ค้นหา :

ผลการค้นหา "นครพนม"

ข่าวภูมิภาค
08 ม.ค. 63

นายจ้างหื่นขืนใจสาววัย 16 จนท้อง โยนเงินให้ทำแท้ง ก่อนไล่ออก อ้างเด็กสมยอมเอง

นครพนม-ผู้ปกครองพาลูกสาววัย 16 ปี ชื่อ น.ส.แดง (นามสมมุติ) ขอความเป็นธรรม หลังถูกนายจ้างร้านขายสินค้ามือสอง ย่านถนนเฟื่องนคร เขตเทศบาลเมืองนครพนม ข่มขืนกระทำชำเราจนตั้งครรภ์ ก่อนจะบังคับให้ไปทำแท้ง จากนั้นก็หาเรื่องไล่ออกจากงาน เมื่อปลายปี 2562 แล้วกลับมาอยู่บ้านโดยมีอาการเศร้าซึมตลอดเวลา กระทั่งผู้เป็นแม่เห็นผิดสังเกตจึงคาดคั้นจนทราบเรื่อง จึงพากันไปแจ้งความแต่คดีไม่คืบหน้า   โดยผู้เสียหายสมัครไปทำงานที่ร้านด้วยค่าจ้างวันละ 300 บาท ซึ่งต้องพักร่วมกับนายจ้าง ที่มีสองห้องนอน ส่วนภรรยาเป็นพยาบาลอยู่จังหวัดร้อยเอ็ด นานๆ จะเดินทางมาหาสามีครั้ง โดยตนพักร่วมกับเพื่อนร้านเดียวกัน เมื่อเพื่อนลาออกจึงเหลืออยู่คนเดียว ก่อนถูกข่มขืนจนสำเร็จความใคร่หลายครั้ง พร้อมขู่ห้ามนำเรื่องนี้ไปเล่าให้ใครฟัง ไม่เช่นนั้นชีวิตครอบครัวอาจจะไม่ปลอดภัย   กระทั่งตั้งครรภ์ นายจ้างจึงสั่งให้ไปทำแท้ง โดยโอนเงินมาให้ 5,000 บาท ให้ผู้เสียหายนั่งรถข้ามจังหวัดไปยัง จ.ขอนแก่น เพียงลำพัง หลังทำเสร็จวันรุ่งเช้าก็ไปทำงานตามปกติ โดยไม่ได้พักผ่อน ฝ่ายนายจ้างก็ไม่ถามอะไร เมื่อถึงสิ้นเดือนรับเงินค่าแรงพบว่า นายจ้างลงบัญชีเงินที่ใช้ในการทำแท้งว่า ตนเบิกไปใช้ส่วนตัว 5,000 บาท หลังจากนั้นก็เริ่มโวยวาย หาเรื่องให้ร้ายตนทุกวัน กระทั่งสั่งให้ออกจากงานเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2562 ตนจึงกลับมาอยู่บ้าน แม่เห็นผิดปกติจึงคาดคั้นความจริงเลยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังทั้งหมด จึงพากันมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนดังกล่าว   นายจ้างรายนี้ หลังทราบว่าอดีตลูกจ้างไปแจ้งความก็พยายามวิ่งเรื่องขอปิดคดี คุยโวว่าเสียเงินแค่สองสามแสนก็จบแล้ว พร้อมบอกว่ามีความสัมพันธ์ทางเพศกับ น.ส.แดง จริงจนตั้งท้อง แต่เป็นการสมยอม ตนไม่ได้ข่มขืนใจแต่อย่างใด และภายหลังทราบว่า น.ส.แดง ตั้งครรภ์ ก็ยินดีรับผิดชอบเด็กในท้อง แต่ต้องให้ น.ส แดงไปอยู่ที่อื่น เนื่องจากจะให้ภรรยาของตนรู้เรื่องนี้ไม่ได้ เพราะไม่อยากหย่ากับภรรยา   แต่ น.ส.แดง ไม่อยากจะเอาลูกไว้จึงตัดสินใจไปทำแท้งเอง ขอยืนยันว่าตนไม่ได้ข่มขืนเด็กจริงๆ และเด็กก็ได้ยืนยันกับตำรวจว่าสมยอมเอง และนัดเจรจาตกลงหาทางออกกันในวันที่ 6 มกราคมแต่ น.ส.แดงไม่มา มาทราบข่าวอีกทีว่า น.ส.แดง ไปแจ้งความว่าถูกตนข่มขืน   ขณะที่ พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม สั่งพนักงานสอบสวนปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่าย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BziVgKInAlk

 16,920
สังคม
08 ม.ค. 63

นายจ้างหื่นขืนใจสาววัย 16 จนท้อง โยนเงินให้ทำแท้ง ก่อนไล่ออก อ้างเด็กสมยอมเอง

นครพนม-ผู้ปกครองพาลูกสาววัย 16 ปี ชื่อ น.ส.แดง (นามสมมุติ) ขอความเป็นธรรม หลังถูกนายจ้างร้านขายสินค้ามือสอง ย่านถนนเฟื่องนคร เขตเทศบาลเมืองนครพนม ข่มขืนกระทำชำเราจนตั้งครรภ์ ก่อนจะบังคับให้ไปทำแท้ง จากนั้นก็หาเรื่องไล่ออกจากงาน เมื่อปลายปี 2562 แล้วกลับมาอยู่บ้านโดยมีอาการเศร้าซึมตลอดเวลา กระทั่งผู้เป็นแม่เห็นผิดสังเกตจึงคาดคั้นจนทราบเรื่อง จึงพากันไปแจ้งความแต่คดีไม่คืบหน้า   โดยผู้เสียหายสมัครไปทำงานที่ร้านด้วยค่าจ้างวันละ 300 บาท ซึ่งต้องพักร่วมกับนายจ้าง ที่มีสองห้องนอน ส่วนภรรยาเป็นพยาบาลอยู่จังหวัดร้อยเอ็ด นานๆ จะเดินทางมาหาสามีครั้ง โดยตนพักร่วมกับเพื่อนร้านเดียวกัน เมื่อเพื่อนลาออกจึงเหลืออยู่คนเดียว ก่อนถูกข่มขืนจนสำเร็จความใคร่หลายครั้ง พร้อมขู่ห้ามนำเรื่องนี้ไปเล่าให้ใครฟัง ไม่เช่นนั้นชีวิตครอบครัวอาจจะไม่ปลอดภัย   กระทั่งตั้งครรภ์ นายจ้างจึงสั่งให้ไปทำแท้ง โดยโอนเงินมาให้ 5,000 บาท ให้ผู้เสียหายนั่งรถข้ามจังหวัดไปยัง จ.ขอนแก่น เพียงลำพัง หลังทำเสร็จวันรุ่งเช้าก็ไปทำงานตามปกติ โดยไม่ได้พักผ่อน ฝ่ายนายจ้างก็ไม่ถามอะไร เมื่อถึงสิ้นเดือนรับเงินค่าแรงพบว่า นายจ้างลงบัญชีเงินที่ใช้ในการทำแท้งว่า ตนเบิกไปใช้ส่วนตัว 5,000 บาท หลังจากนั้นก็เริ่มโวยวาย หาเรื่องให้ร้ายตนทุกวัน กระทั่งสั่งให้ออกจากงานเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2562 ตนจึงกลับมาอยู่บ้าน แม่เห็นผิดปกติจึงคาดคั้นความจริงเลยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังทั้งหมด จึงพากันมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนดังกล่าว   นายจ้างรายนี้ หลังทราบว่าอดีตลูกจ้างไปแจ้งความก็พยายามวิ่งเรื่องขอปิดคดี คุยโวว่าเสียเงินแค่สองสามแสนก็จบแล้ว พร้อมบอกว่ามีความสัมพันธ์ทางเพศกับ น.ส.แดง จริงจนตั้งท้อง แต่เป็นการสมยอม ตนไม่ได้ข่มขืนใจแต่อย่างใด และภายหลังทราบว่า น.ส.แดง ตั้งครรภ์ ก็ยินดีรับผิดชอบเด็กในท้อง แต่ต้องให้ น.ส แดงไปอยู่ที่อื่น เนื่องจากจะให้ภรรยาของตนรู้เรื่องนี้ไม่ได้ เพราะไม่อยากหย่ากับภรรยา   แต่ น.ส.แดง ไม่อยากจะเอาลูกไว้จึงตัดสินใจไปทำแท้งเอง ขอยืนยันว่าตนไม่ได้ข่มขืนเด็กจริงๆ และเด็กก็ได้ยืนยันกับตำรวจว่าสมยอมเอง และนัดเจรจาตกลงหาทางออกกันในวันที่ 6 มกราคมแต่ น.ส.แดงไม่มา มาทราบข่าวอีกทีว่า น.ส.แดง ไปแจ้งความว่าถูกตนข่มขืน   ขณะที่ พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม สั่งพนักงานสอบสวนปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่าย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BziVgKInAlk

