ค้นหา :

ผลการค้นหา "ปัตตานี"

ข่าวภูมิภาค
09 มิ.ย. 62

รวบแล้ว 3 มือวางระเบิดตลาดนัดบ่อทอง ปัตตานี เสียชีวิต 2 ราย-เจ็บเพียบ เหลืออีก 1 ยังหลบหนี

จากกรณีคนร้ายลอบนำรถจักรยานยนต์ ประกอบระเบิดจอดทิ้งไว้บริเวณตลาดนัดบ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี โดยเหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้เสียชีวิต 2 ราย โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิต เป็น ด.ช. อายุ 14 ปี และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เป็นเจ้าหน้าที่ทหารพราน 4 นาย และประชาชน 18 ราย โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ล่าสุด วันที่ 9 มิ.ย. 62 พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า การสืบสวนสอบสวนจากพยานหลักฐานทั้งพยานวัตถุและพยานบุคคล โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดที่ได้ไล่ตรวจสอบจากกล้องทุกตัว ทั้งก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ จนกระทั่งข้อมูลเบาะแสและหลักฐานมีความชัดเจนและเชื่อมโยงตรงกับข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์ของผู้ที่ร่วมก่อเหตุลอบวางระเบิดตลาดนัดบ่อทอง มีทั้งหมด จำนวน 4 คน    เจ้าหน้าที่จึงได้สนธิกำลังดำเนินการจับกุมได้ทั้งหมด 3 คน 1.นายอาซิ มีนา อายุ 25 ปี จับกุมได้ขณะขับรถ จยย. พื้นที่ ม.4 ต.มะกรูด อ.โคกโพธิ์ พฤติกรรมเป็นคนมารับคนขับรถ จยย.ประกอบระเบิดในที่เกิดเหตุ 2. นายอับดุลรอเซะ สลาวะ อายุ 23 ปี จับกุมได้ขณะทำงานที่ร้านแห่งหนึ่งใน ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี พฤติกรรมเป็นคนกดระเบิด และ 3. นายมะรอกิ ดอเลาะหนิ อายุ 27 ปี ควบคุมตัวได้ขณะอยู่ในบ้าน เจ้าหน้าที่ใช้กฎอัยการศึกควบคุม ตัวเนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับรถ จยย.ที่ประกอบระเบิดมาก่อเหตุที่ตลาดนัดบ่อทอง   ขณะที่ผู้ต้องสงสัยอีก 1 คน คือ นายอับดุลกอเดร์ สะตาปอ อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถ จยย.ประกอบระเบิดมาจอดไว้ที่ตลาดนัด ได้หลบหนีไปขณะเจ้าหน้าที่ทำการปิดล้อมบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.รูสะมิแล อ.เมืองปัตตานี   ผบก.ภ.จ.ปัตตานี กล่าวอีกว่า หลังการจับกุมตัวได้ทั้ง 3 คน ก็มีการสอบสวนขยายผลโดยการแยกสอบปากคำทั้ง 3 คนปรากฏว่า 2 ใน 3 คือ นายอาซิ มีนา และนายอับดุลรอเซะ สลาวะ ให้การรับสารภาพ เนื่องจากจำนนด้วยหลักฐาน ส่วนนายมะรอกิ ดอเลาะหนิ ยังให้การภาคเสธ    สำหรับแนวทางการสืบสวนสอบจนนำไปสู่การจับกุมครั้งนี้ จากข้อมูลเบาะแสเจ้าหน้าที่ทราบว่า ในวันเกิดเหตุ นายอับดุลกอเดร์ ขี่รถ จยย.ที่ประกอบระเบิดมาตามเส้นทาง อ.โคกโพธิ์ โดยมี นายอาซิ มีนา ขับรถ จยย.อีกคันตามหลัง และเมื่อมาถึงตลาดที่เกิดเหตุ เวลาประมาณ 15.30 น. นายอับดุลกอเดร์ได้จอดทิ้งรถ จยย.ไปขึ้นรถ จยย.อีกคันซึ่งมี นายอาซิ จอดรออยู่แล้วขับรถหลบหนีประมาณ 1 ชั่วโมง    ก่อนที่ นายอับดุลรอเซะ ซึ่งอยู่บริเวณตลาดก่อนหน้าแล้วและเมื่อมีเจ้าหน้าที่ทหารพรานมาถึงและยืนใกล้รถ จยย.ที่ประกอบระเบิด นายอับดุลรอเซะ จึงได้กดชนวนระเบิดทันทีแล้วหลบหนีไป    อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่มีข้อมูลหลักฐานชัดเจนสามารถดำเนินการกับผู้ร่วมก่อเหตุได้แน่นอนส่วนผู้ที่ยังหลบหนีและเกี่ยวข้องก็จะเร่งจับกุมดำเนินคดีมาให้หมด    ข่าวที่เกี่ยวข้อง จยย.บอมบ์กลางตลาดนัดปัตตานี ชาวบ้านมาซื้อของช่วงถือศีลอด ดับ 2 เจ็บ 22    

