ค้นหา :

ผลการค้นหา "กาฬสินธุ์"

สังคม
26 พ.ย. 62

เด็กๆเพลินใจ เที่ยวสวนไดโนเสาร์ ที่กาฬสินธุ์

สวนไดโนเสาร์ ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งในช่วงนี้เป็นช่วงหน้าหนาว อากาศเย็นสบายทั้งวัน ที่สวนไดโนเสาร์จึงเต็มไปด้วยเด็กน้อย เด็กๆมีความสุขมาก ได้วิ่งเล่น หรือแม้แต่ปีนป่ายไปตามตัวของหุ่นไดโนเสาร์ ที่ขาดไม่ได้คือการโพสท่าถ่ายรูปกับพี่ๆไดโนเสาร์หลายๆตัว      โดยผู้ปกครองต้องพาบุตรหลานมาชมไดโนเสาร์หลากหลายสายพันธุ์ ที่บริเวณสวนไดโนเสาร์ ต.นิคม อ.สหัสขันธุ์ ซึ่งทางจังหวัดกาฬสินธุ์ได้จัดทำสวนไดโนเสาร์แห่งนี้เป็นสวนสาธารณะไว้สำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยจะได้เจอกับฝูงไดโนเสาร์ หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งสายพันธุ์กินพืชและสายพันธุ์กินเนื้อภายในสวนสาธารณะแห่งนี้ กลายเป็นกิจกรรมครอบครัวที่น่ารัก เต็มไปด้วยความสุข ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย 

 558
สังคม
19 พ.ย. 62

งูจงอางยักษ์อยากทำบุญ ติดรถคณะทำบุญ มาเลื้อยโผล่ข้างเจดีย์วัดดังกาฬสินธุ์

กาฬสินธุ์-เจ้าหน้าที่กู้ภัยเต็กก่ากว่า 10 คน ได้ใช้อุปกรณ์สำหรับจับงู ช่วยกันตีวงล้อมจับงูจงอางสีดำ ขนาดใหญ่ตัวเท่าลำแขนผู้ใหญ่ ยาวกว่า 3 เมตร ซึ่งได้เลื้อยเข้าไปหลบในซอกบันไดด้านหลัง ของเจดีย์ศรีมิ่งเมืองกาฬสินธุ์ ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ ภายในวัดประชานิยม   ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เวลากว่า 20 นาที จึงสามารถจับงูจงอางยักษ์ได้ วัดความยาวประมาณ 3.50 เมตร ท่ามกลางความโล่งใจของทุกคน เนื่องจากหวั่นเกรงว่าหากเกิดความผิดพลาด อาจจะถูกงูจงอางฉกได้ เพราะงูชนิดนี้มีพิษร้ายแรงสูงกว่าพิษงูเห่าหลายเท่า ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ที่ถูกงูจงอางฉกเสียชีวิตได้   โดยชาวบ้านระบุว่า งูจงอางตัวดังกล่าวเป็นงูที่แอบขึ้นมากับขบวนรถทำบุญจาก อ.ท่าคันโท ระยะทาง 80 กิโลเมตร ที่แล่นตามกันมา 4 คัน เพื่อนำเครื่องปัจจัยไทยธรรม มาถวายและร่วมกันทำบุญที่วัดประชานิยม ซึ่งหมายเลขทะเบียนคันที่งูจงอางยักษ์แอบขึ้นมาด้วยได้แก่ หมายเลข 8232 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/ii8IQBeVQHo

 13,644
ข่าวภูมิภาค
19 พ.ย. 62

งูจงอางยักษ์อยากทำบุญ ติดรถคณะทำบุญ มาเลื้อยโผล่ข้างเจดีย์วัดดังกาฬสินธุ์

กาฬสินธุ์-เจ้าหน้าที่กู้ภัยเต็กก่ากว่า 10 คน ได้ใช้อุปกรณ์สำหรับจับงู ช่วยกันตีวงล้อมจับงูจงอางสีดำ ขนาดใหญ่ตัวเท่าลำแขนผู้ใหญ่ ยาวกว่า 3 เมตร ซึ่งได้เลื้อยเข้าไปหลบในซอกบันไดด้านหลัง ของเจดีย์ศรีมิ่งเมืองกาฬสินธุ์ ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ ภายในวัดประชานิยม   ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เวลากว่า 20 นาที จึงสามารถจับงูจงอางยักษ์ได้ วัดความยาวประมาณ 3.50 เมตร ท่ามกลางความโล่งใจของทุกคน เนื่องจากหวั่นเกรงว่าหากเกิดความผิดพลาด อาจจะถูกงูจงอางฉกได้ เพราะงูชนิดนี้มีพิษร้ายแรงสูงกว่าพิษงูเห่าหลายเท่า ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ที่ถูกงูจงอางฉกเสียชีวิตได้   โดยชาวบ้านระบุว่า งูจงอางตัวดังกล่าวเป็นงูที่แอบขึ้นมากับขบวนรถทำบุญจาก อ.ท่าคันโท ระยะทาง 80 กิโลเมตร ที่แล่นตามกันมา 4 คัน เพื่อนำเครื่องปัจจัยไทยธรรม มาถวายและร่วมกันทำบุญที่วัดประชานิยม ซึ่งหมายเลขทะเบียนคันที่งูจงอางยักษ์แอบขึ้นมาด้วยได้แก่ หมายเลข 8232 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/ii8IQBeVQHo

 13,644
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ย. 62

ลูกทุ่งสาว 'ใบปอ รัตติยา' ฟอร์จูนเนอร์ชนตกคลอง จยย.คู่กรณีดับ 1

กาฬสินธุ์-เกิดอุบัติเหตุรถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ชนกับรถจักรยานยนต์มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ บนถนนสายบ้านบ่อ-หนองแปน ต.ธัญญา อ.กมลาไสย   ตรวจสอบพบภายในรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ตกลงไปในคลองน้ำข้างทางสภาพพังยับเยิน มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย หนึ่งในนั้นคือ น.ส.รัตติยา พลเสน หรือ ใบปอ รัตติยา นักร้องลูกทุ่งสาว เจ้าของฉายาราชินีรถแห่ และเป็นนักร้องค่ายเพลงไหทองคำ ห่างออกไปมีซากรถจักรยานยนต์ สีดำ พบศพนายบัวลา วิชาชัย อายุ 63 ปี ผู้ขับขี่   สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งมีใบปอ รัตติยา นั่งโดยสารมาพร้อมเพื่อนรวม 3 คน กำลังจะเดินทางแสดงคอนเสิร์ตที่ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีรถจักรยานยนต์ ขับขี่ออกมาจะข้ามถนน แต่ข้ามทางไม่พ้นทำให้รถเบรกไม่ทันเฉี่ยวพุ่งชน ก่อนเสียหลักชนเสาทางม้าลายพลิกคว่ำหลายตลบตกลงไปยังคลองน้ำข้างถนน จากนั้นเจ้าหน้าที่นำศพส่งร.พ. พร้อมสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   ต่อมานายประจักษ์ชัย ไหทองคำ เจ้าของค่ายเพลงไหทองคำ ได้โพสต์เฟซบุ๊กแจ้งข่าวการเกิดอุบัติเหตุของ ใบปอ รัตติยา ซึ่งอาการบาดเจ็บรักษาตัวอยู่ที่ ร.พ.กาฬสินธุ์ พร้อมทั้งกราบขออภัยผู้จัดงานและแฟนคลับใน อ.วานรนิวาส จ.สกลนครที่ไม่สามารถไปแสดงได้ เนื่องจากเหตุสุดวิสัยจริงๆ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/excOMZgmO7s

