ค้นหา :

ผลการค้นหา "สมุทรสงคราม"

เศรษฐกิจ
23 ม.ค. 63

เกษตรกรไทยคิดค้น 'ส้มโอสีทอง' ขายได้ลูกละ 300 บาท

สมุทรสงคราม โชว์นวัตกรรมเปลี่ยนส้มโอธรรมดาเป็นส้มโอสีทอง จากแนวคิดเกษตรกร ฟาดรายได้ตรุษจีน ขายได้ราคากว่าปกติเท่าตัว     นายชรัส บุญณสะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า ส้มโอขาวใหญ่แม่กลอง เป็นพืชเศรษฐกิจที่ขึ้นชื่อของจังหวัด มีพื้นที่เพาะปลูกกว่า 13,000 ไร่ ล่าสุดได้รวมตัวกันเป็นเกษตรแบบแปลงใหญ่ มีเกษตรเข้าร่วมเกษตรกร 70 ราย รวมพื้นที่กว่า 500 ไร่ เพื่อลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก และได้พัฒนาเป็นส้มโอสีทอง สามารถขายได้ราคาสูง ถึงลูกละ 300 บาท จากปกติ 100-150 บาท และในช่วงเทศกาลตรุษจีนต้องสั่งซื้อล่วงหน้า 2 เดือน ปีนี้มียอดสั่งซื้อถึงเกือบ 5,000 ลูก ซึ่งหลังจากนี้สนับสนุนให้ปลูกในพื้นที่ให้มากขึ้น     และในช่วงเทศกาลตรุษจีนต้องสั่งซื้อล่วงหน้า 2 เดือน ปีนี้มียอดสั่งซื้อถึงเกือบ 5000 ลูก หลังจากนี้จะเร่งประชาสัมพันธ์และเพิ่มสัดส่วนการปลูกส้มโอสีทอง ในพื้นที่ให้มากขึ้น     นางถนอมจิต บุตราช เกษตรกร สมาชิกแปลงใหญ่ส้มโอบางสะแก ผู้คิดค้นวัตกรรมทำส้มโอสีทอง โดยการใช้กระดาษคาร์บอนที่เคยห่อมะม่วงมาห่อส้มโอ ให้ได้สีผลที่สวยและเป็นที่นิยมในหมู่คนไทยเชื้อสายจีน พร้อมจัดทำบรรจุภัณฑ์ สร้างแบรนด์ของท้องถิ่น และเขียนเรื่องราวในบรรจุภัณฑ์ กระตุ้นยอดขาย ปัจจุบันมีสัดส่วนการผลิตสมุดสีทองต่อพื้นที่ปลูกส้มโอทั้งหมด 10% และตั้งเป้าจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวในทุกๆปี เนื่องจากขายได้ราคาเพิ่มขึ้นเท่าตัวเช่นกัน โดยลูกค้าโดยลูกค้าต้องสั่งล่วงหน้า 2 เดือน ก่อนตัดผลผลิต

 1,515
สังคม
11 ม.ค. 63

นโยบายสร้างสรรค์! โรงเรียนวัดลาดเป้ง ให้นักเรียนเก็บขวดมาแลกกับค่าตัดผมฟรี

ที่โรงเรียนวัดลาดเป้ง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม จะพบเห็นเด็กๆนักเรียน เดินเก็บขวดพลาสติกกันเต็มไปหมด ไม่ใช่เพราะโดนครูทำโทษให้มาเดินเก็บขยะแต่อย่างใด แต่เป็นค่าตัดผม     เพราะว่าในโรงเรียนมีร้านตัดผม ที่ชื่อว่า 'Barbers School' โดยที่ขวดน้ำพลาสติก 5 ขวด แลกกับการตัดผมได้ 1 หัว บริการเด็กนักเรียนทุกคน ช่างที่ตัดก็เป็นนักเรียนด้วยกัน ที่ผ่านการอบรมวิชาการ การตัดผมมา และก็สามารถตัดให้เพื่อนๆได้     ซึ่งค่าตัดผมนอกจากจะเป็นขวดพลาสติก 5 ขวดแล้ว ซองขนม 10 ซอง ที่เป็นพลาสติก ก็สามารถใช้เป็นค่าตัดผมได้ นี่เป็นนโยบายของโรงเรียน ต้องการลดขยะลดภาวะโลกร้อน สร้างอาชีพ พัฒนาฝีมือเด็กนักเรียน ประหยัดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง     ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : youtu.be/SBmlunA-gbU

