ค้นหา :

ผลการค้นหา "ภูเก็ต"

ข่าวภูมิภาค
24 เม.ย. 62

ทหารอากาศหึงโหด ระแวงเมียติดแชทไลน์ คิดว่าปันใจให้ชายอื่น กระทืบดับคาโรงแรม

ภูเก็ต-เกิดเหตุสามีทำร้ายภรรยาเสียชีวิตที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ถ.ปฎัก ม.4 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ ทราบชื่อผู้ตายคือ นาวาอากาศตรี รัชฏาภรณ์ มงคลรุ่งทรัพย์ อายุ 39 ปี    ส่วนผู้ก่อเหตทราบทราบชื่อคือ พันจ่าอากาศเอก นพอนันต์ มงคลรุ่งทรัพย์ อายุ 40 ปี (เป็นสามีของผู้ตาย) เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวมาสอบสวนทันที   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายและผู้ก่อเหตุเป็นสามี-ภรรยาจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีลูกด้วยกัน 2 คน คน ก่อนเกิดเหตุวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา ผู้ตายและครอบครัวได้เดินทางมาที่จังหวัดภูเก็ต โดยได้เข้าพักที่โรงแรมดังกล่าว จากนั้นสามีผู้ก่อเหตุเห็นผู้ตายแชทไลน์ตลอดเวลา ระแวงคิดว่าเมียรักจะแอบปันใจให้ผู้ชายคนอื่น   จากนั้นเกิดการโต้เถียงกันอย่างหนัก สามีผู้ก่อเหตุได้ทำร้ายโดยใช้เท้ากระทืบ รวมทั้งตบตีผู้ตายจนหมดสติคาห้องที่เกิดเหตุ จากนั้นทางพนักงานโรงแรมได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนประสานงานเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต มารับผู้บาดเจ็บ ส่งโรงพยาบาลฉลอง แต่ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา   เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวผู้ก่อเหตุ มาสอบสวนที่ สภ.ฉลอง และให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นตายจนถึงแก่ความตายต่อไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้พร้อมประสานหน่วยงานทางต้นสังกัดตามระเบียนมารับตัวไปควบคุมไว้ต่อไป ส่วนบุตร 2 คนเจ้าหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์ได้รับตัวไปดูแลชั่วคราวแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/k4s-Q7jXN4k

 6,352
ข่าวภูมิภาค
23 เม.ย. 62

เสมือนท้องฟ้าวิปริตแปรปรวนทันใด! ชาวภูเก็ตตะลึง เมฆสีแดงก้อนใหญ่ ลอยเหนือท้องฟ้า

ภูเก็ต-เกิดปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ที่ชาวเมืองภูเก็ตสามารถบันทึกภาพและคลิปเหตุการณ์กลุ่มเมฆก้อนใหญ่มหึมาสีแดงลอยอยู่บนท้องฟ้า และมีฟ้าแลบด้วย โดยสามารถเห็นได้จากหลายตำบลและหลายพื้นที่ของภูเก็ต สร้างความแตกตื่นให้ชาวบ้านที่พบเห็น   ซึ่งบางส่วนมองว่าเป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่ฝนใกล้จะตก แต่บางส่วนมองปรากฎการณ์ครั้งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่มาก่อน   ที่มา : เพจเสียงประชาชน คนภูเก็ต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZIFHGd_Jf1M