 648
ข่าวภูมิภาค
28 พ.ค. 62

จยย.บอมบ์กลางตลาดนัดปัตตานี ชาวบ้านมาซื้อของช่วงถือศีลอด ดับ 2 เจ็บ 22

ปัตตานี-เกิดเหตุระเบิดบริเวณตลาดนัดบ่อทอง ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต 1 ราย อยู่ในสภาพนั่งรถ จยย.ชนกับรถกระบะบริเวณประตูด้านซ้ายซึ่งจอดข้างทาง ทราบชื่อ ด.ช.อัยดิลฟิตลี ยะโก๊ะ อายุ 14 ปี สภาพศพถูกสะเก็ดระเบิดตามลำตัวหลายแห่ง ส่วนสารีปะ เยาะแซ อายุ 37 ปี อายุ 35 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่ลำตัวเสียชีวิตที่ รพ.หนองจิก   นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายราย เป็นเจ้าหน้าที่ 4 นาย ถูกนำส่ง รพ.อิงคยุทธบริหาร ทราบชื่อ จ.ส.อ.สมพล ลิ้มประเสริฐ อายุ 56 ปี / อส.ทพ.จิระศักดิ์ แก้วนพรัตน์ อายุ 27 ปี / อส.ทพ.ไซดี ยะโกะ อายุ 34 ปี / อส.ทพ.อภิชาติ รักดี อายุ 28 ปี ทั้ง 4 นายบาดเจ็บเล็กน้อย โดยทั้ง 4 นายสังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 และยังมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บอีก 18 ราย รวมเป็น 22 ราย   จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบว่าแรงระเบิดทำให้รถยนต์ 9 คัน และรถ จยย. 6 คันได้รับความเสียหายจากสะเก็ดระเบิด นอกจากนี้สะเก็ดระเบิดกระเด็นถูกร้านค้าหลายหลังเสียหายเล็กน้อย เจ้าหน้าที่พบซากรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดงดำ คาดว่าเป็นรถที่คนร้ายซุกระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน   สอบสวนทราบว่า ตลาดนัดดังกล่าวเป็นตลาดใหญ่ของอำเภอหนองจิก และจะมีประชาชนมาจับจ่ายซื้อของจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงเดือนรอมฎอน จะมีเจ้าหน้าที่จะคอยอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้กับประชาชน โดยก่อนเกิดเหตุ ขณะเจ้าหน้าที่ทั้ง 4 นายกำลังยืนดูแลความปลอดภัยนั้น ปรากฏว่ามีคนร้ายขับขี่รถ จยย.มาจอดทิ้งไว้ทำทีเป็นชาวบ้านมาซื้อของก่อนจะเดินหนีไป เมื่อสบโอกาสคนร้ายได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ซุกไว้ในรถ จยย.น้ำหนักประมาณ 10 กก.จนระเบิดเสียดังสนั่นเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว   หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ระบุว่า เหตุระเบิดครั้งนี้เชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบชุดเดิมที่เคยก่อเหตุในลักษณะเช่นนี้ซึ่งเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมไม่คำนึงถึงประชาชนโดยเฉพาะช่วงเดือนรอมฎอนที่ถือว่าเป็นเดือนอันประเสริฐที่ควรต้องทำแต่ความดี คนร้ายมีการวางแผนมาก่อนและมีการเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ว่าจะมา รปภ.ตลอดแห่งนี้   เมื่อสบโอกาสจึงนำรถ จยย.ที่ประกอบระเบิดมาจอดไว้แล้วกดระเบิด ซึ่งรถ จยย.คันก่อเหตุถูกแจ้งหายไว้เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาท้องที่ อ.จะนะ จ.สงขลา และเป็นรถเป้าหมายที่ได้มีการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวัง เนื่องจากมีรายงานจากฝ่ายความมั่นคงว่า กลุ่มก่อความไม่สงบมีแผนที่จะก่อกวนในทุกรูปแบบในช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน และเพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตามตนได้กำชับให้ชุดสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุด เพื่อตรวจพิสูจน์ว่าตรงกับข้อมูลและเชื่อมโยงกับกลุ่มใด คาดว่าน่าจะรู้ผลในอีก 2-3 วัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WImGY5NkplY

 1,041
ข่าวดีประเทศไทย
22 พ.ค. 62

เรื่องเล่าเช้านี้ ส่งมอบเครื่องมือแพทย์จากเงินจากการขายเสื้อ แก่ รพ.หนองจิก จ.ปัตตานี

โครงการเรื่องเล่าเช้านี้เพื่อเครื่องมือแพทย์ในภูมิภาค ที่ดำเนินการต่อเนื่องมา 7 ปี นับตั้งแต่ปี 2555 จากเงินทำบุญของแฟนข่าวที่ร่วมซื้อเสื้อเรื่องเล่าเช้านี้ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายได้มอบให้มูลนิธิครอบครัวข่าวประมาณ 4.4 ล้านบาท นำไปจัดซื้อเครื่องมือแพทย์เพื่อมอบให้โรงพยาบาล 18 แห่งทั่วประเทศ   โดยล่าสุดทางตัวแทนมูลนิธิครอบครัวข่าวได้ส่งมอบ เครื่องวัดสัญญาณชีพ ไปมอบให้กับโรงพยาบาลหนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการรักษา โดยทางโรงพยาบาลได้ฝากขอบคุณแฟนข่าวทุกท่านที่ได้ร่วมทำบุญมา ณ โอกาสนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PyX-tq9cPlM

 2,121
ข่าวภูมิภาค
29 เม.ย. 62

รวบคนขับรถคันก่อเหตุยิงกระบะ เจ็บ 1 ฉุนไม่ให้แซง รับ ลูกชายเป็นคนยิง ไม่รู้หนีไปไหน ตร.เร่งตามตัว

จับคนขับรถคันก่อเหตุ ชักปืนยิงกระบะ เผย ลูกชายเป็นคนยิง ตนเป็นแค่คนขับ รับ ลูกชายเป็นคนอารมณ์ร้อน ไม่คิดว่าจะหยิบปืนมายิง ตอนนี้ไม่รู้หนีไปไหน ด้าน ผกก.สภ.เมืองปัตตานี สั่งชุดสืบสวนเร่งติดตามตัว   จากกรณีเกิดเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันบริเวณหน้าโรงเรียนเบญจมราชูทิศ อ.เมืองปัตตานี จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย โดยเหตุเกิดขึ้นระหว่างผู้ขับขี่รถยนต์ทั้งสองคันที่เกิดมีปัญหากันขณะเข้าด่านตรวจ ทำให้รถคู่กรณีเกิดอารมณ์ร้อนเมื่อมาถึงหน้าโรงเรียนจึงได้ชักอาวุธปืนยิงใส่รถอีกคันจนทำให้ผู้หญิงที่อยู่ภายในรถกระบะได้รับบาดเจ็บ หลังก่อเหตุจึงเร่งเครื่องหลบหนีไป กระทั่งเจ้าหน้าที่ได้มีการสืบสวนสอบสวนจนรู้เบาะแสรถที่ก่อเหตุจากกล้องวงจรปิด เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำ วันที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมา   ความคืบหน้า วันที่ 29 เม.ย. พ.ต.อ.ญาณพงศ์ อุบลบาน ผกก.สภ.เมืองปัตตานี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจนรู้เบาะแสข้อมูลเกี่ยวกับรถคันก่อเหตุ และได้มีการไล่ภาพจากกล้องทุกตัว จนกระทั่งรู้ว่าผู้ที่ก่อเหตุขับหลบหนีเข้าไปในพื้นที่ ต.บาราโฮม อ.เมืองปัตตานี   จึงสั่งการให้นำกำลังเข้าตรวจค้นจนสามารถยึดรถคันดังกล่าวได้หน้าบ้านเช่า จากการตรวจสอบพบว่าเป็นรถคันเดียวกันที่ปรากฏในภาพ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัว นายมูหะมัดยากี สาแม อายุ 46 ปี ซึ่งยอมรับว่าช่วงเกิดเหตุเป็นคนขับ ส่วนคนที่ใช้อาวุธปืนยิงนั้นคือ นายฮากิม สาแม อายุ 26 ปี ลูกชายของตน ซึ่งขณะหนีไม่รู้ว่าอยู่ไหน เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปสอบสวนที่ สภ.เมืองปัตตานี พร้อมกับนำรถคันก่อเหตุ และอาวุธปืนสั้นอีก 2 กระบอกซึ่งตรวจยึดได้ภายในบ้านเช่าไปด้วย   นายมูหะมัดยากี สาแม อายุ 46 ปี กล่าวว่า ตนจะขับรถเข้าด่านแต่รถกระบะไม่ยอม เมื่อพ้นด่านตนก็ให้รถคู่กรณีไปก่อน แต่ก็มีการขับแซงไปแซงมาซึ่งตนก็กลัวเหมือนกัน พอมาถึงที่แยกไฟแดง รถกระบะคู่กรณีก็ขับปาดหน้า ช่วงนั้นก็ไม่ทันสังเกตว่าลูกชายหยิบปืนมาแล้วยิงใส่รถกระบะ ตอนนี้ไม่รู้ว่าลูกชายไปไหน ถ้ารู้ก็จะนำตัวลูกชายมามอบตัว    นายมูหะมัดยากี กล่าวว่า ลูกชายเป็นคนใจร้อน รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะลูกชายเพิ่งพ้นโทษคดีฆ่าเพียง 7 เดือน สาเหตุที่ไม่จอดรถเมื่อคืนตนก็กลัวว่าจะมีเรื่องมากว่านี้ ขอโทษอีกฝ่ายกับเรื่องที่เกิดเรื่องแบบนี้ หลังประกันตัวตนจะไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บและจะดูแลเยียวยาคู่กรณีเพราะเราไม่อยากมีปัญหากัน    ด้าน พ.ต.อ.ญาณพงศ์ อุบลบาน ผกก.สภ.เมืองปัตตานี เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนติดตามจับกุมนายฮากิมที่ยังหลบหนีพร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ โดยประสานทางญาติว่าหากพบตัวก็ให้นำมามอบตัว ซึ่งขณะนี้กำลังรวบรวมพยานหลักฐานและให้ผู้เสียหายมาชี้ตัวเพื่อดำเนินคดีต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง คนขับอารมณ์ร้อนฉุนกระบะไม่ให้แซง เปิดกระจกชักปืนยิงใส่รถคู่กรณี ไม่สนในรถมีเด็ก กระสุนถูกผู้หญิงเจ็บ    

