ค้นหา :

ผลการค้นหา "นศ"

สังคม-อาชญากรรม
24 มิ.ย. 61

นศ.ราชภัฏเลยรวมตัวแจ้งความ หลังโดนลอยแพไม่ได้รับใบประกอบวิชาชีพครู

กลุ่มนักศึกษาชั้นปีที่ 5 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย จาก 3 สาขาวิชา ได้แก่ อังกฤษ , คอมพิวเตอร์ , ภาษาไทย  และ จำนวน 85 คน เดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ย่อยเมืองเก่า หลังเรียนจบการศึกษาแต่ทางมหาวิทยาลัยฯไม่ออกใบวิชาชีพครูให้   ด้านนายศุภณัฐ ตัวแทนนศ.ระบุว่า ทางมหาวิทยาลัยฯ ได้เปิดรับนักศึกษาเข้ามาศึกษาในสาขาวิชาต่างๆ รวมถึงสาขาวิชาชีพครู สาขาภาษาไทย สาขาภาษาอังกฤษ สาขาคอมพิวเตอร์มีนักศึกษาหลายรุ่นในสาขาวิชาชีพครูที่จบไปและได้รับใบประกอบวิชาชีพครู แต่รุ่น 55 และ 56 มีปัญหาเรื่องหลักสูตร การเรียนการสอนที่ สกอ. ตรวจสอบแล้วไม่ผ่านการประเมินของหลักสูตร ทำให้นักศึกษารุ่น 55 ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของรุ่น 56 ได้มีการฟ้องร้องและเรียกค่าชดเชยในเรื่องที่ไม่ได้รับใบประกอบวิชาชีพตรงตามระยะเวลาที่เหมาะสม มหาวิทยาลัยจึงให้นักศึกษารุ่น 55 ฝึกสอนในสถานศึกษาอีก 1 ปี เพื่อเก็บเวลาและเพื่อขอใบประกอบวิชาชีพครูในปี 61 ตามระเบียบของทางคุรุสภา ปัญหาของนักศึกษารุ่น 55 ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของนักศึกษารุ่นปี 56 ทำให้นักศึกษารุ่น 56 ซึ่งเป็นรุ่นน้องมีผลกระทบเช่นเดียวกับรุ่นพี่ แต่เมื่อมหาวิทยาลัยรับทราบปัญหาของรุ่น 55 มหาวิทยาลัยได้ลงมาแก้ไขให้ด้วยการขอใบประกอบวิชาชีพครูให้ แต่รุ่น 56 ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้ดำเนินการใดๆ โดยอ้างว่าไม่มีงบประมาณในการที่จะดำเนินการใดๆให้   โดยรุ่นที่ตนกับเพื่อนๆ ทั้ง 85 คนเรียนคือรุ่น 56 มีปัญหาใน 3 สาขา คือสาขาวิชาภาษาอังกฤษ, สาขาวิชาภาษาไทย และสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา ที่ไม่ได้รับใบประกอบวิชาชีพครูทั้ง 85 คน และในจำนวนนี้มี 7 คน ที่สอบบรรจุครูคืนถิ่นได้ แต่เข้ารับราชการไม่ได้ เพราะไม่มีใบประกอบวิชาชีพครูทำให้เสียโอกาส กลุ่มนักศึกษาที่ประสบปัญหาได้พากันรวมตัวติดตามการแก้ไขปัญหาของทางมหาวิทยาลัยมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงปัจจุบัน แต่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่า จะได้รับใบประกอบวิชาชีพครูหรือไม่ เมื่อไม่มีคำตอบจึงเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะเห็นว่าการกระทำของมหาวิทยาลัย ทำให้ได้รับความเสียหาย คือ 1. เสียสิทธิ์ในการสมัครสอบ เนื่องจากไม่ได้รับใบประกอบวิชาชีพครู 2. นักศึกษาที่สอบคัดเลือกครูคืนถิ่นได้ แต่ไม่ได้รับการบรรจุ เพราะไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู 3. เสียค่าใช้จ่ายในการศึกษาเล่าเรียนตลอดหลักสูตร                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/63xSUmctDo4  

 14,709
แชร์ออฟเดอะเดย์
24 มี.ค. 61

เหยื่อสาวเล่านาทีผวา เจอหนุ่มช่วยตัวเองบนรถตู้ จับได้ยังอ้างซิปแตก

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Noey panita โพสต์เตือนภัยหลังเจอผู้โดยสารชายช่วยตัวเองในรถตู้แต่อ้างว่าซิปแตก   “เจอโรคจิตบนรถตู้สายคลอง1-6 ราชมงคล ผู้ชายคนนี้นั่งใกล้เรา เอากระเป๋าผ้าสีม่วงปิดมือซ้ายไว้ เราก็ไม่อยากคิดอะไร พอหันไปเท่านั้นแหละ คือซิปปลดหมด เห็นหมดแบบแข็งอะ พอเราเห็นมันบอกจอดป้ายหน้าด้วยครับ รู้เลยจ้าว่าโรคจิต นี่ก็เลยหันไปมองหาคนช่วยข้างหลังที่เป็นผู้ชาย รีบถ่ายคลิปไว้ละลุกออกมาเลย มีพี่ผู้ชายเสื้อแดงช่วยไว้ พี่ผู้หญิงจับมือเราเพราะเรากลัวละมือสั่นมาก มันลงป้ายโลตัสคลอง 4 ค่ะ อยากให้ระวังกันไว้ด้วยค่ะ แชร์ได้เพื่อให้วังตัวค่ะ อย่างไรก็ตาม ชายในคลิปดังกล่าวได้ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำอนาจาร โดยอ้างว่าซิปหลุดจะจ่ายเงินและขอลงจากรถทันที ”    ด้านเจ้าของโพสต์เล่าว่า ตนเห็นอีกฝ่ายเอากระเป๋าปิดเป้ากางเกงไว้ กำลังปลดกระดุมกางเกงพร้อมรูดซิปออกมาและกำลังช่วยตัวเองอยู่ ตนจึงร้องตะโกนบอกคนขับรถให้จอด เพราะว่ามีชายโรคจิตกำลังช่วยตนเองอยู่ในรถ พอตนตั้งสติได้จึงรีบถ่ายคลิปเอาไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งชายคนดังกล่าวได้อ้างว่าซิปกางเกงแตก     ซึ่งหลังจากที่ตนได้โพสต์คลิปลงไปในเฟซบุ๊กส่วนตัวแล้ว ก็มีคนเข้ามาบอกว่าเคยเจอผู้ชายโรคจิตคนนี้ช่วยตัวเองเหมือนกัน                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/U7HTeW9R_Bw  