 7,902
ข่าวภูมิภาค
20 เม.ย. 62

สั่งปิดโรงงานทำบ้านลอยน้ำ เตรียมเคลื่อนย้ายเร็วๆนี้ ส่วนสองสามีภรรยายังหายล่องหน

ภูเก็ต - เรื่องของบ้านลอยน้ำในทะเลที่อยู่ห่างออกไปจากเกาะราชาใหญ่ 12 ไมล์ทะเล อยู่ในกลุ่ม Seasteading  ที่มีการโฆษณาชวนเชื่อ ให้มาจัดตั้งชุมชนของสามีชาวอเมริกา และภรรยาชาวไทย   นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พล.ร.ต.กฤษณะ กุณฑียะ เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 3 ผู้แทนผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เขต 3 (ศรชล. เขต 3 ) และนายวันฉัตร ชุหถนอม ผู้แทนอัยการจังหวัดภูเก็ต ร่วมกันแถลง ความคืบหน้ากรณีพบวัตถุลอยน้ำหรือบ้านลอยน้ำในทะเล    ในส่วนความคืบหน้าของคดีนั้นยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด โดยใช้กฎหมายความมั่นคงในราชอาณาจักร ซึ่งมีโทษร้ายแรง จึงต้องใช้ความรัดกุมในการดำเนินการใดๆ ส่วนการขยายผลที่ต้อเนื่องกับการกระทำความผิดอื่นๆ เช่น การเข้าเมืองซึ่งทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้มีการเพิกถอนวีซ่าชายชาวต่างชาติดังกล่าวไปแล้ว ส่วนของอุตสาหกรรมจังหวัดซึ่งได้ไปตรวจสอบโรงงานที่มีการผลิตวัตถุลอยน้ำดังกล่าวนั้น พบว่าไม่มีการขออนุญาตในการจัดตั้งโรงงานแต่อย่างใด    ส่วนการดำเนินการกับบริษัทที่เข้ามาเกี่ยวข้องในการผลิตวัตถุลอยน้ำทรง 8 เหลี่ยมนั้น เบื้องต้นมี 2 บริษัท ซึ่งมีการขออนุญาตจัดตั้งอยู่ในประเทศไทย แต่จะเกี่ยวข้องในด้านใดบ้างนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่มีประเด็นหนึ่งตรวจสอบพบว่าแล้ว คือ การจัดตั้งโรงงานโดยไม่ได้ขออนุญาต ซึ่งทางอุตสาหกรรมฯ ได้มีการแจ้งทางบริษัทให้ระงับการดำเนินการ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป   กรณีที่มีบริษัทเอกชนอีกแห่งหนึ่งออกมายอมรับว่าเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างบ้านลอยน้ำดังกล่าวเอง โดยที่ 2 สามีภรรยานั้นเป็นเพียงอาสาสมัคร ว่า ประเด็นนี้ทราบเรื่องแล้ว และมีการหารือกันเบื้องต้นแล้ว แต่เนื่องจากเป็นประเด็นใหม่ก็คงต้องมีการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความชัดเจนก่อนที่จะแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบว่าบริษัทดังกล่าวขออนุญาตการจัดตั้งบริษัทในประเทศไทย แต่อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงการตรวจสอบว่าเป็นการหลอกลวงหรือไม่อย่างไร เพราะมีการโฆษณาชวนเชื่อในลักษณะการขายสินค้า โดยอ้างว่าการก่อสร้างอยู่นอกเขตและเป็นทะเลสากล เพื่อจูงใจให้คนมาซื้ออยู่อาศัยโดยอิสระ   อย่างไรก็ตามในส่วนของการเคลื่อนย้ายวัตถุลอยน้ำดังกล่าวกลับเข้ามายังฝั่งภูเก็ตนั้น นายสุพจน์ กล่าวว่า คงจะเป็นระยะเวลาอันใกล้นี้ ภายหลังจากกระบวนการยุติธรรมขับเคลื่อนไปแล้ว เพราะวัตถุลอยน้ำดังกล่าวเป็นของกลางที่ใช้ในการกระทำความผิดและยังกีดขวงทางน้ำ ซึ่งเป็นอันตรายต่อการสัญจรของทางการเดินเรือ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผนร่วมกันระหว่างจังหวัด ทัพเรือภาคที่ 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินการส่วนนี้   ด้าน พล.ร.ต.กฤษณะ กุณฑียะ เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางทัพเรือภาคที่ 3 ได้มีการไปแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.วิชิต โดยใช้มาตรา 119 ส่วนกรณีที่ถูกถูกกล่าวหาหรือผู้เสียหายแจ้งว่าทางทหารหรือกองทัพเรือไปไล่ล่าเอาชีวิตหรืออื่นๆ นั้น ทางทัพเรือภาคที่ 3 ขอปฎิเสธว่าไม่เป็นความจริง โดยกองทัพเรือมีหน้าที่ทางทะเลเท่านั้น และดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ ส่วนการหลบหนีหรือติดตามตัวและควบคุมตัวนั้น เป็นหน้าที่ของฝ่ายบ้านเมือง เช่น สภ.วิชิต, ตรวจคนเข้าเมือง เป็นต้น ในการดำเนินการ   ส่วนประเด็นที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับระยะที่พบวัตถุลอยน้ำนั้น พล.ร.ต.กฤษณะ ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบโดยอากาศยาน และทางเรือ แจ้งเป็นตำบลที่แลดลองว่า อยู่ที่ 98 องศา 34.81 ลิปดา E และ 7 องศา 29.37 ลิปดา N ยืนยันว่าไม่มีการผิดเพี้ยน คือ อยู่นอกเขต 12 ไมล์ทะเล อยู่ในเขตต่อเนื่องทางทะเลของประเทศไทย อยู่ในเขต 200 ไมล์ทะเล ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศไทย โดยทหารเรือมีหน้าที่ในการดูแลรักษาผลประโยชน์ของชาติและอธิปไตยของชาติทางทะเล โดยมีหน้าที่ถึง 200 ไมล์ทะเล ไม่ใช่แค่ 12 ไมล์ทะเล ดังนั้นไม่ว่าจะอยู่ที่ 18 ไมล์ทะเลก็ยังอยู่ในอำนาจของกองทัพเรือในการรักษาผลประโยชน์ของชาติ    ส่วนการติดตามตัวชายชาวต่างชาติ และภรรยาคนไทย ซึ่งทราบว่ามีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.ชัยภูมิ ว่า จากการที่ทางเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองฯ ได้เดินทางไปพบบุคคลทั้งสองตามชื่อที่พักที่แจ้งไว้ เพื่อยื่นเอกสาร เพื่อให้ทราบว่าเขาถูกเพิกวีซ่า ปรากฏว่าไม่พบตัวทั้งสองแต่อย่างใด โดยพบเพียงแม่ของภรรยาที่เป็นคนไทย ซึ่งในส่วนของชายชาวต่างชาตินั้นได้มีการแจ้งเป็นบุคคลเฝ้าดูหรือแบล็กลิสไว้แล้ว หากมีการเดินทางเข้า-ออกตามเส้นทางปกติจะทำทราบตัวได้ และจะได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งจากการตรวจสอบจนถึงปัจจุบันยังไม่เจอตัวแต่อย่างใด ทั้งการแจ้งเดินทางออกนอกประเทศและการแจ้งที่พัก หากเจอตัวก็สามารถควบคุมตัวได้ เพราะถือว่าเป็นบุคคลอยู่ในราชอาณาจักรที่การอนุญาตสิ้นสุดแล้ว เป็นความผิดตามมาตรา 81   โดย พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ บอกว่า อยากจะให้ร่วมกันตรวจสอบ โดยใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามหลักสากล    ด้าน พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บอกว่า คดีนี้แบ่งการดำเนินการเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนในน้ำ(ในทะเล) และ ส่วนบนฝั่ง ซึ่งส่วนในน้ำ (ในทะเล) บ้านพักที่เกิดขึ้นพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นกรณีที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรโดยอัยการสูงสุดจะเป็นผู้รับผิดชอบในคดี    ส่วนบนฝั่งก็มีความผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือ เนื่องจากการก่อสร้างบ้านกลางทะเล เป็นการสร้างสิ่งกีดขวางทางเดินเรือ ซึ่งจะต้องรอให้กรมเจ้าท่ามาร้องทุกข์กล่าวโทษก่อน รวมถึงจะต้องตรวจสอบโรงงานก่อสร้างบ้านพักด้วยว่ามีการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ และ เกี่ยวข้องกับการนำไปก่อสร้างลงในทะเลด้วยหรือไม่ด้วย จากการตรวจสอบทราบว่าเจ้าของบ้านกลางทะเลดังกล่าวเป็นชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยในฐานะนักท่องเที่ยว โดยเบื้องต้นได้มีตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไปสอบปากคำเบื้องต้นแล้ว

