ค้นหา :

ผลการค้นหา "ยิ่งลักษณ์ชินวัตร"

การเมือง
30 มี.ค. 61

ศรีวราห์คาดภาพคู่ "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์" เป็นภาพจริง - ประวิตรบอกไม่หวั่นไหวหลังทักษิณมั่นใจพท.ชนะเลือกตั้ง

"ศรีวราห์" คาดภาพคู่ยิ่งลักษณ์-ทักษิณที่ออกงานคู่กันเป็นภาพจริงเมื่อ 29 มีนาคมที่ประเทศญี่ปุ่น สั่งกองต่างประเทศเร่งดำเนินการตรวจสอบและประสานหน่วยงานเกี่ยวข้อง ด้านก.ต่างประเทศปัดเป็นหน้าที่ตำรวจ ส่วน "ประวิตร" บอกไม่ประเมินสถานการณ์ ไม่รู้ส่งสัญญาณอะไร และไม่หวั่นไหวหลัง "ทักษิณ" แสดงความมั่นใจเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้ง   (คลิปข่าวจากรายการ)   พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุถึงกรณีที่สื่อต่างประเทศนำเสนอภาพข่าว นายทักษิณ ชินวัตร และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกงานคู่กันครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นว่า ได้รับรายงานจากกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่าภาพดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา โดยคาดว่าน่าจะเป็นภาพจริง แต่เบื้องต้นอยู่ระหว่างให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง อีกทั้งก็ได้ประสานให้ทางอัยการสูงสุด และกองการต่างประเทศทราบแล้วโดยยังอยู่ระหว่างการดำเนินการของผู้ที่เกี่ยวข้อง   ด้านนางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศขอไม่แสดงความเห็นกรณีพบสำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว นายทักษิณ ชินวัตร และ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยอยู่ที่ญี่ปุ่น โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า เป็นกระบวนการของตำรวจดำเนินการเมื่อพบเห็นบุคคลที่มีหมายจับ ส่วนหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศนั้นได้ยกเลิกพาสปอร์ตไปแล้ว   ส่วนพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงกรณีที่มีสำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวว่าพบ นายทักษิณ ชินวัตร และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยที่ประเทศญี่ปุ่นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการติดตามอยู่ ฝ่ายความมั่นคงไม่ขอประเมินสถานการณ์ และไม่รู้ว่าเล่นเกมหรือส่งสัญญาณใดหรือไม่ ขณะนี้อดีตนายกรัฐมนตรีทั้งสองกำลังดำเนินการยื่นขอลี้ภัยทางการเมืองแต่ไม่ระบุประเทศปลายทาง ซึ่งกรณีนี้ทั้งสองสามารถทำได้ในฐานะอดีตผู้นำประเทศ ส่วนคดีความต่างๆไม่ได้เกี่ยวกับการเมืองจึงต้องชี้แจงให้ทางการญี่ปุ่นทราบด้วย   ส่วนที่ระบุว่ามีการจัดทำโพลสำรวจความคิดเห็นว่าระหว่างพรรคเพื่อไทยและคสช. ใครจะได้เก้าอี้ส.ส.ในสภามากที่สุด โดยพลสำรวจปรากฎว่า พรรคเพื่อไทยและคสช.จะได้จำนวนที่นั่งใกล้เคียงกันประมาณ 220 เก้าอี้ พลเอกประวิตรกล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการทำโพลและไม่เชื่อโพลนี้ ยืนยันว่าคสช.ไม่ได้ทำโพลใดๆ อยากเชื่ออะไรก็เชื่อไป พร้อมทั้งบอกว่า คสช.ไม่หวั่นไหวหลังนายทักษิณ ชินวัตร ออกมาแสดงความมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้ง   (ภาพ : www.asahi.com)

 11,626
การเมือง
31 ต.ค. 60

"ศรีวราห์" ระบุ ก.ต่างประเทศถอนพาสปอร์ต "ยิ่งลักษณ์" ทั้ง 4 เล่ม - ไม่รู้ว่าตอนนี้หลบหนีที่ไหน

พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศเพิกถอนหนังสือเดินทางของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตโครงการจำนำข้าว   โดยหลังจากที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมาให้ดำเนินการเพิกถอนหนังสือเดินทาง เพื่อให้สะดวกในการดำเนินการตามหมายจับ และกระทรวงการต่างประเทศได้ทำหนังสือตอบกลับมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้วเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่าได้ดำเนินการเพิกถอนหนังสือเดินทางของนางสาวยิ่งลักษณ์แล้วจำนวน 4 ฉบับ คือ หนังสือเดินทางราชการ 2 ฉบับ และส่วนตัว 2 เล่ม แต่ไม่ทราบรายละเอียดว่าเหตุใดนางสาวยิ่งลักษณ์จึงถือหนังสือเดินทางหลายเล่ม เนื่องจากเป็นรายละเอียดของกระทรวงการต่างประเทศ   ส่วนการติดตามตัวนางสาวยิ่งลักษณ์ ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานจากตำรวจสากลว่ามีความเคลื่อนไหวอยู่ที่ประเทศไหน มีเพียงข้อมูลเดิมที่ระบุว่าได้เข้าไปในสหรัฐอาหรับเอมิเรต และเดินทางต่อไปยังประเทศอังกฤษ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังคงต้องรอรายงานจากตำรวจสากลเข้ามาก่อน    ส่วนกรณีที่หน่วยคัดกรองบุคคลที่จะเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีอาญา และความมั่นคงได้รวม 42 คน พลตำรวจเอกศรีวราห์ ยืนยันว่า ขณะนี้ได้ส่งตัวให้อัยการดำเนินคดีต่อไปแล้ว เนื่องจากหมดระยะเวลาการควบคุมตัว และอยู่ในขั้นตอนของอัยการ โดยผู้ต้องหาที่ถูกจับได้นั้น เนื่องจากตำรวจได้ปิดพื้นที่และคัดกรองบุคคล รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชนจนพบว่ามีหมายจับ จึงควบคุมตัวมาสอบสวน ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวบุคคลตามหมายจับในคดีความมั่นคงได้   โดยหลังจากนี้ตำรวจและหน่วยงานความมั่นคงจะยังคงดูแลความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่ท้องสนามหลวงต่อไป เนื่องจากจะยังคงมีการเปิดนิทรรศการและพระเมรุมาศให้ประชาชนได้เข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 2-30 พฤศจิกายนนี้ โดยเป็นการตรวจสอบความเข้มงวดเทียบเท่ากับในวันพระราชพิธีฯ

