ค้นหา :

ผลการค้นหา "กาฬสินธุ์"

การเมืองเข้มข้น
19 ก.พ. 62

รู้ตัวมือทำลายป้ายหาเสียง พปชร.แล้ว เป็นหนุ่มต่างชาติ อ้างน้อยใจแฟนที่ไปช่วยหาเสียง

พบแล้วมือทำลายป้ายหาเสียงพรรคพลังประชารัฐ ที่กาฬสินธุ์ วงจรปิดจับชัดเป็นชายชาวต่างชาติขี่จักรยานยนต์มาจอดไว้ ก่อนที่จะเดินล้วงกระเป๋าข้างแล้วหยิบมีดกรีดป้ายหาเสียง ก่อนฉีกทำลายป้าย สารภาพน้อยใจที่แฟนสาว ซึ่งเป็นทีมงานหาเสียงพรรคพลังประชารัฐ ไปช่วยหาเสียงในวันวาเลนไทน์ เพราะได้นัดรับประทานอาหารเย็นกันเพื่อฉลอง และตั้งใจจะเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน     ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการทำลายป้ายหาเสียงของพรรคพลังประชารัฐที่ขึ้นรูปนายกรัฐมนตรี คู่กับผู้สมัครบางเขต ว่าตนถือว่าเป็นคนคิดไม่ดี ไม่เห็นจำเป็นต้องเเสดงความรุนเเรงออกมา ถ้าเก่งจริงก็ออกมาเเสดงให้เห็นเลย เจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการจับกุม การใช้อาวุธ ยิงป้าย ฉีกรูป คนเหล่านี้หรือจะทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย เขาไม่บริสุทธิ์ใจอยู่เเล้ว 

 1,107
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
19 ก.พ. 62

รู้ตัวมือทำลายป้ายหาเสียง พปชร.แล้ว เป็นหนุ่มต่างชาติ อ้างน้อยใจแฟนที่ไปช่วยหาเสียง

พบแล้วมือทำลายป้ายหาเสียงพรรคพลังประชารัฐ ที่กาฬสินธุ์ วงจรปิดจับชัดเป็นชายชาวต่างชาติขี่จักรยานยนต์มาจอดไว้ ก่อนที่จะเดินล้วงกระเป๋าข้างแล้วหยิบมีดกรีดป้ายหาเสียง ก่อนฉีกทำลายป้าย สารภาพน้อยใจที่แฟนสาว ซึ่งเป็นทีมงานหาเสียงพรรคพลังประชารัฐ ไปช่วยหาเสียงในวันวาเลนไทน์ เพราะได้นัดรับประทานอาหารเย็นกันเพื่อฉลอง และตั้งใจจะเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน     ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการทำลายป้ายหาเสียงของพรรคพลังประชารัฐที่ขึ้นรูปนายกรัฐมนตรี คู่กับผู้สมัครบางเขต ว่าตนถือว่าเป็นคนคิดไม่ดี ไม่เห็นจำเป็นต้องเเสดงความรุนเเรงออกมา ถ้าเก่งจริงก็ออกมาเเสดงให้เห็นเลย เจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการจับกุม การใช้อาวุธ ยิงป้าย ฉีกรูป คนเหล่านี้หรือจะทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย เขาไม่บริสุทธิ์ใจอยู่เเล้ว 

 1,107
แชร์ออฟเดอะเดย์
19 ก.พ. 62

ชาวบ้านร้องปล่อยงูคืนธรรมชาติทำพิษ หลังคนนำ 'งูจงอาง' มาปล่อยใกล้หมู่บ้าน ทำงูบุกบ้านสุดเดือดร้อน

กาฬสินธุ์-เพจเฟซบุ๊ก กู้ภัยตำรวจทางหลวงกาฬสินธุ์ แชร์เรื่องราวความทุกข์ของชาวบ้าน หลังพบว่ามีคนนำ งูจงอาง มาปล่อยใกล้กับหมู่บ้านจำนวนมาก ทำให้งูที่ถูกปล่อยนั้นบุกหมู่บ้านเพื่อหาแหล่งน้ำ และที่เย็น ๆ ซุกเพื่ออยู่อาศัย จนกลายเป็นความเดือดร้อน ซึ่งชาวบ้านระบุว่า ไม่สามารถออกไปหาเห็ด หาหน่อไม้ได้ เพราะกลัวโดนงูฉกนั่นเอง   โดยข้อความระบุว่า "ชาวบ้าน ต.นาโก อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ พบงูจงอางเป็นจำนวนมาก แต่ก่อนป่าแถวนี้ไม่เคยพบงูจงอางมาก่อน งูจงอางที่พบเป็นงูที่มีคนนำมาปล่อย ขอให้ผู้ที่นำมาปล่อยรับผิดชอบในสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น ไปกัดชาวบ้านได้ ทำบุญปล่อยงูพิษ ทำชาวบ้านเดือดร้อน คนที่เอามาปล่อยออกมารับผิดชอบเลย"

 5,031
ข่าวภูมิภาค
15 ก.พ. 62

เมียระแวงสามีดีกรี ดร.รับสายลึกลับ ทะเลาะกันสนั่นบ้าน ปืนลั่นเข้าขมับฝ่ายชาย นองเลือดวันวาเลนไทน์