 16,920
ข่าวภูมิภาค
04 ม.ค. 63

ภัยแล้ง 63 รุนแรงกระทบหลายจังหวัด ชาวบ้าน จ.เลย ทำฝายกั้นน้ำ-แม่น้ำโขงวิกฤตระดับน้ำต่ำ

อุทัยธานี - หน่วยทหารนำรถบรรทุกน้ำ ออกแจกจ่ายน้ำให้กับประชาชนที่ประสบภัยแล้ง ขาดน้ำอุปโภค บริโภค หลังได้รับการร้องขอสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน จากสถานการณ์ภัยแล้งที่วิกฤตหนัก   เชียงใหม่ - ผู้อำนวยการชลประทานเชียงใหม่ เผยปีนี้เชียงใหม่น้ำน้อยต่ำกว่าเกณฑ์ทั้งน้ำฝนและน้ำท่า 2 เขื่อนใหญ่ 12 ขนาดกลาง 117 ขนาดเล็กเหลือรวมกันไม่ถึง 50 % สถิติต่ำกว่าปี 62 จ่อเจอภัยแล้งต้องช่วยกันประหยัดน้ำ งดการทำนาปรังและปลูกพืชใช้น้ำน้อย เกษตรกรควรกักเก็บน้ำสำรองไว้ หลังมกราคม-พฤษภาคม อุตุฯเผยฝนน้อยกว่าเกณฑ์ 5-10 %   พิษณุโลก - ชลประทานจังหวัดพิษณุโลก ประกาศเตือนเกษตรกรงดทำนาปรังต่อเนื่อง หลังปีนี้วิกฤติแล้งยาวนาน และคาดว่ามีพื้นที่เสี่ยง 5 อำเภอของจังหวัดพิษณุโลก ที่จะประสบภาวะขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ชาวนาหลายพื้นที่ อ.บางระกำ ขุดเจาะบ่อบาดาลกลางแม่น้ำยม มาใช้ทางการเกษตร   เลย - ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ปกครอง ทหารจาก มทบ.28 เจ้าหน้าที่เทศบาลนาอ้อ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และจิตอาสา กว่า 100 คน ร่วมกัน ทำฝายกั้นน้ำเลย บริเวณบ้านท่ามะนาว ต.นาอ้อ กั้นแม่น้ำเลย    โดยทำฝายกระสอบกั้น สูงประมาณ 1 เมตร ใช้กระสอบประมาณ 500 กระสอบ เพื่อกั้นและให้น้ำชะลอ เนื่องจาก น้ำเลยจะไหลลงไปทางแม่น้ำโขง เฉยๆ ซึ่งหลังจากกั้นน้ำแล้วทำให้น้ำเลยบ้านท่ามะนาว มี ระดับน้ำสูง สามารถลดภาวะแล้งให้กับชาวบ้านและเกษตรกร กว่า 120 ครอบครัวสามารถใช้นำน้ำอุปโภคโภคได้   กาฬสินธุ์ - นายฤาชัย จำปานิล ผู้อำนวยการ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์เขื่อนลำปาวปัจจุบันมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 1,398 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็น 70.66 เปอร์เซ็นต์ จากความจุของอ่าง 1,980 ล้าน ลบ.ม. ทั้งนี้ทางเขื่อนลำปาวได้เริ่มกักเก็บน้ำมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2562 และได้หยุดการส่งน้ำมาตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 กระทั่งปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการส่งน้ำให้กับเกษตรกรทั้งการทำข้าวนาปรัง ประมง และปลูกพืชฤดูแล้งเฉลี่ยวันละประมาณ 5 ล้าน ลบ.ม.มาตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2562 และจะทำการส่งน้ำไปจนสิ้นฤดูแล้ง   สิงห์บุรี - สถานะการณ์ภัยแล้งในเขตจังหวัดสิงห์บุรี เริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว ที่บริเวณปากแม่น้ำลพบุรีซึ่งเชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตตำบลบางพุทรา อำเภอเมืองสิงห์บุรี ลดระดับลง เนื่องจากขณะนี้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีระดับน้ำที่ต่ำกว่าแม่น้ำลพบุรี จึงทำให้น้ำไม่ไหลเข้าสู่แม่น้ำลพบุรี จนทำให้แม่น้ำลพบุรีเหลือน้ำเป็นร่องน้ำเล็กๆ กว้างประมาณ 1.50 เมตร จนสามารถกระโดดข้ามแม่น้ำลพบุรีได้ ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ริมแม่น้ำลพบุรี ที่เป็นถนนลาดยาง เกิดการทรุดตัวลง   นครพนม - ผลกระทบจากภัยแล้ง ยังคงส่งทำให้ระดับแม่น้ำโขงวิกฤตต่อเนื่อง ซึ่งมีระดับน้ำต่ำประมาณแค่ 1 เมตร ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงหนักสุดในรอบ 50 ปี เนื่องจากช่วงปลายปี 2562 เป็นต้นมาระดับน้ำโขงลดลงอย่างรวดเร็ว และมีความผันผวน เพราะระดับน้ำเปลี่ยนแปลงบ่อย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะภัยแล้ง บวกกับการกักน้ำสำหรับผลิตไฟฟ้าของเขื่อนในประเทศจีน ทำให้น้ำโขงในพื้นที่จังหวัดนครพนม หลายจุดระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง จนเกิดสันดอนทรายโผล่ กลางแม่น้ำโขงเป็นพื้นที่กว้าง จึงมีผลกระทบต่อการเดินเรือข้ามฟาก และเรือหาปลาตามแม่น้ำโขง ที่ต้องใช้ระยะทางเดินเรืออ้อมหาดสันดอนทราย    นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อ เกษตรกร ที่ทำการเกษตรปลูกผักส่งขาย จากปัญหาต้องวางท่อสูบน้ำไกลขึ้น เพราะมีสันดอนทรายขวางทางน้ำ รวมไปถึงจุดสูบน้ำตามสถานีส่งน้ำเพื่อการเกษตร รวมถึงจุดสูบน้ำดิบเพื่อนำไปสู่กระบวนการผลิตประปา ต้องมีการวางแผนรับมือในระยะยาว เนื่องจากฤดูแล้งยังยาวอีกหลายเดือน     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/uVYNu28rIdI

 1,199
สังคม
04 ม.ค. 63

ภัยแล้ง 63 รุนแรงกระทบหลายจังหวัด ชาวบ้าน จ.เลย ทำฝายกั้นน้ำ-แม่น้ำโขงวิกฤตระดับน้ำต่ำ