 20,017
สังคม
07 พ.ย. 62

ลูกทุ่งสาว 'ใบปอ รัตติยา' ฟอร์จูนเนอร์ชนตกคลอง จยย.คู่กรณีดับ 1

กาฬสินธุ์-เกิดอุบัติเหตุรถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ชนกับรถจักรยานยนต์มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ บนถนนสายบ้านบ่อ-หนองแปน ต.ธัญญา อ.กมลาไสย   ตรวจสอบพบภายในรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ตกลงไปในคลองน้ำข้างทางสภาพพังยับเยิน มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย หนึ่งในนั้นคือ น.ส.รัตติยา พลเสน หรือ ใบปอ รัตติยา นักร้องลูกทุ่งสาว เจ้าของฉายาราชินีรถแห่ และเป็นนักร้องค่ายเพลงไหทองคำ ห่างออกไปมีซากรถจักรยานยนต์ สีดำ พบศพนายบัวลา วิชาชัย อายุ 63 ปี ผู้ขับขี่   สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งมีใบปอ รัตติยา นั่งโดยสารมาพร้อมเพื่อนรวม 3 คน กำลังจะเดินทางแสดงคอนเสิร์ตที่ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีรถจักรยานยนต์ ขับขี่ออกมาจะข้ามถนน แต่ข้ามทางไม่พ้นทำให้รถเบรกไม่ทันเฉี่ยวพุ่งชน ก่อนเสียหลักชนเสาทางม้าลายพลิกคว่ำหลายตลบตกลงไปยังคลองน้ำข้างถนน จากนั้นเจ้าหน้าที่นำศพส่งร.พ. พร้อมสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   ต่อมานายประจักษ์ชัย ไหทองคำ เจ้าของค่ายเพลงไหทองคำ ได้โพสต์เฟซบุ๊กแจ้งข่าวการเกิดอุบัติเหตุของ ใบปอ รัตติยา ซึ่งอาการบาดเจ็บรักษาตัวอยู่ที่ ร.พ.กาฬสินธุ์ พร้อมทั้งกราบขออภัยผู้จัดงานและแฟนคลับใน อ.วานรนิวาส จ.สกลนครที่ไม่สามารถไปแสดงได้ เนื่องจากเหตุสุดวิสัยจริงๆ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/excOMZgmO7s

 20,017
ข่าวภูมิภาค
29 ต.ค. 62

โวยหนุ่มข้างบ้านล้อมรั้ว ปล่อยกระแสไฟฟ้าช็อตหญิงวัย 62 เจ็บหนักเสี่ยงเป็นเจ้าหญิงนิทรา

กาฬสินธุ์-ลูกสาวเข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม จากกรณีนางลำไย นาเมืองรักษ์ มารดา อายุ 64 ปี ถูกหนุ่มเพื่อนบ้าน ซึ่งหลังบ้านติดกัน สร้างกำแพงล้อมรั้วลวดหนามแล้วต่อสายไฟ ปล่อยกระแสไฟฟ้าช็อตได้รับบาดเจ็บสาหัส   หลังจากที่มือเผลอไปจับขอบกำแพงและรั้วลวดหนามที่มีการต่อสายไฟฟ้าของเพื่อนบ้านจนทรุดลงกับพื้น นิ้วมือที่ถูกไฟฟ้าช็อตเป็นแผลลึกเกือบขาด ขณะนี้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ มือทั้งสองข้างไม่มีแรง และขาทั้งสองข้างไม่มีความรู้สึก ขยับและเดินไม่ได้ ส่อกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา และอาจจะเป็นผู้ป่วยติดเตียงตลอดชีวิต   หลังเกิดเหตุได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลท่าคันโท และส่งตัวรักษาต่อที่รพ.ศูนย์ขอนแก่น โดยได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ เวลาผ่านมากว่า 16 วันแล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้าในเรื่องคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบ และยังไม่ความชัดเจนในการชดใช้ค่าเสียหาย เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากนางลำไยได้รับบาดเจ็บสาหัส อาการยังไม่ดีขึ้น และส่อกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา   ส่วนทางหนุ่มเจ้าของบ้านที่อยู่ติดกันและยอมรับเป็นคนต่อสายไฟฟ้ามาไว้บนกำแพงรั้ว เพื่อป้องกันแมวเข้าไปขโมยกินไก่และปลาก็ได้ไปเยี่ยมคนเจ็บที่โรงพยาบาล 2-3 ครั้ง และมอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าจะรับผิดชอบกับเรื่องดังกล่าวอย่างไร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการที่ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลนานกว่า 16 วัน ทางญาติจึงต้องเข้ามาร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรม เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม   ขณะที่ตำรวจลงพื้นที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตลอดจนการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง และเก็บหลักฐานแล้ว ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเฉพาะเอกสารใบรับรองแพทย์กับทางญาติ จึงจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ ยืนยันว่าไม่ได้ล่าช้า เพราะทุกอย่างต้องดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอน อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เรียกตัวหนุ่มเจ้าของบ้านที่สร้างกำแพงรั้วมาสอบปากคำเบื้องต้นแล้ว     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/opE_LjtxOZ8  

 5,017
สังคม
29 ต.ค. 62

โวยหนุ่มข้างบ้านล้อมรั้ว ปล่อยกระแสไฟฟ้าช็อตหญิงวัย 62 เจ็บหนักเสี่ยงเป็นเจ้าหญิงนิทรา