 1,319
ข่าวภูมิภาค
29 มี.ค. 62

ตร.ฆ่าตัวตาย 2 รายซ้อนในวันเดียว เครียดป่วยมะเร็ง-ไมเกรน จ่อขมับยิงดับสลด

เกิดเหตุตำรวจฆ่าตัวตาย 2 รายซ้อนในวันเดียวกัน   พัทลุง-ร.ต.อ.โชคดี  อายุ 59 ปี รอง.สว.ปราบปราม สภ.ศรีบรรพต ใช้ปืนยิงขมับขวาเสียชีวิตในบ้านพัก ภรรยาระบุสามีป่วยด้วยโรคมะเร็ง และมีอาการปวดตามร่างกายอย่างรุนแรง ทำให้ไม่สามารถไปทำงานได้ ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ร.ต.อ.โชคดี  มีอาการเครียดไม่ยอมทานข้าว จนกระทั่งเกิดเหตุดังกล่าว   ส่วนที่ จ.ภูเก็ต ส.ต.ท.ราชศักดิ์ ผบ.หมู่(ป) สภ.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต อายุ 29 ปี ใช้ปืนยิงตัวตาย ก่อนที่จะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล   ภรรยาระบุก่อนเกิดเหตุสามีเข้าไปในห้องนอนเพื่อแต่งเครื่องแบบ เตรียมจะเข้าเวรผลัดดึกที่ สภ.วิชิต ผ่านไปสักพักตนก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จึงวิ่งเข้าไปดู ก่อนพบสามีลงไปนอนกองอยู่บนพื้น จากการพยายามยิงตัวเองเพื่อฆ่าตัวตาย จากนั้นตนจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาช่วยเหลือ ทั้งนี้ สามีมีโรคประจำตัวมานานแล้วคือโรคไมเกรน โดยจะมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง รักษาเท่าไรก็ไม่หาย และชอบเคร่งเครียดเรื่องการทำงาน   ด้านเพื่อนร่วมงานก็บอกว่า ผู้ตายมักจะบ่นเกี่ยวกับอาการปวดศีรษะด้วยโรคไมเกรน โดยบอกว่าเวลาปวดศีรษะแต่ละครั้งจะปวดมาก คาดว่าระหว่างแต่งตัวจะไปเข้าเวรน่าจะเกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง จึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว เพื่อหวังจะหนีให้พ้นจากอาการทรมาน ซึ่งสร้างความเสียใจให้เพื่อนๆเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นตำรวจน้ำดี อัยธาศัยดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CtqK_T0YX1U

 4,019
ข่าวภูมิภาค
23 มี.ค. 62

คนขับเก๋งหัวร้อนชักปืนขู่กลางถนน ตำรวจเร่งล่าตัว

ภูเก็ต - ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ธิว ธิว” ได้โพสต์ภาพนิ่งและวีดิโอคลิปความยาวประมาณ 0.18 นาที ลงในกลุ่ม “ขับรถแบบนี้ต้องประจาน ภูเก็ต” พร้อมข้อความระบุว่า “นึกว่ามีเรื่องกับเรา ตำรวจถ้าอยู่ในกลุ่มนี้ตามสืบสวนหน่อยครับ เกรงจะโปงปาง ที่อื่น เหตุเกิดเวลาประมาณ 10 โมงเช้านี้เองครับ สถานที่ ใกล้ไทวัสดุ ภูเก็ต”    โดยในคลิปดังกล่าวเป็นภาพจากกล้องหน้ารถของผู้โพสต์ แสดงให้เห็นภาพขณะรถเก๋งฟอร์ดสีแดง ขับแซงมาจากทางเลนขวาและเปิดไฟเลี้ยวก่อน เลี้ยวปาดเข้าเลนซ้ายกระทันหัน ซึ่งขณะที่ปาดนั้นคนขับได้เปิดกระจกและชักอาวุธปืนพกสั้นชูยื่นออกจากกระจกรถ ก่อนชักกลับอย่างรวดเร็ว    หลังมีการโพสต์ได้มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ระบุว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบจับกุม ขณะที่บางส่วนแสดงความเห็นเชิงประชดประชันว่า สุดท้ายต้องออกมาขอโทษสังคมและระบุว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์   อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าจุดดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณถนนเทพกระษัตรีฝั่งขาออก บริเวณตั้งแต่หน้าห้างไทวัสดุ – หน้าปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต    ซึ่งล่าสุด พ.ต.อ.ธีรวัฒน์ เลี่ยมสุวรรณ ผกก.สภ.ถลางสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามชายผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฏหมายแล้ว                    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/isS15mkhkuc  

 958
สังคม-อาชญากรรม
09 มี.ค. 62

สาวประเภทสองอัดคลิปแฉถูกชายนิรนามลวนลาม ขณะนอนป่วยบนเตียง รพ. คนร้ายอ้างเมาเกิดอารมณ์

