ค้นหา :

ผลการค้นหา "มีนบุรี"

สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ย. 62

น้องเขยโหด ลวงฆ่าพี่สะใภ้วัย 18 ปีก่อนหมกศพในป่ากก

เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.มีนบุรี รับแจ้งมีผู้พบศพหญิงสาวภายในพงหญ้าซึ่งเป็นป่ากก ภายในซอยสุวินทวงศ์ 24 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี   ที่เกิดเหตุเป็นซอยเปลี่ยว พบศพหญิงสาวสวมชุดนอนลายเป็ดสีเหลือง สภาพศพนอนจมน้ำอยู่ในป่ากก บริเวณพงหญ้ารกสุดซอย โดยมีชาวบ้านและญาติผู้ตายยืนมุงดูเป็นจำนวนมาก   ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 1 ราย ทราบชื่อ นายณัฐพงศ์ สุขเจริญ อายุ 22 ปี มีบาดแผลบวมปูดบนใบหน้า จากการถูกรุมประชาทัณฑ์จากชาวบ้านและญาติผู้ตายสลบไม่ได้สติ เจ้าหน้าที่เร่งทำการปฐมพยาบาลก่อนนำส่ง รพ.นวมินทร์ 9 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจตามไปควบคุมตัวอย่างใกล้ชิด   ขณะที่ผู้ตายคือ นางสาวปริศนา เนียมกล่ำ อายุ 18 ปี ซึ่งหายออกจากบ้านไปตั้งแต่ เวลา 04.00 น. ของวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา โดยได้ออกไปกับนายณัฐพงศ์ ผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็นเพื่อนกับนายธวัชชัย ตำราเรียง อายุ 19 ปี สามีผู้ตายและมีศักดิ์เป็นน้องเขย ได้เข้ามาหาที่บ้านพักย่านสุวินทวงศ์ 22   พร้อมอ้างว่าสามีของผู้ตาย ดื่มสุราเมาไม่ได้สติอยู่ที่ปั๊มน้ำมันพีที ริมถนนสุวินทวงศ์ จึงให้ไปช่วยพาตัวกลับบ้าน ตัวนายณัฐพงศ์จึงขับรถจักรยานยนตร์ พานางสาวปริศนาออกมา กระทั่งเวลา 05.00 น. นายณัฐพงศ์ได้โทรศัพท์ไปบอกสามีของผู้ตายที่กำลังทำงานอยู่ร้านติดฟิล์มรถยนต์ว่า ถูกทำร้ายร่างกาย จนรถล้มอยู่ภายในซอยสุวินทวงศ์ 24 ขอให้มาช่วยเหลือ   กระทั่งสามีผู้ตายเดินทางมาถึง เห็นนายณัฐพงศ์ถูกรถ จยย.ล้มทับอยู่ที่กลางซอยเนื้อตัวเปียกปอน จึงเข้าไปช่วยเหลือ และนายณัฐพงศ์ได้บอกอีกว่า แฟนสาวของนายธวัชชัย ได้วิ่งหนีเข้าไปท้ายซอย ฝ่ายสามีผู้ตายจึงออกตามหา พบรองเท้าแตะของ ภรรยาตกอยู่เพียงข้างเดียว แต่ไม่พบตัวผู้ตาย   กระทั่งช่วงเช้าได้ให้ญาติช่วยตามหาทั้งทางสื่อโซเชียลและทางโทรศัพท์ ก็ไม่สามารถติดต่อได้ตลอดทั้งวัน ต่อมาเดินมาถึงจุดที่พบศพพบเห็นแมวจรจัดสีขาวน้ำตาล เดินเข้าไปในพงหญ้าข้างทางห่างจากถนน 10 เมตร ซึ่งใกล้กับจุดที่พบรองเท้าแตะ จึงได้เข้าไปดูอีกครั้งก็พบศพจมอยู่ในน้ำ จึงรีบแจ้งตำรวจ   ซึ่งญาติที่ช่วยค้นหาปักใจเชื่อว่าผู้ก่อเหตุคือ นายณัฐพงศ์ ซึ่งอยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้าย จึงได้ไปตามหาตัวที่บ้านพักย่านเสรีไทย ซึ่งขณะนั้นนายณัฐพงศ์นอนอยู่กับภรรยา เมื่อพบตัวก็ได้คาดคั้นสอบถาม ก่อนที่นายณัฐพงศ์จะพูดจา วกวนคล้ายคนเมายาเสพติดว่าขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจที่จะฆ่าและรับอีกว่า ร่วมกับเพื่อน 4-5 คน รุมทำร้ายผู้ตายก่อนนำศพมาอำพรางในจุดดังกล่าว   ต่อมาญาติผู้ตายได้นำตัวนายณัฐพงศ์มาที่เกิดเหตุ ก่อนจะถูกชาวบ้านและญาติอีกบางส่วนที่เฝ้ารอ รุมประชาทัณฑ์จนได้รับบาดเจ็บจนสลบก่อนที่ตำรวจจะรีบกันคนไม่เกี่ยวข้องให้ออกไปพ้นบริเวณ และนำตัวส่งโรงพยาบาล นวมินทร์ 9   ตร.สน.มีนบุรี เผยว่า ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบบาดแผลการถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด ส่วนประเด็นจะมีการถูกข่มขืนหรือไม่   ต้องรอผลชันสูตรอย่างละเอียดจากแพทย์ หลังจากนี้จะสอบสวนพยานแวดล้อม และผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุม โดยจะทำการสอบสวนว่ามีผู้อื่นร่วมด้วยหรือไม่ เพื่อหาข้อสรุปในการก่อเหตุครั้งนี้ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LTBIjbYxgQg

