ค้นหา :

ผลการค้นหา "กาฬสินธุ์"

สังคม-อาชญากรรม
14 ธ.ค. 61

หนุ่มกาฬสินธุ์ถูกแทงท้อง-แขวนคอบนต้นไม้ ญาติเชื่อถูกฆาตกรรมอำพราง ตร.คุม 2 ผู้ต้องสงสัยสอบเครียด เจ้าตัวปัดไม่เกี่ยวข้อง

กรณีพบศพนายศรัณย์ คงมูล อายุ 23 ปี อาชีพก่อสร้าง ถูกมีดทำครัวปลายแหลมแทงเข้าบริเวณหน้าท้องอย่างโหดเหี้ยม แล้วนำศพไปแขวนคอไว้บนต้นจามจุรีหน้าบ้านของผู้ตาย ที่ จ.กาฬสินธุ์ สร้างความสยดสยองให้กับผู้คนละแวกนั้นเป็นอย่างมาก โดยญาติปักใจเชื่อว่าถูกฆาตกรรมอำพราง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันนี้ 11 ธ.ค. ที่ผ่านมา หลังจากที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งเหตุ ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่บ้านของผู้ตาย ภายในซอยสุขสบายใจ หลังวัดประชานิยม เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ พบศพนายศรัณย์ ถูกแขวนไว้บนต้นจามจุรี สูงจากพื้นประมาณ 3 เมตร สภาพศพบริเวณท้องตรงสะดือมีรอยถูกแทงเลือดไหล ส่วนที่ไหปลาร้าพบร่องรอยถูกแทง 5-6 แผล เป็นแผลตื้นไม่ลึกมาก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่เก็บหลักฐาน พบว่าบริเวณใต้ถุนบ้านมีรอยเลือดกระจาย มีแก้วน้ำและกระติกน้ำวางอยู่บนโต๊ะพร้อมเสื้อของผู้ตาย 1 ผืน  นอกจากนี้พบมีดปลายแหลมยาวประมาณ 20 นิ้ว และรอยเลือดหยดเป็นจุด ๆ ไปจนถึงจุดที่พบศพถูกแขวนคอ โดยจุดพบศพห่างจากหน้าบ้าน 15 เมตร บริเวณที่เกิดเหตุมีกระป๋องกาวถูกทิ้งอยู่เป็นจำนวนมาก พร้อมจำลองเหตุการณ์ความเป็นไปได้ในการปืนต้นไม้ขึ้นไปผูกคอ จากการสืบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายและเพื่อนอีก 2 คน นั่งดื่มสุราและดมกาวอยู่ที่ใต้ถุนบ้าน โดยเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำเพื่อนของผู้ตายทั้ง 2 คนแล้ว ให้การว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของนายศรัณย์ แต่ยอมรับว่าไปนั่งดื่มเหล้าและดมกาวกับผู้ตายจริงแต่กลับบ้านก่อน  มารู้ข่าวภายหลังว่าเพื่อนเสียชีวิตแล้ว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ จึงทำการตรวจร่างกาย และตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะลายนิ้วมือแฝงที่มีดปลายแหลม พนักงานสอบสวนสอบปากคำเบื้องต้นก็ยังไม่พบพิรุธ ด้านคดี พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้ประชุมชุดสืบสวนและพนักงานสอบสอบเร่งคลี่คลายคดี เบื้องต้นตั้งปมสาเหตุการตาย 2 ประเด็น คือ ฆ่าตัวตาย เนื่องจากสอบถามญาติทราบว่าผู้ตายเคยเสพยาเสพติด ระยะหลังมาเปลี่ยนมาดมกาว ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการประสาทหลอนและประเด็นถูกฆาตกรรมอำพราง ชนวนเหตุอาจมาจากเรื่องยาเสพติดและชู้สาว ส่วนสาเหตุการตายที่แท้จริงนั้น ต้องรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ คาดอีก 2-3 วัน คดีจะมีความชัดเจน ขณะนี้ยังไม่ตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งทิ้ง โดยวันนี้(14 ธ.ค.) จะเรียกชุดสืบสวนสอบสวนประชุมติดตามความคืบหน้าคดีอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนแกะรอยตั้งแต่สถานที่เกิดเหตุบ้านผู้ตาย ไปจนถึงบ้านของเพื่อนทั้งสองคน รวมถึงเสื้อผ้าก็ยังไม่พบร่องรอยหรือหลักฐานที่เชื่อมโยงบ่งบอกถึงการก่อเหตุฆาตกรรม ส่วนหลักฐานที่ญาติส่งมอบให้ชุดสืบสวนเพิ่มเติม เบื้องต้นสั่งการให้เร่งตรวจสอบ เพื่อคลายข้อสงสัยคดีนี้โดยเร็ว เนื่องจากเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจ สำหรับศพของนายศรัณย์ ญาติได้ตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดประชานิยม บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ซึ่งมีพิธีฌาปณกิจเมื่อเมื่อวานนี้(13 ธ.ค.) โดยทางญาติยังคงปักใจเชื่อว่านายศรัณย์ ถูกฆาตกรรมแล้วนำศพไปแขวนคอไว้บนต้นจามจุรีเพื่ออำพรางคดี ด้านนางวรรณภา สุวรรณชาติ แม่ของผู้ตาย กล่าวว่า ตนและญาติมั่นใจพันเปอร์เซ็นต์ว่าลูกชายถูกฆาตกรรม เนื่องจากสภาพศพนั้นมีแผลถูกแทงเลือดไหล ตั้อข้อสังเกตว่าในที่เกิดเหตุโดยเฉพาะต้นไม้ที่แขวนคอนั้น คนที่บาดเจ็บไม่สามารถปีนขึ้นไป ใช้เชือกผูกคอตายได้ เพราะลำต้นใหญ่สูงกว่า 3 เมตร อีกทั้งตามต้นไม้ก็ไม่มีรอยเลือด อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนสอบสวนอย่างเต็มที่ ให้คลายข้อสงสัย หากผลการชันสูตรศพออกมาว่าฆ่าตัวตายตนก็พร้อมรับดังกล่าว ตนไม่ได้สงสัยใครเพราะไม่เป็นกับตา ส่วนนายละคร คงมูล พ่อของผู้ตาย เชื่อว่าลูกของตนน่าจะถูกฆ่าตาย ลูกผมไม่มีวันทำร้ายตัวเองหรอก สติเขาดีตลอด ตั้งแต่ลูกตายกินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะสงสารลูกไม่คิดว่าจะเกิดเหตุแบบนี้ เลี้ยงมาตั้งแต่เล็กจนโตเห็นสภาพแบบนี้ก็รับไม่ได้ อยากให้เจ้าหน้าที่เร่งหาเบาะแส นายสุเมธี  คงมูล น้องชายของผู้ตาย บอกว่า ตนสงสัยเพื่อน 2 คน ที่มาดื่มเหล้าด้วยในวันเกิดเหตุ แต่ไม่มีหลักฐานอะไรจึงไม่อยากพูด และไม่มีใครพบเห็น ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 ปี ตนเคยมีปัญหาเรื่องทะเลาะวิวาทกับวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งในเมืองกาฬสินธุ์ และนำเรื่องดังกล่าวมาบอกกับพี่ชาย ซึ่งทางกลุ่มวัยรุ่นกับพี่ชายมีการท้าทายและข่มขู่กันว่า หากอยากเจอก็มาหาที่บ้านไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุนี้หรือไม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/W_ZCwSwlI-Q