กาฬสินธุ์-เกิดเหตุนองเลือดรับวันวาเลนไทน์ จนท.รับแจ้งมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ภายในบ้านที่ ต.สมเด็จ อ.สมเด็จ ตั้งอยู่ตรงข้าม รพ.สมเด็จ พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย นอนฟุบจมกองเลือดอยู่บนพื้นหน้าตู้เสื้อผ้า โดยมีภรรยา ยืนสั่นอยู่ข้างๆ ด้วยอาการตกใจ พบอาวุธปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่และมีเสื้อผ้ากระจัดกระจาย เจ้าหน้าที่ได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล   จากการสอบสวนทราบว่า ภรรยาเป็นคนเดินไปแจ้งเหตุกับกู้ภัยอโศกเป็นคนแรก เพื่อให้รีบมาช่วยเหลือสามี หลังทะเลาะกันและมีการนำอาวุธปืนออกมาและอ้างว่าปืนลั่น ซึ่งกระสุนเจาะขมับขวา 1 นัด ทะลุใต้คางขวาอาการสาหัส ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลสมเด็จ ได้นำตัวส่งต่อโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ และโรงพยาบาลขอนแก่น เพื่อยื้อชีวิตอย่างเร่งด่วน โดยล่าสุดอยู่ในห้องไอซียู และอาการยังวิกฤต มีหมอพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด   เบื้องต้นจากคำให้การของภรรยาทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อตอนเย็นเมื่อวานนี้ (13 ก.ย.) ทั้งคู่ ได้ออกไปทานข้าวนอกบ้านกันตามปกติ ขณะที่รับประทานอาหารเย็นด้วยกันอยู่นั้น ได้มีโทรศัพท์สายหนึ่งเข้ามาที่เครื่องของสามี ทางภรรยาจึงได้ถามด้วยความสงสัยว่าสายใครโทรมา แต่สามีตอบไม่ได้ จึงได้พากันกลับบ้านพักหลังดังกล่าว ระหว่างนั้นภรรยาก็คอยสอบถามคำถามเดิม เพราะรู้สึกสงสัย   พอกลับมาถึงบ้าน สามียังไม่ชี้แจงให้หายสงสัยว่าใครมาโทร จึงได้มาปากเสียงกัน ก่อนที่ภรรยาจะไล่ให้สามีเก็บของออกจากบ้าน จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 04.30 น. สามีได้ขึ้นไปชั้นบน ซึ่งเป็นห้องเก็บเสื้อผ้า โดยเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าจริงๆ จึงเกิดการถกเถียงและยื้อแย่งข้าวของกัน ต่างคนต่างใช้อารมณ์   ซึ่งภรรยาอ้างว่าไม่ทันระวังขณะที่กำลังยื้อแย่งกันอยู่นั้น มีปืนกระบอกหนึ่ง ซึ่งเป็นปืนส่วนตัวของสามีอยู่ด้วย ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จนร่างของสามีล้มฟุบลงกับพื้น ภรรยาจึงรีบวิ่งไปแจ้งเหตุกับกู้ภัยอโศก ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยโรงพยาบาลสมเด็จเข้ามาช่วยเหลือ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้สอบปากคำภรรยาอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากปืนลั่นหรือตั้งใจยิง พร้อมทั้งตรวจคราบเขม่าดินปืน ก่อนดำเนินการต่อไป   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับ ฝ่ายชายที่บาดเจ็บเป็นผู้บริหารของโรงเรียนเอกชนชั้นนำแห่งหนึ่งใน อ.สมเด็จ เป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ วิสัยทัศน์ยาวไกล บุคลิกดี จนได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มโรงเรียนเอกชนให้เป็นประธานส่งเสริมการศึกษาเอกชน จ.กาฬสินธุ์ ที่กำลังทำการขับเคลื่อนด้านการเรียนการสอนอย่างดีเยี่ยม ขณะที่ภรรยาก็เป็นนักธุรกิจที่ขายน้ำปลาร้าในหลายจังหวัดทางภาคอีสาน โดยทั้งคู่เป็นที่รู้จักในวงสังคมของ จ.กาฬสินธุ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nnRiA06wlf4

 8,927
ข่าวภูมิภาค
13 ก.พ. 62

ลูกชายเมาคลั่งทำร้ายแม่ ทุบรถจยย.จุดไฟเผาบ้านวอดก่อนเดินหนี

กาฬสินธุ์-เกิดเหตุชายคลุ้มคลั่งทำร้ายแม่และทำลายข้าวของภายในบ้าน ก่อนที่จะจุดไฟวางเพลิงเผาบ้านตัวเอง ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงได้ยินเสียงเลยออกมาดู และแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงช่วยดับไฟ แต่ผู้ก่อเหตุคือนายวรพจน์ ชลเฉลียว อายุ 24 ปี ไหวตัวทันหลบหนีไปก่อน   โดยภายในบ้านพบรถจักรยานยนต์ถูกทุบทำลายจนได้รับความเสียหาย ส่วนภายในห้องนอนพบไฟกำลังลุกไหม้ข้าวของ และเสื้อผ้า เจ้าหน้าที่จึงได้เร่งทำการฉีดน้ำดับไฟใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึงสามารถดับไฟได้ทัน ซึ่งพบว่าข้าวของภายในห้องนอนถูกไฟไหม้จนได้รับความเสียหายทั้งหมด   จากการสอบถามแม่ของผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายวรพจน์ลูกชายได้ไปดื่มสุราข้างนอกบ้าน จากนั้นก็กลับมาบ้านด้วยอาการเมาสุราอย่างหนัก ซึ่งได้พูดรื้อฟื้นถึงความหลังว่าเหตุที่พ่อเสียชีวิตเพราะตนไม่ดูแลให้ดีๆ   จากนั้นก็พยายามจะเข้าทำร้ายแม่ และได้ทุบรถจักรยานยนต์จนพังเสียหาย และได้จุดไฟเผาข้าวของภายในบ้าน ซึ่งเพื่อนบ้านที่พบเห็นก็รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยทำการดับไฟ ส่วนนายวรพจน์ ก็เดินหนีออกจากบ้าน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/P051K452_9k

