ค้นหา :

ผลการค้นหา "นครปฐม"

สังคม
22 ก.พ. 63

2 แก๊งโจ๋เขม่นกันในร้านข้าวต้มนครปฐม ชักปืนขู่กัน สุดท้ายปืนลั่น บาดเจ็บ 1 ราย

นครปฐม - เกิดเหตุมีคนยิงกันภายในร้านอาหาร อ.เมืองนครปฐม ในที่เกิดเหตุเปิดเป็นร้านอาหารตั้งอยู่ริมถนน ภายในร้านมีเศษกระจกแตก ข้าวของกระจัดกระจาย และพบรอยเลือด ทราบว่าเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม ช่วยกันลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 คน นำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์นครปฐมเพื่อให้แพทย์ทำแผล   สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่าก่อนเกิดเหตุกลุ่มของผู้บาดเจ็บได้เดินทางมานั่งรับประทานอาหารอยู่ภายในร้าน จากนั้นได้พบกับกลุ่มคู่กรณี โดยกลุ่มของผู้บาดเจ็บได้เข้าไปแซวสาวที่มากับกลุ่มของคู่กรณี และมองเขม่นกันไปมา    จากนั้นเจ้าของร้านดูลักษณะคล้ายว่าจะมีเรื่องกัน จึงได้ออกมาบอกว่า ขออย่ามีเรื่องกัน พร้อมกับหันไปยังหันมองไปยังโต๊ะของคู่กรณีทั้งสองกลุ่ม   เวลาผ่านไปประมาณ 30 นาที กลุ่มผู้บาดเจ็บ ได้หยิบอาวุธปืนพร้อมกับเดินเข้าไปหากลุ่มของคู่กรณี จากนั้นชักอาวุธปืนออกมา จึงเกิดการเข้ายื้อแย่งกันจนกระสุนปืนลั่น มีคนได้รับบาดเจ็บ ก่อนเกิดการชกต่อยกันชุลมุน   เบื้องต้น ตร.จะเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำเพื่อหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมก่อนตั้งข้อกล่าวหาเพื่อดำคดีตต่อไป     รับชมผ่านทูยูบได้ที่ : https://youtu.be/HJZvcX1P_vM

 1,096
ข่าวภูมิภาค
18 ก.พ. 63

แสดงตัวด่วน แม่ค้าหวยทำลอตเตอรี่ตกในร้านส้มตำ ตรวจแล้วถูกรางวัลด้วย!

นครปฐม-ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Poo Ratanaporn Aiemtago หรือ น.ส.รตนพร เอี่ยมตะโก อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้านร้านเจ๊อ๋อยส้มตำยำปู ใน อ.นครชัยศรี ได้โพสต์ตามหาแม่ค้าหวย ที่ทำลอตเตอรี่ตกในร้าน เมื่อหวยออกนำมาตรวจพบว่าถูกรางวัลถึง 3 ใบ ได้แก่หมายเลข 196294 และอีก 2 ฉบับคือหมายเลข 232494 เป็นเลขที่ถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 ก.พ.2563   น.ส.รตนพร เปิดเผยว่า ในช่วงเวลา 17.00 น. วันที่ 12 ก.พ. ขณะนั้นมีลูกค้าเข้ามานั่งรับประทานอาหารในร้านตามปกติ จังหวะเดียวกันแม่ค้าขายหวยเดินถือแผงเข้ามาภายในร้าน และเปิดแผงให้ลูกค้าดู เมื่อดูเสร็จแล้วแม่ค้าคนดังกล่าวได้ปิดแผงแล้วเดินไปยังโต๊ะอื่น จังหวะนั้นทำให้มีสลากกินแบ่งรัฐบาลปลิวลงมาที่พื้น 3 ใบ ทางร้านสามารถเก็บไว้ได้ และรอให้เจ้าของมาติดต่อขอคืน   กระทั่งไม่กี่ชั่วโมงก่อนหวยจะออกในวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา แม่ค้าก็ยังไม่มาตามหา และไม่มีใครมาติดต่อขอคืน ตนจึงหวังโชคเล็กๆนำเลขท้าย 2 ตัว เลข 94 ที่เก็บได้ นำไปซื้อหวย ปรากฏตนโชคดีถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัวเช่นกัน ทั้งนี้จึงอยากให้เจ้าของลอตเตอรี่มาติดต่อรับคืน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kbDNTLwLoEI

 108
สังคม
18 ก.พ. 63

แสดงตัวด่วน แม่ค้าหวยทำลอตเตอรี่ตกในร้านส้มตำ ตรวจแล้วถูกรางวัลด้วย!

นครปฐม-ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Poo Ratanaporn Aiemtago หรือ น.ส.รตนพร เอี่ยมตะโก อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้านร้านเจ๊อ๋อยส้มตำยำปู ใน อ.นครชัยศรี ได้โพสต์ตามหาแม่ค้าหวย ที่ทำลอตเตอรี่ตกในร้าน เมื่อหวยออกนำมาตรวจพบว่าถูกรางวัลถึง 3 ใบ ได้แก่หมายเลข 196294 และอีก 2 ฉบับคือหมายเลข 232494 เป็นเลขที่ถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 ก.พ.2563   น.ส.รตนพร เปิดเผยว่า ในช่วงเวลา 17.00 น. วันที่ 12 ก.พ. ขณะนั้นมีลูกค้าเข้ามานั่งรับประทานอาหารในร้านตามปกติ จังหวะเดียวกันแม่ค้าขายหวยเดินถือแผงเข้ามาภายในร้าน และเปิดแผงให้ลูกค้าดู เมื่อดูเสร็จแล้วแม่ค้าคนดังกล่าวได้ปิดแผงแล้วเดินไปยังโต๊ะอื่น จังหวะนั้นทำให้มีสลากกินแบ่งรัฐบาลปลิวลงมาที่พื้น 3 ใบ ทางร้านสามารถเก็บไว้ได้ และรอให้เจ้าของมาติดต่อขอคืน   กระทั่งไม่กี่ชั่วโมงก่อนหวยจะออกในวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา แม่ค้าก็ยังไม่มาตามหา และไม่มีใครมาติดต่อขอคืน ตนจึงหวังโชคเล็กๆนำเลขท้าย 2 ตัว เลข 94 ที่เก็บได้ นำไปซื้อหวย ปรากฏตนโชคดีถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัวเช่นกัน ทั้งนี้จึงอยากให้เจ้าของลอตเตอรี่มาติดต่อรับคืน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kbDNTLwLoEI

