ค้นหา :

ผลการค้นหา "ภูเก็ต"

อาชญากรรม
23 ก.พ. 63

บุกทลายขบวนการค้ามนุษย์ หลอกเด็กต่างชาติใช้แรงงานทาส

เมื่อวานนี้ (22 ก.พ.) ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ นำกำลังปิดล้อมตรวจค้นบ้านเช่า 4 หลัง ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต หลังสืบทราบว่า มีแก๊งขบวนการค้ามนุษย์ชาวต่างชาติ เข้ามาหากินในประเทศไทย โดยไปเช่าเด็กกัมพูชาและเวียดนามจากพ่อแม่   จากการตรวจค้นทั้ง 4 จุด สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติ และช่วยเหลือเด็กได้ 17 คน พร้อมกับพบอุปกรณ์ร้อยพวงมาลัยจำนวนหนึ่ง จึงนำตัวเด็กไปดูแลที่บ้านพักเด็ก จังหวัดภูเก็ต   สำหรับพฤติกรรมของแก๊งค้ามนุษย์แก๊งนี้ จะไปเช่าเด็กมาจากพ่อแม่ อ้างว่าจะให้มาทำงานสบาย ได้เงินเดือนละ 5 พันบาท เมื่อตกลงกันได้ก็จะพาเด็กผ่านช่องทางธรรมชาติมาที่ภูเก็ต มาอยู่ในบ้านเช่า และบังคับเด็กให้ขายสินค้าให้กับนักท่องเที่ยวที่หาดป่าตอง ซึ่งเด็กบางรายมีอายุต่ำกว่า 15 ปี ต้องทำงานทุกวันไม่มีวันหยุด ไม่มีค่าแรง ได้รับแค่อาหารและที่พักอาศัยเท่านั้น หากในแต่ละวันเด็กขายของได้ไม่ถึง 3 พันบาทต่อวัน จะถูกตีและทำร้ายร่างกาย จนเด็กบางคนถูกทำร้ายจนทนไม่ไหว ต้องหนีออกมาจากบ้านเช่าเพื่อหนีกลับประเทศตัวเอง บางคนก็หนีมาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่         ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/fWi0KabVBYE  

 218
สังคม
18 ก.พ. 63

จวกยับ! กลุ่มวัยรุ่นเบิ้ลเครื่องจยย. ไว้อาลัยรุ่นพี่หน้าเมรุ ตร.จ่อเรียกดำเนินคดี

ภูเก็ต-เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอกลุ่มวัยรุ่นเบิ้ลเครื่องจักรยานยนต์หน้าเมรุวัด เพื่อแสดงความอาลัยรุ่นพี่ ด้านตำรวจจ่อเรียกกลุ่มวัยรุ่นมาดำเนินคดี   จากกรณีผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ แม้ก’ตั้มม ได้มีการโพสต์ภาพ พร้อมวีดิโอคลิปความยาวประมาณ 1.05 นาที พร้อมข้อความระบุว่า “R.I.P.มอสผัง หลับให้สบายนะ ชาติหน้าเกิดมาก้ขอให้เกิดมาเป็นรุ่นพี่อีกนะครับ” โดยในวิดิโอคลิปที่โพสต์พบว่าเป็นภาพขณะที่กลุ่มวัยรุ่นกำลังเบิ้ลเครื่องรถจักรยานยนต์จำนวนหลายคันเสียงดังสนั่น อยู่ที่หน้าเมรุของวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต คล้ายเป็นการแสดงอาลัยแก่เพื่อนรุ่นพี่ผู้เสียชีวิต ก่อนจะมีการเผาศพ   ล่าสุด (17 ก.พ.63) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่วัดไชยธารารามหรือวัดฉลอง ต.ฉลอง อ.เมืองจังหวัดภูเก็ต สอบถามไวยาวัจกรของวัดไชยธารารามหรือวัดฉลอง เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าวนั้นยอมรับว่าเกิดขึ้นจริง โดยเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 15 ก.พ.63 ที่ผ่านมา ซึ่งในวันนั้นตนเองได้เป็นผู้กล่าวนำในพิธีสวดแต่ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ตามคลิป เนื่องจากเดินทางออกจากพิธีไปก่อน แต่จากการสอบถามพระลูกวัดที่อยู่ในพิธีเล่าว่า ขณะที่กำลังนำศพขึ้นเมรุ ก่อนทำการเผา กลุ่มวัยรุ่นซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิต ได้นำรถจยย.ประมาณ 30 คัน มาจอดที่ด้านข้างเมรุก่อนเบิ้ลเครื่องเสียงดัง    จากนั้นผู้หลักผู้ใหญ่ที่ร่วมงานได้สั่งให้หยุด กลุ่มวัยรุ่นได้ให้ความร่วมมือและขับขี่ออกไป โดยระหว่างที่ขับขี่ออกไปก็มีการเบิ้ลเครื่องยนต์ไปด้วยตามคลิปที่ปรากฏ    ด้านเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.ฉลอง ได้ออกติดตามกลุ่มคนในคลิปดังกล่าวมาดำเนินการตามกฏหมาย เบื้องต้นมีอยู่ประมาณ 30 – 40 คัน ซึ่งเมื่อติดตามตัวมาแล้วก็จะดำเนินการตามกฏหมาย โดยเบื้องต้นพบว่าเป็นการกระทำผิดฐานสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ผู้อื่น ดัดแปลงสภาพรถ ท่อเสียงดัง ซึ่งเป็นโทษปรับตามพ.ร.บ.จราจร    และนอกจากนี้ยังต้องมีการดำเนินการตามมาตรการเกี่ยวกับผู้ปกครอง ตามพรบ.คุ้มครองเด็ก หากพบว่ารายได้กระทำการอันไม่สมควรก็จะมีการเชิญผู้ปกครองมารับทราบ และทำทัณฑ์บน หรือภาคทัณฑ์ไว้เพื่อป้องปรามไม่ให้ก่อเหตุซ้ำ   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/z0Q94_j6QPU