 19,109
สังคม-อาชญากรรม
28 ส.ค. 62

หนุ่มเมาคลั่ง ไล่ฟันเด็ก 11 เจ็บสาหัส แค้นหลานได้ของกินเยอะกว่า

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี รับแจ้งเหตุชายคลั่งทำร้ายเด็กชาย อายุ 11 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่เกิดเหตุอยู่ภายในซอยรามคำแหง 164   โดยย่าของ ด.ช.ธนัท สุขใจอารี อายุ 11 ปี ซึ่งเป็นผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ชายคลุ้มคลั่งคือนายณัฐพงษ์ ขำวิลัย ซึ่งเป็นเครือญาติกัน ในช่วงเกิดเหตุ ด.ช.ธนัทนั่งเล่นมือถืออยู่ในห้องนอน เมื่อผู้ก่อเหตุเห็นไม่มีใครอยู่กับคนเจ็บจึงสบโอกาสก่อเหตุใช้มีดด้ามยาว ซึ่งปกติจะมีไว้ตัดหญ้า ฟัน ด.ช.ธนัทไม่ยั้ง จนกระทั่งเป็นแผลฉกรรจ์   หลังถูกฟัน หลานวิ่งออกมานอกบ้าน เพื่อร้องให้คนช่วย ก่อนจะวิ่งมาหมดสติที่บริเวณหน้าบ้าน ส่วนคนก่อเหตุยังคลั่งอยู่ โดยตาของเด็ก ซึ่งเป็นพ่อคนก่อเหตุ พยายามห้ามไว้ ก็ถูกทำร้ายไปด้วยเช่นกัน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมา จึงคุมตัวไปที่โรงพัก   เบื้องต้นตรวจเจอสารเสพติดในร่างกาย แต่ก็ไม่ทราบว่าคนก่อเหตุเสพยา เพราะปกติเห็นแต่จะดื่มสุราเป็นประจำเท่านั้น ปกติไม่เคยทำร้ายคนในครอบครัว ส่วนตัวคิดว่าเป็นปมมาจากคนก่อเหตุน้อยใจและแค้นเด็ก เนื่องจากแม่ของคนก่อเหตุมักจะให้ของกินกับเด็กทุกอย่าง   ขณะนี้อาการคนเจ็บค่อนข้างสาหัส เนื่องจากแผลค่อนข้างกว้าง อีกทั้งแพทย์ระบุว่าอาจจะต้องพิการ แขนใช้งานไม่ได้ คนเจ็บยังมีแผลตามใบหน้า และร่างกายอีกหลายแห่ง ซึ่งคนก่อเหตุเคยอยู่สถานพินิจมาแล้วครั้งหนึ่ง เนื่องจากมีปัญหาเรื่องยาเสพติด เพิ่งพ้นโทษออกมาได้ไม่นานก็มาก่อเหตุซ้ำอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EakC20aiUjg

