ค้นหา :

ผลการค้นหา "นักศึกษาแพทย์"

แชร์ออฟเดอะเดย์
07 เม.ย. 61

นักศึกษาแพทย์ ม.ดัง โพสต์เตือนภัยเจอกล้องแอบถ่ายในห้องน้ำคณะ เผยแจ้งอาจารย์แล้วแต่เรื่องไม่คืบ

นักศึกษาแพทย์มหาวิทยาลัยชื่อดังใน จ.ขอนแก่น โพสต์เฟซบุ๊ก  Keen Pinkaew เตือนภัย หลังพบกล้องแอบถ่ายภายในห้องน้ำที่คณะตั้งแต่เดือนมี.ค. แจ้งอาจารย์แล้วแต่เวลาผ่านไปเดือนกว่ากลับยังไม่มีความคืบหน้า   กล้องแอบถ่ายในห้องน้ำ คณะแพทย์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น --------------1 มีนาคม 2561 (มาฆบูชา วันหยุด) วันอยู่เวร 3ง    14.30 น. ผมได้ไปเข้าห้องน้ำบริเวณหน้าวอร์ด 3ง ซึ่งเป็นห้องน้ำเจ้าหน้าที่ ซึ่งอยู่ในซอกตรงข้ามกับลิฟท์ขนขยะ สังเกตเห็นว่ามีวัตถุสีขาว แบนเรียบ ลักษณะคล้ายฐานติดตั้งอะไรซักอย่าง ติดอยู่ข้างโถปัสสาวะชาย   16.00 น. ผมไปเข้าห้องน้ำเดิมอีกครั้ง พบว่ามีวัตถุสีขาว ทรงกลมนูน ถูกติดตั้งบนฐานข้างโถปัสสาวะชาย รูปร่างคล้ายกับเครื่องพ่นดับกลิ่น เนื่องจากเป็นคนที่คลุกคลีและมีประสบการณ์อยู่กับอุปรกรณ์อิเล็กทรอนิคมามากพอสมควร จึงเกิดความสงสัยว่าสิ่งที่ติดอยู่นั้น อาจไม่ใช้เครื่องดับกลิ่นหรืออุปกรณ์ปกติธรรมดา แต่น่าจะเป็นกล้องแอบถ่าย จึงถอดมาดู (สามารถถอดเข้าออกได้ง่ายมาก หมุนทวนเข็ม 1 รอบ ตัวกล้องก็จะออกมาจากเกลียว) และตรวจสอบดูข้างใน พบว่ามีแผงวงจรซึ่งเป็นกล้องแอบถ่ายขนาดเล็ก มีปุ่ม On – Off ภายในตัวกล้อง และคาดว่าน่าจะสามรถใช้รีโมทเปิดปิดจากระยะไกลได้ ร่วมกับมี MicroSD class 4 , 16 GB    --------------ในจังหวะนั้น ผมค่อนข้างตกใจ ตื่นเต้น และหวาดกลัว แม้จะเคยได้ยินข่าวมาบ้าง และเคยทราบว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง ในโรงเรียนแพทย์....คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศรีนคริทน์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับตนเอง    --------------ผมได้ตรวจสอบดู File ใน MicroSD พบว่ามีไฟล์สกุล AVI ซึ่งต้องใช้โปรแกรมเช่น Media Player Classic เปิดดู พบว่า มีตัวผมถูกบันทึกภาพอยู่ในวิดีโอนั้น (เห็นหน้า และ ขณะปัสสาวะ)   --------------จากนั้น ผมได้ทำการแจ้งอาจารย์ในภาควิชาทันที อาจารย์จึงแนะนำให้ผมลองไปดูที่ห้องน้ำชั้นอื่น และให้ใส่ถุงมือไปด้วยเพื่อหวังว่าจะได้เก็บลายนิ้วมือจากวัตถุพยาน    --------------ผมได้ทำตามคำแนะนำของอาจารย์ จึงไปดูที่ห้องน้ำบริเวณเดียวกัน ของชั้น 2 4 และ 5 ง พบว่ามีกล้องลักษณะเดียวกัน ติดตำแหน่งเดียวกัน อีกที่ชั้น 2ง ,ชั้น 4ง พบเพียงฐานติดกล้อง, ชั้น 5ง ไม่พบสิ่งผิดปรกติ และ ได้ให้เพื่อนผู้หญิงที่อยู่เวรด้วย ไปดูในห้องน้ำผู้หญิงบริเวณใกล้เคียง ไม่พบวัตถุผิดปรกติใด   --------------ผมจึงได้ตรวจสอบ MicoSD ของกล้องจากชั้น 2ง พบว่ามีผู้เสียหาย ถูกแอบถ่ายเช่นเดียวกัน   --------------ผมคาดว่า นี่ไม่ใช่การลงมือทำครั้งแรกอย่างแน่นอน เพราะ ฐานตัวกล้องที่ติดอย่างมั่นคง ตัวกล้องสามารถหมุนเข้าออกได้อย่างงายดาย, ผมเคยสังเกตเห็นฐานกล้องลักษณะนี้มานานแล้ว แต่ไม่ได้สงสัย และ จาการสอบถามเพื่อนที่เคยวนมาวอร์ด 3ง เมื่อ 1-2 เดือนก่อน พบว่าสังเกตเห็นวัตถุนี้เช่นเดียวกัน ส่วนย้อนหลังกลับไปกว่านั้น ผมยังไม่ได้สอบถามครับ   --------------ดังนั้น ผู้เสียหายน่าจะมีเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน ห้องน้ำตรงนี้ผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็น อาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาแพทย์ เพราะฉะนั้น ทุกคน มีโอกาสตกเป็นเหยื่อของการกระทำครั้งนี้ได้   --------------แต่ผมไม่อาจทราบได้ว่ามีใครบ้างที่ตกเป็นเหยื่อในการกระทำครั้งก่อนๆ อย่างไรก็ตามในรอบนี้ที่ผมเก็บไว้ได้ ขอให้มั่นใจได้ว่าจะไม่เผยแพร่อย่างแน่นอน ผมจะเก็บไว้อย่างดีที่สุด    --------------หลังจากนั้น อาจารย์ได้มาพบผมที่ห้องพักนักศึกษาแพทย์ 3ง เพื่อปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรต่อไป พวกเราคิดว่าจะพยายามหาดูจากกล้องวงจรปิด.....แต่..... ไม่มีให้ดู...   --------(ต่อไปนี้ บางส่วน เป็นข้อมูลที่ผมพูดคุยมากับอาจารย์ที่ช่วยในเรื่องนี้ ไม่ได้เกิดจากตัวผมพูดคุยโดยตรง อาจมีตกหล่นบ้าง หรืออาจมีส่วนไหนไม่ถูกต้องบ้าง ต้องขออภัยด้วยครับ)   -------------- มีการติดต่อไปยังผู้รับผิดชอบ จึงได้มีการคุยกันว่า จะส่งยามมานั่งดูแลให้ จะนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะบดีในวันถัดมา และ จะจัดการเรื่องดำเนินคดีให้....   --------------แจ้งผมว่า ---- จะจัดการให้ จะพยายามหาทางแก้ปัญหา ผมจึงเสนอกลับไปว่า เราควรออกประกาศเตือนอย่างเป็นทางการจากคณะหรือไม่ เพื่อให้ทุกคนตื่นตัวและเฝ้าระวังตัวเอง จะได้เป็นการป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ --------------ผมได้รับคำตอบกลับมาว่า “ยังไม่ควรประกาศเตือน ควรเก็บเรื่องไว้เงียบๆก่อน เผื่อว่าจะสามารถจับคนร้ายได้”   ผมยอมรับ และเก็บเรื่องนี้ไว้ มีเพียงผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นเท่านั้นที่รู้เรื่อง ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะสามารถจับตัวคนร้ายได้ แต่ หวังว่าคณะจะออกประกาศเตือน และป้องกันไม่ให้เรื่องเช่นนี้ เกิดซ้ำขึ้นอีก   --------------ตามข้อมูลที่ทราบมาจากหลายฝ่าย พบว่า เรื่องการแอบถ่ายเช่นนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่ เพราะอะไรจึงยังไม่มีผู้ใดตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และลงมือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง? เรื่องที่เกิดขึ้นแต่ละครั้ง มักจะเป็นกระแสขึ้นมาในช่วงเวลาสั้นๆ มีกลุ่มคนแตกตื่นจำนวนหนึ่ง ในระยะเวลาหนึ่ง และเรื่องราวก็กลับเงียบหายไป ผมจึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า   “หรือเรากำลังกลัวชื่อเสียงที่จะเสียไป มากกว่าต้องการที่จะปกป้องผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ หรือเรากำลังปกป้องผู้กระทำผิดอยู่?”    -------------- 3 อาทิตย์ผ่านไป เรื่องไม่มีความคืบหน้า อาจารย์ได้ไปตามเรื่อง ได้รับการแจ้งว่า “ให้ผู้เสียหาย คือตัวผม ไปแจ้งความดำเนินคดีเอง” ????....??? นอกจากเรื่องไม่มีความคืบหน้า บอกให้ผมปิดไว้เป็นความลับ หวังว่าจะจับคนร้าย และบอกจะดำเนินคดี ผมทำตามทุกอย่าง แต่ สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร?   -------------- 1 เดือนผ่านไป ( 30 มีนาคม 2561) ผมเห็นว่าเรื่องเงียบไปแล้ว และไม่มีการประกาศเตือนใดใด หรือทำอะไรที่เป็นรูปธรรมเพื่อการแก้ปัญหา ผมตัดสินใจพูดประกาศเตือนเพื่อนในกองกุมารเวชศาสตร์ ในวันที่มีการ feedback หลักสูตร    และวันนี้เอง ผมจึงได้ไปแจ้งความกับอาจารย์อีกสองท่าน ตำรวจได้มาดูสถานที่เกิดเหตุ สอบปากคำ และตำรวจได้นัดสอบปากคำเพิ่มเติมอีกเวลา 19.00 น ผมใช้เวลาทั้งวันของวันนี้ไปกับตำรวจ ...   --------------สิ่งที่ได้รับการตอบกลับมาล่าสุด คือ ได้แจ้งว่ามีการจัด รปภ เดินเวรให้ถี่ขึ้น, สั่งแม่บ้านให้ตรวจสอบห้องน้ำให้ละเอียดขึ้น และกำลังติดต่อทำเรื่องกล้องวงจรปิดใหม่ ผมขอขอบคุณเป็นอย่างสูงที่ได้มีการกระทำเพื่อพยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ผมเห็นว่า ทุกอย่างที่ทำมาล้วนเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ไม่มีการสร้างความตื่นตัวเพื่อให้เกิดการป้องกันจากภายใน ไม่มีการเตือนเพื่อแจ้งให้คนหมู่มากทราบเพื่อระวังตนเอง ซึ่งคำตอบที่ได้มาว่าทำไมจึงยังไม่มีการเตือนเกิดขึ้น ---- เห็นว่า “ไม่ควรออกประกาศเตือน เนื่องจากจะเกิดความแตกตื่น”    --------------"ผมจึงขอตั้งคำถามอีกครั้งว่า เรากำลังกลัวอะไรอยู่ เรากลัวผู้คนแตกตื่น มากกว่ากลัวผู้คนตกเป็นเหยื่อใช่หรือไม่ หรือเรากำลังกลัวสิ่งที่เรียกว่าชื่อเสียงนั้นเสียไป"   สรุป 1.เจอกล้องที่ 2ง 3ง ส่วน 4ง-มีแต่ฐานติดกล้อง ห้องน้ำที่เหลืออื่นๆ ไม่ทราบว่ามีหรือไม่   2.น่าจะทำมาหลายครั้งแล้ว ทุกคน ย้ำว่าทุกคน มีโอกาสเป็นเหยื่อ   3.ไม่มีการออกประกาศเตือน เพราะกลัวคนแตกตื่น   4.ยังไม่มีการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ    5.คลิปอยู่กับผม ใครโดนบ้างไม่ขอบอก ขอสงวนและเก็บไว้เป็นความลับเท่านั้น ผมไม่ได้ให้ตำรวจไปด้วย   6. 1 เดือนผ่านไป ผมไม่เห็นความคืบหน้า จึงขอเปิดเผยเรื่องทั้งหมดและโพสท์   7.แจ้งความแล้ว (1เดือนผ่านไปค่อยแจ้ง)   8.ผมขอเป็นคนกระจายข่าวเอง ตามกำลังที่มี    9.ขอรบกวนฝากให้ทุกคนที่เห็น ช่วยไลค์ ช่วยแชร์ให้โพสท์นี้ได้รับรู้ไปในวงกว้าง ให้ทุกคนได้รับรู้ และป้องกันตนเอง                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/a17_YJ19B5k