 137
ข่าวภูมิภาค
18 ก.พ. 63

จวก กลุ่มวัยรุ่นเบิ้ลเครื่องดังสนั่นหน้าเมรุ ไว้อาลัยเพื่อนที่ตายจากอุบัติเหตุ

ภูเก็ต-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ แม้ก’ตั้มม โพสต์คลิปกลุ่มวัยรุ่นกำลังเบิ้ลเครื่องรถจักรยานยนต์จำนวนหลายคัน ส่งเสียงดังสนั่นอยู่ที่หน้าเมรุของวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต คล้ายเป็นการแสดงอาลัยแก่เพื่อนรุ่นพี่ผู้เสียชีวิต ก่อนจะมีการเผาศพ จนมีการวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่แสดงความเห็นว่าไม่เหมาะสมที่จะไปแสดงการอาลัยด้วยวิธิการดังกล่าวภายในศาสนสถาน   ไวยาวัจกรของวัดไชยธารารามหรือวัดฉลอง เปิดเผยว่า จากการสอบถามพระลูกวัดที่อยู่ในพิธีเล่าว่า ขณะที่กำลังนำศพขึ้นเมรุ ก่อนทำการเผา กลุ่มวัยรุ่นซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิต ได้นำรถจยย.ประมาณ 30 คัน มาจอดที่ด้านข้างเมรุก่อนเบิ้ลเครื่องเสียงดัง   จากนั้นผู้หลักผู้ใหญ่ที่ร่วมงานได้สั่งให้หยุด กลุ่มวัยรุ่นได้ให้ความร่วมมือและขับขี่ออกไป โดยระหว่างที่ขับขี่ออกไปก็มีการเบิ้ลเครื่องยนต์ไปด้วยตามคลิปที่ปรากฏ ทางวัดเองยอมรับว่าไม่คาดคิดว่าจะมีการเบิ้ลเครื่องรถแสดงอาลัย เนื่องจากไม่ได้มีการแจ้งล่วงหน้า และก่อนจะยกศพขึ้นเมรุกลุ่มวัยรุ่นก็มีการจอดรถจักรยานยนต์ไว้บริเวณประตูทางออกด้านหลังวัดห่างไปประมาณ 50 เมตรตามปกติ จึงไม่ทันคาดคิด   ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเคยมีเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวของกลุ่มบิ๊กไบค์ แต่ก็ได้ขอความร่วมมือไว้และจัดเจ้าหน้าที่ของวัดคอยดูแล แต่ครั้งนี้เจ้าหน้าที่เองก็ไม่คาดคิด และเมื่อมีการเบิ้ลเครื่องแสดงอาลัยแล้ว เจ้าหน้าที่ของวัดได้รีบเข้าไปดูแต่กลุ่มวัยรุ่นก็สลายตัวหมดแล้ว จึงไม่ได้เข้าไปตักเตือนแต่อย่างใด   อย่างไรก็ตาม ทางวัดได้มีการหารือเตรียมกำหนดระเบียบหลักเกณฑ์เพื่อแจ้งให้ผู้ที่จะมาตั้งบำเพ็ญกุศลศพหรือฌาปนกิจศพห้ามกระทำการแสดงอาลัยในลักษณะดังกล่าวแล้ว   ด้าน พ.ต.อ.สราวุธ ชูประสิทธิ์ ผกก สภ.ฉลอง เปิดเผยว่า ในคลิปเป็นงานฌาปนกิจศพของผู้เสียชีวิต ซึ่งทราบว่าเป็นนักเรียนของโรงเรียนชั้น ม.2 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในตัวเมืองภูเก็ต ที่ประสบอุบัติเหตุรถจยย.เสียหลักล้มจนชีวิตเมื่อวันที่ 13 ก.พ.63 ที่ผ่านมา และในวันเกิดเหตุนั้นมีกลุ่มเพื่อนๆ ซึ่งคาดว่าจะมาจากหลายพื้นที่ได้มารวมตัวกันแสดงอาลัยด้วยวิธีการที่มีความคึกคะนอง โดยการนำรถจยย.มาเร่งเครื่องหรือเบิ้ลเครื่อง   ซึ่งการกระทำในลักษณะดังกล่าวได้ สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.ฉลอง ออกติดตามกลุ่มคนในคลิปดังกล่าวมาดำเนินการตามกฏหมาย เบื้องต้นมีอยู่ประมาณ 30 – 40 คัน ซึ่งเมื่อติดตามตัวมาแล้วก็จะดำเนินการตามกฏหมาย   โดยเบื้องต้นพบว่าเป็นการกระทำผิดฐานสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ผู้อื่น ดัดแปลงสภาพรถ ท่อเสียงดัง ซึ่งเป็นโทษปรับตามพ.ร.บ.จราจร และนอกจากนี้ยังต้องมีการดำเนินการตามมาตรการเกี่ยวกับผู้ปกครอง ตามพรบ.คุ้มครองเด็ก หากพบว่ารายได้กระทำการอันไม่สมควรก็จะมีการเชิญผู้ปกครองมารับทราบ และทำทัณฑ์บน หรือภาคทัณฑ์ไว้เพื่อป้องปรามไม่ให้ก่อเหตุซ้ำ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JIBlFmlGFQo