 4,158
การเมือง
27 ก.ย. 60

ศาลพร้อมพิพากษาคดีจำนำข้าว 'ยิ่งลักษณ์' - ด้าน 'ภูมิธรรม' บอก พท.เดินหน้าต่อแม้ไม่มีชินวัตร

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศวันพิพากษาคดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยังคงมีมวลชนมารอให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่จำนวนต่างกับในวันที่ 25 สิงหาคม 2560 ที่มีการนัดอ่านคำพิพากษาครั้งแรกอย่างชัดเจน ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยก็เข้มข้นลดลงกว่าวันดังกล่าว และไม่ปรากฎว่ามีแกนนำพรรคเพื่อไทยเดินทางมาที่ศาล   ทั้งนี้ องค์คณะผู้พิพากษามีกำหนดอ่านคำพิพากษาในเวลา 9.00 น. และอัยการในฐานะโจทก์รายงานตัวเข้ารับฟังคำพิพากษาแล้ว   ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่า การขาด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กระทบต่อพรรคแน่นอน เพราะต้องเสียบุคลากรที่มีคุณค่าไป แต่ไม่ถึงขนาดที่พรรคจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้ เหมือนตอนขาดนายทักษิณ ชินวัตร พรรคก็ยังเดินหน้าต่อ เพราะพรรคเพื่อไทยประกอบด้วยอุดมการณ์และประชาชนที่ให้การสนับสนุน ตระกูลชินวัตรเป็นแค่องค์ประกอบหนึ่งเท่านั้น   ส่วนอนาคตทางการเมืองของคนตระกูลชินวัตรจะเป็นอย่างไร จะกลับมานำพรรคเพื่อไทยอีกหรือไม่ ตนไม่สามารถตอบแทนได้ และพรรคไม่เคยกำหนดว่าผู้นำต้องมีนามสกุลชินวัตร หากมีอุดมการณ์เดียวกัน ได้รับการยอมรับจากสมาชิกและทำให้พรรคเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ จะนามสกุลชินวัตรหรือไม่ก็ได้ ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสมาชิกพรรคและความเหมาะสมของสถานการณ์ขณะนั้น   นายภูมิธรรมกล่าวต่อว่า ทันทีที่เปิดให้ทำกิจกรรมทางการเมืองก็จะเรียกประชุมพรรคเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ พร้อมกับปรับโครงสร้างพรรคเพื่อปรับตัวรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ถ้าการเลือกตั้งในอนาคต ประชาชนจะเลือกให้เป็นฝ่ายค้าน พรรคก็ต้องยืนให้ได้ และหากเกิดอุบัติเหตุให้ถูกยุบพรรคก็ตั้งพรรคขึ้นใหม่ภายใต้อุดมการณ์คนกลุ่มเดิม     ข่าวที่เกี่ยวข้อง    

 2,455
การเมือง
25 ก.ย. 60

"ศรีวราห์" ยันการสอบสวนคดียิ่งลักษณ์หนีไม่ใช่ปาหี่ ไล่คนวิจารณ์ว่าเสียมวยอ่าน กม.ก่อนตำหนิ

พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุถึงกรณีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนีฟังคำพิพากษาคดีรับจำนำข้าว โดยยืนยันว่ากฏหมายไม่มีระบุไว้ว่าการพาจำเลยหลบหนีคดีมีความผิด แต่หากเป็นผู้ต้องหา หรือผู้ที่ศาลพิพากษาว่ามีความผิดคดีถึงที่สุดแล้วพาหลบหนี จึงสามารถดำเนินคดีกับผู้ที่ให้การพาหลบหนีได้    พลตำรวจเอกศรีวราห์ยังระบุว่า ตนเป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ทำอะไรผิดและไม่ทำให้บ้านเมืองเสียหาย แต่หากพบกระทำผิดก็จะจับอยู่แล้ว โดยตามกฏหมายหากพาคนไทยหลบหนีหรือช่วยเหลือสนับสนุนออกนอกราชอาณาจักร มีโทษปรับ 2,000 บาท ส่วนกรณีที่มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าพลตำรวจเอกศรีวราห์เสียมวยนั้นให้ผู้ที่วิจารณ์ไปศึกษาข้อกฏหมายให้ชัดเจนก่อนออกมาตำหนิ และเรื่องการดำเนินคดีอาญาได้มอบหมายให้อดีตนายเวร ไปร้องทุกข์กล่าวโทษที่สน.ปทุมวัน ในข้อหาปลอมและใช้เอกสารทางราชการปลอม ส่วนการดำเนินการทางวินัยให้ต้นสังกัดดำเนินการ เนื่องจากตนไม่ได้ควบคุมตำรวจนครบาล และตำรวจภูธร จ.นครปฐม    ด้านรถเบนซ์ และรถกระบะ 4 ประตู ที่พบในบันทึกคำให้การ ว่ามารับและส่งนางสาวยิ่งลักษณ์ อยู่ระหว่างติดตามและตรวจสอบ ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำชับให้ดำเนินการไปตามระเบียบ   สำหรับกระแสข่าวพลตำรวจเอกทั้งในและนอกราชการ เกี่ยวข้องร่วมวางแผนให้นางสาวยิ่งลักษณ์หลบหนี พลตำรวจเอกศรีวราห์ กล่าวว่าเป็นเรื่องที่อยู่ในสำนวน ซึ่งหากพาดพิงมีหลักฐานถึงใคร ก็ต้องจับดำเนินคดีทั้งหมด ยืนยันว่าตนเองไม่ได้มั่วหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยพลตำรวจเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำชับให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด รวมทั้งการที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลเปลี่ยนหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ตนมองว่าเป็นเรื่องดีเนื่องจากมีชั้นยศที่เหนือกว่า   ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ใช่ปาหี่ เนื่องจากดำเนินเป็นคดีอาญาแล้ว ตนเองไม่ได้นิ่งเฉย และมีการตรวจสอบอยู่ และไม่มีความจำเป็นต้องเรียกตำรวจทั้ง 3 นายเข้ามาสอบสวนเพิ่มเติมอีก เนื่องจากทั้ง 3 นาย ได้ให้การข้อมูลต่างๆครบถ้วน และทำสำนวนคดีอาญาหมดแล้ว อย่างไรก็ตามหากวันที่ 27 กันยายน นางสาวยิ่งลักษณ์ ปรากฏตัวฟังคำพิพากษาของศาล ก็ไม่ถือว่าตนเสียมวย เนื่องจากไม่เคยพูดว่านางสาวยิ่งลักษณ์เดินทางออกนอกประเทศ บอกเพียงว่าตำรวจไปส่งที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้วเท่านั้น     ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 2,341
การเมือง
27 ส.ค. 60