 944
ข่าวภูมิภาค
25 พ.ย. 61

หนุ่มใหญ่หึงโหดบุกยิงอดีตภรรยาดับ ก่อนหนีกบดานในป่า ตร.จับกุมตัวได้สำเร็จ แต่ต่อมาพบผูกคอตายคาเรือนจำ

เกิดเหตุหึงโหด หนุ่มใหญ่ตำบลบัวบาน เป็นชุด ชรบ.อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ก่อเหตุสะเทือนขวัญ ขับรถกระบะบุกเดี่ยวยิงสาวใหญ่อดีตภรรยาเสียชีวิต ภายในบ้านพักเขตอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ก่อนซิ่งรถกระบะหลบหนี   เจ้าหน้าที่ตำรวจกาฬสินธุ์ กว่า 70 นาย ต้องเข้าทำการปิดล้อมบริเวณหนองน้ำสาธารณะวังบัวบาน ตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด ภายหลังสืบทราบว่า คนร้ายที่ก่อเหตุคดียิง นางสุขสม ธารไสว อายุ 48 ปี คือนายทองคำ ภูทัดดอก อายุ 55 ปี เป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านประชาชนป้องกันชุมชน หมู่ที่ 5 ตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ และได้หลบหนีมากบดานที่บริเวณหนองน้ำวังบัวบานพร้อมกับรถกระบะวีโก้สีดำ บย 3057 กาฬสินธุ์ ที่เป็นรถใช้ก่อเหตุ   การปิดล้อมครั้งนี้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ และนายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ นายอำเภอยางตลาด ได้ช่วยกันเกลี้ยกล่อม นายทองคำ ฯ ผู้ต้องหา ที่ยังคงถือปืนลูกซองติดตัวเอาไว้ และเมื่อเจ้าหน้าที่พยายามจะเข้าไปก็ขู่ที่จะฆ่าตัวตาย และจะยิงเจ้าหน้าที่หากเข้ามาจับกุม กระทั่งในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถเข้าจับกุมตัวนายทองคำ ได้สำเร็จ แต่ต่อมาหลังนำตัวไปขัง นายทองคำ ได้ผูกคอตายเสียชีวิตคาเรือนจำ        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/3eGZZRuQNF0

 2,435
ข่าวภูมิภาค
19 พ.ย. 61

รวบเยาวชนวัย 17 ใช้ปืนปลอมจี้ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ อ้างตกงาน ต้องหาเงินใช้ เหตุเมียท้อง 4 เดือน

จับเยาวชนชายอายุ 17 ปี ใช้ปืนปลอมจี้ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ อ้างตกงานต้องการหาเงินใช้จ่ายในครอบครัวเพราะภรรยาตั้งท้องได้ 4 เดือน   วันที่ 19 พ.ย. 61 ที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ พ.ต.อ.รัชพล เสริมศรัณย์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการแถลงข่าวผลการจับกุมเยาวชนชายอายุ 17 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนปลอมจี้ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ    พ.ต.อ.รัชพล เปิดเผยว่า สำหรับพฤติการณ์ของคนร้ายได้ก่อเหตุเมื่อเวลา 04.36 ของวันที่ 24 ต.ค. โดยคนร้ายได้สวมเสื้อกันหนาวแบบมีหมวกคุลมศีรษะ สวมหมวกกันน็อคปิดบังใบหน้าขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่ร้านสะดวกซื้อดังกล่าว แล้วใช้อาวุธปืนออกมาเล็งขู่บังคับให้พนักงานร้านที่อยู่ประจำหน้าเคาน์เตอร์ส่งทรัพย์สินที่เก็บไว้ในเคาน์เตอร์ให้ แต่พนักงานขัดขืนและพยายามวิ่งหนี    เมื่อคนร้ายเห็นว่าไม่สามารถเอาทรัพย์สินไปได้จึงตัดสินใจวิ่งออกไปขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้ทราบว่าคนร้ายเป็นเยาวชนชายไม่ได้ประกอบอาชีพอะไรและมีภรรยากำลังตั้งท้อง 4 เดือน มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ได้หลบหนีไปอยู่ที่บ้านหนองอิเฒ่า ต.หนองอิเฒ่า อ.ยางตลาด เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน เข้าทำการจับกุม   จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพโดยรับว่าสาเหตุที่กระทำผิดครั้งนี้เนื่องจากตกงาน ไม่มีรายได้ ประกอบกับภรรยากำลังตั้งท้องได้ 4 เดือน จึงต้องการหาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมพร้อมยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวนมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป      