 2,990
ข่าวภูมิภาค
29 เม.ย. 62

คนขับอารมณ์ร้อนฉุนกระบะไม่ให้แซง เปิดกระจกชักปืนยิงใส่รถคู่กรณี ไม่สนในรถมีเด็ก กระสุนถูกผู้หญิงเจ็บ

ปัตตานี-วานนี้ (28 เม.ย.) ตำรวจ สภ.เมืองปัตตานี รับแจ้งมีเหตุยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณหน้าโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ถ.สะบารัง อ.เมืองปัตตานี จึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า แคป รุ่นวีโก้ สีบอร์นเงิน จอดข้างทาง บริเวณขอบกระจกแคปด้านซ้ายและกระบะมีรูกระสุน 2 แห่ง ภายในเบาะนั่งด้านหลังมีเลือด ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.ปัตตานี ทราบชื่อ น.ส.นูรีดา จารง อายุ 29 ปี มีบาดแผลถูกกระสุนปืนที่แขนซ้าย แพทย์ได้ทำการรักษาอาการปลอดภัย   สอบสวนทราบว่า รถคันเกิดเหตุ มีนายอริสมาน สาเมาะ อายุ 35 ปี เป็นคนขับรถ เล่าว่า เหตุเกิดในขณะที่ตนกำลังจะขับรถเข้าด่านจุดตรวจ โดยในขณะนั้นรถต่อแถวยาว ส่วนรถคู่กรณีขับมาเลนซ้าย และพยายามที่จะตัดหน้ารถตนเองเพื่อที่ต้องการจะเข้าด่าน แต่เนื่องจากรถที่กำลังเข้าด่านเป็นแถวยาวตนจึงไม่ยอมให้รถคู่กรณีแหย่รถเข้ามาในแถว ทำให้รถคู่กรณีไม่พอใจ จึงได้ขับรถไปข้างหน้า เมื่อผ่านเข้าด่านแล้วตนจึงขับรถต่อไป และตลอดทางรถคู่กรณีก็จะพยายามเบียดรถตนเองตลอดเหมือนไม่พอใจและจะหาเรื่อง   จนเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ตนได้ขับรถแซงหน้ารถคู่กรณี ปรากฏว่า รถคู่กรณีดังกล่าวได้เร่งความเร็ว เพื่อขับรถมาตีคู่รถของตน จากนั้นตนเห็นคนที่อยู่ด้านข้างคนขับของรถคู่กรณี ได้เปิดกระจกรถก่อนจะยื่นตัวออกจากกระจกข้าง และใช้อาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงเข้าใส่รถของตนทันที ทำให้กระสุนปืนไปโดนนางสาวนูรีดาซึ่งนั่งอยู่ที่แคปด้านซ้าย กระสุนถูกที่แขนได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่คนร้ายจะเร่งเครื่องหลบหนีไป ตนเองก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ถ้ารู้ว่าจะเป็นอย่างนี้ก็คงไม่กล้าขับตาม เนื่องจากในรถมีคนมาด้วย 10 คน รวมเด็ก ๆ ด้วย ส่วนตนเองก็ไม่ได้รู้จักคู่กรณีมาก่อน แล้วก็ไม่ใช่คนในพื้นที่ปัตตานีด้วย   หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งติดตั้งอยู่บนเสาไฟฟ้าหน้าโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จากภาพพบว่า รถกระบะของผู้เสียหายขับอยู่เลนขวา ส่วนรถของผู้ก่อเหตุขับมาจากเลนซ้าย จากนั้นมือปืนซึ่งอยู่ข้างคนขับได้เปิดกระจกรถด้านซ้ายแล้วโผล่ออกมาพร้อมอาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่รถของผู้เสียหาย 2-3 นัด ท่ามกลางประชาชนที่สัญจรไปมา กระสุนถูกตัวรถทะลุโดนแขนของ นส.นูรีดา จนได้รับบาดเจ็บ หลังก่อเหตุจึงเร่งเครื่องหลบหนีเข้าไปตัวเมืองปัตตานี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการไล่กล้องวงจรปิดจนรู้เบาะแสว่ารถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นสเปซวากอน สีบอร์น ไม่ทราบเลขทะเบียน ส่วนคนร้ายคาดว่ามีด้วยกัน 2-3 คน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งไล่ติดตามจับกุมคนร้ายเพื่อมาดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eYCFKVNSf8g