 1,532
ข่าวภูมิภาค
09 พ.ค. 62

พระวอนจับโจรใจบาป ตระเวนจับปลาเขตอภัยทานวัดไปขาย หลักฐานคาตายังด่าพระกลับ

เป็นอีกหนึ่งคดีที่พระต้องขึ้นโรงพักแจ้งความ เพราะมีโจรใจบาป แอบมาขโมย ลากอวกจับปลาสวายหน้าวัดเขตอภัยทานไปขาย   นี่คือภาพวงจรปิด ช่วงนาทีเรือหาปลาพายออกมาจากใต้สะพาน จะเห็นว่า มีคนก่อเหตุสองคนพายเรือเข้ามาเลาะริมตลิ่งของวัด เพื่อขโมยปลาสวายในเขตอภัยทานของวัด   เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่วัดแสนสุข เขตมีนบุรี ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พบว่าวัดอยู่ติดริมคลองแสนแสบ ที่ตลิ่งเขียนป้ายชัดเจนเป็นเขตอภัยทาน มีปลาสวายจำนวนมากในคลอง ในแต่ละวัน มีญาติโยมมาให้อาหารปลาทำบุญทำทานจำนวนมาก   แต่ก็ยังมีโจรมาขโมยปลาบริเวณหน้าวัด โดยพระหนุ่ม กลิ่นจันทร์ พระลูกวัดแสนสุข เล่าว่า กลุ่มโจรที่มาขโมยปลานั้นก่อเหตุมาหลายปีแล้ว ในแต่ละครั้งก็ได้ปลาสวายไปไม่ต่ำกว่า 500 กิโลกรัม และก่อเหตุเดือนละไม่ต่ำกว่า 2 ครั้งจะเว้นช่วงเข้าพรรษา 3 เดือน   แต่ช่วงปี 62 มานี้ มีการก่อเหตุถี่ขึ้น ล่าสุดก็เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มโจรกลุ่มนี้ก็มาอีก ใช้วิธีการคือ ลากอวนให้ปลาติดตาข่าย พอลงตาข่ายเสร็จ ก็จะไปวางยาปลา เป็นกลุ่มสารเคมีที่มีกลิ่นเหม็นที่เหนือน้ำ เพื่อต้อนให้ปลาว่ายหนีกลิ่นสารเคมี มาลงอวนที่ดักไว้ จากนั้นก็นำอวนขึ้น ได้ปลาจำนวนมาก เพราะปลาหน้าวัดชุมและตัวใหญ่ บางครั้งพระมาเจอตอนที่กลุ่มโจรกำลังลากอวน ก็ขับเรือหนี พระลูกวัดก็ช่วยกัน ลากอวนขึ้นมาเอาปลาออกจากตาข่าย   ที่ผ่านมาพระลูกวัดต้องช่วยกันสลับเวรยามคอยไล่กวดกลุ่มโจรพวกนี้ไม่ให้จับปลา แต่กลุ่มโจรนี้ก็ด่าพระกลับว่า ปลาที่จับไม่ใช่เขตอภัยทาน และไม่ได้ก่อเหตุแค่วัดแสนสุข  ยังมีหลายวัดริมคลองแสนแสบ ก็ถูกโจรกลุ่มนี้ขโมยปลาเช่นกัน   พระหนุ่มยังกล่าวว่า ได้นำหลักฐานต่างๆส่งให้ตำรวจสน.มีนบุรีแล้ว และขอให้ตำรวจจัลกุมคนเหล่านี้มาดำเนินคดี เพราะสร้างความเดือดร้อนให้กับวัดและพระ พร้อมฝากไปถึงกลุ่มคนที่ก่อเหตุหยุดพฤติกรรม ไปทำมาหากินอย่างสุจริต อย่ามักง่าย เพราะเป็นการกระทำที่บาป   ในส่วนของการดำเนินคดีนั้น พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี พอได้เบาะแสกลุ่มคนก่อเหตุแล้ว และอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเรียกตัวมาสอบปากคำ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/brz15XLBj_Q

 2,845
สังคม-อาชญากรรม
26 เม.ย. 62

หนุ่มเครียดฆ่าปาดคอยกครัวหนีหนี้ สลด เมีย-ลูกดับ 3 ศพ ตัวเองสาหัส แฉต้องจ่ายดอกวันละ 8 พัน

ตร.สน.มีนบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกมีดปาดคอเสียชีวิตจำนวน 3 ราย ภายในร้านเอ็นซี ออโต้ซาวด์ ร้านรับติดตั้งเครื่องเสียง ถนนหทัยราษฎร์     พบผู้เสียชีวิต 3 ราย ศพแรกชื่อ นางสาวกิ่งแก้ว พงศ์ไพโรจน์ ถูกปาดคอหันหลังให้ประตูทางเข้าพร้อมกอดศพทารกหญิง ทราบชื่อเล่น น้องฟิล์ม วัย 1 ขวบ ไว้ ในจุดเกิดเหตุยังพบ และศพน้องใบเฟิร์น วัย 5 ขวบถูกปาดคอเช่นกัน ใกล้ๆกันพบร่างนายณัฐศักดิ์ หรือนัท คำเขิน นอนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งนายนัทเป็นเจ้าของร้านดังกล่าว และเป็นสามีของนางสาวกิ่งแก้ว และเป็นพ่อแท้ๆของเด็กทั้งสองราย   เพื่อนบ้านเล่าว่า นายนัทมีการบ่นกับเพื่อนสนิทถึงเรื่องหนี้สิน และมีอาการเครียดเนื่องจากหาเงินส่งดอกเบี้ยให้เจ้าหนี้นอกระบบไม่ทัน เมื่อเดินไปตรวจสอบพบว่าหน้าร้านมีผ้าใบสีเขียวปิดอยู่ จึงมีการพยายามเรียกแต่ไม่มีผู้ตอบ จึงเดินเข้าไปดูและพบภรรยาและลูกของนายนัทเสียชีวิต ในขณะที่นายนัทยังร้องครวญคราง จากอาการบาดเจ็บ จึงมีการประสานเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ และเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ   ในเบื้องต้นจากการสอบถามพยานที่พบเหตุการณ์รวมถึงญาติของนายนัทและผู้ตาย เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้ มาจากความเครียดในเรื่องหนี้สิน ซึ่งต่อจากนี้จะต้องรอสอบปากคำนายนัทอีกครั้งถึงสาเหตุที่แท้จริง ส่วนข้อมูลที่มีการพูดถึงหนี้สินของนายนัท ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้เจ้าหนี้นอกระบบสูงถึงวันละ 8,000 บาทนั้น ขณะนี้ได้มีการสั่งการให้ฝ่ายสืบสวน สน.มีนบุรี ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบจุดเกิดเหตุ เพื่อหากลุ่มเจ้าหนี้รายนี้   เนื่องจากมีข้อมูลว่าก่อนเกิดเหตุในช่วงเวลาบ่ายโมงมีรถกระบะสีดำมาจอดหน้าร้าน และมีกลุ่มชายฉกรรจ์ลงมาทวงหนี้ที่หน้าร้าน แต่เห็นหน้าร้านมีผ้าใบสีเขียวคลุมไว้ ก่อนที่กลุ่มชายฉกรรจ์จะมีการสอบถามกับเพื่อนบ้าน และเพื่อนบ้านบอกว่าไม่มีใครพบเห็นนายนัทตั้งแต่ช่วงเช้า กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวจึงเดินทางกลับ   โดยแก๊งทวงหนี้จะมาทวงเป็นประจำทุกวัน แต่ไม่ได้ใช้ความรุนแรงแต่อย่างใด โดยผู้ตายเป็นหนี้นอกระบบมาแล้ว 4 เดือน และพฤติกรรมของผู้ตายจะไม่ดื่มเหล้าและไม่สูบบุหรี่ แต่มีหนี้สินนอกระบบเท่านั้น   ด้านญาติเผยเจ้าหนี้โทรมาทวง แต่ทางนายนัทขอผลัดไปก่อน แต่ทางนั้นก็ไม่ยอม เจ้าหนี้ยังท้าว่า ถ้าจะฆ่าตัวตายด้วยเงิน 2 หมื่นบาทก็ให้ฆ่าไปเลย   ทั้งนี้ ตร.จะหาหลักฐานภาพวงจรในช่วงเวลาดังกล่าว ก็จะช่วยให้สามารถหาตัวกลุ่มชายฉกรรจ์ ดังกล่าวมาสอบถามถึงข้อเท็จจริง เรื่องหนี้สินเพื่อดำเนินการทางคดีต่อไปหากพบว่ามีการเรียกเก็บดอกเบี้ยสูงกว่ากฏหมายกำหนด พร้อมกันนี้ได้ให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบเพื่อนสนิทของนายนัทว่ามีคนใดมีข้อมูลเรื่องหนี้สิน หรือเป็นผู้ค้ำหรือไม่ เพื่อช่วยให้สามารถระบุตัวกลุ่มเจ้าหนี้นอกระบบรายนี้ได้เร็วขึ้น ส่วนการดำเนินการทางคดีกับนายนัท ต้องรอผลการสอบปากคำอีกครั้งก่อนจะมีการเตรียมแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่น แก่นายนัทต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AuakOmIC6yk