ภูเก็ต-จากกรณีผู้ใช้เฟสบุ๊ก พะเพลง สมายด์ โพสต์คลิปวิดีโอและภาพนิ่ง ลงในกลุ่ม บอกข่าวแจ้งเหตุ ช่วยเหลือกันคนภูเก็ต ซึ่งเป็นภาพสาวประเภทสองคนหนึ่งพยายามขัดขืนหลังถูกชายร่างใหญ่เข้าลวนลามในห้องพักของโรงพยาบาล พร้อมระบุว่า "ขออนุญาตินะคะ คือน้องชื่อเพลง เป็นผู้ป่วยมารักษาตัวที่โรงบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ตเมื่อวันที่ ( 5 มี.ค.) เวลาประมาณ 5 โมงกว่า ๆ ทางหมอได้ฉีดยารักษาอาการของน้องแล้วเกิดอาการมึนเมายา แล้วมีผู้ชายอายุประมาณ 40 ปี เข้ามาทำการลวนลามร่างกายน้อง แต่น้องก็ต่อสู้หรือเรียกร้องให้ใครช่วยไม่ได้เพราะยังไม่ได้สติ ยังอยู่ในอาการมึน แม้แต่นางพยาบาลยังไม่เห็น ขนาดคนป่วยมันยังทำได้ขนาดนี้ นอนรักษาตัวในโรงบาลก็ยังเกียบเอาชีวิตไม่รอด ใครรู้ช่วยแนะนำหน่อยค่ะสามารถฟ้องร้องสิทธิ์อะไรได้บ้าง" ซึ่งหลังการโพสต์ได้มีการแชร์ต่อไปในกลุ่มต่าง ๆ จนมีการวิพากย์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก    จากการสอบถามไปยัง น้องเพลง สาวประเภทสอง ผู้ประสบเหตุ เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 5 มี.ค.62 ที่ผ่านมา ขณะที่น้องได้เข้ารักษาตัว อยู่ที่รพ.แพทย์ได้ทำการฉีดยา 3 เข็มคาดว่าเป็นยาคลายเส้น กับยานอนหลับ ซึ่งมีฤทธิ์กดประสาท ให้ทำให้ร่างกายอ่อนล้า และง่วงนอน ขณะนั้นแฟนหนุ่มซึ่งเป็นคนเฝ้าไข้ต้องการกลับบ้านไปเปลี่ยนชุด จึงจับให้ตนนอนตะแคง ก่อนจะเดินออกไป ซึ่งขณะนั้นไม่มีใครอยู่ในห้อง ไม่นานก็มีชายคนดังกล่าวเดินเข้ามา และทำการปิดผ้าม่าน ก่อนเริ่มลวนลามด้วยการลูบไล้ ขยำหน้าอกจนรู้สึกเจ็บ ตนเองพยายามดิ้นรน แต่ด้วยความที่ร่างกายไม่มีแรงจึงไม่เป็นผล ซึ่งชายคนดังกล่าวพยายามลวนลามอยู่ประมาณ 10 นาที ตนเองจึงตัดสินใจกดโทรศัพท์ด้วยปุ่มลัดเพื่อเป็นโหมดกล้อง และทำการถ่ายวีดิโอไว้สั้น ๆ   ซึ่งชายคนดังกล่าวก็ยังมีทีท่าว่าจะไม่ยอมหยุด ตนเองจึงรีบกดโทรศัพท์ไปที่หมายเลข 191 เพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานมาที่ รพ. เพื่อให้เจ้าหน้าที่และพยาบาลเข้าช่วยเหลือ เมื่อพยาบาลเข้ามาได้ห้ามชายคนดังกล่าวและพยายามกันออกไป แต่ชายคนดังกล่าวก็ยังแสดงท่าทีว่าจะไม่ยอมหยุด จนหัวหน้าพยาบาลต้องมาพาตัวออกไป จากนั้นประมาณ 5 นาที หัวหน้าพยาบาลก็พาชายคนดังกล่าวกลับเข้ามาขอโทษ ก่อนที่พยาบาลจะประสานไปที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพื่อรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลแจ้งว่าให้ทางญาติดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ตนจึงให้บิดาเดินทางไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองภูเก็ตในวันรุ่งขึ้น ( 6 มี.ค.) และเมื่อวานนี้ (8 มี.ค.) ได้ให้มารดาเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีเพิ่ม    ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวนับว่าเป็นเรื่องที่สะเทือนจิตใจตนเองมากเพราะนอกจากป่วยไข้ไม่สบายแล้วยังต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ขนาดตนเองเป็นสาวประเภท 2 ยังโดนแบบนี้ แล้วถ้าเป็นหญิงสาวคนอื่นๆ จะอันตรายแค่ไหน เคสนี้จึงนับว่าเป็นคดีตัวอย่าง ซึ่งยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นภัยสังคม    ขณะที่ นายพิชิต พิมพ์หอม อายุ 57 ปี ผู้ก่อเหตุ รับสารภาพว่าได้กระทำจริง เนื่องจากวันเกิดเหตุได้รับจ้างเฝ้าไข้ผู้ป่วยที่อยู่เตียงข้าง ๆ และก่อนหน้านั้นได้มีการดื่มสุราเข้าไป เมื่อพบเห็นน้องเพลง สาวประเภทสองซึ่งมีหน้าตาดี จึงเกิดอารมณ์ และเข้ากอดจูบและลูบคลำที่หน้าอก ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้ามา   นายพิชิต เล่าอีกว่า ตนเองทำอาชีพรับจ้างเฝ้าไข้มาประมาณ 2 ปี โดยได้ค่าจ้างเฉลี่ยครั้งละ 500-800 บาท หลังเกิดเหตุได้กลับไปที่บ้าน ซึ่งอยู่ในซอยตรงข้ามวิทยาลัยเทคนิค ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปควบคุมตัวมาได้    อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนแจ้งข้อกล่าวหากระทำอนาจารในสถานที่ราชการ และส่งตัวนายพิชิต ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/gvQq5KyDYv4

 11,900
สังคม-อาชญากรรม
17 ก.พ. 62

ช่างเสริมสวยถูกฆ่าโหด มัดมือเท้าหมกห้องเช่า 5 วัน คาดสามีชาวกรีซมือฆ่าหลังหนีกลับประเทศ

ภูเก็ต-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชิงทะเล รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตภายในห้องเช่า ในซอยบางเทาซอย 4 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ที่เกิดเหตุพบศพ นางนิรมล เอียดแก้ว อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นช่างเสริมสวย สภาพนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงนอน ถูกมัดมือไขว้หลัง มัดเท้า มัดปาก ที่หน้าผากพบรอบฟกซ้ำคล้ายถูกจับกระแทกกับของแข็ง ตามร่างกายมีรอยฟกซ้ำหลายแห่ง คาดเสียชีวิตมาประมาณ 4-5 วัน ส่วนภายในห้องยังพบร่องรอยการรื้อค้นข้าวของจนกระจัดกระจาย คล้ายมีการต่อสู้กัน   จากการสอบสวน น้องสาวผู้เสียชีวิตที่พบศพคนแรก เล่าว่า พี่สาวเป็นช่างเสริมสวยในพื้นที่ ต.เชิงทะเล และได้เช่าห้องดังกล่าวอยู่กับสามีใหม่ อายุ 43 ปี สัญชาติกรีซ โดยเช่ามาหลายเดือนแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ตนติดต่อพี่สาวไม่ได้มา 1 อาทิตย์ โทรศัพท์หาก็ไม่รับสาย วันนี้จึงเดินทางมาดูพบพี่สาวกลายเป็นศพแล้ว คาดว่าสามีใหม่เป็นคนฆ่า เพราะในระยะหลังมานี้สามีใหม่รักและหึงหวงพี่สาวมาก ไปพูดกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่ได้ โดยเฉพาะกับอดีตสามีที่มาหาถึงร้าน ทำให้ไม่พอใจเป็นอย่างมาก จึงมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อย   จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า สามีใหม่ของผู้ตายได้เดินทางกลับไปประเทศกรีซ เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา ทั้งที่สามารถอยู่ต่อได้จนถึง 27 ก.พ.62 ทำให้เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าน่าจะเป็นคนลงมือฆ่า นางนิรมล จากนั้นจึงบินหนีกลับประเทศไป เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดจากความหึงหวง ซึ่งจะได้ประสานตัวให้กลับมาสอบปากคำ หากพบความผิดก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  ttps://youtu.be/2JB70qhvtRE

