ค้นหา :

ผลการค้นหา "โชคชัย4"

สังคม-อาชญากรรม
11 เม.ย. 62

ไฟไหม้โรงงานทำไม้กวาด โชคชัย 4 ลุกลามตึกแถวใกล้เคียง เสียหาย 6 คูหา ชาวบ้านหนีตายอลม่าน

เกิดเหตุไฟไหม้โรงงานเจริญภัณท์ ในซอยโชคชัย 4 แยก 54 ซึ่งเป็นโรงงานเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด ไม้กวาดและไม้ถูพื้น โดยเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็วกลุ่มควันดำพวยพุ่งทั่วบริเวณ นอกจากภายในโรงงานจุดต้นเพลิงจะรับความเสียหายแล้ว ไฟยังลุกลามไปยังอาคารพาณิชย์ใกล้เคียง ซึ่งเป็นบ้านเรือนประชาชนเสียหาย 6 คูหา อาคารมีรอยร้าว   เจ้าหน้าที่ได้กันบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าพื้นที่เกรงว่าจะเกิดอันตราย เพราะนอกจากตัวโครงสร้างของอาคารแล้วยังจะได้รับอันตรายจากการสูดดมควันไฟเข้าไปด้วย เจ้าหน้าที่ต้องประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงรถดับเพลิงไม่ให้อยู่ใต้ลม ซึ่งการดับเพลิงใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง ในการควบคุมสถานการณ์ เนื่องจากภายในโรงงานมีเศษผ้าจำนวนมาก ที่นำมาใช้ทำไม้ม็อบถูพื้น รวมถึงเศษไม้ กล่องกระดาษ ทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามฉีดน้ำสกัดเพื่อไม่ให้เพลิงลุกลามหรือปะทุขยายเป็นวงกว้างขึ้นมาอีก ซึ่งสามารถควบคุมเพลิงในวงจำกัด  ขณะที่โครงสร้างในโรงงานจุดที่เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดได้ทรุดตัวลงมา เบื้องต้นไม่พบว่ามีพนักงานของโรงงาน รวมถึงประชาชนได้รับบาดเจ็บ หรือติดค้างอยู่ภายใน   สอบถามพนังงานของโรงงาน เล่าว่า เหตุเกิดช่วงพักเที่ยง พนักงานทุกคนกำลังลงมาทานข้าวเที่ยงกัน ซึ่งสังเกตเห็นกลุ่มควันพวยพุงขึ้นมาบริเวณด้านหลังโรงงาน ซึ่งเป็นจุดที่กำลังทำการก่อสร้างต่อเติมอาคาร จึงวิ่งเข้าไปดูและพบว่ามีเพลิงกำลังลุกไหม้ จึงช่วยกันดับแต่เพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ไม่สามารถควบคุมกันเองได้ จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ พนักงานนับร้อยชีวิตวิ่งหนีตายออกจากอาคาร   ขณะที่ชาวบ้านซึ่งอาศัยอยู่ตึกแถวใกล้เคียงที่ได้รับความเสียหาย พากันเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นติดตัวออกมาได้บางส่วน เช่น พัดลม โทรทัศน์ เอกสารต่าง ๆ  บางรายออกไปทำงานไม่มีใครอยู่บ้าน ทรัพย์สินถูกไฟไหม้ทั้งหมด นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวไปเจอเจ้าของบ้านรายหนึ่ง นั่งกอดเข่าร้องไห้ดูไฟที่กำลังลุกไหม้บ้านของตนเอง โดยบอกว่าตนอยู่บ้านคนเดียว พ่อกับแม่ไปต่างจังหวัด ขณะเกิดเหตุตนเองออกไปทานข้าวนอกบ้าน พอกลับมาพบว่าบ้านถูกไฟไหม้ ไม่ทันได้เข้าไปหยิบอะไรออกมา   ด้านนายวุฒิพงษ์ มนัส ผู้อำนวยการเขตลาดพร้าว บอกว่า  สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ยังไม่สามารถสรุปได้ เพราะต้องรอผู้เชี่ยวชาญเข้าไปตรวจสอบ รวมถึงต้องตรวจสอบด้วยว่าโรงงานมีการขออนุญาตเปิดกิจการอย่างถูกต้องหรือไม่ หลังจากนี้จะมีมาตราการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบอีกครั้ง  สำหรับโรงานแห่งนี้เปิดมานานกว่า 60 ปี ขณะที่เจ้าของโรงงานยังไม่พร้อมที่จะให้ข้อมูลใด ๆ   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/chwBocuIw8E  

 1,552
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
11 เม.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 11 เม.ย.62 ไฟไหม้เซ็นทรัลเวิลด์-บิ๊กตู่รดน้ำขอพรป๋าเปรม-รถเมล์ขึ้นราคาหลังสงกรานต์

