ค้นหา :

ผลการค้นหา "เศรษฐกิจ"

ต่างประเทศ
02 ส.ค. 60

เกาหลีใต้ทุ่มเงินหนุน ปชช.มีลูก ห่วงอัตราการเกิดน้อยดึงเศรษฐกิจตกต่ำ

  อัตราการเกิด ปชช.เกาหลีใต้ ต่ำสุดในประวัติศาสตร์ แม้รัฐฯ ทุ่มเงินหนุนอย่างหนัก!        เมื่อต้นปีที่ผ่านมา (2017) มีรายงานว่าอัตราการเจริญพันธุ์ของประเทศเกาหลีใต้ อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่เหมาะสำหรับประเทศที่พัฒนาแล้ว        และเนื่องจากอัตราการเกิดได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่อัตราที่ต่ำที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้สำหรับประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งตามรายงานระบุว่า ทารกจะเกิดปีนี้ประมาณ 360,000 ราย จึงถือเป็นจำนวนที่ต่ำที่สุด จากที่เคยบันทึกไว้ที่ 400,000 ราย       เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ เปิดเผยว่า หนึ่งในสาเหตุสำคัญของเรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นปัญหาการว่างงานของเยาวชน รวมทั้งค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายสำหรับการศึกษาที่สูง ทำให้พวกเขาต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และการสร้างครอบครัวที่มีขนาดใหญ่จึงไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมอีกต่อไป        ขณะที่ 'Celia Hatton' บรรณาธิการของ BBC World Service Asia-Pacific Celia Hatton ถึงกล่าวเหตุผลอีกประการหนึ่งคือ ความกังวลของผู้หญิงต่อนโยบายการลาคลอดของบริษัท ที่มักจะไม่มีความมั่นคงแน่นอน       ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้คู่รักในปัจจุบันเลือกที่จะมีลูกน้อยลง หรือบางคู่อาจตั้งใจเลือกที่จะไม่มีลูกเลย        แม้ว่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา รัฐบาลของประเทศเกาหลีใต้ จะพยายามมอบสิ่งจูงใจแก่ประชาชนเพื่อเพิ่มอัตราการเกิดของประเทศ โดยทุ่มงบประมาณกว่า 70,000 ล้านเหรียญสหรัฐ นับตั้งแต่เงินสนับสนุนและสวัสดิการณ์ต่างๆของตัวเด็กเอง ไปจนถึงผลประโยชน์ของพ่อ-แม่ รวมทั้งการจ่ายเงินสำหรับการรักษาสำหรับภาวะมีบุตรยากด้วย        เนื่องจากเจ้าหน้าที่กังวลว่าอัตราการเกิดต่ำอาจลดจำนวนแรงงาน และเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการสำหรับประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น นำไปสู่การลดโอกาสในการเติบโตทางเศรษฐกิจ     ขอบคุณข้อมูลจาก BBC

 14,069
ต่างประเทศ
01 พ.ค. 60

ชาวจีนทั่วประเทศแห่เที่ยวฉลองวันแรงงานคึกคัก คาดเงินสะพัด 3 หมื่นล้านหยวน

บรรยากาศชาวจีนแผ่นดินใหญ่กว่า 52 ล้านคนแห่เดินทางท่องเที่ยวฉลองรับวันแรงงาน ตามที่ต่างๆ ทั้งอุทยานแห่งชาติและสวนดอกไม้ คาดว่าจะทำให้เงินสะพัดกว่า 3.1 หมื่นล้านหยวน ขณะที่หน่วยงานก็มีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อรับมือเหตุฉุกเฉิน

 9,978
ต่างประเทศ
19 ธ.ค. 59

สื่อจีนเผย 'ไทย' ครองแชมป์จุดหมายยอดนิยม นทท.จีนควักกระเป๋า-เดินทางเยือนช่วงตรุษจีน

