ค้นหา :

ผลการค้นหา "ป่า"

สังคม-อาชญากรรม
29 เม.ย. 61

ชาวเชียงใหม่ร่วมกิจกรรมทวงคืนป่าดอยสุเทพคึกคัก ย้ำชัดไม่ต้องการ 'บ้านป่าแหว่ง'

บรรยากาศที่ประตูท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มีประชาชนมาร่วมกิจกรรมประกาศเจตนารมณ์ทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ โดยประชาชนพร้อมใจกันติดริบบิ้นสีเขียวเพื่อรณรงค์เรียกร้องให้แสดงพลังบริสุทธิ์ เรียกร้องนายกรัฐมนตรี ให้รื้อถอนบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ และฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับมาเป็นดังเดิม                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/BAnKMFzCkNQ

 1,770
ข่าวภูมิภาค
29 เม.ย. 61

สลด พบทารกแรกเกิดถูกทิ้งในป่าโดนสุนัขแทะร่าง ชาวบ้านมาเห็นเผยยังหายใจพะงาบๆ ก่อนสิ้นใจ

พบศพเด็กทารกแรกเกิดเพศหญิงถูกนำมาทิ้งในป่ากระถิน ภายในซอยพงษ์ศิริชัย 2 หมู่ 8 ต.อ้อมใหญ่ อ.สามพราน จ.นครปฐม เบื้องต้นพบศพถูกสุนัขกัดแขนขวาขาดและใบหน้ามีรอยแทะ     จากการสอบสวนนายสมชาติ ระวีโชติ ผู้พบศพคนแรก เล่าว่ากำลังเดินเข้ามาหาปลา ตอนแรกเห็นเป็นตุ๊กตา เข้าไปดูใกล้ๆ ปรากฎว่าถึงกับผงะตกใจแทบช็อก เมื่อสิ่งที่เห็นไม่ใช่ตุ๊กตากลายเป็นเด็กทารกซึ่งยังคงมีลมหายใจพะงาบๆ ก่อนจะสิ้นใจตาย ตนจึงรีบโทรไปบอกภรรยาให้แจ้งตำรวจ และยังไปหาร่มเอามากางให้เพราะรู้สึกสงสารเด็ก  

 13,997
ต่างประเทศ
02 เม.ย. 61

นทท.หนุ่มแทบหยุดหายใจ ‘เสือชีตาห์’ กระโดดขึ้นรถ ขณะเที่ยวซาฟารีแทนซาเนีย

สำนักข่าว Daily Mail เผยแพร่ภาพชวนระทึก ขณะเสือชีตาห์กระโดดเข้ามาในรถจี๊ปของนักท่องเที่ยว ขณะขับเข้าไปเที่ยวป่าซาฟารีในประเทศแทนซาเนีย     คลิปวิดีโอความยาวเกือบ 1 นาที แสดงภาพของเสือชีตาห์ขี้สงสัยกระโดดเข้ามาในรถยนต์และใช้ขาหน้าปีนป่ายเบาะหลังรถ พร้อมกับส่งสายตาสำรวจภายในรถด้วยความอยากรู้อยากเห็น ขณะที่ Britton Hayes พยายามสงบสติอารมณ์ไม่แสดงอาการหวาดกลัวออกมาตามคำแนะนำของไกด์ที่เคยบอกไว้ เพื่อไม่ให้เสือชีตาร์ตกใจจนอาจจะทำให้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น     หลังผ่านเหตุการณ์ชวนหยุดหายใจ ชายหนุ่มก็ยอมรับว่าการเผชิญหน้ากับนักล่าในระยะประชิดครั้งนี้ ถือเป็นประสบการณ์เฉียดตายมากที่สุดในชีวิตของเขา    

 2,748
สังคม-อาชญากรรม
17 ก.พ. 61

ลุยขยายผล! สั่งตรวจสอบไรเฟิล 'เปรมชัย' โยงยิงช้างกุยบุรีหรือไม่

ความคืบหน้ากรณี นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จ.กาญจนบุรี       ล่าสุด  พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (ผบก.พฐก.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กองพิสูจน์หลักฐาน 7 ได้ประสานขอลูกกระสุนปืนไรเฟิลที่ตรวจยึดได้ไปตรวจเทียบเคียง กับหัวกระสุนปืนไรเฟิลที่พบในซากช้างป่าที่ ถูกยิงบริเวณอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบ คีรีขันธ์ เมื่อประมาณ 3-4 ปีก่อน ว่าเป็นกระบอกเดียวกันหรือไม่ โดยคาดว่าจะทราบผลภายใน 3 วัน เรื่องนี้สามารถตรวจสอบได้ เพราะมีการเก็บหลักฐานไว้ ถึงแม้ว่าซากช้างจะไม่อยู่แล้ว แต่ทุกครั้งที่ช้างถูกยิง เจ้าหน้าที่จะเก็บลูกกระสุนไว้เป็นหลักฐาน ในกรณีนี้ตำรวจเพียงสงสัย เพราะตรวจพบว่าเป็นอาวุธที่มีขนาดเดียวกัน ตอนนี้เป็นเรื่องของการสงสัยเท่านั้น ยังไม่มีข้อมูลว่านายเปรมชัย เดินทางไปในห้วงเวลาที่ช้างถูกยิงหรือไม่ เป็น การเปรียบเทียบเชื่อมโยง จึงต้องพิสูจน์ทราบ   ขณะที่ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่าได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเข้าตรวจสอบอ่าวปอแกรนด์ มารีน่า จ.ภูเก็ต ของบริษัท อ่าวปอ แกรนด์มารีน่า จำกัด ที่มีนายเปรมชัยเป็นผู้ถือหุ้น ทำธุรกิจบริการให้เช่าที่จอดเรือยอชต์ ขายอาหารและเครื่องดื่ม ในพื้นที่อ่าวปอ ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ว่าขออนุญาตใช้พื้นที่อย่างถูกต้องจากกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม หรือเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน รวมทั้งเป็นพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิหรือไม่ คาดว่าจะทราบผลการตรวจสอบไม่เกินวันจันทร์ที่ 19 ก.พ.นี้      ด้าน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่สังคมออกมาเรียกร้องให้ปรับกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองสัตว์ป่า เนื่องจากกฎหมายปัจจุบันกำหนดโทษน้อยเกินไป ว่า กฎหมายดังกล่าวได้มีการปรับแก้ในช่วงที่ คสช.เข้ามา แต่อาจจะยังไม่ได้เพิ่มโทษ เพราะถือว่ากำหนดโทษไว้พอสมควรแล้ว โดยกำหนดโทษขั้นต่ำและ ขั้นสูงสุดเอาไว้ และผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย เข้าป่าล่าสัตว์ส่วนใหญ่จะกระทำผิดหลายกระทง เมื่อรวมโทษทั้งหมดก็ถือว่าโดนโทษหนัก หากตั้งหลักให้ความผิดใดความผิดหนึ่งมากเกินไปอาจจะพลาดในคดีอื่นได้     ขณะที่หน้าศาลากลางจังหวัดเลย ได้มีกลุ่มรักษ์เมืองเลยเดินทางมายื่นหนังสือต่อนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เพื่อให้กำลังใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย และมีส่วนร่วมในการร่วมตรวจสอบการบุกรุกที่ดินบริเวณป่าภูหมี-ภูขี้นาค               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/ZEJVJAWcmeI