'นิพิฏฐ์' จี้รัฐบาลตอบ "ใครพายิ่งลักษณ์หนี" - 'อภิสิทธิ์' ซัดสื่อบิดเบือนปมพาดหัวพูดเย้ย

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กกล่าวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีใจความระบุว่า    *ใครพาคุณยิ่งลักษณ์หนี? -มีผู้ถามผมเยอะเรื่องใครพาคุณยิ่งลักษณ์หนีออกนอกประเทศ ผมตอบอย่างนี้ก็แล้วกัน ข้อ1. ในฐานะที่ผมเคยกำกับดูแล"กรมการศาสนา" ผมตอบได้ว่า เจ้าหน้าที่ของกรมการศาสนาไม่ได้พาคุณยิ่งลักษณ์หนีไปแน่นอน ส่วนจะเป็นเจ้าหน้าที่กรมไหน กองไหน ผมไม่รู้  ข้อ2. ทำไมประเทศเพื่อนบ้าน"ยอม"ให้คุณยิ่งลักษณ์เข้าประเทศ และใช้สนามบินของประเทศนั้นเพื่อหนีไปประเทศที่ 3 ทั้งๆที่คุณยิ่งลักษณ์เป็นจำเลยคนสำคัญของประเทศไทย ข้อนี้ น่าคิด ไปคิดต่อกันเองแล้วกัน!!   อยากให้ ดร.วิษณุ หรือ อ.มีชัย ออกมาให้ความรู้ประชาชนหน่อยว่าสถานะของ"ผู้ลี้ภัย" กับ สถานะของ"ผู้หลบหนีคดี" ต่างกันอย่างไร และประเทศเพื่อนบ้านต้องดำเนินการอย่างไรกับบุคคลทั้ง 2 สถานะนี้ เห็นท่านอธิบายกฎหมายอื่นได้หมด แต่กับ 2 เรื่องนี้ท่าน"เงียบ"   *กล้องวงจรปิด กับ เส้นทางหลบหนีของคุณยิ่งลักษณ์ -ปกติเวลามีคดีอาญา สิ่งแรกๆที่ตำรวจต้องทำคือ ดูกล้องวงจรปิดว่าคนร้ายหลบหนีไปทางไหน แต่กรณีคุณยิ่งลักษณ์ ผมไม่เห็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติขมีขมันตรวจกล้องวงจรปิดดูเส้นทางการหลบหนี สิ่งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำในขณะนี้คือ"เงียบ"     ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความเป็นห่วงคุณภาพของสื่อมวลชนไทย พร้อมยืนยันว่าไม่ได้พูดเย้ยหยัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บนเวทีบรรยาย เพียงแต่บอกข่าวให้ผู้ฟังบรรยายให้ทราบ เท่านั้น ซึ่งจากสิ่งนี้ก็แสดงให้เห็นว่าสื่อในปัจจุบันได้บิดเบือนข้อมูลและไร้ซึ่งความรับผิดชอบ   ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ยังได้จัดทำแบบสอบถามเพื่อสำรวจความคิดเห็นประชาชน ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ เรื่อง “ความรู้สึกของคุณเมื่อทราบว่าคุณยิ่งลักษณ์ไม่ปรากฏตัวเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม” ซึ่งมี 4 คำตอบ ได้แก่ 1.ไม่แปลกใจ คิดว่าต้องเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว 2.คาใจ ปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร 3.โล่งใจ เป็นทางออกสำหรับทุกฝ่าย ไม่ต้องขัดแย้ง และ 4.ไม่พอใจ ตอกย้ำปัญหาการบังคับใช้กฎหมายของไทย ซึ่งจะปิดรับคำตอบในวันที่ 27 ส.ค.นี้ เวลา 18.00 น.                 ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/NdiXqEelv_E

 37,765
การเมือง
25 ส.ค. 60

พบข่าวลือมีสัญญาณมือถือในบ้าน "ยิ่งลักษณ์" ศรีวราห์เตรียมรุดสอบ - ด้าน cnn ตีข่าวยิ่งลักษณ์ไม่มาศาล

  สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นของสหรัฐฯ รายงานว่าศาลได้อนุมัติหมายจับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังไม่มาฟังคำพิพากษาในคดีจำนำข้าว ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในวันนี้    ซีเอ็นเอ็น รายงานตามคำบอกเล่าของนายนรวิทย์ หล้าแหล่ง ทนายความของนางสาวยิ่งลักษณ์ ว่าเจ้าตัวป่วยด้วยอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน แต่ไม่ได้นำใบรับรองแพทย์มาแสดง ก่อนที่นายนรวิทย์จะเปิดเผยกับซีเอ็นเอ็นว่า ไม่แน่ใจว่านางสาวยิ่งลักษณ์ยังอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ ซึ่งเรื่องดังกล่าว ทางการไทยก็ยังไม่สามารถยืนยันอย่างเป็นทางการได้เช่นกันว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ หลบหนีออกนอกประเทศแล้วจริงหรือไม่   การไม่มาปรากฎตัวที่ศาลในวันนี้ ทำให้นางสาวยิ่งลักษณ์ถูกยึดเงินประกันตัวจำนวน 30 ล้านบาท ก่อนที่ศาลจะกำหนดวันพิพากษาคดีอีกครั้งในวันที่ 27 กันยายนนี้   ซีเอ็นเอ็นยังรายงานบรรยากาศที่ศาลในวันนี้ ที่มีมวลชนจำนวนมากไปรวมตัวกันเพื่อให้กำลังใจอดีตนายกรัฐมนตรีหญิง ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ก่อนจะทยอยแยกย้ายกลับบ้าน ทันทีที่ทราบว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ไม่มาที่ศาล   ซีเอ็นเอ็นยังสัมภาษณ์ รศ.ดร.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงเรื่องดังกล่าว โดย รศ.ดร.ฐิตินันท์บอกว่าการไม่มาปรากฎตัวที่ศาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ถือเป็นเรื่องน่าประหลาดใจอย่างมาก หลังจากที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวมีทีท่าที่จะสู้คดีจนถึงที่สุด   ด้านพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีวิทยุสั่งการให้สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบและเฝ้าระวังการเดินทางเข้า-ออกตามด่านตรวจ และให้ตำรวจที่มีพื้นที่เขตติดต่อตามแนวชายแดนเฝ้าระมัดระวังการเดินทางเข้าออกตามช่องทางธรรมชาติ รวมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยออกสืบสวน ติดตาม จับกุมตัว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป   และล่าสุด เว็บไซต์มติชนลงรายงานข่าวว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล เตรียมนำกำลังตำรวจเข้าตรวจสอบบ้านของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ซอยโยธินพัฒนา 3 เนื่องจากฝ่ายสืบสวนของตำรวจได้ตรวจสอบพบสัญญาณโทรศัพท์มือถือของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในบ้านดังกล่าว อีกทั้งศาลมีคำสั่งออกหมายจับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงต้องเข้าไปตรวจสอบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังอยู่ในประเทศไทยหรือไม่

 54,513
การเมือง
25 ส.ค. 60

"สมชาย แสวงการ" ชี้ "ยิ่งลักษณ์" ไปประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนต่อไปที่สิงคโปร์และดูไบ

  นายสมชาย แสวงการ สมาชิก สนช. ระบุโดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวว่า พบอดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อเวลา 21.00 น. ที่ประเทศเพื่อนบ้านโดยเข้าผ่านมาทางบก ก่อนจะนั่งเครื่องบินส่วนตัวไปยังสิงคโปร์เพื่อต่อเครื่องไปยังนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แล้ว    นายสมชาย กล่าวว่าหากข้อมูลที่ได้มาเป็นจริงก็รู้สึกเสียดายที่อดีตนายกรัฐมนตรีไม่รอใช้ช่องทางต่อสู้คดีโดยการยื่นอุทธรณ์หากศาลพิพากษาว่ามีความผิด เพราะเมื่อหนีแล้วตามรัฐธรรมนูญไม่สามารถอุทธรณ์ได้   นอกจากนี้ มติชนยังรายงานกระแสข่าวที่ไม่ยืนยันเพิ่มเติมว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางไปทางประเทศกัมพูชา ก่อนไปประเทศสิงคโปร์ โดยมีคนเห็นที่ประเทศสิงคโปร์เวลา 21.00 น. วันที่ 23 สิงหาคม ก่อนเดินทางต่อไปยังประเทศสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อคืนวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา   ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นกังวลเรื่องการขาดคนดูแลบุตรชาย จึงตัดสินใจนำบุตรชายออกนอกประเทศไปด้วย 

 51,958
การเมือง
25 ส.ค. 60

ทนายส่วนตัวปัดไม่รู้ "ยิ่งลักษณ์" อยู่ที่ไหน แจงไม่ได้คุยตรงเอง - "ประวิตร" บอกไม่ชัวร์หนีไปตปท.หรือไม่

  นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหลังน.ส.ยิ่งลักษณ์แจ้งต่อศาลว่าจะไม่มารับฟังคำพิพากษาคดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว   โดยนายนรวิชญ์ระบุว่า มีผู้ประสานแจ้งในช่วงเช้าอย่างกะทันหันในเวลาประมาณ 08.00 น. ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ป่วย เป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน แต่ไม่ได้คุยกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์โดยตรง ซึ่งศาลไม่เชื่อจึงได้ออกหมายจับ แต่ตอนนี้ไม่ทราบว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ที่ใด   ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงระบุว่าไม่สามารถสรุปได้ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์หนีออกนอกประเทศแล้วหรือไม่  ส่วนตัวได้รับรายงานว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์มีอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน เขาอาจจะป่วยจริงก็ได้ แต่ทางคดียังเป็นหน้าที่ของศาล ซึ่งหากศาลออกหมายจับก็ต้องติดตามตัว พร้อมกล่าวว่ากรณีนี้ไม่ใช่ความบกพร่องของฝ่ายความมั่นคง เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีหลายบ้านและรถหลายคัน   "เราก็พยายามติดตาม แต่เขาก็เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีนะ อาจมีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือกัน ยังไม่แน่ใจ" พล.อ.ประวิตรระบุ   ส่วนความเคลื่อนไหวหน้าบ้านของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังคงไม่พบความเคลื่อนไหวสำคัญใดๆ ในขณะนี้