 7,749
สังคม-อาชญากรรม
04 มี.ค. 61

'น้องแบม' แฉหมดเปลือกถูกหัวหน้าภาควิชาฯ เรียกไปทุบหลัง ฉุนเปิดโปงทุจริตศูนย์ไร้ที่พึ่ง

ความคืบหน้าจากกรณี น.ส.ปณิดา  ยศปัญญา หรือน้องแบม นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาพัฒนาชุมชน คณะมุนษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม( มมส.) ได้ออกมาปิดเผยข้อมูลการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเดอส์ ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น กรมพัฒนาสังคมและสัวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)  จนมีการสอบสวนข้อเท็จจริงจาก คสช.และ ป.ป.ท.พบมูลความผิด และสภาคณาจารย์ มมส.ได้ตั้งงคณะกรรมการสอบสวนกรณีอาจารย์นั้น                   ล่าสุดน้องแบมเปิดเผยว่า หัวหน้าภาควิชาฯ ได้เรียกตนเข้าไปในห้องเพื่อสอบถามว่าทำไมทำแบบนี้ ทำไมต้องทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น แล้วใช้มือทุบหลัง 2 ครั้งเหมือนจะระบายอารมณ์ ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทุบตีตนด้วย ทั้งที่เราทำในสิ่งที่ถูกต้อง นอกจากนี้ยังถูกอาจารย์สั่งให้เปลี่ยนหัวข้อการทำวิจัยซึ่งต้องทำใหม่ทั้งหมด                                  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/laTZu9mYnlo               