 4,910
ต่างประเทศ
13 ก.พ. 61

นักล่าถูก ‘ฝูงสิงโต’ รุมขย้ำ-ทึ้งร่างเหลือแต่หัว ขณะออกล่าสัตว์กลางป่าแอฟริกาใต้

สำนักข่าว metro รายงานข่าวนักล่าถูกพบเป็นศพเสียชีวิตใกล้กับอุทยานแห่งชาติครูเกอร์ของแอฟริกาใต้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าเขาน่าจะถูกฝูงสิงโตฆ่าตายแล้วกัดกินร่าง   ภาพประกอบข่าว   รายงานข่าวระบุว่า พบเศษชิ้นส่วนของร่างกายในพุ่มไม้ และปืนไรเฟิลตกอยู่ไม่ห่างจากศีรษะที่ไม่ได้ถูกแตะต้อง โดยขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเพื่อยืนยันตัวตนของผู้เสียชีวิต และสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยละเอียด แต่เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายน่าจะพยายามรุกเข้าไปในพื้นที่ของสิงโตแต่ถูกจู่โจมและรุมทึ้งร่างจนตายในที่สุด   ภาพประกอบข่าว   ทั้งนี้เมื่อปีที่แล้วเคยเกิดกรณีสิงโตถูกวางยาพิษ โดยสภาพซากที่พบถูกตัดหัวและอุ้งเท้าทั้งสองข้าง เนื่องจากอวัยวะของสิงโตมักจะนิยมนำไปเป็นส่วนผสมของยาแผนโบราณ ในขณะที่นักล่าส่วนใหญ่มักพุ่งเป้าสังหารไปที่แรด ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศจีน , เวียดนาม และหลายประเทศในอาเซียน เพราะมีความเชื่อว่ามีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคและบำรุงกำลัง   อุทยานแห่งชาติครูเกอร์          

 27,440
ต่างประเทศ
13 ก.พ. 61

เผยคลิปชวนขนลุก! ชาวบ้านเกาะบอร์เนียวเข้าป่าล่า ‘งูเหลือมคู่รัก’ ผงะตัวเมียยาว 20 ฟุต

สำนักข่าว mirror เผยแพร่คลิปวิดีโอชวนขนลุก ขณะชาวบ้านบนเกาะบอร์เนียวของมาเลเซียออกล่างูเหลือมคู่รักเพื่อนำไปทำอาหาร หลังพบว่าพวกมันไปซ่อนอยู่ในต้นไม้ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา     คลิปความยาวกว่า 2 นาทีแสดงภาพตั้งแต่ชาวบ้านใช้เลื่อยไฟฟ้าผ่าต้นไม้ หลังได้ยินเสียงแปลกๆ ดังออกมาจากต้นไม้ที่หักโค่นต้นนี้ เมื่อแหวกดูก็พบว่ามีงูเหลือมตัวเมียยาว 20 ฟุตกำลังผสมพันธุ์กับงูตัวผู้ที่มีขนาดเล็กกว่ามาก จึงช่วยกันดึงร่างของงูยักษ์ออกมาและใช้ปืนยิงพวกมันจนตาย ก่อนจะลากซากขึ้นรถบรรทุกเพื่อนำไปทำมื้อเย็น ซึ่งเนื้องูถือเป็นอาหารจานโปรดของชาวบ้านในแถบนี้     รายงานข่าวระบุว่า เนื้อของงูเหลือมทั้งสองตัวถูกชำแหละและแจกจ่ายให้กับคนทั้งหมู่บ้านนำไปประกอบอาหาร โดยเมนูที่ได้รับความนิยมมักจะนำไปย่างหรือผัดกับผักแล้วกินกับข้าวสวย      

 97,395
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.พ. 61

จ่อเรียกสอบ 'นพดล' คนติดต่อพา 'เปรมชัย' เข้าป่า - อธิบดีกรมอุทยานฯ ยัน 'กาญจนา-วิเชียร' ทำหน้าที่ดีแล้ว

ความคืบหน้าจากกรณี นายวิเชียร ชินวงศ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก นำกำลังเข้าจับกุม นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย เดเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่าในจุดต้องห้ามภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี. พบอาวุธปืนหลายรายการ และยังพบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ทั้งไก่ฟ้า เก้ง และเสือดำ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น   ล่าสุดตำรวจกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เตรียมออกหมายเรียก นายนพดล พฤกษะวัน อดีตข้าราชการกรมอุทยานฯ ให้เข้ามาพบพนักงานสอบสวนพยายามเพื่อสอบปากคำ สืบเนื่องจากที่ น.ส.กาญจนา นิตยะ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยว่าเป็นผู้ประสานติดต่อให้นายเปรมชัยเข้ามาในอุทยานฯ ในวันที่ 15 ก.พ.นี้      ด้าน พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า  สำหรับคดีนี้เป็นตำรวจภูธรภาค 7 ผู้รับผิดชอบ แต่ทางตำรวจ ปทส. ได้ทำการสอบสวนเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ที่เกี่ยวข้องและสืบสวนในทางลับ ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้มาก     ขณะที่ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ได้กล่าวถึงกรณีที่สังคมยังสงสัยในเรื่องการอนุญาตให้เข้าพื้นที่นั้น ตนได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว เบื้องต้นตนได้ให้กำลังใจทั้ง น.ส.กาญจนา และนายวิเชียร เพราะทั้ง 2 คนทำหน้าที่ได้ดีแล้ว จะให้ไปเอาผิดกับคนทำดีมันก็ไม่ใช่แล้ว โดยเฉพาะกระแสข่าวว่านายวิเชียรจะถูกโยกย้าย อำนาจในการเซ็นคำสั่งโยกย้ายอยู่ที่ตน ถ้ามีใครเสนอมาแล้วตนไม่เซ็นมันจะไปย้ายได้อย่างไร และจะไม่มีการโยกย้ายนายวิเชียรแน่นอน เพราะตนเซ็นคำสั่งตั้งมาทำงานเองกับมือ                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/XLHTSRGpUys