 8,629
ข่าวภูมิภาค
13 เม.ย. 62

คนร้ายกดระเบิด จยย.บอมบ์ ตร.-ชาวบ้านเจ็บ 5 ราย

ปัตตานี- เกิดเหตุระเบิดมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบนถนนสายโคกโพธิ์-ยะลา บริเวณหน้าโรงไม้ยางพาราบ้านเกาะตา ม.3 ต.ทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ ห่าง สภ.นาประดู่ ประมาณ 400 เมตร ที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโว้ สีบอร์น 4 ประตู ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภาพถูกแรงระเบิดจนตกข้างทางทำให้ได้รับความเสียหาย ใกล้กันยังพบรถ จยย.ของเจ้าหน้าที่ล้มบนถนน จำนวน 1 คันได้รับความเสียหายเช่นกัน   โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ 4 นาย และชาวบ้าน 1 ราย ถูกลำเลียงส่ง รพ.โคกโพธิ์ ทราบชื่อ จ.ส.ต.จตุพล อัครวิบูลย์ อายุ 41 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าลำตัวอาการสาหัส แพทย์ได้ทำการช่วยเหลือเบื้องต้นก่อนจะนำส่ง รพ.ปัตตานี ส่วน ร.ต.ท.ชาตรี แก้วกาญจน์ อายุ 51 ปี / ด.ต. มนูญ แก้วกับทอง อายุ 56 ปี และ ด.ต.อภิวัฒน์ บุญแก้วเพชร อายุ 34 ปี ทั้ง 3 นายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ขณะที่ชาวบ้านถูกลูกหลงที่ขาบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย ทราบชื่อ นางลีเมาะ โตะเตะ อายุ 65 ปี จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบซากรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า ซึ่งเป็นรถที่คนร้ายซุกระเบิด และพบชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ต.ท.ชาตรี แก้วกาญจน์ อายุ 51 ปี ตำแหน่งรองสารวัตรสืบสวนสอบสวน ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดได้นำกำลัง จำนวน 6 นาย โดยใช้รถกระบะคันเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่อยู่ในรถ จำนวน 4 นาย และส่วนอีก 2 นายใช้รถ จยย. จำนวน 1 คันเป็นพาหนะขับตามหลัง หลังจากที่ได้ออกไปปฏิบัติหน้าที่ในการปิดล้อมตรวจค้นร่วมกับหน่วยกำลังในพื้นที่ และเมื่อเสร็จภารกิจทั้ง 6 นายจึงเดินทางกลับโรงพัก    แต่ปรากฏว่าเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนนำรถ จยย.ซุกระเบิดแสวงเครื่องหนักประมาณ 10 กก.มาจอดทิ้งไว้ริมถนนเมื่อเจ้าหน้าที่ขับมาถึง คนร้ายได้กดชนวนระเบิดทันทีจนเกิดเสียงดังสนั่นเป็นเหตุให้รถกระบะของเจ้าหน้าที่เสียหลักตกข้างทาง เจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ภายในรถเมื่อตั้งสติจึงได้หนีออกจากรถพร้อมกับใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อป้องกันคนร้ายถล่มยิงซ้ำ เมื่อสถานการณ์สงบจึงพบว่ามีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 นายนอนอยู่ภายในรถ   หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้สั่งการให้หน่วยกำลังร่วมกระจายกำลังปิดล้อมตรวจค้นออกติดตามไล่ล่าคนร้ายทันที โดยเชื่อว่าคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะเป็นแกนนำระเบิดระดับปฏิบัติการณ์และเป็นมือระเบิดในพื้นที่ เนื่องจากรู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ก่อนจะนำระเบิดแสวงเครื่องซุกไว้ในรถ จยย.แล้วนำมาจอดทิ้งไว้ริมถนนโดยอำพรางว่าเป็นรถของชาวบ้านในพื้นที่ หวังจะทำร้ายเจ้าหน้าที่ขณะมาถึงที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อนำไปตรวจพิสูจน์และขยายผลเพื่อติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุ เชื่อเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบพยายามตอบโต้เจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/vSfTtPy7uKg

 2,743
ข่าวภูมิภาค
16 มี.ค. 62

คนร้ายดักยิงถล่มขบวนรถไฟเสียหายที่นราธิวาส - เจ้าหน้าที่ยึดระเบิดซุกในป่า 2 จุดที่ปัตตานี คนร้ายสารภาพเตรียมไว้สังหาร จนท.

นราธิวาส - ขณะที่นายพนารักษ์ ใจกระจ่าง พนักงานขับรถไฟขบวนที่ 454 วิ่งต้นทางจากสถานีรถไฟสุไหงโกลก จรดปลายทางสถานีรถไฟ จ.ยะลา จำนวน 7 โบกี้ เมื่อถึงหลักกิโลเมตรที่ 1,065 เขตรอยต่อระหว่างสถานีรถไฟรือเสาะ กับ สถานีรถไฟบาลอ อ.รามัน จ.ยะลา ช่วงบริเวณบ้านดือแย ม.4 ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ขณะทำขบวนจะข้ามแม่น้ำรือเสาะ ได้ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวน แฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงใส่ขบวนรถไฟจำนวนหลายนัด    ซึ่งนายพนารักษ์ ใจกระจ่าง พนักงานขับรถ ได้เหลือบไปเห็นชายต้องสงสัยกำลังใช้อาวุธปืนยิงใส่ขบวนรถไฟ พร้อมได้ยินเสียงปืน จึงได้ควบคุมขบวนรถไฟไปจอดที่สถานีรถไฟบาลอ อ.รามัน จ.ยะลา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้น   โดยพบว่าขบวนรถไฟตู้โบกี้ที่ 2 ซึ่งเป็นตู้ทำการพนักงาน มีร่องรอยถูกกระสุนปืนปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ที่บริเวณขอบหน้าต่างด้านขวาบานที่ 5 จำนวน 1 นัด และตัวรถด้านขวา 3 นัด และบริเวณห้ามล้อ จำนวน 3 นัด รวมทั้งสิ้น 7 นัด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบและได้บันทึกรายละเอียดเป็นที่เรียบร้อย ได้ส่งให้กับนายสถานีรถไฟบาลอ อ.รามัน จ.ยะลา เพื่อแจ้งผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นให้ทราบต่อไป ก่อนที่นายพนารักษ์ ใจกระจ่าง จะควบคุมขบวนรถไฟดังกล่าวสู่สถานีปลายทางที่ จ.ยะลา โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด    โดยนายณรงค์ กล้ามงคล นายสถานีรถไฟรือเสาะ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.รือเสาะ โดยเหตุที่เกิดขึ้นเชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อสร้างสถานการณ์ร้ายให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นในพื้นที่   ปัตตานี - จากเหตุการณ์ที่คนร้ายลอบยิงเจ้าหน้าที่ขณะเข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ บ้านค่าย ม.7 ต.ปุโละปูโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จนเกิดการยิงตอบโต้กันขึ้น โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาและผู้ต้องสงสัยได้ 3 คน ประกอบด้วย นายอิบรอเป สิเดะ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหามีหมายจับคดีความมั่นคง จำนวน 3 หมาย นายมะสุกรี สาและ อายุ 36 ปี และนายอิสมาแอ อาแว อายุ 41 ปี    ผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพว่ามีระเบิดซุกซ้อนไว้ในป่า จำนวน 2 จุดในพื้นที่ ม.1 ต.ดอนรัก อ.หนองจิก เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาไปทำการชี้จุดเพื่อทำการตรวจยึดระเบิดดังกล่าว   ปรากฏว่าจุดที่ซุกระเบิดอยู่ในป่ากลางทุ่งนา เมื่อมาถึงจุดแรกพบระเบิดแบบไปป์บอม จำนวน 2 ลูกในสภาพพร้อมใช้งาน ซุกไว้ในท่อพีวีซีฝังดินไว้    จากนั้นผู้ต้องหาได้ไปชี้จุดที่สองซึ่งเป็นอุปกรณ์ประกอบระเบิดห่างจากจุดแรกประมาณ 500 เมตร ถูกซุกซ้อนไว้ในป่ารกทึบ เมื่อมาถึงพบอุปกรณ์ประกอบระเบิด มีทั้งดินระเบิดและวงจรระเบิด ซุกไว้ในท่อพีวีซีฝังดินไว้ เจ้าหน้าที่จึงนำของกลางทั้งหมดออกมาตรวจสอบ    ปรากฏว่าอุปกรณ์ประกอบระเบิดที่ยึดได้ในจุดที่สองหากนำไปประกอบจะได้ระเบิดชนิดไปป์บอม จำนวน 5 ลูก เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดของกลางไว้ทั้งหมดไปตรวจสอบ โดยเฉพาะวัตถุพยานที่สามารถตรวจสอบดีเอ็นเอว่าจะตรงกับข้อมูลประวัติคดีความมั่นคงว่าเป็นกลุ่มกลุ่มใด   จากการสอบปากคำ นายอิบรอเป หนึ่งในผู้ต้องหาที่จับกุมได้รับสารภาพว่ามีการซุกระเบิดไว้เพื่อเตรียมจะก่อเหตุ และได้นำเจ้าหน้าที่เข้าไปทำการตรวจสอบ ซึ่งระเบิดที่ยึดได้ทั้งหมด นายอิบรอเป รับว่าเป็นของนายูโซ๊ะ แมะตีเมาะ ผู้ต้องหาที่หลบหนีจากเหตุ   พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า นายยูโซ๊ะ แมะตีเมาะ ซึ่งจากประวัติถือว่าเป็นบุคคลอันตรายที่รัฐต้องการตัว          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/BSsD3PcdvDA