 108
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 ก.พ. 63

ชื่นชม 2 นักเรียนนายร้อย ถอดเครื่องแบบ ช่วยลุงที่เรือติดกอผักตบกลางแม่น้ำท่าจีน

นครปฐม-โลกออนไลน์ แชร์ภาพ 2 นักเรียนนายร้อยถอดเครื่องแบบตำรวจ ช่วยลุงที่เรือติดกอผักตบในแม่น้ำท่าจีน   โดย นรต.ธนทัต อินทรศร และ นรต.ธนพงศ์ ดวงมณี (นรต.ฝึกงาน) ได้ถอดเครื่องแบบ ลงว่ายน้ำนำเชือกไปผูกที่เรือ แล้วร่วมกับชาวบ้านช่วยกันลากเรือเข้าฝั่งจนปลอดภัย และรอน้ำลงผักตบชวาหมดค่อยออกเดินทางกลับบ้านต่อไป ซึ่งใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมง จึงสามารถดึงเอาเรือขึ้นฝั่งได้สำเร็จ   จากการสอบถามทราบชื่อนายอ๋า แซ่อุ่น อายุ 71 ปี เผยว่า มีอาชีพชายไอติม นำเรือขับติดเครื่องออกจากบ้านมาตั้งแต่ 6 โมงเช้า เนื่องจากไม่มีทางรถเข้าบ้าน จึงใช้เรือไปซื้อน้ำแข็งก้อนมาปั่นไอติม ซึ่งร้านน้ำแข็งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 2 กม.ช่วงเช้าเป็นเวลาน้ำลงไม่มีผักตบชวา แต่พอขากลับน้ำไหลขึ้นรวดเร็ว จึงทำให้ผักตบชวาไหลตามน้ำลอยมาติดตอม่อสะพานอำเภอสามพราน ข้ามแม่น้ำอย่างรวดเร็วจนแน่นแม่น้ำทำให้เรือผ่านไม่ได้ จนติดอยู่กลางแม่น้ำผักตบ   โชคดีที่มีชาวบ้านเห็นช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีนักเรียนนายร้อยลงไปช่วย นำข้าวเช้าให้ลุงที่ยังไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เช้า ตำรวจจึงซื้อข้าวมาให้ทาน และต้องรอให้น้ำขึ้น เพื่อจะได้ไปต่อให้ถึงบ้าน พร้อมกับกล่าวขอบคุณตำรวจและชาวบ้านที่มาช่วยเหลือ   ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีนี้ว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นกำลังใจให้นักเรียนนายร้อยตำรวจทั้ง 2 นาย ที่มีจิตอาสา ช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อ ประชาชนที่กำลังตกอยู่ในความลำบาก โดยไม่รอช้า แสดงให้เห็นถึงจิตสำนึกของความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เพื่อให้ประชาชนศรัทธาและเชื่อมั่น โดยขอให้ตำรวจทุกนาย ถือเป็นแบบอย่างที่ดีที่พึงระลึกปฏิบัติ ตามจริยธรรมจรรยาบรรณและอุดมคติตำรวจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5mojM0W2Gu8

 1,389
ข่าวโซเชียล
17 ก.พ. 63

ชื่นชม 2 นักเรียนนายร้อย ถอดเครื่องแบบ ช่วยลุงที่เรือติดกอผักตบกลางแม่น้ำท่าจีน

นครปฐม-โลกออนไลน์ แชร์ภาพ 2 นักเรียนนายร้อยถอดเครื่องแบบตำรวจ ช่วยลุงที่เรือติดกอผักตบในแม่น้ำท่าจีน   โดย นรต.ธนทัต อินทรศร และ นรต.ธนพงศ์ ดวงมณี (นรต.ฝึกงาน) ได้ถอดเครื่องแบบ ลงว่ายน้ำนำเชือกไปผูกที่เรือ แล้วร่วมกับชาวบ้านช่วยกันลากเรือเข้าฝั่งจนปลอดภัย และรอน้ำลงผักตบชวาหมดค่อยออกเดินทางกลับบ้านต่อไป ซึ่งใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมง จึงสามารถดึงเอาเรือขึ้นฝั่งได้สำเร็จ   จากการสอบถามทราบชื่อนายอ๋า แซ่อุ่น อายุ 71 ปี เผยว่า มีอาชีพชายไอติม นำเรือขับติดเครื่องออกจากบ้านมาตั้งแต่ 6 โมงเช้า เนื่องจากไม่มีทางรถเข้าบ้าน จึงใช้เรือไปซื้อน้ำแข็งก้อนมาปั่นไอติม ซึ่งร้านน้ำแข็งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 2 กม.ช่วงเช้าเป็นเวลาน้ำลงไม่มีผักตบชวา แต่พอขากลับน้ำไหลขึ้นรวดเร็ว จึงทำให้ผักตบชวาไหลตามน้ำลอยมาติดตอม่อสะพานอำเภอสามพราน ข้ามแม่น้ำอย่างรวดเร็วจนแน่นแม่น้ำทำให้เรือผ่านไม่ได้ จนติดอยู่กลางแม่น้ำผักตบ   โชคดีที่มีชาวบ้านเห็นช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีนักเรียนนายร้อยลงไปช่วย นำข้าวเช้าให้ลุงที่ยังไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เช้า ตำรวจจึงซื้อข้าวมาให้ทาน และต้องรอให้น้ำขึ้น เพื่อจะได้ไปต่อให้ถึงบ้าน พร้อมกับกล่าวขอบคุณตำรวจและชาวบ้านที่มาช่วยเหลือ   ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีนี้ว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นกำลังใจให้นักเรียนนายร้อยตำรวจทั้ง 2 นาย ที่มีจิตอาสา ช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อ ประชาชนที่กำลังตกอยู่ในความลำบาก โดยไม่รอช้า แสดงให้เห็นถึงจิตสำนึกของความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เพื่อให้ประชาชนศรัทธาและเชื่อมั่น โดยขอให้ตำรวจทุกนาย ถือเป็นแบบอย่างที่ดีที่พึงระลึกปฏิบัติ ตามจริยธรรมจรรยาบรรณและอุดมคติตำรวจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5mojM0W2Gu8