         เว็ปไซต์สำนักข่าว shanghaiist รายงานว่า 'ตรุษจีน' เทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองของชาวจีน ซึ่งตรงกับช่วงปลายเดือนมกราคม พ.ศ.2560 คาดการณ์ว่าชาวจีนจะเดินทางออกนอกประเทศประมาณ 6 ล้านคน เช่นเดียวกับเมื่อปีที่ผ่านมา และเป็นอีกครั้งที่ 'ประเทศไทย' คือจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวจีน            นอกจากประเทศไทยแล้ว ยังมีประเทศอื่น ๆ อีกมากมายที่ได้รับความนิยมจากเหล่านักท่องเที่ยวชาวจีน อาทิเช่น ญี่ปุ่น , เกาหลีใต้ , ออสเตรเลีย และ สหรัฐอเมริกา รวมทั้งประเทศที่เพิ่งได้รับความสนใจจากชาวจีนอย่างอินเดีย , เวียดนาม และ ฟิลิปปินส์            โดยสามารถจัด 10 อันดับ ประเทศที่ได้รับความนิยม และคาดว่านักท่องเที่ยวชาวจีนจะเดินทางไปเยือนช่วงเทศกาลตรุษจีน ดังนี้ 1) ไทย 2) ญี่ปุ่น 3) สหรัฐอเมริกา 4) สิงคโปร์ 5) ออสเตรเลีย 6) มาเลเซีย 7) เกาหลีใต้ 8) อินเดีย 9) ฟิลิปปินส์ 10) เวียดนาม         จะเห็นว่าประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวชาวจีน เนื่องจากค่าใช้จ่ายค่อนข้างต่ำ และไม่ห่างไกลจากประเทศจีนมากนัก          ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าในช่วงเทศกาลตรุษจีน ประมาณ 9 วัน นักท่องเที่ยวชาวจีนจะเดินทางไปยัง 172 ประเทศ พวกเขาจะใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 14.3  พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ (100 พันล้านหยวน)           ขอบคุณข้อมุลจาก shanghaiist.com              ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

 5,272
เศรษฐกิจ
05 ธ.ค. 59

คลังแจงเลื่อนจ่ายเงินผู้มีรายได้น้อย หลังพบลงทะเบียนซ้ำ-รายได้เกิน

นายพรชัย ฐีระเวช รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวชี้แจงกรณีที่ยังไม่สามารถโอนเงินให้แก่ผู้มีรายได้น้อยตามกำหนดเดิมได้นั้นว่า จากการตรวจสอบพบว่าผู้ลงทะเบียนบางส่วนมีรายได้เกินกว่าปีละ 100,000 บาท มากกว่า 10,000 ราย และไม่สามารถชี้แจงตามหลักฐานที่กรมสรรพากรตรวจพบ เช่น ผู้ลงทะเบียนบางส่วน สำแดงรายได้ไม่ตรงกับที่ระบุ อีกทั้งยังพบการขอเงินคืนจากภาษีหัก ณ ที่จ่าย ประกอบกับผู้ลงทะเบียนจำนวนหนึ่ง ลงทะเบียนซ้ำกันหลายธนาคาร ซึ่ง สศค.จะยึดข้อมูลการโอนเงินผ่านธนาคารสุดท้ายที่ลงทะเบียน คาดว่าจะสามารถโอนเงินได้ภายในสัปดาห์หน้า แต่ไม่สามารถกำหนดวันได้ชัดเจน   กระทรวงการคลังยังได้เปิดเผยข้อมูลว่า จากการตรวจสอบข้อมูลรายได้ผู้ลงทะเบียนฯ โดยใช้หมายเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก พบว่า ผู้ลงทะเบียน 8.3 ล้านคน มีผู้ลงทะเบียนซ้ำธนาคารกัน 2-3 ธนาคาร รวมกว่า 4.6 หมื่นพคน รวมทั้งบางคนชื่อต่างกันแต่ใช้เลขบัตรประชาชนเดียวกัน จึงต้องส่งให้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบให้ชัดเจนว่า หมายเลขบัตรประชาชนที่ซ้ำกันเป็นของบุคคลใด             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/miP15i6V4Vg