 1,039
ข่าวภูมิภาค
16 ม.ค. 62

ครูสาวสุดช้ำ ถูกปลอมเอกสารเบิกเงินกู้สหกรณ์ออมทรัพย์ หายเกลี้ยง 1.6 ล้าน

ครูสาวกาฬสินธุ์สุดช้ำ หอบเอกสารบุกร้องศูนย์ดำรงธรรม หลังถูกปลอมเอกสารเบิกเงินกู้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จากบัญชีออมทรัพย์หายเกลี้ยง 1.6 ล้าน พร้อมแฉขบวนการนายหน้าวิ่งเต้นเดินเรื่องกู้เงินหักหัวคิว 13 เปอร์เซ็นต์   วันที่ 16 ม.ค. 62 นางเยาวลักษณ์ ภูชุม อายุ 34 ปี ครูวิทยฐานะชำนาญการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนางไสว บรรลือเสียง อายุ 60 ปี มารดา นำเอกสารหลักฐานต่างๆ เข้าร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ เพื่อขอความช่วยเหลือและให้ช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ    หลังจากได้ส่งเรื่องขอกู้เงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด และได้รับการอนุมัติเงินกู้จำนวน 2,000,000 บาท ซึ่งถูกหักเป็นค่าหุ้น 419,700 บาท เหลือ 1,580,300 บาท แต่กลับถูกปลอมแปลงเอกสารเบิกเงินกู้จากบัญชีออมทรัพย์สหกรณ์ออกไปจนหมดบัญชี    ซึ่งที่ผ่านมาได้เข้าขอความช่วยเหลือจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัดแล้ว แต่ไม่ได้รับคำตอบและคำชี้แจงใดๆ จนทำให้เป็นหนี้ก้อนโต แต่ไม่ได้ใช้เงิน โดยมีนายไชยา เครือหงส์ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์รับเรื่องร้องทุกข์   นางเยาวลักษณ์ กล่าวว่า ตั้งแต่เมื่อช่วงเดือน ก.ค. 61 ที่ผ่านมา ตนได้เข้าติดต่อขอกู้เงินกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด ประเภทสามัญหลายครั้ง เพราะมีความจำเป็นต้องนำเงินไปใช้จ่ายในครอบครัวและซ่อมแซมบ้านให้กับแม่ แต่ก็ถูกปฏิเสธทุกครั้งมาโดยตลอด ซึ่งเจ้าหน้าที่อ้างว่าอายุราชการและเงินเดือนยังมีน้อยอยู่จึงไม่สามารถกู้เงินได้    กระทั่งมีผู้แนะนำให้ไปขอความช่วยเหลือกับข้าราชครูหญิงคนหนึ่งใน อ.กุฉินารายณ์ สังกัด สพป.กาฬสินธุ์เขต 3 เนื่องจากเป็นผู้กว้างขวาง ซึ่งข้าราชการครูหญิงคนดังกล่าวอ้างว่ารู้จักกับเจ้าหน้าที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์หลายคนและสามารถช่วยในการกู้เงินผ่านง่ายและรวดเร็ว แต่มีเงื่อนไขและข้อแม้ว่าจะต้องจ่ายเงินร้อยละ 13 จากยอดเงินกู้ทั้งหมดเป็นค่าดำเนินการ ซึ่งไม่รวมดอกเบี้ยตามปกติของเงินกู้สหกรณ์ฯ ทั้งนี้ด้วยเหตุจำเป็นที่เดือดร้อนและต้องการใช้เงิน ตนจึงหลงเชื่อได้นำเอกสารต่างๆ มอบผ่านครูหญิงคนดังกล่าวไป   นางเยาวลักษณ์ กล่าวต่อว่า จากนั้นเรื่องได้เงียบหายไปนานหลายเดือน ตนจึงพยายามสอบถามความคืบหน้าไปยังครูสาวคนดังกล่าวหลายครั้ง แต่ก็ได้รับคำตอบว่าให้รอไปก่อน เจ้าหน้าที่สหกรณ์ฯ ยังไม่อนุมัติเงินกู้ กระทั่งสิ้นเดือนตุลาคม 2561 ทางสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด ได้หักเงินเพื่อชำระเงินกู้งวดแรกจากบัญชีเงินเดือนของตน ทำให้เกิดความสงสัยจึงสอบถามไปยังครูสาวอีก ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่าไม่เป็นไร และเรื่องเงินกู้ยังไม่เรียบร้อย    ต่อมาช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 61 ทางสหกรณ์ฯ ได้หักเงินเดือนชำระหนี้เป็นงวดที่ 2 พร้อมกับได้รับเอกสารจากทางสหกรณ์ฯ ซึ่งเป็นเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับในการทำสัญญาเงินกู้ ทำให้ทราบว่าทางสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด ได้อนุมัติเงินกู้ให้ตนแล้วตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย. 61 จึงสอบถามไปยังครูสาวคนดังกล่าวอีกครั้ง แต่ก็ยังได้รับคำตอบเดิมๆ ว่ายังไม่เรียบร้อย ยังไม่ได้รับการอนุมัติ และเงินยังอยู่กับเจ้าหน้าที่สหกรณ์ฯ ตนเกรงว่าจะถูกหลอก จึงเดินทางเข้าไปสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่สหกรณ์ฯ ก็พบว่าเงินกู้จำนวน 1,580,300 บาท ซึ่งเหลือจากการถูกหักเป็นค่าหุ้นจำนวน 419,700 บาท จากจำนวนเงินกู้ทั้งหมด 2,000,000 บาท ที่ถูกโอนเข้าบัญชีออมทรัพย์สหกรณ์ครูกาฬสินธุ์ถูกถอนไปจนหมดเกลี้ยงบัญชี จึงตกใจและขอตรวจสอบเอกสารกับเจ้าหน้าที่   จากการตรวจสอบเอกสารกับทางเจ้าหน้าที่ก็พบว่ามีผู้ปลอมลายมือชื่อ และปลอมเอกสารใบมอบฉันทะดำเนินการเบิกเงินในบัญชีของตนออกไปทั้งหมด ทราบภายหลังว่าชื่อผู้ที่ปลอมลายเซ็นนั้นมีตำแหน่งเป็นรองปลัดของเทศบาลตำบลแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จึงได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ฯ ว่าให้คนอื่นมาเบิกเงินของตนไปได้อย่างไร แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน บอกเพียงว่าดำเนินการตามขั้นตอนทุกอย่าง    ดังนั้นตนจึงได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พร้อมกับเข้าร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ เนื่องจากเชื่อว่าตนถูกหลอก นำเอกสารไปกู้เงินแล้วแต่ไม่ได้เงิน แถมยังต้องเป็นหนี้ก้อนโต และการดำเนินการกู้เงิน รวมทั้งการปลอมแปลงเอกสารเบิกเงินของตนนั้นน่าจะมีการร่วมกันทำกันเป็นขบวนการ ซึ่งเรื่องดังกล่าวตนจะเข้าขอความเป็นธรรมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะเข้าไปขอคำชี้แจงกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์อีกครั้ง   ด้านนายไชยา เครือหงส์ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับเรื่องร้องทุกข์ของครูคนดังกล่าวไว้ และจะรายงานไปยังผู้บังคับบัญชา พร้อมกับเร่งประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงและขอทราบรายละเอียดในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับผู้ร้องทุกข์ต่อไป  