-ไฟไหม้เซ็นทรัลเวิลด์ควันโหมกว่าพันคนหนีตายโกลาหล พนง.โรงแรมเซ็นทาราถูกไฟล้อมรมควันจนทนไม่ไหว กระโดดช่องลมจากชั้น 8 ร่างกระแทกพื้นเสียชีวิต 2 ราย มีคนสำลักควันเสียชีวิตกว่า 20 คน มีคลิปวินาทีระทึกลูกไฟพุ่งจากอาคาร ผู้ว่าฯกทม.สั่งปิดอาคารที่เกิดเหตุทันที ให้พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบวันนี้ คาดต้นเพลิงเป็นห้องเก็บเอกสารของออฟฟิศชั้น 8 หรือไม่ก็ห้องปั๊มน้ำชั้น B2 ขณะที่คนดังอยู่ในเหตุการณ์หนีกระเจิง ทั้งเชียร์ ฑิฆัมพร, พีช พชร และโดม จารุวัฒน์ อยู่ในที่เกิดเหตุแต่ไม่มีสัญญาณเตือนภัย   -ไฟไหม้โรงงานทำไม้กวาดย่านโชคชัย 4 ลุกลามไปอาคารบ้านเรือนใกล้เคียงเสียหาย 6 คูหา ชาวบ้านนั่งกอดเข่าร้องไห้ ออกจากบ้านแปปเดียวไฟไหม้วอดทั้งหลัง สาเหตุไหม้ยังไม่ชัดเจน ต้องรอการตรวจสอบ ชี้โรงงานเปิดมานานกว่า 60 ปี ไม่มีคนเจ็บ-เสียชีวิต ไฟไหม้โรงงานทำไม้กวาด โชคชัย 4 ลุกลามตึกแถวใกล้เคียง เสียหาย 6 คูหา ชาวบ้านหนีตายอลม่าน    -บิ๊กตู่นำคณะ ครม.และผู้นำเหล่าทัพ เข้ารดน้ำขอพร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ปธ.องคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ พล.อ.เปรมให้พรนายกฯและกองทัพ พูดได้เต็มปากว่ารัฐบาลนี้ไม่โกง เพราะเห็นแก่ส่วนรวมจริงๆ คนที่จะซื่อสัตย์สุจริตต้องมีความคิดก้าวไกล ทำเพื่อคนอื่นไม่ใช่ทำเพื่อตนเอง หรือปกป้องคนใกล้ชิด รัฐบาลนี้เก่งไม่เก่งก็ดูเอาเอง แต่ยืดอกพูดได้เลยว่ารัฐบาลประยุทธ์ไม่โกง แต่ถ้าตนพูดผิด นายกฯต้องไปจัดการ   พร้อมให้พรนายกฯเป็นการส่วนตัว ถามเหนื่อยไหมตู่ ขอให้อดทนไว้ ป๋าจะคอยดู คอยเป็นกำลังใจให้ พร้อมทักทาย ผบ.ทบ.และบิ๊กป้อม พร้อมเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้าขอพร บอกไม่ค่อยติดตามการเมือง แต่ยังเป็นห่วงบ้านเมืองอยู่ ขออยู่เคียงข้างชาติบ้านเมืองตลอดไป นายกฯนำทัพรดน้ำขอพร 'ป๋าเปรม' เชื่อรัฐบาลนี้ไม่โกง ถาม "เหนื่อยไหมตู่ ป๋าจะคอยเป็นกำลังใจให้"   -กระทรวงการต่างประเทศเชิญเอกอัครราชทูต 9 ประเทศที่เข้าร่วมสังเกตการณ์คดีธนาธร ที่สน.ปทุมวัน มาหารือ รองปลัดก.ต่างประเทศ โดยทางไทยระบุผิดหวังและกังวลที่เกิดภาพให้ถูกตีความว่าไปให้กำลังใจนายธนาธร เป็นการเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในบริบทการเมืองไทยตอนนี้ เกินเลยภารกิจทางการทูต เข้าข่ายแทรกแซงกิจการภายในของไทย ละเมิดหลักปฏิบัติและพันธะกรณีทางการทูตภายใต้อนุสัญญากรุงเวียนนา ทางไทยจึงขออย่าให้เกิดเหตุเช่นนี้อีก   ด้านสำนักข่าว ตปท.รายงานว่า จนท.ทูตตะวันตก ตอบโต้คำกล่าวหากระทรวงการต่างประเทศที่ว่า จนท.ทางการทูตละเมิดหลักปฏิบัติทางการทูต ยันเป็นการกระทำตามหลักปฏิบัติทางการทูตทั่วโลก เพื่อสังเกตการณ์กระบวนการยุติธรรม ไม่ได้บ่งชี้ว่าจะสนับสนุนใครเจาะจง พร้อมขอบคุณตร.ไทยที่ให้ความร่วมมือในการสังเกตการณ์ กต.เชิญผู้แทนทูตสังเกตการณ์คดี 'ธนาธร' หารือ กังวลแทรกแซงไทย ทำเกินเลยภารกิจทูต   -ปธ.กกต.ยันยังไม่มีข้อสรุปการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ทั้งนี้จะประชุมและพิจารณากม.ที่เกี่ยวข้องว่ามีข้อต่างกันอย่างไร แต่ก็มีแนวคิดในการคำนวณไว้อยู่แล้ว ขอให้รอมติที่ประชุมก่อน ปธ.กกต.