 12,278
การเมือง
02 ต.ค. 59

ดุสิตโพลชี้ ปชช.ส่วนใหญ่คาดหวังปี3 รัฐบาลพาเศรษฐกิจดีขึ้น

สวนดุสิตโพลเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ปีที่ 3 ของ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ในความคาดหวังของประชาชน" พบว่า สิ่งที่ประชาชนคาดหวังในปีที่ 3 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เป็นดังนี้    ร้อยละ 83.18 เศรษฐกิจดีขึ้น มีการลงทุนขนาดใหญ่ พัฒนาระบบการคมนาคม    ร้อยละ 79.24 ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี กินดีอยู่ดี มีงานทำ    ร้อยละ 72.08 คนไทยรักสามัคคีกัน บ้านเมืองสงบ ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง   ร้อยละ 71.65 มีการเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตย การเมืองเป็นไปในทิศทางที่ดี   ร้อยละ 69.34 รัฐบาลเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชน มีผลงานเป็นรูปธรรม       ส่วนผู้ที่จะทำให้ประชาชนสมหวังในปีที่ 3 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ คือ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาร้อยละ 74.56            ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Br00yHExXJ8

 1,238
เศรษฐกิจ
30 ก.ย. 59

'ไฮโซเล็ก'โพสต์แจงขายปาร์คนายเลิศ-ที่ดินแค่บางส่วน นักลงทุนชี้ธุรกิจโรงแรมอยู่ภาวะล้นตลาด แข่งขันสูง

ไฮโซเล็ก-ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงแรมปาร์คนายเลิศ จำกัด โพสต์อินสตาแกรม ชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม หลังประกาศขายกิจการโรงแรม ปาร์คนายเลิศ ที่ดำเนินกิจการมานาน 36 ปี ให้กับเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ โดยระบุ "เล็กขอแจ้งอธิบายเพิ่มเติมนิดนึงคะ เพราะเห็นหลายๆคนเข้าใจผิดจากข่าวที่ออกไป ที่จริงคือ ที่ดินที่ขายไป เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพื้นที่ทั้งหมด (ส่วนที่เป็นโรงแรมและตึกpromenade) พื้นที่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นของ ครอบครัว โดยบ้านปาร์คนายเลิศ ห้องอาหารมาเมซอง และ แผนกจัดเลี้ยงยังคงให้บริการเป็นปรกติเหมือนเดิม และ ร้านอาหาร Lady L ซึ่งเหุ้นป็น garden bistro กำลังจะเปิดในต้นเดือนธันวาคมนี้ สำหรับส่วนบริการอื่นๆ เช่น ที่จอดรถ สำหรับลูกค้าที่มาจัดเลี้ยงในบ้านปาร์คนายเลิศ ยังคงจอดรถได้ที่โรงแรมตามปรกติค่ะ ขอบคุณค่ะ" ด้านนักธุรกิจในแวดวงโณงแรมระบุสถานการณ์ธุรกิจโรงแรมปัจจุบันในไทยอยู่ในภาวะล้นตลาด มีการแข่งขันสูง โรงแรมขนาดเล็กและกลางผุดขึ้นมาจำนวนมาก ทำให้ต้องมีการตัดราคา ส่งผลให้โรงแรมที่มีต้นทุนสูง มีกำไรลดลง ต้องแบกรับภาระ ทั้งนี้คาดว่าในอนาคตอาจมีโณงแรมใหญ่อีกหลายแห่งมีแนวคิดขายกิจการเช่นเดียวกัน ขณะที่หุ้นบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ประจำวันที่ 29 ก.ย. ภายหลังเข้าซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างโครงการปาร์คนายเลิศ มูลค่า 1.28 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปพัฒนาศูนย์สุขภาพแบบครบวงจร BDMS Wellness Clinic พบราคาหุ้นตกลง ราคาอยู่ที่ 21.30 บาท ปรับลดลง 70 สต. หรือ -3.18%   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gnwqjzT1o44  

