ค้นหา :

ผลการค้นหา "กลาโหม"

การเมือง
12 มิ.ย. 62

'บิ๊กตู่' ชี้ยังไม่รู้ควบกลาโหมหรือไม่ เผยคุย พรรคร่วมแล้ว พปชร. ไม่มีปัญหา

(12 มิ.ย. 62) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ตนเองจะควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหรือไม่ พร้อมยอมรับ มีการพูดคุยเรื่องจัดตั้ง ครม. กับพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว โดยกรอบเวลาจะเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดให้เร็วที่สุด ยืนยัน ไม่มีปัญหาโควต้า ครม. ในพรรคพลังประชารัฐ ขออย่าทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นตั้งแต่วันนี้ ไม่มีอะไรตั้งแล้วทุกคนจะพอใจเป็นไปไม่ได้ ทุกคนเข้ามาด้วยกระบวนการประชาธิปไตย มาด้วยการเลือกตั้ง ตนเองต้องปรับตัวในการทำงาน จะตัดสินใจเพียงคนเดียวไม่ได้ แต่จะมีอำนาจตัดสินใจอีกครั้ง เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ดังนั้น จึงไม่ต้องกังวล    ขณะเดียวกัน แบ่งรับแบ่งสู้ว่า รัฐมนตรีมีคนนอกหรือไม่ โดยบอกว่า รัฐมนตรีทุกคนมาจากพรรคการเมืองเป็นส่วนใหญ่ เมื่อถามย้ำว่า จะควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหรือไม่ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า กระแสก็คือกระแส ไม่ใช่การปรับโฉมใหม่ เพราะรัฐบาลมาด้วยกลไกประชาธิปไตย ต้องรับฟังเสียงรอบด้าน ถ้าไม่รับฟังบ้านเมืองจะเดินหน้าไปไม่ได้ ยืนยัน จะพิจารณาภาพรวม ครม. ด้วยตัวเอง    ด้าน พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฎิเสธตอบคำถามจะเป็นรองนายกรัฐมนตรีไม่ควบกระทรวงกลาโหม หรือไม่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย อย่างไรก็ตาม หลังให้สัมภาษณ์ พลเอกประยุทธ์ ได้เข้าห้องไปหารือกับพลเอกประวิตรและพลเอกอนุพงษ์ เผ่านจินดา นานกว่า 10 นาทีก่อนเดินทางกลับ  

 722
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
12 มิ.ย. 62

'บิ๊กตู่' ชี้ยังไม่รู้ควบกลาโหมหรือไม่ เผยคุย พรรคร่วมแล้ว พปชร. ไม่มีปัญหา

(12 มิ.ย. 62) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ตนเองจะควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหรือไม่ พร้อมยอมรับ มีการพูดคุยเรื่องจัดตั้ง ครม. กับพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว โดยกรอบเวลาจะเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดให้เร็วที่สุด ยืนยัน ไม่มีปัญหาโควต้า ครม. ในพรรคพลังประชารัฐ ขออย่าทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นตั้งแต่วันนี้ ไม่มีอะไรตั้งแล้วทุกคนจะพอใจเป็นไปไม่ได้ ทุกคนเข้ามาด้วยกระบวนการประชาธิปไตย มาด้วยการเลือกตั้ง ตนเองต้องปรับตัวในการทำงาน จะตัดสินใจเพียงคนเดียวไม่ได้ แต่จะมีอำนาจตัดสินใจอีกครั้ง เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ดังนั้น จึงไม่ต้องกังวล    ขณะเดียวกัน แบ่งรับแบ่งสู้ว่า รัฐมนตรีมีคนนอกหรือไม่ โดยบอกว่า รัฐมนตรีทุกคนมาจากพรรคการเมืองเป็นส่วนใหญ่ เมื่อถามย้ำว่า จะควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหรือไม่ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า กระแสก็คือกระแส ไม่ใช่การปรับโฉมใหม่ เพราะรัฐบาลมาด้วยกลไกประชาธิปไตย ต้องรับฟังเสียงรอบด้าน ถ้าไม่รับฟังบ้านเมืองจะเดินหน้าไปไม่ได้ ยืนยัน จะพิจารณาภาพรวม ครม. ด้วยตัวเอง    ด้าน พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฎิเสธตอบคำถามจะเป็นรองนายกรัฐมนตรีไม่ควบกระทรวงกลาโหม หรือไม่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย อย่างไรก็ตาม หลังให้สัมภาษณ์ พลเอกประยุทธ์ ได้เข้าห้องไปหารือกับพลเอกประวิตรและพลเอกอนุพงษ์ เผ่านจินดา นานกว่า 10 นาทีก่อนเดินทางกลับ  

