ค้นหา :

ผลการค้นหา "ปอท"

สังคม-อาชญากรรม
08 ต.ค. 62

'พี สะเดิด' ร้อง ปอท. เอาผิดคนโพสต์กล่าวหาโกงเงินวัดไทยในต่างประเทศ

'พี สะเดิด' ร้องกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เอาผิดคนโพสต์กล่าวหาฉ้อโกงจากการจัดคอนเสิร์ตหาเงินเข้าวัดไทยในต่างแดน   วันที่ 8 ต.ค. นายพีรพัฒน์ สวัสดิ์มูล หรือ พี สะเดิด พร้อมทนายความ นำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. จากกรณีมีบุคคลไม่หวังดีโพสต์ข้อความกล่าวหาในสื่อโซเชียลว่า จัดทัวน์คอนเสิร์ตในต่างประเทศ โดยใช้ชื่อ “โครงการสืบทอดศาสนาสืบสานวัฒนธรรมเพื่อนำเงินไปสร้างวัดไทย และบำรุงศาสนาพุทธในต่างแดน” แต่ความจริงคือการใช้ชื่อโครงการเพื่อบังหน้าหารายได้ให้ตัวเอง โดยเรียกเงินจากวัดเป็นจำนวน 6,000 ยูโร   นายพีรพัฒน์ กล่าวว่า แฟนคลับของตนไปพบเห็นโพสต์ที่กล่าวหาตน และทีมงานว่าโกงเงินค่างานแสดงในโครงการสืบทอดศาสนาสืบสานวัฒนธรรมไทยที่ยุโรป บน “เพจสตรีไทยที่ฝรั่งเศส” ซึ่งมียอดติดตามกว่า 5,000 ราย ทำให้ตนกับทีมงานรู้สึกตกใจและบั่นทอนจิตใจมาก จึงต้องขอชี้แจงว่าแรกเริ่มโครงการดังกล่าวเกิดหลังจากที่มีพระไทยรูปหนึ่งมาชักชวนทำกฐินทอดผ้าป่า และเมื่อตนไปเห็นสถานที่ประกอบศาสนกิจของวัดดังกล่าวในต่างจังหวัด พบว่ามีลักษณะเป็นเหมือนบ้านเช่า ตนจึงรับปากกับพระจะบำรุงสถานที่ให้ และเริ่มทำโครงการดังกล่าวขึ้นมาจนปัจจุบันก็เป็นเวลา 7 ปี มีเพื่อนดารามาร่วมกิจกรรมปฏิบัติธรรมและเล่นกีฬากับชาวต่างชาติกันตลอด ซึ่งโครงการก็จบลงด้วยดี    แต่ทั้งนี้ จะมีเงินที่ได้หลังหักค่าใช้จ่ายในการแสดงคอนเสิร์ตราว 250,000 บาท เพื่อเป็นค่าที่พักค่าเดินทางของทีมงาน ส่วนทางวัดจะได้เงินจากการที่ตนเองไปแสดงคอนเสิร์ตเท่าไหร่นั้น ส่วนตัวไม่ทราบรายละเอียด เพราะทางวัดจะเป็นผู้ดำเนินการกับเงินทั้งหมด ซึ่งตนเองก็ไม่ทราบว่าเงินเข้าบัญชีวัดโดยตรงหรือไม่ นอกจากนี้ หากวัดใดที่เดือดร้อน หรือต้องการความช่วยเหลือ ตนเองก็จะไม่รับเงินจากการแสดงคอนเสิร์ต   สำหรับบุคคลที่กล่าวหาว่าตนเองฉ้อโกงนั้น เบื้องต้นพบเป็นพ่อค้าซึ่งขายของอยู่ในโรงทานที่วัดในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งตนเองเคยไปแสดงคอนเสิร์ต ภายในวัดดังกล่าว เบื้องต้นเชื่อว่า พ่อค้ารายนี้น่าจะไปรับฟังข้อมูลที่บิดเบือน จึงนำมาเผยแพร่โดยไม่ทราบความจริง แต่ว่าการกระทำดังกล่าว ทำให้ตนเองเสื่อมเสียชื่อเสียง มีผลกระทบต่ออาชีพ เพราะคนที่ไม่รู้ความจริงก็อาจจะเข้าใจผิดไปในวงกว้าง อีกทั้งยังเป็นการบั่นทอนกำลังใจของตนเองและจิตอาสาที่มาร่วมโครงการคนอื่น ๆ  

 1,083
สังคม
08 ต.ค. 62

'พี สะเดิด' ร้อง ปอท. เอาผิดคนโพสต์กล่าวหาโกงเงินวัดไทยในต่างประเทศ

'พี สะเดิด' ร้องกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เอาผิดคนโพสต์กล่าวหาฉ้อโกงจากการจัดคอนเสิร์ตหาเงินเข้าวัดไทยในต่างแดน   วันที่ 8 ต.ค. นายพีรพัฒน์ สวัสดิ์มูล หรือ พี สะเดิด พร้อมทนายความ นำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. จากกรณีมีบุคคลไม่หวังดีโพสต์ข้อความกล่าวหาในสื่อโซเชียลว่า จัดทัวน์คอนเสิร์ตในต่างประเทศ โดยใช้ชื่อ “โครงการสืบทอดศาสนาสืบสานวัฒนธรรมเพื่อนำเงินไปสร้างวัดไทย และบำรุงศาสนาพุทธในต่างแดน” แต่ความจริงคือการใช้ชื่อโครงการเพื่อบังหน้าหารายได้ให้ตัวเอง โดยเรียกเงินจากวัดเป็นจำนวน 6,000 ยูโร   นายพีรพัฒน์ กล่าวว่า แฟนคลับของตนไปพบเห็นโพสต์ที่กล่าวหาตน และทีมงานว่าโกงเงินค่างานแสดงในโครงการสืบทอดศาสนาสืบสานวัฒนธรรมไทยที่ยุโรป บน “เพจสตรีไทยที่ฝรั่งเศส” ซึ่งมียอดติดตามกว่า 5,000 ราย ทำให้ตนกับทีมงานรู้สึกตกใจและบั่นทอนจิตใจมาก จึงต้องขอชี้แจงว่าแรกเริ่มโครงการดังกล่าวเกิดหลังจากที่มีพระไทยรูปหนึ่งมาชักชวนทำกฐินทอดผ้าป่า และเมื่อตนไปเห็นสถานที่ประกอบศาสนกิจของวัดดังกล่าวในต่างจังหวัด พบว่ามีลักษณะเป็นเหมือนบ้านเช่า ตนจึงรับปากกับพระจะบำรุงสถานที่ให้ และเริ่มทำโครงการดังกล่าวขึ้นมาจนปัจจุบันก็เป็นเวลา 7 ปี มีเพื่อนดารามาร่วมกิจกรรมปฏิบัติธรรมและเล่นกีฬากับชาวต่างชาติกันตลอด ซึ่งโครงการก็จบลงด้วยดี    แต่ทั้งนี้ จะมีเงินที่ได้หลังหักค่าใช้จ่ายในการแสดงคอนเสิร์ตราว 250,000 บาท เพื่อเป็นค่าที่พักค่าเดินทางของทีมงาน ส่วนทางวัดจะได้เงินจากการที่ตนเองไปแสดงคอนเสิร์ตเท่าไหร่นั้น ส่วนตัวไม่ทราบรายละเอียด เพราะทางวัดจะเป็นผู้ดำเนินการกับเงินทั้งหมด ซึ่งตนเองก็ไม่ทราบว่าเงินเข้าบัญชีวัดโดยตรงหรือไม่ นอกจากนี้ หากวัดใดที่เดือดร้อน หรือต้องการความช่วยเหลือ ตนเองก็จะไม่รับเงินจากการแสดงคอนเสิร์ต   สำหรับบุคคลที่กล่าวหาว่าตนเองฉ้อโกงนั้น เบื้องต้นพบเป็นพ่อค้าซึ่งขายของอยู่ในโรงทานที่วัดในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งตนเองเคยไปแสดงคอนเสิร์ต ภายในวัดดังกล่าว เบื้องต้นเชื่อว่า พ่อค้ารายนี้น่าจะไปรับฟังข้อมูลที่บิดเบือน จึงนำมาเผยแพร่โดยไม่ทราบความจริง แต่ว่าการกระทำดังกล่าว ทำให้ตนเองเสื่อมเสียชื่อเสียง มีผลกระทบต่ออาชีพ เพราะคนที่ไม่รู้ความจริงก็อาจจะเข้าใจผิดไปในวงกว้าง อีกทั้งยังเป็นการบั่นทอนกำลังใจของตนเองและจิตอาสาที่มาร่วมโครงการคนอื่น ๆ  