 5,048
เศรษฐกิจ
15 ก.ย. 59

กนง. มีมติคงดอกเบี้ย 1.50% ชี้ gdp ปีนี้โต 3.2% ดีกว่าที่คาด

ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 11 หลังมองเศรษฐกิจฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไปแต่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่ พร้อมปรับประมาณการเศรษฐกิจปีนี้ดีขึ้น โต 3.2% ดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม 3.1% เนื่องจากเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 ของปี สามารถขยายตัวได้ดีจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uFlDJ1upc9k  

 1,114
เศรษฐกิจ
16 ส.ค. 59

รมว.ท่องเที่ยว ชี้ใช้หยุดยาว 4 วัน กระตุ้นเศรษฐกิจ ยังต้องหารือหลายหน่วยงาน

       นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ตามที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้วันที่ 26-27 กันยายน เป็นวันหยุดต่อเนื่องจากวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ 24-25 กันยายน เพื่อให้มีวันหยุด 4 วัน เป้าหมายเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศนั้น ในส่วนของตนเองต้องหารือกับกระทรวงอื่นหรือหน่วยงานอื่น ๆ ก่อน อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรม เพราะหากมีวันหยุด อาจจะกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในส่วนภาคการผลิต อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ท่องเที่ยวสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แต่ทางหน่วยงานรัฐก็ไม่ต้องประมาท        “การท่องเที่ยวยังคงปกติ กระทรวงยังคงยืนยันเป้าหมายรายได้ที่ 2.41 ล้านล้านบาทในปีนี้อย่างแน่นอน โดยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กำหนดกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับการท่องเที่ยวไทย โดยได้มีการเร่งระดมวิธีการทำงานเชิงรุก และระดมทีมบุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อเร่งให้การช่วยเหลือดูแลนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ในทุกพื้นที่ที่เกิดเหตุความไม่สงบขึ้น เมื่อนักท่องเที่ยวเห็นเจ้าหน้าที่ทำงานและคอยดูแลอย่างดี นักท่องเที่ยวทุกรายมีกำลังใจดี มีความเข้มแข็ง เข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังมีความรู้สึกที่ดีกับประเทศไทยจากการที่ได้ดูแลและเยียวยาในทุกมาตรการที่ไทยสามารถทำได้” นางกอบกาญจน์กล่าว

 3,992
เศรษฐกิจ
16 ส.ค. 59

สภาพัฒน์ฯเผยจีดีพีไทยไตรมาส 2 โต 3.5% สูงกว่าเป้าที่วางไว้

คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ แถลงภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ปี 2559 ขยายตัวร้อยละ 3.5 เร่งตัวขึ้นจากไตรมาสแรกที่ขยายตัวได้ร้อยละ 3.2 รวมครึ่งปีแรกเศรษฐกิจไทยเติบโตร้อยละ 3.4 สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ร้อยละ 3.3 โดยปัจจัยหลังยังเป็นผลจากการลงทุนของรัฐบาล ขยายตัวร้อยละ 10.4 และด้านการท่องเที่ยวที่ขยายตัวร้อยละ 8.2 ด้านจำนวนนักท่องเที่ยว ทำให้สภาพัฒน์ปรับเป้าหมายตัวเลขนักท่องเที่ยวจาก 33 ล้านคน เป็น 33.5 ล้านคน และการขยายตัวในแง่รายได้จากภาคการท่องเที่ยว ร้อยละ 14.7 อย่างไรก็ตาม สภาพัฒน์ ยังคงเป้าหมายเศรษฐกิจไทยทั้งปีไว้ในกรอบร้อยละ 3.0-3.5 แต่มีโอกาสด้านสูงมากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจไทยอาจโตสูงกว่ากรอบบนร้อยละ 3.5 ซึ่งยังคงต้องติดตามเศรษฐกิจไตรมาส 3 ก่อน จึงปรับเป้าหมายเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า ไม่น่ามีปัจจัยใดเข้ามากระทบเศรษฐกิจไทย จนทำให้เศรษฐกิจครึ่งปีหลัง จะโตน้อยกว่าครึ่งปีแรกได้ เช่นเดียวกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด ที่เชื่อว่ารัฐบาลสามารถดูแลไม่ให้กระทบบรรยากาศด้านการท่องเที่ยวได้ และยังไม่ใช่ความเสี่ยงหลัก ดังนั้นเศรษฐกิจไทย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uNa1Opc-1zU