 1,389
สังคม
14 ก.พ. 63

เร่งล่าตัวอดีตสามีกราดยิงกลางเมืองนครปฐม ก่อนฉุดสาวขึ้นรถ

ที่นครปฐม มีเหตุกราดยิงบริเวณหน้าร้านแต่งรถ พร้อมฉุดสาวขึ้นรถหลบหนี ด้านตำรวจเร่งติดตาม พบเป็นอดีตสามีตามมาทวงภรรยาคืน     เหตุเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันนี้ ร้อยตำรวจโท พงศกร นิ่มปุญญกำพงษ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายเป็นชาย 2 ราย ใช้อาวุธปืนสงคราม ปืนกลเล็กยาวแบบ M16 กราดยิงใส่ร้านช่างแมวนครปฐม เลขที่ 248 ถ.ยิงเป้า ต.สนามจันทร์ อ.เมือง ซึ่งเป็นร้านแต่งซิ่งรถยนต์ กวาด 30 นัด ทำให้ประตูและข้าวของภายในร้านได้รับความเสียหาย ก่อนใช้ปืนจ่อหญิงสาวในร้านฉุดขึ้นรถเก๋งสีขาวขับหลบหนีไป      หลังเกิดเหตุตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืน M16 ตกอยู่เกลื่อน นับได้จำนวน 12 ปลอก ทั้งนี้จากการสอบถามช่างแมว เจ้าของร้าน ให้ข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุคือ นายธาดา ส่วนหญิงสาวที่ถูกฉุดขึ้นรถ คือนางสาวอ้อม แฟนเก่าของผู้ก่อเหตุ เป็นแม่ค้าขายข้าวแกงที่ตลาด รู้จักกันมากว่า 2 เดือน      โดยฝ่ายหญิงบอกว่าเลิกกับแฟนแล้ว และเมื่อคืนได้ชวนกันมาดื่มที่บ้านจนดึก ต่างคนต่างนอน จนเกิดเหตุขึ้น เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานอาจมาจากความหึงหวง โดยขณะนี้ชุดสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม อยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิด หาเส้นทางหลบหนี

 7,668
สังคม
14 ก.พ. 63

อุกอาจ! หนุ่มบุกกราดยิงร้านแต่งรถซิ่งนครปฐม ก่อนฉุดสาวขึ้นรถ คาดเป็นเรื่องชู้สาว

ที่ จ.นครปฐม เกิดเหตุระทึก มีชาย 2 คน ใช้อาวุธปืนกราดยิงหน้าประตูร้านแต่งรถซิ่ง ก่อนฉุดหญิงสาวขึ้นรถยนต์สีขาวหลบหนี   เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ร้านช่างแมว ซึ่งเป็นร้านแต่งซิ่งรถยนต์ กลางเมืองนครปฐม มีชาย 2 คน ใช้อาวุธปืนกราดยิงใส่ประตูหน้าร้านกว่า 30 นัด ก่อนใช้ปืนจ่อหญิงสาวในร้าน และฉุดขึ้นรถเก๋งสีขาวขับหลบหนีไป - ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เก็บปลอกกระสุนไว้เป็นหลักฐาน ส่วนสาเหตุเชื่อว่า เป็นเรื่องชู้สาว ขณะนี้ได้ส่งชุดสืบสวนเร่งตามตัวผู้ก่อเหตุ พร้อมช่วยเหลือหญิงสาวที่ถูกพาตัวไปแล้วฃ          

 4,047
ข่าวภูมิภาค
03 ก.พ. 63

บุกชาร์จ ผู้ต้องหาหญิงป่วยทางจิต นั่งห้อยขาหวังโดดตึก รพ.