 13,982
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.พ. 61

'ทูลกระหม่อมหญิง' ทรงตอบกรณียิงเสือดำ "ไม่มีใครมีสิทธิเหนือคนอื่น ประเทศนี้เป็นของคนไทยทุกคน"

ความคืบหน้าจากกรณี นายวิเชียร ชินวงศ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก นำกำลังเข้าจับกุม นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย เดเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่าในจุดต้องห้ามภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี. พบอาวุธปืนหลายรายการ และยังพบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ทั้งไก่ฟ้า เก้ง และเสือดำ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง   ล่าสุดได้มีผู้เข้าไปสอบถามในอินสตาแกรมของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ระบุว่า ในฐานะข้าพระพุทธเจ้าเป็นเพียงประชาชน จะทำอะไรได้บ้างในกรณีเสือดำ ทูลกระหม่อม    จากนั้นทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้ทรงแสดงความคิดเห็นกลับว่า ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานทุกคน ไม่ให้โดนรังแก พวกเราต้องช่วยกันปลูกจิตสำนึกว่าไม่มีใครมีสิทธิเหนือคนอื่น อย่าลืมว่าประเทศนี้เป็นของประชาชนคนไทยทุกคน ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/wXVs5Uwfqp8

 10,829
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.พ. 61

กรมอุทยานฯ ป้อง 'หัวหน้าวิเชียร' ไม่ผิดปมไม่เก็บค่าเข้า - ผอ.สำนักอนุรักษ์ ยันไม่รู้จัก 'เปรมชัย' เป็นส่วนตัว