 1,008
เศรษฐกิจ
15 ส.ค. 59

พาณิชย์หนุนแฟรนไชส์ไทยปักธงในอาเซียน

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เริ่มโครงการเฟ้นหา 150 นักธุรกิจรุ่นใหม่ไปปักธงธุรกิจในอาเซียนก่อนก้าวสู่ตลาดโลก หลังที่ผ่านมาประสบความสำเร็จแล้วถึง 25 กิจการ สามารถสร้างตลาดได้ใน 29 ประเทศ มั่นใจแฟรนไชส์ไทยเป็นทางลัดช่วยสร้างมูลค่าเศรษฐกิจได้มหาศาล   นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวภายหลังเปิดโครงการแฟรนไชส์ไทยสู่ตลาดโลกประจำปี 2559 สร้างโอกาสนักธุรกิจไทยบุกตลาดแฟรนไชส์อาเซียนว่าโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ไทยที่พร้อมและมีศักยภาพ 150 ราย ได้มีโอกาสร่วมงานเจรจาธุรกิจหรืองานแสดงธุรกิจแฟรนไชส์ในต่างประเทศ โดยได้กำหนดเป้าหมายไว้ 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย, กัมพูชา, เวียดนาม, สปป.ลาว และจีน ซึ่งเป็นประเทศที่นิยมสินค้าและบริการของไทย ภายใต้งบประมาณรวม 39 ล้านบาท หลังจากที่ผ่านมา สามารถขยายเครือข่ายไปต่างประเทศสำเร็จแล้วถึง 25 กิจการ กว่าครึ่งเป็นธุรกิจอาหาร และสร้างตลาดได้ใน 29 ประเทศ จากจำนวนธุรกิจแฟรนไชส์ของไทยทั้งหมด 1,300 ราย ในจำนวนนี้เป็นแฟรนไชส์ไทยที่ได้มาตรฐานสากลจำนวน 209 โดยธุรกิจแฟรนไชส์ไทยทั้งประเทศนั้นมีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 250,000 ล้านบาท    ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับ 7 สิทธิประโยชน์รอบด้านระหว่างเดือนสิงหาคม ถึงธันวาคมนี้ ได้แก่  1) เตรียมพร้อมการเจรจาและการแสดงธุรกิจในต่างประเทศ  2) การฝึกปฏิบัติจริงในสถานการณ์จำลอง  3) การจัดทำแผนกลยุทธ์  4) การ พัฒนาคู่มือปฎิบัติการและสัญญาแฟรนไชส์  5) การให้คำปรึกษาแนะนำการพัฒนาแผนการตลาดธุรกิจแฟรนไชส์ระยะ 3 ปี  6) จัดทำสื่อการนำเสนอและการเจรจาธุรกิจ 3 ภาษา และ  7) เดินทางร่วมงานเจรจาธุรกิจ และงานแสดงธุรกิจแฟรนไชส์    สำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่สนใจสร้างแฟรนไชส์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน 1570 และกองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หมายเลขโทรศัพท์ 025475953 อีเมล์ franchisegointer@gmail.com และ interspecial2559@gmail.com ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ได้ที่ Facebook : ปักธงแฟรนไชส์ไทยผงาดสู่ ASEAN  