 10,749
สังคม-อาชญากรรม
30 ก.ย. 60

นศ.แพทย์ดอดมอบตัวแล้ว ปัดวางยาหมาเอาเงินประกัน อ้างแค่ฉีดวิตามินลดความดัน

ความคืบหน้ากรณี นักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 6 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ถูกกล่าวหาวางยาฆ่าสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนหวังเรียกร้องเงินประกัน 5 หมื่นบาท จากบริษัทรับขนส่ง กระทั่งตำรวจได้มีการออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อจากนักศึกษาแพทย์คนดังกล่าวตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ล่าสุด เมื่อวานนี้ (29 ก.ย.) นักศึกษาแพทย์คนดังกล่าวได้เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร โดยมีคุณพ่อเดินทางมาด้วย เจ้าหน้าที่ได้พิมพ์ลายนิ้วมือและสอบปากคำซึ่งเจ้าตัวให้การปฏิเสธ เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาพยายามฉ้อโกง เนื่องจากในข้อหาการทารุณกรรมสัตว์ยังไม่พบพฤติกรรมที่ชัดเจน แต่หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง สามารถแจ้งข้อหาเพิ่มได้ในภายหลัง     รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบปากคำเบื้องต้น นักศึกษาแพทย์ให้การปฏิเสธ โดยระบุว่ายาที่ฉีดให้กับสุนัขเป็นวิตามินซีเท่านั้น ที่ต้องฉีดเพราะว่าสุนัขมีอาการเครียดและมีความดัน โดยก่อนที่จะฉีดเข้าไปก็ได้ปรึกษากับทางแพทย์ของคลีนิกแล้ว      ด้าน พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผู้กำกับการ สน.สุทธิสาร ระบุว่า พนักงานสอบสวนไปยื่นขอศาลแขวงพระนครเหนือเพื่อขอออกหมายจับ แต่ผู้ต้องหาประสานเข้ามอบตัว ตำรวจจึงระงับการขอหมายจับไป และจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนกับการฉ้อโกง และไม่ขอให้การใดๆ ในชั้นพนักงานสอบสวน โดยขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น   ส่วนข้อหาทารุณกรรมสัตว์ ตำรวจยังไม่สามารถแจ้งข้อหาได้ เพราะพยานหลักฐานยังไม่ชัดเจนเรื่องชนิดของยา และไม่มีพยานยืนยันว่าผู้ต้องหาเป็นคนป้อนยาหรือฉีดยาให้สุนัขจนเป็นสาเหตุของการตาย แต่หากมีพยานหลักฐานเพิ่ม หรือมีพยานบุคคลมายืนยันว่าเห็นผู้ต้องหาป้อนยาให้สุนัขจริง ก็จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบประเภทยาอีกครั้ง เนื่องจากสุนัขตัวแรกที่ถูกวางยานั้น ไม่มีการผ่าชันสูตรเหมือนสุนัขตัวที่ 2   เบื้องต้นหลังจากพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาแล้ว ได้ปล่อยตัวผู้ต้องหาไป เพราะเป็นการเข้ามอบตัวเอง พร้อมเตรียมสรุปสำนวนให้แล้วเสร็จใน 30 วัน ก่อนส่งสำนวนให้อัยการมีความเห็นทางคดีต่อไป                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/ToYRGcnKW20  

 2,387
สังคม-อาชญากรรม
25 ก.ย. 60

นศ.แพทย์วางยาฆ่าสุนัข ย่องรับทราบข้อกล่าวหา ตร.โคราช

หนุ่มนักศึกษาแพทย์วางยาฆ่าสุนัขหวังเงินประกัน แอบย่องเงียบเข้ารับทราบข้อกล่าวหาทารุณกรรมสัตว์กับตำรวจโคราช   ความคืบหน้าคดีหนุ่มนักศึกษาแพทย์วางยาฆ่าเจ้าซีซ่า สุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน อายุ 7 เดือน เพื่อหวังเอาเงินประกันค่าขนส่ง หลังจากพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง จังหวัดนครราชสีมา ได้ออกหมายเรียกให้หนุ่มนักศึกษาแพทย์ให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาทารุณกรรมสัตว์ ตามที่ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมาได้ร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น   ล่าสุด พันตำรวจโท พิชัย เชิดชู รองผู้กำกับการสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา (23 ก.ย. 60) เวลาประมาณ 20.30 น. นายภัทรพงศ์ ทรงทรัพย์กุล หนุ่มนักศึกษาแพทย์ที่ถูกกล่าวหาวางยาฆ่าเจ้าซีซ่า ได้เดินทางเข้าพบกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง เพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหาทารุณกรรมสัตว์แล้ว ซึ่งนายภัทรพงศ์ได้เดินทางมาพร้อมกับทนายความ และครอบครัว   โดยนายภัทรพงศ์ ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา และไม่ขอให้การในชั้นพนักงานสอบสวน แต่ขอไปให้การในชั้นศาล ซึ่งหลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว นายภัทรพงศ์ ได้เดินทางกลับไป โดยหลังจากนี้พนักงานสอบสวนก็จะสรุปสำนวนคดีทั้งหมดส่งไปให้กับพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาสั่งฟ้องต่อไป   ขณะที่เจ้าตัวยังไม่เดินทางไปพบ ตร.สน.สุทธิสาร แต่อย่างใด ทั้งนี้ทางทนายความได้ประสานขอเลื่อนรับทราบข้อกล่าวหา เนื่องจากมีอาการป่วย ยังพักที่บ้านพักใน จ.โคราช โดยจะส่งหนังสือขอเลื่อนให้ ตร.ภายในวันที่ 26 ก.ย.นี้    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1pzdxV6kbYs    

 3,118
สังคม-อาชญากรรม
19 ก.ย. 60

นศ.แพทย์ยังเก็บตัวเงียบ จ่อโดนหมายเรียกครั้งที่ 2 ผลตรวจชี้ยาในกระเพาะสุนัขเป็นกลุ่มยาลดความดัน

ความคืบหน้าในคดี นศ.เเพทย์วางยาฆ่าสุนัข เพื่อเอาเงินประกันว่า เบื้องต้น ตร.สน.สุทธิสารได้รับการประสานจากญาตินักศึกษาคนดังกล่าวขอเลื่อนนัดออกไปไม่มีกำหนด โดยไม่ได้แจ้งเหตุผล ซึ่งตำรวจได้ขอให้ทำเอกสารแจ้งอย่างเป็นทางการ แต่ล่าสุดพนักงานสอบสวนยังไม่สามารถติดต่อนักศึกษาและผู้ปกครองได้โดยตรง จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเดินทางมาตามกำหนดนัดหมายหรือไม่   ซึ่งหากยังไม่มาพบก็จะออกหมายเรียกครั้ง 2 ให้มาพบพนักงานสอบสวนอีกครั้ง ในวันที่ 25 ก.ย. รอระยะเวลา 1 อาทิตย์ ซึ่งในครั้งที่ 2 ตัวนักศึกษาเเพทย์ที่ถูกออกหมายเรียกยังไม่ยอมมาอีก เราจะไปขออนุญาตศาลให้ออกหมายจับตัวนักศึกษาเเพทย์คนดังกล่าว มาเเจ้งข้อหาดำเนินคดี ซึ่งตรงนี้ขึ้นอยู่กับศาล ว่าจะออกหมายจับหรือไม่ เเต่โดยส่วนตนก็คิดว่าศาลคงจะออกหมายจับให้เพราะพยานหลักฐานเราชัดเจนเเล้ว   ขณะที่ผลตรวจพิสูจน์ยาในกระเพาะสุนัขเจ้าซีซ่าเสร็จแล้ว ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 โคราช ระบุชัดยาเม็ดสีเหลืองอยู่ในกลุ่มยาลดความดัน พร้อมส่งรายงานผลให้พนักงานสอบสวน ขณะที่ตำรวจโคราชเตรียมออกหมายเรียกหนุ่ม นศ.แพทย์เข้ารับทราบข้อหาทารุณกรรมสัตว์ภายในสัปดาห์นี้เช่นกัน    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KeRxC0QUQnE    