อุทัยธานี - หน่วยทหารนำรถบรรทุกน้ำ ออกแจกจ่ายน้ำให้กับประชาชนที่ประสบภัยแล้ง ขาดน้ำอุปโภค บริโภค หลังได้รับการร้องขอสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน จากสถานการณ์ภัยแล้งที่วิกฤตหนัก   เชียงใหม่ - ผู้อำนวยการชลประทานเชียงใหม่ เผยปีนี้เชียงใหม่น้ำน้อยต่ำกว่าเกณฑ์ทั้งน้ำฝนและน้ำท่า 2 เขื่อนใหญ่ 12 ขนาดกลาง 117 ขนาดเล็กเหลือรวมกันไม่ถึง 50 % สถิติต่ำกว่าปี 62 จ่อเจอภัยแล้งต้องช่วยกันประหยัดน้ำ งดการทำนาปรังและปลูกพืชใช้น้ำน้อย เกษตรกรควรกักเก็บน้ำสำรองไว้ หลังมกราคม-พฤษภาคม อุตุฯเผยฝนน้อยกว่าเกณฑ์ 5-10 %   พิษณุโลก - ชลประทานจังหวัดพิษณุโลก ประกาศเตือนเกษตรกรงดทำนาปรังต่อเนื่อง หลังปีนี้วิกฤติแล้งยาวนาน และคาดว่ามีพื้นที่เสี่ยง 5 อำเภอของจังหวัดพิษณุโลก ที่จะประสบภาวะขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ชาวนาหลายพื้นที่ อ.บางระกำ ขุดเจาะบ่อบาดาลกลางแม่น้ำยม มาใช้ทางการเกษตร   เลย - ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ปกครอง ทหารจาก มทบ.28 เจ้าหน้าที่เทศบาลนาอ้อ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และจิตอาสา กว่า 100 คน ร่วมกัน ทำฝายกั้นน้ำเลย บริเวณบ้านท่ามะนาว ต.นาอ้อ กั้นแม่น้ำเลย    โดยทำฝายกระสอบกั้น สูงประมาณ 1 เมตร ใช้กระสอบประมาณ 500 กระสอบ เพื่อกั้นและให้น้ำชะลอ เนื่องจาก น้ำเลยจะไหลลงไปทางแม่น้ำโขง เฉยๆ ซึ่งหลังจากกั้นน้ำแล้วทำให้น้ำเลยบ้านท่ามะนาว มี ระดับน้ำสูง สามารถลดภาวะแล้งให้กับชาวบ้านและเกษตรกร กว่า 120 ครอบครัวสามารถใช้นำน้ำอุปโภคโภคได้   กาฬสินธุ์ - นายฤาชัย จำปานิล ผู้อำนวยการ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์เขื่อนลำปาวปัจจุบันมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 1,398 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็น 70.66 เปอร์เซ็นต์ จากความจุของอ่าง 1,980 ล้าน ลบ.ม. ทั้งนี้ทางเขื่อนลำปาวได้เริ่มกักเก็บน้ำมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2562 และได้หยุดการส่งน้ำมาตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 กระทั่งปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการส่งน้ำให้กับเกษตรกรทั้งการทำข้าวนาปรัง ประมง และปลูกพืชฤดูแล้งเฉลี่ยวันละประมาณ 5 ล้าน ลบ.ม.มาตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2562 และจะทำการส่งน้ำไปจนสิ้นฤดูแล้ง   สิงห์บุรี - สถานะการณ์ภัยแล้งในเขตจังหวัดสิงห์บุรี เริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว ที่บริเวณปากแม่น้ำลพบุรีซึ่งเชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตตำบลบางพุทรา อำเภอเมืองสิงห์บุรี ลดระดับลง เนื่องจากขณะนี้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีระดับน้ำที่ต่ำกว่าแม่น้ำลพบุรี จึงทำให้น้ำไม่ไหลเข้าสู่แม่น้ำลพบุรี จนทำให้แม่น้ำลพบุรีเหลือน้ำเป็นร่องน้ำเล็กๆ กว้างประมาณ 1.50 เมตร จนสามารถกระโดดข้ามแม่น้ำลพบุรีได้ ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ริมแม่น้ำลพบุรี ที่เป็นถนนลาดยาง เกิดการทรุดตัวลง   นครพนม - ผลกระทบจากภัยแล้ง ยังคงส่งทำให้ระดับแม่น้ำโขงวิกฤตต่อเนื่อง ซึ่งมีระดับน้ำต่ำประมาณแค่ 1 เมตร ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงหนักสุดในรอบ 50 ปี เนื่องจากช่วงปลายปี 2562 เป็นต้นมาระดับน้ำโขงลดลงอย่างรวดเร็ว และมีความผันผวน เพราะระดับน้ำเปลี่ยนแปลงบ่อย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะภัยแล้ง บวกกับการกักน้ำสำหรับผลิตไฟฟ้าของเขื่อนในประเทศจีน ทำให้น้ำโขงในพื้นที่จังหวัดนครพนม หลายจุดระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง จนเกิดสันดอนทรายโผล่ กลางแม่น้ำโขงเป็นพื้นที่กว้าง จึงมีผลกระทบต่อการเดินเรือข้ามฟาก และเรือหาปลาตามแม่น้ำโขง ที่ต้องใช้ระยะทางเดินเรืออ้อมหาดสันดอนทราย    นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อ เกษตรกร ที่ทำการเกษตรปลูกผักส่งขาย จากปัญหาต้องวางท่อสูบน้ำไกลขึ้น เพราะมีสันดอนทรายขวางทางน้ำ รวมไปถึงจุดสูบน้ำตามสถานีส่งน้ำเพื่อการเกษตร รวมถึงจุดสูบน้ำดิบเพื่อนำไปสู่กระบวนการผลิตประปา ต้องมีการวางแผนรับมือในระยะยาว เนื่องจากฤดูแล้งยังยาวอีกหลายเดือน     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/uVYNu28rIdI

 1,199
สังคม
23 ธ.ค. 62

สาวขอบคุณคนแห่ซื้อนมข้นหวาน หลังโพสต์ขายราคาถูก เหตุรถบรรทุกขนส่งพลิกคว่ำ ปลายทางไม่รับ