 606
ข่าวภูมิภาค
19 พ.ย. 61

จับยกแก๊ง! กลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายหนุ่มช่างไฟปางตาย หลังเขม่นกันในผับ

กาฬสินธุ์-จากกรณีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์ เป็นภาพของชายหนุ่มกำลังวิ่งหนีกลุ่มวัยรุ่นจากสถานบันเทิงชื่อดัง ในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ผ่านมาตรงตลาดเกษตร เนื่องจากถูกกลุ่มวัยรุ่นวิ่งทำร้ายร่างกาย ตามภาพเกือบ 5 นาที มีวัยรุ่นเกือบ 10 คน ที่ขี่จักรยานยนต์และขับรถยนต์ไล่ตามมากระทบ หลังจากนั้นเพื่อนได้พานำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการสาหัสต้องส่งห้องไอซียู   ล่าสุดวานนี้ (18 พ.ย.) เจ้าหน้าที่สามารถจับกลุ่มผู้ก่อเหตุได้แล้ว ทั้งหมด 12 คน ถูกตั้งข้อหาในคดี ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส พร้อมของกลางเศษไม้เก้าอี้ และรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ทั้งหมดเป็นบุคคลที่ปรากฏอยู่ในคลิปกล้องวงจรปิด และรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ แต่อ้างว่าทะเลาะวิวาทกันในผับกับกลุ่มผู้เสียหายก่อน จนมามีเรื่องต่อกันด้านนอก   ขณะที่ที่ตึกศัลยกรรมอุบัติเหตุ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์เจ้าหน้าที่ได้เข้าเยี่ยม นายจักรพงษ์ สมวิลัย หรือแจ๊ค เหยื่อที่รุมทำร้าย โดยพบว่าอาการดีขึ้น แต่แพทย์ให้นอนพักดูอาการ ภายหลังจากที่ทำการเอกซเรย์สมอง โดยตามร่างกายมีรอยฟกช้ำไปทั่ว และที่แขนมือด้านขวาถูกตีแตก เนื่องจากถูกวัยรุ่นที่ก่อเหตุได้ใช้เก้าอี้ตี   นายจักรพงษ์ ผู้บาดเจ็บเล่าว่า ตนเองมีอาชีพทำงานที่โรงสีซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าในเขตอำเภอกมลาไสย และได้พากันมาเที่ยวตามปกติ แต่ก็ปรากฏว่า มีกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ได้เดินเข้ามาชกตนที่หน้า ซึ่งในระหว่างนั้นคนที่ดูแลก็พยายามห้าม   ตนจึงตัดสินใจที่จะหลีกหนี แต่เมื่อออกมาประตูด้านนอกก็พบกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ดักรออยู่ด้านหน้า และตรงเข้ามาทำร้ายตน ซึ่งระหว่างนั้น แต่ละคนก็จะถูกรุมทำร้ายจึงพากันวิ่งหนี แต่ตนเองได้วิ่งหลบข้ามถนนออกมาด้านหน้าตรงตลาดทุ่งนาทอง   แต่เคราะห์ร้ายวัยรุ่นกลุ่มนี้ตามทันจึงได้เข้ามาทำร้ายร่ายกายตน ด้วยการใช้ไม้ เก้าอี้ ตีเข้าที่ศีรษะ ตนจึงใช้มือปิดที่หัวและพยามทำตัวแน่นิ่ง แต่ก็ยังถูกรุมทำร้ายอยู่นาน จนเมื่อพวกนี้กลับออกไปจึงได้โทรศัพท์บอกแม่ และมีพลเมืองดีพาตัวนำส่งโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F8hCbSr3OgQ

 693
แชร์ออฟเดอะเดย์
18 พ.ย. 61

วงจรปิดจับภาพกลุ่มวัยรุ่นนับ 10 รุมกระทืบหนุ่มปางตาย อาการโคม่าอยู่ไอซียู แม่ยันเอาเรื่องถึงที่สุด

