตัวกำเริบ ประกอบกับตกใจ เมื่อรู้ว่าตัวเองถูกจับ ทางเจ้าหน้าที่จึงส่งศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UKT3RzUF6gY

 4,969

Top