นครพนม - จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "ขวัญชนก วิโย" ได้โพสต์ภาพกระป๋องนมข้นหวานยี่ห้อหนึ่งที่มีอยู่จำนวนมาก โดยระบุสาเหตุว่า ครอบครัวของตนมีอาชีพรับจ้างส่งของ ซึ่งได้รับว่าจ้างให้ขนส่งนมข้นหวานจำนวน 739 ลัง ประมาณ 35,472 กระป๋อง เพื่อนำไปส่งที่ประเทศเพื่อนบ้านฝั่ง สปป.ลาว แต่ระหว่างทางลูกน้องคนขับหลับในทำให้รถสิบล้อพลิกคว่ำ ขณะที่ตัวสินค้ายังไม่ได้ทำประกัน ทำให้ครอบครัวต้องรับผิดชอบความเสียหาย    เนื่องจากสินค้ามีตำหนิ ไม่สามารถส่งไปขายได้ จึงมาประกาศขายผ่านทางเฟซบุ๊กในราคาขาดทุน กระป๋องละ 15 บาท หรือหากซื้อเป็นถุงจะได้ 7 กระป๋อง ราคา 100 บาท โดยระบุว่านมจะหมดอายุสิ้นปีหน้า ตอนนี้มีผู้สนใจในพื้นที่ รวมถึงผู้ที่ได้ทราบข่าวอยู่ต่างจังหวัดติดต่อเข้ามาซื้อพอสมควร แต่ยังเหลือสินค้าอีกจำนวนมาก จึงอยากวิงวอนให้ทุกคนช่วยเหลือครอบครัวของตนด้วย   ล่าสุด วันที่ 23 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวได้พบกับ น.ส.ขวัญชนก วิโย อายุ 27 ปี พร้อมด้วยสามี นายก้องเกียรติ ป้องชาติ อายุ 32 ปี ชาว ต.โพธิ์หมากแข้ง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ขับรถยนต์กระบะนำนมข้นมาส่งคุณครูโรงเรียนตงเจี๋ย ถนนธำรงประสิทธิ์ เขตเทศบาลเมืองนครพนม ที่ทราบข่าวทางเฟซบุ๊กเกิดความเห็นใจจึงอุดหนุนส่งซื้อกัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน   น.ส.ขวัญชนก เปิดเผยว่าเมื่อ 5 เดือนที่ผ่านมา เพิ่งดาวน์รถบรรทุก 10 ล้อ รับจ้างส่งสินค้าระหว่างไทย-ลาว ประเภทเครื่องอุปโภค บริโภค เช่น อาหารสำเร็จรูป ปลากระป๋อง นม น้ำมันเครื่อง ฯลฯ เกิดเหตุเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม คนขับเล่าว่าบรรทุกนมข้นหวานมาเต็มคันรถจากกรุงเทพฯ เพื่อไปส่งลูกค้าที่ประเทศลาว ปรากฏว่าเกิดง่วงนอนแต่ฝืนใจขับเพื่อจะมาจอดรอตรวจสินค้าบริเวณด่านชั่งสถานีตรวจสอบน้ำหนัก หนองคาย ต.หนองสองห้อง อ.เมือง จ.หนองคาย ซึ่งเหลืออีกไม่กี่ร้อยเมตรคนขับหลับใน ทำให้รถตกลงข้างทางพลิกคว่ำ นมข้นหวานถูกแรงกระแทกลังกระดาษขาด บรรจุภัณฑ์ไม่สวยงาม และไม่สามารถนำไปส่งต่อได้ ประกอบกับไม่ได้ทำประกันสินค้าเอาไว้ ผู้รับจ้างจึงต้องรับผิดชอบ   ต่อมาบริษัทมาตรวจสินค้า พบว่ามีบางส่วนยังไม่ได้รับความเสียหาย จึงรับคืนกลับไป 355 ลัง ตนต้องรับผิดชอบนมข้นหวานที่เหลืออีก 384 ลัง หรือ 18,432 กระป๋อง โดยราคาต้นทุนอยู่ที่กระป๋องละ 16.50 บาท หรือคิดเป็นเงินจำนวน 304,128 บาท 29,952 กระป๋อง ก่อนขนกลับมาไว้ที่บ้านที่ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ประกาศขายกระป๋องละ 15 บาท หรือแพ็คเป็นถุงๆละ 7 กระป๋อง ราคา 100 บาท    น.ส.ขวัญชนกยืนยันว่าสินค้าทั้งหมดเพิ่งผลิต และจะหมดอายุในช่วงสิ้นปี 2563 ส่วนใหญ่ตัวกระป๋องนมข้น แทบไม่มีตำหนิ หรือร่องรอยบุบแต่อย่างใด จึงลงเฟซบุ๊กประกาศให้ผู้ที่สนใจช่วยซื้อนมข้นหวานจำนวนดังกล่าว เพราะครอบครัวตนนำมาขายในราคาทุน เบื้องต้นพบว่ามีประชาชนในพื้นที่เข้าไปช่วยซื้อแล้วจำนวนหนึ่ง แต่ยังคงเหลือสินค้าอีกจำนวนมาก   น.ส.ขวัญชนก เผยต่อว่า หลังลงเฟซบุ๊กแล้ว มีผู้สนในจากทุกภาคของประเทศ ต่อต่อขอซื้อหลายราย แม้กระทั่งวัดพระพุทธบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี แต่ปัญหาติดขัดอยู่ที่การขนส่ง ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การช่วยเหลือ  

 23,286
อาชญากรรม
19 ธ.ค. 62

แก๊งขนกัญชาซิ่งรถหนีตำรวจ พลเมืองเคราะห์ร้ายถูกรถขนยาชน แม่สาหัส ลูกดับคาที่!

วันที่ 18 ธันวาคม 2562 เวลา 20.00 น. พ.ต.ท.กฤษดา สุพรรณกูล สารวัตร (สอบสวน) ร้อยเวรงานจราจร และ ร.ต.อ.จำรัส ศรีหาตา รอง สว.(ร้อยเวรงานสอบสวน) สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ บริเวณหน้าบ้านพัก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งอยู่ติดกับบ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ถนนสุนทรวิจิตร ริมฝั่งแม่น้ำโขง เขตเทศบาลเมืองนครพนม   เข้าตรวจที่เกิดเหตุเป็นถนน 2 เลน พบจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า สีดำ รุ่น 125 ทะเบียน 1 กง 1454 มุกดาหาร สภาพล้มคว่ำพังยับล้มคว่ำอยู่กลางถนน ห่างไปประมาณ 100 เมตร พบศพผู้ตายเป็นชาย ทราบว่าชื่อ ด.ช.ธนภัทร์ พิมพ์พานนท์ หรือน้องกัปตัน อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนเทศบาล 4 สภาพนอนหงายมีบาดแผลที่กะโหลกศีรษะถูกกระแทกอย่างแรงมีเลือดไหลนองพื้นเสียชีวิตคาที่ ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อต่อมาคือนางสุรภา พิมพ์พานนท์ อายุ 46 ปี คนขับรถ จยย.คันดังกล่าว ซึ่งเป็นมารดาของน้องกัปตัน ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำส่งรักษาที่ รพ.นครพนม   ใกล้กันกับรถ จยย.ที่ล้มคว่ำพบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน กย 4474 อุบลราชธานี ด้านหน้ารถด้านซ้ายพังยับ พุ่งชนต้นสักขนาด 1 คนโอบ เกยขึ้นอยู่บนขอบฟุตบาท และพบนายทศพร รัตนวงค์ อายุ 25 ปี เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ ตรวจสอบภายในรถทั้งเบาะหน้าและเบาะหลัง พบกระสอบสีดำพันด้วยผ้าเทปอย่างแน่นหนา คาดว่าภายในบรรจุยาเสพติดยังไม่ทราบชนิดจำนวน 9 กระสอบ จึงนำรถของผู้ต้องหาไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่หน้า สภ.เมืองนครพนม   โดยทุกขั้นตอนเจ้าหน้าที่ให้นายทศพรยืนยันสิ่งของที่อยู่ภายในรถว่าใช่ของตนหรือไม่ ก่อนจะใช้มีดคัตเตอร์กรีดกระสอบพลาสติกสีดำเพื่อพิสูจน์ ทราบว่าภายในบรรจุกัญชาที่ห่อด้วยกระดาษฟอยล์สีทอง จำนวน 360 แท่ง หรือ 360 กิโลกรัม ซึ่งเป็นกัญชาระดับพรีเมี่ยมโกลด์ มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท จึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน   สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เจ้าหน้าที่สายสืบตำรวจภูธรภาค 4 สืบทราบว่าขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ จะลำเลียงยาเสพติดไม่ทราบชนิดข้ามมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ขึ้นมายังฝั่งไทยคาดว่าน่าจะลำเลียงขึ้นที่บ้านยางนกเหาะ หมู่ 2 ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม จึงวางกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง กระทั่งรถฟอร์จูนเนอร์ขับออกมาจากบ้านยางนกเหาะ โดยมีรถกระบะขับนำหน้ามาก่อน 2 คัน ชุดสืบสวนภาค 4 ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน ขณะลำเลียงเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 4 จึงไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด คนร้ายรู้ว่าถูกติดตามรถที่ขับนำหน้าชิ่งขับหลบหนี เหลือไว้แต่รถฟอร์จูนเนอร์ที่วิ่งเข้ามายังตัวเมืองนครพนม โดยใช้ถนนสุนทรวิจิตร ริมแม่น้ำโขง เป็นเส้นทางหลบหนี   โดยนายทศพรคนขับซิ่งรถหนีลักษณะปาดซ้ายปาดขวาแซงรถคันอื่น เพื่อเลี่ยงการจับกุม เป็นจังหวะเดียวกับที่นางสุรภา ขับรถพาน้องกัปตันไปตัดผมในตัวเมือง แต่ร้านปิดจึงขับ จักรยานยนต์กลับบ้านที่ ต.อาจสามารถ อ.เมือง จ.นครพนม โดยขับมุ่งหน้ามาตามถนนสุนทรวิจิตร รถของนายทศพรจึงวิ่งพุ่งชนรถจักรยานยนต์นางสุรภาที่มีน้องกัปตันนั่งซ้อนท้ายกระเด็นไถลไกล 100 เมตร ขณะร่างสองแม่ลูกปลิวไปคนละทิศละทาง โดยร่างของน้องกัปตันตกศีรษะกระแทกพื้นเสียชีวิต ส่วนนางสุภาอาการสาหัส   สอบสวนนายทศพรผู้ต้องหา รับสารภาพว่าได้รับว่าจ้างเป็นเงิน 5 หมื่นบาท จากนายพิน ไม่ทราบนามสกุล จ่ายก่อน 5 พันบาท ให้ขับรถขนกัญชามาจากริมแม่น้ำโขงจุดหมายปลายทางอยู่ที่ อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร แล้วจอดรถทิ้งไว้จะมีคนมารับช่วงขับต่อ แต่ถูกไล่ล่าจึงขับหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนมาถึงที่เกิดเหตุรถเสียหลักพุ่งชนรถจักรยานยนต์สองแม่ลูกเสียชีวิตและได้บาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นหน้าที่แจ้งข้อหานายทศพร มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) และขับรถประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ก่อนนำตัวคนร้ายไปสอบสวนขยายผลเพื่อหาเพื่อนร่วมขบวนการต่อไป  