 62
สังคม
18 ก.พ. 63

จวก กลุ่มวัยรุ่นเบิ้ลเครื่องดังสนั่นหน้าเมรุ ไว้อาลัยเพื่อนที่ตายจากอุบัติเหตุ

ภูเก็ต-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ แม้ก’ตั้มม โพสต์คลิปกลุ่มวัยรุ่นกำลังเบิ้ลเครื่องรถจักรยานยนต์จำนวนหลายคัน ส่งเสียงดังสนั่นอยู่ที่หน้าเมรุของวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต คล้ายเป็นการแสดงอาลัยแก่เพื่อนรุ่นพี่ผู้เสียชีวิต ก่อนจะมีการเผาศพ จนมีการวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่แสดงความเห็นว่าไม่เหมาะสมที่จะไปแสดงการอาลัยด้วยวิธิการดังกล่าวภายในศาสนสถาน   ไวยาวัจกรของวัดไชยธารารามหรือวัดฉลอง เปิดเผยว่า จากการสอบถามพระลูกวัดที่อยู่ในพิธีเล่าว่า ขณะที่กำลังนำศพขึ้นเมรุ ก่อนทำการเผา กลุ่มวัยรุ่นซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิต ได้นำรถจยย.ประมาณ 30 คัน มาจอดที่ด้านข้างเมรุก่อนเบิ้ลเครื่องเสียงดัง   จากนั้นผู้หลักผู้ใหญ่ที่ร่วมงานได้สั่งให้หยุด กลุ่มวัยรุ่นได้ให้ความร่วมมือและขับขี่ออกไป โดยระหว่างที่ขับขี่ออกไปก็มีการเบิ้ลเครื่องยนต์ไปด้วยตามคลิปที่ปรากฏ ทางวัดเองยอมรับว่าไม่คาดคิดว่าจะมีการเบิ้ลเครื่องรถแสดงอาลัย เนื่องจากไม่ได้มีการแจ้งล่วงหน้า และก่อนจะยกศพขึ้นเมรุกลุ่มวัยรุ่นก็มีการจอดรถจักรยานยนต์ไว้บริเวณประตูทางออกด้านหลังวัดห่างไปประมาณ 50 เมตรตามปกติ จึงไม่ทันคาดคิด   ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเคยมีเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวของกลุ่มบิ๊กไบค์ แต่ก็ได้ขอความร่วมมือไว้และจัดเจ้าหน้าที่ของวัดคอยดูแล แต่ครั้งนี้เจ้าหน้าที่เองก็ไม่คาดคิด และเมื่อมีการเบิ้ลเครื่องแสดงอาลัยแล้ว เจ้าหน้าที่ของวัดได้รีบเข้าไปดูแต่กลุ่มวัยรุ่นก็สลายตัวหมดแล้ว จึงไม่ได้เข้าไปตักเตือนแต่อย่างใด   อย่างไรก็ตาม ทางวัดได้มีการหารือเตรียมกำหนดระเบียบหลักเกณฑ์เพื่อแจ้งให้ผู้ที่จะมาตั้งบำเพ็ญกุศลศพหรือฌาปนกิจศพห้ามกระทำการแสดงอาลัยในลักษณะดังกล่าวแล้ว   ด้าน พ.ต.อ.สราวุธ ชูประสิทธิ์ ผกก สภ.ฉลอง เปิดเผยว่า ในคลิปเป็นงานฌาปนกิจศพของผู้เสียชีวิต ซึ่งทราบว่าเป็นนักเรียนของโรงเรียนชั้น ม.2 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในตัวเมืองภูเก็ต ที่ประสบอุบัติเหตุรถจยย.เสียหลักล้มจนชีวิตเมื่อวันที่ 13 ก.พ.63 ที่ผ่านมา และในวันเกิดเหตุนั้นมีกลุ่มเพื่อนๆ ซึ่งคาดว่าจะมาจากหลายพื้นที่ได้มารวมตัวกันแสดงอาลัยด้วยวิธีการที่มีความคึกคะนอง โดยการนำรถจยย.มาเร่งเครื่องหรือเบิ้ลเครื่อง   ซึ่งการกระทำในลักษณะดังกล่าวได้ สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.ฉลอง ออกติดตามกลุ่มคนในคลิปดังกล่าวมาดำเนินการตามกฏหมาย เบื้องต้นมีอยู่ประมาณ 30 – 40 คัน ซึ่งเมื่อติดตามตัวมาแล้วก็จะดำเนินการตามกฏหมาย   โดยเบื้องต้นพบว่าเป็นการกระทำผิดฐานสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ผู้อื่น ดัดแปลงสภาพรถ ท่อเสียงดัง ซึ่งเป็นโทษปรับตามพ.ร.บ.จราจร และนอกจากนี้ยังต้องมีการดำเนินการตามมาตรการเกี่ยวกับผู้ปกครอง ตามพรบ.คุ้มครองเด็ก หากพบว่ารายได้กระทำการอันไม่สมควรก็จะมีการเชิญผู้ปกครองมารับทราบ และทำทัณฑ์บน หรือภาคทัณฑ์ไว้เพื่อป้องปรามไม่ให้ก่อเหตุซ้ำ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JIBlFmlGFQo

 62
ข่าวภูมิภาค
14 ก.พ. 63

แจงดราม่าเรือสำราญซีบอร์น จอดเทียบท่าภูเก็ตได้ ชี้แวะจอดแค่ 10 ชม. คนในเรือเป็นชาวยุโรป