 28,904
สังคม-อาชญากรรม
25 ก.พ. 62

จับแล้ว! ผู้ต้องหาแหกห้องขัง 12 วินาที สน.มีนบุรี ตั้งกรรมการสอบสิบเวร ประมาทเลินเล่อ

จากกรณีนายอิสรา เลาะมณี อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ หลบหนีออกจากห้องขังของสน.มีนบุรี ไปเมื่อช่วงค่ำวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาแหกห้องขังหลบหนีไม่ถึง 12 วินาที โดยเหตุการดังกล่าวกล้องวงจรปิดด้านหน้าห้องควบคุมผู้ต้องหาจำนวน2 ตัวสามารถเก็บภาพไว้ได้ แต่ตำรวจมาทราบเรื่องราวอีกครั้งในเวลาเที่ยงคืนในคืนเดียวกัน   ต่อมาช่วงบ่ายวานนี้ (24 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.มีนบุรี สามารถจับกุมนายอิสระ เลาะมณี ได้แล้ว โดยจับกุมได้ที่ย่านท่าอิฐ จ.นนทบุรี โดยหลังจากผู้ต้องหาหลบหนีจากสน. ก็ได้หนีไปอยู่บ้านพ่อแม่ที่ย่านท่าอิฐ จ.นนทบุรี   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่เตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มแก่ผู้ต้องหา คือ หลบหนีในระหว่างการถูกคุมขังของเจ้าพนักงาน นอกจากนี้จากการตรวจสอบยังพบว่าทางผู้ต้องหามีหมายจับหลายท้องที่ในพื้นที่ บช.น. ซึ่งก็จะได้ให้สน.ต่างๆ ที่มีหมายจับของผู้ต้องหาทำการอายัดตัวผู้ต้องหาต่อไป   ส่วนตำรวจที่รับผิดชอบดูแลผู้ต้องหา ก็จะตั้งกรรมการสอบว่ากระทำการประมาทเลินเล่อให้เกิดเหตุนี้หรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IfvfczoVnDA

 1,053
สังคม-อาชญากรรม
27 ก.ย. 61

ขสมก.จัดรถเมล์รองรับ 6 เส้นทาง วิ่งรับผู้โดยสาร แทนรถตู้หมดอายุหยุดวิ่ง เริ่ม 1 ต.ค.นี้