 2,265
สังคม-อาชญากรรม
18 ก.ย. 60

นศ.แพทย์วางยาหมา เลื่อนพบ ตร. ผลตรวจชี้ชัดเม็ดยาในท้องหมาไม่ใช่วิตามิน-อาหารเสริม

จากกรณีนักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 6 ต้องสงสัยวางยาฆ่าสุนัขเพื่อเอาเงินประกัน ล่าสุดเจ้าตัวขอเลื่อนไม่มารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในครั้งแรก ทั้งนี้หากออกหมายเรียกในครั้งที่ 2 แล้วเจ้าตัวยังไม่เข้ามาพบอีกทางพนักงานสอบสวนจะไปขออนุญาตศาลเพื่อทำการออกหมายจับในทันที   ขณะที่ จนท.ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 จ.นครราชสีมา ได้เผยความคืบหน้าขอการตรวจสอบเม็ดยา ที่พบอยู่ภายในกระเพาะอาหารสุนัขตัวที่ตาย โดยขณะนี้ตรวจสอบตัวอย่างเสร็จ 2 รายการแล้ว เบื้องต้นพบว่ายาที่ตรวจสอบ ไม่ใช่กลุ่มเม็ดยาของวิตามินหรืออาหารเสริม อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถเปิดเผยกับสื่อมวลชนได้ เนื่องจากเป็นคดีและเกี่ยวข้องกับระเบียบปฏิบัติ ส่วนผลการตรวจสอบทั้งหมด คาดว่าจะทราบผลภายในวันที่ 19 กันยายน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XMyOKT0t2_8  

 4,328
สังคม-อาชญากรรม
17 ก.ย. 60

ตร.เผยญาติ นศ.แพทย์ โทรขอเลื่อนนัด คดีวางยาสุนัขเอาเงินประกัน แต่จนท.ไม่อนุญาต

ความคืบหน้าจากกรณีนักศึกษาแพทย์ถูกกล่าวหาวางยาสุนัขปอมฯ เพื่อหวังเรียกเงินประกันจากบริษัทขนส่งสัตว์เลี้ยงตามที่ได้มีการเสนอข่าวไปนั้น ล่าสุด พ.ต.ท.สืบพงศ์ กรุณา รองผกก.(สอบสวน) สน.สุทธิสาร ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าทางคดีว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายเรียกนักศึกษาแพทย์คนดังกล่าวให้เข้ามาพบเพื่อสอบปากคำแล้ว โดยนัดหมายให้เข้าพบในวันที่ 18 ก.ย. ที่จะถึงนี้ แต่ล่าสุดทางญาติได้โทรเข้ามาขอเลื่อนนัดออกไปแต่ทางพนักงานสอบสวนไม่สามารถเลื่อนนัดให้ได้ เนื่องจากจำเป็นจะต้องทำเป็นหนังสื่อมายื่นพร้อมเหตุผลในการขอเลื่อนนัด ซึ่งหากไม่มีหนังสือพร้อมเหตุผลมาให้ ทางพนักงานสอบสวนก็จะถือว่าเป็นการผิดนัดครั้งที่ 1 และจะมีการออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ซึ่งหากครบกำหนดหมายเรียกครั้งที่ 2 ก็จะทำการออกหมายจับตามขั้นตอน เพราะเข้าข่ายมีพฤติการณ์หลบหนี   ขณะที่ผลการตรวจสอบยาที่พบในกระเพาะของสุนัขเบื้องต้นออกมาแล้ว แต่จะทราบอย่างชัดเจนอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 19 ก.ย.นี้ ซึ่งทางตำรวจยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจนได้                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/mhALhqzo_10

 6,645
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ย. 60

โผล่อีกวีรกรรม! นศ.แพทย์เอาปลากัดตากแดดจนตาย เรียกเงินคืนจากคนขาย คนขับรถส่งหมาแฉนาทีวางยา