กาฬสินธุ์-ลูกสาวเข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม จากกรณีนางลำไย นาเมืองรักษ์ มารดา อายุ 64 ปี ถูกหนุ่มเพื่อนบ้าน ซึ่งหลังบ้านติดกัน สร้างกำแพงล้อมรั้วลวดหนามแล้วต่อสายไฟ ปล่อยกระแสไฟฟ้าช็อตได้รับบาดเจ็บสาหัส   หลังจากที่มือเผลอไปจับขอบกำแพงและรั้วลวดหนามที่มีการต่อสายไฟฟ้าของเพื่อนบ้านจนทรุดลงกับพื้น นิ้วมือที่ถูกไฟฟ้าช็อตเป็นแผลลึกเกือบขาด ขณะนี้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ มือทั้งสองข้างไม่มีแรง และขาทั้งสองข้างไม่มีความรู้สึก ขยับและเดินไม่ได้ ส่อกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา และอาจจะเป็นผู้ป่วยติดเตียงตลอดชีวิต   หลังเกิดเหตุได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลท่าคันโท และส่งตัวรักษาต่อที่รพ.ศูนย์ขอนแก่น โดยได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ เวลาผ่านมากว่า 16 วันแล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้าในเรื่องคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบ และยังไม่ความชัดเจนในการชดใช้ค่าเสียหาย เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากนางลำไยได้รับบาดเจ็บสาหัส อาการยังไม่ดีขึ้น และส่อกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา   ส่วนทางหนุ่มเจ้าของบ้านที่อยู่ติดกันและยอมรับเป็นคนต่อสายไฟฟ้ามาไว้บนกำแพงรั้ว เพื่อป้องกันแมวเข้าไปขโมยกินไก่และปลาก็ได้ไปเยี่ยมคนเจ็บที่โรงพยาบาล 2-3 ครั้ง และมอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าจะรับผิดชอบกับเรื่องดังกล่าวอย่างไร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการที่ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลนานกว่า 16 วัน ทางญาติจึงต้องเข้ามาร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรม เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม   ขณะที่ตำรวจลงพื้นที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตลอดจนการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง และเก็บหลักฐานแล้ว ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเฉพาะเอกสารใบรับรองแพทย์กับทางญาติ จึงจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ ยืนยันว่าไม่ได้ล่าช้า เพราะทุกอย่างต้องดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอน อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เรียกตัวหนุ่มเจ้าของบ้านที่สร้างกำแพงรั้วมาสอบปากคำเบื้องต้นแล้ว     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/opE_LjtxOZ8  

 5,017
ข่าวภูมิภาค
26 ต.ค. 62

แพทย์เตือน ‘อี๊ด โปงลาง’ เปิบพิสดาร แซนด์วิชไส้งูดิบ อันตรายเสี่ยงติดเชื้อโรค

กาฬสินธุ์ - จากกรณีที่ อิ๊ด โปงลางสะออน ได้โชว์เปิบพิศดารกินแซนวิชใส้งูแบบดิบๆ โดยได้โพสต์คลิปการกินแซนวิชใส้งูลงอินสตาแกรม พร้อมบอกว่า วันนี้จะมาทำแซนด์วิชสูตรชาวกาฬสินธุ์ ซึ่ง อี๊ด ได้ใช้ขนมปัง 1 แผ่น ตักเนื้องูสดๆ หั่นเป็นท่อนๆ วางบนแผ่นขนมปัง จากนั้นห่อแล้วกัดกินแบบสดๆ ซึ่งแฟนๆ และหลายคนที่ติดตามต่างเข้ามาคอมเมนต์ถามกันเป็นจำนวนมากถึงเรื่องรสชาติ และบางคนยังบอกอีกว่า ชาวกาฬสินธุ์ไม่ได้กินอาหารแบบนี้ อีกทั้งยังห่วงเรื่องสุขอนามัยอีกด้วย เพราะงูไม่น่าจะกินแบบสดๆ ได้   ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้สื่อข่าวได้เข้าสอบถามสำหรับกรณีดังกล่าวกับนายแพทย์อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ เกี่ยวกับการที่ทางอิ๊ดโปงลางสะออนได้โชว์การกินแซนวิชงูดิบสูตรชาวกาฬสินธุ์   นายแพทย์อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า โรคที่มาจากการกินสัตว์ที่หากินตามธรรมชาติจะมีอยู่หลายประเภท โดยแบ่งเป็นกลุ่มๆ กลุ่มโรคที่เกิดจากพยาธิ มักจะพบในเนื้อสัตว์ประเภทต่างๆ เช่น งู หมูป่า โดยเฉพาะหากรับประทานดิบๆ พยาธิบางชนิดเป็นอันตรายถึงชีวิต กลุ่มเชื้อแบคทีเรียมักจะทำให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย เป็นไข้ไม่ทราบสาเหตุ โรคที่พบ เช่น ซาโมเนล่า ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาประมาณพันราย จะมีความรุนแรงกว่าโรคระบบทางเดินอาหารปกติ กลุ่มโรคที่เกิดจากไวรัสที่เคยพบ เช่น โรคซาร์ส มีรายงานว่าอยู่ใน ชะมด ส่วนมากเชื้อไวรัสจะอยู่ในกระแสเลือดของสัตว์ โรคที่มาจากสัตว์เหล่านี้ บางชนิดมีความรุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิต ส่วนสัตว์ตามท้องนาที่มักรับประทาน ข้อแนะนำคือต้องทำให้สุกดี ไม่ควรกินดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ ความร้อนสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย พยาธิ ได้ ส่วนเครื่องใน เลือด โดยเฉพาะงู ไม่แนะนำให้รับประทานเด็ดขาด เพราะอาจมีเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคทางเดินระบบทางเดินอาหาร หรือโรคที่ร้ายแรงกว่านั้น เพราะไม่ทราบว่าจะมีเชื้อโรคอะไรบ้าง นอกจากนี้ต้องระวังในการชำแหละเพราะอาจจะติดเชื้อได้ต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง   การกินของดิบไม่ได้เป็นที่ยอมรับของกระทรวงสาธารณสุขอยู่แล้ว ยกเว้นอาหารที่ถูกผลิตมาเพื่อการกินดิบเป็นการเฉพาะ อาจะเป็นวัฒนธรมบางประเทศหรือบางประเภทที่เรานิยมทานกันอย่างเช่นปลาดิบ การกินงูดิบ ยิ่งเป็นสัตว์ที่ไม่ได้อยู่ในฟาร์มเป็นสัตว์ที่หากินตามธรรมชาติโอกาสที่จะมีเชื้อโรคนอกเหนือจากโรคทั่วไปที่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษยิ่งมีสูงมากขึ้น เพราะฉะนั้นในความเห็นส่วนตัวไม่แนะนำกินของดิบโดยเฉพาะงูดิบ จริงๆในชีวิตจริงเป็นครั้งแรกที่พบว่ามีการกินงูดิบเพราะตนก็เคยอยู่ที่กาฬสินธุ์และจากการสอบถามผู้คนชาวกาฬสินธุ์ก็ไม่มีใครบอกว่ามีการกินงูดิบ เพราะเท่าที่ทราบส่วนใหญ่หากมีการกินงูก็จะทำให้สุกก่อน   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/3LlayBS-zX8