นายเชิดชัย เฉิดจินดา อาจารย์ของวิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ นำภาพเหตุการณ์ของคืนวันที่ 17 พ.ย.61 เวลาประมาณ 01.25 น. โพสต์ลงเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นภาพของชายหนุ่มกำลังสิ่งหนีตายอย่างไม่คิดชีวิต จากสถานบันเทิงชื่อดังผ่านมาตรงตลาดเกษตร เนื่องจากถูกกลุ่มวัยรุ่นวิ่งทำร้ายร่างกาย ตามภาพเกือบ 5 นาที มีวัยรุ่นเกือบ 10 คน ที่ขี่จักรยานยนต์และขับรถยนต์ไล่ตามมากระทบ หลังจากนั้นเพื่อนได้พานำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการสาหัสต้องส่งห้องไอซียู   นายเชิดชัย กล่าวว่า ช่วงสายวานนี้ (17 พ.ย.) ได้รับการติดต่อจากผู้ปกครองของนายจักรพงษ์ สมวิลัย ชื่อเล่นแจ๊ค ว่าเด็กคนนี้เป็นอดีตลูกศิษย์ของตน ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายอย่างป่าเถื่อน และในขณะนี้ได้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ด้วยอาการโคม่า ตนจึงได้เข้าไปที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการ ซึ่งแพทย์ระบุว่าคนไข้รายนี้ได้รับเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเมื่อเวลา 02.00 น. ของวันที่ 17 พ.ย. ด้วยอาการถูกทำร้ายร่างการสาหัส ในสภาพเลือดท่วมตัว และแพทย์ทำการเอกซเรย์พบลำตัวช้ำซี่โครงร้าว และมือด้านขวานิ้วแตกละเอียด โดยเฉพาะที่ศีรษะมีอาการสมองบวมเหมือนถูกของแข็งตีมาอย่างหนัก จึงได้ขอเข้าไปติดต่อขอดูกล้องวงจรปิดของเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ตรงตลาดเกษตร สามารถจับได้ภาพความทารุณโหดร้ายของกลุ่มวัยรุ่นที่มีประมาณเกือบ 10 คน ไล่ทุบตีอย่างป่าเถื่อน   โดยพ่อแม่ผู้ปกครองได้เข้าไปแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ไว้แล้ว นางพิศมัย สมวิลัย แม่ของผู้ถูกทำร้าย กล่าวว่า ลูกชายโทรมาบอกว่าถูกทำร้าย จากนั้นก็ได้ยินเสียงเพื่อน ๆ ลูกบอกว่าให้รีบพาส่งโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ตนจึงรีบเดินทางมาหาลูกที่โรงพยาบาลก็ทราบว่าแพทย์ พยาบาล ได้นำตัวบุตรชายเข้าห้องไอซียูด้วยอาการสาหัส และในขณะนี้ก็ดูอาการอยู่ ทั้งนี้ทราบว่าลูกชายได้เข้าไปเที่ยวที่สถานบันเทิงชื่อดัง และเพื่อนลูกบอกว่าเหมือนกับไปมีเรื่องกับนักเที่ยวเจ้าถิ่น จนถูกทำร้ายร่างกายส่วนเกิดจากอะไรยังไม่รู้สาเหตุ แต่ยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด    ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/dEIzoc8HfVw

 6,922
ข่าวภูมิภาค
29 ต.ค. 61

จู่โจมจับหนุ่มคลั่งจี้รถทัวร์นครชัยแอร์ หลังยิงแก๊สน้ำตา-เกลี้ยกล่อมร่วม 19 ชม.

ตั้งแต่ช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุโกลาหลบนรถโดยสารของบริษัทนครชัยแอร์ สายกรุงเทพ-บ้านแพง ซึ่งขับพาผู้โดยสารมาจาก จ.นครพนม ผ่าน จ.สกลนคร เพื่อจะเข้ามารับผู้โดยสารต่อที่ จ.กาฬสินธุ์ แต่ช่วงก่อนเข้าตัวเมืองในเขต อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ รถทัวร์คันนี้ได้แวะรับผู้โดยสารคนหนึ่งในเวลา 20.00 น. ทราบชื่อคือ นายดอน ติสาวัน อายุ 56 ปี โดยนายดอนพอขึ้นรถทัวร์มาเจ้าตัวก็ชักมีดขึ้นมาจี้บังคับผู้โดยสารที่นั่งด้านข้าง ลามไปถึงผู้โดยสารทั่วทั้งคันจนเกิดความโกลาหล   ​ต่อมา คนขับรถได้รีบตั้งสติและขับรถทัวร์เข้าไปจอดภายใน สภ.สมเด็จ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลสถานการณ์ ก่อนที่ พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ รักษาศิลป์ ผกก.สภ.สมเด็จ จะได้รับแจ้งแล้วรีบนำกำลังมาเกลี่ยกล่อมคนร้าย เจรจาอยู่นานมากจนสุดท้ายก็ยอมปล่อยตัวผู้โดยสารที่ตกเป็นตัวประกันออกมาจากรถรวม 15 ชีวิต   แต่มือมีดไม่ยอมลงจากรถ และเมื่อตำรวจขึ้นรถไปก็พยายามใช้มีดไล่แทง ซึ่งตลอดทั้งคืนตำรวจได้ขอให้โชเฟอร์ขับรถไปที่บ้านของ นายดอน คนร้าย ที่ อ.คำม่วง เพื่อให้พ่อและอาของคนร้ายมช่วยพูดคุย แต่กลับไม่เป็นผล ทำให้ต้องขับรถกลับไปมาระหว่างโรงพักกับบ้านตลอดทั้งคืน คนขับรถทัวร์ได้ขับมาจอดที่หน้า สภ.สมเด็จ อีกครั้ง   จนกระทั่งช่วงเช้าของวันที่ 28 ต.ค. พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้เข้าร่วมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และทำการเจรจาเกลี้ยกล่อม โดยนำญาติของนายดอนเข้ามาเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง แต่ปรากฏว่ายังไม่เป็นผล คนร้ายยังคงถือมีดและจ้องที่จะแทงทำร้ายเจ้าหน้าที่และผู้ที่เข้าใกล้ตลอดเวลา ต่อมาเวลาประมาณ 11.30 น. ตำรวจจึงตัดสินใจใช้แก๊สน้ำตาโยนเข้าไปในรถลูกที่ 1 แทนที่คนร้ายจะยอมมอบตัว แต่กลับถอดเสื้อออกและนำไปปิดหน้าไว้   จากนั้นเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ใช้แก๊สน้ำตาลูกที่ 2 และลูกที่ 3 ในคราวเดียวกัน แต่ก็ไม่ทำให้คนร้ายสะทกสะท้าน กลับมีท่าทีที่แข็งกร้าว ปากบ่นพึมพำว่าจะอาบน้ำเลือด ต่อมาเจ้าหน้าที่ต้องใช้แก๊สน้ำตาโยนเข้าไปเป็นลูกที่ 4 คนร้ายจึงมีท่าทีสงบลงแล้วนอนหมอบลงกับพื้น ซึ่งเจ้าหน้าที่เห็นอย่างนั้นจึงคาดว่าคนร้ายหมดสติจึงเข้าไปนำตัวลงมา แต่ปรากฏว่าคนร้ายกลับฟื้นขึ้นมาอีกครั้งและเกิดการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเจ้าหน้าที่ต้องถอยหนีกระเจิงลงมาตั้งหลักใหม่   จนในช่วงเย็นเวลา 16.00 น.หลังจากให้ญาติเจรจาครั้งสุดท้าย เจ้าหน้าที่ได้ตัดสินใจใช้การจู่โจมจับ ด้วยการใช้ให้ตำรวจเข้าพร้อมกันทุกจุด ของตัวรถที่สามารถเข้าไปได้ คนร้ายที่เริ่มมีอาการอิดโรย พยามที่จะขัดขวางต่อสู้ แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เหล็กง่ามยาวเข้ายึดตามลำตัวและแขนทั้งสองข้าง จนอาวุธมีดของคนร้ายหลุมมือและยอมให้จับ ซึ่งใช้เวลานานกว่า 19 ชั่วโมง ภายหลังจับกุมเจ้าหน้าที่ได้เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล ทั้งนี้ ผู้บังคับการตำรวจฯ ได้สั่งการให้สืบหาสาเหตุการจี้รถทัวร์โดยให้สอบถามญาติอย่างละเอียดก่อนจะสรุปว่ามาจากปัญหาสุขภาพทางจิต     รับชมผ่านยูทูบ https://youtu.be/xm54h78PSJ0  