 1,083
สังคม-อาชญากรรม
08 ต.ค. 62

รวบ ‘กาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์’ นักกิจกรรม โพสต์เฟซบุ๊กเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมฯ

จากกรณีมีรายงานข่าวแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทำการคุมตัวนายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง ตามหมายจับในความผิดตามมาตรา 14 ข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. จากกรณีโพสต์เฟชบุ๊กเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในต่างประเทศ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา    โดยเจ้าหน้าที่เข้าคุมตัวนายกาณฑ์ ที่บ้านพักก่อนคุมตัวมาสอบปากคำที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเมื่อเวลา 03.00 น. ได้คุมตัวนายกาณฑ์ มาฝากขังที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง โดยนายกาณฑ์ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า ถึงอย่างไรก็จะสู้คดี โดยข้อกล่าวหานี้ถือว่ารุนแรงกับตัวเองมาก    ขณะที่นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ ทนายความ กล่าวว่าการจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ให้ทางข้าราชการกระทรวงมาแจ้งความร้องทุกข์กับทาง บก.ปอท.เพื่อทำการออกหมายจับในวันที่ 7 ต.ค. 62 ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาจับที่บ้านพัก ขณะน้องกำลังกลับบ้าน ซึ่งทางน้องก็ไม่ได้หลบหนี ตนก็แปลกใจว่าน้องก็มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง แม้คดีนี้จะมีโทษสูงกว่า 3ปี แต่คดีลักษณะนี้สามารถดำเนินการออกหมายเรียกได้ แต่กลับไม่ออก ตนตั้งข้อสังเกตว่าคดีนี้ถือว่าทำเกินกว่าเหตุหรือไม่   นายวิญญัติกล่าวว่า โพสต์ดังกล่าว เป็นโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวของน้อง ซึ่งข้อความที่โพสต์ก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เป็นกระแสในทวิตเตอร์เลย แต่เป็นการพูดถึงประวัติศาสตร์ กล่าวถึงเหตุการณ์หนังสือหรือภาพยนตร์ที่น้องเขาอ่านมา แล้วก็เอามาโพสต์เหมือนคนทั่วไป เป็นข้อความเพียง 5 บรรทัด อ่านนาทีเดียวก็จบ ซึ่งน้องก็ได้ลบโพสต์ไปแล้ว หลังจากมีหน่วยงานส่งข้อความมาเตือนให้ลบ น้องก็ดำเนินการทันที แต่มีการล่าแม่มด นำโพสต์น้องไปตัดต่อ ทำให้เกิดการโต้เถียงในอินเทอร์เน็ต    เบื้องต้น ทางนายกาณฑ์มีกำลังใจดีแต่ก็ตื่นเต้น เพราะไม่เคยถูกจับแบบนี้มาก่อน แม้จะเคยโดนดำเนินคดีเรื่องเคลื่อนไหวทางการเมืองมา จึงมีอาการเครียดตามปกติ แต่พอเจอทนายและทางญาติ แล้วบรรยากาศการสอบสวนก็ไม่ได้น่ากลัว จึงสบายใจขึ้น ทางตำรวจก็ดูแลเป็นอย่างดี แต่ตนขอติงว่าไม่ควรออกหมายจับตั้งแต่แรก ควรออกหมายเรียกก่อน ตนเข้าใจว่าทางกระทรวงดำเนินการเอง    ส่วนการสู้คดีนั้น น้องให้การภาคเสธว่า ได้โพสต์จริง แต่ได้ชี้แจงแล้วว่าโพสต์เนื่องจากเหตุใด ก็ได้ชี้แจงในชั้นสอบสวนไปแล้ว ซึ่งตนยังไม่ขอเปิดเผย ส่วนการดำเนินการส่งศาลอาญารัชดาภิเษกนั้น ตำรวจจะพาตัวไปตอน 11.00 น. ซึ่งตนจะคัดค้านการฝากขังและเตรียมหลักทรัพย์ยื่นประกัน ซึ่งคดีนี้มีโทษ 5 ปี จะเตรียมหลักทรัพย์ไว้ 3 - 4 แสนบาท โดยตนขอชี้แจงว่าความผิดตามข้อหานี้ คนโพสต์ต้องรู้ว่าข้อความเป็นเท็จ แต่ก็ยังโพสท์ ถึงจะมีความผิด แต่ถ้าไม่รู้ว่าข้อความเป็นเท็จถือว่าไม่มีเจตนาทำผิดตามข้อหานี้   สำหรับนายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ นั้น เคยเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 จนถูกเจ้าหน้าที่ตั้งข้อหาในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และร่วมกันมั่วสุมชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คน ในที่สาธารณะ ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 ซึ่งต่อมาทางศาลได้มีคำสั่งยกฟ้องไปในวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา   สำหรับคดีนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการแถลงข่าวเรื่องนี้เพิ่มเติมในเวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยทางนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะเดินทางมาร่วมแถลงข่าวกับ พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผู้บังคับการ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีด้วย    

 1,452
สังคม
08 ต.ค. 62

รวบ ‘กาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์’ นักกิจกรรม โพสต์เฟซบุ๊กเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมฯ

จากกรณีมีรายงานข่าวแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทำการคุมตัวนายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง ตามหมายจับในความผิดตามมาตรา 14 ข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. จากกรณีโพสต์เฟชบุ๊กเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในต่างประเทศ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา    โดยเจ้าหน้าที่เข้าคุมตัวนายกาณฑ์ ที่บ้านพักก่อนคุมตัวมาสอบปากคำที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเมื่อเวลา 03.00 น. ได้คุมตัวนายกาณฑ์ มาฝากขังที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง โดยนายกาณฑ์ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า ถึงอย่างไรก็จะสู้คดี โดยข้อกล่าวหานี้ถือว่ารุนแรงกับตัวเองมาก    ขณะที่นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ ทนายความ กล่าวว่าการจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ให้ทางข้าราชการกระทรวงมาแจ้งความร้องทุกข์กับทาง บก.ปอท.เพื่อทำการออกหมายจับในวันที่ 7 ต.ค. 62 ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาจับที่บ้านพัก ขณะน้องกำลังกลับบ้าน ซึ่งทางน้องก็ไม่ได้หลบหนี ตนก็แปลกใจว่าน้องก็มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง แม้คดีนี้จะมีโทษสูงกว่า 3ปี แต่คดีลักษณะนี้สามารถดำเนินการออกหมายเรียกได้ แต่กลับไม่ออก ตนตั้งข้อสังเกตว่าคดีนี้ถือว่าทำเกินกว่าเหตุหรือไม่   นายวิญญัติกล่าวว่า โพสต์ดังกล่าว เป็นโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวของน้อง ซึ่งข้อความที่โพสต์ก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เป็นกระแสในทวิตเตอร์เลย แต่เป็นการพูดถึงประวัติศาสตร์ กล่าวถึงเหตุการณ์หนังสือหรือภาพยนตร์ที่น้องเขาอ่านมา แล้วก็เอามาโพสต์เหมือนคนทั่วไป เป็นข้อความเพียง 5 บรรทัด อ่านนาทีเดียวก็จบ ซึ่งน้องก็ได้ลบโพสต์ไปแล้ว หลังจากมีหน่วยงานส่งข้อความมาเตือนให้ลบ น้องก็ดำเนินการทันที แต่มีการล่าแม่มด นำโพสต์น้องไปตัดต่อ ทำให้เกิดการโต้เถียงในอินเทอร์เน็ต    เบื้องต้น ทางนายกาณฑ์มีกำลังใจดีแต่ก็ตื่นเต้น เพราะไม่เคยถูกจับแบบนี้มาก่อน แม้จะเคยโดนดำเนินคดีเรื่องเคลื่อนไหวทางการเมืองมา จึงมีอาการเครียดตามปกติ แต่พอเจอทนายและทางญาติ แล้วบรรยากาศการสอบสวนก็ไม่ได้น่ากลัว จึงสบายใจขึ้น ทางตำรวจก็ดูแลเป็นอย่างดี แต่ตนขอติงว่าไม่ควรออกหมายจับตั้งแต่แรก ควรออกหมายเรียกก่อน ตนเข้าใจว่าทางกระทรวงดำเนินการเอง    ส่วนการสู้คดีนั้น น้องให้การภาคเสธว่า ได้โพสต์จริง แต่ได้ชี้แจงแล้วว่าโพสต์เนื่องจากเหตุใด ก็ได้ชี้แจงในชั้นสอบสวนไปแล้ว ซึ่งตนยังไม่ขอเปิดเผย ส่วนการดำเนินการส่งศาลอาญารัชดาภิเษกนั้น ตำรวจจะพาตัวไปตอน 11.00 น. ซึ่งตนจะคัดค้านการฝากขังและเตรียมหลักทรัพย์ยื่นประกัน ซึ่งคดีนี้มีโทษ 5 ปี จะเตรียมหลักทรัพย์ไว้ 3 - 4 แสนบาท โดยตนขอชี้แจงว่าความผิดตามข้อหานี้ คนโพสต์ต้องรู้ว่าข้อความเป็นเท็จ แต่ก็ยังโพสท์ ถึงจะมีความผิด แต่ถ้าไม่รู้ว่าข้อความเป็นเท็จถือว่าไม่มีเจตนาทำผิดตามข้อหานี้   สำหรับนายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ นั้น เคยเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 จนถูกเจ้าหน้าที่ตั้งข้อหาในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และร่วมกันมั่วสุมชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คน ในที่สาธารณะ ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 ซึ่งต่อมาทางศาลได้มีคำสั่งยกฟ้องไปในวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา   สำหรับคดีนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการแถลงข่าวเรื่องนี้เพิ่มเติมในเวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยทางนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะเดินทางมาร่วมแถลงข่าวกับ พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผู้บังคับการ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีด้วย    

 1,452
สรุปข่าว
08 ต.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 8 ต.ค.62 แบน3สารอันตรายทางเกษตร-ตะลึงผ่าตัดนิ่วในไต-เสี่ยท็อปกำมะลอบินหนีไปฮ่องกง