 1,422
เศรษฐกิจ
11 ส.ค. 59

เกาหลีใต้ปลดล็อคนำเข้าไก่สดจากไทยในรอบ 12 ปี หลังปัญหาไข้หวัดนกระบาด

      พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังหารือกับ กับ นายลี ดองพิล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร อาหารและกิจการชนบท สาธารณรัฐเกาหลีใต้ ที่กรุงโซล ว่าเกาหลีใต้พร้อมที่จะกลับมานำเข้าไก่สดแช่เย็นและแช่แข็งของไทยอีกครั้ง หลังจากที่หยุดนำเข้าไก่จากไทย ตั้งแต่เกิดปัญหาไข้หวัดนกระบาดในปี 2547 ซึ่งในขณะนี้ไทยถือว่าเป็นประเทศที่ปลอดจากโรคไข้หวัดนกแล้ว และสามารถส่งออกเนื้อสัตว์ปีกสดไปยังสหภาพยุโรป , ญี่ปุ่น และรัสเซียได้        โดยกระทรวงเกษตรฯ ของเกาหลีใต้ จะส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจรับรองโรงงานที่ประเทศไทย ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้าย ขณะที่กระทรวงเกษตรฯ ของไทย จะเร่งแจ้งให้ผู้ประกอบการเตรียมพร้อมทั้งในเรื่องของกระบวนการและวัตถุดิบให้พร้อม โดยคาดว่ากระบวนการจะเสร็จสิ้นภายในปีนี้แน่นอน และส่งออกได้ต้นปี 2560 ซึ่งคาดว่าจะมียอดส่งออก ที่ 30,000-40,000 ตันต่อปี

 2,138
เศรษฐกิจ
08 ส.ค. 59

กูรูชี้ประชามติ ร่าง รธน.ผ่าน ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทย

กูรูและนักวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจ อาทิ หอการค้าไทย, สภาผู้ส่งออก และนักธุรกิจรายใหญ่ ชี้ประชามติ ร่าง รธน.ผ่าน ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทย สามารถเรียกความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้ในระดับหนึ่ง คาดเศรษฐกิจในปีนี้จะโต 4%   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/n1jfoSUiDLw 

 1,443
เศรษฐกิจ
04 ส.ค. 59

ปลัดคลังชูโมเดลเศรษฐกิจ 'เห็บสยามโมเดล' อ.เจษฎา แนะเปลี่ยนชื่อเป็น 'นกเอี้ยง'

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงแนวคิดโมเดลเศรษฐกิจที่เรียกว่า เห็บสยามโมเดล คือการที่ไทยเติบโตไปกับประเทศต่างๆ แต่ไม่ทรุดตัวไปตามวัฏจักรเศรษฐกิจ คือเราจะไปเกาะประเทศที่โตดี เช่น จีน อินเดีย หรือแอฟริกาใต้ หากประเทศเหล่านี้โตเราจะโตตามไปด้วย กินจนเราอ้วนแต่เมื่อเกิดเศรษฐกิจขาลง เราจะย้ายไปโตกับประเทศอื่นแทน คือเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจกับทุกประเทศ ไม่ใช่เป็นคู่แข่ง ขณะที่ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงประเด็นนี้ว่า “เห็บสยามโมเดล vs นกเอี้ยงไทยโมเดล” หลายท่านคงเห็นข่าวที่ปลัด ก. การคลัง เสนอให้ประเทศไทยควรเป็น “เห็บสยาม” ไปเกาะประเทศที่เศรษฐกิจโตดี เช่น จีน อินเดีย หรือแอฟริกาใต้ แล้วเราจะโตอ้วนตามไปด้วย แต่ถ้าเศรษฐกิจขาลง เราก็โดดไปเกาะโตกับประเทศอื่นแทน เป็นพันธมิตรกับทุกประเทศ ไม่ใช่เป็นคู่แข่ง คือนอกจากคำว่า “เห็บสยาม” จะฟังดูน่าขยะแขยง ขนลุก จนขอร้องเถอะ ว่าอย่าไปบอกต่างชาตินะ ว่าไทยจะใช้ “Siamese Tick Model” ยี้กันแน่ๆ … ผมว่า ท่านปลัด หรือทีมงานเนี่ย คงไม่ได้เรียนชีววิทยามาแน่ๆ เลย หึๆๆ เพราะเห็บไม่ได้เป็นพันธมิตรกับหมา แมว หรือคนที่มันเกาะ มันเป็น “ปรสิต” ที่ดูดกินเลือดสัตว์ที่เกาะ สร้างความรำคาญ นำโรคร้าย ฯลฯ เป็นภาวะปรสิต parasitism หรือลบบวก ( – , + ) ไม่ได้สร้างผลดีใดๆ แก่สัตว์เจ้าบ้านนั้น … แถมมันไม่ได้เทียวโดดย้ายไปย้ายมานะ มันจะเกาะดูดเลือดจนอิ่มเต็มที แล้วค่อยหล่นลงมาเพื่อลอกคราบหรือวางไข่ จริงๆ ถ้าเอาคอนเซปต์ที่ ก.คลัง คิด ก็น่าจะเสนอเป็น “นกเอี้ยงไทย (เลี้ยงควายเฒ่า) โมเดล” ดีกว่า น่ารักกว่าเยอะ อย่างนี้จะเป็นความสัมพันธ์แบบเป็นพันธมิตร ได้ประโยชน์ร่วมกัน เป็นแบบบวกบวก ( + , + ) เพราะนกเอี้ยงได้กินอาหารพวกเห็บเหาบนตัวควาย (ประเทศใหญ่) ส่วนควาย นอกจากจะนกจะช่วยกำจัดปรสิตแล้ว ยังได้รับการเตือนภัยถ้านกเห็นศัตรู … ถ้านกเอี้ยง อยากบินไปเกาะควายตัวอื่นที่ดูดีกว่า แข็งแรงกว่า ก็ทำได้ทันที ถ้าเอา “นกเอี้ยงไทยโมเดล” ก็ให้เรียกเป็น Thai Cowbird Model รับรองฝรั่งฮือฮาแน่ๆ ครับ … ยังไงๆ กระทรวงอื่นคิดจะเสนออะไรแบบนี้ ก็มาปรึกษานักชีววิทยาก่อนได้นะครับ หุๆๆ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ https://youtu.be/Oeg9x4hni_M