 8,333
ข่าวภูมิภาค
14 ม.ค. 62

ชาวบ้านกาฬสินธุ์ ทำบุญล้างอาถรรพ์ ผีแม่ม่ายเอาชีวิตหนุ่มในหมู่บ้านไป 3 คน

กาฬสินธุ์-จากกรณีชาวบ้านโนนบุพผา หมู่ที่ 9 และบ้านดงเหนือหมู่ที่ ม.2 ต.เหล่าใหญ่ อ.กุฉินารายณ์ กำลังตกอยู่ในอาการหวาดผวา หลังจากมีชาวบ้านเห็นดวงไฟประหลาดลอยอยู่ในหมู่บ้านตอนกลางคืนและมีคนฝันเห็นมนุษย์ผิวสีดำรูปร่างสูงใหญ่ ก่อนที่จะมีชายในหมู่บ้านเสียชีวิตติดต่อกัน 3 ราย โดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา   โดยชาวบ้านส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นฝีมือของผีแม่ม่าย ที่ออกอาละวาดคร่าชีวิตชายในหมู่บ้าน จึงพานำปลัดขิกทาสีแดงขนาดใหญ่ไปตั้งไว้ทางเข้า-ออกหมู่ทุกทิศ และต่างพากันนำเสื้อสีแดงมาแขวนไว้หน้าบ้านของตัวเอง เพื่อป้องกันผีแม่ม่ายมีเอาชีวิตชายในครอบครัว   ล่าสุดชาวบ้านได้มารวมตัวกันนำเปลือกหอย ดินทราย ข้าวสาร อาหารแห้ง หมกพลู นำมารวบรวมกันเพื่อเตรียมทำบุญใหญ่หมู่บ้านและทำพิธีปัดเป่าเสนียดจัญไรไล่ผีแม่ม่ายออกจากหมู่บ้าน ซึ่งชาวบ้านได้ร้อยเปลือกหอยเป็นพวงๆ ทำหมากพลูเสียบไม้ สร้างกงไม้ไผ่เพื่อใส่เครื่องทำพิธี และนำสายสิญจน์ผูกรอบหมู่บ้าน ตามความเชื่อของชาวบ้านซึ่งทุกคนอยู่อยู่ในอาการหวาดกลัวว่าผีแม่ม่ายจะมาเอาชีวิตไปอีก   นางสุภาพร แสนสุริ อายุ 50 ปี ชาวบ้านดงเหนือม ภรรยาของนายทรงเดช แสนสุริ อายุ 60 ปี ซึ่งเสียชีวิตเป็นรายที่ 3 บอกว่า สามีของตนสุขภาพร่างกายแข็งแรง ก่อนเกิดเหตุสามีได้มาทานข้าวที่บ้านประมาณ 2 ทุ่มพอหลังจากนั้นก็ได้เดินทางไปนอนเฝ้าสวนตามปกติ ตอนเช้าตนไม่พบสามีกลับมาจึงได้ออกไปตามก็พบว่าสามีนอนเสียชีวิตแล้ว   จากการตรวจสอบก็ไม่พบร่องรอยการต่อสู่หรือถูกทำร้ายมีเพียงแผลที่บริเวณมือซึ่งเกิดจากการทำสวนมาหลายวันแล้ว ซึ่งทุกคนก็ไม่ทราบว่าเสียชีวิตจากสาเหตุใด ทำให้ชาวบ้านยิ่งผวาว่าเป็นผีแม่ม่ายเข้ามาเอาชีวิตสามี   และชาวบ้านหลายคนก็ฝันในลักษณะเดียวกันว่ามีผู้หญิงเข้ามาเอาผู้ชายออกจากหมู่บ้านหลายคน ชาวบ้านจึงต้องทำพิธีเพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกจากหมู่บ้านและป้องกันการเสียชีวิตเพิ่มอีก ซึ่งก็เป็นความเชื่อของชาวบ้านและเป็นสิ่งที่ยังหาคำตอบไม่ได้ ชาวบ้านทุกหลังคาเรือนจึงรวมตัวกันเพื่อจะทำพิธีในวันนี้ (14 ม.ค.) ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Wk6y2i3dNb8

 1,120
ข่าวภูมิภาค
13 ม.ค. 62

ชาวบ้านผวาผีแม่ม่ายคร่าชีวิตชาย 3 ศพรวด นำปลัดขิกสีแดง-เสื้อแดงแขวนรอบหมู่บ้าน

กาฬสินธุ์-ชาวบ้านดงเหนือ ต.เหล่าใหญ่ อ.กุฉินารายณ์ ผวาผีแม่ม่ายอาละวาดคร่าชีวิตผู้ชายในหมู่บ้าน หลังมีคนเสียชีวิตติดต่อกันรวดเดียว 3 ศพ กลางวันแสก ๆ เชื่อฝีมือผีแม่ม่ายเอาไปอยู่ด้วย จึงพากันนำปลัดขิกสีแดงขนาดใหญ่มาตั้งไว้ทางเข้าหมู่บ้านและนำเสื้อแดงมาแขวนไว้หน้าบ้าน เพื่อป้องกันผีแม่ม่าย      ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/E8wdiZp8F9c

 1,533
ข่าวภูมิภาค
17 ธ.ค. 61

ประธานสโมสรกาฬสินธุ์เอฟซี ขับรถเสียหลักพลิกคว่ำ บาดเจ็บ

วันที่ 17 ธ.ค.61 เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนเวรสถานีตำรวจภูธร อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำ ที่บริเวณหน้าโรงงานกาฬสินธุ์ คอนกรีตถนนสายยางตลาด-กาฬสินธุ์ จึงพร้อมด้วยอาสาสมัครกู้ภัยเข้าตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บ เป็นชายหนึ่งรายทราบชื่อคือ นายชานุวัฒน์ วรามิตร ประธานสโมสรฟุตบอลกาฬสินธุ์เอฟซี ได้รับบาดเจ็บตามร่างกาย เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยจึงเร่งปฐมพยาบาลพร้อมนำตัวส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ โดยสภาพรถพังยับเสียหายทั้งคัน จอดตกอยู่ในร่องน้ำข้างถนน   จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าเห็นรถคันดังกล่าวขับออกมาจากตัวเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์ มุ่งหน้าไปทางอำเภอยางตลาดพอมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งบริเวณบ้านดอนยานางเห็นรถคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็วแล้วพุ่งเสียหลักขึ้นเกาะกลางถนนพลิกคว่ำ จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว   เบื้องต้นพนักงานสอบสวนเวรสถานีตำรวจภูธรอำเภอยางตลาดลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานพร้อมนำรถที่เกิดอุบัติเหตุเข้าเก็บรักษาที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอยางตลาดแล้วจะได้ติดต่อญาติผู้บาดเจ็บให้มารับสิ่งของและจะได้นัดผู้บาดเจ็บสอบปากคำเพิ่มเติมหลังอาการบาดเจ็บหายดีต่อไป  

 1,178
สังคม-อาชญากรรม
15 ธ.ค. 61

ตร.ยังไม่ฟันธงสาเหตุการตายหนุ่มกาฬสินธุ์ แขวนคอ-มีดปักท้อง เพื่อนยันบริสุทธิ์ใจไม่ได้ลงมือฆ่า