 5,351
การเมือง
25 ส.ค. 60

ด่วน! "ยิ่งลักษณ์" แจ้งไม่มาศาล อ้างน้ำในหูไม่เท่ากัน ศาลขอเอกสารการแพทย์พร้อมออกหมายจับแล้ว!

  มีรายงานล่าสุดจากศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรแจ้งต่อศาลว่าไม่มารับฟังคำพิพากษาคดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว เนื่องจากป่วย มีอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน   ทั้งนี้ ศาลขอเอกสารหลักฐานทางการแพทย์มายืนยัน และให้เลื่อนการฟังคำพิพากษาไปเป็น 27 กันยายน 2560 พร้อมขออนุมัติออกหมายจับ และยึดเงินประกันจำนวน 30 ล้านบาทแล้ว   ส่วนการอ่านคำพิพากษาคดีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์และพวกรวม 28 คนที่ยังเหลืออีกหนึ่งคดี และผลพิพากษามีความสัมพันธ์กันกับคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์นั้นจะยังอ่านคำพิพากษาในวันนี้ต่อไปหรือไม่ ยังคงต้องรอฟังความชัดเจนจากศาลต่อไป

 30,939
การเมือง
25 ส.ค. 60

พิพากษาคดีข้าว 'ยิ่งลักษณ์' ยังไม่ปรากฎตัวที่ศาล แม้เลยกำหนดแล้วครึ่งชม. - 'บุญทรง' ถึงศาลแล้ว

  ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศวันพิพากษาคดีที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ และพวก จากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง   ขณะนี้มีรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังเดินทางมาไม่ถึงศาล ส่วนนายบุญทรงแสดงตัวที่ศาลแล้วในเวลา 7.30 น. โดยกำหนดการอ่านคำพิพากษาในภาคเช้า จะเป็นคดีที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และพวก ตกเป็นจำเลยข้อหาทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี จากนั้นในภาคบ่าย จึงจะเป็นการอ่านคำพิพากษาในคดีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตกเป็นจำเลยในข้อหาปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวตามลำดับ   บรรยากาศบริเวณหน้าศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ ที่เป็นที่ตั้งของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขณะนี้มีมวลชนมารอให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งศาลมีการกำหนดเขตอำนาจศาลที่ห้ามบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปอย่างเด็ดขาด ตลอดจนพื้นที่ของสื่อมวลชนและตำรวจในการทำงาน และพื้นที่ของมวลชนที่มาให้กำลังใจอย่างชัดเจน มีการใช้เครื่องขยายเสียงเพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดการพื้นที่ ตลอดจนการจัดการจราจร    ทั้งนี้ มวลชนที่จะเข้าไปยังพื้นที่ที่กำหนดได้ จะต้องแจ้งชื่อกับเจ้าหน้าที่ไว้ก่อนล่วงหน้า อาทิ กลุ่มอดีต ส.ส. และแกนนำพรรคเพื่อไทย หรือเป็นผู้ที่ทำงานในบริเวณศูนย์ราชการเท่านั้น ซึ่งต้องมีบุคคลภายในออกมารับ นอกจากนี้ มวลชนจะต้องอยู่ในพื้นที่ราว 1,600 ตารางเมตร ที่กำหนดไว้ให้ ตลอดจนมีการตรวจกระเป๋าและบัตรประชาชนที่ประตู 9 เพื่อป้องกันสถานการณ์วุ่นวายในบริเวณศาล    ด้านพล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบก.จร. ขอประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางถนนแจ้งวัฒนะบริเวณหน้าศูนย์ราชการ เนื่องจากมีการอ่านคำพิพากษาดังกล่าว ดังต่อไปนี้   1. เส้นทางเลี่ยง พื้นราบ   1.1 ถนนแจ้งวัฒนะ ขาออก บริเวณแยกหลักสี่ - จากถนนวิภาวดี – เลี้ยวซ้ายแยกหลักสี่ - ถนนกำแพงเพชร 6 – แยกบางเขน – เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนงามวงศ์วานขาออก - จากถนนวิภาวดี – เลี้ยวขวาแยกหลักสี่ – ถนนกำแพงเพชร 6 ถนนสงประภา   1.2 ถนนแจ้งวัฒนะ ขาเข้า - จากฝั่งอำเภอปากเกร็ดให้กลับรถใต้สะพานข้ามแยกคลองประปา – เลี้ยวซ้ายถนนประชาชื่น – เลี้ยวซ้ายเข้าถนนงามวงศ์วาน – มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ - จากฝั่งอำเภอปาเกร็ดให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนประชาชื่น – แยกศรีสมาน – เลี้ยวขวาไปสรงประภา ให้กลับรถใต้สะพานข้ามแยกคลองประปา   2. เส้นทางเลี่ยง ทางด่วน - ทางด่วนศรีรัช หรือ ทางด่วนขั้นที่ 2 แนะนำให้ใช้ทางลงด้านถนนงามวงศ์วานและ สรงประภาจะได้รับความสะดวกมากกว่า - ทางยกระดับอุตราภิมุข หรือ ดอนเมืองโทลล์เวย์ แนะนำให้ใช้ทางลงงามวงศ์วาน ดอนเมือง อนุสรณ์สถานแห่งชาติ   ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง หากต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทาง แจ้งอุบัติเหตุจราจร และข้อมูลสภาพจราจรเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร(บก.02) หมายเลขโทรศัพท์ 1197 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ผ่านแอพพลิเคชั่น POLICE I LERT U และ www.trafficpolice.go.th