จากกรณีรถตู้โดยสารราว 1,800 คัน ในหลายเส้นทางหยุดให้บริการ ในวันที่ 30 ก.ย.2561 เนื่องจากรถมีอายุใช้งานครบ 10 ปี และกรมขนส่งทางบก ไม่ยืดอายุใช้งานให้รถตู้เพิ่ม ซึ่งทำให้ประชาชนที่ใช้บริการรถตู้สัญจรจำนวนมากใน 3 เส้นทางหลัก มีนบุรี-รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้รับความเดือดร้อนนั้น   ล่าสุด ​นายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการตำแหน่ง ผู้อำนวยการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เผยว่า ขสมก. ได้จัดรถโดยสารปรับอากาศวิ่งให้บริการ จำนวน 6 เส้นทาง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้เส้นทาง และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนที่ใช้บริการรถตู้โดยสาร   ทั้งนี้หากเส้นทางที่มีประชาชนใช้บริการเป็นจำนวนมาก ขสมก. จะพิจารณาเพิ่มจำนวนรถโดยสาร ให้เพียงพอต่อความต้องการใช้บริการต่อไป   สำหรับเส้นทางที่ ขสมก. จัดเตรียมรถโดยสารปรับอากาศ เข้ามาให้บริการเพิ่มมีดังนี้ มีนบุรี – จตุจักร จัดรถโดยสารปรับอากาศวิ่งให้บริการ 10 คัน มีนบุรี – ปากเกร็ด จัดรถโดยสารปรับอากาศวิ่งให้บริการ 10 คัน มีนบุรี – ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต จัดรถโดยสารปรับอากาศวิ่งให้บริการ 10 คัน อนุสาวรีย์ชัย – ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต จัดรถโดยสารปรับอากาศวิ่งให้บริการ 20 คัน อนุสาวรีย์ชัย – ม.ธรรมศาสตร์ (รังสิต) จัดรถโดยสารปรับอากาศวิ่งให้บริการ 10 คัน อนุสาวรีย์ชัย – หมู่บ้านเมืองทองธานี (ทางด่วน) จัดรถโดยสารปรับอากาศวิ่งให้บริการ 5 คัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jn5vLZVoVRU  

 3,652
สังคม-อาชญากรรม
26 มิ.ย. 61

ตร.คุมตัว 'วุธ ฆ่าหั่นศพ' ฝากขังผัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว ลั่น "ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็จะไม่ทำ"

ช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ศาลจังหวัดมีนบุรี พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ได้ควบคุมตัว นายธนกฤต ประกอบ หรือ 'วุธ' ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จ.มีนบุรี คดีฆ่าหั่นศพอดีตแฟนสาว มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย. -7 ก.ค. นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น และต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง กับผลพิมพ์รายนิ้วมือผู้ต้องหา โดยพนักงานสอบสวนขอให้ศาลออกหมายขังและขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เพราะเชื่อว่าได้กระทำผิดกฎหมายอาญาร้ายแรง    ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา,ซ้อนเร้น ย้าย ทำลายศพ เพื่อปิดยังการตายฯ และเคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า ซึ่งศพหรือส่วนของศพอันเป็นความผิดตามประมวนกฏหมายอาญา มาตรา 288,199,366(3) ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา    ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้มานำตัวนายธนกฤต ไปที่เรือนจำมีนบุรี ในเวลา 09:40น.   ส่วนการสอบปากคำเพิ่มเติมนายธนกฤษ เมื่อวานนี้ (25มิ.ย.) พ.ต.ท.หญิง สุวิมล มั่นใจ รอง ผกก.สืบสวนสอบสวน สน.มีนบุรี ซึ่งเป็นร้อยเวรเจ้าของคดี เผยว่า ได้ใช้เวลาในการสอบปากเพิ่มเติมนานกว่า 5 ชั่วโมง นายธนกฤต ยังคงให้การและรับสารภาพตามเดิมทุกขั้นตอนตามที่ได้ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งระหว่างการสอบปากคำพนักงานสอบสวนได้แนะนำขั้นตอนในการขอคุ้มครองจากทางศาลยุติธรรม แต่นายธนกฤต บอกว่า เมื่อกล้าทำก็กล้ารับผิด รู้สึกผิดมาก และถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็จะไม่ทำ และตอนนี้ยังอยู่ระหว่างรอผลการตรวจ ทั้ง มีด ผ้าเปื้อนเลือด และหลักฐานอื่นๆจากทางนิติวิทยาศาสตร์ และตลอดระยะเวลาที่ควบคุมตัวจนฝากขังนายธนกฤต ไม่มีอาการทางจิตจึงไม่จำเป็นต้องให้แพทย์ตรวจ เพราะให้การได้ตามปกติทุกอย่าง    นอกจากนี้ พ.ต.ท.หญิง สุวิมล ระบุว่าจากการสอบปากคำนายธนกฤต ยืนยันได้ว่าลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียวจริง มูลเหตุจูงใจมาจากการบรรดาโทสะและหึงหวงผู้ตาย ส่วนการติดต่อญาติหลังจากพ่อแม่เสียชีวิต นายธนกฤตก็ออกจากศาสนาอิสลามมาเป็นศาสนาพุทธจึงทำให้ถูกตัดขาดจากญาติพี่น้อง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 8,704
สังคม-อาชญากรรม
24 มิ.ย. 61

วงจรปิดมัดตัว ที่แท้ฝีมือแฟนเก่าฆ่าหั่นศพสาวผมแดงแยก14ชิ้น ไม่สะท้านยังทำเนียนแชร์ข่าว