ตำรวจ เผยหลักฐานที่พบยังไม่สามารถฟันธงได้ว่า หนุ่มกาฬสินธุ์ ฆ่าตัวตายหรือถูกฆาตกรรม ขอเวลาพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ขณะที่ผลตรวจดีเอ็นเอด้ามมีดไม่พบรอยนิ้วมือแฝง ด้านเพื่อนยันบริสุทธิ์ใจไม่ได้ลงมือฆ่า   จากกรณีพบศพนายศรัณย์ คงมูล อายุ 23 ปี อาชีพก่อสร้าง ถูกมีดทำครัวปลายแหลมแทงเข้าบริเวณหน้าท้อง แล้วศพถูกแขวนคอด้วยสายเบลท์ไว้บนต้นจามจุรีหน้าบ้านของผู้ตาย ที่ จ.กาฬสินธุ์ ญาติปักใจเชื่อว่าถูกฆาตกรรมอำพราง   ความคืบหน้าเมื่อวานนี้ (14 ธ.ค.) ที่ตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ ได้เรียกประชุมชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อเร่งคลี่คลายคดีหาสาเหตุการเสียชีวิตของนายศรัณย์ ให้เร็วที่สุดว่าฆ่าตัวตายเองหรือถูกฆาตกรรม ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ ต้องรอผลตรวจพิสูจน์ทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ของหลักฐานอีกหลายชิ้น ทั้งนี้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่เก็บหลักฐานเพิ่มเติมในที่เกิดเหตุและพยานแวดล้อมทั้งหมด   ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ทางคดีมีความคืบหน้าไปมาก โดยเฉพาะผลการชันสูตรของแพทย์ยังไม่เป็นทางการพบว่า สาเหตุการเสียชีวิตนั้นเกิดจากขาดอากาศหายใจ ส่วนบาดแผลของผู้ตายที่ถูกแทงที่ท้องนั้นไม่ลึกมาก ไม่ทำให้เสียชีวิตได้   รายงานจากชุดสืบสวน ระบุว่า จากการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอรอยนิ้วมือแฝงด้ามมีดทำครัวปลายแหลม ที่นำมาแทงบริเวณหน้าท้องและลำตัวของผู้ตายนั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ พฐ.พบวางอยู่บนแคร่ไม้ใต้ถุนบ้านของผู้ตาย ปรากฎรอยนิ้วมือแฝงของผู้ตายแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีรอยนิ้วมือของบุคคลอื่น   ส่วนเลือดที่อยู่บนแคร่ไม้พบว่าเป็นของผู้ตาย และมือที่เพื่อน 2 คน ที่ไปนั่งดื่มเหล้ากับผู้ตายในวันเกิดเหตุก็ไม่พบคราบเลือด ตรวจสอบเปลือกต้นไม้ก็ไม่พบรอยเลือดแต่อย่างอย่างใด เพราะถ้าถูกแทงแล้วมีการปีนต้นไม้ขึ้นไปผูกคอก็ต้องมีรอยเลือดติดอยู่ ขณะนี้จนท.ยังไม่ฟันธงว่าเป็นการฆาตกรรม พยายามแกะรอยว่าผู้ตายปีนต้นไม้ขึ้นไปผูกคอได้อย่างไร ซึ่งเป็นประเด็นที่ญาติตั้งข้อสงสัยและเชื่อว่าอาจถูกฆาตกรรม   ขณะที่ผลการชันสูตรพลิกศพทราบว่านายศรัณย์ เสียชีวิตหลังจากถูกแขวนคอแล้ว ไม่ได้เสียชีวิตก่อนที่จะมีการผูกคอบนกิ่งต้นจามจุรี ซึ่งสูงจากพื้นประมาณ 3 เมตร นอกจากนี้ที่ลำตัวผู้ตายพบรอยรองเท้าบริเวณชายโครงขวาล่าง 1 รอย สันนิษฐานว่าอาจโดนกระทืบด้วยหรือไม่   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่บ้านผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน ไปพบหยดเลือด 1 หยด บนรองเท้าผ้าใบของหนึ่งในผู้ต้องสงสัย จึงยึดไว้ส่งตรวจดีเอ็นเอว่าเป็นเลือดของผู้ตายหรือไม่ ตรวจสอบเบื้องต้นรอยรองเท้าผ้าใบใกล้เคียงกับรอยรองเท้าที่พบบนลำตัวของผู้ตาย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวเพื่อนของผู้ตายทั้ง 2 คน มาเค้นสอบปากคำอีกครั้ง แต่ยังให้การเหมือนเดิมไม่เกี่ยวข้องกับเหตุดังกล่าว ก่อนจะปล่อยตัวกลับบ้านไป ซึ่งยังต้องรอผลตรวจพิสูจน์รองเท้าต่อไป ส่วนหยดเลือดเป็นเลือดจริงแต่ไม่รู้เป็นของคนหรือสัตว์   หนึ่งในผู้ต้องสงสัย เผยยืนยันความบริสุทธิ์ใจ โดยช่วงเช้าวันเกิดเหตุตนและเพื่อนอีกคนหนึ่งไปบ้านของผู้ตายจริง เพื่อชักชวนผู้ตายไปทำงานติดตั้งเสาโทรศัพท์ที่ จ.สุราษฎร์ธานี โดยนัดหมายขึ้นรถทัวร์ในช่วงเย็นวันดังกล่าว ระหว่างนั่นได้นั่งดื่มเหล้าอยู่แคร่ใต้ถุนบ้าน ส่วนผู้ตายนั่งดมกาว จากนั้นเวลาประมาณ 11.00 น. ตนและเพื่อนพากันขี่ออกจากบ้านของผู้ตาย และมาทราบภายว่านายศรัณย์ผูกคอตาย อย่างไรก็ตามเพื่อนของผู้ตายทั้งสองยังคงตกเป็นผู้ต้องสงสัยเพราะอยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้าย   อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ไปทำความเข้าใจกับญาติ ๆ ถึงแนวทางการสืบสวน พร้อมแจ้งผลการชันสูตรพลิกศพและผลตรวจดีเอ็นเอเบื้องต้น ซึ่งญาติยังปักใจเชื่อว่าเป็นการฆาตกรรม ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวานนี้ (14 ธ.ค.) พ.ต.อ.รัชพล เสริมศรัณย์ ผู้กำกับการ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้นำเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าไปตรวจสอบหาคราบเลือดบริเวณต้นไม้ที่พบศพนายศรัณย์อีกครั้ง พร้อมจำลองความเป็นไปได้ว่าผู้ตายสามารถปีนต้นไม้ขึ้นไปผูกคอตายได้เองหรือไม่        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1f5sWbes4mc