ความคืบหน้ากรณีนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6 ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยว่า วางยาฆ่าสุนัขของตัวเอง เพื่อเรียกเอาเงินประกัน ล่าสุดวานนี้(12 ก.ย.) มีการเปิดเผยว่า นักศึกษารายนี้ เคยไปก่อเหตุคล้ายกันในวงการปลากัด โดยสั่งซื้อปลากัดไปลงประมูลใน facebook แต่เมื่อไม่ได้ราคาตามต้องการ ก็นำปลาไปตากแดดจนตาย เพื่อเรียกขอเงินคืนจากร้านขายปลา   ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนายเอ(นามสมมติ) วัย 42 ปี พ่อค้าปลากัด ที่ลงขายผ่าน facebook เปิดเผยว่า เมื่อ 3 เดือนก่อน นักศึกษาแพทย์รายนี้ติดต่อมาทางข้อความ facebook ตน ขอซื้อปลากัด 2 ตัว ปกติตนจะขายอยู่ที่ราคา 2,800-2,900 บาท แต่นักศึกษาแพทย์ขอต่อราคา จนตกลงขายกันที่ราคาตัวละ 2,000 บาท 2 ตัว เป็นเงิน 4,000 บาท   แต่ที่ผิดสังเกตคือ นักศึกษาแพทย์โอนเงินมาให้ตน แล้วบอกว่า อย่าเพิ่งส่งปลามาให้ ให้รอก่อน แต่ขอให้ตนส่งรูปปลากัดทั้ง 2 ตัวมาให้ แต่ขอให้ลบโลโก้ของร้านออกจากรูปด้วย  มาทราบภายหลังว่า นักศึกษาแพทย์เอารูปปลาไปลงประมูลในกลุ่มซื้อ-ขายปลากัดใน facebook แต่ประมูลได้ราคาเพียงตัวละไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น ซึ่งตรงนี้ตนไม่ติดใจอะไร เพราะถือว่าลูกค้าซื้อไปแล้ว จะนำไปประมูลต่อก็เป็นสิทธิ์ของลูกค้า   ต่อมานักศึกษาแพทย์บอกว่า ให้ส่งปลาไปให้ที่โคราช แล้วก็ถามย้ำๆว่า ถ้าปลาตายจะคืนเงินหรือไม่ ตนก็พยายามยืนยันว่า การขนส่ง จะมีการแพ็คใส่กล่องโฟมหลายชั้น ห่อใบตอง ให้ความชุ่มชื้นที่เหมาะสม ไม่มีทางที่ปลาจะตายระหว่างขนส่งแน่นอน ส่งปลาให้ลูกค้ามาเป็นสิบปีก็ไม่เคยตายสักครั้ง แต่นักศึกษาแพทย์ก็ยังถามย้ำไม่หยุด ว่าหากตายจะคืนเงินหรือไม่   ตอนนั้นตนเริ่มเดาเล่ห์เหลี่ยมของอีกฝ่ายออก จึงตอบไปว่า “ถ้าตายจริง ก็จะคืนเงินให้ แต่ที่ถามนี่หมายความว่าปลาที่ส่งไปจะต้องตายแน่ๆใช่ไหม” อีกฝ่ายก็ตอบว่า แค่ถามเผื่อไว้เฉยๆ   ต่อมาหลังจากของส่งไปถึง นักศึกษาแพทย์ก็แจ้งกลับมาว่าปลาตายทั้งสองตัว ตนดูจากรูป เห็นปลาเหงือกบวมทั้งสองข้าง เดาออกทันทีว่าตายเพราะขาดอากาศ จากการถูกนำไปวางตากแดดเอาไว้   นายเอบอกว่า ตนตัดสินใจโอนเงินคืนให้ นักศึกษาแพทย์รายนี้ทั้งหมด 4,000 บาท แล้วบอกกับอีกฝ่ายไปว่า ตนยอมคืนเงินให้ แต่ขอให้รู้ไว้ว่าตนรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมกลโกง ทำแบบนี้คงไม่เจริญ ขอให้เลิกพฤติกรรม อย่าไปโกงใครแบบนี้อีก ทั้งนี้ส่วนตัวไม่เชื่อว่านักศึกษาแพทย์รายนี้มีอาการทางจิตอย่างที่กล่าวอ้าง เพราะไปทำพฤติกรรมโกงแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก มีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน เตรียมการมาโกงเป็นอย่างดี เชื่อว่าหากยิ่งสืบค้นก็จะเจอผู้เสียหายรายอื่นๆอีก   ขณะเดียวกันพนักงานขับรถขนส่งสุนัข ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับตำรวจโคราชในฐานะพยาน โดยคนขับเปิดเผยว่า ตนได้รับว่าจ้างจากบริษัทรับขนส่งสัตว์เลี้ยงในราคา 2,500 บาท ให้ไปส่งสุนัขตัวดังกล่าวที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งทางบริษัทย้ำว่าให้ดูแลสุนัขตัวนี้เป็นอย่างดี เพราะเจ้าของที่เป็นลูกค้าทำประกันไว้ในราคาสูงถึง 50,000 บาท ตนจึงตั้งใจบริการให้ดีที่สุด ต่อมาตนได้ไปรับหนุ่มนักศึกษาแพทย์เจ้าของสุนัขคนดังกล่าวมาจากโรงแรมที่กรุงเทพมหานคร พร้อมกับสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน โดยตนสังเกตเห็นเจ้าของสุนัขคนดังกล่าวจะมีท่าทีลุกลี้ลุกลน และหอบกระเป๋าใส่สุนัขขึ้นมานั่งด้านหน้าวางไว้บนหน้าตักนั่งคู่กับตนเองตลอดทาง   ซึ่งระหว่างทางตนเห็นเจ้าของสุนัขป้อนยาสุนัข พร้อมกับบอกตนว่าเป็นยาแก้เมารถ ซึ่งตนก็รู้สึกแปลกใจ และถามว่าสุนัขจะกินยาของคนได้หรือ แต่เจ้าของสุนัขอ้างว่าตนเองเรียนแพทย์มา จนกระทั่งเดินทางมาถึงตัวเมืองนครราชสีมา เจ้าของสุนัขก็บอกให้ตนขับรถไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดสิ้นสุดเหมือนคล้ายกับประวิงรอเวลาอะไรบางอย่าง จนกระทั่งตนเห็นว่าสุนัขมีอาการท้องอืด ซึมเศร้า ตนจึงขับรถนำสุนัขไปที่โรงพยาบาลสัตว์ และพบว่าสุนัขได้ตายก่อนไปถึงโรงพยาบาลสัตว์ เจ้าของสุนัขจึงเรียกร้องเงินประกันกับตนจำนวน 50,000 บาท ตนจึงปรึกษากับทางบริษัทขนส่ง และทำการผ่าพิสูจน์ซากสุนัขจนเป็นเรื่องราวใหญ่โตดังกล่าว   อย่างไรก็ตามตนกับเจ้าของสุนัขได้ตกลงยอมความกันโดยไม่ติดใจเอาเงินค่าประกัน และได้คืนเงินค่าขนส่งให้กับเจ้าของสุนัขไปจำนวน 2,500 บาท นอกจากนี้ตนก็ไม่ได้ติดใจเรียกร้องเอาอะไรทั้งนั้น เพราะตนต้องเสียเวลาในการทำมาหากิน ส่วนการที่เดินทางมาให้กับคำกับ ตร. ก็มาในฐานะพยานที่ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา ได้แจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของสุนัขในข้อหาทารุณกรรมสัตว์เท่านั้น   สำหรับยาเม็ดสีขาว และสีเหลืองจำนวนกว่า 10 เม็ด ที่พบในกระเพาะของสุนัขที่ตาย ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ส่งไปตรวจพิสูจน์ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมาแล้ว ซึ่งคาดว่าประมาณ 1 สัปดาห์จะทราบผลเบื้องต้นว่ายาที่พบเป็นยาชนิดอะไร โดยหลังจากทราบผลชนิดของยาทางพนักงานสอบสวนก็จะรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกหนุ่มนักศึกษาแพทย์เจ้าของสุนัขให้มารับทราบข้อกล่าวหาทารุณกรรมสัตว์ต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KKyFLPcIl94    

 25,974
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ย. 60

สั่งพักการเรียน นศ.แพทย์วางยาสุนัข เผยมีอาการทางจิตตั้งแต่ปี 3 ตร.ออกหมายเรียกให้มาพบ 18 ก.ย.