นครปฐม-เกิดเหตุผู้ต้องหาหญิง อายุ 37 ปี ซึ่งถูกส่งตัวมาทำการรักษาจากเรือนจำกลางจังหวัดนครปฐม กำลังจะกระโดดตึกของโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม ซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับคนไข้และ เจ้าหน้าที่ที่โรงพยาบาลเป็นอย่างมาก   ในที่เกิดเหตุพบว่าเป็นตึกอาคารสาธารณสุข 100 ปี ของโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม ซึ่งมีจำนวน 8 ชั้น ที่บริเวณชั้น 4 ริมระเบียงพบผู้ก่อเหตุกำลังนั่งอยู่ในสภาพเหม่อลอย นั่งคร่อมอยู่ที่ขอบกำแพงของระเบียงชั้น 4 ขาห้อยออกมานอกอาคาร   โดยเจ้าหน้าที่ได้เตรียมเบาะลมสำหรับรองรับไว้ที่พื้นชั้นล่าง ขณะเดียวกันได้ฉวยโอกาสขณะเจ้าตัวเผลอ เข้าชาร์จหญิงนักโทษคนดังกล่าวที่กำลังห้อยขา เพื่อที่จะกระโดดตึกลงมาได้ด้วยความสำเร็จจับตัวไว้ได้   จากการสอบถามในเบื้องต้นทราบว่า หญิงคนดังกล่าวเป็นผู้ป่วยซึ่งถูกส่งตัวมาจากเรือนจำกลางจังหวัดนครปฐม มาทำการรักษาเพราะมีอาการป่วยทางจิต แต่ในขณะที่กำลังอยู่พักรักษาตัวอยู่นั้น ก่อนเกิดเหตุจู่ๆ ได้เดินขึ้นไปที่บริเวณริมระเบียง แล้วนั่งคร่อมพร้อมใช้ขาพาดออกไปนอกอาคาร   เมื่อญาติของคนไข้เตียงอื่นๆได้เห็นจึงตกใจ แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่พยาบาลพร้อมแจ้งรปภ. ให้ประสานกับตำรวจมาทำการเฝ้าสถานการณ์ เนื่องจากกลัวว่าจะเกิดเหตุรุนแรง แต่ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยนางสาวปัทมาเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือควบคุมตัวไว้ได้อย่างปลอดภัย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/K7GmRgnL2Bg

 1,368
สังคม
03 ก.พ. 63

บุกชาร์จ ผู้ต้องหาหญิงป่วยทางจิต นั่งห้อยขาหวังโดดตึก รพ.

นครปฐม-เกิดเหตุผู้ต้องหาหญิง อายุ 37 ปี ซึ่งถูกส่งตัวมาทำการรักษาจากเรือนจำกลางจังหวัดนครปฐม กำลังจะกระโดดตึกของโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม ซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับคนไข้และ เจ้าหน้าที่ที่โรงพยาบาลเป็นอย่างมาก   ในที่เกิดเหตุพบว่าเป็นตึกอาคารสาธารณสุข 100 ปี ของโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม ซึ่งมีจำนวน 8 ชั้น ที่บริเวณชั้น 4 ริมระเบียงพบผู้ก่อเหตุกำลังนั่งอยู่ในสภาพเหม่อลอย นั่งคร่อมอยู่ที่ขอบกำแพงของระเบียงชั้น 4 ขาห้อยออกมานอกอาคาร   โดยเจ้าหน้าที่ได้เตรียมเบาะลมสำหรับรองรับไว้ที่พื้นชั้นล่าง ขณะเดียวกันได้ฉวยโอกาสขณะเจ้าตัวเผลอ เข้าชาร์จหญิงนักโทษคนดังกล่าวที่กำลังห้อยขา เพื่อที่จะกระโดดตึกลงมาได้ด้วยความสำเร็จจับตัวไว้ได้   จากการสอบถามในเบื้องต้นทราบว่า หญิงคนดังกล่าวเป็นผู้ป่วยซึ่งถูกส่งตัวมาจากเรือนจำกลางจังหวัดนครปฐม มาทำการรักษาเพราะมีอาการป่วยทางจิต แต่ในขณะที่กำลังอยู่พักรักษาตัวอยู่นั้น ก่อนเกิดเหตุจู่ๆ ได้เดินขึ้นไปที่บริเวณริมระเบียง แล้วนั่งคร่อมพร้อมใช้ขาพาดออกไปนอกอาคาร   เมื่อญาติของคนไข้เตียงอื่นๆได้เห็นจึงตกใจ แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่พยาบาลพร้อมแจ้งรปภ. ให้ประสานกับตำรวจมาทำการเฝ้าสถานการณ์ เนื่องจากกลัวว่าจะเกิดเหตุรุนแรง แต่ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยนางสาวปัทมาเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือควบคุมตัวไว้ได้อย่างปลอดภัย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/K7GmRgnL2Bg

 1,368
ข่าวภูมิภาค
31 ม.ค. 63

จับแล้ว! ชายวัย 42 จ่อยิงแสกหน้าโจ๋คู่อริคาร้านคาราโอเกะ นครปฐม เผยฟางเส้นสุดท้ายถูกด่าแม่