 1,630
ข่าวภูมิภาค
06 ก.พ. 62

คุมผู้ต้องหายิงถล่มป้อมตำรวจ จ.ปัตตานี ปี 49 ทำแผน จ่อออกหมายจับเพิ่มอีก 7

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 62 เมื่อเวลา 10.30 น. พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี, พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 พร้อมกำลัง ร่วมนำตัว นายมูฮัมหมัดฆอซซาร์ฟี อาแด อายุ 39 ปี มาที่ป้อมยามสถานีตำรวจยุทธศาสตร์กลาพอ ม.1 ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เพื่อทำแผนคำรับสารภาพ คดีร่วมกับพวกยิงถล่มสถานีตำรวจยุทธศาสตร์กลาพอ จนเป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 3 นาย บาดเจ็บ 1 นาย    คนร้ายยังได้บุกเข้าไปภายในป้อมปล้นเอาอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ไป 10 กระบอก ขณะหลบหนี เจ้าหน้าที่ได้ไล่ติดจนเกิดการยิงปะทะกันเป็นเหตุให้คนร้ายเสียชีวิต 2 ราย โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 กค. 49    ซึ่งการทำแผนครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผน จำนวน 4 จุด โดยเฉพาะจุดเกิดเหตุที่สถานียุทธศาสตร์กลาพอ ผู้ต้องหาได้แสดงการก่อเหตุโดยทำหน้าที่เป็นคนขับรถนำคนร้ายยิงถล่มใส่จุดตรวจ จากนั้นคนร้ายบุกเข้าไปยิงเจ้าหน้าที่ในป้อมและปล้นอาวุธปืนขึ้นรถกระบะหลบหนี ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ไล่ติดตามจนเกิดยิงปะทะกันขึ้น คนร้ายเสียชีวิต 2 ราย ส่วนนายมูฮัมหมัดฆอซซาร์ฟี ถูกยิงที่ข้อมือซ้ายบาดเจ็บ   พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวคนร้ายมีประมาณ 10 คน ขับรถยนต์กระบะยี่ห้อโต้โยต้า รุ่นไมตี้เอ็กสีดำ หมายเลขทะเบียน บค 160 นราธิวาส (ป้ายทะเบียนปลอม) ใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณหน้าป้อมยามสถานีตำรวจยุทธศาสตร์กลาพอ ม.1 ต.เตราะบอน อ.สายบุรี ทำให้มีการปะทะกันขึ้น เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตทันที 3 นาย และได้รับบาดเจ็บ 1 นาย หลังจากนั้นคนร้ายจึงเข้าไปในป้อมนำเอาอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ไปได้ จำนวน 10 กระบอก    ซึ่งภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวทหารพรานที่ 44 และชุดสืบสวน สภ.สายบุรี สนธิกำลังบังคับใช้กฎหมายติดตามบุคคลเป้าหมาย ตามหมายจับของศาลปัตตานี ที่ จ.687/61 จากผล DNA ตรงกันกับวัตถุพยานเหตุการณ์คนร้ายลอบโจมตีสถานียุทธศาสตร์เตราะบอน สามารถควบคุมตัว นายมูฮัมหมัดฆอซซาร์ฟี อาแด ได้ที่ร้านขายอุปกรณ์เลี้ยงนกในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองตะลุบันสายบุรี จึงได้นำตัวส่งเข้าหน่วยซักถามหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 เพื่อดำเนินกรรมวิธีซักถามขยาย    นายมูฮัมหมัดฆอซซาร์ฟี ให้การว่าเข้าร่วมขบวนการเมื่อปี 42 และยอมรับเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์คนร้ายลอบยิงป้อมสถานียุทธศาสตร์กาลาพอ เมื่อ 20 ก.ค.49 นายมูฮัมหมัดฆอซซาร์ฟีให้การรับสารภาพอีกว่าทำหน้าที่ขับรถยนต์กระบะให้กับกลุ่มคนร้าย และขณะบาดเจ็บยังถูกเพื่อนที่ร่วมก่อเหตุปัสสวะใส่ปากโดยอ้างว่าเพื่อรักษาบาดแผล และซัดทอดถึงผู้ร่วมก่อเหตุ 7 คน ประกอบด้วย   1. นายอิบรอเฮม มะเซง ทำหน้าที่ครูฝึก,สั่งการ,จัดหารถยนต์กระบะและอาวุธไปก่อเหตุ 2. นายซูดิง กอแน 3. นายมะห์ยุดดิน บากา 4. นายซอมือลี สาเระ 5. นายบัดราน แลนิ 6.นายฮาซัน วาแม และ 7.นายจอปี ไม่ทราบชื่อสกุลจริง โดยทั้ง 7 คนเจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับต่อไป    

 2,180
ข่าวภูมิภาค
04 ก.พ. 62

'มาราปาตานี' แถลงผ่านคลิปสั้น เผยไม่พอใจหัวหน้าคณะพูดคุยฯ ฝ่ายไทย - ล้มโต๊ะเจรจาสันติภาพ จนกว่าจะเลือกตั้งเสร็จ