 46,738
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 ม.ค. 61

ฟังความ 2 ฝ่าย! ดราม่า นศ.สาวปะทะคารมวินจยย.รับจ้าง เหตุเรียกแกร็บไบค์มารับ

จากกรณีนักศึกษาสาวโพสต์คลิปวีดีโอบนเฟซบุ๊ก ขณะมีปากเสียงกับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างหญิง หลังตนเองเรียกใช้บริการรถแกร็บไบค์ ให้มารับไปส่งที่มหาวิทยาลัย เนื่องจากวินมอเตอร์ไซค์หน้าหอพักมาคนต่อคิวเป็นจำนวนมาก โดยแกร็บไบค์ มีราคาโปรโมชั่น คิดค่าโดยสารเพียง 8 บาท ส่วน วินมอเตอร์ไซค์ คิดค่าโดยสาร 40 บาท แต่ปรากฎว่าเมื่อแกร็บไบค์มารับ วินมอเตอร์ไซค์หญิงในคลิป ก็ไม่พอใจ มาขวางทาง และพยายามจะถ่ายป้ายทะเบียนรถแกร็บไบค์ จนกระทั่งมีปากเสียงกันตามที่ปรากฎในคลิป   โดยหญิงที่เป็นวินมอเตอร์ไซค์บอกว่าไม่ให้มารับผู้โดยสารในเขตที่ตนรับผิดชอบ หากจะรับ ต้องออกไปห่างจากวินของตน 500 เมตร    ล่าสุดทีมข่าวเดินทางไปพูดคุยกับผู้โพสต์คลิปดังกล่าว เปิดเผยว่า เมื่อช่วง 08.00 น. ของเมื่อวานนี้ (12 ม.ค.) ตนต้องรีบไปเรียน แต่เห็นว่าวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอย มีคนรอต่อคิวเป็นจำนวนมาก ด้วยความรีบ จึงตัดสินใจเรียกใช้บริการมอเตอร์ไซค์ของ Grabbike ซึ่งก็คิดค่าบริการ เพียง 8 บาท เพราะมีโปรโมชั่น   โดยก่อนหน้านี้ ตนเคยเรียกรถ Grabbike มารับอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งก็จะมีปัญหากระทบกระทั่งกับวินมอเตอร์ไซค์หญิงคนนี้อยู่ตลอด แต่ไม่เคยถึงขั้นถ่ายคลิป ครั้งนี้ยอมรับว่าไม่พอใจมาก เพราะตนกำลังรีบ แต่อีกฝ่ายเอารถมาจอดขวางไม่ยอมให้ไป พยายามจะถ่ายรูปป้ายทะเบียน และใบหน้าของคนขี่ Grabbike    จึงตัดสินใจเอามือถือขึ้นมาอัดคลิป   โดยส่วนตัวตนมองว่า ในฐานะผู้บริโภค ก็ควรมีสิทธิ์ที่จะเลือกใช้บริการในสิ่งที่เห็นว่าคุ้มค่าที่สุด หากจะแย้งว่า รถของ Grabbike ผิดกฎหมาย ไม่ได้รับอนุญาตให้มาวิ่งรับผู้โดยสาร ก็เป็นเรื่องของหน่วยงานที่จะบังคับใช้กฎหมาย ไม่ได้เกี่ยวกับผู้ใช้บริการอย่างตน   ด้าน นางสาวบี วัย 20 ปี เพื่อนของนางสาวเอ ซึ่งพักอาศัยอยู่ใกล้เคียงกัน ก็เล่ากับผู้สื่อข่าวว่า ตนเคยมีปัญหากับวินมอเตอร์ไซค์หญิงรายนี้ จากการเรียกใช้ Grabbike เช่นกัน ตอนนั้นวินบอกว่า หากจะใช้ Grabbike ต้องเดินออกไปให้พ้นเขตรับผิดชอบของวิน 500 เมตร จึงจะขึ้นรถ Grabbike ได้  ตนไม่พอใจ จึงนำเรื่องไปโพสต์ใน facebook ต่อมาวินมอเตอร์ไซค์หญิงคู่กรณีมาเห็นเข้า จึงทักมาทางข้อความ facebook บอกให้ตนไปคุยกันที่วิน แต่ปรึกษากับผู้ปกครองแล้วเห็นว่าไม่ปลอดภัย จึงไม่ได้ตอบข้อความ และไม่ได้สนใจอะไรอีก               นางสาวบียังบอกอีกว่า จากเหตุการณ์นั้น ทำให้วินมอเตอร์ไซค์พูดกับตนว่า ต่อไปหากตนมาใช้บริการที่วิน ทางวินเองก็มีสิทธิ์ที่จะไม่ไปส่ง เพราะถือว่าตนเลือกใช้ Grabbike แล้ว ก็ไม่ต้องมานั่งวินอีก   จากนั้นผู้สื่อข่าวยังเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในซอยงามวงศ์วาน 54 แยก 5 ได้พูดคุยกับ นางปาริชาติ ตันวรัตน์ วัย 45 ปี หัวหน้าวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างตรงจุดดังกล่าว และเป็นคนที่ปรากฎอยู่ในคลิป เจ้าตัวเปิดเผยว่า  นักศึกษาคนที่โพสต์คลิป มักจะเรียกใช้รถ Grabbike อยู่บ่อยๆ ซึ่งตนก็เคยเข้าไปพูดคุยขอร้องดีๆหลายครั้ง ว่าขอให้ใช้บริการวินที่อยู่หน้าปากซอย เนื่องจากวินของตนทำถูกกฎหมายขนส่ง ส่วน Grabbike เป็นรถที่ผิดกฎหมาย แต่อีกฝ่ายก็ไม่เคยฟัง จนครั้งล่าสุดมีปัญหากระทบกระทั่งกัน จนมีการนำคลิปไปโพสต์ในโลกออนไลน์   นางปาริชาติบอกว่า ตอนนี้ วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ทำถูกกฎหมาย ถูกเอาเปรียบจากรถรับจ้างที่ไม่ได้รับอนุญาตหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งรถเหล่านี้มีการตัดราคากันจนเกินเหตุ ทั้งๆที่พวกตนก็กำหนดราคาตามมาตรฐานที่ขนส่งกำหนดทุกอย่าง แต่มาเจอราคา 8 บาท ต่อราคาจริง 40 บาท ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้   ทุกวันนี้ วินมอเตอร์ไซค์ไม่ได้สู้กับรถรับจ้างเหล่านี้โดยตรง เพราะเวลาที่จะถ่ายรูปไปแจ้งกับ ขนส่งฯ ให้เอาผิด ก็จะต้องเจอกับผู้โดยสารที่ไม่พอใจ ถ่ายคลิปไปประจานในโลกออนไลน์ จนพวกตนเสียชื่อเสียง ทั้งๆที่พวกตนทำตามกติกาทุกอย่าง อย่างฝากไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ ว่าจะมาช่วยเหลือพวกตนอย่างไร   โดยล่าสุด หลังจากเกิดกรณีพิพาทดังกล่าว กรมการขนส่งทางบก ได้ทำการติดต่อคู่กรณีทั้งสองฝ่าย รวมทั้งรถ Grabbike ในเหตุการณ์ มาสอบสวนข้อเท็จจริง และเตรียมดำเนินการตามกฎหมายต่อไป                    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/8KdeI3Ysls0

 58,656
ข่าวภูมิภาค
24 ธ.ค. 60

นศ.สาวซิ่งจยย.ชนราวสะพาน ก่อนร่างกระเด็นตกกระแทกพื้นเจ็บสาหัสที่พัทยา

เกิดเหตุนักศึกษาสาวซิ่งจยย.เสียหลักชนราวสะพานต่างระดับมอเตอร์เวย์ สาย 7 ตอน 5 ใกล้ปากทางพัทยาเหนือ ขาเข้ากรุงเทพฯ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี  ก่อนร่างกระเด็นตกถนนกระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บสาหัส                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/j67alcCnuqQ

 988
ข่าวภูมิภาค
23 ธ.ค. 60

นศ.หนุ่มป่วยโรคซึมเศร้า คว้ากรรไกรแทงอก-ปาดคอตัวเองเจ็บสาหัส อ้างได้ยินเสียงกระซิบให้ควักหัวใจ