 28,516
สังคม
26 ต.ค. 62

แพทย์เตือน ‘อี๊ด โปงลาง’ เปิบพิสดาร แซนด์วิชไส้งูดิบ อันตรายเสี่ยงติดเชื้อโรค

กาฬสินธุ์ - จากกรณีที่ อิ๊ด โปงลางสะออน ได้โชว์เปิบพิศดารกินแซนวิชใส้งูแบบดิบๆ โดยได้โพสต์คลิปการกินแซนวิชใส้งูลงอินสตาแกรม พร้อมบอกว่า วันนี้จะมาทำแซนด์วิชสูตรชาวกาฬสินธุ์ ซึ่ง อี๊ด ได้ใช้ขนมปัง 1 แผ่น ตักเนื้องูสดๆ หั่นเป็นท่อนๆ วางบนแผ่นขนมปัง จากนั้นห่อแล้วกัดกินแบบสดๆ ซึ่งแฟนๆ และหลายคนที่ติดตามต่างเข้ามาคอมเมนต์ถามกันเป็นจำนวนมากถึงเรื่องรสชาติ และบางคนยังบอกอีกว่า ชาวกาฬสินธุ์ไม่ได้กินอาหารแบบนี้ อีกทั้งยังห่วงเรื่องสุขอนามัยอีกด้วย เพราะงูไม่น่าจะกินแบบสดๆ ได้   ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้สื่อข่าวได้เข้าสอบถามสำหรับกรณีดังกล่าวกับนายแพทย์อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ เกี่ยวกับการที่ทางอิ๊ดโปงลางสะออนได้โชว์การกินแซนวิชงูดิบสูตรชาวกาฬสินธุ์   นายแพทย์อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า โรคที่มาจากการกินสัตว์ที่หากินตามธรรมชาติจะมีอยู่หลายประเภท โดยแบ่งเป็นกลุ่มๆ กลุ่มโรคที่เกิดจากพยาธิ มักจะพบในเนื้อสัตว์ประเภทต่างๆ เช่น งู หมูป่า โดยเฉพาะหากรับประทานดิบๆ พยาธิบางชนิดเป็นอันตรายถึงชีวิต กลุ่มเชื้อแบคทีเรียมักจะทำให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย เป็นไข้ไม่ทราบสาเหตุ โรคที่พบ เช่น ซาโมเนล่า ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาประมาณพันราย จะมีความรุนแรงกว่าโรคระบบทางเดินอาหารปกติ กลุ่มโรคที่เกิดจากไวรัสที่เคยพบ เช่น โรคซาร์ส มีรายงานว่าอยู่ใน ชะมด ส่วนมากเชื้อไวรัสจะอยู่ในกระแสเลือดของสัตว์ โรคที่มาจากสัตว์เหล่านี้ บางชนิดมีความรุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิต ส่วนสัตว์ตามท้องนาที่มักรับประทาน ข้อแนะนำคือต้องทำให้สุกดี ไม่ควรกินดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ ความร้อนสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย พยาธิ ได้ ส่วนเครื่องใน เลือด โดยเฉพาะงู ไม่แนะนำให้รับประทานเด็ดขาด เพราะอาจมีเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคทางเดินระบบทางเดินอาหาร หรือโรคที่ร้ายแรงกว่านั้น เพราะไม่ทราบว่าจะมีเชื้อโรคอะไรบ้าง นอกจากนี้ต้องระวังในการชำแหละเพราะอาจจะติดเชื้อได้ต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง   การกินของดิบไม่ได้เป็นที่ยอมรับของกระทรวงสาธารณสุขอยู่แล้ว ยกเว้นอาหารที่ถูกผลิตมาเพื่อการกินดิบเป็นการเฉพาะ อาจะเป็นวัฒนธรมบางประเทศหรือบางประเภทที่เรานิยมทานกันอย่างเช่นปลาดิบ การกินงูดิบ ยิ่งเป็นสัตว์ที่ไม่ได้อยู่ในฟาร์มเป็นสัตว์ที่หากินตามธรรมชาติโอกาสที่จะมีเชื้อโรคนอกเหนือจากโรคทั่วไปที่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษยิ่งมีสูงมากขึ้น เพราะฉะนั้นในความเห็นส่วนตัวไม่แนะนำกินของดิบโดยเฉพาะงูดิบ จริงๆในชีวิตจริงเป็นครั้งแรกที่พบว่ามีการกินงูดิบเพราะตนก็เคยอยู่ที่กาฬสินธุ์และจากการสอบถามผู้คนชาวกาฬสินธุ์ก็ไม่มีใครบอกว่ามีการกินงูดิบ เพราะเท่าที่ทราบส่วนใหญ่หากมีการกินงูก็จะทำให้สุกก่อน   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/3LlayBS-zX8