ความคืบหน้าจากกรณี นายวิเชียร ชินวงศ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก นำกำลังเข้าจับกุม นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย เดเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่าในจุดต้องห้ามภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี. พบอาวุธปืนหลายรายการ และยังพบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ทั้งไก่ฟ้า เก้ง และเสือดำ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง   ล่าสุดได้มีผู้เข้าไปสอบถามในอินสตาแกรมของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ระบุว่า ในฐานะข้าพระพุทธเจ้าเป็นเพียงประชาชน จะทำอะไรได้บ้างในกรณีเสือดำ ทูลกระหม่อม   จากนั้นทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้ทรงแสดงความคิดเห็นกลับว่า ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานทุกคน ไม่ให้โดนรังแก พวกเราต้องช่วยกันปลูกจิตสำนึกว่าไม่มีใครมีสิทธิเหนือคนอื่น อย่าลืมว่าประเทศนี้เป็นของประชาชนคนไทยทุกคน ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง   ขณะที่ความคืบหน้าทางคดี พ.ต.อ.สมหมาย โชติกะนาวิน นักวิทยาศาสตร์ (สบ.4) หัวหน้าพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่วิทยากรกองพิสูจน์หลักฐาน พ.ต.ท.บุญชาญ หอชะเอม รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ทองผาภูมิ สพ.ญ.กนกวรรณ ตรุยานนท์ สัตว์แพทย์ชำนาญการประจำ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง ) ร่วมกันตรวจซากหนังเสือดำ รวมทั้งกะโหลก ชิ้นเนื้อเสือดำที่ต้มสุก ซากไก่ฟ้าหลังเทา และซากเก้ง ที่พบหลังจับกุมนายเปรมชัย พร้อมพวกรวม 4 คน มาตรวจสอบหาวิถิกระสุน โดยจากการตรวจสอบหาวิถีกระสุนในซากเสือดำ พบว่า ถูกยิงมาจากทางด้านหน้าของเสือ และพบร่องรอยของกระสุนเบื้องต้นจำนวนทั้งสิ้น 8 จุด ส่วนซากอื่นๆอยู่ระหว่างดำเนินการ หากพิสูจน์แล้วเสร็จจนเป็นที่แน่ชัด ก็จะใช้เป็นหลักฐานในการประกอบสำนวนคดีต่อไป     ขณะที่ พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวถึงกระแสข่าวในโลกโซเชียลมีเดียว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับนายวิเชียรนั้น ในประเด็นนี้ยังไม่มีการร้องทุกข์กล่าวโทษหรือแจ้งข้อหาใดๆ กับนายวิเชียร ส่วนการอนุญาตให้นายเปรมชัยและพวกเข้าไปภายในอุทยานฯ ทราบว่าเป็นการอนุญาตเข้าพื้นที่ตามระเบียบซึ่งสามารถทำได้ 2 วิธี คือจ่ายค่าธรรมเนียมคนละ 20 บาท ส่วนยานพาหนะจ่ายคันละ 30 บาท และกรณีที่ได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานฯ เพื่อเข้าไปศึกษาวิจัยธรรมชาติ โดยได้รับการงดเว้นค่าธรรมเนียม ซึ่งกรณีนี้ทราบว่าเป็นการเข้าโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม เป็นการอนุญาตจากดุลพินิจภายในหน่วยฯ ซึ่งเป็นเรื่องภายในของกรมอุทยานฯ ตำรวจไม่สามารถไปวุ่นวายได้ แต่เบื้องต้นจากการสอบปากคำได้ทำรายงานไปยังอธิบดีกรมอุทยานทราบฯ แล้ว ส่วนในกรมอุทยานจะมีการดำเนินการอย่างไรไม่สามารถก้าวล่วงได้ ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับนายวิเชียร ตามที่เป็นกระแสข่าวแต่อย่างใด ข่าวสารที่เสนอไปอาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนของสื่อบางสำนัก   ด้าน น.ส.กาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้กล่าวภายหลังเข้าให้ปากคำกับทางพนักงานสอบสวนในฐานะพยานที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) ว่า วันนี้ตำรวจสอบปากคำในเรื่องของลำดับช่วงเวลาการโทรศัพท์ กับ นายนพดล พฤกษะวัน เพื่อประสานให้นายเปรมชัยและพวกรวม 4 คน เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ยืนยันว่าเป็นการแนะนำให้ทำตามขั้นตอน ซึ่งตนเองไม่มีอำนาจโดยตรง      โดยกรณีการเข้าพื้นที่ของนายเปรมชัยกับพวก เมื่อวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา ได้รับการประสานจาก นายนพดล พฤกษะวรรณ ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการในกรมอุทยาน ว่ามีคนรู้จักจะขออนุญาตเข้าพื้นที่ไปศึกษาธรรมชาติ ซึ่งตนได้อธิบายไปว่า อำนาจหน้าที่ไม่ได้อยู่ในส่วนของตนรับผิดชอบแล้ว ต้องเป็นของพื้นที่บ้านโป่งเป็นผู้อนุญาต จึงได้ให้ข้อแนะนำเบอร์โทรศัพท์ในการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ และได้โทรศัพท์ไปบอกกับเจ้าหน้าที่บ้านโป่งว่าจะมีคนติดต่อเข้าไปขออนุญาต หลังจากนั้นก็ได้มีการโทรศัพท์พูดคุยกับนายนพดลอีก 2 ครั้ง โดยครั้งหนึ่งคือตอนที่ไม่สามารถติดต่อนายนพดลได้ และครั้งสุดท้ายคือหลังจากที่ติดต่อกับนายนพดลได้แล้ว    ทั้งนี้ยังยืนยันว่าไม่รู้จักกับ นายนพดลหรือนายเปรมชัย เป็นการส่วนตัว รวมถึงนายวิเชียรที่เป็นหัวหน้าชุดจับกุม ก็รู้จักกันเพียงผิวเผิน นอกจากนี้ตนยังไม่เคยเห็นหนังสือขออนุญาตเข้าพื้นที่ และการออกหนังสือนุญาต ก็ต้องยื่นกับพื้นที่บ้านโป่ง ไม่ได้ส่งมาให้ตนอนุมัติแต่อย่างใด     ในขณะเดียวกันยอมรับว่ารู้สึกท้อแท้กับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะไม่คิดว่าการที่เป็นคนแนะนำเรื่องการประสานงาน จนนำไปสู่การลักลอบล่าสัตว์ป่า จะทำให้เกิดเหตุสลดใจขึ้น ไม่คิดว่ายังมีคนประเภทนี้อยู่ในสังคม และยังถูกสังคมมองว่าตนเองเป็นผู้ให้การสนับสนุน และหากสุดท้ายไม่มีที่ยืนในสังคมก็อาจพิจารณาลาออกจากตำแหน่ง ก่อนเกษียนอายุราชการที่เหลืออีกเพียง 1 ปี   ขณะที่ นายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติฯ แถลงข่าวกรณีพล.ต.อ.ศรีวราห์ แจ้งให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ พิจารณาความผิดทางวินัยหรืออาญา กับนายวิเชียร กรณีมีการละเว้นเก็บค่าธรรมเนียมรวม 110 บาท ว่า ขณะนี้ยังไม่มีหนังสือใดๆ จากทางตำรวจ จึงยังไม่อยากให้สังคมร้อนใจ ว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ เอาผิดกับนายวิเชียรแต่อย่างใด   ส่วนกรณีการยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกนั้น ทราบว่านายวิเชียร เข้าใจว่า ผู้ใหญ่ประสานงานมาแล้ว ก็เป็นการยกเว้นไม่ต้องเก็บเงินดังกล่าว เพราะการยกเว้นไม่ต้องเก็บค่าธรรมเนียมก็เป็นอำนาจของ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า   ในการอนุญาตให้บุคคลเข้าไปยังพื้นที่เขตอนุรักษ์นั้น ตามคำสั่งกรมอุทยานแห่งชาติฯ ที่ 1257/2549 ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2549 เรื่อง มอบหมายหน้าที่การอนุญาตให้เข้าไปใช้สถานที่ หรือที่พัก หรือบ้านพัก และการถ่ายทำภาพยนตร์ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า และสถานที่ราชการที่ดำเนินการเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า การศึกษา วิจัย สัตว์ป่า ได้ระบุไว้ว่า ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า มีอำนาจหน้าที่อนุญาตให้บุคคล และยานพาหนะเข้าไปให้ใช้สถานที่ เป็นกรณีที่พักค้างคืนแบบใช้บ้านพัก     รวมทั้งการถ่ายทำภาพยนตร์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งผอ.อนุรักษ์สัตว์ป่า สามารถที่จะยกเว้นหรือลดค่าบริการหรือค่าตอบแทนได้ ส่วนกรณีที่ขออนุญาตเข้าพื้นที่พักค้างคืน สำหรับกางเต็นท์นั้น ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1-16 มีอำนาจให้อนุญาตได้ทันที แต่ในส่วนที่ขออนุญาตเข้าพื้นที่แบบไปเช้าเย็นกลับ แบบไม่พักค้าง หัวหน้าเขตฯ มีอำนาจอนุญาตได้ทันที     อย่างไรก็ตามทาง พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีนายเปรมชัย และพวก กระทำความผิดแล้ว ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะตรวจสอบทุกเรื่องเพื่อให้มีพยานหลักฐานที่ครบถ้วนสมบูรณ์สามารถจะเอาผิดกับผู้กระทำผิดได้อย่างจริงจัง   ส่วน นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ว่าทั้ง น.ส.กาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า และนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีที่สุดแล้ว ไม่ได้มีข้อบกพร่อง หรือมีความผิดอะไร   ด้าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. กล่าวถึงกระแสข่าวว่านายเปรมชัย ได้หลบหนีไปอยู่ทวาย ประเทศเมียนมาแล้วว่า ตามขั้นตอนของกฎหมายหลังจากศาลออกหมายจับ ก็ห้ามเดินทางออกนอกประเทศอยู่แล้ว ถ้าจะประสงค์เดินทางไปต่างประเทศต้องขออนุญาต โดยขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่านายเปรมชัยหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน ตามที่เป็นกระแสข่าว ส่วนจะออกไปช่องทางธรรมชาติหรือไม่นั้นต้องไปตรวจสอบ หลังจากนี้จะต้องประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) รวมทั้งทหาร ฝ่ายปกครอง เพื่อเฝ้าระวังป้องกันไม่ให้ผู้ต้องหาหลบหนีออกไปตามช่องทางธรรมชาติ โดยเจ้าหน้าที่พบความเคลื่อนไหวล่าสุดของนายเปรมชัย ในวันที่ศาลให้ประกันตัวเมื่อวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา     นอกจากนี้ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ได้ชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อตรงถูกต้อง และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ โดยขอให้ยึดมั่นในคุณงามความดี และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้อื่น โดยนายกฯได้ยกตัวอย่างกรมราชทัณฑ์ที่ได้ลงโทษข้าราชการที่กระทำผิดต่อหน้าที่ รวมทั้งกรณีของ นายวิเชียร ชินวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ที่นำกำลังเข้าจับกุมผู้กระทำผิดร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองอย่างตรงไปตรงมา                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/RFfYN6XO84g