 2,128
เศรษฐกิจ
01 ส.ค. 59

เอกชนชี้ผลประชามติร่าง รธน. ช่วยสะท้อนเศรษฐกิจไทย

ผู้ประกอบการภาคเอกชนวิเคราะห์การรับ-ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในการลงประชามติ 7 ส.ค. 2559จะมีผลต่อเศรษฐกิจในประเทศ ชี้หากมีการรับร่าง รธน.จะเป็นปัจจัยบวก ช่วยเรื่องจิตวิทยา ช่วยกระตุ้นด้านเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในระดับหนึ่ง    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-W5aEt3OgYQ

 1,556
เศรษฐกิจ
26 ก.ค. 59

ผู้ประกอบร้อง มาตรการคุมเข้ม นทท.จีน กระทบธุรกิจ

         ผลกระทบจากการใช้มาตรการคุมเข้มนักท่องเที่ยวจีน ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเริ่มได้รับผลกระทบ นักท่องเที่ยวจีนหันไปเที่ยวประเทศอื่น          ที่จังหวัดเชียงใหม่ พบว่านักท่องเที่ยวชาวจีนลดลงมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่ขับรถยนต์ส่วนตัวเข้ามาท่องเที่ยว หลังจากกระทรวงคมนามคมกำหนดมาตรการนำรถยนต์ส่วนตัวเข้าประเทศของนักท่องเที่ยว แม้ยังไม่ได้บังคับใช้ก็ส่งผลกระทบแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มชาวจีนที่ชอบขับรถเข้ามาท่องเที่ยวแบบคาราวานหายไปหมด และมีกระแสข่าวด้วยว่านักท่องเที่ยวชาวจีน เริ่มบอยคอตมาเที่ยวไทย         เช่นเดียวกับที่จังหวัดเชียงราย ปริมาณนักท่องเที่ยวชาวจีนลดลงทำให้ผู้ประกอบการวิตก ผู้บริหารโรงแรมแห่งหนึ่งกล่าวว่าในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวที่เข้ามาแบบคาราวานรถยนต์ทางด่านอำเภอเชียงของหายไปหมดส่วนหนึ่งมาจากกฎระเบียบที่บังคับใช้   

 3,750

Top