 28,516
ข่าวภูมิภาค
08 ต.ค. 62

แม่ร้องอดีต ผอ.ใช้เด็ก 10 ขวบหิ้วยางมะตอยร้อนซ่อมถนน เกิดกระฉอกลวกแขนหนังหลุด

กาฬสินธุ์-แม่ร้องเรียนลูกชาย วัย 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้รับบาดเจ็บแขนขวาและฝ่ามือด้านซ้ายมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ นิ้วมือหยิกงอ ผิดรูป หลังถูกอดีต ผอ.โรงเรียนใช้งานให้หิ้วถังใส่น้ำต้มยางมะตอยที่ร้อนจัด เพื่อไปเทกลบหลุมบนผิวถนนที่เป็นหลุมบ่อ ภายในบริเวณโรงเรียน ก่อนประสบอุบัติเหตุยางมะตอยกระฉอกลวกแขน ผิวหนัง เนื้อหลุดลอก เป็นบาดแผลฉกรรจ์   โดยแม่บอกว่า ลูกชายถูก ผอ.เรียกใช้งาน จึงไม่กล้าขัดคำสั่งเพราะกลัวถูกด่า จึงยอมทำตามที่ ผอ.บอก ขณะที่ถังใส่ยางมะตอยและที่ตรงที่จับนั้นเป็นพลาสติก พอถูกความร้อนก็เกิดการบีบรัดและหดตัว ลูกชายที่ใช้มือขวาถือถังใส่ยางมะตอยเดินตาม ผอ.ไป จึงรู้สึกร้อนจนทนไม่ไหว มือที่ถือถังยางมะตอยร้อนๆ จึงสั่นกระตุก   ทำให้เนื้อยางมะตอยที่ข้นเหนียวและยังร้อนๆอยู่กระฉอก กระเด็นถูกแขน ตั้งแต่ต้นแขนและราดลงมาถึงข้อมือ จึงตัดสินใจวางถังลงและเอามือซ้ายปัดเนื้อยางมะตอยที่กระฉอกถูกแขนออก มือซ้ายจึงถูกยางมะตอยติดมือได้รับบาดเจ็บซ้ำอีก เด็กร้องไห้ด้วยความแสบร้อน แต่ผอ.กลับตะคอกใส่ว่าทำไมไม่รู้จักระวัง แล้วไล่ให้ไปล้างน้ำ ต่อมามีอาการปวดแสบปวดร้อน จึงได้เรียกให้เพื่อนช่วยแกะยางมะตอยที่ติดแขนออก เนื้อหนังก็หลุดออกมาด้วย   ตนเห็นอาการครั้งแรกแทบช็อค สงสารลูกมาก เพราะบริเวณท่อนแขนขวาเป็นบาดแผลขนาดใหญ่ ผิวหนังหลุดลอกมองเห็นเนื้อสดๆ ที่ชุ่มไปด้วยคราบเลือด ขณะที่ฝ่ามือซ้ายและนิ้วมือทั้ง 5 นิ้วก็บวมเป่ง หงิกงอ เพราะถูกน้ำต้มยางมะตอยลวกเช่นกัน ทั้งนี้ ในวันที่ส่งตัวไปรักษา รพ.กาฬสินธุ์ ผอ.ได้ให้เงินไว้ 1 พันบาท   ในช่วงที่รักษาตัวที่ รพ.กาฬสินธุ์ ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคมถึง วันที่ 6 สิงหาคมเป็นเวลา 14 วัน ผอ.มาเยี่ยมประมาณ 5-6 ครั้ง และได้เอาเงินให้ไว้อีก 1 พันบาท รวมเป็น 2 พันบาท อย่างไรก็ตามในระยะเวลาที่อยู่โรงพยาบาล ลูกชายร้องไห้ทุกวันทุกคืนด้วยเจ็บปวดทรมาน เนื่องจากพิษบาดแผลที่เกิดจากน้ำมะตอยลวก   ทั้งนี้ แม้แต่ออกจากโรงพยาบาลก็ไม่เห็น ผอ.ติดต่อเข้ามาว่าจะรับผิดชอบอะไรหรือไม่ จึงขอความช่วยเหลือจากผู้นำชุมชน ให้ช่วยประสาน ผอ.ด้วย เพราะอาการบาดเจ็บของลูกชายยังมีอยู่ แขนขวาเป็นแผลเป็น และนิ้วมือด้านซ้ายโดยเฉพาะนิ้วก้อยยังหงิกงอ ผิดรูป และอาจจะพิการได้ เพราะเอ็นยึด นอกจากนี้สภาพจิตใจก็ย่ำแย่ กลัวว่าตัวเองจะพิการ หมดอนาคต และหากนิ้วมือพิการจะสอบข้าราชการไม่ได้   ที่ผ่านมาได้ประสาน ผอ.ไกล่เกลี่ย 3 ครั้ง แต่ ผอ.ไม่ยอมรับข้อเสนอ ครั้งสุดท้ายตนตั้งไว้ที่จำนวน 150,000 บาท แต่ ผอ.จะให้แค่ 45,000 บาท ตนเห็นว่ายังน้อยไป เพราะตลอดระยะเวลาที่รักษาตัวน้องนั้นหมดค่าใช้จ่ายและยืมเงินมาจำนวนมาก จึงตกลงกันไม่ได้ ตอนนี้ ผอ.เกษียณอายุราชการไปแล้ว เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา จึงกลัวว่าจะไม่ได้รับเงินเยียวยาอาการบาดเจ็บของน้องต้นหนาว และไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก ผอ.   ด้าน ผอ.กล่าวว่า ในวันที่เกิดเหตุ ทางคณะครู นักเรียน ได้ร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสา โดยมีการซ่อมแซมถนน และปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในโรงเรียน ซึ่งในส่วนของกิจกรรมซ่อมแซมถนนนั้น มีนักเรียนชั้น ป.5-6 ประมาณ 15 คนร่วมทำกิจกรรม โดยที่ตนเองเห็นว่าในกลุ่มนี้ ไม่มีเด็กที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ในกลุ่มนี้แต่อย่างใด และไม่เข้าใจว่าเข้ามาถือถังใส่ยางมะตอยตอนไหน ทั้งนี้ อาจจะดูไม่ทัน เพราะมีเด็กมาร่วมกิจกรรมกันหลายคน   หลังจากเกิดเหตุ ตนก็ได้พาเด็กไปเข้ารับการรักษาที่ รพ.ดอนจาน และหลังจากนำส่งตัวเข้ารักษาต่อที่ รพ.กาฬสินธุ์ ก็ได้เดินทางไปเยี่ยมด้วยความห่วงใย และมอบเงินให้ 2 ครั้ง รวม 2 พันบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรักษาเบื้องต้น ต่อมาได้มีการพูดคุยกับคณะครู และผู้ปกครองเพื่อไกล่เกลี่ยและชดเชย ซึ่งตนก็พร้อมที่จะรับผิดชอบในฐานะเป็นครูและผู้อำนวยการ อีกทั้งยังสงสารเด็ก   โดยตอนแรกทางญาติเรียกค่าชดเชยมา 3 แสนบาท แต่ตนจะยอมจ่าย 4 หมื่นบาท สุดท้ายตกลงกันไม่ได้ ล่าสุดไกล่เกลี่ยกันที่ศูนย์ดำรงธรรม อ.ดอนจาน ทางผู้ปกครองน้องต้นหนาวลดให้ 8 หมื่นบาท แต่ตนพร้อมจ่าย 4 หมื่น 5 พันบาท ก็ตกลงกันไม่ได้อีก ซึ่งตนไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะมีให้แค่นี้ เนื่องจากเกษียณอายุราชการแล้ว ไม่มีรายได้ในส่วนของการประกันอุบัติเหตุในโรงเรียนนั้น ทราบว่าจะมีประกันให้เด็กอีก 7 พันบาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lEgDXhZbf58