 13,652
สังคม-อาชญากรรม
08 ก.พ. 61

'ศรีวราห์' เตรียมสอบคดี 'เปรมชัย' กรณีติดสินบนพนง. หากพบแจ้งข้อหาเพิ่มทันที

ผบ.ตร. ยังไม่สั่งโอนคดีเปรมชัยเข้าส่วนกลาง เชื่อทุกฝ่ายทำงานร่วมกันได้ ขณะที่ "ศรีวราห์" เตรียมสอบข้อเท็จจริงกรณีติดสินบนเจ้าพนักงาน พร้อมตั้งข้อหาพ.ร.บ.อาวุธปืนเพิ่ม ส่วนการขยายผลหากพบเจ้าหน้าที่คนใดเอื้อประโยชน์ให้ผู้ต้องหา พร้อมดำเนินคดีทันที   พ.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ สั่งการให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าไปดูแลคดีนายเปรมชัย กรรณสูตร และพวกรวม 4 คน ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี ยืนยันไม่กังวลว่าผู้ต้องหาจะเป็นนักธุรกิจชื่อดัง เพราะอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน และขณะนี้ก็ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสั่งการให้โอนคดีมาไว้ที่ส่วนกลาง แต่ให้ทุกหน่วยงานบูรณาการร่วมกันในการสืบค้นข้อเท็จจริง   ด้านพล.ต.อ.ศรีวราห์ ระบุว่าบ่ายนี้ได้เชิญเจ้าหน้าที่กรมอุทยานกว่า 10 คน รวมทั้งนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าชุดจับกุม เข้าให้ปากคำและข้อมูลที่ ปทส. ประเด็นที่เกิดขึ้น รวมถึงประเด็นการติดสินบนเจ้าพนักงาน และปล่อยปละละเลยให้ผู้ต้องหาเข้าไปในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า ซึ่งหากพบว่านายเปรมชัยติดสินบน ก็จะแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติม จากก่อนหน้านี้ที่เคยแจ้งข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.สัตว์ป่าไปแล้ว 9 ข้อหา  รวมถึงเอาผิดกับเจ้าหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มผู้ต้องหาด้วย ส่วนอาวุธปืนที่นายเปรมชัยนำเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งห้ามนำอาวุธเข้านั้น ก็จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในภายหลัง   อย่างไรก็ตามตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเฉพาะอาวุธปืนที่ตรวจยึดได้ภายในบ้านพักของนายเปรมชัย ย่านศูนย์วิจัย 3 จำนวน 43 กระบอก ที่เบื้องต้นตรวจสอบพบว่ามีทะเบียนเกือบทุกกระบอก โดยจะต้องมีการประสานกรมการปกครองเพื่อตรวจสอบรายละเอียดว่ามีการออกใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่  ส่วนงาช้าง 2 คู่ อยู่ระหว่างส่งตรวจพิสูจน์ว่าเป็นงาช้างไทยหรือไม่ แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่งาช้างไทย ซึ่งหากไม่ใช่งาช้างไทยก็จะจดทะเบียนไม่ได้    ส่วนกระแสข่าวว่ามีหนังเสือในห้องทำงานของนายเปรมชัยนั้น เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบแล้วไม่พบ อีกทั้งภาพที่มีการเผยแพร่ก็เป็นภาพเก่าเมื่อ 20 ปีก่อน ซึ่งคดีหมดอายุความไปนานแล้ว   ทั้งนี้พล.ต.อ.ศรีวราห์ยืนยันว่าไม่หนักใจที่มีหลายฝ่ายออกมาตั้งข้อสังเกตว่าตำรวจจะไม่สามารถนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ เพราะพยานหลักฐานขณะนี้มีความชัดเจนอยู่แล้ว ว่าใครเป็นผู้ครอบครองปืน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว ต้องขออนุญาตเข้าไปและห้ามนำอาวุธเข้าไปในพื้นที่ แต่กลุ่มผู้ต้องก็ไม่ได้ขออนุญาตอย่างถูกต้องและยังนำปืนเข้าไปล่าสัตว์ มีหลักฐานซากสัตว์ชัดเจน มั่นใจฟ้องได้แน่นอน และยืนยันไม่มีการวิ่งเต้นล้มคดี  ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe</div>

 6,146
สังคม-อาชญากรรม
07 ก.พ. 61

คุยกับคนอนุรักษ์ ทำไม "ทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง" ถึงเป็นเป้าแห่งการล่า?