 1,505
ข่าวภูมิภาค
14 ธ.ค. 62

หลวงพ่อขับกระบะ แหกโค้งชนเสาไฟฟ้า มรณภาพคาที่

นครพนม-เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะแหกโค้งชนเสาไฟฟ้า บริเวณโค้ง ทางเข้าบ้านหนองแคน หมู่ 1 ต.ก้านเหลือง อ.นาแก จ.นครพนม มีผู้เสียชีวิตติดในรถเป็นพระภิกษุสงฆ์   ตรวจสอบคือ พระหมอนตา ราชสิทธิ์ หรือชาวบ้านเรียกครูบาลาย อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นพระต่างถิ่นมาจำวัดที่ สำนักสงฆ์ป่าช้าบ้านหนองแคน หมู่ที่ 1 ต.ก้านเหลือง อ.นาแก จ.นครพนม มาหลายปี สภาพศพมีบาดแผลถูกชนอัดก็อปปี้ติดคาพวงมาลัย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้บันทึกหลักฐาน ทำการชันสูตรประกอบการดำเนินคดี   เบื้องต้นจากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุพระสงฆ์รูปดังกล่าว ได้พบรถยนต์กระบะดังกล่าว มุ่งหน้ามาตามถนน ด้วยความเร็วสูง ถึงที่เกิดเหตุเป็นโค้งอันตราย ทำให้รถเสียหลักแหกโค้งชนเสาไฟฟ้าริมถนน จนสภาพพังเสียหายอย่างหนัก กระแทกถึงคนขับเสียชีวิตติดในรถ   ส่วนสาเหตุเชื่อว่า มาจากคนขับที่เป็นพระภิกษุไม่ชำนาญเส้นทางแต่ขับด้วยความเร็ว ทำให้รถเสียหลักเกิดอุบัติเหตุ โดยมีชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า พระภิกษุดังกล่าว มีพฤติกรรมชอบขับรถเองไปตามสถานที่ต่างๆ และจำวัดอยู่เพียงลำพังในสำนักสงฆ์ท้ายหมู่บ้าน   โดยชาวบ้านพยายามติดตามตรวจสอบพฤติกรรมมานาน แต่ยังไม่พบหลักฐานความผิดพระธรรมวินัย ถึงขั้นเสนอให้หน่วยงานเกี่ยวข้องมาตรวจสอบเอาผิดตามพระวินัย จนกระทั่งมาเกิดเหตุสลดดังกล่าว ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้าน และผู้พบเห็นเหตุการณ์ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะได้มีการตรวจสอบเก็บหลักฐาน สอบสวนโดยละเอียด ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/IEG0Hi6U6uA

 6,150
อาชญากรรม
14 ธ.ค. 62

หลวงพ่อขับกระบะ แหกโค้งชนเสาไฟฟ้า มรณภาพคาที่

นครพนม-เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะแหกโค้งชนเสาไฟฟ้า บริเวณโค้ง ทางเข้าบ้านหนองแคน หมู่ 1 ต.ก้านเหลือง อ.นาแก จ.นครพนม มีผู้เสียชีวิตติดในรถเป็นพระภิกษุสงฆ์   ตรวจสอบคือ พระหมอนตา ราชสิทธิ์ หรือชาวบ้านเรียกครูบาลาย อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นพระต่างถิ่นมาจำวัดที่ สำนักสงฆ์ป่าช้าบ้านหนองแคน หมู่ที่ 1 ต.ก้านเหลือง อ.นาแก จ.นครพนม มาหลายปี สภาพศพมีบาดแผลถูกชนอัดก็อปปี้ติดคาพวงมาลัย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้บันทึกหลักฐาน ทำการชันสูตรประกอบการดำเนินคดี   เบื้องต้นจากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุพระสงฆ์รูปดังกล่าว ได้พบรถยนต์กระบะดังกล่าว มุ่งหน้ามาตามถนน ด้วยความเร็วสูง ถึงที่เกิดเหตุเป็นโค้งอันตราย ทำให้รถเสียหลักแหกโค้งชนเสาไฟฟ้าริมถนน จนสภาพพังเสียหายอย่างหนัก กระแทกถึงคนขับเสียชีวิตติดในรถ   ส่วนสาเหตุเชื่อว่า มาจากคนขับที่เป็นพระภิกษุไม่ชำนาญเส้นทางแต่ขับด้วยความเร็ว ทำให้รถเสียหลักเกิดอุบัติเหตุ โดยมีชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า พระภิกษุดังกล่าว มีพฤติกรรมชอบขับรถเองไปตามสถานที่ต่างๆ และจำวัดอยู่เพียงลำพังในสำนักสงฆ์ท้ายหมู่บ้าน   โดยชาวบ้านพยายามติดตามตรวจสอบพฤติกรรมมานาน แต่ยังไม่พบหลักฐานความผิดพระธรรมวินัย ถึงขั้นเสนอให้หน่วยงานเกี่ยวข้องมาตรวจสอบเอาผิดตามพระวินัย จนกระทั่งมาเกิดเหตุสลดดังกล่าว ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้าน และผู้พบเห็นเหตุการณ์ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะได้มีการตรวจสอบเก็บหลักฐาน สอบสวนโดยละเอียด ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/IEG0Hi6U6uA