 31,808
สังคม
08 ต.ค. 62

แม่ร้องอดีต ผอ.ใช้เด็ก 10 ขวบหิ้วยางมะตอยร้อนซ่อมถนน เกิดกระฉอกลวกแขนหนังหลุด

กาฬสินธุ์-แม่ร้องเรียนลูกชาย วัย 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้รับบาดเจ็บแขนขวาและฝ่ามือด้านซ้ายมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ นิ้วมือหยิกงอ ผิดรูป หลังถูกอดีต ผอ.โรงเรียนใช้งานให้หิ้วถังใส่น้ำต้มยางมะตอยที่ร้อนจัด เพื่อไปเทกลบหลุมบนผิวถนนที่เป็นหลุมบ่อ ภายในบริเวณโรงเรียน ก่อนประสบอุบัติเหตุยางมะตอยกระฉอกลวกแขน ผิวหนัง เนื้อหลุดลอก เป็นบาดแผลฉกรรจ์   โดยแม่บอกว่า ลูกชายถูก ผอ.เรียกใช้งาน จึงไม่กล้าขัดคำสั่งเพราะกลัวถูกด่า จึงยอมทำตามที่ ผอ.บอก ขณะที่ถังใส่ยางมะตอยและที่ตรงที่จับนั้นเป็นพลาสติก พอถูกความร้อนก็เกิดการบีบรัดและหดตัว ลูกชายที่ใช้มือขวาถือถังใส่ยางมะตอยเดินตาม ผอ.ไป จึงรู้สึกร้อนจนทนไม่ไหว มือที่ถือถังยางมะตอยร้อนๆ จึงสั่นกระตุก   ทำให้เนื้อยางมะตอยที่ข้นเหนียวและยังร้อนๆอยู่กระฉอก กระเด็นถูกแขน ตั้งแต่ต้นแขนและราดลงมาถึงข้อมือ จึงตัดสินใจวางถังลงและเอามือซ้ายปัดเนื้อยางมะตอยที่กระฉอกถูกแขนออก มือซ้ายจึงถูกยางมะตอยติดมือได้รับบาดเจ็บซ้ำอีก เด็กร้องไห้ด้วยความแสบร้อน แต่ผอ.กลับตะคอกใส่ว่าทำไมไม่รู้จักระวัง แล้วไล่ให้ไปล้างน้ำ ต่อมามีอาการปวดแสบปวดร้อน จึงได้เรียกให้เพื่อนช่วยแกะยางมะตอยที่ติดแขนออก เนื้อหนังก็หลุดออกมาด้วย   ตนเห็นอาการครั้งแรกแทบช็อค สงสารลูกมาก เพราะบริเวณท่อนแขนขวาเป็นบาดแผลขนาดใหญ่ ผิวหนังหลุดลอกมองเห็นเนื้อสดๆ ที่ชุ่มไปด้วยคราบเลือด ขณะที่ฝ่ามือซ้ายและนิ้วมือทั้ง 5 นิ้วก็บวมเป่ง หงิกงอ เพราะถูกน้ำต้มยางมะตอยลวกเช่นกัน ทั้งนี้ ในวันที่ส่งตัวไปรักษา รพ.กาฬสินธุ์ ผอ.ได้ให้เงินไว้ 1 พันบาท   ในช่วงที่รักษาตัวที่ รพ.กาฬสินธุ์ ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคมถึง วันที่ 6 สิงหาคมเป็นเวลา 14 วัน ผอ.มาเยี่ยมประมาณ 5-6 ครั้ง และได้เอาเงินให้ไว้อีก 1 พันบาท รวมเป็น 2 พันบาท อย่างไรก็ตามในระยะเวลาที่อยู่โรงพยาบาล ลูกชายร้องไห้ทุกวันทุกคืนด้วยเจ็บปวดทรมาน เนื่องจากพิษบาดแผลที่เกิดจากน้ำมะตอยลวก   ทั้งนี้ แม้แต่ออกจากโรงพยาบาลก็ไม่เห็น ผอ.ติดต่อเข้ามาว่าจะรับผิดชอบอะไรหรือไม่ จึงขอความช่วยเหลือจากผู้นำชุมชน ให้ช่วยประสาน ผอ.ด้วย เพราะอาการบาดเจ็บของลูกชายยังมีอยู่ แขนขวาเป็นแผลเป็น และนิ้วมือด้านซ้ายโดยเฉพาะนิ้วก้อยยังหงิกงอ ผิดรูป และอาจจะพิการได้ เพราะเอ็นยึด นอกจากนี้สภาพจิตใจก็ย่ำแย่ กลัวว่าตัวเองจะพิการ หมดอนาคต และหากนิ้วมือพิการจะสอบข้าราชการไม่ได้   ที่ผ่านมาได้ประสาน ผอ.ไกล่เกลี่ย 3 ครั้ง แต่ ผอ.ไม่ยอมรับข้อเสนอ ครั้งสุดท้ายตนตั้งไว้ที่จำนวน 150,000 บาท แต่ ผอ.จะให้แค่ 45,000 บาท ตนเห็นว่ายังน้อยไป เพราะตลอดระยะเวลาที่รักษาตัวน้องนั้นหมดค่าใช้จ่ายและยืมเงินมาจำนวนมาก จึงตกลงกันไม่ได้ ตอนนี้ ผอ.เกษียณอายุราชการไปแล้ว เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา จึงกลัวว่าจะไม่ได้รับเงินเยียวยาอาการบาดเจ็บของน้องต้นหนาว และไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก ผอ.   ด้าน ผอ.กล่าวว่า ในวันที่เกิดเหตุ ทางคณะครู นักเรียน ได้ร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสา โดยมีการซ่อมแซมถนน และปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในโรงเรียน ซึ่งในส่วนของกิจกรรมซ่อมแซมถนนนั้น มีนักเรียนชั้น ป.5-6 ประมาณ 15 คนร่วมทำกิจกรรม โดยที่ตนเองเห็นว่าในกลุ่มนี้ ไม่มีเด็กที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ในกลุ่มนี้แต่อย่างใด และไม่เข้าใจว่าเข้ามาถือถังใส่ยางมะตอยตอนไหน ทั้งนี้ อาจจะดูไม่ทัน เพราะมีเด็กมาร่วมกิจกรรมกันหลายคน   หลังจากเกิดเหตุ ตนก็ได้พาเด็กไปเข้ารับการรักษาที่ รพ.ดอนจาน และหลังจากนำส่งตัวเข้ารักษาต่อที่ รพ.กาฬสินธุ์ ก็ได้เดินทางไปเยี่ยมด้วยความห่วงใย และมอบเงินให้ 2 ครั้ง รวม 2 พันบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรักษาเบื้องต้น ต่อมาได้มีการพูดคุยกับคณะครู และผู้ปกครองเพื่อไกล่เกลี่ยและชดเชย ซึ่งตนก็พร้อมที่จะรับผิดชอบในฐานะเป็นครูและผู้อำนวยการ อีกทั้งยังสงสารเด็ก   โดยตอนแรกทางญาติเรียกค่าชดเชยมา 3 แสนบาท แต่ตนจะยอมจ่าย 4 หมื่นบาท สุดท้ายตกลงกันไม่ได้ ล่าสุดไกล่เกลี่ยกันที่ศูนย์ดำรงธรรม อ.ดอนจาน ทางผู้ปกครองน้องต้นหนาวลดให้ 8 หมื่นบาท แต่ตนพร้อมจ่าย 4 หมื่น 5 พันบาท ก็ตกลงกันไม่ได้อีก ซึ่งตนไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะมีให้แค่นี้ เนื่องจากเกษียณอายุราชการแล้ว ไม่มีรายได้ในส่วนของการประกันอุบัติเหตุในโรงเรียนนั้น ทราบว่าจะมีประกันให้เด็กอีก 7 พันบาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lEgDXhZbf58