ชี้ยังไม่สรุปวิธีคิดปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อไทยขู่ถ้ายังฝืน กม.ต้องรับผิดชอบ   -เพื่อไทยเปิดแถลงย้ำวิธีคิด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ยันพรรคเล็กต้องไม่ได้ ส.ส.ตาม รธน.และพ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง หาก กกต.ยังยืนยันสูตรกระจายที่นั่งให้พรรคเล็ก เท่ากับ กกต.จงใจไม่ปฏิบัติตาม รธน. ทางพรรคก็จะดำเนินการตาม กม.เพื่อเอาผิด กกต. หากยังดึงดัน กกต.ต้องรับผิดชอบ กต.เชิญผู้แทนทูตสังเกตการณ์คดี 'ธนาธร' หารือ กังวลแทรกแซงไทย ทำเกินเลยภารกิจทูต   -สรรพสามิตเก็บภาษี 6 เดือนแรกปีงบประมาณ 62 ต่ำกว่าเป้าหมาย เพ่งเล็งเบียร์-น้ำมัน ลักลอบหนีภาษี โดยพบภาษีเบียร์หลุดเป้า 27% ภาษีน้ำมัน 12.5%  เร่งแก้ระเบียบตรวจสอบการส่งออก ว่าไม่ได้นำกลับมาขายในประเทศ เตรียมขึ้นภาษียาเส้น หลังพบนักสูบหันไปสูบกันมากขึ้น เพราะราคาถูกกว่าบุหรี่ สรรพสามิตเพ่งเล็งเบียร์-น้ำมัน หลังเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้า ห่วงสุขภาพคนไทยจ่อขึ้นภาษียาเส้น   -ดีเดย์รถเมล์ขึ้นราคาหลังสงกรานต์ 22 เม.ย.รถขสมก.และรถร่วมขึ้น 1 บาท โดยรถเมล์ร้อนเดิม 9 บาทปรับเป็น 10 บาท รถ ขสมก.เดิม 6.50 ปรับเป็น 7.50 ส่วนรถแอร์ปรับระยะทางละ 1 บาท จากเดิม 11-23 บาท/เที่ยว เป็น 12-24 บาท/เที่ยว รถเอ็นจีวีจากเดิม 11-23 บาท/เที่ยว ปรับตามระยะทาง เริ่มที่ 15-25 บาท กรณีรถใช้ค่าทางด่วนให้เพิ่มค่าโดยสาร 2 บาท/ต่อคน/เที่ยว ส่วนรถบริการตลอดคืน (23.00-05.00) เพิ่มจากค่าโดยสารปกติ 1.50 บาท/ต่อคน/เที่ยว ขณะที่รถร่วม บขส.ปรับไม่เกิน 10% คมนาคมบอกบริการดีขึ้นแล้ว ขสมก.ต้องการกำลังใจ ดีเดย์หลังสงกรานต์ รถเมล์ขึ้นราคาทั้ง ขสมก-เอกชน เริ่ม 22 เม.ย.จ่ายเพิ่ม 1-7 บาท   -ไฟป่าภาคเหนือยังลามไม่หยุด จับมือเผาป่าดอยผ้าห่มปก จ.เชียงใหม่ สารภาพจุดไฟเผาจะได้สะดวกหาของป่า ทำจุด hotspot เพิ่มอีก 10 จุด ล่าสุดค่าฝุ่นยังสูง   -ดาบตำรวจหึงโหดฉุนเมียแอบแชทไลน์กับกิ๊ก หนุ่มพนง.ขับรถขายอาหารทะเลที่ทำงานด้วยกัน ก่อนนัดกิ๊กหนุ่มมาเคลียร์ปัญหารักหน้าโรงพักสมุทรสาคร เจรจาไม่รู้เรื่องชักปืนพกยิง 7 นัดตายก่อนหนีไปตั้งหลัก สุดท้ายเข้ามอบตัว อ้างไม่ได้ตั้งใจฆ่า ตร.หึงโหด ฉุนเมียแอบแชทคุยหนุ่มใหม่ นัดเคลียร์ปมรักสามเส้าไม่ลงตัว กระหน่ำยิงกิ๊กหนุ่ม 7 นัดดับหน้าโรงพัก    -อ.เดชา ศิริภัทร ปธ.มูลนิธิข้าวขวัญ เตรียมเข้าพบ ป.ป.ส.วันนี้ หลังกลับจากลาว ยันแจกน้ำมันกัญชาให้ผู้ป่วยเป็นเรื่องศีลธรรมที่ต้องทำ ยอมรับกัญชาเป็นของตัวเองทั้งหมด ไม่เกี่ยว อ.ซ้งและมูลนิธิ เชื่อปมจับกุมมีเงื่อนงำ เพราะจับช่วงนิรโทษกรรม และสธ.ไม่รับแจ้งครอบครอง ทั้งที่ถูกตร.ยึดไปหมดแล้ว ยันทำงานหมอพื้นบ้านมานาน 20 ปี เตรียมฟ้องศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ 'อ.เดชา' เตรียมพบ ปปส.วันนี้ รับเป็นเจ้าของกัญชาทั้งหมด ข้องใจโดนจับทั้งที่อยู่ในช่วงนิรโทษกรรม    -ครูสาว จ.ตรัง เสียชีวิตข้างยาลดความอ้วน สภาพมือเท่าเกร็งน้ำลายทะลักปาก-จมูก สาเหตุยังไม่ชัดว่าเกิดจากยาลดความอ้วนหรือไม่ แต่มีโรคประจำตัวลมชักและโรคเครียดอยู่แล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/SBLAbrKYYoI  