เกิดเหตุนักศึกษาหนุ่มอายุ 21 ปี ใช้กรรไกรและคัดเตอร์แทงหน้าอกและปาดคอตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัสภายในบ้านพักย่าน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ      จากการสอบถามผู้บาดเจ็บให้การได้เล่าว่า ระหว่างเล่นเกมช่วงกลางดึกได้ยินเสียงคนกระซิบข้างหูให้ควักหัวใจออกมา ตนจึงได้หยิบเอาไขควงขึ้นมาแทงที่กลางอกหลายครั้งแต่แทงไม่เข้า จึงเปลี่ยนเอากรรไกรมาแทงที่หน้าอกแทน ปรากฎว่าแทงเข้าแต่เป็นแผลขนาดเล็ก ตนจึงเปลี่ยนเป็นมีดคัตเตอร์มากรีดแต่ก็ยังไม่สำเร็จ จึงใช้คัดเตอร์เล่มดังกล่าวปาดที่คอตัวเอง แต่หมดแรงเสียก่อนจึงได้นั่งฟุบอยู่บนเก้าอี้     ด้านพ่อของผู้บาดเจ็บเล่าว่า ปกติลูกชายจะนอนพักที่หอพักในมหาวิทยาลัยที่เรียนอยู่ แต่เมื่อช่วงเย็นของวานนี้ผู้บาดเจ็บได้เดินทางกลับมาที่บ้านและมานอนที่ห้องเดียวกับตน โดยคืนนี้ในขณะที่ตนนอนหลับอยู่บนเตียงนอนลูกชายก็นั่งเล่นเกมส์อยู่ที่ข้างเตียงที่ตนนอนอยู่ จนกระทั่งช่วงสายของวันนี้ตนได้ตื่นนอนขึ้นมาได้เห็นลูกชายนั่งฟุบอยู่ที่เก้าอี้นั่ง และมีเลือดไหลออกมาจำนวนมาก ด้วยความตกใจจึงเรียกแม่บ้านขึ้นมาช่วยกันพยุงร่างของลูกชายนั่งขึ้น จึงได้พบว่ามีบาดแผลที่ลำคอและหน้าอก โดยมีมีดคัตเตอร์ไขควงและกรรไกร ตกอยู่ข้างตัว ก่อนรีบโทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ     ขณะที่ตำรวจ เปิดเผยว่าจากการสอบสวนผู้บาดเจ็บยอมรับว่า ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เพราะพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่เด็ก ทำให้เป็นคนเก็บกดและน้อยใจ ก่อนเกิดเหตุกลับมาบ้านคิดถึงพ่ออยากจะนอนด้วย แต่พอกลับบอกให้ไปนอนข้างเตียง ทำให้รู้สึกน้อยใจที่ไม่ห่วง จึงออกไปซื้อเหล้าขาวมาดื่ม ส่วนเรื่องที่มีคนมากระซิบข้างหูเชื่อว่าน่าจะเป็นอาการประสาทหลอน                    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/BiwNSH2fKlM  

 29,887
ข่าวภูมิภาค
18 พ.ย. 60

สลด! นศ.ม.กรุงเทพ ขับเก๋งแซงรถคันหน้าไม่พ้น เสียหลักมุดใต้รถเทรลเลอร์เสียชีวิต

เมื่อวันที่ 18 พ.ย.60 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเก๋งชนรถเทรลเลอร์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายในรถและเสียชีวิตในเวลาต่อมา บริเวณสะพานข้ามแยกวัดพระธรรมกายถนนบางขันธ์-หนองเสือ ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี   รุดไปที่เกิดเหตุพบรถเก๋งสภาพพังยับเยินและเครื่องยนต์กระเด็นออกมาจากนอกตัวรถ ภายในรถพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย ซึ่งติดอยู่ภายในรถเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูจึงได้ใช้เครื่องตัดถ่างนำผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาและทำการปั้มหัวใจเพื่อช่วยชีวิต แต่ผู้ได้รับบาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อนายทศวรรษ บรรณาทอง อายุ 21 ปี เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ รังสิต ปี 3 คณะมนุษย์ศาสตร์การโรงแรม ห่างออกไปประมาณ10 เมตร พบรถเทรลเลอร์สภาพบริเวณเหล็กใต้ท้องรถถูกชนได้รับความเสียหาย   จากการสอบถาม คนขับรถเทรลเลอร์ บอกว่า ตนเองขับรถบรรทุกส้มมาจากท่าเรือแหลมฉบังและกำลังจะนำไปส่งที่ตลาดไท เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นสะพานข้ามแยกซึ่งตนขับมาในเลนของตนแต่รถเก๋งได้ขับมาชนกับรถของตนเองเข้าอย่างเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว   ด้านพ่อแม่ของผู้ตายบอกกับทางเจ้าหน้าที่ว่า ผู้เสียชีวิตเพิ่งเรียนเสร็จและกำลังขับรถกลับบ้านที่อยู่คลอง 3 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี แต่ดันเกิดเหตุก่อนที่จะถึงบ้าน                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/hionbt9BYYg

 35,202
ข่าวภูมิภาค
08 พ.ย. 60

กระบะฝ่าไฟแดง จ.เลย พุ่งชน จยย.อย่างจัง นศ.สาวเจ็บ 2

เลย-กล้องติดรถจับภาพกระบะฝ่าไฟแดง บริเวณสี่แยกไฟแดงกำเนิดเพชร ต.เมือง ในเขตท้องรับผิดชอบ ของ สภ.เมืองเลย พุ่งชนรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาหญิง ทำให้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย มีบาดแผลถลอกตามร่างกาย กระดูกแขนขาหัก ด้านคนขับกระบะยอมรับกับ ตร.ว่าได้ขับรถฝ่าไฟแดง เนื่องจากจอดรถเบรคไม่ทัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jon7pYn2cys

 1,077
สังคม-อาชญากรรม
17 ก.ย. 60

ตร.เผยญาติ นศ.แพทย์ โทรขอเลื่อนนัด คดีวางยาสุนัขเอาเงินประกัน แต่จนท.ไม่อนุญาต

ความคืบหน้าจากกรณีนักศึกษาแพทย์ถูกกล่าวหาวางยาสุนัขปอมฯ เพื่อหวังเรียกเงินประกันจากบริษัทขนส่งสัตว์เลี้ยงตามที่ได้มีการเสนอข่าวไปนั้น ล่าสุด พ.ต.ท.สืบพงศ์ กรุณา รองผกก.(สอบสวน) สน.สุทธิสาร ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าทางคดีว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายเรียกนักศึกษาแพทย์คนดังกล่าวให้เข้ามาพบเพื่อสอบปากคำแล้ว โดยนัดหมายให้เข้าพบในวันที่ 18 ก.ย. ที่จะถึงนี้ แต่ล่าสุดทางญาติได้โทรเข้ามาขอเลื่อนนัดออกไปแต่ทางพนักงานสอบสวนไม่สามารถเลื่อนนัดให้ได้ เนื่องจากจำเป็นจะต้องทำเป็นหนังสื่อมายื่นพร้อมเหตุผลในการขอเลื่อนนัด ซึ่งหากไม่มีหนังสือพร้อมเหตุผลมาให้ ทางพนักงานสอบสวนก็จะถือว่าเป็นการผิดนัดครั้งที่ 1 และจะมีการออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ซึ่งหากครบกำหนดหมายเรียกครั้งที่ 2 ก็จะทำการออกหมายจับตามขั้นตอน เพราะเข้าข่ายมีพฤติการณ์หลบหนี   ขณะที่ผลการตรวจสอบยาที่พบในกระเพาะของสุนัขเบื้องต้นออกมาแล้ว แต่จะทราบอย่างชัดเจนอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 19 ก.ย.นี้ ซึ่งทางตำรวจยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจนได้                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/mhALhqzo_10