 6,150
ข่าวภูมิภาค
03 ธ.ค. 62

แม่น้ำโขงน่าห่วง น้ำลดในรอบ 50 ปี สีน้ำผันผวน กระทบชาวประมง เรือข้ามฟากไทย-ลาว

นครพนม-สถานการณ์น้ำโขง ยังคงได้รับผลกรระทบอย่างหนักจากปัญหาภัยแล้ง ประกอบกับปีนี้ปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าหลายปีที่ผ่านมา บวกกับฝนทิ้งช่วง รวมถึงผลกระทบจากเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงในประเทศจีนและลาว ที่มีการเก็บกักน้ำไว้เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ทำให้แม่น้ำโขงมีระดับน้ำต่ำกว่าทุกปี และลดระดับรวดเร็วในรอบ 50 ปี โดยแม่น้ำโขงหลายจุด เกิดสันดอนทรายเป็นพื้นที่กว้างกลางน้ำโขง   นอกจากนี้ยังเกิดปรากฎการณ์ธรรมชาติ ที่สร้างความฮือฮาให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ไม่เคยพบเห็นมาก่อน เนื่องจากระดับน้ำโขงแห้ง และมีสีฟ้าครามคล้ายทะเล คาดว่ามาจากสาเหตุน้ำโขงแห้ง ทำให้น้ำนิ่งจนเกิดการตกตะกอน และน้ำเปลี่ยนสี   อย่างไรก็ตามหลาย หน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชน ในพื้นที่ เริ่มวิตกกังวล ถึงผลกระทบ เนื่องจากเริ่มมีปัญหา ทั้งการเดินเรือ รวมถึง พื้นที่การเกษตร ริมตลิ่งแม่น้ำโขง เริ่มมีปัญหาในการสูบน้ำ เพื่อการเกษตร หลังน้ำโขงแห้ง ต้องย้ายจุดสูบน้ำระยะทางไกลเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว แบกภาระต้นทุนมากขึ้น รวมไปถึงกระทบต่อการเดินเรือข้ามฟากไทยลาว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/f8Jljcd0_mA

 3,024
สังคม
03 ธ.ค. 62

แม่น้ำโขงน่าห่วง น้ำลดในรอบ 50 ปี สีน้ำผันผวน กระทบชาวประมง เรือข้ามฟากไทย-ลาว

นครพนม-สถานการณ์น้ำโขง ยังคงได้รับผลกรระทบอย่างหนักจากปัญหาภัยแล้ง ประกอบกับปีนี้ปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าหลายปีที่ผ่านมา บวกกับฝนทิ้งช่วง รวมถึงผลกระทบจากเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงในประเทศจีนและลาว ที่มีการเก็บกักน้ำไว้เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ทำให้แม่น้ำโขงมีระดับน้ำต่ำกว่าทุกปี และลดระดับรวดเร็วในรอบ 50 ปี โดยแม่น้ำโขงหลายจุด เกิดสันดอนทรายเป็นพื้นที่กว้างกลางน้ำโขง   นอกจากนี้ยังเกิดปรากฎการณ์ธรรมชาติ ที่สร้างความฮือฮาให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ไม่เคยพบเห็นมาก่อน เนื่องจากระดับน้ำโขงแห้ง และมีสีฟ้าครามคล้ายทะเล คาดว่ามาจากสาเหตุน้ำโขงแห้ง ทำให้น้ำนิ่งจนเกิดการตกตะกอน และน้ำเปลี่ยนสี   อย่างไรก็ตามหลาย หน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชน ในพื้นที่ เริ่มวิตกกังวล ถึงผลกระทบ เนื่องจากเริ่มมีปัญหา ทั้งการเดินเรือ รวมถึง พื้นที่การเกษตร ริมตลิ่งแม่น้ำโขง เริ่มมีปัญหาในการสูบน้ำ เพื่อการเกษตร หลังน้ำโขงแห้ง ต้องย้ายจุดสูบน้ำระยะทางไกลเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว แบกภาระต้นทุนมากขึ้น รวมไปถึงกระทบต่อการเดินเรือข้ามฟากไทยลาว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/f8Jljcd0_mA

 3,024
สังคม
28 พ.ย. 62

แม่สามีขอโทษลูกสะใภ้ หลังลูกชายก่อเหตุทำร้าย-เผาทั้งเป็น อาการสาหัส เพราะง้อไม่สำเร็จ

นครพนม-ความคืบหน้ากรณีหนุ่มวัย 26 ปี ใช้น้ำมันเบนซินราดตัวภรรยา แล้วจุดไฟเผา จนได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังงอขอคืนดีไม่สำเร็จ ขณะที่แม่ฝ่ายชาย ออกมาเผย ทั้งคู่รักกัน แต่ไม่ทราบสาเหตุจูงใจ ในการก่อเหตุ พร้อมขอโทษลูกสะใภ้   จากกรณีสามี ชื่อ นายเอ็ม นามสมมุติ อายุ 26 ปี อยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง ใน ต.บ้านผึ้ง อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม ได้ก่อเหตุใช้น้ำมันเบนซินราดตัวภรรยา คือ นางสาว ไหม นามสมมุติ อายุ 23 ปี แล้วจุดไฟเผา จนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ถูกส่งตัวจากโรงพยาบาลนครพนม ไปนอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ส่วนนายเอ็ม ผู้ก่อเหตุก็ถูกไฟลวกแขนสองข้างมารักษาอยู่ที่โรงพยาบาลเดียวกันด้วย    และต่อมา ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ได้เดินทางมาเยี่ยมอาการของ นางสาว ไหม ซึ่งทราบจากแพทย์ผู้รักษาว่า อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังลืมตาไม่ได้ ยังคงเฝ้าดูอาการในห้องไอซียู ซึ่งนางปวีณาได้สอบถามความคืบหน้าของคดีจากพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ได้รับคำชี้แจงว่า ขณะนี้ศาลได้อนุมัติหมายจับนายเอ็ม ผู้ต้องหา พร้อมทั้งตั้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น ไว้แล้ว ซึ่งหากนายเอ็มอาการดีขึ้นก็จะนำตัวมาสอบสวน และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   ขณะที่ นายแพทย์ เกรียงศักดิ์ พิมพ์ดา รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี ได้กล่าวสรุปอาการ ล่าสุดของผู้ป่วยทั้ง 2 รายนี้ โดยผู้หญิงจะมีอาการของบาดแผลหนักกว่าผู้ชาย อย่างไรก็ตามตอนนี้ทั้ง 2 ราย ปลอดภัยแล้ว แต่แพทย์ยังเฝ้าติดตามอาการภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ทุกวันอย่างใกล้ชิด เมื่อผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น ก็จะมีการประเมินอีกครั้งหนึ่งว่า จะถึงขั้นพิการหรือไม่ คาดว่าอีก 1 เดือน จะทราบผล    จากนั้น ผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปยังบ้านที่เกิดเหตุ พบกับนางสม อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นแม่ของนายเอ็ม เพื่อสอบถามถึงสาเหตุจูงใจในการก่อเหตุ ครั้งนี้ ได้รับคำตอบว่า ลูกชายกับลูกสะใภ้แต่งงานอยู่กินมากว่า 3 ปี แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน โดยนายเอ็ม มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ปกติทั้งสองรักใคร่กันดี จนมีพยานรักเป็นลูกชายวัย 1 ปี 9 เดือน ซึ่งกำลังอยู่ในวัยน่ารักน่าชังแต่เมื่อปลายเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา ลูกชายได้หอบเสื้อผ้ามาอยู่บ้าน ซึ่งตนได้ไปบ้านลูกสะใภ้ เพื่อถามความเป็นมาว่า ทำไมถึงทะเลาะกัน ก็ได้รับคำตอบจาก นางสาวไหม ว่าได้ขอแยกกันอยู่สักพักก่อน    โดยทั้งคู่ไม่ยอมเปิดปากถึงสาเหตุ กระทั่งวันที่เกิดเหตุตนเลี้ยงหลานอยู่บ้าน ได้มีคนโทรศัพท์มาบอกว่า ลูกชายไปก่อเหตุราดน้ำมันจุดไฟเผาเมีย จึงได้เดินทางไปที่โรงพยาบาล พบสภาพลูกสะใภ้ถูกไฟไหมตามตัวแล้วถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ถามลูกชายทำไมถึงทำแบบนี้ เขาก็ไม่ยอมพูดอะไรทั้งสิ้น จึงอยากจะฝากคำขอโทษถึงครอบครัวลูกสะใภ้ ด้วย   ขณะที่ เพื่อนบ้าน เผยว่า นายเอ็ม ระยะหลังไม่ยอมประกอบอาชีพ จึงเริ่มมีปากเสียงกับเมียบ่อยๆ ถึงขั้นแยกทางกันอยู่ แต่นายอุเทนไม่ยอมเลิกยังคงเทียวไปเทียวมาหาเมีย โดยอ้างว่ามาหาลูกชาย และวันเกิดเหตุมาเห็นเมียนั่งเล่นโทรศัพท์จึงคิดว่าคุยกับผู้ชาย จนเกิดอาการหึงหวง ดึงแขนลากลงมาคุยกัน แต่ไม่สำเร็จ จึงได้ล็อกคอ เมีย มา แล้วราดน้ำมันเบนซิน ตั้งแต่บ่าลงไป ก่อนจะล้วงไฟแช็คในกระเป๋ากางเกงจุดไฟเผา จึงเกิดไฟลุกเผาร่างทันที และไฟได้ไหม้ลามแขนนายเอ็ม บาดเจ็บไปด้วย จากนั้นผู้เป็นป้า เห็นเหตุการณ์ รีบพาตัวหลานไปที่ห้องน้ำ เพื่อตักน้ำดับไฟ ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาล

 1,864
ข่าวภูมิภาค
28 พ.ย. 62

สามีหึงโหด หวั่นเมียนอกใจ ล็อกคอราดน้ำมันจุดไฟเผาเจ็บหนัก

นครพนม-นางสาวไหมทอง ปิ่นสา อายุ 23 ปี ถูกอดีตสามีคือนายอุเทน ธงศรีอายุ 26 ปี ใช้น้ำมันเบนซินราดตัว ก่อนจะจุดไฟเผาจนร่างกายบริเวณส่วนหน้าอกไหม้เป็นแผลพุพอง อาการสาหัส ขณะเดียวกันนายอุเทนก็โดนไฟลวกแขนสองข้าง แพทย์โรงพยาบาลนครพนม ต่อมาฝ่ายชายอาการพ้นขีดอันตราย   สำหรับอาการของนางสาวไหมทอง พบมีบาดแผลบริเวณใบหน้า ลำคอ หน้าอก หลัง และตามตัวลงมาถึงเอว โดยผิวหนังถูกไฟไหม้ไปประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ อาการสาหัสต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ตอนนี้ไม่สามารถพูดโต้ตอบได้ ในการนี้มูลนิธิปวีณา ได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวนางสาวไหมทอง จำนวน 5,000 บาท และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจอุดรธานีเฝ้าติดตามผู้ต้องหาที่ก่อเหตุอย่างใกล้ชิด   จากการตรวจสอบพบว่า วันเกิดเหตุทั้งคู่มีปากเสียงกัน ก่อนที่ผู้เป็นผัวจะใช้น้ำมันเบนซินราดตัวเมียแล้วจุดไฟเผา พลเมืองดีได้นำตัวทั้งคู่ส่งโรงพยาบาลนครพนมแล้ว   สอบสวนญาติระบุ ทราบว่าทั้งคู่อยู่กินฉันท์สามีภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป กระทั่งมีลูกชาย 1 คน อายุ 1 ปี 9 เดือน ภายหลังมีเรื่องระหองระแหงกันบ่อยครั้ง น.ส.ไหมทองจึงขอแยกทางกันอยู่เป็นเวลาเกือบ 1 เดือน   ก่อนเกิดเหตุ น.ส.ไหมทองนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่หน้าบ้าน โดยมีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านนั่งรวมกันอยู่หลายคน ขณะนั้นนายอุเทนสามีก็ขี่รถจักรยานยนต์มาจอด ก่อนจะเดินไปดึงแขนเมียลงมาคุยเพื่อขอคืนดี ปรากฏว่า น.ส.ไหมทองไม่ยอมกลับมาอยู่กินด้วย พร้อมบอกตัดขาดกันแล้วอย่ามายุ่ง แล้วสะบัดมือหันหลังจะเดินกลับเข้าบ้าน   นายอุเทนดึงขวดน้ำดื่มที่พกอยู่ที่เอวซึ่งบรรจุน้ำมันเบนซินไว้ วิ่งไปล็อกคอ น.ส.ไหมทองแล้วราดตั้งแต่บ่าลงไป ล้วงไฟแช็คในกระเป๋ากางเกงจุดไฟหวังย่างสดเมีย จึงเกิดไฟลุกพรึบเผาร่าง น.ส.ไหมทองทันที และได้ไหม้ลามแขนนายอุเทนบาดเจ็บไปด้วย ผู้เห็นเหตุการณ์ รีบพาตัวหลานไปที่ห้องน้ำเพื่อตักน้ำดับไฟ ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาล   ขณะที่เพื่อนบ้านเผยว่า นายอุเทนระยะหลังไม่ยอมประกอบอาชีพ จึงเริ่มมีปากเสียงกับเมียบ่อยๆ ถึงขั้นแยกทางกันอยู่ แต่นายอุเทนไม่ยอมเลิกยังคงเทียวไปเทียวมาหาเมีย โดยอ้างว่ามาหาลูกชาย วันเกิดเหตุมาเห็นเมียนั่งเล่นโทรศัพท์จึงคิดว่าคุยกับผู้ชาย เกิดอาการหึงหวงดึงแขนลากลงมาคุยกัน ก่อนจะราดด้วยน้ำมันจุดไฟเผาดังกล่าว   ต่อมานางปวีณา หงสกุล ได้เข้าเยี่ยมผู้ต้องหา อดีตสามี โดยผู้ต้องหาสารภาพทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ สำนึกผิด อยากจะขอโทษภรรยาและญาติสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zAnpfPHCg8Q