 2,241
สังคม-อาชญากรรม
04 ก.พ. 62

ตะลึง พบชายพิการทางสมองถูกแม่ขังในบ้านนานกว่า 30 ปี ชาวบ้านแจ้งมูลนิธิปวีณาฯ เข้าช่วยเหลือ

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี  พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าช่วยเหลือชายวัย 35 ปี พิการทางสมอง และเป็นผู้ป่วยติดเตียง หลังพลเมืองดีแจ้งมาทางมูลนิธิฯ ว่าชายคนนี้ถูกแม่ขังไว้ในตึกแถว ย่านลาดพร้าว ถูกขังแบบนี้มานานกว่า 30 ปี แล้ว   โดยพลเมืองดีและชาวบ้าน บอกว่า เวลาไปล้มฝนหน้าบ้านหลังนี้ จู่ๆก็จะมีมือโผล่ออกมาจับขา ทำให้ตกอกตกใจ จนมารู้ว่าชายคนนี้พิการทางสมอง และถูกแม่ขังไว้ในบ้าน    ซึ่งพลเมืองดีบอกว่าตนไม่ใช่คนแถวนนี้ แต่ 2-3 วันที่ผ่านมาตนเห็นแขนของชายคนดังกล่าวยื่นออกมาจากประตูบ้าน แต่ประตูถูกล็อคกุญแจจากข้างนอก    โดยช่วงที่เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ ชายคนดังกล่าวมีอาการขัดขืน นอนอยู่ที่พื้นบ้านใส่แต่เสื้อ ไม่ใส่กางเกง พูดจาไม่รู้เรื่อง แขนขาลีบเล็ก ร้องส่งเสียง ก่อนจะนิ่งลง และจึงพาตัวไปโรงพยาบาลยันฮีเพื่อตรวจสอบสุขภาพร่างกายส่วนสภาพภายในบ้านเต็มไปด้วยขยะ ส่งกลิ่นเหม็น   ในเวลาต่อมาทราบว่าตึกแถวห้องนี้ ชายคนดังกล่าวอยู่กับหญิงชราที่เป็นแม่ สื่อมวลชนพยายามจะขอสัมภาษณ์ แต่เธอปฎิเสธ บอกเพียงแต่ว่า ลูกป่วย เพราะถูกรถชน    ด้าน พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผู้กำกับการสน.โชคชัย ระบุว่า ต้องตรวจสอบก่อนว่าเป็นแม่ลูกกันจริงหรือไม่ และเข้าข่ายการกักขังหน่วงเหนี่ยวหรือไม่ เบื้องต้นไม่พบว่าชายคนดังกล่าวถูกพันธนาการ หรือถูกทารุณกรรมหรือทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด   ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเพื่อนบ้านทราบว่า ชายคนดังกล่าว มีพัฒนาการทางสมองช้า อาศัยอยู่กับแม่สองคน และเคยออกมานอกบ้านจนเกือบถูกรถชน แม่จึงขังไว้ในบ้าน แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยได้ยินเสียงร้องในลักษณะขอความช่วยเหลือ ซึ่งทั้งสองคนแม่ลูกก็ใช้ชีวิตอยู่กันตามปกติ ไม่มีการทำร้ายร่างกาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lBhVbZzFSl0

 6,550
แชร์ออฟเดอะเดย์
14 พ.ย. 61

คลิปแม่ค้าผลไม้ทุบรถเข็นกระจกแตก โมโหถูกเทศกิจจับ ขายในที่ห้าม พ้อทำมาหากินสุจริต ไม่ใช่โจร

โลกออนไลน์แชร์คลิปคลิปวิดีโอ บันทึกเหตุการณ์จากฝ่ายเจ้าหน้าที่เทศกิจเขตลาดพร้าว ขณะปฏิบัติหน้าที่จับกุมผู้ค้ารถเข็นผลไม้ บริเวณริมถนน หน้ารพ.เปาโล โชคชัย 4   ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดเทศกิจ กำลังจับกุมรถเข็นของแม่ค้าขายผลไม้ แต่แม่ค้าผลไม้ก้มหยิบคล้ายมีดขนาดใหญ่ หรือท่อนเหล็ก จากใต้รถเข็น ทุบที่กระจกรถเข็นบรรจุผลไม้แตกกระจาย จากนั้น เจ้าหน้าที่จึงตักเตือนว่า หากมีการขัดขวางเจ้าหน้าที่ อาจมีความผิดเพิ่มได้ เจ้าหน้าที่จึงทำการเคลื่อนย้ายรถเข็นผลไม้ต่อ แต่แม่ค้าฟาดซ้ำที่กระจก ทำให้เกิดความเสียหาย พร้อมโต้เถียงกัน   โดยทางแม่ค้าพูดกับเจ้าหน้าที่ว่า ทำมาหากินดีๆ ไม่ได้เป็นโจรจี้ชิงปล้น ทำไมเจ้าหน้าที่ไม่อะลุ่มอล่วยให้กันบ้าง   ในเวลาต่อมาทาง ผอ.เขตลาดพร้าว ชี้แจงกรณีคลิปดังกล่าวยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ทำตามกฎหมาย ส่วนแม่ค้ายอมรับขายของในจุดห้าม ทำไปเพราะเครียด หลังเกิดเรื่องถูกคู่กรณีถ่มน้ำลายใส่   ขณะที่การแก้ปัญหาหาบเร่แผงลอยใน กทม. ล่าสุดทางกระทรวงมหาดไทยย่อมผ่อนผัน ส่งหนังสือด่วนถึง กทม.อนุโลมให้ขายที่เดิมไปก่อน ส่วนระยะยาวแก้ปัญหาให้ 50 เขตประชุมร่วมกับกลุ่มผู้ค้าหาทางออก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FwHZbZCeQ2M

 6,134
สังคม-อาชญากรรม
27 ธ.ค. 60

แก๊งโจ๋รุมฆ่าชายพิการขายขนมปังโดนคุก 12-19 ปี ทนายเหยื่อติดใจไม่ได้รับโทษสูงสุด เตรียมยื่นอุทธรณ์

จากกรณีเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2559 ที่นายพีรพล หรือเปา ยศพงศ์อนันต์ กับพวกรวม 7 คน ได้ร่วมกัน บุกเข้าไปในบ้านพักของนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการ อาชีพขายขนมปัง ที่ย่านโชคชัย 4 แล้วรุมแทงจนถึงแก่ความตาย และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมและส่งตัวฟ้องต่ออัยการ ในฐานความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่น , ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธ และร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธในข้อกล่าวหาดังกล่าว   ล่าสุดที่ห้องพิจารณา 813 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นัดฟังคำพิพากษาคดีอัยการ ฟ้องนายพีรพล ยศพงศ์อนันต์ หรือ เปา นายพีรพล ยศพงศ์อนันต์ , นายอัครเดช ทัศนะ , นายมนต์มนัส แสงโพธิ์, นายจตุพร จันทร์โสภา , นายเมฆ พลไกรษร , นายอรินทร์ ยศพงศ์อนันต์ และ น.ส.ณัฐณิชา ฤทธิ์ล้ำเลิศ เป็นจำเลยที่ 1-7 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ,ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธ ,และร่วมกันพกพาอาวุธมีดไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุอันควร    ในส่วนของจำเลยให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เมื่อถึงเวลาศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จากภาพกล้องวงจรปิดและภาพนิ่ง มีความสอดคล้องกันกับคำให้การของพยานอีกทั้งเวลาเกิดเหตุมีแสงสว่างชัดเจน อีกทั้งพยานโจทก์ที่นำมาเบิกความไม่มีความขัดแย้งกับจำเลย จึงเชื่อว่าจำลยกระทำผิดจริงจึงพิพากษาจำคุก จำเลยที่ 2,4,6 ในข้อหาบุกรุก จำคุก 1 ปี /ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จำเลยที่ 1,2,3,6 จำคุก 18 ปี / ข้อหาช่วยเหลือสนับฆ่าผู้อื่น จำคุก จำเลย 4,5,7 จำนวน 12 ปี และข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในเมือง จำเลยที่ 1,2,3,6 ปรับ 1 พันบาท โดยโทษรวมให้จำคุกจำเลยที่ 1,3 จำนวน 18 ปี ปรับ 1 พันบาท /จำคุกจำเลยที่ 2,6 จำนวน 19 ปี ปรับ 1 พันบาท / จำคุกจำเลยที่ 4,5,7 จำนวน 12 ปี ปรับ 1 พันบาท และจำเลยที่ 2,3,6 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 5 แสนบาท และอีกทั้งให้จำเลยที่ 4,5,7 ร่วมกับจำเลยที่ 1,2,3,6 ชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ร่วมหรือมารดา จำนวน 2 แสน ห้าหมื่นบาท   ด้านนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความผู้เสียหาย ระบุว่าในวันนี้รู้สึกพอใจคำตัดสินของศาล แต่ติดใจการทำงานของพนักงานสอบสวนและอัยการบางท่านที่มีการให้ความเห็นว่า พฤติการณ์ของคดีนี้ที่ไม่เข้าข่ายฆ่าโดยไตร่ตรอง และไม่มีการส่งฟ้องในประเด็นนี้ ทั้งที่ในวันนี้ศาลมีการพิเคราะห์ในพฤติการณ์ของผู้ต้องหาทั้งหมด ในประเด็นการโทรตามพวก และให้นำอาวุธมีดมาทำร้ายผู้ตาย ซึ่งถือว่าเข้าข่ายการไตร่ตรอง แต่พนักงานสอบสวนไม่ได้ยื่นฟ้องในข้อหานี้ ทำให้ไม่ได้รับโทษสูงสุด คือการประหารชีวิต ต่อจากนี้จะยื่นอุทธณ์ในอัตราโทษที่จำเลยได้รับ ที่ส่วนตัวมองว่าควรให้ได้รับโทษมากกว่านี้   ส่วนนางทองคำ ศรีจันทร์ มารดาของนายสมเกียรติ ซึ่งเดินทางมาฟังคำพิพากษา พร้อมทนาย ระบุว่า รู้สึกพอใจคำตัดสินของศาล ขอบคุณที่ให้ความเป็นธรรมกับครอบครัว ตอนนี้รู้สึกพอใจและจะเตรียมเผาศพลูกชาย ตามพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KDI2m9_7btw    

 12,469
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
26 ธ.ค. 60

'ชูวิทย์มีเรื่องเล่า' เกาะติดศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดี 7 โจ๋รุมฟันชายพิการร้านขนมปัง

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ติดตามคดีกลุ่มวัยรุ่นชาย 6 คนและหญิง 1 คนก่อเหตุสะเทือนใจอย่างอุกอาจรุมทำร้ายชายพิการ พ่อค้าขายขนมปังจนถึงแก่ชีวิต ย่านโชคชัย 4   โดยวันนี้ (26 ธ.ค.60) ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก จะนัดฟังคำพิพากษาคดีดังกล่าว ในความเป็นผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธ และร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุอันควร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 , 362 , 364 , 365 , 371 ซึ่งมารดาผู้ตาย โจทก์ร่วม ก็ได้เรียกค่าเสียหายทางแพ่งด้วย 1 ล้านบาท   ล่าสุดศาลตัดสินลงโทษ จำคุก 7 โจ๋รุมฟันชายพิการ 19 ปี ชดใช้เงิน 7.5 แสนบาท อ่านเพิ่มเติมคลิก http://morning-news.bectero.com/social-crime/26-Dec-2017/116407   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-_Warm3CDG4    