-คณะกรรมการศาลยุติธรรมตั้งอนุกรรมการสอบข้อเท็จจริงปมผู้พิพากษา คณากร เพียรชนะ ยิงตัวเอง ให้รายงานผลใน 15 วัน นายกฯยันไม่มีใครแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมได้ วิจารณ์กันไปมา แต่ตนยึดถือกระบวนการยุติธรรมทุกประการ   ด้านหมอระบุผู้พิพากษาคณากรแข็งแรง แต่สภาพจิตใจน่าห่วง มีอาการเครียดมาก คาดภายใน 2 สัปดาห์กลับบ้านได้ ชาวบ้านชายแดนใต้แห่เยี่ยมให้กำลังใจ ด้านภรรยาจำเลยที่ 1 เตรียมปรึกษาทนายยื่นประกันตัว หลังผู้พิพากษาคณากรยกฟ้อง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ห่วงสภาพจิตใจ 'ผู้พิพากษาคณากร' มติ ก.ต. สั่งสอบใน 15 วัน นายกฯ ยันไม่มีใครแทรกแซงศาลได้   -สาวถูกหนุ่มขี่จยย.จอดขวางกลางดึก เดินมาเคาะกระจก จึงลดกระจกลงขอโทษหลายครั้ง แต่อีกฝ่ายฉุนหนักบอกวันหลังอย่าขับรถตามอีก ชกเข้าที่หน้า ซ้ำใช้เท้าถีบกระจกมองข้างจนหัก ก่อนใช้ประแจทุบกระจกรถจนแตก   เหยื่อเล่าเหตุเกิดในซอยลาดกระบัง 54 คู่กรณีขี่รถอยู่กลางเลน จึงกระพริบไฟขอทางไป 2 ครั้ง ยันไม่ได้บีบแตร ขับยั่วโมโห ตั้งใจแย้มกระจกให้ได้ยินว่าขอโทษ กลับโดนต่อยที่หน้าและขี่หนีไป พยานเล่า30นาทีต่อมา หนุ่ม จยย.กลับมาเก็บเศษกระจก ถอดหมวกกันน็อกเห็นหน้าชัด อายุประมาณ 35-40 ปี จนท.เร่งล่า ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สาวกรี๊ดลั่น โดนหนุ่ม จยย.ชกหน้า-ทุบกระจกแตก ทั้งที่ยกมือขอโทษ คาดปมฉุนแค่โดนกะพริบไฟใส่   -นายกฯในฐานะ ผอ.รมน.บอกกรณีแกนนำฝ่ายค้านฟ้องกลับแม่ทัพภาค 4 และผู้ชำนาญการ กอ.รมน.ภาค 4 และอาจรวมถึงนายกฯในฐานะผู้บังคับบัญชา เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ใครจะฟ้องร้องก็ว่ากันไปตามหลักฐาน ขอไม่ก้าวล่วง ไม่อยากให้ขยายความขัดแย้งนี้ออกไป บิ๊กป้อมยันไม่มีใบสั่งฟ้องแกนนำฝ่ายค้าน แต่เป็นเรื่องของ กม.ในพื้นที่ ส่วนที่ฝ่ายต้านฟ้องกลับ ถ้ามีช่องทางกม.ที่ทำได้ก็ทำไป ยันไม่ได้ห้ามจัดเวทีแสดงความเห็น แต่อย่าไปพูดในเรื่องที่นักกฎหมายมองว่าผิดกฎหมาย   ด้านโฆษก กอ.รมน.แถลงยังจำเป็นต้องแจ้งความผู้ร่วมเสวนา เพราะมีการพูดพาดพิงมาตราหนึ่งของ รธน.จนก่อให้เกิดความไม่สบายใจและวิจพากษ์วิจารณ์ ซึ่งศาลจะเป็นผู้ตัดสิน ยันไม่มีการกลั่นแกล้งทางการเมืองและใบสั่งจากใคร ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯไม่ก้าวล่วง 7 พรรคฝ่ายค้านฟ้องกลับ กอ.รมน. ยันไม่มีใบสั่ง กลั่นแกล้งทางกรเมือง    -ปอท.บุกรวบตัวกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง หลังโพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในต่างประเทศ เข้าข่ายความผิด พรบ.คอม เจ้าตัวบอกสั้นๆถึงอย่างไรก็จะสู้คดี ข้อกล่าวหานี้ถือว่ารุนแรงมาก ด้านทนายตั้งข้อสังเกตคดีนี้ทำเกินกว่าเหตุ ไม่ควรออกหมายจับแต่ควรออกหมายเรียกก่อน   -ก.เกษตรฯประกาศจุดยืนแบน 3 สารเคมีอันตราย พาราควอต, คลอร์ไพริฟอส, ไกลโฟเซต ห้ามผลิต ห้ามน้ำข้า ส่งออก ครอบครอง ต้องเก็บออกจากตลาด เริ่ม 1 ธ.ค.2562 มนัญญาบอกที่ประชุมมีมติ 9-0 ยันมีสารทดแทนกระทบต่อสุขภาพน้อย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : มติ 9:0 แบน 3 สารเคมีอันตราย 'คลอร์ไพริฟอส-พาราควอต-ไกลโซเฟต' ต้องถูกเก็บออกจากตลาดก่อน 1 ธ.ค.62   -เคาะแล้ว ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย เปิดให้ลงทะเบียน 11-12 พ.ย./11-12 ธ.ค. ผ่านเว็บไซต์ ททท.วันละ 1 หมื่นรายการ รวม 4 วัน 40,000 สิทธิ ส่วนมาตรการเที่ยววันธรรมดาช็อกโลก ลดสูงสุด 70% เริ่ม พ.ย.สิ้นสุด 31 ธ.ค.62 ใช้สิทธิได้ 32 วันทำการ (ไม่นับศุกร์/เสาร์/อาทิตย์)   ส่วนชิมช้อปใช้วันนี้มีผู้ลงทะเบียนครบ 9,725 สิทธิที่เหลือ ตั้งแต่ 00.29 น. ผ่าน 10 วันแรกยอดใช้จ่ายสะพัด 2พันล้าน คลังขู่ขึ้นบัญชีดำร้านค้าฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้ใช้สิทธิ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เคาะแล้ว! 100 เดียวเที่ยวทั่วไทย เปิดลงทะเบียน 11-12 พ.ย. และ 11-12 ธ.ค. จำกัด 4 หมื่นสิทธิ์   -เสี่ยหมื่นล้านกำมะลอหลอกสาวแต่งงาน บินออกนอกประเทศแล้ว มีภาพผ่าน ตม.สุวรรณภูมิไปฮ่องกง พบเปลี่ยนทรงผม ผ่านด่านตรวจได้เพราะไม่มีหมายจับ มีสิทธิอยู่ฮ่องกงได้ 30 วัน ที่ผ่านมาเปลี่ยนชื่อบ่อย ทำให้ระบบไม่แจ้งเตือน อดีตเจ้าสาวบอกไม่ได้อยากให้โดนจับ แต่อยากให้ใช้หนี้ เตรียมแจ้งความวันนี้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'เสี่ยท็อป' เผ่นฮ่องกง เคลียร์ข่าวคบ 'แคทรียา' โวมีภารกิจสำคัญ ไม่มาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ   -หมอตะลึงผ่าตัดก้อนนิ่วในไต เยอะจนเรียงต่อกันเป็นคำว่านิ่วได้ หมอรพ.ยะลาชี้เป็นนิ่วเขากวางในไต ยาว 8 ซม.คนไข้ปวดหลังและสีข้างเรื้อรัง หากปล่อยไว้อาจไตวายติดเชื้อ สาเหตุหลักจากการดื่มน้ำน้อย แนะดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : คนดื่มน้ำน้อยพึงระวัง! หมอผ่านิ่วเขากวางในไต มาวางเรียงได้เพียบ ถ้าสาหัสอาจไตวาย    -แม่ร้องอดีต ผอ.ร.ร.ในกาฬสินธุ์ ใช้ลูกชายวัย 10 ขวบยกถังยางมะตอยต้มเดือดจัดมาเทกลบหลุมใน ร.ร. แต่กระเด็นลวกตามแขนเป็นแผลหนังหลุด นิ้วหงิกงอผิดรูป อดีต ผอ.ถามเด็กทำไมไม่ระวัง ไล่ไปล้างน้ำ เพื่อนช่วยแกะยางมะตอยออกทำให้หนังหลุด ผ่านมา 2 เดือนยังไกล่เกลี่ยไม่ได้ แม่ขอค่าเยียวยา 1.5 แสน แต่ ผอ.ให้แค่ 4.5 หมื่น ระบุไม่รู้จะทำอย่างไร มีให้แค่นี้ เพราะตอนนี้เกษียณราชการแล้ว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : แม่ร้องอดีต ผอ.ใช้เด็ก 10 ขวบหิ้วยางมะตอยร้อนซ่อมถนน เกิดกระฉอกลวกแขนหนังหลุด    -ด.ช.วัย 11 ขวบใช้ผ้าขาวม้าผูกคอตัวเองในกระบี่ พี่สาวเห็นเรียกชาวบ้าน CPR รอดชีวิต แม่เผยก่อหนน้าลูกเล่นเครื่องเล่นใน ร.ร.แล้วเสียหลักล้มไปโดนเพื่อน เพื่อนโมโหชกและข่มขู่จนเด็กไม่อยากไปเรียน เคยบอกให้ครูช่วยแก้ปัญหา แต่ก็ช่วยไม่ได้มาก หมอบอกอาการอยู่ในขั้นเฝ้าระวัง สมองขาดออกซิเจนนานพอสมควร แต่ยังดีเริ่มขยับแขนขาลืมตาได้แล้ว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เด็ก ป.5 ผูกคอตัวเอง หลังถูกเพื่อนขู่ทำร้าย หมอห่วงสมองขาดออกซิเจน    -ฝูงช้างป่ากว่า 20 ตัวบุกสวนปาล์มที่ฉะเชิงเทรากลางดึก จ่าฝูงไล่กระทืบเจ้าของสวนปาล์ม จุดประทัดไล่แต่ไม่ไป หยิบปืนลูกซองยิงสู้สยบคลั่ง ช้างวิ่งหนีไป รุ่งเช้ามาเจอช้างนอนตายคาสวน จนท.เร่งสวบสวนหากทำเกินกว่าเหตุต้องโดนดำเนินคดี ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ช้างป่าโดนยิงตายคาสวนปาล์ม เจ้าของสวนอ้างถูกช้างไล่กระทืบ ต้องยิงป้องกันตัว    -ดีเจพล่ากุ้งโดนถล่ม IG เละ หลังยิงมุกตลกแซวแรงน้องโยชิ มิสทิฟฟานี ในรายการเกมโชว์ แฟนคลับชี้เป็นการบูลลี่รสนิยมทางเพศ เจ้าตัวโพสต์ตัดพ้อโดนด่าหนักจนไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้ ต่อมาโพสต์แชทขอโทษโยชิ ยันไม่มีเจตนาเหยียด เล่นมุกสดไม่ทันคิด ด้านโยชิให้อภัย ไม่ได้คิดอะไรเพราะโดนบ่อยจนชิน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'โยชิ' เปิดใจดราม่า 'พล่ากุ้ง' แซวเรื่องเพศ รับไม่ติดใจ ถูกบูลลี่จนชิน    ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/nWI2oFb5rxY