จากประเด็นที่ทางการไทยให้เรือสำราญซีบอร์น โอเวชั่น (SEABOURN OVATION) มาจากฮ่องกง มาเลเซีย ประเทศไทย เทียบท่าที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ทำให้ชาวเน็ตวิตกถึงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ หรือโรคโควิด-19 (COVID-19) ต่างจากก่อนหน้านี้ที่ไม่อนุญาตให้เรือสำราญเวสเตอร์ดัมเทียบท่า จนต้องไปเทียบท่าที่สีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ก่อนขึ้นเครื่องบินกลับประเทศของตัวเอง   ต่อมานายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่าเรือสำราญซีบอร์น โอเวชั่น ที่เทียบท่าที่จังหวัดภูเก็ตนั้น เป็นเรือที่มีเส้นทางการเดินเรือปกติที่กำหนดผ่านจังหวัดภูเก็ต โดยมีกำหนดแวะพักประมาณ 10 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งมีผู้โดยสารและลูกเรือเป็นชาวยุโรป ที่ผ่านมาเรือลำนี้ได้รับอนุญาตให้จอดเทียบท่า ที่ฮ่องกง เวียดนาม แหลมฉบัง เกาะกูด กัวลาลัมเปอร์ ลังกาวี    ขณะที่แพทย์ประจำเรือได้แจ้งมาว่า ไม่มีผู้ป่วยใดเข้าเกณฑ์ รวมถึงสามารถติดตามผู้โดยสารและลูกเรือทุกราย เนื่องจากเป็นเพียงจุดแวะพัก 10 ชั่วโมงเท่านั้น ประเทศไทยไม่ได้มีมาตรการห้ามการเดินทางหรือห้ามชาติใดชาติหนึ่งเข้าประเทศ อีกทั้งไทยยังมีมาตรการควบคุมโรค   ซึ่งเรือลำนี้จะต่างจากการขอเทียบท่าของเรือเวสเตอร์ดาม เพราะเรือเวสเตอร์ดัม เป็นการขอจอดเรือฉุกเฉินนอกเหนือเส้นทางเดินเรือ และได้ถูกปฏิเสธการเทียบท่าจาก ไต้หวัน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อีกทั้งยังเป็นการจอดเทียบท่าเพื่อกระจายผู้โดยสารออกเส้นทางอื่น เช่น โดยสารทางเครื่องบินกลับประเทศ   ขณะที่สาธารณสุขแถลงยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าในไทย ยังคงที่ โดยยอดสะสมอยู่ที่ 33 ราย แต่มีข้อสั่งการให้เฝ้าระวังผู้ป่วยโรคปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ ใน 6 จังหวัด กทม เชียงใหม่ เชียงราย ชลบุรี กระบี่ และภูเก็ต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LnpovqU6RgA

 973
สังคม
14 ก.พ. 63

แจงดราม่าเรือสำราญซีบอร์น จอดเทียบท่าภูเก็ตได้ ชี้แวะจอดแค่ 10 ชม. คนในเรือเป็นชาวยุโรป

จากประเด็นที่ทางการไทยให้เรือสำราญซีบอร์น โอเวชั่น (SEABOURN OVATION) มาจากฮ่องกง มาเลเซีย ประเทศไทย เทียบท่าที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ทำให้ชาวเน็ตวิตกถึงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ หรือโรคโควิด-19 (COVID-19) ต่างจากก่อนหน้านี้ที่ไม่อนุญาตให้เรือสำราญเวสเตอร์ดัมเทียบท่า จนต้องไปเทียบท่าที่สีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ก่อนขึ้นเครื่องบินกลับประเทศของตัวเอง   ต่อมานายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่าเรือสำราญซีบอร์น โอเวชั่น ที่เทียบท่าที่จังหวัดภูเก็ตนั้น เป็นเรือที่มีเส้นทางการเดินเรือปกติที่กำหนดผ่านจังหวัดภูเก็ต โดยมีกำหนดแวะพักประมาณ 10 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งมีผู้โดยสารและลูกเรือเป็นชาวยุโรป ที่ผ่านมาเรือลำนี้ได้รับอนุญาตให้จอดเทียบท่า ที่ฮ่องกง เวียดนาม แหลมฉบัง เกาะกูด กัวลาลัมเปอร์ ลังกาวี    ขณะที่แพทย์ประจำเรือได้แจ้งมาว่า ไม่มีผู้ป่วยใดเข้าเกณฑ์ รวมถึงสามารถติดตามผู้โดยสารและลูกเรือทุกราย เนื่องจากเป็นเพียงจุดแวะพัก 10 ชั่วโมงเท่านั้น ประเทศไทยไม่ได้มีมาตรการห้ามการเดินทางหรือห้ามชาติใดชาติหนึ่งเข้าประเทศ อีกทั้งไทยยังมีมาตรการควบคุมโรค   ซึ่งเรือลำนี้จะต่างจากการขอเทียบท่าของเรือเวสเตอร์ดาม เพราะเรือเวสเตอร์ดัม เป็นการขอจอดเรือฉุกเฉินนอกเหนือเส้นทางเดินเรือ และได้ถูกปฏิเสธการเทียบท่าจาก ไต้หวัน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อีกทั้งยังเป็นการจอดเทียบท่าเพื่อกระจายผู้โดยสารออกเส้นทางอื่น เช่น โดยสารทางเครื่องบินกลับประเทศ   ขณะที่สาธารณสุขแถลงยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าในไทย ยังคงที่ โดยยอดสะสมอยู่ที่ 33 ราย แต่มีข้อสั่งการให้เฝ้าระวังผู้ป่วยโรคปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ ใน 6 จังหวัด กทม เชียงใหม่ เชียงราย ชลบุรี กระบี่ และภูเก็ต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LnpovqU6RgA