เรื่องราวของ “นายเปรมชัย กรรณสูต” และคณะรวม 4 คน ที่ถูกจับกุมด้วยข้อกล่าวหามากถึง 9 ข้อหา จากการเข้าไปตั้งแคมป์ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ซึ่งมีพื้นที่เชื่อมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และพบซากสัตว์ป่าซึ่งถูกล่า อาทิ ไก่ฟ้าหลังเทาและเสือดำ นำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากสังคม ทั้งในแง่ความเป็นผู้มีชื่อเสียง และการทำคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะเกิดขึ้น   (หนังสือ "บันทึกลับจากทุ่งใหญ่" เปิดโปงการล่าสัตว์ของจนท.รัฐ ชนวนเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516)   (สืบ นาคะเสถียร) อย่างไรก็ตาม ผืนป่าที่ตกเป็นข่าว นับเป็นผืนป่าที่มีความสำคัญทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ กับการเป็นพื้นที่จุดชนวนเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ตลอดจนเป็นผืนป่าซึ่งเมื่อ 27 ปีที่แล้ว นายสืบ นาคะเสถียร ต้องยอมลั่นไกปืนเพื่อแลกชีวิตของตนกับการทำให้สังคมหันมาตื่นตัวด้านการอนุรักษ์ผืนป่าและสัตว์ป่า    หนึ่งคำถามที่น่าสนใจคือ แล้วป่าผืนนี้สำคัญอย่างไร ทำไมจึงตกเป็นเป้าของการล่าสัตว์มาโดยตลอด?   วันนี้ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ออนไลน์พูดคุยกับ นายภาณุเดช เกิดมะลิ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ถึงความเป็น “ทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง” ซึ่งเป็นแหล่งที่แทบจะพูดได้ว่า มีสัตว์ป่าอย่างอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในไทย   นายภาณุเดชอธิบายกับเราว่า จุดที่คณะของซีอีโอชื่อดังถูกกล่าวหาว่าเข้าไปล่าสัตว์นั้น โดยปกติเป็นจุดที่ผ่านได้แต่ตั้งแคมป์ไม่ได้ เพราะจุดที่ตั้งแคมป์ได้จะอยู่ที่ในพื้นที่ของหน่วยพิทักษ์ป่า กลุ่มของผู้ถูกกล่าวหาเข้าไปไม่ถึงจุดนั้น แต่กลับแวะระหว่างทางแล้วฉีกเข้าไปในเส้นทางที่ตกเป็นข่าว  “ปกติพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้งจะไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเข้าไปมากเท่ากับส่วนของอุทยานแห่งชาติ เพราะเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไม่ใช่พื้นที่หลักสำหรับการให้ท่องเที่ยว แต่สามารถเปิดให้เข้าไปเรียนรู้ธรรมชาติ เช่น การดูนก หรือดูสัตว์ป่า ระบบนิเวศในพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็อาจจะเป็นห่วงเพราะผู้ที่เข้าไปอาจถูกสัตว์ป่ารบกวน เช่น พังเต๊นท์ หรือทำอันตราย”   แล้วเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้งแห่งนี้สำคัญอย่างไร?   นายภาณุเดชบอกว่าความสำคัญของ “ทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง” มีหลายมิติ มิติแรกคือเรื่องระบบนิเวศซึ่งเป็นระบบนิเวศระดับสูงมาก เพราะเป็นชุมทางของสิ่งมีชีวิตที่มารวมกันในจุดเดียว    “เปรียบเสมือนเป็นสี่แยกที่สัตว์ป่าทั้งจากด้านเหนือ ด้านใต้ ด้านตะวันออก และด้านตะวันตก มันมาอยู่รวมกันได้ในบริเวณเดียวกัน ทำให้เกิดความหลากหลายของชนิดพันธุ์สูงมากที่สุดในประเทศไทย” เขาระบุ   ประการต่อมาคือ สภาพภูมิประเทศที่มีป่าดิบ ซึ่งถือเป็นบ้านให้สัตว์ป่าเข้าไปอยู่อาศัยและหลบภัย เป็นป่าทึบ แล้วก็มีทั้งป่าโปร่ง ป่าเบญจพรรณและทุ่งหญ้า ทำให้มีแหล่งอาหารของสัตว์ในการเดินออกจากป่าดิบที่เป็นบ้านมากินอาหาร แล้วย้อนกลับไปพักในป่าดิบได้อย่างปลอดภัย จึงเป็นระบบนิเวศป่าไม้ที่เอื้อให้สัตว์ป่าอยู่ได้ ขณะที่ป่าในภาคใต้เป็นป่าดิบชื้นที่มีฝนตกตลอดและมีต้นไม้ใหญ่เป็นส่วนมาก ทำให้หาพืชอาหารได้ยากกว่า (ภาณุเดช เกิดมะลิ - เลขาธิการมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร)   เขาเล่าว่า “การเป็นแหล่งรวมของสัตว์ป่าทำให้ความหลากหลายของสัตว์ป่ามีคุณค่า มีความสำคัญ คุณสืบ นาคะเสถียรก็เห็นความสำคัญแล้วพยายามผลักดันให้เป็นมรดกโลกขึ้นมา เมื่อคุณสืบยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อให้คนรู้จักกับป่าผืนนี้ ก็ทำให้สังคมไทยรู้จักกับทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้งมาตั้งแต่คุณสืบเสีย ทำให้สังคมมีความรู้สึกร่วมในการปกป้องป่าผืนนี้”    (ลำห้วยบี้ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก) เลขาธิการมูลนิธิสืบฯ กล่าวต่อว่า มิติต่อมาคือการเป็นพื้นที่แม่พันธุ์ของสัตว์ป่า เราจะได้ยินว่าเสือจากห้วยขาแข้งเดินขึ้นไปถูกยิงตายที่ลำปาง หรือการพบเสือที่เมียนมาซึ่งตรวจสอบแล้วมาจากห้วยขาแข้ง ดังนั้นจึงเป็นแหล่งแม่พันธุ์ที่มีความอุดมสมบูรณ์ เมื่อมีสัตว์มากขึ้น สัตว์จึงเริ่มกระจายไปยังทิศต่างๆ โดยรอบ ซึ่งต่างจากพื้นที่อื่นๆ ที่มีการรบกวนจากมนุษย์ มีพราน มีนักท่องเที่ยว มีการพัฒนาในพื้นที่ สัตว์ใหญ่ก็จะไม่ค่อยอยู่เพราะไม่ปลอดภัย ที่ผ่านมาทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้งมีระบบการดูแลที่มีประสิทธิภาพ ทำให้สัตว์ป่าอยู่ได้และเพิ่มประชากรมากขึ้น   เมื่อป่าอื่นอาจเหลือแต่ป่าและสัตว์ป่าที่ไม่ค่อยหลากหลาย ดังนั้นเขตทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้งจึงตกเป็นเป้าหมายเข้าไปล่าสัตว์เพื่อหาสัตว์ใหญ่    “เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นที่หมายปองของกลุ่มพรานที่เป็นทั้งพรานบรรดาศักดิ์ และพรานที่ต้องการล่าเพื่อเอาไปขายต่างชาติ เพราะปัจจุบันมูลค่าของสัตว์บางชนิดก็มีมูลค่าสูง ทำให้เกิดแรงจูงใจในการเข้าไปกระทำผิดในพื้นที่ ส่วนพรานบรรดาศักดิ์นั้นเป็นเรื่องของการตอบสนองความต้องการที่จะล่าสัตว์ที่พื้นที่อื่นไม่มี” นายภาณุเดชกล่าว   