 31,808
แชร์ออฟเดอะเดย์
04 ต.ค. 62

ทำบุญได้บาป? หนุ่มโพสต์นกกระจอกถูกจับใส่ถุงร้อน เจาะรูขายพวงละร้อย ให้คนซื้อปล่อยทำบุญ

กาฬสินธุ์-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Tul Pewthongngam ได้โพสต์รูปภาพนกกระจอกที่ถูกจับในถุงร้อนมัดไว้ แล้วเจาะรู เพื่อรอจำหน่ายให้กับลูกค้าที่ต้องการซื้อไปปล่อยทำบุญ เหตุเกิดที่ตลาดเช้ากาฬสินธุ์   ต่อมาผู้โพสต์ให้สัมภาษณ์ว่าได้ไปเดินตลาดเช้ากาฬสินธุ์ แล้วไปเจอคนขายนกกระจอกเป็นคุณยาย พบว่านกกระจอกได้อยู่ใส่ถุงพลาสติกถุงละ 1 ตัว ทำเป็นพวงพวงละ 4 ตัว ซึ่งตนก็แปลกใจเพราะปกติตนจะเห็นเขาจับกระจอกใส่กรงไว้รอคนซื้อไปปล่อย แต่ตนเห็นว่านกกระจอกอยู่ในถุงรัดยางไว้   ทีแรกคิดว่าจะขายเพื่อนำไปทำเป็นอาหารหรือเปล่า ตนก็เลยถามว่าเอาไปทำอะไร คนขายเลยบอกว่าเอาไว้รอคนมาซื้อไปปล่อย แต่คนขายกลับบอกว่าปกติก็ทำแบบนี้โดยจะมีคนจับมาให้ตนขาย ขายพวงละ 100 บาทซึ่งตอนนั้นตนเห็นมีอยู่ 2 พวงคือ 8 ตัว ตนจึงขอซื้อ 100 บาท แต่คุณยายบอกว่ารับมาก็พวงละ 90 บาทแล้ว ซึ่งตนมองว่าที่ขอซื้อไม่ใช่เพราะเป็นการส่งเสริม แต่รู้สึกสงสารนกที่อยู่ในถุง   จากนั้นตนก็ได้เลยโพสต์ลงและมีผู้คนมาวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก จากนั้นตนก็ได้กลับไปหาคุณยายอีกรอบเพราะกลัวว่าจะมีคนไปแจ้งเจ้าหน้าที่มาจับคุณยาย ก็พบว่าบนโต๊ะยังพบนกอยู่ในถุงเท่าเดิมแต่ยังมีนกอยู่ใต้โต๊ะอีก ตนจึงขอเหมานกที่มีทั้งหมดเพื่อที่จะปล่อย และบอกคุณยายอย่านำนกใส่ถุงมาขายแบบนี้เพราะถือเป็นการทรมานสัตว์ โดยคุณยายก็บอกว่าไม่อยากเอามาขายแต่มีคนจับมาให้ขาย ซึ่งตนอยากให้ลองมองหลายๆ มุม ซึ่งจะมีมุมการทรมานสัตว์ หรือคนที่ไม่มีรายได้ที่จะมาจุนเจือครอบครัวต้องหาทางดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด จึงอยากให้มองหลายๆ ทาง   ด้านนายสัตวแพทย์เกษตร สุเดชะ นายกสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการจับนกมาใส่ถุงแกงร้อนเพื่อจำหน่ายให้คนนำไปปล่อยว่า วิธีการดังกล่าวพบเห็นได้ทั่วไปในลาวที่จับนกมาใส่ถุงขาย แต่ที่ประเทศเพื่อนบ้านนั้นขายให้คนนำไปบริโภค   อย่างไรก็ตาม นกที่ถูกจับมาขายไม่ว่าจะใส่ถุงแกงร้อนหรือถูกขังกรงก็ตายในที่สุด เนื่องจากนกนั้นขับถ่ายถี่มากถึงชั่วโมงละ 4 ครั้ง ทำให้นกที่ถูกขังถึงเกิดภาวะขาดน้ำและภาวะไตวายในที่สุด โดยนำจะไม่ตายทันทีแต่จะตายในภายหลัง   นอกจากนี้ นกเกือบทุกชนิดในประเทศไทยนั้นจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งผู้กระทำผิดมีโทษจำคุก 10 ปี หรือปรับ 100,000 บาท ดังนั้นหากใครมีภาพถ่ายหรือหลักฐานที่ชัดเจนสามารถแจ้งจับได้ทันที โดยแนะนำ 2 ช่องทาง คือ เฟซบุ๊กชุดปฏิบัติการพิเศษเหยี่ยวดง และสายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 1362 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Oac0I7dHfII

 4,738
ข่าวโซเชียล
04 ต.ค. 62

ทำบุญได้บาป? หนุ่มโพสต์นกกระจอกถูกจับใส่ถุงร้อน เจาะรูขายพวงละร้อย ให้คนซื้อปล่อยทำบุญ