 973
ข่าวภูมิภาค
11 ก.พ. 63

สลด! เรือสปีดโบ๊ทชนกันที่ภูเก็ต เด็กรัสเซียดับ 2 กรมเจ้าท่าลงดาบ 2 กัปตัน

ภูเก็ต-เกิดเหตุเรือสปีดโบ๊ท 2 ลำชนกัน บริเวณร่องน้ำใกล้ท่าเทียบเรือรอยัลมารีน่า ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นเด็กชายอายุ 12 ปี และเด็กหญิงอายุ 6 ปี ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย   วันที่ 10 ก.พ.63 เกิดเหตุเรือสปีดโบ๊ท ชื่อ ปาหยัน 5 ชนกับเรือสปีดโบ๊ท ชื่อ เอแอลพี 111 สภาพหัวเรือมีร่องรอยเสียหาย โดยจากการสอบสวนพบว่า เรือสปีดโบ๊ท ปาหยัน 5 มาจากแหลมหงา ต.รัษฎา เพื่อมารับนักท่องเที่ยวที่ท่าเรือรอยัลภูเก็ตมารีน่า เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุกำลังเลี้ยวซ้ายจะเข้าร่องน้ำ ได้ไปตัดหน้าเรืออีกลำคือ เรือสปีดโบ๊ท เอแอลพี 111 ซึ่งมีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย รวม 35 คน จึงชนกันอย่างจัง   นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่าอธิบดี เปิดเผยว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ได้ควบคุมตัวคนขับเรือทั้ง 2 ลำ และแจ้งข้อกล่าวหาขับเรือโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เรียบร้อยแล้ว พร้อมกันนี้ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ได้ดำเนินการแจ้งคำสั่งงดไม่ให้ใช้ประกาศนียบัตร นายอนุสรณ์ ดวงเกิด ผู้ควบคุมเรือกลบรรทุกคนโดยสาร ชื่อ ปาหยัน 5 ระยะเวลา 2 ปี และ นายอัษฎาวุทธ สูเด็น ผู้ควบคุมเรือกลบรรทุกคนโดยสาร ชื่อ เอแอลพี 111 ระยะเวลา 2 ปี และมีคำสั่งห้ามใช้เรือทั้ง 2 ลำ จนกว่าเจ้าของหรือผู้ครอบครองจะได้แก้ไขให้เรียบร้อย   ส่วนข้อเท็จจริงหลังการลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วนั้น อธิบดีกรมเจ้าท่า ระบุว่า สาเหตุหลักน่าจะเกิดมาจากการขับเรือที่ค่อนข้างเร็วมาก และจุดเกิดเหตุเป็นโค้ง หลังจากนี้จะต้องเรียกผู้ขับเรือทั้งหมดเข้ามาอบรมพูดคุยให้ความรู้ เพื่อป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/l6INLCpzPdk

 345
สังคม
11 ก.พ. 63

สลด! เรือสปีดโบ๊ทชนกันที่ภูเก็ต เด็กรัสเซียดับ 2 กรมเจ้าท่าลงดาบ 2 กัปตัน

ภูเก็ต-เกิดเหตุเรือสปีดโบ๊ท 2 ลำชนกัน บริเวณร่องน้ำใกล้ท่าเทียบเรือรอยัลมารีน่า ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นเด็กชายอายุ 12 ปี และเด็กหญิงอายุ 6 ปี ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย   วันที่ 10 ก.พ.63 เกิดเหตุเรือสปีดโบ๊ท ชื่อ ปาหยัน 5 ชนกับเรือสปีดโบ๊ท ชื่อ เอแอลพี 111 สภาพหัวเรือมีร่องรอยเสียหาย โดยจากการสอบสวนพบว่า เรือสปีดโบ๊ท ปาหยัน 5 มาจากแหลมหงา ต.รัษฎา เพื่อมารับนักท่องเที่ยวที่ท่าเรือรอยัลภูเก็ตมารีน่า เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุกำลังเลี้ยวซ้ายจะเข้าร่องน้ำ ได้ไปตัดหน้าเรืออีกลำคือ เรือสปีดโบ๊ท เอแอลพี 111 ซึ่งมีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย รวม 35 คน จึงชนกันอย่างจัง   นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่าอธิบดี เปิดเผยว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ได้ควบคุมตัวคนขับเรือทั้ง 2 ลำ และแจ้งข้อกล่าวหาขับเรือโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เรียบร้อยแล้ว พร้อมกันนี้ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ได้ดำเนินการแจ้งคำสั่งงดไม่ให้ใช้ประกาศนียบัตร นายอนุสรณ์ ดวงเกิด ผู้ควบคุมเรือกลบรรทุกคนโดยสาร ชื่อ ปาหยัน 5 ระยะเวลา 2 ปี และ นายอัษฎาวุทธ สูเด็น ผู้ควบคุมเรือกลบรรทุกคนโดยสาร ชื่อ เอแอลพี 111 ระยะเวลา 2 ปี และมีคำสั่งห้ามใช้เรือทั้ง 2 ลำ จนกว่าเจ้าของหรือผู้ครอบครองจะได้แก้ไขให้เรียบร้อย   ส่วนข้อเท็จจริงหลังการลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วนั้น อธิบดีกรมเจ้าท่า ระบุว่า สาเหตุหลักน่าจะเกิดมาจากการขับเรือที่ค่อนข้างเร็วมาก และจุดเกิดเหตุเป็นโค้ง หลังจากนี้จะต้องเรียกผู้ขับเรือทั้งหมดเข้ามาอบรมพูดคุยให้ความรู้ เพื่อป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/l6INLCpzPdk

 345
อาชญากรรม
11 ก.พ. 63

อธิบดีกรมเจ้าท่าพร้อมผู้ว่าลงพื้นที่จุดเกิดเหตุเรือสปีดโบ๊ทชนกันพร้อมสั่งห้าม 2 กัปตันขับเรือ 2 ปี