นครปฐม-กรณีกลุ่มวัยรุ่นใช้อาวุธปืนขนาด .45 มม. ก่อเหตุยิงนายสุกิต สังข์แก้ว อายุ 25 ปี ถูกยิงเข้าที่ข้างจมูกทะลุเหนือท้ายทอย เสียชีวิต และนายชาญณรงค์ เอี่ยมไพ อายุ 23 ปี ถูกอาวุธปืนขนาดเดียวกันยิงเข้าที่แก้มอาการสาหัส ภายในร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง ใน ต.ห้วยจรเข้ อ.เมือง จ.นครปฐม ช่วงตี 1 ของวันที่ 30 ม.ค.   ก่อนเกิดเหตุกล้องวงจรปิดจับภาพวัยรุ่นทั้ง 2 กลุ่ม ยืนโต้เถียงกันหรือเจรจาอะไรกันบางอย่างในเรื่องส่วนตัว บริเวณหน้าร้านคาราโอเกะ ก่อนที่อีกฝ่ายจะชักปืนออกมาเปิดฉากยิงแสกหน้านายสุกิต และนายอำไพ จนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ก่อนที่มือปืนจะหลบหนีไป   ล่าสุดเมื่อวานนี้ (30 ม.ค.) ตำรวจ สภ.นครปฐม จับกุมตัวมือยิงได้แล้วทราบชื่อนายภมร เกิดสุข อายุ 42 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มม. จำนวน 1 กระบอก โดยเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมาสอบปากคำที่โรงพัก ก่อนคุมตัวไปชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ   ผู้ต้องหาปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวและไม่ยอมขอโทษกลุ่มผู้ตาย แต่ได้เผยกับเจ้าหน้าที่ขณะทำแผนว่า คืนเกิดเหตุหลังร้องเพลงเสร็จแล้วตนเองเดินออกจากห้องคาราโอเกะกำลังจะกลับบ้าน โดยได้เจอกับกลุ่มผู้ตายบริเวณหน้าห้องคาราโอเกะ ซึ่งร้องเพลงอยู่ห้องข้างเคียงกัน จังหวะนั้นจึงชักปืนออกมาขึ้นลำ เดินวกกลับไปหากลุ่มผู้ตายที่ยืนอยู่หน้าห้องคาราโอเกะ   พร้อมระบุว่าผู้ตายได้ด่าแม่ของตนเอง ทำให้รู้สึกไม่พอใจจึงลงมือจ่อยิงจนผู้ตายล้มลงจมกองเลือด จากนั้นก็ยิงเพื่อนของผู้ตายอีกคนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นก็เดินไปดันประตูเพื่อจะเข้าไปในห้องคาราโอเกะของกลุ่มผู้ตายแต่เข้าไม่ได้ เนื่องจากเพื่อนของผู้ตายที่อยู่ด้านในล็อคห้องไว้ ก่อนจะเดินออกจากร้านไปขึ้นรถหลบหนี   พล.ต.ต.คำรณ บุญเลิศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม เผยว่า ทั้ง 2 กลุ่ม เป็นอริกันมานานต่างฝ่ายต่างมาเที่ยวที่ร้านคาราโอเกะพร้อมกัน พอเจอกันก็หวาดระแวงกัน ผู้ต้องหากลัวว่ากลุ่มผู้ตายจะเข้ามาทำร้าย จึงใช้อาวุธปืนมาก่อเหตุดังกล่าว หลังก่อเหตุผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัว   ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพอ้างว่า เคยทะเลาะวิวาทกันมาก่อน เพราะก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาเคยมีเรื่องกับหลานของผู้ตาย โดยผู้ตายเข้าไปช่วย จึงทำให้ผู้ต้องหาเป็นอริบาดหมางกับผู้ตายแต่นั้นเป็นต้นมา จากข้อมูลทราบว่าทั้งคู่เคยมีเรื่องจะยิงกันอยู่บ่อยครั้ง ขึ้นโรงพักมาแล้วหลายครั้ง   ผู้สื่อข่าวถาม พล.ต.ต.คำรณ ว่า ในวงจรปิดทั้งคู่พูดคุยอะไรกัน แต่เจ้าหน้าที่ไม่ขอเปิดเผยเพราะอยู่ในสำนวน เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหากับนายภมร ฆ่าผู้อื่นฯ ,พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนเพื่อนของผู้ต้องหาหากสอบสวนพบว่าร่วมกันกระทำความผิดก็จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มต่อไป   ขณะที่เพื่อนของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม เผยว่า ผู้ก่อเหตุคือนายภมร เป็นเพื่อนต่างหมู่บ้านเห็นหน้ากันเป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุกลุ่มของพวกตนรวม 5 คน ได้เข้าไปเที่ยวในร้านคาราโอเกะ โดยมีกลุ่มของนายภมร นั่งร้องเพลงอยู่ที่ห้องข้างๆ    ผ่านไปสักพัก เพื่อนในกลุ่มของตน 3 คน  เดินออกไปเข้าห้องน้ำและสูบบุหรี่ข้างนอก โดยที่นายสุกิต (ผู้ตาย) ก็เดินตามออกไปด้วย เหลือตนนั่งอยู่ในห้องคาราโอเกะคนเดียว  จังหวะนั้นจู่ ๆ นายภมร ก็เดินตรงเข้ามาใช้ปืนจ่อยิงศีรษะนายสุกิตเสียชีวิตคาที่ และไล่ยิงนายชาญณรงค์จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะพุ่งตรงมาเปิดประตูห้องที่ตนนั่งอยู่ เคราะห์ดีที่จังหวะนั้นตนล็อคประตูได้ทัน ทำให้รอดตายหวุดหวิด   เพื่อนของผูตาย กล่าวต่อว่า “เราอยู่ข้างในคนเดียวแล้วมันไปผลักประตู ผมเห็นประตูมันแง้มอยู่หน่อย พอได้ยินเสียงปืนผมก็ชะเง้อไป มันผลักประตูเข้ามาผมก็รีบพอดีจังหวะผมหันหลังพิงกำแพงปิดประตูได้ผมก็กดปุ่มล็อกมันก็บิดอย่างนี้ ผมก็ตะโกนถาม เฮ้ยอะไรของพวกมึง นั่นล่ะครับ แล้วผมก็ไม่เห็นอะไรครับ” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/W-oauHLckJw

 474
อาชญากรรม
31 ม.ค. 63

จับแล้ว! ชายวัย 42 จ่อยิงแสกหน้าโจ๋คู่อริคาร้านคาราโอเกะ นครปฐม เผยฟางเส้นสุดท้ายถูกด่าแม่