 3,742
สังคม-อาชญากรรม
14 ธ.ค. 61

หนุ่มกาฬสินธุ์ถูกแทงท้อง-แขวนคอบนต้นไม้ ญาติเชื่อถูกฆาตกรรมอำพราง ตร.คุม 2 ผู้ต้องสงสัยสอบเครียด เจ้าตัวปัดไม่เกี่ยวข้อง

กรณีพบศพนายศรัณย์ คงมูล อายุ 23 ปี อาชีพก่อสร้าง ถูกมีดทำครัวปลายแหลมแทงเข้าบริเวณหน้าท้องอย่างโหดเหี้ยม แล้วนำศพไปแขวนคอไว้บนต้นจามจุรีหน้าบ้านของผู้ตาย ที่ จ.กาฬสินธุ์ สร้างความสยดสยองให้กับผู้คนละแวกนั้นเป็นอย่างมาก โดยญาติปักใจเชื่อว่าถูกฆาตกรรมอำพราง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันนี้ 11 ธ.ค. ที่ผ่านมา หลังจากที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งเหตุ ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่บ้านของผู้ตาย ภายในซอยสุขสบายใจ หลังวัดประชานิยม เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ พบศพนายศรัณย์ ถูกแขวนไว้บนต้นจามจุรี สูงจากพื้นประมาณ 3 เมตร สภาพศพบริเวณท้องตรงสะดือมีรอยถูกแทงเลือดไหล ส่วนที่ไหปลาร้าพบร่องรอยถูกแทง 5-6 แผล เป็นแผลตื้นไม่ลึกมาก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่เก็บหลักฐาน พบว่าบริเวณใต้ถุนบ้านมีรอยเลือดกระจาย มีแก้วน้ำและกระติกน้ำวางอยู่บนโต๊ะพร้อมเสื้อของผู้ตาย 1 ผืน  นอกจากนี้พบมีดปลายแหลมยาวประมาณ 20 นิ้ว และรอยเลือดหยดเป็นจุด ๆ ไปจนถึงจุดที่พบศพถูกแขวนคอ โดยจุดพบศพห่างจากหน้าบ้าน 15 เมตร บริเวณที่เกิดเหตุมีกระป๋องกาวถูกทิ้งอยู่เป็นจำนวนมาก พร้อมจำลองเหตุการณ์ความเป็นไปได้ในการปืนต้นไม้ขึ้นไปผูกคอ จากการสืบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายและเพื่อนอีก 2 คน นั่งดื่มสุราและดมกาวอยู่ที่ใต้ถุนบ้าน โดยเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำเพื่อนของผู้ตายทั้ง 2 คนแล้ว ให้การว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของนายศรัณย์ แต่ยอมรับว่าไปนั่งดื่มเหล้าและดมกาวกับผู้ตายจริงแต่กลับบ้านก่อน  มารู้ข่าวภายหลังว่าเพื่อนเสียชีวิตแล้ว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ จึงทำการตรวจร่างกาย และตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะลายนิ้วมือแฝงที่มีดปลายแหลม พนักงานสอบสวนสอบปากคำเบื้องต้นก็ยังไม่พบพิรุธ ด้านคดี พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้ประชุมชุดสืบสวนและพนักงานสอบสอบเร่งคลี่คลายคดี เบื้องต้นตั้งปมสาเหตุการตาย 2 ประเด็น คือ ฆ่าตัวตาย เนื่องจากสอบถามญาติทราบว่าผู้ตายเคยเสพยาเสพติด ระยะหลังมาเปลี่ยนมาดมกาว ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการประสาทหลอนและประเด็นถูกฆาตกรรมอำพราง ชนวนเหตุอาจมาจากเรื่องยาเสพติดและชู้สาว ส่วนสาเหตุการตายที่แท้จริงนั้น ต้องรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ คาดอีก 2-3 วัน คดีจะมีความชัดเจน ขณะนี้ยังไม่ตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งทิ้ง โดยวันนี้(14 ธ.ค.) จะเรียกชุดสืบสวนสอบสวนประชุมติดตามความคืบหน้าคดีอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนแกะรอยตั้งแต่สถานที่เกิดเหตุบ้านผู้ตาย ไปจนถึงบ้านของเพื่อนทั้งสองคน รวมถึงเสื้อผ้าก็ยังไม่พบร่องรอยหรือหลักฐานที่เชื่อมโยงบ่งบอกถึงการก่อเหตุฆาตกรรม ส่วนหลักฐานที่ญาติส่งมอบให้ชุดสืบสวนเพิ่มเติม เบื้องต้นสั่งการให้เร่งตรวจสอบ เพื่อคลายข้อสงสัยคดีนี้โดยเร็ว เนื่องจากเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจ สำหรับศพของนายศรัณย์ ญาติได้ตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดประชานิยม บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ซึ่งมีพิธีฌาปณกิจเมื่อเมื่อวานนี้(13 ธ.ค.) โดยทางญาติยังคงปักใจเชื่อว่านายศรัณย์ ถูกฆาตกรรมแล้วนำศพไปแขวนคอไว้บนต้นจามจุรีเพื่ออำพรางคดี ด้านนางวรรณภา สุวรรณชาติ แม่ของผู้ตาย กล่าวว่า ตนและญาติมั่นใจพันเปอร์เซ็นต์ว่าลูกชายถูกฆาตกรรม เนื่องจากสภาพศพนั้นมีแผลถูกแทงเลือดไหล ตั้อข้อสังเกตว่าในที่เกิดเหตุโดยเฉพาะต้นไม้ที่แขวนคอนั้น คนที่บาดเจ็บไม่สามารถปีนขึ้นไป ใช้เชือกผูกคอตายได้ เพราะลำต้นใหญ่สูงกว่า 3 เมตร อีกทั้งตามต้นไม้ก็ไม่มีรอยเลือด อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนสอบสวนอย่างเต็มที่ ให้คลายข้อสงสัย หากผลการชันสูตรศพออกมาว่าฆ่าตัวตายตนก็พร้อมรับดังกล่าว ตนไม่ได้สงสัยใครเพราะไม่เป็นกับตา ส่วนนายละคร คงมูล พ่อของผู้ตาย เชื่อว่าลูกของตนน่าจะถูกฆ่าตาย ลูกผมไม่มีวันทำร้ายตัวเองหรอก สติเขาดีตลอด ตั้งแต่ลูกตายกินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะสงสารลูกไม่คิดว่าจะเกิดเหตุแบบนี้ เลี้ยงมาตั้งแต่เล็กจนโตเห็นสภาพแบบนี้ก็รับไม่ได้ อยากให้เจ้าหน้าที่เร่งหาเบาะแส นายสุเมธี  คงมูล น้องชายของผู้ตาย บอกว่า ตนสงสัยเพื่อน 2 คน ที่มาดื่มเหล้าด้วยในวันเกิดเหตุ แต่ไม่มีหลักฐานอะไรจึงไม่อยากพูด และไม่มีใครพบเห็น ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 ปี ตนเคยมีปัญหาเรื่องทะเลาะวิวาทกับวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งในเมืองกาฬสินธุ์ และนำเรื่องดังกล่าวมาบอกกับพี่ชาย ซึ่งทางกลุ่มวัยรุ่นกับพี่ชายมีการท้าทายและข่มขู่กันว่า หากอยากเจอก็มาหาที่บ้านไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุนี้หรือไม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/W_ZCwSwlI-Q