จากเหตุการณ์เรือสปีดโบ๊ท ชื่อ เอแอลพี 111 บรรทุกคนโดยสาร 35 คนพร้อม คนประจำเรือ 4 คน รวม 39 คน ชนกับเรือสปีดโบ๊ทชื่อ ปาหยัน 5  มีคนประจำเรือ จำนวน 3 คน บริเวณร่องน้ำใกล้ท่าเรือรอยัลภูเก็ตมารีน่า ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (10 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 08.00 น.)    ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวันเดียวกัน นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่าอธิบดี นำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุเรือสปีดโบ๊ทชนกัน บริเวณร่องน้ำใกล้ท่าเรือรอยัลภูเก็ตมารีน่า จุดเกิดเหตุเพื่อตรวจสอบและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น   สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต รายงานว่า มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ ทั้งสิ้น 42 ราย ประกอบด้วย นักท่องเที่ยวชาวรัสเชีย ที่โดยสารเรือสปีดโบ๊ท ALP 111 จำนวน 35 ราย เจ้าหน้าที่เรือสปีดโบ๊ท ALP 111 จำนวน 4 ราย และคนขับเรือสปีดโบ๊ท ปาหยัน 5 (บริษัท ชีสตาร์อันดามัน จำกัด) จำนวน 3 รายรายละเอียดความเสียหายเรือ ALP 111 มีผู้เสียชีวิต 2 ราย สัญชาติรัสเซีย คือเด็กชาย Lysxi laroslar อายุ 12 ปี และเด็กหญิง Lysaia Mirasalar อายุ 6 ปี ชาวรัสเชีย มีผู้บาดเจ็บ จำนวน 19 ราย แบ่งเข้ารักษาที่ โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตจำนวน 12 ราย (กลับที่พักแล้ว จำนวน 11 ราย, รักษาตัวที่ รพ. จำนวน 1 ราย), รักษาตัวที่ โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ จำนวน 6 ราย (ขณะนี้กลับที่พักแล้ว) และเข้ารักษาที่ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต 1 ราย (กลับที่พักแล้วเช่นกัน) สำหรับ เรือ ปาหยัน 5 มี ผู้บาดเจ็บ จำนวน 3 ราย แบ่งเข้ารักษาที่ โรงพยาบาลมิชชั่นภูเก็ต จำนวน 3 ราย (รักษาตัวที่ รพ. ทั้ง 3 ราย)    ส่วนข้อมูลเรือที่ประสบเหตุ จากการสอบสวนเบื้องต้น เรือสปีดโบ๊ท ชื่อ ปาหนัน 5 บริษัทชีสตาร์อันดามัน จำกัด มาจากแหลมหงา ตำบลรัษฎา เพื่อมารับนักท่องเที่ยวยังท่าเรือรอยัลภูเก็ตมารีน่า ต.เกาะแก้ว (ไม่มีผู้โดยสาร มีคนขับเรือ 1 คน) ส่วนเรือสปีดโบ๊ท ALP111 บริษัท ALP (Andaman Leisure Phuket) จำกัด มีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย รวม 35 คน มุ่งหน้าไปเกาะไข่   นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในครั้งนี้ทางจังหวัดขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อผู้สูญเสียชีวิตและผู้บาดเจ็บโดยในส่วนของจังหวัดนอกจากจะอำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บแล้วนั้นยังมีการประสานการช่วยเหลือเยียวยากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยกองทุนช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติของกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาช่วยผู้เสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท ผู้บาดเจ็บรายละไม่เกิน 5 แสนบาท นอกจากนี้ยังมีเงินจากบริษัทประกันที่ช่วยเหลือผู้เสียชีวิตรายละ 5 แสนบาทและผู้บาดเจ็บรายละไม่เกิน 5 แสนบาท   นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่าอธิบดี เปิดเผยว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ได้ควบคุมตัวคนขับเรือทั้ง 2 ลำ และแจ้งข้อกล่าวหา ขับเรือโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเรียบร้อยแล้วพร้อมกันนี้ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ได้ดำเนินการ แจ้งคำสั่งงดไม่ให้ใช้ประกาศนียบัตร นายอนุสรณ์ ดวงเกิด ผู้ควบคุมเรือกลบรรทุกคนโดยสาร ชื่อ “ปาหยัน 5” ระยะเวลา 2 ปี และ นายอัษฎาวุทธ สูเด็น ผู้ควบคุมเรือกลบรรทุกคนโดยสาร ชื่อ “เอแอลพี 111” ระยะเวลา 2 ปี และมีคำสั่งห้ามใช้เรือทั้ง 2 ลำ จนกว่าเจ้าของหรือผู้ครอบครองจะได้แก้ไขให้เรียบร้อย ส่วนข้อเท็จจริงหลังการลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วนั้น อธิบดีกรมเจ้าท่าระบุว่า สาเหตุหลักน่าจะเกิดมาจากการขับเรือที่ค่อนข้างเร็วมากและจุดกเดเหตุเป็นโค้งด้วย หลังจากนี้จะต้องเรียกผู้ขับเรือทั้งหมดเข้ามาอบรมพูดคุยให้ความรู้เพื่อป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นในอนาคต.     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/cUbT85em9Tw