ความคืบหน้าคดีสยองพบหญิงสาวผมแดงถูกฆ่าหั่นศพ แยกชิ้นส่วนทั้งส่วนหัว ส่วนลำตัว รวม 14 ชิ้น ใส่กระเป๋าเป้และกระสอบปุ๋ยทิ้งอยู่ในป่าย่านคลองสามวานั้น   ล่าสุดตำรวจ สน.มีนบุรี สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว ทราบชื่อคือ  นายธนกฤษ ประกอบ หรือวุธ ช่างเทคนิคตัดสติ๊กเกอร์และส่งเอกสารของบริษัทแห่งหนึ่ง อดีตแฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นอดีตพนักงานบัญชีแห่งเดียวกัน      จากการสอบสวนนายวุธได้ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือก่อเหตุจริง โดยใช้ผ้าคลุมแล้วทุบจนเสียชีวิต ก่อนจะหั่นร่างแยกชิ้นส่วนแล้วนำไปทิ้งที่ป่า อ้างทำไปเพราะหึงหวงที่แฟนสาวจะกลับไปคืนดีกับอดีตสามีซึ่งมีลูกด้วยกัน     ขณะที่กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพบริเวณหน้าห้องพักของนายวุธย่านมีนบุรี โดยพบว่าเมื่อเวลา 18.44 น. วันที่ 12 มิ.ย. ผู้ตายได้เดินทางมาที่ห้องพักของผู้ก่อเหตุเพื่อเก็บของ โดยมีฝ่ายชายกำลังเปิดประตูห้องพัก จากนั้นเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.เวลา 04.24 น. ฝ่ายชายได้ลากถุงต้องสงสัยออกมาจากภายในห้อง โดยไม่มีผู้ตายออกมาด้วย       นอกจากนี้ยังพบว่านายวุธยังได้โพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์ข่าวฆ่าหั่นศพระบุว่า  “ใจคนสมัยนี้ทำด้วยไรว๊าา เดวยิงกัน เดวฆ่ากัน หั่นคนหยั่งกะหั่นหมู หั่นวัว” พร้อมทั้งแคปภาพที่เจ้าหน้าที่พบศพของผู้ตายมาประกอบและได้พูดคุยตอบโต้ในคอมเมนต์ เหมือนกับไม่มีรู้ไม่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกด้วย     ขณะที่ญาติของผู้เสียชีวิตได้เรียกร้องให้ลงโทษประหารชีวิตผู้ต้องหาให้ตายตกไปตามกัน เพราะหากปล่อยไปก็จะเป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดี เผยคนตายเป็นคนดีเข้ามาทำงานในกทม.เพราะต้องการหาเงินส่งเสียลูกที่กำลังเล็ก                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/NjeUaKl6XGg

 41,874
สังคม-อาชญากรรม
23 มิ.ย. 61

สะเทือนขวัญ! พบสาวผมแดงถูกฆ่าหั่นศพยัดกระเป๋าทิ้งป่าย่านมีนบุรี

พบศพผู้หญิงผมยาวสีแดงถูกฆ่าหั่นศพยัดกระเป๋าและกระสอบปุ๋ย โยนทิ้งอยู่ในป่าหญ้าย่านมีนบุรี คาดเสียชีวิตมาแล้วหลายวันเนื่องจากศพส่งกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง ชี้คนร้ายมีความชำนาญในการใช้มีด   จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ บริเวณข้างทางมีป่ารกพบกระเป๋าเป้สีดำวางอยู่ เมื่อเปิดด้านในมีถุงขยะสีดำอีก 2 ชั้น ภายในยังพบผ้าขนหนูพันไว้อีกรอบ พบศีรษะมนุษย์ ผมยาวสีแดงมีบาดแผลเหมือนถูกเฉือนที่คอ มีกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่ว และยังพบกระสอบปุ๋ยอีก 2 ใบ ห่างจากจุดที่พบกระเป๋าประมาณ 3 เมตร ด้านตำรวจคาดว่าผู้ตายอายุประมาณ 30-35 ปี แต่ไม่มีเอกสารระบุตัวตน คาดฆ่ามาจากที่อื่น ขณะนี้เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อสาวตัวหาผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป                    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/4DaHvx3_PCE

 27,402
ข่าวภูมิภาค
10 มี.ค. 61

จับได้คาหนังคาเขา! โจรย่ามใจย่องขโมยเงินบริจาควัดซ้ำ แต่ไปไม่รอดถูกรวบตัวส่งตร.

วงจรปิดจับภาพคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ภายในวัดบำเพ็ญเหนือ ถนนเสรีไทย 60 ย่านมีนบุรี โดยได้ทรัพย์สินไปประมาณ 30,000 บาท พบคนร้ายย่ามใจกลับมาก่อเหตุซ้ำ แต่ไปไม่รอดถูกรวบตัวไว้ไดทันควัน      ด้าน พระครูสังฆภารวิมล ผู้ช่วยอาวาส เปิดเผยว่า ได้กลับไปย้อนดูกล้องวงจรปิดอีกครั้ง พบว่าก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 7 มี.ค.เคยเข้ามาก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาแล้วและคาดว่าคนร้ายน่าจะกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก จึงให้เจ้าหน้าที่วัดและพระลูกวัดช่วยกันค่อยซุ่มดู จนเมื่อเวลา 20.00 น. พบชายที่มีลักษณะรูปพรรณตรงกับคนร้ายในกล้องวงจรปิดย้อนกลับมาก่อเหตุ ยกกล่องบริจากเพื่อที่จะขโมยเงิน จึงได้เข้าจับกุมในทันที และได้โทรศัพท์เรียกเจ้าหน้ที่ตำรวจ สน.มีนบุรีให้มารับตัวไปดำเนินคดี     เบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุ ชื่อว่า นายมีชัย จอมชัยแสงนภา อายุ 22 ปี มีอาการลักษณะเหมือนคนเมา รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยทำมาแล้ว 3 ครั้ง จนมาถูกจับได้       ชมผ่านยูทูปได้ที่ https://youtu.be/OkC6FAMV82Q

 7,012
สังคม-อาชญากรรม
11 พ.ย. 60

ภรรยาแค้น ซื้อปืนทางเน็ตบุกยิงสามีเจ็บ-กิ๊กสาวดับ ก่อนสำนึกผิดกระโดดสะพานหวังฆ่าตัวตายแต่คนช่วยทัน

เกิดเหตุภรรยาใช้อาวุธปืนบุกยิงสามีได้รับบาดเจ็บสาหัส และภรรยาน้อยเสียชีวิต ภายในแฟลตเอื้ออาทร ย่านมีนบุรี ก่อนจะหลบหนีไป กระทั่งมาพบว่าผู้ก่อเหตุได้ไปกระโดดสะพานพระปิ่นเกล้าพยายามจะฆ่าตัวตายหนีความผิด แต่พลเมืองดีเข้ามาช่วยเหลือเอาไว้ได้ทันควัน   ด้านผู้ก่อเหตุให้การว่า รู้สึกสำนึกผิดกับความผิดที่ได้ทำไปจึงตัดสินใจจะฆ่าตัวตาย โดยยอมรับว่าแยกกันอยู่กับสามีมาได้สักพักแล้ว เนื่องจากสามีไม่ยอมกลับบ้าน จนมาทราบว่าสามีไปคบหากับหญิงคนใหม่มานานกว่า 1 เดือนแล้ว ทำให้บันดาลโทสะสั่งซื้อปืนและกระสุนจากอินเทอร์เน็ต เพื่อนำไปยิงสามี แต่กระสุนพลาดไปถูกผู้ตาย หลังจากนั้นรู้สึกผิดมากจึงนั่งแท็กซี่มากระโดดสะพานแต่ก็ยังมีคนเข้ามาช่วยชีวิตเอาไว้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนท้องที่มีนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/YpYaBFN7wlw      

 7,520
สังคม-อาชญากรรม
01 ส.ค. 60

เสี่ยเอ็ม หลานอาม่า ยกมือไหว้ขอโทษเมียสาว-บีม ศรัณยู โดนตั้ง 3 ข้อหา ศาลสั่งรายงานตัว 4 ครั้ง

จากคดีที่หญิงท้อง 2 เดือน เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.สายไหมว่าถูกนายเอ็ม สามีซึ่งเป็นคนเดียวกับหลานอาม่าที่ขับรถ หรูชนคนบาดเจ็บถึง 2 ครั้ง โดยภรรยาระบุว่าถูกสามีทำร้ายร่างกาย   ล่าสุดนายเอ็ม เดินทางมาที่ สน.สายไหม พร้อมกับผู้ติดตามอีก 4 คน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนทันที โดยให้สัมภาษณ์เพียงสั้นๆ กับสื่อมวลชนที่ไปทำข่าวว่า ขอแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำ โดยไม่คำนึงถึงลูกในท้อง   เบื้องต้นตำรวจแจ้ง 3 ข้อหา คือทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ ดูหมิ่นหญิง และทำให้เสียทรัพย์ เบื้องต้นนายเอ็ม ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยไม่ให้ข้อมูลใดๆ ยืนยันว่าจะไปให้การในชั้นศาลอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้ตำรวจจะนำตัวไปส่งศาลจังหวัดมีนบุรี และจะคัดค้านการประกันตัว   หลังทำการสอบสวน กว่า 2 ชั่วโมง นายเอ็ม ให้การปฏิเสธทั้ง 3 ข้อกล่าวหา โดยอ้างว่า เป็นการทะเลาะวิวาทกัน และเป็นเรื่องภายในครอบครัว ต่อมา ตร.สน.สายไหม ได้ควบคุมตัวนายเอ็ม ไปส่งศาลมีนบุรี โดยนายเอ็ม ได้ยกมือไหว้และขอโทษผ่านสื่อว่า ที่มาวันนี้เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำของตน และขอโทษภรรรยา และเห็นแก่ลูกในท้อง ผมผิดไปแล้ว และขอโทษเพื่อนที่อัสสัมชัญด้วย โดยเฉพาะบีม ศรัญยู รุ่นพี่ที่อัสสัมชัญฯ พร้อมทั้งยกมือไหว้ ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะนำส่งศาลมีนบุรี โดยท้ายคำฟ้องได้คัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน   จากนั้นศาลจังหวัดมีนบุรี ได้อนุญาตให้ประกันตัวโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน เนื่องจากไม่มีหมายจับ และผู้ต้องหามามอบตัวเอง นายเอ็มสาบานต่อหน้าศาลว่า จะไม่กระทำความผิดอีก ศาลได้ให้นายเอ็ม มารายงานตัวทุกเดือน จนครบ 4 ครั้ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_gpbcI5Ssyo    