กาฬสินธุ์-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Tul Pewthongngam ได้โพสต์รูปภาพนกกระจอกที่ถูกจับในถุงร้อนมัดไว้ แล้วเจาะรู เพื่อรอจำหน่ายให้กับลูกค้าที่ต้องการซื้อไปปล่อยทำบุญ เหตุเกิดที่ตลาดเช้ากาฬสินธุ์   ต่อมาผู้โพสต์ให้สัมภาษณ์ว่าได้ไปเดินตลาดเช้ากาฬสินธุ์ แล้วไปเจอคนขายนกกระจอกเป็นคุณยาย พบว่านกกระจอกได้อยู่ใส่ถุงพลาสติกถุงละ 1 ตัว ทำเป็นพวงพวงละ 4 ตัว ซึ่งตนก็แปลกใจเพราะปกติตนจะเห็นเขาจับกระจอกใส่กรงไว้รอคนซื้อไปปล่อย แต่ตนเห็นว่านกกระจอกอยู่ในถุงรัดยางไว้   ทีแรกคิดว่าจะขายเพื่อนำไปทำเป็นอาหารหรือเปล่า ตนก็เลยถามว่าเอาไปทำอะไร คนขายเลยบอกว่าเอาไว้รอคนมาซื้อไปปล่อย แต่คนขายกลับบอกว่าปกติก็ทำแบบนี้โดยจะมีคนจับมาให้ตนขาย ขายพวงละ 100 บาทซึ่งตอนนั้นตนเห็นมีอยู่ 2 พวงคือ 8 ตัว ตนจึงขอซื้อ 100 บาท แต่คุณยายบอกว่ารับมาก็พวงละ 90 บาทแล้ว ซึ่งตนมองว่าที่ขอซื้อไม่ใช่เพราะเป็นการส่งเสริม แต่รู้สึกสงสารนกที่อยู่ในถุง   จากนั้นตนก็ได้เลยโพสต์ลงและมีผู้คนมาวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก จากนั้นตนก็ได้กลับไปหาคุณยายอีกรอบเพราะกลัวว่าจะมีคนไปแจ้งเจ้าหน้าที่มาจับคุณยาย ก็พบว่าบนโต๊ะยังพบนกอยู่ในถุงเท่าเดิมแต่ยังมีนกอยู่ใต้โต๊ะอีก ตนจึงขอเหมานกที่มีทั้งหมดเพื่อที่จะปล่อย และบอกคุณยายอย่านำนกใส่ถุงมาขายแบบนี้เพราะถือเป็นการทรมานสัตว์ โดยคุณยายก็บอกว่าไม่อยากเอามาขายแต่มีคนจับมาให้ขาย ซึ่งตนอยากให้ลองมองหลายๆ มุม ซึ่งจะมีมุมการทรมานสัตว์ หรือคนที่ไม่มีรายได้ที่จะมาจุนเจือครอบครัวต้องหาทางดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด จึงอยากให้มองหลายๆ ทาง   ด้านนายสัตวแพทย์เกษตร สุเดชะ นายกสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการจับนกมาใส่ถุงแกงร้อนเพื่อจำหน่ายให้คนนำไปปล่อยว่า วิธีการดังกล่าวพบเห็นได้ทั่วไปในลาวที่จับนกมาใส่ถุงขาย แต่ที่ประเทศเพื่อนบ้านนั้นขายให้คนนำไปบริโภค   อย่างไรก็ตาม นกที่ถูกจับมาขายไม่ว่าจะใส่ถุงแกงร้อนหรือถูกขังกรงก็ตายในที่สุด เนื่องจากนกนั้นขับถ่ายถี่มากถึงชั่วโมงละ 4 ครั้ง ทำให้นกที่ถูกขังถึงเกิดภาวะขาดน้ำและภาวะไตวายในที่สุด โดยนำจะไม่ตายทันทีแต่จะตายในภายหลัง   นอกจากนี้ นกเกือบทุกชนิดในประเทศไทยนั้นจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งผู้กระทำผิดมีโทษจำคุก 10 ปี หรือปรับ 100,000 บาท ดังนั้นหากใครมีภาพถ่ายหรือหลักฐานที่ชัดเจนสามารถแจ้งจับได้ทันที โดยแนะนำ 2 ช่องทาง คือ เฟซบุ๊กชุดปฏิบัติการพิเศษเหยี่ยวดง และสายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 1362 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Oac0I7dHfII

 4,738
ข่าวภูมิภาค
03 ต.ค. 62

เหนือ-อีสาน เริ่มหนาว! ดอยอินทนนท์ 7 องศา นทท.แห่สัมผัสอากาศเย็นคึกคัก

สภาพอากาศหลายพื้นที่ทางตอนบนของประเทศ ในภาคเหนือและอีสานเริ่มเย็นลง อาทิ ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ เริ่มหนาวเย็นมาต่อเนื่องจากปลายเดือนกันยายนมาต้นเดือนตุลาคม เช้าวันที่ 2 ต.ค. 2562 ยอดดอยอินทนนท์วัดได้ 7 องศาเซลเซียส ส่วนจุดชมวิวกิ่วแม่ปานวัดได้ 10 องศาเซลเซียส ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมความสวยงามของธรรมชาติบนดอยอินทนนท์กันมากขึ้น   ที่กาฬสินธุ์ พบว่าอากาศยังคงหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่อยู่ติดเทือกเขาภูพาน ในอำเภอเขาวง ในช่วงกลางดึกจนถึงช่วงเช้าอากาศจะหนาวเย็นลง มีหมอกหนาปกคลุมทุกพื้นที่ สร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ โดยชาวบ้านต้องห่มผ้าหนาๆเวลาเข้านอนและสวมเสื้อกันหนาวสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายในช่วงสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CGx1OC4Yp78

 12,912
สังคม
03 ต.ค. 62

เหนือ-อีสาน เริ่มหนาว! ดอยอินทนนท์ 7 องศา นทท.แห่สัมผัสอากาศเย็นคึกคัก

สภาพอากาศหลายพื้นที่ทางตอนบนของประเทศ ในภาคเหนือและอีสานเริ่มเย็นลง อาทิ ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ เริ่มหนาวเย็นมาต่อเนื่องจากปลายเดือนกันยายนมาต้นเดือนตุลาคม เช้าวันที่ 2 ต.ค. 2562 ยอดดอยอินทนนท์วัดได้ 7 องศาเซลเซียส ส่วนจุดชมวิวกิ่วแม่ปานวัดได้ 10 องศาเซลเซียส ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมความสวยงามของธรรมชาติบนดอยอินทนนท์กันมากขึ้น   ที่กาฬสินธุ์ พบว่าอากาศยังคงหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่อยู่ติดเทือกเขาภูพาน ในอำเภอเขาวง ในช่วงกลางดึกจนถึงช่วงเช้าอากาศจะหนาวเย็นลง มีหมอกหนาปกคลุมทุกพื้นที่ สร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ โดยชาวบ้านต้องห่มผ้าหนาๆเวลาเข้านอนและสวมเสื้อกันหนาวสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายในช่วงสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CGx1OC4Yp78

 12,912

Top