 6,659
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ย. 60

สั่งพักการเรียน นศ.แพทย์วางยาสุนัข เผยมีอาการทางจิตตั้งแต่ปี 3 ตร.ออกหมายเรียกให้มาพบ 18 ก.ย.

จากกรณีมีนักศึกษาแพทย์รายหนึ่ง ว่าจ้างบริษัทขนส่งสัตว์เลี้ยง ส่งสุนัขไปที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ใน จ.นครราชสีมา แล้วสุนัขเกิดตายระหว่างทาง จึงเรียกร้องเงินประกันจากบริษัทขนส่ง แต่พอผ่าพิสูจน์ พบว่าในท้องสุนัขมียาอยู่ภายในกระเพาะเป็นจำนวนมาก จึงถูกตั้งข้อสงสัยว่าจะเป็นการวางยาเพื่อเรียกร้องเงินประกัน และยังพบการปลอมแปลงเอกสาร ก่อนจะมีการออกมาเปิดเผยจากคนใกล้ชิดว่านักศึกษาแพทย์คนดังกล่าว มีอาการทางจิต ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น   ล่าสุดวานนี้(11 ก.ย.) ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แถลงข่าวหลังจากการประชุมคณะกรรมการ และเชิญนักศึกษาแพทย์ พร้อมครอบครัว เข้ามาให้ข้อมูลและสอบถามข้อเท็จจริง ว่า คณะกรรมการมีมติให้ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางจริยธรรม หากประเมินแล้วมีความผิด ทางคณะแพทย์จะดำเนินการส่งเรื่องไปยังมหาวิทยาลัยมหิดลเพื่อดำเนินการต่อไป ตามเกณฑ์ความผิดด้านจริยธรรม   พร้อมกับให้เฝ้าติดตามการรักษาปัญหาด้านจิตใจ หากประเมินแล้วว่า มีปัญหาด้านจิตใจรุนแรง ขัดต่อการศึกษาด้านแพทยศาสตร์ ก็จะเสนอมหาวิทยาลัยพิจารณาให้พ้นสภาพนักศึกษา และเฝ้าติดตามความคืบหน้าของกระบวนการยุติธรรม หากผลในคดีอาญาเป็นที่สิ้นสุดและมีความผิด ก็จะเสนอให้มหาวิทยาลัยพิจารณาให้พ้นสภาพการเป็นนักศึกษา   โดยระหว่างนี้คณะกรรมการประจำแพทยศาสตร์ศิริราช มีมติให้นักศึกษาแพทย์คนดังกล่าว พักการศึกษาตั้งแต่ตอนนี้ จนกว่าผลการตัดสินการดำเนินการจะสิ้นสุด แต่ทั้งนี้จะต้องดำเนินการด้วยความละเอียด รอบคอบ แก่ทุกฝ่าย โดยยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม และกระบวนการยุติธรรม   ภายหลังชี้แจงเสร็จสิ้น ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ ได้ตอบคำถามนักข่าวในประเด็นที่นักศึกษาแพทย์มีอาการทางจิต ว่า นักศึกษาคนดังกล่าวมีอาการทางจิตจริง โดยเริ่มมีอาการย้ำคิดย้ำทำ ตั้งศึกษาอยู่ชั้นปีการศึกษาที่ 3 ตอนนั้นก็มีการติดตามดูอาการของนักศึกษาคนดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จนมาปีที่ 6 ที่มีอาการหนักขึ้น ต้องให้นักศึกษาพักการเรียนเป็นระยะ ถึง 2 ครั้ง ซึ่งช่วงเวลาที่เกิดเหตุนักศึกษาคนดังกล่าวก็อยู่ระหว่างพักการเรียน เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน จนถึงปัจุบัน หากนับครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ 3   ส่วนการสอบถามข้อเท็จจริง นักศึกษาได้ให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา แต่มีเหตุการณ์บ้างอย่าง ไม่ตรงตามกับที่สื่อนำเสนอ ส่วนแรงจูงใจ ขอยังไม่เปิดเผย เพราะยังอยู่ในกระบวนการสอบสวน เบื้องต้นสภาพจิตใจ ตอนนี้ตัวนักศึกษามีความกังวล เพราะถูกตำรวจออกหมายเรียก และรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาหากนักศึกษามีอาการป่วยทางจิตที่ขัดต่อวิชาชีพก็จะไม่ปล่อยให้จบอยู่แล้ว ส่วนรายวิชาสุดท้ายที่นักศึกษาแพทย์ยังไม่ผ่าน ทำให้เรียนจบช้ากว่าเพื่อนคนอื่นๆ คือ รายวิชาอายุรศาสตร์   ขณะที่รุ่นน้องของนักศึกษาแพทย์คนดังกล่าว นายธนวัฒสภ์ อธิเสรีรัตน์ นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 5 เปิดเผยว่า ตนได้ยินรุ่นพี่พูดกันว่า นักศึกษาแพทย์คนดังกล่าวมีอาการแปลกๆต้องพักการเรียนไป 1 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่ารุ่นพี่คนดังกล่าวมีอาการทางจิต เพราะนักศึกษาแพทย์ก็มีอีกหลายคนที่มีอาการทางจิต แต่ทางคณะก็เข้ามาดูแล จนมีข่าวออกมา ถึงรู้เรื่องรุ่นพี่คนดังกล่าว ส่วนจะทำจริงหรือไม่ ตนไม่ทราบ แต่หลายคนก็บอกว่าจริงหากถามว่าเหตุการณ์ดังกล่าวรุนแรงไหม ตนว่ารุนแรง แต่คนปกติทั่วไปก็อาจทำกันถ้าหากต้องการเงิน อีกทั้งตนมองว่าที่เรื่องดังกล่าวเป็นข่าวดัง เพราะอาจเกี่ยวกับนักศึกษาแพทย์ ที่จะเป็นหมอในอนาคต   ด้าน นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ถือว่าเป็นการกระทำ ที่ผิดจรรยาบรรณ เพราะหน้าที่ของแพทย์ คือการช่วยเหลือคน และเพื่อนมนุษย์ ทางสภาหรือหน่วยงานต้นสังกัดต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขี้น   ตร.