 2,583
สังคม-อาชญากรรม
07 ส.ค. 60

ตร.แจ้งข้อหารถตู้ขนคนเชียร์ 'ยิ่งลักษณ์' แถลงปิดคดี วิ่งนอกทาง-ผิดสัญญาจ้าง รถตู้โอดเลือกลูกค้าไม่ได้

ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง เรียกเจ้าของรถตู้โดยสารรับจ้าง ที่รับจ้างนำมวลชนไปให้กำลังใจ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการอ่านสรุปสำนวนคดีรับจำนำข้าว เพื่อพิจารณาแจ้งข้อหาใช้รถในการขนส่งออกนอกเส้นทาง   เจ้าของรถตู้โดยสารรับจ้าง 6 คัน จากที่ถูกออกหมายเรียก 21 คัน เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐานใช้รถผิดประเภทและใช้รถในการขนส่งออกนอกเส้นทางตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก จากกรณีที่เจ้าของรถตู้ดังกล่าว รับจ้างนำมวลชนไปให้กำลังใจ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายรัฐมนตรี ในการอ่านสรุปสำนวนคดีรับจำนำข้าว เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา   นายธนเศรษฐ์ การลพ ผู้เช่ารถตู้รายหนึ่งเปิดเผยว่า ทำอาชีพขับรถรับจ้างไม่ประจำทางได้ 3-4 เดือน โดยในวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้รับจ้างพาผู้โดยสารไปส่งที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ในราคาเหมาคัน 3,000 บาท ซึ่งเป็นเรทราคาปกติ ไม่ได้คิดว่าจะมีปัญหาอะไร ส่วนที่ถูกแจ้งข้อหาในวันนี้ ก็พร้อมนำหลักฐานเข้าชี้แจงว่า ได้รับใบอนุญาตถูกต้อง   ด้านนายชนกันต์ พร้อมมูล นายกสมาคมรถตู้วีไอพีแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบรถตู้ทั้ง 21 คัน พบว่ามี 5 คันที่เป็นรถตู้รับจ้างประจำทาง ซึ่งบางส่วนทราบว่ามีการทำหนังสือขอวิ่งออกนอกเส้นทางถูกต้อง ส่วนที่เหลืออีกกว่า 10 คัน เป็นรถตู้รับจ้างไม่ประจำทาง ซึ่งส่วนใหญ่มีใบอนุญาตประกอบการถูกต้อง และได้เตรียมเอกสารมาชี้แจงกับพนักงานสอบสวน แต่อย่างไรก็ตาม คาดว่าในวันนี้อาจมาพบพนักงานสอบสวนไม่ครบ เนื่องจากบางคนติดธุระรับจ้าง บางคนกลัวถูกดำเนินคดี ซึ่งอาจเลื่อนขอเข้าพบตำรวจในภายหลัง แต่อย่างไรก็ตาม อยากร้องขอความเห็นใจว่า การรับจ้างรถเหมาคัน ไม่สามารถเลือกรับลูกค้าได้   ขณะที่พันตำรวจโทสุบรรณ์ อธิเศรษฐ์ รองผู้กำกับการ สน.ทุ่งสองห้อง เปิดเผยว่า เบื้องต้นวันนี้มีคนขับและเจ้าของรถตู้นำหลักฐานมาเข้าให้ปากคำและรับทราบข้อหาประมาณ 10 คน โดยรถตู้รับจ้างประจำทาง เบื้องต้นจะพิจารณาแจ้งข้อหาใช้รถในการขนส่งออกนอกเส้นทาง ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หลังสอบถามกรมการขนส่งทางบกได้รับคำยืนยันว่า แม้จะมีการขอใบอนุญาตขับออกนอกเส้นทางได้ แต่ต้องไม่ใช่การไปรับว่าจ้าง ส่วนกรณีของรถตู้โดยสารไม่ประจำทาง ได้แจ้งข้อหากระทำผิดเงื่อนไขสัญญาจ้าง ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 5 พันบาท หลังพบว่าส่วนใหญ่ไม่มีการทำหนังสือสัญญาจ้าง ซึ่งถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.การขนส่งทางบก นอกจากนี้ยังได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบสภาพรถ เพื่อดูว่ามีการสวมทะเบียน หรือ ดัดแปลงสภาพรถหรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามี 1 คัน ที่มีการเปลี่ยนเครื่องยนต์ และยังไม่แจ้งกรมการขนส่งทางบก ซึ่งต้องถูกดำเนินคดีในความผิดนี้ด้วย   อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ถูกออกหมายเรียกและยังไม่มาพบในวันนี้ เบื้องต้นมีบางรายได้โทรศัพท์มาแจ้งแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำหนังสือตอบกลับมาอย่างเป็นทางการ ในวันพรุ่งนี้จะพิจารณาส่งหมายเรียกผู้ที่ยังไม่มาเข้าพบดังกล่าว ให้มาเข้าพบเป็นครั้งที่ 2 ตามวันเวลาที่กำหนด ไม่เกิน 5-7 วันหลังจากนี้ และหากว่ายังไม่มาพบอีก ก็จะพิจารณาออกหมายจับต่อไป อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีการนัดฟังคำพิพากษาในคดีจำนำข้าว วันที่ 25 สิงหาคมนี้ หากมีรถตู้ที่รับว่าจ้างนำมวลชนมาส่ง ก็จำเป็นต้องพิจารณาตรวจสอบการรับจ้างในลักษณะนี้อีกครั้ง   ข่าวที่เกี่ยวข้องย้อนหลัง  