 722
สังคม-อาชญากรรม
25 ก.ค. 61

'กลาโหม' สั่งเฝ้าติดตามสถานการณ์เขื่อนแตกในลาว เตรียมพร้อมช่วยเหลือทันที

กระทรวงกลาโหม สั่งเฝ้าติดตามสถานการณ์เขื่อนแตกในลาว โดยให้เตรียมความพร้อมช่วยเหลือทันที    พลโทคงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้ทุกเหล่าทัพ ติดตามสถานการณ์อุทกภัย จากเหตุการณ์รอยร้าวของเขื่อนเซเปียน เซน้ำน้อยใน สปป.ลาว โดยให้ดำรงการติดต่อช่องทางการทูตทหารและประสานกระทรวงต่างประเทศ เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อมให้การช่วยเหลือทันที เมื่อได้รับการประสานจากรัฐบาลสปป.ลาว    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 3,361
สังคม-อาชญากรรม
05 เม.ย. 61

กลาโหม เปิดตัว 'น้องเกี่ยวก้อยโฉมใหม่' ควงแขนผู้พันเบิร์ด แจกสัญญาประชาคมฉบับย่อ

กลาโหม เปิดตัว น้องเกี่ยวก้อยโฉมใหม่ ควงแขนผู้พันเบิร์ด แจกสัญญาประชาคมฉบับย่อ บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พันเอกวันชนะ สวัสดี ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม มาพร้อม น้องเกี่ยวก้อย โฉมใหม่ มาสคอทประชาสัมพันธ์ “สัญญาประชาคม” ลงพื้นที่ แจกสัญญาประชาคมฉบับย่อให้กับประชาชน ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ     สำหรับน้องเกี่ยวก้อย โฉมใหม่ที่ว่านี้ เป็นมาสคอทหญิงสาว มีใบหน้าที่ยิ้มแย้มเป็นมิตรกับทุกคน สะท้อนการทำหน้าที่เป็น “ผู้แทน หรือ ทูตปรองดอง” ร่วมสร้างบรรยากาศความรักความสามัคคีในสังคม พร้อมสร้างการรับรู้และความเข้าใจในสาระของสัญญาประชาคม และการมีส่วนร่วมยึดมั่นและปฏิบัติในสัญญาประชาคม โดยด้านหลังของน้องเกี่ยวก้อยมีบาร์โค้ด สำหรับแสกน ข้อมูลสัญญาประชาคม ผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ โดยใช้งบประมาณ 30,000 บาท แบ่งเป็นมาสคอท 20,000 บาท และชุดสำหรับพีเซนเตอร์ 10 ชุด 10,000     ทั้งนี้ ระหว่าง 20 มีนาคม ถึง 10 เมษายน 2561 นี้ “สัญญาประชาคม ผูกใจไทยเป็นหนึ่ง” อยู่ระหว่างการลงพื้นที่ เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจกับประชาชนทั่วประเทศ ใน “โครงการไทยนิยมยั่งยืน” คาดหวังสร้างความเข้าใจ ลดเงื่อนไขความขัดแย้ง