สน.สุทธิสาร ออกหมายเรียก นศ.แพทย์ หลังพบว่าความผิดฐานฉ้อโกง มีการกระทำผิดสำเร็จแล้ว ส่วนความคืบหน้าคดีที่ สภ.โพธิ์กลาง พนักงานสอบสวนส่งตัวยาไปตรวจพิสูจน์   ส่วนทางด้านคดีความ พันตำรวจเอกเติมเผ่า สิริภูบาล ผู้กำกับการ สน.สุทธิสาร ยืนยันว่า พนักงานสอบสวน ได้ออกหมายเรียกนักศึกษาแพทย์คนดังกล่าวแล้ว โดยเรียกให้มาเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหา ในวันจันทร์ที่ 18 กันยานยน เวลา 10.00 น. ส่วนตัวจดหมายจะถูกส่งไปยังที่อยู่ตามบัตรประชาชนของนักศึกษาแพทย์ ที่อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา   พันตำรวจเอกเติมเผ่า ระบุว่า ตำรวจมีพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจน ในคดีพยายามฉ้อโกง เนื่องจากนักศึกษาแพทย์ ได้พยายามกระทำการหลอกลวงบริษัทขนส่งเอกชนไปแล้ว แม้จะไม่ได้เงิน แต่ถือว่ากระทำผิดสำเร็จ อีกทั้งก่อนหน้านี้ตำรวจก็ได้สอบปากคำพยานทั้งเจ้าของสุนัขบริษัทขนส่งครบถ้วน เชื่อว่ามีน้ำหนักเพียงพอในการดำเนินคดี   ส่วนกรณีที่มีข่าวว่านักศึกษาแพทย์คนดังกล่าวมีอาการป่วยทางจิต เรื่องดังกล่าวสามารถที่จะนำมาพูดกับพนักงานสอบสวนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อนักศึกษาแพทย์มาถึงแล้ว ก็ต้องนำส่งให้จิตแพทย์ทำการตรวจสอบยืนยันอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้หากนักศึกษาแพทย์มาตามหมายเรียกก็จะพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวได้ ตามหลักของกฎหมายโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ในการประกันตัว   แต่อย่างไรก็ตามสำหรับการดำเนินคดีในความผิดฐานทารุณกรรมสัตว์นั้น ต้องขอให้เวลาให้พนักงานสอบสวนเร่งทำการตรวจสอบประวัติของพนักงานโรงแรม เพื่อค้นหาพยาน ที่อาจเห็นพฤติกรรมขณะป้อนยาให้กับสุนัข หรือเห็นเม็ดยาตกหล่นอยู่ภายในห้องพัก ซึ่งจะเป็นหลักฐานสำคัญเพื่อใช้ในการพิจารณาดำเนินความผิด   ส่วนทางคดีในพื้นที่ จังหวัดนครราชสีมา พันตำรวจโทพิชัย เชิดชู รองผู้กำกับการสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้ส่งยาเม็ดสีขาว และเม็ดสีเหลืองที่พบในกระเพาะของสุนัข ไปตรวจพิสูจน์ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมาแล้ว ซึ่งจะต้องตรวจหาว่ายาเม็ดชนิดดังกล่าวเป็นยาอะไร และเมื่อกินเข้าไปแล้วเป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงหรือไม่ ตามปกติแล้วจะใช้เวลาตรวจพิสูจน์ประมาณ 30 วัน แต่เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ทางพนักงานสอบสวนก็ต้องประสานให้ทางศูนย์ให้ใช้เวลาเร่งรัดในการตรวจพิสูจน์เร็วขึ้น   ด้านการออกหมายเรียกนักศึกษาแพทย์คนดังกล่าว ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนยังไม่ได้ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาแต่อย่างใด เนื่องจากต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อน โดยเฉพาะผลการตรวจพิสูจน์ยาที่พบในกระเพาะสุนัข ซึ่งในวันนี้ (12 ก.ย.) ได้นัดพนักงานขับรถขนส่งสุนัขในวันเกิดเหตุเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_uMAfwjNtvM    

 22,107
แชร์ออฟเดอะเดย์
10 ก.ย. 60

แม่ นศ.แพทย์ ถูกแฉวางยาสุนัขเอาประกัน รับตอนนี้ครอบครัวเครียดมาก ยันลูกเป็นคนดี-รักสัตว์