นครปฐม-กรณีกลุ่มวัยรุ่นใช้อาวุธปืนขนาด .45 มม. ก่อเหตุยิงนายสุกิต สังข์แก้ว อายุ 25 ปี ถูกยิงเข้าที่ข้างจมูกทะลุเหนือท้ายทอย เสียชีวิต และนายชาญณรงค์ เอี่ยมไพ อายุ 23 ปี ถูกอาวุธปืนขนาดเดียวกันยิงเข้าที่แก้มอาการสาหัส ภายในร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง ใน ต.ห้วยจรเข้ อ.เมือง จ.นครปฐม ช่วงตี 1 ของวันที่ 30 ม.ค.   ก่อนเกิดเหตุกล้องวงจรปิดจับภาพวัยรุ่นทั้ง 2 กลุ่ม ยืนโต้เถียงกันหรือเจรจาอะไรกันบางอย่างในเรื่องส่วนตัว บริเวณหน้าร้านคาราโอเกะ ก่อนที่อีกฝ่ายจะชักปืนออกมาเปิดฉากยิงแสกหน้านายสุกิต และนายอำไพ จนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ก่อนที่มือปืนจะหลบหนีไป   ล่าสุดเมื่อวานนี้ (30 ม.ค.) ตำรวจ สภ.นครปฐม จับกุมตัวมือยิงได้แล้วทราบชื่อนายภมร เกิดสุข อายุ 42 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มม. จำนวน 1 กระบอก โดยเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมาสอบปากคำที่โรงพัก ก่อนคุมตัวไปชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ   ผู้ต้องหาปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวและไม่ยอมขอโทษกลุ่มผู้ตาย แต่ได้เผยกับเจ้าหน้าที่ขณะทำแผนว่า คืนเกิดเหตุหลังร้องเพลงเสร็จแล้วตนเองเดินออกจากห้องคาราโอเกะกำลังจะกลับบ้าน โดยได้เจอกับกลุ่มผู้ตายบริเวณหน้าห้องคาราโอเกะ ซึ่งร้องเพลงอยู่ห้องข้างเคียงกัน จังหวะนั้นจึงชักปืนออกมาขึ้นลำ เดินวกกลับไปหากลุ่มผู้ตายที่ยืนอยู่หน้าห้องคาราโอเกะ   พร้อมระบุว่าผู้ตายได้ด่าแม่ของตนเอง ทำให้รู้สึกไม่พอใจจึงลงมือจ่อยิงจนผู้ตายล้มลงจมกองเลือด จากนั้นก็ยิงเพื่อนของผู้ตายอีกคนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นก็เดินไปดันประตูเพื่อจะเข้าไปในห้องคาราโอเกะของกลุ่มผู้ตายแต่เข้าไม่ได้ เนื่องจากเพื่อนของผู้ตายที่อยู่ด้านในล็อคห้องไว้ ก่อนจะเดินออกจากร้านไปขึ้นรถหลบหนี   พล.ต.ต.คำรณ บุญเลิศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม เผยว่า ทั้ง 2 กลุ่ม เป็นอริกันมานานต่างฝ่ายต่างมาเที่ยวที่ร้านคาราโอเกะพร้อมกัน พอเจอกันก็หวาดระแวงกัน ผู้ต้องหากลัวว่ากลุ่มผู้ตายจะเข้ามาทำร้าย จึงใช้อาวุธปืนมาก่อเหตุดังกล่าว หลังก่อเหตุผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัว   ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพอ้างว่า เคยทะเลาะวิวาทกันมาก่อน เพราะก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาเคยมีเรื่องกับหลานของผู้ตาย โดยผู้ตายเข้าไปช่วย จึงทำให้ผู้ต้องหาเป็นอริบาดหมางกับผู้ตายแต่นั้นเป็นต้นมา จากข้อมูลทราบว่าทั้งคู่เคยมีเรื่องจะยิงกันอยู่บ่อยครั้ง ขึ้นโรงพักมาแล้วหลายครั้ง   ผู้สื่อข่าวถาม พล.ต.ต.คำรณ ว่า ในวงจรปิดทั้งคู่พูดคุยอะไรกัน แต่เจ้าหน้าที่ไม่ขอเปิดเผยเพราะอยู่ในสำนวน เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหากับนายภมร ฆ่าผู้อื่นฯ ,พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนเพื่อนของผู้ต้องหาหากสอบสวนพบว่าร่วมกันกระทำความผิดก็จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มต่อไป   ขณะที่เพื่อนของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม เผยว่า ผู้ก่อเหตุคือนายภมร เป็นเพื่อนต่างหมู่บ้านเห็นหน้ากันเป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุกลุ่มของพวกตนรวม 5 คน ได้เข้าไปเที่ยวในร้านคาราโอเกะ โดยมีกลุ่มของนายภมร นั่งร้องเพลงอยู่ที่ห้องข้างๆ    ผ่านไปสักพัก เพื่อนในกลุ่มของตน 3 คน  เดินออกไปเข้าห้องน้ำและสูบบุหรี่ข้างนอก โดยที่นายสุกิต (ผู้ตาย) ก็เดินตามออกไปด้วย เหลือตนนั่งอยู่ในห้องคาราโอเกะคนเดียว  จังหวะนั้นจู่ ๆ นายภมร ก็เดินตรงเข้ามาใช้ปืนจ่อยิงศีรษะนายสุกิตเสียชีวิตคาที่ และไล่ยิงนายชาญณรงค์จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะพุ่งตรงมาเปิดประตูห้องที่ตนนั่งอยู่ เคราะห์ดีที่จังหวะนั้นตนล็อคประตูได้ทัน ทำให้รอดตายหวุดหวิด   เพื่อนของผูตาย กล่าวต่อว่า “เราอยู่ข้างในคนเดียวแล้วมันไปผลักประตู ผมเห็นประตูมันแง้มอยู่หน่อย พอได้ยินเสียงปืนผมก็ชะเง้อไป มันผลักประตูเข้ามาผมก็รีบพอดีจังหวะผมหันหลังพิงกำแพงปิดประตูได้ผมก็กดปุ่มล็อกมันก็บิดอย่างนี้ ผมก็ตะโกนถาม เฮ้ยอะไรของพวกมึง นั่นล่ะครับ แล้วผมก็ไม่เห็นอะไรครับ” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/W-oauHLckJw

 474
แชร์ออฟเดอะเดย์
24 ม.ค. 63

คนจริงไม่ใช่ผี! เฉลยภาพผีชุดไทย ยืนเท้าเอวดูรถไฟชนกระบะ ที่แท้เป็นคนยืนดูกู้ซากรถ