 3,089
การเมือง
26 ก.พ. 61

'ประวิตร' กำชับทหารทุกเหล่าทัพกวดขันวินัย รักษาภาพลักษณ์กองทัพไม่ให้เสื่อมเสีย

“ประวิตร” ย้ำในที่ประชุมสภากลาโหมให้เหล่าทัพกวดขันวินัยกำลังพลและรักษาภาพลักษณ์กองทัพไม่ให้เสื่อมเสีย พร้อมย้ำเดินหน้าอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยเน้นต่อยอดผลงานวิจัยและพัฒนา เพื่อใช้ในราชการและเชิงพาณิชย์   พลโทคงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุหลัง การประชุมสภากลาโหมโดยมีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานว่า พลเอกประวิตร กำชับให้เหล่าทัพรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของทหาร และกองทัพ โดยกวดขันกำลังพลทุกระดับอย่างใกล้ชิด ให้คำนึงถึงความรับผิดชอบในหน้าที่ การแสดงออกในขณะที่สวมเครื่องแบบทั้งเป็นบุคคล และเป็นคณะ ด้วยความรอบคอบ ประพฤติปฏิบัติตามแบบธรรมเนียมทหารอย่างเคร่งครัด ไม่กระทำการที่ฝ่าฝืน กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ที่จะทำให้ภาพลักษณ์กองทัพเสื่อมเสียและย้ำว่ากองทัพจะไม่ปกป้องกำลังพลที่ประพฤติเสื่อมเสียและสร้างความเสียหายเดือดร้อนกับสังคม   นอกจากนี้ยังยืนยันเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ให้เป็นอุตสาหกรรมที่ 11 โดยให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ พิจารณานำศักยภาพของโรงงานอุตสาหกรรมทหารต่าง ๆ ที่มีขีดความสามารถ รวมทั้งผลงานจากการวิจัยและพัฒนา ต่อยอดไปสู่การผลิตใช้ในราชการและเพื่อการพาณิชย์ในอนาคตได้ เพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและเพิ่มศักยภาพของประเทศ ลดการพึ่งพาและประหยัดงบประมาณจากการจัดหาผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ   ทั้งนี้กระทรวงกลาโหมยังย้ำถึงการเดินหน้าปฏิรูปกองทัพ ด้านไซเบอร์ กระทรวงกลาโหม สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ ด้านความมั่นคง และยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศกระทรวงกลาโหม โดยได้จัดทำแผนแม่บท ไซเบอร์เพื่อการป้องกันประเทศกระทรวงกลาโหม ปี 2560-2564 และกำหนดให้ไซเบอร์ เป็นมิติของสงคราม ที่ต้องจัดเตรียมกำลังและใช้กำลัง เช่นเดียวกับมิติหนึ่งของการสงครามอื่นๆ   ที่ประชุมยังกำชับให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค 4 สนับสนุนกระทรวงการต่างประเทศ ในการต้อนรับคณะผู้แทนโอไอซี หรือ OIC เยี่ยมชมพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ เพื่อรับทราบความจริงถึงพัฒนาการของการแก้ปัญหาในพื้นที่  