 859
ข่าวภูมิภาค
08 ม.ค. 63

ตามล่า ปิกอัพเติมน้ำมันเต็มถัง เด็กปั๊มทักจ่ายแบงก์พันกาโม่ รีบเร่งเครื่องหนี

สมุทรสงคราม-ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Puy Civic Linntong โพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิด พร้อมระบุข้อความว่า   "รถคันนี้เติมน้ำมันจ่ายด้วยแบงก์ปลอมปิดบังป้ายทะเบียนเติมเต็มถัง 1,850 บาทแล้วขับรถหนี แจ้ง ตร.ทางหลวงแล้ว #ช่วยแชร์หน่อยนะคะ คนโกง ผู้ใดพบเห็นช่วยแจ้งหน่อย"   โดยในภาพจะเห็นรถยนต์ปิกอัพตอนเดียว สีน้ำเงิน ใส่คอกที่กระบะท้าย มีสติกเกอร์สีขาวปิดทะเบียน เห็นแต่เลข 8100 แต่ไม่เห็นหมวดอักษรและจังหวัด โดยขับมาเพียงคนเดียวเข้ามาเติมน้ำมันดีเซลล์ ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.คลองโคน (พระราม 2 ปิโตเลี่ยม) ถนนพระราม 2 อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จำนวน 1,850 บาท หลังเติมเสร็จได้ส่งแบงก์กาโม่ หรือแบงก์พันปลอม เด็กปั๊มตาไวบอกว่าเป็นแบงก์ปลอม คนขับจึงเร่งเครื่องออกไปอย่างรวดเร็ว   ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบ นางสาวสมร แสงแตง ผู้จัดการปั๊มน้ำมัน และเป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าว ได้พาไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพานายจ๊อต อายุ 26 ปี ชาวเมียนมา เด็กปั๊มในคลิปซึ่งพูดภาษาไทยได้ชัดเจนมาเล่าให้ฟังว่า เมื่อประมาณเที่ยงคืนเข้าวันใหม่ของวันที่ 7 มกราคม 2563 ได้มีชายรูปร่างผอมสูง ผมฟู อายุประมาณ 30 ปี ขับรถยนต์ปิกอัพคันดังกล่าวมาจอดสั่งเติมน้ำมันดีเซลเติมถังในราคา 1,850 บาท   หลังเติมเสร็จ คนขับได้พับธนบัตรเห็นแต่เลข 1,000 บาท ส่งให้ตน 1 ใบ เมื่อคลี่ออกก็พบว่าเป็นแบงก์กาโม่ ตนจึงทักขึ้นว่านี่แบงก์ปลอม คนขับรถก็รีบขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว ตนจึงรีบแจ้งผู้จัดการให้ติดตามแต่ก็ไม่ทัน จึงขอฝากไปถึงคนที่ขับรถปิกอัพคันดังกล่าวว่า หากได้ดูข่าวแล้วขอให้กลับมาจ่ายเงินค่าน้ำมัน ขอให้สงสารตนเพราะจะต้องจ่ายเงินค่าน้ำแทนเนื่องจากคุณหลบหนีไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TYFTlAVDg74

 2,156
สังคม
08 ม.ค. 63

ตามล่า ปิกอัพเติมน้ำมันเต็มถัง เด็กปั๊มทักจ่ายแบงก์พันกาโม่ รีบเร่งเครื่องหนี

สมุทรสงคราม-ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Puy Civic Linntong โพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิด พร้อมระบุข้อความว่า   "รถคันนี้เติมน้ำมันจ่ายด้วยแบงก์ปลอมปิดบังป้ายทะเบียนเติมเต็มถัง 1,850 บาทแล้วขับรถหนี แจ้ง ตร.ทางหลวงแล้ว #ช่วยแชร์หน่อยนะคะ คนโกง ผู้ใดพบเห็นช่วยแจ้งหน่อย"   โดยในภาพจะเห็นรถยนต์ปิกอัพตอนเดียว สีน้ำเงิน ใส่คอกที่กระบะท้าย มีสติกเกอร์สีขาวปิดทะเบียน เห็นแต่เลข 8100 แต่ไม่เห็นหมวดอักษรและจังหวัด โดยขับมาเพียงคนเดียวเข้ามาเติมน้ำมันดีเซลล์ ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.คลองโคน (พระราม 2 ปิโตเลี่ยม) ถนนพระราม 2 อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จำนวน 1,850 บาท หลังเติมเสร็จได้ส่งแบงก์กาโม่ หรือแบงก์พันปลอม เด็กปั๊มตาไวบอกว่าเป็นแบงก์ปลอม คนขับจึงเร่งเครื่องออกไปอย่างรวดเร็ว   ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบ นางสาวสมร แสงแตง ผู้จัดการปั๊มน้ำมัน และเป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าว ได้พาไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพานายจ๊อต อายุ 26 ปี ชาวเมียนมา เด็กปั๊มในคลิปซึ่งพูดภาษาไทยได้ชัดเจนมาเล่าให้ฟังว่า เมื่อประมาณเที่ยงคืนเข้าวันใหม่ของวันที่ 7 มกราคม 2563 ได้มีชายรูปร่างผอมสูง ผมฟู อายุประมาณ 30 ปี ขับรถยนต์ปิกอัพคันดังกล่าวมาจอดสั่งเติมน้ำมันดีเซลเติมถังในราคา 1,850 บาท   หลังเติมเสร็จ คนขับได้พับธนบัตรเห็นแต่เลข 1,000 บาท ส่งให้ตน 1 ใบ เมื่อคลี่ออกก็พบว่าเป็นแบงก์กาโม่ ตนจึงทักขึ้นว่านี่แบงก์ปลอม คนขับรถก็รีบขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว ตนจึงรีบแจ้งผู้จัดการให้ติดตามแต่ก็ไม่ทัน จึงขอฝากไปถึงคนที่ขับรถปิกอัพคันดังกล่าวว่า หากได้ดูข่าวแล้วขอให้กลับมาจ่ายเงินค่าน้ำมัน ขอให้สงสารตนเพราะจะต้องจ่ายเงินค่าน้ำแทนเนื่องจากคุณหลบหนีไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TYFTlAVDg74

 2,156
ข่าวภูมิภาค
03 ม.ค. 63

เสี่ยรับซื้อกุ้งแม่น้ำ เครียดพิษเศรษฐกิจ ผูกคอตายลาโลก ทิ้ง จม.เสียชีพดีกว่าเสียสัตย์