 26,217
สังคม-อาชญากรรม
06 ก.ค. 60

ทำแผนแก๊งโจ๋รุมกระทืบ ลุงขับรถกระป๊อเสียชีวิตย่านโชคชัย 4

ตำรวจ สน.โชคชัย นำ 2 ผู้ต้องหาวัยรุ่นชาย ก่อเหตุรุมทำร้ายชายวัย 63 คนขับรถกระป๊อเสียชีวิตย่านโชคชัย 4 โดยรับสารภาพอ้างว่าโมโหที่รถกระป๊อมาเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ จนก่อเหตุเพราะอารมณ์ชั่ววูบ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางชาวบ้านตะโกนด่าขอให้ประหารชีวิต   ขณะที่ผู้ต้องหาอีกสองคนไม่ได้เป็นผู้เข้าไปทำร้ายร่างกายผู้เสียชีวิต แต่ถูกโทรเรียกให้มาช่วยภายหลัง ก่อนนำผู้ต้องหาทั้งหมด 4 คน ไปฝากขังศาลอาญาต่อไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา 2 ผู้ต้องหาหลักฐานร่วมกันทำร้ายผู้อื่นให้เป็นเหตุได้รับอันตรายแก่กาย / ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายโดยการกระทำทารุณโหดร้าย / ร่วมกันบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน ส่วนอีก 2 คนที่มาช่วยถูกแจ้งข้อหาฐาน ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นให้เป็นเหตุได้รับอันตรายแก่กาย / ร่วมกันบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืนหมายเหตุ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NJ5kT1fm41Q  

 7,204
สังคม-อาชญากรรม
04 ก.ค. 60

รวบ 4 โจ๋โหดรุมกระทืบลุงขับรถกระป๊อดับ อ้างโมโหปมรถเฉี่ยวกัน 'ศานิตย์' สั่งแจ้งข้อหาเจตนาฆ่า

จากกรณีเมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพชายฉกรรจ์ 4 คน ทำร้ายร่างกายนายสัจจา ปราศรัย อายุ 63 ปี คนขับรถโดยสารเล็ก (รถกระป๊อ) ในพื้นที่โชคชัย 4 ด้วยการรุมทำร้ายจนสลบและเข้าไปเหยียบซ้ำที่บริเวณศีรษะจำนวนหลายครั้ง ก่อนที่จะขับรถจักรยนต์ 2 คันออกไป และวนรถกลับมาทำร้ายซ้ำอีกจำนวนหลายครั้ง โดยชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ ทนเห็นเหตุการณ์ไม่ไหวพยายามเข้าช่วย กลับถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ 4 คน ส่วนคนขับรถกะป๊อเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล   โดยตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานจากภาพจากกล้องวงจรปิด พยานบุคคล และพยานแวดล้อม ขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับผู้ก่อเหตุ 4 คน คือนายอาทิตย์ สอนดอนไพร อายุ 25 ปี นายสุรเชษฐ โพธิ์จาด อายุ 29 ปี นายอำพล คลังทอง อายุ 32 ปี และนายณรงค์ชัย รักล้วน อายุ 29 ปี ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้เป็นเหตุได้รับอันตรายแก่กาย, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายโดยกระทำทารุณโหดร้าย, ร่วมกันบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน ล่าสุดมีรายงานว่าตำรวจชุดสืบสวน สน.โชคชัย สามารถติดตามจับผู้ก่อเหตุตามหมายจับได้แล้ว   โดยผู้ต้องหาให้การสารภาพว่าโมโหที่ผู้ตายขับรถเฉี่ยวชน ทำให้ไม่พอใจจึงขับตามมาหาเรื่องตามภาพที่ปรากฏ ก่อนเกิดเหตุได้ดื่มเบียร์มาประมาณ 2 ขวด ทำให้ยับยั้งชั่งใจไม่อยู่ ก่อเหตุดังกล่าว   ด้าน ผบช.น.ระบุจากพฤติกรรมที่เหี้ยมโหดของผู้ต้องหา ชี้ให้เห็นถึงการกระทำการเกินกว่าเหตุจนถึงแก่ชีวิต จึงจะให้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ทั้งนี้พบว่า 3 ใน 4 ผู้ต้องหามีประวัติพัวพันกับยาเสพติดและลักทรัพย์ด้วย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6ZZmxdlorbk  

 19,736
แชร์ออฟเดอะเดย์
20 ก.ย. 59

ญาติชายพิการร้านขนมปังพูดไม่ออก แก๊งโจ๋ขึ้นศาลส่งทนายสู้ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

จากกรณีกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายชายขาพิการร้านขนมปัง ในซอยโชคชัย 4 จนเสียชีวิต จนถูกตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ล่าสุด กลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดได้ส่งทนายสู้คดี และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ศาลอาญาจึงจะนัดไต่สวนคดีใหม่ในวันที่ 19 ธ.ค. 2559 เพราะต้องการให้โอกาสจำเลยทบทวนใหม่ เนื่องจากแผลที่ผู้เสียชีวิตถูกทำร้ายสามารถทำให้ถึงตายได้ หากจำเลยจะต่อสู้ว่าบันดาลโทสะหรือป้องกันตัวก็เชื่อได้ยาก แต่ถ้ายอมรับสารภาพ โทษจะเบาลง เพราะจำเลยยังอยู่เป็นเยาวชน ด้าน นายเมธัส ผลประเสริฐ หลานชายซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “สวัสดีครับวันนี้ผมจะแจ้งถึงความคืบหน้าวันนี้นะครับ 1.จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ 2.ศาลคัดค้านการประกันตัว 3.จำเลยไม่มีความสลดหรือรู้สึกผิด(คหสต.)ครับ 4.จำเลยตั้งทนายสู้ไม่ต่ำกว่า2คน(วันนี้มา2คน) 5.ศาลเน้นว่าจำเลยเป็นเยาวชนต้องให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดีสู่สังคม 6.นัดอีกทีวันที่19 ธ.ค.59 ให้จำเลยเตรียมความพร้อมว่าจะสู้หรือรับ #ไม่ว่าศาลจะตัดสินอย่างไรเราก็ต้องยอมรับถึงแม้ว่า….#ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกผ่านตัวอักษรได้อย่างไรมันแน่นอยู่ข้างใน”   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hNHrmsjipIs    