 6,590
การเมือง
23 ก.ย. 62

รองโฆษก พรรคพลังประชารัฐ ร้องปอท. หลังมีคนนำรูปใส่ข้อความทำให้เข้าใจผิด

รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ร้องปอท.ตรวจสอบพร้อมเอาผิดผู้นำข้อความเท็จใส่รูปตัวเอง พร้อมข้อความว่าใครเห็นต่างจากรัฐบาลถือว่าเป็นขบวนการทำลายประเทศ / จนทำให้ถูกเข้าใจผิด   วันที่ 23 ก.ย. นางสาวทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ เข้าร้องทุกข์กับ พันตำรวจเอกศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือปอท. ในฐานะโฆษก ปอท. เพื่อเอาผิดกับผู้โพสต์เฟซบุ๊กและเผยแพร่รูปถ่ายตนพร้อมข้อความในลักษณะกล่าวหาว่า "ตนระบุใครเห็นต่างจากรัฐบาลถือว่าเป็นขบวนการทำลายประเทศ " โดยนำ ภาพข้อความพร้อมรูปภาพดังกล่าว ที่ถูกแชร์ในโลกโซเชียล มามอบให้ตำรวจเป็นหลักฐาน   โดย นางสาวทิพานัน ระบุว่า มีกลุ่มบุคคล นำรูปภาพ พร้อมใส่ข้อความอันเป็นเท็จ นำไปโพสต์ ในกลุ่ม ต่างๆและมีการแชร์กันในกลุ่มเฟซบุ๊คกลุ่มปิด ก่อนจะมีคนนำมาให้ดู และถามว่าตนพูดจริงหรือไม่ ยืนยันไม่เคยพูดในลักษณะดังกล่าว แต่ภาพนี้เป็นภาพที่ตนเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อหนึ่งในประเด็นอื่นๆ    โดยการกระทำดังกล่าวสร้างความเข้าใจผิด และทำให้ตนถูกต่อว่า ถูกเกลียดชัง ซึ่งส่วนตัวจึงต้องออกมาชี้แจงและยืนยันความบริสุทธิ์ และปรึกษาตำรวจว่าบุคคลที่กระทำการเช่นนี้ เข้าข่ายความผิดใดบ้าง พร้อมถามกลับว่าเหตุใดต้องสร้างประเด็นให้เกิดความแตกแยก   รองผู้บังคับการ ปอท. ได้รับเรื่องและเร่งตรวจสอบหลักฐาน ข้อมูล ก่อนพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดใดบ้าง เตรียมแจ้งข้อหาต่อไป  

 1,158
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.ย. 62

รมว.ดีอี-ปอท.เปิดปฏิบัติการทลายล้างข่าวปลอม 9 จุดทั่วประเทศ

วันที่ 10 ก.ย. 62 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) กระทรวงดิจิทัจเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับ บก.ปอท. แถลงข่าวผลปฏิบัติการ ‘09.09.2019 ปฏิบัติการทลายล้างข่าวปลอม’ ซึ่งได้มีการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย Fake News 9 คดี 9 จุด ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 19 ส.ค.-9 ก.ย. 62    ภายใต้การนำของ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษกิจและสังคม และ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ที่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอท. สืบสวนการกระทำความผิดในลักษณะการของการสร้างข่าวปลอมทางสื่อสังคมออนไลน์ รวม 9 คดีดังนี้     คดีแรก เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดป่วนกรุง ซึ่งในโซเชียลได้มีการแชร์ภาพข่าวประกาศพื้นที่ควบคุมพิเศษ ระเบิด 7 จุด โดยเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นข้อความเท็จ จึงได้ทำการสืบหาต้นตอคนโพสต์ ทราบว่าคนโพสต์อยู่ย่านบางพลัด กทม. จึงได้นำตัวมาทำการดำเนินคดี    คดีที่ 2 เกี่ยวกับกรณี Email-Scam คือการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และหลอกลวงให้คู่ค้าของผู้เสียหลงเชื่อว่าคนร้ายเป็นคู่ค้ากับผู้เสียหายจริง ซึ่งมีการทำเป็นขบวนการทั้งสิ้น 5 คน ประกอบด้วยชาวไนจีเรีย 3 ราย และคนไทย 2 ราย มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท    คดีที่ 3 Romance Scam เป็นคดีที่คนร้ายสร้างเฟซบุ๊กปลอมแฝงตัวเป็นชาวต่างชาติ และในคดีนี้มีผู้ร่วมขบวนการด้วย 2 คน ซึ่งมีหน้าที่โทรศัพท์สร้างเรื่องหลอกผู้เสียหายว่ามีของส่งมาจากต่างประเทศ และหลอกให้โอนเงิน มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่าล้านบาท    คดีที่ 4 เป็นคดีที่คนร้ายอ้างว่าเป็นข้าราชการระดับสูงกระทรวงมหาดไทย เพื่อหลอกลวงขายสินค้าออนไลน์ โดยสามารถจับกุมคนร้ายได้ที่ จ.มหาสารคาม และ จ.สมุทรสาคร      คดีที่ 5 คนร้ายแอบอ้างว่าเป็นลูกสาวของประธานาธิบดีประเทศจีน ซึ่งคดีนี้ เกิดจากที่มีเพจเฟซบุ๊ก ได้นำคลิปการโคฟเวอร์เพลงของนักร้องสาวชาวไทยคนหนึ่งมาลงที่เพจตัวเอง โดยที่ใช้แคปชั่นว่า มาฟัง สีหมิงเจ๋อ ลูกสาวคนเดียวของประธานาธิบดีประเทศ สีจิ้นผิง แห่งประเทศจีนร้องเพลง เพราะต้องการให้คนมากดติดตามเพจ ทำให้นักร้องสาวคนดังกล่าวเสียหายเพราะถูกนำคลิปไปแอบอ้าง ซึ่งต่อมาได้สืบทราบว่าแอดมินเพจดังกล่าวอยู่ที่เกาะสมุย ซึ่งหลังจากนี้จะมีการตรวจสอบและทำการแจ้งข้อหาต่อไป    ดคีที่ 6 ได้มีการโพสต์ข่าวปลอมแม่น้ำโขงแห้ง ปลาสูญพันธ์ ลงในเฟซบุ๊ก พร้อมกับระบุข้อความว่า จีนไม่ปล่อยน้ำลงมาที่แม่น้ำโขง ส่งผลให้แม่น้ำโขงแห้ง ซึ่งเป็นการบิดเบือนจากข้อเท็จจริง โดยพบว่าแอดมินเพจอยู่ที่ จ.นนทบุรี จึงได้นำตัวมาดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์    คดีที่ 7 หลอกขายผลิตภัณฑ์ประหยัดไฟฟ้า โดยมีการนำภาพเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ามาตัดต่อกับรูปผลิตภัณฑ์ เพื่อทำการขาย บก.ปอท. จึงร่วมกับ บก.ปคบ. นำหมายค้นไปยังโกดังเก็บสินค้าที่อยู่ในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และ อ.พานทอง จ.ชลบุรี โดยได้ทำการตรวจยึดผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมายจำนวนมาก      คดีที่ 8 แอบอ้างนามสกุลนายกรัฐมนตรี หลอกขายของออนไลน์ โดยต่อมาสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ และยอมรับว่าได้มีการหลอกขายสินค้ามาแล้วหลายครั้ง โดยคดีนี้ มีผู้เสียหายกว่า 100 ราย  ขณะที่คดีสุดท้าย เป็นการเปิดเพจเฟซบุ๊กล้มล้างการปกครอง บก.ปอท.ได้นำหมายค้นของศาล จ.นนทบุรี เข้าตรวจค้นที่บ้านพักย่านเมืองทอง และได้พบตัวผู้กระทำ ซึ่งยอมรับว่ากระทำจริง จึงได้นำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ระบุว่า ปัจจุบันมีการสร้างข่าวปลอมหรือ Fake News ในสังคมออนไลน์ สามารถแบ่งได้ 4 ประเภท คือกลุ่มเกรียนหรือนักเลงคีย์บอร์ดโพสต์ข้อความสร้างกระแสเพื่อความสนุกส่วนตัว, กลุ่มหวังเงิน นำภาพดารา ผู้มีชื่อเสียง โพสต์สร้างกระแส หวังยอดติดตามเพื่อโฆษณา, กลุ่มส้รางความเกลียดชัง โพสต์ข้อความดูหมิ่น ยุยง ปลุกปั่นหรือกลุ่ม Hate Speech และกลุ่มหลอกลวง นำเข้าข้อมูลเท็จ หลอกขายสินค้า ซึ่งหากกระทำความผิดก็จะมีโทษทั้งจำทั้งปรับ และขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อขอให้ตรวจสอบให้ชัดเจน      ส่วนที่จะมีการคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นนั้น นายพุทธิพงศ์ ระบุว่า ประชาชนสามารถโพสต์ข้อความ แสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตได้ หากไม่สร้างความเกลียดชัง และไม่เกิดความเสียหายต่อสังคม แต่หากกระทบบุคคลอื่น อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทได้    