ความเคลื่อนไหวจาก นายสุกรี ฮารี หัวหน้ากลุ่มมาราปาตานี ออกแถลงการณ์เป็นคลิปสั้นๆ ความยาวประมาณ 1 นาที โดยเนื้อหาใจความคือ 'ไม่ยอมรับ พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยของรัฐบาลฝ่ายไทย'   โดยมีการระบุอ้างอิงว่า พล.อ. อุดมชัย ไม่ได้มาหารือที่มาเลเซีย โดยมีการอ้างอิงว่า จะขอพบนายสุกรี เป็นการส่วนตัว ซึ่งทำให้เกิดการมองว่า รับไม่ได้กับท่าทีลักษณะนี้ แล้วมีนัยยะแอบแฝงหรือไม่ ถึงไม่คุยกับคนอื่นๆ แต่จะคุยกับนายสุกรีเพียงคนเดียว    ในแถลงการณ์คลิปสั้นๆ ยังระบุอีกว่า จะมีการล้มโต๊ะการเจรจาสันติภาพทั้งหมด จนกว่าไทยจะเลือกตั้ง แล้วก็ได้รัฐบาลใหม่ โดยขอให้รัฐบาลใหม่เปลี่ยนตัวหัวหน้าคณะพูดคุย ซึ่งที่ว่านี้เป็นจุดยืนของกลุ่มมาราปาตานี    ขณะเดียวกันเหตุการณ์ความไม่สงบสุขของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงมีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อวานนี้ช่วงบ่าย 14.30 น. เกิดเหตุระเบิด ที่หมู่บ้านบาโงยือริง ม.3 ต.บือเระ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ ปิดเส้นทางเข้าออกภายในหมู่บ้านไว้ชั่วคราว ที่เกิดเหตุพบว่าบริเวณโคนเสาไฟมีร่องรอยถูกระเบิดเสียหายเล็ก มีชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องกระจายไปทั่ว   ช่วงเวลาเกิดเหตุมีประชาชนเดินทางไปมาตามปกติ โชคดีที่ไม่มีใครผ่านไปมาจึงไม่มีใครได้รับอันตราย    คาดการณ์ว่าเหตุระเบิดในครั้งนี้อาจเชื่อมโยงกับกรณีที่กลุ่มมาราปาตานี แถลงการณ์ หรือไม่ เบืองต้นตั้งประเด็นว่าคนร้ายสร้างความวุ่นวายเพื่อแสดงศักยภาพ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bRIp92MwXek

 6,312
ข่าวภูมิภาค
29 ม.ค. 62

กลุ่มวัยรุ่นปัตตานีนัดฝึกทหารช่วงกลางคืน ชาวบ้านหวั่นเป็นแนวร่วมก่อความไม่สงบ

ปัตตานี-ชาวบ้านแจ้ง จนท.ตรวจสอบหลังพบกลุ่มชายฉกรรจ์มักนัดกลุ่มวัยรุ่น 5-6 คนมาฝึกร่างกายคล้ายฝึกยุทธวิธีทางทหาร โดยนำมาออกกำลังกายช่วงเวลากลางคืนหลายครั้ง อีกทั้งเกรงว่าเป็นการสร้างแนวร่วมรุ่นใหม่ของกลุ่มก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่   ก่อนจัดส่งกำลังร่วมเป็นชุดลาดตระเวนซุ่มดูพฤติกรรมในแต่ละวัน พบการนำวัยรุ่นมาออกกำลังกายและฝึกฝนร่างกายเหมือนฝึกทหารให้กับกลุ่มวัยแต่ละกลุ่มถึง 3 ครั้ง จึงรายงาน พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ทราบ ก่อนสนธิกำลังร่วมดังกล่าวเข้าพิสูจน์ทราบขณะกลุ่มวัยรุ่นกำลังฝึกกันอยู่กลางสนามด้านหลังสถาบันศึกษาปอเนาะแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี   ล่าสุด พล.ท.พรศักดิ์ สั่งการให้กำลังที่เข้าตรวจสอบจุดดังกล่าว ยึดหลักการปฏิบัติงานภายใต้การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และพร้อมให้ความเป็นธรรมกับผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่อาศัยอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก เชื่อว่าส่วนใหญ่มีแนวความคิดไม่อยากเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มขบวนการณ์ก่อความไม่สงบ   ล่าสุด อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐานเอกสารต่างๆว่ามีความเชื่อมโยงกับเจ้าของสถาบันปอเนาะรวมทั้งบุคคลากรของสถาบัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบเรื่องการเรียนการสอนนักเรียนที่เชื่อว่าส่วนใหญ่ตั้งใจมาเรียน และไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการ   ส่วนวัยรุ่น 5 คนดังกล่าว ให้หน่วยเกี่ยวข้องเชิญตัวไปให้ข้อมูลข่าวสารความเกี่ยวข้อง โดยเน้นย้ำให้ยึดการปฏิบัติภายใต้หลักมนุษยชน รวมถึงให้ตรวจสอบข้อมูลเชื่อมโยงของนักเรียนปอเนาะที่เป็นต่างชาติว่าเข้ามาถูกต้องตามกฏหมายหรือไม่ หากพบเป็นการหลบหนีเข้ามาเรียนโดยผิดกฎหมาย ให้ตรวจสอบผู้มีส่วนรับผิดชอบเพื่อตัดตอนการนำคนต่างชาติเข้ามาหลบซ่อนให้ที่พักพิงกับการเข้าร่วมขบวนการก่อความไม่สงบ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JsmbV2sdnGM

 5,863
ข่าวภูมิภาค
19 ม.ค. 62

นราธิวาส-ปัตตานี เดือดต่อเนื่อง! เปิดคลิปนักเรียนนอนร้องระงม ผวาจนท.ยิงปะทะคนร้ายใกล้รร.

สามจังหวัดชายแดนใต้เดือด คนร้ายป่วน จ.นราธิวาส และปัตตานี ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (19 ม.ค.) จนกระทั่งถึงเช้าวันนี้ โดยที่นราธิวาส คนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทพ.4814 กรมทหารพรานที่ 48 ได้รับบาดเจ็บ 5 นาย ริมถนนเลียบทางรถไฟสายดต๊ะเด็ง-เทศบาลตำบลปะลุรู ช่วงบริเวณบ้านโต๊ะเด็ง ม.1 ต.โต๊ะเด็ง    อีกเหตุการณ์หนึ่งที่นราธิวาส เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ยิงปะทะคนร้าย ในสวนยางพารา บ้านตือกอ ม.7 ต.จะแนะ โดยคนร้ายถูกวิสามัญ 1 ราย และเหตุการณ์นี้เกิดห่างจากโรงเรียนบ้านตือกอ ประมาณ 2 กม. ทำให้ครูและนักเรียนเกิดความหวาดกลัว ทางคณะครูได้นำนักเรียนจากห้องเรียนต่าง ๆ มารวมเป็นกลุ่มอยู่ในห้องสมุด โดยนักเรียนชั้นประถมทั้งชายและหญิงต่างพากันร้องไห้เสียงหลง จนคณะครูต้องพูดจาปลอบประโลม และพากันสวดมนต์   ส่วนที่ปัตตานี เกิดเหตุคนร้ายกดระเบิดที่วางไว้บริเวณเสาไฟฟ้าริมถนน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ได้รับบาดเจ็บขาซ้ายขาด โดยที่ธนาคารเลือดหลังมีเลือดไม่เพียงพอ ได้มีตำรวจ ทหาร ข้าราชการ รวมไปถึงประชาชนนับร้อยคนทยอยเดินทางมาเข้าคิวขอบริจาคเลือดเพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ทั้งสองนายที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BGFYCVT5MZ0