 10,309
สังคม-อาชญากรรม
19 ก.ค. 59

คนกรุงฮือฮาพบลูกเห็บตก หลังฝนกระหน่ำหนัก - อุตุฯ ยันไม่ใช่เรื่องแปลก

คนกรุงเทพฯ ฮือฮาพบลูกเห็บตกขนาด 1 เซนติเมตร ที่ลาดพร้าว-วังหิน หลังมีฝนกระหน่ำอย่างหนักติดต่อกันเมื่อวานนี้ ขณะที่โลกออนไลน์มีการโพสต์คลิปพบลูกเห็บขนาดเล็กที่โชคชัย4 ส่วนที่ย่านสุทธิสารแชร์คลิปฟ้าพิโรธแสดงภาพลมฝนพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง   ด้าน นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะบางครั้งน้ำฝนที่ตกลงมาจากฟ้าจะเป็นน้ำแข็ง ถ้าเป็นเม็ดเล็กก็ละลายลงก่อนถึงพื้น แต่ถ้ามีขนาดใหญ่ก็จะตกลงมาเป็นก้อนเล็กๆ อย่างที่เห็น ซึ่งกรุงเทพฯ ก็เคยมีลูกเห็บตกมาแล้ว ไม่ใช่ครั้งแรก หากวันนี้ลูกเห็บตกมาแล้ว วันต่อไปก็จะไม่มีอีก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/bsYYcwfb73c

 1,235
สังคม-อาชญากรรม
10 พ.ค. 59

ทนายงัดหลักฐานวงจรปิดมัดตัว 6 โจ๋ เจตนาฆ่าชายพิการ จ่อเอาผิดสาวอีกคนข่มขู่ครอบครัวผู้เสียชีวิต

ทนายความหอบหลักฐานลำดับภาพจากกล้องวงจรปิด ชี้ชัด 6 วัยรุ่น ก่อเหตุใช้อาวุธทำร้ายชายพิการส่งขนมปังเสียชีวิต มีการไต่ตรองไว้ก่อน พร้อมนำมารดาและหลานชาย ผู้เสียชีวิตแจ้งความสาว 19 เพิ่ม ฐานข่มขู่ครอบครัวอีกข้อหา  นายอนันตชัย ไชยเดช ทนายความคดีกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการ อาชีพส่งขนมปัง เสียชีวิต ย่านโชคชัย4 พานางทองคำ ศรีจันทร์ มารดาของนายสมเกียรติ และนายเมธัส ผลประเสริฐ หลานชาย นำหลักฐานเข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย เพื่อขอความเป็นธรรม พร้อมแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมกับกลุ่มวัยรุ่นชาย 6 คน และหญิง 2 คน ตามที่ปรากฎในภาพวงจรปิด ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาไตร่ตรองไว้ก่อน โดยระบุว่าหลังจากกลุ่มวัยรุ่น และชายพิการได้มีการโต้เถียงกันหลายครั้ง ได้มีผู้ต้องหา 1 คน ยืนโทรศัพท์อยู่บริเวณแยกสัญญาณไฟจราจรซอยโชคชัย4 แยก69 ระยะเวลานานกว่า 10 นาที ก่อนที่จะมีกลุ่มวัยรุ่นบางคนพร้อมอาวุธมีดจะไปที่ร้านขนมปัง และเกิดการทำร้ายร่างกายกันขึ้น จึงเชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการวางแผนล่วงหน้า เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา289  ซึ่งก่อนหน้านี้ตำรวจได้มีการแจ้งความกับกลุ่มผู้ต้องหา เพียง 7 คน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเท่านั้น โดยหญิงวัยรุ่นอีกราย พบว่ามีภาพปรากฎอยู่ในเหตุการณ์จริง แต่ยังไม่มีพยานกลักฐานยืนยันว่ามีการร่วมก่อเหตุด้วยหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในฐานะพยาน แต่หากพบหลักฐานเกี่ยวข้องก็จะแจ้งข้อหาทันที ขณะที่ทนายความ ระบุด้วยว่า มีผู้เสนอให้ยื่นคำร้องขอโอนคดีไปยังกองบังคับการปราบปราม แต่ทางทนายและญาติ ยังเห็นว่า การทำคดีของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย ยังไม่มีข้อบกพร่อง จึงไม่มีความจำเป็นต้องยื่นคำร้องเพื่อขอโอนคดี ส่วนนายเมธัส และภรรยาของผู้ตาย จะแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมกับสาว 19 ปี ฐานข่มขู่ เนื่องจากมีพยานยืนยันว่าในวันเกิดเหตุสาว 19 ได้ขับรถไปที่โรงพยาบาล พร้อมมีการข่มขู่ และพูดจาถากถางครอบครัวผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตามญาติของนายสมเกียรติ ยืนยันจะเก็บศพไว้จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม ผู้ต้องหาทั้งหมดต้องได้รับโทษสูงสุด เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานต่างๆมีความชัดเจน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ethaE2_YvOo    