 1,048
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.ย. 62

ปอท. เตรียมประสาน ปคม. ตรวจสอบ เพจรับอุปการะเด็กเข้าข่ายค้ามนุษย์หรือไม่

ตำรวจ ปอท. ระบุเพจที่โพสต์รับอุปการะเด็กจากแม่ที่ท้องไม่พร้อม อาจเข้าข่ายความผิดทาง พรบ.คอมพิวเตอร์ พร้อมตรวจสอบ และประสานกับ ปคม. ว่าเข้าข่ายการค้ามนุษย์หรือไม่    วันที่ 10 ก.ย. หลังจากที่มีการออมาแฉพฤติกรรมของกลุ่มเฟซบุ๊ก และเพจเฟซบุ๊ก ที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อทำการประกาศ รับซื้อ-ขาย เด็กทารก จากแม่ที่ท้องไม่พร้อม โดยมีการโพสต์ภาพทารก พร้อมกับประกาศหาทารกอย่างโจ่งแจ้ง   และยิ่งเป็นที่น่าตกใจหนักไปกว่านั้น เพราะไม่ได้มีแค่กลุ่มและเพจเดียว เมื่อมีการตรวจสอบดูพบว่า มีกลุ่มเฟซบุ๊กและเพจเฟซบุ๊กในลักษณะดังกล่าวเป็นจำนานมากนั้น    ล่าสุด พันตำรวจเอกศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. เปิดเผยถึงกรณีที่มีเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า รับอุปการะเด็กจากแม่ที่ท้องไม่พร้อม ที่มีการโพสต์ขอรับอุปการะเด็กแลกกับเงินนั้น ทาง ปอท. ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้น การกระทำดังกล่าว ยังไม่มีความชัดเจนว่าเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับ พรบ.คอมพิวเตอร์หรือไม่    แต่จะหลังจากนี้จะไปดำเนินการตรวจสอบ เพราะเชื่อว่าอาจจะมีอีกหลายเพจที่มีการกระทำในลักษณะดังกล่าวพร้อมจะประสานไปยัง กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ว่าเข้าข่ายหรือไม่   ทั้งนี้เพจเฟซบุ๊กดังกล่าว ได้เผยแพร่รูปเด็กมาตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งต้องตรวจสอบว่าคนที่รับอุปการะเด็กนั้นจะเข้าข่ายมีความผิดด้วยหรือไม่        ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ชาวเน็ตช็อก! กลุ่ม-เพจเฟซบุ๊ก ประกาศรับซื้อ-ขายทารก จากแม่ท้องไม่พร้อมอื้อ จวก! ค้ามนุษย์

 2,856
การเมือง
06 ส.ค. 62

'โจ นูโว' จ่อฟ้องเพจปลอมสวมชื่อ กุข่าวเรียกร้องรายการ 'บิ๊กตู่' คืนจอ

จากกรณีมีเพจเฟซบุ๊กใช้ชื่อ 'โจ นูโว จิรายุส วรรธนะสิน' ได้มีการเผยแพร่ข้อความว่า เจ้าของเพจได้เป็นคนที่เรียกร้องให้ พล.อ.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้จัดรายการทุกคืนวันศุกร์เหมือนครั้งที่ยังเป็น คสช. เหมือนเดิม   โดยระบุว่า “ผมเป็นคนเรียกร้อง ให้นายกออกมาทำรายการสื่อสารกับพี่น้องประชาชนเหมือนสมัย คสช. เองครับ”   แต่ต่อมามีการรายงานว่าแฟนเพจดังกล่าว เป็นเพียงเพจปลอม ที่มีจุดประสงค์สร้างขึ้นมาเพื่อแสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยการแอบอ้างใช้ชื่อของ 'โจ นูโว' ทำให้หลังมีการโพสต์ดังกล่าวออกไป มีหลายคนเข้าใจผิด   จากการตรวจสอบพบว่าเฟซบุ๊กดังกล่าว มีคนติดตามแค่ 125 คน อีกทั้งยังโพสต์ว่าผู้จัดการวงคือ "พี่หมี" เรียกค่าตัวในการแสดงดนตรี 1 ชม. 5 หมื่น เล่นได้แค่ 5 เพลง หากเล่น 2 ชม. เรียกค่าจ้าง 7 หมื่น   ต่อมาทางโจ นูโว ได้ออกมาโพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว โดยระบุข้อความเพียงสั้นๆว่า “ปลอมมากๆ ฟ้องได้ จะแจ้ง ปอท. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) พร้อมยืนยันว่าจะเดินทางไปฟ้องร้องในวันพุธนี้ (7 ส.ค.62) ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4DSFCbuNgjc

 978
สังคม-อาชญากรรม
23 ก.ค. 62

'บลู' รับเปิดกลุ่มวีไอพีจริง แต่คัดกรองก่อน มองแต่งกายวาบหวิวเป็นศิลปะ ยันชัดไม่ใช่มือที่สาม