 2,469
ข่าวภูมิภาค
14 ม.ค. 62

สั่งเด้ง ผกก.-รอง ผกก. โรงพักถูกยิงถล่ม เผย รู้ตัว 6 คนร้ายแล้ว

จากกรณีเกิดเหตุคนร้ายจำนวน 6 คน ก่อเหตุกราดยิง สภ.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้ ส.ต.อ.เฉลิมพล คมขำ อายุ 32 ปี ผบ.หมู่ ป.ซึ่งเฝ้าเวรอยู่ในป้อมยามหน้าทางเข้าโรงพักเสียชีวิต นอกจากนี้ยังพบว่าตัวอาคารทั้งภายนอกและภายในมีร่องรอยรูกระสุนได้รับความเสียหายหลายแห่ง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา   ความคืบหน้าวันที่ 14 ม.ค. 62 เมื่อเวลา 08.30 น. พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้เรียกชุดสืบสวนสอบสวนทั้งหมดประชุมเพื่อสรุปเหตุการณ์ การไล่ล่ากลุ่มคนร้ายรวมไปถึงวัตถุพยานในที่เกิดเหตุเพื่อเป็นแนวทางการสืบสวนติดตามคนร้าย   โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุสามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้จำนวนมาก เป็นปลอกกระสุนปืนของคนร้าย ซึ่งการก่อเหตุครั้งนี้คนร้ายใช้อาวุธปืน จำนวน 4 กระบอก แยกเป็น อาวุธปืน เอ็ม 16 จำนวน 32 ปลอก อ้า จำนวน 3 ปลอก ปืนสั้น ขนาด 11 มม. จำนวน 4 ปลอก และ 9 มม. จำนวน 14 ปลอก ซึ่งปลอกกระสุนปืนทั้งหมดถือเป็นหลักฐานที่สำคัญในการสืบสวนตัวคนร้าย   พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ถือว่ารุนแรงซึ่งหัวหน้าโรงพักต้องรับผิดชอบ ตนเคยพูดแล้วหลายครั้งหากเกิดขึ้นที่บ้านของตนเอง เจ้าของบ้านต้องรับผิดชอบ ซึ่งตนก็ได้ออกคำสั่งทันทีให้ ผกก. รอง ผกก. สารวัตรสืบ ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการณ์ตำรวจชายแดนภาคใต้ และตั้งคณะกรรมการสอบ ส่วนตำรวจนายใดที่มาช่วยราชการก็ให้กลับไปที่เดิม ซึ่งตนจะปรับใหม่ทั้งโรงพัก เพราะก่อนหน้านี้เคยเตือนหลายครั้งให้มีการตั้งจุดตรวจหน้าโรงพักก็ไม่ทำจนมาเกิดเหตุ    สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับตัวคนร้ายทั้ง 6 คน ตามคลิปขณะก่อเหตุนั้น ชุดสืบสวนสอบสวนได้ทำการแกะรอยคนร้ายแต่ละคน เกี่ยวกับพฤติกรรม รูปพรรณ เนื่องจากคนร้ายไม่ได้มีการปกปิดใบหน้า ซึ่งในช่วงก่อนมาก่อเหตุ หลังก่อเหตุ คนร้ายใช้เส้นทางเดียวกัน ซึ่งระหว่างนั้นมีพยานเห็นคนร้ายชัดเจน ตอนนี้กำลังทำการสอบพยานซึ่งมีความคืบหน้า    โดยเฉพาะภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิดถือเป็นประโยชน์มากอย่างเนื่องจาก ผู้ต้องหาและผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวได้ชี้ชัดว่าแต่ละคนนั้นในภาพที่ก่อเหตุนั้นเป็นใคร ขณะนี้รู้ตัวแล้วทั้ง 6 คน โดยเฉพาะ นายไซฟุตดิน หะยีปูเต๊ะ ซึ่งทั้ง 6 คนมีหมายจับคดีความมั่นคงทั้งหมดและเป็นระดับปฏิบัติการที่ก่อเหตุหลายคดีในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี และ อ.เทพา อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา แต่ยังไม่ขอเปิดเผย รอผลปืนออกมาให้ชัดเจนและชี้ยันว่าเป็นคนเดียวกันก็ทำขออนุมัติหมายจับทันที   ในส่วนของการติดตามไล่ล่าคนร้ายจนถึงขณะนี้ยังคงเปิดแผนตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีการตรวจค้นเป้าหมายใน 2 อำเภอ คือ อ.โคกโพธิ์ อ.สะบ้าย้อย เชื่อว่าคนร้ายน่าจะกบดานอยู่ในพื้นที่ และมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลาโดยมีแนวร่วมในพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ     ข่าวที่เกี่ยวข้อง 6 คนร้ายแต่งกายเลียนแบบทหารพรานควงอาก้า กราดยิงโรงพักนาประดู่ ปัตตานี ส.ต.อ.ประจำป้อมถูกยิงดับไม่ทันตั้งตัว  

 4,308
ข่าวภูมิภาค
14 ม.ค. 62

6 คนร้ายแต่งกายเลียนแบบทหารพรานควงอาก้า กราดยิงโรงพักนาประดู่ ปัตตานี ส.ต.อ.ประจำป้อมถูกยิงดับไม่ทันตั้งตัว