จากกรณีมีนักศึกษาแพทย์รายหนึ่ง ว่าจ้างบริษัทขนส่งสัตว์เลี้ยง ส่งสุนัขไปที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ใน จ.นครราชสีมา แล้วสุนัขเกิดตายระหว่างทาง จึงเรียกร้องเงินประกันจากบริษัทขนส่ง แต่พอผ่าพิสูจน์ พบว่าในท้องสุนัขมียาอยู่ภายในกระเพาะเป็นจำนวนมาก จึงถูกตั้งข้อสงสัยว่าจะเป็นการวางยาเพื่อเรียกร้องเงินประกัน และยังพบการปลอมแปลงเอกสาร ก่อนจะมีการออกมาเปิดเผยจากคนใกล้ชิดว่านักศึกษาแพทย์คนดังกล่าว มีอาการทางจิต ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น   ล่าสุดวานนี้(11 ก.ย.) ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แถลงข่าวหลังจากการประชุมคณะกรรมการ และเชิญนักศึกษาแพทย์ พร้อมครอบครัว เข้ามาให้ข้อมูลและสอบถามข้อเท็จจริง ว่า คณะกรรมการมีมติให้ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางจริยธรรม หากประเมินแล้วมีความผิด ทางคณะแพทย์จะดำเนินการส่งเรื่องไปยังมหาวิทยาลัยมหิดลเพื่อดำเนินการต่อไป ตามเกณฑ์ความผิดด้านจริยธรรม   พร้อมกับให้เฝ้าติดตามการรักษาปัญหาด้านจิตใจ หากประเมินแล้วว่า มีปัญหาด้านจิตใจรุนแรง ขัดต่อการศึกษาด้านแพทยศาสตร์ ก็จะเสนอมหาวิทยาลัยพิจารณาให้พ้นสภาพนักศึกษา และเฝ้าติดตามความคืบหน้าของกระบวนการยุติธรรม หากผลในคดีอาญาเป็นที่สิ้นสุดและมีความผิด ก็จะเสนอให้มหาวิทยาลัยพิจารณาให้พ้นสภาพการเป็นนักศึกษา   โดยระหว่างนี้คณะกรรมการประจำแพทยศาสตร์ศิริราช มีมติให้นักศึกษาแพทย์คนดังกล่าว พักการศึกษาตั้งแต่ตอนนี้ จนกว่าผลการตัดสินการดำเนินการจะสิ้นสุด แต่ทั้งนี้จะต้องดำเนินการด้วยความละเอียด รอบคอบ แก่ทุกฝ่าย โดยยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม และกระบวนการยุติธรรม   ภายหลังชี้แจงเสร็จสิ้น ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ ได้ตอบคำถามนักข่าวในประเด็นที่นักศึกษาแพทย์มีอาการทางจิต ว่า นักศึกษาคนดังกล่าวมีอาการทางจิตจริง โดยเริ่มมีอาการย้ำคิดย้ำทำ ตั้งศึกษาอยู่ชั้นปีการศึกษาที่ 3 ตอนนั้นก็มีการติดตามดูอาการของนักศึกษาคนดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จนมาปีที่ 6 ที่มีอาการหนักขึ้น ต้องให้นักศึกษาพักการเรียนเป็นระยะ ถึง 2 ครั้ง ซึ่งช่วงเวลาที่เกิดเหตุนักศึกษาคนดังกล่าวก็อยู่ระหว่างพักการเรียน เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน จนถึงปัจุบัน หากนับครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ 3   ส่วนการสอบถามข้อเท็จจริง นักศึกษาได้ให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา แต่มีเหตุการณ์บ้างอย่าง ไม่ตรงตามกับที่สื่อนำเสนอ ส่วนแรงจูงใจ ขอยังไม่เปิดเผย เพราะยังอยู่ในกระบวนการสอบสวน เบื้องต้นสภาพจิตใจ ตอนนี้ตัวนักศึกษามีความกังวล เพราะถูกตำรวจออกหมายเรียก และรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาหากนักศึกษามีอาการป่วยทางจิตที่ขัดต่อวิชาชีพก็จะไม่ปล่อยให้จบอยู่แล้ว ส่วนรายวิชาสุดท้ายที่นักศึกษาแพทย์ยังไม่ผ่าน ทำให้เรียนจบช้ากว่าเพื่อนคนอื่นๆ คือ รายวิชาอายุรศาสตร์   ขณะที่รุ่นน้องของนักศึกษาแพทย์คนดังกล่าว นายธนวัฒสภ์ อธิเสรีรัตน์ นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 5 เปิดเผยว่า ตนได้ยินรุ่นพี่พูดกันว่า นักศึกษาแพทย์คนดังกล่าวมีอาการแปลกๆต้องพักการเรียนไป 1 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่ารุ่นพี่คนดังกล่าวมีอาการทางจิต เพราะนักศึกษาแพทย์ก็มีอีกหลายคนที่มีอาการทางจิต แต่ทางคณะก็เข้ามาดูแล จนมีข่าวออกมา ถึงรู้เรื่องรุ่นพี่คนดังกล่าว ส่วนจะทำจริงหรือไม่ ตนไม่ทราบ แต่หลายคนก็บอกว่าจริงหากถามว่าเหตุการณ์ดังกล่าวรุนแรงไหม ตนว่ารุนแรง แต่คนปกติทั่วไปก็อาจทำกันถ้าหากต้องการเงิน อีกทั้งตนมองว่าที่เรื่องดังกล่าวเป็นข่าวดัง เพราะอาจเกี่ยวกับนักศึกษาแพทย์ ที่จะเป็นหมอในอนาคต   ด้าน นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ถือว่าเป็นการกระทำ ที่ผิดจรรยาบรรณ เพราะหน้าที่ของแพทย์ คือการช่วยเหลือคน และเพื่อนมนุษย์ ทางสภาหรือหน่วยงานต้นสังกัดต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขี้น   ตร.สน.สุทธิสาร ออกหมายเรียก นศ.แพทย์ หลังพบว่าความผิดฐานฉ้อโกง มีการกระทำผิดสำเร็จแล้ว ส่วนความคืบหน้าคดีที่ สภ.โพธิ์กลาง พนักงานสอบสวนส่งตัวยาไปตรวจพิสูจน์   ส่วนทางด้านคดีความ พันตำรวจเอกเติมเผ่า สิริภูบาล ผู้กำกับการ สน.สุทธิสาร ยืนยันว่า พนักงานสอบสวน ได้ออกหมายเรียกนักศึกษาแพทย์คนดังกล่าวแล้ว โดยเรียกให้มาเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหา ในวันจันทร์ที่ 18 กันยานยน เวลา 10.00 น. ส่วนตัวจดหมายจะถูกส่งไปยังที่อยู่ตามบัตรประชาชนของนักศึกษาแพทย์ ที่อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา   พันตำรวจเอกเติมเผ่า ระบุว่า ตำรวจมีพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจน ในคดีพยายามฉ้อโกง เนื่องจากนักศึกษาแพทย์ ได้พยายามกระทำการหลอกลวงบริษัทขนส่งเอกชนไปแล้ว แม้จะไม่ได้เงิน แต่ถือว่ากระทำผิดสำเร็จ อีกทั้งก่อนหน้านี้ตำรวจก็ได้สอบปากคำพยานทั้งเจ้าของสุนัขบริษัทขนส่งครบถ้วน เชื่อว่ามีน้ำหนักเพียงพอในการดำเนินคดี   ส่วนกรณีที่มีข่าวว่านักศึกษาแพทย์คนดังกล่าวมีอาการป่วยทางจิต เรื่องดังกล่าวสามารถที่จะนำมาพูดกับพนักงานสอบสวนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อนักศึกษาแพทย์มาถึงแล้ว ก็ต้องนำส่งให้จิตแพทย์ทำการตรวจสอบยืนยันอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้หากนักศึกษาแพทย์มาตามหมายเรียกก็จะพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวได้ ตามหลักของกฎหมายโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ในการประกันตัว   แต่อย่างไรก็ตามสำหรับการดำเนินคดีในความผิดฐานทารุณกรรมสัตว์นั้น ต้องขอให้เวลาให้พนักงานสอบสวนเร่งทำการตรวจสอบประวัติของพนักงานโรงแรม เพื่อค้นหาพยาน ที่อาจเห็นพฤติกรรมขณะป้อนยาให้กับสุนัข หรือเห็นเม็ดยาตกหล่นอยู่ภายในห้องพัก ซึ่งจะเป็นหลักฐานสำคัญเพื่อใช้ในการพิจารณาดำเนินความผิด   ส่วนทางคดีในพื้นที่ จังหวัดนครราชสีมา พันตำรวจโทพิชัย เชิดชู รองผู้กำกับการสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้ส่งยาเม็ดสีขาว และเม็ดสีเหลืองที่พบในกระเพาะของสุนัข ไปตรวจพิสูจน์ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมาแล้ว ซึ่งจะต้องตรวจหาว่ายาเม็ดชนิดดังกล่าวเป็นยาอะไร และเมื่อกินเข้าไปแล้วเป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงหรือไม่ ตามปกติแล้วจะใช้เวลาตรวจพิสูจน์ประมาณ 30 วัน แต่เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ทางพนักงานสอบสวนก็ต้องประสานให้ทางศูนย์ให้ใช้เวลาเร่งรัดในการตรวจพิสูจน์เร็วขึ้น   ด้านการออกหมายเรียกนักศึกษาแพทย์คนดังกล่าว ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนยังไม่ได้ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาแต่อย่างใด เนื่องจากต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อน โดยเฉพาะผลการตรวจพิสูจน์ยาที่พบในกระเพาะสุนัข ซึ่งในวันนี้ (12 ก.ย.) ได้นัดพนักงานขับรถขนส่งสุนัขในวันเกิดเหตุเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_uMAfwjNtvM    