 1,926
ข่าวภูมิภาค
25 พ.ย. 61

หนุ่มใหญ่หึงโหดบุกยิงอดีตภรรยาดับ ก่อนหนีกบดานในป่า ตร.จับกุมตัวได้สำเร็จ แต่ต่อมาพบผูกคอตายคาเรือนจำ

เกิดเหตุหึงโหด หนุ่มใหญ่ตำบลบัวบาน เป็นชุด ชรบ.อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ก่อเหตุสะเทือนขวัญ ขับรถกระบะบุกเดี่ยวยิงสาวใหญ่อดีตภรรยาเสียชีวิต ภายในบ้านพักเขตอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ก่อนซิ่งรถกระบะหลบหนี   เจ้าหน้าที่ตำรวจกาฬสินธุ์ กว่า 70 นาย ต้องเข้าทำการปิดล้อมบริเวณหนองน้ำสาธารณะวังบัวบาน ตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด ภายหลังสืบทราบว่า คนร้ายที่ก่อเหตุคดียิง นางสุขสม ธารไสว อายุ 48 ปี คือนายทองคำ ภูทัดดอก อายุ 55 ปี เป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านประชาชนป้องกันชุมชน หมู่ที่ 5 ตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ และได้หลบหนีมากบดานที่บริเวณหนองน้ำวังบัวบานพร้อมกับรถกระบะวีโก้สีดำ บย 3057 กาฬสินธุ์ ที่เป็นรถใช้ก่อเหตุ   การปิดล้อมครั้งนี้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ และนายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ นายอำเภอยางตลาด ได้ช่วยกันเกลี้ยกล่อม นายทองคำ ฯ ผู้ต้องหา ที่ยังคงถือปืนลูกซองติดตัวเอาไว้ และเมื่อเจ้าหน้าที่พยายามจะเข้าไปก็ขู่ที่จะฆ่าตัวตาย และจะยิงเจ้าหน้าที่หากเข้ามาจับกุม กระทั่งในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถเข้าจับกุมตัวนายทองคำ ได้สำเร็จ แต่ต่อมาหลังนำตัวไปขัง นายทองคำ ได้ผูกคอตายเสียชีวิตคาเรือนจำ        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/3eGZZRuQNF0

 2,533
ข่าวภูมิภาค
19 พ.ย. 61

รวบเยาวชนวัย 17 ใช้ปืนปลอมจี้ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ อ้างตกงาน ต้องหาเงินใช้ เหตุเมียท้อง 4 เดือน

จับเยาวชนชายอายุ 17 ปี ใช้ปืนปลอมจี้ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ อ้างตกงานต้องการหาเงินใช้จ่ายในครอบครัวเพราะภรรยาตั้งท้องได้ 4 เดือน   วันที่ 19 พ.ย. 61 ที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ พ.ต.อ.รัชพล เสริมศรัณย์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการแถลงข่าวผลการจับกุมเยาวชนชายอายุ 17 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนปลอมจี้ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ    พ.ต.อ.รัชพล เปิดเผยว่า สำหรับพฤติการณ์ของคนร้ายได้ก่อเหตุเมื่อเวลา 04.36 ของวันที่ 24 ต.ค. โดยคนร้ายได้สวมเสื้อกันหนาวแบบมีหมวกคุลมศีรษะ สวมหมวกกันน็อคปิดบังใบหน้าขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่ร้านสะดวกซื้อดังกล่าว แล้วใช้อาวุธปืนออกมาเล็งขู่บังคับให้พนักงานร้านที่อยู่ประจำหน้าเคาน์เตอร์ส่งทรัพย์สินที่เก็บไว้ในเคาน์เตอร์ให้ แต่พนักงานขัดขืนและพยายามวิ่งหนี    เมื่อคนร้ายเห็นว่าไม่สามารถเอาทรัพย์สินไปได้จึงตัดสินใจวิ่งออกไปขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้ทราบว่าคนร้ายเป็นเยาวชนชายไม่ได้ประกอบอาชีพอะไรและมีภรรยากำลังตั้งท้อง 4 เดือน มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ได้หลบหนีไปอยู่ที่บ้านหนองอิเฒ่า ต.หนองอิเฒ่า อ.ยางตลาด เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน เข้าทำการจับกุม   จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพโดยรับว่าสาเหตุที่กระทำผิดครั้งนี้เนื่องจากตกงาน ไม่มีรายได้ ประกอบกับภรรยากำลังตั้งท้องได้ 4 เดือน จึงต้องการหาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมพร้อมยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวนมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป      

 814
ข่าวภูมิภาค
19 พ.ย. 61

จับยกแก๊ง! กลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายหนุ่มช่างไฟปางตาย หลังเขม่นกันในผับ