เรื่องเศร้ารับต้นปี เกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจที่มีผลกระทบกับผู้ประกอบการหลายธุรกิจที่ต้องปิดตัวลง และรายล่าสุดเป็นนายฉลองชัย น้าสกุล อายุ 54 ปี เจ้าของธุรกิจรับซื้อขายกุ้งแม่น้ำที่ จ.สมุทรสงคราม เครียดจัด ผูกคอเสียชีวิตใต้ต้นขนุน ใช้เชือกไนลอนสีแดงกับกิ่งต้นขนุนสูงจากพื้นประมาณ 3 เมตร ในกระเป๋าเสื้อพบกระดาษสมุดฉีกเขียนข้อความว่า   "ธุรกิจค้ากุ้งล้มเพราะพิษเศรษฐกิจ หมดเงินก็หมดศักดิ์ศรี เราเป็นหนี้ไม่มีปัญญาใช้เขา เสียชีพดีกว่าเสียสัตย์ (แม่จ๋าพ่อลาก่อน)"   ญาติผู้เสียชีวิตเล่าว่า ผู้ตายนั้นเครียด เรื่องหาเงินจ่ายค่างวดรถไม่ทัน ค้างค่างวดรถยนต์มา 3 งวดแล้ว ในอดีตผู้ตายเคยทำธุรกิจ รับซื้อกุ้งแม่น้ำไปขายต่อ ซึ่งช่วง2-3ปีที่ผ่านมารายได้ดี สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้มีเงินใช้เงินเก็บ จะซื้อสิ่งของอะไรในบ้านก็ซื้อเงินสด มีฐานะในระดับหนึ่ง แต่มาช่วงปี 62 ธุรกิจแย่ ซื้อขายกุ้งแม่น้ำไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ตอนนั้นรถยนต์คันเก่าที่ผ่อนมาเกือบหมดค่างวดแล้วก็ถูกยึด เพราะไม่มีเงินจ่าย   จากนั้นเพื่อนผู้ตายได้ช่วยกันดาวน์รถกระบะมือสองให้ผู้ตายไว้ทำมาหากิน  ผู้ตายก็เปลี่ยนมาทำอาชีพขายหอยตามตลาดนัด โดยรับหอยสดไปขายเป็นกิโล แต่รายได้ก็ยังไม่เพียงพอ ซึ่งช่วงปีใหม่ ผู้ตายก็บ่นว่าอยากตาย ไม่มีเงินใช้หนี้ค่างวดรถ ซึ่งปกติผู้ตายเป็นคนขยัน ประหยัด อดออม แต่ต้องมาเจอกับปัญหาภาวะเศรษฐกิจที่แย่ และหาทางออกไม่ได้ จึงคิดสั้น   ขณะที่นางสาวสมปอง พวงเขียว อายุ 45 ปี ภรรยาผู้ตายเล่าว่าตนอยู่กินกับผู้ตายมากว่า 10 ปีกับผู้ตาย มีลูกชายด้วยกัน 1 สามีตนเป็นคนดี ดูแลครอบครัวดีมาตลอด แต่ระยะหลัง เพราะพิษเศรษฐกิจรับซื้อขายกุ้งแม่น้ำมีปัญหา เพราะมีคนทำธุรกิจนี้มากขึ้นและมีการกดราคากัน จากเดิมที่เคยรับซื้อโลละ 800 บาท แต่ต้องเอาไปขายบเพียงโลละ 500 บาท เพราะถูกตัดราคาและร้านอาหารที่สั่งซื้อก็มียอดน้อยลง ด้วยความที่กุ้งเป็นของสด หากเก็บไว้ก็มีแต่เน่าเสีย จึงต้องยอมขายขาดทุน และเป็นปัญหานี้สะสมมาเรื่อย จนเลิกทำธุรกิจนี้   ต่อมาหันมารับหอยไปขายตามตลาดนัด ซึ่งก็ไม่พอกิน เพราะราคาหอยที่รับมาสูงขึ้นก็ต้องปรับราคาไป แต่พอเอาไปขายคนซื้อน้อยลง ทำให้รายได้ในครอบครัวไม่เพียงพอกับรายจ่าย จึงต้องค่าจ่ายค่างวดรถกระบะ ที่ต้องผ่อนเดือนละ 6,000 บาท 3งวด โดยเพื่อนของสามีเป็นคนดาวน์รถคันนี้ให้ แต่ยังไม่มีเงินจ่ายค่างวดแม้แต่งวดเดียว สามีจึงเครียด และเป็นคนเก็บกด ที่ผ่านมาบ่นว่าอยากตายมาเป็นเดือนแล้ว แต่ก็ไม่คิดจะมาเกิดเหตุแบบนี้ ส่วนจดหมายที่สามีเขียนนั้น ก็เป็นการระบายสิ่งที่สามีอัดอั้นในใจ    ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าอยากฝากอะไรถึงปัญหาเศรษฐกิจ ที่หลายๆผู้ประกอบการต้องเจอกับภาวะขาดทุนและปิดตัวลง นางสมปองตอบว่า พูดไม่ออก และคิดว่าคนทำธุรกิจทุกคนก็รับรู้ว่าปัญหา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yBBBevjzus0

 18,336
อาชญากรรม
03 ม.ค. 63

เสี่ยรับซื้อกุ้งแม่น้ำ เครียดพิษเศรษฐกิจ ผูกคอตายลาโลก ทิ้ง จม.เสียชีพดีกว่าเสียสัตย์