 84
สังคม
10 ก.พ. 63

ตร.เร่งหาสาเหตุ สปีดโบ๊ทชนกันที่ภูเก็ต ทำเด็กเสียชีวิต 2 ราย นทท.เจ็บอื้อ

รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุเรือสปีดโบ๊ทชนกันกลางร่องน้ำ – สั่งเร่งช่วยเหลืออำนวยความสะดวกและสอบสวนหาสาเหตุ     จากกรณีเมือเวลา 08.15 น.วันที่ 10 ก.พ.63 เกิเหตุเรือสปีดโบ๊ท ของบริษัท ซีสตาร์อันดามัน ชนกับเรือสปีดโบ๊ท ของบริษัท Andaman Leisure Phuket (ALP)บริเวณร่องน้ำ ใกล้ท่าเทียบเรือรอยัลมารีน่า ต.เกาะแก้วอ.เมืองภูเก็ต จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งมีทั้งคนไทยและนทท.ต่างชาติ ประมาณ 22 ราย และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย     ล่าสุด นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี วิกรม จากที่ ปลัดจังหวัดภูเก็ต พ.ต.ต.เอกชัย สิริ สารวัตรท่องเที่ยวภูเก็ต พ.ต.ท.ธาดา โสดารักษ์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองภูเก็ต นายสาคร ปู่ดำ นักวิชาการขนส่งชำนาญการ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 ภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งอยู่บริเวณร่องน้ำเชื่อมต่อทะเล ห่างจากท่าเทียบเรือรอยัลมารีน่า ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ตไปประมาณ 300 เมตร เพื่อร่วมสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุและตรวจสอบสภาพเรือลำที่เกิดอุบัติเหตุ ก่อนเดินทางเข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บซึ่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลต่างๆ     ทั้งนี้ จำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนใหญ่เป็นนทท.ชาวรัสเซียและลูกเรือ รวมจำนวน 24 คน เจ้าหน้าที่นำส่ง รพ.กรุงเทพภูเก็ต 12 ราย (ชาย 9 หญิง 3) ส่งรพ.วชิระภูเก็ต 1 ราย รพ.สิริโรจน์ 6 ราย และ รพ.มิชชั่นภูเก็ต 5 ราย ซึ่งในจำนวน 5 รายที่นำส่งรพ.มิชชั่นภูเก็ต มี 2 รายได้เสียชีวิต เป็นเด็กชายชาวรัสเซีย อายุ 6 ขวบ และ 12 ขวบ     อย่างไรก็ตามรองผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลืออำนวยความสะดวกนักท่องที่ยว พร้อมทั้ง เร่งสอบสวนข้อเท็จจริงของอุบัติเหตุครั้งนี้ ก่อนดำเนินการตามกฏหมายต่อไป     ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ภาพจากกล้องซีซีทีวีขณะเกิดเหตุเพื่อนำไปใช้ประกอบสำนวนการสอบสวนแล้ว

 924
สังคม
10 ก.พ. 63

เร่งหาเหตุเรือสปีดโบ๊ทชนกันที่ภูเก็ต เด็กชายชาวรัสเซียเสียชีวิต 2 ราย

รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุเรือสปีดโบ๊ทชนกันกลางร่องน้ำ – สั่งเร่งช่วยเหลืออำนวยความสะดวกและสอบสวนหาสาเหตุ   จากกรณีเมือเวลา 08.15 น.วันที่ 10 ก.พ.63 เกิเหตุเรือสปีดโบ๊ท ของ 2 บริษัทชนกันบริเวณร่องน้ำ ใกล้ท่าเทียบเรือรอยัลมารีน่า ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งมีทั้งคนไทยและนทท.ต่างชาติ ประมาณ 22 ราย และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย   ล่าสุดนายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต นายสาคร ปู่ดำ นักวิชาการขนส่งชำนาญการ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 ภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งอยู่บริเวณร่องน้ำเชื่อมต่อทะเล เพื่อร่วมสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุและตรวจสอบสภาพเรือลำที่เกิดอุบัติเหตุ ก่อนเดินทางเข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บซึ่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลต่างๆ ทั้งนี้จำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บ    ส่วนใหญ่เป็นนทท.ชาวรัสเซียและลูกเรือ รวมจำนวน 24 คน เจ้าหน้าที่นำส่ง รพ.กรุงเทพภูเก็ต 12 ราย (ชาย 9 หญิง 3) ส่งรพ.วชิระภูเก็ต 1 ราย รพ.สิริโรจน์ 6 ราย และ รพ.มิชชั่นภูเก็ต 5 ราย ซึ่งในจำนวน 5 รายที่นำส่งรพ.มิชชั่นภูเก็ต มี 2 รายได้เสียชีวิต เป็นเด็กชายชาวรัสเซีย อายุ 6 ขวบ และ 12 ขวบ   อย่างไรก็ตามรองผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลืออำนวยความสะดวกนักท่องที่ยว พร้อมทั้ง เร่งสอบสวนข้อเท็จจริงของอุบัติเหตุครั้งนี้ ก่อนดำเนินการตามกฏหมายต่อไป   ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ภาพจากกล้องซีซีทีวีขณะเกิดเหตุเพื่อนำไปใช้ประกอบสำนวนการสอบสวนแล้ว  