 22,078
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.ย. 60

บริษัทขนส่ง-เจ้าของฟาร์มแฉ นศ.แพทย์วางยาหมา รุ่นพี่เผยมีปัญหาทางจิต ต้องพักการเรียน ตร.จ่อออกหมายเรียก

จากกรณีมีหนุ่มนักศึกษาแพทย์รายหนึ่ง ได้ว่าจ้างบริษัทรถขนส่งสัตว์เลี้ยง เพื่อมาส่งเจ้าซีซ่า สุนัขพันธุ์ปอมมาที่โรงพยาบาลสัตว์ในจ.นครราชสีมา แต่สุนัขได้ตายลง จึงทำให้ นศ.แพทย์รายนี้พยายามเรียกร้องเอาเงินค่าประกันกับบริษัทรถขนส่งสัตว์เลี้ยง ก่อนที่ทางคนขับรถจะขอให้ทางโรงพยาบาลสัตว์ทำการผ่าพิสูจน์ซากสุนัข และพบว่าในกระเพาะสุนัขมียาอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังพบพิรุธเจ้าของสุนัขอีกหลายอย่าง มีการปลอมเอกสาร จึงคาดว่าอาจเป็นการวางแผนเพื่อเอาเงินประกันจากบริษัทขนส่ง   ล่าสุดมีข้อมูลจากรุ่นพี่ของนักศึกษาแพทย์คนดังกล่าว เปิดเผยว่า นักศึกษาแพทย์คนนี้ เดิมมีพฤติกรรมปกติเหมือนนักศึกษาแพทย์ทั่วไปตั้งแต่เข้าเรียนปี 1 แต่พอเรียนถึงปีที่ 6 คณาจารย์ที่สอนตรวจพบว่าเขามีอาการป่วยทางจิต ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ จึงได้ให้แจ้งพักการเรียนเพื่อไปรักษาตัวก่อน และนักศึกษาแพทย์คนนี้ต้องเรียนซ้ำชั้น ส่วนเพื่อนรุ่นเดียวกันเรียนจบไปแล้ว จึงไม่แน่ใจว่าปัจจุบันนักศึกษาคนนี้ยังอยู่ระหว่างการรักษาอาการป่วยทางจิตหรือไม่   ด้านบริษัทขนส่งกล่าวว่า ได้เกิดเหตุลักษณะนี้มาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรก นศ.แพทย์คนนี้ได้ว่าจ้างให้มาขนย้ายสุนัขจาก กทม.ไปยังโคราช อ้างว่าจะเซอร์ไพรส์แฟนสาว โดยขอทำประกันชีวิตเพิ่มเป็นเงิน 4 พันบาท เพื่อให้บริษัทขนส่งรับผิดชอบหากสุนัขตายระหว่างขนส่ง โดยขณะเดินทางพบว่าหมามีอาการอ่อนเพลีย เมื่อถึงที่หมาย ทางบริษัทขนส่งก็ได้เดินทางกลับ จากนั้นทาง นศ.แพทย์ได้โทรแจ้งว่าสุนัขได้ตายลง จึงเรียกร้องค่าเสียหาย 4 หมื่นบาท แต่ทางบริษัทขนส่งไม่ยินยอมเพราะสุนัขไม่ได้เสียชีวิตระหว่างขนส่งตามข้อตกลง นศ.แพทย์จึงไปบอกกับ รพ.สัตว์ให้ช่วยเยียวยาคนละครึ่ง ทั้งที่คุณหมอไม่ได้มีสาเหตุเกี่ยวข้องกับการตาย แต่ก็ได้เยียวยาเป็นเงิน 2 พันบาทและนำซากสุนัขไปเผาให้ที่วัด   ขณะที่เจ้าของฟาร์มสุนัขที่ขายให้กับ นศ.แพทย์รายนี้ ได้เปิดใจว่าเคยขายสุนัขให้ นศ.แพทย์รายนี้ 2 ตัว ราคาประมาณ 6,500 บาท แต่ให้เขียนบิลในราคา 50,000 บาท โดยในวันส่งมอบ ทาง นศ.แพทย์แจ้งให้เจ้าของฟาร์มงดให้อาหารแก่สุนัข ซึ่งผิดวิสัย โดยอ้างว่าจะทำให้สุนัขหิวโซ หากเจ้าของใหม่ให้อาหาร ก็จะทำให้หมารักเจ้าของใหม่ และมีการพูดถึงการตายของสุนัขระหว่างขนส่ง หากประกันโทรมาให้แจ้งว่าตายระหว่างขนส่ง ไม่เกี่ยวกับฟาร์ม ซึ่งดูจากภายนอกพบว่ามีพฤติกรรมที่ปกติ มีการกอดหอมสุนัข จึงเชื่อว่าจะเลี้ยงดูสุนัขได้เป็นอย่างดี ก่อนมาพบว่าสุนัขจะเสียชีวิต เชื่อว่าถูกกระทำทารุณก่อนตาย และเป็นการจงใจฆ่าหมา   ขณะที่ทาง ตร.จ่อออกหมายเรียก นศ.แพทย์ เพื่อมาสอบปากคำทั้งคดีทารุนกรรมสัตว์-พยายามฉ้อโกง โดยจะออกหมายเรียก 2 ครั้ง หากยังไม่มาพบก็จะออกหมายจับต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HPOl71mWbs4  