 18,970
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.พ. 61

ตร.ภ.4 รวบหนุ่มวัย 20 ปี ผลิตลูกกระสุนปืนใช้เอง อ้างศึกษาจากเว็บไซต์กลาโหม

ตำรวจภาค 4 รวบ หนุ่มวัย 20 ปี เปิดบ้านผลิตลูกปืน เปิดปากศึกษาจนเชี่ยวชาญจากในเว็บไซต์กลาโหม ประสิทธิภาพเหมือนกับกระสุนที่ผลิตจากโรงงาน ขณะที่ตำรวจรวบอีกรายเสี่ยร้านทองรับจำนำปืน ตรวจยึดได้ของกลางกว่า 200 กระบอก   เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ท.สุรชัย คสรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 แถลงข่าวผลการจับกุม นายสุระพล เสาวลักษณ์ อายุ 56 ปี  เจ้าของร้านทองเสาวลักษณ์  จ.กาฬสินธุ์ พร้อมอาวุธปืนพกสั้นขนาดต่างๆ จำนวน 237 กระบอก อาวุธปืนลูกกดยาวขนาด .22 นิ้ว จำนวน1กระบอก อาวุธปืนลูกซองยาว จำนวน 5 กระบอก   พร้อมกันนี้ยังสามารถจับกุมนายอรรถชัย พลอาจทัน อายุ 20 ปี  พร้อมของกลางอาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนยาว จำนวน 2 กระบอก ลำกล้องปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 1 อัน โครงสไลด์ จำนวน 1 อัน เครื่องกระสุนปืน M16 จำนวน 16 นัด เครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 5 นัด แผ่นพิมพ์หัวกระสุนปืน จำนวน 1 แผ่น กรดไนตริก และซัลฟลูลิค ใช้ทำดินปืน จำนวน 2 แกลลอน ค้อน สว่าน อุปกรณ์และเครื่องมือการผลิต จำนวน1ชุด ซึ่งผู้ต้องหารายนี้น่าสนใจในเรื่องที่ว่าสามารถทำลูกกระสุนปืนใช้ได้เอง และมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากระสุนปืนที่ผลิตได้มาตรฐาน     โดย พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวถึงการจับกุมผู้ต้องพร้อมอาวุธปืนจำนวนมากครั้งนี้ว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ภาค 4 มีแนวโน้มสูงขึ้น กลุ่มผู้ค้าก็พร้อมที่จะตอบโต้หรือใช้ความรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้พ้นจากการถูกจับกุม จึงสั่งการให้กวาดล้างตรวจค้นจับกุมแหล่งผลิต ซื้อขาย รับจำนำอาวุธปืนทุกชนิดในพื้นที่ภาค4 โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 สืบทราบว่า มีแหล่งผลิตและ แหล่งรับจำนำอาวุธปืนรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์จึงขอหมายค้นศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าตรวจค้นที่ร้านทองเสาวลักษณ์ มีนายนายสุระพล เสาวลักษณ์ อายุ 56 ปี เป็นเจ้าของร้าน และรับจำนำอาวุธปืน และผลการตรวจค้นพบอาวุธปืนจำนวนมากกว่า 200 กระบอก จึงยึดเป็นของกลางและคุมตัวนายสุระพล ไว้ในข้อหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน หลังถูกจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่ารับจำนำปืนจริง และเมื่อครบกำหนดไม่มาไถ่ถอนก็จะปล่อยขายให้บุคคลทั่วไป   นอกจากนี้ ยังสืบสวนพบแหล่งผลิตกระสุนปืน โดยใช้บ้านพักตัวเองเป็นแหล่งผลิต จึงเข้าตรวจค้นและจับกุม นายอรรถชัยหรือแมน พลอาจทัน อายุ 20 ปีการตรวจค้นพบผู้ต้องหากำลังผลิตอาวุธปืนนานาๆชนิดอยู่ในบ้านตัวเอง จึงควบคุมตัวไว้พร้อมของกลาง   จากการสอบสวน นายแมน ให้การว่า เรียนจบชั้น ม.3 และมีความชอบเรื่องปืนและอยากผลิตกระสุนปืนใช้เอง จึงได้ศึกษาหาความรู้ในเว็ปไซต์ของกระทรวงกลาโหม จนมีความรู้ และวิธีการผลิตกระสุนปืนใช้เอง จากนั้นได้สั่งซื้อกรดไนตริก และซัลฟลูลิค เพื่อมาเป็นส่วนผสมในการใช้ทำดินปืน โดยใช้กรดไนตริก กรดซัลฟลูลิค และสำลี ผสมเข้าด้วยกันตามสัดส่วนเป็นดินปืน เรียกว่า ดินฐานเดียว หลังจากนั้นนำไปอัดใส่ปลอกกระสุนเปล่า ส่วนหัวกระสุนนั้นทำมาจากตะกั่วซึ่งนำมาต้มจนเดือดละลายเทใส่แม่พิมพ์ขึ้นรูป ใส่แก๊ปที่จานซ้าย สามารถยิงได้มีประสิทธิภาพเหมือนกับกระสุนที่ผลิตจากโรงงาน ส่วนกระสุนเปล่านั้นจะหาซื้อลูกปืนจริงจากร้านค้า เอามาซ้อมยิง แล้วเอาปลอกกระสุนเก็บไว้ เพื่อนำมาผลิตส่วนผสมบรรจุลงไปในปลอกกระสุนอันเดิม เพื่อเป็นกระสุนในการนำมาใช้เองและแจกเพื่อนๆเอาไปใช้ยิงหนู ยิงนกตามท้องไร่ท้องนา บางครั้งชาวบ้านมาขอซื้อก็ขายให้   ซึ่งหลังการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ทำอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ภายหลังการแถลงข่าว ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ ที่ถูกจับกุมมารับตัวผู้ต้องหาทั้งสองราย ไปดำเนินคดีตาม