 7,739
สังคม
08 ก.พ. 63

แม่เต่ามะเฟือง วางไข่หาดไม้ขาว นับเป็นครั้งที่ 3 ของ จ.ภูเก็ต ในปีนี้

ภูเก็ต - เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 2 จังหวัดภูเก็ตได้รับแจ้ง ว่าพบร่องรอยการขึ้นวางไข่ของเต่ามะเฟืองของ ที่บริเวณหาดไม้ขาว ม.4 ต. ไม้ขาว อ. ถลาง จ. ภูเก็ต    หลังรับแจ้ง นายปรารภ แปลงงาน หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการ อุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 2 จังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ และเจ้าหน้าที่ศูนย์กู้ภัยอุทยานแห่งชาติ ที่ 6 ได้เดินทางไปตรวจสอบ เบื้องต้นพบร่องรอยการขึ้นวางไข่ จึงได้ทำการกันพื้นที่ก่อนทำการขุดสำรวจ   หลังเจ้าหน้าที่ทำการขุดพบว่ามีไข่เต่ามะเฟือง จำนวนหนึ่ง และอยู่ในสภาพสมบูรณ์ จึงทำการวัดระยะพบว่าอยู่พ้นจากระยะน้ำทะเลขึ้นสูงสุด ก่อนทำการกลบหลุม โดยไม่มีการขุดขึ้นมาทำการนับจำนวน เพื่อปล่อยให้มีการเพาะฟักตามธรรมชาติต่อไป   ทั้งนี้ที่จังหวัดภูเก็ตนับว่า นับเป็นการขึ้นวางไข่ครั้ง ที่ 3 ของจังหวัดภูเก็ต หลังจากที่พบครั้งแรกที่หาดในทอน ต.สาคู อ.ถลางเมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 ม.ค.63 ที่ผ่านมา และพบอีกครั้งที่หาดทรายแก้ว เป็นรังที่ 2 เมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 มค 63 และรังล่าสุดนี้ยังนับเป็นรังที่ 9 ของพื้นที่พังงา - ภูเก็ตอีกด้วย   อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ฯจะได้ทำการล้อมคอกในบริเวณดังกล่าวเพื่อป้องกันการรบกวน พร้อมทั้งจัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Kvz0AaU_FzE

 219
บันเทิง
01 ก.พ. 63

จัดเต็ม! 'ได๋ ไดอาน่า' เผยอุปกรณ์ป้องกันทุกวิธีหนีไวรัสโคโรนา

ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา นักแสดงอย่าง ได๋ ไดอาน่า ก็ยอมรับกันตรงๆ ว่าหวั่นกลัวกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้มาก ล่าสุดต้องไปทำงานที่ภูเก็ต เธอจึงพกอุปกรณ์ป้องกันทุกวิถีทางเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา   ได๋ ไดอาน่าได้อัดคลิปบอกเล่าถึงการที่เธอต้องขึ้นเครื่องบินไปทำงานที่จ.ภูเก็ต และโชว์อุปกรณ์ป้องกันไวรัสโคโรนาที่เรียกว่าจัดหนักจัดเต็ม มีทั้งหน้ากากอนามัย ทิชชู่เปียกผสมแอลกอฮอล์ สเปรย์แอลกอฮอล์ และเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ ซึ่งปกติจะใช้ในการวัดอุณหภูมิของอาหาร แต่ได๋เอามาปรับใช้เพื่อวัดอุณหภูมิร่างกายของคน    นอกจากนี้ ได๋ยังจัดเตรียมอุปกรณ์มาเผื่อคนที่ร่วมเดินทางไปกับเธอด้วย เรียกได้ว่าป้องกันแบบจัดเต็มและเผื่อแผ่ไปยังคนรอบข้างอีกด้วย ถ้าหากใครจำเป็นต้องเดินทางปะปนกับฝูงคนจำนวนมากหรือจำเป็นต้องไปในพื้นที่เสี่ยง ก็ลองพกอุปกรณ์แบบได๋ ไดอาน่า รับรองว่าปลอดภัยแน่นอน 

 581
กีฬา
30 ม.ค. 63

ศึกภูเก็ตซูเปอร์ไฟต์ เรียลมวยไทย ชก 31 ม.ค. นี้

วันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2563 มีมวยดีให้ติดตามกัน หลังจากที่มีการแถลงข่าวที่จังภูเก็ต พล.ต.ต. รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ และนายกอู๊ด ธรรมวรรธ วงศ์เจริญยศ นายกสมาคมกีฬาจังหวัดภูเก็ตแถลงความพร้อมการแข่งขันมวยรายการ Phuket Super Fight Real Muay Thai ที่ขนเอาคู่มวยสุดมันอย่าางคับคั่ง ส่งเสริมการท่องเที่ยว

 559
บันเทิง
28 ม.ค. 63

‘มาริโอ้’ รับเสียดาย หากหนังฮ่องกงที่แสดงนำ ไม่ได้ฉาย หลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบที่ฮ่องกง

มากันที่หนุ่ม มาริโอ้ เมาเร่อ ที่ต้องบอกว่าตลอดปีที่ผ่านมา ก็ห่างหายจากงานละคร ทางหน้าจอไป เพราะว่าเจ้าตัวได้ไปทุ่มเทกับงานภาพยนตร์ ทั้ง 3 เรื่อง ที่ก็ลงโรงฉายไปแล้ว 1 เรื่อง และรอเข้าโรงฉายเร็วๆนี้   ส่วนอีกหนึ่งเรื่องเป็นภาพยนตร์ฮ่องกง โรแมนติก-คอมเมดี้เรื่อง “77 Heartwarmings” หรือ “77 จังหวะหัวใจกระซิบรัก” ที่เจ้าตัวรับบทแสดงนำ  ที่จะเข้าฉายทั้งที่ไทย และ ฮ่องกง พร้อมกัน มีแพลนตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา แต่ด้วยเหตุการณ์ความไม่สงบในฮ่องกง ทำให้หนังต้องเลื่อนฉายออกไปอย่างไม่มีกำหนด   เมื่อวันก่อน ‘มาริโอ้’ ก็มาสวัสดีปีใหม่ ทีมข่าวของเรา พร้อมกับเปิดใจถึงเรื่องนี้ ซึ่ง ‘มาริโอ้’ ก็หวังว่าจะได้ฉากให้ได้ชมกัน เพราเป็นหนังที่ดี และ สนุก หากไม่ได้ฉายก็เป้นเรื่องที่น่าเสียดาย ส่วนคนที่คิดถึงผลงานละครของ ‘มาริโอ้’ เจ้าตัวก็บอกว่าปีนี้มีให้ได้ติดตามกันแน่นอน ของผู้จัด ‘แอน ทองประสม’ ที่รอเปิดกล้องอยู่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rzeA4522Jes

 453

Top