'บลู จิรารัตน์' พริตตี้สาว นำหลักฐานเข้าชี้แจงพนักงานสอบสวน ปอท. หลังถูกออกหมายเรียกนำเข้าข้อมูลลามก แจงไม่ได้โชว์ต่อสาธารณชน แต่มีการคัดกรองบุคคลเข้ากลุ่ม VIP พร้อมเปิดใจ ไม่ได้เป็นมือที่ 3 และไม่ได้เป็นบุคคลในภาพคลิปโชว์รูมรถ    วันที่ 23 ก.ค. นางสาวจิรารัตน์ ชานันโท หรือ บลู พริตตี้สาว ที่เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ตามหมายเรียก ตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (4) ข้อหานำข้อมูลลามกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์    โดยภายหลังการเข้าพบพนักงานสอบสวน ทาง พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการ ปอท. และโฆษก บก.ปอท. พร้อมด้วย นางสาวจิรารัตน์ และ นายอนุชา พุทธวรคุณ ทนายความส่วนตัว ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ยอมรับว่ามีการเปิดกลุ่มสมาชิก VIP จริง มีสมาชิกประมาณ 200-300 คน โดยเป็นคนดำเนินการเองทั้งหมด และจะการเก็บเงินตามความเหมาะสม โดยจะมีการคัดกรองบุคคลที่เข้าร่วมกลุ่มว่าบุคคลนั้น มีวุฒิภาวะหรือไม่ ซึ่งไม่ได้สามารถเข้าถึงแบบสาธารณะ สำหรับเนื้อหาที่มีการพูดคุยในกลุ่ม ก็เป็นการทักทายแฟนคลับตามปกติ แต่อาจจะมีการแต่งกายวาบหวิวไปบ้าง ซึ่งมองว่าเป็นศิลปะ    ทั้งนี้ยอมรับว่ารู้สึกกังวลมากเพราะอัตราโทษสูง แต่วันนี้ได้นำหลักฐานมามอบให้กับเจ้าหน้าที่แล้วก็สบายใจขึ้น เนื่องจากเป็นหลักฐานที่ทำให้เห็นว่าสิ่งที่ทำไปอาจไม่เหมาะ แต่ไม่ได้เผยแพร่ต่อประชาชนทั่วไปที่เข้าถึงได้แบบสาธารณะ และในตอนนี้จึงมีการระงับกลุ่มไว้ก่อน เพราะจะต้องศึกษาข้อกฎหมายให้ละเอียดกว่านี้ ว่าสามารถทำอันไหนได้บ้าง    พร้อมกันนี้ยังเปิดใจถึงประเด็นที่ตกเป็นมือที่สามของระหว่าง ซัน ประชากร และ ต้นหอม ศกุลตลา ว่า ตอนนี้เรื่องก็เงียบลงแล้ว เพราะพี่ทั้งสองคนได้ออกมาให้สัมภาษณ์แล้ว ยืนยันว่าทั้งภาพ และคลิปต่าง ๆ ไม่ว่าจะที่โชว์รูมรถหรู หรือที่คอนโดมิเนียม ไม่ใช่ตัวเองแน่นอน และไม่ได้เป็นมือที่สามที่ทำให้ความรักของคนทั้งคู่ต้องเลิกลา    ปัจจุบันก็ไม่ได้มีการติดต่อกับซันแล้ว อาจมีบ้างที่ช่วงเป็นข่าว เพราะได้ติดต่อมาเพื่อขอโทษที่ทำให้เดือดร้อน ที่ผ่านมาพยายามเงียบมาตลอดไม่อยากให้เรื่องบานปลาย แต่ยิ่งเงียบก็เหมือนยิ่งบานปลาย วันนี้จึงตั้งใจจะมาบอกว่าเราไม่ใช่มือที่สามแน่นอนส่วนบุคคลที่ยังไม่หยุดเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จ ก็จะพิจารณาแจ้งความ    ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า ภายหลัง พ.ต.อ.ขวัญชัย สอบปากคำนานร่วม 1 ชั่วโมงครึ่งแล้ว ในวันนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา นำเข้าข้อมูลลามกอนาจารสู่ระบบฯ ต่อนางสาวจิรารัตน์ ซึ่งเจ้าตัวมาให้ปากคำในฐานะพยานจากกรณีที่เกิดขึ้น พร้อมนำเอกสารมาประกอบคำให้การ ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินการตามกฎหมายต่อไป    

 4,182
สังคม-อาชญากรรม
23 ก.ค. 62

มาตามนัด 'บลู จิรารัตน์' พริตตี้สาวเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ปอท. แล้ว

'บลู จิรารัตน์' พริตตี้สาว เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ต่อพนักงานสอบสวน ปอท. แล้ว แต่ยังไม่ให้สัมภาษณ์ใด ๆ    วันที่ 23 ก.ค. เมื่อเวลา 10.15 น. นางสาวจิรารัตน์ ชานันโท หรือ บลู พริตตี้สาว เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ตามหมายเรียก ตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (4) ข้อหานำข้อมูลลามกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์    โดยบลู ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใด ๆ กับสื่อมวลชน ก่อนที่จะเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน    โดยการออกหมายเรียกครั้งนี้สืบเนื่องจากการที่มีการโพสต์ข้อครมเฟสบุ๊ก เชิญชวนให้ร่วมเข้ากลุ่ม VIP โดยมีการเก็บค่าเข้าคนละ 300-500 บาท        อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘บลู จิรารัตน์’ เลื่อนนัดรายงานตัว บก.ปอท. อ้างติดภารกิจ เล็งเข้าพบอีกที 23 ก.ค.นี้ เดือด! จวกกลับคนเม้นท์ด่า    

 2,598
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 ก.ค. 62

ปอท.สั่งตรวจสอบ ภาพชายแต่งกายคล้ายพระ-สามเณร ชวนให้เข้ากลุ่มลับดูโชว์สยิว

จากกรณี เพจสำนักข่าวเจริญพวง โพสต์ภาพและข้อความเชิญชวนเข้ากลุ่มลับเฉพาะ โดยมีข้อความว่า สนใจเข้ากลุ่มทักแชทมาครับค่าเข้า 100 เดียว เปิดกล้อง 200 ไม่เห็นหน้านะครับ หาค่าเทอม ซึ่งในภาพเป็นชายหนุ่มนุ่งผ้าเหลืองคล้ายพระสงฆ์ และสามเณร ทำท่าทางไม่เหมาะสม ทั้งโชว์ของลับ และนอนสวมกอดกัน โดยอ้างว่าผู้ที่ปรากฎอยู่ในภาพเป็นพระสงฆ์ และสามเณรของวัดแห่งหนึ่งเป็น   ล่าสุด ทาง พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ( บก.ปอท. ) ในฐานะโฆษก บก.ปอท.กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวถือว่าเข้าข่ายความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ หากเป็นภาพที่ลามกอนาถจาร หรือส่อให้เกิดกามรมณ์ โดยได้สั่งการให้ทีมสืบสวนตรวจสอบภาพดังกล่าวและกลุ่มไลน์นี้แล้ว    ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ ปอท.ได้รับเรื่องร้องเรียนปล่อยครั้ง ซึ่งยังไม่สามารถระบุว่า พระ-เณรที่ปรากฎในภาพ เป็นพระจริงหรือไม่ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น พบว่าเมื่อเป็นข่าวกลุ่มลับต่างๆ นี้ก็จะหายไปลบทิ้ง และก็จะสร้างขึ้นมาใหม่ซึ่งคนที่ทำก็เพื่อหารายได้ เรียกรับเงินจากการโชว์ภาพและคลิปลามกอนาจาร   ภาพจาก  สำนักข่าวเจริญพวง  

 3,756
บันเทิง
11 ก.ค. 62

‘บลู จิรารัตน์’ เลื่อนนัดรายงานตัว บก.ปอท. อ้างติดภารกิจ เล็งเข้าพบอีกที 23 ก.ค.นี้ เดือด! จวกกลับคนเม้นท์ด่า