 6,829
ข่าวภูมิภาค
10 ก.พ. 62

เรือสปีดโบ๊ท นทท.จีน ชนเรือบรรทุกน้ำมันกลางทะเล นทท.เจ็บระนาว สาหัส 1

ภูเก็ต-วานนี้ (9 ก.พ.) เกิดเหตุเรือสปีดโบ๊ท ซึ่งบรรทุกนักท่องเที่ยวเดินทางกลับจากเกาะพีพี จ.กระบี่ มาขึ้นยังจังหวัดภูเก็ต หลังเดินทางไปท่องเที่ยวแบบวันเดย์ทริปที่เกาะพีพี เมื่อเรือมาถึงบริเวณระหว่างเกาะรังกับเกาะมะพร้าว อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้ชนกับเรือน้ำมัน เป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บ 6-7 คน และหนึ่งในนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย เรือที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเข้าให้การช่วยเหลือนำนักท่องเที่ยวขึ้นฝั่ง ก่อนทยอยนำส่งโรงพยาบาล   เบื้องต้นทราบว่า เรือที่เกิดเหตุเป็นเรือสปีดโบ๊ท ชื่อ สายน้ำ นำนักท่องเที่ยวชาวจีน เดินทางไปท่องเที่ยวที่เกาะพีพี จ.กระบี่ สภาพเรือสปีดโบ๊ทชนกับเรือน้ำมันซึ่งเป็นเรือเหล็ก ทำให้บริเวณหัวเรือและด้านข้างเรือสปีดโบ๊ทแตกได้รับความเสียหาย   ด้าน นายวิวัธน์ ชิดเชิดวงศ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุเรือสปีดโบ๊ท ชนกับเรือบรรทุกน้ำมัน โดยเรือสปีดโบ๊ทบรรทุกผู้โดยสารชาวจีน 10 คน และคนประจำเรือ 2 คน ระหว่างเรือสปีดโบ๊ทกำลังเดินทางจากเกาะพีพี กลับสู่ท่าเทียบเรือยามู จ.ภูเก็ต ได้เกิดเหตุชนกับเรือบรรทุกน้ำมัน บริเวณเกาะรัง อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ทำให้นักท่องเที่ยวได้รับและคนประจำเรือได้บาดเจ็บทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิต   ส่วนตัวเรือสปีดโบ๊ทได้รับความเสียหายบริเวณหัวเรือกราบขวาเหนือแนวน้ำ เรือบรรทุกน้ำมันได้รับความเสียหายบริเวณหัวเรือกราบซ้ายเล็กน้อย ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/mzZCKoCrBqA

 1,473
ข่าวภูมิภาค
03 ก.พ. 62

นทท.อังกฤษขังตัวเองอยู่ในห้อง หลังมีปัญหาเรื่องค่าเช่ากับเจ้าของ อีเมล์ร้องสถานทูตอ้างถูกกักขัง

ภูเก็ต-ที่ห้องพักของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต เจ้าหน้าที่ร่วมกันติดตั้งอุปกรณ์ช่วยชีวิต เช่น เบาะลม และนำรถกระเช้า 2 คัน เข้าจอดที่ด้านหลังอาคารคอนโดมิเนียม เพื่อเตรียมความพร้อมหลังได้รับการประสานจากนิติบุคลของคอนโด และกงสุลกิตติมศักดิ์ประเทศอังกฤษประจำจังหวัดภูเก็ต ว่ามีชาวต่างชาติรายหนึ่ง ทราบชื่อคือ นาย DAVID ALEXANDER DENOON MACLEAN อายุ 51 ปี ชาวอังกฤษ ซึ่งเช่าห้องอยู่ที่ชั้น 9 ของอาคาร ไม่ยอมออกจากห้องหลายวัน หลังจากที่เจ้าของห้องพยายามขอเจรจาเรื่องค่าเช่าที่ติดค้างอยู่ จนเจ้าของห้องต้องมีการยกเลิกสัญญาเช่า และมีการตัดน้ำตัดไฟ รวมถึงแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้นาย DAVID ย้ายออกจากห้องดังกล่าวไป   ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสองส่วน ส่วนแรกนำโดย นายธัญญวัฒน์ ชาญพินิจรองผู้ว่าราชการจังหวัด และกงสุลกิตติมศักดิ์ประเทศอังกฤษประจำจังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าไปยังหน้าห้องดังกล่าวเพื่อขอพูดคุยเจรจา ซึ่งจากการพูดคุย นาย DAVID ได้ขออาหาร และน้ำดื่มจำนวนหนึ่ง แต่ไม่ยอมออกจากห้อง จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมอุปกรณ์กรณีฉุกเฉินที่ด้านข้างอาคาร หากมีเหตุฉุกเฉิน   โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังเตรียมความพร้อมอยู่ที่ด้านล่าง นาย DAVID ได้โผล่หน้ามาทางช่องกระจกระบายอากาศของห้องน้ำด้านหลังคอนโด และพยายามตะโกนบอก จนท.ถึงสิ่งที่ต้องการประมาณ 3-4 ครั้ง แต่ข้างล่างได้ยินไม่ชัดเจน เวลาผ่านไปประมาณ 4 ชั่วโมง ซึ่งยังไม่มีทีท่าว่าจะเข้าไปพูดคุยกันได้ นาย DAVID ก็ได้โผล่ออกมาที่ด้านหลังอาคารอีกครั้ง และได้โยนกระดาษซึ่งเขียนข้อความไว้ภายในมาให้เจ้าหน้าที่นิติบุคคล ก่อนที่ จนท.นิติบุคคลจะนำกลับไปให้รองผู้ว่าฯและกงสุลฯพิจารณา สุดท้ายยังเจราจาไม่เป็นผล ต้องปล่อยให้นาย DAVID อยู่ในห้องพักดังกล่าวต่อไป   สำหรับกรณีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากที่ นาย DAVID เช่าห้องหลังดังกล่าว ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2561 โดยมีการทำสัญญากับผู้เช่า 6 เดือน แต่ในเดือนมกราคม 62 ที่ผ่านมา นาย DAVID ไม่ยอมจ่ายค่าเช่าเป็นเงิน 8,000 บาท ทางเจ้าของห้องจึงขอยกเลิกสัญญา แต่ทางนาย DAVID ไม่ยอมย้ายออก เจ้าของห้องจึงได้ทำลายกุญแจ ในวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา ต่อมา นาย DAVID ได้ติดต่ออีเมล์ไปยังสถานทูตอังกฤษ อ้างว่าถูกขังอยู่ในห้อง แต่เมื่อทางกงสุลฯเดินทางมาพูดคุย นาย DAVID กลับไม่ยอมให้ช่วยเหลือ ซึ่งทางกงสุลฯได้เดินทางมาเจรจา 2 รอบแล้วแต่ไม่สำเร็จ สุดท้ายต้องให้อยู่ต่อไปอีกจนกว่าวีซ่าของ นาย DAVID จะหมดในวันที่ 21 ก.พ.62 นี้ และคาดว่านาย DAVID จะตัดสินใจเดินทางกลับประเทศ   นายธัญวัฒน์ กล่าวว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการเข้าใจผิดเนื่องจากชาวอังกฤษผู้เช่าได้มีการจ่ายค่าห้องล่วงหน้าไว้แก่ผู้เช่าจำนวน 2 เดือน และอีกไม่กี่วันก็จะครบกำหนดกลับแล้วจึงยังไม่จ่ายค่าเช่า จนเกิดปัญหากับทางเจ้าของห้อง แม้ทางกงสุลได้เดินทางมาพูดคุย 2 ครั้งแล้ว แต่ยังตกลงกันไม่ได้ จนเกิดปัญหากันขึ้น           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/B77u_qU0QSQ