เรื่องเศร้ารับต้นปี เกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจที่มีผลกระทบกับผู้ประกอบการหลายธุรกิจที่ต้องปิดตัวลง และรายล่าสุดเป็นนายฉลองชัย น้าสกุล อายุ 54 ปี เจ้าของธุรกิจรับซื้อขายกุ้งแม่น้ำที่ จ.สมุทรสงคราม เครียดจัด ผูกคอเสียชีวิตใต้ต้นขนุน ใช้เชือกไนลอนสีแดงกับกิ่งต้นขนุนสูงจากพื้นประมาณ 3 เมตร ในกระเป๋าเสื้อพบกระดาษสมุดฉีกเขียนข้อความว่า   "ธุรกิจค้ากุ้งล้มเพราะพิษเศรษฐกิจ หมดเงินก็หมดศักดิ์ศรี เราเป็นหนี้ไม่มีปัญญาใช้เขา เสียชีพดีกว่าเสียสัตย์ (แม่จ๋าพ่อลาก่อน)"   ญาติผู้เสียชีวิตเล่าว่า ผู้ตายนั้นเครียด เรื่องหาเงินจ่ายค่างวดรถไม่ทัน ค้างค่างวดรถยนต์มา 3 งวดแล้ว ในอดีตผู้ตายเคยทำธุรกิจ รับซื้อกุ้งแม่น้ำไปขายต่อ ซึ่งช่วง2-3ปีที่ผ่านมารายได้ดี สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้มีเงินใช้เงินเก็บ จะซื้อสิ่งของอะไรในบ้านก็ซื้อเงินสด มีฐานะในระดับหนึ่ง แต่มาช่วงปี 62 ธุรกิจแย่ ซื้อขายกุ้งแม่น้ำไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ตอนนั้นรถยนต์คันเก่าที่ผ่อนมาเกือบหมดค่างวดแล้วก็ถูกยึด เพราะไม่มีเงินจ่าย   จากนั้นเพื่อนผู้ตายได้ช่วยกันดาวน์รถกระบะมือสองให้ผู้ตายไว้ทำมาหากิน  ผู้ตายก็เปลี่ยนมาทำอาชีพขายหอยตามตลาดนัด โดยรับหอยสดไปขายเป็นกิโล แต่รายได้ก็ยังไม่เพียงพอ ซึ่งช่วงปีใหม่ ผู้ตายก็บ่นว่าอยากตาย ไม่มีเงินใช้หนี้ค่างวดรถ ซึ่งปกติผู้ตายเป็นคนขยัน ประหยัด อดออม แต่ต้องมาเจอกับปัญหาภาวะเศรษฐกิจที่แย่ และหาทางออกไม่ได้ จึงคิดสั้น   ขณะที่นางสาวสมปอง พวงเขียว อายุ 45 ปี ภรรยาผู้ตายเล่าว่าตนอยู่กินกับผู้ตายมากว่า 10 ปีกับผู้ตาย มีลูกชายด้วยกัน 1 สามีตนเป็นคนดี ดูแลครอบครัวดีมาตลอด แต่ระยะหลัง เพราะพิษเศรษฐกิจรับซื้อขายกุ้งแม่น้ำมีปัญหา เพราะมีคนทำธุรกิจนี้มากขึ้นและมีการกดราคากัน จากเดิมที่เคยรับซื้อโลละ 800 บาท แต่ต้องเอาไปขายบเพียงโลละ 500 บาท เพราะถูกตัดราคาและร้านอาหารที่สั่งซื้อก็มียอดน้อยลง ด้วยความที่กุ้งเป็นของสด หากเก็บไว้ก็มีแต่เน่าเสีย จึงต้องยอมขายขาดทุน และเป็นปัญหานี้สะสมมาเรื่อย จนเลิกทำธุรกิจนี้   ต่อมาหันมารับหอยไปขายตามตลาดนัด ซึ่งก็ไม่พอกิน เพราะราคาหอยที่รับมาสูงขึ้นก็ต้องปรับราคาไป แต่พอเอาไปขายคนซื้อน้อยลง ทำให้รายได้ในครอบครัวไม่เพียงพอกับรายจ่าย จึงต้องค่าจ่ายค่างวดรถกระบะ ที่ต้องผ่อนเดือนละ 6,000 บาท 3งวด โดยเพื่อนของสามีเป็นคนดาวน์รถคันนี้ให้ แต่ยังไม่มีเงินจ่ายค่างวดแม้แต่งวดเดียว สามีจึงเครียด และเป็นคนเก็บกด ที่ผ่านมาบ่นว่าอยากตายมาเป็นเดือนแล้ว แต่ก็ไม่คิดจะมาเกิดเหตุแบบนี้ ส่วนจดหมายที่สามีเขียนนั้น ก็เป็นการระบายสิ่งที่สามีอัดอั้นในใจ    ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าอยากฝากอะไรถึงปัญหาเศรษฐกิจ ที่หลายๆผู้ประกอบการต้องเจอกับภาวะขาดทุนและปิดตัวลง นางสมปองตอบว่า พูดไม่ออก และคิดว่าคนทำธุรกิจทุกคนก็รับรู้ว่าปัญหา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yBBBevjzus0

 18,336
สังคม
23 ธ.ค. 62

ข่าวดี๊ดีกับพี่คำรณ...นวัตกรรมแก้อาการนิ้วล็อกจากถั่ว 5 สี

เจ้าหน้าที่อนามัย ตำบลบ้านปรก จังหวักสมุทรสงครามคิดค้นนวัตกรรมแก้นิ้วล็อกด้วยการนำถั่วใส่ถุงเท้าแล้วมัดเป็นทรงกลมให้ชาวบ้านที่มีอาการนิ้วล็อกได้บีบนวดมือด้วยถั่วนั้นเพื่อช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น ลดอาการปวดจากการนิ้วล็อก ขณะเดียวกันชาวบ้านก็นำสมุนไพรที่บ้านของแต่ละคนมาให้เจ้าหน้าที่ลูกประคบเพื่อแก้อาการปวดเมื่อย

 855
ข่าวภูมิภาค
11 ธ.ค. 62

กุ๊กร้านอาหารลำปาง-หนุ่ม นศ.สมุทรสงคราม-ยายวัย 67 ที่ปราจีนฯ ช็อกเสียชีวิตเซ่นอากาศหนาว

จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัดในหลายพื้นที่ ทำให้พบผู้ประสบภัยหนาวเสียชีวิตหลายราย ที่ จ.ลำปาง พบศพนายไสว เยื่อไม้ อายุ 44 ปี ชาว จ.ศรีษะเกษ ทำงานเป็นกุ๊ก ประจำร้านอาหารชื่อดังในลำปาง สภาพศพนอนเสียชีวิต อยู่บนเตียงนอน   ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิต เพื่อนร่วมงามบอกว่า ผู้ตายไม่มีโรคประจำตัว แต่ก็ชอบดื่มเหล้าเป็นประจำ และคาดว่า สาเหตุการเสียชีวิต อาจเกิดจากสภาพอากาศหนาวเย็นก็ไปได้   ที่ จ.สมุทรสงคราม พบศพนายสุรกฤษ พร้อมมูล อายุ 17 ปี เป็นนักศึกษา ปวช. 2 สาขาแม่พิมพ์ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม นอนหนาวเสียชีวิตในบ้านพัก   แม่ผู้ตายเล่าว่า ลูกชายเป็นคนแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ก่อนเสียชีวิตเมื่อค่ำวานนี้หลังจากกลับจากทำงาน ได้พาย่าไปงานศพที่วัดใกล้บ้าน กลับมาก็นั่งเล่นสักพักประมาณ 5 ทุ่มก็ขึ้นห้องนอน แต่พอ 7 โมงเช้า นาฬิกาปลุกดังแต่ลูกชายไม่ตื่นลงมากินข้าว จึงขึ้นไปเรียกก็พบว่าลูกชายนอนตัวแข็งเสียชีวิตไปแล้ว   สันนิษฐานสาเหตุการเสียชีวิตน่าจะเกิดจากช่วงนี้ในพื้นที่อากาศหนาวเย็น ประกอบกับห้องนอนของผู้ตายสร้างไว้รับลมหน้าร้อนจะนอนสบาย แต่ช่วงนี้อากาศเย็นประมาณ 18 องศา และลมแรงทำให้อากาศภายในห้องหนาวเย็นมากขึ้น   ส่วนที่ จ.ปราจีนบุรี พบศพนางสิน สาธร อายุ 67 ปี นอนเสียชีวิตคาสวนไผ่ สภาพศพนอนตะแคงขวา ไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย ญาติระบุผู้ตายมีโรคประจำตัวหลายโรคด้วยกัน และคาดว่าเมื่อกลางดึกแม่คงจะลงมาปัสสาวะที่บริเวณดังกล่าว ซึ่งอากาศเย็นมากอีกด้วย แล้วอาจจะเกิดอาการช็อกหมดสติไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FYAWKOLM1ok

 3,585
สังคม
11 ธ.ค. 62

กุ๊กร้านอาหารลำปาง-หนุ่ม นศ.สมุทรสงคราม-ยายวัย 67 ที่ปราจีนฯ ช็อกเสียชีวิตเซ่นอากาศหนาว

จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัดในหลายพื้นที่ ทำให้พบผู้ประสบภัยหนาวเสียชีวิตหลายราย ที่ จ.ลำปาง พบศพนายไสว เยื่อไม้ อายุ 44 ปี ชาว จ.ศรีษะเกษ ทำงานเป็นกุ๊ก ประจำร้านอาหารชื่อดังในลำปาง สภาพศพนอนเสียชีวิต อยู่บนเตียงนอน   ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิต เพื่อนร่วมงามบอกว่า ผู้ตายไม่มีโรคประจำตัว แต่ก็ชอบดื่มเหล้าเป็นประจำ และคาดว่า สาเหตุการเสียชีวิต อาจเกิดจากสภาพอากาศหนาวเย็นก็ไปได้   ที่ จ.สมุทรสงคราม พบศพนายสุรกฤษ พร้อมมูล อายุ 17 ปี เป็นนักศึกษา ปวช. 2 สาขาแม่พิมพ์ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม นอนหนาวเสียชีวิตในบ้านพัก   แม่ผู้ตายเล่าว่า ลูกชายเป็นคนแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ก่อนเสียชีวิตเมื่อค่ำวานนี้หลังจากกลับจากทำงาน ได้พาย่าไปงานศพที่วัดใกล้บ้าน กลับมาก็นั่งเล่นสักพักประมาณ 5 ทุ่มก็ขึ้นห้องนอน แต่พอ 7 โมงเช้า นาฬิกาปลุกดังแต่ลูกชายไม่ตื่นลงมากินข้าว จึงขึ้นไปเรียกก็พบว่าลูกชายนอนตัวแข็งเสียชีวิตไปแล้ว   สันนิษฐานสาเหตุการเสียชีวิตน่าจะเกิดจากช่วงนี้ในพื้นที่อากาศหนาวเย็น ประกอบกับห้องนอนของผู้ตายสร้างไว้รับลมหน้าร้อนจะนอนสบาย แต่ช่วงนี้อากาศเย็นประมาณ 18 องศา และลมแรงทำให้อากาศภายในห้องหนาวเย็นมากขึ้น   ส่วนที่ จ.ปราจีนบุรี พบศพนางสิน สาธร อายุ 67 ปี นอนเสียชีวิตคาสวนไผ่ สภาพศพนอนตะแคงขวา ไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย ญาติระบุผู้ตายมีโรคประจำตัวหลายโรคด้วยกัน และคาดว่าเมื่อกลางดึกแม่คงจะลงมาปัสสาวะที่บริเวณดังกล่าว ซึ่งอากาศเย็นมากอีกด้วย แล้วอาจจะเกิดอาการช็อกหมดสติไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FYAWKOLM1ok