 3,823
อาชญากรรม
28 พ.ย. 62

สามีหึงโหด หวั่นเมียนอกใจ ล็อกคอราดน้ำมันจุดไฟเผาเจ็บหนัก

นครพนม-นางสาวไหมทอง ปิ่นสา อายุ 23 ปี ถูกอดีตสามีคือนายอุเทน ธงศรีอายุ 26 ปี ใช้น้ำมันเบนซินราดตัว ก่อนจะจุดไฟเผาจนร่างกายบริเวณส่วนหน้าอกไหม้เป็นแผลพุพอง อาการสาหัส ขณะเดียวกันนายอุเทนก็โดนไฟลวกแขนสองข้าง แพทย์โรงพยาบาลนครพนม ต่อมาฝ่ายชายอาการพ้นขีดอันตราย   สำหรับอาการของนางสาวไหมทอง พบมีบาดแผลบริเวณใบหน้า ลำคอ หน้าอก หลัง และตามตัวลงมาถึงเอว โดยผิวหนังถูกไฟไหม้ไปประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ อาการสาหัสต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ตอนนี้ไม่สามารถพูดโต้ตอบได้ ในการนี้มูลนิธิปวีณา ได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวนางสาวไหมทอง จำนวน 5,000 บาท และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจอุดรธานีเฝ้าติดตามผู้ต้องหาที่ก่อเหตุอย่างใกล้ชิด   จากการตรวจสอบพบว่า วันเกิดเหตุทั้งคู่มีปากเสียงกัน ก่อนที่ผู้เป็นผัวจะใช้น้ำมันเบนซินราดตัวเมียแล้วจุดไฟเผา พลเมืองดีได้นำตัวทั้งคู่ส่งโรงพยาบาลนครพนมแล้ว   สอบสวนญาติระบุ ทราบว่าทั้งคู่อยู่กินฉันท์สามีภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป กระทั่งมีลูกชาย 1 คน อายุ 1 ปี 9 เดือน ภายหลังมีเรื่องระหองระแหงกันบ่อยครั้ง น.ส.ไหมทองจึงขอแยกทางกันอยู่เป็นเวลาเกือบ 1 เดือน   ก่อนเกิดเหตุ น.ส.ไหมทองนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่หน้าบ้าน โดยมีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านนั่งรวมกันอยู่หลายคน ขณะนั้นนายอุเทนสามีก็ขี่รถจักรยานยนต์มาจอด ก่อนจะเดินไปดึงแขนเมียลงมาคุยเพื่อขอคืนดี ปรากฏว่า น.ส.ไหมทองไม่ยอมกลับมาอยู่กินด้วย พร้อมบอกตัดขาดกันแล้วอย่ามายุ่ง แล้วสะบัดมือหันหลังจะเดินกลับเข้าบ้าน   นายอุเทนดึงขวดน้ำดื่มที่พกอยู่ที่เอวซึ่งบรรจุน้ำมันเบนซินไว้ วิ่งไปล็อกคอ น.ส.ไหมทองแล้วราดตั้งแต่บ่าลงไป ล้วงไฟแช็คในกระเป๋ากางเกงจุดไฟหวังย่างสดเมีย จึงเกิดไฟลุกพรึบเผาร่าง น.ส.ไหมทองทันที และได้ไหม้ลามแขนนายอุเทนบาดเจ็บไปด้วย ผู้เห็นเหตุการณ์ รีบพาตัวหลานไปที่ห้องน้ำเพื่อตักน้ำดับไฟ ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาล   ขณะที่เพื่อนบ้านเผยว่า นายอุเทนระยะหลังไม่ยอมประกอบอาชีพ จึงเริ่มมีปากเสียงกับเมียบ่อยๆ ถึงขั้นแยกทางกันอยู่ แต่นายอุเทนไม่ยอมเลิกยังคงเทียวไปเทียวมาหาเมีย โดยอ้างว่ามาหาลูกชาย วันเกิดเหตุมาเห็นเมียนั่งเล่นโทรศัพท์จึงคิดว่าคุยกับผู้ชาย เกิดอาการหึงหวงดึงแขนลากลงมาคุยกัน ก่อนจะราดด้วยน้ำมันจุดไฟเผาดังกล่าว   ต่อมานางปวีณา หงสกุล ได้เข้าเยี่ยมผู้ต้องหา อดีตสามี โดยผู้ต้องหาสารภาพทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ สำนึกผิด อยากจะขอโทษภรรยาและญาติสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zAnpfPHCg8Q

 3,823
ข่าวภูมิภาค
21 ต.ค. 62

ด.ญ.วัย 13 จากร่าเริงเป็นซึมเศร้า แม่เค้นถึงรู้ถูกปู่หื่นข่มขืนนาน 5 ปี ขู่ถ้าบอกใครจะฆ่าทิ้งทั้งบ้าน

นครพนม-ตำรวจจับกุมนายสุดตา พรหมภักดี อายุ 57 ปี  จากการตกเป็นผู้ต้องหาล่วงละเมิดทางเพศตั้งแต่อายุ 9 ขวบ จนกระทั่งปัจจุบันเด็กอายุ 13 ขวบ และทุกครั้งที่ถูกกระทำจะพูดข่มขู่ ห้ามนำเรื่องดังกล่าวไปเล่าให้ใครฟัง มิฉะนั้นจะฆ่าทิ้งทั้งครอบครัว ทำให้เด็กมีความเครียดเพราะมีบ้านอยู่ในรั้วเดียวกัน   กระทั่งมารดาเริ่มเห็นความผิดปกติ จากเด็กร่าเริงแจ่มใสกลายเป็นคนเศร้าซึม มักเก็บตัวอยู่คนเดียวในห้อง จนวันหนึ่งเห็นนายสุดตาที่มีศักดิ์เป็นปู่ แอบหอมแก้มลูกสาว จึงเรียกมาถามทีแรกเด็กไม่กล้าพูด มีอาการตัวสั่นและร้องไห้ พ่อแม่จึงปลอบประโลมก่อนจะเปิดปากเล่าความจริงว่า ถูกล่วงละเมิดทางเพศตั้งแต่เรียนชั้นประถม 3 จนถึงชั้น ม.1 รวมเวลานานถึง 5 ปี โดยทุกครั้งจะถูกกระทำภายในบ้านของผู้ต้องหาตอนเวลากลางวัน ช่วงไม่มีใครอยู่บ้าน จึงนำตัวไปแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว   ทั้งนี้ก่อนหน้าที่ตำรวจจะเข้าจับกุม นายสุดตาประกาศจะฟ้องทุกคน ตั้งแต่ร้อยเวร นักข่าว พ่อแม่ของเด็ก โดยอ้างตนเองบริสุทธิ์ไม่ได้กระทำตามที่เด็กกล่าวอ้าง ทั้งนี้ตำรวจเจ้าของคดีไม่ให้ประกันตัว ต้องรอในวันรุ่งขึ้นหลังฝากขังที่ศาลจังหวัดนครพนม ส่วนเด็กสาวอยู่ในความดูแลของทีมสหวิชาชีพ เพื่อเยียวยาใจให้คลายความเครียดจากเหตุการณ์อันเลวร้าย          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/tRa6z4j_1Xk

 6,380
สังคม
21 ต.ค. 62

ด.ญ.วัย 13 จากร่าเริงเป็นซึมเศร้า แม่เค้นถึงรู้ถูกปู่หื่นข่มขืนนาน 5 ปี ขู่ถ้าบอกใครจะฆ่าทิ้งทั้งบ้าน

นครพนม-ตำรวจจับกุมนายสุดตา พรหมภักดี อายุ 57 ปี  จากการตกเป็นผู้ต้องหาล่วงละเมิดทางเพศตั้งแต่อายุ 9 ขวบ จนกระทั่งปัจจุบันเด็กอายุ 13 ขวบ และทุกครั้งที่ถูกกระทำจะพูดข่มขู่ ห้ามนำเรื่องดังกล่าวไปเล่าให้ใครฟัง มิฉะนั้นจะฆ่าทิ้งทั้งครอบครัว ทำให้เด็กมีความเครียดเพราะมีบ้านอยู่ในรั้วเดียวกัน   กระทั่งมารดาเริ่มเห็นความผิดปกติ จากเด็กร่าเริงแจ่มใสกลายเป็นคนเศร้าซึม มักเก็บตัวอยู่คนเดียวในห้อง จนวันหนึ่งเห็นนายสุดตาที่มีศักดิ์เป็นปู่ แอบหอมแก้มลูกสาว จึงเรียกมาถามทีแรกเด็กไม่กล้าพูด มีอาการตัวสั่นและร้องไห้ พ่อแม่จึงปลอบประโลมก่อนจะเปิดปากเล่าความจริงว่า ถูกล่วงละเมิดทางเพศตั้งแต่เรียนชั้นประถม 3 จนถึงชั้น ม.1 รวมเวลานานถึง 5 ปี โดยทุกครั้งจะถูกกระทำภายในบ้านของผู้ต้องหาตอนเวลากลางวัน ช่วงไม่มีใครอยู่บ้าน จึงนำตัวไปแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว   ทั้งนี้ก่อนหน้าที่ตำรวจจะเข้าจับกุม นายสุดตาประกาศจะฟ้องทุกคน ตั้งแต่ร้อยเวร นักข่าว พ่อแม่ของเด็ก โดยอ้างตนเองบริสุทธิ์ไม่ได้กระทำตามที่เด็กกล่าวอ้าง ทั้งนี้ตำรวจเจ้าของคดีไม่ให้ประกันตัว ต้องรอในวันรุ่งขึ้นหลังฝากขังที่ศาลจังหวัดนครพนม ส่วนเด็กสาวอยู่ในความดูแลของทีมสหวิชาชีพ เพื่อเยียวยาใจให้คลายความเครียดจากเหตุการณ์อันเลวร้าย          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/tRa6z4j_1Xk

 6,380

Top