โลกออนไลน์แชร์ภาพหลอน เป็นภาพถ่ายติดหญิงชุดไทยยืนเท้าเอว หลังเหตุรถไฟชนกระบะ บริเวณแยกงิ้วราย ต.งิ้วราย อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยพบว่า รถกระบะได้ตกลงไปบริเวณรางและติดคาอยู่แบบนั้น แม้ว่าชาวบ้านจะช่วยกันเข็นแต่ไม่ทัน ทำให้รถไฟชนกระบะอย่างจัง แต่คนขับหนีออกมาทัน   ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ถ่ายภาพได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า “ตอนที่มีเหตุรถไฟชนกับรถกระบะจุดตัดรถไปงิ้วราย ช่วงระหว่างเจ้าหน้าที่เก็บกู้ซากรถอยู่ มีคนถ่ายติดรูปที่วงกลมใว้เจ้าหน้าที่ก็ยืนยันไม่มีใครเห็นบุคคลนี้ในที่เกิดเหตุ และเจ้าหน้าที่ก็ได้ยินเสียงหมาหอนและเสียงผู้หญิงร้อง”   ทั้งนี้ในเวลาต่อมา มีผู้เข้ามาตอบใต้โพสต์ดังกล่าว พร้อมแนบรูปชายรายหนึ่งไม่ใส่เสื้อ สวมกางเกงขายาวสีน้ำตาล ยืนเอามือข้างซ้ายเท้าเอว ดูเจ้าหน้าที่กำลังปฎิการณ์กู้ซากรถอยู่ โดยระบุว่าเป็นคนไม่ใช่ผี อย่างที่หลายคนสงสัย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Nl9YlTDzKGM

 4,422
ข่าวโซเชียล
24 ม.ค. 63

คนจริงไม่ใช่ผี! เฉลยภาพผีชุดไทย ยืนเท้าเอวดูรถไฟชนกระบะ ที่แท้เป็นคนยืนดูกู้ซากรถ

โลกออนไลน์แชร์ภาพหลอน เป็นภาพถ่ายติดหญิงชุดไทยยืนเท้าเอว หลังเหตุรถไฟชนกระบะ บริเวณแยกงิ้วราย ต.งิ้วราย อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยพบว่า รถกระบะได้ตกลงไปบริเวณรางและติดคาอยู่แบบนั้น แม้ว่าชาวบ้านจะช่วยกันเข็นแต่ไม่ทัน ทำให้รถไฟชนกระบะอย่างจัง แต่คนขับหนีออกมาทัน   ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ถ่ายภาพได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า “ตอนที่มีเหตุรถไฟชนกับรถกระบะจุดตัดรถไปงิ้วราย ช่วงระหว่างเจ้าหน้าที่เก็บกู้ซากรถอยู่ มีคนถ่ายติดรูปที่วงกลมใว้เจ้าหน้าที่ก็ยืนยันไม่มีใครเห็นบุคคลนี้ในที่เกิดเหตุ และเจ้าหน้าที่ก็ได้ยินเสียงหมาหอนและเสียงผู้หญิงร้อง”   ทั้งนี้ในเวลาต่อมา มีผู้เข้ามาตอบใต้โพสต์ดังกล่าว พร้อมแนบรูปชายรายหนึ่งไม่ใส่เสื้อ สวมกางเกงขายาวสีน้ำตาล ยืนเอามือข้างซ้ายเท้าเอว ดูเจ้าหน้าที่กำลังปฎิการณ์กู้ซากรถอยู่ โดยระบุว่าเป็นคนไม่ใช่ผี อย่างที่หลายคนสงสัย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Nl9YlTDzKGM

 4,422
อาชญากรรม
24 ม.ค. 63

หนุ่มพม่ารับแล้ว ฆ่าข่มขืนสาวหมกร่องสวน สารภาพกุเรื่องมีเพื่อนร่วมก่อเหตุหลอก ตร.