 3,585
ข่าวภูมิภาค
12 พ.ย. 62

ชาวสมุทรสงครามชื่นมื่น ประกวดเรือไฟ-กระทงกาบกล้วย 2 แสนใบ แต่งแต้มผืนน้ำ

สมุทรสงครามจัดประเพณีลอยกระทงอย่างยิ่งใหญ่ ประกวดเรือไฟ นางนพมาศ ลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง 2 แสนใบสว่างไสวทั่วท้องน้ำ     จังหวัดสมุทรสงคราม งานลอยกระทงสายกาบกล้วยเมืองแม่กลอง จัดขึ้นที่แม่น้ำแม่กลอง บริเวณหน้าวัดภูมรินทร์กุฏีทอง อำเภออัมพวา โดยปีนี้มีการทำกระทงจากกาบกล้วยที่นำมาตัดเป็นท่อนๆ ประมาณ 8-10 นิ้ว จำนวน 2 แสนใบ งานเริ่มตั้งแต่ตะวันตกดิน มีการประกวดเรือไฟในแม่น้ำแม่กลอง จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ส่งเรือไฟซึ่งตกแต่งอย่างสวยงามเข้าประกวดจำนวน 25 ลำ มีการจุดพลุและดอกไม้ไฟอย่างสวยงาม พร้อมการประกวดนางนพมาศแม่-ลูก   เวลา 19.00 น.นายชรัส บุญณสะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม อัญเชิญกระทงพระประทีปพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ลอยเป็นปฐมฤกษ์ จากนั้นการปล่อยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลองที่ปักธูปที่จุ่มน้ำมันยางจำนวน 2 แสนใบก็เริ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้แม่น้ำแม่กลองช่วงบริเวณหน้าวัดภูมรินทร์กุฏีทอง เต็มไปด้วยแสงเทียนจากธูปสว่างไสวไปทั่วท้องน้ำ โดยนักท่องเที่ยวให้ความสนใจไปชมการลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลองกันเป็นจำนวนมาก

 605
ข่าวภูมิภาค
10 ก.ย. 62

พระตีระฆังอยู่ดีๆ เจอหนุ่มปรี่ชกหน้า ก่อนยอมขอขมา อ้างคิดว่าพระตีประชด

สมุทรสงคราม-พระอนุศักดิ์ ฐิตธัมโม อายุ 54 ปี พรรษา 6 พระลูกวัดแม่น้ำ ตำบลบางขันแตก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม แจ้งว่าถูกชาวบ้านข้างวัดต่อยเข้าที่ใบหน้า สาเหตุเกิดจากการตีระฆังทำวัตรเย็น โดยได้ตีระฆังในช่วงเข้าพรรษาเป็นประจำมาเป็นเวลา 6 ปีแล้วไม่เคยเกิดปัญหา   แต่ล่าสุดได้ตีระฆัง 3 รอบเพื่อนิมนต์พระทุกรูปในวัดทำวัตรเย็น เมื่อตีได้สักพักก็มีเสียงดังโวยวายมาจากด้านล่าง เมื่อเดินลงมาจากหอระฆัง ได้มีนายพงษ์พัฒน์ เสรีสมนึก อายุ 29 ปี เดินตรงเข้ามาชกที่ใบหน้าบริเวณหางคิ้วขวา 3 ครั้งทำให้ตนถึงกับมึนและสายตาพร่ามัว พร้อมขู่ว่าตนเองมีปืนอีก 3 วันมาเจอกัน สร้างความหวาดกลัวให้กับพระทุกรูป จนไม่มีใครมากล้าขึ้นไปตีระฆังตั้งแต่เกิดเหตุ จึงปรึกษากันภายในวัดและเดินทางไปแจ้งความที่ สภ.เมืองสมุทรสงครามในวันเดียวกัน   ต่อมานายสมบัติ พิมพ์สอน ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสงครามได้ เดินทางเข้าพบพระครูสมุห์คุณากร เจ้าอาวาสวัดแม่น้ำ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยายามไกล่เกลี่ยให้วัดกับชาวบ้านอยู่ร่วมกันอย่างสันติโดยมีพระอนุศักดิ์และมารดาของนายพงพัฒน์ มาชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยต่างฝ่ายยังมีอารมณ์ที่ครุกรุ่นอยู่   ต่อมานายพงพัฒน์ ผู้ก่อเหตุได้เข้าพบพระครูสมุห์คุณากร เจ้าอาวาสวัดแม่น้ำ และพระอนุศักดิ์คู่กรณีเพื่อกราบขอขมากับเหตุการณ์ที่ได้ก่อขึ้น โดยนายพงษ์พัฒน์ยอมรับว่าวันเกิดเหตุเข้าใจผิดเห็นว่าพระอนุศักดิ์ ตีระฆังเสียงดังเหมือนประชดประชันตนจึงเกิดอารมณ์โมโหชั่ววูบ   หลังตีระฆังเสร็จตนยังเห็นพระอนุศักดิ์ถือไม้ตีระฆังเดินลงมาจากหอระฆังจึงคิดว่าจะเข้ามาทำร้ายตนจึงเข้ามาลงมือก่อน โดยนายพงพัฒน์พยายามกราบขอขมาพระอนุศักดิ์หลายครั้ง โดยมีเจ้าหน้าที่ช่วยพูดไกล่เกลี่ยให้ ซึ่งพระอนุศักดิ์แรกๆก็นิ่งเงียบ แต่ในที่สุดก็ยอมยกโทษให้ แต่ก็ขอให้รับผิดชอบเรื่องดวงตาที่ยังพร่ามัวซึ่งจะให้แพทย์ตรวจอาการต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ccPDw8oAp8Q