เขายังเล่าว่า พื้นที่ทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้งเป็นพื้นที่ที่มีควายป่าเหลืออยู่ฝูงสุดท้ายในประเทศไทย ซึ่งจุดที่ควายป่าอยู่เป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่มีการดูแลอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่ แต่ก็ยังมีความพยายามเข้าไปล่าทั้งทางเรือและเดินเท้าเข้าพื้นที่ นอกจากนี้ เสือโคร่งก็ยังเป็นสัตว์กลุ่มที่เหลือน้อยเช่นกัน (ควายป่า)   “ในประเทศไทยเหลือจำนวนประชากรเสือโคร่งแค่ 150-200 ตัว ส่วนหนึ่งก็อาศัยอยู่ในป่าห้วยขาแข้ง และอีกส่วนหนึ่งที่น่าเป็นห่วงตามมาก็คือกระทิงที่อยู่ในพื้นที่ เนื่องจากเสือโคร่งจะกินสัตว์ใหญ่เป็นหลักตั้งแต่กวางขึ้นไปเพื่อให้กินได้ยาวนาน ดังนั้นกระทิง กวาง วัวแดง จึงเป็นอาหารหลักของเขา เขาก็จะอยู่ด้วยกัน ถ้าเจอกระทิง เจอกวางใหญ่ๆ เจอวัวแดง โอกาสที่จะเจอเสือโคร่งมีสูงมาก ขณะที่พื้นที่อื่นสัตว์ใหญ่แบบนี้เหลือน้อยมาก ทำให้สัตว์ผู้ล่าขาดหายไปด้วย เหมือนอย่างที่เขาใหญ่เป็นอยู่ก็เกิดจากเหตุการณ์นี้ ก็คือสัตว์ผู้ล่าขนาดใหญ่ที่จะกินกระทิง กินช้างมันไม่มี ระบบนิเวศมันเลยเสียสมดุล” เขาระบุ   (เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง) เลขาธิการมูลนิธิสืบ นาคะเสถียรยังขยายความต่อไปว่า บริเวณที่ตกเป็นข่าวว่ามีคณะของซีอีโอชื่อดังถูกกล่าวหาว่าเข้าไปล่าสัตว์นั้น แม้ไม่ได้อยู่ในจุดที่มีควายป่าซึ่งเป็นสัตว์หายาก แต่ก็ถือเป็นจุดที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความชุกชุมของสัตว์ป่าสูงมาก ซึ่งเขาเชื่อว่าคณะที่เข้าไปน่าจะมีข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หรือต้องมีคนที่รู้ข้อมูลในพื้นที่ รู้สภาพพื้นที่ รู้ว่าบริเวณใดมีสัตว์ป่าชุกชุมเป็นผู้นำพาเข้าไป จึงเชื่อได้ว่ามีการเตรียมการล่วงหน้า    “ส่วนพรานอีกกลุ่มที่มักลักลอบล่าสัตว์เพื่อนำไปขายก็จะมีเป้าหมายที่สัตว์บางชนิดซึ่งมีมูลค่า และมักปรากฎเป็นข่าวให้เห็นบ่อยๆ ในการดักจับได้ตามด่านศุลกากร รวมถึงมีการปะทะกันในพื้นที่ทุ่งใหญ่อยู่หลายครั้งเหมือนกัน โดยเฉพาะเป็นกลุ่มพรานที่มาจากต่างประเทศ”   เขายังย้ำว่าจริงๆ แล้วพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้งมีมาตรการในการลาดตระเวนและคัดกรองคนที่จะเข้าไปในพื้นที่อย่างเข้มข้นมาก ดังนั้นเรื่องนี้จึงทำให้ควรต้องกลับมาทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้น   “ผมเองยังไม่เชื่อเลยว่าสังคมไทยยังมีคนกลุ่มแบบนี้อยู่ (หัวเราะ) พอดีเพิ่งออกมาจากป่ามาเหมือนกัน แล้วพอได้ข่าวนี้ก็อึ้งเลยเหมือนกัน ก็คิดว่ามันไม่น่าจะมีอยู่แล้วในประเทศไทย เพราะผมว่าตอนนี้คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเรื่องงานอนุรักษ์ หรือการอนุรักษ์ป่าไม้-สัตว์ป่าบ้านเราสูงมาก แต่มันยังมีคนแบบนี้อยู่ ซึ่งก็คงต้องทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้มงวดมากขึ้นในพื้นที่” ภาณุเดชกล่าว   (ภาพเสือดำที่พบในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง เมื่อเดือนมีนาคม 2560) เขาเล่าต่อไปว่าการถูกล่าของเสือหรือสัตว์ชนิดอื่นๆ นั้นก็เพราะมีการนำไปใช้ประโยชน์ ทั้งทางยาหรือตามความเชื่อ หรืออาจจะถูกนำไปแสดงอำนาจและบารมีของตน โดยเสือโคร่งจะได้รับผลกระทบมากที่สุด   “เสือดำ เสือดาว เสือโคร่ง สถานะแทบจะไม่ต่างกันมาก คือมีจำนวนน้อยน่าเป็นห่วงทั้งหมด แม้เสือดำ เสือดาวจะมีมากกว่าเล็กน้อย แต่ก็ไม่ห่างกันมาก”   ท้ายสุด นายภาณุเดชสรุปย้ำถึงความสำคัญของงานอนุรักษ์ ทั้งในแง่ของการรักษาระบบนิเวศและในแง่ของจิตใจของคนไว้อย่างน่าสนใจ   “ระบบนิเวศของไทยในเรื่องสัตว์ป่าและพรรณไม้ ถือเป็นระบบนิเวศที่ไม่ด้อยไปกว่าพื้นที่อย่างป่าอเมซอน หรือป่าแถบอินโดนีเซีย หรือป่าแอฟริกาที่มีสัตว์ป่าชุกชุม เราไม่แพ้เขาเลยนะครับ เพียงแต่ว่าในช่วงที่ผ่านมาเรารู้สึกว่ามันเยอะจนกระทั่งเราไม่รู้สึกว่ามันจะหมดไป แต่ว่าวันหนึ่งเรากำลังจะสูญเสียพวกนี้ไป เสร็จแล้วมันก็จะกลับมากระเทือนกับเรา เช่นในเรื่องของภัยพิบัติต่างๆ”   “เสือที่เขาล่ากัน หรือสัตว์ป่าที่เขาล่ากัน เอาง่ายๆเลย มันคือยอดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารในธรรมชาติในป่า การที่คุณล่าเสือมันจะมีผลกับระบบนิเวศที่เป็นสัตว์ที่อยู่ด้านล่าง มันจะกระเทือนถึงกันหมด ผมยกตัวอย่าง เอาตรงๆเลยอย่างเขาอ่างฤๅไนย หรือกลุ่มป่าตะวันออกที่เราเห็นช้างออกมารบกวนมนุษย์เยอะมาก หรือห้วยทางป่าเขาใหญ่ซึ่งมีกระทิงออกมาเยอะมากแล้วมารบกวนพื้นที่ของมนุษย์" (เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก)   "ก็ต้องกลับไปถามว่าทำไมสัตว์พวกนี้เพิ่มปริมาณมากขึ้นแล้วออกมารบกวนมนุษย์ ก็เพราะว่าไม่มีคนที่ควบคุมสมดุลในธรรมชาติก็คือเสือโคร่ง หรือว่าสัตว์ผู้ล่าขนาดใหญ่ที่จะคอยควบคุมให้มันอยู่ในความพอดีและอยู่ในป่าได้อย่างปกติ มันก็เป็นระบบที่ดูแลซึ่งกันและกัน ก็เหมือนเรากับธรรมชาติ พอเราไปรังแกเขามากๆ ธรรมชาติก็คืนผลกลับมา”   “คนไทยมีการพัฒนาความรู้และการศึกษาแล้วน่ะนะครับ จิตใจที่มีต่อเรื่องของงานอนุรักษ์จึงถือเป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่ง ที่เวลาเราไปมองสิ่งมีชีวิตที่เป็นเพื่อนร่วมโลกอื่นๆ แล้วก็ให้คุณค่าของเขาในการดูแล ในการปกป้องรักษามันเอาไว้เนี่ย ผมคิดว่ามันเป็นการยกระดับของคนในสังคมไทยให้เห็นว่า...เราก็เจริญทางด้านจิตใจแล้ว” เขาสรุป   (ขอบคุณภาพ : มติชน, มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร)