 1,294
ข่าวภูมิภาค
31 ม.ค. 62

'ธิติ ตัณฑวณิช' นักธุรกิจดังภูเก็ต ทายาทบ้านพระพิทักษ์ชินประชา ผูกคอตายคาคฤหาสน์หรู

ภูเก็ต-พบผู้ผูกคอตายที่บริเวณบ้านพักพระพิทักษ์ชินประชา ถนนกระบี่ ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จากการตรวจสอบทราบชื่อภายหลัง คือ นายธิติ ตัณฑวณิช อายุ 48 ปี ผู้อำนวยการ บริษัท ซี เอ็กซ์เคอชั่น ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต และประธานชมรมเครือข่ายสินค้าและบริการท่องเที่ยวไทย (สบท.) ใช้เชือกไนลอนสีขาวผูกคอตายกับคานไม้หน้าบ้าน เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเกิดจากความเครียดเรื่องธุรกิจ   ต่อมาทางครอบครัวได้ทำพิธีรดน้ำศพ นายธิติ ที่วัดอนุภาษกฤษฎาราม (วัดเก็ตโฮ่) ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต และมีพิธีสวดอภิธรรมศพเป็นคืนแรก ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า เนื่องจากทุกคนไม่ทันตั้งตัว โดยเฉพาะครอบครัว และที่ผ่านมาก็ไม่มีท่าทีว่านายธิติ จะฆ่าตัวตายแต่อย่างใด   สำหรับนายธิติ ตัณฑวณิช เป็นนักเรียนนอก เป็นนักธุรกิจชื่อดังในภูเก็ต ทำธุรกิจเรือยอชต์หรู เป็นทายาทรุ่นที่ 6 ของพระพิทักษ์ชินประชา เศรษฐีเหมืองแร่ดีบุกในอดีต ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านพิทักษ์ชินประชา และเป็นบ้านหลังแรกของ จ.ภูเก็ต ที่สร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีส และเพิ่งฉลองวันเกิดอายุครบ 49 ปีไปไม่นาน อีกทั้งยังเพิ่งได้ลูกชายคนเล็กอายุเพียง 4 เดือน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tuublh1CAQw

 24,417
ข่าวภูมิภาค
24 ม.ค. 62

ลูกชาย สท.ภูเก็ตถูกยิงดับ วิญญาณเข้าร่างพี่สาวบอกไม่ให้เผา สุดท้ายต้องยกเลิก เข็นโลงออกจากเมรุ

ภูเก็ต-จากกรณี นายธีรศักดิ์ แซ่อ๋อง อายุ 29 ปี ลูกชาย นายเจริญ แซ่อ๋อง สมาชิกสภาเทศบาลตำบลรัษฏาเขต 1 อ.เมือง จ.ภูเก็ต ถูกยิงเสียชีวิต บริเวณถนนรัตนโกสินทร์ 200 ปี ในอ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา   โดยพบว่ามีรถเก๋งสีดำ ขับตามก่อนใช้อาวุธปืนจ่อยิง 3 นัดซ้อน กระสุนเจาะขมับซ้ายจนเสียชีวิต ต่อมาวันที่ 21 ม.ค. นายจักรกฤษ หรือดิว แสงสะอาด ผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต โดยให้การปฎิเสธและได้ประกันตัวในชั้นสอบสวน   ต่อมาเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ทางครอบครัวได้จัดพิธีฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิต โดยมีการตั้งขบวนและเดินแห่โลกศพไปยังไปอย่างโศกเศร้า แต่ทันทีที่นำศพเข้าสู่เมรุและเตรียมการเผาอยู่นั้น ปรากฏว่า พี่สาวแท้ๆของผู้ตาย ได้เกิดอาการตัวสั่น และหวีดร้องเสียงดัง ญาติๆ ต้องช่วยกันจับตัวไว้   เมื่อจับใจความสำคัญพบว่า เสียงตะโกนดังกล่าวระบุว่า ตนคือวิญญาณ นายธีรศักดิ์ และไม่ต้องการให้เผาเด็ดขาด ถึงแม้ผู้เป็นพ่อจะพยายามเข้าไปขอ แต่ก็ไม่เป็นผล จึงสอบถามความเห็นญาติๆ ก่อนตัดสินใจยกเลิกการเผาศพ และจะเก็บศพไว้ที่วัดก่อนไม่มีกำหนด ทำให้ร่างของพี่สาวเริ่มมีอาการสงบลง จึงพาตัวพี่สาวไปพบกับพระสงฆ์เพื่อรดน้ำมนต์   ผู้เป็นพ่อกล่าวว่า ตนเชื่อว่าลูกชาย ไม่ต้องการให้เผาศพเนื่องจากยังไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงจะต้องเก็บศพไว้ต่อไม่มีกำหนด ในส่วนของคดีนั้นตนยังรู้สึกคาใจว่าทำไมเจ้าหน้าที่จึงให้ผู้ต้องหาประกันตัวออกไป และไม่ชี้แจงความคืบหน้าคดีต่อตนก่อนหน้านี้ และนอกจากนี้ตนไม่ทราบว่าผู้ต้องหาเป็นใคร จึงมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของครอบครัว   ความจริงก่อนหน้านี้มีความคิดที่จะแห่โลงศพไปยังศาลากลางจังหวัดเพื่อขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย แต่เมื่อมาพิจารณาแล้วก็รู้สึกไม่ดี คิดว่าเพื่อความสงบสุขของภูเก็ตซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว ไม่อยากให้เสียภาพลักษณ์ จึงขอพึ่งพากระบวนการยุติธรรมแทน   และจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าลูกชายของตนมีอาวุธปืนและเปิดฉากยิงก่อนนั้น แต่จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุไม่พบอาวุธปืนของลูกชาย มันหายไปไหน ผู้เสียชีวิตไม่สามารถโยนปืนทิ้งเองได้ ขณะเดียวกันก็มีแค่พยานอีกฝ่าย ก็อาจจะเปลี่ยนแปลงคำให้การและหลักฐานได้   หลังจากนี้ตนเองจะดำเนินการทางกฏหมายต่อไปเพื่อให้เกิดความยุติธรรม ซึ่งนี่เกิดขึ้นกับลูกชายตน ซึ่งเป็นคนทำงานการเมืองท้องถิ่นหรือคนของสังคมแต่ยังไม่มีความยุติธรรม และถ้าเกิดขึ้นกับชาวบ้านตาสีตาสา ก็ยิ่งเชื่อว่าไม่มีความยุติธรรมแน่นอน จึงต้องดำเนินการอย่างเต็มที่   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่: https://youtu.be/bNyAGQI6IDI