 2,104
ข่าวภูมิภาค
22 ต.ค. 61

ไฟไหม้บ้านพักครูหลัง รร. แกเปะราษฎร์นิยม วอดทั้งหลัง คาดไฟฟ้าลัดวงจร

ไฟไหม้บ้านพักครูหลัง รร. แกเปะราษฎร์นิยม วอดทั้งหลัง คาดไฟฟ้าลัดวงจร   วันนี้ (22 ต.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. ร.ต.ท.ทศพล ทีงาม พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักครูภายในโรงเรียนแกเปะราษฎร์นิยม ต.เชียงเครือ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ จึงเข้าทำการตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพหน่วยกู้ภัยเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ    โดยในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่กำลังนำน้ำเร่งระดมฉีดดับเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้บ้านพักครู ซึ่งเป็นบ้านไม้สองชั้น โดยไฟได้ไหม้บ้านวอดทั้งหลังเจ้าหน้าที่ได้และกำลังลุกลามไหม้อีกหลัง เจ้าหน้าที่ได้เร่งฉีดน้ำดับเพลิงใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ จากการตรวจสอบพบว่าไฟได้ไหม้บ้านจนได้รับความเสียหายทั้งหลัง   จากการสอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีภารโรงได้นอนพักอยู่ใต้ถุนบ้านหลังดังกล่าว โดยได้ยินเสียงดังคล้ายอะไรบางอย่างระเบิดบนชั้นสอง จากนั้นก็มีควันพุ่งออกมาและเกิดไฟไหม้อย่างรวดเร็ว ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ได้ช่วยกันนำน้ำมาดับเพลิงแต่ไม่สามารถดับได้ทันและไฟได้ลุกลามเนื่องจากตัวบ้านเป็นไม้และมีที่นอนทำให้ไฟได้ไหม้อย่างรวดเร็ว    ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาถึงไฟก็ได้ไหม้บ้านพักครูหลังดังกล่าวจนวอดทั้งหลังแล้ว ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้คาดว่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ส่วนมูลค่าความเสียหายยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง              