 3,734
แชร์ออฟเดอะเดย์
02 มิ.ย. 60

เร่งตรวจสอบแท็กซี่ขาใหญ่ย่านมีนบุรี ตั้งวินรีดไถเงินเพื่อนร่วมอาขีพ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ไม้ มรกต ได้โพสต์คลิปวิดีโอ ขณะที่จอดแท็กซี่อยู่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาสุขาภิบาล 3 ย่านมีนบุรี แล้วเจอชายคนหนึ่งซึ่งอ้างตัวว่าเป็นเจ้าของวินแท็กซี่ เดินเข้ามาสั่งไม่ให้แท็กซี่รายนี้จอดในสถานที่ดังกล่าว พร้อมเรียกค่าจอดรถ ก่อนที่แท็กซี่ผู้เสียหายจะไม่อยากมีเรื่องจึงขับรถออกมา   ด้านคนขับแท็กซี่ที่ประสบเหตุ ได้เล่าเหตุการณ์ตามที่ระบุในคลิป พร้อมระบุว่าชายคนดังกล่าวไม่สามารถอ้างเป็นเจ้าของที่ได้ เพราะตรงนี้เป็นถนนหลวง เป็นพื้นที่สาธารณะ ที่ผ่านมาตนเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้บ่อย ไม่ใช่แค่ย่านมีนบุรี แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เข้าแจ้งความ เพราะไม่อยากให้เพื่อนร่วมอาชีพเดือดร้อน ไม่มีเงินหาเลี้ยงครอบครัว ขอให้สังคมเป็นผู้ตัดสินดีกว่า   ด้าน ตร.สน.มีนบุรีและจนท.กรมการขนส่ง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี สุขาภิบาล 3 พบว่ามีแท็กซี่ประมาณ 7-8 คัน มาจอดต่อแถวในช่วงกลางคืน แต่ไม่เจอคนที่อ้างว่าเป็นหัวหน้าวิน ซึ่ง จนท.จะดำเนินการนำตัวมาสอบสวนต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/paTkfOovtlk    

 15,460
แชร์ออฟเดอะเดย์
31 มี.ค. 60

วิจารณ์คลิปเด็กแว้นรวมกลุ่มเบิ้ลเครื่องรอบเมรุ ส่งวิญญาณเพื่อน เณรบวชหน้าไฟร่วมแจมด้วย

เพจแหม่มโพธิ์ดำ แชร์คลิปเหตุการณ์ที่เด็กแว้นรวมกลุ่มกันหลายสิบคน ขี่ จยย.มาเบิ้ลเครื่องรอบเมรุในวัดย่านมีนบุรี ของงานศพเพื่อนที่เสียชีวิต เพื่อส่งวิญญาณไปสู่สุคติตามความเชื่อ แถมมีเณรมาร่วมแจมด้วย ซึ่งคาดว่าเป็นเณรจากการบวชหน้าไฟ ส่งผลให้เกิดการวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม และเป็นการรบกวนชาวบ้าน    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FmKVqO0y_O8

 20,816
สังคม-อาชญากรรม
24 ก.พ. 60

จับแล้ว ผู้รับเหมาหื่นทำอนาจาร 2 เด็กหญิงในที่โจ่งแจ้งช่วงกลางวันแสกๆ

ตำรวจ สน.มีนบุรี ได้เข้าจับกุมตัว นายคิดชัย นนตานอก อายุ 39 ปี ชายในคลิปวงจรปิด ที่กระทำอนาจารต่อหน้าเด็กนักเรียนหญิง 2 คน ขณะนำรถมาจอดที่ ตลาดน้ำขวัญเรียม พื้นที่ สน.มีนบุรี โดยมีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสว่า พบชายต้องสงสัยลักษณะคล้ายชายในคลิปอนาจารเด็ก อยู่ที่วัดบางเพ็งใต้ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบและพบชายคนดังกล่าว จากการสอบสวน นายคิดชัย ยอมรับว่าเป็นคนในคลิปวงจรปิด และกระทำอนาจารต่อเด็กจริง ปัจจุบันทำงานรับเหมาก่อสร้างอยู่บริเวณใกล้เคียงวัดบางเพ็งใต้ ส่วนที่ทำไป บอกว่าชอบเด็กจึงก่อเหตุดังกล่าว เบื้องต้นตำรวจ ได้ข้อหาฐานอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี มีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ทั้งนี้ พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ระบุว่า จะนำตัวผู้ก่อเหตุ ไปขออำนาจศาลฝากขัง ซึ่งถือเป็นคดีโทษสูงและอยู่ในความสนใจของประชาชน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kt1JWB7_2sk  

 37,340

Top