 14,690
ข่าวภูมิภาค
22 ม.ค. 62

จับแล้ว 4 ! คนฉวยลักเบียร์กระป๋อง หลังรถบรรทุกเทกระจาด เตือนแล้วนะ ใครอยู่ในคลิปรีบมามอบตัว

ภูเก็ต-จากกรณีที่รถบรรทุกเบียร์กระป๋อง3,600 แพ็ก หรือประมาณ 86,400 กระป๋อง เกิดอุบัติเหตุเสียหลักขณะเข้าโค้ง ที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ 7-11 ปากซอยกิ่งแก้ว ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา   ส่งผลให้เครื่องดื่มเทกระจาดลงจากรถ และมีทรัพย์สินประชาชน ซึ่งเป็นรถซาเล้งซึ่งจอดอยู่ริมถนนได้รับความเสียหาย 3 คัน รวมถึงป้ายต่างๆ ก่อนที่ในช่วงเช้าจะมีชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวมาเก็บ ถึงแม้จะมีบางส่วนห้ามปราม ทำให้เหลือเบียร์ที่ทางเจ้าของเก็บได้แค่ 300 ถาด หรือประมาณ 7,200 กระป๋องเท่านั้น   แต่หลังจากที่มีชาวมาเก็บที่ตกหล่น และบางส่วนยังเก็บส่วนที่อยู่บนรถไปอีก ทำให้เหลืออยู่ประมาณ 200 ถาดหรือประมาณ 4,800 กระป๋อง รวมสูญหายไปทั้งหมด 3,400 แพ็ก หรือประมาณ 81,600 กระป๋อง รวมความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 2 ล้านบาท   ล่าสุด ทางตร.สภ.เมืองภูเก็ต เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนดำเนินคดีกับผู้ที่ลักทรัพย์ไปแล้วบางส่วน โดยแยกเป็นรายบุคคลไป โดยแยกเป็น 2 คดีคือ ถ้าผู้กระทำความผิดไม่มียานพาหนะ ก็จะดำเนินคดีตามความผิดฐาน ลักทรัพย์ฯ แต่ถ้ามียานพาหนะก็จะดำเนินคดีตามความผิด “ลักทรัพย์โดยมียานพาหนะฯ” ซึ่งลักษณะความผิดและน้ำหนักโทษจะไม่เท่ากัน   เบื้องต้นจับกุมมาดำเนินคดีมาแล้ว 4 ราย โดยทั้ง 4 ราย รับสารภาพทั้งหมดว่า ได้เอาไปดื่มกิน หลังจากที่เห็นคนอื่นเก็บ จึงเก็บด้วย ส่วนรายอื่นๆนั้นอยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวน โดยจะตรวจสอบเพิ่มเติมตามหลักฐานที่ปรากฏ ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายเรียกมาทำการสอบสวน ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป   ทั้งนี้ขอเตือนไปยังคนที่เก็บไปว่า หากต้องการให้โทษจากหนักเป็นเบาก็ควรจะมาติดต่อขอมอบตัวหรือแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ ซึ่งในชั้นศาลในการพิจารณาคดีนั้นศาลท่านอาจจะใช้ดุลพินิจ ในการบรรเทาโทษให้ได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/oMiNaS1-sLI  

 10,885
ข่าวภูมิภาค
19 ม.ค. 62

คนร้ายจ่อยิงลูกชาย สท.ตำบลรัษฎา 3 นัด ดับคาจยย. คาดขัดแย้งส่วนตัว

ภูเก็ต-คนร้ายจ่อยิงลูกชายสมาชิกสภาเทศบาลตำบลรัษฏา เขต 1 อายุ 29 ปี 3 นัด ดับคารถจักรยานยนต์ บริเวณถนนรัตนโกสินทร์ 200 ปี หรือถนนเลียบคลองบางใหญ่ ม.1 ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต ก่อนถึงเตาเผาขยะมูลฝอย เทศบาลนครภูเก็ต ประมาณ 100 เมตร เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่คาดว่าจะเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1Yuz5oe4lxQ

 1,466
ข่าวภูมิภาค
12 ม.ค. 62

ชาวบ้านแห่เก็บเบียร์กว่า 8 หมื่นกระป๋อง หลังรถบรรทุกเบียร์คว่ำเทกระจาด บริษัทรุดแจ้งข้อหาลักทรัพย์แล้ว