 14,299
เศรษฐกิจ
27 ธ.ค. 60

'กลาโหม' "เติมความสุขให้คนไทย จากใจทหาร" มอบของขวัญปีใหม่ให้ปชช.

  พลโทคงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผย หลังการประชุมสภากลาโหม เมื่อ 27 ธ.ค.60 ณ ศาลาว่าการกลาโหม ว่า กระทรวงกลาโหม ขอมอบความปรารถนาดีให้กับประชาชน โดยได้จัดเตรียมของขวัญปีใหม่ ด้วยการ “เติมความสุขให้คนไทย จากใจทหาร” มอบให้พี่น้องประชาชน ใน 3 เรื่องหลัก คือ   1.งานสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน : โดยกำลังพลของกองทัพจะทำหน้าที่เสมือนเป็น รั้ว กล้องวงจรปิดหรือแม้กระทั่งยาม ที่คอยดูแลพื้นที่ตามแนวชายแดนและพื้นที่มีความสำคัญด้านความมั่นคง เพื่อรักษาเสถียรภาพความมั่นคงของประเทศและดูแลความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในระหว่างห้วงเวลาเทศกาลแห่งความสุข ในปีใหม่ ที่พี่น้องประชาชนร่วมเฉลิมฉลองกัน   2.งานการช่วยเหลือประชาชน : ได้จัดเตรียมกำลังพลเตรียมพร้อม ร่วมเฝ้าระวังและให้การช่วยเหลือประชาชนเร่งด่วน กรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ขณะเดียวกัน ได้ร่วมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยจัดจุดพักรถ จุดบริการ ชุดแพทย์พยาบาล ชุดตรวจและซ่อมรถยนต์ ตามถนนสายหลักบริเวณหน้าที่ตั้งหน่วยทหาร รวมทั้งจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวทางทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน   3.งานบริการประชาชน : โดยเปิดแหล่งท่องเที่ยวและพิพิธภัณฑ์ในเขตทหารทั่วประเทศ ให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกันได้อำนวยความสะดวก จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคราคาถูกร่วมกับการจัดแสดงดนตรีโดยวงดุริยางค์ทหาร ภายในพื้นที่ของหน่วยทหารทั่วประเทศ เพื่อลดภาระค่าครองชีพครัวเรือนและเติมเต็มความสุขของพี่น้องประชาชนไปด้วยกัน   ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหม โดย กำลังพลทุกเหล่าทัพ ขอให้ความเชื่อมั่นกับพี่น้องประชาชนว่า เราจะร่วมกันทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังในการเป็นหลักประกันความมั่นคงของชาติเคียงข้างกับประชาชน เพื่อร่วมเสริมสร้างเสถียรภาพความมั่นคงของประเทศและดูแลความปลอดภัยของประชาชน บนผลประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติร่วมกัน   พร้อมกันนี้ กระทรวงกลาโหม ขอถือโอกาสนี้ ส่งความสุข สวัสดีปีใหม่ 2561 และเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนทุกคนในการใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่ประมาท บนพื้นฐานของความพอเพียง   ขอบคุณภาพจาก มติชนออนไลน์  

 8,380
การเมือง
21 ธ.ค. 60

โฆษก กห.ยัน 'บิ๊กป้อม' ไม่ได้สร้างเพจ "มั่นใจคนไทยเชียร์ลุงป้อม" คาดผู้ไม่หวังดีสร้างเพจ