 943
ข่าวภูมิภาค
03 ต.ค. 61

สาวท้อง 7 เดือน กินหอยดองบ่นปวดท้อง ก่อนเสียชีวิตคาห้องพัก

สาวท้อง 7 เดือน กินหอยดองบ่นปวดท้อง ก่อนเสียชีวิตคาห้องพัก   วันนี้ (3 ต.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. ร.ต.ท.รัชนาถ แก้วกาหลง พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งว่าพบศพผู้เสียชีวิตที่บริเวณห้องพักเเห่งหนึ่ง ภายในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เเพทย์เวรโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ อาสาสมัครกู้ภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้นข้างชั้นวางทีวีภายในห้องพัก    จากการสอบถามนายสุริยา ทองวงศ์ เล่าว่า ผู้เสียชีวิตชื่อนางสาวเอมอร โสพันโต อายุ 33 ปี เป็นพนักงานที่บริษัทเจ้าหน้าที่บัญชี- ธุรการ โดยเมื่อเช้าไม่เห็นผู้เสียชีวิตมาทำงานจึงได้ประสานเพื่อนที่ทำงานด้วยกันให้ไปตามตัวที่ห้องพัก แต่พอเพื่อนมาเรียกเคาะประตู โทรเรียกก็ไม่มีเสียงตอบกลับจึงได้สอบถามเพื่อนข้างห้องเเละได้ให้ลูกชายปีนเข้าไปเปิดประตูเเต่พอเปิดออกมาก็พบว่าเป็นศพเเล้วจึงได้รีบเเจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบ   โดยเพื่อนพนักงานเล่าต่อว่าผู้เสียชีวิตนั้นตั้งครรถ์ได้ 7 เดือนเเล้ว เป็นชาว จ.มหาสารคาม ปกติจะพักอยู่คนเดียว ส่วนสามีทำงานที่ จ.อุดรธานี ล่าสุดเมื่อวานพวกตนกินหอยดองกันพอตกเย็นผู้เสียชีวิตบ่นปวดท้องตนจึงได้พาไปหาหมอ เเต่หมอเเจ้งว่าเป็นโรคกระเพาะให้ยามาทานพวกตนก็กลับพอช่วงหัวค่ำผู้เสียชีวิตก็ได้ไปหาหมออีกรอบโดยไปคนเดียว หลังจากหาหมอเสร็จผู้เสียชีวิตก็ได้โทรบอกตนคุยกันเสร็จประมาณทุ่มเศษ จนมาถึงเช้าตนเข้ามาเรียกก็พบว่าเป็นศพเเล้ว   เบื้องต้นพนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองกาฬสินธุ์ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานพร้อมให้เจ้าหน้าที่นำศพไปเก็บรักษาที่ รพ.กาฬสินธุ์ โดยจากการติดต่อทางญาติทั้งฝ่ายสามีและฝ่ายผู้เสียชีวิต ไม่ติดใจหรือสงสัยในสาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งทางญาติจะได้เดินทางมารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป          

 46,699
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ย. 61

พ่อโวยมาเฟีย ป.1 ขอขนมเพื่อนแล้วไม่ได้กิน ใช้ไม้ไผ่แทงเท้าเลือดทะลักแต่ครูไม่พาไปหาหมอ

กาฬสินธุ์-ผู้ปกครองเด็กชายวัย 7 ขวบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ ได้ร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชน หลังลูกชายของตนถูกเพื่อนนักเรียนร่วมชั้นเรียน ได้ใช้ไม้ไผ่แทงที่บริเวณหลังเท้าจนเป็นแผลฉกรรจ์ เลือดอาบ โดยหลังเกิดเหตุคณะครูและผู้บริหารกลับไม่ยอมทำแผลให้เด็ก ไม่พาไปโรงพยาบาล และยังไม่แจ้งเรื่องให้ผู้ปกครองทราบ   โดยพ่อเผยว่า หลังเลิกเรียนตนได้เดินทางไปรับลูกชายตามปกติ แต่สังเกตเห็นหลังเท้าข้างขวา มีพลาสเตอร์ติดอยู่ และมีคราบเลือด แต่ตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะคิดว่าน่าจะเป็นแผลถลอกที่เกิดจากเด็กหยอกล้อกันเท่านั้น และทางคณะครูก็บอกว่าเกิดอะไรขึ้น กระทั่งกลับมาถึงบ้าน ลูกชายได้บอกว่ารู้สึกปวดแผลและเท้ามีอาการบวม ตนจึงเปิดพลาสเตอร์ออกดูก็พบว่าเป็นแผลลึกและยาวกว่า 2 ซม.จึงรีบนำตัวไปโรงพยาบาล ซึ่งแพทย์ก็ทำการล้างแผลและเย็บ 2 เข็ม แล้วบอกว่าทำไมไม่พามาตอนที่เกิดเหตุใหม่ ตนจึงได้แจ้งไปว่าเพิ่งทราบเรื่อง   โดยลูกชายเล่าว่า มีเด็กชายชั้น ป.1 ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนได้นำไม้ไผ่แหลมเดินเข้ามาแทงที่บริเวณหลังเท้าของลูกชายตน เพราะโกรธที่ไม่ได้กินขนมเหมือนทุกๆ วัน วันเกิดเหตุลูกชายได้เงินมาโรงเรียนเพียง 10 บาท ไม่เหมือนทุกวันที่ผ่านมา ซึ่งถูกขู่บังคับให้ซื้อขนมเลี้ยงมาโดยตลอดก็เลยอาจเป็นชนวนเหตุ   ทั้งนี้หลังจากลูกชายโดนเพื่อนเอาไม้ไผ่แทงหลังเท้า คณะผู้บริหารโรงเรียนและครูที่เห็นเหตุการณ์กับไม่มีการพาเด็กไปล้างแผล และทำแผลให้เด็ก มีเพียงการนำพลาสเตอร์มาติดแผลให้เท่านั้น ทั้งที่เป็นแผลฉกรรจ์และไม่พาไปพบหมอเพื่อทำแผลแต่อย่างใด อีกทั้งไม่มีการเเจ้งผู้ปกครองให้ทราบเรื่อง กระทั่งถึงเวลาเลิกเรียนผู้ปกครองไปรับแล้วเห็นลูกเดินเท้ากระเผกๆ จึงได้สอบถามก็ทราบว่าโดนเพื่อนเอาไม้ไผ่แทงเท้า   หลังเกิดเหตุคณะครู ผู้บริหารโรงเรียน และผู้ปกครองของเด็กที่ก่อเหตุกลับไม่ยอมพาเด็กไปรักษาตัว และไม่ยอมพูดคุยชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้น กลับปล่อยให้เรื่องเงียบหายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะที่ผ่านมาทราบจากผู้ปกครองหลายคนว่าเด็กที่ใช้ไม้แทงลูกชายนั้น ยังก่อเหตุกัด และนำรองเท้า หมวกลูกเสือของเพื่อนๆ ไปซ่อนหลายครั้ง   มองว่าผู้ที่เกี่ยวข้องควรที่จะแสดงความรับผิดชอบและร่วมกันหาวิธีแก้ไข เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอีก จึงร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชน และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวตนอยู่ระหว่างปรึกษาทางครอบครัว และเตรียมที่จะเข้าแจ้งความกับตำรวจสภ.เขาวงต่อไป   ด้านผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวตนทราบเรื่องตั้งแต่วันเกิดเหตุแล้ว แต่ยอมรับว่าที่แรกเห็นพลาสเตอร์ติดไว้เท่านั้น ไม่ได้เปิดแผลดู กระทั่งผู้ปกครองไปเปิดแผลดูแล้วไม่สบายใจ ซึ่งเรื่องดังกล่าวตนได้ให้ครูประจำชั้นเชิญผู้ปกครองของเด็กทั้งสองฝ่ายมาทำความเข้าใจและขอโทษกับเรื่องดังกล่าวแล้ว และยืนยันว่าจะไม่ให้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นอีก   ทั้งนี้แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะเป็นเรื่องการไร้เดียงสาของเด็ก แต่ก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะทั้งคนทำและคนถูกกระทำล้วนเป็นเด็กทั้งคู่ จากการตรวจสอบพบว่าพฤติกรรมของเด็กคนนี้นั้นก่อเหตุแกล้งเพื่อนมาแล้วหลายครั้ง เหมือนเด็กเก็บกด ทราบว่าเด็กคนดังกล่าวนั้นมีปัญหาทางครอบครัว ซึ่งทางโรงเรียนได้กำชับให้ผู้ปกครองดูแลบุตรหลานให้มากขึ้น และกำชับครูทุกคนคอยดูแลสอดส่องเด็กนักเรียนให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอีก และหากมีเหตุการณ์แบบนี้ก็ให้รีบนำเด็กส่งโรงพยาบาลทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9qN_i44AQgI