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก มานะ สมบัติ ได้โพสต์ภาพนิ่งพร้อมคลิปวิดีโอลงในกลุ่ม เหตุด่วนเหตุร้าย ร่วมด้วยช่วยกัน ภูเก็ต พร้อมข้อความระบุว่า “ดูมันทำ..พิกัดทางเข้าซอยกิ่งแก้ว..(วันนี้คนบริเวณนั้นเมาตั้งแต่เช้า..)เผลอๆ ยันรุ่งคืนนี้” โดยในภาพดังกล่าว เป็นภาพของกระป๋องเบียร์จำนวนมากที่กระจายอยู่บนพื้นถนนหน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง และมีผู้คนจำนวนมากกำลังเก็บ ขณะที่ผู้ถ่ายพยายามบอกว่าผู้ที่เก็บกำลังมีความผิดตามกฏหมาย   จากการตรวจสอบภาพดังกล่าวทราบว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ปากซอยกิ่งแก้ว ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต หลังจากที่รถเทรลเลอร์บรรทุกสินค้าของบริษัท ศิริมงคล โลจิสติกส์ จำกัด ซึ่งมีนาย สมพร พริ้มจรัส อายุ 58 ปี เป็นคนขับ ได้บรรทุกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำนวนกว่า 3,600 แพ็ก หรือประมาณ 86,400 กระป๋อง เพื่อมาส่งให้กับบริษัทซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 1 กม. โดยได้เกิดอุบัติเหตุเสียหลักขณะเข้าโค้ง ส่งผลให้เครื่องดื่มเทกระจาดลงจากรถ ก่อนที่จะมีประชาชนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวมาเก็บ ถึงแม้จะมีบางส่วนห้ามปรามแต่ก็ยังมีการเก็บนำกลับบ้าน   ทั้งนี้ ในเวลาต่อมา ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจของบริษัท ศิริมงคล โลจิสติกส์ จำกัด และนาย สมพร พริ้มจรัส คนขับรถ ได้เข้าพบตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อแจ้งความดำเนินคดีตามกฏหมายต่อคนเก็บกระป๋องเบียร์ ในข้อหาลักทรัพย์ฯ   อย่างไรก็ตาม สำหรับตัวเลขความเสียหายนั้น เบื้องต้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่บรรทุกมาทั้งหมด จำนวนกว่า 3,600 แพ็ก หรือ ประมาณ 86,400 กระป๋อง เทกระจาดลงจากรถ จำนวนกว่า 3,300 ถาด หรือประมาณ 79,200 กระป๋อง เหลือบนรถ 300 ถาด หรือประมาณ 7,200 กระป๋อง แต่หลังจากที่มีประชาชนมาเก็บที่ตกหล่น และบางส่วนยังเก็บส่วนที่อยู่บนรถไปอีก ทำให้เหลืออยู่ประมาณ 200 กว่าถาด ประมาณ 4,800 กระป๋อง รวมสูญหายไปทั้งหมด 3,400 แพ็กหรือประมาณ 81,600 กระป๋อง รวมความเสียหายเบื้องต้นกว่า 2 ล้านบาท โดยประมาณ          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TIw41T0P_q8

 15,462
ข่าวภูมิภาค
30 ธ.ค. 61

สาวรัสเซียมือบอนใช้สีสเปรย์พ่นข้อความบนถนน ถูกจับอ้างทำเพื่อตามหาแฟนที่หายตัวไป

ผู้ใช้เฟสบุ๊ค Patthama Bruno โพสต์ภาพและคลิปวิดีโอ พร้อมข้อความระบุว่า "เมื่อเช้าไปวิ่งมา เอ่อ.....ก็ดูสวยดีนะน้อง สีสันน่ะแต่มันผิดที่ผิดทางไปหน่อยมั้ยคะ รบกวนผู้ดูแลหรือเกี่ยวข้องจัดการตามระเบียบด้วยนะคะ ฝรั่งคนไทยวิ่งไปวิ่งมาบ่นเหม็นสีมากเลย @ส.ภ.ฉลอง เทศบาลตำบลราไวย์ (colour looks nice but I think it’s wrong place and wrong time)"   ทั้งนี้ ในภาพดังกล่าวเป็นภาพหญิงสาวชาวรัสเซีย กำลังใช้สีสเปรย์พ่นเป็นข้อความบนถนนแห่งหนึ่ง โดยผู้ถ่ายคลิปพยายามเข้าไปสอบถามว่าทำไมถึงกระทำการดังกล่าวแต่หญิงสาวคนดังกล่าวได้พูดเป็นภาษารัสเซีย ก่อนเดินหนีไปที่รถเก๋งซึ่งจอดทิ้งไว้ริมถนน ซึ่งเป็นรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีแดง อย่างไรก็ตามหลังมีการโพสต์ได้มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นและแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ระบุว่าทำไมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เข้ามาจัดการ   โดยหลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไปยังกลุ่มต่าง ๆ นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ ได้สั่งการให้นาย ศุภวัฒน์ ศรีสุข ตัวแทนนักจัดการงานเทศกิจชำนาญการ ลงพื้นที่ตรวจสอบ ก่อนรวบรวมหลักฐานก่อนเข้าพบ พ.ต.ท. คะแนน สมรักษ์ สารวัตร(สอบสวน) สภ.ฉลอง เพื่อแจ้งความดำเนินคดี   ล่าสุดเมื่อเวลา 20.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต นำตัวสาวผู้ก่อเหตุ ทราบชื่อภายหลังคือ MISS. ANASTASIYA SEREBRYANSKAYA สัญชาติรัสเซีย หลังจากที่ติดตามตัวได้ไปยัง สภ.ฉลอง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา จากการสอบถามหญิงสาวยอมรับว่าตนเองได้กระทำจริง โดยทำไปเพื่อต้องการตามหาแฟนหนุ่มที่หายตัวไปหลายปี   เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาขีด เขียน พ่นสี หรือทำให้ปรากฏด้วยประการใด ๆ ซึ่งข้อความ ภาพ หรือ รูปรอยใด ๆ ที่กำแพงที่ติดกับถนน บนถนน ที่ต้นไม้ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่อยู่ติดกับถนนหรืออยู่ในที่สาธารณะฯ ตามพ.ร.บ. รักษาความสะอาดและความเป็น ระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ 2535 ก่อนปรับเป็นเงินจำนวน 5,000 บาทและปล่อยตัวไป          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DTe59fYvuUQ

 4,454

Top