 10,715
การเมือง
01 ส.ค. 60

'ยิ่งลักษณ์' แถลงปิดคดีจบแล้ว ยก 6 ประเด็นยันความบริสุทธิ์ สะอื้นขอศาลพิจารณาจากมุมนโยบาย

  นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เสร็จสิ้นการแถลงปิดคดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว โดยได้ทักทายกับผู้ที่มาให้กำลังใจก่อนเดินทางกลับ แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน   สรุป 6 ประเด็นที่น.ส.ยิ่งลักษณ์แถลงปิดคดีต่อศาลวันนี้ ดังต่อไปนี้   ประเด็นแรก คือ กระบวนการไต่สวนในชั้น ป.ป.ช. และการฟ้องของอัยการ เร่งรีบไม่เป็นธรรมและไม่ชอบด้วยกฎหมาย และยังมีการนำเอกสารหลักฐานอื่นที่อยู่นอกเหนือจากสำนวน ป.ป.ช. เช่น การระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ มาฟ้องเพิ่ม    ประเด็นที่ 2 นโยบายรับจำนำข้าวที่กำหนดราคาสูงกว่าราคาตลาด แต่ขายต่ำกว่าราคาตลาด ก็เพื่อให้ราคาข้าวในตลาดสูงขึ้นเป็นประโยชน์กับชาวนา    ประเด็นที่ 3 คือ นายกรัฐมนตรีไม่ได้มีอำนาจยับยั้งโครงการตามอำเภอใจ เนื่องจากการบริหารโครงการรับจำนำข้าวเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เพราะเกี่ยวข้องกับกระทรวงและรัฐวิสาหกิจหลายหน่วย นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่แค่กับกำดูแล ไม่สามารถสั่งการโดยลำพังได้   ประเด็นที่ 4 การไม่ระงับยับยั้งโครงการเพราะไม่กระทบหนี้สาธารณะ และไม่เสียวินัยการเงินการคลังของประเทศ แต่ละหน่วยที่เกี่ยวข้องไม่เคยมีข้อทวงติง หรือเสนอให้ระงับโครงการ และนโยบายรับจำนำข้าวไม่ได้มุ่งหวังในเชิงพาณิชย์เพื่อมาคิดกำไร-ขาดทุนกับชาวนา    ประเด็นที่ 5 ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพราะ ป.ป.ช. และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ทำหนังสือทวงติงมาจริง ซึ่งครม.ก็ได้แต่งตั้งให้ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง เป็นประธานตรวจสอบการทุจริต และสั่งกระทรวงกลาโหม สกัดการนำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาสวมสิทธิ์   และประเด็นที่ 6 ไม่ได้ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ เพราะ ครม.ให้อำนาจกระทรวงพาณิชย์และกรมการค้าต่างประเทศดำเนินการโดยตรง โดยออกข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดชัดเจน จนกระทั่งมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีก็ได้เข้าไปตรวจสอบความโปร่งใสอีกรอบ   ซึ่งในการสรุปช่วงท้าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ พูดด้วยน้ำเสียงสะอื้น สั่นเครือ ขอให้ศาลพิจารณาคดีนี้ในมุมของฝ่ายนโยบายไม่ใช่ฝ่ายปฏิบัติ เนื่องจากตัวเองเกิดในต่างจังหวัด และได้สัมผัสกับความเดือดร้อนของชาวนามาตลอด    หลังแถลงปิดคดีเสร็จ ศาลมีคำสั่งไม่ส่งคำโต้แย้งของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา เรื่องการใช้เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมนอกเหนือจากสำนวนของ ป.ป.ช. เนื่องจากอำนาจการพิจารณาคำเป็นของศาลยุติธรรม จึงนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 25 ส.ค. ตามเดิม   ทั้งนี้ สำหรับการอ่านคำพิพากษาในวันที่ 25 ส.ค. ศาลฎีกาจะประชุมภายใน ก่อนหารือกับฝ่ายความมั่นคง ในวันที่ 8 ส.ค.นี้ เพื่อกำหนดรูปแบบการอ่านคำพิพากษา และการทำข่าวของสื่อมวลชนอีกครั้ง

 14,511
การเมือง
01 ส.ค. 60

(คลิป) ทบทวนคดีที่ 'ยิ่งลักษณ์' ต้องเผชิญอีกนับสิบคดี คือคดีอะไรบ้าง

  นอกจากคดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวแล้ว คดีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องเผชิญ มีอีกนับ 10 คดี ที่ยังต้องต่อสู้คดีต่อ   ซึ่งคดีที่อยู่ในชั้นศาลมีอยู่ 2 คดี ได้แก่ คดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว, คดีที่ กกต. ฟ้องแพ่ง ไม่ยอมระงับการเลือกตั้งเมื่อปี 2557 จนเกิดความเสียหาย การเลือกตั้งเป็นโมฆะ    ส่วนคดีในชั้น ป.ป.ช. ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ไต่สวน มีอีกอย่างน้อย 11 คดี อาทิ คดีจ่ายเงินเยียวยาผู้ชุมนุมทางการเมืองเอื้อพวกพ้อง เกิดความเสียหาย 1,921 ล้านบาท ซึ่งจะมีความชัดเจนในเดือนกันยายนนี้, คดีออกพาสปอร์ตให้ นายทักษิณ ชินวัตร โดยมิชอบ, คดีออกพ.ร.ก.กู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำมูลค่า 3.5 แสนล้านบาท โดยมิชอบ, คดีออกแบบระบบบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ, คดีใช้อำนาจโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติโดยมิชอบ, คดีอนุมัติร่างกฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทโดยขัดต่อรัฐธรรมนูญตามที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้ว, คดีบริหารจัดการน้ำผิดพลาด เป็นเหตุให้เกิดอุทกภัยในปี 2554, คดีประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงช่วงการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. โดยมิชอบ, คดีไม่ยอมรับข้อเสนอ ป.ป.ช.ให้หน่วยงานรัฐเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นต้น   และในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ หากศาลพิพากษาว่าอดีตนายกรัฐมนตรีมีความผิดจริง นอกจากจะต้องโทษตามประมวลกฎหมายอาญาแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิตด้วย  เพราะตามมาตรา 98(10) ของรัฐธรรมนูญ ผู้ที่ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดเกี่ยวกับการทุจริต ฉ้อโกงประชาชน หรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติด การพนัน จะต้องขาดคุณสมบัติการลงรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส. และตำแหน่งทางการเมืองอื่นตลอดชีวิต