 1,355
ข่าวภูมิภาค
05 ก.ย. 62

พ่อค้ายาถูกจับ ตกใจขีดสุดอุจจาระราด ต้องถอดกางเกงเช็ดทุลักทุเล

สมุทรสงคราม-ตำรวจ สภ.อัมพวา พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เข้าจับกุม นายสมศักดิ์ สว่างดาว หรืออ้วน อายุ 39 ปี ซึ่งขณะเข้าจับกุม นายอ้วนกำลังจะออกไปส่งยาบ้าให้ลูกค้า พอเจอตำรวจ ก็ตกใจถึงกับอุจจาระราด กลิ่นเหม็นตลบอบอวนไปทั้งบ้าน ต้องให้ถอดกางเกงเช็ดก้น อย่างทุลักทุเล ขณะที่นายอ้วน ยังร้องไห้เป็นระยะๆ   หลังตรวจสอบได้ของกลางยาบ้า 100 เม็ด และไอซ์ 0.17 กรัม จึงเชิญตัวไปสอบสวนต่อที่ สภ.อัมพวา เบื้องต้นแจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ยาบ้า ไว้ในความครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ยาไอซ์ ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YhgENOrTri8

 5,689
ข่าวภูมิภาค
18 ก.ค. 62

พบแล้วศพที่ 2 เหยื่อสาวเหตุศาลาท่าน้ำแม่กลองถล่ม ร่างหลุดออกจากซากอาคารพุ่งลอยเหนือน้ำ

สมุทรสงคราม-จากกรณีอาคารศาลาริมแม่น้ำแม่กลอง ข้างวัดเพชรสมุทรวรวิหาร ถล่มลงแม่น้ำมีผู้บาดเจ็บกว่า 20 ราย และสูญหาย 2 ราย โดยเบื้องต้นพบศพแล้ว 1 คือนางสุรีย์ อุราชื่น อายุ 37 ปี   ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำจากมูลนิธิต่างๆ เริ่มงมค้นหาศพที่ 2 คือนางสาวพรพิไล เสือเล็ก อายุ 24 ปี ตั้งแต่เช้าผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันชุดละประมาณ 15-20 นาที การค้นหาเป็นไปอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ในน้ำที่ลึกประมาณ 8-10 เมตร และน้ำไหลเชี่ยว อีกทั้งศาลาที่ถล่มมีซากปรักหักพังทำให้เป็นอุปสรรคในการค้นหาเป็นอย่างมากแต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ย่อท้อ   อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่มีการประชุมผู้เกี่ยวข้องและเห็นชอบให้ชุดประดาน้ำลงสำรวจอาคารศาลา โดยเจ้าหน้าที่โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสงคราม ประเมินโครงสร้างอาคารเทียบเคียงกับอาคารศาลาอีกหลังหนึ่งที่อยู่ติดกัน คาดว่ามีน้ำหนักประมาณ 80 ตัน แยกเป็นหลังคา 20 ตัน พื้น เสา คาน 60 ตัน ซึ่งเกินพิกัดของการทำงานของรถเครนที่มีขนาด 25 ตัน และการค้นหาผู้สูญหายภายในอาคารของทีมค้นหาใต้น้ำ ยังไม่สามารถเข้าไปค้นหาภายในอาคารที่จมน้ำได้ เนื่องจากมีสิ่งกีดขวางจำนวนมากและมีน้ำหนักมากยากต่อการเคลื่อนย้าย   จึงเห็นว่าแนวทางแก้ปัญหาคือ จะต้องลดน้ำหนักโครงสร้างอาคารลง โดยรื้อถอน ทำลายกระเบื้องมุงหลังคา ฝ้าเพดาน และไม้ระแนง เพื่อเปิดพื้นที่ภายในศาลาให้โล่ง จากนั้นตกลงกันว่าจะนำเรือโป๊ะชนิดมีเครนขนาด 50 ตัน มายกตัวโครงสร้างอาคารร่วมกันรถเครนในวันพรุ่งนี้ (18 ก.ค.) เวลา 09.00 น. เพราะเชื่อว่าร่างของนางสาวพรพิไล ติดอยู่ในซากปรังหักพัง ระหว่างเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำกำลังทำงานร่วมกับรถเครนโดยใช้สลิงผูกแล้วดึงขึ้นเพื่อรื้อหลังคาอาคารศาลาที่เป็นไม้ออก   จนถึงเวลาประมาณ 01.00 น.จู่ๆ ศพของนางสาวพรพิไล ที่สภาพเริ่มขึ้นอืดก็พุ่งขึ้นมาเหนือน้ำห่างจากที่เกิดเหตุเล็กน้อยและลอยตามกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน เจ้าหน้าที่ต้องรีบนำเรือยางออกไปนำศพขึ้นเรือแล้วนำไปชันสูตรที่โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศสมุทรสงคราม   สำหรับอาคารศาลาแห่งนี้คาดว่าสร้างเมื่อปี 2515 หรือ 47 ปี มาแล้วจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นางสุกานดา วรเชษฐบัญชา ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบศาลาริมน้ำทั่วทั้งจังหวัด ขณะที่ศาลาอีกหลังที่อยู่ติดกันและไม่ได้พังลงน้ำได้สั่งห้ามใช้แล้วพร้อมกับนำเชือกมากั้นเขียนข้อความห้ามเข้าพื้นที่อันตราย อย่างไรก็ตามในปีงบประมาณ 2563 จังหวัดสมุทรสงครามได้รับการจัดสรรงบประมาณสร้างเขื่อน ซึ่งจะมีการรื้อศาลานี้แต่ก็มาเกิดเหตุเศร้าสลดขึ้นเสียก่อน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SlFxMhHENWU