 20,152
ปากท้องร้องทุกข์
23 ส.ค. 61

ชาวบ้านกาฬสินธุ์ร้อง เทศบาลสร้างรางระบายน้ำ สูงเหมือนกำแพง สัญจรไม่ได้

กาฬสินธุ์-ชาวบ้านร้องเรียนปัญหาสภาพการก่อสร้างรางระบายน้ำ ของเทศบาลตำบลกุดสิม อำเภอเขาวง ที่ได้ก่อสร้างร่างระบายน้ำระยะทางเกือบ 100 เมตร แต่ท่อกลับอยู่สูงจากพื้นที่ดินเกือบ 30 เซนติเมตร บางจุดสูงถึง 50 เซนติเมตร จนเหมือนกำแพงมากกว่าท่อระบายน้ำ ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น ไม่สามารถที่จะเข้าบ้านได้ เพราะความสูงของรางระบายน้ำ   ต่อมานายอำเภอ, นายกเทศบาลและ ผอ.กองช่าง ตำบลกุดสิม ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ซึ่งการก่อสร้างบริเวณนี้ ทาง ผอ.กองช่างบอกว่า โครงการนี้เป็นโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เพราะพื้นที่แห่งนี้ถนนเป็นแอ่งกระทะ เวลาฝนตกน้ำจะท่วมตลอดซึ่งที่ผ่านมาทางเทศบาลได้ทำเรื่องเพื่อทำถนนตรงบริเวณนี้เอาไว้ และก็มีโครงการวางท่อระบายน้ำ   แต่ปรากฏว่ามีงบเหลือจ่ายประมาณ 3 แสนบาท ทางสมาชิกสภาพเทศบาลฯ จึงได้ร้องขอให้ทำการก่อสร้าง แต่ในการประชุมนั้นตนได้ทักท้วงเอาไว้ เพราะการก่อสร้างตามแบบจะต้องมีความสูงกว่าถนนเดิม ที่จะเป็นปัญหาให้กับชาวบ้าน แต่ปรากฏว่า สภาไม่ยอมและมีมติให้ดำเนินการ   ซึ่งทางนายอำเภอยอมรับว่า การก่อสร้างในลักษณะนี้เป็นสิ่งที่น่าตกใจมาก เพราะไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นมาได้ คำชี้แจงของเทศบาลตำบลกุดสิม ก็เป็นเพียงการชี้แจง แต่ในข้อเท็จจริง ตนได้สั่งให้ทางเทศบาลชี้แจงปัญหานี้เป็นรายลักษณ์อักษรแล้ว ซึ่งก็จะต้องตรวจสอบไปถึงแบบแปลนและไปถึงผู้ว่าจ้างก็คือทางเทศบาลฯ และผู้รับจ้าง รวมไปถึงการตรวจสอบสัญญาทางปกครอง ว่าใครเป็นคนเขียนแบบ และใครเป็นคนสร้าง เพราะกรณีนี้เป็นการกระทบสิทธิประชาชน ถือเป็นการทำละเมิดทางปกครอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ze9UvcsOuGA