ความคืบหน้าจากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Jakkarin Ringngoen ได้นำเรื่องราวไปโพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับเจ้าของสุนัขรายหนึ่งซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ ได้ทำการจ้างรถบริษัทขนส่งสัตว์เลี้ยง เพื่อนำสุนัขพันธุ์ปอม เดินทางมารักษาที่โรงพยาบาลสัตว์แห่งหนึ่งในตัวเมืองนครราชสีมา แต่สุนัขตัวดังกล่าวเกิดตายระหว่างทาง ก่อนที่เจ้าของสุนัขจะเรียกร้องค่าประกันกับบริษัทขนส่งสัตว์เลี้ยง และทางโรงพยาบาลสัตว์ได้ผ่าพิสูจน์ซากสุนัขกลับพบว่ามียาอยู่ภายในกระเพาะเป็นจำนวนมาก ซึ่งสงสัยว่าสุนัขจะถูกวางยาโดยเจ้าของสุนัข เพื่อเรียกค่าประกันกับบริษัทขนส่งสัตว์เลี้ยงนั้น    ล่าสุด บริษัทขนส่ง H.S.K.Express พร้อมตัวแทนกลุ่ม Watchdog Thailand เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร เพื่อให้ดำเนินคดีกับนักศึกษาแพทย์คนดังกล่าว ในข้อหาทารุณกรรมสัตว์และฉ้อโกง   ขณะที่คุณแม่ของนักศึกษาแพทย์ที่ถูกกล่าวหาได้เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่ได้พูดคุยกับลูกเลย ทำให้ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง ซึ่งปกติแล้วก็ไม่ได้คุยกับลูกบ่อยนักตั้งแต่มาเรียนที่กทม. พร้อมปฏิเสธไม่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวที่นำเสนอไป เพราะแต่ละอย่างน่ากลัวมาก แต่ที่รู้จักลูกๆ เป็นคนเรียนดี นิสัยดี ที่บ้านก็เลี้ยงสุนัขลูกๆ ทุกคนก็รักสัตว์ ซึ่งหากในที่สุดแล้วพบว่าลูกทำไปจริงๆ ก็ต้องขอโทษสังคม ตอนนี้ทุกคนในครอบครัวเครียดมาก รู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่อยากตกเป็นจำเลยของสังคม ส่วนเรื่องปัญหาการเงินนั้นคิดว่าลูกไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ตอนนี้ยังไม่อยากพูดอะไร เพราะอยากรอดูข้อเท็จจริงก่อน แต่อยากเน้นย้ำผ่านสื่อขอความเมตตาจากสังคมด้วย            ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/ICaHmmPOMGs

 14,962
แชร์ออฟเดอะเดย์
12 ก.ค. 60

แจ้งความรุ่นพี่ ม.ดังเชียงใหม่ โพสต์ประจาน นศ.ปี 1 ใส่รองเท้าแตะเดินห้างกับพ่อแม่ จ่อย้ายเรียนที่อื่น

เพจ ANTI SOTUS โพสต์ภาพของนักศึกษาปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้มีการสวมชุดของมหาวิทยาลัยและใส่รองเท้าแตะเดินภายในห้างสรรพสินค้ากับผู้ปกครอง ถูกรุ่นพี่สถาบันดังกล่าวได้มีการแอบถ่ายรูปลงในโซเชียลและโพสต์ประจาน พร้อมกับคำบรรยายที่ว่า "สาขาอะไรคะ ใส่แบบนี้ได้เหรอคะ พี่สาขาไม่สอนเหรอคะน้อง ถ้าอยากใส่ชุดนอกก็ใส่ไปเลยค่ะ ไม่ต้องใส่แบบนี้ อายเขา"   ส่งผลให้เกิดการวิจารณ์ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการคุกคามสิทธิและเสรีภาพหรือไม่ ทั้งการที่ห้ามแต่งตัวอย่างที่ต้องการ หรือกระทั่งการไปถ่ายรูปและนำมาประจานผ่านทางโซเชียล   อย่างไรก็ตามเบื้องต้นผู้ปกครองของผู้โพสต์ภาพดังกล่าวได้มีการติดต่อเพื่อจะพาน้องไปขอโทษ และยอมรับผิดว่าไม่มีเจตนา ทั้งนี้ในส่วนของการดำเนินคดีนั้นทางผู้เสียหายอาจจะมีการฟ้องร้อง เรื่องจากสาเหตุที่ นศ.ปี 1 ใส่ร้องเท้าแตะเพราะว่าน้องขาเจ็บ ขณะที่รุ่นพี่คนดังกล่าวกลับมีการแอบถ่ายรูปและโพสต์ภาพดังกล่าวโดยไม่มีการสอบถามแต่อย่างใด ซึ่งล่าสุดเจ้าของเฟซบุ๊กที่มีการโพสต์ภาพได้ทำการปิดบัญชีผู้ใช้ดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกันนี้ทางผู้ปกครองได้เข้าแจ้งความ และพิจารณาว่าอาจให้ลาออก ย้ายไปเรียนที่อื่น เพราะอาจกระทบกับการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยได้      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/G9bFh2jQ5es    

 76,699
แชร์ออฟเดอะเดย์
23 มิ.ย. 60

เตือนอย่าหลงเชื่อ! มิจฉาชีพปลอมเพจ ม.สงขลานครินทร์ หลอก นศ.ใหม่โอนเงิน 5 พัน

องค์กรนักศึกษามหาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตหาดใหญ่ ร่อนแถลงการณ์ผ่านโซเชียล เตือนภัยถูกปลอมเพจ แจ้งให้นักศึกษาใหม่ ชำระเงินยืนยันสิทธิ์ในการสอบสัมภาษณ์รอบแอดมิชชั่นเป็นเงิน 5,000 บาท โดยให้โอนเงินผ่าน QR CODE ด้านอธิการบดีย้ำอย่าหลงเชื่อ ขอให้ตรวจสอบข้อมูลกับมหาวิทยาลัยทั้ง 5 วิทยาเขตโดยตรง   ทั้งนี้ จนท.ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีอาญาที่สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่แล้ว และอยู่ระหว่างตรวอจสอบความเสียหาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qGqSBb-3dEo  