 6,585
การเมือง
01 ส.ค. 60

(คลิป) 'ยิ่งลักษณ์' เดินทางถึงศาลฎีกานักการเมืองแล้ว แถลงปิดคดีจำนำข้าววันนี้ มวลชนแห่ให้กำลังใจ

  นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีพร้อมสามีและทีมทนายความ เดินทางถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้วเมื่อเวลาประมาณ 8.30 น. ที่ผ่านมา เพื่อเข้าแถลงปิดคดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวด้วยวาจาต่อศาล โดยมีสมาชิกพรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช. และประชาชนมาให้กำลังใจอยู่บริเวณศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะเป็นจำนวนมาก   โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ได้ใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมงในการทักทายและพบปะกับผู้ที่มาให้กำลังใจ ก่อนจะเดินเข้าสู่ศาล มีรายงานว่านางสาวยิ่งลักษณ์เตรียมคำแถลงปิดคดีไว้จำนวน 29 หน้ากระดาษ   การแถลงปิดคดีจะเริ่มต้นในเวลาประมาณ 9.30 น. คาดว่าจะใช้เวลาราว 1-1.5 ชม. โดยอนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังการแถลงได้ 30 คน ซึ่งช่วงสุดท้ายจะเป็นการกล่าวสรุปของนางสาวยิ่งลักษณ์เอง ทั้งนี้หลังจากแถลงปิดคดีแล้ว ศาลจะนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 25 สิงหาคมที่จะถึงนี้   คดีนี้เริ่มจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติ 7 ต่อ 0 ชี้มูลความผิดนางสาวยิ่งลักษณ์ และส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางสาวยิ่งลักษณ์ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท โดยยื่นฟ้องตั้งแต่ปี 2558 และเริ่มมีการไต่สวนตั้งแต่เดือนมกราคม 2559  ซึ่งการไต่สวนกว่า 20 นัดผ่านพยานกว่า 56 ปาก เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา   อนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการรักษาความปลอดภัยทั่วบริเวณศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะ แต่ไม่ได้มีการปิดถนนในพื้นที่แต่อย่างใด ส่วนนายวัฒนา เมืองสุข ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็มีรายงานว่าเดินทางมาถึงแล้ว ก่อนจะเดินทางต่อไปมอบตัวกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) หลังถูกข้อกล่าวหาปลุกระดมด้วย

 6,229
การเมือง
27 ก.ค. 60

นายกฯชี้ไม่ได้อายัดทรัพย์ 'ยิ่งลักษณ์' ก่อนศาลตัดสิน ยันเป็นคนละคดี ลั่นอย่าบิดเบือนปลุกระดม

นายกรัฐมนตรีชี้แจงการอายัดทรัพย์ "ยิ่งลักษณ์" ในขณะนี้เป็นคำสั่งทางปกครองชดใช้ค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าว 20 เปอร์เซ็นต์ของ 3.5 หมื่นล้านบาท เป็นคนละคดีที่ศาลศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะตัดสินในวันที่ 25 ส.ค.นี้ ขออย่านำมาเกี่ยวใช้บิดเบือนหวังปลุกระดมคนให้กำลังใจ   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ชี้แจงการอายัดทรัพย์นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กรมบังคับคดีกำลังดำเนินการ ว่าเป็นคดีการออกคำสั่งทางปกครองตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าว 20 เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมด 3.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นคนละคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะตัดสินในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ ดังนั้นจึงขออย่านำ 2 เรื่องมาปนกัน ขณะนี้มีความพยายามทำให้สังคมเข้าใจว่ามีการยึดทรัพย์ก่อนศาลจะตัดสินคดีที่เป็นเป็นคดีอาญา ซึ่งหลังจากนี้จะมีคดีที่ 3 ตามมาคือคดีแพ่ง หากศาลตัดสินว่าผิดจะต้องชดใช้ความเสียหายด้วยอีก 1 คดี โดยขั้นตอนเมื่อมีคำสั่งทางปกครองเจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการยึดทรัพย์แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ จึงต้องให้กรมบังคับคดีดำเนินการ    ขณะเดียวกันอดีตนายกรัฐมนตรี ได้ยื่นขอให้ศาลปกครองสั่งทุเลาบังคับคำสั่งกระทรวงการคลังที่ให้ชดใช้ค่าเสียหาย หากศาลปกครองรับพิจารณาก็ต้องชะงัก หากศาลปกครองไม่รับพิจารณาก็อายัดต่อ ดังนั้นอย่ามาตอบโต้กับตน เพราะทุกอย่างทำตามกฏหมาย อย่านำมาพันกันเพื่อใช้บิดเบือนในการปลุกระดมคนมาให้กำลังใจ

 8,076

Top