 10,036
ข่าวภูมิภาค
17 ก.ค. 62

ศาลาริมน้ำพังถล่มจมแม่น้ำแม่กลอง คนตะเกียกตะกายหนีตาย โดนอาคารทับเสียชีวิต 1 สูญหายอีก 1

สมุทรสงคราม-เกิดเหตุศาลาริมน้ำซึ่งมีร้านขายอาหารตามสั่งและน้ำดื่มหลายร้าน บริเวณท่าเรือข้ามฟากแสงวนิช ริมแม่น้ำแม่กลอง ข้างวัดเพชรสมุทรวรวิหาร เขตเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม ซึ่งมีความยาวประมาณ 20 เมตร กว้างประมาณ 10 เมตร และเป็นอาคารเก่าสร้างเมื่อประมาณปี 2515 หรือเมื่อ 47 ปี มาแล้ว   เกิดทรุดตัวพังลงแม่น้ำแม่กลองจมหายไปทั้งหลัง โดยมีประชาชนที่มานั่งรับประทานอาหารกว่า 20 คน ได้รับบาดเจ็บ 22 คน มีผู้สูญหาย 2 คน เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม นำชุดกู้ชีพประดาน้ำลงงมค้นหาผู้สูญหาย โดยมีคลิปผู้บาดเจ็บจำนวนมากตะเกียกตะกายหนีตาย และร้องขอความช่วยเหลือ   นายเกรียงไกร รอดคะยอย อายุ 16 ปี ชาวตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองสมุทรสงคราม กำลังนั่งรับประทานมาม่าผัดในอาคารหลังดังกล่าว จู่ๆมีเสียงดังติดๆกันหลายครั้งบริเวณใต้อาคาร ตนก็ลงไปก้มมองว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนแรกนึกว่าขอนไม้ใหญ่ถูกคลื่นซัดมากระแทก แต่ไม่นานก็มีเสียงดัง พร้อมกับอาคารทรุดตัวพังลงไปในแม่น้ำแม่กลองทั้งหลัง ตนก็หล่นลงไปด้วย และยังโดนตู้เย็นทับหน้าอก โชคดีรอดชีวิตมาได้และไม่เป็นอะไรมาก   ในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและค้นหาผู้สูญหายนั้น เจ้าหน้าที่ระดมสรรพกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย นักประดาน้ำ 36 นาย โดยแบ่งกำลังนักประดาน้ำ 6 ชุดชุดละ 2 นาย ใช้เวลาในดำประมาณ 15-20 นาที ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน โดยวางแผนการดำเนินงานกันลงสำรวจอาคารศาลาที่ถล่มลงในแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งมีน้ำลึกประมาณ 8 เมตร เป็นอุปสรรคในการค้นหาอย่างมาก เนื่องจากน้ำไหลเชี่ยว ประกอบกับใต้น้ำมืด และศาลาซึ่งน้ำที่ถล่มมีซากปรักหักพังทำให้ยากต่อการสำรวจ   โดยเจ้าหน้าที่ลงสำรวจอาคาร จากนั้นนำทุ่นไปผูก เพื่อกำหนดพิกัดมุมของอาคาร ก่อนจะมาวางแผนลงค้นหาผู้สูญหาย คาดว่าถูกอาคารทับเสียชีวิต หรืออาจจะลอยน้ำไปแล้ว กระทั่งประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดค้นหาพบศพของนางสุรีย์ อุราชื่น อายุ 37 ปี เป็นแม่ค้าขายน้ำดื่ม ถูกโครงสร้างอาคารทับ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครนยกโครงสร้างอาคารขึ้นอย่างระมัดระวัง จนถึงเวลา 23.50 น. จึงสามารถนำศพนางสุรีย์ ขึ้นมาได้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะทำการค้นหาผู้สูญหายอีก 1 รายต่อไป   จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นางสุกานดา วรเชษฐบัญชา ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบศาลาริมน้ำทั่วทั้งจังหวัด ขณะที่ศาลานี้ได้สั่งห้ามใช้แล้ว อย่างไรก็ตามในปีงบประมาณ 2563 จังหวัดได้รับการจัดสรรงบประมาณสร้างเขื่อน ซึ่งจะมีการรื้อศาลานี้แต่มาเกิดเหตุเสียก่อน   ส่วนผู้สูญหายอีก 1 ราย เบื้องต้นทราบว่าก่อนเสียชีวิตอยู่บริเวณกลางศาลาดังกล่าว ซึ่งจะกำหนดพิกัดลงไปพิสูจน์ทราบต่อไป แต่อุปสรรคก็คือน้ำไหลแรง และลึก อันตรายมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดประน้ำจะค้นหาผู้สูญหายรายที่ 2 ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/u2m1UWAoeV4

 20,104
ข่าวภูมิภาค
16 ก.ค. 62

ศาลาริมน้ำแม่กลองถล่ม เจ็บนับสิบ จนท.เร่งค้นหาผู้สูญหาย

วันที่ 16 ก.ค. 62 เกิดเหตุศาลาริมน้ำขนาดใหญ่ ริมแม่น้ำแม่กลอง บริเวณท่าน้ำวัดเพชรสมุทรวรวิหาร อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ถล่มลงในแม่น้ำแม่กลอง เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 20 ราย นำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสมุทรสงคราม และมีผู้สูญหาย 2 ราย เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม นำชุดกู้ชีพประดาน้ำลงงมค้นหาผู้สูญหาย ความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป

 10,507

Top