ปัตตานี-คนร้ายกราดยิง จนท.คาป้อมยาม สภ.นาประดู่  อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ทราบชื่อ ส.ต.อ.เฉลิมพล คมขำ ตำแหน่ง ผบ.หมู่ ป.สภ.นาประดู่ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามเข้าลำตัวหลายนัด แพทย์พยายามช่วยชีวิตแต่เนื่องจากเสียงเลือดมากทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังเกิดเหตุจนท.จึงกระจายกำลังปิดล้อมตรวจค้นและติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายที่หลบหนีไปตามเส้นทางในหมู่บ้าน   จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ ส.ต.อ.เฉลิมพล กำลังปฏิบัติหน้าที่สิบเวรที่ป้อมยามเพื่อดูแลความปลอดภัยและตรวจบุคคลที่จะเข้ามาโรงพักอยู่นั้น ปรากฏว่ามีคนร้ายแต่งกายชุดดำ จำนวน 6 คนใช้รถ จยย.เป็นพาหนะ จำนวน 3 คันขับมาจากเส้นทางภายในหมู่บ้าน ก่อนที่จะมาจอดหน้าป้อมยามแล้วใช้อาวุธสงครามถล่มยิงใส่ป้อมยามและโรงพักอย่างดุเดือด ทำให้ตำรวจที่อยู่ในโรงพักต้องกระโดดหลบคมกระสุนไปคนละทิศละทาง จากนั้นจึงใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้คนร้ายจนคนร้ายล่าถอยเร่งเครื่องหลบหนีเข้าไปตามเส้นทางหมู่บ้าน   จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงพักมาตรวจสอบ พบพฤติกรรมของคนร้ายได้ชัดเจน โดยที่คนร้ายมาด้วยกัน 6 คนใช้รถ จยย.จำนวน 3 คัน ขับมาจากถนนสายยะลาเก่า โดยคนร้ายทั้ง 6 คนขับรถ จยย.เรียงตามมา   โดยคันแรกขับมาจอดหน้าป้อมยามแล้วจ่อยิง ส.ต.อ.เฉลิมพล ทันทีขณะนั่งอยู่ในป้อมโดยไม่ทันตั้งตัวทำให้เสียชีวิต ขณะที่คนร้าย 4 คนขับมาจอดประตูทางเข้า คนร้ายลงจากรถใช้อาวุธปืนระดมยิง อย่งใจเย็น ทั้งปืนสงครามและปืนสั้น ขณะที่อีกภาพจะเห็นว่า คันที่สามคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายยืนขึ้นจากรถ จยย.แล้วใช้อาวุธสงครามยิงใส่ตัวอาคารและเจ้าหน้าที่   ซึ่งหน่วยข่าวได้ทำการตรวจสอบภาพแล้ว ระบุว่า คนร้ายชุดที่ก่อเหตุนี้ มีความชำนาญในการใช้อาวุธปืน และช่วงก่อเหตุถือว่ามีการวางแผนเป็นอย่างดี และใจเย็น คนร้าย 6 คนสามารถบุกเข้ามาก่อเหตุได้ถึงหน้าโรงพักถือว่าเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบระดับมืออาชีพ   จนท.ได้สั่งการทุกหน่วยในพื้นที่กระจายกำลังออกไล่ล่ากลุ่มคนร้ายตามข้อมูลเบาะแสที่ใช้เส้นทางการหลบหนี เชื่อว่าคนร้ายน่าจะกระจายกันหลบหนีและมีแนวร่วมในพื้นที่ให้ความช่วยเหลือที่หลบซ่อน จึงให้ทำการตรวจค้นบ้านเป้าหมายทุกหลัง การก่อเหตุครั้งนี้เชื่อว่าเป็นการตอบโต้หลังจากแกนนำสองคนถูกวิสามัญเสียชีวิตขณะปะทะในพื้นที่ อ.ยะหริ่ง เมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา   ทั้งนี้มีการข่าวแจ้งเตือนว่า มีแนวโน้มกลุ่มก่อความไม่สงบ อาจจะเตรียมการก่อเหตุด้วยระเบิดในพื้นที่ ในชุมชนเมือง ตลาดสด ตลาดนัดชุมชน เพ่งเล็งตลาด โต้รุ่งชุมชนไทยพุทธ ในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก อ.ตากใบ อ.เมืองนราธิวาส และ เมืองเศรษฐกิจ ในห้วงเวลา 13 -15 ม.ค.62 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MQMzevkjF18

 1,964
ข่าวภูมิภาค
13 ม.ค. 62

คนร้าย 6 คน ขี่ จยย. ยิงถล่มโรงพักนาประดู่ จ.ปัตตานี ตร. เสียชีวิต 1 นาย

วันที่ 13 ม.ค. 62 เมื่อเวลา 12.30 น. เกิดเหตุคนร้ายจำนวน 6 คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ 3 คัน ใช้อาวุธปืนยิงใส่โรงพัก สภ.นาประดู่ หมู่ 1 อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี พบเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส 1นายจึงรีบช่วยกันนำร่างส่ง รพ.โคกโพธิ์ ทราบชื่อ ส.ต.อ.เฉลิมพล คมขำ ตำแหน่ง ผบ.หมู่ ป.สภ.นาประดู่ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าลำตัวหลายนัด แพทย์พยายามช่วยชีวิตแต่เนื่องจากเสียงเลือดมากทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา   หลังเกิดเหตุ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานหน่วยกำลังในพื้นที่กระจายกำลังปิดล้อมตรวจค้นและติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายที่หลบหนีไปตามเส้นทางในหมู่บ้าน   ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าบริเวณตัวป้อมยามมีรูกระสุนจำนวนมาก นอกจากนี้ตัวอาคารของโรงพักและกระจกก็มีร่องรอยของกระสุนปืนหลายแห่ง และยังพบปลอกกระสุนปืนอาก้าตกเกลื่อนบนถนนห่างจากป้อมยามเกิดเหตุ ประมาณ 10 เมตรเจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ ส.ต.อ.เฉลิมพล กำลังปฏิบัติหน้าที่สิบเวรที่ป้อมยามเพื่อดูแลความปลอดภัยและตรวจบุคคลที่จะเข้ามาโรงพักอยู่นั้น ปรากฏว่ามีคนร้ายแต่งกายชุดดำ จำนวน 6 คนใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ จำนวน 3 คันขับมาจากเส้นทางภายในหมู่บ้านก่อนที่จะมาจอดหน้าป้อมยามแล้วใช้อาวุธสงครามถล่มยิงใส่ป้อมยามและโรงพัก ทำให้ตำรวจที่อยู่ในโรงพักต้องกระโดดหลบคมกระสุนไปคนละทิศละทาง จากนั้นจึงใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้คนร้ายจนคนร้ายล่าถอยเร่งเครื่องหลบหนีเข้าไปตามเส้นทางหมู่บ้าน   ด้าน พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ทพ.43 ได้สั่งการทุกหน่วยในพื้นที่กระจายกำลังออกไล่ล่ากลุ่มคนร้ายตามข้อมูลเบาะแสที่ใช้เส้นทางการหลบหนี เชื่อว่าคนร้ายน่าจะกระจายกันหลบหนีและมีแนวร่วมในพื้นที่ให้ความช่วยเหลือที่หลบซ่อน จึงให้ทำการตรวจค้นบ้านเป้าหมายทุกหลัง   การก่อเหตุครั้งนี้เชื่อว่าเป็นการตอบโต้หลังจากแกนนำสองคนถูกวิสามัญเสียชีวิตขณะปะทะในพื้นที่ อ.ยะหริ่ง เมื่อวันที่ 12 มค.ที่ผ่านมา  

 17,932
ข่าวภูมิภาค
13 ม.ค. 62

ยืนยันแล้ว 2 คนร้ายใช้ ด.ญ.9ขวบ เป็นโล่ ยิงปะทะเดือดปัตตานี เป็นกลุ่มเดียวกับที่บุกยิงอาสาฯดับ 4 ศพ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ได้แก่ทหารพราน และเด็กหญิงอายุ 9 ปี ที่ถูกลูกหลง ในเหตุปะทะเดือดคนร้ายใจอำมหิตจับเด็กหญิงเป็นโล่กำบัง แม่ฝ่าดงกระสุนเข้าช่วยลูก ก่อนตะโกนบอกเจ้าหน้าที่ว่ามีเด็กจนเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือได้สำเร็จ และวิสามัญคนร้าย 2 ราย   ทั้งนี้ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า คนร้ายที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะทั้ง 2 คน คือ นายอับดุลเลาะ เจะหะ และนายอับดุลเลาะ สามะ เป็นคนร้ายที่ร่วมในการก่อเหตุบุกยิงอาสาสมัครรักษาดินแดน อ.ยะรัง เสียชีวิต 4 ศพ เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/-3OwhwlMepE

 8,253

Top