 7,272
แชร์ออฟเดอะเดย์
10 ก.ย. 60

แม่ นศ.แพทย์ ถูกแฉวางยาสุนัขเอาประกัน รับตอนนี้ครอบครัวเครียดมาก ยันลูกเป็นคนดี-รักสัตว์

ความคืบหน้าจากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Jakkarin Ringngoen ได้นำเรื่องราวไปโพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับเจ้าของสุนัขรายหนึ่งซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ ได้ทำการจ้างรถบริษัทขนส่งสัตว์เลี้ยง เพื่อนำสุนัขพันธุ์ปอม เดินทางมารักษาที่โรงพยาบาลสัตว์แห่งหนึ่งในตัวเมืองนครราชสีมา แต่สุนัขตัวดังกล่าวเกิดตายระหว่างทาง ก่อนที่เจ้าของสุนัขจะเรียกร้องค่าประกันกับบริษัทขนส่งสัตว์เลี้ยง และทางโรงพยาบาลสัตว์ได้ผ่าพิสูจน์ซากสุนัขกลับพบว่ามียาอยู่ภายในกระเพาะเป็นจำนวนมาก ซึ่งสงสัยว่าสุนัขจะถูกวางยาโดยเจ้าของสุนัข เพื่อเรียกค่าประกันกับบริษัทขนส่งสัตว์เลี้ยงนั้น    ล่าสุด บริษัทขนส่ง H.S.K.Express พร้อมตัวแทนกลุ่ม Watchdog Thailand เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร เพื่อให้ดำเนินคดีกับนักศึกษาแพทย์คนดังกล่าว ในข้อหาทารุณกรรมสัตว์และฉ้อโกง   ขณะที่คุณแม่ของนักศึกษาแพทย์ที่ถูกกล่าวหาได้เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่ได้พูดคุยกับลูกเลย ทำให้ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง ซึ่งปกติแล้วก็ไม่ได้คุยกับลูกบ่อยนักตั้งแต่มาเรียนที่กทม. พร้อมปฏิเสธไม่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวที่นำเสนอไป เพราะแต่ละอย่างน่ากลัวมาก แต่ที่รู้จักลูกๆ เป็นคนเรียนดี นิสัยดี ที่บ้านก็เลี้ยงสุนัขลูกๆ ทุกคนก็รักสัตว์ ซึ่งหากในที่สุดแล้วพบว่าลูกทำไปจริงๆ ก็ต้องขอโทษสังคม ตอนนี้ทุกคนในครอบครัวเครียดมาก รู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่อยากตกเป็นจำเลยของสังคม ส่วนเรื่องปัญหาการเงินนั้นคิดว่าลูกไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ตอนนี้ยังไม่อยากพูดอะไร เพราะอยากรอดูข้อเท็จจริงก่อน แต่อยากเน้นย้ำผ่านสื่อขอความเมตตาจากสังคมด้วย            ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/ICaHmmPOMGs

 14,915
สังคม-อาชญากรรม
06 ม.ค. 60

สอบเข้านายสิบตำรวจส่อทุจริต พบมีขบวนการจ้าง นศ.แพทย์เข้าสอบ เล็งให้ผลเป็นโมฆะ

มีรายงานพบการทุจริตสอบคัดเลือกนายสิบตำรวจนครบาล มีขบวนการว่าจ้าง นักศึกษาแพทย์และวิศวะจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เข้าสอบเฉลยให้ผู้ต้องการสอบเข้าลอก ได้ค่าจ้างรายละ 2-3 หมื่น พบผู้ต้องสงสัยราว 418 ราย ด้านคณะกรรมการเล็งพิจารณาว่าจะมีความเห็นให้การสอบคัดเลือกครั้งนี้เป็นโมฆะ รวมทั้งจะดำเนินคดีกับผู้ใดบ้างทั้งตัวผู้จ้างวาน และผู้ร่วมทุจริตต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Gl6lFPxUqZA  

 2,877
บันเทิง
29 ก.ค. 59

'เจมส์ มาร์' สวมบท นศ.แพทย์ ในละครชุดพิเศษ 'งานหนึ่งน้ำใจ ล้านคำขอบคุณ ครั้งที่ 9'

เจมส์ มาร์ จะมาเผยเรื่องราวการเป็น นศ.แพทย์ ก่อนมาเป็นคุณหมอศตวรรษ ในละครเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ประกบคู่ เดียร์น่า ฟลีโป ในละครพิเศษ สำหรับรายการพิเศษ 'งานหนึ่งน้ำใจ ล้านคำขอบคุณ ครั้งที่ 9' เพื่อระดมทุนทรัพย์สำหรับการก่อสร้างสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ในวันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม เวลา 21.00 น. ช่อง 3 แฟมิลี่     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WN-JI1ixTlQ

 2,252
ข่าวภูมิภาค
10 มิ.ย. 59

มข.นำสรีระสังขารหลวงพ่อคูณออกจากอ่างดอง เตรียมนำเป็นอาจารย์ใหญ่ นศ.แพทย์

เจ้าหน้าที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมทำพิธีทักษิณานุปทานเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนที่จะนำสรีระสังขารหลวงพ่อคูณออกจากอ่างดอง หลังจากที่ครบเวลา 1 ปี ในการดองร่าง เพื่อใช้สรีระสังขารมาไว้บนเตียงครูใหญ่สาธิตให้กับนักศึกษาคณะแพทย์ได้ศึกษา ตลอดระยะเวลา 2 ปี ในการศึกษา โดยสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ ทางอาจารย์ประจำภาควิลากายวิภาคศาสตร์ จะทำเครื่องหมายบนร่างเท่านั้น จะไม่ให้นักศึกษาได้ผ่าตัดร่างแต่อย่างใด โดยสรีระสังขาร หลวงพ่อคูณจะนำไว้ที่ชั้น 7 อาคารเรียนรวมเช่นเดิม จะไม่เคลื่อนย้ายลงมาที่ชั้น 4 ภาควิชากายวิภาคศาสตร์แต่อย่างใด โดยนักศึกษาจะแบ่งเป็นกลุ่มเข้ามาศึกษา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XowFBb20Vyc

 1,605
สังคม-อาชญากรรม
14 ก.ย. 58

จ่อทบทวนมาตรฐานการตัดเกรด หลังแพทย์รามาธิบดีคว้าเกียรตินิยมเพียบ

นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล สั่งทบทวนมาตรฐานการประเมินในรายวิชาต่างๆ ในคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี หลังจากพบว่าในปีการศึกษา 2557 มีผู้ได้รับปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 1 ถึง 50% หรือครึ่งหนึ่งของนักศึกษาทั้งคณะ ทั้งนี้ไม่อยากให้ไปตีความหรือเหมาว่ามหาวิทยาลัยปล่อยเกรดเฟ้อ ยืนยันว่ามหาวิทยาลัยจัดการเรียนการสอนตามเกณฑ์มาตรฐานที่แพทยสภากำหนด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yQ8zR9di8zA    

 4,960

Top