พลโท คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง กรณี ที่มีการสร้างเพจในเฟสบุ๊ค "มั่นใจคนไทยทั้งแผ่นดิน เชียร์ลุงป้อม" ทำให้มีคนเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง โดยยืนยันว่าเพจนี้ไม่ใช่เพจของพลเอกประวิตร หรือทีมงานแต่อย่างใด และไม่มีนโยบายทำงานในลักษณะเช่นนี้ คาดว่ามีผู้ที่ไม่หวังดีมีเป้าหมายสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคม โดยใช้การโจมตีพลเอก ประวิตร เป็นเครื่องมือในการปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้งทางอารมณ์    พลโทคงชีพ กล่าวว่า ที่ผ่านมากว่า 3 ปี สังคมไทย เดินห่างออกมาจากความขัดแย้ง ที่ผ่านการยั่วยุ ปลุกปั่น ป้ายสี สร้างความโกรธเกลียดกัน เป็นเวลาพอสมควรแล้ว เชื่อว่ามั่นว่า ประชาชนคนไทย ได้รับข้อมูลความจริงรอบด้านมากขึ้นและไม่ปรารถนาที่จะกลับไปถูกครอบงำทางความคิด การบิดเบือนข้อเท็จจริง ดังเช่นอดีต จึงขอความร่วมมือ ผู้ที่กระทำการได้มีความละอายและขอให้หยุดการปลุกปั่น หรือปลุกระดม ทำให้เกิดความเกลียดชัง เพราะไม่อยากให้สังคม ต้องกลับไปขัดแย้งกันด้วยความคิดที่แตกต่าง จนนำไปสู่การใช้ความรุนแรงให้เกิดขึ้นอีก และขอความร่วมมือประชาชน อย่าตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง หรือการสร้างความแตกแยก ร่วมถึงขอให้ใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบในการอ่านข่าว จากโซเชียลมีเดีย หรือเพจต่างๆ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lOM6V6e-oW0    

 14,052
สังคม-อาชญากรรม
18 ส.ค. 60

คืบหน้าตามหา ผอ.อ้อย ชาวบ้านช่วยลุยน้ำพลิกป่าตามหา ด้านพ่อแม่เตรียมร้อง ดีเอสไอ-รมว.กลาโหม ช่วยเปิดปากทหารยศร้อยเอกบอกที่ซ่อน ผอ.อ้อย

จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ไปส่งลูกสาวที่ ร.ร.อนุบาลดำรงราชานุสรณ์ เมื่อวันที่ 3 ก.ค.60 แล้วขับรถเก๋งหายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ซึ่งพ่อแม่ ญาติพี่น้องได้เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนและสื่อมวลชนให้ช่วยติดตามหา จนถึงขณะนี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะพบตัว น.ส.จุฑาภรณ์ ล่าสุด พ่อแม่ได้พึ่งหมอปลา มือปราบสัมภเวสี ชื่อดังของประเทศไทย เพื่อให้ช่วยค้นหาตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น   ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ นายสนองศักดิ์ ยินธนานนท์ ผู้ใหญ่บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และนายวิทยา เกษแก้ว อายุ 37 ปี สามีของ น.ส.จุฑาภรณ์  ได้พากันนำเอาเรือท้องแบน และเรือหางยาวไปที่อ่างเก็บน้ำพลาญเสือตอนล่างใกล้กับสามเหลี่ยมมรกต ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เพื่อที่จะใช้เรือล่องไปตามลำห้วย ตรวจค้นจุดที่ต้องสงสัยว่าจะมีการนำเอาร่างของ ผอ.อ้อยมาซุกซ่อนเอาไว้ ซึ่งตามลำห้วยคดเคี้ยวไปมา แต่ว่าคณะญาติพี่น้องที่ค้นหาก็ไม่ย่อท้อ พากันลุยค้นหาอย่างต่อเนื่อง    ขณะที่บริเวณโดยรอบป่าใกล้กับสามเหลี่ยมมรกต บรรดาญาติพี่น้องอีกส่วนหนึ่งก็ยังคงเดินลุยป่าท่ามกลางสภาพอากาศที่บางครั้งร้อนจัด บางช่วงก็มีฝนตกโปรยลงมา ขณะเดียวกัน บริเวณป่าบางส่วนเจ้าหน้าที่ทหารก็เตือนชุดที่ค้นหาว่าไม่ควรเข้าไป เนื่องจากว่าบริเวณดังกล่าวอาจจะมีกับระเบิดหลงเหลืออยู่ เนื่องจากเป็นเขตสู้รับเก่ากับประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งขณะนี้มีความไม่ปกติระหว่างประเทศกัมพูชาและประเทศลาว ใกล้กับบริเวณนี้ด้วย จึงเตือนให้ชุดค้นหาระมัดระวังอันตรายจากกับระเบิดด้วย แต่จนขณะนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะพบร่างของ น.ส.จุฑาภรณ์แต่อย่างใด   ทางด้าน น.ส.หมายปอง อุ่นอ่อน อายุ 39 ปี พี่สาวของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า ตนพร้อมด้วย นายบัวกัน อุ่นอ่อน ผู้ใหญ่บ้านโนนเจริญ ซึ่งเป็นอา จะเข้าพบกับอัยการ จ.กันทรลักษ์ เพื่อหารือและขอความช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย อีกทั้งเตรียมที่จะทำหนังสือไปยื่นกับอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และไปยื่นหนังสือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เพื่อขอให้ช่วยเหลือ หวั่นเกรงว่าคดีนี้จะเป็นมวยล้ม เนื่องจากว่าผู้ต้องหาสำคัญเป็นนายทหารยศร้อยเอก รวมทั้งจะขอให้ รมว.กลาโหม สั่งการให้นายทหารยศร้อยเอกคนนี้ได้แจ้งเบาะแสจุดที่คาดว่าจะเป็นที่ซ่อนตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ด้วย   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 15,700
การเมือง
08 มิ.ย. 60

'พล.อ.ประวิตร' ยกหูเคลียร์ 'เตีย บันห์' จี้สื่อไทยพาดพิงปมค้าอาวุธผิด กม.

กระทรวงกลาโหมกัมพูชา ออกหนังสือเรียกร้องให้สื่อมวลชนไทยบางสำนักแสดงความรับผิดชอบและขอโทษอย่างเป็นทางการภายหลังนำเสนอข่าวพาดพิงพล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา ว่ารถยนต์บรรทุกอาวุธผิดกฎหมายที่เป็นสิ่งของผิดกฎหมาย ที่จับกุมได้ที่ จ.ตราด มีส่วนเกี่ยวข้องกับพลเอกเตียบัน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมของกัมพูชา ไม่เป็นความจริง   ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุได้โทรศัพท์พูดคุยกับพล.อ.เตีย บันห์ เรียบร้อยแล้ว มีความเข้าใจดีต่อกัน พล.อ.เตีย บันห์ไม่ได้ติดใจเอาความอะไร เพียงแต่อยากให้มีการแสดงความรับผิดชอบและขอโทษอย่างเป็นทางการต่อรัฐบาลกัมพูชา   พร้อมขอให้สื่อไทยระมัดระวังการนำเสนอข่าวที่พาดพิงถึงบุคคลระดับสูงของกัมพูชาหากยังไม่ได้มีการพิสูจน์ หรือสอบสวนอย่างเป็นทางการ เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ViViXU2MW-c    

 11,395
การเมือง
28 เม.ย. 60

'พล.อ.ประวิตร' ปัดครม.อนุมัติเงียบซื้อเรือดำน้ำ แจงกองทัพเรือรอมานาน 9 ปี

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยันครม.ไม่ได้อนุมัติเงียบซื้อเรือดำน้ำ ชี้เมื่อถึงเวลาก็จะมีการเปิดเผยต่อสาธารณะ ระบุเป็นยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือที่เสนอและรอการอนุมัตินาน 9 ปี พร้อมบอกสื่อจากนี้งดพูดเรื่องเรือดำน้ำ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8L4GPzIO7WA  