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 23 ม.ค. 63 ตำรวจ  สภ.โพธิ์แก้ว อ.สามพราน จ.นครปฐม รับแจ้งเหตุมีผู้พบศพหญิงลอยอยู่ในท้องร่องสวน ซอยไร่ขิง 26 หมู่ 9 ต.ไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม จึงรีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ     ในที่เกิดเหตุเป็นสวนกล้วย อยู่ห่างจากถนน ประมาณ 100 เมตร เจ้าหน้าที่พบศพเป็นหญิงลอยคว่ำหน้าในท้องร่องสวน สภาพศพไม่สวมเสื้อผ้า จึงได้นำขึ้นมาจากน้ำ และตรวจสอบเบื้องต้น คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาไม่น้อยกว่า20 ชั่วโมง โดยเป็นหญิงผิวคล้ำ อายุประมาณ 25-30 ปี ที่ลำคอมีร่องรอยคล้ายการถูกรัดคอ และที่หน้าผากฝั่งขวามีรอยกระแทกเป็นรอยถลอก จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุไม่พบว่าเสื้อผ้า และเอกสารใดใดของหญิงคนดังกล่าว ซึ่งคาดว่าน่าจะถูกฆ่าข่มขืนหรือข่มขืนแล้วฆ่ามาทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุเนื่องจากเป็นสวนที่อยู่ติดกับท้องนาไม่มีผู้คนสัญจร ไม่มีไฟฟ้าและเป็นที่เปลี่ยว     สอบถามนายวิเชียร อายุ 71 ปี บอกว่า เวลาประมาณ 08.00 น. ตนเองได้มาดูสวนกล้วยเนื่องจากบุตรชายได้โทรมาบอกว่าน้ำในสวนหลังบ้านได้เอ่อขึ้นมา จึงได้เดินมาดูปรากฏว่ามีน้ำเอ่อที่ร่องสวนจริงจึงได้เดินสำรวจเพราะน่าจะมีคนเดินมาเหยียบปากท่อ กระทั่งมาเจอศพคนลอยอยู่ จึงได้รีบแจ้งให้ตำรวจมาตรวจสอบ     นายโจ หลวงอิน อายุ 51 ปี เล่าว่า ตนเองได้ทำงานสวนอยู่ในละแวกดังกล่าว ซึ่งเมื่อวานเวลาประมาณ 11.30 น. เมื่อเดินมาที่สวนหลังบ้านก็ได้มาเจอกับชายชาวพม่าคนหนึ่ง มายืนที่หลังบ้านโดยไม่สวมเสื้อมีเพียงกางเกงชั้นในเพียงตัวเดียว และตัวเปียกไปทั้งตัว ท่าทางมีอาการวิตกและสั่นกลัว จึงคิดว่าเป็นชาวพม่าที่หลบหนีการจับกุมจากตำรวจตรวจคนเข้าเมือง แต่สอบถามอะไรก็พูดไม่รู้เรื่อง เพราพูดได้แต่ภาษาพม่าจึงได้หาเสื้อผ้ามาให้ใส่แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาควบคุมตัวไปสอบปากคำ และคิดว่าไม่มีอะไร กระทั่งมามีคนบอกว่าเจอศพผู้หญิงที่หลังบ้าน     โดยจากการสอบสวน เบื้องต้น ทราบว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวชายชาวพม่ามาสอบปากคำที่ สภ.โพธิ์แก้ว อีกครั้งหลังจากถูกควบคุมตัวมาตั้งแต่เมื่อวานซึ่งพูดภาษาไทยไม่ได้ จึงได้นำล่ามมาทำการแปลให้ โดยทราบว่าชายคนดังกล่าว ชื่อนายอองซู อายุ 20 ปี ชาวพม่า โดยให้การวกวนไปมาไม่รู้เรื่องและสับสนตลอดเวลา ซึ่งพอจะจับประเด็นได้ว่า ก่อนเกิดเหตุได้เป็นผู้นำหญิงคนดังกล่าวซึ่งยังไม่สารภาพว่าเป็นใครมาจากไหน มาที่สถานที่ดังกล่าว พร้อมกับเพื่อนชาวพม่าอีก 2 คน รวมทั้งหมด 3 คน โดยตนเองเป็นคนดูต้นทางและเพื่อนทั้ง 2 คนได้ร่วมกันข่มขืนหญิงคนดังกล่าว ซึ่งตนเองไม่ได้ร่วมแต่เป็นคนดูต้นทางเท่านั้นเมื่อเสร็จกิจ เพื่อนทั้ง 2 คน ได้แยกย้ายกันหนี โดยเอาเสื้อผ้าและโทรศัพท์มือถือของหญิงคนดังกล่าวไปด้วย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/4I8UcE1tnTI

 16,115
ข่าวโซเชียล
23 ม.ค. 63

ท้าพิสูจน์! ผีจริง หรือ ผีเก๊ หลังชาวบ้านถ่ายติดภาพคล้ายผู้หญิงชุดโบราณ ยืนดูรถไฟชนกระบะ

ในโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปที่รถกระบะคันหนึ่ง เกิดล้อหลังแถบซ้ายตกร่องรางรถไฟ ขณะที่กำลังข้ามรางรถไฟ และมีกลุ่มคนพยามเข้าไปช่วยแต่ไม่ทัน เพราะระหว่างนั้นได้เมีเสียสัญญาณรถไฟกำลังมาพอดี ทำให้ทุกคนแตกฮือกันออกมา ทำให้รถไฟที่กำลังมาด้วยความเร็วชนเข้าที่รถกระบะอย่างจัง จนได้รับความเสียหายทั้งคัน แต่เคราะห์ดีที่ไม่มีใครได้รับอันตราย เพราะระหว่างนั้นคนขับ ซึ่งคือ นายพิทักษ์ ทับสุข อายุ 55 ปี ออกมาจากรถพอดี   แต่ที่แปลกใจเพราะขณะที่ชาวบ้านมายืนดูอยู่ได้มีการถ่ายภาพเหตุการณ์เอาไว้ แต่เมื่อเปิดเข้าไปดูในกล้องมีถือปรากฎว่ามีภาพคล้ายกับคนที่แต่งกายด้วยชุดโบราณมายืนดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ จึงได้มีการเข้าไปสอบถามคนที่อยู่ในเหตุการณ์ว่ามีใครรู้จักคนในภาพหรือไม่ แต่ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวว่าไม่รู้จัก และไม่มีใครเคยเห็นหน้ามาก่อน   ขณะที่เพจเฟซบุ๊กของอาสามูลนิธินครปฐม ได้มีการโพสต์ข้อความระบุถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า "ใครไม่เชื่อแต่ผมเชื่อว่าตรงจุดขัามทางรถไฟงิ้วรายยังคงมีสิ่งเล้นลับอยู่..ระหว่างที่กำลังกู้ซากรถจากเหตุรถไฟชนรถกระบะ..อาสาฯหลายคนได้ยินเสียงหมาหอน..ส่วนตัวผมได้ยินเสียงผู้หญิงร้องแบบโหยหวน..คงต้องมีตัวตายตัวแทนแน่ๆ #ไม่เชื่ออย่าลบหลู่_อาจมีพลังบางอย่างซ่อนอยู่ก็เป็นได้ "   ส่วนทางด้านชาวเน็ตได้มีการเข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก บ้างรายก็เชื่อว่าเป็นวิญญาณจริงๆ แต่อีกบางรายก็บอกว่าภาพดังกล่าวจะเป็นภาพวิญญาณได้อย่างไร พร้อมเสนอว่าควรจะมีการนำภาพไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบดีกว่า           

 49,114

Top