 3,888
แชร์ออฟเดอะเดย์
20 ส.ค. 61

หมอกาฬสินธุ์โวย โดนจับตรวจฉี่หาสารเสพติดถี่ ชาวบ้านมาเห็นทำเสียภาพลักษณ์

มีการแชร์ข้อความจากกลุ่มไลน์ ของสถานพยาบาลแห่งหนึ่ง ในจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ระบุ "ขอความร่วมมือให้แพทย์ และทันตแพทย์ ตรวจปัสสาวะ เพื่อคัดกรอง สารแอมเฟตามี โดยจะมีเจ้าหน้าที่มาตั้งจุดตรวจที่หน้าห้องพักของแพทย์"   ต่อมามีผู้ที่ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ถือแถน ประสพโชค ได้โพสต์รูปภาพของไลน์กลุ่ม พร้อมทั้งระบุว่า “เพื่อนๆผมเขาแจ้งมาว่า ในจังหวัดหนึ่งทางภาคอีสาน ทางผู้บริหารจังหวัดและฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อย ได้เข้ามาตรวจสารเสพติดในหน่วยงานและบุคลากรสาธารณสุข ตั้งแต่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลชุมชน จนถึงโรงพยาบาลศูนย์ โดยแจ้งกับทางบุคลากรทางการแพทย์ว่า เป็นนโยบายของผู้บริหาร   ทางผู้ประกอบวิชาชีพทางสาธารณสุขในจังหวัดนี้เขาข้องใจว่า เป็นการละเมิดสิทธิ์เขาหรือเปล่า ที่อยู่ดีๆก็มาจับเขาตรวจฉี่หาสารเสพติด และเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตหรือไม่ แม้จะบอกว่าเป็นการขอความร่วมมือ แต่เป็นการขอที่ห้ามปฎิเสธ   ที่สำคัญคือ ชาวบ้านมาเห็นแพทย์ พยาบาล ในโรงพยาบาลโดนตรวจฉี่ แล้วก็เอาไปพูดบอกต่อว่า หมอ พยาลาล ถูกเจ้าหน้าที่จับตรวจยาเสพติด ซึ่งมันกระทบต่อภาพลักษณ์ของวิชาชีพ”   จากการตรวจสอบพบว่า การตรวจหาสารเสพติด เป็นคำสั่งของ นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ในยุทธการสาเกตนคร เพื่อเป็นการกวาดล้างยาเสพติดในจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีคำสั่งให้ตรวจหาสารเสพติดจากเจ้าหน้าที่รัฐทุกรายในหน่วยงาน เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐข้องเกี่ยวกับยาเสพติด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/205g8Yxm0v4

 2,861
แชร์ออฟเดอะเดย์
08 ส.ค. 61

เป็นตาฮักแท้! ไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ โชว์เซิ้งงานออนซอนกาฬสินธุ์

บรรยากาศงานออนซอนกาฬสินธุ์ งานรวมสุดยอดผลิตภัณฑ์โอท็อป ชม ชิม ช็อป ของดีกาฬสินธุ์ ได้มีการแพร่คลิปคนใส่ชุดมาสคอตไดโดนเสาร์ ออกลวดลายลีลาเซิ้งประกอบเพลงโปงลาง ได้น่ารักน่าชัง เรียกเสียงฮาให้กับเลห่าชาวโลกออนไลน์ จนกดไลค์ กดแชร์จำนวนมาก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1-x4ZfMrpFc

 1,233
การเมืองเข้มข้น
05 ส.ค. 61

'สมศักดิ์' นำทีม 'สามมิตร' เดินสายกาฬสินธุ์ เมิน 'ทักษิณ' มั่นใจเพื่อไทยชนะเลือกตั้งถล่มทลาย

แกนนำกลุ่มสามมิตร นำโดย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายภิรมย์ พลวิเศษ เดินทางไป จ.กาฬสินธุ์ เพื่อรับแกนนำนปช.กาฬสินธุ์ จำนวน 5 คน ประกอบด้วย นายบุญฉลอง คาระมาส, น.ส.ภัทรา วรามิตร, นายจำลอง ภูวนา, นายชวลิตร คณิตกุล และนายสุรพงษ์ พลซื่อ เข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มสามมิตร เพื่อวันข้างหน้าจะลงสมัครส.ส.กาฬสินธุ์      โดย นายสมศักดิ์ ได้กล่าวถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ระบุถ้ามีการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลายอย่างแน่นอนนั้น ในส่วนของตนเองคิดว่าในอดีตเป็นอย่างนั้น ถือเป็นอดีต ส่วนข้อมูลใหม่ไม่มีใครรู้ ขึ้นอยู่กับประชาชนที่จะเป็นคนตัดสินใจ                          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/4c8T7MjN3ak

 3,750
ข่าวประชาสัมพันธ์
02 ส.ค. 61

มหกรรมสินค้าเกษตรปลอดภัย สินค้าเด่นร้อยแก่นสารสินธุ์ 2018

มหกรรมสินค้าเกษตรปลอดภัย สินค้าเด่นร้อยแก่นสารสินธุ์ 2018 วันนี้-8 สิงหาคม 2561 ณ ชั้น B Event Hall ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ท่าพระ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FtrEdSPkhvE

 2,517
แวะไหนดี
02 ส.ค. 61

มหกรรมสินค้าเกษตรปลอดภัย สินค้าเด่นร้อยแก่นสารสินธุ์ 2018

มหกรรมสินค้าเกษตรปลอดภัย สินค้าเด่นร้อยแก่นสารสินธุ์ 2018 วันนี้-8 สิงหาคม 2561 ณ ชั้น B Event Hall ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ท่าพระ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FtrEdSPkhvE

 2,517

Top