 31,192
ต่างประเทศ
20 ธ.ค. 59

เครื่องบินกลาโหมรัสเซีย พุ่งตกในเขตไซบีเรีย ผู้โดยสารเจ็บยกลำ 38 ราย

เกิดเหตุเครื่องบินของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย พุ่งตกในเขตไซบีเรีย ทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัสเซีย ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 38 คน ในจำนวนนี้ 4 คนอาการสาหัส ทั้งนี้คาดว่าขณะเกิดเหตุสภาพอากาศไม่ดีและรายงานระบุว่า เครื่องบินน่าจะถูกลมพัดขวางทางวิ่ง

 1,766
ข่าวภูมิภาค
31 มี.ค. 58

อุตุฯชี้ทั่วทุกภาคยกเว้นใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

ลมตะวันออกพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งถึงเป็นแห่งๆ อนึ่ง ในช่วงวันที่ 1-3 เมษายน 2558 คลื่นกระแสลมตะวันตกจากประเทศพม่าจะเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนบน ทำให้บริเวณภาคเหนือจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงไว้ด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : http://youtu.be/T29siPvQo_c    

 1,928
การเมือง
28 พ.ย. 56

ม็อบราชดำเนินเดินอารยะไปกลาโหม-ศธ. เชิญขรก.ร่วมชุมนุม

  กลุ่มผู้ชุมนุมเวทีราชดำเนิน ตั้งขบวนเดินอารยะไปกระทรวงกลาโหมและกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อมอบดอกไม้และเชิญชวนข้าราชการเข้าร่วมชุมนุม     ความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมและขับไล่ระบอบทักษิณ ที่เวทีราชดำเนิน ล่าสุดมีการตั้งขบวนเตรียมเดินอารยะไปยัง กระทรวงกลาโหมและกระทรวงศึกษาธิการ  โดยมีน.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี พร้อมด้วย นายอิสสระ สมชัย แกนนำย่อยทำหน้าที่เป็นผู้นำขบวน     โดยจะมีการนำดอกไม้ไปมอบให้แก่ข้าราชการทหาร และข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมเชิญชวน ให้เข้าร่วมขจัดระบอบทักษิณ ขณะที่ทางทีมงาน ได้มีการจัดเตรียมรถบรรทุกเครื่องขยายเสียง สำหรับให้แกนนำใช้ในการขึ้นปราศรัย พร้อมกับลำเลียงน้ำดื่ม เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ร่วมชุมนุมตลอดการเดินทางอีกด้วย              

 3,478
ต่างประเทศ
12 พ.ย. 56

ยิ่งลักษณ์ สั่ง ทุกหน่วยงานให้ความช่วยเหลือฟิลิปปินส์

นายกรัฐมนตรีสั่งกระทรวงการต่างประเทศและกองทัพประสานงานให้ความช่วยเหลือประเทศฟิลิปปินส์   น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แสดงความเสียใจกับความสูญเสียที่เกิดกับประเทศฟิลิปปินส์ จากผลพวงพายุไห่เยี่ยน โดยรัฐบาลไทยยินดีให้ความช่วยเหลือทั้งด้านบุคลากร และ เงินบริจาค ซึ่งได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศประสานงานให้ความช่วยเหลือแล้ว รวมทั้งได้มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ เปิดรับบริจาค เพื่อนำความช่วยเหลือจากคนไทย ส่งต่อไปยังมิตรประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน   ขณะที่นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ก่อนการประชุม ครม.นายกรัฐมนตรี ได้มอบให้นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศ และ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความช่วยเหลือประเทศฟิลิปปินส์   ทังนี้รัฐบาลจะจัดงานเพื่อรับบริจาค ในนาม "คนไทยช่วยเหลือประชาชนชาวฟิลิปปินส์" โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 13 พ.ย. 56 เพื่อให้ประชาชนช่วยกันบริจาคเงินให้ความช่วยเหลือ  

 3,947

Top