 5,247
ข่าวภูมิภาค
15 มิ.ย. 60

นศ.ไทยฝึกงานเกาหลีใต้ ร้องถูกใช้แรงงานทาส-โดนนายจ้างลวนลาม ต้องหนีกลับไทย

เชียงราย-นักศึกษาจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย จำนวน 8 คน เป็นชายจำนวน 5 คนและหญิง 3 คน เดินทางมาร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงค์ธรรม หลังจากทั้งหมดเดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อประมาณ 3 เดือนก่อน ตามโครงการศึกษาฝึกงานที่ทางวิทยาลัยร่วมกับองค์กรนิติบุคคลในประเทศเกาหลีใต้ แต่เมื่อไปฝึกงานก็ประสบปัญหาหนักทั้งในเรื่องของการใช้ภาษา และการใช้แรงงานที่หนักเกินกว่าการไปศึกษาดูงาน   ส่วนนักศึกษาหญิงกลับถูกนายจ้างลวนลาม ได้ทำงานไม่ตรงกับสายงาน จึงได้พากันหนีออกจากการฝึกงานไปขอความช่วยเหลือจากสถานทูตประเทศไทยประจำเกาหลีใต้ให้ช่วยส่งตัวกลับ และเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทยจึงได้รีบเดินทางมาร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงค์ธรรมให้ช่วยเหลือ   โดยกลุ่มนักศึกษา ระบุว่า พวกตนได้รับคำแนะนำจากทางวิทยาลัยให้ไปศึกษาดูงานที่เกาหลีใต้ จึงเห็นเป็นโอกาสที่จะได้ประสบการณ์ทางการศึกษาจึงได้สมัครเดินทางไป ภายใต้เงื่อนไขว่าจะไม่ได้รับเงินค่าจ้างขณะฝึกงาน ก่อนจะถูกส่งตัวแยกไปทำงานทางการเกษตรจำนวน 3 ฟาร์ม โดยบางคนเรียนวิชาช่างแต่กลับได้ไปเลี้ยงวัวซึ่งไม่ตรงสายงานที่ต้องการไปศึกษาในครั้งนี้ จากนั้นเจ้าของฟาร์มชาวเกาหลีได้ใช้แรงงานพวกตนอย่างหนัก เริ่มทำงานตั้งแต่เวลา 07.00-19.30 น.เป็นอย่างต่ำ ให้รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา และการทำงานที่มีความเสี่ยงบนที่สูง แบกโลหะ สร้างฟาร์ม เลี้ยงสัตว์ บางครั้งหลังจากทำงานในฟาร์มหนึ่งเสร็จแล้วก็พาพวกตนไปทำงานอีกฟาร์มหนึ่งเหมือนนำไปขายแรงงานให้ชาวเกาหลีคนอื่นต่อ  ซึ่งบางครั้งที่ปวดก็ไม่ได้มีการดูรักษา   ส่วนนักศึกษาหญิง บอกว่า ถูกส่งไปอยู่ฟาร์มสตรอเบอรี่และถูกใช้งานตั้งแต่เช้าจนถึงตะวันตกดินเช่นกัน ลักษณะเหมือนไม่ใช่การฝึกงาน เช่น ให้ทำแปลงพืชผัก นำผลผลิตใส่ถุง ทำอาหารให้ครอบครัวชาวเกาหลี ซึ่งการสื่อสารก็ไม่สามารถทำได้สะดวกเพราะทุกคนพูดภาษาเกาหลีไม่ได้และไม่มีระบบนำไปศึกษาภาษาก่อน นอกจากนี้ช่วงฝึกงานยังถูกชาวเกาหลีที่เป็นคนพาไปฝึกงานและพาเดินทางไปยังจุดต่างๆ ลวนลามทั้งกอด จูบ เป็นประจำ   ทั้งนี้ จนท.จะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบเหตุที่เกิดขึ้นและหาทางเยียวยา นศ.ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/c7fVTOMQvbM  

 8,815
การเมือง
18 เม.ย. 60

กลุ่ม นศ.จัดกิจกรรมนั่งล้างหน้า “ประชาชนหน้าไม่ใสก็ได้ป่ะ” ทวงคืนหมุดคณะราษฎร

นายพริษฐ์ รัตนกุลเสรีเริงฤทธิ์ อายุ 30 ปี หลานชายหลวงเสรีเริงฤทธิ์ พร้อมคณะเข้าแจ้งความ สน.ดุสิต ให้ช่วยติดตามหมุดคณะราษฎร สัญลักษณ์เหตุการณ์อภิวัฒน์สยาม 2475 ที่อยู่บริเวณลานหน้าพระบรมรูปทรงม้าที่หายไป พร้อมตั้งคำถามไปที่ผู้ใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคเก่าแก่และได้กำเนิดขึ้นมาโดยหนึ่งในคณะราษฎรคนหนึ่ง แต่ไม่คิดจะออกมาพูดหรือแสดงความรับผิดชอบบ้างเลยหรือ   ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามหณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) เปิดเผยถึงกรณีการหายไปของหมุดคณะราษฎรบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า พร้อมถามว่าเป็นทรัพย์มรดกของตนเองหรือเป็นทรัพย์สินของบุคคลใด และเป็นผู้เสียหายหรือไม่จึงเข้ามาเเจ้งความร้องทุกข์ หากยืนยันว่าเป็นทรัพย์มรดกตนเองจริงเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พร้อมดำเนินการให้ ทั้งนี้บริเวณดังกล่าวเป็นสถานที่ของตนเองหรือไม่ จึงนำหมุดดังกล่าวไปวางไว้ ความจริงแล้วพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่อะไรจึงนำของส่วนตัวไปวางไว้ อย่างไรก็ตามฝากเตือนกลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องเรื่องนี้ ให้เลี่ยงแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในบริเวณพื้นที่ลานพระราชวังดุสิต เพราะอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. และ พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะได้   ขณะที่มีกลุ่มนักศึกษาจัดกิจกรรม “ประชาชนหน้าไม่ใสก็ได้ป่ะ” เพื่อเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนหมุดคณะราษฎรนำมาคืน ที่ลานปรีดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) ท่าพระจันทร์   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zeNDjYUqsnk

 35,747

Top