 29,728
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
07 ก.พ. 61

'ชูวิทย์มีเรื่องเล่า' วิเคราะห์คดี 'เปรมชัย' ล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เสนอเร่งตรวจสอบเขม่าปืน

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ วิเคราะห์คดี นายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหารบริษัทอิตาเลี่ยนไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน ถูกเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจับกุม หลังพบเข้าไปล่าสัตว์ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี และพบซากไก่ฟ้าหลังเทา ซากเสือดำ และซากเก้ง รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการฆ่าสัตว์    โดยคุณชูวิทย์ ได้อธิบายถึงเรื่องสัตว์สงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง รวมถึงได้เปิดคลิปเสียงที่นายเปรมชัย คุยกับเจ้าหน้าที่ และย้อนรอยชนวนเหตุเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา ทั้งนี้ คุณชูวิทย์ แสดงความคิดเห็นว่าหลักฐานสำคัญในคดีนี้คือเขม่าปืน ให้ตรวจสอบเขม่าปืนที่มือของนายเปรมชัย รวมถึงได้พูดถึงกรณีที่เพจแหม่มโพธิ์ดำได้เปิดภาพเก่าเมื่อ 2 ปีก่อน ขณะนายเปรมชัยพร้อมพวกไปล่าสัตว์        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WcpoL8D1zr8  

 27,260
สังคม-อาชญากรรม
07 ก.พ. 61

แจ้ง 9 ข้อหา 'เปรมชัย' บิ๊กอิตาเลียนไทย ล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ก่อนศาลให้ประกัน นายกฯยันไม่เอื้อประโยชน์

จากกรณี นายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหารบริษัทอิตาเลี่ยนไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน ถูกเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจับกุม หลังพบเข้าไปล่าสัตว์ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก พื้นที่ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี และพบซากไก่ฟ้าหลังเทา ซากเสือดำอายุเกินห้าปีที่ถูกชำแหละแล้ว และซากเก้งที่ถูกชำแหละแล้ว รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการฆ่าสัตว์ นั้น    ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา 9 ข้อหาหนัก แต่ทนายความของผู้ต้องหาได้ยื่นขอประกันตัว และศาลได้อนุญาตให้ประกันตัวออกไปในวงเงินคนละ 150,000 บาท ซึ่งนายเปรมชัย ได้ให้สัมภาษณ์ว่าตนแค่เข้าไปท่องเที่ยวเท่านั้น ไม่ได้เข้าไปล่าสัตว์แต่อย่างใด ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกมาย้ำชัดว่าจะไม่มีการเลือกปฏิบัติแน่นอน   ขณะที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ขอให้เป็นเรื่องทางกฎหมาย และให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ยืนยันไม่มีการเอื้อประโยชน์ และอย่ามาแอบอ้างชื่อผม เพราะไม่มีอำนาจสามารถไปก้าวล่วงได้ โดยย้ำหากศาลตัดสินว่าผิดก็ต้องถูกลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนคำถามเรื่องอาวุธว่านำเข้าไปได้อย่างไรนั้น มองว่าไม่เป็นธรรมที่จะกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐ   ทั้งนี้ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้ออกแถลงการณ์กล่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้น และได้กล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zwE53XoyrqA    

 18,372
ต่างประเทศ
29 พ.ย. 60

เผยภาพปล่อยแรดกำพร้า 5 ตัวกลับคืนสู่ป่าแอฟริกาใต้ หลังจนท.ช่วยพ้นเงื้อมมือนักล่า

สำนักข่าว metro นำเสนอเรื่องราวของแรดกำพร้าจำนวน 5 ตัว ที่เพิ่งถูกปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ หลังได้รับการช่วยเหลือพ้นเงื้อมมือขบวนการลักลอบล่าสัตว์     รายงานข่าวระบุว่า แรดทั้งหมดได้รับการช่วยชีวิตและอยู่ภายใต้การดูแลของมูลนิธิช่วยเหลือแรด Rhino Revolution มานานกว่า 2 ปี  หลังแม่ของพวกมันถูกคนร้ายสังหารและตัดนอไป แต่ตอนนี้พวกมันเติบโตพอที่จะกลับคืนสู่ผืนป่าของแอฟริกาใต้และดำรงชีวิตในธรรมชาติได้แล้ว โดยก่อนจะทำการปล่อยตัว เจ้าหน้าที่ได้ตัดนอของแรดทั้ง 5 ตัวออก เพื่อป้องกันการถูกล่า        

 12,241
ข่าวภูมิภาค
05 พ.ย. 60

คาดปมขัดแย้งส่วนตัว-ชู้สาว คดี 2 แม่ลูกถูกฆ่าโหดทิ้งป่านราธิวาส พบสามีเป็นผู้ก่อความไม่สงบที่ถูกวิสามัญ

พบศพผู้เสียชีวิต 2 ราย คาดว่าน่าจะเป็นแม่ลูกกัน บริเวณสะพานบารา เส้นทางบ้านกาหนั๊วะ หมู่ 5 ต.กาลิซา อ.ระแงะ จ.นราธิวาส  โดยศพแรกเป็นผู้หญิง อายุประมาณ 40 ปี สวมเสื้อสีชมพู กางเกงลายสีดำ เสื้อยืดถูกเปิดขึ้นมาถึงหน้าอก มีบาดแผลที่ลำคอและบริเวณลำตัว ใกล้กันพบศพเด็กหญิงอายุประมาณ 5 ขวบ สวมเสื้อยืดสีแดง กางเกงสีดำแถบแดง มีบาดแผลถูกแทงบริเวณลำตัว เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 วัน จากการตรวจสอบไม่พบเอกสารระบุตัวตนใดๆ   ด้านตำรวจประเมินว่า ศพทั้ง 2 รายน่าจะถูกฆ่ามาจากที่อื่น ก่อนที่คนร้ายซึ่งน่าจะมีจำนวน 2-3 ราย ได้นำร่างขึ้นรถกระบะก่อนจะมาโยนทิ้งไว้ แต่น่าจะมีภูมิลำเนาอยู่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุการสังหารมาจากปมขัดแย้งส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับปัญหาความมั่นคง    ล่าสุดมีรายงานระบุว่า ทราบชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายแล้ว โดยผู้เป็นแม่อายุ 27 ปี ส่วนลูกสาวอายุ 5 ขวบ ตรวจสอบประวัติพบว่าสามีของผู้ตายเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ไม่หวังดีถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิตไปเมื่อปี 56 เบื้องต้นคาดว่าเกิดจากขัดแย้งส่วนตัว หรือเรื่องชู้สาว          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/RqIg7TDd-34

 12,653

Top