ไปกันที่ความคืบหน้าเรื่องของ ‘บลู จิรารัตน์’ เน็ตไอดอลและพริตตี้ชื่อดัง ที่ถูกโยงเป็นมือที่สามของอดีตคู่รัก ‘ซัน ประชากร’ และ ‘ต้นหอม ศกุนตลา’ จากนั้นชาวเน็ตก็ออกมาแฉว่า ‘บลู’ ได้เปิดกรุ๊ปไลน์ VIP โชว์หวิว เรียกเก็บเงินสมาชิกคนละ 300 – 500 บาท และทาง บก.ปอท. ก็ได้ออกมาบอกว่าเป็นการเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ และได้เรียก ‘บลู’ ให้เข้าไปรายงานตัวและชี้แจงเมื่อวานนี้ (วันที่ 10 กรกฎาคม)   แต่สรุปว่าเมื่อวานนี้ ‘บลู’ ไม่ได้เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ บก.ปอท. โดยให้ทนายความส่วนตัวติดต่อพนักงานสอบสวน ขอเลื่อนนัดออกไปก่อน โดยให้เหตุผลว่า ตนเองรับงานต่างจังหวัดไว้ ก่อนหน้าที่จะได้รับหมายเรียก และหมายเรียกก็มาถึงกระชั้นชิดเกินไป จึงไม่สะดวกเดินทางมาพบ  ซึ่งพนักงานสอบสวน ก็ได้เลื่อนนัดออกไปเป็นวันที่ 23 กรกฎาคม เวลา 10.00 น. และถ้าหาก ‘บลู’ ไม่เดินทางไปพบพนักงานสอบสวนอีก ก็จะมีการออกหมายเรียกเป็นครั้งที่ 3 และหากไม่ไปพบอีก ก็จะพิจารณาออกหมายจับต่อไป    ส่วนความเคลื่อนไหวในอินสตาแกรมของ ‘บลู’ บอกเลยว่ากำลังเดือดมาก โดยล่าสุด ‘บลู’ ได้โพสต์ภาพชุดว่ายน้ำของตัวเองลงอินสตาแกรม พร้อมข้อความว่า  “What the f…..?”      ซึ่งก็มีทั้งคนที่เข้าไปให้กำลังใจ และคนที่ด่าทอ ซึ่งครั้งก่อนๆ  ‘บลู’ ก็ไม่ได้ตอบโต้หรือคอมเม้นต์ตอบกลับใคร แต่ครั้งนี้ ตอบทุกคอมเม้นต์ โดยเฉพาะคอมเม้นต์ที่ด่า เธอก็ด่ากลับแบบรุนแรงไม่แพ้กัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UDRDED785LU

 1,853
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.ค. 62

‘บลู’ เลื่อนพบ ปอท. ปมโพสต์โชว์หวิวในกลุ่มลับ แจงติดภารกิจต่างจังหวัด เพิ่งได้รับหมายเรียก

‘บลู’ ประสานแจ้ง พงส.ปอท. ไม่สะดวกมาพบวันนี้เพราะติดภารกิจอยู่ต่างจังหวัด และเพิ่งได้รับหมาย ขอเลื่อนออกไปก่อน  พงส.พิจารณามีเหตุผลอนุญาตเลื่อนเป็นวันที่ 23 ก.ค.เวลา 10.00 น.   จากกรณีที่ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. โฆษก บก.ปอท.แจ้งว่า ร.ต.อ.ศตวรรษ แวงแสน รอง สว.(สอบสวน) บกปอท.ได้มีหมายเรียก น.ส.จิรารัตน์ ชานันโท หรือ ‘บลู’ พริตตี้ชื่อดัง ซึ่งประกาศให้ผู้ใช้แชทสมัครเข้ากลุ่มเพื่อชมการโชว์ภาพหวิวสื่อลามกโดยเก็บค่าสมาชิกภายหลัง   ล่าสุด วันที่ 10 ก.ค. 62 เมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ เปิดเผยว่าเมื่อช่วงเช้า น.ส.จิรารัตน์ ได้ให้ทนายความส่วนตัวติดต่อพนักงานสอบสวนขอเลื่อนนัด โดยอ้างเหตุผลว่าติดภารกิจอยู่ต่างจังหวัด และอ้างว่าเพิ่งได้รับหมายเรียกเมื่อวาน (9 ก.ค.) กระชั้นชิดเกินไปจึงไม่สามารถมาพบพนักงานสอบสวนตามที่มีหมายเรียกไปได้   ร.ต.อ.ศตวรรษ พิจารณาแล้วมีเหตุอันควร จึงอนุญาตให้เลื่อนเป็นวันที่ 23 ก.ค.เวลา 10.00 น. หากวันนั้น น.ส.จิรารัตน์ ไม่เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนอีก ก็จะมีการออกหมายเรียกอีกครั้ง หากไม่มาอาจพิจารณาออกหมายจับต่อไป    โดยระหว่างนี้ทางตำรวจ ปอท. จะเก็บรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง มาพิจารณาประกอบเนื้อหาตาม มาตรา 14(4) พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นั้น มีวัตถุประสงค์เอาผิดผู้นำข้อความลามกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ลักษณะอาจจะทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ โดยบรรทัดฐานตามแนวการวินิจฉัยของศาลฎีกานั้น ยึดแนวทางการส่งข้อความ หรือ การแสดงออกในทางยั่วยุกามารมณ์ ในระบบคอมพิวเตอร์ที่แพร่หลายหรือให้ประชาชนทั่วไปมีโอกาสเข้าถึง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง 'บลู' งานเข้า บก.ปอท.เตรียมเอาผิดตั้งกลุ่ม vip โชว์หวิว เจ้าตัวโพสต์ยันไม่ใช่มือที่ 3 'ต้นหอม-ซัน' บอกข่าวทำชีวิตพัง    

 2,122
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.ค. 62

สาวเจ้าของโพสต์ ‘นวยคนดี’ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ยันเรื่องจริง ขอสู้ในชั้นศาล

แม่ค้าออนไลน์สาวโพสต์ ‘นวยคนดี เก็บกระเป๋าส่งคืน’ เข้าพบ พงส.ปอท. รับทราบข้อหา พรบ.คอม 14 (1) นำข้อมูลอันเป็นเท็จฯ เข้าสู่ระบบคอม อัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ ยังยืนยันเป็นเรื่องจริง ขอใช้สิทธิต่อสู้คดีในชั้นศาล   เมื่อวานนี้ (8 ก.ค.) เวลาประมาณ 15.00 น. หญิงสาวเจ้าของบัญชีเฟซบุ๊กผู้โพสต์เรื่องราวว่า ทำกระเป๋าเงินหรูหล่นหาย แล้วมีพลเมืองดีชื่อ ‘นวย’ เก็บได้และส่งไปรษณีย์มาคืน เดินทางท่พร้อมทีมทนายความ 2 คน เข้าพบ ร.ต.อ.ปิยวัฒน์ ปริญญา รอง สว.(สอบสวน)กก.3 บก.ปอท.เพื่อรับทราบข้อกล่าวหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 (1) โดยผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ และยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นความจริง ขอใช้สิทธิต่อสู้คดีในชั้นศาล   ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ฐานะโฆษก บก.ปอท. กล่าวว่าผู้ต้องหาได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเมื่อวานนี้ เพื่อรับทราบข้อหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 (1) ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (1) โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา   สำหรับการให้การปฏิเสธนั้น เป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา เป็นเรื่องในคดีที่ต้องมีการต่อสู้พิสูจน์ความจริงตามพยานหลักฐานในชั้นศาลต่อไป   ตนอยากจะฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังใช้สื่อโซเชียล โดยเฉพาะการโพสต์หรือส่งต่อข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ต้องคิดและตรวจสอบข้อมูลก่อนโพสต์ ควรโพสต์สิ่งที่เป็นความจริง ไม่สร้างความสับสนให้กับสังคม เพราะหากที่นำข้อมูลที่เป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยมีเจตนาทุจริต และอาจเกิดความเสียหายกับประชาชน อาจเข้าข่ายความผิดที่จะถูกดำเนินคดีตามฐานความผิดดังกล่าวได้ จะมาอ้างที่หลังว่าไม่รู้กฎหมาย หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์คงไม่ได้ เพราะกฎหมายบัญญัติไว้อย่างชัดเจน   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ปอท.ออกหมายเรียก สาวโพสต์กุเรื่อง 'นวยคนดี ส่งคืนกระเป๋าหรู' ผิด พ.ร.บ.คอมฯ ถ้าไม่มาเจอหมายจับแน่    

 6,529

Top