 19,864
สังคม-อาชญากรรม
09 พ.ค. 59

ทนายงัดหลักฐานแน่น เอาผิดแก๊งโจ๋เจตนาฆ่าชายพิการดิ้นไม่หลุด

ทนายความหอบหลักฐานลำดับภาพจากกล้องวงจรปิด ชี้ชัด 6 วัยรุ่น ก่อเหตุใช้อาวุธทำร้ายชายพิการส่งขนมปังเสียชีวิต มีการไต่ตรองไว้ก่อน พร้อมนำมารดาและหลานชาย ผู้เสียชีวิตแจ้งความสาว 19 เพิ่ม ฐานข่มขู่ครอบครัวอีกข้อหา     นายอนันตชัย ไชยเดช ทนายความคดีกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการ อาชีพส่งขนมปัง เสียชีวิต ย่านโชคชัย4 พานางทองคำ ศรีจันทร์ มารดาของนายสมเกียรติ และนายเมธัส ผลประเสริฐ หลานชาย นำหลักฐานเข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย เพื่อขอความเป็นธรรม พร้อมแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมกับกลุ่มวัยรุ่นชาย 6 คน และหญิง 2 คน ตามที่ปรากฎในภาพวงจรปิด ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาไตร่ตรองไว้ก่อน   โดยระบุว่าหลังจากกลุ่มวัยรุ่น และชายพิการได้มีการโต้เถียงกันหลายครั้ง ได้มีผู้ต้องหา 1 คน ยืนโทรศัพท์อยู่บริเวณแยกสัญญาณไฟจราจรซอยโชคชัย4 แยก69 ระยะเวลานานกว่า 10 นาที ก่อนที่จะมีกลุ่มวัยรุ่นบางคนพร้อมอาวุธมีดจะไปที่ร้านขนมปัง และเกิดการทำร้ายร่างกายกันขึ้น จึงเชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการวางแผนล่วงหน้า เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา289   ซึ่งก่อนหน้านี้ตำรวจได้มีการแจ้งความกับกลุ่มผู้ต้องหา เพียง 7 คน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเท่านั้น โดยหญิงวัยรุ่นอีกราย พบว่ามีภาพปรากฎอยู่ในเหตุการณ์จริง แต่ยังไม่มีพยานกลักฐานยืนยันว่ามีการร่วมก่อเหตุด้วยหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในฐานะพยาน แต่หากพบหลักฐานเกี่ยวข้องก็จะแจ้งข้อหาทันที ขณะที่ทนายความ ระบุด้วยว่า มีผู้เสนอให้ยื่นคำร้องขอโอนคดีไปยังกองบังคับการปราบปราม แต่ทางทนายและญาติ ยังเห็นว่า การทำคดีของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย ยังไม่มีข้อบกพร่อง จึงไม่มีความจำเป็นต้องยื่นคำร้องเพื่อขอโอนคดี ส่วนนายเมธัส และภรรยา จะแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมกับสาว 19 ปี ฐานข่มขู่ เนื่องจากมีพยานยืนยันว่าในวันเกิดเหตุสาว 19 ได้ขับรถไปที่โรงพยาบาล พร้อมมีการข่มขู่ และพูดจาถากถางครอบครัวผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตามญาติของนายสมเกียรติ ยืนยันจะเก็บศพไว้จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม ผู้ต้องหาทั้งหมดต้องได้รับโทษสูงสุด เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานต่างๆมีความชัดเจน

 34,915
แชร์ออฟเดอะเดย์
02 พ.ค. 59

โลกออนไลน์แชร์คลิปแก๊งโจ๋ทรชนรุมทำร้าย-แทงชายพิการดับ แค้นแซวแล้วถูกด่ากลับ

โลกออนไลน์แชร์คลิปกลุ่มวัยรุ่น 6 คน รุมทำร้ายและกระหน่ำแทงชายพิการจนเสียชีวิตย่านโชคชัย 4 ด้านผู้ต้องหาเผยสาเหตุมาจากไปพูดแซวคู่กรณีก่อนแต่ถูกด่ากลับทำให้รู้สึกโมโห    ขอบคุณ FB: NK AI Dem   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YT7BL3eofTs

 23,470
สังคม-อาชญากรรม
08 ม.ค. 59

ลูกชายคลุ้มคลั่งทำร้ายแม่วัย 76 เสียชีวิต พบมีอาการทางประสาท

ชายวัย 46 ปี เกิดอาการคลุ้มคลั่งหลังขอเงินมารดาวัย 76 ปี ไปซื้อสุราแล้วถูกปฏิเสธ ลงมือทำร้ายร่างกายจนมารดาถึงแก่ความตายคาบ้านพักย่านโชคชัย 4 พี่ชายต่างบิดายืนยัน น้องชายป่วยมีอาการทางประสาทรักษาตัวมานานกว่า 10 ปี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายธานีไว้เพื่อทำการสอบสวนหาความจริงก่อนจะเรียกเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสำนักงานตำรวจแห่งชาติและเจ้าหน้าที่แพทย์นิติเวชเข้ามาตรวจสอบก่อนจะนำร่างผู้เสียชีวิตส่งตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจอีกครั้ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AmZhYCezc7M  

 1,527
สังคม-อาชญากรรม
15 ก.ค. 58

รปภ.ตกงานบุกจี้ร้านทองย่านโชคชัย 4 ก่อนถูกพลเมืองดีรุมจับ

ตำรวจ สน.โชคชัย คุมหนุ่ม รปภ. ตกงาน ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุบุกเดี่ยวพยายามจี้ชิงทรัพย์ร้านทองย่านโชคชัย 4 ก่อนถูกพลเมืองดีใช้ไม้รุมตี ขณะพยายามหลบหนี รับสารภาพเหตุที่ก่อเนื่องจากอาการเครียด ที่ถูกบริษัทบอกเลิกจ้างและไม่ต้องมาทำงานอีกต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  http://youtu.be/gGotR0JUzQ0  

 3,208

Top