กาฬสินธุ์-จากกรณีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์ เป็นภาพของชายหนุ่มกำลังวิ่งหนีกลุ่มวัยรุ่นจากสถานบันเทิงชื่อดัง ในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ผ่านมาตรงตลาดเกษตร เนื่องจากถูกกลุ่มวัยรุ่นวิ่งทำร้ายร่างกาย ตามภาพเกือบ 5 นาที มีวัยรุ่นเกือบ 10 คน ที่ขี่จักรยานยนต์และขับรถยนต์ไล่ตามมากระทบ หลังจากนั้นเพื่อนได้พานำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการสาหัสต้องส่งห้องไอซียู   ล่าสุดวานนี้ (18 พ.ย.) เจ้าหน้าที่สามารถจับกลุ่มผู้ก่อเหตุได้แล้ว ทั้งหมด 12 คน ถูกตั้งข้อหาในคดี ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส พร้อมของกลางเศษไม้เก้าอี้ และรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ทั้งหมดเป็นบุคคลที่ปรากฏอยู่ในคลิปกล้องวงจรปิด และรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ แต่อ้างว่าทะเลาะวิวาทกันในผับกับกลุ่มผู้เสียหายก่อน จนมามีเรื่องต่อกันด้านนอก   ขณะที่ที่ตึกศัลยกรรมอุบัติเหตุ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์เจ้าหน้าที่ได้เข้าเยี่ยม นายจักรพงษ์ สมวิลัย หรือแจ๊ค เหยื่อที่รุมทำร้าย โดยพบว่าอาการดีขึ้น แต่แพทย์ให้นอนพักดูอาการ ภายหลังจากที่ทำการเอกซเรย์สมอง โดยตามร่างกายมีรอยฟกช้ำไปทั่ว และที่แขนมือด้านขวาถูกตีแตก เนื่องจากถูกวัยรุ่นที่ก่อเหตุได้ใช้เก้าอี้ตี   นายจักรพงษ์ ผู้บาดเจ็บเล่าว่า ตนเองมีอาชีพทำงานที่โรงสีซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าในเขตอำเภอกมลาไสย และได้พากันมาเที่ยวตามปกติ แต่ก็ปรากฏว่า มีกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ได้เดินเข้ามาชกตนที่หน้า ซึ่งในระหว่างนั้นคนที่ดูแลก็พยายามห้าม   ตนจึงตัดสินใจที่จะหลีกหนี แต่เมื่อออกมาประตูด้านนอกก็พบกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ดักรออยู่ด้านหน้า และตรงเข้ามาทำร้ายตน ซึ่งระหว่างนั้น แต่ละคนก็จะถูกรุมทำร้ายจึงพากันวิ่งหนี แต่ตนเองได้วิ่งหลบข้ามถนนออกมาด้านหน้าตรงตลาดทุ่งนาทอง   แต่เคราะห์ร้ายวัยรุ่นกลุ่มนี้ตามทันจึงได้เข้ามาทำร้ายร่ายกายตน ด้วยการใช้ไม้ เก้าอี้ ตีเข้าที่ศีรษะ ตนจึงใช้มือปิดที่หัวและพยามทำตัวแน่นิ่ง แต่ก็ยังถูกรุมทำร้ายอยู่นาน จนเมื่อพวกนี้กลับออกไปจึงได้โทรศัพท์บอกแม่ และมีพลเมืองดีพาตัวนำส่งโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F8hCbSr3OgQ

 787
แชร์ออฟเดอะเดย์
18 พ.ย. 61

วงจรปิดจับภาพกลุ่มวัยรุ่นนับ 10 รุมกระทืบหนุ่มปางตาย อาการโคม่าอยู่ไอซียู แม่ยันเอาเรื่องถึงที่สุด

นายเชิดชัย เฉิดจินดา อาจารย์ของวิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ นำภาพเหตุการณ์ของคืนวันที่ 17 พ.ย.61 เวลาประมาณ 01.25 น. โพสต์ลงเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นภาพของชายหนุ่มกำลังสิ่งหนีตายอย่างไม่คิดชีวิต จากสถานบันเทิงชื่อดังผ่านมาตรงตลาดเกษตร เนื่องจากถูกกลุ่มวัยรุ่นวิ่งทำร้ายร่างกาย ตามภาพเกือบ 5 นาที มีวัยรุ่นเกือบ 10 คน ที่ขี่จักรยานยนต์และขับรถยนต์ไล่ตามมากระทบ หลังจากนั้นเพื่อนได้พานำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการสาหัสต้องส่งห้องไอซียู   นายเชิดชัย กล่าวว่า ช่วงสายวานนี้ (17 พ.ย.) ได้รับการติดต่อจากผู้ปกครองของนายจักรพงษ์ สมวิลัย ชื่อเล่นแจ๊ค ว่าเด็กคนนี้เป็นอดีตลูกศิษย์ของตน ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายอย่างป่าเถื่อน และในขณะนี้ได้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ด้วยอาการโคม่า ตนจึงได้เข้าไปที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการ ซึ่งแพทย์ระบุว่าคนไข้รายนี้ได้รับเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเมื่อเวลา 02.00 น. ของวันที่ 17 พ.ย. ด้วยอาการถูกทำร้ายร่างการสาหัส ในสภาพเลือดท่วมตัว และแพทย์ทำการเอกซเรย์พบลำตัวช้ำซี่โครงร้าว และมือด้านขวานิ้วแตกละเอียด โดยเฉพาะที่ศีรษะมีอาการสมองบวมเหมือนถูกของแข็งตีมาอย่างหนัก จึงได้ขอเข้าไปติดต่อขอดูกล้องวงจรปิดของเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ตรงตลาดเกษตร สามารถจับได้ภาพความทารุณโหดร้ายของกลุ่มวัยรุ่นที่มีประมาณเกือบ 10 คน ไล่ทุบตีอย่างป่าเถื่อน   โดยพ่อแม่ผู้ปกครองได้เข้าไปแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ไว้แล้ว นางพิศมัย สมวิลัย แม่ของผู้ถูกทำร้าย กล่าวว่า ลูกชายโทรมาบอกว่าถูกทำร้าย จากนั้นก็ได้ยินเสียงเพื่อน ๆ ลูกบอกว่าให้รีบพาส่งโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ตนจึงรีบเดินทางมาหาลูกที่โรงพยาบาลก็ทราบว่าแพทย์ พยาบาล ได้นำตัวบุตรชายเข้าห้องไอซียูด้วยอาการสาหัส และในขณะนี้ก็ดูอาการอยู่ ทั้งนี้ทราบว่าลูกชายได้เข้าไปเที่ยวที่สถานบันเทิงชื่อดัง และเพื่อนลูกบอกว่าเหมือนกับไปมีเรื่องกับนักเที่ยวเจ้าถิ่น จนถูกทำร้ายร่างกายส่วนเกิดจากอะไรยังไม่รู้สาเหตุ แต่ยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด    ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/dEIzoc8HfVw

 7,045

Top